Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิทยาศาสตร์31001

วิทยาศาสตร์31001

Published by Jantima Plainsup, 2021-02-10 07:21:24

Description: วิทยาศาสตร์31001

Search

Read the Text Version

ค. ขาวสมั ภาษณ์เพ่ือนบา๎ น ง. เหลอื งสนทนากลุมํ เฉลย ค 11.วตั ถุประสงค์ของการทาประชาพจิ ารณ์คือข๎อใด ก. ตอบสนองความต๎องการของผบู๎ ริหาร ข. ใหเ๎ กิดความคดิ รวบยอดในการปฏิบตั งิ าน ค. ปอ้ งกันการประท๎วงของผเู๎ สียประโยชน์ ง. รวบรวมความคิดเหน็ ของผเ๎ู ก่ยี วขอ๎ ง เฉลย ข 12. องค์ประกอบหลักของข้นั ตอนการทาประชาพจิ ารณ์มีกี่ข้ันตอน ก. 7 ขั้นตอน ข. 8 ขน้ั ตอน ค. 9 ขน้ั ตอน ง. 10 ขั้นตอน เฉลย ค 13. ข๎อใดไมํไชํขน้ั ตอนการเตรียมการทาแผนชมุ ชน ก. ขน้ั เตรยี มการ ข. ขน้ั พิสตู รหลกั ฐาน ค. ข้นั ดาเนนิ การ ง. ข้ันสรุปผล เฉลย ข 14. ขอ๎ ใดบํงบอกถงึ ความสาเรจ็ ของโครงการ ก. การประเมินโครงการ ข. ตวั ชีว้ ดั ผลสาเร็จของโครงการ ค. การสรุปผลและรายงานโครงการ ง. วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ เฉลย ค 15. ขอ๎ ใดเปน็ วิธกี ารเขยี นรายงานผลการดาเนนิ งานท่ีถูกต๎อง ก. ถกู ตอ๎ ง กระชบั รัดกุม ชดั เจนและสละสลวย ข. เขียนบรรยายรายละเอียดใหม๎ ากทสี่ ดุ ค. เขียนใหเ๎ ป็นภาษาวชิ าการมากๆ ง. เขยี นโดยแบํงเป็นข๎อยํอยๆ เฉลย ก 16. หลักการของการพฒั นาชุมชนมจี ดุ ประสงคเพื่อสรางสรรคความเจรญิ ในดานใด ก. ดานเศรษฐกิจ

ข. ดานสงั คม เฉลย ข ค. ดานการเมือง ง. ทัง้ 3 ดาน 17. ขอใดไมใชหลักการพัฒนาชมุ ชนของกรมพฒั นาชมุ ชน ก. ยดึ ประชาชนเปนหลักในการพัฒนา ข. ตองพัฒนาชมุ ชนทุก ๆดานไปพรอมกนั ค. ปลูกฝงความเชอ่ื มน่ั ในตนเองใหกบั ประชาชน ง. การดาเนนิ งานตองใหสอดคลองกบั นโยบายของรฐั บาล เฉลย ค 18. หลักการดาเนนิ งานตองยดื หยุนได หมายความวาอยางไร ก. ทาตามแผนท่ตี ้ังไว ข. การดาเนนิ งานบางครงั้ สามารถปรบั วธิ ไี ด ค. ตองเปนไปตามสถานการณ และเหตกุ ารณ ง. ไมทาไปตามวตั ถุประสงคของการดาเนินงาน เฉลย ข 19. หลักการดาเนินงานตองยืดหยุนได หมายความวาอยางไร ก. ทาตามแผนที่ตั้งไว ข. การดาเนินงานบางคร้ังสามารถปรบั วธิ ไี ด ค. ตองเปนไปตามสถานการณ และเหตกุ ารณ ง. ไมทาไปตามวตั ถปุ ระสงคของการดาเนนิ งาน เฉลย ข 19. การพฒั นาชุมชน คืออะไร

ก. การทาใหชุมชนนาอยู ข. การทาใหชมุ ชนมีความสุข ค. การทาใหชมุ ชนดขี ึน้ กวาท่ีเปนอยู ง. ถกู ทุกขอ 20. การพฒั นาชุมชนตองคานงึ ถงึ สิง่ ใด ก. คาใชจาย ข. ปญหาทเ่ี กิดในชุมชน ค. จานวนประชากร ง. ความตองการของประชากร เฉลย ข 21. ข้ันตอนในการดาเนินงานพัฒนาชมุ ชนข้ันตอนแรกคือขอใด ก. การต้งั นโยบาย ข. การวิเคราะหแผน ค. การรวมประชาชนในการประชุม ง. ไมมีขอถกู เฉลย ค 22. เพราะเหตุใดการพัฒนาชมุ ชนจึงตองยึดหลกั การของประเพณี ก. เพือ่ ลดปญหาดานความขัดแยง ข. เพ่อื สนับสนนุ การพฒั นามากย่ิงขึ้น ค. หลีกเล่ียงสิ่งที่ขัดกับขนบธรรมเนยี มประเพณี ง. ถูกทกุ ขอ เฉลย ง 23. การดาเนินงานพฒั นาชุมชนตองใหสอดคลองกับสิ่งใด ก. นโยบายของชาติ ข. ชมุ ชน ค. กบั หนวยงานของรฐั ง. ไมมขี อถูก เฉลย ข 24. การพัฒนาชุมชนไมไดแกไขปญหาในดา๎ นใด ก. การศกึ ษา ข. เศรษฐกจิ ค. ความยากจน ง. สขุ ภาพอนามยั

เฉลย ง 25. หลกั ในการพัฒนาชมุ ชนมกี ี่ประการ ก. 9 ประการ ข. 12 ประการ ค. 11 ประการ ง. 10 ประการ เฉลย ค 26. การเปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นจากการศึกษาชมุ ชนขอใดกลาวไมถูกตอง ก. การเปล่ียนแปลงในดานความรู ข. การเปลย่ี นแปลงดานทศั นคติ ค. การเปลยี่ นแปลงดานทักษะ ง. การเปล่ียนแปลงดานจติ ใจ เฉลย ง 27. ขอใดไมจดั วาเปนประโยชนของการอภปิ ราย ก. สามารถคนพบผูนาทองถ่นิ ข. เปนสถานทีใ่ นการพบปะของคนในชมุ ชน ค. สงเสริมความรวมมือของประชาชน ง. กระตุนใหประชาชนทางานอยางมีแบบแผน เฉลย ก 28. ขอใดกลาวถูกตองในการสมั ภาษณ ก. ควรทาตัวใหผอนคลายเปนธรรมชาตมิ ากท่ีสุด ข. ไมควรถามขอละหนึ่งครง้ั เทานัน้ ค. ควรเติมเสริมแตงขอมลู ท่ีไดมาเอง ง. ควรใชเวลาใหนานทสี่ ดุ เพื่อขอมลู ทีม่ ากที่สดุ เฉลย ค 29. การใหการศึกษาโดยมุงใหไดผลถึงคนจานวนมากตรงกับขอใด ก. ทางวิธกี ารประชมุ ข. ทางการตดิ ตามอยางใกลชดิ ค. ทางวิทยุ โทรทศั น หนงั สอื พิมพ ง. ทางการสมั ภาษณ เฉลย ก 30. เปนวธิ กี ารใหการศึกษาแกชาวบานทมี่ ีประโยชนมาก ใชกนั แพรหลายในงาน พัฒนาชมุ ชน ก. การอภปิ ราย

ข. การสาธิต ค. การจัดนทิ รรศการ ง. การเยย่ี มบานและไรนา เฉลย ก ขอ๎ ที่ 31 ความหมายของการพัฒนาคือข๎อใด ก. ความเจริญขึน้ หรอื การเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ดี ีขนึ้ ข. การทาใหเ๎ กดิ การเปลี่ยนแปลงจากสภาพหน่งึ ไปสูสํ ภาพหน่ึงใหด๎ กี วาํ เดมิ ค. ผลของการทาให๎เจริญข้ึน หรือผลของการเปล่ียนแปลงทีเ่ ป็นไปในทางทด่ี ีข้นึ ง. ถูกทุกข๎อทกี่ ลําว เฉลย ง ข๎อท่ี 32 มาสโลว์ ไดแ๎ บํงความตอ๎ งการของมนุษย์ไว๎เป็นลาดบั ขัน้ ยกเวน๎ ข๎อใด ก. Social Needs ข. Self Development ค. Physiological Needs ง. Self-Actualization Needs เฉลย ข ข้อที่ 33 นาย ก ทางานวิจัยเรื่องปญั หายาเสพติดของวัยรํุนในชุมชน โดยใช๎วิธีการสังเกต ดังน้ันข๎อมูลที่ นาย ก ได๎มาเป็น ขอ๎ มูลประเภทใด ก. ขอ๎ มลู ดิบ ข. ขอ๎ มลู ทุตยิ ภูมิ ค. ขอ๎ มูลปฐมภมู ิ ง. ข๎อมลู ทัว่ ไป เฉลย ค ข้อท่ี 34 บุคคลใดต่อไปน้ีปฏิบตั ไิ ด้ถกู ตอ้ งตามกาละเทศ ก. กานันมาแนะนาให๎แดงปลูกผกั สวนครัว ข. ผใ๎ู หญลํ ใี สเํ ส้อื คอกลมเขา๎ ประชุม ค. อบต.ดถี ูกวาํ เพราะสํงแผนชา๎ ง. สมหมายนาขยะออกมาเผาริมทาง เฉลย ก ข๎อที่ 35 ขอ๎ ใดคือจดุ ประสงคข์ องการจัดเวทปี ระชาคมในหมํบู า๎ น ก. เพื่อแลกเปล่ยี นข๎อมลู ข. เพ่อื เปน็ การพฒั นาปรบั ปรุง ค. เพอื่ ทราบความกา๎ วหนา๎ ของโครงการ ง. ถกู ทุกข๎อทกี่ ลาํ วมา

เฉลย ง ขอ๎ ท่ี 36 บคุ คลใดมีหลกั ในการพฒั นาตนเองได๎ดีทีส่ ดุ ก. ฟา้ ทางานไมํเสร็จจงึ บอกเพื่อนวําป่วย ข. สาใหพ๎ ที่ าการบ๎านท่ีครูสั่งทุกครงั้ ค. แมวอาํ นหนงั สือทุกคร้ังที่พํอวํา ง. บินตัดไม๎ไผํมาทาถังขยะ เฉลย ง คา่ ขอ๎ ท่ี 37 บุคคลใดปฏบิ ตั ิได๎เหมาะสมที่สดุ ก. สดุ ใจถูกบังคับให๎เลําเร่ืองประวตั ิศาสตร์ ข. ชยั ยทุ ธไปเลอื กต้ังผ๎ูใหญบํ า๎ นมา ค. จงกลไปเวียนเทยี นเพราอยากเจอหนา๎ แฟน ง. ชาลที ิง้ ขยะไวห๎ นา๎ ห๎องเพอ่ื นเสมอ เฉลย ข ขอ๎ ท่ี 38 หากต๎องการเก็บรวบรวมข๎อมูลสถติ ิ ของหนํวยหนง่ึ ซงึ่ กาหนดพ้นื ทแ่ี ละระยะเวลา ควรเก็บรวบรวมขอ๎ มลู สถติ ิน้ีดว๎ ยวิธใี ด ก. วิธสี ารวจ ข. วิธีสามะโน ค. การสงั เกตการณ์ ง. ขอ๎ มลู จากทะเบียน เฉลย ข ขอ๎ ที่ 39 สมมตวิ าํ เราต๎องการศกึ ษาพฤติกรรมการทางานของเพ่อื นศกึ ษา ควรจะเก็บรวบรวมข๎อมลู ดว๎ ยวธิ ใี ดจึงจะ เหมาะสม ก. จากคะแนนสอบ ข. การสัมภาษณ์ ค. การสังเกต ง. การพูด เฉลย ค ข๎อ 40 ปจั จบุ ันทกุ หนวํ ยงานต๎องมีการจัดทาแผนปฏบิ ตั ิงาน โดยมีวตั ถปุ ระสงค์เพ่ืออะไร ก. วเิ คราะห์ความจาเปน็

ข. จัดลาดบั ความสาคัญ ค. ทราบความก๎าวหนา๎ ของงาน ง. ถูกทุกข๎อท่กี ลําว เฉลย ง ข๎อ 41 สาเหตุสาคัญทที่ าให๎นกั พฒั นาลงไปทางานรํวมกับชมุ ชนได๎อยาํ งถกู ต๎อง คือข๎อใด ก. การมสี วํ นรํวมของประชาชน ข. ความคดิ ริเร่ิมของประชาชน ค. ความตอ๎ งการของชมุ ชน ง. ถกู ทุกข๎อทีก่ ลําวมา เฉลย ง ข๎อ 12 บคุ คลใดตํอไปน้ีมภี าวะการเปน็ ผนู๎ าท่ีดี ก. ชยั นาเสนอผลงานทุกครั้งทีท่ างานกลมํุ ข. ใสถูกเพ่ือนเลือกให๎พูดโต๎วาที ค. ลาไยชวํ ยอธิบายเมือ่ ไหมตอบไมไํ ด๎ ง. นิดชอบเสนอช่ือไรเปน็ หวั หน๎า เฉลย ค ข๎อ 43 ขอ๎ ใดสิ่งสาคญั ในการอยรํู วํ มกันในสงั คมอยํางมีความสขุ ก. พัฒนาประเทศ ข. พัฒนาสงั คม ค. พัฒนาครอบครัว ง. พฒั นาทตี่ ัวเอง เฉลย ง ขอ้ ที่ 44 การพัฒนา”บคุ ลิกภาพ” มีความสาคัญอยํางไร ก. มีอทิ ธิพลตํอความรส๎ู ึกและอารมณ์ของผู๎พบเห็น ข. จะไดโ๎ ชวค์ วามสามารถของตนเอง ค. เปน็ การบงํ บอกความเป็นตัวของตวั เอง ง. เป็นการแสดงออกตามความพงึ พอใจ เฉลย ก ข้อท่ี 45 ขอ๎ ใดคือลักษณะของบุคลกิ ภาพภายนอก ข. ความเชื่อมัน่ ในตนเอง ก. ความรับผดิ ชอบ ง. ความซ่อื สัตย์สุจรติ ค. กริ ิยาทาํ ทาง เฉลย ค

ขอ้ ท่ี 46 บุคลกิ ภาพมีความหมายตรงกบั สภาพนสิ ัยใด ข. นิสยั จาเพาะคน ก. นิสัยแบบบรรพบุรษุ ง. นสิ ัยที่เปล่ยี นแปลงไมไํ ด๎ ค. นิสัยประจาของคนสํวนมากในสงั คม เฉลย ข ข้อท่ี 47 ข๎อใดกลําวผดิ จากความเปน็ จรงิ ก. รูปราํ งหนา๎ ตาจัดเปน็ บคุ ลิกภาพภายนอก ข. บคุ ลิกภาพของบุคคล จดั เป็นสง่ิ ตายตัว ค. อุปนสิ ัยใจคอ ที่มองไมเํ ห็นจดั เป็นบุคลิกภาพภายใน ง. บคุ ลิกภาพเปน็ สิง่ ทสี่ ามารถเรยี นรู๎ พฒั นา และเปลยี่ นแปลงใหด๎ ขี น้ึ ได๎ เฉลย ข ข. ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงได๎ ง. เปน็ สิ่งตายตวั เปลีย่ นแปลงไดย๎ าก ขอ้ ที่ 48 ขอ๎ ใดกลําวถงึ ลกั ษณะของบุคลิกภาพได๎ถูกต๎อง ก. มองเห็นได๎ด๎วยตาเปลาํ ค. ตดิ ตวั มาตง้ั แตํเกิด เฉลย ข ข้อที่ 49 ลกั ษณะของผู๎ท่ีมบี ุคลกิ ภาพที่ดคี วรเป็นอยํางไร ก. เรียนเกํง ข. มรี ปู รํางหน๎าตาดี ค. เปน็ ทีย่ อมรบั นบั ถอื ของคนในสงั คม ง. มลี กู น๎องมาของพึง่ พาบารมเี ยอะ เฉลย ค ขอ้ ที่ 50 ข๎อใดไมํใชปํ ระโยชน์ของการมีบุคลิกภาพท่ดี ี ก. ได๎รับการยอมรบั นับถือ ข. มคี วามคดิ และเจตคติท่ดี ี ค. เป็นผ๎ทู ม่ี คี วามร๎ู ร๎ูจกั วางตัวที่เหมาะสม ง. ฐานะ ชาติกาเนดิ เฉลย ง

ขอ้ ที่ 51 สุดา สญู เสียบคุ คลอนั เป็นทร่ี ักใครํ แตํยังสามารถควบคุมอารมณไ์ ด๎อยํางเหมาะสม แสดงวําการ สดุ า ปฏิบตั ติ นไดต๎ ามลักษณะของผู๎ทม่ี ีบุคลิกภาพท่ีดีไดต๎ ามข๎อใด ก. รบั รเู๎ ข๎าใจสภาพความเป็นจริงอยํางถูกต๎อง ข. แสดงอารมณ์ในเวลาและขอบเขตท่ีเหมาะสม ค. มคี วามสามารถสร๎างความสมั พันธ์ในสังคม ง. มีความสามารถในการพฒั นาตนเอง เฉลย ข ขอ้ ที่ 52 ขอ๎ ใดกลาํ วผดิ เกย่ี วกับวธิ กี ารสรา๎ งบคุ ลิกภาพทด่ี ี ก. ไมํสนใจคนรอบขา๎ ง มีความเป็นตวั ของตวั เองสูง ข. รจ๎ู กั ทาตวั ใหเ๎ ขา๎ กับบคุ คล สถานที่ และเวลา ค. สามารถควบคมุ ทาํ ทางของตนเองได๎เป็นอยํางดี ง. พรอ๎ มเผชญิ กบั เหตุการณ์ไดท๎ ุกสถานการณ์ เฉลย ก ข๎อ 53 ขอ๎ ใดกลําวถกู ต๎องเก่ียวกบั การการแตํงกายเพื่อปรับบุคลกิ ภาพของผ๎หู ญิงใหเ๎ หมาะสม ก. สวมใสเํ ส้อื ไมมํ ีแขนไปทางาน ข. สวมใสํเสื้อสีเข๎ม ลวดลายสะดดุ ตา ค. กระโปรงยาวระดบั เขําหรือคลุมเขํา ง. สวมใสํตามแฟชัน่ สมัยนยิ ม เฉลย ง ขอ๎ 54 ใครมีการพัฒนาบุคลกิ ภาพทางกายท่ีเหมาะสมท่สี ดุ ก. นํุน ซือ้ ยาลดความอ๎วนมารบั ประทาน ข. พร้ิง กีด้ ัดฟนั เพราะจะได๎ทันสมัยเหมอื นเพ่ือน ๆ ค. อม้ั เสริมจมกู เพือ่ สร๎างความมนั่ ใจให๎ตวั เอง ง. ตกุ๏ ก้ี ออกกาลังกายสมา่ เสมอและรับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ เฉลย ง ขอ๎ 55 ขอ๎ ใดกลาํ วผิดเกี่ยวกับการรักษาสขุ ภาพอนามยั เพ่ือพฒั นาบุคลกิ ภาพ ก. พกั ผอํ นนอนหลับให๎เพียงพอ ข. รักษาอารมณใ์ หส๎ ดชื่นแจํมใสอยูํเสมอ ค. แตํงตวั ให๎กบั ถูกกาลเทศะ ง. รับประทานอาหารทีด่ มี ปี ระโยชน์ เฉลย ค คา่ ข้อที่ 56 ข๎อใดเปน็ การพัฒนาบคุ ลิกภาพด๎านการดูแลรํางกาย ก. การใสํเครอื่ งประดับเพื่อเสริมการแตํงกาย

ข. การควบคมุ อารมณ์ให๎เหมาะสม ค. รกั ษาความสะอาดในชํองปากและฟนั ง. การมีความรับผดิ ชอบในการทางาน เฉลย ค ข้อท่ี 57 การรกั ษากลิ่นตัวจัดเปน็ แนวทางการพัฒนาบคุ ลิกภาพในด๎านใด ก. การแตํงกาย ข. การดแู ลราํ งกาย ค. อารมณ์ ง. สงั คม เฉลย ข ขอ้ ที่ 58 การแตํงกายสาหรับงานสงั คมแบบ informal สาหรบั ชายเปน็ แบบใด ก. กางเกงยีน เสอื้ เชติ้ รองเท๎าผ๎าใบ ข. แจ๏กเกต๏ กับกางเกงผา๎ ธรรมดา ข๎างในเปน็ เสื้อเชิต้ โปโล รองเทา๎ หนัง ค. ชดุ สูทหรือเสื้อแขนยาวผกู ไท รองเท๎าหนงั เข็มขดั หนงั ง. ชดุ ทักซโิ ด๎สีดา เนคไทหกู ระตํายสดี า คาดเอวสดี า รองเท๎าหนงั สดี าผูกเชือก เฉลย ข ข้อที่ 59 ข๎อใดไมํเก่ียวข๎องกับการพฒั นาเพือ่ เสริมสรา๎ งบุคลิกลกั ษณะ ก. การแตงํ กายที่สุภาพเรยี บรอ๎ ย ข. การพูดท่ีมีเหตุผล สุภาพเรยี บร๎อยนาํ ประทบั ใจ ค. การเดนิ ตวั ตรง อกผายไหลบํผ่งึ ทําทางท่ีสงําผาํ เผย ง. การคิด ตดั สนิ ใจและทาอะไรตามใจตวั เองไมํสนใจคนรอบขา๎ ง เฉลย ง ขอ้ ที่ 60 เพราะเหตใุ ดการแตํงกายจึงควรคานึงถงึ เปน็ อนั ดับแรกในการพฒั นาบุคลกิ ภาพ ยกเว๎น ก. ให๎เกยี รตเิ จา๎ ภาพของงาน ข. เป็นทปี่ ระทบั ใจของผู๎พบเหน็ ค. แสดงถงึ การมฐี านะ ความมั่งมี ง. เปน็ มารยาททวั่ ไปท่ีทุกคนต๎องร๎ูและปฏบิ ัติ เฉลย ค บัตรข้อสอบ ข้อท่ี 1. . ผลงานศิลปะในขอ้ ใดจดั อยใู่ นสาขาทศั นศิลป์ ท้งั หมด ก. จิตรกรรม ประติมากรรม วรรณกรรม ข. ภาพถ่าย สื่อประสม ประติมากรรม

ค. ภาพพมิ พ์ นาฏศิลป์ จิตรกรรม ง. การละคร ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย เฉลย ข. ข้อที่ 2. จิตรกร(Artist)หมายถึง ผสู้ ร้างสรรคผ์ ลงานประเภทใด ก. ประติมากรรม ข. จิตรกรรม ค. สถาปัตยกรรม ง. วรรณกรรม เฉลย ข. ข้อท่ี 3. ช่างป้ัน แกะสลกั และช่างหล่อ หมายถึง บุคคลในขอ้ ใด ก. จิตรกร ข. ประติมากร ค. สถาปนิก ง. กรรมกร เฉลย ข. ข้อที่ 4. ผอู้ อกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ หมายถึง บุคคลในขอ้ ใด ก. จิตรกร ข. ประติมากร ค. สถาปนิก ง.มณั ฑนาการ เฉลย ค. ข้อที่ 5. ขอ้ ใดไม่ใช่งานศิลปะ ก. ความสวยงามของน้าตก ข. การสร้างรูปเคารพ ค. การเขียนภาพเหมือน ง. การออกแบบรถยนตร์ ุ่นใหม่ เฉลย ก. ข้อที่ 6. . ศิลปหตั ถกรรมพ้ืนบา้ นในขอ้ ใดจดั เป็ นงานจิตรกรรม ก. ลวดลายบนดา้ มกริช ข. ลวดลายบนกระตา่ ยขดู มะพร้าว ค. ลวดลายบนเรือกอและ ง. ลวดลายบนเทียนพรรษา เฉลย ค. ข้อที่ 7. งานออกแบบที่รูปแบบสามารถสื่อความหมายใหผ้ พู้ บเห็นมีความเขา้ ใจตรงกนั โดยไม่จาเป็นตอ้ งมีคาบรรยายประกอบคือ อะไร

ก. การออกแบบสิ่งพิมพ์ ข. การออกแบบสญั ลกั ษณ์ ค. การออกแบบเครื่องแต่งกาย ง. การออกแบบตกแตง่ หนา้ ร้าน เฉลย ข. ข้อที่ 8. ขอ้ ใดเป็ นสีตรงขา้ ม ก. สมศรีใส่เส้ือสีแดง กระโปงสีมว่ ง ข. สมชายใส่เส้ือสีเหลือง กางเกงสีน้าเงิน ค. สมหมายผกู เนคไทสีน้าเงิน ใส่เส้ือสีสม้ ง. สมรักสวมนวมสีดา ใส่เส้ือกลา้ มสีเหลือง เฉลย ค. ข้อท่ี 9. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ี คือ งานประติมากรรม ก. รูปป้ันพระบรมรูปทรงมา้ ข. รูปป้ันหลวงป่ ูทวดวดั ชา้ งให้ ค. พระประธานในอุโบสถ ง. รูปป้ันนางเงือกริมหาดสมิหลา จ.สงขลา เฉลย ค. ข้อท่ี 10. . สีข้นั ท่ี2(Secondary Cooler) คือ สีขอ้ ใด ก. สม้ ชมพู เขียว ข. ชมพู ฟ้ า ขาว ค. เขียว แดง เหลือง ง. สม้ มว่ ง เขียว เฉลย ง. ข้อที่ 11. . การออกแบบเครื่องแตง่ กาย จดั วา่ เป็ นงานออกแบบประเภทใด ก. ออกแบบตกแตง่ ข. ออกแบบผลิตภณั ฑ์ ค. อออกแบพาณิชยศ์ ิลป์ ง. ออกแบบสญั ลกั ษณ์ส่ือความหมาย เฉลย ข. ข้อท่ี 12. คากลา่ วตอ่ ไปน้ี ขอ้ ใดเป็ นจริงและเหมาะสมที่สุด ก. ผลงานของคนปัญญาอ่อน ไมจ่ ดั วา่ เป็นผลงานศิลปะ ข. ผลงานศิลปะจากคนปัญญาอ่อน อาจมีคุณคา่ มากกวา่ ผใู้ ด ค. จินตนาการจากโลกมืด (คนตาบอด) เป็นจินตนาการท่ีไมส่ มบูรณ์ ง. ผลงานของศิลปิ นที่วาดภาพดว้ ยเทา้ มีคุณค่ามากกวา่ ศิลปิ นท่ีวาดภาพดว้ ยมือ เฉลย ข. ข้อที่ 13. การออกแบบส่ิงของเครื่องใช้ ในชีวติ ประจาวนั หมายถึง การออกแบบขอ้ ใด ก. การออกแบบพาณิชยศิลป์ ข. การออกแบบหุ่นจาลอง ค. การออกแบบผลิตภณั ฑ์ ง. การออกแบบส่ิงพิมพ์

เฉลย ค. ข้อที่ 14. ภาพเขียนขนาดใหญ่ ส่วนมากเขียนดว้ ยสีฝ่ นุ หรือ สีเฟรสโก (Fresco) คือภาพอะไร ก. ภาพผนงั ข.ภาพคนเตม็ ตวั ค. ภาพทิวทศั น์ ง. ภาพอาคารส่ิงก่อสร้าง เฉลย ก. ข้อท่ี 15. รูปป้ัน แกะสลกั และหลอ่ ที่เป็ นรูปเคารพทางศาสนาโดยทว่ั ไปหมายถึง พระพทุ ธรูป คือขอ้ ใด ก. ประติมากรรม ข. ปฏิมากรรม ค. ปฏิมากร ง. ประติมากรรม และปฏิมากรรม เฉลย ข. ข้อที่ 16. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ลกั ษณะของผทู้ ่ีมคี วามคิดสร้างสรรคส์ ูง ก. มีอิสระทางความคิด ข. มีความไวต่อการรับรู้ ค. เป็ นคนใจกวา้ งมองโลกในแง่ดี ง. มีความสามารถในการวเิ คราะห์ปัญหาเฉพาะเร่ืองที่สร้างสรรค์ เฉลย ง. ข้อท่ี 17. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ งท่ีสุด? ก. ศิลปะ คือ ส่ิงท่ีสวยงามสุด ข. ภาพถา่ ยของธรรมชาติท่ีสวยงาม ค. ศิลปะ คือความงามท่ีไดจ้ ากธรรมชาติที่สวยงาม ง. ศิลปะ คือ สิ่งท่ีมนุษยส์ ร้างข้ึนมาเพอื่ ความพึงพอใจ เฉลย ข. ข้อท่ี 18. ศิลปะไทย เป็ นศิลปะที่จดั อยใู่ นประเภทใด ก. ศิลปะแบบธรรมชาติ ข. ศิลปะแบบนามธรรม ค. ศิลปะแบบสมยั เก่า ง. ศิลปะแบบอุดมคติ เฉลย ง. ข้อที่ 19. บานประตูแกะสลกั ที่งามท่ีสุดสมยั รัตนโกสินทร์อยทู่ ่ีใด? ก. วดั พระแกว้ ข.วดั บวรนิเวศ

ค. วดั สุทศั น์เทพวราราม ง. วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลาราม เฉลย ค. ข้อที่ 20. รูปภาพมนุษย์ ในงานจิตรกรรมไทย มีการกาหนดสีตามฐานะ และความสาคญั ของรูปแบบใหแ้ ตกตา่ งออกไป ผวิ ของ คนท่ีมบี านะช้นั สูงใชส้ ีในขอ้ ใด ก. สีทอง ข. สีขาว ค. สีขาวนวล ง. สีน้าตาลออ่ น เฉลย ค. ข้อที่ 21. ศิลปะหมายถึง ฝี มือการช่าง การแสดงใหป้ รากฏข้ึนอยา่ งงดงามน่าพงึ ชม และเกิดความสะเทือนใจ ผใู้ หค้ วามหมาย คือใคร ก. อาริสโตเติล ข. ดอลสตอย ค. ศาสตราจารยศ์ ิลปะ พรี ะศรี ง. พจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตสถานฯ เฉลย ง. ข้อที่ 22. เคร่ืองดนตรีในขอ้ ใดท่ีไม่นามาบรรเลงในวงโยธวาทิต ก. ทรัมเป็ ท ข. เปี ยโน ค. ออร์แกน ง. เชซโล เฉลย ข ข้อท่ี 23. วงดนตรีประเภทสตริง สมยั นิยมในปัจจุบนั มเี คร่ืองดนตรีหลกั ในวง คือเคร่ืองดนตรีประเภทใด ก. แอคคอร์เดียน ออร์แกน ข. เปี ยโน ไวโอลิน ค. ทรอมโบน แซกโซโฟน ทูบา ง. กีตา้ ร์ไฟฟ้ า เบส กลอง เฉลย ง. ข้อท่ี 24. วงดนตรีลูกทุ่งไม่นิยมนาเคร่ืองดนตรีชนิดใดมาบรรเลงในวง ก. ทรัมเป็ ท ข. กีตาร์ ค. แซกโซโฟน ง. เชลโล

เฉลย ง. ข้อที่ 25. เครื่องดนตรีชนิดใดเม่ือเลน่ เสร็จแลว้ ควรลดสายใหห้ ยอ่ นลง ก. ไวโอลิน ข. ทรอมโบน ค. ทรัมเปท ง. กลองใหญ่ เฉลย ก. ค. 6 ง. 7 ข้อท่ี 26. ดนตรีสากลแบ่งเป็นกี่ประเภท ก. 4 ข. 5 เฉลย ค. ข้อท่ี 27. ขอ้ ใดที่ไมใ่ ช่เพลงท่ีบรรเลงโดยวงออร์เคสตร้า ก. ซิมโฟนี่ ข. คอนเซอร์โต ค. เพลงเบด็ เตลด็ ง. โชนาตา เฉลย ง. ข้อที่ 28. ขอ้ ใดไมใ่ ช่เครื่องดนตรีสากลประเภทสาย ก. กีตาร์ ข. ไวโอลิน ค. ฟลตู ง. แบนโจ เฉลย ค. ค. ตี ง. เป่ า ข้อท่ี 29. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประเภทของเครื่องดนตรีสากล ก. ดีด ข. เคาะ เฉลย ข. ข้อที่ 30. ขอ้ ใดไมใ่ ช่คุณประโยชน์ของเคร่ืองดนตรีที่มีตอ่ มนุษย์ ก. เป็ นเครื่องบาบดั ความเครียด ข. สร้างสมาธิ ค. กลอ่ มเกลาจิตใจใหส้ ุขมุ ง. เกิดความวติ กกงั วล หวาดหลวั

เฉลย ง. ข้อท่ี 31. ขอ้ ใดเป็ นองคป์ ระกอบของดนตรีสากล เฉลย ง. เฉลย ก. ก. เสียง เฉลย ก. ข. ทานอง ค. จงั หวะ ง. ถูกทุกขอ้ ข้อท่ี 32. ขอ้ ใดไม่ใช่เครื่องดนตรีประเภทเป่ า ก. วโิ อลา ข. แซกโซโฟน ค. ทรัมเป็ ต ง. ทรอมโบน ข้อที่ 33. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ตอ้ ง ก. ดนตรีเป็ นส่ือทางอารมณ์ที่สมั ผสั ไดด้ ว้ ยตาเพียงอยา่ งเดียว ข. ดนตรีเป็ นส่วนหน่ึงของวฒั นธรรม ค. ดนตรีเป็ นเรื่องของสุนทรียศาสตร์วา่ ดว้ ยความไพเราะ ง. ดนตรีเป็ นเรื่องของการแสดงออกทางอารมณ์ ข้อท่ี 34. ขอ้ ใดจุดกาเนินของดนตรีคลาสสิก ก. ดนตรียคุ เรเนสซองส์ ข. ดนตรียคุ บาโรค ค. ดนตรียคุ กลาง ง. ดนตรียคุ คลาสสิก เฉลย ค. ข้อท่ี 35. ยคุ ใดมีการเปล่ียนแปลง กฎเกณฑ์ แบบแผน รูปแบบและหลกั ในการเลน่ ดนตรีมากที่สุด ก. ยคุ กลาง ข. ยคุ คลาสสิก

ค. ยคุ เรเนสซองส์ ง. ยคุ บาโรค เฉลย ข. ข้อที่ 36. นาฎยศพั ท์ คือ ศพั ทท์ ี่ใชเ้ ก่ียวกบั ท่ารา การยกแขนใหไ้ ดส้ ่วนยกสูง ต้งั ขอ้ มือ ฝ่ ามือเหยยี ดตรงท้งั ส่ีนิ้ว นิ้วหวั แม่มืองอเขา้ หาฝ่ า มือเลก็ นอ้ ย หกั ขอ้ มือเขา้ หาลาแขน หมายถึงขอ้ ใด ก. กนั วง ข. ต้งั วง ค. จีบหงาย ง. จีบวง เฉลย ข. ข้อท่ี 37. ภาษาทางนาฏศิลป์ ใชเ้ รียกการแสดงท่าทางในการพดู ของตวั ละครวา่ อยา่ งไร ก.นาฏยศพั ท์ ข.การตีบท ค.บทของละคร ง.ภาษาของการแสดง เฉลย ข. ข้อท่ี 38. การละครที่ใชผ้ แู้ สดงเป็นชายลว้ น และมีตวั แสดงเพยี ง 3 ตวั คือละครในขอ้ ใด ก.ละครใน ข.ละครนอก ค.ละครชาตรี ง.ละครดึกดาบรรพ์ เฉลย ข. ข้อที่ 39. ตน้ กาเนิดของการแสดงละคร มาจากอะไร ก.การสวดออ้ นวอน ข.การร้องเพลงพ้ืนบา้ น ค.การร่ายราบูชาเทพเจา้ ง.การแสดงทางศาสนา เฉลย ค. ข้อที่ 40. บอ้ งไฟ คือการละเลน่ พ้ืนเมืองของภาคใด ก.เหนือ ข.กลาง ค.อีสาน ง.ใต้ เฉลย ค. ข้อที่ 41. ละครอปุ รากร หรือละครโอเปร่า (Opera) เร่ืองแรก คือขอ้ ใด ก. แอคเตอรื (Actoe) ข. ลิเทอร์จิคลั ดรามา่ (Liturgical Drama) ค. โอเปร่า (Opera) ง. ดาฟเน่ (Dafne) เฉลย ง. ข้อที่ 42. แสดงเหตุการณ์แปลกจากอดีตมาก โดยแยกอดีตจากปัจจบุ นั ตอ้ งการช้ีแนะใหค้ นพจิ ารณาและ วจิ ารณ์และตดั สินใจอยา่ งมี เหตผุ ล คือละครแบบใด ก. เซอเรียลิสม์ ข. แอ๊ปเสิร์ด ค. เอกซ์เพรสชน่ั นิสม์ ง. เอพิค เฉลย ง. ข้อท่ี 43. ไทรบุรี เป็ นเมืองท่ีมีการแสดงละครในขอ้ ใดคร้ังแรก ก. ละครใน ข. ละครนอก ค. ละครเสภา ง. ละครร้อง

เฉลย ง ข้อท่ี 44. ละครพดู มลี กั ษณะพิเศษทางการแสดงอยา่ งไร ก. ตวั ละครพดู แทนคาบรรยายตลอดเรื่อง ข. ตวั ละครพดู สลบั คาบรรยายตลอดเร่ือง ค. ตวั ละครนึกคดิ อะไรอยใู่ นใจ จะพดู สมมติวา่ ไมม่ ีใครไดย้ นิ ง. ตวั ละครนึกคิดอะไรอยใู่ นใจ จะแสดงที่สีหนา้ และท่าทางประกอบ เฉลย ค. ข้อที่ 45. ขอ้ ใดกลา่ วถึงความหมายของลีลาศไดถ้ กู ตอ้ งท่ีสุด ก. ท่าทางอนั งาม การเย้อื งกราย ข.เย้อื งกราย เดินนวยนาด ค.เคล่ือนที่ไปโดยมีระยะกา้ วตามกาหนดใหเ้ ขา้ กบั จงั หวะดนตรี ง.ถูกทุกขอ้ ที่กล่าวมาแลว้ เฉลย ง. ข้อท่ี 46. ใครคือผบู้ ญั ญตั ิศพั ทค์ าวา่ ลีลาศ ก.กรมหม่ืนนราธิปพงศป์ ระพนั ธ์ ข.กรมพระยาดารงราชานุภาพ ค.กรมพระยาธรรมศกั ด์ิมนตรี ง.กรมหมื่นสุริยานฤนาท เฉลย ก. ข้อที่ 47. ความม่งุ หมายของการลีลาศในขอ้ ใดที่มีผลทาใหค้ นปรับตวั และอยใู่ นสงั คมไดเ้ ป็นอยา่ งดี ก.เพ่ือใหร้ ู้จกั การเป็ นผนู้ าและผตู้ ามที่ดี ข.เพื่อใหร้ ู้จกั วธิ ีการของลีลาศตลอดจนมารยาทตา่ ง ๆ ค.เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นระหวา่ งหมคู่ ณะ ง.เพอ่ื ใหไ้ ดร้ บั ความสนุกสนานเป็ นการผอ่ นคลายความตึงเครียดท้งั ร่างกายและจิตใจ เฉลย ข. ข้อที่ 48. ความสาคญั ของการลีลาศในขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ ูกตอ้ งที่สุด ก.เป็ นการฝึ กความเป็ นผนู้ าและผตู้ ามที่ดี ข.เป็นการแลกเปล่ียนความคิดเห็นซ่ึงกนั และกนั ค.เป็นการมอมเมาเอาเปรียบคู่เตน้ ราเพอ่ื กามรมย์ ง.เป็ นกิจกรรมทางสงั คมซ่ึงเป็นท่ียอมรับกนั ทวั่ โลก

เฉลย ง. ข้อท่ี 49. ขอ้ ใดกล่าวถึงประโยชนข์ องการลีลาศไดถ้ กู ตอ้ งที่สุด ? ก.เป็ นหวั ใจของงานรื่นเริงและเพม่ิ ความมน่ั ใจในตนเอง ข.กิจกรรมเขา้ จงั หวะและ ยอมรับขอ้ บกพร่องของตนและผอู้ ่ืน ค.มีสมรรถภาพทางกายดี มีสมั พนั ธ์มิติกวา้ งขวางข้ึน อยไู่ ดท้ ุกสงั คม ง.เป็ นกิจกรรมทางสงั คมผอ่ นคลายความตึงเครียด สนองความตอ้ งการมาก เฉลย ค. ข้อที่ 50. การเตน้ ราของชาวอิยปิ ตท์ ี่จดั ในงานพิธีศพหรือการขอบคุณพระเจา้ ทางการเกษตรจดั อยใู่ นยคุ สมยั ใด ? ก.ยคุ กลาง ข.ยคุ โบราณ ค.ยคุ โรแมนติค ง.ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ เฉลย ข. ข้อที่ 51. ศิลปะการเตน้ ราท่ีไดต้ น้ แบบมาจากภาพวาดบนผนงั ถ้าจดั อยใู่ นยดุ ใด ? ก.ยคุ กลาง ข.ยคุ โบราณ ค.ยคุ โรแมนติค ง.ยคุ ก่อนประวตั ิศาสตร์ เฉลย ง. ข้อท่ี 52. การเตน้ ราจงั หวะใดที่ไมจ่ ดั วา่ เป็นการลีลาศ? ก.ทวสิ ต์ ข.อโกโก้ ค.แทงโก้ ง.ควกิ๊ สเตป เฉลย ข. ข้อท่ี 53. การเดินอยา่ งไรที่มีผลตอ่ เนื่องใหก้ ารเดินลีลาศผิดพลาดได้ ? ก.การเดินเทา้ ห่าง ข.การเดินเข่ากระทบกนั ค.การเดินปลายเทา้ แบะออก ง.ถกู ทุกขอ้ ที่กล่าวมาแลว้ เฉลย ง. ข้อที่ 54. การฝึ กเตน้ ลีลาศมีผลทาใหเ้ กิดในขอ้ ใดมากที่สุด? ก.ลีลาสง่างาม ทรวดทรงสมส่วน ข.ผวิ พรรณสะอาดสดชื่นแจ่มใส ค.บุคลิกภาพดีมีความกระฉบั กระเฉง

ง.อายยุ นื ยาว เขา้ สงั คมดีมีวนิ ยั ในตนเอง เฉลย ก. ข้อท่ี 55. การเดินแบบลีลาศหมายถึงการใชไ้ หลเ่ ทา้ และสะโพกใหส้ มั พนั ธก์ นั ขอ้ ใดกลา่ วไดถ้ ูกตอ้ งท่ีสุด ? ก.กา้ วเทา้ ซา้ ยไปขา้ งหนา้ พร้อมกบั บิดไหลข่ วาไปขา้ งหนา้ ข.กา้ วเทา้ ขวาไปขา้ งหนา้ พร้อมกบั บิดไหล่ขวาไปขา้ งหนา้ ค.กา้ วเทา้ ซา้ ยไปขา้ งหลงั พร้อมกบั บิดไหลซ่ า้ ยไปขา้ งหลงั ง.กา้ วเทา้ ขวาไปขา้ งหลงั พร้อมกบั บิดไหลข่ วาไปขา้ งหลงั เฉลย ก. ข้อที่ 56. การกา้ ว 3 กา้ วน้ีเรียกวา่ 1 Walk ส่วนส่งไปจงั หวะท่ี 4 น้นั ใหง้ อเขา่ โดยการเขยง่ สน้ เทา้ ข้ึนจะเดิน ไปหนา้ หรือถอย หลงั ก็ได้ เป็นลีลาศจงั หวะใด ก.บีกิน ข.วอลซ์ ค.รุมบา้ ง.ชะชะช่า เฉลย ก. ข้อท่ี 57. ฝ่ ายหญิง จงั หวะที่ 1 ถอยเทา้ ขวาไปหลงั ตรง ๆ จงั หวะที่ 2 ถอยเทา้ ซา้ ยแยกไปวางทางซา้ ยในระดบั เดียวกบั เทา้ ขวา จงั หวะที่ 3 กา้ วเทา้ ขวามาชิดเทา้ ซา้ ย จงั หวะ 4 - 5 - 6เหมือนเดิมแตใ่ นทางตรงขา้ มกนั เป็นการเตน้ ในจงั หวะใด ก.แทงโก้ ข.รุมบา้ ค.วอลซ์ ง.บีกิน เฉลย ค. ข้อท่ี 58. การใหส้ ญั ญาณมือ ถา้ จะใหห้ ญิงมาทางซา้ ยมือของชาย ฝ่ ายชายตอ้ งทาอยา่ งไร ? ก.กดนิ้วท้งั ส่ีไปทางซา้ ย ข.กดสนั มือมาทางซา้ ย ค.กดฝ่ ามือเขา้ มา ง.ใหอ้ อกแรงกดลงดว้ ยปลายนิ้ว เฉลย ก. ข้อท่ี 59. ถา้ ตอ้ งการใหห้ ญิงหมุนขวา ชายควรใหส้ ญั ญาณอยา่ งไร ? ก.บีบมือขวาคู่ แลว้ ยกลาตวั ข้ึน ข.ยกมือขวาของหญิงข้ึนแลว้ ใชม้ ือขวากดที่ขา้ งลาตวั ค.แตะมือขวาแลว้ ยกข้ึนหรือผลกั มือขวาช่วย ง.อกแรงกดลงดว้ ยปลายนิ้วมือขวา เฉลย ข.

ข้อท่ี 60. .การเตน้ ลีลาศจงั หวะใดที่มีลกั ษณะคลา้ ยจงั หวะวอลซ์แตเ่ สียงดนตรีไมเ่ หมือนกนั ตน้ กาเนิดจากประเทศคิวบา ก.รุมบา้ ข.แทงโก้ ค.วอลซ์ ง.ตลุง เฉลย ก. บัตรข้อสอบกลางภาควชิ าสังคม.ม.ปลาย ก. ประชาชนมสี วํ นรวํ ม ข. ทาเปน็ กระบวนการและประเมนิ ผลอยาํ งตํอเนื่อง ค. ยึดประชาชนเปน็ หลักในการพัฒนา ง. พฒั นาทุกดา๎ นไปพรอ๎ มๆกันอยาํ งรวบรัดและเรํงรีบ เฉลย ง 2. แนวทางในการพฒั นาตนเองอันดบั แรกคืออะไร ก. ปลุกใจตนเอง ข. สารวจตนเอง ค. ลงมือพัฒนาตนเอง ง. ปลกู คุณสมบตั ทิ ่ีดงี าม เฉลย ข 3. กจิ กรรมใดเป็นกจิ กรรมระดบั ประเทศ ก. การสมั มนา ข. การสารวจประชาสมติ ค. การประชมุ กลํุมยํอย ง. การจดั ทาเวทีประชาคม เฉลย ข 4. ขอ๎ ใดเป็นบทบาททส่ี าคญั ท่สี ุดของประชาชนในการดูแลชมุ ชน ก. เขา๎ รํวมประชมุ ทุกครั้ง ข. แสดงความเห็นในการประชมุ ค. เห็นคลอ๎ ยตามผ๎ูนาทกุ เร่ือง ง. ทากจิ กรรมพฒั นาชมุ ชนรํวมกนั ทุกคร้ัง

เฉลย ก 5. สถาบนั ใดท่ีมีสํวนสาคัญเป็นลาดบั แรกป้องกันไมํใหเ๎ กดิ ปัญหาสังคม ก. สถาบันการเงนิ ข. สถาบนั ศาสนา ค. สถาบันครอบครวั ง. สถาบนั การศกึ ษา เฉลย ค 6.ข๎อใดคอื การรวมตัวของสมาชกิ ในชมุ ชนเพื่อรํวมกันทากจิ กรรมตํางๆ ในชุมชน ดว๎ ยตนเอง ก. เวทีประชาคม ข. การทาประชาพิจารณ์ ค. การเลือกต้ัง ง. การเขียนโครงการ เฉลย ก 7. ข๎อใดคือประโยชน์ของการทาข๎อมลู การพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม ก. เพ่อื เปน็ แนวทางในการพัฒนาด๎านตาํ งๆ ข. เพอ่ื ใหช๎ ุมชนยกยํอง ค. เพอ่ื ใช๎ในการตดั สินใจ ง. ถูกทงั้ ข๎อ ก. และ ขอ๎ ค. เฉลย ง 8.ขอ๎ ใดเป็นขอ๎ มูลที่เกี่ยวข๎องกบั การพัฒนาชมุ ชน ก. ข๎อมูลด๎านครอบครวั ข. ขอ๎ มลู ดา๎ นสังคม ค. ขอ๎ มูลด๎านเศรษฐกจิ ง. ขอ๎ มูลด๎านครอบครัว เฉลย ข 9.ข๎อใดไมใํ ชํเทคนคิ การเก็บรวบรวมขอ๎ มลู ในชมุ ชน ก. อธิบาย ข. สังเกต ค. สมั ภาษณ์ ง. สนทนากลมุํ เฉลย ก 10.ขอ๎ ใดเป็นการมสี วํ นรวํ มในการวิเคราะห์ข๎อมลู ชุมชน ก.แดงอธบิ ายขอ๎ มลู ครอบครวั

ข. ดาสังเกตการเปลยี่ นแปลงของชมุ ชน ค. ขาวสมั ภาษณเ์ พื่อนบา๎ น ง. เหลอื งสนทนากลมํุ เฉลย ค 11.วตั ถุประสงค์ของการทาประชาพจิ ารณ์คอื ขอ๎ ใด ก. ตอบสนองความต๎องการของผบู๎ ริหาร ข. ให๎เกิดความคดิ รวบยอดในการปฏิบตั งิ าน ค. ป้องกนั การประท๎วงของผเู๎ สยี ประโยชน์ ง. รวบรวมความคดิ เห็นของผเู๎ ก่ียวข๎อง เฉลย ข 12. องค์ประกอบหลกั ของขัน้ ตอนการทาประชาพิจารณ์มกี ี่ขนั้ ตอน จ. 7 ขน้ั ตอน ฉ. 8 ขัน้ ตอน ช. 9 ขน้ั ตอน ซ. 10 ขั้นตอน เฉลย ค 13. ข๎อใดไมํไชํขน้ั ตอนการเตรยี มการทาแผนชมุ ชน จ. ขั้นเตรียมการ ฉ. ขนั้ พสิ ูตรหลกั ฐาน ช. ขั้นดาเนินการ ซ. ขนั้ สรปุ ผล เฉลย ข 14. ข๎อใดบํงบอกถึงความสาเรจ็ ของโครงการ ก. การประเมินโครงการ ข. ตัวช้วี ัดผลสาเร็จของโครงการ ค. การสรปุ ผลและรายงานโครงการ ง. วตั ถุประสงค์ของโครงการ เฉลย ค 15. ขอ๎ ใดเปน็ วิธีการเขียนรายงานผลการดาเนินงานท่ถี กู ต๎อง ก. ถกู ตอ๎ ง กระชบั รดั กมุ ชดั เจนและสละสลวย ข. เขียนบรรยายรายละเอียดให๎มากท่สี ุด ค. เขียนใหเ๎ ปน็ ภาษาวิชาการมากๆ ง. เขยี นโดยแบํงเปน็ ข๎อยํอยๆ เฉลย ก 16. หลักการของการพฒั นาชุมชนมจี ุดประสงคเพ่ือสรางสรรคความเจรญิ ในดานใด

ก. ดานเศรษฐกิจ เฉลย ข ข. ดานสังคม ค. ดานการเมอื ง ง. ทั้ง 3 ดาน 17. ขอใดไมใชหลักการพฒั นาชมุ ชนของกรมพัฒนาชมุ ชน ก. ยึดประชาชนเปนหลกั ในการพฒั นา ข. ตองพัฒนาชมุ ชนทุก ๆดานไปพรอมกัน ค. ปลูกฝงความเชอื่ มน่ั ในตนเองใหกบั ประชาชน ง. การดาเนินงานตองใหสอดคลองกบั นโยบายของรัฐบาล เฉลย ค 18. หลักการดาเนนิ งานตองยืดหยุนได หมายความวาอยางไร ก. ทาตามแผนทีต่ ้ังไว ข. การดาเนนิ งานบางครง้ั สามารถปรับวธิ ีได ค. ตองเปนไปตามสถานการณ และเหตุการณ ง. ไมทาไปตามวตั ถปุ ระสงคของการดาเนนิ งาน เฉลย ข 19. หลกั การดาเนินงานตองยืดหยุนได หมายความวาอยางไร ก. ทาตามแผนท่ีตั้งไว ข. การดาเนินงานบางคร้ังสามารถปรบั วธิ ีได ค. ตองเปนไปตามสถานการณ และเหตุการณ ง. ไมทาไปตามวัตถุประสงคของการดาเนินงาน เฉลย ข

19. การพฒั นาชมุ ชน คืออะไร ก. การทาใหชุมชนนาอยู ข. การทาใหชุมชนมคี วามสุข ค. การทาใหชมุ ชนดีขนึ้ กวาที่เปนอยู ง. ถกู ทุกขอ 20. การพฒั นาชุมชนตองคานึงถึงสิ่งใด ก. คาใชจาย ข. ปญหาทเี่ กิดในชมุ ชน ค. จานวนประชากร ง. ความตองการของประชากร เฉลย ข 21. ขน้ั ตอนในการดาเนินงานพัฒนาชุมชนขั้นตอนแรกคอื ขอใด ก. การตั้งนโยบาย ข. การวเิ คราะหแผน ค. การรวมประชาชนในการประชุม ง. ไมมีขอถกู เฉลย ค 22. เพราะเหตใุ ดการพัฒนาชุมชนจึงตองยึดหลักการของประเพณี ก. เพ่อื ลดปญหาดานความขัดแยง ข. เพ่อื สนบั สนนุ การพฒั นามากย่งิ ข้นึ ค. หลกี เลย่ี งสงิ่ ที่ขัดกับขนบธรรมเนยี มประเพณี ง. ถกู ทุกขอ เฉลย ง 23. การดาเนินงานพฒั นาชุมชนตองใหสอดคลองกับส่ิงใด ก. นโยบายของชาติ ข. ชุมชน ค. กบั หนวยงานของรฐั ง. ไมมีขอถูก เฉลย ข 24. การพัฒนาชมุ ชนไมไดแกไขปญหาในดา๎ นใด ก. การศกึ ษา ข. เศรษฐกิจ ค. ความยากจน

ง. สขุ ภาพอนามัย เฉลย ง 25. หลักในการพฒั นาชุมชนมีกป่ี ระการ ก. 9 ประการ ข. 12 ประการ ค. 11 ประการ ง. 10 ประการ เฉลย ค 26. การเปล่ียนแปลงท่เี กดิ ขน้ึ จากการศึกษาชมุ ชนขอใดกลาวไมถูกตอง ก. การเปลยี่ นแปลงในดานความรู ข. การเปล่ียนแปลงดานทัศนคติ ค. การเปล่ยี นแปลงดานทักษะ ง. การเปลีย่ นแปลงดานจิตใจ เฉลย ง 27. ขอใดไมจดั วาเปนประโยชนของการอภปิ ราย ก. สามารถคนพบผูนาทองถ่นิ ข. เปนสถานท่ใี นการพบปะของคนในชมุ ชน ค. สงเสริมความรวมมอื ของประชาชน ง. กระตุนใหประชาชนทางานอยางมีแบบแผน เฉลย ก 28. ขอใดกลาวถูกตองในการสมั ภาษณ ก. ควรทาตวั ใหผอนคลายเปนธรรมชาติมากทีส่ ดุ ข. ไมควรถามขอละหนง่ึ ครัง้ เทาน้ัน ค. ควรเติมเสรมิ แตงขอมูลที่ไดมาเอง ง. ควรใชเวลาใหนานที่สดุ เพื่อขอมลู ทีม่ ากที่สุด เฉลย ค 29. การใหการศึกษาโดยมุงใหไดผลถึงคนจานวนมากตรงกับขอใด ก. ทางวธิ ีการประชุม ข. ทางการติดตามอยางใกลชดิ ค. ทางวทิ ยุ โทรทศั น หนังสอื พมิ พ ง. ทางการสมั ภาษณ เฉลย ก 30. เปนวธิ กี ารใหการศึกษาแกชาวบานทม่ี ีประโยชนมาก ใชกนั แพรหลายในงาน พัฒนาชมุ ชน

ก. การอภิปราย ข. การสาธติ ค. การจดั นิทรรศการ ง. การเยย่ี มบานและไรนา เฉลย ก ข๎อท่ี 31 ความหมายของการพัฒนาคือข๎อใด จ. ความเจริญขนึ้ หรือการเปลี่ยนแปลงไปในทางท่ีดีขึ้น ฉ. การทาให๎เกิดการเปลย่ี นแปลงจากสภาพหน่ึงไปสสํู ภาพหนึ่งให๎ดีกวาํ เดมิ ช. ผลของการทาให๎เจรญิ ข้ึน หรอื ผลของการเปลย่ี นแปลงท่ีเป็นไปในทางทีด่ ีขึ้น ซ. ถูกทุกข๎อทก่ี ลําว เฉลย ง ข๎อที่ 32 มาสโลว์ ไดแ๎ บงํ ความตอ๎ งการของมนุษย์ไวเ๎ ปน็ ลาดบั ข้ัน ยกเว๎นข๎อใด จ. Social Needs ฉ. Self Development ช. Physiological Needs ซ. Self-Actualization Needs เฉลย ข ข้อที่ 33 นาย ก ทางานวิจยั เร่ืองปัญหายาเสพติดของวัยรุํนในชุมชน โดยใช๎วิธีการสังเกต ดังน้ันข๎อมูลท่ี นาย ก ได๎มาเป็น ข๎อมูลประเภทใด จ. ข๎อมลู ดิบ ฉ. ข๎อมูลทตุ ิยภมู ิ ช. ข๎อมลู ปฐมภมู ิ ซ. ขอ๎ มลู ทั่วไป เฉลย ค ข้อท่ี 34 บุคคลใดต่อไปน้ีปฏบิ ตั ิได้ถูกตอ้ งตามกาละเทศ จ. กานันมาแนะนาให๎แดงปลกู ผกั สวนครัว ฉ. ผ๎ูใหญํลีใสํเส้อื คอกลมเข๎าประชมุ ช. อบต.ดีถูกวําเพราะสํงแผนช๎า ซ. สมหมายนาขยะออกมาเผารมิ ทาง เฉลย ก ขอ๎ ที่ 35 ข๎อใดคือจุดประสงค์ของการจัดเวทีประชาคมในหมํูบา๎ น จ. เพ่ือแลกเปล่ยี นข๎อมลู ฉ. เพอ่ื เป็นการพฒั นาปรับปรงุ ช. เพอ่ื ทราบความก๎าวหนา๎ ของโครงการ

ซ. ถกู ทุกข๎อท่ีกลาํ วมา เฉลย ง ขอ๎ ท่ี 36 บคุ คลใดมีหลักในการพัฒนาตนเองได๎ดีท่สี ุด จ. ฟา้ ทางานไมเํ สร็จจึงบอกเพื่อนวําปว่ ย ฉ. สาใหพ๎ ่ที าการบา๎ นท่ีครูส่ังทกุ ครง้ั ช. แมวอาํ นหนังสือทุกครั้งท่ีพํอวํา ซ. บินตัดไม๎ไผํมาทาถังขยะ เฉลย ง ค่า ขอ๎ ที่ 37 บุคคลใดปฏบิ ัติได๎เหมาะสมท่ีสุด จ. สดุ ใจถูกบงั คบั ให๎เลาํ เรื่องประวัติศาสตร์ ฉ. ชัยยุทธไปเลอื กตั้งผใ๎ู หญํบ๎านมา ช. จงกลไปเวียนเทยี นเพราอยากเจอหนา๎ แฟน ซ. ชาลีท้ิงขยะไว๎หนา๎ ห๎องเพอ่ื นเสมอ เฉลย ข ข๎อท่ี 38 หากตอ๎ งการเก็บรวบรวมขอ๎ มูลสถติ ิ ของหนํวยหนึง่ ซึ่งกาหนดพ้ืนที่และระยะเวลา ควรเก็บรวบรวมขอ๎ มลู สถติ นิ ด้ี ๎วยวิธใี ด จ. วิธสี ารวจ ฉ. วธิ สี ามะโน ช. การสังเกตการณ์ ซ. ข๎อมลู จากทะเบยี น เฉลย ข ขอ๎ ท่ี 39 สมมตวิ าํ เราต๎องการศกึ ษาพฤติกรรมการทางานของเพ่อื นศกึ ษา ควรจะเก็บรวบรวมขอ๎ มูลดว๎ ยวิธีใดจงึ จะ เหมาะสม จ. จากคะแนนสอบ ฉ. การสัมภาษณ์ ช. การสังเกต ซ. การพดู เฉลย ค ขอ๎ 40 ปัจจบุ ันทุกหนวํ ยงานต๎องมีการจดั ทาแผนปฏบิ ัตงิ าน โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพื่ออะไร

จ. วิเคราะห์ความจาเปน็ ฉ. จดั ลาดับความสาคัญ ช. ทราบความก๎าวหนา๎ ของงาน ซ. ถูกทุกข๎อทีก่ ลาํ ว เฉลย ง ข๎อ 41 สาเหตสุ าคัญที่ทาให๎นักพฒั นาลงไปทางานรวํ มกับชุมชนไดอ๎ ยาํ งถกู ต๎อง คือข๎อใด จ. การมีสํวนรํวมของประชาชน ฉ. ความคดิ ริเริม่ ของประชาชน ช. ความตอ๎ งการของชุมชน ซ. ถูกทุกข๎อทกี่ ลาํ วมา เฉลย ง ข๎อ 12 บคุ คลใดตํอไปนี้มภี าวะการเปน็ ผู๎นาท่ดี ี จ. ชัยนาเสนอผลงานทุกครั้งทที่ างานกลมุํ ฉ. ใสถกู เพ่ือนเลือกให๎พูดโต๎วาที ช. ลาไยชวํ ยอธบิ ายเม่ือไหมตอบไมไํ ด๎ ซ. นดิ ชอบเสนอชอ่ื ไรเป็นหวั หนา๎ เฉลย ค ข๎อ 43 ข๎อใดสงิ่ สาคัญในการอยรํู ํวมกนั ในสงั คมอยํางมีความสขุ จ. พฒั นาประเทศ ฉ. พฒั นาสงั คม ช. พัฒนาครอบครวั ซ. พัฒนาทต่ี ัวเอง เฉลย ง ข้อที่ 44 การพฒั นา”บุคลิกภาพ” มีความสาคัญอยํางไร ก. มอี ทิ ธิพลตํอความรูส๎ ึกและอารมณข์ องผ๎ูพบเหน็ ข. จะได๎โชวค์ วามสามารถของตนเอง ค. เปน็ การบงํ บอกความเปน็ ตวั ของตวั เอง ง. เป็นการแสดงออกตามความพึงพอใจ เฉลย ก ข้อท่ี 45 ขอ๎ ใดคือลักษณะของบุคลกิ ภาพภายนอก ข. ความเชอื่ มั่นในตนเอง ก. ความรบั ผิดชอบ ง. ความซอ่ื สัตยส์ ุจริต ค. กริ ิยาทําทาง

เฉลย ค ข้อท่ี 46 บคุ ลกิ ภาพมีความหมายตรงกบั สภาพนิสยั ใด ข. นสิ ยั จาเพาะคน ก. นสิ ยั แบบบรรพบุรษุ ง. นสิ ยั ท่ีเปลยี่ นแปลงไมํได๎ ค. นิสยั ประจาของคนสวํ นมากในสังคม เฉลย ข ข้อที่ 47 ขอ๎ ใดกลาํ วผิดจากความเปน็ จรงิ ก. รปู ราํ งหนา๎ ตาจดั เป็นบคุ ลิกภาพภายนอก ข. บุคลิกภาพของบุคคล จัดเปน็ สง่ิ ตายตัว ค. อปุ นสิ ัยใจคอ ที่มองไมํเห็นจดั เปน็ บุคลิกภาพภายใน ง. บคุ ลกิ ภาพเปน็ ส่ิงทสี่ ามารถเรยี นรู๎ พัฒนา และเปล่ยี นแปลงใหด๎ ีข้ึนได๎ เฉลย ข ข. ปรบั ปรงุ และเปลยี่ นแปลงได๎ ง. เปน็ ส่งิ ตายตัวเปลี่ยนแปลงได๎ยาก ข้อที่ 48 ขอ๎ ใดกลําวถงึ ลกั ษณะของบุคลกิ ภาพได๎ถูกต๎อง ก. มองเห็นได๎ดว๎ ยตาเปลาํ ค. ติดตวั มาตงั้ แตเํ กิด เฉลย ข ข้อท่ี 49 ลกั ษณะของผ๎ูท่ีมีบุคลิกภาพท่ีดีควรเปน็ อยาํ งไร ก. เรียนเกํง ข. มีรูปรํางหนา๎ ตาดี ค. เป็นที่ยอมรับนับถือของคนในสังคม ง. มลี กู นอ๎ งมาของพึ่งพาบารมีเยอะ เฉลย ค ข้อท่ี 50 ข๎อใดไมํใชํประโยชนข์ องการมีบุคลกิ ภาพทดี่ ี ก. ได๎รับการยอมรับ นบั ถือ ข. มีความคดิ และเจตคติที่ดี ค. เป็นผท๎ู ีม่ คี วามร๎ู รจ๎ู ักวางตวั ท่เี หมาะสม ง. ฐานะ ชาตกิ าเนิด

เฉลย ง ข้อที่ 51 สดุ า สูญเสยี บคุ คลอันเปน็ ที่รักใครํ แตํยงั สามารถควบคุมอารมณไ์ ด๎อยาํ งเหมาะสม แสดงวาํ การ สดุ า ปฏบิ ัตติ นได๎ตามลักษณะของผ๎ทู มี่ บี คุ ลกิ ภาพท่ีดีได๎ตามข๎อใด ก. รบั รเ๎ู ขา๎ ใจสภาพความเปน็ จริงอยาํ งถูกต๎อง ข. แสดงอารมณ์ในเวลาและขอบเขตท่เี หมาะสม ค. มีความสามารถสร๎างความสมั พันธ์ในสงั คม ง. มคี วามสามารถในการพฒั นาตนเอง เฉลย ข ข้อท่ี 52 ขอ๎ ใดกลําวผิดเกย่ี วกบั วธิ กี ารสร๎างบุคลิกภาพทีด่ ี ก. ไมสํ นใจคนรอบข๎าง มีความเปน็ ตวั ของตวั เองสงู ข. รู๎จักทาตัวให๎เขา๎ กับบคุ คล สถานที่ และเวลา ค. สามารถควบคมุ ทําทางของตนเองไดเ๎ ป็นอยํางดี ง. พรอ๎ มเผชญิ กับเหตุการณ์ไดท๎ ุกสถานการณ์ เฉลย ก ขอ๎ 53 ขอ๎ ใดกลาํ วถูกต๎องเกี่ยวกบั การการแตงํ กายเพ่ือปรับบุคลกิ ภาพของผ๎หู ญิงให๎เหมาะสม ก. สวมใสเํ สอ้ื ไมมํ ีแขนไปทางาน ข. สวมใสํเส้ือสีเข๎ม ลวดลายสะดุดตา ค. กระโปรงยาวระดบั เขําหรอื คลมุ เขาํ ง. สวมใสํตามแฟชน่ั สมัยนยิ ม เฉลย ง ข๎อ 54 ใครมีการพัฒนาบุคลิกภาพทางกายท่เี หมาะสมทส่ี ดุ ก. นุํน ซ้อื ยาลดความอว๎ นมารับประทาน ข. พริ้ง กี้ดัดฟนั เพราะจะได๎ทันสมัยเหมอื นเพ่ือน ๆ ค. อ้มั เสรมิ จมกู เพอื่ สร๎างความมน่ั ใจให๎ตวั เอง ง. ตุ๏กกี้ ออกกาลงั กายสม่าเสมอและรบั ประทานอาหารที่มปี ระโยชน์ เฉลย ง ขอ๎ 55 ข๎อใดกลาํ วผิดเก่ยี วกับการรกั ษาสุขภาพอนามยั เพ่ือพัฒนาบุคลกิ ภาพ ก. พกั ผํอนนอนหลบั ใหเ๎ พียงพอ ข. รกั ษาอารมณใ์ ห๎สดชืน่ แจํมใสอยํูเสมอ ค. แตํงตวั ใหก๎ บั ถูกกาลเทศะ ง. รบั ประทานอาหารทีด่ ีมีประโยชน์ เฉลย ค คา่ ขอ้ ที่ 56 ขอ๎ ใดเป็นการพัฒนาบุคลิกภาพด๎านการดูแลรํางกาย

ก. การใสเํ คร่อื งประดบั เพื่อเสรมิ การแตํงกาย ข. การควบคมุ อารมณ์ให๎เหมาะสม ค. รกั ษาความสะอาดในชอํ งปากและฟนั ง. การมีความรบั ผิดชอบในการทางาน เฉลย ค ขอ้ ที่ 57 การรกั ษากล่ินตวั จดั เปน็ แนวทางการพฒั นาบุคลิกภาพในดา๎ นใด ก. การแตงํ กาย ข. การดูแลราํ งกาย ค. อารมณ์ ง. สงั คม เฉลย ข ขอ้ ที่ 58 การแตํงกายสาหรบั งานสงั คมแบบ informal สาหรับชายเปน็ แบบใด ก. กางเกงยนี เสือ้ เช้ติ รองเท๎าผ๎าใบ ข. แจ๏กเกต๏ กับกางเกงผา๎ ธรรมดา ขา๎ งในเปน็ เส้ือเช้ิตโปโล รองเท๎าหนงั ค. ชุดสูทหรอื เส้ือแขนยาวผูกไท รองเทา๎ หนงั เข็มขัดหนงั ง. ชุดทักซโิ ด๎สีดา เนคไทหูกระตํายสดี า คาดเอวสดี า รองเทา๎ หนังสีดาผูกเชือก เฉลย ข ข้อท่ี 59 ขอ๎ ใดไมํเก่ียวข๎องกับการพัฒนาเพือ่ เสรมิ สร๎างบคุ ลิกลักษณะ ก. การแตงํ กายที่สภุ าพเรียบรอ๎ ย ข. การพดู ท่ีมเี หตผุ ล สุภาพเรียบรอ๎ ยนาํ ประทับใจ ค. การเดินตวั ตรง อกผายไหลบผํ ่งึ ทาํ ทางท่ีสงาํ ผาํ เผย จ. การคดิ ตัดสนิ ใจและทาอะไรตามใจตวั เองไมสํ นใจคนรอบข๎าง เฉลย ง ข้อท่ี 60 เพราะเหตใุ ดการแตงํ กายจึงควรคานึงถึงเปน็ อันดับแรกในการพฒั นาบุคลิกภาพ ยกเว๎น ก. ใหเ๎ กียรติเจา๎ ภาพของงาน ข. เปน็ ท่ีประทับใจของผพ๎ู บเห็น ค. แสดงถงึ การมฐี านะ ความมง่ั มี ง. เปน็ มารยาททวั่ ไปท่ีทกุ คนต๎องร๎แู ละปฏบิ ตั ิ เฉลย ค


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook