Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore pptD1CF.pptm [บันทึกอัตโนมัติ]

pptD1CF.pptm [บันทึกอัตโนมัติ]

Description: pptD1CF.pptm [บันทึกอัตโนมัติ]

Search

Read the Text Version

การละเล่นไทย ๔ ภาค

คำนำ

สารบญั

การละเล่นไทย กำรละเลน่ ของเด็กแบบไทย ๆ มีมำตงั้ แต่เมอ่ื ไร ชนชาติไทยมีมาต้ังแต่เม่ือไร การละเล่นแบบไทย ๆ ก็น่าจะมีมาแต่เม่ือ น้ัน แหละถ้าจะเค้นให้เห็นกันเป็นลายลักษณ์อักษร ก็คงต้องขุดศิลาจารึก พ่อขุนรามคาแหง มาอ้างพอเป็นหลักฐานได้ราง ๆ ว่า..ใครจักมักเล่น เล่น ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักหัว หัว ใครจักมักเล่ือน เล่ือน...” การเล่นกับ เดก็ เปน็ ของคูก่ ันมาตั้งแตก่ าลครง้ั ไหน คงไม่มีใครทราบได้ แต่การเล่นก็เป็น เร่ืองที่สืบ เนื่องแสดงถึงเอกลักษณ์ของชนชาติหรือท้องถ่ินเป็นเรื่องที่ ถ่ายทอดเข้าสู่กระแสชีวิตและตกทอดกันมาตั้งแต่ รุ่นปู่ย่าตายายของปู่ย่า ตายายโนน่ เอาตั้งแตเ่ ม่ือเราเกดิ มาลืมตาดูโลกกค็ งจะได้เห็นปลาตะเพียนที่ ผู้ใหญ่แขวน ไว้เหนือเปลให้เด็กดู “เล่น” เป็นการบริหารลูกตา แหวกว่าย อยู่ในอากาศแล้ว พอโตข้ึนมาสัก 3-4 เดือน ผู้ใหญ่ก็จะสอนให้เล่น “จับปู ดา ขยาปูนา” “แกว่งแขนอ่อน เดินไว ๆ ลูกร้องไห้ วิ่งไปว่ิงมา” โดยที่จะ คิดถึงจุดประสงค์อ่ืนใดหรือไม่สุดรู้ แต่ผลท่ีตามมานั้นเป็นการหัดให้เด็กใช้ กลา้ มเนื้อมอื กล้ามเนอ้ื แขนประสานกับสายตา

การละเล่นภาคเหนอื เลน่ โพงพำง วิธเี ลน่ เปา่ ยงิ ฉุบกนั วา่ ใครจะเปน็ ผู้แพ้ต้องปดิ ตาเปน็ โพงพางตาบอดผเู้ ล่นคนอื่นๆ จับมือเป็นวงกลมร้องเพลง โพงพางเอ๋ย โพงพางตาบอด รอดเข้ารอดออก โพงพางตาบอดปล่อยลูกช้างเข้าในวง ขณะเดินวนรอบ ๆ โพงพางตาบอด รอ้ งเพลง ๑-๓ จบ แล้วน่ังลงโพงพางจะเดินมาคลาคนอ่ืนๆ ซึ่งต้องพยายาม หนี และจะต้องเงียบสนิท หากโพงพางจาเสียงหัวเราะ รูปลักษณะได้จะ เรียกช่ือ ถ้าเรียกคนถูกต้องออกมาปิดตาเป็นโพงพางต่อไป ถ้าไม่ถูกก็ต้อง เป็นโพงพางอกี ไปเรอื่ ยๆ กติกำ ใครถูกจับได้ และบอกชื่อถกู ต้องเปน็ โพงพางแทน

กำรรำกลองยำว อุปกรณแ์ ละวธิ ีกำรเลน่ อปุ กรณ์ กลองยาวและฆอ้ ง วธิ ีการเล่น ตีกลองยาวและฆ้องตามจงั หวะ ผู้ท่ีราจะราตามเสียงดนตรีด้วยท่าราที่ สวยงามต่างๆและจะจบลงดว้ ยการต่อตัวขน้ึ ไปร่ายราบนกลองยาว โอกาสทเ่ี ลน่ เลน่ ในงานรื่นเรงิ ต่าง ๆ และงานทาบญุ ปใี หม่ คณุ คา่ ใช้เล่นเพ่ือความสนุกสนาน และ เพ่ือเป็นการอนุรักษ์ศิลปะพ้ืนบ้านที่ดีงาม ของ อาเภอพยุหคีรี จงั หวัดนครสวรรค์

เตยหรือหลิ่น ถานท่ีเล่น ลานกว้าง ที่โลง่ แจ้ง อปุ กรณ์ ไมม่ ี จานวนผ้เู ล่น ๖-๑๒ คน วิธีเลน่ ขีดเส้นเป็นตารางจานวนเทา่ กบั ผ้เู ล่น (สมมตวิ า่ มี ๖ คน) แล้วแบง่ ผ้เู ล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนง่ึ ยืนประจาเส้น (ตามขวาง) อีกฝ่ายจะวง่ิ ผ่านแต่ละเส้นไปโดยไม่ให้ เจ้าของเส้นแตะได้ เม่ือเริ่มเลน่ คนที่ยืนประจาเส้นแรก พดู ว่า ไหล หรือ หล่ิน ฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มวง่ิ ผา่ นเส้นแรก ไปจนถงึ เส้นสดุ ท้ายแล้ววงิ่ กลบั ถ้าวงิ่ กลบั ถงึ เส้นแรกโดยไมถ่ กู ฝ่ายตรงข้ามแตะ ได้ก็พดู วา่ เตย ก็จะเป็นฝ่ายชนะ

กำรละเล่น ภำคกลำง กำรเลน่ ว่ำว วธิ ีการเล่นว่าว -ชกั ว่าวให้ลอยลมปักอยกู่ บั ที่ เพ่ือดคู วามสวยของ วา่ วรูปตา่ งๆ -บงั คบั สายชกั ให้เคล่ือนไหวได้ตามต้องการนยิ มกนั ที่ ความงาม ความสงู และบางทีก็คานงึ ถึงความไพเราะ ของเสียงว่าวอีกด้วย -การต่อส้ทู าสงครามกนั บนอากาศ การเลน่ ว่าวแบบนี ้ แตกตา่ งจากชาตอิ ่ืน ทงั้ ตวั ว่าวและวิธีท่ีจะต่อส้คู ว้า กนั การแขง่ ขนั ว่าวจฬุ ากบั ปักเปา้ นนั้ ว่าวปักเปา้ มี ขนาดเลก็ กวา่ ว่าวจฬุ า

ชกั เย่อ อุปกรณ์ - เชอื กขนาดใหญเ่ ท่านว้ิ หวั แม่มอื ความยาวประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร จานวน ๑ เสน้ - ผา้ แดง ๓ ผนื ไว้ผกู เป็นเคร่อื งหมายที่เชอื ก โดยผกู ผ้าแดงผืนหนึง่ ไว้ตรงกลางความยาวของเชือก จากกงึ่ กลางเชือกเข้ามาขา้ งละ ๒ เมตรใหผ้ กู ดว้ ยผ้าแดงข้างละผืน วธิ กี ำรเลน่ แบง่ ผเู้ ล่นเปน็ สองฝา่ ยฝ่ายละก่ีคนก็ได้ตามแตจ่ ะตกลงกัน เม่ือแบ่งพวกได้แล้วก็ขีดเส้นแบ่งแดนหัวแถว(ถ้าเป็นชายเรียกพ่อ หลัก ถ้าเป็นหญิงเรียกแม่หลัก)ของท้ังสองฝ่ายเหยียดแขนจับไม้ยึด แนวขนานกับมือท้ังสองมือ ไม้จะนอนขนานกับเส้นแบ่งแดน ลูกนอ้ งของแต่ละฝ่ายเกาะเอวหัวแถวเรียงต่อๆกัน เริ่มเล่นต่างฝ่าย พยายามดึงให้ฝ่ายตรงข้ามหลุดล้าเข้ามาในแดนตน ฝ่ายใดหลุดล้า ถือเป็นฝ่ายแพ้ เม่อื แพท้ ้งั สองฝา่ ยก็จะเริ่มต้นเล่นเพลงระบากัน พอ จบกเ็ ร่ิมชกั เย่อกันใหม่

เดินกะลำ อุปกรณ์ กะลาเจาะรู ๒ ข้างต่อคน พร้อมเชอื กความยาวประมาณจากพ้ืนถงึ หน้าอก (เชอื ก ๒ เสน้ ต่อคน) วิธีกำรเล่น ใหน้ ากะลามะพรา้ วมาผ่าคร่งึ ๑ ลกู จะได้ ๒ ข้าง (สาหรบั ผเู้ ลน่ ๑ คน) และเจาะรูแต่ละขา้ งดว้ ย จากนั้นใหน้ าเชอื กมารอ้ ยทรี่ ู ผูกปลายไว้ ผ้เู ล่น จะเร่ิมเล่น โดยการเอากะลาผูกเชอื กมาใช้แทนรองเท้า (ใช้นิ้วโป้งและ นวิ้ ช้ีเทา้ หนีบไว้) และให้ผูเ้ ล่นถอื เชือกไว้ด้วย กาหนดเส้นเรมิ่ ตน้ และเสน้ ชยั ถ้าผเู้ ลน่ คนไหน สามารถเดนิ กะลาถงึ เส้นชัยกอ่ นเป็นฝา่ ยชนะ

กำรละเลน่ ภำคอสี ำน วิ่งขำโถกเถก การกกแขง่ เรือ อปุ กรณแ์ ละวิธกี ำรเลน่ อุปกรณ์ ไมไ้ ผก่ ่งิ ๒ ลา ถ้าไมม่ ีกเ็ จาะรูแล้วเอาไม้อน่ื ๆ สอดไวเ้ พ่ือใหเ้ ปน็ ที่ วางเทา้ ได้ วิธกี ำรเลน่ ผู้เล่นจะเลือกไมไ้ ผ่ลาตรง ๆ ที่มีกง่ิ ๒ ลาทกี่ ง่ิ มไี วส้ าหรบั วางเทา้ ตอ้ ง เสมอกนั ทัง้ ๒ ข้าง ผเู้ ลน่ ขน้ึ ไปยนื บนแขนงไมเ้ วลาเดนิ ยกเทา้ ขา้ งไหนมอื ท่ีจับลา ไม้ไผก่ ็จะยกข้างน้ัน สว่ นมากเด็ก ๆ ที่เลน่ มกั จะมาแขง่ ขันกนั ใครเดินได้ไวและไม่ ตกจากไม้ถอื ว่าเปน็ ผู้ชนะ นอกเหนอื จากความสนกุ สนานแลว้ ยังเป็นเคร่อื งมือในการออกกาลงั กาย บริหาร ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไดเ้ ป็นอยา่ งดี เดมิ ผ้ทู ีใ่ ชข้ าโถกเถกเป็นชายหนุ่มไปเกยี้ วสาว เสียงเดนิ จากไม้เมอื่ สาวไดย้ ินก็จะมาเปดิ ประตูรอเพอ่ื พูดคยุ กนั ตามประสาหนมุ่ สาว หรอื บา้ นสาวเลย้ี งสนุ ัขไมโ้ ถกเถกยงั เป็นอปุ กรณไ์ ลส่ นุ ขั ไดด้ ้วย



มำ้ ก้ำนกลว้ ย วธิ ีทำม้ำก้ำนกลว้ ย เลือกตัดใบกลว้ ยออกมาแลว้ เอามีดเลาะใบกลว้ ยออก แต่เหลอื ไว้ท่ปี ลายเล็กนอ้ ยให้ เปน็ หางมา้ เอามีดฝานแฉลบดา้ นข้างก้านกล้วยตรงโคนบาง ๆ เพ่อื ทาเป็นหูม้า แล้วหัก ก้านกลว้ ยตรงโคนหมู ้าออก จากน้ันก็นาแขนงไมไ้ ผ่มาเสีย้ มปลายใหแ้ หลม ความยาว ประมาณคบื กวา่ ๆ เสยี บหวั ม้าท่ีพับเอาไวจ้ นทะลุไปถงึ กา้ น เพอ่ื ให้เป็นสายบงั เหียนผกู ปากกบั คอมา้ นนั่ เอง เสรจ็ แลว้ กน็ าเชือกกล้วยมาผกู ด้านหัวมา้ และหางม้า ทาเป็น สายสะพายบ่า เป็นอีกหนึ่งการละเล่นท่ีแสดงถึงความมีภูมิปัญญาของคนไทยทีเดียว เพราะใน สมัยก่อนแทบทุกบ้านจะปลูกต้นกล้วยไว้ทั้งน้ัน ดังนั้น ต้นกล้วยจึงนามาประยุกต์ เป็นของเล่นให้เด็กๆ ได้อย่างดีทีเดียว โดยเฉพาะม้าก้านกล้วยดูเหมือนจะถูกอก ถูกใจเด็กชายวัยซนมากท่ีสุด เพราะเด็กๆ จะนาก้านกล้วยมาข่ีเป็นม้า เพ่ือแข่งขัน กัน หรือทาเป็นดาบรบกนั ก็ได้

เล่นซอ่ นหำ หรอื โปง้ แปะ เปน็ หนง่ึ ในการละเล่นพนื้ บา้ นทม่ี ีมาช้านาน และยังไดร้ ับความนิยมอยทู่ ุกยุคทุก สมยั เพราะกติกางา่ ย แถมสนุก และตอ้ งมกี ารกาหนดอาณาเขต เพอ่ื ไม่ใหก้ วา้ ง จนเกินไปจนถงึ วันน้กี ย็ งั มีเด็กๆ จับกลุ่มกนั เลน่ ซ่อนหาใหเ้ หน็ กันอยู่ โดยกตกิ าก็คือ คนที่เป็น \"ผ้หู า\" ต้องปิดตา และให้เพ่ือน ๆ ไปหลบหาที่ซอ่ น โดยอาจจะนบั เลขก็ได้ ส่วน \"ผ้ซู อ่ น\" ในสมยั ก่อนจะต้องร้องว่า \"ปิดตาไมม่ ิด สาระ พษิ เข้าตา พอ่ แมท่ านาได้ข้าวเมด็ เดียว\" แล้วแยกย้ายกนั ไปซอ่ น เม่ือ \"ผ้หู า\" คาดคะเนว่าทกุ คนซอ่ นตวั หมดแล้วจะร้องถามว่า \"เอาหรือยงั \" ซง่ึ เมื่อ \"ผ้ซู อ่ น\" ตอบ วา่ \"เอาล่ะ\" \"ผ้หู า\" ก็จะเปิดตาและหาเพ่อื น ๆ ตามจดุ ต่าง ๆ เม่ือหาพบจะพดู วา่ \"โปง้ ..(ตามด้วยช่ือผ้ทู ่ีพบ)\" ซงึ่ สามารถ \"โปง้ \" คนที่เห็นในระยะไกลได้ จากนนั้ \"ผ้หู า\" จะหาไปเรื่อย ๆ จนครบ ผ้ทู ี่ถกู หาพบคนแรกจะต้องมาเปลี่ยนมาเป็น \"ผ้หู า\" แทน

กำรละเล่น ภำคใต้ เปำ่ กบ อปุ กรณ์ หนงั ยางของแต่ละฝ่าย วธิ กี ำรเลน่ ผเู้ ลน่ แตล่ ะฝา่ ยจะมหี นังยางของตนเอง การเลน่ ใหว้ างหนังยางคนละเส้น บนโตะ๊ จากนน้ั ให้เป้ายงิ ฉบุ ถ้าใครชนะ จะไดเ้ ปา่ กอ่ น ผลัดกนั เป่าคนละครง้ั ใคร เป่ายางของตนเองไปทบั อีกฝา่ ยหนง่ึ จะเปน็ ฝ่ายชนะ รางวัลทไี่ ดค้ ือ ไดห้ นังยาง เสน้ น้ันๆ ไปครอบครอง

การกระโดดเชือก อปุ กรณ์และวธิ กี ำรเล่น เปน็ การเล่นท่หี ัดให้ผ้เู ล่นใช้กาลังแขน กาลังขาเป็นคนตาไว และคล่องแคล่ว เคร่ืองใช้ในการเล่น คือ เชือกเส้นหน่ึงขนาดโตเท่าปลายนิ้วก้อยยาววาศอก ถ้า กระโดดมากคนดว้ ยกันตอ้ งยาวประมาณ 4-5 วา วิธีเล่น วิธีที่ 1 สาหรับผู้เล่นคนเดียว ให้ผู้เล่นถือเชือกด้วยมือทั้งสองข้าง งอศอก เล็กน้อยให้กลางเชือกห้อยอยู่ข้างหลัง แล้วแกว่งเชือกให้เร็วขึ้นทุกที จนแทบแล ไมเ่ ห็นเส้นเชอื กจงึ จะสนกุ วิธีที่ 2 วิธีน้ีต้องใช้เชือกให้ยาวสักหน่อย ให้ผู้เล่นสองคนจับปลายเชือกด้วย มือทั้งสอง เชือกจะแกว่งลงพื้นข้างหนึ่ง และข้ึนอีกข้างหนึ่งผู้เล่นนอกนั้นยืนอยู่ ห่างๆ ทางดา้ นทเ่ี ชอื กลงพืน้ พอเห็นเชอื กแกว่งดีแล้วก็ให้คนวิ่งเข้าไป ระวังอย่าให้ ติดเชือก และยืนระหว่างกลางคนแกว่งเชือกท้ังสอง คอยกระโดดขึ้นเม่ือเชือก ฟาดลงพนื้ เพ่ือให้เชือกลอดไป ต้องหมายตาคอยดูให้ดี พอกระโดดได้สักสิบคร้ัง ก็ ว่ิงออกไปอีกด้านหน่ึง แล้วคนที่สองจึงวิ่งไปกระโดดบ้าง ให้ผู้เล่นวิ่งทยอยเข้าไป กระโดด



มอญซ่อนผำ้ อุปกรณ์และวิธเี ล่น ผู้เล่น ไมจ่ ากัดจานวนผเู้ ล่น ยง่ิ มากเท่าไรกย็ งิ่ เพิม่ ความครกึ คร้ืน เล่นไดท้ ั้ง หญิงและชายเครอื่ งเล่นผ้าเช็ดหน้าขนาดใหญห่ นง่ึ ผนื ไมต่ ้องขมวดหรอื พนั ให้เปน็ เกลยี ว เพราะถ้าฟาดถูกผู้ใดเขา้ แลว้ จะเจบ็ สถานท่ีเลน่ ไมจ่ ากดั กวา้ งยาว แลว้ แต่ จานวนผเู้ ล่นวิธีเลน่ ข้นั ท่ี 1 ให้ผู้เล่นทง้ั หมดจบั ไม้สัน้ ไม้ยาว ผู้ทไ่ี ดไ้ ม้สั้นท่สี ดุ ถือผา้ เชด็ หน้าที่เตรยี มไว้ แลว้ ออกไปยืนขา้ งนอก ท่ีเหลือนอกนนั้ นงั่ กันเป็นวงกลม หนั หน้าเขา้ หากนั ใน ระยะห่างกันประมาณ 1 ศอก เอามือท้ังสองพาดไว้ท่ีตัก คยุ กนั หรอื รอ้ งเพลงก็ได้ เพ่อื ความรนื่ เริง ขนั้ ที่ 2 ใหผ้ ู้ถอื ผ้าบังตวั ไวม้ ใิ หผ้ ู้นั่งเหน็ ได้ถนัด แล้วเดินหรอื ว่งิ ไปรอบๆ วงตอ้ ง ทาท่าหรอื หนา้ ตาใหส้ นทิ เดินบ้างว่ิงบ้าง ทาเปน็ วางผ้าแตไ่ มว่ าง เพอื่ หลอกลอ่ ผูท้ ่ี น่ังใหเ้ ผลอตวั เมอ่ื เห็นเป็นโอกาสแล้วก็แอบหย่อนผ้าลงไวใ้ กลห้ ลงั ผูน้ งั่ คนใดคนหน่งึ เมื่อวางผา้ แล้วควรเดินหรอื วงิ่ ใหเ้ รว็ ตอ่ ไปเพ่อื กลับถึงท่ีเดิมโดยมิใหผ้ ูน้ ้ันต้องรตู้ ัว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook