วัสดใุ นชีวติ ประจําวนั จดั ทาํ โดย ด.ญ.วนั นิสา บญุ ทวี เลขที 33 ชนั มัธยมศึกษาปที2/4 วิชาออกแบบและเทคโนโลยี เสนอ คณุ ครภู ทั ราวรรณ อทุ ธสิงห์
คํานํา 1 รายงานเล่มนีจดั ทําขนึ เพือเปนส่วนหนงึ ของวชิ าออกแบบและเทคโนโลยเี พือให้ ได้ศึกษาหาความรใู้ นเรอื งวัสดใุ นชีวติ ประ จาํ วนั และไดศ้ ึกษาอย่างเขา้ ใจเพือเปน ประโยชนก์ ับการเรียน ผู้จัดทาํ หวงั วา่ รายงานเลม่ นจี ะเปน ประโยชน์กบั ผอู้ า่ น หรอื นักเรยี น นกั ศึกษา ทีกาํ ลงั หาข้อมูลเรืองนอี ยู่ หากมขี อ้ แนะนํา หรือขอ้ ผดิ พลาดประการใด ผูจ้ ัดทําขอนอ้ ม รบั ไวแ้ ละขออภัยมา ณ ทีนดี ว้ ย ด.ญ.วนั นิสา บุญทวี
สารบญั 2 คาํ นํา 1 สารบัญ 2 วัสดใุ นชวี ิตประจาํ วัน 3 ไม้ 4 โลหะ 6 พลาสตกิ 8 ยาง 10 อา้ งอิง 12
3 วัสดใุ นชวี ติ ประจาํ วนั สิงของเครอื งใช้ตา่ งๆสร้างขนึ มาจาก วัสดุหลายประเภท วสั ดุแตล่ ่ะประเภทมี สมบัติ และลักษณะทแี ตกตา่ งกัน การ เลือกใช้วสั ดทุ ถี กู ตอ้ งและเหมาะสมจึงมี ความสําคัญต่อการออกแบบและสร้าง สิงของเครืองใช้ วัสดทุ นี ํามาทําสิงของเครอื งใชท้ ีเรา พบมาในชวี ิตประจําวนั เช่น ไม้ โลหะ พลาสตกิ ยาง มสี มบตั แิ ละการใช้งาน แตกต่างกัน
4 ไม้ คอื วสั ดธุ รรมชาติทีได้มาจากลําตน้ ของ ตน้ ไม้ ซึงส่วนใหญเ่ ปนไมย้ นื ตน้ ไม้มี ความแข็งแรง ทนทาน ตา้ นทานไฟฟา ไมเ่ ปนสนิม มรี ปู รา่ งคงตวั ผวิ เรยี บ มี กลนิ และมลี วดลาย ถ้าไดร้ ับความชืน เปนเวลานานอาจบวมผิดรปู และผไุ ด้ ไม้ แบ่งออกไดเ้ ปน 2 ประเภทคอื
5 ไมจ้ รงิ หรอื ไม้ธรรมชาติ (Natural Wood or soildWood) ไมท้ ีจากลาํ ตน้ ของต้นไมโ้ ดยตรง โดยแบง่ ออก เปน 2ประเภทคือ ไมเ้ นอื แขง็ (hardwood) ไม้เนืออ่อน(softwood) ไมป้ ระกอบ (Processed Wood) ไมท้ ีไดม้ าจากการนาํ ชินส่วนของไม้มาต่อรวม กนั ด้วยกระบวนการตา่ งๆไมป้ ระกอบมีหลาย ประเภท เช่น ไม้อัด ไม้ปารต์ ิเคิลบอร์ด
6 โลหะ (metals) โลหะ คือ วัสดทุ ีไดจ้ ากการถลุงสินแรต่ ่างๆ โลหะทนี าํ มาใชง้ านส่วนใหญจ่ ะผ่านการ ปรบั ปรงุ สมบตั ิให้ดีขนึ ก่อนนาํ มาใชง้ าน โลหะ เปนตวั นาํ ความรอ้ นและไฟฟา มีความแข็ง แรงสูง มีความคงทนถาวร ไม่เสือมสลาย เปน วตั ถุทบึ แสง ทนทานต่อการกดั กร่อน โลหะ แบง่ ออกได้เปน 2 ประเภทคือ
7 โลหะกลมุ่ เหล็ก (ferrous metals) คือ โลหะทีมเี หล็กเปนส่วนประกอบหลกั แบง่ ออกเปนเหล็กกลา้ (steel) และเหลก็ หล่อ (cast Iron) ซงึ มีธาตุคารบ์ อนผสมอยใู่ น ปริมาณทตี า่ งกนั ตงั แต่ 0.1% ไปจนถึง 4.0% คารบ์ อนทีผสมลง ในเหล็กมผี ลตอ่ ความแขง็ และเปราะของเหล็ก โดยทวั ไปโลหะ กลุ่มเหล็กจะเกิดสนิมและมสี มบัตดิ ูดตดิ กบั แม่เหลก็ ได้ โลหะนอกกลมุ่ เหลก็ (non-ferrous metals) คือ โลหะทไี ม่มีเหล็กเปนส่วนประกอบ ดงั นันโลหะประเภทนจี ะ ไมเ่ กิดสนมิ และไมด่ ูดติดกับแม่เหลก็ เชน่ อะลูมเิ นยี ม ทองแดง สังกะสี ทองเหลือง
8 พลาสตกิ (plastics) พลาสติก คอื วัสดุสังเคราะห์ทีมนุษยส์ รา้ ง ขึน ส่วนใหญเ่ ปนผลผลิตทไี ดจ้ ากการกลนั นาํ มันดบิ ปจจบุ นั พลาสติกนํามาใช้สรา้ ง สิงของเครืองใช้มากมายและมบี ทบาทอย่าง ยิงต่อการดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วัน พลาสติก แบ่งออกไดเ้ ปน 2 ประเภทคือ
9 เทอรโ์ มพลาสตกิ (thermoplastics) จะออ่ นตัวและหลอมเหลวเมอื ได้รบั ความร้อนและ จะแขง็ ตวั เมือทาํ ใหเ้ ยน็ ลง พลาสติกทีแขง็ ตวั แล้ว สามารถนํามาหลอมซําได้ดว้ ยความร้อน เทอรโ์ มเซตตงิ พลาสติก (Thermosetting plastic) เปนพลาสติกทมี สี มบตั ิพิเศษ คือ ทนทานตอ่ การเปลยี นแปลงอุณหภูมิและทน ปฏกิ ริ ิยาเคมีได้ดี
10 ยาง (rubber) ยาง คือ วสั ดทุ ีมคี วามยดื หยนุ่ ถกู นํา ไปแปรรูปเพือใชป้ ระโยชนใ์ นการสรา้ ง สิงของเครอื งใชห้ ลายชนดิ สามารถแบ่ง ออกเปน 2 ประเภท คอื
11 ยางธรรมชาติ (natural rubber) คอื ผลผลติ ทไี ดจ้ ากตน้ ยาง เมอื ยางอยใู่ นสภาวะ อุณหภมู ิตาํ จะแข็งกระด้าง เมอื ยางอยู่ในสภาวะ อุณหภูมิสูงจะอ่อนนมิ มคี วามยดื หยุน่ สูง ทนตอ่ การสึกหรอ แต่ไม่ทนตอ่ ตัวทาํ ละลายพวกนาํ มนั ปโต เลียม ยางสังเคราะห์ (synthetic rubber) คอื ยางทีไดจ้ ากการสังเคราะห์ทางเคมีเพือเลียน แบบยางธรรมชาติ ข้อดคี อื สามารถปรับปรงุ สมบตั ิ ตา่ งๆ ได้
อา้ งองิ 12 วสั ดุในชวี ติ ประจําวัน-ครไู อที
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: