ขน้ั สรปุ ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี • ความร้เู ก่ยี วกับระดบั ภาษาช่วยให้สามารถพูดและเขยี นภาษาไทยได้ถูกต้อง เหมาะสมกบั สมั พนั ธภาพของบคุ คล โอกาสและกาลเทศะ ทาให้การสื่อสารเกดิ สัมฤทธผิ ล ๙. ส่ือการสอน ใบงาน เรอ่ื ง ระดับภาษา ๑๐. การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑก์ ารวัด ๑. สังเกตพฤติกรรมการทางาน แบบประเมินการสังเกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบคุ คล พฤติกรรมการทางาน ไมน่ ้อยกว่า ๘ คะแนน รายบุคคล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ไม่นอ้ ยกว่า ๕ คะแนน นักเรยี น ของนักเรียน ๓. ตรวจใบงาน เร่ือง ระดบั ใบงาน เรือ่ ง ระดบั ภาษา นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ที่ ภาษา ครกู าหนด
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ช่ือ- ความตง้ั ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสาเร็จ สกลุ ในการทางาน รบั ผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ที่ ผ้รู ับ คะแนน การ ประเมิ น ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ ๓ คะแนน ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกจิ กรรมกลุ่มของนักเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท.่ี ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่ืองหมาย ✓ ในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมทส่ี ังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ๒. มคี วามกระตอื รอื ร้นในการทางาน ๓. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ด้รับมอบหมาย ๔. มีขั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ บางครงั้ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมทที่ านอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรบั ปรงุ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics) การประเมินใบงานน้ีให้ผูส้ อนพจิ ารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เร่อื ง การวเิ คราะห์ระดับภาษา ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑ เกณฑ์การประเมนิ วิเคราะห์ระดบั วเิ คราะห์ระดบั วเิ คราะห์ระดบั ภาษาของข้อความ ภาษาของข้อความ ภาษาของข้อความ การวิเคราะห์ วิเคราะหร์ ะดบั ที่นามายกตวั อย่าง ท่ีนามายกตัวอยา่ ง ท่นี ามายกตวั อย่าง ไดถ้ ูกต้อง ได้ถูกต้อง ไดถ้ ูกต้อง ระดบั ภาษา ภาษาของข้อความ ทกุ ระดับ ทุกระดับ บางระดับ และอ้างองิ แตต่ อ้ งมผี แู้ นะนา และต้องมีผู้แนะนา ท่นี ามายกตัวอยา่ ง แหล่งท่มี าชัดเจน พอสมควร อยา่ งใกล้ชิด ไดถ้ ูกตอ้ ง ทกุ ระดับ สามารถอธบิ าย หลักการวเิ คราะห์ ได้ และอ้างอิง แหลง่ ท่ีมาชัดเจน
ใบงาน เรอ่ื ง ระดบั ภาษา คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นยกตวั อยา่ งข้อความท่ีมกี ารใชภ้ าษาในระดบั ต่าง ๆ ๑. ภาษาระดับพธิ กี าร ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ท่ีมา____________________________________________________________________________ ๒. ภาษาระดบั ทางการ ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ท่ีมา____________________________________________________________________________ ๓. ภาษาระดับก่ึงทางการ ________________________________________________________________________________ _______________________________________________________________________________ ท่ีมา____________________________________________________________________________ ๔. ภาษาระดบั สนทนา ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ทม่ี า____________________________________________________________________________ ๕. ภาษาระดบั กนั เอง ________________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________________ ทม่ี า___________________________________________________________________________ ชื่อ-สกลุ _________________________________________________เลขท_ี่ ________ชนั้ ________
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๙ เรื่อง การเขยี นเรยี งความ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๓๑๐๒ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ผูส้ อน นางสาวมณฑกาญจน์ ศิริมงคล กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย โรงเรยี นมธั ยมวดั สิงห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขียนส่ือสาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขียนเรือ่ งราว ในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคน้ คว้า อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวช้ีวัด ท ๒.๑ ม. ๒/๓ เขยี นเรยี งความ ท ๒.๑ ม. ๒/๘ มมี ารยาทในการเขยี น ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ๑. อธิบายรูปแบบเรียงความ ๒. เขยี นเรียงความได้ ๓. สาระสาคัญ เรียงความเป็นงานเขียนท่ีมีรูปแบบชัดเจน ประกอบด้วย คานา เน้ือเร่ือง และสรุป การเขียน เรียงความเก่ียวกับประสบการณ์ต้องกล่าวถึงเร่ืองท่ีได้ประสบมาจริงเพ่ือให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อ่าน ผู้เขียน เรียงความควรวางโครงเรื่องใหช้ ัดเจนจงึ จะทาใหเ้ รียงความมเี อกภาพ นา่ สนใจและชวนอ่าน ๔. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ ๕. สาระการเรียนรู้ การเขยี นเรียงความ ๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. มวี นิ ัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มงุ่ ม่ันในการทางาน ๗. ชน้ิ งานหรือภาระงาน ชิน้ งาน การเขียนเรียงความ ในหวั ขอ้ “โลกโซเชย่ี ล” ๘. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นา ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั สนทนา โดยครูใชค้ าถามทา้ ทาย ดงั นี้ นกั เรยี นมคี วามรเู้ ก่ยี วกับเรียงความอยา่ งไรบา้ ง ขั้นสอน ๑. ให้นักเรียนดูตัวอย่างการเขียนเรียงความจากประสบการณ์ จากนั้นให้ช่วยกันวิเคราะหว์ ่า เรียงความท่ีเป็นตัวอย่างมีข้อดีอย่างไรบ้าง (ชื่อเรื่องน่าสนใจ เทคนิคการเขียนคานาน่าสนใจ เนือ้ เร่อื งชัดเจน สรปุ ประทบั ใจปดิ ท้ายดว้ ยคาคม) ๒. ใหน้ ักเรยี นศึกษาการเขยี นเรียงความ โดยใช้คาถามตรวจสอบความ เข้าใจ ดงั น้ี เรยี งความคอื อะไร (งานเขียนทีม่ ลี กั ษณะเฉพาะ คือ คานา เนอื้ เร่อื ง และสรปุ ) คานาที่น่าสนใจมีกลวิธีการเขียนอย่างไรบ้าง (เขียนคาจากัดความ คาคม สภุ าษติ หรือ คาประพนั ธม์ าใช้) เน้ือเร่ืองต้องเขียนอย่างไร (ต้องเขียนจากประสบการณ์จริง และเป็นประโยชน์ แกผ่ ู้อืน่ ) สรุปควรมีลักษณะอย่างไร (เขียนสรุปแนวคิดทั้งหม ตรงประเด็น อาจใช้คาคม หรือสุภาษิตสรุปจะทาให้น่าประทบั ใจย่งิ ขึน้ ) ครูอธิบายเพม่ิ เตมิ ๓. ให้นักเรยี นเขยี นเรยี งความ ความยาว ๑ หน้ากระดาษ ในหวั ข้อ “โลกโซเชยี่ ล” ขน้ั สรปุ
ใหน้ ักเรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรู้ ดงั น้ี เรียงความเป็นงานเขียนที่มีรูปแบบชัดเจน ประกอบด้วย คานา เน้ือเร่ือง และ สรุป การเขียนเรียงความเก่ียวกับประสบการณ์ต้องกล่าวถึงเร่ืองที่ได้ประสบมาจริงเพื่อให้เกิด ประโยชน์แก่ผู้อ่าน ผู้เขียนเรียงความควรวางโครงเร่ืองให้ชัดเจนจึงจะทาให้เรียงความมีเอกภาพ น่าสนใจและชวนอา่ น ๙. สือ่ การสอน ตัวอยา่ งเรยี งความ ๑๐. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การวดั ๑. สงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบประเมนิ การสงั เกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบคุ คล พฤติกรรมการทางาน ไม่น้อยกวา่ ๘ คะแนน รายบุคคล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ไม่น้อยกวา่ ๕ คะแนน นกั เรยี น ของนักเรียน ๓. ตรวจชิน้ งาน การเขียน ชิ้นงาน การเขยี นเรยี งความ นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ท่ี เรียงความ ในหวั ข้อ “โลก ในหวั ข้อ “โลกโซเช่ยี ล” ครกู าหนด โซเชี่ยล”
แบบประเมินการสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ชือ่ - ความตงั้ ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสาเร็จ สกลุ ในการทางาน รับผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ท่ี ผู้รบั คะแนน การ ประเมิ น
ลงช่ือ.................................................... ผู้ประเมนิ ................ /................ /................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ ๔ คะแนน ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ให้ ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครัง้ ให้ ๑ คะแนน ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ๑๔ - ๑๗ ดี ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ตา่ กว่า ๑๐ ปรบั ปรุง
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกิจกรรมกล่มุ ของนกั เรียน ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที .ี่ ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งที่ตรงกบั ความเป็นจริง พฤตกิ รรมที่สังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็น ๒. มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทางาน ๓. รับผดิ ชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมาย ๔. มีขัน้ ตอนในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมทีท่ าเปน็ บางครั้ง ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมทท่ี านอ้ ยครงั้ ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรับปรุง
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics) การประเมนิ ใบงานนี้ใหผ้ สู้ อนพิจารณาจากเกณฑ์การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics) เร่ือง การเขยี นเรยี งความ ระดับคะแนน ๓ ๒ ๑ ๔ เขียนเรียงความ เขียนเรียงความ เขยี นเรยี งความ เกณฑ์การประเมนิ มอี งคป์ ระกอบ มีองคป์ ระกอบ มีองคป์ ระกอบ การเขยี นเรียงความ เขียนเรียงความ ครบถว้ น ครบถ้วน ครบถว้ น คานา และสรปุ คานา และสรปุ ได้ดี คานา และสรุปไดด้ ี มีองคป์ ระกอบ น่าสนใจ หวั ข้อกบั เนื้อหา แตเ่ นอื้ หากับหัวขอ้ ครบถ้วน หวั ขอ้ กับเน้ือหา สัมพนั ธก์ ัน ไม่ค่อยสมั พนั ธ์กัน คานา และสรุป สมั พันธ์กัน การเรียบเรยี ง และต้องปรับปรงุ น่าสนใจ เนอ้ื เร่ืองมีเอกภาพ เนือ้ เรื่อง เร่ืองการใช้ภาษา หัวข้อกับเน้ือหา แต่ใช้ภาษา สับสนเล็กน้อย สมั พนั ธก์ ัน บกพร่องเลก็ น้อย และภาษาไม่ดี เน้อื เรือ่ งมีเอกภาพ เท่าที่ควร มีเน้ือหา ในเชงิ สร้างสรรค์ และเปน็ ประโยชน์ ใชภ้ าษาได้ดี
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี ๑๐ เรอื่ ง พระบรมราโชวาท รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท๒๓๑๐๒ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ผสู้ อน นางสาวมณฑกาญจน์ ศริ มิ งคล กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย โรงเรียนมัธยมวดั สิงห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้วี ดั มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ คา่ และนามาประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิตจรงิ ตวั ชวี้ ัด มาตรฐาน ท ๑.๕ ม.๓/๑ สรปุ เนือ้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดบั ทย่ี ากขน้ึ ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรยี นบอกความหมายของพระบรมราโชวาทได้ ๒. นักเรียนบอกที่มาของเรื่องพระบรมราโชวาทที่เรยี นได้ ๓. นักเรยี นอธบิ ายถงึ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของพระบรมราโชวาทได้ ๔. นักเรียนบอกสาระสาคัญของพระบรมราโชวาท ๓. สาระสาคัญ พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือพระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่า สาหรบั ใช้สอนบุคคลทกุ เพศทกุ วยั ใหต้ ระหนักถงึ บทบาทหน้าท่ขี องตนเอง ท้ังผทู้ ี่เป็นบดิ ามารดา และผทู้ ่กี าลัง อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ซ่ึงพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เรียนในชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ นี้เป็นพระบรมราโชวาทท่ีพระราชทานแก่พระราชโอรสท่ีไปศึกษายังต่างประเทศ ๔ พระองค์ โดยทรงใช้ภาษาท่ีส่ือความเข้าใจง่าย มีกลวิธีการอธิบายโน้มน้าวด้วยเหตุผล สามารถนาไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ทั้งในอนาคตและปัจจุบัน ทั้งน้ีนักเรียนต้องเรียนต้องรู้จักและเข้าใจถึง ความหมาย ที่มาและลักษณะคาประพันธ์ของพระบรมราโชวาทก่อนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเบื้องต้นและ สามารถสรุปเนอ้ื หาของเรอ่ื งได้
๔. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ๕. สาระการเรยี นรู้ - ความหมายของพระบรมราโชวาทได้ - ทม่ี าของเร่ืองพระบรมราโชวาท - ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของเร่ือง พระบรมราโชวาท - สาระสาคัญของพระบรมราโชวาท ๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝ่เรยี นรู้ ๓. มงุ่ มัน่ ในการทางาน ๗. ช้นิ งานหรือภาระงาน - ๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขัน้ นา ครตู ้ังคาถามเพอ่ื กระต้นุ ความคดิ นักเรียนว่า “ นกั เรยี นเคยพบเห็นพระบรมราโชวาทของ พระมหากษัตรยิ ์พระองคใ์ ดบ้าง พบเห็นท่ใี ด และเปน็ พระบรมราโชวาทที่ส่ังสอนเรือ่ งในเร่ืองใด” แนวคาตอบ : พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พบเห็นใน โทรทัศน์ เคยฟงั จากวิทยุ หรือ อ่านจากหนงั สือ เป็นพระบรมราโชวาทเก่ียวกับความสามัคคี เศรษกิจพอเพียง การทางานให้เกิดผลทด่ี ี เป็นต้น ข้นั สอน ๑. นักเรียนร่วมกันศึกษาความหมาย ท่ีมา ลักษณะคาประพันธ์ สาระสาคัญ ของ เร่ือง พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่ีพระราชทานแก่พระเจ้าลูกยาเธอทั้ง ๔ พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ , พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรก ฤทธ์ิ , พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรี- สรุ เดช เมอื่ เสดจ็ ไปศึกษาต่างประเทศ
๒. ครูต้ังคาถามเกี่ยวกับเรื่องพระบรมราโชวาทท่ีได้เรียนผ่านไป แล้วสุ่มนักเรียนตอบคาถาม ดว้ ยโปรแกรม Super Zoom ๓. นกั เรียนทาใบงาน เร่ือง พระบรมราโชวาท ขนั้ สรปุ ๑. นกั เรียนร่วมกันสรุปความหมาย ท่ีมา ลักษณะคาประพันธ์ สาระสาคญั ของ พระบรมราโชวาท------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๒. ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามหากมีข้อสงสัยในเนื้อหาที่เรียน ๙. สอื่ การสอน ๑. งานนาเสนอ Power point เร่อื ง พระบรมราโชวาท ๒. ใบงาน เรอื่ ง พระบรมราโชวาท ๑๐. การวดั และประเมินผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑก์ ารวัด ๑. สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบประเมนิ การสงั เกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบคุ คล พฤติกรรมการทางาน ไมน่ ้อยกวา่ ๘ คะแนน รายบุคคล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ไมน่ อ้ ยกวา่ ๕ คะแนน นักเรียน ของนักเรียน ๓. ตรวจใบงาน เร่ือง พระบรม ใบงาน เร่อื ง พระบรมราโชวาท นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ท่ี ราโชวาท ครกู าหนด
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ช่ือ- ความตง้ั ใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเร็จ สกลุ ในการทางาน รบั ผดิ ชอบ เวลา เรียบร้อย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ที่ ผ้รู ับ คะแนน การ ประเมิ น ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ ๓ คะแนน ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกจิ กรรมกลุ่มของนักเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท.่ี ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมทส่ี ังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ๒. มคี วามกระตือรือร้นในการทางาน ๓. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ๔. มีขั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ บางครงั้ ให้ ๒ คะแนน พฤตกิ รรมทที่ านอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรบั ปรงุ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๑ เร่ือง พระบรมราโชวาท ๒ รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท๒๓๑๐๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๒ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ผู้สอน นางสาวมณฑกาญจน์ ศิรมิ งคล กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย โรงเรียนมธั ยมวัดสิงห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้วี ัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคณุ ค่า และนามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจรงิ ตวั ชีว้ ดั มาตรฐาน ท ๑.๕ ม.๓/๑ สรปุ เนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมและวรรณกรรมทอ้ งถนิ่ ในระดบั ที่ยากข้ึน ๒. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ นักเรยี นบอกใจความสาคญั ของพระบรมราโชวาทได้ ๓. สาระสาคัญ พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือพระราชนิพนธ์ท่ีทรงคุณค่า สาหรบั ใชส้ อนบคุ คลทกุ เพศทกุ วัย ใหต้ ระหนักถึงบทบาทหนา้ ท่ขี องตนเอง ท้ังผูท้ ี่เป็นบดิ ามารดา และผู้ท่ีกาลัง อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ซ่ึงพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่ีเรียนในช้ัน มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ น้ีเป็นพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่พระราชโอรสที่ไปศึกษายังต่างประเทศ ๔ พระองค์ โดยทรงใช้ภาษาท่ีสื่อความเข้าใจง่าย มีกลวิธีการอธิบายโน้มน้าวด้วยเหตุผล สามารถนาไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ท้ังในอนาคตและปัจจุบัน ทั้งนี้นักเรียนต้องเรียนต้องรู้จักและเข้าใจถึง ความหมาย ที่มาและลักษณะคาประพันธ์ของพระบรมราโชวาทก่อนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเบื้องต้นและ สามารถสรุปเนื้อหาของเรือ่ งได้ ๔. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น ๔.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๔.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต ๕. สาระการเรยี นรู้ ใจความสาคญั ของพระบรมราโชวาทได้ ๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. มีวนิ ยั ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มงุ่ มน่ั ในการทางาน ๗. ช้นิ งานหรือภาระงาน - ๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขนั้ นา นักเรียนรว่ มกันทบทวนเนอื้ หาในส่วนของความหมาย ที่มา ลักษณะคาประพันธ์ ของเรื่อง พระบรมราโชวาทท่ีได้เรียนจากช่วั โมงที่แลว้ ขนั้ สอน ๑. นกั เรียนแบง่ กลุ่มจานวน ๖ กลุ่ม (พิจาณาตามความเหมาะสมของสมาชกิ ภายในหอ้ ง) ๒. ใหน้ ักเรียนส่งตวั แทนกลมุ่ ออกมาจับสลาก ซึ่งโดยจะมี เลขกากับ ๑-๖ ใหน้ ักเรียนปฏิบตั ดิ งั นี้ จับได้หมายเลข ๑ >>> ศกึ ษาพระบรมราโชวาทในประการที่ ๑ จับไดห้ มายเลข ๒ >>> ศกึ ษาพระบรมราโชวาทในประการที่ ๒ จบั ไดห้ มายเลข ๓ >>> ศกึ ษาพระบรมราโชวาทในประการท่ี ๓ จบั ได้หมายเลข ๔ >>> ศกึ ษาพระบรมราโชวาทในประการที่ ๔ จับได้หมายเลข ๕ >>> ศึกษาพระบรมราโชวาทในประการท่ี ๕ จับไดห้ มายเลข ๖ >>> ศกึ ษาพระบรมราโชวาทในประการท่ี ๖ ๓. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุม่ อ่านจับใจความพระบรมราโชวาท ตามลาดบั ทก่ี าหนดแล้วบันทึกลง ในใบงาน เรื่อง การอ่านจับใจความพระบรมราโชวาท จากน้ันส่งตัวแทนออกมานาเสนอหน้าห้อง ทลี ะกลุ่ม
ข้ันสรปุ ๑. นักเรียนร่วมกันสรุปใจความสาคญั ของพระบรมราโชวาท ๒. ครเู ปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามหากมีขอ้ สงสัยในเนื้อหาท่ีเรยี น ๙. สื่อการสอน ๑. งานนาเสนอ Power point เร่อื ง พระบรมราโชวาท ๒. ใบงาน เรือ่ ง การอ่านจบั ใจความพระบรมราโชวาท ๑๐. การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์การวัด ๑. สังเกตพฤติกรรมการทางาน แบบประเมินการสงั เกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบุคคล พฤติกรรมการทางาน ไม่นอ้ ยกว่า ๘ คะแนน รายบุคคล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ไม่นอ้ ยกวา่ ๕ คะแนน นักเรยี น ของนกั เรยี น ๓. ตรวจใบงาน เรอ่ื ง การอ่าน ใบงาน เรื่อง การอา่ นจับ นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ที่ จบั ใจความพระบรมราโชวาท ใจความพระบรมราโชวาท ครกู าหนด
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ช่ือ- ความตง้ั ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสาเร็จ สกลุ ในการทางาน รบั ผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ที่ ผ้รู ับ คะแนน การ ประเมิ น ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ ๓ คะแนน ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรงุ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกจิ กรรมกลุ่มของนักเรียน ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท.่ี ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมทส่ี ังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ๒. มคี วามกระตือรือร้นในการทางาน ๓. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ๔. มีขั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ บางครงั้ ให้ ๒ คะแนน พฤตกิ รรมทที่ านอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๒ เรื่อง พระบรมราโชวาท ๓ รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๒๓๑๐๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลาเรยี น ๑ ชวั่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ ๒ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ผู้สอน นางสาวมณฑกาญจน์ ศิริมงคล กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย โรงเรียนมธั ยมวัดสงิ ห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วัด มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณคา่ และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจรงิ ตวั ช้วี ัด มาตรฐาน ท ๑.๕ ม.๓/๑ สรปุ เน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรมและวรรณกรรมทอ้ งถน่ิ ในระดับ ทย่ี ากขนึ้ ๒. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ๑. นกั เรียนบอกข้อคดิ จากการอ่านพระบรมราโชวาทได้ ๒. นักเรยี นบอกคุณค่าจากการวเิ คราะห์เนื้อหาของพระบรมราโชวาทได้ ๓. สาระสาคญั พระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือพระราชนิพนธ์ที่ทรงคุณค่า สาหรบั ใชส้ อนบคุ คลทกุ เพศทุกวยั ใหต้ ระหนักถึงบทบาทหน้าทข่ี องตนเอง ทง้ั ผ้ทู เ่ี ปน็ บิดามารดา และผทู้ ่กี าลัง อยู่ในวันศึกษาเล่าเรียน ซ่ึงพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่เรียนใน ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ นี้เป็นพระบรมราโชวาทท่ีพระราชทานแก่พระราชโอรสที่ไปศึกษายังต่างประเทศ ๔ พระองค์ โดยทรงใช้ภาษาท่ีส่ือความเข้าใจง่าย มีกลวิธีการอธิบายโน้มน้าวด้วยเหตุผล นักเรียนจึงต้องใช้ ทกั ษะการอ่านเพ่ือสรุปข้อคิดและวเิ คราะห์คุณคา่ ของพระบรมราโชวาทเพ่ือให้เกิดความเข้าใจ ลกึ ซง้ึ ในเน้ือหา และนาข้อคิดทไ่ี ด้ไปปรับใช้ในชีวติ ประจาวนั ๔. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ๕. สาระการเรยี นรู้ ๕.๑ ขอ้ คดิ จากการอ่านพระบรมราโชวาท ๕.๒ วิเคราะห์คณุ ค่าของพระบรมราโชวาท ๖. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๑. มีวนิ ยั ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มงุ่ มนั่ ในการทางาน ๗. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน - ๘. กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั นา นกั เรียนทบทวนความรูเ้ กยี่ วกับเน้อื หาของพระบรมราโชวาท ๑. ครูตัง้ คาถามกับนักเรียนวา่ “ นกั เรียนคิดวา่ หลงั จากทีศ่ ึกษาพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอย่หู ัวแลว้ นักเรยี นได้ขอ้ คดิ จากเรื่องอยา่ งไรบา้ ง” แนวคาตอบ : ได้ขอ้ คิดเรื่องการวางตวั การใช้จา่ ยเงินอย่างประหยดั การตั้งใจศกึ ษาหาความร้เู พ่ือ นามาพฒั นาสังคม ข้นั สอน................................................................................................................................. ๒. นกั เรยี นรว่ มกันวเิ คราะหค์ ุณค่าพระบรมราโชวาท โดยครชู ่วยเตมิ เตม็ ใหค้ รบถว้ นในส่วน ตา่ ง ๆ เมือ่ วเิ คราะห์แลว้ บนั ทึกลงใน ใบงาน เรอ่ื ง วิเคราะหค์ ณุ คา่ พระบรมราโชวาท ขน้ั สรปุ ๓. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปคณุ ค่าพระบรมราโชวาท ๔. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามหากมีข้อสงสยั ในเนื้อหาทเ่ี รียน ๙. สื่อการสอน ๑. งานนาเสนอ Power point เรอื่ ง พระบรมราโชวาท ๒. ใบงาน เร่ือง วิเคราะห์คณุ ค่าพระบรมราโชวาท
๑๐. การวัดและประเมนิ ผล วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวัด ๑. สงั เกตพฤติกรรมการทางาน แบบประเมินการสงั เกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบคุ คล พฤติกรรมการทางาน ไม่นอ้ ยกวา่ ๘ คะแนน รายบคุ คล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการร่วมกจิ กรรมกลุ่ม ไม่นอ้ ยกว่า ๕ คะแนน นกั เรียน ของนกั เรียน ๓. ตรวจใบงาน เรือ่ ง วเิ คราะห์ ใบงาน เรอื่ ง วิเคราะห์คุณคา่ นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ที่ คณุ คา่ พระบรมราโชวาท พระบรมราโชวาท ครกู าหนด
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล คาชแ้ี จง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่องที่ ตรงกับระดับคะแนน ชือ่ - ความตั้งใจ ความ การตรงต่อ ความสะอาด ผลสาเรจ็ สกลุ ในการทางาน รบั ผิดชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ที่ ผูร้ ับ คะแนน การ ประเมิ น ลงช่ือ.................................................... ผ้ปู ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๘ - ๒๐ ดีมาก ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่าเสมอ ให้ ๔ คะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ให้ ๓ คะแนน ๑๐ - ๑๓ ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ ๒ คะแนน ต่ากวา่ ๑๐ พอใช้ ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั ให้ ๑ คะแนน ปรับปรงุ
แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกิจกรรมกลมุ่ ของนกั เรียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที .ี่ ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจรงิ พฤตกิ รรมที่สังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคดิ เห็น ๒. มคี วามกระตือรอื รน้ ในการทางาน ๓. รับผดิ ชอบในงานที่ไดร้ ับมอบหมาย ๔. มีขัน้ ตอนในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอย่างเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ทาเป็นประจา ให้ ๓ คะแนน พฤติกรรมทีท่ าเปน็ บางครัง้ ให้ ๒ คะแนน พฤติกรรมทท่ี าน้อยครง้ั ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรับปรุง
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๓ เรื่อง ประโยคซบั ซ้อน รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๒๓๑๐๒ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ผูส้ อน นางสาวมณฑกาญจน์ ศิริมงคล กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย โรงเรียนมธั ยมวดั สิงห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ดั มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิ ของชาติ ตวั ชว้ี ัด ท ๔.๑ ม. ๓/๒ วเิ คราะหโ์ ครงสรา้ งประโยคซบั ซ้อน ๒. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธบิ ายลักษณะของประโยคซบั ซ้อน ๒. วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งของประโยคซับซ้อน ๓. สาระสาคัญ ประโยคซับซ้อน เกิดจากประโยคและส่วนขยายมาเรียบเรียงเข้าด้วยกัน ถ้าผู้อ่านหรือผู้ฟังสามารถ วิเคราะหโ์ ครงสร้างในประโยคได้ กจ็ ะเข้าใจใจความของประโยคซับซ้อนอยา่ งชัดเจน ๔. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ๕. สาระการเรียนรู้ ประโยคซับซ้อน
๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มงุ่ มั่นในการทางาน ๗. ช้ินงานหรอื ภาระงาน ใบงาน เรอื่ ง การวิเคราะหป์ ระโยคซับซอ้ น ๘. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขั้นนา ครใู ห้นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดงั นี้ • จากข้อความท่ีกล่าวว่า “คาและกลุ่มคาสามารถส่ือความหมายและกระตุ้นความรู้สึกได้ก็ จริง คาจะแสดงความคิดและอารมณ์ได้อย่างแจ่มชัดก็ต่อเมื่อประกอบกันเป็นประโยคที่ดีในการส่ือความ คือ ถกู ไวยากรณ์ กะทดั รัด และชัดเจน” นักเรยี นเหน็ ด้วยกบั ข้อความนีห้ รือไม่ อยา่ งไร ขั้นสอน................................................................................................................................. ๑. ใหน้ ักเรยี นอ่านประโยคต่อไปนี้ • พ่อปลกู ต้นไม้ • แม่ปลูกต้นไม้ • พด่ี โู ทรทศั น์ • ฉนั ดโู ทรทศั น์ จากนัน้ ครูให้นักเรียนแสดงความคดิ เห็นวา่ หากประโยคเหล่านีเ้ ปน็ เหตกุ ารณ์ท่ีเกดิ ขึน้ ในเวลาเดียวกัน จะเรยี บเรยี งใหม่ให้กระชบั ได้อย่างไร ๒. ใหน้ กั เรียนศึกษาความรู้ เร่ือง ประโยคซบั ซอ้ น จากน้นั ครถู ามนกั เรียนเพ่ือสรปุ ความ เข้าใจ ดงั นี้ • ประโยคความเดียวท่ีซับซ้อนหมายถงึ อะไร (ประโยคความเดียวท่มี กี ลุ่มคามาขยาย ประธานหรือภาคแสดง) • ประโยคความเดยี วทมี่ ีความซบั ซ้อนในภาคประธาน มีลักษณะอยา่ งไร จงยกตัวอยา่ ง (มีคาและกลุ่มคาขยายประธานหรือประธานขน้ึ ต้นดว้ ยคาวา่ “การ” หรือ “ความ” ตามดว้ ย สว่ นขยาย เชน่ ความขยันหมั่นเพยี รอยา่ งยิ่งยวดเปน็ ผลให้ถงึ จดุ หมายปลายทาง) • ประโยคความเดยี วทีซ่ ับซ้อนในภาคแสดง มลี กั ษณะอย่างไร จงยกตวั อย่าง (มคี ากรยิ าหลายคาหรือมคี ากริยาเปน็ สว่ นขยายอยู่หลายแห่ง เช่น คนปา่ กล่มุ นัน้ ต่างกระโดดโลดเตน้ ร่ายรา และร้องเพลงไปตามจังหวะกลอง)
• ประโยคความรวมท่ีซับซ้อน มีลักษณะอย่างไร จงยกตัวอย่าง (๑. ประโยคความ รวมที่มีส่วนย่อยเป็นประโยคความรวมด้วยกัน เช่น ลุงและป้าไปตลาดนัดแต่ลูกและหลานไปเที่ยว ห้างสรรพสินคา้ ๒. ประโยคความรวมท่มี สี ว่ นย่อยเปน็ ประโยคความซ้อน เช่น น้องชอบใหแ้ มร่ อ้ งเพลงกล่อม เด็กแต่พ่ีชอบให้แม่ร้องเพลงลูกทุ่ง ๓. ประโยคความรวมท่ีซับซ้อนซ่ึงมีส่วนย่อยเป็นประโยคซับซ้อน เช่น ที่ สวนสาธารณะมีการจัดงานแสดงพรรณไม้ในทุกวันเสาร์ ดังนั้น เมื่อคุณพ่อมีเวลาว่างคุณพ่อมักพาคุณแม่ไป เลือกซอื้ พรรณไม้) • ประโยคความซ้อนทซ่ี ับซ้อน มลี กั ษณะอย่างไร จงยกตวั อยา่ ง (๑. ประโยคความ ซ้อนทีม่ ีประโยคหลักหรือประโยคย่อยท่มี ีคาหรือกลุ่มคามาขยาย เช่น ฉันชอบคบเพื่อนท่ีมีน้าใจเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ แก่ทุกคน ๒. ประโยคความซ้อนท่ีมีส่วนย่อยเป็นประโยคความรวม เช่น ฉันเห็นน้องกาลังนอนและพี่กาลัง เดินเล่น ๓. ประโยคความซ้อนที่มีส่วนย่อยเป็นประโยคความซ้อน เช่น ฉันต้ังใจเรียนเพื่อให้ตนเองมีงานท่ีดี ทาในอนาคต ซึ่งจะทาให้สามารถเล้ยี งดคู รอบครัวได)้ ๓. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ เปน็ กลุ่มใหญ่ ๓ กลุ่ม สรุปความรู้เรอ่ื ง ประโยคซบั ซอ้ น ตามหัวข้อที่ จบั ฉลากได้ ดงั นี้ • ประโยคความเดยี วทซี่ บั ซ้อน • ประโยคความรวมทซ่ี ับซ้อน • ประโยคความซ้อนทซ่ี บั ซ้อน พร้อมท้ังยกตัวอย่างเพ่ือแสดงการวิเคราะหล์ ักษณะของประโยคซับซอ้ นชนดิ น้ันให้เห็นอยา่ ง ชัดเจน ครูตรวจสอบความถกู ต้องพร้อมทงั้ อธบิ ายเพ่ิมเติม ๔. ให้นักเรียนทาใบงาน เร่ือง การวิเคราะห์ประโยคซับซ้อน แล้วร่วมกันตรวจสอบความ ถูกต้อง ขัน้ สรุป ๑. นักเรยี นร่วมกันสรปุ คุณคา่ พระบรมราโชวาท ๒. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามหากมีขอ้ สงสยั ในเน้ือหาท่ีเรยี น ๙. ส่ือการสอน ใบงาน เรือ่ ง การวเิ คราะห์ประโยคซับซ้อน
๑๐. การวัดและประเมินผล วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารวัด ๑. สังเกตพฤตกิ รรมการทางาน แบบประเมนิ การสงั เกต นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม รายบุคคล พฤติกรรมการทางาน ไม่นอ้ ยกว่า ๘ คะแนน รายบคุ คล ๒ . สั ง เ ก ต ค ว า ม สน ใจและ แบบประเมินการสังเกตความ นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม การร่วมกิจกรรมกลุ่มของ สนใจและการรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม ไมน่ ้อยกวา่ ๕ คะแนน นกั เรยี น ของนักเรยี น ๓. ตรวจใบงาน เรือ่ ง การ ใบงาน เรือ่ ง การวเิ คราะห์ นักเรียนต้องทาได้ตามเกณฑ์ที่ วิเคราะห์ประโยคซับซ้อน ประโยคซับซ้อน ครกู าหนด
แบบประเมนิ การสังเกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน ช่ือ- ความตง้ั ใจ ความ การตรงตอ่ ความสะอาด ผลสาเร็จ สกลุ ในการทางาน รบั ผดิ ชอบ เวลา เรียบรอ้ ย ของงาน รวม ลาดับ ของ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๔ ๓ ๒ ๑ ๒๐ ที่ ผ้รู ับ คะแนน การ ประเมิ น ลงช่อื .................................................... ผปู้ ระเมนิ ................ /................ /................ เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ๑๘ - ๒๐ ดมี าก
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ๑๔ - ๑๗ ดี ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ ๔ คะแนน ๑๐ - ๑๓ พอใช้ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ ๓ คะแนน ต่ากว่า ๑๐ ปรบั ปรุง ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ ๒ คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน แบบประเมินการสงั เกตพฤติกรรมและการร่วมกจิ กรรมกลุ่มของนักเรียน ช้นั มธั ยมศึกษาปีท.่ี ......... คาช้ีแจง : จงทาเคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ งท่ีตรงกบั ความเป็นจริง พฤติกรรมทส่ี ังเกต ๓ คะแนน ๑ ๒ ๑. มสี ่วนรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ๒. มคี วามกระตือรือร้นในการทางาน ๓. รบั ผิดชอบในงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ๔. มีขั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ ๕. ใชเ้ วลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม รวม เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมท่ีทาเปน็ ประจา ให้ ๓ คะแนน พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ บางครงั้ ให้ ๒ คะแนน พฤตกิ รรมทที่ านอ้ ยคร้งั ให้ ๑ คะแนน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ๑๓-๑๕ ดี ๘-๑๒ ๕-๗ ปานกลาง ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๔ เร่ือง การกรอกแบบสมัครงาน รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท๒๓๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เวลาเรยี น ๒ ชวั่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓ จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ผู้สอน นางสาวมณฑกาญจน์ ศริ มิ งคล กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย โรงเรยี นมัธยมวดั สิงห์ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั มาตรฐานการเรยี นรู้ มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขียนส่อื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวใน รูปแบบตา่ งๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ตัวช้วี ดั ท ๒.๑ ม ๓/๑ คดั ลายมอื ตัวบรรจงคร่งึ บรรทัด ท ๒.๑ ม ๓/๘ กรอกแบบสมัครงานพร้อมเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ความรู้และทักษะของตนเองท่ี เหมาะสมกบั งาน ท ๒.๑ ม ๓/๑๐ มีมารยาทในการเขียน ๒. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. นกั เรียนบอกความสาคัญของแบบสมคั รงาน (K) ๒. นกั เรยี นอธิบายสว่ นประกอบของแบบสมคั รงาน (P) ๓. นกั เรยี นสามารถกรอกรายละเอียดของข้อมูลในการสมคั รงานไดถ้ ูกต้อง (P) ๔. นกั เรยี นนาความร้ไู ปใช้ในการกรอกแบบฟอร์มสมัครงานได้ (A) ๓. สาระสาคญั การกรอกแบบสมัครงาน เป็นสิ่งแรกท่ีจะก้าวไปสู่อาชีพการเป็นลูกจ้าง และมีความสาคัญต่อผู้สมัคร งานมาก เพราะแบบสมัครงานถูกเรียบเรียงไว้เป็นหมวดหมู่สาหรับให้ผู้ประกอบการได้คัดเลือกเปรียบเทียบ คุณสมบตั ิของผู้สมัครงานในเบ้ืองต้นวา่ ผู้สมัครงานคนใดน่าสนใจ เชญิ มาสมั ภาษณ์ ผ้สู มัครงานคนใดควรคัดท้ิง ไป
๔. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น ๔.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๔.๒ ความสามารถในการคิด ๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ๕. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑. ส่วนประกอบของแบบสมัครงาน ๒. หลักทัว่ ไปในการกรอกแบบฟอร์มสมัครงาน ๓. รายละเอยี ดของข้อมลู ในการสมัครงาน ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. ม่งุ ม่ันในการทางาน ๗. ชิ้นงานหรือภาระงาน แบบฝกึ การกรอกแบบสมคั รงาน ๘. กิจกรรมการเรียนรู้ ชว่ั โมงท่ี ๑ ขน้ั นา ๑. ครูสนทนากบั นกั เรยี นว่าใครเคยทางานช่วงปดิ ภาคเรียนบา้ ง ตอ้ งสมัครงานแบบไหน และคดิ ว่า ตนเองกรอกแบบสมัครงานได้ถกู ต้องหรอื ไม่ ขน้ั สอน ๒. ครอู ธบิ ายการเขียนกรอกแบบสมคั รงานใหน้ ักเรียนฟงั ๓. ครยู กตวั อยา่ งลักษณะของแบบสมัครงานทพ่ี บในชวี ติ ประจาวัน ๔. ครใู ห้นักเรียนสงั เกตส่วนประกอบของแบบสมัครงานทลี ะส่วน พร้อมบอกรายละเอียดของ ส่วนประกอบใหช้ ัดเจน ๕. ครมู อบหมายภาระงานให้นักเรยี นทา โดยให้นักเรียนกรอกแบบสมัครงานจาก ใบงานทค่ี รูแจกให้ ถูกต้องและชัดเจน ขน้ั สรุป ๖. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปเนื้อหาท้ังหมด
ชัว่ โมงท่ี ๒ ขน้ั นา ๑. ครสู นทนากบั นกั เรยี นว่านกั เรียนเคยกรอกใบสมคั รงานหรอื ไม่ และรายละเอียดใบสมัครงานมี หวั ข้อใดบา้ ง ๒. ครนู าตัวอย่างใบสมัครงานมาใหน้ ักเรยี นศึกษา และให้นักเรยี นชว่ ยกนั หาการเขยี นสมคั รงานท่ี ถกู ต้อง และขอ้ ท่ผี ิดพลาดในการเขียนสมัครงาน ขน้ั สอน ๓. นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เร่ือง “การกรอกใบสมัคร” อย่างละเอยี ด โดยครูอธิบายประกอบ ตามลาดับ เช่น ๓.๑ ความสาคญั ของแบบสมัครงาน ๓.๒ สว่ นประกอบของแบบสมคั รงาน ๓.๓ รายละเอียดของขอ้ มลู ๓.๔ หลักการกรอบแบบสมัครงาน ๓.๕ ข้อควรระวังในการกรอกแบบสมัครงาน ๔. นกั เรียนศึกษาตัวอย่างใบสมัครอีกครัง้ พร้อมอธิบายสง่ิ ที่ผดิ พลาดในแบบสมัครงาน โดยครูสมุ่ เลขทีถ่ าม จานวน ๓ คน ๕. ครูให้นกั เรียนนารปู ถา่ ยนักเรียนมา คนละ ๑ ใบ ในชัว่ โมงหนา้ เพอื่ ใชต้ ดิ ในใบสมัครงาน ขน้ั สรุป ๖. ครแู ละนักเรียนชว่ ยกันสรุปบทเรียนอกี ครั้ง โดยครูเนน้ ยา้ ขอ้ ควรระวังในการกรอกแบบสมัครงาน เพื่อไม่ใหเ้ กดิ ความผิดพลาด ช่วั โมงท่ี ๓ ข้ันนา ๑. ครสู นทนากับนกั เรยี นเกี่ยวกับการกรอกแบบสมัครงาน เพ่ือเป็นการทบทวนบทเรยี นจากการ เรียนเมอ่ื ชว่ั โมงท่ีแล้ว ๒. ครูสนทนาซกั ถามนักเรยี นเก่ียวกับหลักการกรอกแบบสมคั รงาน และข้อควรระวังมีอะไรบ้าง ขัน้ สอน ๓. ครูแจกใบงานสมัครงานเพ่อื ให้นักเรียนได้ทดสอบการกรอกแบบสมัคร โดยนกั เรยี นศึกษาใบ ความรแู้ บบสมคั รงานประกอบ และตดิ รปู ถา่ ยให้เรยี บร้อย (ส่งครูตรวจภายในช่วั โมง) ๕. ครูตรวจแบบสมคั รงานของนักเรียนทกุ คน พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อนาไปปรับปรุงแกไ้ ขให้ ถกู ต้อง กลา่ วชมเชยนกั เรียนทเ่ี ขียนได้ถกู ต้อง และกล่าวเป็นกาลังใจนักเรยี นท่ีเขยี นผดิ พลาด ข้ันสรุป
๖. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรุปบทเรียน การกรอกแบบสมัครงาน ๗. ครยู า้ ขอ้ ควรระวงั ในการกรอกแบบสมคั รงาน วา่ นักเรยี นต้องมีความรอบคอบ มีสตใิ นการเขยี น เพ่ือให้ใบสมัครงานของเราถูกต้อง สมบรูณ์ ๙. การวัดและประเมนิ ผล ๑. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล ๑) สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา้ ร่วมกิจกรรม ๒) สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการทางาน ๒. เคร่อื งมอื ๑) แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ๓. เกณฑก์ ารประเมนิ ๑) การประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ผา่ นต้งั แต่ ๒ รายการ ถือว่า ผ่าน ผา่ น ๑ รายการ ถอื ว่า ไมผ่ า่ น ๒) การประเมนิ ใบสมัครงาน คะแนน ๙ - ๑๐ ระดบั ดีมาก คะแนน ๗ - ๘ ระดบั ดี คะแนน ๕ – ๖ ระดับ พอใช้ คะแนน ๐ – ๔ ระดับ ควรปรบั ปรงุ ๑๐. ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้ สอ่ื การเรยี นรู้ ๑. ใบความรเู้ ร่อื ง “การสมคั รงาน” ๒. ใบสมัครงาน ๓. Power Point การกรอกแบบสมัครงาน ๔. ตวั อยา่ งใบสมัครงาน
Search