“โรคบา้ งาน หรอื โรคตดิ งาน” โรคบา้ งาน (Workaholic) คอื คนท่ีเสพตดิ การท�ำ งานอย่างหนัก แต่ ถงึ บา้ งานขนาดนน้ั กไ็ มไ่ ดห้ มายความวา่ จะมคี วามสขุ กบั การท�ำ งานเสมอไป บางคนอาจจะเสพตดิ กบั งานดว้ ยความรสู้ ึกโดนบังคับใหท้ ำ�งาน อาการของคนทเี่ ปน็ โรคบา้ งาน มกั จะมปี ญั หาเกยี่ วกบั สขุ ภาพ เชน่ เครยี ด หรืออาจทำ�ให้มีปัญหากับคนรอบข้างเพราะการทำ�งานหนักมากๆ จะส่ง ผลเสียต่อสังคมพอๆกับการติดสารเสพติด เพียงแต่ว่า โรคนี้ไม่ได้เป็น ส่ิงผิดกฎหมาย ผลจากการเปน็ คนบา้ งาน ท�ำ ใหเ้ กดิ อาการทางดา้ นรา่ งกาย คอื ปวดหวั ปวดหลัง ปวดท้ายทอย สายตาพร่ามัว ปวดกล้ามเน้ือตา ซ่ึงส่งผลเสียต่อ ร่างกาย จนกลายเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น โรค หวั ใจ โรคกระเพาะ เบาหวาน และความดนั เปน็ ตน้ อาการทางดา้ นอารมณ์ คอื กลายเป็นคนมองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด เกรีย้ วกราดกับเพือ่ นรว่ ม งาน การพูดคุยไม่เหมือนเดมิ จะให้ความสนใจแตเ่ ฉพาะในเร่ืองการท�ำ งาน จนสง่ ผลกระทบตอ่ ความสมั พันธใ์ นครอบครวั 5 สัญญาณบ่งบอกวา่ เปน็ คนบา้ งานหรือไม่ 1. งานตอ้ งมากอ่ นสงิ่ ใด รกั ออฟฟศิ ยงิ่ ชพี ยง่ิ กวา่ บา้ นหรอื ทอ่ี นื่ ๆ กลบั บา้ นกแ็ บกงานกลบั ไปทำ�ตอ่ ทบ่ี ้าน หยุดพักร้อนไมเ่ ป็น 2. ไม่ชอบให้ใครท�ำ งานแทน ตอ้ งท�ำ งานเองท้ังหมด ไม่เชอ่ื ใจ ไมเ่ ชือ่ ความสามารถคนอ่นื จำ�เป็นตอ้ งเป็นฉนั เทา่ น้ันท่ีจะทำ�งานนไี้ ด้ “Top Hits ความร้สู ขุ ภาพจิต” 119 ฉบบั นกั สือ่ สาร
3. ครอบครวั เพอ่ื น แฟน ถกู ละเลย ไมร่ จู้ ะสนใจพวกนไี้ ปท�ำ ไม ไมท่ �ำ ให้ ฉันมีเงินมากขึ้น เงินคือพระเจ้าเนรมิตทุกอย่างให้ได้ตามต้องการ ฉะนั้น ตอ้ งท�ำ งาน งาน งาน เพ่อื เงนิ เงนิ เงิน 4. เอาทุกส่วนของชีวิตมาเป็นงานจนเคยตัว มีแต่เร่ืองงานเท่าน้ัน ในสมอง เหมอื นพวกตดิ ยา ยาเท่านนั้ อยู่ในสมอง แบ่งเวลาไม่เปน็ พักผ่อน ไม่เปน็ บางครัง้ กม็ าเอาคนในครอบครัว มาชว่ ยงาน 5. ซ่อนงานของตัวเพราะกลัวคนเห็น อาการเสพติดงานมันคล้ายกับ การเสพตดิ ยา ไมอ่ ยากใหใ้ ครรู้ กลวั จะดเี ดน่ เทา่ ตนเอง แอบท�ำ รบี ท�ำ ท�ำ ตวั ใหม้ ีงานยุ่งเสมอ 120 “Top Hits ความร้สู ุขภาพจติ ” ฉบับนักส่ือสาร
“โรคจติ ” โรคจิต คือ ผู้ป่วยท่ีมีประสบการณ์ไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง มีการรับรู้แปลกไป เช่น หูแว่ว ได้ยินเสียง โดยที่คนอ่ืนอยู่ใกล้ๆ กันนั้น ไม่ได้ยนิ ดว้ ยมักเป็นเสียงคนพูดคุย บางคร้งั เปน็ เสยี งเทพ เสยี งเจ้าแม่ ได้ยนิ เสียงคนพูดคุย ได้ยินคนพูดตำ�หนิ พูดโต้ตอบเสียงน้ันคนเดียว เห็นภาพท่ี คนอืน่ ไม่ไดเ้ ห็นด้วย เช่น เหน็ มีคนมาหา ในสมองจะมกี ารคิด การตคี วาม ที่แปลก เชน่ คิดวา่ คนบนโลกจะมงุ่ ร้ายท�ำ ลายตนเอง คดิ ว่าตนเองสามารถ สอ่ื สารผา่ นทางโทรทศั นไ์ ด้ ระแวงวา่ จะมคี นมาใสย่ าพษิ ในอาหาร กลวั วา่ จะมี คนตดิ ตามฆา่ ตนเองตลอด หรอื คดิ วา่ มเี ทพวญิ ญาณอยใู่ นรา่ งกาย คอยบอก ใหท้ �ำ สงิ่ ตา่ ง ๆ โดยทผ่ี ปู้ ว่ ยไมไ่ ดร้ บั รวู้ า่ เขานน้ั หลงผดิ เขาเชอื่ ในสงิ่ นน้ั จรงิ ๆ อาการทีน่ อกเหนอื ไปจากความคิดหลงผดิ ประสาทหลอน เนอ่ื งจากโรคจติ นนั้ มคี วามผดิ ปกตทิ ส่ี มอง จะสง่ ผลใหผ้ ปู้ ว่ ยมอี าการอนื่ ๆ ไดด้ ว้ ย เช่น การใชค้ �ำ พดู เพอื่ สอ่ื ถงึ ความคดิ ผปู้ ว่ ยจะไมส่ ามารถคดิ แบบมเี หตมุ ผี ลได้ อยา่ งต่อเน่อื ง ซงึ่ จะส่งผลใหผ้ ปู้ ่วยพดู คยุ กบั คนอน่ื ไม่ค่อยเข้าใจ เมื่อคนอน่ื คุยกับผู้ป่วยไม่ค่อยเข้าใจก็มักจะไม่ค่อยคุยด้วย ซ่ึงส่งผลให้ผู้ป่วยถูกแยก ให้อยูค่ นเดยี ว ผู้ป่วยบางคนถูกปล่อยให้เป็นนาน ๆ จะมีอาการทางพฤติกรรมท่ี เปลยี่ นไป เช่น “Top Hits ความร้สู ุขภาพจิต” 121 ฉบับนักสื่อสาร
สหี นา้ อารมณเ์ ฉยเมย ชวี ติ ไมม่ จี ดุ หมาย ไมม่ สี มั พนั ธภาพกบั ใคร ไมพ่ ดู ไมม่ อี าการยินดียนิ รา้ ย พฤตกิ รรมผดิ ปกติ เชน่ อยใู่ นทา่ แปลก ๆ หัวเราะ หรือรอ้ งไห้ สลับกนั เปน็ พัก ๆ การจะบ่งช้ีว่าบุคคลนั้นๆ ปกติ หรือผิดปกติทางจิตหรือไม่ ควรจะมี บุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านสุขภาพจิต อาจเป็นแพทย์ที่ชำ�นาญการด้านน้ี หรือจิตแพทย์ในการตรวจสอบ ร่วมกับการทดสอบสภาพจิต จึงจะสรุปว่า ผดิ ปกติทางจติ หรอื ไม่ บางรายนน้ั หากไม่มกี ารทำ�การทดสอบ กจ็ ะพบวา่ อาจมอี าการแสดงออกมาไม่ชดั เจน สาเหตุ 1. ปจั จัยดา้ นชวี ภาพ : สารเคมใี นสมองผดิ ปกติ พนั ธุกรรม อบุ ตั เิ หตุ การได้รับส่ิงเป็นพิษ โภชนาการ โรคภัยไข้เจ็บ การติดเช้ือและความพิการ ทางสมอง 2. พ้ืนฐานบุคลิกภาพเดิม สัมพันธภาพในครอบครัว ประสบการณ์ ทไี่ ดจ้ ากสงั คม ความสะเทอื นใจทไี่ ดม้ าแตเ่ ยาวว์ ยั และถา้ ไดร้ บั การกระตนุ้ จะ ท�ำ ใหเ้ กดิ ปญั หาตามมา เชน่ ภาวะความกดดนั ทางจติ ใจ ซงึ่ มกั มาจากการงาน การเรยี น การเงนิ ครอบครวั ส่ิงแวดลอ้ ม และการใช้ชวี ติ ทางเพศ การรักษา สามารถรักษาได้ ผลการรกั ษาแบ่งได้ 2 พวก คือ 1. กลมุ่ ทห่ี ายขาด จะกนิ ยาระยะสน้ั ๆ อยา่ งตอ่ เนอ่ื งไมเ่ กนิ 6 เดอื น 2. กลุ่มที่มีอาการเร้ือรังต้องกินยาเป็นระยะเวลานานหลายปี ไม่ควรหยุดยาเอง เพราะจะทำ�ใหอ้ าการกำ�เริบได้ 122 “Top Hits ความร้สู ขุ ภาพจติ ” ฉบบั นักส่ือสาร
การรักษาด้วยยาน้ันเป็นหัวใจของการรักษา นอกจากเพื่อควบคุม อาการแลว้ ยงั สามารถลดการก�ำ เรบิ ซา้ํ ของโรคได้ พบวา่ ผปู้ ว่ ยทกี่ ลบั มอี าการ ก�ำ เริบซา้ํ อยู่บอ่ ย ๆ สว่ นใหญ่มีปญั หามาจากการขาดยา สิง่ ทีม่ ากระตนุ้ ใหอ้ าการกำ�เรบิ หรอื แย่ลง ได้รับความกดดันทางสังคมและจิตใจ เช่น ปัญหาครอบครัว การงาน ความรกั การเรยี น กนิ ยาหรอื ฉดี ยาไมส่ มํ่าเสมอ ใช้สารเสพตดิ เช่น ด่ืมสุรา สูบกัญชา กินยาบา้ การอดนอน หรอื การเจ็บป่วยทางกาย การมสี ่วนรว่ มของญาติ ตอ้ งใหค้ วามเขา้ ใจ และเหน็ ใจผปู้ ว่ ยเพราะผปู้ ว่ ยมไิ ดเ้ จตนาจะสรา้ ง ความเดอื ดรอ้ นหรอื ความร�ำ คาญใหก้ บั ญาติ ควรใหอ้ ภยั และไมถ่ อื โทษโกรธ ผู้ป่วย ดแู ลใหผ้ ปู้ ว่ ยรบั ประทานยาสมา่ํ เสมอตามแพทยส์ ง่ั ไมค่ วรเพมิ่ หยดุ หรือหยดุ ยาเอง การดูแลสขุ ภาพอนามยั พาผู้ป่วยไปรับการบำ�บัดรักษาให้สม่ําเสมอ ตรงตามท่ีแพทย์นัด ทกุ ครง้ั เพราะผ้ปู ่วยสว่ นใหญ่ใหก้ ารดแู ลตวั เองได้ไม่ดีพอ ถา้ ผู้ป่วยมพี ฤติกรรมทีด่ ูสบั สน วุ่นวาย ดอ้ื ไมย่ อมกนิ ยา ไม่ยอมมา พบแพทย์ ควรรบี ตดิ ตอ่ แพทย์ เพอ่ื เลา่ อาการใหท้ ราบจะไดร้ บั ค�ำ แนะน�ำ ไป ช่วยเหลอื ผูป้ ว่ ยตอ่ ไป “Top Hits ความรูส้ ุขภาพจิต” 123 ฉบบั นักส่ือสาร
หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของผู้ป่วย ถ้าพบความผิดปกติ เช่น พดู พรา่ํ พดู เพอ้ เจอ้ พดู คนเดยี ว เอะอะ อาละวาด หงดุ หงดิ ฉนุ เฉยี ว หวั เราะ หรือย้มิ คนเดยี ว เหม่อลอย หลงผดิ ประสาทหลอน หวาดกลัว ควรรีบพา ผปู้ ว่ ยไปพบแพทยท์ นั ที จดั หากจิ กรรมใหผ้ ปู้ ว่ ยท�ำ ตามศกั ยภาพ โดยเฉพาะในเวลากลางวนั เพือ่ ดึงภาวะจิตใจของผปู้ ่วยใหก้ ับมาอยูใ่ นโลกแหง่ ความเปน็ จริงมากที่สุด 124 “Top Hits ความรสู้ ุขภาพจติ ” ฉบบั นักสื่อสาร
“โรควติ กกงั วล” ความวติ กกงั วล (Anxiety)เปน็ อาการทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดใ้ นคนปกตทิ ว่ั ไป เมอื่ มีความเครียดเข้ามากระทบ ในคนท่ีมีความวิตกกังวลจะมีความรู้สึกสับสน เครียด กังวล วติ ก ตนื่ เตน้ ตกใจง่าย หวาดกลัว หงุดหงดิ โมโหง่าย ไม่มี ความสขุ ควบคู่กบั การเปลีย่ นแปลงทางร่างกาย เช่น มอื ส่ัน ใจส่ัน ตวั สั่น ปสั สาวะบอ่ ย ปัน่ ปว่ นในทอ้ ง แน่นหนา้ อก หายใจขดั ลุกล้ลี กุ ลน วอกแวก เพลีย นอนไมห่ ลบั แนวทางการสังเกตว่าความตึงเครียดท่ีเกิดขึ้นเป็น ความวิตกกังวลที่ ผดิ ปกตหิ รือไม่ 1. ความวิตกกังวลที่เกิดข้ึนมากเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยความเครียด ที่มากระตุน้ 2. ความวิตกกังวลทเี่ กดิ ขน้ึ มอี าการรนุ แรงมาก 3. ความวติ กกังวลทเ่ี กิดข้ึนยงั คงอยแู่ มส้ ิ่งกระตนุ้ จะหมดไปแล้ว 4. ความวติ กกงั วลทเี่ กดิ ขนึ้ รบกวนกจิ วตั รประจ�ำ วนั และหนา้ ทก่ี ารงาน ต่าง ๆ โรควติ กกงั วล (Anxiety disorder) เปน็ โรคทางจติ เวชทพี่ บบอ่ ยทส่ี ดุ เปน็ โรคจติ เวชทมี่ คี วามส�ำ คญั ระดบั ตน้ ๆ แบง่ ยอ่ ย เปน็ หลายโรค ทสี่ �ำ คญั มี อยู่ 5 กล่มุ ดงั นี้ “Top Hits ความรสู้ ขุ ภาพจิต” 125 ฉบับนักสื่อสาร
1. โรคแพนิค (Panic disorder) และโรคกลัวการอยู่ในสถานทต่ี นเอง เกิดอาการกลวั มาก (agoraphobia) 2. โรควติ กกงั วลเฉพาะอยา่ งและสงั คม (Specific phobia and social phobia) 3. โรคยํา้ คดิ ยํ้าท�ำ (Obsessive-compulsive disorder) 4. โรคเครียดท่ีเกิดภายหลังจากผู้ป่วยเผชิญกับเหตุการณ์ที่รุนแรง (Posttraumatic Stress Disorder และ Acute Stress Disorder) เช่น ภาวะสงคราม วินาศภยั อุทกภัย หรือถูกข่มขนื อยา่ งรา้ ยแรง 5. โรคกังวลทัว่ ไป (Generalized anxiety disorder) การรกั ษาอาจต้องใช้ยา และบำ�บัดทางจติ ใจรว่ มกัน 1. การรักษาโดยการใช้ยา ยามีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษา โดยเฉพาะระยะเฉยี บพลนั ผปู้ ว่ ยทเ่ี ครยี ดมานาน หลงั จากไดร้ บั ประทานยา คลายกงั วล จะรสู้ กึ อาการดขี น้ึ อยา่ งรวดเรว็ เมอื่ ผปู้ ว่ ยไดท้ านยา เมอื่ บรรเทา อาการแล้ว ควรมีการปรับปรุงบุคลิกหรือการปรับตัวเอง โดยท่ัวไปแล้ว ยาคลายกงั วล ในปรมิ าณไมส่ งู นกั ไมม่ ผี ลเสพตดิ ทางรา่ งกาย ผปู้ ว่ ยสามารถ หยดุ ยาได้ โดยไมมอี าการถอนยาแต่อยา่ งใด โดยอยใู่ นความดูแลของแพทย์ 2. การรักษาทางจิตใจโดยใช้จิตบำ�บัด แบบจิตวิเคราะห์เป็นการ รักษาดว้ ยวิธีพูดคุย วเิ คราะห์โครงสรา้ งและการใชก้ ลไกของจิตใจ คล้ายกับ การเอกซเรย์จิตใจ เพ่ือทำ�ให้ผู้ป่วยสามารถปรับตัวในชีวิตประจำ�วันได้ ปรบั ปรงุ บคุ ลกิ ภาพของตนเอง มองหาสาเหตทุ ที่ �ำ ใหเ้ กดิ ความเครยี ด หาวธิ ี แกไ้ ขให้มคี วามยืดหยุ่นไดด้ ีขน้ึ 126 “Top Hits ความรสู้ ุขภาพจิต” ฉบบั นักสือ่ สาร
3. การฝึกการผ่อนคลายด้วยตนเอง อาจใช้การฝึกผ่อนคลาย โดยการ หายใจเข้าออก ให้ใจผ่อนคลายจากเรื่องต่าง ๆ จดจ่อท่ีลมหายใจท่ีผ่าน เข้าออกร่างกาย หรือฝึกผ่อนคลาย โดยใช้หลักการตึงสลับคลายกล้ามเนื้อ เพ่ือให้ร่างกายได้เรียนรู้สัมผัสกับความรู้สึกผ่อนคลาย การฝึกเหล่านี้ ควรทำ�เป็นประจ�ำ ไม่ใช่ท�ำ เฉพาะตอนที่ตงึ เครียดเทา่ นั้น 4. การสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ ท่ีทำ�ให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย เช่น งาน อดิเรกตา่ ง ๆ ฟงั เพลง เล่นกฬี าเบาๆ ปลูกตน้ ไม้ การใช้หลกั ศาสนา ซ่ึงแล้ว แต่ความพอใจของแต่ละคน ย่อมทำ�ใหร้ สู้ ึกผอ่ นคลายได้ 5. อย่าลืมการดูแลสุขภาพร่างกายให้มีความแข็งแรงสม่ําเสมอ ออกกำ�ลงั กายบางประเภทท่ีเน้นความสัมพันธท์ ั่วร่างกาย เช่น โยคะ ก็ช่วย ผอ่ นคลายความเครยี ดได้ งดสารเสพตดิ กนิ อาหารทีม่ ีประโยชน์ อย่าลมื ว่า จิตทแี่ จ่มใส อยู่ในรา่ งกายที่แข็งแรง การรักษาจะหายหรอื ไมน่ ้นั ขนึ้ อยู่กับ 1. ประสบการณข์ องแต่ละบุคคล 2. อันตรายจากสภาพรอบตัว 3. ความผิดปกตทิ างร่างกาย เช่น โรคเรื้อรังตา่ ง ๆ อยา่ งไรกต็ าม มนษุ ยท์ กุ คนจะมคี วามวติ กกงั วลอยตู่ ามธรรมชาติ ซง่ึ เปน็ สิ่งท่ีดีเพราะเป็นเหมือนระบบเตือนภัยช่วยให้การปฏิบัติงานท่ีอันตราย ปลอดภัยข้ึน เน่ืองจากเกิดความระมัดระวังและรอบคอบ และเพ่ือเตรียม พร้อมในการเผชญิ ปญั หาหรือสถานการณ์ความเครยี ดตา่ ง ๆ ซึง่ แสดงออก ทั้งทางความคิดและความรู้สึกทางกาย ผลักดันให้คนเราแก้ปัญหาหรือคิด พฒั นาสิง่ ต่าง ๆ ได้ “Top Hits ความรสู้ ขุ ภาพจิต” 127 ฉบบั นักส่ือสาร
“อาการนอนไม่หลับ” จากข้อมูลขององคก์ ารอนามยั โลก พบวา่ 45% ของประชากรโลก เคย มีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหน่ึงเกี่ยวกับการนอน โดยที่ 35 % จะเป็น อาการนอนไม่หลับ การนอนไมห่ ลบั เปน็ ปญั หาทพ่ี บไดบ้ อ่ ย ไมเ่ ฉพาะในโรคตา่ งๆ แมใ้ นคน ปกติที่ไม่ได้มโี รคประจำ�ตวั กส็ ามารถมีอาการ นอนไม่หลบั ได้ อาการ คือ นอนหลับไดย้ าก หลบั แล้วตืน่ บอ่ ย ตืน่ แลว้ ไม่สามารถหลบั ต่อได้ คุณภาพการนอนไม่ค่อยดี ตื่นนอนตอนเช้า ไวกว่าปกติ ซ่ึงคนปกติ ทั่วไป สามารถเกิดอาการนอนไม่หลับข้ึนได้ ประมาณ 1-2 คืนต่อสัปดาห์ เกดิ ข้นึ ไดใ้ นทกุ ชว่ งอายุ พบมากขึน้ ในผ้หู ญงิ และ ผสู้ ูงอายุ โดยเฉพาะอายุ มากกว่า 65 ปีข้ึนไป ผทู้ มี่ ปี ญั หานอนไมห่ ลบั จะมปี ญั หาขาดงานหรอื ท�ำ งานดว้ ยประสทิ ธภิ าพ ทล่ี ดลงในสดั สว่ นทมี่ ากกวา่ ผทู้ ไ่ี มม่ ปี ญั หาถงึ 3 เทา่ และการนอนไมเ่ พยี งพอ ยงั ทำ�ให้การเรยี นรู้ ความจำ� และสมาธใิ นการท�ำ งานตา่ งๆ ลดลง เมอ่ื เทียบ กบั ผูท้ ่ไี มม่ ีปัญหาการนอน นอกจากน้ี หากนอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผล ทำ�ให้การทำ�งานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง โดยเฉพาะกับกลุ่ม ผปู้ ่วยเบาหวาน ภาวะโรคอ้วน รวมไปถึงผทู้ ีม่ ปี ญั หาสุขภาพจติ เชน่ ภาวะ เครียด โรควติ กกังวลและโรคซึมเศร้า สาเหตุหนึ่ง ที่พบได้บ่อย คือ ความวิตกกังวล หรือ ความเครียดและ หากมีปัญหานอนไมห่ ลับเรื้อรงั นอนไม่หลับนานกวา่ 3 เดอื น อาจสัมพันธ์ กบั สภาวะทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช จงึ ควรรบี ปรึกษาแพทย์ 128 “Top Hits ความรูส้ ขุ ภาพจิต” ฉบับนักส่ือสาร
การรักษา มีทั้งการรักษาสาเหตุที่เก่ียวข้องโรคทางกาย หรือ โรคทาง จิตเวชที่ส่งผลให้มีอาการนอนไม่หลับ เช่น การรักษาโรคกรดไหลย้อน การรักษาโรคซึมเศร้า หรือ โรควิตกกังวล การรักษาโดยการปรับ ความคดิ และพฤตกิ รรม และการรกั ษาโดยการใชย้ า เชน่ การใชย้ าคลายกงั วล ยาต้านซมึ เศรา้ และยาแกแ้ พ้ 10 เคล็ดลบั ชว่ ยให้นอนหลับไดด้ ี 1. เข้านอนและตน่ื นอนให้ตรงเวลาเป็นประจ�ำ ทกุ วัน 2. ถ้านอนกลางวนั เป็นประจำ� ไมค่ วรงบี กลางวันเกิน 45 นาที 3. หลีกเลีย่ งการด่มื แอลกอฮอล์ท่มี ากเกนิ ไป เปน็ ระยะเวลา 4 ช่วั โมง ก่อนนอนและงดการสบู บุหร่ี 4. หลีกเลยี่ งเครือ่ งดืม่ คาเฟอนี เช่น กาแฟ ชา นํ้าอัดลมประเภทตา่ งๆ และช็อกโกแลต 6 ชั่วโมงกอ่ นนอน 5. หลีกเล่ียงการรับประทานอาหารม้ือหนัก อาหารเผ็ด หรืออาหาร หวาน เปน็ ระยะเวลา 4 ช่ัวโมงกอ่ นนอน ของวา่ งเบาๆ สามารถรับประทาน ก่อนนอนได้ 6. ออกก�ำ ลังกายสมา่ํ เสมอ แต่ หลีกเลี่ยงการออกก�ำ ลังกายกอ่ นนอน 7. ใช้เคร่ืองนอนท่ีทำ�ใหห้ ลบั สบาย 8. ห้องนอนควรมีอุณหภมู ทิ เ่ี หมาะสมและถ่ายเทอากาศไดส้ ะดวก 9. หลีกเลี่ยงเสียงรบกวนท้ังหมดและหลีกเลี่ยงแสงให้มากที่สุด เทา่ ทจ่ี ะเป็นไปได้ 10. ใช้ห้องนอนเพื่อการนอน อย่าใช้เตียงนอนเป็นที่ทำ�งานหรือ การพกั ผ่อนหย่อนใจ “Top Hits ความรสู้ ขุ ภาพจิต” 129 ฉบับนกั สอ่ื สาร
“โรคอารมณส์ องขว้ั ” โรคไบโพลาร์ หรอื โรคอารมณ์สองขว้ั (Bipolar Disorder) เปน็ หนง่ึ ในกลุ่มโรคอารมณ์ผิดปกติท่ีพบได้บ่อยในทั่วโลก ประมาณ 1-2% พบได้ ในผูห้ ญงิ และผชู้ ายในอัตราท่ีเทา่ กัน อายุเฉลี่ยทีเ่ ริม่ พบ คอื 20-30 ปี อกี ทัง้ พบวา่ 1 ใน 5 ของผ้ปู ่วยฆ่าตวั ตายสำ�เร็จ ผู้ป่วยไบโพลาร์จะมีอารมณ์เปล่ียนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในลักษณะ ท่ีแตกต่างกันคนละขัว้ โดยมีความผิดปกติในระยะพลงุ่ พล่าน ฟุ้งเฟ้อหรือ มาเนยี (Mania) สลบั กับระยะซึมเศรา้ (Depression) ระยะพลงุ่ พลา่ นฟงุ้ เฟอ้ อารมณด์ ี หรอื หงดุ หงดิ งา่ ยมากกวา่ ปกติ มคี วาม มั่นใจในตัวเองมาก ขาดความยบั ย้ังช่ังใจ ไม่หลับไม่นอน หากถกู ห้ามปราม หรอื ขัดขวางในส่ิงทตี่ อ้ งการ มกั หงุดหงิด ฉุนเฉียว ในรายท่ีมีอาการรุนแรง อาจพบมีอาการหลงผดิ แบบมคี วามสามารถพิเศษเหนือคนอ่ืนจนถึงมภี าวะ หวาดระแวงได้ ระยะซมึ เศรา้ จะรสู้ กึ หดหู่ เบอื่ หนา่ ย จติ ใจไมส่ ดชนื่ อารมณอ์ อ่ นไหวงา่ ย ร้องไห้ง่าย ไม่อยากพบใครหรือไม่อยากทำ�อะไร เบื่ออาหาร นํ้าหนักลด เคลื่อนไหวช้า ใจลอย หลงๆ ลืมๆ ไมม่ ่นั ใจ ตัดสินใจไม่ได้ คดิ ว่าตนเองเป็น ภาระและหากมีอาการหนกั จะถงึ ขั้นฆ่าตัวตาย อาการของโรค ผู้ท่ีเป็นจะมีอาการแสดงออกมาทั้งในด้านอารมณ์ ความคิด และ พฤตกิ รรมโดยในแตล่ ะระยะจะมอี าการนานหลายวนั จนอาจถงึ เปน็ สปั ดาห์ หรอื หลายเดอื นหากไมไ่ ด้รับการรักษา 130 “Top Hits ความรูส้ ขุ ภาพจิต” ฉบบั นกั ส่อื สาร
สาเหตุและปัจจัยที่เก่ียวขอ้ ง โรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้เกิดจากการมีจิตใจอ่อนแอหรือคิดมากอย่างท่ี คนอื่นมักมองกัน แต่เป็นความผิดปกติทางสมอง พบว่าผู้ท่ีเป็นโรคน้ีมีการ ทำ�งานของสมองและสารเคมีในสมองซ่ึงทำ�หน้าที่สื่อสารระหว่างเซลล์ ประสาทแปรปรวนไป อาจมีปัจจัยเสริม เช่น ประสบวิกฤตการณ์หรือ มีเหตุการณ์พลิกผันของชีวิต หรือมีปัจจัยกระตุ้นอ่ืนๆ ได้แก่ การอดนอน ารใชส้ ารเสพตดิ หรอื ยากระตนุ้ และกรรมพนั ธม์ุ สี ว่ นเพมิ่ ความเสย่ี งการปว่ ย การรักษา โดยท่ัวไป หากเป็นการป่วยคร้ังแรกหลังจากที่แพทย์รักษาจนผู้ป่วย อาการกลับสปู่ กติแล้ว จะให้ยากินต่อไปอกี จนครบ 6 เดือน แล้วค่อย ๆ ลด ยาลงจนหยดุ ไป โดยทวั่ ไปใชเ้ วลาเกอื บปี ทต่ี อ้ งใหย้ านานถงึ แมว้ า่ อาการจะ หายดแี ล้วก็เพือ่ เปน็ การปอ้ งกนั ไมใ่ หโ้ รคก�ำ เรบิ การกนิ ยาอยา่ งสมา่ํ เสมอจงึ เปน็ สง่ิ ส�ำ คญั ทจ่ี ะท�ำ ใหส้ ามารถควบคมุ อาการ ไดด้ ี รวมทงั้ สามารถปอ้ งกนั การก�ำ เรบิ ในครง้ั ตอ่ ไป และควรพบแพทยต์ ามนดั เพื่อประเมินผลการรักษาตลอดจนผลข้างเคียงจากยา แพทย์อาจปรับยา เป็นช่วง ๆ ตามแต่อาการของโรค ควรบอกแพทย์อย่างไม่ปิดบัง ถงึ อารมณแ์ ละพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ โดยเฉพาะหากไมแ่ นใ่ จวา่ เปน็ ชว่ งทอี่ ารมณ์ เปลย่ี นแปลงหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรออกกำ�ลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ยกตวั อยา่ งงา่ ย ๆ เดนิ ออกก�ำ ลงั กายวนั ละ 30 นาที งดเครอ่ื งดมื่ แอลกอฮอล์ และเคร่ืองดื่มประเภทคาเฟอีนอย่างเด็ดขาด เพราะจะกระตุ้นให้อาการ ก�ำ เรบิ ได้ ทส่ี �ำ คญั หลกี เลย่ี งภาวะทอ่ี าจท�ำ ใหเ้ กดิ สง่ิ เรา้ สงิ่ กระตนุ้ ทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ ความเครยี ด โดยการส�ำ รวจอารมณต์ วั เองอยา่ งสมาํ่ เสมอเปน็ สง่ิ ส�ำ คญั ทสี่ ดุ “Top Hits ความร้สู ขุ ภาพจิต” 131 ฉบบั นักสือ่ สาร
ในส่วนของญาติและคนใกล้ชิดควรร่วมเรียนรู้ เข้าอกเข้าใจ และให้ ก�ำ ลงั ใจแกผ่ ปู้ ว่ ย ชว่ ยดแู ลใหผ้ ปู้ ว่ ยกนิ ยา ปฏบิ ตั ติ วั ตามค�ำ แนะน�ำ ของแพทย์ สงั เกตอารมณแ์ ละพฤตกิ รรมของผปู้ ว่ ย รบี พาไปพบแพทยก์ อ่ นจะมอี าการมาก แนวทางปอ้ งกัน ปรับวงจรการกินการนอนให้ปกติและสมํ่าเสมอ ดูแลสุขภาพ เช่น ออกก�ำ ลงั กาย ท�ำ กจิ กรรมคลายเครยี ด ไมใ่ ชส้ ารเสพตดิ เชน่ สรุ า ยากระตนุ้ ตลอดจนหมน่ั สงั เกตอารมณแ์ ละพฤตกิ รรมของตนเอง เรยี นรอู้ าการเรมิ่ แรก และรีบพบแพทย์ก่อนจะมอี าการมาก 132 “Top Hits ความรู้สขุ ภาพจิต” ฉบับนกั สื่อสาร
“สมองเสอ่ื ม” สมองเสื่อม (Dementia) เป็นโรคท่ีพบได้บ่อยในผู้สูงอายุและพบ มากขน้ึ ตามอายทุ สี่ งู ขนึ้ พบรอ้ ยละ 5 ในประชากรทมี่ อี ายตุ งั้ แต่ 65 ปขี นึ้ ไป และอาจจะเพ่ิมสูงขน้ึ ร้อยละ 50 ในประชากรท่ีมีอายุ 85 ปี แนวทางการสังเกต สงสัยว่ามีภาวะสมองเสือ่ ม 1. ความจ�ำ ระยะสน้ั ไมด่ ี เชน่ ลมื วนั นดั ลมื สง่ิ ของบอ่ ยๆ พดู ซา้ํ ถามซา้ํ 2. มีปัญหาทางด้านการใช้ภาษา เช่น เรียกช่ือส่ิงของและช่ือคนท่ี คนุ้ เคยไมถ่ กู หรอื สูญเสยี ความเขา้ ใจภาษา 3. มปี ญั หาในดา้ นทศิ ทางและสง่ิ แวดลอ้ ม เชน่ ขบั รถแลว้ หลงทางในที่ ๆ เคยขบั ได้ หรือหลงทางเวลาเดินทางออกนอกบา้ นคนเดียว 4. มีความผิดปกติในการทำ�งานท่ีซับซ้อน เช่น วางแผนการทำ�งาน การเดินทาง การใช้อุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ การใช้จ่ายและเก็บเงินหรือ การไปธนาคาร 5. มีความผิดปกติของอารมณ์และบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว มีพฤติกรรมแปลกไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ แวดล้อม มคี วามเช่ือท่ีผดิ แปลก เห็นภาพหลอน 134 “Top Hits ความร้สู ุขภาพจิต” ฉบับนักสอ่ื สาร
เกณฑ์ในการวนิ ิจฉัย คอื 1. มคี วามผิดปกตขิ องความจ�ำ 2. มีความผดิ ปกติอย่างนอ้ ง 1 ขอ้ ในส่งิ เหล่าน้ี คือ - ความผดิ ปกตขิ องการใชภ้ าษา เชน่ นกึ ค�ำ พดู ไมอ่ อก ความเขา้ ใจ ภาษาลดลง - การสูญเสียทักษะในการทำ�กิจกรรม เช่น ไม่สามารถแปรงฟัน หวผี มได้ ตอกตะปไู มเ่ ปน็ โดยไมไ่ ดเ้ กดิ จากความผดิ ปกตขิ องระบบกลา้ มเนอ้ื เชน่ การเคลอื่ นไหวผิดปกติ นา้ํ ลายไหล ตวั แข็งเกร็ง หน้าเรยี บเฉย เป็นตน้ - การไม่รับรู้ในส่ิงที่เคยรู้มาก่อน เช่น เห็นส่ิงของแล้วไม่รู้ว่า คอื อะไร ไม่รู้วา่ ใช้ท�ำ อะไร เห็นหน้าคนคุน้ เคยแต่นกึ หนา้ ไมอ่ อก เป็นตน้ - ความผิดปกติในการบริหารจัดการ เช่น ความผิดปกติในการ วางแผนการตัดสินใจ จัดระบบงาน เรียงลำ�ดับงาน และคิดอย่างเป็น นามธรรม 3. ความผิดปกติที่เกิดขึ้นใน ข้อ 1 และ 2 ส่งผลกระทบต่อความ สามารถทางสังคมและอาชพี แลมรี ะดบั ความสามารถทล่ี ดลงจากเดิม 4. ความผิดปกตทิ เี่ กิดขน้ึ ไม่ไดอ้ ยูใ่ นช่วงทก่ี ำ�ลังมภี าวะซึมเศร้า สบั สน เฉียบพลัน 5. ความผิดปกตทิ เ่ี กดิ ขนึ้ ไมส่ ามารถอธิบายไดด้ ว้ ยสาเหตอุ ื่น ๆ แนวทางการรกั ษา ขนึ้ อยกู่ บั ภาวะของสมองเสอื่ มนน้ั เกดิ จากอะไร ภาวะสมองเสอื่ มบางชนดิ สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยา เช่น อัลไซเมอร์ดีซีส (Alzheimer’s disease) แตภ่ าวะสมองเสอ่ื มบางชนดิ ไมส่ ามารถรกั ษาใหห้ ายขาดไดเ้ ปน็ เพยี ง การประคับประคอง ยืดเวลาและชะลอไม่ให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว เชน่ ดิเมนเชีย ซนิ โดรมออฟเมเจอร์ ดีเพรสชน่ั (Dementia Syndrome of major depression) หรือ ไฮโปไทยรอยด์ดซิ มึ่ (Hypothyroidism) “Top Hits ความรสู้ ุขภาพจิต” 135 ฉบบั นกั ส่อื สาร
ความจ�ำ ไม่ดี ใช่ภาวะสมองเสือ่ มหรอื ไม่ ความจำ�ไม่ดี เกิดจากหลายปัจจัยในคนปกติ ถ้าไม่สนใจ ไม่มีสมาธิ ซมึ เศรา้ โกรธ วติ กกงั วล กจ็ ะจ�ำ ไมไ่ ด้ โดยทไ่ี มเ่ กย่ี วขอ้ งกบั ปญั หาทางดา้ นสมอง วิธปี ้องกนั สมองเส่อื ม 1. หมนั่ ออกก�ำ ลงั กายชนดิ แอโรบกิ เชน่ เดนิ เรว็ วง่ิ วา่ ยนา้ํ เปน็ ประจ�ำ ประมาณ 30 นาทตี ่อคร้ัง สัปดาหล์ ะ 3 -5 วัน 2. เลอื กรบั ประทานอาหารทเ่ี หมาะสม ให้ครบ5 หมู่ หลีกเล่ียงอาหาร มนั จดั หวานจดั ควรรบั ประทานผกั ถวั่ เมล็ดแห้ง ผลไม้ ธญั พชื ท่ไี มผ่ า่ นการ ขดั สี และปลา 3. นอนหลบั พักผ่อนอยา่ งเพียงพอ ประมาณ 6 - 8 ช่วั โมงต่อวัน 4. ท�ำ กจิ กรรมทชี่ ว่ ยเสรมิ การเรยี นรสู้ ง่ิ ใหม่ ๆ หรอื กระตนุ้ การคดิ อา่ น ความจ�ำ ประมาณวนั ละครงึ่ ชว่ั โมง 4 - 5 ครงั้ ตอ่ สปั ดาห์ ซง่ึ ควรเปน็ กจิ กรรม ท่ีชื่นชอบ เหมาะสม และทำ�แล้วเพลิดเพลนิ 5. สร้างความสมั พันธ์กบั ผ้อู น่ื ด้วยการพดู คุยอย่างสมํ่าเสมอ 6. ท�ำ จติ ใจใหเ้ บิกบาน ไมเ่ ครยี ด ไม่เศร้าหมอง 7. ไม่สบู บุหร่ี ด่ืมเหล้า 8. ตรวจสขุ ภาพเปน็ ประจ�ำ ทกุ ปี หากพบโรคประจ�ำ ตวั เชน่ เบาหวาน ความดันโลหติ สงู ควรแก้ไขและปฏิบัตติ ามคำ�แนะน�ำ ของแพทย์ 9. หลกี เลย่ี งการใชย้ า ทม่ี ผี ลกดการท�ำ งานของสมอง ท�ำ ใหง้ ว่ งซมึ และ อาจท�ำ ให้เกดิ อาการสบั สนได้ 10. ระมดั ระวังการเกิดอุบตั เิ หตทุ ีศ่ รี ษะ ระวงั หกล้ม 136 “Top Hits ความรู้สขุ ภาพจิต” ฉบบั นกั สื่อสาร
“บทบาทสอื่ มวลชน ในการสร้างสรรคส์ ังคมสขุ ภาพจติ ดี” เมอื่ พดู ถงึ ผมู้ ปี ญั หาสขุ ภาพจติ หลายคนในสงั คมอาจจะยงั ไมค่ อ่ ยเขา้ ใจ หรอื อาจมคี วามเขา้ ใจทคี่ ลาดเคลอื่ นอยู่ โดยสว่ นหนงึ่ อาจจะมองวา่ การปว่ ย เปน็ การเสแสรง้ หรอื แกลง้ ท�ำ นา่ เบอ่ื หนา่ ย พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ ขน้ึ บางอยา่ ง เชน่ การฆา่ ตวั ตาย มกั จะถกู มองวา่ เป็นการกระท�ำ ของคนโง่ อ่อนแอ ไม่เขม้ แข็ง เปน็ การเรยี กรอ้ งความสนใจ และมกั ถกู เยาะเยย้ หรอื ซาํ้ เตมิ เชน่ เดยี วกนั กบั ปัญหาทางจติ สว่ นหน่งึ ก็ถกู มองว่าเปน็ เร่อื งทแี่ ก้ไขไม่ได้ เป็นเรือ่ งของนิสัย หรอื ถา้ ไดร้ บั การรกั ษากร็ กั ษาไมห่ าย รวมทง้ั ผปู้ ว่ ยทางจติ ทเี่ คยมพี ฤตกิ รรม รนุ แรงมากอ่ น กถ็ กู มองวา่ เปน็ อนั ตรายตอ่ สงั คมตลอดชวี ติ ท�ำ ใหค้ นในชมุ ชน รสู้ ึกหวาดกลัว รงั เกียจ ญาติกร็ สู้ ึกอบั อายทีม่ ีผู้ปว่ ยทางจิตอย่ใู นครอบครัว นอกจากน้ี ภาพต่างๆ ที่ปรากฏผ่านสื่อ เช่น การนำ�เสนอภาพผู้ป่วย จติ เวชทม่ี พี ฤตกิ รรมรนุ แรง ท�ำ รา้ ยคนอน่ื ซงึ่ ในความเปน็ จรงิ มเี พยี งสว่ นนอ้ ย หรอื การน�ำ เสนอภาพหรอื ขา่ วการฆา่ ตวั ตายซาํ้ ๆ ตดิ ๆ กนั หลายวนั รวมทงั้ การนำ�เสนอข่าวการฆา่ ตัวตายของผ้มู ีช่อื เสียง การเผยแพรภ่ าพยนตรห์ รือ ละครทม่ี บี ทพยายามฆา่ ตวั ตายหรอื มกี ารฆา่ ตวั ตายทแี่ สดงวธิ อี ยา่ งละเอยี ด ตลอดจนการน�ำ เสนอตวั ละครหรอื การใชค้ �ำ พดู ทลี่ อ้ เลยี นผปู้ ว่ ย ทางจติ เชน่ คนบ้า คนไมเ่ ตม็ บาท คนไม่ครบ คนไม่สมประกอบ คนน่ากลัว โรคจติ ล้วน ก่อให้เกิดภาพลบตอกย้ําให้เกิดตราบาปต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิตและผู้ป่วย จิตเวชในสังคมมากยิ่งขึ้น ที่ถือเป็นอุปสรรคสำ�คัญในการป้องกันปัญหา สขุ ภาพจติ และการฆา่ ตวั ตาย ซงึ่ ในความเปน็ จรงิ แลว้ \"โรคทางจติ เวช ไมใ่ ช่ โรคร้าย ไมใ่ ชต่ ราบาป ไม่ใชเ่ ร่ืองน่าละอาย สามารถเกดิ ขึ้นได้กับทกุ คน และสามารถรกั ษาใหห้ ายกลับคืนสู่สังคมไดอ้ ย่างมีคุณค่า\" “Top Hits ความรู้สุขภาพจติ ” 137 ฉบับนักส่อื สาร
นอกจาก บคุ ลากรทางการแพทย์ ครอบครวั และ ชมุ ชน แลว้ สอื่ มวลชน นบั วา่ เปน็ อกี หนงึ่ พลงั ส�ำ คญั ทจ่ี ะชว่ ยสรา้ งสรรคส์ งั คมใหม้ สี ขุ ภาพจติ ดี ชว่ ย ลดตราบาป สอ่ื สารอยา่ งสรา้ งสรรคใ์ หเ้ กดิ ความเขา้ ใจทางบวก ปอ้ งกนั ปญั หา สขุ ภาพจติ และปัญหาการฆา่ ตวั ตายในสังคมได้ โดย 1. ระมัดระวัง การพาดหัวข่าว หรือนำ�เสนอภาพข่าวในลักษณะ ทมี่ ีสสี ัน เนน้ หรอื ตอกย้ํา ใหค้ วามโดดเด่นหรอื ดราม่า กอ่ ใหเ้ กดิ ความรู้สึก สะเทอื นใจ ซ้าํ เติมความทกุ ข์หรือโศกนาฏกรรมท่มี ากเกนิ ไป 2. ค�ำ นงึ ถงึ การน�ำ เสนอขา่ วทอ่ี าจสง่ ผลตอ่ ความรสู้ กึ หรอื เกดิ ผลกระทบ ในทางลบตอ่ ผปู้ ว่ ย ญาติ และผใู้ กลช้ ดิ ไมล่ ว่ งละเมดิ ศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ มนษุ ย์ ของบคุ คลทต่ี กเปน็ ขา่ ว โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ สทิ ธมิ นษุ ยชนของเดก็ สตรี และ ผดู้ ้อยโอกาส 3. สอดแทรกความรู้ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน เกยี่ วกบั ปญั หาสขุ ภาพจติ เชน่ การใหค้ วามรทู้ ถี่ กู ตอ้ งเกย่ี วกบั อาการหรอื โรค ทางจติ เวช การน�ำ เสนอสญั ญาณเตือน แนวทางการดูแลจติ ใจ การป้องกนั ปัญหา ตลอดจน การนำ�เสนอตัวอย่างด้านบวกแก่สังคม โดยสามารถขอ ความรู้หรือข้อแนะนำ�ได้จากจิตแพทย์ ผู้เช่ียวชาญ หรือนักวิชาการด้าน สุขภาพจิต 4. ให้ข้อมูลแหล่งให้การช่วยเหลือด้านจิตใจ หน่วยงานให้บริการ หรือใหค้ �ำ ปรึกษา เช่น สายดว่ นสขุ ภาพจติ 1323 ท่ีควรระบุอย่างชัดเจนใน ตอนท้ายของขา่ ว บทความ หรือละคร 5. ดูแลกายและใจของตัวเองให้ดีเพราะการติดตามทำ�ข่าว แต่ละ ครง้ั อาจไดร้ บั ความเครยี ดและความทุกขไ์ ดม้ าก แมว้ า่ จะมปี ระสบการณส์ งู แลว้ กต็ าม จงึ อยา่ ลมื พดู คยุ ระบายกบั เพอ่ื นรว่ มงาน เพอื่ น คนในครอบครวั หรือหนว่ ยงานท่ีให้ความชว่ ยเหลอื ดา้ นจติ ใจ 138 “Top Hits ความรูส้ ุขภาพจติ ” ฉบับนักส่อื สาร
ท่ปี รกึ ษาและคณะท�ำ งาน ทีป่ รกึ ษา น.ต.นพ.บญุ เรอื ง ไตรเรอื งวรวัฒน ์ อธบิ ดีกรมสุขภาพจิต นายแพทย์ชโิ นรส ลี้สวัสด ิ์ รองอธิบดกี รมสขุ ภาพจิต นายแพทยพ์ งศ์เกษม ไขม่ ุกด ์ รองอธบิ ดีกรมสขุ ภาพจติ นายแพทย์สมัย ศริ ิทองถาวร รองอธบิ ดกี รมสุขภาพจิต นายแพทย์ยงยทุ ธ วงศภ์ ริ มยศ์ านต ิ์ ทปี่ รกึ ษากรมสขุ ภาพจิต นางนันทนา รตั นากร ผอู้ ำ�นวยการ กองสขุ ภาพจิตสงั คม แพทย์หญงิ วมิ ลรัตน์ วันเพญ็ สถาบนั สุขภาพจติ เด็กและวยั รุน่ ราชนครินทร์ แพทย์หญงิ ศุทรา เอือ้ อภสิ ทิ ธว์ิ งศ์ สถาบนั สุขภาพจติ เด็กและวัยรุ่น ราชนครินทร์ แพทย์หญิงฐติ ิมา สงวนวิชัยกลุ สถาบนั สุขภาพจติ เดก็ และวยั รุน่ ราชนครนิ ทร์ แพทย์หญิงกนกวรรณ โมสิกานนท ์ สถาบันจิตเวชศาสตรส์ มเดจ็ เจา้ พระยา แพทยห์ ญงิ ทศั นยี ์ กลุ จะนะพงศพ์ ันธ ์ สถาบันจติ เวชศาสตรส์ มเด็จ เจา้ พระยา นายแพทย์อภิชาต ิ จริยาวิลาศ โรงพยาบาลศรีธัญญา นายแพทยอ์ ภชิ าติ แสงสนิ สถาบนั กลั ยาณ์ราชนครินทร์ “Top Hits ความรสู้ ุขภาพจติ ” 139 ฉบับนักสอ่ื สาร
คณะท�ำ งาน ทบั ทิมเจือ กองสุขภาพจติ สังคม นางสาวปิยฉตั ร ธนาพัฒนธั นนท ์ สถาบนั จิตเวชศาสตร์ นางสาวชนสินันท ์ สมเด็จเจา้ พระยา นาทะพันธ ุ์ กองสขุ ภาพจิตสังคม นายชนนิ ทร ์ ฉตั รทอง กองสุขภาพจติ สังคม นายอานนท์ 140 “Top Hits ความรู้สุขภาพจติ ” ฉบับนักสอ่ื สาร
Search