Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1_02 บาลีไวยกรณ์ วจีวิภาคที่ 2 นามและอัพพยศัพท์

1_02 บาลีไวยกรณ์ วจีวิภาคที่ 2 นามและอัพพยศัพท์

Published by E-book Bang SAOTHONG Distric Public library, 2019-02-17 00:46:30

Description: 1_02 บาลีไวยกรณ์ วจีวิภาคที่ 2 นามและอัพพยศัพท์

Search

Read the Text Version

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอัพพยศัพท - หนา ที่ 79 ฉ. ตสสฺ อสสฺ เตส เตสาน เนส เนสาน ส. ตสฺมึ อสมฺ ึ ตมหฺ ิ เตสุ วิธีเปลย่ี น วภิ ัตติ และการนั ต ๑ สิ อยูห ลงั เอา ต ทม่ี ิใช นป.ุ เปน ส. อ อยูหนา เอา โย ทงั้ สอง เปน เอ, เอา ต เปน น ไดบา ง. ๒ ส สมฺ า สมฺ ึ อยหู ลัง เอา ต เปน อ ไดบ า ง ในลงิ คท ั้งปวง. เอา น เปน ส เปน สาน แลว เอา อ ขางหนา เปน เอ. ๓ เอา ต เปน อ แลว หา มมิใหแ ปลง สมฺ า เปน มฺหา แปลง สมฺ ึ เปน มหฺ .ิ ต ศพั ท ใน อติ ถลี งิ ค แจกอยางน้ี :- ----------------------------------------------------------------------------------- เอก. พห.ุ ป. สา ตา ท.ุ ต น ตา ต. ตาย ตาหิ จ. ตสสฺ า อสสฺ า ตสิ สฺ า ติสสฺ าย ตาส ตาสาน ปฺ. ตาย ตาหิ ฉ. ตสฺสา อสฺสา ตสิ สฺ า ติสฺสาย ตาส ตาสาน ส. ตาย ตสสฺ  อสฺส ตสิ ฺส ตาสุ วิธีเปลย่ี น วภิ ตั ติ และ การนั ต ๑ ใน อติ ถลี งิ ค เอา อ การนั ต เปน อา และ ลบ โย ทง้ั สองเสยี .

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคท่ี ๒ นามและอัพพยศพั ท - หนาที่ 80 ๒ เอา ส เปน สสฺ า เปน สสาย แลว รสั สะ การันต ใหเ ปน อ บาง แปลงเปน อิ บา ง. ๓ เอา สมฺ ึ เปน สฺส แลว รัสสะ การันต ใหเ ปน อ บาง แปลงเปน อิ บา ง. ต ศัพทใ น นปสุ กลงิ ค แจกเหมือน ใน ปลุ งิ ค แปลกแต ป. เอก. ต, พหุ. ตาน,ิ ท,ุ พหุ. ตานิ เทานนั้ . ต ศพั ท ท่เี ปน ประถมบรุ ุษ มิใชว เิ สสนสัพพนามนี้ เห็นวา ตรงกบั คาํ ท่เี ราใชใ นภาษา ของเราวา \"ทา น, เธอ, เขา, มัน\" ตามคาํ สงู และต่ํา จะไมต อ ง แปลวา \"น้ัน\" เหมอื นวิเสสนสพั พนาม กไ็ ด อุทาหรณ ดังน้ี \"อาจรโิ ย ม นจิ จฺ เมว โอวทติ อนสุ าสติ โส หิ มยหฺ  ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖๗๘ วุฑฺฒึ อาสึสต.ิ อาจารย วากลาวอยู ตามสง่ั สอนอยู ซงึ่ ขา พเจา ๙ ๑๐ ๑ ๔ ๕ ๒ เปนนติ ยท ีเดียว เพราะวา ทา น หวังอยู ซึง่ ความเจรญิ แกขาพเจา. ๓ ๗ ๖ ๑๐ ๙ ๘ รโฺ  ปเสนทิโกสลสฺส มลลฺ กิ า นาม เทวี พหนุ น ปย า อโหส,ิ ๑ ๒ ๓ ๔๕ ๖ ๗ ๘ สา หิ เตส อุปการ-มหาสิ. นางเทวี ของพระราชา ปเสนทโิ กศล ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๕ ๑ ๒ นามวา มลั ลกิ า ไดเปนท่ีรัก ของชนทั้งหลายเปนอันมาก มแี ลว ๔๓ ๗ ๖๘ เพราะวา เธอ ไดท าํ แลว ซงึ่ อปุ การะ แกเ ขาทั้งหลาย. นามรปู  ๑๐ ๙ ๑๓ ๑๒ ๑๑ ๑

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอัพพยศัพท - หนาท่ี 81 อนิจจฺ  ตหฺ ิ อปุ ฺปชชฺ ิตฺวา นิรชุ ฌฺ ต.ิ นามรปู ไมเ ทย่ี ง เพราะวา ๒ ๓๔ ๕ ๖ ๑ ๒๔ มัน เกดิ ขึ้นแลว ยอ มดบั ไป.\" ๓๕ ๖ เพราะคําทใ่ี ชในประถมบุรษุ ในภาษาของเรามาก จะใชย นื เปน แบบเดียวไมได คร้นั จะใชยกั เยอื้ งไปตา ง ๆ กจ็ ะพาใหก ลุ บุตร แรกศกึ ษา สงั เกตยากหรืออยางไรแล ทา นจงึ สอนใหย กเอานามศพั ท ทสี่ พั พนามเล็งเอาขึน้ แปลดวย เหมอื นอทุ าหรณที่ตน ตอ งแปลวา \"โส อาจริโย อาจารยน น้ั ,\" ในอทุ าหรณท ีส่ อง ตองแปลวา \"สา มลลฺ กิ า นางเทวี นางมลั ลกิ านน้ั ,\" ในอทุ าหรณท ี่สาม ตอ งแปลวา \"ต นามรปู  นามรปู นนั้ \" ดงั น้.ี แตท่ียกเอานามศัพทขน้ึ แปลดวยน้ี ก็เปน อุบายที่จะใหผ แู รกศึกษาเขาใจความไดชัด และฉลาดในการทจ่ี ะ แจกวภิ ัตตแิ ละผูกประโยค เพราะฉะน้นั แปลตอไปขางหนา จะตอ ง ใชตามแบบที่เคยใชมาแตก อน ไมเ ปลยี่ นแปลง. ต ศพั ท ที่ทา นเขียนไวก ับนามศัพท หรือ ตมุ ฺห อมฺห ศพั ท เปนวิเสสนสัพพนาม แปลวา \"นนั้ \" อทุ าหรณว า :- อภิ ฺ าย โข โส ภควา ธมฺม เทเสติ โน [เทเสติ] ๑ ๒๓ ๔ ๕ ๖ ๗ อนภิ ฺาย พระผมู ีพระภาคเจา น้นั ยอมแสดง ซึง่ ธรรม ๘ ๔ ๓๖ ๕ เพอ่ื ความรยู งิ่ แล ไม [แสดง] เพ่ือความไมร ยู ่งิ . เอกมนฺต ๑ ๒๗ ๘๑

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอัพพยศพั ท - หนาที่ 82 ิตา โข สา เทวตา. เทวดา นัน้ ยนื แลว สวนขางหน่ึง แล. ๒ ๓๔ ๕ ๕ ๔ ๒ ๑ ๓ น ต กมฺม กต สาธุ, ย [กมมฺ ] กตวฺ า อนตุ ปปฺ ติ. กรรม ๑๒๓๔ ๕๖ ๗๘ ๓ น้ัน อนั บุคคลทําแลว ใหป ระโยชนส าํ เร็จได หามไิ ด [บุคคล] ๒๔ ๕๑ ทําแลว ซง่ึ กรรมไรเลา ยอมเดอื ดรอนในภายหลัง. ตสฺส เต ๗๖ ๘ ๑๒ อลาภา. มิใชล าภทง้ั หลาย ของทา น นั้น. โส โข อห ภนเฺ ต ๓ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒๓ ๔ ปต ุ วจน สกฺกโรนโฺ ต ฯ ล ฯ ทิสา นมสสฺ าม.ิ ขา แตพ ระองคผเู จรญิ ๕๖ ๗ ๘๙ ๔ ขา พระพทุ ธเจา นัน้ แล เมือ่ สกั การะ ซึง่ คํา ของบิดา ฯลฯ ๓ ๑๒ ๗ ๖ ๕ นอบนอ มอยู ซงึ่ ทิศทง้ั หลาย\" ดังนี.้ ๙๘

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคท่ี ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาท่ี 83 [๘๔] ตมุ หฺ ทาน ทงั้ สองลงิ ค แจกอยางเดยี วกนั อยา งนี้ :- -------------------------------------------------------------------------------- เอก. พห.ุ ป. ตฺว ตุว ตุมเฺ ห โว ทุ. ต ตวฺ  ตวุ  ตุมฺเห โว ต. ตยา ตวฺ ยา เต ตมุ เฺ หหิ โว จ. ตยุ ฺห ตมุ หฺ ๑ ตว เต ตมุ ฺหาก โว ป.ฺ ตยา ตุมฺเหหิ ฉ. ตุยฺห ตมุ หฺ ๒ ตว เต ตุมหฺ าก โว ส. ตยิ ตวฺ ยิ ตมุ ฺเหสุ วิธีเปล่ยี น วิภัตติ และ การนั ต ๑ ศัพททีอ่ าเทศผดิ จากรูป ตมุ หฺ ทีเดยี ว พงึ รวู า เอาวิภตั ตินัน้ ๆ กบั ตุมหฺ เปน อยางน้.ี ๒ ตุมฺห อมหฺ อยหู นา เอา น เปน อาก. ๓ เต โว มบี ทอ่ืนนําหนาจงึ มีได. [๘๕] อมหฺ ขา ทง้ั สองลงิ ค แจกเปนแบบเดยี วกนั อยา งนี้ :- -------------------------------------------------------------------------------- เอก. พห.ุ ป. อห มย โน ทุ. ม มม อมเฺ ห โน ต. มยา เม อมฺเหหิ โน --------------------------------------------------------------------------------- ๑. ๒. ตมุ หฺ  ท่เี ปน จ. ฉ. เอก. โดยสูตรมูลกจั จายนะ วา สสสฺ . และสูตร สัททนีติ วา มตนตฺ เร สสฺส วา อ.

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอพั พยศัพท - หนา ท่ี 84 จ. มยหฺ  อมฺห มม มม เม อมหฺ าก อสมฺ าก โน ปฺ. มยา อมฺเหหิ ฉ. มยหฺ  อมฺห มม มม เม อมฺหาก อสฺมาก โน ส. มยิ อมฺเหสุ วธิ ีเปลี่ยน วิภตั ติ และ การนั ต ๑ เอา อมฺห กับ วิภัตติ น้ัน ๆ เปน รปู นัน้ ๆ. ๒ เม โน มบี ทอืน่ นําหนาจึงมีได. วิธแี จก วิเสสนสพั พนาม นยิ มานยิ ม. [๘๖] ย ศัพท ใด ในปุลงิ ค แจกอยางน้ี :- ------------------------------------------------------------------------ เอก. พห.ุ ป. โย เย ทุ. ย เย ต. เยน เยหิ จ. ยสสฺ เยส เยสาน ปฺ. ยสมฺ า ยมหฺ า เยหิ ฉ. ยสสฺ เยส เยสาน ส. ยสมฺ ึ ยมฺหิ เยสุ

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนา ท่ี 85 ศพั ทเหลาน้ี แจกเหมอื น ย ศพั ท ------------------------------------------------------------------------------ อฺ อ่ืน กตม คนไหน อฺ ตร คนใดคนหนึง่ เอก คนหน่งึ , พวกหน่ึง อฺ ตม \" \" เอกจจฺ บางคน, บางพวก ปร อื่น อภุ ย ทัง้ สอง อปร อน่ื อกี สพฺพ ทัง้ ปวง กตร คนไหน ย ศัพท ในอิตถีลงิ ค แจกอยา งนี้ :- ------------------------------------------------------------------------------ เอก. พห.ุ ป. ยา ยา ทุ. ย ยา ต. ยาย ยาหิ จ. ยสสฺ า ยาส ยาสาน ปฺจ. ยาย ยาหิ ฉ. ยสสฺ า ยาส ยาสาน ส. ยสสฺ  ยาสุ ย ศพั ท ในนปสุ กลงิ ค แจกเหมือน ปลุ งิ ค แปลกแต ป. เอก. ย, พห.ุ ยาน,ิ ท.ุ พห.ุ ยานิ เทานนั้ . [๘๗] กึ ศัพท ใคร , อะไร คงเปนรูป กึ อยูแตใ นนป.ุ ป. ทุ. เอก. เทาน้นั .

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอัพพยศัพท - หนาท่ี 86 นอกนนั้ แปลงเปน ก แลว แจกในไตรลิงค เหมอื น ย ศพั ท กึ ศพั ท ทแี่ จกดว ยวภิ ัตติในไตรลงิ คน้ี มี จิ อยทู ายศพั ท แปลวา \"นอย\" บา ง \"บางคน หรอื บางสิ่ง\" บาง เปน คําใหวาซา้ํ สอนหน เหมอื นในภาษาของเราเขียนรปู \"ๆ\" ดงั นี้บา ง อ.ุ วา \"โกจิ ชาย บางคน หรอื ใคร ๆ \" \"กาจิ อิตถฺ ี หญิงบางคน หรอื หญงิ ไร ๆ\" \"กิ ฺจิ วตฺถุ ของนอ ยหน่ึง หรือของบางสง่ิ \" ถาเปน พหุวจนะ แปลวา \"บางพวก หรือ บางเหลา \" อุ. วา \"เกจิ ชนา ชน ทง้ั หลายบางพวก กาจิ อติ ฺถี หญงิ ทัง้ หลายบางพวก กานิจิ กลุ านิ ตระกลู ทงั้ หลายบางเหลา\" ถา มี ย นาํ หนา มี จิ อยูหลัง แปลวา \"คนใดคนหนงึ่ หรอื สง่ิ ใดสิง่ หนึ่ง\" อุ. วา \"โย โกจิ เทโว วา ๑๒ มนุสโฺ ส วา เทวดาหรอื หรอื มนษุ ย คนใดคนหน่ึง. ยา กาจิ เวทนา ๓ ๒๓ ๑ ๑๒ อตีตานาคตปจจฺ ุปฺปนฺนา เวทนา อยางใดอยางหนึ่ง ลว งแลวหรอื ยัง ๓ ๒๑ ไมมาหรือเกิดขึ้นเฉพาะแลว. ยงกฺ ิจฺ ิ วิตตฺ  อธิ วา หรุ  วา ๓ ๑ ๒๓ ๔ ทรัพยเ คร่ืองปล้มื ใจ อนั ใดอนั หน่ึง ในโลกนหี้ รอื หรือในโลกอนื่ .\" ๒ ๑ ๓๔ ทัง้ ย ทง้ั ก นี้ แจกดว ยวิภัตตใิ ด ๆ ก็ตอ งเปลย่ี นเปน รปู วภิ ตั ตินัน้ ๆ แลว เอา จิ ไวท ายศพั ท เหมือนดงั นี้ เอก. ท.ุ ยงกฺ ิ จฺ ิ, ต. เยน เกนจิ, จ. ยสฺส กสฺสจิ, พหุ. ป. ท.ุ เย เกจิ, ต. เยหิ เกหิจิ, จ. เยส เกสฺจิ เปน ตน.

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนา ท่ี 87 กึ ศัพท ท่ีเปน คาํ ถามแปลวา \"หรือ\" เหมือนคาํ วา \"กึ ปเนต ๑๒ ๓ อาวโุ ส ปฏริ ปู  ดกู อนอาวุโส ก็ อนั น้ัน สมควร หรือ.\" บางที ๔ ๕ ๔ ๒๓ ๕ ๑ ในคาํ ถามไมมี กึ กม็ ี ใชแ ตห างเสยี งทก่ี ริ ิยา เหมอื นในภาษาอังกฤษ อุ. วา \"อตุ ถฺ ิ ปนายสมฺ โต โกจิ เวยฺยาวจฺจกโร ? ก็ ใคร ๆ ผเู ปน ๑๒ ๓ ๔ ๕ ๒๔ ไวยาวจั กร [ทาํ ซงึ่ กรรมของผูขวนขาย] ของทานผูมีอายุ มี (หรอื ) ?\" ๕ ๓๑ กึ ศัพท ท่ีเปนคาํ ถามถงึ เหตทุ ีเ่ ปน แปลวา \"ทําไม\" อุ. วา \"กึ ปาลติ ปมชฺชสิ ดูกอ นปาลิต ทําไม [ทาน] ประมาทอยู. \" ๑๒ ๓ ๒ ๑ ๓ [๘๘] เอต ศพั ท [นั่น] ในปุลงิ ค แจกอยา งน้ี:- ---------------------------------------------------------------------------- เอก. พห.ุ ป. เอกโส เอเต ทุ. เอต เอน เอเต ต. เอเตน เอเตหิ จ. เอตสสฺ เอเตส เอเตสาน ปฺ. เอตสมฺ า เอตมหฺ า เอเตหิ ฉ. เอตสสฺ เอเตส เอเตสาน ส. เอตสฺ มฺ ึ เอตมฺหิ เอเตสุ

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนา ท่ี 88 เอต ศัพท ในอิตถีลิงค แจกอยา งนี้ :- --------------------------------------------------------------------------- เอก. พหุ. ป. เอสา เอตา ทุ. เอต เอน เอตา ต. เอตาย เอตาหิ จ. เอตสฺสา เอติสสฺ า เอติสฺสาย เอตาส เอตาสาน ปฺ. เอตาย เอตาหิ ฉ. เอตสฺสา เอตสิ ฺสา เอติสฺสาย เอตาส เอตาสาน ส. เอตสสฺ  เอตสิ สฺ  เอตาสุ เอต ศพั ท ในนปสุ กลิงค แจกเหมอื นในปุลิงค แปลกแต เอก. ป. เอต, พห.ุ ป. ท.ุ เอตานิ เทา น้นั . [๘๙] อมิ ศัพท [นี]้ ในปลุ ิงค แจกอยา งนี้ :- ---------------------------------------------------------------------------- เอก. พหุ. ป. อย อเิ ม ทุ. อมิ  อิเม ต. อิมินา อเนน อิเมหิ จ. อิมสสฺ อสสฺ อเิ มส อเิ มสาน ป.ฺ อิมสฺมา อิมมฺหา อสฺมา อิเมหิ ฉ. อิมสสฺ อสฺส อเิ มส อิเมสาน ส. อมิ สฺมึ อมิ มฺหิ อสฺมึ อเิ มสุ

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนาที่ 89 วิธเี ปล่ียน วิภัตติ และ การนั ต ๑ เอา อมิ ใน ป.ุ อิต.ฺ กบั สิ เปน อย. ๒ นา อยหู ลงั เอา สระ อ ที่สุดแหง อิม เปน อิ, อกี อยางหนงึ่ เอา อิม เปน อน แลว เอา นา เปน เอน. ๓ ส สมฺ า สมฺ ึ อยหู ลงั เอา อิม เปน อ ไดบ าง. อมิ ศพั ท ในอิตถีลิงค แจกอยา งนี้ :- ------------------------------------------------------------------------------ เอก. พหุ. ป. อย อิมา ท.ุ อมิ  อมิ า ต. อิมาย อมิ าหิ จ. อมิ สิ สฺ า อิมสิ ฺสาย อสสฺ า อิมาส อมิ าสาน ปฺ. อิมาย อมิ าหิ ฉ. อมิ ิสสฺ า อิมิสฺสาย อสฺสา อมิ าส อมิ าสาน ส. อิมสิ สฺ  อสสฺ  อมิ าสุ อิม ศัพท ใน นป.ุ แจกเหมอื นใน ป.ุ แปลกแต เอก. ป. อิท, ทุ. อทิ  อิม, พหุ. ป. ท.ุ อมิ านิ เทา น้ัน. ทเี่ ปน อทิ  น้นั ใน นป.ุ เอา อมิ กบั สิ หรอื อ เปน อทิ .

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคท่ี ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนาที่ 90 [๙๐] อมุ ศัพท [โนน] ใน ปลุ ิงค แจกอยา งน้ี :- เอก. พห.ุ ป. อมุ อมู ท.ุ อมุ อมู ต. อมนุ า อมหู ิ จ. อมสุ สฺ อมโุ น อมูส อมูสาน ปฺ. อมสุ ฺมา อมุมฺหา อมหู ิ ฉ. อมสุ สฺ อมโุ น อมูส อมสู าน ส. อมุสมฺ ึ อมมุ ฺหิ อมสู ุ อมุ ศัพทน ้ีอาเทศเปน อสุ บา งกไ็ ด อมุ และ อสุ ท้งั ๒ น้ี ถา มี ก เปนทส่ี ุด เปน อมกุ อสกุ ดังน้ี แจกตามแบบ ย ศพั ท ทัง้ ๓ ลงิ ค. อมุ และ อสุ ทมี่ ี ก เปน ทส่ี ดุ ทา นใชม ากกวาทไี่ มมี ก คร้นั จะแสดงไวใ นแบบก็จะพาใหเฝอนกั จึงแสดงแตแ บบแหง มูล การนั ตเ ทา น้ัน. อมุ ศัพท ในอติ ถีลงิ ค แจกอยา งน้ี :- เอก. พหุ ป. อมุ อมู ทุ. อมุ อมู ต. อมุยา อมูหิ จ. อมสุ สฺ า อมสู  อมสู าน

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนา ที่ 91 ป.ฺ อมุยา อมูหิ ฉ. อมสุ สฺ า อมสู  อมสู าน ส. อมสุ ฺส อมสู ุ อมุ ศพั ท ใน นปสุ กลงิ ค แจกเหมอื นใน ปลุ ิงค แปลกแต ป. ทุ. เอก. อท,ุ พห.ุ อมูนิ เทานนั้ . ที่เปน อทุ นัน้ ใน นป.ุ เอา อมุ กบั สิ หรือ อ เปน อท.ุ จบนามแตเ ทานี้.

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาที่ 92 อัพยยศัพท ๙๑ ยงั มศี พั ทอ กี จาํ พวกหนึง่ จะแจกดวยวภิ ัตติทัง้ ๗ แปลงรปู ไปตา ง ๆ เหมือนนามทัง้ ๓ ไมไ ด คงรูปอยเู ปน อยา งเดียว ศพั ท เหลานเี้ รยี กวา อพั ยยศัพท ๆ นี้ เปนอปุ สคั บา ง นบิ าตบาง ปจ จัย บา ง. อปุ สัคนั้น สาํ หรบั ใชนาํ หนา นามและกิรยิ า ใหว ิเศษขึ้น เมอ่ื นาํ หนา นาม มอี าการคลา ยคณุ ศัพท เม่ือนาํ หนากิรยิ า มอี าการ คลา ยกริ ยิ าวิเสสนะ. อติ อุปสัค ลว ง อธิ ย่งิ เกิน ทบั อนุ ย่งิ ใหญ ตาม อป นอ ย ภายหลัง อป หรือ ป ปราศ หลกี จําเพาะ ขา งหนา อภิ ใกล บน อว หรอื โอ ยิง่ ใหญ กลบั ความ อา ลง อุ ทัว่ ยงิ่ ขึน้ นอก

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาท่ี 93 อุป เขา ไป ใกล ม่นั ทุ ชวั่ ยาก นิ เขา ลง นิ ไมมี ออก ป ทว่ั ขา งหนา กอ น ออก ปฏิ เฉพาะ ตอบ ทวน กลบั ปรา กลบั ความ ปริ รอบ วิ วเิ ศษ แจง ตาง ส พรอม กับ ดี สุ ดี งาม งาย. อทุ าหรณ อติ อตสิ ุนฺทโร ดี ยง่ิ อตกิ กฺ มติ ยอ มกาวลวง. เกนิ อธิ อธิสกฺกาโร สกั การะยิง่ อธิปติ นายใหญ อธิเสติ นอนทบั .

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาที่ 94 อนุ อนุนายโก นายกนอ ย อนโุ ช ผเู กดิ ในภายหลงั [นอง] อนคุ จฺฉติ ไปตาม. อป อปเนติ นําปราศ อปคจฉฺ ติ หลกี ไป. อป หรอื ป อปก จโฺ ฉ ใกลรกั แร อปก ณโฺ ณ ใกลห ู อปธ าน เคร่ืองวาง ขางบน [ฝาปด ] ปทหติ วางขางบน [ปด]. อป หรอื ป ศพั ทน ี้ ไมม ที ่ีใชในภาษามคธนัก เห็นมีแตคําวา อปธาน และ ปทหติ เทา น้นั ถึงศัพทวา อปกจโฺ ฉ อปกณโฺ ณ ก็ ไมใ ชภ าษามคธแท แปลงเอามาแตภาษาสนั สกฤต เพ่อื เปน อุทาหรณ ท่แี ปลวา ใกล เทา นน้ั , ในดกิ ชนั นารสี นั สกฤตวา ในสันสกฤต ภายหลงั เขาประกอบ อภิ ใชแทนในท่ีของ อป โดยมาก. อภิ อภิปฺปสนฺโน เลอ่ื มใสยิ่ง อภิภู ผูเ ปนใหญ อภชิ ฺฌา ความ เพง เฉพาะ [โลภ] อภกิ ฺกโม ความกาวไปขางหนา . อว หรือ โอ อวส โิ ร มีหวั ลง โอตรติ หย่งั ลง. อา อาปรู ติ เต็มทัว่ อาภาติ สวางยง่ิ คจฺฉติ ไป อาคจฺฉติ มา เนติ นาํ ไป อาเนติ นาํ มา.

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคท่ี ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนา ที่ 95 อุ อุคฺคจฺฉติ ขึ้นไป อปุ ปฺ โถ นอกทาง. อปุ อุปจนิ าติ เขา ไปสัง่ สม อปุ คจฺฉติ ไปใกล อปุ าทิยติ ถอื มน่ั . ทุ ทคุ ฺคนฺโธ กล่ินชัว่ ทกุ กฺ ร ทํายาก. นิ นคิ จฺฉติ เขา ถึง นกิ ชฺ ฺฌติ งอเขา นขิ นติ ขุดลง นทิ หติ ต้ังลง ฝง. นิ นิรนตฺ รโย ไมมอี นั ตราย นิกฺกฑฺฒติ ฉุดออก. ป ปชานาติ รทู ่ัว ปาเชติ ไปขางหนา ขับไป ปภวติ เกิด มี กอ น ปคฆฺ รติ ไหลออก ปฏิ ปติฏาติ ตงั้ จาํ เพาะ ปฏวิ จน คําตอบ ปฏโิ สต ทวนกระแส ปจฺจาคจฺฉติ กลบั มา. ปรา ชโย ความชนะ ปราชโย ความแพ ภโว ความเจรญิ ปราภโว ความฉิบหาย.

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนาท่ี 96 ปริ ปริฺา ความรอบรู ปริพฺภมติ หมนุ รอบ. วิ วิชานิติ รู แจง วิวโิ ธ มอี ยางตา ง ๆ วเิ ศษ ส สฺจรติ เที่ยวไป พรอม สฉฺ วี มผี ิวดี. กบั สุ สุนกฺขตฺต ฤกษดี สุเนตฺโต คนมตี างาม สกุ ร ทํางา ย. ในอุปสคั เหลาน้ี บางตวั นาํ หนากริ ิยาแลว กช็ ักใหก ริ ยิ ามี เนอ้ื ความตางไปจากความเดิม เหมือนคาํ วา สวรติ ปด มี วิ นําหนา เปน ววิ าติ มีเนอ้ื ความวิปริตจากเดมิ ประสงคเอาความวา \"ปด\" ขมติ ยอมอดทน มี นิ นําหนา เปน นิกขฺ มติ๑ ประสงคค วามวา \"ยอมออก\" เปนตน . นบิ าต [๙๒] นบิ าต นัน้ สําหรับลงในระหวางนามศพั ทบ าง กิริยาศัพท บาง บอก อาลปนะ กาล ที่ ปริเฉท อปุ ไมย ปฏเิ สธ ความ ๑. ในสทั ทนตี วิ า กมฺ ปทวกิ ฺเขเป คือ ภมฺ ธาตุ ในอรรถวา กา วไป, ยางไป เม่อื มี นิ นําหนา สําเรจ็ รปู เปน นกิ กฺ มต,ิ นิกขฺ มติ

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอัพพยศัพท - หนาท่ี 97 ไดย ินเลา ลอื ความปรกิ ปั ความถาม ความรับ ความเตือน เปนตน ขาพเจา จดั รวมไวเปนพวก ๆ พอเปนท่สี ังเกต. นิบาตบอกอาลปนะ อคเฺ ฆ เปนคําสําหรบั รอ งเรยี ก ใหค นสงู กวาตนต้งั ใจฟง คําทีผ่ ูพูด ประสงคจะวา ไมม ีคาํ แปลในภาษาของเราใหต รงกันได และคํา เชนนี้ กไ็ มใ ครมีใชน ักในภาษาของเรา เห็นมีอยแู ตคาํ ทูลพระเจา- แผน ดนิ วา \"สรวมชีพ\" หรือ \"ขอเดชะ\" ซง่ึ เปนคาํ พดู เพือ่ จะใหพระจาแผน ดนิ ต้ังพระราชหฤทัยฟง คาํ ท่ีจะพูดตอ ไป. คาํ วา \"ยคฺเฆ\" มีอธิบายอยางน้ัน แตจะวา ตรงกนั แทไ มไ ด เพราะคาํ วา \"สรวมชีพ\" และ \"ขอเดชะ\" ใชไดแ ตท ลู พระเจา แผน ดนิ ใชท ลู เจา นายหรอื กราบเรียนทา นเสาบดีอืน่ ไมไ ด แตคําวา \"ยคฺเฆ\" บาย ใชพดู กบั นายก็ได อ.ุ \"ยคเฺ ฆ เทว ชาเนยยฺ าส.ิ ขอเดชะ ขาแตเ ทวดา พระองค ๑๒ ๓ ๑ ๒ พงึ ทรงทราบ.\" ๓ ภนเฺ ต, ภทนเฺ ต ๒ น้ี เปนคําสําหรับคฤหัสถเ รียกบรรพชติ ดวยเคารพ หรอื บรรพชติ ผอู อนพรรษากวา เรยี กบรรพชติ ผแู กกวา อ.ุ \"กตมฺ  ปน ภนฺเต คนฺถธรุ  ? ภันเต ก็ คนั ถธุระ เปนไฉน ? ๑ ๒๓ ๔ ๓๒ ๔ ๑

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอัพพยศพั ท - หนา ท่ี 98 ภทนเฺ ตติ เต ภิกขฺ ู ภควโต [วจน] ปจฺจสฺโสสุ. ภกิ ษุ ท. เหลา นน้ั ฟงตอบแลว [ซงึ่ คาํ ] แหง พระผูม ีพระภาคเจา วา ภทนั เต ดงั น้ี\" ในภาษาของเราทา นบญั ญัติใหแ ปลวา \"ขา แตท า นผเู จรญิ .\" ภเณ เปนคําสําหรับคนสูงกวา พดู กบั คนผทู ีอ่ ยใู นบงั คบั ตน เชน พระเจาแผนดนิ รบั สั่งแกข า ราชการ อุ. \"ทกุ กฺ ร ภเณ พฺราหมฺ เณน กต. ภเณ กรรมอันบคุ คล ๑ ๒ ๓ ๔๒ ๑ ทาํ ไดยาก อนั พราหมณ ทําแลว\" ในภาษาของเราทานบญั ญัติให ๓๔ แปลวา \"พนาย.\" อมโฺ ภ เปน คาํ สาํ หรับเรยี กชายดวยวาจาอนั ออ นหวาน ในภาษาของเรา ทา นบญั ญัติใหแปลวา \"แนะผเู จรญิ .\" อุ. \"อมฺโภ กมุ ารา เอส สาลิกโปตโก, ต คณหฺ ถ. ๑ ๒ ๓ ๔ ๕๖ แนะ กุมาร ท. ผูเจริญ น่ัน ลกู นกสาลิกา [เจา ท.] จงจบั เอา ๒ ๑๓ ๔ ๖ ซ่ึงมนั .\" ๕

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาท่ี 99 อาวุโส เปนคําสาํ หรับบรรพชติ ท่ีมีพรรษามากกวา เรยี กบรรพชติ ท่ีมี พรรษานอ ยกวา และสําหรับบรรพชติ เรียกคฤหัสถ. อุ. \"มา อวุ ุโส เอว อวจ. อาวโุ ส [ทาน] อยา ไดกลา วแลว ๑ ๒ ๓๔ ๒ ๑๔ อยา งน้ัน\" ในภาษาของเราทา นบญั ญัติใหแปลวา \"แนะ ทา นผูมอี าย.ุ \" ๓ เร, อเร ๒ นี้ เปน คาํ สําหรับรอ งเรียกคนเลวทราม ตรงกับภาษาของเรา วา \"เวย, โวย \" อ.ุ \"อเร ขชุ เฺ ช, แนะหญิงคอ ม เวย . ติฏ เร. ๑ ๒ ๒ ๑ ๑๒ [เอง] จงหยดุ โวย.\" ๑๒ เห เปน คาํ สาํ หรบั รองเรยี กคนเลว ตรงกับภาษาของเราวา เฮย\" อุง \"เห มลลฺ ิกา กสฺมา เอวรปู - มกาสิ. เฮย แนะนางมลั ลกิ า ๑๒ ๓ ๔ ๕๑ ๒ เหตุไร [เจา ] ไดท ําแลว ซงึ่ กรรมมีอยางนี้เปนรปู .\" ๓๕ ๔ เช เปนคําสําหรับนายเรียกหญิงสาวใช อ.ุ \"หนทฺ เช อมิ  ภณฺฑ ๑ ๒๓ ๔ คณฺหาหิ. เอาเถดิ แม [เจา] จงถือ ซึ่งภณั ฑะ สงิ่ น้ี.\" คําวา \"แม\" ๕ ๑๒ ๕ ๔ ๓

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาที่ 100 นั้น ไมตรงกับ เช ทเี ดยี ว เปน แตยมื มาใช เพราะคําวา \"แม\" ใชไ ดท ่ัวไปมาก เปนตนวา มารดาบดิ าเรยี กธดิ า บตุ รธดิ าเรียกมารดา นายเรียกสาวใชเปนคําออนหวาน. นบิ าตบอกกาล อถ คร้งั น้นั หยิ โฺ ย วนั วาน ปาโต เชา เสฺว วนั พรงุ ทวิ า วัน สมฺปติ บัดเดย๋ี วน้ี สาย เย็น อายตึ ตอไป สุเว ในวัน นบิ าตบอกท่ี อุทธฺ  เบื้องบน อโธ เบอื้ งต่ํา อปุ ริ \" \" เหฏา ภายใต อนตฺ รา ระหวาง โอร ฝง ใน อนฺโต ภายใน ปาร ฝง นอก ตโิ ร ภายนอก หรุ  โลกอืน่ พหิ \" \" สมมฺ ขุ า ตอ หนา พหิทฺธา \" \" ปรมฺมขุ า ลับหลัง พาหริ า \" \" รโห ท่ลี บั

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ภิ าคท่ี ๒ นามและอัพพยศัพท - หนา ที่ 101 นิบาตบอกปริจเฉท กีว เพียงไร ยาวตา มีประมาณเพียงใด ยาว ตาว เพียงใด ตาวตา มปี ระมาณเพียงนนั้ ยาวเทว ตาวเทว เพียงนัน้ กติ ตฺ าวตา มปี ระมาณเทาใด วิย เพยี งใดน่ันเทยี ว เอตฺตาวตก มปี ระมาณเทาน้ัน อิว ยถา เพียงนนั้ น่นั เทียว สมนตฺ า รอบคอบ เอว นบิ าตบอกอุปมาอุปไมย ตถา ราวกะ เสยยฺ ถา ฉันใด น โน เพียงดัง ตถา ฉันนัน้ มา ว ฉันใด เอว ฉันนนั้ นิบาตบอกประการ ดวยประการน้นั กถ ดวยประการไร \"\" นิบาตบอกปฏเิ สธ ไม เอว น่นั เทยี ว \" วนิ า เวน อยา อล พอ เทียว

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ภิ าคที่ ๒ นามและอัพพยศพั ท - หนาท่ี 102 นิบาตบอกความไดยินคําเลา ลือ กริ ไดย นิ วา สทุ  ไดย นิ วา นิบาตบอกปริกปั เจ หากวา อถ ถา วา ยทิ ผวิ า อปฺเปว นาม ชอื่ แมไ ฉน สเจ ถา วา ยนฺนูน กระโรหนอ นิบาตบอกความถาม กึ หรือ, อะไร นนุ มิใชห รือ กถ อยางไร อุทาหุ หรอื วา กจจฺ ิ และหรือ อาทู หรอื วา นุ หนอ เสยฺยถที  อยา งไรนี้ นบิ าตบอกความรับ อาม เออ อามนฺตา เออ นิบาตบอกความเตือน อิงฺฆ เชญิ เถดิ หนทฺ เอาเถิด ตคฺฆ เอาเถิด นิบาตสาํ หรับผูกศัพทแ ละประโยคมีอตั ถะเปนอเนก จ ดว ย, อนง่ึ , ก,็ จรงิ อยู ปน สวนวา, ก็ วา หรือ, บา ง อป แม, บา ง

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนาท่ี 103 หิ ก็, จริงอยู, เพราะวา อปจ เออก็ ตุ สวนวา, ก็ อถวา อกี อยางหน่ึง นิบาตสักวาเปนเครอ่ื งทําบทใหเ ตม็ นุ หนอ โข แล สุ สิ วต หนอ เว เวย หเว เวย โว โวย นบิ าตมเี นอ้ื ความตาง ๆ อฺทตถฺ ุ โดยแท อาวี แจง อโถ อนึ่ง อจุ ฺจ สงู อทธฺ า แนแ ท อติ ิ เพราะเหตนุ ้ัน, วา ดังนี้, อวสฺส \" ดวยประการน,้ี ชอ่ื อโห โอ กิจฺ าป แมนอ ยหนึง่ อารา ไกล กฺวจิ บา ง นจี  ตาํ่ มิจฺฉา ผิด นนู แน มุธา เปลา นานา ตาง ๆ มุสา เทจ็ ปจฉฺ า ภายหลัง สกึ คราวเดียว ปฏาย ต้งั กอ น สตกขฺ ตตฺ ุ รอยคราว

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศัพท - หนาท่ี 104 ปภตู ิ จําเดมิ สทฺธึ พรอ ม, กับ ปนุ อกี สณกิ  คอย ๆ ปุนปฺปนุ  บอ ย ๆ สย เอง ภิยโฺ ย ยงิ่ สห กบั ภยิ ฺโยโส โดยยง่ิ สาม เอง [๙๓] ปจ จัยน้นั ลงทายนามศัพท เปนเครอ่ื งหมายวิภตั ติบาง ลงทา ยธาตุ เปนเคร่ืองหมายกิรยิ าบา ง อยางนี้ :- โต ปจ จัย เปน เคร่ืองหมายตตยิ าวภิ ัตติ แปลวา \"ขา ง\" เปนเครื่องหมายปญจมวี ิภตั ติ แปลวา \"แต\" เปน ตน ดงั นี้ :- สพพฺ โต แต- ทั้งปวง ปุรโต ขา งหนา อฺโต แต- อื่น ปจฺฉโต ขา งหลงั อฺตรโต แต- อันใดอันหนง่ึ ทกฺขิณโต ขา งขวา อติ รโต แต- นอกน้ี วามโต ขางซาย เอกโต ขางเดียว อตุ ฺตรโต ขางเหนือ อภุ โต สองขา ง อธรโต ขา งลาง ปรโต ขา งอ่ืน ยโต แต- ใด ตโต แต-นั้น อมุโต แต- โนน เอโต อโต แต- นน่ั กตรโต แต-อะไร อโิ ต แต- นี้ กโุ ต แต- ไหน อปรโต ขางอ่นื อกี

ประโยค๑ - บาลีไวยากรณ วจวี ิภาคที่ ๒ นามและอพั พยศพั ท - หนา ที่ 105 ปจ จัยท้ังหลาย คือ ตฺร ตถฺ ห ธ ธิ หึ ห หิ ฺจน ว เปน เครื่องหมาย สตตฺ มีวภิ ตั ติ แปลตาม สตตฺ มี ดงั น้ี:- สพพฺ ตฺร ใน-ทงั้ ปวง อตฺถ ใน-น้ี สพฺพตฺถ \"\" เอกตรฺ ใน-เดยี ว สพฺพธิ \" \" เอกตถฺ \" \" อฺ ตรฺ ใน-อืน่ อุภยตฺร ใน-สอง อฺ ตถฺ \"\" อภยตฺถ \" \" ยตรฺ ใน-ใด เอตฺถ ใน-นี้ ยตถฺ \" \" อิธ \" \" ยหึ \" \" อิห \" \" ยห \" \" กตุ ฺร ใน-ไหน ตตรฺ ใน-น้ัน กตฺถ \" \" ตตฺถ \" \" กุหึ \" \" ตหึ \" \" กุห \" \" ตห \" \" กุหิ ฺจน \" \" อตรฺ ใน-น้ี กวฺ \" \" ปจจัยท้งั หลาย คือ ทา ทานิ รหิ ธุนา ทาจน ชชฺ ชฺชุ เปน เครื่องหมาย สตตฺ มีวภิ ัตติ ลงในกาล ดังนี้ :-

ประโยค๑ - บาลไี วยากรณ วจวี ิภาคท่ี ๒ นามและอัพพยศัพท - หนาท่ี 106 สพพฺ ทา ในกาลทง้ั ปวง เอตรหิ ในกาลนี้, เดยี๋ วน้ี สทา ในกาลทกุ เมื่อ กรหจิ ในกาลไหน ๆ, บางครง้ั เอกทา ในกาลหน่ึง, บางที อธนุ า ในกาลน,้ี เม่ือกี้ ยทา ในกาลใด, เม่อื ใด กทุ าจน ในกาลไหน ตทา ในกาลนั้น, เม่ือนัน้ อชฺช ในวนั นี้ กทา ในกาลไร, เมอื่ ไร สชชฺ ุ ในวันมอี ยู, วนั น้ี กทาจิ ในกาลไหน, บางคราว ปรชชฺ ุ ในวนั อืน่ อิทานิ ในกาลนี้, เดย๋ี วน้ี อปรชชิ ุ ในวนั อื่นอีก. ปจจยั ทเ่ี ปน กริ ยิ ากิตก ๕ ตัว คือ ตเว ตุ ตนู ตวฺ า ตวฺ าน กับท้ังปจจัยทีอ่ าเทศออกจาก ตวฺ า เปน อัพยยะ แจกดวยวิภัตติไมได อุ. ดังนี้ :- กาตเว เพือ่ อนั ทํา กาตุ ความทํา, เพอ่ื อนั ทํา กาตนู ทําแลว กตฺวา \" กตวฺ าน \" จบอพั ยยศัพท แตเ ทานี.้