เอ๊ะ!! หรือวา่ นีเป็นเหตผุ ล ทีชอ่ ง “สว่ นของผ้ถู ือหุ้น” ในเวป www.set.or.th ถึงเลือกใช้งบการเงิน เฉพาะกิจการมาลง แทนทีจะใช้ตวั เลขจาก “งบการเงินรวม” ทงั ๆ ทีตวั เลขช่องอืนๆ มาจากงบการเงิน รวมทงั สนิ ทรพั ย์และหนีสนิ กเ็ อามาจาก “งบการเงินรวม” แท้ๆ เชียว.. สงสยั เค้ากลวั คนตกใจกนั .. แตร่ ู้ไม๊วา่ นีเป็นห้นุ ตวั ใหญ่ เวลาทีงบการเงินหรือมลู คา่ ตา่ งๆ มนั เพียนๆ มนั ยงั ดโู อเคอยู่ ถ้าเป็นห้นุ ขนาดกลางกบั ห้นุ ขนาดเลก็ ตารางด้านบนนี อาจจะคนละเรืองกนั เลยทีเดยี ว.. นีแหละเป็นเหตผุ ลทีเราต้อง เช็คตวั เลขพวกนีด้วยตนเอง จากการวิเคราะห์มาทังสามตวั เราก็จะเห็นวา่ ตวั เลขทงั หมดเราหาเองได้ วิเคราะห์เองได้ และ ไมไ่ ด้มสี ตู รอะไรซบั ซ้อนเลย เดียวบทหน้าเรามาดกู นั ดีกวา่ วา่ เราจะเข้าลงทนุ กนั อย่างไร 47 | P a g e
บทที 16 เข้าซือราคาไหนด.ี . เราพอรู้แล้วละ่ วา่ ความสามารถในการเตบิ โตของทงั ห้นุ AAA BBB และ CCC เป็นอยา่ งไร ทีนีเรา มาดรู าคาทีเราตะเข้าซือกนั โดยทีเราไมเ่ อาอารมณ์หรือความรู้สกึ เข้ามาเกียวข้องเลยนะ.. วธิ ีทีผมจะแนะนํา มีสองวธิ ี ได้แก่ วิธีแรก ใช้อตั ราส่วนทางการเงินเปรียบเทียบ และวิธีทีสอง คือ การใช้กราฟทางเทคนิคอล ในการเข้าซือขาย เราไปดวู ิธีทํากนั เลย.. วิธีแรก การใช้อตั ราสว่ นทางการเงินเปรียบเทียบ โดยการตงั เป้ าในใจของเราไว้ก่อน.. จากข้อมลู ทีได้จากการวเิ คราะห์ตวั เลขทางธรุ กิจ ตวั เลขชดุ ดงั กลา่ ว ถกู คดิ จากการเติบโตของธรุ กิจ จริง ทีมี Price / Book Value หรือ P / BV = 1.00 เท่า ดงั นนั เวลาทีเราจะเข้าซือ เราก็จะเทียบราคาโดยใช้ P/BV เป็นหลกั นะครับ เรามาดตู ารางกนั เลย ขออธิบายวิธีคิดก่อน.. เรารู้วา่ ตวั เลขทีเราได้มาในบทก่อนๆ เราคํานวณมาจาก P/BV 1 เท่า ดงั นัน ถ้าเราอยากได้อตั ราเงินปันผลเท่าใด หรือวา่ อตั ราการทบต้นเท่าใด เราก็เอาตวั เลขที P/BV = 1 มาตงั ไว้ แล้วหารด้วยตวั เลขในใจของเรา เราก็จะได้คา่ ทีเหมาะสมในการเข้าซือ ซึงเป็ นคา่ ทีได้มาจากการคํานวณ มีความเป็นเหตเุ ป็นผล เป็นไปตามหลกั การทางวิทยาศาสตร์ จริงๆ สําหรับวธิ ีการคํานวณยกตวั อยา่ งเช่น ถ้าเราอยากซือห้นุ AAA ให้ได้ปันผล 10% เรากต็ ้องซือที P/BV = 0.59 เทา่ (5.93% / 10.00%) ถ้าเราอยากซือห้นุ CCC ให้ได้อตั ราการทบต้นที 20% เราต้องซือที P/BV = 0.75 เท่า (15% /20%) 48 | P a g e
อย่างไรกต็ าม การใช้ตวั เลขเหลา่ นี จะสงั เกตได้วา่ คา่ ทีได้จาก P/BV =1 นนั เป็นคา่ เฉลียย้อนหลงั ถงึ 9 ปี ข้อดีของมนั คอื ทําให้เรารู้แนวโน้มในอดีตของห้นุ แตข่ ้อเสียก็มีตรงทีอาจจะไมส่ ะท้อนภาพปัจจบุ นั ดงั นนั ขอให้ระมดั ระวงั การใช้งานด้วย โดยเราอาจจะต้องตรวจสอบแนวโน้ม จากการใช้ค่าเฉลียเพียง 3-5 ปี ย้อนหลงั มาพิจารณาควบคกู่ นั ไปด้วย ทงั นีก็แล้วแตว่ จิ ารณญาณของแตล่ ะบคุ คลนะครบั .. วิธีทีสอง การใช้กราฟทางเทคนิคอลเข้ามาชว่ ยในการซือขาย.. ทําไมจึงใช้กราฟเทคนิคอล.. นนั กเ็ พราะวา่ เวลาทีเกิดวกิ ฤต บางคนบอกวา่ เนียนะ.. รอปันผลให้ ได้ 15% ลงมาไม่ถึงสักที หุ้นก็วิงกลับขึนไปแล้ว หรือวา่ ตอนแรกอยากได้ปันผลที 10% พอเห็นหุ้นลง เลยเปลียนเป้ าใหมเ่ ป็น 15% สดุ ท้ายเลยไมไ่ ด้ซือกนั พอดี จงึ ได้ใช้กราฟเข้ามาช่วยในการตดั สนิ ใจให้มนั เดด็ ขาดไป วา่ จะซือหรือขายเท่าใด บางคนมีตวั เลข ในใจชดั เจน กอ็ าจใช้ตามวธิ ีที 1 แตส่ าํ หรบั คนทีต้องการความชวั ร์วา่ จะได้ซือจริงๆ และน่าจะซือตอนทีห้นุ กลบั ตวั มาถงึ จดุ หนงึ แล้ว ก็สามารถใช้กราฟแบบง่ายๆ โดยใช้ เส้นคา่ เฉลีย Exponantial Moving Average ที 25 วนั ตดั กับ 100 วนั หากเกิดวิกฤตหรือหุ้นลงหนกั ๆ (วิกฤตขนาดใหญ่ทีกินเวลายาวนานเป็ นปี ซึง แสดงถึงขาลงอย่างชดั เจนนะ) หากหลงั วิกฤต ในระหว่างทีห้นุ ซึมลง เส้น 25 วนั ตดั ขนึ เหนือเส้น 100 วนั จงั หวะนนั จะเป็นจงั หวะซือ เพือเข้าลงทนุ ครับ.. ทีนี การใช้ค่าเฉลียนนั สามารถปรับเองได้ ถ้ากลวั วา่ ห้นุ ซึมแล้วกลัวฟื นไม่จริง ก็อาจจะลองใช้ เส้นคา่ เฉลีย 30 วนั ตดั กบั เส้น 125 วนั กไ็ ด้นะครับ (จํานวนวนั ทีใช้ยิงนาน สญั ญาณจะยิงชวั ร์ แตม่ นั จะทํา ให้สญั ญาณทีได้ช้าและพลาดโอกาสลงทนุ ได้) อยา่ งไรกต็ าม วธิ ีการเข้าซือสองวิธีนี เป็นวิธีทีผมใช้แล้วเห็นวา่ ได้ผลดี จึงได้แนะนํา ทีนีหากท่านใด มวี ธิ ีการอืนทีได้ผลดีกวา่ กไ็ มข่ ดั ข้องแตป่ ระการใดนะครัฟฟฟฟ.. กอ่ นจะไปถงึ บทตอ่ ไป ขอทิงท้ายกราฟห้นุ ทงั สามตวั เอาไว้ให้ดคู รับ.. 49 | P a g e
กราฟห้นุ AAA ช่วงปี 2004-2013
50 | P a g e
กราฟห้นุ BBB ช่วงปี 2004-2013
51 | P a g e
กราฟห้นุ CCC ช่วงปี 2004-2013
52 | P a g e
บทที 17 ตรวจสุขภาพหุ้นของเราอย่างสมาํ เสมอ บทนีไมม่ ีอะไรมาก เป็นเหมอื นการตรวจสขุ ภาพหุ้นทีเราลงทนุ .. คือหมายความวา่ หลงั จากทีเรา เข้าลงทุนในหุ้นไปแล้วนัน เราค่อนข้างจะมันใจทีเดียวนะ วา่ หุ้นทีเราถือมีความมันคงเป็ นอย่างมาก (อารมณ์ประมาณลกู เอนท์ตดิ หมอ ยงั ไงถ้าเรียนจบได้กค็ งมชี ีวิตทีดี ไมล่ ําบากแล้วถ้าไมโ่ ดนคนไข้ฟ้ อง) แต่ อย่างไรก็ตาม เราเองก็ยังต้องทําการตรวจสุขภาพหุ้นอย่างต่อเนือง เป็ นประจําทุกปี ซึงก็เชือว่า หลงั จากทีเราทําตารางเสร็จแล้ว ในปี ตอ่ ๆ ไป เราแคน่ ําตวั เลขมาวาง 2-3 บรรทัดต่อปี หรือถ้าขยันทําเป็ น รายไตรมาสก็จะยิงดีเยียมทีเดยี ว เรามาทบทวนกนั ซิวา่ เราจะต้องดอู ะไรบ้าง และอะไรทีเราควรทําบ้าง.. 1. ดอู ตั ราการเติบโตของ ROE วา่ ไม่ควรจะผนั ผวนหรือตกตําลงไปกวา่ ค่าเฉลียมากนัก ถ้ามนั เพิมสงู กวา่ คา่ เฉลียก็ยิงดี 2. ดอู ตั ราเงินปันผล วา่ ยงั คงปันผลอยา่ งสมําเสมอ และเป็นไปตามคา่ เฉลยี หรือไม่ 3. ลองเอาสว่ นของผ้ถู ือห้นุ มาตรวจสอบซิวา่ มนั เพิมขนึ มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะเมอื เทียบกบั กําไรทีมนั ทําได้ในแตล่ ะปี เงินทบต้นมนั เข้าไปสร้างความเตบิ โตในบริษัทแคไ่ หน 4. สดั สว่ นหนีสินต่อทุน ต้องไมเ่ พิม (หนีสิน / ทุน) หรือเพิมไมม่ าก ถ้าหนีสินเพิมแบบน่าตกใจ ให้รีบเชค็ วา่ เกิดจากอะไร และการกอ่ หนีจะคนื ทนุ มอื ใด (ถ้าโครงการเลก็ ๆ กไ็ มต่ ้องตกใจมาก) 5. ห้นุ เหลา่ นี อาจจะมีปัจจัยบางอย่างทีอาจจะส่งผลกระทบตอ่ กิจการอย่างมีนัยยะสําคญั ให้ ลองหาใน google ดอู ย่างสมําเสมอ ห้นุ ทีเราลงทนุ เป็นห้นุ ตวั ใหญ่ ต้องมีผ้สู นั ทัดกรณีเข้ามา ให้ความเห็นอยา่ งแนน่ อน หรือถ้าจะให้หาข้อมลู ง่ายๆ ก็ไปสมคั รสมาชิกทีสมาคมการลงทนุ เน้นคณุ คา่ www.thaivi.org ก็จะมีเกจิเข้ามาแชร์ความรู้ (ผมเองกส็ งิ สถิตย์อยใู่ นนนั มาช้านาน แล้วเชน่ กนั แตไ่ มม่ คี วามรู้อะไรจะไปแชร์กบั เค้า ก็เลยได้แตอ่ า่ นอยา่ งเดียว) 6. ขอให้เชือตวั เอง เชือการไตร่ตรองของตวั เอง เงินของเรา เจ๊งก็เป็นของเรา ขอให้พิจารณาทกุ สิง อยา่ งถีก้วน วเิ คราะห์ข้อมลู วา่ สงิ ทีเกิดขนึ กบั ห้นุ ของเรา เป็นเพียงชวั คราวหรือถาวร 7. มนั ใจและอยา่ ตนื ตกใจจนเกินไป สิงทีสาํ คญั ทีสดุ ก็คือ การเข้าซือถกู จงั หวะ ในภาะวิกฤต ถ้า เราซดั เข้าไปในจงั หวะทีดีมากๆ เราแทบจะไมต่ ้องทําอะไรกับมนั เลย เพราะต้นทนุ เราจะตํา อตั ราการลงทนุ จะได้ผลตอบแทนทีดี ผมแนะนําให้ถือไปเรือยๆ แต่ถ้าใครจะขายหรือทําอะไร กเ็ ป็นสิทธิของแตล่ ะคนเลยครับ.. ผมว่ามาถงึ ตรงนีก็น่าจะครบถ้วนแล้วล่ะมังครับ... 53 | P a g e
บทที 18 บทส่งท้าย ขณะทีผมกําลงั เขียนบทสง่ ท้าย ผมมคี วามยนิ ดีเหลอื เกนิ ทโี ซเชยี ลเนท็ เวิร์ค ทาํ ให้หนงั สือทีเริมจากแรงบันดาลใจ เลก็ ๆ อยา่ ง “มีความสขุ กบั ห้นุ ปันผล By หมีส้ม” เล่มที 1 ได้มีการแจกจ่ายไปแล้วกว่า 3,000 ชุด และผมก็มีได้ก้าวเลก็ ๆ เกิดรอบตวั ผม ก็คือ การทีเพือนๆ และคนรู้จักของผม จะใช้เงินเก็บของตนเองในการลงทนุ หุ้นปันผลทีดี ในช่วงเวลาที เกิดวิกฤตครังต่อไป ซงึ ไม่ว่าจะรอนานอีกกีปี ผมก็ยินดีทีจะรอ เพราะผมเชือว่ามันคงจะสบายใจกว่าผมเข้าไปเสียงใน การลงทนุ ชว่ งทีภาวะห้นุ ร้อนแรงในปัจจบุ นั นี แตเ่ ชือผมไม๊ รออกี ไม่นานหรอก.. ผมกลา่ วสรุปสนั ๆ วา่ แนวทางทีผมแนะนําทงั หมดนี มีสาระสาํ คญั แต่เพียงประการเดียว กค็ ือ “การคัดสรรหุ้นทีดี” และลงทุนใน “ภาวะวิกฤต” ซงึ ทําให้ห้นุ ทีดีเหล่านันมีราคาลดลงมาจนเรามีความสบายใจในการเข้าลงทุน ซึงภายใต้ สถานการณ์ดงั กลา่ วจะทาํ เรามคี วามปลอดภยั หรือเสยี งน้อยกวา่ การลงทนุ ในชว่ งเวลาอนื และผมเองก็หวังว่าการลงทุนใน แนวทางดงั กลา่ วจะช่วยเหลอื เพอื นๆ พๆี น้องๆ ให้มีความอยู่รอดปลอดภัยในการลงทนุ มีเงินเก็บทีเติบโตให้แก่ลกู หลาน ไม่ต้องตกเป็ นเหยอื ของมิจฉาชพี ทีแฝงตวั อย่ใู นตลาดหลกั ทรัพย์ นันเพราะการลงทนุ ในหุ้น มันเป็ น”การลงทุน” ทีแฝงไว้ด้วยมิติของการ ”เก็งกําไร” ทีจะว่าไปแล้วก็เกือบจะ ใกล้เคยี งกบั “การพนนั ” แบบถกู กฏหมาย และสงิ ทจี ะทาํ ให้ “การลงทนุ ” ของเรา ยงั คงเป็ น “การลงทุน” ก็อาจจะสามารถ ทําได้จากการไตร่ตรองอย่างเป็ นเหตเุ ป็ นผล และมคี วามหนกั แนน่ ในการลงทนุ ผมข้อตงั ข้อสงั เกตงา่ ยๆ ว่า บางคนมเี งนิ เกบ็ เอาไปเปิ ดร้านขายเสอื ผ้าทีตนเองอาจจะไม่ถนดั เลยก็ได้ โดยลงเงิน ก้อนไปเต็มๆ เวลาทีขายอย่ไู มว่ ่ากําไรหรือขาดทนุ ก็ยงั คงจะขายอย่หู ลายเดือนหรือเป็ นปี เพือรอพิสจู น์ว่า “ร้านจะไปรอด ไม๊” “มันกําลงั จะดีขึน” หรือว่า “ก็อยากเลิกนะ แต่รอขายเซ๊งก่อนนะ ทุนจมไปเยอะ” เชือไม๊ว่าส่วนใหญ่ทุนทีลงไป หายไป 50-70% หรืออาจจะเกอื บ Total Loss.. แต่กับการลงทุนใน “หุ้นปันผล” ทีผูกขาดตลาด เปิ ดกิจการมาอย่างยาวนาน 30 ปี กิจการโตขึนเรือยๆ และ ทสี าํ คญั เราไมต่ ้องเหนือยบริหารเอง.. ทําไมเวลาทีเราซอื ไปได้สกั 5 วัน ราคาลงไป 10% สงิ ทีเกิดขนึ คือ “เราขายเกลยี ง” เราบอกวา่ มนั เสยี ง นา่ กลวั .. อนั ทจี ริง การทีเราคิดว่ามนั เสยี ง หรือน่ากลวั มันก็ไม่แปลก แต่เราต้องรู้จักจํากัดความเสยี ง ด้วยวิธีตา่ งๆ ทที ําให้เรามนั ใจจะลงทนุ ในระยะยาว และเชือเถอะว่า หากเราลงทุนในจังหวะเวลาทีเหมาะสม ในสดั สว่ น ทางการเงินทเี หมาะสมแล้วนนั พอผา่ นไป 2-3 ปี ทกุ คนจะเริมมีความสขุ กบั การลงทนุ ห้นุ ปันผลมากทีเดียว.. สดุ ท้ายนี ผมขอขอบพระคณุ ทกุ ท่านทใี ห้เกียรตอิ า่ นหนงั สอื ทผี มเขยี นขนึ ผมหวงั ว่ามนั จะเป็ นประโยชน์ต่อผ้อู ่าน ไม่มากก็น้อย การคาํ นวณตา่ งๆ กน็ ่าจะสามารถปรับใช้ได้ในการลงทนุ แนวทางอนื ๆ ได้ด้วย ซงึ ผมเองจะรู้สกึ ยินดีเป็ นอย่าง ยงิ หากมนั ได้ถกู นาํ ไปสร้างสรรค์ประโยชน์ตอ่ ไป.. ขอขอบพระคณุ อีกครงั หนงึ ครบั .. 54 | P a g e
เกร็ดความรู้ จากเฟสบ๊คุ เพจ “มีความสุขกับห้นุ ปันผล Byหมสี ้ม” 55 | P a g e
ความถกู แพงของหุ้น ดูจากอะไร และจะรู้ได้อย่างไร... ความถกู -แพงของห้นุ ดจู ากราคาปัจจบุ นั ของห้นุ เทยี บกบั มลู คา่ ทางบญั ชคี รบั โดยมูลค่าทางบญั ชี ก็มาจากการ ทีเอาสนิ ทรพั ย์ลบกบั หนสี นิ จะได้สว่ นของผ้ถู ือห้นุ (สว่ นทีเป็ นเนือจริงๆ ของกิจการ) ยกตัวอย่างเช่น บริษัท A มีสนิ ทรัพย์ 5000 ล้าน มหี นีสนิ 2000 ล้าน พอหกั กลบลบหนีกนั ไปแล้ว เหลอื สว่ นทเี ป็ นของผ้ถู ือห้นุ จริงๆ 3000 ล้านบาท (5000-2000 = 3000) ถ้าบริษัทมหี ้นุ จดทะเบยี น (ชาํ ระแล้ว) จํานวน 3000ล้านห้นุ นันก็หมายความว่ามูลค่าทางบญั ชี หุ้นละ 1 บาท (3000/3000) แต่สมมติว่ามีหุ้นชําระแล้ว 2000ล้านหุ้น นนั ก็หมายความว่า ใน 1 ห้นุ จะมีมลู ค่าในสว่ นของตัวมันเอง 1.5 บาทตอ่ ห้นุ (3000/2000) มลู ค่าต่อห้นุ ตรงนี เค้าเรียกว่า Book Value per share (BV) และพอนํามาเทียบกบั ราคาตลาด หรือ Market price (P) จงึ ได้คา่ เป็ น P/BV คอื สมมติราคาตลาดอยู่ที 3 บาท ต่อห้นุ และ BV อยู่ที 1.5 บาทต่อหุ้น ห้นุ ตัวนี จึงมี P/BV 2 เท่า หมายถึงราคาหุ้น ณ ปัจจบุ ัน สงู กว่ามลู ค่าทางบัญชี 2 เท่า (3/1.5) แตถ่ ้าราคาตลาดอย่ทู ี 0.75 บาทตอ่ ห้นุ ในขณะที BV ยงั อย่ทู ี 1.5 บาท เท่าเดิม นนั หมายความวา่ หุ้นตวั นีซือ- ขายกนั ที P/BV 0.5 เท่า (0.75/1.50) ซงึ ก็อาจจะกลา่ วได้ว่า ห้นุ มรี าคาถกู แต่อย่างไรก็ตาม ความถูก-แพง แม้จะเป็ นเรืองทีสาํ คญั (เหมือนเวลาเราไปเดินเลือกซือของ เราก็ย่อมต้อง เปรียบเทียบราคา) แต่การซอื ห้นุ เป็ นการซอื กิจการ ซงึ จะมีมิติของการเตบิ โตของห้นุ เช่น หุ้นบางตวั อาจจะเทพมากขนาด ทีอตั ราการเติบโตสงู มากอย่างต่อเนืองหลายๆ ปี ทําให้คนยินดีซือขายกันที P/BV 5-6 เท่า ก็เป็ นได้ (เพราะเชือว่าอตั รา การเติบโตทสี งู จะทาํ ให้ราคาปัจจบุ นั ไม่แพงสาํ หรับการลงทนุ ) หรือก็อาจจะมหี ้นุ พวกทีเรียกว่าห้นุ ไม้ขดี ไฟ ซงึ มกั อาศัยจงั หวะทีตลาดบมู ๆ ออกข่าวประมลู งาน ทังๆ ทีกิจการ ขาดทนุ แต่กย็ งั สามารถวงิ ขนึ ไปได้ 5-6 เท่า ด้วยข่าวว่าได้รับงานจากทีนนั ทีนี และคาดว่าจะได้กําไรมหาศาล (ทงั ๆทียัง ไม่ได้เริมโครงการด้วยซํา) ซึงห้นุ เหลา่ นี ถงึ เราจะลงทุนได้อย่างถกู ต้อง 9 ครัง ในครังที 10 มันก็อาจจะทําให้เราหมดตวั หรือคนื กําไรทงั หมดทีเราได้มา กลบั ไปยงั กระเป๋ าของใครบางคนกไ็ ด้ แต่สงิ ทสี าํ คญั คอื การซือขายหุ้นทีไม่มีพืนฐานธุรกิจที ดี จะทําให้จิตใจของเราหวนั ไหวและสบั สน หาความสงบในจิตใจไม่ได้ล่ะมัง แต่ถ้าเราลงทนุ ในหุ้นปันผล ในราคาทีไม่สงู จนเกนิ ไป และให้เงินปันผลมนั เตบิ โต ชีวติ นา่ จะมีความสขุ มากกว่าครับ ผมสง่ รูป หน้าจอใน เวปไซท์ www.set.or.th มาให้ด้วย ในหน้าเพจทีเอาไว้ดูมลู ค่าทางบญั ชีต่อห้นุ กับราคา ตลาด ซึงในครังหน้า ผมจะอธิบายให้ฟังต่อไปว่า BV ทีเราดู เราต้องเจาะเข้าไปในตัวงบเลยนะ ว่ามันประกอบด้วย อะไรบ้าง ไมง่ นั เราอาจจะโดนหลอกได้ ยกตวั อย่างเชน่ BV ห้นุ บางตวั อาจจะเอาสนิ ค้าล้าสมยั มาลงมูลค่าเต็ม ทําให้ BV ดสู งู กวา่ ความเป็ นจริง เป็ นต้น 56 | P a g e
57 | P a g e
ความหมายและความสัมพนั ธ์ระหว่าง return on asset (ROA), return on equity (ROE) กอ่ นอนื ต้องขอโทษด้วยทีพิมพ์ตอบมาช้านะครบั เนอื งจากวนั ธรรมดาต้องทํางาน จะมีเวลามาอัพเฟส ได้เฉพาะ เสาร์ – อาทิตย์.. ครงั นีเพือนๆ ถามมาถงึ ROA ROE ผมจงึ ขออธิบายด้วยความรู้ทพี อจะมีอย่บู ้าง ดงั ต่อไปนี Return on asset หรือ ROA แปลเป็ นภาษาไทยก็คือ ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ มีหน่วยเป็ น % หมายความว่า ในเงินทีลงทนุ ทํากิจการไปนนั ไปนนั เราได้ผลตอบแทนเท่าใด ยกตวั อย่างเช่น ผมเปิ ดโรงงาน ใช้เงินลงทนุ 100ล้านบาท พอสนิ ปี มีกําไร 20ล้านบาท แสดงว่าผลตอบแทนของกิจการ( ROA) คือ 20% (20/100) นีคือผลตอบแทนทีแท้จริงของ กิจการนี อ้าว.. แล้วอย่างไหนคอื ผลตอบแทนไมจ่ ริง เราจะมาทําความรู้จกั กบั ตวั เลขอกี ตวั ก็คือ ROE Return on equity หรือ ROE แปลเป็ นไทยกค็ อื ผลตอบแทนตอ่ สว่ นของผ้ถู ือห้นุ บางคนจะเริมงงแล้วว่า “ส่วน ของผู้ถือหุ้น” ต่างกับสินทรัพย์ยังไง ความต่างกันมันก็คือว่า ส่วนของผู้ถือหุ้น คือความเป็ นเจ้าของจริงๆ ในกิจการ ยกตวั อย่างเชน่ โรงงานทเี ราลงทนุ ไป 100ล้านบาท เราอาจจะลงเงินจริงๆ เพียงแค่ 80ล้านบาท และไปกู้มา 20ล้านบาท ดงั นนั สนิ ทรัพย์ถงึ แม้จะมี 100ล้าน แตม่ ีหนี 20 ล้าน จงึ มสี ว่ นของเจ้าของ (สว่ นของผ้ถู ือห้นุ จริงๆ) อย่ทู ี 80ล้านบาท (100- 20) นนั เอง ดงั นนั หากเงินลงทนุ 100ล้านบาท (ซึงเป็ นเงินของเราเอง 80ล้าน) ทํากําไรได้ 20ล้านบาท ผลตอบแทนต่อ สว่ นของผ้ถู ือห้นุ (ROE) ก็จะเป็ น 25% (20/80) นนั จงึ เป็ นเหตผุ ลทีว่า ทาํ ไม ROA จงึ น้อยกวา่ ROE เสมอ นนั เพราะ ROE เป็ นสว่ นของผ้ถู อื ห้นุ จริงนนั เอง พอมาถงึ ตรงนี ทกุ คนก็จะคดิ ว่า อ้าว แบบนกี ก็ มู าเยอะๆ มาลงทนุ ให้กิจการขยายตวั ไปเยอะๆ จะดีกวา่ ไม๊.. ข้อเทจ็ จริงก็คอื ว่า การทาํ ธรุ กจิ นนั ความต้องการก้เู งนิ มี 2 เหตผุ ลหลกั เหตผุ ลแรก คอื เงินไม่พอลงทนุ ก็เลยต้อง ก้เู งินมา โดยทีส่วนใหญ่ดอกเบียเงินก้กู ็จะอยู่ที 8-15% ดังนนั ถ้าเราคํานวณว่าผลตอบแทนหรือ ROA อยู่ที 20% เราก็ อาจจะก้มู าลงทนุ หรือก้มู าขยายงานเพมิ เติมได้ และประเภทที 2 ซงึ น่ากลวั นันก็คือกิจการกําลงั ทรุด ขาดทนุ ต่อเนืองจน เงนิ ไหลออก หรือวา่ ลงทนุ สงู และผลตอบแทนไม่ได้สงู ตาม แต่ถกู บีบให้ลงทุน (เช่นบางบริษัททีประมลู 3G ซงึ ต้องไปแข่ง กบั เค้า ถ้าไม่มี 3G เหมือนกบั คนอืนๆ กจิ การกจ็ ะล้ม) สรุปก็คือ ตามหลกั ของเหตผุ ล คือก้แู ล้วค้มุ ก็มกั จะกู้ แต่บางทีกู้มาเพือโปะหนี (นึกสภาพเวลาคนเป็ นหนีบัตร เครดิตมากๆ) หรือวา่ ก้มู าเพอื ผอ่ งถ่าย หรือไซฟ่ ่ อนเงนิ ก็มี ดงั นนั เวลาทีบริษัท บอกวา่ จะลงทนุ หรือจะกู้ไปทําอะไร ต้องดใู ห้ ดีๆ ว่ามนั จะคุ้มหรือไม่ หรือกิจการมีความชํานาญในธุรกิจใหม่จริงๆ หรือไม่ เพราะหลายๆ บริษัท ทีกู้เงินไปทําธุรกิจ ประเภทใหม่ และขาดทนุ จนต้องถกู เพิกถอนจากตลาด กม็ มี าแล้ว แต่ตอนนีหลายบริษัทกก็ าํ ลงั เป็ นแบบนนั ครบั ผมสง่ ภาพบริษัททหี นสี นิ เยอะๆมาให้ดู ลองคณู ดอกเบียขนั ตํา 8% ดนู ะครบั วา่ เค้าต้องจา่ ยดอกเบยี ปี ละกบี าท 58 | P a g e
สปั ดาห์หน้าผมจะอธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่าง ROE, P/E และ P/BV แต่ถ้าใครอยากอ่านก่อน ก็อ่านคร่าวๆ ในหนงั สอื หมีส้ม บทที 8-10 ดนู ะครับ ทนี พี อเราเริมอ่านสดั สว่ นทางการเงินคล่องๆ แล้ว เราก็จะรู้ว่ากิจการทีหน้าตามนั ดู ดีๆ จริงๆ แล้วมันเน่าขนาดไหน เชือไม๊ว่ากิจการร้ านวีดีโอ-ซีดีชือดัง และฟิ ตเนสทีเคยเป็ นเบอร์หนึงของเมืองไทย งบการเงนิ มนั ตดิ ลบมา3-4ปี แล้ว มนั จงึ คอ่ ยล้ม ทีมันล้มเพราะมนั หมนุ เงินไม่ทนั แล้ว เหมือนร่างกายมนั อ่อนแอ จนเฮือก สดุ ท้าย มนั กไ็ ป.. 59 | P a g e
ความสัมพนั ธ์ระหว่าง ROE, P/E, P/BV หลายๆ คนคงจะเริมสงสยั ว่าห้นุ P/BV ตํา หรือ “หุ้นทีมีราคาตลาดทีตํา เมือเทียบกับมูลค่าทางบัญชี” มันเป็ น ห้นุ ทีดีจริงๆ หรือ และถ้าหากวา่ มนั ดจี ริง ทําไมมนั จงึ ถกู ขายราคาตํา.. คาํ ถามนผี มเชือว่าคงจะค่อนข้างตรงประเด็นมากๆ ทเี ดียว แต่ทงั นีทงั นนั ผมกไ็ ม่รู้ว่าจะตอบได้ตรงประเด็นรึเปลา่ .. ผมขอเปรียบเทียบกบั การเช่าพระเครือง ซึงมีทังของแท้หรือของเทียมปะปนกันไป ใครตาคม ไปเจอ “ของแท้” ราคาถกู ก็ถอื ว่ากาํ ไรมหาศาล แต่ใครไปเจอ ”ของปลอมทําเหมอื น” ไอ้ทีว่าเช่ามาถกู ๆ ก็อาจจะไม่ค้มุ ก็เป็ นได้ แต่ในตลาด ห้นุ มนั ก็จะมีอีกสองประเภท ได้แก่ “ของแท้ทกี ําลงั จะเนา่ ” กบั “ของปลอมทกี ําลงั จะกลายเป็ นของแท้” ยงิ อา่ นกย็ ิงงง.. เรามาเข้าเรืองกนั เลยดกี ว่า.. ผมขออธิบาย concept การลงทนุ อีกครังหนงึ กอ่ น วา่ การลงทนุ ในห้นุ คอื การทีเราลงทนุ ซือกิจการ ส่วนกิจการที เราซือจะดีหรือไม่ดี (เน่า) มันก็ขึนอย่กู บั วิจารณญานของเราตอนทีเราซือ ซงึ ส่วนตัวผมเองชอบลงทนุ ในหุ้นเพราะไม่มี ปัญญาจะสร้างกิจการขนึ มาเอง และเวลาถอนตวั มนั ง่ายกว่า (สมมติผมซือหุ้นในตลาดหลกั ทรัพย์แล้วขาย ถ้าผมทําได้ดี ผมไมข่ าดทนุ มากนกั หรืออาจจะมกี ําไร แตถ่ ้าผมเปิ ดร้านกาแฟ จา่ ยคา่ เชา่ ที ซอื เครืองชงกาแฟมาแล้ว ผมว่าถ้าผมจะถอน ตวั สงิ ตา่ งๆ ทผี มสร้างไว้อาจจะขายได้เพยี งครงึ ราคาหรือน้อยกว่านนั ผมซือเครืองชงมา 300,000 บาท ถ้าผมคิดจะเลกิ ใน อีกสองชวั โมงถดั มา เครืองชงของผมทีกลายเป็ นของมอื สอง อาจขายได้แค่ 250,000 บาทในทนั ที เว้นเสียแต่กิจการของ ผมจะรุ่งเรืองขนาดทีว่ามคี นมาขอซือต่อ..) ดังนันการลงทนุ ในหุ้น จึงต้องคิดเสมอว่ามันเป็ นการลงทนุ จริงๆ ดังนัน ถ้าเราเจอห้นุ ทีกิจการขาดทุนหนักๆ มลู ค่าห้นุ 0.25 บาท แตซ่ ือขายกนั ที 2.50 บาท เราก็จะได้รู้ว่า มนั ไม่ได้อย่บู นพืนฐานของธุรกิจ มันเป็ นภาพซ้อนของการ เก็งกาํ ไร โดยเค้าอาจจะออกข่าววา่ “ปี นี บริษัทกําไรได้งานใหม่ชินใหญ่ จะทําให้กําไรสงู เป็ นประวตั ิการณ์” ซึงผมไม่รู้นะ ถ้าเป็ นผม แล้วผมจะได้งานประมลู ทรี ู้วา่ กําไรสงู มากขนาดนนั ผมอาจจะจะเปิ ดบริษัทใหม่ แล้วเอามารับงาน กินเนือๆ คน เดียวไมด่ ีกวา่ หรือ.. ผมให้ข้อสงั เกตว่า กิจการเนา่ ๆ ทมี ีขา่ วพวกนี ผ้ถู อื ห้นุ รายใหญ่หรือผู้บริหาร ถือไม่ถงึ 50% หรอก หรือ อาจจะไมถ่ งึ 10% ด้วยซํา หรือพดู ตรงๆ ก็คือ เค้าอยากได้เงิน จงึ พยายามหาเรืองราวขนึ มาทําราคา หลอกให้พวกเราที อาจจะพลงั เผลอเข้ามาลงทนุ โดยทีเราเองก็ไมค่ ดิ ว่าจะออกไมท่ นั ไมค่ ดิ วา่ จะเสยี ท่า แตต่ ้องมีคนทีรับไม้สดุ ท้ายทีจะรับผล ขาดทนุ ไปเต็มๆ แล้วมนั ไมด่ ีอย่างไร.. คาํ ตอบคอื ถงึ เราจะได้ตังในคราวนี แต่จิตใจกระวนกระวาย ไม่เป็ นสขุ สดุ ท้ายแล้ว ต้องพลาดเข้าซกั ครังหนงึ และกําไรทไี ด้มาทงั หมดก็จะหายไปจากการขาดทนุ คราวนนั .. นอกเรืองไปซะเยอะ ขอย้อนกลบั มาในเรืองของ ROE, P/E, P/BV กนั ซกั ที.. จากบทก่อนๆ ROE คือผลตอบแทนจากการลงทนุ โดยวดั จาดสว่ นของผ้ถุ ือห้นุ เราใช้วดั ผลในด้านความสามารถ ของกิจการ สมมติว่า กิจการมีส่วนของผู้ถือหุ้น 200,000 บาท ทํากําไรได้ 50,000 บาท ROE ก็คือ 25% (50,000 / 60 | P a g e
200,000) ถ้าทงั บริษัทมีหุ้นอยู่ 20,000 หุ้น เท่ากบั ว่ามลู ค่าทางบญั ชี จะเพิมจาก 10 บาทต่อหุ้น (200,000 / 20,000) กลายเป็ น 12.5 บาทต่อห้นุ (250,000 / 20,000) เพมิ ขนึ มาเยอะมากทีเดียว... แต่ประเด็นมนั อย่ตู รงนีล่ะ!!! เราไม่ได้ซือหุ้นทีมลู ค่าหรือราคาตามบญั ชี แต่เราซือหุ้นทีมลู ค่าหรือราคาตลาด (market price) ห้นุ ตวั นี สมมติมนั กําไรดีดงั ทีวา่ ไว้ ROE ของมนั สงู ถงึ 25% แตว่ ่าเรากลบั ซือมนั มาในราคา สมมติ P/B 5 เท่า (คอื ราคาตามบญั ชี 12.50 บาทต่อห้นุ เราซอื ที 72.50 บาทต่อห้นุ ) ถามว่ากิจการมันดีไม๊ ก็ตอบว่าดี.. แต่มนั ดีทีราคา 72.50 บาทหรือไม่ อนั นีต้องคิดกนั เอาเอง ดังนันบางคนจงึ ยดึ ค่า P/E (ราคาตลาด / กําไรต่อปี ) เป็ นหลกั คือถ้า P/E 5 เทา่ คือหมายความวา่ 5 ปี คนื ทนุ อะไรทํานองนนั เค้ากไ็ ม่มองราคา ไม่มอง P/BV แตข่ ้อเสยี ของการมอง P/E ก็มีอย่ตู รงที เป็ นการมองอนาคต ถ้าปี แรกกําไรมนั ดี แตป่ ี ที 2 กําไรมนั หดตวั P/E มนั กระโดดไปเป็ น 20 เท่า ก็คงต้องเตรียมเสือผ้าไป กางเตน็ ท์นอนบนดอยได้เลย.. มนั ก็จงึ เป็ นเหตผุ ลวา่ ทําไม P/E ของกลมุ่ ค้าปลกี หรือกล่มุ โรงพยาบาล ตลาดถึงให้นําหนัก หรือเชือใจให้ยอมซือขายกนั ที P/E สงู ๆ นันก็เพราะกิจการมนั มีความเสถียรทังรายได้และการเติบโต แต่มันควรจะอย่ทู ี ราคา P/E หรือ P/BV เท่าไหร่ ก็ตามแตว่ จิ ารณญานของแต่ละคน ตงั ใครตงั มนั .. ย้อนมาเข้าเรือง P/BV อกี ทนี ะ.. ในขณะทีห้นุ บางตัวมีลกั ษณะตรงข้ามกนั คือมี ROE แค่เพียง 5% แต่ซือขาย กนั ที P/BV 0.25 เทา่ (คอื สมมตมิ ลู ค่าทางบญั ชี 10 บาท ขายทีราคาตลาด 2.50 บาทเท่านัน) พอเทียบกนั แล้วหากซือที ราคาดงั กลา่ ว กจ็ ะได้ ROE ถงึ 20% (5 / 0.25) ทเี ดียวครับ.. ซึงหุ้นประเภทนี 2-3 ปี ก่อนผมยงั เห็นอยู่ และได้ซือไว้หลาย ตวั ทีเดียว แต่ปัจจบุ ันไม่น่าจะมีแล้ว เพราะหุ้นมันวิงไปหมดทังกระดานแล้ว ตวั สดุ ท้ายผมทีถือไว้ ก็วิงไปตังแต่เดือน 11 ปี ทีแล้ว 1.5 เด้งเรียบร้อยเมือวนั ศกุ ร์นเี อง.. บางคนถามวา่ ห้นุ ประเภทนที ําไมมันจึงราคาตําติดดินได้ขนาดนี คําตอบคือ 1. เป็ นหุ้นทีกิจการแย่จริงๆ ราคา มนั เลยร่วงๆๆๆ คอื พวกที ROE ตดิ ลบ อนั นีต้องหนใี ห้ไกล.. กบั 2. “ห้นุ ทลี งมาจากแรงเทขาย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึง โดย ทีพืนฐานกิจการไม่เปลยี น” ประโยคนี ผมก๊อบคําพดู ของผู้จดั การกองทุนทีประสบความสาํ เร็จมากในปะเทศไทย (เพิงฟัง วนั กอ่ น) มาลงเลย เพราะกองทนุ ก็เลง็ เหมือนกนั ในห้นุ ทีปัจจยั พนื ฐานไม่เปลยี น แตร่ าคาไหลลงมา.. แต่เหตุการณ์เหลา่ นี มกั จะเกดิ ขนึ ไม่บอ่ ย เชน่ การปรับฐานครังใหญ่ เช่น ต่างชาติเทขาย หรืออาจจะเป็ นการล้มกระดาน แบบวิกฤตซพั ไพร์ม เมือปี 2008 จําได้ว่าห้นุ ทกุ ตวั ลงมาระเนระนาด ห้นุ บางตวั กําไรต่อห้นุ ปี นัน 12 บาทต่อห้นุ แต่ปรากฏว่าสินปี ขายทีราคา 10 บาทต่อห้นุ ถูกกว่ากําไรทีทําได้ซะอีก (P/BV 0.3 เท่า) ทีเป็ นแบบนันเพราะคนมองว่าอนาคตโลกนีมันจะมืดมน ประกอบกบั แรงเทขายของต่างชาติ ทาํ ให้ทกุ อย่างมนั ทรุดตวั ลงกนั หมด ห้นุ บางตัวทีไม่ได้รับผลกระทบ มนั เลยดีดกลบั มา ในครงึ ปี ถดั มา และปัจจบุ นั มนั ก็วิงขนึ ไปหลายเท่า อย่หู ลายๆ ตวั นันเอง (แน่นอน.. ผมพลาดหุ้นเหล่านันเช่นเคย ผมโดด ลงก่อนตังแต่ป้ ายที 2-3 แต่มันไปหยุดทีป้ ายที 10 ซึงเราเองก็ต้องถือว่าโชดดีทีได้ทําบญุ คนทีซือต่อจากเราไป กําไร มหาศาลทีเดียว) วนั นเี ลา่ เทา่ นกี ่อนนะครบั พิมพ์เยอะ เริมเมอื ยละ.. คาํ ถามอืนๆ ที PM มา จะรวมเป็ นข้อใหญ่ๆ แล้วพิมพ์อธิบาย ให้เป็ นเรืองเป็ นราวทเี ดยี วนะครับ ขอบพระคณุ ทตี ดิ ตามครบั .. 61 | P a g e
Book Value - ของจริงของปลอม และความเข้มแข็งของธุรกิจ จะดูกนั ยงั ไงดีเนีย?? หายไป 2 สัปดาห์กับความวุ่นวายในชีวิต คนทําโลจิสติกส์จะมาขายดิบขายดีก็ช่วงก่อนปี ใหม่กับช่วงก่อน สงกรานต์นลี ะ่ เพราะว่า ผ้ผู ลติ ก็จะมาขอเช่าคลงั ทีเชียงใหม่ ทีขอนแก่น จนตอนนีของเต็มคลงั ไปหมด เหตุผลก็เพราะว่า ถ้าช่วงเทศกาล เอารถเทรลเลอร์ลากขนึ ไป รถก็จะติด ขนส่งก็ช้า และหน้าเทศกาลเทรลเลอร์ก็มกั จะหาไม่ค่อยได้ เค้าจึง เอาไปใกล้ๆ กบั แหลง่ ผ้บู ริโภค แตท่ นี า่ สนใจกค็ ือ เชือไม๊ว่า พม่ากบั ลาว สงั ซือสนิ ค้าเพิมขึนปี ละเป็ น 100% (เช่นว่าปี ก่อน สงั 200,000ลงั ปี นีก้อ 400,000ลงั ) แล้วก็ได้เป็ นเงินสดด้วยนะ ดีกว่าไปขายพวกยุโรป พวกเมกามากมาย พวกนัน ข้อบงั คบั เยอะแยะ วนุ่ วาย.. พดู ก็พูดเถอะ เรืองรับเงินเป็ นเงินสด อันนีเลา่ ให้ฟังเลน่ ๆว่า กิจการทีรับเป็ นเงินสด จะแข็งแกร่งมากทีเดียว โดยเฉพาะพวกทีเจ้าหนีการค้าเยอะ.. อ่าวทําไมเป็ นงนั เจ้าหนีเยอะแล้วดยี งั ไง.. ในการทํากิจการ มีศัพท์คํานึง เค้าเรียกว่า cash to cash หมายถงึ ระยะเวลาเก็บตัง ซึงสง่ ผลต่อต้นทุนทาง การเงิน สมมติเรากู้เงินมาลงทนุ 100 บาท ดอกเบียเบิกเกินบญั ชี (OD) 8% ถ้าเราเอาเงินเค้ามาใช้ แล้วยงั เก็บตังจาก ลกู ค้าของเราไมไ่ ด้ เราก้อโดนเดือนละ 0.66% (8%/12เดือน) หากเราขายของวันที 1 มีนาคม ครบสินเดือน (31 มีนาคม) วางบิล ได้ตงั 30 เมษายน เท่ากับว่าเราต้องรับภาระหนีถงึ 2 เดือน หรือ 1.4% เยอะเหมือนกนั นะ ขาย 100ล้านก้อ 1.4 ล้านแล้ว ถ้าเราเกบ็ ลกู ค้าเป็ นเงินสดได้ เราก้อไม่ต้องเสยี ตรงนี.. ในทางกลบั กนั พวกเซเวน่ อเี ลฟเวน่ สงั เกตในงบดสู ิ เงินสดสินปี 23,000ล้านบาท แต่เป็ นวงเงิน OD น้อยมากๆ (หลกั หมืนหลักแสนบาทเองมัง) ส่วนใหญ่เป็ นเจ้าหนีการค้า (32,000ล้านบาท) หมายความว่าเค้าไม่ต้องเสียต้นทุน ดอกเบีย เพราะพวกเจ้าหนกี ารค้าก็คอื โรงงานสนิ ค้าต่างๆ ซงึ เอาของให้เซเวน่ ไปขายก่อน แล้วพอครบ 2 -3 เดือนหลงั จาก ขายได้ค่อยได้เงนิ คืน.. อ่าวแล้วทําไมพวกโรงงานถงึ ยอม ก็ถ้าไมย่ อมก็ไม่ได้ขายในเซเว่น ตรงนีแหละเค้าเรียกว่า “อํานาจ ต่อรอง” สว่ นเซเว่นละ่ ทาํ ไงตอ่ .. เอาเงนิ ไปฝากแบงก์ กินดอกเบยี ได้ดอกอีก 0.3-0.6% ฟรีๆ แค่บริหารเงินก็ได้กําไรเนือๆ แล้ว (อนั นียงั ไม่นบั ค่าใช้จ่ายทีพวกโรงงานต้องจ่ายคา่ ขนสง่ ในการกระจายสนิ ค้าให้เซเว่นด้วยนะครับ จะขายของในเซเว่น ก้อต้องเข้า DC เค้านะครับ) ลองดรู ูปประกอบเพิมเติมด้านลา่ งนะครบั .. 62 | P a g e
สว่ นเทสโก้โลตัส รู้สกึ จะโปรขนึ ไปอีกขัน แทนทีจะเอาเงินไปฝากแบงก์กินดอก พวกเลน่ ออกบัตรเครดิตเทสโก้ โลตสั ซะเลย ได้ดอกเบยี เงนิ ก้ทู ี 8% และถ้าผิดนดั ได้ดอกเบีย 24% คิดดูแล้วกันว่า แค่เงิน cash to cash จ่ายเร็วจ่ายช้า ระหวา่ งค่คู ้า มผี ลกระทบตอ่ งบการเงินและตวั บริษัทมากแคไ่ หน.. นอกเรืองมาตังไกล วกเข้ามาเรืองของเรากนั ดกี ว่า.. วนั นกี ็อยากจะมาเลา่ เรือง Book Valle ให้ฟัง เท่าทีจะพอมีความรู้นะครับ.. คือเวลาทีเราเห็นตัวห้นุ มี P/BV ที ตํามากๆ เช่น 0.5 เทา่ 0.7 เทา่ หรือเทา่ ใดก็ตาม เรามักจะมองว่าหุ้นตวั นันน่าจะมีราคาถูก เพราะเมือเทียบกับราคาแล้ว ยงั ไมถ่ งึ 1 เทา่ ด้วยซาํ ไป แตใ่ นความเป็ นจริง เราต้องระมดั ระวงั เรืองนีให้มากครบั 63 | P a g e
สมมตผิ มไปกนิ ข้าวมนั ไก่ (อีกแล้ว) ผมรู้วา่ ข้าวมนั ไกจ่ านนี นา่ จะราคาเหมาะสมที 50 บาท ผมเห็นเค้าปักป้ ายว่า 30 บาท ผมรีบเข้าไปสงั เลย ปรากฏว่าพอผมกัดไก่ไปคําแรก ผมรู้เลยว่า เอาไก่ไม่สดมาทํา ราคาเหมาะสมที 50 บาท อาจจะไมเ่ หมาะซะแล้วส.ิ . ฉนั ใดกฉ็ นั นนั เราทราบว่าห้นุ ตวั หนงึ ขายกนั ทีราคา 50 บาท ในขณะทีมูลค่าทางบญั ชี 100 บาท คิดเป็ น P/BV 0.5 เท่า ยังไม่พอนะครับ เราต้องไปดถู งึ เนือในมันด้วยว่า อะไรทีประกอบกันมาเป็ น 100 บาท มนั มีอะไรบ้าง เรามาดู ตวั อย่างจริงกนั เลย แตข่ อไม่บอกชือห้นุ นะครับ กลวั มใี บเสร็จมาทบี ้าน ให้ไปกินข้าวทีศาล.. เคสที 1 ค่าความนิยม การตคี วามค่าความนิยมแล้วแต่คนจะมอง ถ้าเป็ นโค๊ก เป๊ ปซี หรือ เคเอฟซี อาจจะใช่ ว่า ควรจะมีราคาตรงนี แตม่ ีบริษัททาํ เหลก็ แห่งหนงึ ตีค่าความนยิ มเอาไว้มากมายทีเดยี ว บริษัทนมี ีสว่ นของผ้ถู ือห้นุ ที 12,500 ล้านบาท มหี ้นุ 8,500ล้านห้นุ มลู ค่าทางบญั ชี จึงกลายเป็ น 1.47 บาทต่อหุ้น ราคาตลาดตอนนีอยู่ทีราคา 1.05 บาท คิด เป็ น P/BV ที 0.7 เทา่ ตาํ มากๆ ทีเดยี ว แตเ่ ดยี วกอ่ นนะ บริษัทนีลงบนั ทกึ Intangible asset (ระบุในงบการเงินว่าเป็ นค่า ความนิยม) 4,100 ล้านบาท หมายความว่าถ้าตดั ค่าความนิยมออกไปส่วนของผู้ถือห้นุ ก็จะเหลือเพียง 8,400 ล้านบาท คิดเป็ น P/BV ที 1 เทา่ พอดี คดิ ดแู ล้วกันว่าเวลาเราไปซือเหลก็ สร้างบ้าน ค่าความนิยมมันควรจะสงู ขนาดนนั ไม๊ มนั เป็ น สนิ ค้า Commodity แขง็ ขนั กนั ทีคณุ ภาพและราคา คา่ ความนิยมอาจจะไม่ควรมีมลู คา่ สงู ขนาดนนั เคสที 2 เป็ นอตุ สาหกรรมเหลก็ เช่นกนั แต่เป็ นอีกตัวหนงึ เมือหลายๆ ปี ทีผ่านมา P/BV ตํามาตลอด เคยตําถึง 0.2-0.3 เท่าเลยด้วยซาํ ดผู ิวเผนิ ก็วา่ ถกู จงั เลย นา่ ซอื มาเก็บสะสม ปรากฏว่าพอเข้าไปดูใส้ใน ปรากฎว่า กิจการหมืนล้าน มเี งินสดเหลอื ไม่ถงึ 300ล้าน สว่ นสนิ ทรพั ย์หมนื ๆ ล้านทีโชว์เป็ นสนิ ทรัพย์ เป็ นโรงงานซะ 40,000ล้านบาท ถามว่าวนั นีถ้า เลกิ กจิ การเกิดคําถามเลยนะ.. คือ 1. จะขายทรัพย์สนิ ได้ถงึ 20,000ล้านบาทรึเปล่า และ 2.ชวั ร์ไม๊ทีประเมินมาได้ 40,000 ล้านบาท แต่ไอ้ทีชัวร์ๆ แน่นอนคือหมุนเงินไม่ทันแน่ แล้วก็จริงดังคาด ก็คือปี ต่อๆ มาก็ขาดทนุ ๆๆๆ สินทรัพย์ทีเคยมีถึง 40,000ล้าน พอขาดทุนก้องตัดขายบางส่วน หายไปเป็ นหมืนๆ ล้าน ส่วนของผ้ถู ือหุ้นทีเคยมีเกือบ 20,000ล้าน ก็เหลือ เพยี งราว 6,000ล้าน คงไมต่ ้องพดู ถงึ P/BV ว่าจะดดี ขนึ มาขนาดไหน ก็เลยแถมเป็ น Tips ให้อีกนิดว่า ถ้านึกอะไรไม่ออก ให้เอาสินทรัพย์หมนุ เวียน – หนีสินหมนุ เวียน เราก็จะรู้ว่า กิจการนีหมนุ เงนิ ทนั ไม๊ และถ้าเราละเอยี ด เราไปดูว่าสินทรัพย์หมุนเวียน แปลงเป็ นเงินจริงๆ กีบาท และหนีสินทีว่า เป็ น หนี OD มภี าระดอกเบยี หรือเป็ นเจ้าหนีการค้า ก็จะช่วยเราวิเคราะห์กิจการได้ดีขึน ความเข้มแข็งของกิจการเรามองออก ผา่ นทางตวั เลขทีละ่ ครับ ไม่ใช่เรืองยากเลย แต่ต้องหดั ต้องฝึกฝนครบั .. ข้อมูลทังหมดทีผมใช้ วิเคราะห์ ฟรีหมดเลยครับ เราสามารถโหลดได้จากงบการเงินฉบับเต็มมาดูได้ จาก www.set.or.th เราจะได้รู้จกั กจิ การทีเราซอื ห้นุ มากชนึ วา่ เค้าเอาเงนิ ไปทําอะไร กําไรเท่าใด มีสนิ ทรัพย์ซ่อนอย่มู ากไม๊.. วนั นีขออธิบายแคน่ กี อ่ นนะครับ ถ้างงๆ ก็พิมพ์ถามกนั มานะครับ.. ขอบพระคณุ มากครบั .. 64 | P a g e
ราคาไหนน่าซือ.. ขายดีไม๊.. ยงั ไงดีล่ะ.. ผมจาํ ได้วา่ เมือสมยั ผมอยู่ ม.3 เพือนๆ ผมชวนไปเรียนพิเศษทสี ยามสแควร์ เพือติวสอบเข้าเตรียมอดุ มในช่วง ม. 4 (ผมเองไมไ่ ด้จะไปสอบกบั หรอก เพียงแต่จะหาเรืองออกจากบ้านเท่านนั เอง) ผมกบั เพือนมักจะไปซือการ์ตนู ทีร้านๆหนึง เสมอ ซงึ ในขณะนนั เองมธี รุ กจิ หนงึ เริมเข้ามา นนั คือ “ต้ถู ่ายสตกิ เกอร์” ใบละ 120 บาท จําได้ว่าคนต่อคิวกนั ยาวมากๆ ซึง ผมเองกไ็ ด้เคยถา่ ยบ้าง ในขณะนนั ผมจาํ ได้วา่ ต้สู ตกิ เกอร์ได้รับความนิยมมาก มีคนต่อคิวกนั ถ่ายยาวเลยหวั ถนนเลยด้วย ซําไป ผมเองเนืองจากไปซือการ์ตนู บ่อย (ยืนอ่านฟรี) จงึ ได้มีโอกาสรู้จกั เฮียเจ้าของตู้ถ่าย ซงึ แกมี 2 ต้ตู ิดกนั ผมจําได้ว่า หลงั จากที 2 เดอื นทีต้สู ติกเกอร์บมู แกบอกผมวา่ แกจะไม่ทําแล้ว แกขายเซ้งตู้สติกเกอร์กบั พืนทีไปแล้ว ต้ลู ะ 2 ล้านบาท ผมจาํ ได้วา่ ในขณะนนั ผมไม่ได้คิดอะไรมากนักเพราะยังเด็ก แต่ทีผมรู้ก็คือ หลงั จากนนั ครึงปี ต้สู ติกเกอร์ก็บานเป็ นดอก เหด็ และคนก็มีความนิยมทีลดลง จนกระทังจากราคาทีใบละ 160 บาท กลายเป็ นขายกันอยู่ที 2 ใบ 100 บาท และพอ เวลาผ่านไปผมเริมโตขนึ ผมก็มาคิดอะไรได้ 2-3 เรือง กค็ ือ เรืองทหี นงึ คอื เฮยี อา่ นขาดในการทาํ ธุรกิจ ซงึ เฮียขายสินทรัพย์ ออกมาในช่วงทพี ีค (แม้จะไม่พีคทีสดุ ก็ตาม) เรืองทีสอง คือ คนทีซือต้ตู ่อจากเฮียไป จะเจ๊งไม๊นะ.. ผมลองคํานวณว่า ณ ราคาใบละ 160 บาท ต้นทนุ สมมติที 20 บาท กําไร 140 บาทต่อครัง ครังหนงึ ๆ ใช้เวลาถ่าย 15 นาที (4 ครังต่อชัวโมง) มี เวลาทําการ 10 ชัวโมง เจ้าของร้านจะได้กําไรทังสนิ วนั ละ 5,600 บาท ( กําไร140บาท x 10 ชัวโมงทํางาน x 4 ครังต่อ ชวั โมง ) หรือคิดเป็ นต่อเดือนที 168,000 บาท (5,600 x 30 วนั ) หรือปี ละ 2,160,000 บาท หรือกล่าวได้ว่า 1 ปี คืนทนุ เรืองทสี าม ก็คอื อตั รากําไรมนั ลดน้อยถอยลงจากคู่แข่งทีเข้ามาง่าย ทําให้กําไรลดลงอย่างรวดเร็วมาก ไม่รู้ว่าคนทีซือต่อ จากเฮียจะคนื ทนุ รยึ งั อาจจะเป็ นเพราะเค้าคาดหวงั จากกาํ ไรในอนาคตมากเกินไป ฝันในสิงทียงั มาไม่ถึง ซงึ หากเค้าคิดถูก เค้าอาจจะกําไรมหาศาลก็ได้ ใครจะไปรู้... ทผี มเลา่ เรืองนีให้ฟัง เพราะมนั คล้ายกบั กบั ตลาดบ้านเราทุกวันนีเหลือเกิน มีเพือนๆ (แฟนเพจไม่ตํากว่า 10-20 คน) สง่ ข้อความมาถามผม ในประเด็นทคี ล้ายๆ กนั วา่ ตวั นซี ือได้ไม๊ ตวั นีลงมา ขาดทนุ แล้ว ขายดีไม๊ แต่กิจการมนั กําไรโต ขนึ นะ อะไรทํานองนี.. ผมเอง เรียนตรงๆวา่ กไ็ ม่รู้อนาคตเหมือนกนั และก็ไม่รู้จักหุ้นบางตวั ทีสอบถามมาด้วยซํา แต่ผมให้ข้อคิดแบบนี ครบั (ถกู ผิดยงั ไงลองปรบั ใช้กนั เองนะครบั ) ข้อคิดแรก คอื การลงทนุ ในห้นุ มนั ไมม่ ถี กู มีผิด เพราะมนั เป็ นเรืองของอนาคต หุ้นทีว่าขนึ ไปสงู ก็อาจจะสงู ได้อีก ห้นุ ทีว่าเป็ นห้นุ เน่าๆ ก็กลบั มีราคาสงู กว่าหุ้นพืนฐานดีอย่าง PTT (เทียบโดย P/BV) ในขณะเดียวกันเวลาทีหุ้นลงมานิด หนงึ แล้วเพอื นๆ บอกว่ามนั ยอ่ ลงมา ถ้าผมแนะนําให้ขาย แล้วราคามนั ขนึ ต่อ ก็จะกลายเป็ นขัดลาภไปซะอีก ดงั นัน สิงที เราทําได้คือ ให้อยู่บนพืนฐานของความเป็ นเหตุเป็ นผล ผมยกตัวอย่างเช่น มีหุ้นทีงบขาดทนุ หนักๆ บางตัว (แทบจะ ล้มละลายแล้ว) บอกว่าได้งานภาครฐั จะกาํ ไรมหาศาล ห้นุ ขนึ มา 5 เท่าตวั ในเวลา 2-3 เดือน ผมก็ไม่รู้ว่าใครมองยงั ไง แต่ ทีผมคดิ ก็คือ 1. มนั ตอแหล.. เพราะงานภาครัฐ โดยเฉพาะงานขนาดใหญ่ น่าจะต้อง E-Auction การทีจะได้กําไรสงู ๆ เป็ นไปได้ยาก เพราะต้องประมูลแข่ง เว้นเสียแต่เค้าใช้วิธีสรรหาด้วยวิธีพิเศษ (ใช้สําหรับงานทีต้องใช้ความเชียวชาญ 65 | P a g e
เฉพาะ) ซงึ กย็ ากทจี ะเป็ นไปได้ อยา่ งไรก็ตาม กําไรทีได้จากโครงการมนั ไม่มีทางดีพอทีจะกอบกู้กองหนีสนิ ของมันได้ 2. ผมคิดว่าเจ้าของเค้าอาจจะทงิ ทวน รอบนีอาจจะเป็ นรอบสดุ ท้ายทีเค้าจะได้มีโอกาสแบ่งปันความขาดทนุ ให้กบั นกั ลงทุน รายยอ่ ย 3. คนทเี ข้าไปซือขายห้นุ ตวั นี ไม่วา่ จะด้วยความโลภหรือความไม่รู้ ท้ายทีสดุ ต้องมีคนทีตกเป็ นเหยือแล้วหมดตวั กบั เหตกุ ารณ์ครงั นี ข้อคิดทีสอง กค็ ือ ห้นุ ทกุ ตัว มนั มีเวลาของมนั อย่าไปคิดว่ามนั จะขนึ ไปเรือยๆ ผมจะเลา่ ว่า ผมลงทนุ ในหุ้นปี นี เป็ นปี ที 15 แล้ว (เริมจากการเปิ ดพอร์ทในชือแม่ และถ้านับว่าคนเริมมีวิจารณญานเมืออายุ 15 ปี ก็เท่ากับว่าทังชีวิตผม อย่กู บั ห้นุ ทีเดยี ว) ในปี ที 4 - 5 ของการลงทนุ จําได้ว่าตลาดห้นุ บมู มาก ผมเล่นห้นุ ตามปัจจัยพืนฐานมาโดยตลอด ในเวลา เพยี งครืงปี ผมกําไรถงึ 20 เทา่ จากเงินลงทนุ ผมจําได้วา่ ผมได้กําไรครบ 1 ล้านแรกในวนั ที 28 สิงหาคม 2546 และผมก็คิด ว่าอะไรมนั ก็ง่ายซะเหลือเกิน แต่เชือไม๊ว่าผมเสียเงินเกือบทงั หมดไปกับหุ้นเพียงตวั เดียว ซงึ ผมได้ละเมิดกฏเกณฑ์ของ ตวั เอง เพราะไม่ได้ประเมินมูลค่าพืนฐานอะไรเลย หรือว่าอาจจะประเมินแล้วแต่ไม่ใสใ่ จ เนืองจากหุ้นตัวนีเรารู้จักกับ เจ้าของห้นุ (โดยผ่านมา 2 ทอด ไม่ได้รู้จกั โดยตรง) โดยทกุ ครังทีทาํ ราคา เค้าสามารถบอกได้ว่าเป้ าหมายจะไปเท่าใด แล้ว มันก็ไปตามนันตลอด 3 ครังทีผ่านมา แต่พอครังที 4 มันผิด.. ผมเองด้วยความทีประสบการณ์ยังน้อย และเคยประสบ ความสาํ เร็จแตต่ ลาดขาขนึ (โดยมีความฟลคุ จากภาวะคลาดทีเอืออํานวย) แต่ไม่เคยเจอตลาดขาลง พอเจอตลาดขาลง เข้า ก็กลบั นกึ วา่ มนั ย่อ แล้วมนั จะไปตอ่ ทไี หนได้ เค้าเก็บของกลบั บ้านไปหมดแล้ว ผมได้แต่รอความหวังว่าหุ้นตวั นันจะ กลบั มา แต่สดุ ท้ายมนั ออกนอกตลาดไปเลย ผมซอื ห้นุ ตวั นนั ครังสดุ ท้ายที 10.10 บาท และไปขายทิงที 1.18 บาทครับ ผม สรุปบทเรียนในตลาดหลกั ทรพั ย์วา่ เพราะผมรู้ไมค่ รบ ผมรู้แค่ครึงเดียว และย่ามใจเกินไป ตอนนีมีใครรู้สกึ เหมิอนผมตอน นนั มงั รึเปลา่ ครับ แตผ่ มก็คิดวา่ วนั นนั ผมโชคดีนะ ทีผมได้พลาดจากการลงทนุ แบบไร้เหตผุ ลในครังนัน ทําให้ผมเข็ดแล้วไม่ ไปแตะต้องมนั อกี จากนนั มา ผมกไ็ ด้ยดึ หลกั ของพืนฐานห้นุ มากอ่ นเสมอ… ข้อคดิ ทีสาม ก็คอื ผมเชอื ว่าห้นุ ทกุ ตวั มนั ก็ดี แตม่ นั ดที ีราคาเทา่ ไหร่ ขวดนําเปลา่ ตามถังขยะ ถ้ามีคนเอามาขาย ผมทีขวดละ 1 ตัง ผมก็อยากจะขอซือซักหมืนล้านขวด จะได้เอาไปขายเจ๊ก.. แต่ถ้ามีคนเอาโมจิมาขายผม กล่องละ 20,000 บาท ถึงมนั อร่อยขันเทพแค่ไหน ผมก็ไม่ซือ.. วันนีผมก็เลยอยากจะแนะนําว่า ในการลงทนุ ในห้นุ มนั ไม่สําคัญ หรอกกว่าเราลงทุนอะไร แต่สงิ ทีสาํ คัญก็คือ “เราต้องรู้ว่าเรากําลงั ทําอะไร” เราซือห้นุ พืนฐานอย่างไร ผมเองไม่เคยมอง อนาคต ไมเ่ คยมเี ป้ าในการซือหรือขาย แตผ่ มจะคิดเป็ นเซ็ทๆ ว่า ถ้ามันขึนแบบนีผมจะทําอย่างไร ถ้ามนั ไม่ขนึ แล้วมนั ตก ลงมาเทา่ ไหร่ ผมจะขาย และก็จะทบทวนเรืองเหลา่ นเี สมอๆ แตเ่ พือไม่ให้สิงทีผมเขียนมันเป็ นนามธรรมมากเกินไป ผมจะ ยกตวั อยา่ งให้ฟัง... จริงๆแล้วทกุ คนก็ประเมนิ ได้วา่ อะไรควรซือหรือไม่ควรซือ ง่ายๆ เลย เวลาไปเทียวต่างจังหวดั จะซือ โมจิกลบั มาฝากเพอื น กลอ่ งนงึ มกี ชี ิน ชนิ ละกีบาท เราเอามาเทียบหาความค้มุ ค่าเสมอ กลอ่ งเล็ก 10 ชิน 30 บาท หรือ 3 บาทต่อชิน (30 / 10) กลอ่ งใหญ่ 30 ชิน 60 บาท หรือ 2 บาทต่อชิน (60 / 30) แต่เอ๊ะ ทําไมกลอ่ งใหญ่อันนี 30 ชิน 120 บาท หรือ 4 บาทตอ่ ชิน (120 / 30) ออ๋ .. เพราะเป็ นโมจิหิมะ จะน่มุ กวา่ เลยแพงกว่า อะไรกว็ า่ กนั ไป.. 66 | P a g e
เห็นไม๊วา่ เราซือของ เราก็ยงั ประเมินความถกู -แพงเลย ห้นุ กเ็ หมอื นกนั เหมือนกบั เป็ นกลอ่ งใส่โมจิ เราจะดวู ่าโม จิมีกีชิน ก็ดทู ีมลู ค่าทางบัญชี (Book Value) แล้วเอามาเทียบกบั ราคา (Price) หรือก็คือ P / BV เราก็จะได้รู้ความถกู - แพง ห้นุ ตวั ใหญ่ ราคาสงู อาจจะไม่ใช่ห้นุ แพงก็ได้ (ซงึ ก็เหมือนกบั โมจิกล่องใหญ่) แต่บางครังราคาก็อาจจะสงู มากก็ได้ (เหมอื นกบั โมจหิ มิ ะ) ทีนมี นั ก็จะเกิด 2 คาํ ถาม ตามมา ก็คอื คําถามแรก โมจิหิมะ มนั อร่อยจริงหรือไม่ เปรียบได้กับการที เราซือหุ้นในราคาทีแพงกว่ามูลค่าทางบัญชีมากๆ เราต้องหวงั ว่ามันมีอะไรดี ทีนีเราก็ต้องมาวิเคราะห์ว่ามนั จะดีจริงๆ หรือไม่ ยกตวั อยา่ งห้นุ บางตวั บอกว่า จะกําไรเพิมขนึ 200% แตไ่ อ้ 200% มันก็อาจจะ 0.20 บาทต่อหุ้น แต่ราคาวิงไปแล้ว 3-4 บาท ซึงวิงเร็วกว่ากําไรทีเพิมขึนซะอีก คําถามทีสองก็คือ โมจิกล่องใหญ่ราคาถูกจริง แต่ข้ างในมีเน่ารึเปล่า.. เหมือนกบั การทเี ราซือห้นุ ที P/BV ตํา เราต้องเอะใจก่อนว่าทําไมราคามนั ถงึ ตํา แล้วค่อยไปเชค็ ดู (ไอ้ตอนเช็คนีล่ะยาก หมี ส้มเลม่ สอง ทกี าํ ลงั เขยี นอยู่ พยายามจะอธิบายเรืองนีให้เข้าใจงา่ ย แตอ่ ธิบายยงั ไงกย็ งั เข้าใจยากอยดู่ ี หนงั สอื มนั เลยเขียน มาปี กวา่ แล้วยงั ไมเ่ สร็จ) ห้นุ P/BV ตาํ ผมแนะนาํ เลยว่า อย่าไปหลงกับมนั มากจนละเลยตัวกิจการ เพราะหลายๆกิจการ ขาดทนุ หนกั และกินทนุ มาเรือยๆ ต้องระวงั กบั ดกั ห้นุ P/BV ตาํ .. สดุ ท้ายนี ผมเองกไ็ ม่รู้วา่ พมิ พ์มาทงั หมด จะทําให้คนอนื งงหรือสบั สนกนั รึเปลา่ แต่กอ่ นจะจากกนั ไปในสปั ดาห์นี ผมกใ็ ห้ข้อสงั เกตว่า กิจการทีดี กําไรต้องดี หนีต้องน้อย (หรือไม่มากจนเกินไป) ถ้ามีหนีเพิมขึนต้องดูว่ารายได้หรือกําไร เพมิ ขนึ ไม๊ ถ้าไมเ่ พมิ แสดงวา่ เป็ นหนีเลว (บางครังหนเี พมิ ปี นี กําไรเพิมอีก 2 ปี ข้างหน้า เพราะเป็ นการลงทุนระยะยาว อัน นีต้องตรวจสอบด้วย แสดงว่ามนั เป็ นหนีดี) แล้วถ้าไปเจอพวกหนีเยอะแล้วขาดทนุ ซําซาก อนั นีถึง P / BV ตํา มันก็ไม่ เรียกว่าราคาถกู นะครับ.. เอ๊ว.. ผมลมื บอกไป ผมพมิ พ์ผดิ ไปนิดนงึ เฮียขายต้สู ติกเกอร์ไปต้ลู ะ 10 ล้านบาท.. คนซือต่อจากแกไป ไม่รู้ว่าจะ เป็ นไงบ้าง... ทนี เี ครียดจากการอา่ นมาแล้ว ผมเลยเอารูปน้องหมาปี ก้ามาโชว์ (หมาปี ก้าเป็ นน้องของหมีส้มแก้ว เป็ นทีมา ของชอื หนงั สอื ) 67 | P a g e
ความสามารถในการอย่รู อดในตลาดหุ้น (ระยะยาว) และความคาดหวงั ต่อผลตอบแทน ก่อนจะเข้าเนือหา ขอตอบคาํ ถามจากทางบ้านก่อน.. คําถามแรก ตลาดห้นุ จะร่วงอีกนานไม๊ จะกลบั ไป 400 จุด เหมือนปี 2008 หรือไม่ คําตอบ คือ ไม่ทราบครับ.. เพราะโดนอยู่เหมือนกัน อาศัยว่าทุนราคาตํามาก จึงไม่เจ็บเท่าสหายหลายๆท่าน แต่ผมให้ทัศนะแบบนีนะ.. สมมติมี กระเช้าของขวญั ข้างในประกอบด้วยของ 10 อย่าง ขายลดราคาในปี 2008 ทีราคา 500 บาท ปัจจบุ ันข้าวของราคาขึน กระเช้าทีประกอบไปด้วยของแบบเดิม 10 อย่าง แล้วยงั มขี องใหมๆ่ เติมเข้ามาอีก 3-4 อย่าง ถามว่าจะลดราคาเหลือ 500 บาทไม๊ ผมวา่ ราคามนั ควรจะเพิมขนึ มาอกี มากกวา่ หมายความวา่ ห้นุ ตกงวดนี เพราะขนึ มาสงู ไม่รู้ว่าจะลงหรือไปต่อ แต่ ถ้ามนั จะลง ผมว่าไมถ่ งึ 400 จดุ หรอกมงั (เพราะในปี 2008 ยังไม่มี BLA IVL BGH และตวั ใหญ่อืนๆ เข้ามา) แต่ถ้า 700- 1000 จดุ ละ่ ไม่แน.่ . เพราะว่ารอบทีแล้วเมกาเละเทะ รอบนี ต่อให้เละทงั ยโุ รป ความเสยี หายยงั ไม่ได้ครึงของ 2008 เลย ครับ เพราะขนาดเศรษฐกิจของอเมริกามันใหญ่มาก (50% ของโลกในขณะนนั ในขณะทียโุ รปปัจจุบนั อย่ทู ี 20% โลก) น่าจะพอเหน็ ภาพนะครับ คําถามทีสอง หลายคนบ่นท้อใจ เพงิ เข้ามาเมอื ปี ใหม่ โดนรบั น้องจดั เต็ม ติดลบไป 20% แล้ว ไม่กล้าเลา่ ให้แฟน ฟัง กลวั โดนด่า เพราะก่อนหน้านีแฟนเตือนแล้ว หรืออะไรก็ว่ากนั ไป แล้วถามว่าควรทําอย่างไรดี.. ผมเองได้รับฟังและ เข้าใจอารมณ์นีดี จงึ เป็ นทีมาของหวั ข้อทีจะเลา่ ให้ฟังในวนั นี.. เข้าเรืองกนั เลยนะ คราวนี มนั จะมีเรืองเกียวกบั จิตวิทยาการ ลงทุนเข้ามาเกียว ซึงผมเองจริงๆแล้วไม่ค่อยอยากเล่าเท่าไหร่ เพราะอยากให้มุ่งเน้นด้านพืนฐาน แต่ว่าหลงั จากเกิด เหตกุ ารณ์แกรนด์เซล อาจจะต้องแตะซกั นิด.. หลงั จากผา่ นสปั ดาห์แหง่ ความโหดร้าย บ่องตง โดนเหมอื นกนั แต่ไม่ใช่เพราะว่าขายไม่ทนั แต่กลบั เลอื กทีจะไม่ ขาย เหตุผลทีไม่ขาย เพราะว่ายังคงมนั ใจในกิจการของหุ้นทีถือ ทีคิดว่าจะพีคในช่วงเดือน 5-6 ปี นี จากการทีภาษีนิติ บคุ คลลดลง จาก 23% ในปี 2555 เป็ น 20% ในปี 2556 (จากนนั จะกลบั ไปเป็ น เรทเดมิ ที 30% ในปี 2557) กะว่าคงจะจัด หนกั ซกั วนั สองวนั ไปๆมาๆ 4 วนั ร้อยกวา่ จดุ กเ็ ลยอ่วมหนอ่ ย หวงั วา่ จะเด้งเร็วๆนะ.. เค้าบอกกันว่า ตลาดห้นุ นีแปลกอย่าง.. ถ้าเป็ นกีฬาก็ถือว่าเป็ นกีฬาทีไม่ค่อยจะยุติธรรมเอาซะเลย เพราะถ้า สมมตวิ ่าตลาดห้นุ เป็ นสนามมวย นกั มวยไซส์ใหญ่ กลาง เล็ก หรือจิว ต่างก็ลงมาชกกันในสนามเดียวกัน ถ้าหากนกั มวย รุ่นจวิ ไมร่ ะมดั ระวงั โดนไอ้ยกั ษ์ซดั มาเตม็ ๆ กด็ อกเดยี วผา่ นเหมอื นกนั .. ผมกําลงั จะหมายถงึ อะไรนะ.. หมายความวา่ การทีเราจะอยรู่ อดในสนามแหง่ นี เราเองต้องมีวิชา หรือมีของดีติด ตวั และต้องรู้จักเลอื กเวทีทีแข่งขัน (เหมือนกับการเลอื กหุ้นทีจะเข้าลงทุน) เพราะนอกจากมนั จะส่งผลถงึ ความสามารถ หรืออตั ราความสาํ เร็จในการอยรู่ อดในตลาดอย่างมนั คงแล้วนนั มนั ยังสามารถทําให้เราประสบความสาํ เร็จในต่อยอดเงิน เก็บของเราด้วย.. ตรงนีขอขยายความเพิมนิดนงึ นะ... 68 | P a g e
คือมนั อยา่ งนีครับ สมมติถ้าเราลงทนุ ในตลาดห้นุ แล้วเราไม่ชัวร์ คือเราไม่มันใจ เราอาจจะลงเงินเพียง 10-20% ของเงนิ เก็บ ตอ่ ให้ห้นุ ขนึ ไปมากๆ มนั ก็ได้ผลตอบแทนไม่เตม็ เม็ดเตม็ หน่วย (หรืออาจจะขายหมไู ปก่อนก็เป็ นได้) หรือถ้าเรา ลงทนุ ห้นุ 100% ในวนั ทเี ราไมม่ วี ชิ า เวลาเราโดน เราก็เจ็บหนกั .. สิงทีเราต้องทําก็คือ ทําอย่างไรทีเราจะมีความชวั ร์หรือ ความมันคงในตลาด เพือทีจะลงเงินในสัดส่วนทีมากขึน (อาจจะ 30-80%) เพือให้เงินเก็บเติบโตงอกงาม ซึงก็เป็ น วตั ถปุ ระสงค์หลกั ของหนงั สอื หมสี ้ม เลม่ 1 นนั เอง.. ถ้าถามว่าผม ลงทนุ ในห้นุ เท่าไหร่ ก็บอกได้เลยว่า 90-100% เนืองจากยิงฝากเงิน เงินของเราก็ยิงด้อยค่า การ ฝากเงินในธนาคาร จงึ ถอื วา่ เป็ น “อาชญากรรมทางการเงิน” สาํ หรบั ผมทเี ดียว แต่ก็แน่นอนว่าในบางครัง เราก็ต้องถือเงิน สด 90-100% แต่เป็ นการถือชวั คราว เผือรอโอกาสในการลงทนุ ทนี กี ม็ าถงึ ประเด็นของสปั ดาห์นี วา่ จะทาํ อย่างไร เราถงึ จะมีความสามารถในการอย่รู อดในตลาดหุ้นระยะยาว.. สงิ นีประกอบไปด้วย 2 องค์ประกอบ กค็ ือ วชิ าความรู้เกยี วกบั ราคาห้นุ และความคาดหวงั ของตวั เราเอง วิชาความรู้เกยี วกบั ราคาห้นุ คืออะไร.. ลงทนุ ห้นุ จาํ เป็ นต้องมีวชิ าความรู้ด้วยเหรอ แล้วมนั ประกอบด้วยอะไรบ้าง สาํ หรับผม วิชาความรู้ในการลงทนุ ก็คอื องค์ประกอบทีจะทําให้เราพอจะคาดเดาว่าราคาห้นุ จะไปทิศทางไหน แบบไม่มวั .. คือถงึ แม้ว่าเราจะไม่รู้อนาคต ไม่รู้ว่าห้นุ จะมีราคาอย่างไร แต่เราก็ต้องมีอะไรซักอย่างทีเป็ นเข็มทิศนําทาง เหมอื นขบั รถ แล้วขบั ตามเส้นรถไฟฟ้ าหรือขบั ตามรถเมล์ทํานองนนั ยํานะครับ.. มันเป็ นหลกั การทีทําให้เรารู้อะไรบ้าง แต่ ไม่ทงั หมด อยา่ ยดึ เป็ นสรณะ และอย่าพยายามคาดเดาอนาคตแบบเป๊ ะๆ แค่เดาถูกบางส่วนก็ถือว่าดีมากแล้ว ยังไงขอให้ ลองอา่ นดแู ล้วเกบ็ ไปคดิ นะครบั .. ในความเหน็ ของผม (ซงึ อาจจะผดิ ก็ได้) ผมเชือว่าราคาห้นุ ประกอบไปด้วย 3 สว่ น คือ สว่ นที 1 ได้แก่ พืนฐานของมนั ซงึ สะท้อนจากมลู ค่าทางบญั ชี หรือ Book value ความถูก-แพง สะท้อนจาก P/BV ถ้าหากมองเฉพาะพนื ฐานหุ้น หุ้นบางตัวทีเป็ นหุ้นปกติ ไม่เติบโต แต่มีปันผลเรือยๆ ราคาก็ไม่ควรจะตํากว่ามลู ค่า ทางบญั ชีละ่ มงั .. ราคาของห้นุ ในระยะยาว ขึนอยู่กับตัวนี ดงั นนั ถ้าอยากรู้ว่าห้นุ ทีเราถือ ถกู -แพง อย่างไร ให้ไปดู P/BV ดว่ นๆ สว่ นที 2 ได้แก่ ความคาดหวังทีมีต่อหุ้น ได้แก่ สงิ ทีนกั ลงทนุ ได้ตัดสนิ ว่าอนาคตของห้นุ เป็ นอย่างไร ในพืนฐาน และแนวโน้มของมนั ราคาทีมนั เกนิ หรือตํากว่าพืนฐาน มนั อาจจะมาจากเรืองราวหรือข่าวทีว่าจะมีกําไรดี หรือว่ากิจการที เติบโตต่อเนือง สิงต่างๆเหล่านีทําให้ราคาวิงขึนไป (หรือเป็ นในทางตรงข้าม) และเมือถึงวันๆ หนึง ทีกําไรหรือการ ประกอบการไม่เป็ นไปตามทคี าด มนั กจ็ ะตก หรือวงิ ลง (หรือวงิ ขนึ ) ตรงสว่ นนจี ะสง่ ผลต่อแนวโน้มราคา ดังนนั ถ้าดู P/BV แล้ว เราลองเช็คดวู ่า ความคาดหวังในห้นุ ตัวนี เป็ นอย่างไร มีปัจจยั ใดทีจะทําให้มันขนึ แน่นอนว่า สงิ ทีเราค้น มักจะมา จากอนิ เตอร์เนท็ ทีได้เผยแพร่ไปแล้ว เรากต็ ้องดวู า่ ราคามนั ขนึ หรือลง สะท้อนกับเรืองราวนีไปรึยัง ไม่ใช่ว่าเราเห็นว่ามันมี ขา่ วดี เลยเข้าไปซือ ทงั ๆทกี ําไรทีทกุ คนคาดหวงั ทกุ คนรับรู้ลว่ งหน้า ราคาขนึ ไปเป็ นเทา่ ตวั แล้ว ถ้าเราไปซอื ก.็ .... โดน.... 69 | P a g e
สว่ นที 3 ได้แก่ แรงเก็งกาํ ไร ซงึ มผี ลตอ่ ราคาในระยะสนั มากทีสดุ และทําให้ราคาบิดเบือนมากทีสดุ บางคนสงสยั ว่า แรงเกง็ กาํ ไรต่างจากความคาดหวงั อย่างไร สาํ หรบั ผมแล้ว ความคาดหวงั ใช้สาํ หรับคนทีคาดหวังจากราคาห้นุ ทีตนเอง ได้ประเมินมาในระดบั หนงึ แล้ว แตแ่ รงเก็งกําไรมาจากคนสองกลมุ่ กลมุ่ ที 1 คือ พวกเรากนั เอง ทเี หน็ ห้นุ มีวอลมุ่ กเ็ ข้าไปเลน่ โดยทบี างครังไม่รู้ด้วยซําว่ากิจการเป็ นอย่างไร สดั สว่ น ทางการเงินดีหรือไม่ ซึงเวลาทีหุ้นลงนัน ตอนเราซือเราซือด้วยความไม่รู้ เราก็พร้ อมจะขายเพราะความไม่รู้เช่นกัน ยกตวั อย่างนะครบั ห้นุ ค้าปลกี หวั ถนน ทที กุ คนก็รู้ว่ามนั เป็ นกิจการทดี ี มาก แต่ P/BV สงู ถงึ 15 เทา่ P/E 36 เท่า ผมได้ยิน ข่าวว่าเจ้าของได้ขายห้นุ ออกไปลอตใหญ่ ที ราคา 34 บาท และ 4X บาท (เทียบกับราคาก่อนทีจะให้หุ้นปันผล 1: 1 ก็คือ อย่ทู รี าวๆ 70-90 บาททเี ดยี ว ขนึ จาก 10 บาทต้นๆ) เจ้าของถือมานานปี เค้ายงั รู้เลยว่าคงต้องขายออกบ้าง แต่เราเพิงเข้า แค่เริมซือเรากเ็ สยี เปรียบเค้าแล้ว.. ห้นุ แบบนี เป็ นห้นุ ดี แต่ถ้าผมมาทีหลงั ผมไมเ่ ลน่ เหมือนผุ้หญิงมีแฟนแล้ว ถ้าเราไม่เจ๋ง จริง อยา่ ไปจีบ เดว๋ หน้าแหกนะฮะ.. กลมุ่ ที 2 คือ กลมุ่ เจ้าของห้นุ ซงึ เป็ นผ้ทู าํ ราคา ให้พวกเราแห่ตาม โดยอาศยั จังหวะทีตลาดห้นุ สดใส พวกนีก็จะขู่ ให้กลบั กระชากขนึ หรือลากลง ถ้าเราจะชนะตลาดในลกั ษณะของการเก็งกําไรได้ เราต้องรู้ทันคนพวกนี ซงึ พอเรามาดูตัว ห้นุ เราจะรู้ได้เลยวา่ ห้นุ พอจะมอี นาคตหรือไม่ ก็ขนึ อย่กู บั การถือของคนพวกนี ถ้าหุ้นดี เจ้าของมักจะถือเยอะ (ในแง่ %) เพราะเค้าจะไม่ยอมปล่อยอู่ข้าวอ่นู ําเค้าไป แต่ถ้าหุ้นทีปันกันเป็ นเทศกาล ลองไปดูสิ ถือกันนิดเดียว ผมเองได้มีโอกาส เข้าใจเรืองนจี ากพอร์ทของเพือน ทีมีห้นุ จนชือขึนในเวป set และวันทีห้นุ ตก ผมถามเพือนว่าขายไปรึยัง มนั บอกว่าขาย ไม่ได้ ไม่มีวอล่มุ ขนาดเพือนผมขายไม่ได้ ผมก็เชือว่าเจ้าของห้นุ ทีมีหุ้นมากกว่าก็น่าจะยังขายไม่ได้เช่นกัน ผมก็เลยยัง ไม่ได้ขายห้นุ น้อยนิดในมือ แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ลองพจิ ารณาดแู ล้วกนั ว่า สมมติห้นุ ขึนมา 2-5 เท่าแล้ว วันนีหุ้นทิงดิง เราก็ต้องดูแล้วว่า กลมุ่ คนทาํ ราคา เค้าพอใจในกําไรทไี ด้รยึ งั ถ้าเค้าได้มากจนพอใจแล้ว เค้าก็อาจจะปล่อยเลยตามเลย เราก็โดนกนั เต็มๆ ซงึ ไม่ แน่นะ ตกมารอบนี ห้นุ บางตวั (หรือเกอื บทงั หมด) อาจจะไมฟ่ ื นแล้ว.. ผมจะเลา่ เรืองขาํ ๆ ให้ฟัง เพอื นผมคนหนงึ ขายห้นุ พนื ฐานดมี ากตวั หนงึ ซงึ ขนึ มา 50-60% เพือไปซือหุ้นตัวเลก็ ที ไม่มีกําไรตัวหนงึ ด้วยเหตผุ ลงานๆ ทีว่า หุ้นราคา 0.7 - 0.8 บาท มีเงินสดและเทียบเท่าเงินสด 0.2 - 0.3 บาทต่อหุ้น ในขณะที P/BV 0.7-0.8 เทา่ เทยี บกบั ตลาดที P/BV 2 เทา่ กว่า เพือนผมเค้าบอกว่า ยังไงก็ต้องมีคนทําราคาขนึ เจ้าของ ห้นุ ต้องเอาตงั เงนิ มากองตรงหน้าทําไมเจ้าของห้นุ เค้าจะไมเ่ อา หลงั จากนันแค่ 4-5 เดือน มนั ก็วิงขึนเท่าตวั ทงั ๆทีกิจการ ไม่มีกาํ ไรด้วยซํา ไมน่ า่ เชือนะ เหตผุ ลงา่ ยๆ ก็ได้เงิน.. ไอ้เรากท็ าํ ไม่เป็ นนะแบบนี.. อย่างไรกต็ าม สงิ ทเี กดิ ขนึ 4 วนั ทผี ่านมา ความเห็นสว่ นตวั ผมขอเปรียบเทียบให้ชัดเจนแบบนีว่า เวลาจะต้มกบ เราตงั นําเดอื ด โยนกบลงไป กบกจ็ ะโดดหนี ปิ ดฝาหม้อไมท่ นั เหมอื นกบั 4 วนั ทผี า่ นมา คือลงหนกั ลงแรง.. รายใหญ่ หรือ กลมุ่ เจ้าของเค้าก็ยงั ขายห้นุ ไมได้ เค้ากค็ งไม่รับเละหรอกมัง ดังนันเวลาต้มกบ เลยต้องต้มตอนทีนํายงั เย็นๆ แล้วค่อยปิ ด 70 | P a g e
ฝาต้ม กบก้อจะตาย เหมือนกบั เวลาทีห้นุ มนั ซึมลงๆ แต่อนั นีอย่าไปตีความว่า ผมบอกห้นุ จะไปต่อนะ เพราะผมเองก็ไม่รู้ อนาคต ผมแคเ่ ดา.. อ่านมาตงั นาน บางคนบอกโคตร..งงเลย ยากและปวดหัว เครียด จะเลกิ เลน่ หุ้นละ.. ซงึ ผมอนุโมทนาด้วยทีจะ เลกิ เลน่ ห้นุ ปันและห้นุ เก็งกาํ ไร โดยปราศจากการไตร่ตรอง และมีหวั ข้อหนงึ ทผี มยงั ไมไ่ ด้อธิบาย ได้แก่ “ความคาดหวังของ เรา” และขอยําว่า เกราะค้มุ กันการขาดทนุ ของเรา และทําให้เราอยู่รอดในตลาดได้ในระยะยาว ก็คือ “การลมิ ิตความ คาดหวงั ของเรา หรือลมิ ติ ความโลภในใจของเรา” เราเข้ามาในตลาดห้นุ เราคาดหวังอะไรแค่ไหน ผมเชือว่าทีผ่านมาคนเรามองเป้ ากําไร 50-100% ต่อปี หรือ มากกว่า ทังทีค่าเฉลียก็บอกแล้วว่า น่าจะได้แค่ 8-10% ต่อปี ถ้าผมคิดว่าผมต้องการให้มากกว่าค่าเฉลยี และต้องการ ความสบายใจ ไมเ่ ครียด วนั นี ผมจะเลอื กห้นุ ทมี นั ยงั ราคาไม่ขยบั แตผ่ ลประกอบการดีสมําเสมอ และโตต่อเนือง ถามว่ามี ไม๊ กต็ ้องบอกว่าม.ี . คดิ ดนู ะวา่ ถ้าเราเจอห้นุ เหลา่ นนั เราชวั ร์ว่าได้ความสบายใจ เราก็สามารถวางเงินจํานวนมากของเรา เข้าไปได้ (ดงั ทีอธิบายในหนงั สอื “มีความสขุ กบั ห้นุ ปันผล by หมสี ้ม”) ผมยกตวั อยา่ งว่า ในวนั นีก็ยัง มีหุ้นตัวหนงึ โตทกุ ปี กจิ การผกู ขาดด้วย ปันผลกส็ มาํ เสมอ ปันทกุ ครึงปี ราคาก็ยังไม่ได้ไปไหน แต่ในวนั ๆ หนงึ พอ BV มนั สงู ขนึ จากกําไรของ มนั ทที ําได้ในแตล่ ะปี เมอื ถงึ เวลาของมนั ราคาจะทยอยปรบั ตวั ขนึ (ระหวา่ งนนั กอ็ าจจะมชี ว่ งเวลาทีราคามนั ตกก็ได้ ซงึ เรา อาจจะดใี จทีได้ซอื มนั ในราคาตํา แตใ่ ครจะรู้อนาคต.. มนั อาจจะไม่กลบั ลงมาอีกแล้วกไ็ ด้) ผมเขยี นมาจนจบ เขยี นเองก็งงเอง แตอ่ ย่างน้อย ผมสรุปให้ว่า ความคาดหวังของเรา บางทีส่งผลต่อหุ้นทีเราคัด สรร ยิงเราคาดหวงั ผลตอบแทนทีสงู เราก็ต้องลงทนุ ในจดุ ทีเสียงมากขึน และถ้าเราไม่คดั สรรเลย เราอย่สู นามนีในระยะ ยาวไม่ได้ ถ้าเราเลง็ ผลเลศิ เกินไป เราก็อาจจะเจ็บตัว หมดตัวได้เช่นกนั แต่ด้วยความคาดหวังทีสมเหตสุ มผล มนั จะเป็ น เกราะค้มุ กนั ในระดบั หนงึ ทีจะทําให้เราสามารถอยู่รอดในตลาดหุ้นได้ในระยะยาว ทังนี เราเองก็ต้องพยายามศกึ ษาวิชา ความรู้ เพอื ให้การประเมินและการวิเคราะห์ของเราแม่นยําขนึ ด้วย.. 71 | P a g e
กาํ ไรพิเศษ ขาดทุนพเิ ศษ – กับดัก P/E และความเข้าใจผิดเกยี วกบั การทาํ กาํ ไรของบริษัท ความน่ากังวลในการวิเคราะห์งบการเงิน ก็คือ การเข้าใจผิดในสาระสาํ คญั ของกําไร หรือการดําเนินงานของ บริษัทนีละ่ หลายๆคนเห็นหุ้นทีกําไรบางปี ออกมาดีมาก ทําให้หลงเข้าไปซือในราคาสงู พอปี ถัดมา กําไรลดลงมหาศาล ราคาก็ร่วงผลอ็ ย ทําให้ขาดทนุ มหาศาล หลายๆ ตวั ทีผมเห็น ราคาตกมาถงึ 60-70% ทีเดียว วนั นีผมจงึ อยากจะพูดถึงกําไร พิเศษเสยี หนอ่ ย พวกเราจะได้ไมเ่ สยี ทา่ กบั กาํ ไรพิเศษเหลา่ นี .. ซงึ อนั ทีจริงแล้ว “กาํ ไรพิเศษ” หรืออาจจะรวมถงึ “ขาดทุนพิเศษ” มนั ก็เป็ นเรืองทีไม่เกิดขึนบ่อยๆ ดงั นันจึงเป็ น เหตผุ ลว่า ทําไมเวลาทเี ราวเิ คราะห์งบการเงนิ เราถงึ ต้องมองย้อนหลงั อย่างน้อย 3 ปี 5 ปี ก็เพือให้เราสามารถเข้าใจบริษัท ได้ถถี ้วนขนึ นนั เอง .. ก่อนทีจะเข้าประเด็นกนั ผมขอมอบนโยบายการลงทนุ ทีปลอดภัยให้อีกสกั ชดุ ก็คือ “หุ้นดี ต้องทํากําไรจากการ ดําเนนิ งานได้สมาํ เสมอ สว่ นของผ้ถู ือห้นุ จะต้องเพิมขึนเป็ นเงาตามตวั ถ้าหุ้นมีกําไรแล้วสว่ นของผู้ถือหุ้นไม่เพิม แสดงว่า อาจจะเอากาํ ไรมาปันผล ถ้าเช็คแล้วปันผลไม่มากเท่ากําไรทีหายไป ให้รีบตรวจสอบว่าเงินไปไหน ทังนีทังนันให้ระวงั ไว้ ด้วยว่า สว่ นของผ้ถู ือห้นุ ทีเพิม อาจจะมาจากการเพมิ ทนุ ก็ได้ ให้ไปดวู า่ จํานวนห้นุ หรือทนุ จดทะเบียนเพิมหรือไม่” จากนันก็ หาจงั หวะเข้าซือตอนมนั ลดราคา จบ.. ทีนีเราก็กลับมาเข้าเรืองกัน โดยปกติ กําไร-ขาดทุนพิเศษ มักจะมาพร้อมกบั เหตกุ ารณ์ทีไม่ปกติ ซงึ มนั ก็จะมี วิถีทางของมัน โดยเรามีหน้าที “เอะใจ” ว่าผลการดําเนินงานทีดีขนึ นัน มาจากไหน ผมก็ได้พยายามแยกออกมาเป็ น หวั ข้อๆ ได้ 2 หวั ข้อ ให้ชดั เจน ดงั นีครับ 1. กาํ ไรพิเศษของห้นุ โภคภณั ฑ์ (Commodity) และห้นุ กลมุ่ รับเหมาก่อสร้าง.... ห้นุ โภคภณั ฑ์ หมายถงึ พวกทีขายสนิ ค้าทีผลติ ได้ทวั ไปในโลก มีลกั ษณะเหมือนกนั ทัวโลก ราคาไม่อิงกบั ภาวะในประเทศ โดยมากจะถูกกําหนด โดยอปุ สงค์และอปุ ทานของโลก เช่น ข้าว เหลก็ นําตาล นํามัน เป็ นต้น ทําให้ห้นุ เหล่านี บางปี ก็กําไรดีมหาศาล บางปี ก็ ขาดทุนมหาศาลเช่นกัน เพราะเวลาทีเกิดวิกฤต หลายๆ รายในโลกผลิตมาแล้วเหลือ ก็จะลดราคาลงเพือขายของออก สนิ ค้ากร็ าคาตก พอนานๆ ไปไม่ผลติ ของกข็ าดตลาด ทําให้ราคาผลติ ภัณฑ์สงู ขนึ มหาศาล สง่ ผลให้กําไรบางปี สงู ขนึ เป็ น พิเศษ มาดเู รืองจริงกนั เลยดกี ว่า.. เมือปี 2553-2554 มีห้นุ ตวั หนงึ ตามรูปประกอบเลยนะ อยู่กล่มุ ปิ โตรเคมี ทําเกียวกับพลาสติก ราคาขึนไปสงู มาก (จริงๆ ขนึ ทงั กลมุ่ แต่หยิบยกมาตวั เดยี ว) ขนึ จาก 6 บาท ไป 46 บาท ในเวลาเพียงแค่ 8 เดือนเอง เพราะกําไรในช่วง กลางปี 2553 สงู มากกําไรไตรมาส 1 และ 2 ก้าวกระโดด ทําให้ราคาขยับขึน จนไปสดุ ที 46 บาท ในช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน 2553 เหตผุ ลเนืองมาจาก แต่เดิมปี 2008 ปิ โตรเคมีขาดทนุ กนั อยา่ งหนกั ราคานํามันร่วงจาก 146 เหรียญต่อ บาร์เรล เหลอื เพียง 30-40 เหรียญต่อบาร์เรล ทําให้มีผ้ผู ลติ หลายรายทัวโลกล้มหายตายจากกนั ไป พอเศรษฐกิจเริมฟื น ความต้องการสนิ ค้ามากขนึ จงึ เป็ นช่วงทที กุ คนกาํ ลงั เริมกลบั มาผลติ ใหม่ ระหว่างนนั จึงเป็ นช่วงนาทีทองของคนทีมีสต๊อก สนิ ค้า นาทที องนนั ทําให้ห้นุ ตวั นีมีกาํ ไร.. 72 | P a g e
แต่มันมีดราม่ากว่านนั ก่อนทีจะสนิ ปี 2553 ห้นุ กลบั ไปพีคทีสดุ และกลมุ่ เจ้าของลดสดั สว่ นการถือครอง จาก 76% เป็ น 51% (เหลอื ไว้เพียงอาํ นาจบริหาร) ห้นุ ขนึ ไปสงู ถงึ 46 บาท ระหว่างนนั พวกเราเมือเหน็ กาํ ไร แล้วเอามาหาร P/E ซงึ ปรากฏวา่ โชว์ที 3.25 เท่า (ตามรูป) กห็ ลงเข้าไปซือมากมาย ที 20 – 46 บาท สดุ ท้ายผ่านมาเพียงครึงปี เมือความจริง ปรากฏว่ากําไรทไี ด้มนั เป็ นแค่สายลมทีพดั ผ่านไป พวกเรากไ็ ด้ไปชมวิวบนดอยกันเรียบร้อยแล้ว ปัจจบุ ันห้นุ ราคาอยู่ที 12- 13 บาท ที ที P/E 21 เท่า (ถ้าใครซือที 46 บาท ก็คิดเป็ น P/E ที 100 เท่าเห็นจะได้) คนจะลงดอย ต้องรอรถมารับรอบ ตอ่ ไป… ซงึ สงั เกตได้เรืองหนงึ ว่า ราคาห้นุ ตวั นเี ริมตกในเดอื นธันวาคม 2553 ทงั ๆ ทงี บปี จะประกาศในเดือนพฤษภาคม ปี 2554 (ห้นุ ตวั นี สงั เกตดจู ะเหน็ ว่าปิ ดงบปี ทกุ เดอื นมนี าคม ต่างจากตวั อืนทีปิ ดดอื นธันวาคม) ทําไมห้นุ ตัวนีถึงพีคก่อนหน้า งบจะปิ ดตงั ครงึ ปี ละ่ ประเด็นนีละ่ สําคัญ... เพราะทุกคนในตลาด ทราบลว่ งหน้าเกียวกบั ผลกําไรไปแล้ว จากสถิติ (อ่าน จากไหนไม่รู้) เค้าบอกวา่ ตลาดห้นุ จะรบั รู้ลว่ งหน้าครงึ ปี เราไปรบั รู้ปัจจบุ นั ก็ตายเลย ไมท่ นั กิน ดอยเป็ นแถว... 73 | P a g e
แถมกลมุ่ เดนิ เรือให้อีกสกั ตวั กค็ ือ ปี 2551 ช่วงกลางปี มีหุ้นเดินเรือ (เทกอง) ตวั หนึง ราคาขนึ ไปสงู ถงึ 70 บาท พอเกิดวิกฤตซับไพร์ม ปิ ดสินปี ราคาร่วง เหลอื 10 บาท ทังๆทีปี นันงบโชว์ กําไรที 12 บาทต่อห้นุ นันเพราะค่าระวาง (Baltic Dry Index หรือ BDI) ร่วงจาก 12,000 จดุ เหลอื เพียง 700-800 จดุ และปัจจบุ นั กว็ ิงอยชู่ ่วงๆนี กเ็ ลยจะบอกว่า ห้นุ โภคภัณฑ์ มนั จะมี indicator ราคา ของมนั เชน่ พวกค่าการกลนั นาํ มนั คา่ ระวางเรือ เป็ นต้น คา่ พวกนีสาํ คญั มากพอๆ กบั กาํ ไรของบริษัทเลยนะ เพราะมนั ทําให้เกิดแรงเก็งกําไรเข้ามา ทําให้ราคาห้นุ ขึนเอาๆ ก่อนจะ ลงฮวบๆ ทีหลงั นะ.. พวกหุ้นกลมุ่ รับเหมาก็เช่นกัน ราคามักจะดีดขึนตังแต่รู้ว่าได้งาน (ซงึ ก็ไม่รู้ว่าจะกําไรจริงไม๊) ถ้าไปรอให้กําไร ประกาศ บางทรี าคาห้นุ ร่วงไปแล้ว เราต้องระวงั ตรงนไี ว้ แต่กม็ บี างตวั นะ ทวี ิงขนึ ตอ่ เรือยๆ สรุปกค็ ือ กําไรพิเศษหรือกําไรเป็ นก้อนๆ เหลา่ นลี ะ่ ดงู บย้อนหลงั และดกู ราฟราคาย้อนหลงั หลายๆ ปี เราอาจจะ ได้เหน็ นรก.. จะได้ไมท่ าํ บาป (คนั มอื ไปซือ..) เลา่ ได้ละเอียดทีเดียว section นี จะบอกว่าหมสี ้ม โดนมาเย้ออออออ...... 2. กาํ ไรพิเศษจากการบนั ทกึ ทางบญั ชี ..... กําไรตวั นี จริงๆ อาจจะขาดทนุ ก็ได้ เพราะมนั มบี นั ทกึ สองขา และไอ้การบนั ทกึ บญั ชีนลี ะ่ เป็ นตวั ทเี ช็คยาก หรืออาจจะเชค็ ไม่ได้เลย จนกว่าเราจะได้เห็นตอนงบออกเท่านัน เป็ นอะไรที น่ากลวั มากจริงๆ แตเ่ ราก็ยงั ต้องเจอกบั ความเซอไพรซ์ แบบนเี สมอๆ เพราะระบบบญั ชีตามมาตรฐาน อะไรทีมลู ค่าลดลง ก็ต้องบนั ทกึ ตามราคาตลาดจริงๆ ในขณะสนิ งวด ทาํ ให้เกิด “การขาดทนุ สต๊อกวตั ถดุ ิบ” หรือ “การกําไรจากสต๊อกวัตถดุ ิบ” ยกตวั อย่างเชน่ ปี 2008 ห้นุ นาํ มนั และปิ โตรเคมี ขาดทนุ อย่างมหาศาล เพราะสต๊อกนํามนั ไว้ที 1XX บาทต่อบาร์เรล พอสนิ ปี ราคานาํ มนั อย่ทู ี 40 เหรียญต่อบาร์เรล จงึ ทาํ ให้เกิดการขาดทนุ มหาศาล พอชว่ งกลางปี 2009 ราคานํามนั ฟื นขนึ มาอย่ทู ี 60-80 เหรียญต่อบาร์เรล กลมุ่ นกี ็เลยเกดิ กําไรพเิ ศษขนึ มา ราคาห้นุ จากทรี ่วงหนกั ๆ ก็เลยวิงขึน เช่น มีห้นุ ตัวหนึง (หนึงใน ตวั ทีรวมเป็ น PTTGC) ก่อนทีจะเกดิ วิกฤต ปี 2008 ราคาอยู่ที 120 บาท พอเกิดวิกฤต ราคาร่วงลงมาถึง 24 บาท พอช่วง ราคานํามนั ดีดกลบั ก็กลบั มายืนได้ที 60-80 บาท ทงั หมดนีเกดิ ขนึ ในเวลา 9 เดอื นเอง.... บางคนกอ็ าจจะสงสยั แล้วทําไมต้องบันทึกขาดทุนล่ะ ในเมือเดียวมนั ก็กลบั มาบนั ทึกกําไร นนั ก็เพราะว่า ไม่มี ใครรู้อนาคต ราคานํามนั อาจจะซมึ ยาวก็ได้ กต็ ้องบันทึกเอาไว้เลย เพือไม่ให้นักลงทุนเข้าใจผิดในสาระสําคญั ของกิจการ ณ ขณะนนั ๆ นอกจากนี ก็ยงั มีการบนั ทกึ ทางบญั ชีอีกแบบ เรียกว่า ค่าเผือการด้อยค่า หรืออาจรวมถงึ ค่าเผือความเสียหาย ต่างๆ เช่น บริษัทหนงึ (ตามรูปประกอบ) ประมลู งานภาครฐั แล้วทาํ ไม่สาํ เร็จ ทําให้ต้องบนั ทกึ ขาดทนุ 2,000 กว่าล้านบาท พอมาปี ต่อมา โอนกลบั บางสว่ น (ประมาณว่าบนั ทกึ เผือเยอะไป จริงๆ แล้วเสยี หายไม่ถงึ 2,000ล้านบาท ซึงไม่รู้ว่าจงใจ บนั ทกึ ผิดรึเปลา่ ) โอนกลบั มา 700กว่าล้านบาท เทา่ นนั ละ่ P/E ลดลงมาเหลอื 1 เท่ากว่าเลย บางคนมองแค่ผิวเผินก็นกึ ว่า 74 | P a g e
กจิ การต้องเยยี มแน่ๆ สดุ ยอดเลย กเ็ ลยยินดซี ือในราคาแพง (ห้นุ เน่าตวั นี ขนึ จาก 1.XX มาตอนนี 5 บาท) ทังๆที ผมว่ามัน ขนึ จากแรงเกง็ กาํ ไรแบบใครบางคนจงใจมากกว่า กแ็ นล่ ะ่ .. ช่วงนีห้นุ กาํ ลงั บมู มีอะไรกข็ ดุ ๆ กนั ออกมาหลอกพวกเราให้เข้า ไปรับราคาแพงๆ หรือบางทอี าจจะเป็ นการบนั ทกึ แบบในแง่กฎหมายหรือกฎข้อบงั คบั เช่นทีว่าตามระบบบัญชี IAS 39 (ไม่รู้ว่าย่อ มาจากอะไรเหมือนกนั ) ลกู ค้าทีค้างชําระเกิน 3 เดือน ให้บริษัทบนั ทึกตงั สาํ รองว่าเป็ นหนีสญู ไว้ก่อน หรือพวกคดีความ ฟ้ องร้องกนั ในศาลต่างๆเหลา่ นี ทังหมดทังมวลนี ถ้าอ่านในงบการเงินฉบับย่อ ไม่เจอแน่นอนครับ ต้องไปโหลดงบการเงินฉบับเต็มมาอ่าน ซึง จําเป็ นมากนะครับ เราจะรู้ว่าบริษัทนีมีสินทรัพย์อะไรบ้าง ใครเป็ นเจ้าหนี ลกู หนี มีสตอกสนิ ค้าอะไร เท่าใด มีคดีความ ฟ้ องร้องหรือไม่ (บางทแี พ้ศาลชนั ต้นกบั อทุ ธรณ์แล้ว แต่ยงั ไม่แพ้ฎีกา ก็เลยยงั ไมต่ งั สาํ รองหนไี ว้) เกอื บลมื อกี เรือง.. (ไมร่ ู้จะไปพมิ พ์แทรกตรงไหน ขเี กียจแก้) บางบริษัทได้รบั สทิ ธิพิเศษทางภาษีจาก BOI ถ้าอ่าน งบการเงินฉบบั เต็ม น่าจะมบี อกไว้ครับ ซงึ สทิ ธิพิเศษมนั ก็มเี วลาของมนั วา่ อาจจะให้ 10 ปี 15 ปี ว่ากนั ปี ปี ไหนทีมนั ไม่ได้ กําไรจะตกฮวบๆ บริษัทปิ โตรทขี นึ มาเป็ นตวั อยา่ ง ก็ได้สทิ ธิ BOI ถงึ แค่ปี 2554 เชน่ กนั กําไรมันถงึ ตกมามหาศาลขนาดนนั โดนสองเด้งทีเดียว.. วันนีเอาเท่านีก่อนละกันครับ ยังไงก็ลองๆ เอาไปประยุกต์ใช้ นะครับ ถูกผิดอย่างไร อ่านแล้วเก็บไปคิด ถ้าผิดพลาดขออภัยครับ.. 75 | P a g e
สาเหตขุ องการเจ๊งหุ้นของมอื ใหม่และของหมสี ้มในอดตี ช่วงนีอากาศเริมร้อน ตลาดหุ้นก็ผันผวน มาร์เก็ตติงทีรู้จกั บอกมาว่าช่วงนีคนแห่เปิ ดพอร์ทและซือกองทุนกัน เยอะมาก เทา่ กบั วา่ มนี กั ลงทนุ มือใหมเ่ ข้ามามากขนึ เรือยๆ ซงึ ผมแทบจะฟันธงได้เลยวา่ มือใหมเ่ หลา่ นีสว่ นใหญ่จะสญู เงิน ของตนมากกวา่ 50% ในเวลาอกี ไมน่ านนี แตท่ กี ลา่ วมาทงั หมด ไมไ่ ด้จะแชง่ แตต่ ้องการจะเตือนนกั ลงทุนหน้าใหม่ (ซึงหมี ส้มเคยเป็ นมากอ่ น) ให้ลงทนุ ด้วยความระมดั ระวงั ว่ามนั ไม่ได้งา่ ยๆ แต่ถ้าจะเตือนเฉยๆ ก็คงไม่ค่อยจะเห็นภาพ ว่ามาเตือนแล้วจะให้ทํายังไง 1. 2. 3. 4. 5. ด้วยเหตนุ ี ก็จะบอก สาเหตุ (เทา่ ทรี ู้) ของการเจ๊งห้นุ ของมอื ใหม่ เป็ นข้อๆ ตามทีตวั เองเคยเป็ นมากอ่ น ดงั นีครบั สาเหตทุ ี 1 ไม่รู้จักตัวหุ้นดีพอ.. คือเพิงเข้ามาใหม่ ไม่รู้ประวตั ิหุ้น ไม่มีการวิเคราะห์ความถกู แพงของหุ้น ทําให้ เข้าใจผิดในลกั ษณะสําคัญของห้นุ ทงั หลาย จึงทําให้ไปอย่ใู นห้นุ ทีเสียงโดยไม่รู้ตัว แนวทางแก้ไข ก็คือ พยายามศกึ ษา ข้อมลู ห้นุ ให้ถถี ้วน อยา่ เพิงเคาะซือ.. หนงั สือทีควรต้องหามาอ่านเป็ นอย่างยิงเพือป้ องกนั ความผิดพลาดเหล่านี ก็คือ “ตี แตก” ของ ดร.นิเวศน์ เหมวชวิ รากรณ์ เพอื ให้รู้จกั การวิเคราะห์พนื ฐานมากขนึ สาเหตทุ ี 2 ไม่รู้ใจตวั เอง.. คือ ไม่รู้ว่าเรารบั ความเสยี งได้แคไ่ หน ทําให้ไปลงทุนในหุ้นตัวใหญ่ ตวั เลก็ ปันผล หรือ หวือหวา ห้นุ แต่ละกลมุ่ ก็มีการเคลอื นไหว และกลมุ่ คนทีเข้ามาซือทีแตกต่างกนั กล่มุ คนทําราคาทีแตกต่างกนั (หุ้นตัว ใหญ่ สว่ นใหญ่กองทนุ กบั ต่างชาติซือขายกนั ส่วนตัวเล็ก อาจจะมีโจรใสส่ ทู มาทําราคา) จะปฏิบตั ิเหมือนกนั ไม่ได้ แนว ทางแก้ไขกค็ ือ ถ้าเลน่ ห้นุ ปันผล ห้นุ ตวั ใหญ่ พลาดมายงั พอถือไว้ได้ แต่ถ้าหุ้นตวั เล็ก พลาดท่าอย่าเสียดาย ให้รีบถอนตัว.. เกียวกบั กล่มุ ของหุ้นเหลา่ นี มีหนงั สือเลม่ หนงึ อธิบายได้ดี และครบถ้วนมากๆ ก็คือ หนังสือ “แมงเม่าสําราญ” ของคุณ ณฐั วฒั น์ อ้นรัตน์ สาเหตุที 3 ไม่รู้จักจงั หวะในการลงทนุ คือ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า “แม้เราจะอยากได้เงินปันผล แต่เราก็อยากได้ Capital gain ด้วย” ดงั นนั เมือเราได้ ต้องมคี นเสีย เราได้มาก ก็มีคนเสียมาก แต่ต้องเข้าใจว่า ทุกๆคนก็ล้วนเก่งเท่าๆกนั เราเองไม่ได้เก่งไปกว่าคนอืนๆ ดงั นนั จะทาํ อยา่ งไรให้เรามีแต่ได้ ไม่มเี สยี ในหนงั สือหมีส้ม จึงได้แนะนําให้ลงทุนในภาวะที ตลาดซบเซา จงั หวะทไี มม่ ใี ครอยากลงทนุ ในห้นุ เมือไม่มีใครต้องการห้นุ หุ้นก็ราคาถกู โอกาสพลาดก็จะน้อย แต่เราต้อง อดทนรอคอยวนั เวลานนั แตถ่ ้าเราโดดเข้าไปร่วมวงกยั ภาวะตลาดทีผันผวนแบบนี เราอาจจะพลาดได้ แนวทางแก้ไข คือ เลกิ เลน่ ไปกอ่ น จนกว่าจะมคี นเจ๊งห้นุ มากๆ เจ็บกนั มากๆ จงั หวะนนั จะเป็ นจังหวะซือ แม้ว่าจะรอหลายปี แต่ผลตอบแทน จะค้มุ กว่าดอกเบียเงนิ ฝากแนน่ อน ยกตวั อยา่ งครบั .. สมมติในปี 2551 หุ้นเริมฟื น ราคาห้นุ A จาก 3 บาท (มูลค่าทางบญั ชี 6 บาท) ขึนไป 4 บาท เราซอื เกบ็ ไว้ เราสบายใจ เพราะซอื ตํากวา่ book value ถ้าเราวิเคราะห์กิจการมาดี และไม่รีบขาย มนั กอ็ าจจะไปที 6 บาท หรือมากกวา่ นนั สมมติวา่ มนั ไปที 6 บาท ในวนั ทตี ลาดบมู ในปี 2555 แล้วเพอื นเราไปซอื เพือนเราซือทีต้นทนุ 6 บาท หาก ปี 2556 มนั ขยบั ไปเป็ น 12 บาท เราจะได้กําไรถงึ 300% ในขณะทีเพือเราได้กําไรถงึ 200% แต่เชือไม๊ว่า ทีเลา่ มาทงั หมด 76 | P a g e
ไม่ได้จะให้สนใจเรืองประเด็นกําไรเลยแม้แต่น้อย แต่ประเด็นทีจะให้สนใจ คือในเรืองของความเสียง และภาวะจิตใจ เพราะคนทถี ือมา 4 บาท เวลาทหี ้นุ ไป 6 บาท ย่อมรู้สกึ เย็นใจ ถือรอได้ แต่คนทีถือหุ้นราคา 6-7-8-9-10 บาท (เหมือนกบั คนทีมาซือช่วงนี) ถึงแม้หุ้นจะมีราคาสูงถึง 12 บาท แต่ใครเล่าจะรู้อนาคต ถ้าใครมาพดู ทีหลงั ย่อมต้องถกู เสมอ ซึงใน ความเป็ นจริงคนทีต้นทนุ สงู กม็ ีแนวโน้มจะขายไปก่อน เพราะหุ้นมันสวิง และทุกคนทีถือทุนสงู ย่อมมีความกลวั มากกว่า คนทีถือทนุ ตํา ต่อให้ห้นุ จะขนึ ไป 12 บาทจริงๆ เราอาจจะไม่มีห้นุ อยู่ในมือแล้วก็เป็ นได้ นอกจากนีในมมุ กลบั ความเสียง ขาลงกจ็ ะเริมมีมากขนึ เรือยๆ เคลด็ ลบั ง่ายๆ ทีหมีส้มใช้ได้ผลมาตลอด ก็คือ การดูกราฟราคาย้อนหลงั 5 ปี และดูเจ้าของห้นุ โดยห้นุ ทีเลอื ก เจ้าของต้องถอื เยอะกวา่ 40% (แตท่ ีเลอื กสว่ นใหญ่ กถ็ ือกนั 60-80%) เพราะเราจะมันใจได้ว่า ยังไงมันไม่ทําบริษัทเจ๊งแน่ เพราะถ้าเราเจ็บ มันเจ็บกว่าเรา นอกจากนีการดูกราฟย้อนหลังก็มีส่วนสําคัญ คือผมต้องการรู้ว่ามีคนทีซือถูกกว่า ประมาณกลี ้านบาท และซือทีราคาเทา่ ใด ถ้ามีห้นุ 2 ตัว ราคา 3 บาทเท่ากนั ปัจจัยพืนฐานเทียบเท่ากนั หรือใกล้เคียงกัน มาก แต่ตวั หนงึ ขึนมา จาก 1 บาท มา 3 บาท แต่ตัวทีสอง ขึนมาจาก 2.5 บาท มา 3 บาท ผมมกั จะเลือกตัวที 2 (ซงึ ก็ อาจจะผิดก็ได้) ทผี มเลอื กตวั ทีสอง เพราะว่า ถ้าผมซือสามบาท คนทีทนุ ตํากว่าผมทีสดุ อย่ทู ี 2.50 บาท ถ้าห้นุ ตัวนี ไม่มี คนทําราคา เท่ากบั ว่าคงไม่มีใครอยากขายตาํ กวา่ 2.50 บาท ซงึ เป็ นทุนของเค้า ในขณะทีอีกตัว อาจจะมีคนทีถือไว้ตงั แต่ 1 บาท กเ็ ป็ นไปได้ ซงึ ข้อนชี ดั เจนมาก เพราะหมีส้มและเพือนๆ ซือห้นุ ตวั หนงึ ไว้ที 0.80 บาท เมอื สองปี ก่อนและถือเรือยมา พอราคามนั ขนึ ไป 2.50 บาท จงึ ขายออกครึงหนงึ ทันที เคาะสามไม้จบ ไม่สนใจราคา เพราะมันกําไรมามากพอแล้ว แต่ ราคาห้นุ ร่วงไป 6 ช่อง 12 สตางค์ คงจะพอเหน็ ภาพนะครบั ว่ามนั หลาย % อย่.ู . แต่ถ้ามองในแง่ห้นุ ทังสองมีคนทําราคาล่ะ ห้นุ ทีวงิ มาจาก 1 บาท เค้าอาจจะพอใจทลี ากมา 3 บาทแล้วกไ็ ด้ แต่ห้นุ ที 2.50 บาท มา 3 บาท เค้าคงไม่พอใจกบั การทํา ราคาทีได้กาํ ไรเพียง 20% หรอกมงั … ทงั นีทงั นนั ทเี ลา่ มาทงั หมดนี ไม่ใช่ว่าอยากจะชวนมาเลน่ หุ้นเก็งกําไร แต่ต้องการให้ ทราบถงึ ความเป็ นจริง วา่ ไมม่ ใี ครให้เงนิ เรางา่ ยๆ ซงึ มอื ใหม่จะต้องตระหนกั และศกึ ษาให้ครบถ้วนก่อนลงสนาม.. ถ้ายงั ไงอา่ นแล้ว อย่าเพิงเชือนะครับ เกบ็ ไปไตร่ตรองก่อน เงนิ ของทา่ น เจ๊งของท่านครบั .. 77 | P a g e
เคลด็ ลับการลงทุนของหมสี ้ม กอ่ นอนื ต้องขอขอบพระคณุ ทตี ิดตามอา่ นเพจหมสี ้ม เนืองจากแฟนเพจล้นหลามมาก ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะมีคน ติดตามอา่ นมาขนาดนี และกไ็ ม่รู้วา่ จะเลกิ เขียนเมอื ไหร่ (เพราะไม่ค่อยมีความรู้ เขียนๆไปกลวั ปลอ่ ยไก่) แต่ก็เห็นว่ามีคน เห็นคณุ ค่าในสงิ ทีเราได้ทาํ ก็เลยมอบเอกสารให้ชดุ หนงึ ทีตัวเองคิดว่าดีทีสดุ ตังแต่เขียนมา เป็ นเอกสารทีเขียนตอนทีป่ วย หนกั เมือหลายปี กอ่ น (แล้วก็คิดวา่ อาจจะไมร่ อด) กเ็ ลยลกุ ขนึ มาพมิ พ์เอกสารไว้ให้เพือนสนิท 4-5 คนได้เก็บไว้ใช้หากินใน อนาคต วนั นเี ลยเอามาเผยแพร่ให้ทกุ คน อยา่ งไรก็ตาม แนวทางอนั นี เป็ นแนวทางทีไม่ได้ลงทนุ ในห้นุ ปันผล (ซึงผิดวตั ถุประสงค์ของหมีส้ม 55) แต่เป็ น แนวทางทคี ่อนข้างปลอดภัยในการลงทนุ อย่างไรก็ตาม อย่าเพิงเชือในสงิ ทีอ่าน ให้นําไปไตร่ตรองและปรับใช้กันนะครับ เงินของทา่ น เจ๊งของทา่ นครบั .. พร้อมกนั นกี ็ขอขอบพระคณุ ทตี ดิ ตามอ่านเพจหมสี ้มนะครบั .. วนั นีวนั ที 14 มนี าคม 2554 เวลา 2.12น. รู้สกึ ไม่สบายเยอะ กลวั จะหลบั แล้วไม่ตืน (ล้อเล่น) เลยพิมพ์เอกสาร ไว้ให้กอ่ น ตงั ใจจะพมิ พ์เอาให้อา่ นงา่ ยๆ สาํ หรบั คนทีเพิงจะศกึ ษาเรืองห้นุ จะได้เข้าใจได้ง่ายๆ อย่างไรก็ตาม ทกุ อย่างเป็ น สิง ไม่ตายตัว กรุณาพิจารณาให้ เข้ าใจทีเหตุผลก่อนทีจะนําไปใช้ ข้ อมูลการวิเคราะห์ทังหมด หาได้ ในเวป www.set.or.th ลงทนุ ในห้นุ กเ็ หมือนขายของ คอื ซือมาขายไป ปัญหามนั ไม่ได้อย่ทู ีว่าจะซอื ขายอะไร แต่ปัญหาอยู่ตรงทีว่าซือมา เท่าไหร่ และสมเหตสุ มผลหรือไม่ ยกตวั อยา่ งว่าเราซือรถซกั คนั ไม่รู้ว่าคมั รีหรือวีออส ปัญหาไม่ได้อยู่ทีว่าจะซือคัมรีหรือวี ออส ปัญหามันอย่ทู ีว่าซือราคาเท่าไหร่ ถ้าคัมรี ขายที 4 ล้าน กบั วีออส ขายที 1.5 แสนบาท ทงั ๆทีป้ ายแดงเหมือนกัน แม้คมั รีจะดกี วา่ แต่มนั ควรซอื รเึ ปลา่ เท่านนั เอง จากประวตั ศิ าสตร์การเจ๊งห้นุ ของคนทวั ไป (รวมทงั ของตัวเอง) อาจกล่าวได้ว่า ซือห้นุ จากความไม่สมเหตุสมผล สดุ ท้ายไม่นา่ รอด หรือถ้ารอดก็คือโชคดี ดงั นนั เราต้องมีความคิดไปในทางวิทยาศาสตร์ คืออย่ดู ้วยเหตแุ ละผล จงึ จะอยู่ รอดได้ในตลาดห้นุ จากเรืองรถเมอื กีนี บางคนสงสยั เอ๊ะมนั จะรู้ได้เหรอว่าห้นุ ราคาเท่าไหร่ มลู ค่าทีแท้จริงเท่าไหร่ คําตอบคือ รู้ได้ แตต่ ้องระมดั ระวงั ... ราคาของห้นุ ทีเคลือนไหวทุกวัน เค้าเรียกว่าราคาตลาด หรือ market price ส่วนราคาทีแท้จริงของ ห้นุ กค็ ือ มลู คา่ ทางบญั ชี เค้าเรียกวา่ book value มลู ค่าทางบญั ชี คอื เอาสว่ นของผ้ถู ือห้นุ (สนิ ทรัพย์ – หนสี นิ ) มาหารจาํ นวนห้นุ ทงั หมด จะได้ มลู ค่าทางบัญชีต่อ ห้นุ ยกตวั อย่างเช่น มี สนิ ทรัพย์ 300 บาท หนีสนิ 100 บาท เท่ากบั ว่ามีมูลค่าทางบัญชี 200 บาท หากมีห้นุ จํานวน 200 ห้นุ ดังนัน มูลค่าทางบญั ชีคือห้นุ ละ 1 บาท หากอนาคตมีการเพิมทนุ 100 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.5 บาท (อันนีมักเป็ น เจ้าของต้องการห้นุ เพมิ โดยไมส่ นใจรายยอ่ ย โดยเพมิ ทีราคาตํากว่า book value) บริษัทจะได้เงินเพิมเพียง 50 บาท แต่ 78 | P a g e
จะมีห้นุ เพิมอีก 100 ห้นุ ในกรณีนี มลู ค่าทางบัญชีของบริษัทจะรวมทังหมด 250 บาท แต่จะมีห้นุ เป็ นจํานวน 300 หุ้น มลู คา่ ทางบญั ชีจะอยทู่ ี 0.84 (250/300) บาทตอ่ ห้นุ สว่ นราคาตลาด อาจะขนึ ไป 2 บาท กไ็ ด้ เพราะคนคาดหวงั วา่ กาํ ไรมนั จะดี หรืออาจจะเหลือ 0.5 บาทก็ได้ ถ้าคน คิดวา่ มนั จะเจ๊ง ซงึ ราคาตรงนมี นั เคลอื นไหวตลอดเวลา ดงั นนั จงึ เกิดตวั เลขตวั หนงึ ทีนิยมใช้กนั มาก คือ P/B ratio คอื เอาราคาตลาด มาหารกบั มลู ค่าทางบญั ชีของหุ้น ห้นุ บางตวั ขายทีราคา 60 บาท แตม่ มี ลู คา่ ทางบญั ชเี พยี ง 6 บาท ดงั นนั P/B ratio จึงเป็ น 10 เท่า ถ้าวนั นีเลกิ กิจการ เรา จะได้เงินคืนแค่ 6 บาท จากเงินลงทนุ ทงั หมด 60 บาท หรือ 10% เทา่ นนั แตห่ ้นุ บางตวั ราคาตลาด 1.2 บาท แต่มูลค่าทาง บญั ชี 2.4 บาท จะคดิ P/B ratio ได้ที 0.5 เทา่ หมายความว่า ขายกิจการตอนนี จะได้เงนิ คืนเป็ น 2 เท่า ปัญหาคือ มันง่ายขนาดนันเลยหรือ คําตอบคือต้องระมัดระวงั นันเพราะสินทรัพย์หรืองบการเงินทีเปิ ดเผย ประเดน็ ทีต้องพิจารณา คอื มลู ค่าของสนิ ทรัพย์มีอย่จู ริงหรือไม่ เชือถือได้หรือไม่ ดงั นันจึงต้องไปดผู ้สู อบบัญชีว่าเป็ นใคร และไอ้สนิ ทรัพย์ทีประกอบกนั เป็ นมลู ค่ามีอะไรบ้าง คิดง่ายๆ ตอนเรากนิ ข้าวมนั ไก่ ราคา 30 บาท เราอาจจะคิดว่า 30 บาททขี ายนี แบ่งออกเป็ นข้าว 10 บาท ไก่ 10 ชนิ 15 บาท นําจมิ 5 บาท อะไรแบบนี หรือมีไก่เพียง 3 ชิน แล้วบอกว่าราคา 15 บาท รึเปล่า หรือผัดไทย 25 บาท จาน ใหญ่จริง แตม่ ีแต่เส้น รึเปลา่ ในงบการเงนิ สงิ ทีควรต้องดอู ยา่ งแรกเลยคือเงินสด ถ้าเงินสดเยอะ หนีน้อย โอกาสเจ๊งยากมาก (แต่ไม่เสมอไป นะ) บางบริษัทบันทึกราคาเป็ นพวกโรงงานหรือสนิ ค่าคงคลงั ซะเยอะ อันนีต้องมาตีความ ว่ามันเสือมราคาไปหมดรึยัง ยกตวั อย่าง พวกอเิ ลคโทรนกิ ส์ สนิ ค้าคงคลงั มากๆ มนั อาจจะล้าสมยั ได้ การบันทกึ ราคาอาจไม่ถูกต้อง (สงู กว่าความเป็ น จริง) หรือว่าพวกอสงั หาริมทรัพย์ บางบริษัทมสี นิ ค้าคงคลงั (พวกบ้าน คอนโด) 5,000 ล้านบาท ทงั ๆ ทีทงั ปี ทีผ่านมา ขาย ได้เพียง 2,500 ล้านบาท แสดงว่าไม่ต้องสร้างเพิมก็ยังมีขายได้ถงึ 2 ปี รึเปลา่ หรือว่าเป็ นพวกทีขายไม่ออก ปูนกําลัง กะเทาะ หนีกาํ ลงั ท่วมรเึ ปลา่ ดงั นนั หากงบการเงินมีเงินสดเยอะๆ แสดงว่ามนั มีเนือเยอะ เราก็จะอยู่ในจุดไม่เสียงหรือเสยี งน้อย ถ้ามนั เป็ น สนิ ทรัพย์อนื ๆ บางทีอาจจะบนั ทกึ แบบฉ้อฉลเพือหลอกเรา อนั นีก็ต้องระวงั .. ดงั นัน ถ้าได้กิจการทีสินทรัพย์สงู ๆ แล้วเราซือได้ในราคาทีตํากว่ามูลค่าทางบญั ชี อันนีเราจะมีความปลอดภัย กวา่ ซอื ตวั ทรี าคาสงู กวา่ มลู คา่ ทางบญั ชี สงิ นีเค้าเรียกกนั วา่ Margin of safety จากทฤษฏีของตวั เองทีได้ทําการสรุปไว้ P/B ratio ที 0.5 จะวิงขนึ ทกุ ตวั แต่ไม่รู้ว่าเมือไหร่เท่านนั เอง (แต่ต้อง 0.5 จริงๆนะ ไมใ่ ชม่ ีตกแต่งบญั ชีเอาไว้ หรือเป็ นพวกกิจการทมี งุ่ ไซฟ่ ่ อนเงินออกไป) 79 | P a g e
ทีนีเราก็จบส่วนที 1 แล้ว เราได้รู้แล้วว่าอะไรถูกแพง คัมรีวีออสราคาเท่าไหร่ เราพอจะประเมินเป็ น แล้ว ตลาดหุ้นไทยเป็ นพวกชอบเลน่ เวฟ ห้นุ บางตวั กําไรดีทุกปี แต่ราคา วิงเป็ นวงจร จาก 2 บาทไป 8 บาท แล้ว กลบั มา 3 บาท และไป 9 บาท 4-5 ปี วนครบรอบ 1 ครงั อาศยั ว่าเกดิ วิกฤตเศรษฐกจิ โลก เลยฉวยโอกาสทุบห้นุ ตวั เอง บาง บริษัททาํ ขนาดว่าโยกกําไรปี นีออกไปให้หมด แล้วไปบันทึกปี หน้า อันนีก็มี (มุขทีใช้บ่อยๆ คือการกันสํารองหนีสญู พอปี ตอ่ มา ก็เอากาํ ไรมาโชว์ แล้วบอกว่าเป็ นหนสี ญู โอนกลบั ) เค้าทําเพอื อะไร.. คําตอบคอื ทํากิจการได้สว่ นแบ่งปี นงึ 100 – 200 ล้าน ปันห้นุ ทบุ ห้นุ ที ได้ 500 ล้าน ถือเป็ นโบนสั 4-5 ปี อาจจะ เอาซกั ครัง ห้นุ สว่ นใหญ่เป็ นงหี มด ลากราคาจน P/B ratio อาจจะสงู ถงึ 2-3 เท่า หรือถ้าเว่อร์ๆ ก็ 10 เท่า แล้วก็ปล่อยหุ้น ออกมาจนหมด (เหลือไว้เฉพาะ 50% เอาไว้คุมกิจการ) จากนันก็ปลอ่ ยห้นุ ซึมลงๆ จาก P/B ratio 10 เท่า อาจจะเหลือ 0.5 เท่า ห้นุ บางตวั จาก 10 บาท อาจจะเหลอื 0.5 บาท แต่อาจจะใช้เวลา 3-4 ปี อนั นกี เ็ ป็ นไปได้ ดงั นนั สงิ ทีเราควรจะดเู ป็ นอยา่ งยงิ กอ่ นซอื ห้นุ ก็ คอื ถ้าเราเจ๊ง (ซอื แล้วราคาลง) เจ้าของกิจการจะเจ๊งไปกบั เราไม๊ เช่นเราซอื ห้นุ 1 ล้านบาท ซอื ราคาห้นุ ละ 1 บาท ได้มา 1 ล้านห้นุ แตเ่ รารู้วา่ เจ้าของถืออยู่ 500 ล้านห้นุ อนั นี ถ้าเราเจ๊ง มัน กเ็ จ๊งมากกวา่ เรา 500 เทา่ แบบนคี อ่ ยโอเค เค้าเรียกว่า หลกั ผลประโยชน์ หรืออาจะกลา่ วได้วา่ เรากําลงั ประเมินส่วนได้เสยี มนั จะไม่ยอมปลอ่ ยให้ห้นุ ราคาลงมามาก แต่จะเสมอไปไม๊ กไ็ ม่แน.่ . นันเพราะเราอาจจะไปซือตอนเค้าทุบกดห้นุ อยู่ คือเค้ากําลงั สะสม ราคากําลงั ร่วง แล้วเราไปซือกลางทางเรา อาจจะบอกว่า P/B ratio 0.5 เท่าแล้ว ถกู มาก แต่มันอาจจะลงไป P/B ratio ที 0.2 เท่าก็ได้ ก่อนทีมันจะผงกหัวขึนมา เค้าเรียกว่าวิธีการถกู แตเ่ วลาไมเ่ หมาะสม.. แล้วถ้าเราไปซือที P/B ratio 0.5 เท่าล่ะ ติดแหง็กอยู่ จะรอดไม๊.. ถ้าคิดตามหลกั ของเหตผุ ล ถ้าบริษัทจะเจ๊ง แล้วเจ้าของห้นุ ถืออยเู่ ยอะ เค้าต้องฉวยโอกาสปลอ่ ยออกมา และ 100 ทัง 100 ก็คงต้องลากราคาให้สงู กว่า book value เพราะสมมตวิ า่ ของราคา 3 บาท จะขายตาํ กวา่ 3 บาททําไม เต็มทีก็ลดให้ แบบว่าจวนตวั แล้ว อาจจะขายที 2.5 บาท แต่ ยงั งยั มนั ต้องมีจงั หวะปลอ่ ยของ แล้วเรากต็ ้องชายตามมนั ไป ทนี ี คงสงสยั แล้ววา่ แล้วจะรู้ได้ไงวา่ เจ้าของถืออยเู่ ท่าไหร่ สดั สว่ นเยอะไม๊ ถือทตี ้นทนุ เทา่ ไหร่ บอกได้เลยวา่ ต้นทนุ เจ้าของเทา่ ไหร่ ไมต่ ้องไปพยายามหา ไม่มีทางเจอ เพราะเค้าทํากิจการจนเอาเข้าตลาดมา ได้ เค้าคืนทนุ มากีเท่าแล้วไมร่ ู้ หาได้เตม็ ที คอื เค้าถืออยเู่ ท่าไหร่ เทา่ นนั แหละ.. ในเวป www.set.or.th จะมีอย่หู น้าหนงึ ทีเป็ นข้อมลู ผ้ถู ือห้นุ ไปกดดไู ด้ ว่าเจ้าของถืออยู่เท่าไหร่ ถ้าเกิน 70% วางใจได้ว่าราคาจะวงิ แนน่ อนไมว่ นั ใดกว็ นั หนงึ แตถ่ ้าผ้ถู ือห้นุ ใหญ่ถอื เพยี ง 12% อนั นีกเ็ ตรียมตวั โดนทุบได้เลย เพราะในปี ทแี ล้วเค้าอาจจะถอื 40% มาปี นขี ายออกหมด เค้าก็มี 2 ทางเลอื ก คือ 1. เลกิ บริหาร 2.บริหารต่อไป คือรอช้อนหุ้นราคาถูก 80 | P a g e
ก็เท่านนั เวลาดูเอกสาร ช่วยดูวันทีมันอัพเดทด้วย ว่ามันอัพเดทสมุดผ้ถู ือหุ้นเมือไหร่ เพราะมันจะปิ ดสมุดทุกครังทีมี ประชมุ มีปันผล หรือเพิมทนุ ดงั นนั ข้อมลู ทีมีมนั อาจจะล้าสมยั ต้องรอจนกว่ามนั จะมีประชมุ อีกครัง มนั จะได้อพั เดท เพือ ความแนน่ อน จากหลกั ผลประโยชน์ ถ้าเราเอามาประยุกต์ใช้ ก็เช่นว่า หุ้นตวั นึง มลู ค่าทางบัญชี 3 บาท อย่ดู ีๆ ราคาขนึ จาก 1.5 บาท ไป 5 บาท พร้อมมลู คา่ การซือขายทสี งู เราอาจรู้ได้วา่ ห้นุ มนั โดนปันราคา (ซงึ ก็ชวั ร์) วอล่มุ ทีมาก เราก็จะรู้ว่าเค้า เอาห้นุ ยดั ในมือรายย่อยไปหมดแล้ว แล้วตอนนี ผ่านมาจากวนั ทีมันปันราคา มาได้ 2 ปี แล้ว ราคาห้นุ ก็ร่วงลงมาเรือยๆ เหลอื 2 บาท ในเดือนทีแล้ว ขณะทีราคากําลงั ลงจาก 3 บาท ไป 2 บาท ปิ ดสมุดผ้ถู ือห้นุ พบว่ารายใหญ่ถืออยู่ 70% แสดง วา่ ถ้าเราซอื ตอนนี น่าจะได้ราคาถกู กว่าทีเค้าเก็บๆ มากนั อยู่ ถ้าซือตอนนี 1.9 บาท น่าจะเป็ นจุดทีได้เปรียบ อย่างน้อยก็ ได้ต้นทนุ ตํากว่าทเี ค้าเกบ็ ๆ กนั มา ตาํ แหนง่ เราดกี วา่ ตรงนตี ้องอ่านหลายรอบให้เข้าใจนะ... ปัญหาทีจะต้องพิจารณาตามมา กค็ ือ แล้วมนั จะลงตอ่ ไม๊ ห้นุ บางตวั มลู ค่าทางบญั ชี 3 บาท ลงมา 1.5 บาท บาง คนว่าถกู ก็ซอื ไป มนั ลงมา 1.2 บาท คนว่าถกู ก็ซือไป ซือกัน จนมันร่วงถึง 0.8 บาท แล้วมันถงึ ขนึ ปัญหานีเราจะแก้ยงั งัย ซงึ ในมมุ กลบั เรากจ็ ะเจอปัญหาตอนทีหุ้นมนั ขนึ ไปแล้วว่า จาก 0.8 ขนึ ไป 1.5 บาท พอขาย มนั ดนั ขึนไป 2.5 บาท หรือ สดุ ท้าย มนั ไปนิงที 4 บาท ทงั สองกรณี กรณแี รก เราซือแพงกวา่ ทคี วรได้ กรณที ี 2 เราขายถกู กว่าทีควรเป็ น เราจะทํายงั งยั โดยสว่ นตวั ใช้กราฟเข้ามาช่วย โดยเอาเส้นคา่ เฉลยี มาตดั กนั ขอก๊อปจากเมลฉ์ บบั ที 1 มาแล้วกนั ขีเกยี จพมิ พ์ การใช้ moving average crossover เอามาช่วยจบั จงั หวะการซือขาย จากการพิสจู น์โดยการใช้จริง 6 ครัง (ไม่ใช่โฆษณาผงซกั ฟอกนะ) ประสบผลสาํ เร็จทงั 6 ครงั ซงึ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกนั รู้แต่ว่าเป็ นค่าทางสถิติทีมีโอกาสสําเร็จที 90% เสมอตวั 5% และขาดทนุ นดิ หน่อย อีก 5% การประยุกต์ใช้เป็ นเรืองเฉพาะบคุ คล ปัจจุบนั มีรายละเอียดการใช้ทีได้ พฒั นาเพมิ เตมิ โดยเส้นค่าเฉลีย 5 วัน ตัดเส้นค่าเฉลีย 25 วนั ใช้ในการดจู งั หวะซือ สําหรับภาวะตลาดทีอยู่ในช่วงขาลง ชดั เจน จะช่วยให้รอดพ้นจากการเข้าซือตอนทหี ้นุ rebound แล้วลงตอ่ คอื เส้นมนั จะตดั กนั ได้ ก็ต่อเมอื เส้นเลก็ (เฉลยี 3-5 วนั ) มนั วิงขนึ ลงมาโดนเส้นใหญ่ (10-25 วนั ) หรือเส้นใหญ่ ทีมนั ขนึ ลงช้ากว่ามนั ทนั เส้นเลก็ ในความเป็ นจริง มนั คอื ยงั งีนะ ในวันทีหุ้นราคาขนึ สงู แล้ว เจ้าของต้องการปล่อยห้นุ ออก เค้าจะต้องเลยี งราคา เค้าลากไม่ไหว ก็ต้องปลอ่ ยตรงนัน ราคาทีสงู มันจะนิงๆ เส้นเลก็ ใหญ่จะตัดกันไปมา เรียกว่า ไซด์ เวย์ (side way) คอื ไมม่ ีทิศทาง หากจดุ นีมีวอลมุ่ หนา ชวั ร์วา่ ปลอ่ ยหุ้นออกมาแล้ว เน้นว่ากรุณาดูวอลุ่ม คนจะขายของ เค้าต้องมขี า่ วหรืออะไรดๆี มาให้คนทีไม่รู้มนั ใจว่ามันจะไปต่อได้ แห่กันเข้ามาซือหุ้น (เป็ นทีมาของคําว่า มีข่าวดีให้ขาย) อนั นีจําไว้ใช้เป็ นจงั หวะขายนะ ก่อนจะมกี ราฟนีมาช่วย ขายให้เค้าถกู ๆ ไปเยอะ บางตวั ก็รู้วา่ มนั ไป 25 บาทได้ เราไม่มันใจ ซือมา 9 บาท พอ 13 บาท ขายไปซะงนั ตอนหลงั พอรู้จกั กราฟ กราฟบอกให้ไปขายที 20 บาท อนั นกี ็ว่ากนั ไป 81 | P a g e
ในทางเดียวกนั เวลาห้นุ ลง มนั จะมเี วลาสะสมหุ้น คือรายใหญ่จะกดราคาหุ้นจนลงมาได้ถึงในระดบั หนงึ พอถึง จดุ ราคาหนงึ คนเหน็ วา่ ถกู มากแล้ว เค้าจะทบุ ไมล่ ง ต้องจําใจเก็บในราคานัน ราคาจะเรียดไปในระดบั ตํา จะเส้นใหญ่มา ชนเส้นเลก็ ในทสี ดุ เพือให้เห็นภาพ เอารูปมาให้ดเู ลย.. คอื ห้นุ PTTCH ซงึ เป็ นห้นุ มหาชน จะใช้กราฟ เส้นแดง 5 วัน เส้นชมพู 25 วนั เนอื งจากเป็ นขาลงชดั เจน ยิงใช้คา่ เฉลยี จํานวนวนั เยอะ มนั จะยิงขัวร์ แต่มนั จะตามภาวะตลาดทีรวดเร็วของหุ้นตัวเลก็ ไม่ ทนั .. จะสงั เกตว่าหลงั จากเกิดวิกฤต ซบั ไพร์ม ราคาทีเคยสงู ถงึ 120 บาท ในปี 2008 ลงมาเหลือตําสดุ 25 บาท ในปี 2009 ตอนนนั P/B อย่ทู ี 0.25 เท่า แต่ไมม่ คี นซอื เพราะคนอาจจะเจ๊งกนั หมดทงั โลก กราฟแดง มันมาตดั ขึนตอน 32 บาท และมนั ตดั ลงให้ขายจริงๆ ใน 2 ปี ตอ่ มา ทรี าคา 145 บาท ในปี 2011 อาจจะถอื ยาวหนอ่ ย แต่กําไรประมาณ 4 เท่า น่าจะ พอค้มุ อย่นู ะ.. (สงั เกตดตู อนหลงั จากทขี นึ ไปถงึ 160 บาท เห็นวอลมุ่ ข้างล่างทีโดดมาไม๊ เดาว่ารายใหญ่มากๆ ปล่อยของ ออกมาแล้วบางสว่ น) อยา่ งไรก็ตาม การวิเคราะห์ทงั หมด อาจจะผิดทางก็ได้ ดงั นนั กรุณา ตังจุดตดั ขาดทุน (cut loss) ทุกครัง และทํา ตามอย่างเคร่งครดั ด้วย (อาจจะ 5-10%) ในบรรดาทีพิมพ์มาทงั หมด คทั ลอสสาํ คญั ทสี ดุ .. กลา่ วโดยสรุปคือ มหี ลกั การสาํ คญั 4 ข้อ 1.ซือห้นุ ในราคาทีมีส่วนลด 2.ดดู ้วยว่ามีเจ้าของมาร่วมหวั จมท้ายกับ เราไม๊ 3.ใช้กราฟชว่ ยในจงั หวะซอื ขาย และ 4.คทั ลอส (สาํ คัญทีสดุ ) – อนั นีหมายถงึ เวลาเล่นเก็งกําไรนะคัฟ 82 | P a g e
Mini - Series วิเคราะห์หุ้น ตอนที 1 วิเคราะห์ค่า P/E กับการดูแนวโน้มกําไร (Earning) หลงั ๆ มานี บทความชกั เยอะขนึ เรือยๆ ถ้าไม่จดั ออกมาเป็ นหมวดหมู่ เดว๋ จะหาอา่ นกนั ไม่เจอ.. เช่นเคยนะ คือหมี ส้มเอง ไมไ่ ด้จบด้านบญั ชี อาศยั อา่ นหนงั สอื เอาเอง ผิดถกู อย่างไร ไตร่ตรอง และเอาไปปรับใช้เองนะครับ.. ทนี ี ตงั แตบ่ ทนีเป็ นต้นไป จะเริมเป็ นขนั advance แล้ว ถ้าใครตามไม่ทนั ให้พยายามไปอ่านบทความเก่าๆ ก่อน เพอื ปรับสภาพนะ.. เนอื งจากมีประชาชนถามมา เรืองทหี มสี ้มบอกว่า “ช่วงนีให้ดูค่า P/BV แล้วไปดูว่า P/E เกินจริงหรือไม่” ก็เลยมี คาํ ถามมาวา่ จะให้ดู P/E ปี ปัจจบุ นั หรือดยู ้อนหลงั คําตอบกค็ อื ว่า ต้องดลู กึ ไปถงึ ไส้ในเลย วา่ องค์ประกอบของ P/E มนั คืออะไรบ้าง เพือไม่ให้เสยี เวลา เรามาดูกัน เลย... P/E มาจาก การเอา Price / Earning หรือ ราคาตลาด / กาํ ไรต่อห้นุ เพอื ดวู ่าราคาทีเราซือ ต้องทีกําไรกีปี ถึงจะ คืนทนุ ซงึ เราเองมกั จะใช้คา่ นแี บบตายตวั จากการเอาราคาปัจจบุ นั มาหารกําไรของบริษัท.. ง่ายๆ ทกุ คนเห็นเหมือนกนั หมด เปรียบเทียบราคาได้เหมือนกนั หมด แต่ถ้าจะให้ลงทนุ อย่างได้เปรียบ เราต้องมีการคาดการณ์ ค่า P/E ทีดี ซึงค่า P หรือราคา เราคงไมม่ ีทางรู้ได้ แต่ค่า E เราอาจจะพอคาดเดาได้ ซงึ การเดาค่ากําไร หรือค่า E หรือ Earning จะเป็ นประเด็นทีเราจะคยุ กันในบทความนี เพราะราคาของห้นุ จะ เพิม กข็ นึ อย่กู บั กําไร และการเตบิ โตของกําไร มผี ลโดยตรงต่อค่า P/E หมีส้มเคยบอกวา่ เวลาซอื หุ้น ถ้าเราซือในวนั ทีข่าวออกมาแล้ว.. เราเจ๊งแน่ เพราะมีคนมาดกั ทาง ซือก่อนเรา.. แต่ก็อย่างวา่ นะ ไอ้พวกดกั ทาง มนั ดกั ยงั ไง มนั กเ็ ป็ นคนเหมอื นเรา กินข้าวเหมือนกนั มนั รู้ก่อนเราได้อย่างไร คําตอบก็คือ พวกนนั เค้าก็อาศยั การคาดการณ์จากวิชาความรู้ทมี .ี . เพือให้งา่ ยต่อความเข้าใจ ขออธิบายแบบชาวบ้านๆ สมมตแิ ม่ให้อปุ กรณ์ทาํ ข้าวมนั ไก่ ทงั โต๊ะ เก้าอี รถเขน็ อะไร สําหรับทําข้าวมนั ไก่ได้ถึง 100 จานต่อวัน (คิดง่ายๆ ว่าเป็ นเหมอื นเครืองจกั รในโรงงาน หรือว่าเป็ นจํานวนห้องพกั โรงแรมก็ได้) ด้วยเหตุนี จงึ ไปขายหน้าเซเว่น คิดจานละ 40 บาท ต้นทุนในการทําจานละ 25 บาท หมายความว่า กําไรขันต้น หรือทีเรียกกันว่า Gross profit หรือ GP อยู่ที (40- 25)/20 x 100% เทา่ กบั 75% นนั เอง เป็ นกาํ ไรขนั ต้นทีสงู มากทเี ดียว แต่เวลาทีเราลงทนุ ทําข้าวมนั ไก่ มันก็อาจจะขายไม่ หมดกไ็ ด้ เราอาจจะซอื มาทาํ วนั ละ 50 จาน ต้นทนุ ของเราตอ่ 1 วนั ก็จะเป็ น 50 X 25 หรือ 1,250 บาท (****ตรงนีเรียกว่า ต้นทนุ ขาย*****) หมายความวา่ ต้องขายให้ได้ 1250 / 40 หรือ 32 จาน ถงึ จะค้มุ ทุนในวนั นัน จานที 33 เป็ นต้นไปถงึ จะมี กาํ ไร และจะมรี ายได้สงู สดุ อยทู่ ี 50 X 40 หรือ 2,000 บาทตอ่ วนั (***ตรงนีเรียกวา่ ยอดขาย***) 83 | P a g e
แต่พอมาคิดอีกที ไม่ใช่นีหว่า.. มีต้นทุนต่อเดือนทีเป็ นต้นทุนคงที (ขายไม่ขายก้อต้องจ่าย) ได้แก่ ค่าเช่าทีอีก 9,000 บาท ค่าลกู จ้างอีก 6,000 บาท ค่ารถไปซือของ 3,000 บาท และค่าแรงของตัวเองอีก 12,000 บาท รวมทงั สิน 30,000 บาทต่อเดือน คิดเป็ นวันละ 1,000 บาท ตรงส่วนนี เค้าเรียกว่า Operation cost หรือในทางบญั ชี เรียกว่า *** ต้นทนุ ด้านการขายและการบริหาร *** ถ้าแบบนี ไมไ่ หวละ ทาํ ขาย 50 จาน ขายหมดกไ็ ด้เต็มที 2,000 บาท แต่ต้นทนุ รวมตัง 1,250 + 1,000 = 2,250 บาท เข้าเนอื อกี 250 บาทต่อวนั เทา่ กบั วา่ กําไรสทุ ธิติดลบ (Net margin) 250/2250 = 11% แต่การติดลบตรงนี แก้ไข ได้ โดยการเพิมยอดขาย ต้องหายอดขายมาถวั ต้นทุนคงที (Fix costX หรือค่าดําเนินการ (Opertaion cost) ตรงนี อาจจะต้องขายเพมิ เอาซกั 100 จานเตม็ ความสามารถเลยแล้วกนั แต่ถ้าทาํ 100 จาน ต้องเสยี ค่าข้าวค่าไก่เพิมนะ จากเดมิ วนั ละ 1,250 บาท กลายเป็ น 100 X 25 = 2,500 บาท ยอดขายเพอื ไม่ให้เข้าเนอื อาจจะกลายเป็ น ก็คือ (ต้นทุนไก่ 2500 + ค่าดําเนินการ 1000)/40 = 87.5 หรือ 88 จาน หมายความวา่ ถ้าขายได้เกนิ 88 จานเมือไหร่ จะมกี ําไรทนั ที และรายได้สงู สดุ ถ้าขายที 100 จาน ก็คือ 100 x 40 คือ 4,000 บาท กําไรวนั ละ 500 บาท หรือเดือนละ 15,000 บาท (500*30) กําไรสทุ ธิวนั ละ 500 บาทนี ยอดขายเราอยู่ที 4,000 บาท จึงมีอัตรากําไรสทุ ธิ (Net margin) อย่ทู ี 500/4000 หรือ ราว 12.5% (Net margin = กําไร / ยอดขาย x 100%) ถ้าเราพอใจกับกําไรตรงนีแล้ว ก็โอเค ขายวันละ 100 จาน.. แต่ในความเป็ นจริง มนั ไม่ได้เป็ นแบบนันหรอก เพราะเวลาเราขายดี แล้วเราเห็นว่าคนมากินตลอดทังวัน เราเลยเปิ ด 24 ชวั โมงเลย ไปซือไก่มาสาํ หรับขายทงั วนั จ้างคน ทาํ เพมิ อกี ทาํ ให้เสยี แรงงานคนเพมิ กะกลางคนื อกี 2 คน คนละ 6,000 บาท รวมเป็ น 12,000 บาท ให้ค่าเหนอื ยตัวเองเพิม อีก 6,000 บาท ในขณะทีคา่ เช่าทีไม่เสยี และคา่ รถไปซอื ของก็ไม่เสยี เพิม แต่ต้นทนุ Operation cost จะกลายเป็ น เดือน ละ 48,000 บาท หรือวนั ละ 1,600 บาทเลยทเี ดียว แล้วทีนี จดั เต็มความสามารถไปเล๊ยยย... 200 จานต่อวนั ต้นทนุ ไก่ จะดีดขึนไปเลย เป็ น 200 x 25 หรือ 5,000 บาทต่อวนั ในขณะทีต้นทุนรวมอยู่ที 6,800 บาทต่อวัน (5000 + 1600) ถ้าขายให้ได้ทนุ ขนั ตํา จะต้องขายให้ได้ 6,800 / 40 = 170 จาน แตร่ ายได้สงู สดุ หากทาํ ได้ที 200 จาน จะอยู่ทีวัน ละ 8,000 บาทต่อวนั หรือคิดเป็ นกําไร 8,000 – 6,800 = 1,200 บาทตอ่ วนั หรือ 36,000 บาท ต่อเดือนทีเดียว และคิดเป็ น อตั รากาํ ไรสทุ ธิ (Net margin) อยทู่ ี 1200/8000 หรือ ราว 15% เห็นไม๊ว่ากาํ ไรสทุ ธิมนั เพมิ .... 84 | P a g e
ประเดน็ สาํ คญั มนั อยตู่ รงนี ก็คอื อตั รากาํ ไรขนั ต้น (GP) ไมไ่ ด้เพิมขนึ เลยนะ อยทู่ ี 75% แต่ยอดขายโตขึน ทําให้ ต้นทนุ Fixcost หรือ Operation cost ถกู ถวั ลงมา ทําให้สทุ ธิแล้วกาํ ไรดขี นึ ... เลา่ มาทงั หมด อยากให้รู้แค่นีล่ะ.. แต่แค่นี มันมีผลต่อกําไรขาดทุนมหาศาล เช่นพวกกิจการขนาดใหญ่ ลงทุน เครืองจกั ร เน็ทเวริ ์ค บคุ ลากรไปมาก ยิงขยายสาขา กําไรยิงโตทวีคูณ เพราะต้นทุนคงที เพิมขึนน้อยมาก เช่น CPALL ซงึ ลงทุนทําเน็ทเวิร์ค ศูนย์กระจายสนิ ค้า และอืนๆ พร้อมหมดแล้ว ทุกสาขาทีขยาย ต้นทุนส่วนกลางแทบไม่เพิม (ใช้คน สว่ นกลางเท่าเดิม maintainance ระบบเท่าเดิม) กําไรเพิมขึนมหาศาล.. หรือว่าพวกแฟรนซ์ไซนส์ทังหลาย ก็กําไรจาก ตรงนี .. อา่ นหลายๆ รอบนะครบั แตก่ าํ ไรทงั หมด มนั จะเริมลดลง เมือเต็มความสามารถ หรือ Capacity เช่นร้านข้าวมนั ไก่ ถ้าจะขายจานที 201 อาจจะต้องลงทนุ รถเขน็ และโต๊ะเพมิ ต้องเชา่ ทีใหม่ เปิ ดสาขาสองเลย รวมไปถงึ อาจมคี า่ ใช้จา่ ยด้านดอกเบียทีก้มู าเปิ ดร้าน ใหมอ่ ีกด้วย.. ย้อนหลบั มาถงึ เรืองห้นุ คนทีเค้าเกง็ ผลประกอบการ หรือเลน่ ดกั ทาง เค้าจึงพยายามหาหุ้นทีมีปัจจัยยอดขายโต โดยดหู ้นุ ที Gross margin สงู ๆ และมีแนวโน้มทียอดขายโต ในขณะทีจะต้องเป็ นกิจการที fixcost เพิมน้อยกว่าการโต ของยอดขาย งงกนั ไม๊นี....... เค้าก็จะไปซือดกั ไว้กอ่ น ถ้าอย่าง CPALL เค้าก็จะไม่ซือแล้ว เพราะราคามนั ขนึ ไปสงู จนไม่สามารถทํากําไรจาก ราคาหรือปันผลได้แล้ว เค้าก็จะไปดักหุ้นทีไม่มีคนสนใจ แต่มีแนวโน้มจะเป็ นแบบนัน ล่าสดุ หมีส้มไปดกั ไว้เมือ 2 ปี ก่อน เป็ นห้นุ เหลก็ ซงึ ใช้กําลงั การผลติ แค่ 30-40% ในขณะนนั ตอนนนั ก็เดาว่าพอมีงานก่อสร้างรถไฟฟ้ าโน่นนี ยอดขายน่าจะ โต พอมาปี ทีแล้วกบั ปี นียอดขายโต กําไรก็เลยเพิมขนึ มหาศาล เพราะต้นทนุ คนงานเท่าเดิม ราคาเลยขยบั ไป จาก 0.80 บาท ไปเป็ น 2.48 บาทในปัจจบุ นั คนสว่ นใหญ่ตอนนีเริมรับรู้ว่ามนั ดี กําไรเยอะ แต่หมีส้มกําลงั จะขายแล้วละ.. เข้าใจ concept แล้วนะ.. หรืออาจจะเป็ นพวก Model change เช่น พวกสงิ พิมพ์จะมาทําทีวีดิจิตอลเพิมอีก เห็นอยากประมลู กนั หลาย คา่ ย ถ้าทําได้จริง และต้นทนุ การเซท็ อพั ตา่ งๆ ไมไ่ ด้สงู จนเกินไปนกั ยอดขายอาจจะโตขนึ ทําให้กาํ ไรโตอยา่ งมหาศาลกไ็ ด้ เอาเทา่ นกี ่อนแล้วกนั เริมงงกบั ตวั เองแล้ว.. 85 | P a g e
Mini - Series วิเคราะห์ห้นุ ตอนที 2 วิเคราะห์ค่า P/E กับการดูแนวโน้มกําไร (Earning) หลงั จากหายไปสองสปั ดาห์ หมีส้มกก็ ลบั มาใหม่ ขอยาํ ว่า การลงทนุ ในห้นุ มนั ประกอบไปด้วยวิทยาศาสตร์ (การ วเิ คราะห์ปัจจยั พืนฐานตามหลกั บญั ช)ี และไสยศาสตร์ (การทาํ ราคาของกลมุ่ ผ้ไู ม่ประสงค์ดี แต่เราอาจได้ประโยชน์ตรงจดุ นี) อย่างไรกต็ าม ขอให้แยกตวั ธุรกิจออกจากราคาห้นุ กอ่ น แล้วเราจะเหน็ ภาพชดั ขนึ เหมือนกบั เราไปกินข้าวมนั ไก่เจ้าดงั ความอร่อยเราไม่เถียง แตร่ าคาต้องมาว่ากนั ขายจานละ 200 ก้อไม่ไหวนะ. ซงึ ก็เหมือนห้นุ ตวั ธรุ กิจดี เราไมเ่ ถยี ง แต่ราคาซอื ราคาขาย มนั ค้มุ ไม๊ ต้องพจิ ารณากนั เอาเอง และก้อเช่นเดิม.. หมีส้มออกตัวก่อนว่า ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย อาศัยว่าลองผิดลองถูก อ่านแล้วนําไป ไตร่ตรอง พิจารณาอีกที ผิดถูกอย่างไรท้วงมาได้ เพราะหมีส้มพยายามอธิบายแบบละเอียด ข้อมูลอาจจะมีผิดพลาด ขอขอบพระคณุ ผ้ทู มี าชีแนะด้วยคบั ทนี เี รามาเข้าเรืองกนั เลย ประเดน็ วนั นี ยงั คงเป็ นเรืองของการคาดการณ์กําไร หรือว่า Forword P/E นนั เอง ... P/E มาจาก ราคา (Price) หารด้วย กําไร (Earning) ซงึ Forward P/E ก็คือการคาดการณ์ว่า ถ้าเราซือหุ้นวันนี หรือ P ในวนั นี ถ้า E ในอนาคตมนั จะถกู หรือแพง เมือเทยี บกบั P ทเี ราซือในปัจจบุ นั ซงึ ตวั E หรือกาํ ไรในอนาคตนนั ถ้าเรารู้ ก็เรียกวา่ เซียนเหนือเซียน เพราะมนั ยากเย็นจริงๆ แตเ่ ซียนห้นุ หลายๆ คน เช่น ดร.นิเวศน์ ก็ได้คาดการณ์การเติบโตของ CPALL ได้อย่างแม่นยํา ทําได้สามารถทํากําไรได้มหาศาล หมีส้มเองก้อ อยากเซยี นแบบนนั บ้าง แต่เลเวลยงั ไมถ่ งึ .. ทีนี เรืองของอนาคต แม้ว่าจะไม่แน่นอนนกั แต่เราก็พอจะทราบได้บ้าง เช่น เด็กทีเรียนหมอ จบมาก้อต้องเป็ น หมอ เดก็ ทีเรียนสถาปัตย์ จบมาก้อต้องได้เป็ นสถาปนกิ ถ้าไมโ่ ดนรีไทร์ หรือว่าเปลยี นอาชพี ไปซะก่อน ห้นุ ก้อคงคล้ายๆกนั จาก Mini Series ตอนที 1 เราได้รู้อะไรกนั บ้างนะ (ก่อนอ่านส่วนนี อยากให้ย้อนกลบั ไปดตู อนที 1 อีกครังหนงึ ก่อน เพือความเข้าใจทีชดั เจนขนึ )... ข้อแรก เรารู้ว่า Gross margin หรือกาํ ไรขนั ต้น คือ ราคาขาย – ราคาต้นทนุ สินค้า ถ้าส่วนนีขาดทนุ ก็ไม่ควรทํา มาหากินแล้ว (จริงๆแล้ว ถ้าตํากว่า 4% ก้อไม่ควรทํากิจการแล้ว เพราะถ้าเราฝากเงิน ก็ได้ดอกเบียเงินฝาก 4% แล้ว เว้นเสยี แตเ่ ป็ นกจิ การทที าํ เพือ support บริษัทอืนๆ) ข้อสอง เรารู้ว่า นอกจากกําไรขนั ต้นแล้ว สงิ ทีอย่เู บืองหลงั กําไรในท้ายทีสดุ จริงๆ คือ การต้องนํามาหกั ค่าใช้จ่าย การบริหารงาน ค่าเงินเดือน ค่าขนสง่ ค่าทําการตลาด และจิปาถะมากมาย ซึงในหลายๆ ธุรกิจ ต้นทนุ เหล้านี สูงกว่า ต้นทนุ ขายเสยี อีก ยกตวั อยา่ งเชน่ ต้นทนุ ของหนังสอื พิมพ์ อาจมีต้นทนุ ค่าข้อมลู ได้แก่ ค่านกั ข่าว คนพิมพ์ข่าว หรืออืนๆ มากกวา่ ค่าพมิ พ์ต่อ 1 ฉบบั กเ็ ป็ นได้ ต้นทนุ ตรงนี คอื operation cost หรือ fixcost 86 | P a g e
ข้อสาม เรารู้วา่ แม้ว่ากาํ ไรทงั หมด เมอื หกั กับต้นทนุ ทังหมด มันกําไรแน่นอน แต่ก็อาจจะเจอต้นทุนดอกเบีย จน ทาํ ไรกจิ การทงั หมด ขาดทนุ ก้อเป็ นได้ เราเหน็ เรืองพวกนีได้ชดั เจน จากกิจการในช่วงปี 2540 หลายๆ กิจการ หรือหลายๆ ธุรกิจ โดยตวั มนั เองยงั ไปได้ แต่เนอื งจากดอกเบยี เงนิ ก้จู ากต่างประเทศ การอ่อนตัวของค่าเงินบาท ทําให้ภาระหนีเพิมขนึ เป็ นสองเท่า ทําให้กิจการเจ๊งไม่เป็ นท่า ยกตัวอย่างเช่น TPI ซึงก็คือ IRPC ปัจจุบนั ถ้าหมีเข้าใจไม่ผิด ตวั กิจการไม่เคย ขาดทนุ การดําเนินงาน แตด่ อกเบยี กินหมดเกลยี ง.. จากทงั หมดนี เราทราบอะไร เพือการคาดการณ์กําไร หรือค่าตัว E ของเราบ้าง.. ก็คือ เรารู้ว่า เมือเราขายมาก สนิ ค้าได้มากขนึ จนกําลงั การผลติ ถึงจุดสงู สดุ เมือนํามาถวั กับ operation cost ยิงขายมากกําไรยิงโต จนกระทงั ต้อง ลงทนุ เพิม ยกตวั อยา่ งกจิ การหนงั สอื พมิ พ์ ถ้ามาทาํ ทีวดี จิ ิตอล อาจจะให้เงินเดือนนักข่าวเพิมขนึ บ้าง ซือไอโฟนห้า มาทํา ขา่ วบ้าง แต่ถ้ารายได้จากการทําทีวีมากขึน กําไรในภาพรวมก็อาจจะสงู ขนึ ก้อเป็ นได้ หรือในเคสของ CPALL ทีจะเทคโอ เวอร์ MAKROก้อเหมอื นกนั เรืองนี หมสี ้มจะขอเลา่ เทา่ ทีรู้ ในสว่ นของโลจสิ ติกส์ให้ฟังแล้วกนั วา่ มนั เกดิ Synergy อย่างไร ทงั CPALL และ MAKRO ต่างก้อมศี นู ย์กระจายสนิ ค้า เพือรวมสินค้ากระจายไปยังสาขาต่างๆ และ CPALL ก้อ มี DC ทสี รุ าษฏร์ธานี ขอนแก่น และเชยี งใหม่ (หรือว่าลําพนู ไม่แน่ใจน้อ) ทังหมดนี เต็มไปด้วย Fixcost มากมาย หากใช้ ทรัพยากรบางสว่ นร่วมกัน เช่น การใช้ระบบโลจิสติกส์ร่วมกัน ก็อาจจะทําให้ต้นทนุ ลดลงได้ อาจจะมากถึง 3-7% ของ ต้นทนุ รวมทีเดียว) คิดง่ายๆว่า หากมีสินค้าหลายประเภท A B C D E F แต่เดิม ทัง CPALL และ MAKRO ต้องสงั สินค้าทัง 6 ประเภท ไปตาม DC ต่างๆ อีกหน่อย อาจจะกลายเป็ นว่า สินค้า A B C มา DC แห่งทีหนงึ และ D E F มา DC แห่งทีสอง ดงั นนั ค่าขนสง่ ในภาพรวมของผ้ผู ลติ (Vendor) ทจี ะเข้าไปยงั DC ก้อจะตําลง,, แล้ว CPALL กบั MAKRO จะได้อะไรละ่ ในเมอื ต้นทนุ ทลี ดลง ทําให้ค่าขนสง่ ของผ้ผู ลติ ลดลง.. สิงทีเค้าจะทําก้อ คอื “คา่ ขนสง่ คณุ ลด คณุ ต้องลดราคาสนิ ค้าให้เรา และเราสงั สินค้าพร้อมกนั วอลมุ่ ากขึน คณุ ต้องลดค่าสนิ ค้าให้เราด้วย เช่นกนั ” ทนี ี CPALL กบั MAKRO ซงึ ค่อนข้างผูกขาดยอดขายในปริมาณสงู ก้อจะมีกําไรมหาศาล อันนียงั ไม่รวมถงึ การ ขนสง่ ทีปกตไิ ปสง่ ตามต่างจงั หวดั แต่เดมิ รถเทรลเลอร์อาจจะต้องขนสนิ ค้าจากศูนย์ กทม.- วังน้อย ไปยงั นครสวรรค์ครึง คนั ลาํ พนู ครงึ คนั อาจจะสามารถไปนครสวรรค์ทีเดยี วเต็มคนั และไปเชียงใหมท่ ีเดยี วเต็มคนั ไม่ต้องเสยี เวลารอลงของสอง รอบ และไม่ต้องเสียพืนทีรถเปล่า (เพราะรถทีลงของนครสวรรค์แล้ว ต้องเสียพืนทีครึงคัน เพือขนึ ไป อีก 450 กม.ไป เชียงใหม)่ เรามาเทียบตวั เลขแบบสมมตกิ นั เลน่ ๆ ดกี วา่ แต่เดมิ ทงั CPALL และ MAKRO ต้องขนสินค้าไปนครสวรรค์ครึงคัน เชียงใหม่ครึงคนั สมมติสนิ ค้าต่อ 1 เทียว เทรลเลอร์ มีจาํ นวน 2000 กลอ่ ง ค่าขนสง่ จาก กทม. ไปยีงเชียงใหม่เทียวละ 27,000 บาท และจาก กทม.ไปนครสวรรค์ เทียวละ 10,000 บาท ถ้าเอาแบบเดมิ ก้อคือ ไปนครสวรรค์แล้วค่อยแวะไปเชียงใหม่ อาจจะเสียเวลาไปอีกครึงวัน และทงั 87 | P a g e
CPALL และ MAKRO จะมีค่าขนสง่ คนละ 1 คนั รวมสองคัน = 27000 + 27000 คือ 54000 บาท คิดเป็ นค่าขนส่งเฉลีย ต่อกลอ่ งที 54000/4000 (2 คัน) 13.5 บาทต่อหีบห่อ ทีนีถ้าไปด้วยกัน คือคันหนึงขึนเชียงใหม่ไปเลย อีกคันขึนแค่ นครสวรรค์ ต้นทนุ คา่ ขนสง่ จะเป็ น 10000 + 27000 = 37000 บาท หรือคิดเป็ นค่าขนส่งเฉลยี ต่อกล่องที 37000/4000 = 8.5 บาทต่อกลอ่ ง เท่ากบั วา่ ต้นทนุ ค่าขนสง่ ลดลงถงึ (13.5-8.5) / 13.5 = 37% ทีเดียว ไม่รวมการประหยดั เวลาครึงวัน ซงึ อาจจะเสียต้นทุนเพิมอีกเทียวละ 3000 บาทอีก.. ซงึ จะสงั เกตได้ว่าดีลนี ในแง่ธุรกิจได้หลายเด้งทีเดียว ทงั อํานาจ ตอ่ รองทีสงู ขนึ ต้นทนุ โลจสิ ติกสท์ ีตาํ ลง.. ดงั นัน เราก็จะเห็นได้ว่า การทียอดขายมากขึนนํามาซึงกําไรทีสงู ขึน อํานาจต่อรองทีมากขึน กบั การเฉลีย operation cost ทําให้หลายๆ กจิ การมแี นวโน้มกาํ ไรทีสงู ขนึ ถ้าใครมองออก กจ็ ะสามารถทํากําไรได้ บางทีเราอาจจะพอ สงั เกตเห็นกําไรทีอาจจะเกิดขนึ ในระยะสนั จากนโยบายภาครัฐทีจะสะท้อนมาถงึ กลมุ่ รับเหมาหรือกลมุ่ วสั ดุก่อสร้าง (ซึง ต้องพงึ ระลกึ ไว้วา่ กําไรแบบนไี ม่แน่นอน) หรืออาจจะเป็ นการเปลยี น trend ของธุรกิจสอื สงิ พิมพ์ ดงั ทกี ลา่ วมาในข้างต้น ทนี ปี ระเดน็ สดุ ท้ายก้อ คอื ในเมอื เรารู้ตรงจดุ นีแล้ว เราซือหุ้นทีราคาเท่าใด เพราะ trend ต่างๆ เหลา่ นี กว่าเรา จะทราบ ราคาหุ้นก็อาจจะพุ่งสงู ไป 3-5 เท่าตัวแล้วก้อเป็ นได้ ดงั นัน ถ้าเรารอให้การคาดการณ์มันมีความชวั ร์มากขึน เรือยๆ มนั กเ็ ป็ นไปได้ทมี นั อาจจะช้าเกนิ ไป บางครังอาจจะต้องลงทุนในจังหวะทีทุกย่างยงั เป็ นภาพลางๆ ถึงได้บอกไงว่า ใครทลี งทนุ ในวนั ทมี แี คภ่ าพลางๆ ได้ เรียกว่า เซยี นเหนือเซยี น.. ก่อนจากกันไปในสปั ดาห์นี ก้อจะทิงท้ายไว้ว่า ถึงแม้ว่า CPALL จะควบ MAKRO และเกิด Synergy ตามทีได้ กลา่ วมาในข้างต้น หลายๆ คนบอกว่า “นีไงละ่ กาํ ไรทีเพิมขนึ อาจจะเพิมถงึ 10-20% ทีเดียวนะ กําไรทีเพิมขึนอาจจะเอา มาจา่ ยคา่ ดอกเบียเงนิ ก้ทู ีซอื MAKRO ได้เลยนะเทอ..” แต่เราต้องอย่าลมื ว่า CPALL จะซือ MAKRO ใน P/B ทีสงู ถงึ 16 เท่า คอื MAKRO มมี ลู ค่าทางบญั ชี 45 บาทต่อห้นุ แต่ CPALL ซือในราคาราวๆ 750 บาทต่อห้นุ ถึงแม้ว่า MAKRO จะมี กําไรสงู ขึน 20% อาจทําให้ ROE สงู ถงึ 50% แต่ถ้า CPALL ซือในราคาดังกล่าว มันก้อทําให้ ROE เมือเทียบกับราคาที CPALL ซือ (ยําว่า ราคาที CPALL จะซือ) ลดลงเหลือเพียง 50% / 16 เท่า คือ 3% เท่านัน.. แต่อย่างไรก็ตาม มันก้อ อาจจะมีประโยชน์แฝงอนื ๆ ทเี ราไมร่ ู้หรือคาดไมถ่ งึ ก้อเป็ นได้ Synergy อาจจะรุนแรงมากและทําให้กําไรระยะยาวสงู มาก ขนึ มหาศาลก้อเป็ นได้ ซงึ ถ้ามองในแงธ่ ุรกจิ CPALL แขง็ แกร่งขนึ แน่นอน แตถ่ ้ามองในแง่ราคาทีไปซือมา ก้อเสยี วๆ อยู่นะ.. เพราะต้องไม่ลมื วา่ ต้นทนุ ดอกเบียนีละ ตัวเจ็บเลย.. เหมือนหักค้าหัวคิวดีๆ นีเอง ทีนีถ้าจะเพิมทนุ เพือลดความเสยี ง (กู้ น้อยลง) สว่ นของความเป็ นเจ้าของก้ออาจจะลดลงไปอีก เพราะตวั หารเพมิ .. วนั นเี อาเท่านีกอ่ นแล้วกนั นะ.. “มคี วามสุขกับหุ้นปันผล By หมีส้ม เล่ม 2” จบแล้วนะครับ 88 | P a g e
Search