Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 103คติจตุคามรามเทพ

103คติจตุคามรามเทพ

Published by E-book Bang SAOTHONG Distric Public library, 2019-05-20 10:29:15

Description: 103คติจตุคามรามเทพ

Search

Read the Text Version

คติ–จตคุ ามรามเทพ พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) จดั พมิ พโ ดย มูลนิธิบรรจงสนิท และสหปฏบิ ตั ิฯ

สนทนาธรรม “คติ–จตคุ ามรามเทพ” © พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ISBN : 978-974-7628-84-5 พิมพค รง้ั ที่ ๑ — วิสาขบูชา ๓๑ พ.ค. ๒๕๕๐ - มูลนธิ ิบรรจงสนิท และสหปฏิบตั ฯิ ๓๑,๙๐๐ เลม ออกแบบปก พระชยั ยศ พุทฺธวิ โร พิมพท ี่ บรษิ ทั พิมพสวย จํากัด ๕/๕ ถ.เทศบาลรังสฤษฎเ หนือ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทร. ๐-๒๙๕๓-๙๖๐๐ www.pimsuay.com





สารบัญ คาํ นาํ .....................................................................ก สนทนาธรรม “คติ–จตคุ ามรามเทพ.......................... ๑ หลวงพอท่ดี งั มีเทวดาใหญเฝาดู.............................. ๓ ท่ีใหญแ ทคอื ธรรม พง่ึ กรรมดีกวา รอเทวดา ...................๗ เทพดี คนดี บรรจบกนั ทธี่ รรม............................... ๑๐ ผูมปี ญญา เชญิ เทพพรหมมาชว ยพฒั นาบา นเมือง ......... ๑๔ ยคุ ธรุ กิจฟูฟ า เงินตอ งมาเปน ทาสรบั ใชธรรม............... ๑๙



สนทนาธรรม ∗ “คติ–จตุคามรามเทพ” ผมู าเยีย่ ม: ตอนนีม้ เี รอ่ื งนา เปน หวงในสงั คมไทยอกี เรื่องหนึ่ง คอื เรอ่ื งกระแสนยิ มวตั ถุมงคล เหรียญ “จตุคามรามเทพ” ซง่ึ เทา กบั วา เกิดการนบั ถอื เทวดามากกวาพระพทุ ธเจา ความนิยมน้ีรุนแรงมาก กลา วกนั วา มกี ารแพรส ะพัดของ เงนิ ถงึ สองหม่นื สองพนั ลานบาท แพรระบาดไปทุกวงการ แมแ ตวัยรุนทง้ั หญงิ และชาย ก็พลอยนิยมแขวนเหรยี ญ “จตุ คามรามเทพ” มากกวา เครอื่ งประดบั ตา งๆ เสยี อกี บางทพี อ แมใ ห แขวนพระ วยั รนุ บางคนกจ็ ะไมย อม เพราะเหน็ วา เปน เรอื่ งเชย แต ถา ใหแ ขวนจตคุ ามรามเทพ กจ็ ะพอใจ เพราะเหน็ เปน เรอ่ื งทนั สมยั นอกจากนี้ เรื่อง “จตุคามรามเทพ” ไดกลายเปน เร่ืองธุรกจิ หาเลี้ยงชพี ทท่ี าํ รายไดเ ปน กอบเปนกําแกผเู กี่ยวของ เชน ธรุ กิจสืบ เนื่องตางๆ อยางการทํากรอบหุมเหรียญ ทั้งกรอบพลาสติก กรอบสเตนเลส กรอบเงนิ รวมไปถึงเลยี่ มทอง มขี า วหนงั สอื พมิ พ รายงานวา บางวันไดเปน แสนเปน ลานบาท แมคาขายขนมจีน ก็เลิกขายขนมจีน หันไปจองเหรียญ ∗ คณะผูมาเยี่ยม ซักถามสนทนากับ พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยุตฺโต) ที่วัดญาณเวศกวนั ในวนั สงกรานต ที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐

2 จตุคามรามเทพ “จตุคามรามเทพ” เอามาใหเ ชา รวยกวา เยอะ มีแมก ระท่งั ธรุ กจิ ให เชา แบบเงินผอน ราคาตัง้ แตร อยไปจนเรอื นหม่ืน เรอื่ งนี้ ทานเจาคณุ ฯ มคี วามคดิ เห็นอยา งไร พระตอบ: ถา จะหวงเรื่องน้ีกนั ละก็ อยามาเพิง่ หวงทีเ่ รอ่ื งจตุคาม- รามเทพน่ีเลย ควรจะหวงมานานแลว กระแสจตุคามรามเทพนี่ เปน เพยี งอาการหนง่ึ ของโรคนีท้ ่สี ังคมไทยเปน มานานแลว เรื่องพระพรหม พระราหู พระพิฆเนศ คนไทยเอาทง้ั นน้ั เดย๋ี วกฮ็ ือๆ แตต อนน้ีอาการมนั แรงขน้ึ ๆ ถา ปลอ ยกันอยู กค็ งแรง ข้นึ ไปเรื่อยๆ จนไปถงึ จุดหนง่ึ กอ็ าจจะเปนสังคมหลกั ลอย ที่ผูคน เลอ่ื นลอย หาอะไรเปนหลกั ยึดไมไ ด บางคนอาจจะเรียกวาโรคเสนตื้น ถาใครพูดอยางนั้น ก็ อยาไปวาเขาเลย เขานึกหาคาํ ท่ีเหมาะไมไดทันใจ ก็เลยพูดไป ตามทนี่ ึกได มองอกี แงห น่ึง เร่อื งน้ี ถา คนเปน ชาวพุทธจริงละก็ ไมตอง ไปหว งเขาหรอก ถา เปน ชาวพทุ ธจรงิ นะ ถึงจะนับถอื ของพวกนี้ เขาจะมีวธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ่ีถกู ตอง ไมใหเกิดผลเสยี หาย พวกท่ีพาสังคมเควงควางนาหวงแน ก็คือพวกตื่นตาม กระแส หรอื พวกเหยอ่ื กระแส พวกนี้ นอกจากไมมหี ลกั อะไร พระ พทุ ธศาสนาทต่ี วั วา นับถอื ก็ไมร จู ักเลย นอกจากน้นั แลว แมแต สง่ิ ท่ตี วั ไปรบั เอามา อยา งจตุคามรามเทพน้ัน ตวั ก็ไมรหู นา รูหลัง วาเปน อะไร ไปอยางไรมาอยา งไรกนั แน ไดแ ตว า ไปตามเสยี งที่ ปนกระแสเทาน้ันเอง นดี่ า นชาวบาน แตไมใชแคโยมเทานั้น มันมาเปนเรื่องของพระกับวัด ท่ี

พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 3 พลอยเขากระแสไปกับเขาดวย คือ หนึง่ เหมือนกบั ถือหรอื ฉวยโอกาสหาลาภ หารายได หาผล ประโยชนไปกบั เขาดวย สอง เสียหลัก ไมยืนอยูในหลักการของตวั คอื พระรัตนตรยั และพระธรรมวนิ ัย แคเอาเทพมาปลกุ เสกในวัด ถาทาํ พลาด จะ กลายเปน วา พระไปนบั ถอื เทพเขา กห็ ลน คะมาํ เลยนที่ าํ ไปไดอ ยา งไร พระตองมีความรูสึกรับผิดชอบทั้งสองดานพรอ มกัน ดาน หนงึ่ กร็ บั ผดิ ชอบตอ หลักของตัวทวี่ า ไปแลว อีกดานหนึง่ กร็ บั ผิด ชอบตอประชาชน คือจะตองทาํ อะไรๆ โดยมุงเพื่อประโยชนส ขุ ของเขา เฉพาะอยา งยงิ่ ใหเ ขาเจรญิ งอกงามขน้ึ ในศลี ในธรรม ใน ปญ ญา ถา พาเขาเสอ่ื มลง กต็ รงขา มเลย หลวงพอท่ีดัง มีเทวดาใหญเฝาดู ผมู าเยีย่ ม: เมอ่ื กน้ี ี้ ทา นวา ถาคนเปน ชาวพทุ ธจริง ก็ไมต องหว ง ชาวพุทธจรงิ ถานับถอื ของพวกนี้ จะมวี ิธปี ฏบิ ัติที่ถูกตอง ไมใ ห เกดิ ผลเสียหายไดอยา งไร พระตอบ: เรื่องน้ีมีอีกแงหนึ่งที่สําคัญเหมือนกัน คือการวางใจ วางทาที คนในสังคมน้ีไมควรจะมวั มาเถยี งกนั แบงแยกเปนสอง ฝาย เปน ฝา ยเอาจตุคามฯ กบั ฝา ยไมเอาจตคุ ามฯ สําหรับพวกท่ไี ปต่นื หาจตคุ ามฯนัน้ ก็มีเรอ่ื งทีต่ อ งเขาใจเขา ดวย แลวก็มีแงที่นาเห็นใจอยูบาง แตไมมีแงท่ีจะตามใจ อยางที่เขาออนแอคอยหวังผลหวังพึ่ง หรือเขาเติบโตขึ้น

4 จตคุ ามรามเทพ มาโดยไมม คี วามรเู ขา ใจเรอื่ งอยา งนว้ี า จะปฏบิ ตั ติ วั อยา งไร ทาํ ให ตน่ื ตมู ตามกระแสไปงา ยๆ อะไรอยา งน้ี กต็ อ งเขา ใจและเหน็ ใจเขา บาง ตองมองไปท่ีคนและสถาบันท่ีควรจะทําหนาท่ีรับผิดชอบ เชนใหการศึกษาแกเขา รวมทั้งพระน่ีแหละดวย แตจะปลอย ใหจมกันอยูอยางนั้นก็ไมได น่ีคือ เขาใจ เห็นใจ แตไมตามใจ สาํ หรบั พวกท่เี ปน ชาวพทุ ธจรงิ น้ัน เขามคี วามรเู ขา ใจเกย่ี ว กับเร่ืองเทวดา ซึ่งเขาใจรูกันมาอยางเปนระบบ ในท่ีนี้ควรทบ ทวนหลกั ทเี่ ก่ียวกับเร่ืองเทวดาไว ๒ อยา ง คอื ๑) หลกั ความสัมพันธร ะหวางเทพทัง้ หลาย กับปชู นียวตั ถุ- สถานในพระพุทธศาสนา ๒) หลักความสัมพันธระหวางมนุษยกับเทวดา หรือ ระหวา งคนกับเทพ ถา รเู ขา ใจและทําตามหลักน้แี ลว กจ็ ะไมเสยี หาย ชวี ิตก็จะ ไมเ สอื่ ม สงั คมกจ็ ะไมสลาย ในขอ ๑) อันน้ีอาตมาเคยเลามาแลวในเร่ืองพระพรหม- พระภูมิ คือ คติของเราแตโบราณเกี่ยวกับการนับถือพระศักด์ิ สทิ ธิ์ อยา งพระแกวมรกต พระพทุ ธชินราช หลวงพอ โสธร เปน ตน น้ัน คนก็ไมคอ ยรเู รอื่ งกนั คนจํานวนมากนึกไปเองวา องคหลวง พอศักดิ์สิทธ์ิเปนผูบันดาลโนนบันดาลนี่ใหแกตน แตท่ีจริงไมใช อยา งนนั้ องคหลวงพอทานไมตองมาเหนื่อยอยา งนั้น หลักมีอยูวา ท่ีพระพุทธรูปสําคัญและพระสถูปเจดียศักดิ์ สทิ ธ์ิท้งั หลายนั้น มเี ทพผใู หญเ ฝาหรือพทิ ักษร กั ษา และเทพเหลา นี้แหละคอยดูแลเหมอื นเปน ผูรบั สนองงาน

พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 5 หลกั เรอื่ งนสี้ บื มาจากคตเิ กา แตไ หนแตไ รแลว เปน คตโิ บราณ จารึกไวในคัมภีรดั้งเดิม คือ เวลามีการสรางสถานที่สําคัญอะไร ตา งๆ แมแ ตบ า นของชาวบา น พวกเทวดากจ็ ะไปจบั จองยึดครอง สถานท่ี ถา เปน บา นเศรษฐี ก็อาจจะไปอยูทซี่ มุ ประตบู า น อยางในครัง้ พทุ ธกาล ท่บี านของอนาถบณิ ฑิกเศรษฐี กม็ ี เทวดามาอยูป ระจําท่ซี มุ ประตู (ไมตอ งสรา งศาลให) หรอื ในตอน ที่พระเจาอชาตศัตรูแหงแควนมคธสรางเมืองปาฏลีบุตร (ตอมา เปนเมืองหลวงของพระเจาอโศกมหาราช, ปจจุบันเรียกวาเมือง Patna) เทวดาท้งั หลายก็มาครองสถานทต่ี า งๆ ตามเหมาะสมลด หลั่นกันไปตามศกั ด์ขิ องตนๆ ตอมา เมือ่ พระพทุ ธศาสนาเจริญแพรห ลาย เทวดาจาํ นวน มากก็มานับถือพระพุทธศาสนา หรือเปนผูนับถือพระพุทธ ศาสนาแลวไปเกดิ เปน เทวดา เวลาเขาสรา งปูชนียสถานและพระ พทุ ธรปู สาํ คญั เทวดาผใู หญท่เี ปน ชาวพุทธกจ็ ะไปอยู โดยเฉพาะในสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสําคัญๆ เทวดากจ็ ะชอบเปนธรรมดา เพราะจะไดใกลชดิ เฝาพระพุทธเจา อยูเ สมอ แลว กท็ าํ หนา ที่ดแู ลรักษาไปดวย เชน เทวดาที่รกั ษา พระแกว กอ็ าจจะอยูท ่ฉี ตั ร หรืออยทู ฐี่ านพระกไ็ ด นก่ี เ็ ปน คติทว่ี า มีเทวดาคุม ครองรักษาพระพุทธรปู สาํ คัญๆ ทนี ี้ ทีว่ า พระพทุ ธรูปองคนน้ั ศกั ด์สิ ิทธ์ิ บันดาลโนน บันดาล น่ี กค็ อื เทวดาท่พี ทิ กั ษองคพ ระน่นั เองเปนผทู าํ หนา ทนี่ ้ี พระพุทธ เจาไมทรงมายุงเก่ียวกับเร่ืองกิเลสของชาวบาน ไมมาเท่ียว บนั ดาลลาภ บันดาลยศใหใครหรอก และพระองคก็ปรนิ ิพพานไป

6 จตุคามรามเทพ แลว มันเปนเรื่องของเทวดาทร่ี กั ษา แลวก็เปนธรรมดาวา เทวดาทม่ี าอยกู บั หลวงพอ องคใ หญ ก็ยอมเปน เทวดาท่ยี ง่ิ ใหญ มฤี ทธิเ์ ดชศักดานุภาพมาก พรอมกับ ท่ีจะตอ งเปนเทพที่ดีมีธรรมดวย คอื มเี มตตากรณุ าสูงมาก อยาก จะชวยคนทุกขยาก และไมกล่ันแกลงขมเหงรังแกคน ไมเปน อยางเทวดารายหลายองคท ่ยี ิ่งใหญโต ก็ย่ิงเกร้ียวกราดพโิ รธเอา งายๆ คนก็เลยชอบไปหาหลวงพอ ไปบอกทกุ ขร อนแกห ลวงพอ แลวเทวดาที่นั่นกจ็ ะดแู ลรับสนองงานตอ ไป ก็เปน คตมิ าอยา งน้ี เมอื่ มาดูในเรอ่ื งนี้ ตํานานบางแหลงกว็ า “จตคุ ามรามเทพ” เปนเทพที่พิทักษพระบรมธาตุเจดีย ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ในวดั พระมหาธาตวุ รมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เรอื่ งก็มาลงตรงทีว่ า พระบรมธาตุ ทเี่ มอื งนครศรธี รรมราช มปี ระวัตซิ งึ่ เขา คตนิ ี้ คือเปนเจดยี ใหญท สี่ รา งอทุ ิศถวายพระพุทธ เจา ก็มีเทวดามาเฝา ซง่ึ บอกกันวาชื่อ จตคุ ามรามเทพ องคจตุคามรามเทพน้ีมีประวัติความเปนมาหลายอยาง บา งกว็ า เปน กษตั ริยศ รวี ิชัยมากอ น บา งกว็ าเปน กษตั รยิ พ ่ีนอง ๒ พระองค จตคุ ามองคหน่งึ รามเทพองคห นงึ่ ซ่ึงเมอื่ สวรรคตแลว กม็ าเปน เทพพทิ กั ษพ ระบรมธาตุ โดยหวงั ทาํ ความดี จะไดบ าํ เพญ็ บารมี เปน พระโพธสิ ตั ว เพอ่ื การตรสั รธู รรมในภายภาคหนา น่ีก็ เปนเร่ืองตามคติพระพทุ ธศาสนาชดั ๆ ในรายละเอียดของบางตํานานที่วาเปนกษัตริยพ่ีนอง ๒ พระองคน ัน้ ก็วา ทรงเปนปฐมกษัตรยิ ข องเมืองและไดบ รู ณะพระ บรมธาตเุ จดยี  และเมอื่ สวรรคตแลว ประชาชนไดย กยอ งเทิดทนู

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 7 ใหเปนพระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง แลวยังมีรูปขนาดใหญ ของทั้งสองพระองคประทับนั่งอยูขางบันไดทางขึ้นพระบรมธาตุ เจดยี ในวิหารพระทรงมา วัดพระมหาธาตุวรมหาวหิ ารดวย เมื่อดูตามน้ี การที่องคจตุคามและรามเทพจะทรงพิทักษ พระบรมธาตุแลวจะเปนเทวดารักษาเมืองดวย ก็ไมแปลกอะไร เพราะตอนที่เปนกษัตริยยังไมสวรรคต ก็ทรงบูชาพระธาตุและ รกั ษาเมืองอยูแลว หลังสวรรคต กพ็ ทิ ักษพ ระบรมธาตุซ่งึ เปน หวั ใจของเมือง พรอมท้ังเปนพระเส้ือเมืองและพระทรงเมือง ซ่ึง เหมอื นรกั ษารางกายของเมอื งดว ย เปน อนั วารกั ษาบา นเมืองให อยูดพี รอ มหมด ท้งั ดานรา งกาย และดานจิตใจ คนมาไหวมาบูชาพระบรมธาตุ พิจารณาไดแลว ข้ันหนึ่งวา เปนคนดี ถาตอ งการความชวยเหลืออะไร กน็ า จะควรแกเมตตา การุณยข ององคจ ตคุ ามและรามเทพ ที่ดแู ลพระบรมธาตอุ ยแู ละ กาํ ลังบาํ เพ็ญบารมเี ปนพระโพธสิ ัตว เลยพูดในขอท่ี ๑) คอื คตเิ รื่องเทพเฝา พระพทุ ธรูปสําคญั และเทวดาพทิ ักษพ ระสถปู เจดยี สถานมาเสียยืดยาว ท่ีใหญแทคือ ธรรม พึ่ง กรรมดีกวารอเทวดา ผสู อดถาม: ฟง ทานแลว รสู ึกวามอี ะไรทเี่ ราไมรูแ ตนา จะรอู กี มาก เมอ่ื ไมรู กม็ องอะไรไมอ อก แลวก็โยงอะไรไมถ ูก แตน ี่เพ่งิ ขอ ๑) ถา ไดฟง ขอ ๒) คงจะตาสวา งขึ้นอีก พระตอบ: เปนการฟง เรอื่ งเกา ๆ ของตวั เราเอง เปน การรจู กั ตัวเอง

8 จตุคามรามเทพ เทานั้น ถาแคเรื่องตัวเองก็ยังไมรู ทางที่ตวั เองเดนิ มากไ็ มเห็น แถมขา งหนาก็มืดอีก แลวจะมองจะเดนิ ตอ ไปใหด ีไดอยา งไร อา ว… ตอไปขอ ๒) คือหลกั ความสัมพันธร ะหวางมนุษย กบั เทวดา หรือระหวา งคนกับเทพ หลักขอน้ีก็งายๆ ถาเปนชาวพุทธจริงก็ตองรูแกใจชัดอยู แลว วา ออ … ไมว า เทพวา คน ตองถือธรรมเปนใหญ ถือวา ธรรม สงู สดุ และสรรพสตั วม กี รรมเปน ของตน ไมว า คนหรอื เทวดากต็ อ ง วา ไปตามกรรม โดยเอาธรรมเปน มาตรฐาน เปน เกณฑต ัดสนิ นี้ก็หมายความดวยวา คนกับเทพน้ันนับถือกันตามธรรม และตามปกติ ผูที่จะเกิดเปนเทพได ก็เพราะมีคุณธรรมกรรมดี บางอยาง เม่ือวาโดยเฉลย่ี เทวดาจึงมีธรรมสูงกวามนุษย ก็เลย ถอื กันวา ใหมนุษยโนมไปทางเคารพเทวดา แตจะอยา งไรก็ตาม ทงั้ สองฝายควรมเี มตตาคอื ตง้ั ไมตรจี ติ ตอ กัน อยางพวกเราเวลาแผเมตตา ก็แผใหเทวดาดว ย ทาํ บุญ ก็ อุทิศใหเ ทวดาดวย แมแตจ ะสวดมนตฟ งธรรมกนั ก็เชญิ เทวดา มาฟงดว ย และเทวดาที่ดี กใ็ ฝหาความสขุ ใหแ กมนุษย เหมือนผู ใหญที่มีเมตตาอยากดูแลรักษาชวยเหลือเด็ก โดยเฉพาะคุม ครองเด็กท่ีประพฤตดิ ี ใหอยูเย็นเปนสขุ ก็เหมอื นเทวดาทรี่ ักษา พระบรมธาตุนนั่ แหละ ท่ีทา นอยากดแู ลคนใหอยกู นั ดี ใหค นดพี น ภัยอนั ตราย อยา งในบทสวดมนต ที่เรยี กวา พระปริตรตา งๆ น้ัน กม็ บี ท ทีส่ ่ือสารกับพวกเทวดาเยอะแยะ เพราะฉะน้ัน ชาวพทุ ธท่ปี ฏบิ ัตกิ จิ วตั รทางพระศาสนาและ

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 9 ทํากิจกรรมในทางบุญกุศลตางๆ จึงอยูในบรรยากาศท่ีคุนเคย สนิทสนมกับเทวดาท้ังหลายแทบจะตลอดเวลาโดยไมรตู วั เรียก วามีเทวดาคอยและพรอมที่จะชวยอยูใกลๆ ไมตองไปเที่ยวหา ชนิดเสีย่ งใหเขาหลอกกันวุนวาย (ชาวพุทธไทยเวลาน้ี หางเหินและละเลยบุญกิจบุญกรรม ใกลตัว ก็เลยตองคอยตื่นตูมไปตามเสียงกูกองกรอกหูจากคน นอกทีแ่ ปลกหนา ) แตท งั้ นี้ ก็อยา งท่ีวา แลว ทั้งเทพทงั้ คน ตา งก็มีกรรมเปน ของตน และทุกตนมีภาระของตัวท่ีจะตอ งทําชวี ติ ของตนเองใหด ี ข้นึ (อยา งท่วี า องคจตคุ าม-รามเทพเองก็กําลังบาํ เพ็ญบารมีอยู น่ันแหละ) ตองฝกหัดทําอะไรตางๆ ใหเปน ตองพัฒนาความ สามารถตางๆ ตองสรางความเขมแข็งในตัวเอง ตองแสวงหา ความรู ตอ งรจู ักคดิ ตองสรา งปญญา ถามัวรับความชวยเหลือ ก็ออนแอปอแปปวกเปยกลงไป เรือ่ ยๆ ในท่สี ดุ กไ็ มมีใครชว ยไหว (แมแตใ ครจะมาชวยอยูต ลอด เวลา กเ็ ปน ไปไมได) ทานจงึ สอนนกั หนาใหห ดั เขมแขง็ ไว อยาไป ยอมรอรับความชวยเหลือ แตจ ะตอ งเขมแข็งอดทนทีจ่ ะฝกหดั ทาํ เหตุเอง ใหผ ลเกิดข้ึนดวยการกระทาํ ของตวั เราเอง หรอื ดวยการ รวมใจกันคิดและรวมแรงกันทําดวยกําลังของพวกเราชาวมนุษย ดว ยกันเอง นคี่ อื การทําตามหลักกรรม กรรมสาํ คัญท่จี ะทําใหเราสูงข้ึนตามธรรม และพิสูจนค วาม สามารถทแ่ี ทข องมนษุ ย กค็ อื การสรา งสรรคผ ลสาํ เรจ็ ทด่ี งี ามหรอื สรางประโยชนสุขที่ไมตองมีการเบียดเบียนใดๆ โดยใชเรย่ี วแรง

10 จตคุ ามรามเทพ ความเพยี รพยายาม ทาํ การดว ยปญ ญาท่เี ขา ถงึ เหตปุ จจยั จรงิ ๆ น่ีไง ในทส่ี ุด ก็มาเขา หลกั ใหญท่ีใหพ ่ึงตน อยา เพาะนสิ ัย เสียที่เอาแตหวงั ลาภลอย-คอยผลดลบนั ดาล คิดดใู หด ีนะ พึ่งกรรมดีดว ยความเพียรและสตปิ ญญาของ ตวั เรา ดีกวาเท่ียวขอรอผลดลบันดาลจากเทวดาเปนไหนๆ เทพดี คนดี บรรจบกันท่ีธ รรม ผูแทรกถาม: เม่ือก้ีน้ีทานวา โดยเฉลี่ยเทวดามีคุณธรรมสูงกวา คน ถาอยา งน้นั กห็ มายความวา เทวดาทแี่ ยกวา คนกม็ ใี ชไ หม? แลวถา เจอเทวดาทไี่ มด ี เราจะทําอยางไร? พระตอบ: กแ็ นละซิ เทวดารายมีเยอะแยะไป บา งก็ข้โี กรธ ถือ อํานาจ ใครทําอะไรกระทบกระทั่งนดิ หนอ ย ก็จะเอาตาย อยา ง พระภูมิบางบาน เด็กไปทําอะไรเขาท้ังท่ีไมประสีประสา ก็ไม อภยั แตมาทําใหเ จบ็ ปวย เทพบางองคก ็ดนุ ัก อะไรๆ ก็จะหกั คอ กลายเปนวาเทวดามารังแกคน ถา เทวดานนั้ เปน ชาวพทุ ธ เปน ผรู จู กั ธรรม กป็ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ตามธรรม เรอื่ งรา ยก็ไมมี แตถาเจอเทพราย ปญหาจะเกิด เรารู หลกั กเ็ อาหลกั นน้ั มาใช อยา งทบ่ี อกแลว วา “ไมว า เทพวา คน ตอ ง ถอื ธรรมเปน ใหญ … เอาธรรมเปน มาตรฐาน เปน เกณฑต ดั สนิ ” เพราะฉะนัน้ ถาคนกบั เทวดามีเร่ืองขดั แยง กนั ชาวพุทธมี ทางออก ไมใ ชว า จะตอ งอยอู ยา งหวาดกลวั ตอ เทวดา ถา คนทาํ ถกู ถาการกระทําของเราชอบธรรม เรายืนอยใู นหลัก เทวดาตอ งยอม

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 11 ขอยกตัวอยาง เอาเรื่องอนาถบิณฑิกเศรษฐีที่เคยพูดถึง แลวนั่นแหละ เรอื่ งมีวา ทีบ่ า นของอนาถบิณฑิกเศรษฐนี ั้น พระ พุทธเจากับพระสงฆเสด็จบอย เพราะทานมีศรัทธามาก ถงึ แม พระพุทธเจาไมเสด็จ ก็มีพระสงฆไดรับนิมนตไปรับบาตรอะไร ทํานองนนั้ ทนี ้ี เทวดาทอ่ี ยบู นซุม ประตูบา นทานเศรษฐนี ้นั ยงั ไมได นบั ถือพระและชอบอยสู บายๆ เวลามพี ระไปทบ่ี านผานซุม ประตู ในฐานะทพ่ี ระสงฆเปนผูมศี ีล เทวดาซง่ึ อยูบ นซุม ประตู ก็ตอ งลง มา เปนการแสดงความเคารพ เทวดาตองลงมาบอยๆ ก็เกิด ความไมพ อใจ เทวดาขัดเคืองข้ึนมา ก็คิดวา ทาํ อยางไรจะใหพระไมมา บานน้อี กี พอดตี อนน้ันอนาถบณิ ฑกิ เศรษฐที ําบุญมาก ก็ยากจน ลง เทวดาเลยไดโอกาส วนั หนง่ึ กไ็ ปปรากฏตวั แกอ นาถบณิ ฑกิ - เศรษฐี แลวก็พรรณนาตา งๆ วา ทา นเปนผมู ีศรทั ธา ทําความดี ชวยเหลือผูคน แตเวลานี้ทานจนลง น่ีก็เปนเพราะพุทธศาสนา เน่ืองจากทา นใชท รพั ยไ ปบํารุงพระสงฆแ ละทําบญุ ตา งๆ จนจวน จะหมด นถี่ า ทา นตัง้ ตัวใหด ี ก็จะราํ่ รวยยิง่ ข้ึนไป ขา พเจากอ็ ยาก จะชวย แตทาํ อยางไรทานจะไมใชจ า ยทรพั ยใหสน้ิ เปลอื งแบบน้ี อีก ถา ทา นเลกิ ใชจายแบบนี้ ขาพเจามีวธิ ีชว ยทา น ขา พเจา รูข มุ ทรัพย จะบอกขมุ ทรัพยให ฝายเศรษฐีเปนผูม่ันคงในพระรัตนตรัย ไดอุปถัมภพระ ศาสนา แจกทานสงเคราะหคนยากไร หมดเทาไรก็ไมเสียดาย พอไดยินเทวดาวาอยางนี้ ก็คิดวา เทวดานี่ชวนเราผิดทางเสีย

12 จตุคามรามเทพ แลว ก็จงึ บอกวา นีท่ า นพดู ชวนออกนอกลูน อกทาง ขาพเจาไม เห็นดวย เพราะฉะนน้ั ขา พเจาในฐานะเจา บา น ไมอยากใหท า น อยทู น่ี อ่ี ีกตอ ไป อันน้ีเปนสิทธิ์โดยชอบธรรมของเจาบาน คติโบราณอันนี้ คนไทยไมคอยรู เจาบานมีสิทธิ์ ถาเขาไมใหอยู เทวดาก็ไม สามารถอยไู ด ฝายเทวดาถกู เศรษฐไี ลไมใหอ ยู เดอื ดรอน กเ็ ลยไปหาพระ อินทร ขอใหชว ย พระอนิ ทรบ อกวา — ขา พเจา ก็ชว ยไมได แตจ ะ แนะอบุ ายใหอ ยางหนงึ่ เอาอยา งนี้สิ ทา นไปพูดกบั เขา บอกวา ทา นเศรษฐที าํ บญุ ทาํ กศุ ล ชว ยเหลอื ผคู น ทาํ สงั คมสงเคราะหม าก มายนดี่ ี มปี ระโยชนม าก ขา พเจา สนบั สนนุ เมอื่ ทา นจนลง ขา พเจา จะบอกขมุ ทรพั ยใ ห ทา นจะไดม เี งนิ มาทาํ บญุ ทาํ กศุ ลมากๆ เทวดาเลยใชวิธีใหม มาปรากฏตัวกับเศรษฐี แลวพูดอีก แบบหน่ึง เศรษฐเี ลยยอมใหอยู นีเ้ ปน ตวั อยางใหเหน็ หลัก ในเรื่องความสัมพันธระหวางคน กบั เทวดา ตามคติแตโบราณท่สี ืบมาในพระพทุ ธศาสนา คตนิ กี้ ็ คอื เทวดาอาจจะเหนือกวามนษุ ย แตไ มเ หนือกวาธรรม ธรรม เปนส่ิงสูงสุด ถามนุษยถูกตามธรรมแลว ธรรมก็เปนตัวตัดสิน เทวดาจะตองยอม พระพุทธศาสนาเกดิ ขึน้ มา ไดเ ปลยี่ นความยึดถือทีว่ า เทพ สูงสดุ มาเปนถือธรรมสูงสุด มเี ร่ืองในคัมภีรหลายเรอื่ งเกีย่ วกบั เทวดาและมนุษยขัดกัน ทานสอนคติไวเพื่อใหเห็นตัวอยางท่ีวา ตอ งเอาธรรมตดั สนิ ถา มนษุ ยถ กู เทวดากอ็ ยไู มไ ด ตอ งแพไ ปทกุ ที

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 13 ท้งั ทีเ่ รอ่ื งทาํ นองน้ปี รากฏในคัมภีรห ลายที่ มนุษยจ ะมีเรื่อง ขัดแยงกบั เทวดาอยางไร ก็ตอ งยตุ ิดว ยธรรม ถาเทวดาผิดธรรม เทวดาตองไป ทานพยายามสอนใหมนุษยหันออกจากทิศทาง ของลทั ธิหวังพ่งึ เทวดา ที่มวั ออนวอนขอใหเ ทวดาดลบันดาล ให หันมายึดถือธรรมเปนใหญ แตชาวพุทธก็ไมสนใจศึกษาคติพระ พทุ ธศาสนาในเรื่องใหถือธรรมเปน ใหญนี้ ผูสอดถาม: เอาละ พวกเทวดาไมดี ก็วาไปตามธรรม แตน าจะโทษ เทวดาดีอยางจตุคามรามเทพที่รักษาพระธาตุดวยซิ เพราะทานมี เมตตากรณุ าคอยจะชวยเหลอื คน ก็เลยทําใหคนคอยหวังพง่ึ ชอบ รอใหทา นมาชวย แลวจะทําอยางไรใหคนไทยเขมแข็ง รูจักคิดทําอะไรดวย ตัวเองใหจริงจัง ชนดิ ท่ีวา ใหม นั มุงมนั่ เด็ดเดี่ยวกันไปเลย? พระตอบ: ขอสาํ คญั อยตู รงทว่ี า พระกบั ญาติโยม ตองเขาใจและ จบั ใหถกู จดุ ถา ญาตโิ ยมไมจ บั จุด พระก็ตองช้ีจดุ ใหจ ับ คือ ตอ ง มาเนนกันในแงท่ีวา เทพองคน้ันทานเปนชาวพุทธท่ีดี ทานมี ศรทั ธามาทําหนา ท่ปี กปก รักษาพระพทุ ธศาสนา ทา นมาบําเพญ็ ความดีของทาน นับเปนตวั อยางใหเ หน็ วา ชาวพทุ ธควรจะปฏบิ ัติ ตวั อยา งน้ๆี เรากค็ วรบําเพญ็ ความดอี ยางเทพองคน ้ี ควรเอาทาน เปนตัวอยางในการท่ีจะพยายามทําความดีอยางทาน ไมใชวา ทานทําความดี แตเราจะคอยฉวยโอกาสเอาผลประโยชนจาก การทําความดีของทาน ควรเอาเทพที่ดีมาชวยประกันใจตัวใหม่ันคงไมหวาดหวั่น

14 จตคุ ามรามเทพ พรัน่ กลวั และปลุกใจตัวใหมกี ําลงั ใจเขม แข็งทจ่ี ะทาํ การดงี ามให สําเรจ็ รว มขบวนกับเทพนั้นในการบาํ เพญ็ ความดตี ลอดจนบารมี ตางๆ ที่พระพุทธเจาไดทรงสอนไว ไมใชวาเห็นทานศักด์ิสิทธ์ิ แบบใจดี กไ็ ดแตห วังผลทต่ี วั จะฉกฉวยเอาจากการขอใหทานมา บนั ดาลอะไรๆ ให รวมแลว ก็คือ มคี วามรูเขาใจ และจัดปรับการปฏิบัตใิ หเ ขา มาในทศิ ทางที่ถูก เปน ๒ ขน้ั ๑. รูเขาใจและโยงเขาหาหลกั การได คอื รูจักสง่ิ ทีต่ นนบั ถอื น้ันวาเปน ใคร คอื อะไร และเขาใจคติแตเ ดมิ มา ซงึ่ ตรงกบั ที่ ตาํ นานบอกวา จตคุ ามรามเทพเปน เทวดาพทิ กั ษร กั ษาพระบรมธาตุ ใหท า นเปน พลงั ปกปก และปลกุ ใหเ ราเขม แขง็ มนั่ ใจในการทาํ การทดี่ ี ๒. ปฏิบตั ิตวั ตามวิธีท่ีจะใหไ ดป ระโยชนท ีแ่ ทจริงจากเรอ่ื งนี้ คือทําความดีอยางทาน จตคุ ามรามเทพบําเพ็ญบารมีตามหลัก พุทธศาสนอยา งไร ก็เอามาเผยแพรบอกกนั เพือ่ ใหเปน การนับ ถอื อยางมีสาระ ไมใ ชว า นบั ถอื บูชานักหนา แตไ มรเู ลยวา ตัวเองกําลังบูชา ใคร ทานมาจากไหน ผูมีปญ ญา เชิญเทพพรหมมาชวยพัฒนาบานเมือง ผูสอดถาม: ฟงตอนนี้ ทําใหนึกถึงเร่ืองทานทาวมหาพรหมที่ เอราวัณ คราวนนั้ ทา นกพ็ ดู อยางน้…ี พระตอบ: ใชแ ลว เหมอื นเรอื่ งพระพรหมเอราวัณน่ันแหละ เมอ่ื

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 15 คร้ังทาวมหาพรหมถูกทุบพัง ก็พูดทีหนึ่งแลว วาคนไทยน่ีทํา เหมอื นกบั จะเอาแคต ัวได ไปขออยา งเดยี ว ไมรูจกั พระพรหมเลย และไมส นใจวาทา นเปน ใคร มาอยางไร ไมร เู หนือรใู ต อะไรเปน อะไรไมตอ งรทู งั้ นน้ั เมอื่ ไมรเู รื่องรูราว กท็ ํากันสง ๆ ไป เหมอื นคนไขวค วาอยใู น ความมืด ประโยชนอะไรอกี ท่คี วรจะได กไ็ มไ ด ชาวบานไมรู ก็หนกั หนาอยแู ลว ผูปกครอง ผบู ริหารบา น เมืองกไ็ มรูอกี ดวย สงั คมไทยก็ลอยเทงเตง เรื่องความเช่ือถือของประชาชนนี่ เปนตวั กําหนดพฤตกิ รรม อยา งสาํ คญั และมผี ลตอ การพฒั นาคน พฒั นาสงั คม รวมทง้ั การ พัฒนาประชาธิปไตย โดยเฉพาะในแงที่เก่ียวกับการใชและการ พฒั นาปญ ญา ซงึ่ อาจจะเปน ไปในทางขดั ขวางหรอื สง เสริมก็ได ผู รับผิดชอบตอสังคมจึงตองเอาใจใสท่ีจะโยงใหเขาสูการศึกษา หรือกระบวนการพัฒนาคน โดยเฉพาะการพัฒนาปญ ญา ไมวา เร่ืองพระพรหม หรอื เรื่องจตุคามรามเทพ ผรู บั ผิดชอบ ตอสงั คม เริ่มดว ยผูบ รหิ ารบานเมอื ง จะตอ งดูแลใหเกดิ โอกาสใน การพฒั นาคน ท่ีพูดเรื่องพระพรหมเอราวัณก็เพราะเราละเลยปลอ ยใหค น อยกู บั ความหลงหรอื การขาดความรกู นั เรื่อยมา พอถึงตอนที่ทา ว มหาพรหมถูกทุบ ก็เปนเหตุการณรายครั้งใหญ ซ่ึงกลายเปน โอกาสที่จะมีชองใหการศึกษาเขาไป อยางนอยจะไดพัฒนาคน ในดานความรูเขาใจ ที่จะสงผลตอความกาวหนาในการพัฒนา คนนน้ั ตอ ไป

16 จตคุ ามรามเทพ โอกาสท่จี ะเปน ชอ งใหก ารศกึ ษาเขา ไปอยา งไร? ออ… ก็ ต้งั แตส รางศาลเมอื่ ๕๑ ปก อนโนนแลว ผูว างกําหนดในการสราง ศาลเขาก็เขียนบอกกาํ กับไวแ ลววา พระพรหมองคน ี้ คอื ทาว มหาพรหม จะมาประทบั ที่ศาลพระพรหมเอราวัณทุกวนั เวนวัน พระ เพราะในวันพระนัน้ พระพรหมจะไปเฝา พระพุทธเจา น่ีทางเช่ือมโยงสูการกาวไปในการพัฒนาคนน้ัน เขาวาไว ใหเสร็จแลว ตามกระบวนการของการศกึ ษาเลยทีเดียว เราตอ งยอมรับความจรงิ วา ในการพัฒนามนุษยส ว นใหญ ในระบบที่ไมใชการบังคับน้ัน เราจําเปนตองเร่ิมดวยยอมรับคน ตามที่เขาเปน แตก ็ไมใชป ลอยเรือ่ ยเปอยไป เอา ... พวกคณุ จะไปขอพระพรหม กข็ อไป ฉนั ไมข ดั ขวางละ (ถงึ คดิ จะขวาง กข็ วางไมไ หว) แตท าํ อยา งไรจะพฒั นาเขาขน้ึ มาได บา ง กเ็ อากจิ วตั รของพระพรหมทบี่ อกไวแ ลว นนั่ แหละมาเตอื นเขา กเ็ ผยแพรใหความรูแกป ระชาชนไปเลยวา ทาวมหาพรหม องคน้ีทา นคือใคร มาอยา งไร ไปอยางไร เรอื่ งเกี่ยวกบั พระพรหม มอี ะไรท่ีควรรูบ า ง ก็วา ไป เสร็จแลว ปดทายกบ็ อกชาวบา น เขยี นตดิ ไวก็ไดวา เออ… วันท่เี ทานน้ั ๆ เปนวันพระนะ พระพรหมทา นจะไมมา เพราะทา น ไปวดั ทานจะไปเฝา พระพุทธเจา แลว ก็แนะนาํ ตอ ไปเลยวา พวกเรานก่ี ม็ าทําตามพระพรหม กันเถอะนะ ถงึ วันพระเรากไ็ ปวดั ไปฟง ธรรมกนั กส็ อนไปสิ ใหไ ด ประโยชน เปน จดุ เช่ือมท่ีจะพฒั นาคน ในเมื่อเราไมสามารถหักดามพราดวยเขา เขานับถือลุม

พระพรหมคณุ าภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 17 หลงอยู เราก็เอาเปนจุดบรรจบประสานใหเปนแนวทางที่เขาจะ เดนิ กา วหนาในการพฒั นาตวั ตอไป แตค นไทย ทานผปู กครอง ไมเ อาเร่อื งเลย ไมม องชอ งทาง ท่จี ะพฒั นามนุษยอนั น้ี ก็เลยไมไดใ ชป ระโยชนอะไรท้ังน้นั ตรงขา ม ตอนทศ่ี าลพระพรหมถูกทุบนนั้ ทานผูบ ริหารบา น เมืองมัวแตกลัววาจะเกิดเรื่องรายอะไรข้ึนแกตัวเอง นึกไปแตว า จะเปน ลางรา ย ตอ งไปแกเ คลด็ แทนทจ่ี ะมองไปถงึ บา นเมอื ง และ ประโยชนข องประชาชน กต็ ันอยูแคตวั เอง เลยไมไดอะไร ผแู ทรกถาม: เร่อื งความรนู ่ี มนั ทาํ ใหเ หน็ ทางออกและทางกา วไปได มากจรงิ ๆ พระตอบ: นัน่ ซิ เราจึงตองมองถงึ ประโยชนของประเทศชาติ หรือ ของสงั คม แลวถือโอกาสทจ่ี ะใหค วามรแู กประชาชน ถามรุกไป เลยวา คุณรูไหม วา ศาลทาวมหาพรหมน้มี ีความเปนมาอยา งไร? สรา งมาอยางไร? ทาวมหาพรหมคอื ใคร? ทานมาจากไหน? เหน็ ชดั ๆ วา พระพรหมองคน ไี้ มใ ชพ รหมในศาสนาพราหมณ แตเ ปน พรหมในพระพทุ ธศาสนา เปน พรหมในชนั้ มหาพรหม มหาพรหมเปน หนงึ่ ในรูปพรหม ๑๖ ช้ัน ซงึ่ แบงตามฌาน ๔ ระดบั เรม่ิ ดว ยระดับปฐมฌานภูมิ∗ คือ ฌานที่ ๑ มีพรหมอยู ∗ ช้ันตอไป คือ ทุตยิ ฌานภมู ิ ประกอบดว ย ปรติ ตาภา อัปปมาณาภา อาภสั สรา จาก นน้ั เปน ตติยฌานภมู ิ ประกอบดว ย ปรติ ตสภุ า อปั ปมาณสุภา สุภกิณหา แลวจึงถึงช้นั สูงสุด คอื จตตุ ถฌานภมู ิ ประกอบดวย เวหปั ผลา อสัญญี อวิหา อตัปปา สทุ ัสสา สทุ ัส สี อกนิษฐา รวมเปน 16 ช้ัน

18 จตุคามรามเทพ ๓ ช้ัน ไดแก พรหมปาริสัชชา พรหมปโุ รหติ า และมหาพรหมา มหาพรหมา คือ พรหมชัน้ ที่ ๓ ในระดบั ปฐมฌานภมู ิ ของ พรหม ๑๖ ชนั้ ทานกําลังบาํ เพ็ญธรรมใหส ูงข้ึนไป จงึ ตองไปเฝา พระพทุ ธเจา ไปเฝา กค็ ือไปฟง ธรรม เรอื่ งอยางน้ี มนั เปนทางที่จะประสานคนเขามาสรู ะบบการ พัฒนามนุษย ไมใ ชว า หนง่ึ พระกถ็ ือโอกาสหาลาภ เหน็ วาคนนิยมกนั นกั กเ็ ลย ปลกุ เสกเอามาใหเ ชากันใหญ สอง เลยกลายเปน การทาํ ใหค นลุมหลงหนักข้ึน ผดิ หลักผิด ทาง แถมเอามาปลกุ เสกในวัด ถาทําไมระวงั ใหดี จะกลายเปน เอามาชูเหนือพระรตั นตรัย ไปๆ มาๆ เพลนิ อยกู ับเรือ่ งนี้ คนเลยเขา ใจผิด เฉออกจาก พระศาสนาไป แทนทีจ่ ะเชอื่ มโยงเขามาหาหลักวา ท่ีจริงมนั เปน อยางน้ีนะ มันสัมพันธกันอยางน้ี ตองกาวตอขึ้นมาใหถึงพระ พทุ ธเจา อยางนๆี้ เปน อนั วา “จตคุ ามรามเทพ” ไมใ ชใ คร กโ็ ยงกบั เรอ่ื งศรวี ชิ ยั หรือเปนกษัตริยศรีวิชัย แลวตาํ นานโนน ตํานานนี้ ก็ไมหนีเมอื ง นครศรธี รรมราช เวียนอยทู ่พี ระบรมธาตุ ทนี ้ี พอโยงมาถงึ ศรวี ชิ ยั กโ็ ยงตอ ไปอกี วา ศรวี ชิ ยั อยสู มุ าตรา หรือถาตกลงวาศรีวิชัยอยูนครศรีธรรมราช ก็ไปถึงสุมาตราน่ัน แหละ แลวสุมาตรานั้นก็มลายูนี่เอง ชาวมลายูก็เปนลูกหลาน กษตั รยิ ศ รวี ชิ ยั องคน ี้ เพราะฉะน้นั ชาวใต ๓-๔ จงั หวดั ท่วี าเปน มลายู ก็เปนลูกหลานของกษตั ริยศ รวี ชิ ยั นี้ดวย

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 19 อยางท่ีเคยเลาแลววา เจาชายปรเมศวรออกจากสุมาตรา มาขนึ้ ทส่ี งิ คโปร แลว หนจี ากสงิ คโปรม าขน้ึ ทมี่ ะละกา ตงั้ อาณาจกั ร มะละกาข้นึ มา ศูนยกลางความเปนมลายอู ยูทมี่ ะละกา กโ็ ยงไป ทศ่ี รวี ชิ ัย เราก็เอาความรูอยางนี้เผยแพรกันไป จะแยกตัวกันไป ทําไมวา ฉันเปน มลายู ไมใ ชค นไทย ไมใชช าวพทุ ธ อยา งนอ ยสบื อดีตกัน มลายูก็เปนชาวพุทธมาแลว เปนหลักฐานทางประวัติ ศาสตร ในบา นเมอื งน้ี วทิ ยกุ ม็ ี ทวี กี ม็ ี กใ็ หค วามรแู กป ระชาชนกนั ไป ถารเู ร่อื ง “จตุคามรามเทพ” กน็ ํามาทําประโยชนไดทง้ั ใน ทางสามัคคแี ละในทางพัฒนาคน ยง่ิ นิยมกันมาก กย็ ิ่งตอ งเผย แพรค วามรใู หมาก ยุคธุรกิจฟูฟา เงินตองมาเปนทาสรับใชธรรม ผมู าเยี่ยม: ถาไมห าความรคู วามเขาใจกนั อยา งที่วา นนั้ กไ็ ดแ ตต่ืน ตูมตามกระแสเรอื่ ยไป ก็สมที่วา เปน โรคเสน ตืน้ พระตอบ: มันไมใชแคโ รคเสนตืน้ หรอก มันกินลึกเลย แลวก็หนัก หนามาก มนั ฟอ งสภาพสงั คม และบง บอกปญ หาคณุ ภาพของคน อาการน้ี ดานหนึง่ กค็ ือมนั แสดง อิทธิพลของระบบธรุ กิจ วาสงั คมไทยน่ี ธรุ กิจเฟองดีนกั คนอยูใตค รอบงําของระบบธรุ กิจ มงุ หาแตผ ลประโยชนขนาดหนกั มองหาแตเ งนิ แมแตเ ร่ืองทางดา นจติ ใจ กไ็ มเ วน ยงั เอามาใชเ ปน ชอ งทาง หรอื เปน เครอ่ื งมอื หาผลประโยชน (อนั นแี้ หละตรงกบั ทเี่ รยี กวา เรอื่ ง

20 จตคุ ามรามเทพ จติ วญิ ญาณ คอื เรอื่ ง spiritual ขั้นพน้ื ฐานแทเ ลย คือเรอ่ื งผีๆ หรอื เรอ่ื งผีสางเทวดา) อีกดา นหนึ่ง อาการน้แี สดงอะไร กแ็ สดงวา คนไทยเวลาน้ี ตนื่ ตมู งายมาก ปน กระแสขน้ึ ดีนัก ก็เลยสอดรบั กบั ขอแรกที่วา ไป แลว คอื เปนเหยื่อทดี่ ขี องธรุ กจิ ทาํ ไมจึงตืน่ ตมู งาย กเ็ พราะพื้นฐานของตวั ชอบหวงั ผลจาก การดลบันดาล ใหส่ิงศกั ดิส์ ทิ ธิ์ชวย คิดแตจะพง่ึ อํานาจภายนอก มาทาํ ให อยา งทีว่ า “หวังลาภลอย นอนคอยโชค” แลวระยะยาวเปนอยางไร คนก็ออนแอ ไมมีความเพียร พยายามท่ีจะทําการใหเกิดผลสําเร็จดวยเรี่ยวแรงทําการของตน เอง ไดแตเ ปนนักพึ่งพา ถาขมวดใหส ัน้ กค็ อื วงจรของลัทธบิ รโิ ภคนยิ ม กับลัทธิหวัง ผลดลบนั ดาล มาบรรจบประสานกัน แลวก็สงผลเปน เหตุปจ จัย หนุนกนั ใหช ีวิตและสังคมนห้ี มนุ กลิง้ หรือลอยเควงควา งตอ ไป ผมู าเยีย่ ม: นติ ยสารมตชิ นรายสัปดาห ขึ้นปกวา จตคุ ามรามเทพ ทํา ใหเกิดการสะพดั ของเงินกวา ๒๒,๐๐๐ ลา น เทากบั วา ตอนนี้ มัน มีเรอ่ื งของเงินทองเขามาเก่ยี วดว ย ถา ผกู เขา ไปตรงนีแ้ ลว ทา นเจา คณุ ฯ เหน็ วา เราจะหยดุ กระแสนีไ้ ดอยา งไร พระตอบ: เรารูอยูวา สังคมนี้กําลังตองการเงินทองมาก เปน สังคมธุรกิจ ประสานกับบริโภคนิยม เห็นแกการเสพบริโภค ระบาดเขามากระท่ังในวัด กระแสใหญเปนอยางน้ี เราตอง พยายามดงึ กระแสใหญเ ขา มาหาหลัก

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 21 สงั คมสมัยพุทธกาล กค็ ลา ยอยา งน้ี คือกําลังเฟองในดา น ธรุ กิจการคา ในสมัยพุทธกาลน้ัน การพาณชิ ยกาํ ลงั เจริญรงุ เรือง มกี อง เกวียนเดนิ ทางคา ขายระหวา งเมอื ง เศรษฐขี น้ึ มาเปน ชนชน้ั นาํ ในชมพทู วปี มีวรรณะ ๔ คอื กษตั รยิ  พราหมณ แพศย ศูทร พราหมณถือตัววาสงู ท่ีสดุ วา ท่ีจริง กษตั รยิ เ ปนใหญม ากอ นตัง้ แตในยุคพระอินทร คือ พวกอารยันเขามาจากทางอิหราน มาบุกอนิ เดีย ตอนแรกทย่ี ก ทพั มาน้ัน พวกนักรบเปน ใหญ เปนยคุ ของกษัตริย ตอนนัน้ เทพที่ ยง่ิ ใหญคือพระอินทร ทีนี้ พออารยันเขามาอินเดีย และยึดครองชมพูทวีปได อารยธรรมลุมแมนํ้าสินธุก็ตกอยูใตอํานาจของอารยัน พวก มิลกั ขะเจา ถ่ินถกู เหยยี ดลงไปเปนทาส กลายเปนชนวรรณะศทู ร เกิดวรรณะ ๔ เปนกษัตรยิ  พราหมณ แพศย ศทู ร พอตั้งหลักแหลงไดแ ลว พวกปญญาชนกเ็ ริ่มใหญข้ึน พระ อินทรที่เดมิ เคยใหญ เรียกไดวา เปน สญั ลกั ษณข องพวกนักรบ ก็ เริ่มอับแสงลง กลายเปนวาพระพรหมท่ีเปนสัญลักษณของพวก ปญญาชนหรือเจา คัมภีรข ้นึ มาใหญ พระพรหมข้ึนมาตอนน้ี ตอนท่ีอารยันกําลังรุกเขามาอินเดีย ตอนนั้นยังไมมีพระ พรหม แตพอตั้งหลักแหลงดีแลว พระพรหมก็โผล มีพวก พราหมณ ซง่ึ เปน นกั วิชาการ เปนปญญาชน เปน ผปู ระกอบพิธี เหมอื นกับรูพระทยั สามารถสื่อสารไดกับพระพรหม ถึงยคุ นี้ ใครๆ ก็ตองอาศัยพระพรหมเปนเจาใหญ ตองทาํ

22 จตุคามรามเทพ พิธบี ูชายญั โดยใหพราหมณเปน ผูบอกวา เม่ือใครตองการอะไร อยากไดผ ลประโยชนอะไร จะตองทําอยางไร ตองบชู ายญั อะไร อยา งไร กษัตริยก็ชกั จะตกอันดบั พราหมณข ึ้นมาเปน ที่หนึง่ ตาม ดวยกษัตรยิ  แพศย ศทู ร สว นพระอนิ ทรตอนนี้กถ็ ูกเรื่องเสยี หาย เกิดขึน้ มากลบเยอะหมด กลายเปนเทพทไ่ี มค อ ยมคี วามหมาย (สวนพระพรหมเองท่ีเปนใหญในสมัยพุทธกาล ก็มาอับ แสงลงเมอ่ื ราว ค.ศ. 500-600 โดยมพี ระศิวะและพระนารายณ ใหญข น้ึ มาแทน) ในยคุ พุทธกาลจะเห็นวา ชนพวกหนงึ่ กาํ ลังเฟอ งขึ้นมา คอื พวกเศรษฐีคหบดี พวกนีเ้ ปน พอคา วาณิช ท้งั ๆ ทเี่ ดิมนา จะอยูใน ชนช้นั สาม (แพศย/ ไวศยะ) แตกลายเปนผมู อี ทิ ธิพลมาก เศรษฐี น่ีถึงกับเปนตําแหนง ท่ีพระราชาทรงแตงตั้งประจําเมืองเลย มี หนา ทไ่ี ปเฝาพระราชาวันละสองครัง้ รฐั ไหนไมมเี ศรษฐี ก็เหมือนจะนอยหนา เปนรฐั ที่ไมร ุงเรอื ง เหมือนกบั ตองแขง กันวา รฐั นๆี้ มเี ศรษฐีกค่ี น บางรัฐที่รูส กึ จะ ดอ ยก็จงึ ตองหาทางมเี ศรษฐี ถึงกับมกี ารขอเศรษฐีจากอกี รัฐหน่ึง นางวิสาขาก็ไปจากบา นเมอื งเดิมเพราะเหตุน้ี เร่ืองก็คือ แควนมคธมีเศรษฐีใหญรํ่ารวยมากถึง ๕ คน ทางแควนโกศลซ่ึงขาดแคลนเศรษฐีใหญ ตองการมีเศรษฐีใหญ บา ง จงึ ขอใหแ ควน มคธสง เศรษฐใี หญแ บง ไปใหค นหนงึ่ แตแ ควน มคธไมไดใ หต ัวเศรษฐีใหญ เพียงสงลูกเศรษฐใี หญค นหน่งึ ไปให ชอ่ื วา ธนญั ชยั ซึ่งไดรับตําแหนง เปนเศรษฐปี ระจาํ เมืองสาเกต ธนัญชัยเศรษฐีนี้ก็คือพอของนางวิสาขา เมื่อธนัญชัย

พระพรหมคุณาภรณ (ป. อ. ปยตุ โฺ ต) 23 เศรษฐียา ยไปอยูโกศลรัฐ นางวิสาขาเปน ลูก ก็ไปดวย แตต อ มา นางวิสาขาแตง งานไปอยูเ มืองสาวัตถี เศรษฐมี ีอทิ ธพิ ลมากเพราะการคาขาย เรียกวา สงั คมกําลงั เฟอ งในทางเศรษฐกิจ จากการคา ขาย กม็ สี ่งิ อุปโภคบริโภคกินใช กนั มากมาย มีการอวดกัน เชนวา ใชผ า ไหมจากรัฐนน้ั ที่ถอื กนั วา เปน ของช้นั ดี ในทามกลางสภาพสังคมอยางน้ัน พระพุทธเจาก็ทรงใช ความนิยมหรอื กระแสที่เกดิ ข้นึ เปนจุดปรารภท่จี ะสอนใหค นทม่ี ี บทบาทสําคญั ในสังคมนนั้ หันมาใฝธรรม และนาํ ธรรมไปปฏบิ ตั ิ ดังเชนเศรษฐีก็ควรจะเอาทรัพยมาทําประโยชน สงเสริมธรรม เกอ้ื กลู สงั คม รวมทง้ั พฒั นาชวี ติ ของตนเอง ไมล มุ หลงมวั เมาในการ เสพบรโิ ภคหรอื ใชอ ทิ ธพิ ลจากทรพั ยแ ละอาํ นาจไปขม เหงคนอน่ื อยางอนาถบณิ ฑิกเศรษฐี นบั ถือพระพุทธเจาแลว ก็หนั มา ทาํ ประโยชนแกเพือ่ นมนุษย ทจี่ ริงชอ่ื ตวั วา สุทตั ตะ แตเพราะทํา ประโยชนช วยเหลือคนยากจนใหมีกนิ มใี ช ต้งั โรงทานชวยคนขาด แคลน จนไดส มญาเปนชื่อวา “อนาถบณิ ฑิก” แปลวา ผมู ีกอ น ขา วเพื่อคนอนาถา แลว กบ็ ํารุงพระศาสนา อุปถัมภพ ระสงฆใหม ี กาํ ลังไปสอนประชาชนใหอยูด ีทําดชี ว ยเหลือกัน สูญเสยี ทรัพยไ ป ในการทําบุญเหลา น้ันเทา ไร กไ็ มค ํานึง น่ีเปน ตัวอยา ง ทามกลางความเปล่ยี นแปลงของสังคมอยา งน้ี ถาเราดลู กึ ลงไป พระพุทธศาสนาไมใชเปนเพียงตัวหัวขอธรรม แตเปนคํา สอนท่ีโยงกันหรือเนื่องกับสภาพความเปนไปของสังคม มีปจ จยั ยักยายแผกกันไป เมื่อพระพุทธเจาทรงแนะนาํ สั่งสอนคนพวกนี้

24 จตุคามรามเทพ พวกนัน้ วา ทาํ อยา งไรชวี ิตเขาจะดี และเขาจะอยกู ันดี พระดาํ รัส เทศนากจ็ ึงแตกตา งกนั มาถึงสมยั นก้ี เ็ หมือนกนั ปจจุบันสังคมเปนอยา งนี้ ก็ตอ งรู เขาใจวาทําอยางไรจะใหธรรมเกิดประโยชนแกคนเหลานี้เหลา นนั้ ทตี่ า งๆ กันได ผมู าเยี่ยม: เรอ่ื ง จตุคามรามเทพน้ี ยงั มีเร่อื งอทิ ธฤิ ทธ์ิ หรืออภนิ หิ าร เกดิ รว มดว ย เชน คนสวมจตุคามไวในเสื้อพอไปถา ยรปู เหน็ เปน แสงสวา งออกมา อะไรทาํ นองนี้ ทานเจาคุณฯ เห็นอยา งไร พระตอบ: ก็เปนไปไดท วี่ า หน่งึ เขาอาจจะสรางหรือแตงภาพขึน้ มา สอง ความเช่ือของมนุษยเปนแรงทําใหเกิดผลได พอเชื่อหรือมี ศรทั ธาแรงมากเขา ใจคกึ ฮึกเหิม กเ็ กดิ ความรสู กึ เปน จริงเปนจัง อยา งนน้ั อยางนี้ แตไ มเ ห็นจะตอ งไปเอาใจใสเรอ่ื งพวกนีเ้ ลย ใน สถานการณตื่นกระแส เสียงเลาลือก็จะมีกันมาอยางน้ีแหละ แลวกอ็ าจจะโหมกระพือซา้ํ เขา ไปอีก เอาสาระกันตรงท่ีวา พอมีกระแสพวกนี้ เราจับแกนของ เร่ืองใหได และเจาะความรูท โ่ี ยงมาถงึ ธรรม แลวกม็ องเขาทางท่ี จะใหธ รรมกา วตอ ไป อยา งเชน คนนบั ถอื จตคุ ามรามเทพ ในเมอื่ จตคุ ามรามเทพ เปน เทพพทิ กั ษพ ระธาตุ หวั ใจของจตคุ ามรามเทพก็อยูทีพ่ ระธาตุ อยางนอยคุณก็ควรจะไปใหถึงพระธาตุ และใหถึงไมเฉพาะทาง กาย แตใ หถ ึงจรงิ ท้ังดว ยใจและดวยปญ ญา

√“¬π“¡ºŸ√â «à ¡æ¡‘ æÀå π—ß ◊Õ ç§μ‘ ®μ§ÿ “¡√“¡‡∑æé ®”π«π Ù,Û ‡≈à¡ ¡≈Ÿ π‘∏‘∫√√®ß π‘∑- ÀªØ‘∫—μ‘œ ®”π«π Û, ‡≈¡à °≈ÿà¡¢—π∏å ı ®”π«π Ú, ‡≈à¡ §ÿ≥«π‘¥“ Õ‘»√“ß°√Ÿ ≥ Õ¬ÿ∏¬“, §ÿ≥∫—≠≠—μ‘ æƒ°…奔√ß™—¬ ®”π«π Ò, ‡≈¡à ¡≈Ÿ π‘∏‘æÿ∑∏∏√√¡, §ÿ≥«—π™—¬ π“¡«‘√‘¬–«ß»å™—¬, §ÿ≥«‘¿“-§ÿ≥  ÿ°—≠≠“-§ÿ≥æŸπ√—μπå ·≈–‡¥Á°™“¬æπŸ °‘® »√’μ√–°“√ª∞¡, ∫√‘…—∑ æ‘¡æå «¬ ®”°—¥ ®”π«π ˆ ‡≈¡à §ÿ≥‰æ∫Ÿ≈¬å »‘√‘®—°√«“≈, §√Õ∫§√—«Õ‘ √‘¬æ≈– ®”π«π ı ‡≈¡à §≥–æ√–«‘∑¬“°√ °≈ÿà¡æ—≤π“®‘μ ç‡æ◊ËÕ™’«‘μ¥’ß“¡é §ÿ≥∏’√–-».¥√.«‘®‘πμπå ¿“≥ÿæß»å ®”π«π Ù ‡≈¡à ».π. æ.¥√.Õ√√≥æ-§≥ÿ Õ√√μ— πå §≥ÿ «ß…°å ƒμ, §≥ÿ 扑 ≈æ√√≥ æÿ∑∏‘∏√°ÿ≈, §ÿ≥«‘‡™’¬√ ·´à©—Ë«, §ÿ≥æ—™∏√ °‘μ‘πÿ°Ÿ≈»‘≈ª, §ÿ≥·π∫¿Ÿ ‰™¬«‘ ÿ∑∏‘°ÿ≈, §ÿ≥·π∫°“√ ‰™¬«‘ ÿ∑∏‘°ÿ≈, §ÿ≥≈—§π“ °π°æ—π∏√“ß°Ÿ√, πæ.ªÿ≥«—  å °‘μμ‘¡“ππ∑å ·≈–§√Õ∫§√—«, §ÿ≥ ÿ™“μ‘ §ÿ‡≥π∑√“»—¬ ®”π«π Û ‡≈à¡ ¡Ÿ≈π‘∏‘æÿ∑∏“¿‘«—∑∏, §ÿ≥®”√Ÿ≠-¡.≈.®“√ÿ«√√≥ ™‘π∏√√¡¡‘μ√å, §ÿ≥ ÿ«¿√≥å ·π«®”ª“ ®”π«π Ú ‡≈¡à Õ“®“√¬åπ—Ø°√ Õ“™–«–∫Ÿ≈, §ÿ≥ ÿ®‘πμπ“ æÿ°°–‡« , §ÿ≥ ≥√ß§å-§ÿ≥‡°»«“πÿ™-§ÿ≥§Õ√å∑≥’Ë ºŸâæ—≤π–æß»å, §ÿ≥«’≥“-§ÿ≥∫ÿ≠‡¬Áπ »’≈«—μ°ÿ≈, πæ.»ÿ¿ƒ°…å-§ÿ≥π‘¿“ ÕÕª√–‡ √‘∞, §ÿ≥¡≥’ æ÷Ëß∑” ·≈–§√Õ∫§√—«, §ÿ≥·¡à∂“«√ ·≈–§ÿ≥«“ π“ ·∂¡®”‡√‘≠, §ÿ≥‡Õ°«—≤πå Õ‘πμ√“, §ÿ≥·¡àÀ⫬-§ÿ≥™»Ÿ —°¥‘Ï ∑Õß ÿ¢ ·≈–§ÿ≥‡∫≠®æ√ Õ‘ß§–°ÿ≈, §ÿ≥™—¬«ÿ≤‘  ‘√‘¬ß «— ¥‘Ï ·≈–π“ß “«»»‘∏√ »√’‚ ¿“, §≥ÿ  ππ—Ë -§≥ÿ Õ“¿“ »√‚’  ¿“, §≥ÿ π߇¬“«å  √‘ ¬‘ ß « — ¥,‘Ï §≥ÿ  ¡∫√Ÿ ≥å Õ¥ÿ ¡‰æ∫≈Ÿ ¬«å ß»å ·≈–§√Õ∫§√—«, §ÿ≥ ¡„® §ß¡πμå ·≈–§√Õ∫§√—«,§ÿ≥æ‘√“¿√≥å ªî«“«—≤πæ“π‘™ ·≈–§√Õ∫§√—«, §ÿ≥™π—¥¥“-§ÿ≥°π°«√√≥ «ß…å¡≥’ ·≈–§ÿ≥∫—≥±Ÿ√ °‘μ‘ ‘π, §ÿ≥ ÿ¥«√√≥©“¬ ‡¡¶©“¬, §ÿ≥∫ÿ≠‡≈’Ȭß-§ÿ≥πƒ¡≈ ·≈–§ÿ≥°ƒμπ—πμå ∫—«∏“μÿ ’ æ≈, §ÿ≥ ÿ¿“æ-§ÿ≥Õ√ÿ≥’ »‘√‘«ß…å, §ÿ≥æŸπ ÿ¢-§ÿ≥∫ÿ≠™à«¬  «à“ßæ—π∏å, §ÿ≥¡ß§≈- §ÿ≥Õÿ…≥’…å ‰μ√√—μπª√–¥‘…∞å ·≈–§√Õ∫§√—«, §ÿ≥¡“√‘…“ ∂“«√, §ÿ≥ ÿ«√√≥-

§≥ÿ  “¬∑æ‘ ¬-å §≥ÿ »¡“¿√≥å ·ºπ ¡∫√Ÿ ≥,å Õ“®“√¬√å »— ¡’ ™μÿ ¡‘ “, §≥ÿ ≥√ß§-å §≥ÿ ¢«≠— „®  √âÕ¬§”, §ÿ≥«—π‡æÁ≠ ∏π—ß∑Õß, §ÿ≥ ÿπ’¬å æ®πåæ√‘Èß, §ÿ≥Õ¡√-§ÿ≥∑—»π“¿√≥å ·≈– §ÿ≥™—™«√√≥ ¢ÿπæ‘≈÷°, √».°‘μμ‘-Õ“®“√¬å«√√≥“ æ—≤πμ√–°Ÿ≈ ÿ¢, §ÿ≥ ÿ∑∏‘‡®‘¥- §ÿ≥≈—¥¥“«—≈¬å æ—π∏ÿå –Õ“¥, §ÿ≥ ¡»—°¥‘Ï ¿—°¥’ ÿ¢«—≤πå-§ÿ≥«—π™—¬-§ÿ≥Õ√√∏≠“ ·≈–‡¥Á°™“¬»‘«°√ ¿—°¥’ ÿ¢«—≤πå, §ÿ≥ ¡π÷°-§ÿ≥æ—™√’ »√ƒ∑∏‘Ï™‘ß™—¬ ·≈–§√Õ∫§√—«, §≥ÿ æß…-å §≥ÿ ≈“«≈— ¬å æπ— ∏¡ÿ –∫”√ßÿ , §≥ÿ ¡®ÿ √π‘ ∑√-å §≥ÿ  ∑ÿ »— π-å §≥ÿ ‚¶…μ‘ ·≈–§≥ÿ ¡π — μßÈ—  ¢ÿ , §≥ÿ  ¡À≠ß‘ ·≈–§≥ÿ ª√–¿“√μ— πå ¥”√߇¥™, §≥ÿ «‚‘ √®π-å §≥ÿ ≈–§√ ‚¡°¢®å π— ∑√å ·≈–§ÿ≥∞‘μ‘¡“  —πμ‘√—°…å, æ≈.Õ.‡≈‘»ƒ∑∏‘Ï-§ÿ≥ºÿ ¥’ ‡«™ «√√§å, Õ“®“√¬å ÿ®‘πμå- §≥ÿ Õ√«√√≥ æ∑ÿ ∏ ‘ “√ ™‘ ¨πå ·≈–§√Õ∫§√«— , §≥ÿ  ¡∫μ— ‘ ‡®¬’ ¡∂“«√-§≥ÿ Õ ‘ √“  °≈ÿ  ¡, §ÿ≥≥√ß§å ‡√◊Õß™—¬‰æ∫Ÿ≈¬å,§ÿ≥‚°»≈ ®÷߇ ∂’¬√∑√—æ¬å,Õ“®“√¬å™Ÿ»√’ ·≈–§ÿ≥™—™≥’ ·ºπ ¡∫ÿ≠, §ÿ≥∫ß°™  ‚√∫≈, §ÿ≥≈“¿ ∂“«√∫√√®ß ®”π«π Ò ‡≈à¡ §ÿ≥ ¡™“¬ π‘μ‘∏√√¡ °ÿ≈, §ÿ≥∑ÕßÕ¬àŸ øÿÑ߇¥™, §ÿ≥‡ “«π’¬å æ≈Õ¬‰æ‡√“–, §≥ÿ Õ√æπ‘ ‡™¬‡¥™, §≥ÿ æ™— √’ ·æ»√«’ ‚√∑¬— , §≥ÿ °ƒμ≠“ ª√Ÿ ≥–«≥™‘ ¬,å §≥ÿ  √ÿ æ≈-§≥ÿ  ¡≈°— …≥å  ®— ®–√μ— π–‚™μ,‘ §≥ÿ ¿√’ π“√∂  ∑’ Õß, §≥ÿ ‡©≈¡‘ √Õ¥√°— «ß»‰å ∑, æ.μ.∑.Õÿ¥¡ ∫”√ÿß®‘μμå ·≈–§√Õ∫§√—« ®”π«π Ù ‡≈¡à §≥ÿ ¬» ¢ÿ  ®ÿ μ‘ §¥‘ ¥,’ §≥ÿ ∫≥— ±μ‘ -§≥ÿ ∞μ‘ √‘ μ— πå ª√–¥…‘ ∞“π«ÿ ß…å ®”π«π Ú ‡≈¡à §ÿ≥¥“√‘π ‚æ∏‘ªîπ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook