จดหมายถึงเพอื่ น เล่าเรื่องเกย่ี วกบั โรงสี สาหรับเถ้าแก่โรงสีฉบับเร่ิมต้น เขยี นโดย วสิ ูตร จติ รสุทธิภากร ฉบับท่ี 1 เล่มท่ี 3
ปรัชญาโรงสี 1 คานา เมื่อพูดถึงความสามารถของคนเราน้ันย่อมแตกต่างกนั หลายด้านความคิด คติ ความเชื่อ ประสบการณ์ สิ่งต่างๆเหลา่ น้ีเองทาํ ใหก้ ารทาํ ธุรกิจที่เหมือนกนั แต่ความสาํ เร็จน้นั ไม่เหมือนกนั เม่ือ ความเช่ือและทศั นคติท่ีต่างกนั การปฏิบตั ิตนก็ไม่เหมือนกนั การทาํ งานการตดั สินใจต่างๆเหล่าน้ีมา จากทศั นคติ หรือที่หลายท่านอาจเรียกวา่ “วิสยั ทศั น์” คุณอาจจะไดย้ ินคาํ กล่าววา่ ธุรกิจโรงสีขา้ วเป็ น ธุรกิจที่สร้างความมนั่ คง่ั ร่ํารวยใหก้ บั เจา้ ของโรงสีอยา่ งรวดเร็วและมากมาย แลว้ เถา้ แก่โรงสีขา้ วท่ี ประสพความสาํ เร็จอยา่ งสูงทุกท่านน้ีมีปรัชญาในการดาํ เนินชีวติ และธุรกิจอยา่ งไร เมื่อคุณรู้วา่ เถา้ แก่โรงสีหลายท่านน้ีมีความแตกตา่ งในการดาํ เนินธุรกิจ และเคล็ดลบั ในการ ทาํ งานการบริหารเงินจากรุ่นสู่รุ่นสืบทอดกนั มาหลายช่ัวอายุของตระกูล การอบรมทายาทของ ครอบครัวอยา่ งแยบยล ให้ซึมซบั ความคิดดีๆเคล็ดลบั ในการเงิน การวางแผนและการบนั ทึกขอ้ มูล ตา่ งๆเหลา่ น้ีเป็ นการสอนแบบพอ่ สอนลกู ทาํ ใหด้ ูเป็ นตวั อยา่ ง ธุรกิจจึงขยายใหญ่โตขอบเขตกวา้ งไป หลายจงั หวดั เราจะไดย้ นิ ว่าโรงสีน้ีเป็ นลูกสาวโรงสีน้นั โรงสีโนน้ เป็ นดองกบั โรงสีขา้ วบา้ นเรา พี่ชาว ของโรงสีจงั หวดั ภาคอีสานมาสร้างโรงสีขา้ วบา้ นเราเป็ นตน้ มีอยคู่ รอบครัวหน่ึงในจงั หวดั สุพรรณ ครอบครัวน้ีมีลูกสาว 5 คน ท่านอาจจะไมเ่ ช่ือวา่ พี่นอ้ งท้งั 5 คนน้ีไดส้ ามีเป็ นคนมีอาชีพโรงสีขา้ ว ท้งั 5 สาว ไม่ใช่วา่ ทุกคนแตง่ งานกบั เสี่ยโรงสี แต่ 3 ใน 5 แต่งงานกบั หนุ่มชาวบา้ นที่มีอาชีพอ่ืน อยแู่ ลว้ ดว้ ยการชกั นาํ และอุดหนุนกนั ในครอบครัว จึงทาํ ใหอ้ ีก 3 ท่านไดเ้ ป็ นเจา้ ของโรงสีขา้ วถึงยคุ ปัจจุบนั ครอบครัวตระกลน้ีมีโรงสีท้งั ของลกู และ หลาน กวา่ 20 โรงสี กาํ ลงั ผลิตมากกวา่ 4000 เกวยี น ใน 5 จงั หวดั
ปรัชญาโรงสี 2 คดิ ให้รอบคอบก่อนทจี่ ะตดั สินใจทาธุรกจิ โรงสีข้าว ในการตดั สินใจที่จะทาํ กิจการใดๆก็ตาม ตอ้ งมีความรอบคอบ และรู้เรื่องในเรื่องน้นั ๆ สมยั น้ีเรียกวา่ การทาํ สวอท (จุดออ่ น จุดแขง็ ขอ้ ไดเ้ ปรียบ ขอ้ เสียเปรียบ) ทาํ เล แหล่งวตั ถุดิบ การเดินทาง/การขนส่งท้งั ขาเขา้ / ขาออก คู่แข่ง เงินทุน / แหลง่ ทุน ความรู้ในเรื่อง เคร่ืองจกั ร แรงงาน ความสมารถของผบู้ ริหาร วสิ ยั ทศั น์ของผูบ้ ริหาร เหล่าน้ีตอ้ งนาํ มาคิดวเิ คราะห์หาคาํ ตอบ ก่อนการลงทุน การทาํ ธุรกิจการสีขา้ ว (โรงสีขา้ ว) น้นั อนั ดบั แรก ตอ้ งรู้วา่ เราจะสีขา้ วอะไร(คือพนั ธุ์อะไร ขา้ วหอมมะลิ ขา้ วชยั นาท ขา้ วสุพรรณ อื่นๆ หรือขา้ วน่ึง ออกมาขายใหก้ บั ลกู คา้ กลุม่ ไหน) รับจ้างรั ฐบาลโดยเข้าร่ วมโครงการจํานําข้าวหรื อโครงการที่ ภาครั ฐจัดเพ่ือส่ งเสริ ม เกษตรกร สีออกมาขายใหผ้ บู้ ริโภคภายใน (ขา้ วถงุ 5-15-25-50 กิโลกรัม) สีขา้ วบรรจุถุงส่งใหย้ ป่ี ั๊วบริโภคภายใน สีบรรจุกระสอบ / ถุงบ๊ิกแบ็ค ส่งให้ลูกค้าซ่ึงเป็ นผูส้ ่งออกไปปรับปรุงแลว้ ส่งออกไป ต่างประเทศ สีแลว้ บรรจุกระสอบขนาดน้าํ หนกั ต่างๆแลว้ ส่งออกไปขายต่างประเทศโดยผ่านผูส้ ่งออก หรือจดั ส่งออกดว้ ยตนเองยงั มีอีกหลายวธิ ี คุณตอ้ งต้งั โจทก์แลว้ นาํ ขอ้ มูลมาเพ่ือการตดั สินใจในการสร้างโรงสีขา้ วให้ตรงกบั ลูกคา้ เป้ าหมายของคุณ ต้งั เป้ าหมายให้ชัดเจนแล้วลงมอื ข้นั ต่อไปให้เป็ นไปตามกลุ่มเป้ าหมาย
ปรัชญาโรงสี 3 ศึกษาเรื่องพ้ืนท่ีการทาํ นา และพนั ธุ์ขา้ วที่เกษตรกรชาวนาในพ้ืนท่ีจงั หวดั น้นั และจงั หวดั ใกลเ้ คียงวา่ ขา้ วเปลือกพนั ธุไ์ หนที่มีมากและตรงกบั ธุรกิจที่คุณตอ้ งการ ตวั อยา่ งคุณตอ้ งการสร้างโรงสีขา้ วน่ึง (เพราะคุณมีตลาดในต่างประเทศ) คุณก็ตอ้ งหาทาํ เล ที่มีการปลูกขา้ วชยั นาท และพ้ืนท่ีท่ีมีการปลูกขา้ วนาปรัง เน่ืองจากเป็ นวตั ถุดิบท่ีจะนาํ มาผลิตเป็ น ขา้ วน่ึง......................ไดด้ ีที่สุด ในทางกลบั กนั ถา้ ท่านมีตลาดขา้ วเหนียวคุณภาพดี.................เพื่อการ ส่งออก ท่านกต็ อ้ งเลือกทาํ เลที่มีการเพาะปลกู ขา้ วเหนียวคุณภาพพี เช่นเชียงราย เชียงใหม่ ภาคอีสาน บางจงั หวดั เป็ นตน้ การเลือกทาํ เลที่ดี ใกลก้ บั วตั ถุดิบให้มากที่สุดน้นั ท่านก็ไดเ้ ปรียบกว่าคนอ่ืนไปมากแลว้ เพราะระบบขนส่ง การจดั ซ้ือ วตั ถุดิบป้ อนโรงสีขา้ ว ตวั อย่างเช่นคุณจะทาํ ขา้ วหอมมะลิช้นั เลิศ แต่ คุณคิดจะสร้างโรงสีในสถานท่ีท่ีมีนาปรับมากและขา้ วเปลือกเป็ นสายพนั ธุ์ที่ไมใ่ ช่ขา้ วหอมมะลิ ท่าน กต็ อ้ งซ้ือวตั ถดุ ิบจากทางไกลคา่ ใชจ้ ่ายก็เพ่ิมข้ึน อยา่ งแน่นอน การเลอื กชยั ภมู ทิ ี่ดี จะทาให้เราได้เปรียบ การทาการค้าต้องมองยาวและใจเย็น รอบคอบ อยา่ ใจร้อนในยคุ ท่ีคา่ ใช้จา่ ยในการจดั การและขนสง่ ทเ่ี ราเรียกวา่ ระบบลอเจ็ทติกส์ (.................................................) เป็ นต้นทนุ สงู การเลอื กทาเลทีด่ ี ทาให้เราได้เปรียบในเชิงต้นทนุ อยา่ งมาก
ปรัชญาโรงสี 4 โอกาสดีไม่ได้มมี าให้เลอื กบ่อยคร้ัง คาํ โบราณวา่ น้าํ ข้ึนใหร้ ีบตกั (จะไดไ้ ม่ตอ้ งออกแรงมากในการตกั มาใชใ้ นบา้ น) เพราะน้าํ ในแม่น้าํ น้นั ไม่ไดข้ ้ึนบ่อยคร้ังนกั ในสมยั น้ีแค่เปิ ดก๊อกน้าํ กม็ ีใหใ้ ชถ้ ึงครัวเรือนแลว้ ไม่ตอ้ งไปตกั เหมือนสมยั ก่อน เม่ือ เราไดท้ ่ีดินหรือทาํ เลท่ีพอใจ (อนั น้ีตอ้ งดดู ว้ ยวา่ อนาคตจะเป็ นอย่างไร) รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถพ่วง และรถ เกษตรจะเดินทางเขา้ มาโรงสีเราไดส้ ะดวกหรือเปล่า เพราะระบบขนส่งเป็ นหวั ใจของธุรกิจโรงสี สมยั ก่อน ตอ้ งคิดแม่น้าํ เพราะเดินทางทางเรือปัจจุบนั ตอ้ งติดถนนหลกั แมว้ า่ จะแยกเขา้ ไปบา้ ง แต่ไม่ควรลึกเกินไป มี หลายโรงสีท่ีตอ้ งหยุดกิจการไปเพราะว่าท่ีดินผืนท่ีโรงสีต้งั อยรู่ าคาแพงมากๆห้างใหญ่ๆโรงแรมขนาดใหญ่ มาขอซ้ือ จึงตอ้ งตดั ใจขายเพราะวา่ เมอ่ื นาํ เงินกอ้ นน้นั มาสร้างใหม่ไดใ้ หญ่กวา่ หลายเท่า เมื่อเราต้งั ใจทาํ ธุรกิจ โรงสีขา้ วแลว้ ขอ้ มลู ต่างๆพร้อม ก็ตอ้ งรีบฉวยโอกาสดีๆมาใส่ตวั เม่ือเจอโอกาสดีก็ตอ้ งรีบฉกฉวยเอาไวเ้ ป็ น จุดเร่ิมตน้ ของการประสบความสําเร็จ โอกาสดีๆก็เหมือนกบั เวลาท่ีไม่เคยคอยใครและมกั จะไม่อยรู่ อส่ิงใด นานๆ เม่ือคนในโลกน้ีอีกมากมายที่เฝ้ ารอคอยโอกาสดีๆบางคร้ังก็ปล่อยโอกาสดีๆหลุดลอยไปเสมอๆ ดว้ ยเหตุผลหลายประการ เช่น เกรงกลวั ในการเร่ิมตน้ คิดว่าตนเองไม่มีความสามารถพอ บางคร้ังก็คิดว่า โอกาสอย่างน้ีจะตอ้ งผ่านเขา้ มาอีกบ่อยๆและคิดว่าคร้ังหน้ารอเราพร้อมกว่าน้ีเหล่าน้ีคือคาํ แก้ตวั ของการ เริ่มตน้ มเี จา้ ของโรงสีหลายท่านไดพ้ ดู วา่ ท่ีขยายทุกวนั น้ี เพราะไม่มีทุนและไม่มีความพร้อม ถา้ ผมพร้อม เมื่อไรผมก็จะหยดุ ขยาย (กิจการ)ทนั ที ถึงปัจจุบนั เขาก็ยงั ขยายไปไม่หยุดเพราะเขาบอกวา่ ยงั ไม่พร้อม (ใน กิจการโรงสีขา้ วน้ันมีธุรกิจต่อเน่ืองอีกมากสาขาตวั อยา่ ง เช่น การขนส่ง การส่งออก การขายปลีก โรงงาน สกดั น้าํ มนั งา โรงงานผลิตอาหารสาํ เร็จรูป โรงผลิตกระแสไฟฟ้ า เป็นตน้ นกั ธุรกิจท่ีประสบความสําเร็จน้ันไม่เลือกที่จะรอคอยโอกาสหรือเทวดาฟ้ าประทานให้แต่เขาจะ สร้างโอกาสข้ึนมาเอง และทาํ โอกาสน้นั เป็นโอกาสทองที่จะทาํ ใหต้ นเดินไปขา้ งหนา้ อยา่ งมน่ั คง เขารู้จกั ท่ีจะ เปล่ียนวกิ ฤตให้เป็ นโอกาสในช่วงเวลาบางคร้ังเวลาท่ีจะมาถึงยงั ไกล แต่เขาจะสร้างสิ่งแวดลอ้ มข้ึนมาเพื่อ รองรับโอกาสน้นั เมือ่ เวลามาถึงเขาเองจะไดเ้ ป็ นผไู้ ดร้ ับผลประโยชน์อยา่ งคุม้ ค่า(ในยุคปัจจุบนั เราคงไดเ้ ห็น ตวั อยา่ งหลายกรณี) เราจะไดย้ นิ คาํ พดู บ่อยๆวา่ ผมรู้แลว้ วา่ จาํ นาํ ขา้ วจะตอ้ งมา ถา้ ผมสร้าง เคร่ืองอบลดความช้ืนเทลาน ปนู ไวบ้ า้ ง สร้างโกดงั ไวใ้ หภ้ าครัฐเช่าฝากขา้ วสารป่ านน้ีผมสบายไปแลว้ คนทีป่ ล่อยโอกาสดๆี หลดุ ลอยไปนนั้ ก็เหมือนกบั คนที่ปลอ่ ยความเจริญรุ่งเรืองให้กบั คนอื่นไป ส่วนคนท่เี ฝ้ ารอคอยโอกาสดีๆก็เหมือนกบั คนทีร่ อคอยฟ้ าฝน ถงึ แม้วา่ ฝนตกมาจริงๆกไ็ มม่ ีความหมายเทา่ ไร เพราะทา่ ไมไ่ ด้เตรียมภาชนะไว้รองนน่ั เอง
ปรัชญาโรงสี 5 มองโลกในแง่ดี คนเราทุกคนตอ้ งการความสาํ เร็จความร่ํารวยดว้ ยกนั ท้งั น้นั แต่คนที่จะประสบความสาํ เร็จ น้นั ตอ้ งมาจากการทาํ งานอยา่ งหนกั ใหธ้ ุรกิจโรงสีขา้ วน้นั เหนือฟ้ ายงั มีฟ้ า โรงสีขา้ วขนาดใหญ่หลาย โรงสี เกิดมาจากโรงสีเล็กๆก็มีมากเพราะความขยนั และซื่อสตั ย์ อดออมและรักความกา้ วหนา้ จึงได้ ขยายกิจการมาโดยตลอดอยา่ งสม่าํ เสมอ ปัจจุบนั เราจะเห็นการสร้างโรงสีขนาดใหญ่ๆหลายจงั หวดั ถา้ เราไปอิจฉาริษยาบรรดานักลงทุนขนาดใหญ่ วา่ ทาํ ไมเราจึงไม่มีความสามารถสร้างโรงสีขนาด ใหญ่ๆไดบ้ า้ ง จริงๆแลว้ โรงสีขนาดใหญ่เหล่าน้ันก็เริ่มจากโรงสีขนาดเล็กมาในอดีตท้งั น้ัน เพราะ ความชาํ นาญ ความสามารถในการบริหารจึงทาํ ให้สามารถสร้างโรงสีขนาดใหญ่ไดใ้ นวนั น้ี ในยุค ของการแข่งขนั เสรีขนาดใหญย่ อ่ มกินปลาเลก็ ธุรกิจขนาดใหญ่มีเครื่องมือครบ ระบบทนั สมยั ระบบ การขนส่ง (อนั น้ีเป็ นหวั ใจของโรงสีในยคุ ของความรวดเร็ว) การมีขบวนรถบรรทุกขนาดใหญ่เป็ น ของตนเอง จะไดเ้ ปรียบในการขนส่งวตั ถุดิบและสินคา้ สําเร็จไปยงั คลงั สินคา้ ไดส้ ะดวกรวดเร็ว ประหยดั ค่าใชจ้ ่าย แต่ใช่วา่ โรงสีขนาดกลางๆกป็ ระสบความสาํ เร็จได้ ถา้ เราหนั ไปหาจุดแข็ง ซ่ึงอยทู่ ี่ ผบู้ ริหารจะคน้ พบ เราเรียกวา่ ช่องวา่ งการตลาด สินคา้ กลุ่มไหนที่โรงสีขา้ วขนาดใหญ่ทาํ ไม่ได้ การ เลือกซ้ือขา้ วคุณภาพเศษปริมาณไมม่ ากนกั การส่งมอบ การขายปลีก และอ่ืนๆอีกหลายช่องทางท่ีเรา สามารถเลือกทาํ ธุรกิจได้ การทาธรุ กิจ ต้องเร่ิมจากเลก็ และมคี วามชานาญในเรื่องท่ีเราทาอยู่ เมอ่ื มโี อกาส มีกาไรต้อง สะสมทนุ ไว้และคอ่ ยๆขยายกิจการอยา่ งมน่ั คง โรงสเี ลก็ หรือโรงสใี หญ่นนั้ การบริหารไมเ่ หมือนกนั ความสาเร็จหรือร่ารวยนนั้ มีคาจากดั ความทตี่ า่ งกนั แล้วแตท่ า่ นจะเลอื ก
ปรัชญาโรงสี 6 คิดให้ช้า ทาให้เร็ว การในทาํ ธุรกิจโรงสีขา้ วนนั่ ตอ้ งเป็ นคนที่คิดชา้ (รอบคอบ)แต่เมื่อตดั สินใจรอบคอบแลว้ การลง มอื ทาํ ตอ้ งรวดเร็ว เพราะในยคุ ของขอ้ มูลข่าวสาร โทรศพั ทม์ ือถือ ระบบคอมพิวเตอร์บนมือถือทาํ ให้การซ้ือ ขาย รวดเร็ว ถา้ ท่านมวั ชา้ คิดอย่นู ่ันแหละท่านคงไม่ไดข้ ายขา้ วสารแน่ๆเพราะว่าโทรศพั ทร์ อบท่ีสองที่จะมา ต่อราคาท่านจะไม่วนมาอีกรอบ เพราะว่ามีคนตัดสินใจขายตดั หน้าท่านไปแล้วนั่นเอง คิดช้าไม่ได้ หมายความวา่ คิดราคาตน้ ทุนชา้ แต่ท่านตอ้ งคิดไวแ้ ลว้ วา่ ราคาเท่าไหร่ขายได้ และสามารถต่อรองกบั ผซู้ ้ือได้ ทนั ทีท่ีลูกคา้ ต่อราคามาวา่ จะขายไดห้ รือไม่ได้ เพราะในโลกของการซ้ือขายขา้ วสารที่มีหั่งเชง้ ข้ึนลงวนั ละ หลายรอบ ท่านตอ้ งมีตน้ ทุนในใจตลอดเวลา ถา้ ท่านมวั แต่คิดราคาคนอ่ืนขายไปหมดแลว้ เคยมีเหตุการณ์ แบบน้ีบ่อยๆเชา้ วนั น้ีขายราคาน้ี พอบ่ายราคาลงไปอีกหลายส่วน พอพรุ่งน้ีราคาลงไปอีก (ถา้ เมื่อวานไม่ขาย วนั น้ีคงไม่ไดข้ ายเพราะขาดทุนมากเกินไป) เช่น เดียวกนั เมื่อมีเหตุการณ์ราคาขาข้ึน ถา้ เราไม่ตดั สินใจซ้ือ ขา้ วเปลือกวนั น้ีพรุ่งน้ีราคากเ็ ปล่ียนไปแลว้ เราขายขา้ วสารวนั น้ีเคาะราคาซ้ือไวเ้ ท่าน้ี แต่พอบ่ายราคาเปล่ียน ขา้ วเปลือกราคาข้ึน (เพราะคนขายขา้ วสารไวม้ ากจึงมาเร่งแข่งกนั ซ้ือขา้ วเปลือก) ทาํ ใหร้ าคาขา้ วเปลือกข้ึนไป สูงมาก ถา้ เราไม่มขี า้ วเปลือกสาํ รองไวก้ ็ขาดทุนอีกแลว้ โรงสีขา้ วขนาดใหญ่ สีขา้ ววนั ละ 500 ถึง 1,000 เกวียน ราคาขา้ วเปลือกท่ีซ้ือเขา้ เกวียนละกว่าหม่ืนบาท การ ขายผดิ ราคาเพียงเลก็ นอ้ ยกอ็ าจทาํ ใหข้ าดทุน ไดไ้ มน่ อ้ ยทีเดียว อาจมหี ลายครัง้ ทที่ า่ นพลาดโอกาสดๆี ในการซอื ้ และขายเพราะวา่ ทา่ นคิดช้าเกินไป มีหลายครัง้ เชน่ กนั ทที่ า่ นพลาดโอกาสสาคญั ไปเพราะวา่ คดิ เร็วเกินไป ฉะนนั้ ทา่ นต้องฝึกคดิ ให้ รอบคอบ ไว้กอ่ นลว่ งหน้าทจ่ี ะตดั สนิ ใจ เพราะการตอ่ รองทางโทรศพั ท์ จะทาให้เสยี สมาธิและตดั สนิ ใจผิดพลาดได้
ปรัชญาโรงสี 7 เม่อื เดินหน้าไม่ได้กต็ ้องถอย รถยงั มีเกียร์ถอยหลงั การบริหารโรงสีขา้ วก็ตอ้ งมีคาํ นวณวา่ เรากาํ ลงั ทาํ อะไรอยู่ ที่ทาํ มาน้นั เป็ นอยา่ งไร แลว้ เราจะเดินหนา้ ตอ่ ไปหรือหยดุ พกั สกั หน่อย บางคร้ังก็ตอ้ งเขา้ เกียร์ถอนไดเ้ หมือนกนั เพราะในตลาดการคา้ ขายเปลือกและขา้ วสารของวงการโรงสีน้นั มีการแจง้ ราคาหง่ั เชง้ ข้ึนลงทุกวนั ๆ ละ หลายคร้ัง ถา้ ท่านบุกหนา้ อยา่ งเดียวเพราะคิดวา่ ทาํ ได้ ขายได้ ซ้ือได้ แต่ท่านลืมไปวา่ ในขณะท่ี ท่านทาํ อยู่ ก็มีอีกจาํ นวนมากท่ีคิดอยา่ งเดียวกบั ท่าน ในยคุ ของ IT คนทว่ั โลกเป็ นตลาดเดียว อตั รา แลกเปล่ียนเงินต่างสกุลกนั ปรับตลอด 24 ชวั่ โมง ถา้ เรามวั แต่เลง็ ผลเลิศบางคร้ังก็พลาดขาดทุนได้ การถอยหลงั ไม่ไดแ้ ปลวา่ แพห้ รือไมส่ ู้ แตก่ ารไดพ้ กั แลว้ นงั่ ทบทวนน่าจะดีกวา่ มีคร้ังหน่ึง เคยถามเถา้ แก่โรงสีวา่ ทาํ ไมขา้ วเต็มโกดงั จึงไม่ขาย ไดค้ าํ ตอบวา่ เวลาน้ีหง่ั เชง้ กาํ ลงั ข้ึน พกั การขายไดส้ กั ช่วงหน่ึง แลว้ มาเร่งเก็บเงินที่ไดป้ ลอ่ ยบญั ชีไปหลายเดือนแลว้ กลบั มาก่อน แลว้ จึงบุกใหม่เพราะคิดว่า ราคาขา้ วเปลือกและขา้ วสารกาํ ลงั ปรับข้ึนราคาเม่ือเรือออก (หมายถึงวา่ เมื่อมีการส่งมอบขา้ วลงเรือส่งต่างประเทศแลว้ ราคาขา้ วเปลือกน่าจะมีแนวโนม้ ลงมาบา้ ง) ถา้ ขาย วนั น้ีแลว้ ส่งสปั ดาห์หนา้ ราคาขา้ วสารลงจะทาํ ให้ส่งมอบไดย้ ากและจะตอ้ งถูกตดั ราคาอยา่ งแน่นอน พกั การขายแลว้ เกบ็ บญั ชีก่อนน่าจะดีกวา่ การเดนิ หน้าเพียงอยา่ งเดียวในบางโอกาสก็ต้องหยดุ เพื่อทบทวน และถอยสกั ก้าวทะเลจะกว้างขนึ ้ การได้พกั แล้วคดิ น่าจะดีกว่าเดนิ หน้าอย่างรวดเร็ว ในการแขง่ ขนั กีฬายงั มีคาวา่ จงั หวะและฝี มือ
ปรัชญาโรงสี 8 มอี ธั ยาศัยดี การยมิ้ แยม้ แจ่มใส มีอารมณ์ หนา้ ตาสดช่ืน พดู จาไพเราะเป็ นประตูสู่ความสาํ เร็จ เพราะวา่ กิจการโรงสีขา้ วน้นั ตอ้ งคิดตอ่ กบั คนทุกวงการ ทุกธุรกิจ เมื่อเราเปิ ดประตูเกษตรกรนาํ ขา้ วเปลือกมา ขายมีเถา้ แก่โรงสีท่านหน่ึง สอนใหพ้ นกั งานในออฟฟิ ตยกมือไหว้ สวสั ดีกบั เกษตรกรชาวนาทุกท่าน ไม่วา่ จะเป็ นลุงมีหรือยายมา ตาสี นางสา เพราะเขาอบรมพนกั งานเขามา เกษตรการทุกท่านคือผูม้ ี พระคุณ เราตอ้ งสวสั ดีและขอบคุณเขาท่ีเพาะปลูกขา้ วแลว้ ส่งมาใหเ้ ราไดม้ ีงานทาํ เพราะถา้ เขาไม่มา ขายเรา ถา้ ใจเราคิดวา่ ทุกท่านคือผมู้ ีพระคุณเราจะทาํ ไดอ้ ยา่ งสนิทใจและเป็ นธรรมชาติ พนกั งานฝ่ ายผลิต (คนปล่อยขา้ ว คนคุมเคร่ือง คนขยั รถตกั รถโฟลค์ ลิฟ) ทุกตาํ แหน่งคือ ส่วนหน่ึงของธุรกิจมีความสาํ คญั ไม่ยิ่งหยอ่ นไปกว่ากนั ถา้ พนกั งานสีขา้ วสีขา้ วไม่ดี ขา้ วป่ นไม่ได้ ตามคุณภาพท่ีตอ้ งการ พนกั งานอบขา้ ว อบขา้ วแหง้ เกินไป ข้ึนมากเกินพอดี พนกั งานรถตกั รถโฟล์ คลิฟขบั รถเหยียบขา้ วเปลือกและขา้ วสารที่หกตามพ้ืนก็เสียหาย ต่างๆเหล่าน้ี มีแต่คนที่อารมณ์ดี ใจ เยน็ และมีความอบทนสูงเท่าน้ันที่จะอบรม แนะนาํ และให้คาํ แนะนาํ กบั พนักงานให้มีจิตในรัก องคก์ รลดการเสียหาย และทาํ ใหอ้ งคก์ รมีกาํ ไรและเติบโตต่อไปได้ โรงสีก็คือกองเหลก็ เคร่ืองจกั รก็ คือเศษเหลก็ ถา้ ไมม่ ีพนกั งานทุกคนในองคก์ รท่ีทาํ ให้ทุกอยา่ งขบั เคล่ือนไปไดก้ บั ลูกคา้ ทุกท่าคือผูม้ ี พระคุณ เพราะถา้ ไม่มีลกู คา้ เรากไ็ ม่มีธุรกิจ ตอ้ งยอมรับนบั ถือวา่ เถา้ แก่ท่านน้ีมีความคิดท่ีล้าํ เลิศ การยมิ ้ แย้มแจ่มใส ให้เกียรตกิ บั ทกุ คนเป็นอธั ยาศยั อนั ดี ก็เหมือนกบั การต้อนรับแขกด้วยความ เตม็ ใจและเป็นมติ ร แขกทไี่ ด้รับการต้อนรับอยา่ งดกี ็พลอยชื่นใจแจ่มใส บรรยากาศการทาธุรกิจ ก็ดไี ปด้วยเช่นกนั สงิ่ ทไี่ ด้รับตามมามีคา่ และยงิ่ ใหญ่มากกวา่ ท่ีคณุ คดิ ไว้อีกด้วย
ปรัชญาโรงสี 9 อย่กู บั ปัจจุบนั เม่ือกิจการดี สีขา้ วไม่ทนั ก็เห็นวา่ ร้านสี (เคร่ืองสีขา้ วในโรงสีเราจะเรียกวา่ ร้านสี) ผลิตไม่ ทนั ใจตอ้ งการขยายใหส้ ีขา้ วไดม้ ากกวา่ เดิมอีกสกั หน่อย บางทีคิดวา่ น่าจะไปสร้างอีกสักโรงสี (คาํ วา่ โรงสีคือส่วนประกอบท้งั หมดของกิจการเรียกรวมวา่ โรงสีขา้ ว) ทุกคนท่ีมีโรงสีก็คิดแบบเดียวกบั ท่านปัจจุบนั กาํ ลงั ผลิตของโรงสีขา้ วนาํ มาคิดรวมกนั น้นั มากกวา่ ขา้ วเปลือกที่เกษตรกรเพาะปลูกไดป้ ระมาณ 3 เท่าเรียกวา่ หน่ึงปี สีขา้ วได้ 3-4 เดือนเท่าน้ัน หมายความวา่ จะตอ้ งมีหลายโรงสีไมไ่ ดส้ ีขา้ วหรือสีขา้ วไดไ้ ม่ครบปี ไม่ไดเ้ วลาคุม้ กบั การลงทุน ในวิกฤตมีโอกาส การจะเพ่ิมโรงสีตอ้ งกลบั ไปอ่านบทแรกๆท่ีวา่ ทาํ เล ส่วนแบ่งการตลาด ความสามารถเฉพาะตวั เพราะคนไม่ใช่เคร่ืองจกั ร เราสามารถสร้างร้านสีขนาดใหญ่เท่าไรก็ได้ แต่ บางท่านคิดไม่ครบ หรือคิดไวแ้ ลว้ แตก่ ็ไม่ไดเ้ ป็ นอยา่ งที่คิดไว้ ในการทาํ งานทุกเร่ืองยอ่ มมีปัญหาใน ตวั ของมนั เองอยแู่ ลว้ ผบู้ ริหารโรงสีขา้ วท่านหน่ึงเคยพดู ใหฟ้ ังวา่ หากคุณสร้างโรงสีขนาด 1,000 ตนั ขา้ วเปลือก /24 ชว่ั โมง ท่านตอ้ งมีรถพ่วงเขา้ นําวตั ถุดิบคือขา้ วเปลือกวนั ละก่ีพ่วง และตอ้ งใช้รถ จาํ นวนก่ีพว่ งขนยา้ ยสินคา้ ขาออก ขา้ วเปลือก หน่ึงเมลด็ จะไดส้ ินคา้ ที่ไดจ้ ากการแปรรูป 10 ชนิด และ ปัญหาในการเลือกซ้ือขา้ วเปลือก ปัญหาในการส่งมอบ ที่เขียนไม่ใช่วา่ ไม่สนบั สนุนแต่ท่านตอ้ งคิด ใหค้ รบทุกบริบทของการทาํ งาน
ปรัชญาโรงสี 10 ลูกคดิ รางแก้ว ในอดีตโรงสีขา้ วหลงจูใ้ ชล้ ูกคิดเป็ นเคร่ืองคิดเลข เวลาที่คิดตน้ ทุน คิดกาํ ไร เสียงลูกคิดดงั ไพเราะเหมือนลูกแกว้ จึงมีคาํ กล่าววา่ เป็ นลกู คิดรางแกว้ โรงสีขา้ วในอดีต ซ้ือขา้ วเปลือกตน้ ปี เก็บไว้ ปลายปี เป็ นขา้ วเก่า (ขา้ วเปลือกท่ีอายมุ ากกวา่ 6 เดือนข้ึนไปเราเรียกวา่ ขา้ วเก่า) นาํ มาสีขายบริโภค ภายใน ราคากพ็ อมีกาํ ไร ทาํ การคา้ ไม่ยาก แตใ่ นยคุ โทรศพั ทม์ ือถือส่ง LINE ไดแ้ บบทนั ใจ ส่วนกาํ ไร ก็ลดลงขอ้ มูลส่งตอ่ อยา่ งรวดเร็ว การต่อรองเขม้ ขน้ มากข้ึน ผขู้ ายมีมากกวา่ ผซู้ ้ือ การลงทุนขา้ วเปลือก เกวยี นละหมื่นกวา่ บาท ผลกาํ ไรลดหกั คา่ ใชจ้ ่ายทุกรายการแลว้ มีกาํ ไรไม่มากนกั ลูกคิดรางแกว้ เสียง เงียบไปเคร่ืองคิดเลขมาเทนท่ี ตอ้ งขยายตลาด แข่งกบั ยกั ษใ์ หญ่ท่ีลงมาขายเอง การส่งออกก็เปล่ียน รูปแบบจากการซ้ือคร้ังละมากๆมาเป็ นจาํ นวนเลก็ ลง แต่ซ้ือมากคร้ัง เรื่องคุณภาพจะต่อรองมากข้ึน โรงสีขนาดใหญ่หลายโรงสีก็พฒั นามาเป็ นผสู้ ่งออกเอง ส่ิงท่คี ุณเหน็ อาจจะไม่ใช่ส่ิงท่คี ุณได้รับ
ปรัชญาโรงสี 11 ทกุ คนมสี ิทธิจะฝัน เขาวา่ กนั วา่ โรงสีขนาดใหญ่ถา้ สีขา้ วกาํ ไรเกวยี นละ 500 บาท สีขา้ ววนั ละ 1000 เกวียน จะ ไดก้ าํ ไร 500,000 บาทตอ่ วนั สีขา้ ว 200 วนั จะมีกาํ ไร 100,000,000 บาท (มิน่า !!! เห็นโรงสีขา้ วขนาด ใหญ่ขนายทุกปี ข่ีรถซุปเปอร์คาร์ เป็ นอย่างน้ีน่ีเอง) ถา้ ท่านมีโอกาสไปถามผูบ้ ริหารโรงสีขนาด ใหญ่ๆท่านจะไดร้ ับคาํ ตอบว่า ผมตอ้ งทาํ เพราะถา้ ไม่ทาํ ก็ไม่มีกาํ ไร การคา้ ขา้ วสารโดยเฉพาะการ ขนส่ง การจัดเก็บ การบริหารคลงั (สต๊อก) รวมๆเรียกว่าระบบโลจิกติก.............................ถ้า รถบรรทุกไม่พอกส็ ่งของไมท่ นั โกดงั ไม่มีกไ็ ม่มีที่เก็บขา้ วเปลือก และขา้ วสาร เพ่ือรอการส่งมอบ ถา้ การผลิตไม่ทนั สมยั เคร่ืองมือไม่ครบ ก็รับออเดอร์ขนาดใหญ่ไม่ได้ ทุกรายการเป็ นความจาํ เป็ นท่ีตอ้ ง ขยาย ถา้ กลบั ไปในอดีตไดผ้ มเองอยากจะกลบั ไปสีขาววนั ละ 100-200 เกวยี น การทาดี การตอบแทนพระคณุ สงู สดุ ตอ่ บพุ การี นนั้ ไมต่ ้องรอเวลา เราทาได้ทกุ โอกาส และ ต้องหาโอกาสแบง่ เวลาเพอ่ื สร้างความสขุ และความประทบั สง่ิ ที่พอ่ แม่ มคี วามสขุ ท่ีสดุ คอื เห็นลกู หลานเตบิ โตและมธี ุรกิจท่ีดี
ปรัชญาโรงสี 12 ความกตัญญู ธุรกิจโรงสีข้าวน้ัน เป็ นธุรกิจท่ีตอ้ งติดต่อกับคนหมู่มาก ท้งั การซ้ือและการขาย ความ ซ่ือสตั ยแ์ ละกตญั ํเู ป็ นเร่ืองสาํ คญั ตอ้ งตอบแทนแผน่ ดินท่ีเป็ นแหล่งเพาะปลูกขา้ วเปลือกมาใหเ้ รามี อาชีพตอบแทนเกษตรกรที่เพาะปลูกจนไดข้ า้ วเปลือกมาให้เรามีวตั ถุดิบ มีสินคา้ ตอบแทนลูกคา้ ท่ี อุดหนุนเราใหเ้ รามีงานทาํ ขอบคุณพนกั งานทุกท่านทุกหนา้ ที่ที่ผลิตขา้ วสารคุณภาพดี และผรู้ ่วมงาน ร่วมธุรกิจทุกท่าน โดยเฉพาะพระคุณของคุณพ่อและคุณแม่ท่ีเล้ียงดูเรามาจนเติบโตมีความรู้มี ลูกหลานสมควรที่จะตอ้ งตอบแทนบุญคุณของท่านท้งั สองในยามที่ท่านมีชีวิตอยู่ ตอ้ งแบ่งเวลาดูแล คุณพอ่ คุณแม่ใหม้ ีความสุขและเป็ นหลกั ชยั ใหก้ บั ลกู หลาน มีลูกหลานหลายคนเวลาที่ท่านมีชีวิตอยกู่ ็ ไม่ไดใ้ หค้ วามสาํ คญั มากนกั ตอ่ เมื่อท่านไดจ้ ากไปอยา่ งกะทนั หนั ตอ้ งมานงั่ เสียใจท่ีเม่ือท่านยงั มีชีวติ อยู่ก็ไม่ไดใ้ หค้ วามสนใจดูแลท่านให้มีความสุข เรียกว่าต้งั อยู่ในความประมาท คิดวา่ ยงั ไม่ตอ้ งรีบ ร้อนพอ่ -แมย่ งั จะอยกู่ บั เราอีกนาน
13 พระคุณแม่ ท่านพทุ ธทาส ได้บรรยายถงึ พระคุณของแม่ ไวว้ า่ เราก็เป็ นคนมีแม่ แมจ้ ะเป็ นเด็กหัวหงอกแลว้ ก็มีแม่ ใครๆก็ยงั มีแม่ แม่ยงั จาํ เป็ นอยู่ แมแ้ ต่เด็กหัวหงอกที่ตอ้ งรับรู้ ขอให้นึกอยา่ งน้ีกนั ทุกคน ถา้ เป็ นเด็กหัวหงอกแลว้ ยงั สนองคุณแม่ ไม่ไดม้ นก็กระไรอยู่ จึงเป็ นสิ่งที่ตอ้ งศึกษาสาํ หรับเป็ นตวั อยา่ ง แตเ่ ด็กที่ยงั ไม่นุ่งผา้ ไปทีเดียว พ่อสร้างชีวติ แม่สร้างวญิ ญาณ ข้อนขี้ อให้สนใจกนั สักหน่อยว่า “ แม่ สร้างวญิ ญาณของ ลกู ได้อย่างไร “ เราไดร้ ับมรดกจากแม่เร่ืองมารยาทหรือการเป็ นอยมู่ ากกวา่ พ่อ จึงขอยกตวั อยา่ งท่ีแม่ไดท้ าํ หนา้ ที่ของแมใ่ นการสร้างนิสยั อนั ละเอียดใหแ้ ก่ลกู เช่น: ความเรียบร้อย แม่กวดขนั ให้เราลา้ งจานขา้ วให้สะอาดเรียบร้อย และเก็บให้เรียบร้อย เส้ือผา้ ตอ้ งเรียบร้อย ปูท่ีนอนใหเ้ รียบร้อย ลา้ งมือลา้ งเทา้ สะอาด แม่สอนให้ประหยดั เกิดนิสยั ประหยดั แม่บงั คบั ให้ใชน้ ้าํ ลา้ งเทา้ อยา่ งประหยดั ใชฟ้ ื นอยา่ ง ประหยดั ใชน้ า้ อาบอยา่ งประหยดั ใชฟ้ ื นอยา่ งประหยดั เชือกผูกของ กระดาษห่อของ เศษกระดาษท่ี พอจะทาํ เช้ือไฟไดส้ กั นิดกย็ งั ตอ้ งประหยดั แม่สร้างนสิ ัยอ่อนน้อมถ่อมตน แม่สอนวา่ ยอมแพน้ ้นั ไม่ถือวา่ เป็ นการเสียเกียรติ เพราะให้ เร่ืองมนั ระงบั ไป แตก่ ไ็ มเ่ สียหายอะไร เพียงแต่วา่ ตอ้ งยอมแพ้ มนั เป็ นการปลอดภยั และใครๆก็รักคน ท่ียอมแพไ้ ม่ใหเ้ ร่ืองเกิด แม่สอนให้เออื้ เฟื้ อเผอื่ แผ่ แม่สอนวา่ ใหล้ ูกแมวกินขา้ วก่อนแลว้ คนจึงกินสัตวเ์ ดียรฉานเป็ น เพื่อนของเราคนขอทานก็เป็ นเพือ่ นเรา คนไร้ญาติขาดมิตรมาตายอยตู่ ามท่าน้าํ ก็ตอ้ งเอ้ือเฟ้ื อ ถา้ เรากิน กนั เองมนั ก็ถ่ายออกหมด ถา้ เราใหเ้ พ่อื นกนั มนั อยใู่ นหวั ใจของเขายาวนานนกั แม่อบรมนสิ ัยให้รักน้องรักเพอื่ น แม่สอนวา่ นอ้ งเอาเปรียบพี่ก็ได้ แต่พี่เอาเปรียบนอ้ งไม่ได้ นอ้ งโกงพ่ีไดแ้ ต่ พ่ีโกงน้องไม่ได้ สอนให้ดูว่า ไก่ไม่มีเห็บเพราะว่าช่วยกนั จิกให้กนั และกนั ลูกไก่ เลก็ ๆยงั ช่วยจิกเห็บให้ลูกไก่ตวั ใหญ่ แมแ้ ต่ลิงมนั ยงั หาเหาใหก้ นั และกนั สุนขั มนั กดั หมดั ให้กนั และ กนั มนั ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีเพือ่ นกนั และกนั เราจึงตอ้ งมีเพือ่ น
14 แม่ อบรมนสิ ัย กตญั ญูรู้คณุ ทาํ อะไรไม่ไดม้ าก เพียงแต่ช่วยตาํ น้าํ พริกแกง ก็ยงั ดี เหยียบขา ใหแ้ ม่หายเหนื่อย เอาใจใส่เม่ือแมเ่ จบ็ ไข้ เหลา่ น้ีไดถ้ ือ ปฏิบตั ิกนั มาจนเป็ นนิสัย เคารพคนแก่ คนเฒ่า พระเจา้ พระสงฆ์ ประนมมืออยตู่ ลอดเวลา แม่ อบรมนิสัยห้ามเล่นการพนนั ชนไก่ กดั ปลา แมแ้ ตห่ มากรุกก็เลน่ ไม่ไดท้ ้งั หมดน้ีไดม้ าก จากแม่คอยจ้าํ จ้ี จ้าํ ไชว่ากล่าวอยเู่ สมอ ดูเถอะวา่ แม่ช่วยสร้างอุปนิสยั สร้างดวงใจ พร้อมๆกบั พ่อท่ี สร้างชีวติ แม่ควรอบรมนิสัยจิตใจให้ลูกมีความรู้สึกสูง สอนให้ลูกรู้ว่า เราตอ้ งทาํ อยา่ งไร เราควรมี อะไร เราควรกินอะไร ควรใชอ้ ะไร ควรบูชาอะไร เราควรทะนุถนอมอะไร จึงจะเป็ นการถูกตอ้ งท่ีสุด ใหเ้ ด็กๆเขารู้จกั มีอะไร เพื่อจะไดท้ าํ หนา้ ท่ีใหถ้ ูกตอ้ ง เป็ นผาสุก ไม่ใช่เพอ่ื ยดึ มนั่ ถือมน่ั ลูกควรรู้วา่ เรา เกิดมาเพื่ออะไร เด็กๆตอ้ งรู้จกั อดทน เสียสละเพ่ือแม่ให้สมกบั ความเจ็บปวดท่ีแม่ไดร้ ับเม่ือคลอด ออกมา ในวันแรกของโรงเรียนอนุบาล เด็กควรเรียนกนั แต่วา่ “แม่คือใคร” เพราะเขาไม่รู้เรื่องแม่ ปัญหาขยายตวั เพราะเดก็ ไม่รูวา้ พอ่ -แม่ น้นั คืออะไร แม่คอื อะไร เป็ นสิ่งท่ีทุกคนควรรู้ โดยปรมตั ถแ์ ลว้ เราตอ้ งกลา่ วา่ แม่ เป็ นผสู้ ร้างโลก โลกจะ ดีหรือเลวก็เพราะคนในโลกมนั ดีหรือเลว คนในโลกจะดีหรือเลวก็เพราะ แม่ได้ สร้าง อุปนิสัย คน เหลา่ น้นั มาอยา่ งไร ถา้ สร้างมาดีคนมนั ก็ดี โลกน้ีมนั ก็ดี ถา้ สร้างมาไม่ดี โลกน้ีมนั ก็ไม่ดี จึงเห็นไดว้ า่ “แม่” อยใู่ นฐานะเป็ นผสู้ ร้างโลก ราวกบั วา่ เป็ นพระเจา้ แมจ่ ึงเป็ นผสู้ ร้างดวงจิตวญิ ญาณของลกู วา่ (จากปรมตั ถว์ จิ ารณ์ เกี่ยวกบั พระคุณแม่ โดย ท่านพทุ ธทาสภิกข)ุ
15 เพียงเพราะวนั แม่เวยี นมาปี ละคร้ัง ใช่วา่ ลูกทุกคนจะบอกรักแม่แค่วนั เดียว เพ่ือนอ้ มระลึก พระคุณอนั ยงิ่ ใหญ่ของคาํ วา่ “แม่” จึงขอนาํ พระธรรมเทศนาปาฐกถาธรรมปรมตั ถว์ จิ ารณ์ เกี่ยวกบั กบั พระคุณแม่ จากท่านพทุ ธทาส ในบางส่วนเกี่ยวกบั พระคุณแม่ เราตอ้ งพจิ ารณากนั ถึงคาํ วา่ “แม่” ส่ิงแรกท่ีสุดคือจะตอ้ งพจิ ารณาก็คือวา่ ทาํ ไมภาษาบาลีซ่ึง ใชก้ นั อยเู่ ป็ นหลกั น้ีมีคาํ วา่ “มาตาปิ ตา” คือแมพ่ อ่ ไมเ่ หมือนกบั ภาษาไทยที่พดู วา่ พอ่ แม่ ท้งั ที่ประเทศ อินเดียเป็ นแม่แบบวฒั นธรรมของไทยเราทุกอยา่ งทุกประการ ภาษาอินเดียวใชค้ าํ วา่ “แมพ่ อ่ ” แต่เราก็ ยงั มาใชก้ ลบั กนั วา่ “พ่อแม่” ขอ้ น้ีก็เป็ นสิ่งที่ควรจะพิจารณาวา่ ทาํ ไมภาษาบาลีโดยเฉพาะจึงใชค้ าํ ว่า “แม่พอ่ ” อาตมาเห็นวา่ เพราะ “แม่” มาก่อนถึงก่อน หรือสอนแก่ลูกเล็กๆน้นั ก่อน ทาํ ให้นึกถึง “แม่” ก่อน “พ่อ” หรือจะดูอีกทีว่าเด็กทารกเขาจะออกเสียงว่า “แม่” ไดง้ ่ายกว่า “พ่อ” คือออกเสียงคาํ วา่ “มะ่ ” ไดง้ ่ายกวา่ “ป้ ะ” ออกเสียง ม.ง่ายกวา่ ออกเสียง ป.เด็กคงจะพดู คาํ วา่ “แม่” ไดด้ ีกวา่ คาํ วา่ “พอ่ ” กไ็ ด้ และเมื่อดูพฤติการณ์ทว่ั ไปแลว้ แม่มาก่อนพอ่ สรุปความแลว้ ก็อาจจะไดเ้ ป็ นวา่ พอ่ สร้างชีวิต แม่ สร้างวญิ ญาณ ขอ้ น้ีขอใหส้ นใจกนั สกั หน่อยวา่ “แม”่ สร้างวญิ ญาณของลูกไดอ้ ยา่ งไร เราไดม้ รดกจากแม่ในเร่ืองมรรยาทหรือการเป็ นอยมู่ ากกวา่ พอ่ จะขอยกตวั อยา่ งที่มาไดท้ าํ หนา้ ท่ีของแม่ในการสร้างนิสัยอนั ละเอียดใหแ้ ก่ลูก เช่น ในความเรียบร้อยแม่กวดขนั ให้ลา้ งจานให้ สะอาดให้เรียบร้อยและเก็บให้เรียบง่าย เส้ือผา้ ตอ้ งเรียบร้อยปูท่ีนอนตอ้ งเรียบร้อย ลา้ งมือลา้ งเทา้ สะอาด แม่สอนให้ประหยดั เกิดนิสัยประหยดั แม่บงั คบั ให้ใชน้ ้าํ ลา้ งเทา้ อยา่ งประหยดั ใชน้ ้าํ อาบ อยา่ งประหยดั ใชฟ้ ื นอยา่ งประหยดั เชือกผกู ของ กระดาษห่อของเศษกระดาษท่ีพอจะทาํ เช้ือไฟไดส้ กั นิดหน่ึงกย็ งั ตอ้ งประหยดั แม่สร้างนิสยั อ่อนนอ้ มถ่อมตน แม่สอนวา่ ยอมแพน้ ้นั ไม่ถือวา่ เป็ นการเสียเกียรติ เพราะให้ เร่ืองมนั ระงบั ไปแตก่ ไ็ ม่ตอ้ งเสียหายอะไร เนื่องจากวา่ ตอ้ งยอมแพ้ มนั เป็ นการปลอดภยั และใครๆก็ รักคนที่ยอมแพไ้ มใ่ หเ้ ร่ืองเกิด แม่สอนใหเ้ อ้ือเฟ้ื อเผื่อแผ่ แม่สอนวา่ ให้ลูกแมวไดก้ ินขา้ วก่อน แลว้ คนจงกินสตั วเ์ ดรัจฉาน เป็ นเพื่อนของเราคนขอทานเป็นเพอื่ นของเรา คนไร้ญาติขาดมิตรมาตายอยตู่ ามท่าน้าํ เราก็ตอ้ งเอ้ือเฟ้ื อ ถา้ เรากินเองมนั กถ็ ่ายออกหมด ถา้ เราใหเ้ พอ่ื นกินมนั อยใู่ นหวั ใจของเขายาวนานนกั แม่อบรมนิสัยให้รักนอ้ งให้รักเพ่ือน แม่สอนวา่ น้องเอาเปรียบพ่ีได้ แต่พี่เอาเปรียบน้อง ไม่ได้ นอ้ งโกงพ่ไี ดแ้ ต่พี่โกงนอ้ งไม่ได้ อยา่ งน้ีเป็ นตน้
16 แม่สอนให้ดูว่าไก่ไม่มีเห็บเพราะมนั ช่วยจิกให้กนั และกนั ลูกไก่เล็กๆ ยงั ช่วยจิกเห็บให้ ลกู ไก่ตวั ใหญ่ เห็บที่มนั อยตู่ ามหนา้ ตาหงอนซ่ึงมนั จิกเองไมไ่ ด้ แตไ่ ก่ก็ไม่มีเห็บเพราะมนั ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีเพื่อนของกนั และกนั แมแ้ ต่ลิงมนั ก็หาเหาให้แก่กนั และกนั สุนขั มนั กย็ งั กดั หมดั ใหแ้ ก่กนั และกนั ตรงท่ีที่มนั กดั เองไมไ่ ด้ เราจึงตอ้ งมีเพื่อน แม่อบรมนิสัยกตญั ํูรู้คุณ ให้เด็กเลก็ ๆช่วยทาํ งานใหแ้ ม่บา้ ง ทาํ อะไรไม่ไดม้ ากก็เพียงแต่ ช่วยตาํ น้าํ พริกใหก้ ็ยงั ดี เหยียบขาให้แม่หายเม่ือย เอาใจใส่แม่เม่ือเจ็บไขน้ ้ีปฏิบตั ิกนั มาจนเป็ นนิสัย เคารพคนแก่คนเฒ่า พระเจา้ พระสงฆป์ ระนมมืออยตู่ ลอดเวลา ให้ปลูกฝัง คือว่าให้ใชเ้ วลาว่าง ปลูกพริก ปลูกมะเขือ ปลูกตะไคร้ ดอกมะลิ ดอกราตรี แมแ้ ต่สับปะรด กลว้ ย ก็ยงั สอนใหป้ ลูก แลว้ ยงั สอน คาถากนั ขโมยให้ดว้ ยวา่ “ถา้ นกกินเป็ นบุญ ถา้ คนกินเป็ นทาน” อาตมายงั จาํ ไดอ้ ยกู่ ระทงั่ บดั น้ี วา่ ถา้ นกกินใหถ้ ือวา่ เราเอาบุญ ถา้ คนมนั ขโมยเอาไปก็ คือวา่ ใหท้ าน แลว้ มนั กจ็ ะไม่ถูกขโมย จนตลอดชีวติ มนั กลายเป็ นให้ทานไปเสียทุกที ถา้ สตั วม์ ากินก็ เอาบุญก็ไม่ตอ้ งไปฆ่าสตั วไ์ ม่ตอ้ งไปยงิ สตั ว์ แม่อบรมนิสัยห้ามเล่นการพนัน แมแ้ ต่หมากรุกก็ไม่ได้ เรื่องดนตรี เราชอบตอ้ งแอบเล่น เรื่องชนไก่ จบั ปลาน้นั ไม่ตอ้ งพูด เร่ืองเหลา้ เร่ืองบุหร่ีน้ีมนั เกลียดเองแม่ไม่ตอ้ งห้าม พ่อและอาก็ไม่ เคยแตะตอ้ งส่ิงเหลา่ น้ี เลก็ ๆเป็ นเดก็ เห็นคนสูบกญั ชาสูบยาดองดว้ ยกลอ้ งไม่ไผเ่ สียงโคลกๆ นน่ั รู้สึก วา่ เขาเป็ นวรี บุรุษ แต่เราก็ไม่กลา้ ลอง ควรดูต่อไปถึงปัญหาวา่ เดี๋ยวน้ีในบา้ นเมืองเรามีปัญหาเดก็ ๆไม่เคารพไมร่ ัก ไม่เชื่อฟังพอ่ แม่ ชวนกนั เป็ นอนั ธพาลมากข้ึน เพราะเขาไม่รู้เร่ืองแม่ ปัญหากาํ ลงั ขยายตวั เพราะเด็กไม่รู้วา่ “แม่” น้นั คืออะไร แมบ่ างคนเสียอีกก็ไม่รู้วา่ ความเป็ นแมค่ ืออะไร น้ีกม็ ีอยเู่ หมือนกนั เพราะเด็กๆเหล่าน้ีไม่รู้วา่ การทาํ ใหพ้ อ่ แม่ร้อนใจน้าํ ตาตกในน้นั เป็ นความเลวร้ายอยา่ งใหญ่หลวง เขาจึงยงั กระทาํ กนั อยู่ ดงั น้นั เราจะตอ้ งสอนใหเ้ ขารู้วา่ “แม”่ คืออะไร แม่คืออะไร เป็ นส่ิงท่ีทุกคนควรรู้ และรู้โดยปรมตั ถช์ ้นั ลึกซ้ึง ดว้ ยความลึกซ้ึงโดยปรมตั ถ์ แลว้ เราตอ้ งกล่าววา่ แมเ่ ป็ นผสู้ ร้างโลก โลกก็ตีหรือเลวกเ็ พราะคนในโลกมนั ดีหรือเลว คนในโลกมนั จะดีหรือเลวก็เพราะวา่ แม่ไดส้ ร้างอุปนิสยั คนเหล่าน้นั มาอยา่ งไร ถา้ สร้างมาดี คนมนั ดี โลกน้ีมนั ก็ดี อยใู่ นฐานะเป็ นผสู้ ร้างโลกราวกบั วา่ เป็ นพระเจา้ แม่เป็ นผสู้ ร้างดวงวญิ ญาณของลกู
17 แม่ตอ้ งมาไปทาํ หน้าท่ี “พ่อ” ถา้ ทาํ หนา้ ที่พ่อ พ่อก็จะว่างงานแลว้ โลกก็จะเลวลงไม่มีใคร กล่อมแม่ตอ้ งไปช่วยทาํ งานหารายได้ น่นั มนั หลบั ตาพูดเพราะมนั ไม่มองดูว่ามนั เป็ นการเสียหาย มากกวา่ ได้ ถา้ แม่จะตอ้ งช่วยพ่อทาํ งาน ก็ตอ้ งไม่ให้เสียหนา้ ท่ีของแม่ คือทาํ งานชนิดท่ีดูแลลูกไป พลางกย็ งั ได้ คนบางพวกเขายงั เอาลูกสะพายหลงั ไปดว้ ย เพอ่ื วา่ ไม่อยหู่ ่างจากลกู แม่อบรมความเก่งในบา้ น พ่ออบรมความเก่งนอกบา้ น ในสังคมท่ีกวา้ งกว่า แต่แลว้ แม่ก็ สร้างอุปนิสยั ลูกมากกวา่ พอ่ เราไดร้ ับมรรยาทอุปนิสยั ตา่ งๆ นานาติดเน้ือติดตวั มาจนถึงกระทงั่ วนั น้ี อปุ นิสยั ประหยดั กด็ ี สุภาพกด็ ี ขยนั ขนั แขง็ ก็ดีมาจากแม่โดยตรง เรียกวา่ เป็ นเน้ือเป็ นตวั มาเพราะการ อบรมของแม่ สอนให้ลูกรู้ว่าเราจะตอ้ งทาํ อย่างไรเราควรมีอะไร ควรกินอะไร ควรใช้อะไร ควรบูชา อะไร ควรทะนุถนอมอะไร ถึงจะเป็ นการถูกตอ้ งที่สุด บอกใหล้ ูกรู้วา่ เรื่องกินก็ดี เรื่องกามก็ดี เรื่อง เกียรติก็ดี มนั ก็มีลกั ษณะเหมือนกบั ดาบสองคมใชไ้ ปทางหน่ึงก็วนิ าศ ใชไ้ ปทางหน่ึงก็เจริญ เด็กๆ ควรจะรู้ปรมตั ถ์ เร่ือง “ตวั กู-ของกู” ดีอยา่ งไร เสียหายอยา่ งไร ทีละเล็ก ทีละนอ้ ยข้ึนมาตามสมควร ตามความเหมาะสม เด็กๆจะตอ้ งรู้จกั อดทน เสียสละเพ่ือแม่ให้สมกบั ความเจ็บปวดที่ไดร้ ับเมื่อคลอดเรามาให้ เดก็ ๆเขารู้จกั มีอะไร เพ่ือจะไดท้ าํ หนา้ ท่ีถกู ตอ้ งเป็ นผาสุก ไม่ใช่เพอื่ ยดึ มนั่ ถือมน่ั ลูกควรจะรู้วา่ เราเกิด มาเพื่ออะไร จะปฏิเสธความเกิดมาน้ีไมไ่ ด้ เพราะมนั เกิดมาแลว้ มนั มีแตว่ า่ ต่อไปตอ้ งทาํ อะไร เด็กๆจะตอ้ งรู้จกั รักผอู้ ่ืน รู้จกั สงั คมกบั ผอู้ ื่น เราจะตอ้ งช่วยเพ่อื น เราจะตอ้ งมีเพอ่ื น ถา้ เราไม่ ช่วยเพือ่ น เรากอ็ ยไู่ มไ่ ด้ แลว้ เรากก็ ลายเป็ นคนมีนิสยั ท่ีเลว เด็กๆทาํ งานให้สนุก รู้จกั เป็ นสุขเม่ือกาํ ลงั ทาํ งาน ท่ีรู้สึกวา่ เป็ นการถูกตอ้ ง เป็ นสุขที่แทจ้ ริงไม่ตอ้ งใชเ้ งิน ชีวติ กบั การงานน้นั ตอ้ งส่ิงเดียวกนั ไป เสียเลย งานคือเกียรติยศสูงสุดของคน การทาํ งานให้สนุกน้นั เป็ นหลกั สําคญั ท่ีสุด คือการเดินทาง ถกู ตอ้ งตามกฎของ “อิทปั ปัจจยตา” ใครทาํ งานสนุก คนน้นั เกิดตามกฎ “อิทปั ปัจจยตา” อยา่ งยงิ่ แม่ท้งั หลายล้วนแต่ตอ้ งการให้ลูกรอด และตอ้ งการให้ลูกไปได้ไกลกว่าพ่อแม่ด้วยกัน ท้งั น้นั วนั แม่ สรุปความวนั น้ีเป็ น วนั แม่ ตอ้ งพดู กนั ถึงหนา้ ที่ของแม่ ตอ้ งพูดกนั ถึง พระคุณแม่ ในแง่ ท่ีเป็นปรมตั ถว์ ิจารณ์ คือพินิจพจิ ารณากนั ในส่วนลึกของความหมาย เรียกวา่ ปรมตั ถว์ ิจารณ์ การพดู อยา่ ง น้ีก็ยงั คงอยใู่ นชุดของการบรรยาย เร่ืองปรมตั ถธ์ รรม เพอ่ื เป็นรากฐานของศีลธรรม การปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ ง ต่อแมพ่ อ่ หรือแม่พอ่ ปฏิบตั ิถูกตอ้ งต่อลูกน้ีก็เป็ นเรื่องศีลธรรมที่เวน้ ไม่ได้ ที่จะเป็ นที่สุด เพราะการท่ีจะ ปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ งโดยแทจ้ ริงน้นั ตอ้ งมีความรู้ในส่วนปรมตั ถธ์ รรม คือในส่วนลึกที่สุด ท่ีมองเห็นยาก
18 แม่ตอ้ งปลกู ฝังความรู้อนั น้ีให้แก่ลูก ลูกก็จะเดินถูกทาง มนั ก็เลยพร้อมท่ีจะเป็ นแม่ที่ดีเป็ นพ่อท่ีดีสืบ ตอ่ ๆกนั ไปในอนาคต ท้งั หมดน้ีเราเรียกวา่ “ปรมตั ถว์ จิ ารณ์เกี่ยวกบั พระคุณของแม่” ดูพระคุณของแม่ ในดา้ นลึก แลว้ กจ็ ะไดเ้ คารพรักกตญั ํู เชื่อฟังพอ่ แม่กนั อยา่ งสูงสุด เพือ่ เตรียมตวั เป็ นพอ่ แมท่ ี่ดีสืบไป ในเม่ือถึงรอบเวรของตนเขา้ ปรมตั ถว์ จิ ารณ์ ขอใหเ้ ป็ นที่สนใจแก่บุคคลท้งั หลายที่เป็ นพอ่ เป็ นแม่ เป็ นความรู้ที่ตอ้ งใชท้ ้งั แก่เด็กที่กาํ ลงั อมมือและแก่เด็กท่ีหวั หงอกแลว้ อยา่ ไดม้ ีอะไรผิดพลาดในเรื่องหน้าที่ของแม่และลูก ต่อไปอีกเลย หวงั ว่าพ่อแม่และลูกหลานท้ังหลายจะมีความรู้เรื่องน้ีอย่างเพียงพอ ปฏิบัติแลว้ ไม่ บกพร่องในหน้าท่ีของตน จะได้ประสบความสุขในฐานะที่เป็ นมนุษยอ์ ยู่ทุกทิพาราตรีกาลเป็ น แน่นอน ขอใหค้ วามหวงั อนั น้ีจงสาํ เร็จสมควรปรารถนา เพราะวา่ เรามีความเป็ นพทุ ธบริษทั ท่ีแทจ้ ริง มีความเชื่อถกู ตอ้ ง มีความพากเพยี รถกู ตอ้ ง มีความกลา้ หาญอยา่ งถูกตอ้ งแลว้ เป็ นอยดู่ ว้ ยความถูกตอ้ ง น้นั เป็ นสุขอยทู่ ุกทิพาราตรี กาลเทอญ
19 (Consumer Centric) ยคุ ต่อไปเคล่ือนสู่ยคุ แห่ง “การเอาชนะใจผูบ้ ริโภคให้ผกู กบั แบรนด์” ไมต่ า่ งจากการขายจิตวญิ ญาณแห่งองคก์ ร ก่อนจะพบพีลิป ค็อตเลอร์ กูรูทางการตลาดตวั จริงท่ีจะมา เปิ ดเปลือกเจาะลึกถึงแก่นแทท้ ฤษฎีการตลาด 3.0 กลยทุ ธ์จบั ใจลูกคา้ ในวนั ท่ี 6 มีนาคม มาผา่ แนวคิด “ท็อปแบรนด”์ ระดบั ประเทศของไทย วา่ พวกเขาเดินถึงสเตป็ ไหนของตาํ รา Marketing 3.0 กนั แลว้ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าท่ีบริหารและกรรมการผูจ้ ดั การใหญ่ บริษทั ปตท. จาํ กดั (มหาชน) เป็ นอีกองคก์ รใหญ่ที่ระดบั ซีอีโอ ลงมาขบั เคล่ือนทพั ทรานสฟอร์มองคก์ รให้ สอดรับกบั วิถีการตลาด 3.0 ทาํ นองเดียวกนั กบั ทีค็อตเลอร์กล่าวไว้ คือ การเขา้ ถึงผบู้ ริโภคจะยงั ยืน ตอ้ งเอาชนะจิตวิญญาณ และสร้างคุณค่าให้กบั สังคมและแบรนด์ จนกระทง่ั “ซือใจ” เปลี่ยนลูกคา้ จาก Consumer เป็ น Prosumer ที่คอยค้าํ ยนั “เป็ นปากเป็ นเสียง” แทนแบรนดใ์ หก้ บั องคก์ รธุรกิจได้ “เป็ นส่ิงท่ีทา้ ทายมากเพราะเรากาํ ลงั เขา้ สู่ยคุ 3.0 สมยั ก่อนขายสินคา้ ขายฟังก์ชนั ต่อมา เอาชนะจิตใจผบู้ ริโภค จนล่าสุดเอาชนะจิตใจขายจิตวญิ ญาณ ปตท.มีเป้ าหมายท่ีจะกา้ วไปสู่ความเป็ น Regional Top Brand (แบรนดน์ าํ ระดบั ภูมิภาค) ท่ีตอ้ งการใหล้ ูกคา้ เห็นเราเป็นส่วนหน่ึงท่ีเป็ นคนดีลกุ มาสร้างส่ิงดีๆใหก้ บั สงั คม “ เขาเล่า ไพรินทร์ บอกวา่ การจดั กระบวนทพั การตลาด 3.0 ตามแนวทางของ ปตท.เพ่อื กา้ วไปสู่การ เป็ น Regional Top Brand จะเร่ิมตน้ จากการแปลงความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR-Corporate Social Responsibility) ไปสู่การสร้างคุณค่าใหก้ บั สงั คม ผถู้ ือหุน้ และองคก์ ร (CSV-Creating Shared Value ) มีบทบาทเป็ นผนู้ าํ ในการเปล่ียนแปลงสงั คม เขาเปรียบเทียบความต่างระหวา่ ง CSR กบั CSV ให้ชดั วา่ CSR คือการเอาปลาไปใหค้ น กิน ใหแ้ ลว้ จบ แต่ CSV คือ “การสอนใหต้ กปลา” ช่วยสังคมทุกมิติ ต้งั แต่สร้างคุณค่าทางสังคม เติม เตม็ ความสมบูรณ์ใหก้ บั มนุษยไ์ ดม้ ีความมน่ั คงทางจิตใจ “มนุษยต์ ่อไปจะมีความสมบูรณ์ทางปัจจยั มากข้ึน แต่จะขาดความมนั่ คงทางจิตใจ หากเรา จบั จุดตรงน้ีไดก้ ข็ ายของได้ หากจบั ไม่ไดก้ ็ถูกโจมตี” เขาบอก สําหรับองค์กรใหญ่อย่าง ปตท.จาํ เป็ นอย่างย่ิงที่ตอ้ งลุกข้ึนมาทาํ CSV พลิกบทบาท ขบั เคลื่อนการเปล่ียนแปลงให้สังคมเป็ นสุข อย่างละเลยไม่ได้ เพราะผูบ้ ริโภคและสังคมเรียกร้อง คุณค่าจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทาํ ธุรกิจบนฐานทรัพยากร โดยเฉพาะ ปตท.องคก์ รรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลงั ยงั เป็ นผถู้ ือหุน้ ใหญ่ “หา้ มละเลยการสร้างคุณค่าสงั คม เพราะมนั จะต่อยอดไปถึงตอ่ องคก์ ร” เขาย้าํ
20 โครงการที่ ปตท.ลุกข้ึนมาเปลี่ยนแปลงสงั คม เช่น แนวคิดการลดอุบตั ิเหตุในสงั คมไทยให้ เป็ นศูนย์ ผา่ นหนงั โฆษณา พร้อมไปกบั ภาคปฏิบตั ิโดย ปตท.จะเป็ นองคก์ รท่ีไม่เลือกบริษทั มีประวตั ิ อุบตั ิเหตุทางรถยนตเ์ ขา้ ร่วมงานในกล่มุ ปตท. โดยเฉพาะในส่วนงานดา้ นโลจิสติกส์ เขามองวา่ ไม่ใช่เร่ืองง่ายกบั การเขา้ หาผูบ้ ริโภคท่ีนบั วนั จะไม่ไดเ้ ช่ืองเป็ นลูกคา้ ช้นั ดีคอย เดินตามใหอ้ งคก์ รช้ีนาํ รสนิยมความคิดเท่าน้นั ตรงกนั ขา้ มผบู้ ริโภคมีการศึกษาฉลาดข้ึนทุกวนั แลว้ ยงั มีเทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อให้เขา้ ถึงกนั หมดในโลกโซเซียลมีเดีย ท่ีสามารถแชร์ขอ้ มูลทุกอย่าง แพร่กระจายไปรวดเร็ว น่าหวน่ั เกรงถึงผลท้งั ทางบวกและลบต่อองคก์ ร หากเป็ นเรื่องดี ก็เกิดลทั ธิเอา อยา่ ง ช่วยกนั บอกต่อ ในทางกลบั กนั มีเร่ืองเชิงลบก็พร้อมจะพดั เอาพายลุ ูกใหญ่สาดเขา้ ใส่องคก์ รได้ โดยง่าย “ต่อให้ฟังก์ชน่ั ดีให้ตาย ดีไซน์สุดฤทธ์ิ จบั ใจดา้ นอารมณ์เกินร้อย แต่ถา้ ไม่มีคุณค่าด้าน จิตใจวญิ ญาณ กไ็ มส่ ามารถเอาชนะใจผบู้ ริโภคในยคุ หนา้ ได”้ เมื่อรู้ทันกระแส ผูน้ ํา ปตท.จึงลงไปขบั เคลื่อนเอง เริ่มจากการทาํ ให้ทุกหน่วยธุรกิจ (Business Unit – BU) ตระหนกั ถึงการสร้างแบรนดเ์ ครือข่ายแบรนดร์ อยลั ตีผภู้ กั ดี ให้เป็ นเกราะคุม้ ภยั “ผมใหน้ โยบายไปวา่ ทาํ อยา่ งไรใหล้ ูกคา้ เขา้ มาในป้ัมแลว้ มีความสุข” เขาบอกถึงหัวใจของ แนวคิด หาก ปตท.มงุ่ มน่ั ทาํ CSV และ CSR จนเกิดแรงกระเพื่อมต่อสงั คม (Social Impact) ไดก้ ็จะ มีผลทาํ ใหพ้ นั ธมิตรท้งั ซพั พลายเขา้ มาเป็ นแนวร่วมของกลุ่มคุณค่าน้ี ขณะเดียวกนั ส่ิงที่ยากและทา้ ทายอนาคตของ ปตท.คือพนั ธกิจท่ียิง่ ใหญ่ของการแสวงหา พลงั งานอนาคตให้กับประเทศ ท่ีจะตอ้ งสื่อสารให้ภาคประชาชนผูใ้ ช้พลงั งานตระหนักรู้คุณค่า พลงั งาน และเป็ นส่วนหน่ึงของแบรนดท์ ่ีกาํ ลงั สร้างภารกิจใหญ่หลวงเพอื่ ชาติ “การรักษาความมน่ั คงดา้ นพลงั งานของประเทศ เป็ นภารกิจท่ีใหญ่หลวง หลายประเทศ ใช้ การระดมทุนผา่ นกองทุน แต่เมืองไทยมี ปตท.เพยี งรายเดียวเป็ นหวั หงอก ท่ีต่อใหก้ าํ ไรปี ละแสนลา้ น บาทก็ไม่เพยี ง เพราะบ่อกา๊ ซและน้าํ มนั บ่อละหลายแสนลา้ นบาท ซ่ึงตอ้ งหาอีกหลายบ่อ เพราะคนใช้ มากข้ึนทุกวนั ”
21 ขา้ มมาที่แบรนด์ผูน้ ําดา้ นการสื่อสารโทรคมนาคมอีกแบรนด์ “สมประสงค์ บุญยะชยั ” ประธานกรรมการบริหาร กลุม่ บริษทั อินทชั ที่ลงทุนเปล่ียนคอร์ปอเรทแบรนด์มาจาก บริษทั ชินคอร์ ปอเรชนั่ จาํ กดั (มหาชน) เพื่อให้สอดคลอ้ งกนั กบั โครงสร้างผูถ้ ือหุ้น มาต้งั แต่ปี 2554 หลงั จากกลุ่ม ธุรกิจดาํ เนินมานานกวา่ 20 ปี โดยมีธุรกิจหลกั อยทู่ ี่การส่ือสาร การเปลี่ยนช่ือของอินทชั สะทอ้ นไปถึงความตอ้ งการเขา้ ถึงคนกลมุ่ ไดง้ ่ายข้ึน เลก็ เป้ าหมาย ไปถึงระดบั แมส เป็ นแบรนดท์ ี่เมื่อเอ่ยถึงแลว้ คนรู้สึกสบายใจ น่าคบหา ที่สาํ คญั อาจจะมีนยั สาํ คญั ไป ถึงการปลอดจากความวนุ่ วายทางการเมือง “จากการเซอร์เวยค์ วามรู้สึกของคนที่มีต่อแบรนด์เรา เขารู้สึกวา่ แบรนด์เราเป็ นคนเก่งที่ เขา้ ถึงยาก เราจึงอยากเป็ นคนเก่งท่ีคนอยากคุยดว้ ย Easy to deal with ไม่ใช่ Difficult to deal with จึง ตอ้ งการไดช้ ่ือที่ฟังดูเป็ นมิตร เป็ นธรรมชาติ ง่าย ทนั สมยั และเป็ นมืออาชีพ” สมประสงค์ เล่า โดยเขามองวา่ การขบั เคล่ือนธุรกิจตามเทรนดก์ ารตลาด 3.0 สาํ หรับอินทชั ท่ีวางเป้ าหมาย วา่ จะเป็ นแบรนด์ “ที่รัก” ที่ลกู คา้ ขาดไมไ่ ด้ “ลูกคา้ มีอาํ นาจเลือกโดยสมบูรณ์สามารถเปลี่ยนใจได้ แบรนด์จึงตอ้ งสะทอ้ นให้ไดว้ า่ เรา เป็ นประโยชนต์ ่อชีวติ เขาอยา่ งไร ตอ้ งหาวธิ ีทาํ ใหล้ ูกคา้ เกิดความรู้สึกวา่ เราเป็ นส่วนหน่ึง สมั ผสั ไดท้ าํ ใหเ้ หมือนอยใู่ กลต้ วั เขา” เริ่มจาก Basic Function (รูปแบบสินคา้ ) ใหไ้ ปสู่ Emotional (อารมณ์) จนถึง Spiritual (จิต วญิ ญาณ) องคก์ รตอ้ งเปลี่ยน Mindset จากที่แค่ “ขายสินคา้ ” ใหไ้ ปที่การขายประสิทธิภาพ ทาํ ใหช้ ีวิต ลกู คา้ สะดวกสบาย ขายความสุข สนุกสนานในชีวติ ผสมกบั ความร่ืนรมย์ “ไมใ่ ช่หยดุ แคท่ าํ สญั ญาณดีไมม่ ีลม่ ใหล้ ูกคา้ คุยกบั แฟนแลว้ สบายใจ แตจ่ ะตอ้ งคน้ ใหเ้ จอวา่ ชีวติ เขามีอะไรอีกที่ตอ้ งการ” เขาบอก เช่นเดียวกบั ลิปสติกแท่งละพนั ก็ไม่ไดข้ ายเพียงข้ีผ้ึงใส่สีแต่ขายหวงั ความน่าเชื่อถือ ความ ผกู พนั ซีอีโออนั ทัช บอกว่า สําหรับอินทัชแลว้ เฉล่ียความรักไปหา 4 กลุ่มผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสีย (Stakeholders) ต้งั แต่ 1. ลูกคา้ ผใู้ ชบ้ ริการตอ้ งไดร้ ับสิ่งท่ีคุม้ ค่ากบั เงินท่ีเสียไป 2. ผถู้ ือหุน้ ที่ยนิ ยอมมอบเงินมาใหก้ ลมุ่ ธุรกิจบริหาร 3. พนกั งาน ผเู้ สียสละเวลาท้งั ชีวติ มาทาํ งานอยกู่ บั บริษทั ก็ตอ้ งใหค้ ่าตอบแทนอยา่ งยตุ ิธรรม
22 4. สังคม ทาํ หนา้ ท่ีเป็ นพลเมืองดี ปฏิบตั ิตามกฎหมาย เสียภาษีถูกตอ้ ง และสร้างสรรคส์ ิ่งดีๆ ใหก้ บั สงั คม โดยทาํ ใหอ้ อกมาจากใจ และแสดงถึงความจริงใจ ไม่เสแสร้ง ขณะท่ี วนี สั อศั วสิทธิถาวร ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั งานสื่อสารองคก์ ร เอสซีจี องคก์ รท่ีมีอายขุ ้ึนปี ท่ี 100 มองกลไกของ Marketing 3.0 ว่ามีทิศทางเดียวกบั กรอบความคิดของการทาํ ธุรกิจของเอสซีจี ที่ มุ่งมน่ั ทาํ ธุรกิจไปพร้อมกบั การพฒั นาสู่ความยงั่ ยืน เพราะทุกอย่างตอ้ งไปดว้ ยดีต้งั แต่ แบรนดธ์ ุรกิจ (Corporate Brand) และแบรนดส์ ินคา้ (Product Brand) “อายุ 100 ปี ท่ีอยมู่ าได้ สร้าง Success Case มากมาย ก็เพราะมีความยืดหยนุ่ สูง (Flexible) เปิ ด ใจกวา้ ง ส่ิงท่ีทาํ มามากคือ Customer Centric ตอบโจทยล์ ูกคา้ และไม่หลงยึดติดกบั ความสาํ เร็จ” เธอเล่า และว่าการวางกลยทุ ธ์พฒั นาสินคา้ สักตวั ยงั ตอ้ งมาจากแนวคิด คิดครบทุกมิติของค็อตเลอร์ บริหาร จดั การทกุ Stakeholders อยา่ งสมดุล ผา่ นการระดมสมองของหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง เพ่ือทาํ ให้การเปิ ดตวั สินคา้ คร้ังแรกก็ไดร้ ับความนิยมเกินความคาดหมาย แนวคิดนวตั กรรมดูแลสังคมและโลก เป็ นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม อยา่ ง SCG Eco Value สินคา้ เอสซีจีที่ยงั นิยมใชใ้ นตลาด เพราะผูบ้ ริหารเห็นคุณค่าท่ีเกิดข้ึน เท่ากับว่าไดร้ ับการตอบรับด้านจิต วิญญาณ เป็นภาพสะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ เอสซีจีเป็นองคก์ รมีจิตใจใส่ใจสังคมและสิ่งแวดลอ้ ม จึงคิดคน้ สินคา้ ประเภทรักษโ์ ลก นอกจากน้ี เอสซีจียงั กาํ หนดดชั นีการประเมินผลงาน (KPI) ที่มาจากสินคา้ Eco Value เป็ น บรรทดั ฐานประเมินความสําเร็จ ท่ีตอ้ งวดั ผลในเชิงรายไดใ้ หก้ บั ธุรกิจไดใ้ นสัดส่วน 1 ใน 3 ของรายได้ ใหไ้ ดภ้ ายในปี 2558 ดา้ นชาลอต โทณวณิก ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั ส่ือสารองคก์ ร บริษทั ไทยเบฟเวอเรจ จาํ กดั (มหาชน) สะทอ้ นชดั วา่ เธอเป็นผหู้ น่ึงท่ีใชต้ วั เองส่ือสารสร้างคุณค่ากบั องคก์ ร ลอ้ ไปกบั ทฤษฎีการตลาด 3.0 ผา่ น ช่องทางโลกโซเซียลมิเดียท่ีเธอมีครบมือ ท้งั ทวิตเตอร์ เฟสบุ๊ค และอินสตราแกรม ฐานะที่เธอเป็ นหน่ึง ในคนท่ีทว่ั ประเทศรู้จกั ดี และยงั เป็นผทู้ รงอิทธิพล (Influencer) ในโลกโซเซียลมิเดีย สังคมออนไลน์ ชาลอตเล่าว่า เริ่มใชส้ ่ือโซเซียลมิเดียต้งั แต่ 4 ปี ท่ีผ่านมา ต้งั แต่เม่ือคร้ังทาํ หนา้ ท่ีซีอีโอหญิง ใหก้ บั มิเดีย ออฟ มิเดียส์ เมื่อขา้ มมานงั่ ดูแลดา้ นการสื่อสารใหก้ บั ไทยเบฟ เธอใชช้ ่องทางโซเซียลมิเดียช่องทางเดิม ทวา่ ปรับแผนเป็ นใชต้ วั เองเป็ นตวั แทนในการบอกเล่าเร่ืองราวจากองค์กรผ่านตวั เธอ คอยพูดคุยตอบโต้ (Interactive) กบั คนบนโลกออนไลน์ ซ่ึงเป็ นอีกมุมมองของการถ่ายทอดแนวคิดสะทอ้ นตวั ตนของเธอ ต่อองคก์ ร เป็นการถ่ายทอดเร่ืองราวของ ไทยเบฟ ใหค้ นในโลกออนไลน์ เห็นถึงจิตวญิ ญาณของบริษทั
23 เธอบอกว่า เพียงแค่ทาํ ให้คนทว่ั ไปเปิ ดกวา้ งทางความคิดและทัศนคติก็ถือว่าช่วยเสริม ความรู้สึกถึงจิตวิญญาณต่อไทยเบฟ เหรียญมีสองด้าน ที่ไม่ใช่เพียงมองไทยเบฟว่าเป็ นธุรกิจ แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มมีนเมา ก่อใหเ้ กิดสิ่งไมด่ ี เช่น อบุ ตั ิเหตใุ นสงั คม ในทางกลบั กนั ก็เป็ นส่วนหน่ึง ของการสงั สรรค์ สร้างความสนุกสนานใหส้ งั คมหากด่ืมอยา่ งพอเหมาะ “ต้งั แต่มาอยไู่ ทยเบฟก็ท่ึงวา่ เขาก็ทาํ หลายอยา่ งเพ่ือสงั คมมากแต่ไม่ค่อยพดู เราไม่ไดต้ ้งั ใจ โปรโมทองคก์ รแตต่ าํ แหน่งเป็ นฝ่ ายสื่อสาร มีหนา้ ที่นาํ เรื่องราวบางเร่ืองที่คิดวา่ เป็ นประโยชน์กบั คน ตามนาํ สู่สาธารณะมากข้ึน” เธอบอกวา่ ขอ้ ดีของการถ่ายทอดเรื่องราวผา่ นตวั เธอ ทาํ ใหค้ นตามตอบรับและดูไม่ยดั เยยี ด โฆษณาขายสินคา้ เธอจะสกรีนและระมดั ระวงั ไม่ให้เป็ นไปในเชิงพูดเพื่อหวงั ผล แต่เนน้ ใชค้ วาม จริงใจใส่ใจตอบโตก้ นั เหมือนเพือ่ น เพราะ “คนตอ้ งการคุยกบั คน ชอบอะไรท่ีจบั ตอ้ งได”้ บางคร้ังโซเซียลมิเดียท่ีใชช้ ื่อองคก์ รก็ไม่สามารถทาํ หนา้ ท่ีเขา้ ถึงจิตวญิ ญาณ ไดเ้ ท่าการส่ือ ผา่ นตวั เอง เพราะคนติดตามเธอในโลกออนไลน์ เขาชอบท่ีจะรับรู้วา่ สื่อสารกบั ใครมากกวา่ ท่ีบ่นไป กบั เฟสบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ขององคก์ รแลว้ ไม่รู้วา่ เรากาํ ลงั คุยกบั ใคร น้นั จึงทาํ ใหจ้ าํ นวนคนตามสนุก ในการติดตามเธอ “ความเป็ นองคก์ รจบั ตอ้ งยากเราจึงมีท้งั ภาคท่ีเป็ นองคก์ รของไทยเบฟใหค้ นตาม ซ่ึงไม่ใช่ บุคคล ไมม่ ีจิตวญิ ญาณ จึงมีภาคของตวั เราเอง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวในองคก์ ร ผ่านมุมมองจากแนวคิด เราสื่อออกไปในส่ิงดีงามที่องคก์ รทาํ เท่ากบั วา่ เราเป็ นผตู้ ามแลว้ กลน่ั กรองสิ่งนนั่ มาแลว้ ส่วนโซเซียล มิเดียขององคก์ รก็ทาํ หนา้ ที่บอกกล่าวเลา่ เรื่องโครงการภาพกวา้ ง” สิ่งท่ีทวติ เตอร์ของชาลอต แตกต่างจากองคก์ รไทยเบฟ คือ การอพั เดทแบบเอก็ คลูซีฟ ถึง เร่ืองเลา่ บางคร้ังท่ีเธอไปฟัง เจริญ สิริวฒั นภกั ดี เจา้ สวั เบียร์ชา้ ง (ประธานกรรมการไทยเบฟ)ก็หยบิ ยก เกร็ดเลก็ เกร็ดนอ้ ยมาเล่า ชาลอต บอกวา่ การติดตามจบั กระแสการใชโ้ ลกโซเซียล มิเดีย เป็ นช่องทางการส่ือสารที่ คอ่ นขา้ งเป็ นเฟรนดล์ ี่กบั ทุกเพศทุกวยั และใชง้ ่ายเม่ือมีเทคโนโลยี จึงทาํ ใหค้ นทุกเจนเนเรชน่ั กระโดด เขา้ มาในโลกโซเซียลมิเดีย ทาํ ใหต้ วั เองเธอเขา้ ใจเทรนด์ กระแส จบั จุดทิศทางความนิยมของผบู้ ริโภค ไดจ้ ากพ้ืนที่ตรงน้ี ตอ่ ยอดไปสู่การวางแผนการตลาดเชิกลึกไดเ้ ป็ นอยา่ งดี ............................................................... เปิ ดหอ้ งเรียน ฟิ ลิป คอ็ ตเลอร์
24 เปิ ดห้องเรียน ฟิ ลปิ คอ็ ตเลอร์ คงเป็นหอ้ งเรียนทีม่ นั หยดเตม็ ไปดว้ ยหลากรสชาติมากดว้ ยคาํ ถาม และหลายคาํ ตอบจากทฤษฎี การตลาด เม่ือจอมต้งั คาํ ถามพบนกั คาํ ตอบ มาอยใู่ นห้องเดียวกนั ระหว่างสุทธิชยั หยนุ่ VS ฟิ ลิป ค็อต เลอร์ กบั ภารกิจการตีแผค่ มั ภีร์การตลาด 3.0 ท่ีเขียนโดย ฟิ ลิป คอ็ ตเลอร์ นกั วางกลยทุ ธ์และวางแผน การตลาด ผทู้ ี่เล่นกบั กิเลสสารพดั ยทุ ธวธิ ีขายแหลกเพ่อื กาํ ไรสูงสุด อยมู่ าวนั หน่ึงท่านปรมาจารยก์ ลบั ลุก ข้ึนมาบอกวา่ การตลาดยคุ ใหม่ ธุรกิจจะอยยู่ งั่ ยนื ยงในโลกหนา้ ได้ ตอ้ งเดินมาสู่การถามหา “คุณค่าทาง จิตวญิ ญาณ” แน่นอนที่สุดตาํ ราของคอ็ ตเลอร์ ไปกนั ไม่ไดก้ บั วิธีคิดของสตีฟ จอ็ ปส์ อดีตซีอีโอแอปเปิ้ ล นกั ประดิษฐพ์ ลิกโลก ผลู้ ่วงลบั กบั ความเชื่อที่วา่ ผผู้ ลิตสินคา้ จะตอ้ งคิดแทนใหก้ บั ผบู้ ริโภค อยา่ งท่ี จอ็ บส์เคยพดู ไวว้ า่ “ไม่ใช่หนา้ ที่ของลูกคา้ ท่ีตอ้ งรับรูว้ า่ ตวั เองตอ้ งการอะไร” (It is not the customer’s job to know what they want.) ถา้ สตีฟจอ็ บส์ กบั คอ็ ตเลอร์ มีโอกาสเจอกนั เขาจะโตต้ อบแนวคิดฝังหวั ที่ตา่ งกนั สุดข้วั อยา่ งไร “แลว้ ใครเจ๋งกวา่ กนั !!” แน่นอนสุทธิชยั น่าจะถามคาํ ถามน้ีกบั คอ็ ตเลอร์ โดยเขาคาดเดาวา่ หากท้งั สองมาพบกนั จริงๆ คงน่าสนุกไมน่ อ้ ย สตีฟ จอ็ บส์ คงแสดงทา่ ทียโส เลก็ นอ้ ยในสไตลค์ นมนั่ ใจในตวั เอง ในฐานะไดช้ ื่อวา่ ฉนั น้นั เป็นอจั ฉริยะพลิกโลก ขณะท่ีผเู้ ฒ่าวยั 82 ปี เจา้ ของทฤษฎีการตลาดผเู้ ขา้ ใจโลก ออกหนงั สือมาแลว้ 15 เล่ม คงใจเยน็ น่ิงมองเดก็ หนุ่มอยา่ งสตีฟ จ็อบส์ ดว้ ยความสุขุม ก่อนออกโรงสอนสั่งว่า บนโลกที่สะดวกสบายจาก เทคโนโลยี กลบั ทาํ ใหม้ นุษยข์ าดจิตวิญญาณ “ชีวิตมีค่ามากกวา่ คาํ วา่ ทาํ เพ่ือผลประกอบการ แต่มนั ตอ้ งคืนกลบั สังคมดว้ ย แค่ดงั อยา่ งเดียวไมพ่ อ แคเ่ ปล่ียนพฤติกรรมผบู้ ริโภค ไดช้ ื่อวา่ เปล่ียนโลก มนั อาจจะไมไ่ ดแ้ ปลวา่ สังคมจะดีข้ึน เสมอไป มีอีกหลายดา้ นท่ีเกิดประโยชน์ทางลบจากสิ่งประดิษฐ์ของเขา แมเ้ ดก็ ไดเ้ ล่นไอโฟน ไอแพด คล่องแคล่ว แต่เด็กกลบั ไม่มีโอกาสเรียนรู้ทีละข้นั ตอน และไม่โอกาสรู้ว่าคนอ่ืนในสังคมก็อยู่อยา่ ง ยากลาํ บาก คนเล่นของเหล่าน้ีอาจจะไม่คิดถึงสิ่งแวดลอ้ มเลย คิดไม่ไดว้ ่าวนั หน่ึงโลกเราจะหลอมรวม เชื่อมเป็นหน่ึงเดียวกนั คุณตอ้ งไมเ่ คยคิดอยา่ งน้ีแน่เลยสตีฟ จอ็ บส์” น่ีคือคาํ พดู ที่สุทธิชยั เชื่อวา่ คอ็ ตเลอร์น่าจะเอ้ือนเอ่ย สุทธิชยั เพิ่มเติมให้อีกว่า ส่ิงท่ีสตีฟ จอ็ บส์ ควรตอ้ งรู้คือ เก่งอย่างเดียวไม่พอ ตอ้ งเป็ นคนดีมี คุณธรรม แมเ้ ขาจะเคยไปเจอโยคะโยคีในอินเดีย แมเ้ คยเรี ยนเซน แต่มีเวลาเรียนนอ้ ย หากจ็อบส์ไดค้ ิด ตามตาํ รา 3.0 จะมีโอกาสเปิ ดโลกเห็นสังคมอีกด้าน และคิดจะคืนอะไรให้กับสังคมเผลอๆเขาจะ กลายเป็นคนที่มีความสุข มีชีวติ ยนื ยาวกวา่ น่ีแน่ๆ
25 โดย : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ บทที่ 1 ในวารสาร Harvard Business Review ฉบบั เดือนมกราคม กมุ ภาพนั ธ์น้ี มีบทความหน่ึงท่ี น่าสนใจเก่ียวกบั ธุรกิจครอบครัว เขียนโดย George stalk และ Henry Foley ในชื่อ Avoil the traps that can destroy family business หรือแปลง่ายๆ คือการใหห้ ลีกเล่ียงกบั ดกั และหลุมพราง สาํ หรับ ธุรกิจครอบครัว ซ่ึงผมคิดวา่ ไดเ้ ปิ ดประเด็นท่ีน่าสนใจสาํ หรับธุรกิจครอบครัวท้งั หลายท่ีปัจจุบนั เริ่ม เขา้ สู่ยคุ ที่สองและยคุ ท่ีสามกนั แลว้ ปัญหาของธุรกิจครอบครัวกค็ ือส่วนใหญ่จะไมย่ ง่ั ยนื และไม่สามารถสืบทอดผ่านรุ่นที่สาม ไดจ้ ากขอ้ มลู ในอเมริกาน้นั พบวา่ ร้อยละ 70 ธุรกิจครอบครัวที่ลม้ เหลวหรือถกู ขายก่อนท่ีคนรุ่นที่สอง จะไดม้ ีโอกาสบริหาร เพียงแค่ร้อยละ 10 เท่าน้นั ท่ียงั สามารถสืบต่อถึงรุ่นท่ีสามให้เขา้ มาบริหารได้ นอกจากน้ีในบริษทั มหาชนทว่ั ๆไปท่ีมีมืออาชีพมาบริหารน้นั ระยะเวลาเฉล่ียท่ี CEO เขา้ มาบริหาร คือ 6 ปี แตใ่ นธุรกิจครอบครัวน้นั จะมีผบู้ ริหารระดบั สูงเป็ นคนๆเดียวกนั สืบต่อกนั มากกวา่ 20 ปี เป็ น เรื่องปกติ ซ่ึงการที่ผบู้ ริหารระดบั สูงไม่ไดม้ ีการเปลี่ยนแปลงเป็ นระยะเวลาอนั นานน้นั ก็จะส่งผลต่อ การปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สภาวะแวดลอ้ มทางธุรกิจในดา้ นต่างๆท่ีเปล่ียนไปครับ ไม่วา่ จะเป็ นเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ หรือ พฤติกรรมของลกู คา้ จากประสบการณ์ของผู้เขียนบทความดังกล่าว เขาพบว่าสาเหตุหลักๆท่ีทําให้ธุรกิจ ครอบครัวลม้ เหลวน้นั เกิดข้ึน เนื่องจากกบั ดกั หรือหลุมพรางที่สาํ คญั สามประการครับ สัปดาห์น้ีเรา มาดูกนั นะครับว่ามีอะไรบา้ ง และท่านท่ีเป็ นเจ้าของธุรกิจครอบครัวท้งั หลาย ลองดูนะครับว่าจะ หลีกเลี่ยงจากกบั ดกั หลมุ พรางเหลา่ น้ีไดอ้ ยา่ งไร กบั ดกั หลมุ พรางประการแรกคือความรู้สึกที่วา่ ทุกคนในครอบครัวยงั มีธุรกิจของตนเองไว้ รองรับหรือเป็ นแหล่งสุดทา้ ยในการทาํ งานเสมอ เนื่องจากพ่อแม่ท่ีเร่ิมตน้ ธุรกิจครอบครัว มกั จะ มุ่งหวงั ใหล้ ูกหลานตนเองเมื่อเรียนจบแลว้ ไดม้ าสืบทอดต่อในกิจการของครอบครัว แต่ส่ิงสาํ คญั ท่ี พ่อแม่เหล่าน้ีลืมคิดไปก็คือการเขา้ มาทาํ งานหรือรับช่วงในธุรกิจครบครัวน้ันเป็ นส่ิงท่ีคนรุ่นหลงั ตอ้ งการและสนใจหรือไม่ อาจจะมีพ่อแม่ท่ีใจดีและเปิ ดกวา้ งท่ีเปิ ดโอกาสให้ลูกหลานสามารถเลือกท่ีจะประกอบ อาชีพที่ตนเองสนใจและช่ืนชอบ แต่ก็มกั จะมีคาํ พูดตบทา้ ยวา่ “ไม่วา่ ยงั ไงก็ยงั มีธุรกิจที่บา้ นสาํ หรับ รองรับ ถา้ ทาํ งานตามที่ตนเองเลือกแลว้ ไม่ชอบหรือไม่ประสบความสาํ เร็จ” ซ่ึงการสร้างความรู้สึก ดงั กล่าวทาํ ใหล้ กู หลานมีความรู้สึกวา่ ธุรกิจครอบครัวน้นั เป็ นเหมือนแหล่งพกั พิงสุดทา้ ยในกรณีท่ีไม่ มีทางเลือกอ่ืนๆ
26 ผเู้ ขียนบทความดงั กลา่ วไดม้ ีโอกาสพบธุรกิจครอบครัวหลายแห่งท่ีประกอบดว้ ยสมาชิกใน ครอบครัวที่ไม่ประสบความสําเร็จในอาชีพที่ตนเองชอบหรือเลิก และสุดท้ายก็กลับมาเป็ นผู้ บริหารธุรกิจครอบครัวของตนเอง ซ่ึงส่วนใหญ่ก็มกั จะกลบั เขา้ มาเม่ืออายไุ ม่นอ้ ย (40 กวา่ ปี ข้ึนไป) ทาํ ให้สมาชิกครอบครัวท่ีเขา้ มาบริหารเมื่ออายุผ่านพน้ ไปช่วงหน่ึงน้ัน ขาดประสบการณ์ในการ บริหารธุรกิจ แตข่ ้ึนมาเป็ นผบู้ ริหารได้ เนื่องจากความเป็ นธุรกิจของครอบครัว ซ่ึงสุดทา้ ยแลว้ ก็มกั จะ นาํ ความลม้ เหลวมาสู่ธุรกิจ การจะแกไ้ ขหรือหลุดพน้ จากกบั ดกั น้ีก็ไม่ยากนะครับ เพียงแต่รุ่นพอ่ รุ่นแม่จะตอ้ งใจแข็ง ครับ โดยปฏิบตั ิตอ่ ลกู หลานของตนเองเฉกเช่นกบั บุคคลทว่ั ไป ที่ไม่มีอภิสิทธ์ิในการสมคั รงาน เช่น จะทาํ งานในตาํ แหน่งใดก็ควรจะมีวฒุ ิการศึกษาหรือประสบการณ์ในการทาํ งานท่ีเกี่ยวขอ้ ง หรือ ถา้ ในธุรกิจครอบครัวของท่านมีสมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว ก็อาจจะต้องนําระบบการวดั และ ประเมินผลการปฏิบตั ิงานมาใชอ้ ย่างจริงจงั และเป็ นรูปธรรมโดยเฉพาะต่อบุคคลที่เป็ นสมาชิกใน ครอบครัว เรามาดูกนั ตอ่ ไปสปั ดาห์หนา้ นะครับ ถึงอีกสองกบั ดกั สาํ หรับธุรกิจครอบครัว เพื่อที่จะให้ ธุรกิจครอบครัวไดส้ ืบต่อกนั อยา่ งยาวนาน
27 กบั ดกั ของธุรกิจครอบครัว ตอนท่ี 2 16 มีนาคม 2555 13:22 น. โดย : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ สปั ดาห์น่ีตอ่ เน่ืองจากสปั ดาห์ที่แลว้ นะครับ เป็ นเรื่องของกบั ดกั สาํ คญั ของธุรกิจครอบครัว วา่ ทาํ ไมธุรกิจครอบครัวจาํ นวนมากถึงไม่ยงั่ ยืนเท่าท่ีควร และส่วนใหญ่จะไม่สามารถอยูเ่ กินรุ่นท่ี สองหรือรุ่นที่สาม โดยผมเรียบเรียงมาจากบทความของ George Stalk และ Henry Foley ในช่ือ Avoid the traps that can destroy family business ในวารสาร Harvard Business Review โดยสัปดาห์ ท่ีแลว้ นาํ เสนอกบั ดกั ประการแรกไปแลว้ คือ การท่ีคนในธุรกิจครอบครัวมกั จะมีความรู้สึกวา่ ยงั ไงก็มี ธุรกิจครอบครัวรองรับ ดงั น้นั ตอ่ ใหล้ ม้ เหลวจากวชิ าชีพอื่น กย็ งั สามารถกลบั มาทาํ ธุรกิจที่บา้ นได้ กบั ดกั ประการที่สองคือธุรกิจครอบครัวมกั จะไม่สามารถเติบโตไดท้ นั กบั การเติบโตของ ครอบครัว ซ่ึงก็เป็ นปัญหาท่ีเรามกั จะพบเสมอในประเทศไทยครับ นึกภาพเถา้ แก่ที่เริ่มสร้างธุรกิจมี ลูกหกคน แต่ละคนก็มีลูกของตวั เองอีก ยงั ไม่รวมสะใภแ้ ละเขยท่ีมี สุดทา้ ยก็จะเป็ นครอบครัวขนาด ใหญย่ สี่ ิบถึงสามสิบคน และปัญหาท่ีมกั จะเกิดข้ึนก็คือธุรกิจครอบครัวน้นั มกั จะไม่มีที่หรือตาํ แหน่ง เพยี งพอท่ีจะรับสมาชิกหรือบุคคลในครอบครัวกวา่ ยส่ี ิบชีวติ เขา้ มาร่วมทางหรือร่วมบริหารได้ ทางแกก้ ไ็ ม่ยากครับ (ในเชิงทฤษฎี) น้นั คือ ไมใ่ ช่วา่ สมาชิกทุกคนในครอบครัวจะสามารเขา้ มาร่วมทาํ งานในธุรกิจไดจ้ ะตอ้ งมีการคดั เลือกและกลน่ั กรองเหมือนกบั การคดั เลือกพนกั งานทวั่ ไป ก่อน ว่าสมาชิกครอบครัวคนไหนที่มีความสามารถและเหมาะสมที่จะเขา้ มาทํางานในธุรกิจ ครอบครัว แตแ่ นวทางน้ีอาจจะดูง่ายในเชิงทฤษฎี แตใ่ นทางปฏิบตั ิแลว้ ถา้ ไม่ปรากฏท่ีเขม้ และยึดมนั่ ในกฎน้ีก็จะลาํ บากมาก เพราะสุดทา้ ยแลว้ คนในครอบครัวเดียวกนั ก็มกั จะใจอ่อนต่อกัน และอด ไมไ่ ดท้ ี่จะอนุญาตคนในครอบครัวท่ีมีคุณสมบตั ิที่ไม่เหมาะสมเขา้ มาทาํ งาน อีกทางเลือกในการแกไ้ ขปัญหาประการท่ีสองคือ การขยายธุรกิจให้เติบโตและทนั กบั การ เติบโตของครอบครัว เพ่ือสร้างโอกาสให้กบั ลูกหลานในตระกูลไดไ้ ปดูแลธุรกิจต่างๆ และวิธีการท่ี เร็วสุดในการขยายธุรกิจใหท้ นั กบั การเติบโตของตระกลู น้นั กค็ ือการเขา้ ไปซ้ือกิจการอ่ืนครับ กบั ดกั ประการท่ีสามหรือประการสุดทา้ ยมกั จะพบวา่ คนในครอบครัวน้นั เม่ือมาทาํ ธุรกิจ ของตนเอง จะเริ่มตน้ ดว้ ยความเช่ียวชาญหรือชาํ นาญเฉพาะดา้ น เช่น คุณพอ่ อาจจะเป็ นวิศวกรแลว้ สร้างธุรกิจ ลกู ชายก็เขา้ เรียนวศิ วะแลว้ มาทาํ งานต่อจากคุณพอ่ ส่วนคุณแม่น้นั ดูดา้ นบญั ชีการเงิน ลูก สาวหรือลูกสะใภก้ ็มกั จะเรียนมาทางด้านบัญชีการเงิน แลว้ มาทาํ งานดา้ นบัญชีการเงินต่อ ผลท่ี เกิดข้ึนมีสองประการครับ ประการแรกคือผูบ้ ริหารที่มาจากคนในครอบครัวน้ันก็มักจะมีความ เชี่ยวชาญหรือชาํ นาญในงานดา้ นใดดา้ นหน่ึง และมกั จะดูแลดา้ นน้นั ไปตลอด ผมเองก็เจอสุภาพสตรี
28 ในธุรกิจครอบครัวท่ีดูเฉพาะดา้ นบญั ชีการเงินมาตลอดต้งั แต่สาวจนกระทง่ั สูงวยั จนมีความชาํ นาญ เฉพาะดา้ นสูง แต่ส่ิงที่ขาดไปคือการพฒั นาตนเองในดา้ นอ่ืนๆ ซ่ึงส่งผลให้ไม่สามารถพฒั นาตนเอง สาํ หรับการเป็ นผนู้ าํ ระดบั สูงในองคก์ รได้ นอกจากน้ีปัญหาอีกประการคือ การท่ีคนในครอบครัวเดียวกนั อยใู่ นสายงานเดียวกนั ทาํ ให้ กระบวนการ Feedback และการบริหารงานในสายงานเดียวกนั ไม่สามารถดาํ เนินการไดต้ ามหลกั การ บริหารท่ีควรจะเป็ นครับ ทางแก้ก็ไม่ยากเช่นเดียวกนั ครับ น้ันคือจะตอ้ งมีกฎท่ีชดั เจนเลยวา่ ห้ามคนในครอบครัว เดียวกนั ทาํ งานในลกั ษณะของการรายงานตรงต่อกนั (เจา้ นายและลูกน้องโดยตรง) จะตอ้ งหามือ อาชีพเขา้ มาเสริมมากข้ึน และมืออาชีพเหล่าน้ีจะตอ้ งทาํ หนา้ ท่ีในการดูแลและสอนงานต่อสมาชิกใน ครอบครัว อีกท้ังระบบในการประเมินผลก็ต้องชัดเจนและเป็ นธรรมเท่าเทียมกันท้ังกับคนใน ครอบครัวและคนนอกครอบครัวครับ ส่วนตวั แลว้ คิดวา่ กบั ดกั ท้งั สามประการน้นั เป็ นเพียงแค่ส่วนหน่ึงของกบั ดกั ท้งั หมดที่เรา พอในธุรกิจครอบครัวทวั่ ไป แตก่ ใ็ หข้ อ้ คิดที่ดีวา่ ทาํ ไมธุรกจครอบครัวจาํ นวนมากถึงไม่สามารถกา้ ว พน้ รุ่นท่ีสองหรือรุ่นที่สามไปได้
29 ขอ้ ผดิ พลาดทางธุรกิจในปี 2011 โดย ผจู้ ดั การ 360º รายสปั ดาห์ 27 มกราคม 2555 17:52 น. การเรียนรู้ที่ดีคือการเรียนรู้จากขอ้ ผิดพลาดในอดีต โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ถา้ เราสามารถเรียนรู้ จากความผิดพลาดของผอู้ ื่นได้ กน็ ่าจะเป็ นบทเรียนที่ดีสาํ หรับผอู้ ื่น ดงั น้นั สปั ดาห์น้ีเราจะมาดูกนั นะ ครับวา่ ในปี 2011 ที่ผ่านมามีความผิดพลาดทางธุรกิจอะไรบา้ งที่น่าสนใจและน่าจะเป็ นบทเรียน สาํ หรับธุรกิจอื่นได้ เร่ิมจาก Netflix ครับ Netflix เป็ นผใู้ หเ้ ช่า DVD รายใหญ่สุดของสหรัฐและเป็ นผูท้ ี่คิดคน้ Business Model ใหม่ที่ทาํ ให้ Blockbuster ถึงข้นั ลม้ ละลาย โดย Netflix เริ่มจากการให้เช่าดีวีดีผ่าน ทางระบบออนไลน์ และมีการส่งดีวดี ีมาใหท้ ี่บา้ นทางไปรษณียแ์ ลว้ ใหส้ ่งกลบั ทางไปรษณีย์ โดยผเู้ ช่า ไม่จาํ เป็ นตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายกรณีที่ส่งคืนล่าชา้ Business Model Netflix น้นั คือวา่ ประสบความสาํ เร็จ มากครับ และกลายเป็ นกรณีศึกษาที่สอนกนั โดยทว่ั ไป พอระบบเช่าหนังเริ่มเป็ นการดูผ่านทาง ออนไลน์มากข้ึนไม่วา่ จะเป็ น Streaming หรือการดาวน์โหลดมาดูในเครื่อง Netflix ก็เร่ิมมีบริการ ดงั กล่าวคู่ขนานไปกบั การใหเ้ ช่าดีวดี ีแบบเดิม ปัญหาท่ีเกิดข้ึนในปี น้ีเร่ิมจาก Netflix ข้ึนราคาแพค็ เก็จค่าเช่าดีวีดีและ Video Streaming จากท่ีตอ้ งจ่ายต่อเดือนๆละ $9.99 เป็ นเดือนละ $15.98 หรือ 60% ทาํ ใหล้ กู คา้ ต่างเร่ิมไม่พอใจและเริ่ม ถอนการเป็ นสมาชิก (ในขณะเดียวกนั ก็มีคูแ่ ข่งรายอื่นๆดว้ ยเช่นเดียวกนั ครับ) เน่ืองจากลกู คา้ เริ่มรู้สึก ถึงความไม่คุม้ ค่าที่ไดร้ ับจากบริการ ซ่ึงก็นาํ ไปสู่ความผิดพลาดประการต่อมาของ Netflix ครับ น้นั คือการประกาศแยกบริการใหเ้ ช่าดีวีดีผ่านไปรษณีย์ วา่ Qwikster (แถมไม่ดูให้ดีอีกวา่ ชื่อน้ีมีคนจด twitter ไวแ้ ล้วด้วยครับ) ซ่ึงก็ทําให้ลูกค้าเดิมเกิดความสับสนและรู้สึกว่าบริการของ Netflix สลบั ซบั ซอ้ นมากข้ึนกวา่ เดิม ส่งผลให้ Netflix เสียลูกคา้ กวา่ 800,000 รายในสามเดือน ราคาหุ้นก็ตก ลงอยา่ งมากมายและคาดกนั วา่ ในปี ใหมน่ ้ีผลประกอบการของ Netflix คงอยใู่ นสภาวะขาดทุน บทเรียนความผิดพลาดของ Netflix น้นั ถือเป็ นอีกหน่ึงกรณีศึกษาท่ีน่าจะเรียนรู้ครับ ต้งั แต่ การข้ึนราคาท่ีทาํ ให้ลูกคา้ ท่ีเคยใชบ้ ริการสูญเสียความรู้สึกถึงความคุม้ ค่าที่เคยไดร้ ับ จากน้นั พอแยก ธุรกิจออกเป็ นสองธุรกิจก็ทาํ ใหล้ กู คา้ ยง่ิ รู้สึกถึงการสูญเสียความสะดวกที่เคยไดร้ ับ รู้สึกวา่ ที่ Netflix แยกเป็ น 2 บริการ ทาํ ใหเ้ กิดความยงุ่ ยากซบั ซอ้ น บทเรียนของ Netflix ทาํ ให้เห็นเลยครับวา่ การที่ ธุรกิจจะปรับเปลี่ยนคุณค่าหรือ Value ท่ีลูกคา้ เคยไดร้ ับมาโดยฉบั พลนั น้นั ไม่ใช่สิ่งท่ีควรจะทาํ เลย ครับ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ เม่ือมีคู่แข่งสาํ คญั คอยหายใจรดตน้ คออยใู่ กลๆ้ (กรณีของ Netflix น้นั ก็มีท้งั Amazon และ Apple รวมท้งั รายอ่ืนๆอีกมากมายครับ)
30 กรณีตอ่ มาก็เก่ียวขอ้ งกบั การข้ึนราคากบั ลกู คา้ เช่นเดียวกนั ครับ น้นั คือ Bank of America ซ่ึง เม่ือเดือนกนั ยายนท่ีผ่านมาตดั สินใจเรียกเก็บค่าบริการการใช้ Debit Card เป็ นจาํ นวน $5 ต่อเดือน ท้งั ๆในอดีตไม่เคยเรียกเก็บมาก่อน การเรียกเก็บค่าใชจ้ ่ายในคร้ังน้ี ทาํ ใหล้ ูกคา้ และประชาชนทว่ั ไป โกรธกนั เป็ นแถว โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในอดีตน้นั Bank of America เคยไดร้ ับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ซ่ึงก็มาจากเงินภาษีของประชาชน มีการประทว้ งและลงนามประทว้ งกนั ทว่ั แมก้ ระทงั่ ประธานาธิบดี สหรัฐยงั ระบุเลยวา่ “not good business practice” สุดทา้ ย BOA ก็ตอ้ งกลบั นโยบายใหม่ แต่ความ เสียหายก็เกิดข้ึนแลว้ ครับ ภายในเวลา 1 เดือนธนาคารคู่แข่งไดล้ ูกคา้ ที่หนีมาจาก BOA ถึง 650,000 บญั ชี กรณีของ Bank of America ก็เป็ นอีกตวั อย่างหน่ึงนะครับท่ีแสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงในคุณค่าท่ีลูกคา้ เคยได้รับ และเปล่ียนแปลงไปในทางท่ีแย่ลงในสายตาลูกคา้ มกั จะ ก่อใหเ้ กิดปัญหาแก่ธุรกิจในท่ีสุด สองกรณีศึกษาที่นาํ เสนอมาน่าจะพอเป็ นบทเรียนให้กบั ธุรกิจอ่ืนนะครับวา่ ในปี 2012 น้นั ถา้ จะเปล่ียนแปลงอะไรที่เกี่ยวขอ้ งกบั คุณค่าท่ีลูกคา้ ไดร้ ับน้นั จะตอ้ งคิดและระมดั ระวงั ให้ถี่ถว้ น เสียก่อนครับ
31 เราตอ้ งการผนู้ าํ แบบไหน? โดย : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คาํ ถามหน่ึงท่ีสาํ คญั ในเชิงวชิ าการเก่ียวกบั ภาวะผนู้ าํ กค็ ือเรา หรือ ประชาชน หรือ บุคลากร ในองคก์ รน้นั ตอ้ งการผนู้ าํ แบบไหน? มีทฤษฎีอยู่ 2 แนวทางที่สาํ คญั ครับ ทฤษฎีแรก เราต้องการผูน้ ําที่เหมือนกับเรา เป็ นตัวแทนของพวกเรา การมีผูน้ ําที่เป็ น ตวั แทนของคนในองคก์ ร ทาํ ใหม้ ีความรู้สึกวา่ คนท่ีจะเป็ นผนู้ าํ น้นั จะคิดเหมือนกบั คนส่วนใหญ่ และ จะปกป้ องผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ผนู้ าํ ประเภทน้ีถา้ ทาํ ตวั ดีก็จะทาํ ใหผ้ ตู้ ามหรือคนในองคก์ ร ช่ืนชอบ ภกั ดีรู้สึกเก่ียวพนั และเกี่ยวขอ้ งดว้ ย กบั อีกทฤษฎีหน่ึง น้นั บอกวา่ คนในองคก์ รตอ้ งการผูน้ าํ ที่เก่ง โดดเดน มากกวา่ ผูน้ าํ ที่เป็ น ตวั แทนคนในองค์กร ภายใตท้ ฤษฎีน้ีคนในองคก์ รตอ้ งการผูน้ าํ ท่ีกลา้ ที่จะคิด มีวิสัยทศั น์ กลา้ ท่ีจะ นาํ พาองค์กรไปในทิศทางใหม่ๆ เป็ นผูน้ าํ ท่ีกลา้ เสี่ยงและกลา้ ที่จะคิดในสิ่งใหม่ๆ ผูน้ าํ ประเภทน้ี อาจจะไมส่ ามารถที่จะเขา้ กบั คนในองคก์ ร หรือทาํ ตวั เหมือนกบั คนในองคก์ ร สองแนวคิดดงั กลา่ วถือวา่ น่าคิดและน่าสนใจนะครับ โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในช่วงท่ีเกิดภาวะ วกิ ฤตดงั เช่นในช่วงท่ีผา่ นมา ไมว่ า่ จะเป็ นในประเทศ หรือในองคก์ รเราตอ้ งการผนู้ าํ แบบไหน? ผูน้ าํ ท่ีเป็ นตวั แทนคนในองคก์ ร เขา้ กนั ไดด้ ีกบั คนในองคก์ ร หรือ ตอ้ งการผูน้ าํ ท่ีอาจจะไม่ไดเ้ ป็ นตวั แทน คนในองคก์ ร แต่คิดและมุ่งไปในอนาคต ก่อนที่จะเฉลยจากงานวิจยั ท่านผูอ้ ่านลองหาคาํ ตอบเองดูนะครับวา่ ท่านผอู้ ่านเองตอ้ งการ ผนู้ าํ แบบไหน? จากงานวิจยั กวา่ 5 ชิ้น พบวา่ ผูต้ อบส่วนใหญ่ตอ้ งการผนู้ าํ ที่เป็ น Visionary Leader หรือ ผูน้ าํ ที่มองไปในอนาคต เป็ นผนู้ าํ การเปลี่ยนแปลง มากกวา่ ผูน้ าํ ที่เป็ น Representative Leader หรือ ผูน้ าํ ที่เป็ นตวั แทนคนในองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ท่ีเป็ นวิกฤต หรือ Crisis น้นั ดู เหมือนผลการวจิ ยั ช้ีออกมาอยา่ งชดั เจนเลยครับวา่ ผนู้ าํ ที่เป็ น Visionary น้นั เป็ นที่ตอ้ งการของคนใน องคก์ รมากกวา่ ผนู้ าํ ที่เป็ นเพยี งแคต่ วั แทนของคนหมู่มาก ผลการวจิ ยั ตา่ งๆชีไปในทิศเดียวกนั หมดเลยครับ วา่ ผนู้ าํ ที่เป็ น Visionary น้นั จะทาํ ใหผ้ ตู้ าม มีความมงุ่ มน่ั ทาํ ให้ผูต้ ามรู้สึกถึงความเป็ นส่วนหน่ึงในกลุ่ม และพร้อมท่ีจะทาํ งานร่วมกนั อีกท้งั ยงั ทาํ ให้ความรู้สึกหวาดกลวั หรือหมดหวงั ของผูต้ ามลดลงด้วย สุดท้ายผูต้ ามจะมีความรู้สึกว่าการ ทาํ งานภายใตผ้ นู้ าํ ท่ีเป็ น Visionary น้นั จะประสบผลสาํ เร็จมากกวา่
32 ก็ตอ้ งถือว่าเป็ นคาํ ถามวิจัยและผลการวิจัยท่ีน่าสนใจนะครับ เนื่องจากโดยปกติถา้ เรา สามารถเลือกผนู้ าํ ได้ เรามกั จะคิดถึงแต่ผนู้ าํ ท่ีมีลกั ษณะเหมือนกนั เรา หรือ สามารถเป็ นตวั แทนใหเ้ รา ได้ แต่ผูน้ ําท่ีเป็ นตัวแทนน้ัน ในสถานการณ์ท่ัวไป หรือแมก้ ระท่ังสถานการณ์วิกฤตอาจจะไม่ เหมาะสมเท่ากบั ผูน้ าํ ท่ีอาจจะไม่ไดเ้ ป็ นตวั แทนของคนในองคก์ ร แต่สามารถช้ีนาํ องคก์ รใหเ้ กิดการ เปลี่ยนแปลงและกา้ วไปขา้ งหนา้ ได้ ยอ้ นกลบั มาดูในบา้ นเรา ไม่รู้จะเป็ นระดบั ประเทศ หรือระดบั องคก์ รส่วนใหญ่เรามกั จะ ตอ้ งการผนู้ าํ ท่ีเป็ นตวั แทนของเราได้ แต่สุดทา้ ยแลว้ ผนู้ าํ ดงั กล่าวอาจจะไม่สามารถนาํ องคก์ รฝ่ าฟัน วกิ ฤตที่เกิดข้ึนได้ อยา่ งไรก็ดีในความเห็นส่วนตวั แลว้ ถา้ เราสามารถไดผ้ นู้ าํ ท่ีมีท้งั สองคุณลกั ษณะผสมผสาน กัน ตอ้ งถือว่าเยี่ยมสุดแล้วครับ น้ันคือเป็ นท้ังผูน้ ําท่ีเป็ นตวั แทนคนในองค์กร และผูน้ ําที่เป็ น Visionary ครับ
33 นิทานสอนใจ : หวั ขโมยผไู้ มเ่ คยทาํ ความดี โดย ASTV ผจู้ ดั การออนไลน์ 27 มกราคม 2556 08:05 น. ในกาลหน่ึง เมืองพาราณสีไดจ้ ดั ใหม้ ีงานบวงสรวงคร้ังใหญ่ต่อองคพ์ ระศิวะ มหาเทพผทู้ รง เป็ นท่ีศรัทธายง่ิ ของชาวพาราณสี ผคู้ นท้งั ใกลไ้ กลรวมไปถึงประชาชนตา่ งเมืองไดเ้ ดินทางมาร่วมงาน เล้ียงน้ีอยา่ งลน้ หลาม เน่ืองจากกษตั ริยเ์ มืองพาราณสีโปรดใหจ้ ดั งานน้ีอยา่ งยงิ่ ใหญ่ถึงเจ็ดวนั เจ็ดคืน กลา่ วถึงพระศิวะมหาเทพ ซ่ึงประทบั อยบู่ นสรวงสวรรคก์ ท็ รงทอดพระเนตรงานบวงสรวง คร้ังน้ีดว้ ยความสนพระทยั เช่นกนั จนกระทงั่ ผ่านไปสามวนั ตามเวลาบนโลกมนุษยพ์ ระองค์ก็รู้สึก เบื่อหน่าย และเลิกสนพระทยั งานบวงสรวงอนั ยง่ิ ใหญน่ ้นั ไปในท่ีสุด เวลาน้นั เอง ปาวตี เทพเจา้ อีกองคห์ น่ึงไดเ้ สด็จมาเยยี่ มเยยี นพระศิวะ หลงั จากสนทนาเรื่อง ทวั่ ไปกนั อยคู่ รู่หน่ึง ปาวตีจึงกลา่ วแสดงความยนิ ดีแก่พระศิวะวา่ “ตอนน้ีพวกมนุษย์ได้จัดบวงสรวงคร้ังย่ิงใหญ่มอบแด่พระองค์ ข้าพระองค์เห็นว่ามี ประชาชนมากมายแห่ไปบูชาพระองคท์ ่ีลานบูชาทุกวนั ไมข่ าดสาย นนั่ แสดงวา่ พระองคท์ รงเป็ นที่รัก และศรัทธาของมนุษยไ์ มเ่ ส่ือมคลาย ขา้ พระองคเ์ ห็นแลว้ รู้สึกช่ืนชมในพระบารมียง่ิ นกั ” “อยา่ ใชส้ ่ิงที่เจา้ เห็นและคิดเองมาเยินยอขา้ เลย ปาวตี” พระศิวะตรัสอย่างไม่นึกยินดีดว้ ย “จริงอยทู่ ี่มีฝงู ชนมากมายถือดอกไมธ้ ูปเทียนมาบูชาขา้ แต่พวกเขาไม่ไดม้ าดว้ ยใจบริสุทธ์ิจริงๆ บาง คนไมม่ ีความเมตตาบางคนละโมบโลภมาก และมีหลายคนท่ีเดียวท่ีจิตใจมวั เมาไปดว้ ยกิเลส หากเจา้ คิดว่าคนพวกน้ันด้นั ดน้ มาบูชา ขา้ ดว้ ยความรักความศรัทธา ก็ขอใหเ้ จา้ คิดใหม่เถิด เพราะแทท้ ี่จริง แลว้ พวกเขามาเพื่อตอ้ งการขอนน่ั ขอน่ีจากขา้ มากมาย ซ่ึงขา้ ไม่มีทางยินยอมให้พรของขา้ ไปตกอยู่ กบั มนุษยใ์ จต่าํ เช่นน้นั หรอก” แต่ปาวตีกลบั เห็นวา่ ไม่มีทางเป็ นเช่นน้นั ได้ “พระองคค์ ือมหาเทพผยู้ งิ่ ใหญ่ แมจ้ ะมีผมู้ าขอพรบา้ งกไ็ ม่แปลก แต่นนั่ อาจจะเป็ นส่วนนอ้ ย กไ็ ด้ ขา้ พระองคเ์ ช่ือวา่ หลายคนมาเพราะประสงคท์ ี่จะบูชาพระองคอ์ ยา่ งแทจ้ ริง และผบู้ ูชาพระองคก์ ็ คือผมู้ ีจิตใจสูงส่งท้งั สิ้น” “หากเจา้ ไม่เช่ือ จะลองไปดูไหมเลา่ ” พระศิวะตรัสถาม “ดูอยา่ งไรกนั พระองค”์ ปาวตีทูลถามอยา่ งสนใจ “เรากบั เจา้ จะแปลงกายเป็ นคนชราไปพิสูจน์น้าํ ใจมนุษยพ์ วกน้นั กนั ” พระศิวะวา่ และเมื่อ ปาวตียนิ ยอมตามน้นั พระองคก์ ท็ รงพาปาวตีลงไปยงั โลกมนุษยท์ นั ที
34 เมื่อลงมาถึงโลกมนุษย์ ณ ทางเขา้ เมืองพาราณสี พระศิวะไดแ้ ปลงกายเป็ นชายชราป่ วยหนกั ส่วนเทพปาวตีก็แปลงกายเป็ นหญิงชราผูเ้ ป็ นภรรยาของร่างแปลงพระศิวะ แลว้ ท้งั สองก็นงั่ ลงตรง ทางเขา้ เมืองนน่ั เอง หญิงชราซ่ึงแทจ้ ริงแลว้ คือ เทพปาวตี ไดอ้ อ้ นวอนร้องขอน้าํ จากฝูงชนท่ีเดินผ่านไปมาดว้ ย น้าํ เสียงแหบแหง้ วา่ “ท่านผเู้ จริญ ไดโ้ ปรดแบ่งอาหารและน้าํ ใหเ้ ราสองผวั เมียบา้ งเถิด สามีขา้ ป่ วยหนกั ใกลต้ าย เพราะขาดอาหาร ส่วนขา้ ก็กระหายน้าํ จนแทบจะเป็ นลมอยแู่ ลว้ ” หญิงชาวบา้ นคนหน่ึงเดินมากบั สามีของนาง และไดส้ บสายตาอนั น่าเวทนากบั หญิงชรา โดยบงั เอิญ นางจึงกลา่ ววา่ “ขา้ ใหข้ องเหล่าน้ีกบั พวกเจา้ ไม่ไดห้ รอก เพราะขา้ ตอ้ งนาํ อาหารรสเลิศและน้าํ บริสุทธ์ิใน คนโทไปถวายองคพ์ ระศิวะ เพอ่ื ใหพ้ ระองคอ์ าํ นวยพรแก่ขา้ ” หญิงชราส่งสายตาเวา้ วอน พร้อมกบั กล่าววา่ “แต่ขา้ และสามีกาํ ลงั จะตายเพราะขาดน้าํ และ อาหาร และพระศิวะคงไม่ว่าอะไรกระมงั ท่านจะแบ่งของเหล่าน้ันให้กบั เราสองคนบา้ ง เพราะ พระองคก์ ็มีของบูชามากมายอยแู่ ลว้ ” เม่ือสามีของหญงิ ชาวบา้ นไดย้ นิ เช่นน้นั กโ็ กรธมาก เขาตะคอกใส่หญิงชราอยา่ งหยาบคายวา่ “ชิชะ เจา้ คนโสโครก หากพวกเจา้ ไดอ้ าหารช้นั เลิศของขา้ ไป ขา้ จะไดอ้ ะไรตอบแทนจาก พวกเจา้ บา้ ง เจา้ มีปัญญาใหพ้ รขา้ เหมือนองคพ์ ระศิวะหรือ เฮอะ แลว้ เรื่องอะไรขา้ จะตอ้ งแบ่งอาหาร ใหพ้ วกเจา้ ดว้ ย ถอยไปซะ พวกขดั ลาภขดั ความสุข” ดูเหมือนวา่ คนอื่นๆท่ีผ่านไปมาก็คิดไม่ต่างจากสามีภรรยาคู่น้ีเท่าไรนกั แทบทุกคนเห็นวา่ ชายชราและหญิงชราเป็ นผทู้ าํ ลายบรรยกษอนั เป็นศิริมงคลอยา่ งไมน่ ่าอภยั ดงั น้นั นอกจากพวกเขาจะ ไม่แบ่งอาหารและน้าํ ใหแ้ มแ้ ต่หยดเดียวแลว้ ยงั พากนั ด่าวา่ สองผวั เมียชราดว้ ยถอ้ ยคาํ รุนแรงอีกดว้ ย “ไปใหพ้ น้ นะ ไมง่ ้นั ขา้ จะไปเรียกทหารมาลากตวั พวกแกออกไป คอยดูเถอะ มหาเทพศิวะ จะตอ้ งสาปแช่งพวกแกอยา่ งสาสมแน่ โทษฐานรบกวนผทู้ ี่จะมาบูชาพระองค์ บางคนก็กลา่ วอยา่ งเสียไม่ไดว้ า่ “หากขา้ นาํ น้าํ บริสุทธ์ิไปบูชาพระศิวะแลว้ และน้าํ ในคนโทยงั เหลืออยสู่ กั สองสามหยด ขา้ กจ็ ะเอามาใหพ้ วกเจา้ ” เห็นไดว้ า่ ไม่มีใครคิดจะใส่ใจคนชราท้งั สองอยา่ งจริงจงั เลยสกั คน
35 จนกระท่ังชายหนุ่มท่าทางมอมแมมคนหน่ึงเดินผ่านมา แต่เขาไม่มีเครื่องบูชามากมาย ดงั เช่นคนอ่ืนๆ มีเพยี งคนโทใส่น้าํ อยใู่ นมือน้นั เม่ือเห็นชายหนุ่ม หญิงชรากอ็ อ้ นวอนขอน้าํ จากเขา “ขออาหารและน้าํ ดื่มใหข้ า้ และสามีของขา้ ดว้ ยเถิด” ชายหนุ่มหยดุ เดินแลว้ หนั มามองคนชราผนู้ ่าเวทนาท้งั สอง “ขา้ ไม่มีอาหารดีๆให้ตากบั ยายหรอก มีเพียงน้าํ บริสุทธ์ิซ่ึงเป็ นของดีที่สุดที่ขา้ พอจะหามา บูชาแด่พระศิวะไดเ้ ท่าน้นั ” ชายหนุ่มพดู “แค่น้าํ ก็ช่วยชีวิตขา้ ไดแ้ ลว้ แค่น้าํ ก็พอ” หญิงชราครางเสียงแหบแห้ง ชายหนุ่มนิ่งคิดก่อน จะตอบวา่ “อยา่ งน้นั ตากบั ยายก็เอาไปแบ่งกนั ด่ืมเถิด” “เจา้ ไม่เสียดายน้าํ น่ีรึ เจา้ ไม่อยากนาํ ไปถวายพระศิวะเพื่อขอพรจากพระองค์หรอกหรือ” ชายชราถามข้ึนบา้ ง “ไม่เป็ นไรหรอก อนั ท่ีจริงขา้ ก็ไม่ไดเ้ ป็ นคนดีอะไร ขา้ ไม่เคยทาํ ความดี มิหนาํ ซ้าํ ยงั เป็ น หวั ขโมยที่มกั หยบิ ฉวยของของคนอื่นบ่อยๆ คนอยา่ งขา้ ถึงจะนาํ ของดีไปถวายพระศิวะ พระองคก์ ไ็ ม่ ทรงเมตตาให้พรแก่ขา้ มีแต่จะทรงสาปแช่งดว้ ยซ้าํ แต่ว่าน่ีเป็ นคร้ังแรกท่ีขา้ เห็นพวกท่านแลว้ เกิด ความสงสาร อยากจะทาํ ดีแก่คนอื่นบา้ ง” ชายหนุ่มตอบพลางช่วยประคองสองสามีภรรยาให้ดื่มนาํ จากคนโทของเขา ทนั ทีท่ีน้าํ หยดสุดทา้ ยจากคนโท ร่างชราของคนท้งั คู่ก็กลบั คืนเป็ นพระศิวะมหาเทพ และ เทพปาวตีดงั เดิม ชายหนุ่มตกใจมากถึงกบั ผงะถอยหลงั “อยา่ กลวั ไปเลย ขา้ คือศิวะ และนี่คือปาวตี เทพเจา้ อีกองคห์ น่ึงบนสรวงสวรรค”์ พระศิวะ พดู กบั ชายหนุ่มซ่ึงนง่ั เบิกตาดว้ ยความงุนงง “ขา้ กบั ปาวตีแปลงกายเป็ นชายและหญิงชราเพ่ือลองใจ มนุษยผ์ ดู้ ้นั ดน้ มาบูชาขา้ และเจา้ กท็ าํ ใหข้ า้ ไดป้ ระจกั ษว์ า่ ผูท้ ่ีทาํ ให้ขา้ พอใจและสมควรไดร้ ับพรจาก ขอ้ ตอ้ งเป็ นผมู้ ีความดีงามในจิตใจ มิใช่ผทู้ ี่ถวายเคร่ืองบูชาช้นั ยอด ฝงู ชนมากมายมาเพ่ือบูชาขา้ แต่มี เจา้ คนเดียวที่ไดข้ ้ึนสวรรค์ เมื่อไรสิ้นอายขุ ยั ของเจา้ แลว้ ขา้ จะตอ้ นรับเจา้ สูสรวงสวรรค”์ “แตเ่ จา้ ตอ้ งเลิกเป็ นขโมยเสียก่อน” เทพปาวตีกล่าวอยา่ งอารมณ์ดี ชายหนุ่มไดฟ้ ังดงั น้นั ก็เกิดความปิ ติยินดีอยา่ งย่งิ เขารีบพนมมือข้ึน แลว้ กล่าวคาํ สัญญาต่อ มหาเทพศิวะและเทพปาวตีวา่ “ข้าพระองค์สัญญาว่าจะเป็ นคนดีท่ีคู่ควรกับพรอนั ประเสริฐของพระองค์ ต่อไปน้ีขา้ พระองคจ์ ะเลิกเป็ นขโมยอยา่ งเดด็ ขาด และจะต้งั ใจทาํ ความดีช่วยเหลือผอู้ ่ืนเสมอ”
36 เธอควรทาํ ความดีตลอดเวลา ท้งั ต่อหน้าและลบั หลงั ผูอ้ ื่น ไม่วา่ พระเจา้ หรือเทพเจา้ ต่างก็ ทรงรักและเมตตาคนดี ดงั น้นั พระองคจ์ ึงมกั อวยพรใหค้ นดีประสบแตส่ ิ่งดีๆอยเู่ สมอ สาํ หรับใครท่ีไม่ใช่คนดี ก็ไม่เป็ นปัญหา ปัญหาอยทู่ ี่ว่า เมื่อไรเธอถึงจะเป็ นคนดี ถา้ เธอรู้ แลว้ วา่ ส่ิงท่ีทาํ อยนู่ ้นั มิใช่ส่ิงที่ดี เธอกห็ ยดุ เสีย แลว้ ใหโ้ อกาสตวั เองเร่ิมตน้ ใหม่ ในคร้ังแรกๆ เธออาจ เกิดความไม่ชอบใจ ท้งั ๆที่เธอก็สู้อุตส่าห์เปลี่ยนแปลงตนเองถึงขนาดน้ีแลว้ แต่เหตุใดไม่มีสิ่งดีๆ ตอบแทนมาบา้ ง ไมม่ ีใครเชื่อ ไม่มีใครชื่นชม แต่เธอลองคิดดูเถิด ก่อนที่เธอจะเร่ิมทาํ ความดี เธอได้ ทาํ ความเดือดร้อนให้คนอื่นไปมากเท่าไร คนที่เจ็บปวดเพราะเธอ เขาย่อมไม่อยากถูกทาํ ร้านอีก ดงั น้นั เขาจึงตอ้ งปฏิเสธเธอเอาไวก้ ่อน นี่เป็ นเร่ืองปกติท่ียอ่ มเกิดกบั คนเพง่ิ เริ่มทาํ ความดีอยแู่ ลว้ อยา่ งไรก็ตาม เธอตอ้ งคิดใหไ้ ดว้ า่ ทาํ ไมเธอถึงอยากทาํ ความดี นน่ั เพราะเธออยากอยอู่ ยา่ ง สบายใจมิใช่หรือ ดงั น้นั อยา่ ยอมแพ้ จงมีจุดยนื เป็ นของตนเอง และเฝ้ าทาํ ความดีตลอดไป แมว้ นั น้ีจะ ไม่มีใครมองเห็น แต่สักวนั อาจมีความเปลี่ยนแปลงเกิดข้ึน วนั ที่ใครๆก็มีความคิดใหม่ๆเก่ียวกบั ตวั เธอ ถา้ วนั น้นั มาถึง เธอจะรู้วา่ การทาํ ความดีเป็ นเร่ืองมหศั จรรยอ์ ยา่ งน้ีน่ีเอง บางคร้ัง ความดีก็ทาํ ยาก แต่เพราะยากเราจึงตอ้ งทาํ เหมือนขอ้ สอบนนั่ อยา่ งไร ถา้ ขอ้ สอบ ง่ายเกินไป จะรู้ไดอ้ ยา่ งไรวา่ คนเขา้ สอบเก่งจริงๆ ทีมงานตอ้ งขอขอบคุณผแู้ ต่ง ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยธุ ยา
37 นิทานสอนใจ : เพอื่ นยากพาย่าํ แย่ โดย ASTV ผจู้ ดั การออนไลน์ 13 มกราคม 2556 09:40 น. กาลคร้ังหน่ึงนานมาแลว้ ณ ป่ าใหญแ่ ห่งหน่ึง ปรากฏมิตรไมตรีอนั เด่นชดั ระหวา่ งสตั วส์ อง ตวั คือ ลิง และ ปลา ซ่ึงให้ความนบั ถือเป็ นเพ่ือนรักเพื่อนยาก และคอยช่วยเหลือเจือจุนกนั มาเป็ น เวลานาน เม่ือมีเวลาวา่ ง บางคร้ังลิงก็จะมาหาปลาที่ริมตล่ิง และบางคร้ังปลาก็ไปเรียกลิงที่ตน้ มะม่วง ใกลธ้ ารน้าํ ท้งั สองมกั จะไปมาหาสู่กนั เช่นน้ี เพ่ือใชเ้ วลาพดู คุยปรึกษาปัญหาต่างๆ รวมไปถึงการปรับ ทุกขก์ นั อยเู่ สมอ วา่ กนั ตามจริงแลว้ การที่สตั วส์ องตวั น้ีมาจบั คู่เป็ นเพอ่ื นยากกนั ก็นบั วา่ สมควรอยู่ เพราะตา่ ง ก็สามารถใชค้ ุณสมบตั ิเฉพาะตวั ของตนเก้ือหนุนอีกฝ่ ายไดเ้ ป็ นอยา่ งดี ดงั เช่นลิงน้ัน วา่ กนั ตามจริง แลว้ กถ็ ือวา่ เป็ นสตั วท์ ี่ไดเ้ ปรียบในการใชช้ ีวติ มากกวา่ ปลา เพราะไม่วา่ จะไปไหนมาไหนก็สะดวก มี อิสระเสรีท่ีจะท่องเท่ียวหาอาหารตามท่ีต่างๆในป่ าไดด้ ง่ั ท่ีใจตอ้ งการ ลิงจึงนบั ไดว้ า่ เป็ นผกู้ วา้ งขวางผู้ หน่ึงในป่ า แต่ลิงก็ไม่ไดท้ ะนงตนในเรื่องน้ีมากมายนกั มนั คบปลาเป็ นเพื่อนดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ และยงั คงเห็นคุณค่าในตวั ปลาอยเู่ สมอ ดว้ ยมีความคิดวา่ แมป้ ลาจะเป็ นเพียงสัตวน์ ้าํ ตวั เลก็ ๆแต่หาก วนั ใดวนั หน่ึงท่ีอาหารในป่ าหมดไป ตนเองอาจจะตอ้ งเป็ นฝ่ ายไปขอพ่ึงพาอาศยั ปลา หรืออีกทาง หน่ึงปลาก็ทาํ ให้ลิงกวา้ งขวางในสังคมสัตวน์ ้าํ มากข้ึน เผ่ือมีศัตรูใดๆมารุกราน ลิงก็อาจขอความ ช่วยเหลือจากปลาและเหลา่ สตั วน์ ้าํ ไดอ้ ยา่ งราบร่ืนไม่ติดขดั ส่วนปลาน้นั เป็ นสัตวท์ ี่ตอ้ งอาศยั อยใู่ นน้าํ ปลาคิดวา่ เป็ นบุญของตนโดยแทท้ ่ีไดล้ ิงมาเป็ น เพื่อนคู่ยาก เพราะลิงมีน้าํ ใจช่วยเหลือปลาในเรื่องต่างๆ ที่ลิงทาํ ไดม้ าโดยตลอด นอกจากน้นั หากมี คราวใดท่ีปลาเกิดอบุ ตั ิเหตตุ ิดคา้ งอยบู่ นบก ลิงกส็ ามารถช่วยจบั ปลามาปล่อยลงน้าํ ไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที ที่สาํ คญั อีกประการหน่ึง คือ ลิงไม่กินปลาเป็ นอาหาร ดงั น้นั การคบลิงจึงมีความปลอดภยั สาํ หรับปลา ยงิ่ ไปกวา่ น้นั บนบกกม็ ีอาหารกินที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผลไมส้ ุกๆซ่ึงลิงตอ้ งกินเป็ น อาหารอยแู่ ลว้ ลิงก็มกั จะกดั แบ่งผลไม่สุกเหล่าน้นั เป็ นชิ้นเลก็ ๆ ที่เพียงพอกบั ความตอ้ งการของปลา แลว้ ส่งใหป้ ลากินอยบู่ ่อยๆ ลิงและปลาจึงรัก และประทบั ใจในกนั และกนั ไม่เส่ือมคลายดว้ ยประการ ฉะน้ี
38 อยู่มาวนั หน่ึง เกิดอุทกภยั คร้ังใหญ่ข้ึนในป่ า น้าํ ป่ าไหลหลากจนท่วมลน้ ตลิ่ง และเพิ่ม ระดบั สูงข้ึนจนเกือบจะท่วมถึงก่ิงไม้ ลิงและปลาต่างเป็ นห่วงในกนั และกนั มาก ลิงน้นั เท่ียวกระโดด ไปตามก่ิงไมท้ ี่น้าํ ยงั ไม่ท่วมถึงแลว้ ร้องตะโกนเรียกหาปลา “ปลาเพือ่ นยาก เจา้ อยทู่ ี่ไหน อยแู่ ถวน้ีหรือไม่ ช่วยส่งเสียงใหข้ า้ รบั รู้ดว้ ยปลาเพอ่ื นยากของขา้ ” ลิงตามหาปลาดว้ ยความเป็ นห่วงนัก มนั กลวั ว่า ปลาจะถูกน้าํ พดั พาไปติดคา้ งตามกิ่งไม้ ตา่ งๆ แตไ่ ม่วา่ จะหาเท่าไรกย็ งั ไร้ซ่ึงวแ่ี ววของปลาเพื่อนรัก มนั ตามหาปลาไปทวั่ ป่ าจนอ่อนเพลียสิ้น เรี่ยวแรงและผลอ็ ยหลบั ไปบนตน้ ไมใ้ หญต่ น้ หน่ึง ฝ่ ายปลาก็เป็ นห่วงลิงมากไม่แพก้ นั มนั กลวั วา่ ลิงจะพลดั ตกน้าํ และจมน้าํ ตาย ปลาจึงเท่ียว วา่ ยน้าํ หาลิงไปทวั่ ทุกหนแห่งท่ีมนั จะสามารถวา่ ยฝ่ าไปไดด้ ว้ ยกาํ ลงั ท้งั หมดจากครีบเลก็ ๆท้งั สองของ มนั “เราตอ้ งตามหาลิงให้พบและช่วยลิงให้ได้ ลิงช่วยเรามามากแลว้ ถึงคราวท่ีเราจะไดต้ อบ แทนบุญคุณเพ่ือนรักของเราบา้ ง” ปลาคิดในใจ และว่ายน้าํ หาลิงต่อไปดว้ ยความปรารถนาอนั แรง กลา้ ท่ีจะตอ้ งช่วยลิงให้ไดอ้ ยา่ งไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนานแลว้ ปลาก็ยงั หาลิงไม่พบ ครีบน้อยๆ ของมนั ท่ีใชแ้ หวกวา่ ยทวนกระแสน้าํ อนั เชี่ยวกรากมาตลอดทางเร่ิมอ่อนลา้ จนแทบขยบั ไมไ่ ด้ “ตอนน้ีเราไดเ้ รี่ยวแรงจะว่ายน้าํ ต่อไป หากยงั ฝื นตวั เอง เราคงไดห้ มดกาํ ลงั และตายเสีย ก่อนที่จะไดช้ ่วยลิงเป็ นแน่ เพราะฉะน้นั เราจะพกั ตวั เองสกั ครู่ เม่ือมีแรงแลว้ จึงค่อยวา่ ยน้าํ หาลิงต่อไป จะดีกวา่ ” ปลาบอกกบั ตวั เองแลว้ วา่ ยเขา้ ไปหลบพกั อย่ใู นโพรงรากไมท้ ่ีถูกน้าํ ท่วมถึงตน้ หน่ึง เพื่อ ออมแรงไวก้ ่อน แต่แลว้ ธรรมชาติก็เมตตาช่วยให้เพื่อนรักท้งั สองมาพบกนั จนได้ เพราะน้าํ ที่ท่วมป่ าไดพ้ ดั พาร่างนอ้ ยๆของปลาที่กาํ ลงั พกั ผอ่ นเอาแรงอยใู่ นโพรงไมเ้ คลื่อนข้ึนไปกระทบกบั กิ่งไมท้ ่ีลิงพกั หลบั อยู่ เม่ือลิงถูกน้าํ ป่ ากระเด็นมากระทบตวั ก็ตกใจต่ืน พลนั สายตาก็เหลือบไปเห็นปลาซ่ึงถูก กระแสน้าํ พดั พามาทางท่ีตนอยพู่ อดี ลิงดีใจมากรีบย่ืนมือออกไปควา้ ร่างของปลาไว้ แลว้ นาํ ปลาไป วางไวบ้ นยอดไม้ เพอ่ื ไม่หา้ ปลาถกู กระแสน้าํ พดั พาตอ่ ไปอีก
39 “ตื่นเถิดเพอื่ นเอ๋ย” ลิงปลุกปลาจน กต็ ื่นตามเสียงเรียกของเพือ่ นรัก “โอ....ลิงเพ่ือนยาก” ปลาร้องดว้ ยความดีใจเม่อื เห็นหนา้ ลิง “ขา้ ตามหาเพ่ือนอยนู่ านมากแลว้ รู้ไหม แต่หาเท่าไหร่ๆก็ไม่พบ เพอื่ นไปอยไู่ หนมาเล่า” “ขา้ ก็เที่ยวตามหาเพ่ือนจนสิ้นแรงเช่นกนั แต่โชคดีท่ีโชคชะตาชกั นาํ ให้เรามาพบกนั อีก ขา้ เห็น เพอื่ นถกู น้าํ พดั มาเลยรีบควา้ ร่างเพื่อนไว้ แลว้ นาํ มาวางไวบ้ นยอดไมน้ ี่ ดว้ ยเกรงวา่ เพื่อนอาจจะถูกกระแสน้าํ ที่ไหลเช่ียวพดั พาไปพงกบั อนั ตรายได”้ ลิงกล่าวแก่ปลา “โอ....ลิงเพื่อนยาก ท่านมีบุญคุณกบั ขา้ อีกแลว้ หรือน่ี ขา้ หวงั วา่ จะไดช้ ่วยเพอ่ื นบา้ ง แต่กลายเป็ นว่า เพอ่ื นตอ้ งมาช่วยขา้ อีก” ปลาตดั พอ้ ตวั เอง “อย่าพูดอย่างน้ันเลยปลาเพ่ือนรัก เพ่ือนเป็ นเพ่ือนท่ีดีที่สุดของขา้ ขา้ ไม่ยอมให้เพ่ือนเป็ นอะไร หรอก...วา่ แต่เพอ่ื นอยบู่ นยอดไมน้ ่ีสบายดีหรือไม่” ลิงถามปลาดว้ ยความเป็นห่วง “ขอบใจลิงมากที่นาํ ขา้ มาอยบู่ นยอดไมน้ ้ี ขา้ สบายดี และเห็นดว้ ยกบั เพอื่ นวา่ หากอยใู่ นน้าํ ที่พดั แรง อย่างน้ันต่อไป ตวั ขา้ อาจจะไปกระแทกกบั โขดหินตายเสียก่อนก็เป็ นได”้ ปลาเห็นดว้ ยกบั ลิงโดยลืมไปเสีย สนิทวา่ ตนเองเป็นสัตวน์ ้าํ ก็ตอ้ งอยใู่ นน้าํ “ถา้ เพื่อนว่าอย่างน้ีขา้ ก็เบาใจ เอาอย่างน้ีนะ เพ่ือนพกั อย่บู นน้ีก่อน เด๋ียวขา้ ไปหาอาหารดีๆมาให้ เพอื่ นกินเอง” ลิงบอกแก่ปลาแลว้ รีบปี นป่ ายตน้ ไมอ้ อกไปหาอาหารใหป้ ลาทนั ที ในไมช่ า้ เมือ่ ลิงกลบั มายงั ยอดไมท้ ่ีปลานอนอยู่ ลิงก็แทบเป็นลมท้งั ยนื เม่อื เห็นปลาเพื่อนยาก นอน แน่น่ิงสิ้นใจอยบู่ นยอดไมท้ ี่ลิงพามาหลบกระแสน้าํ อยนู่ นั่ เอง บทสรุปของผ้แู ต่ง จงยืนยนั ใจเจตนารมณ์อนั ดีงามของเธอ ที่มุ่งมนั่ ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผูท้ ่ีเดือดร้อนต่อไป เถิด ความหวงั ดีของคนเราซ่ึงมีต่อผอู้ ่ืนน้ันย่อมเป็ นสิ่งท่ีดีและช่วยให้สังคมของเราน่าอยู่ข้ึนเป็ นแน่ แต่ บางคร้ัง บางกรณีบางบุคคล เราก็ตอ้ งศึกษา ทาํ ความเขา้ ใจในรากเหงา้ ของปัญหาและธรรมชาติของคนผซู้ ่ึง ต้องการรับความช่วยเหลือแก่เขาไปอย่างเต็มท่ี หากเป็ นดังน้ี ความช่วยเหลือของเธอ จึงจะสร้าง คุณประโยชนใ์ หเ้ กิดแก่ผเู้ ดือดร้อนไดด้ ีเป็นท่ีสุด และในแง่ของผซู้ ่ึงตอ้ งการความช่วยเหลือจากผอู้ ื่นน้นั ขอจงอยา่ ขาดสติในตนเอง และมวั หลงดีใจ กบั ทุกสิ่งทุกอย่างท่ีเขาหยิบยนื่ ให้ แต่ตอ้ งคิดให้รอบคอบดว้ ยวา่ ความช่วยเหลือที่เขาให้แก่เราน้ัน ถูกตอ้ ง เหมาะสมตามท่ีเรากาํ ลงั เดือดร้อนจริงหรือไม่ และตรงกบั สภาพตามธรรมชาติของเราดว้ ยหรือเปล่า มเิ ช่นน้นั ความช่วยเหลือท่ีต้งั ใจมอบให้ กอ็ าจจะนาํ พาซ่ึงผลร้ายและความเสียหายอยา่ งใหญ่หลวง มาสู่ผเู้ ดือดร้อน มากกวา่ ผลดีที่เขาผนู้ ้นั สมควรจะไดร้ ับจริงๆ ทีมงานตอ้ งขอขอบคุณสํานกั พิมพฟ์ รีมายดท์ ี่เอ้ือเฟ้ื อนิทานสอนใจดีๆ ในชุดหนังสือนิทานสีขาว ของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยธุ ยา ไว้ ณ โอกาสน้ีดว้ ยค่ะ
40 ไม่เห็นเกี่ยวกบั ฉนั เลย A E C หนูหนา้ โง่ ในชวั่ โมงการประชุมที่ยาวนานของโรงเรียน เป็ นการประชุมท่ีโคตร...จะน่าเบื่อ (ทุกคร้ัง) เม่ือไหร่ท่ีมีประชุมนักเรียนก็จะไม่ไดเ้ รียน ถึงแมเ้ ด็กหลายคนจะไม่ชอบเรียน แต่เม่ือครูประชุม บ่อยๆเด็กก็ทาํ หนา้ มุ่ย กาํ ลงั ร้องเพลงกนั อยา่ งสนุกสนาน ก็มีหนังสือมาเชิญครูประชุม กาํ ลงั เฉลย แบบทดสอบกนั แบบลุน้ ระทึก เด๋ียวครูก็ตอ้ งประชุม วนั ไหนนดั กนั จะทาํ กิจกรรม วนั น้นั ครูจะตอ้ ง ไปอบรม อา้ ว! เม่ือไหร่ที่มีหนังสือเชิญประชุม เด็กๆจะพร้อมใจพูดเสียงดังลนั่ ห้อง “ประชุมดี ประชุมเด่น เนน้ ประชุม” คุณครูท่านหน่ึง ไดล้ ุกข้ึนกล่าวรายงานถึงการอบรมโครงการกิจกรรมรักการอ่าน ท่ีไดเ้ ขา้ ร่วมการอบรมในสปั ดาห์ท่ีผา่ นมา สิ่งที่ท่านไดน้ าํ เสนอ ทาํ ใหด้ ิฉนั รู้สึกสนใจ เนื่องจากจุดประสงคท์ ่ี จะให้คณะครูมองเห็นความสําคญั ในกิจกรรม และช่วยเหลือโครงการน้ี ท่านจึงเร่ิมตน้ ดว้ ยนิทาน เร่ืองหน่ึง ซ่ึงประธานไดเ้ ล่าในช่วงของการเปิ ดการอบรม นทิ านเรื่องนมี้ คี วามว่า หนูตัวหน่ึงอาศยั อยู่ในบ้านของชาวนาครอบครัวหน่ึง แรกๆเม่ือมันตัวเล็กๆอาหารท่ี ตอ้ งการก็ไมม่ ากมายนกั เพราะฉะน้นั เศษอาหารในบา้ นกพ็ อกินไปวนั ๆ แต่เมื่อหนูมีครอบครัว มนั ก็ ตอ้ งการอาหารที่มากข้ึน ดงั น้นั เมื่อมนั หาอาหารเพิ่มข้ึน ชาวนาก็เริ่มเดือดร้อน ชาวนาแกป้ ัญหาดว้ ย การนาํ กบั ดกั หนูไปวางในบริเวณท่ีหนูมนั มากินอาหารประจาํ เม่ือหนูเห็นดงั น้นั มนั จึงวง่ิ ไปขอความ ช่วยเหลือจากไก่ ซ่ึงเป็ นเพ่ือนกัน แต่ไก่กลบั บอกว่า มนั ไม่ใช่ธุระของขา้ แลว้ ก็ส่ายหน้า ไม่คิด หาทางช่วยเหลือ เมื่อไก่ไม่ช่วย หนูก็วง่ิ ไปหาหมู หมกู ต็ อบมาทาํ นองเดียวกบั ไก่ ดงั น้นั หนูจึงวิง่ ไป หาววั แต่ววั ก็ตอบมาเหมือนกบั ไก่ และหมู สัตวซ์ ่ึงเป็ นเพื่อนท่ีอาศยั อยใู่ กลเ้ คียงกนั ไม่มีใครช่วยหนู แมแ้ ต่ตวั เดียว อยมู่ าไม่นาน ปรากฏวา่ มีงูไปติดกบั ดกั หนูเขา้ ภรรยาของชาวนาเดินไปดูกบั ดกั หนูที่ ตนวางไว้ แต่เน่ืองจากไม่ทนั ระวงั จึงโดนงูฉกเขา้ ทนั ที เม่ือชาวนามาเห็นเขา้ จึงนาํ ภรรยามารักษา เพ่ือนบา้ นไดย้ นิ ข่าว จึงทยอยกนั มาเย่ียม ชาวนาจาํ ตอ้ งฆ่าไก่ให้เป็ นอาหารเล้ียงตอ้ นรับเพ่ือนบา้ น รักษานานวนั ภรรยาก็ยงั ไม่หาย คราวน้ีชาวนาจึงจาํ เป็ นตอ้ งฆ่าหมูที่เล้ียงไวเ้ พ่ือเป็ นอาหารเล้ียง ตอ้ นรับเพื่อนบา้ น อยมู่ าไม่นาน ภรรยาชาวนากเ็ สียชีวติ จากพิษงู ในงานศพของภรรยา ชาวนาก็ฆ่าววั ที่เล้ียงไวเ้ พ่อื ประกอบอาหารในพธิ ี ส่วนหนูกลบั มีชีวติ รอดอาศยั อยใู่ นบา้ นชาวนานน่ั เอง
41 นิทานเร่ืองน้ี คุณครูท่านสรุปแง่คิดใหว้ า่ หากคนในองคก์ รไม่ช่วยกนั โดยคิดวา่ งานที่ไดร้ ับ มอบหมายไม่ใช่ธุระสุดท้ายก็จะประสพหายนะท้ังองค์กร ดิฉันได้ฟังรู้สึกประทับใจ คิดว่าเมื่อ ประชุมเสร็จจะตอ้ งบนั ทึกเรื่องน้ีไวเ้ ล่าให้เด็กๆฟัง แต่เม่ือคร้ันท่านผูบ้ ริหารท่านกล่าวถึงเรื่องต่อมา นนั่ คือ ท่านจะมีกรรมการมาประเมินวทิ ยฐานะในสปั ดาห์ถดั ไป เพราะฉะน้นั จึงขอความร่วมมือจาก คณะครู ช่วยจดั เตรียมเอกสารต่างๆเพื่อรองรับการประเมิน ท่านกล่าวว่า ถึงแมม้ นั จะเป็ นงานของ ท่านเอง แตเ่ ปรียบไดก้ บั ตวั ท่านเป็ นหนูในนิทานท่ีเพื่อนครูท่านหน่ึงเล่ามา เพราะฉะน้นั อยากให้ไก่ หมูและววั ซ่ึงเปรียบเหมือนคณะครูช่วยเหลือท่านดว้ ย มิเช่นน้นั ตวั ท่านอาจจะกลายเป็ นหนูที่รอด เพียงตวั เดียว ดิฉนั ได้ยนิ ประโยคดงั กล่าวรู้สึกเหมือนโดนอะไรกระแทกเขา้ ท่ีอกอยา่ งจงั สมองคิด ตามทนั ที นั่นสินะ หากอยากจะรอด ไม่เห็นว่าหนูจะตอ้ งทาํ อะไร แค่อยู่เฉยๆ หากหนูว่ิงวนุ่ ท่ีจะ แกป้ ัญหาดว้ ยตนเองมนั กจ็ ะยงิ่ ยงุ่ ไมแ่ น่วา่ หนูอาจจะติดกบั ดกั น้นั แทนงูก็เป็ นได้ นิทานเร่ืองน้ีกลบั ใหแ้ ง่คิดอีกมมุ หน่ึงกบั ดิฉนั ทุกคร้ังท่ีไดร้ ับมอบหมายงาน เม่ือติดปัญหา ดิฉนั จะเขา้ ไปขอความช่วยเหลือจากผบู้ ริหาร แตท่ ่านก็มกั จะตอบคาํ ถาม เหมือน ไก่ หมู ววั (แทบทุก คร้ัง) ส่วนเพอ่ื นครู “ไมร่ ู้หรอกนอ้ ง พไ่ี ม่รู้จะช่วยยงั ไงจริงๆ ถา้ ทาํ ไม่ไดก้ ็ไม่ตอ้ งทาํ ทิ้งไวน้ นั่ แหล่ะ” นนั่ เป็ นคาํ แนะนาํ ท่ีดูเหมือนนิทานเรื่องน้ีจะสอนไว้ เพ่ือนครูแนะนาํ ถูกจริงๆเพราะสุดทา้ ยคนซวย ไมใ่ ช่เรา แตด่ ิฉนั กลบั เป็ นหนูหนา้ โง่ วงิ่ ซกๆเที่ยวแกป้ ัญหา บางคร้ัง กบั ดกั หนูตกใส่ขาบา้ ง ก็แอบมา คลมุ โปงร้องไหใ้ นหอ้ งนอนตนเอง ทาํ ไมถึงไม่ไดย้ นิ นิทานเรื่องน้ีมาก่อนหนา้ น้ีก็ไม่รู้ซินะ เฮอ้ ! แต่ ถึงแมจ้ ะรู้วา่ ตนเป็ นหนูหนา้ โง่ แตก่ ย็ งั ทาํ ตวั ใหฉ้ ลาดข้ึนไมไ่ ดอ้ ยดู่ ี เพราะยงั นึกกงั วลใจ วา่ ลูกนอ้ ยจะ โดนกบั ดกั หนูไปดว้ ยหรือเปล่า ก็ยงั คงตอ้ งวง่ิ ซกๆตอ่ ไป
42 มคี ากล่าวว่า “อาชีพโรงสีข้าวเป็ นของเศรษฐีจริงหรือ คดิ จะสร้างโรงสีข้าวต้องทาอย่างไร สร้างโรงสีให้ทนั สมยั ให้พอดีกบั งบทตี่ ้ังไว้ เคลด็ ลบั การบริหารการสีข้าวให้มกี าไร เป็ นเถ้าแก่ต้องมคี วามรู้เร่ืองข้าวมากแค่ไหน ลองอ่านแล้วจะเข้าใจ”
Search
Read the Text Version
- 1 - 43
Pages: