Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การเสริมสร้างสมอง

การเสริมสร้างสมอง

Published by faro.phumin, 2021-11-23 08:40:10

Description: การเสริมสร้างสมอง

Search

Read the Text Version

การเสร�มสรŒาง ขอŒ มลู ท่ัวไป สมองที่ดีกว‹า ขŒอมลู สำหรับการจัดทำโปรแกรม : ขยายขอบเขตของความรูŒใหม‹ • โภชนาการ เพ�่อพัฒนาการเด็กปฐมวัย • การปกปอ‡ งคุŒมครอง • การเร�ยนรูใŒ นวัยตŒนและการเร�ยนรŒตู ลอดชวี �ต • สุขภาพ • การเล้ยี งดูลกู ขอŒ มูลเพ่�อการผลกั ดนั นโยบาย ขอŒ เทจ็ จรง� เกี่ยวกับการพฒั นาสมอง

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : หนาŒ 1 ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายขอบเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ค วามกา วหนา ในดา นประสาทวทิ ยาศาสตรก ำลงั จะเปน ปจ จยั ขบั เคลอ่ื นไปสกู ารปฏวิ ตั แิ นวคดิ เรอ่ื งพฒั นาการ ของเดก็ เนอ่ื งจากเราไดเ รยี นรมู ากขน้ึ เกย่ี วกบั ผลกระทบของประสบการณ ทง้ั ดา นบวกและดา นลบ ตลอดจนความเชอ่ื มโยงระหวา งประสบการณก บั พนั ธกุ รรมทม่ี ผี ลตอ พฒั นาการทางสมองของเดก็ ซง่ึ พฒั นาการ ดงั กลา วมผี ลอยา งยง่ิ ตอ อนาคตของบรรดาเดก็ ดอ ยโอกาสจำนวนหลายลา นคนและสงั คมของเดก็ ๆ เหลา นน้ั อกี ทง้ั มผี ลตอ งานของเราทง้ั ในบรบิ ทดา นมนษุ ยธรรมและการพฒั นาดว ย ขอความตา ง ๆ ที่ระบใุ นเอกสารฉบบั นีม้ าจากการ สมั มนาทางวิชาการดา นประสาทวทิ ยาศาสตร ซงึ่ จดั โดยองคก ารยนู เิ ซฟ เมอ่ื วันท่ี 16 เมษายน 2014 (พ.ศ. 2557) ซ่ึงนกั วทิ ยาศาสตรนานาชาตริ ะดบั แนวหนา จำนวน 16 ทานจากสาขาตา ง ๆ ดา น ประสาทวิทยาศาสตรไ ดนำเสนอหลกั ฐานลา สดุ ตา ง ๆ เก่ยี วกับอทิ ธิพลของประสบการณและสิ่งแวดลอม ทีม่ ผี ลตอพัฒนาการทางสมองของเด็ก1 1 ขอสังเกต : เอกสารฉบบั น้ไี มใ ชเ อกสารผลงานทมี่ าจากการทบทวนวรรณกรรม (Literature review) อยางละเอียด แตเ ปน เอกสารทีเ่ ปน ผลการประชุม เชงิ วชิ าการดานประสาทวิทยาศาสตรโ ดยภาคผนวก 1 มีรายชื่อนักวิทยาศาสตรท่ีเขารวมการประชุม และภาคผนวก 2 มีรายชอ่ื เอกสารอา งองิ ทส่ี นบั สนนุ ขอความในเอกสารน้ี

หนŒา 2การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ปจจบ� นั เราทราบแลว วา การทำงานของสมองไดรบั อทิ ธิพลจากสภาพแวดลอ มเชน เดยี วกบั ทีไ่ ดรับอทิ ธิพล จากพนั ธกุ รรม และการพัฒนาเดก็ ใหส มองไดร ับการพฒั นาอยางเตม็ ท่จี ึงตอ งทำในชวง “หนา ตา งแหง โอกาส” หรอื “โอกาสทองของการเรียนรู” ทจี่ ะบำรุงเลีย้ งดู กระตุนพัฒนาการ และสรางความปลอดภัยเพ่อื ชว ยเติมเตม็ ศักยภาพของเดก็ การคนพบทางวทิ ยาศาสตรย ังชว ยหาคำตอบวา การเลย้ี งดูเดก็ เล็กและการเอาใจใสอยางไร จะสง ผลตอ การเปลย่ี นแปลงการแสดงออกของยีนสในสมอง ซ่งึ มีแนวโนม จะสงผลกระทบตอ อนชุ นรนุ หลงั ๆ ในอนาคต ปจจ�บนั เดก็ วัยตำ่ กวา 5 ปถ ึง 200 ลา นคน มพี ฒั นาการตำ่ กวาระดบั ศักยภาพปกติ เนอ่ื งจากปจจยั หลายประการ เชน ขาดสารอาหาร สขุ ภาพไมสมบรู ณ อยูใ นสภาพแวดลอ มทขี่ าดสงิ่ กระตุน พฒั นาการ ขาดการเลี้ยงดูทเ่ี หมาะสม ขาดการกระตนุ การตอบสนอง และอยใู นสภาพท่ีไมปลอดภยั 2 ผลการวจิ ัยพบวา การลงทนุ ในบริการสำหรบั เด็ก ในระยะแรกเร่มิ (Early intervention) เปน ประโยชนตอพัฒนาการทางสมองในระยะสำคญั ๆ สามารถชว ยใหบรรดา เดก็ ดอยโอกาส เด็กทอ่ี ยใู นภาวะเปราะบาง ตลอดจนสังคมของบรรดาเดก็ เหลาน้นั มีสภาพทด่ี ขี นึ้ โดยชว ยหยุดยั้ง วฏั จกั รแหงความยากจน ความรุนแรง และความสิน้ หวงั องคก ารยนู เิ ซฟไดจ ัดสัมมนาทางวชิ าการ โดยเชิญบรรดานักวทิ ยาศาสตรร ะดบั แนวหนา จากสาขาประสาท วิทยาศาสตรม ารวมแลกเปลี่ยนความรูแ ละประสบการณเก่ยี วกับการเช่อื มโยงระหวางปญ หาของเด็กทอ่ี ยใู นสภาวะ ยากลำบากตา ง ๆ กบั พัฒนาการและการทำงานของสมอง หลงั จากทีไ่ ดต ระหนกั ถงึ คณุ คา และผลกระทบที่เปนไปได ของวทิ ยาศาสตรแ ขนงนีต้ อการสาธารณสุข และการจดั ทำโปรแกรมสรา งเสริมพฒั นาการแบบองคร วมสำหรับเด็ก การสัมมนาทางวิชาการในลกั ษณะนท้ี ีย่ นู เิ ซฟจัดขน้ึ เปนคร้ังแรกทำใหไดท ราบวา องคความรูใ หมท เี่ กิดข้ึนเกยี่ วกับ พัฒนาการทางสมองตง้ั แตร ะยะแรกเรม่ิ สามารถนำไปประยุกตก ับวธิ ีการใหม ๆ เพื่อปรบั ปรุงประสิทธผิ ลของการ จัดโปรแกรมสรา งเสรมิ พัฒนาการแบบองคร วมทางดานสขุ ภาพ การศกึ ษา โภชนาการ และการคุมครองเดก็ โดยคำนงึ ถงึ ผลจากการคุมครองเดก็ จากความรุนแรง การถูกละเลย และการนำเดก็ เขา สูระบบสถานสงเคราะห การสมั มนาทางวิชาการดงั กลา วยงั ชวยชีใ้ หเ ห็นแนวคดิ ใหม ๆ ซ่งึ รวมถงึ เรื่องผลกระทบจากความเจ็บปว ย การตดิ เชือ้ และการสรางเสรมิ พฒั นาการแบบองครวมของเด็กตอ การพัฒนาการทางสมอง ถึงเวลาแลวทเี่ ราควรจะกำหนดแนวคิดเร่อื งการพฒั นาเดก็ ปฐมวยั กันใหม โดยเช่อื มโยงสาขาการศกึ ษาตาง ๆ เขาดว ยกนั ดว ยการแปรหลักฐานทางวิทยาศาสตรต าง ๆ ใหเ ปนภาคปฏิบัติ ตลอดจนบรู ณาการ ท้งั ดา นสขุ ภาพ โภชนาการ การศกึ ษา และการคมุ ครองเด็กเขาดวยกัน อีกท้ังดำเนินมาตรการ แบบบูรณาการมากขึ้นเพื่อให บงั เกดิ ผลแกเดก็ ๆ 2 Lancet, 2007

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ขŒอมูลทั่วไป หยุดการโตเŒ ถียงเรอ�่ งพนั ธกุ รรมหร�อสภาพแวดลŒอม หนาŒ 3 สำคัญต‹อการพัฒนาการสมองมากกวา‹ กนั ไดแŒ ลวŒ ในอดตี เราเคยอภิปรายในประเด็นที่วาธรรมชาตขิ องมนษุ ยหรือการเล้ียงดมู ีอทิ ธพิ ลตอพฒั นาการทางสมอง มากกวา กัน ตอ มาเราอภิปรายวาทัง้ ธรรมชาตแิ ละการเลี้ยงดตู า งกส็ ำคัญ แตป จจ�บันเราทราบแลววา ทงั้ ธรรมชาติและการเล้ียงดตู อ งไปควบคูก ัน โดยปจจยั ทง้ั สองพง่ึ พิงกนั มากกวาทเ่ี ราเคยคาดคดิ ไว ทง้ั สอง เติมเตม็ ซง่ึ กนั และกัน และปฏสิ มั พันธก นั อยา งสมำ่ เสมอ ปจจยั ทั้งสองตางดำเนินบทบาทของตนแตควบคู กนั ไปในการพัฒนาสมองของเด็ก และอนาคตของเด็ก โดยยนี สเ ปนกรอบฐานรากของพัฒนาทางสมอง ของเด็ก สว นสภาพแวดลอ มชวยปรบั พฒั นาการใหเขารอ งเขา รอย สมองมีพัฒนาการในระดบั เร็วท่สี ุดในชว‹ งอายุ 2-3 ป‚แรกของเดก็ ๆ ในกลมุ เด็กเลก็ เซลลป ระสาทสมองจะกอตวั พัฒนาเช่ือมโยงกันในอตั ราสงู ถึง 700-1,000 ครง้ั ตอ วินาที ซึ่งพฒั นาการกอ ตวั เชอ่ื มโยงเปน กลไกใหสมองสามารถยดื หยนุ และปรับตวั ได (neuroplasticity) พฒั นาการ นีเ้ ปน พน้ื ฐานสำคัญในการสรางสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจติ เสริมสรางความสามารถในการเรยี นรูตลอดชวี ิต ความสามารถในการปรับตัวตอการเปล่ียนแปลง และพฒั นาใหเ กดิ ความเขมแข็งทางใจท่จี ะชวยใหเด็ก สามารถฟนตัวไดเร็วยามเผชิญอปุ สรรค หลักฐานทางวิทยาศาสตรดงั กลาวเนนใหเ หน็ ถงึ ความสำคญั ในการเอาใจใสดูแล สขุ ภาพท่ีดีของเดก็ โภชนาการ และปจ จัยกระตนุ พฒั นาการของเดก็ เล็กทุกราย โดยเฉพาะตองเอาใจใสดแู ลเด็กเล็กทเี่ ผชญิ อปุ สรรคหรอื เด็กเลก็ ทม่ี กี ารพัฒนาในทางลบ บรก� ารช‹วยเหลือเดก็ ในระยะแรกเร�มคอื คำตอบ เพราะยงิ� ช‹วยเหลือเดก็ ชŒา ก็ย�งิ ทำใหŒแกปŒ ญ˜ หาไดยŒ าก เมื่อสมองของเดก็ ไมไดร ับการบำรุงเทา ทค่ี วรหรอื ตามทส่ี มองจำเปน ตอง ไดรบั โดยเฉพาะในชวง 2-3 ขวบปแรกซึ่งสมองมีความออ นไหวและ พัฒนาการไดรวดเรว็ ทส่ี ุด จะตอ งใชค วามพยายามอยางมากทจ่ี ะชดเชย การขาดโอกาสในชว งนั้น และผลลพั ธท ่ีไดก ็มักจะตำ่ กวา ระดบั เหมาะสม อยมู าก ดงั นั้น ระดับความรุนแรงของปญ หาทางดานพัฒนาการทาง สมองเม่อื เด็กเติบโตขน้ึ ซง่ึ สัมพนั ธก ับการขาดโอกาสในระยะวัยตน ๆ สามารถแกไขไดดว ยการใหบรกิ ารชว ยเหลือเด็กในระยะแรกเรม่ิ

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ในการนำความรŒใู หม‹ไปใชŒใหŒเกดิ ประโยชนส งู สดุ เราจะตอŒ งทราบวา‹ ควรจะ บูรณาการและจดั การใหŒบร�การแกเ‹ ดก็ ในระยะแรกเรม� เมื่อไหร‹และอยา‹ งไร เพอ�่ ใหเŒ กดิ ผลดีท่ีสดุ แก‹เดก็ สมองของมนษุ ยมีความซบั ซอ นเปนพเิ ศษ และพัฒนาจาก “ลา งขึ้นบน” คุณภาพของประสบการณต าง ๆ ต้งั แตว ยั เยาวช ว ยสรางรากฐานสำหรบั พัฒนาการทางสมองไปตลอดชว งวัยเด็กและวัยรนุ วา จะเกิดข้นึ อยางเหมาะสมหรอื ไม การทำงานตาง ๆ ของสมองก็มีปฏสิ ัมพันธกันอยา งซบั ซอนแตม ีระบบการประสาน งานกนั ดังน้ันเราสามารถทำใหก ารใหบริการชวยเหลือเด็กในระยะแรกเรมิ่ ใหเกิดผลลพั ธทด่ี ีที่สดุ ได ถาเราออกแบบบริการนนั้ ใหส อดรับกับพฒั นาการทเี่ ปล่ียนแปลงตลอดเวลาของสมอง การทำงาน ที่สัมพันธซบั ซอ นของสมอง และอยใู นชว งโอกาสทองของการเรยี นรู หนŒา 4

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : หนาŒ 5 ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ขŒอมูลสำหรับการจัดทำโปรแกรม สมองอาศัยปจจัยและประสบการณห ลากหลายในการพฒั นา เชน สารอาหารชวยหลอ เลีย้ งสมอง การกระตุน พัฒนาการเด็กชวยจ�ดประกายความเชื่อมโยงของระบบประสาท และปฏิสมั พันธทางบวกชวยลดผลกระทบ จากความเจบ็ ปว ย สว นการคุม ครองเดก็ ใหป ลอดภยั ชวยปกปองสมองจากผลกระทบทางลบจากความเครยี ด การผสมผสานระหวา งสารอาหารทเ่ี พยี งพอ การกระตนุ ทางบวกในลกั ษณะทถ่ี ูกตอง การเลี้ยงดทู ่ีดี และ ความรูสึกม่ันคงปลอดภยั ลวนมีผลตอการพฒั นาการกอตวั และการรวมตัวของวถิ ีประสาทตาง ๆ ซึ่งจะมผี ล ตอความสามารถของสมองทีจ่ ะพฒั นาอยางถกู ตอ ง และตอความสามารถของเด็กที่จะพัฒนาจนเต็ม ศกั ยภาพของตน โภชนาการ การขาดโภชนาการในชว‹ งทารกบน่ั ทอนพฒั นาการทางสมอง ในชว งทอ่ี ยใู นครรภ และชวงทารกแรกเกดิ สมองตองการพลงั งานอยา งมาก โดยใชพลงั งานถงึ รอยละ 50-75 ของพลงั งานทีถ่ ูกดูดซมึ เขาสรู างกายจากอาหาร ซึง่ ไดแ ก ไขมนั โปรตนี วิตามนิ ตาง ๆ และเกลอื แร แตถ า หญงิ ตั้งครรภ และทารกไดรบั สารอาหารทีไ่ มเพียงพอ จะสงผลกระทบตอ โครงสรา งและการทำงานตา ง ๆ ของสมองอยา งทีย่ ากจะหาทางชดเชยไดในภายหลงั ความเครย� ดและสารอาหารจะมปี ฏิสมั พนั ธซ่ึงกันและกัน ส‹งผลกระทบตอ‹ การ ท่ีสมองและรา‹ งกายจะดูดซมึ สารอาหาร และมอี ทิ ธพิ ลตอ‹ ระดับพัฒนาการ ของเดก็ ดŒวย รา งกายของมนษุ ยจ ะจดั ลำดบั ความสำคัญวาสารอาหารควรถูกสงไป ณ จด� ใดและเพอื่ อะไร โดยใชหลักการ เดียวกบั อุปสงคและอปุ ทานท่ซี บั ซอ น (ปรมิ าณสารอาหารคืออุปสงค และความสามารถดดู ซึมสารอาหาร คืออปุ ทาน) อยา งไรกด็ ี ความเครียดสงู บน่ั ทอนความสามารถของรา งกายในการเผาผลาญสารอาหารหลัก ๆ ท่เี กื้อหนนุ พัฒนาการทางสมองใหแขง็ แรง อกี ทัง้ สง ผลกระทบตอความสามารถของอวัยวะสำคญั ในการ ดดู ซึมสารอาหารและลดประสิทธิผลของอาหารเสริมตาง ๆ เชน อาหารเสรมิ ที่ใหแ กเ ด็กทขี่ าดสารอาหาร ในภาวะฉกุ เฉนิ ดงั นั้น การใหบริการชวยเหลอื เดก็ ในระยะแรกเรม่ิ อยา งชาญฉลาดควรจะคำนงึ ถงึ ปจจัย เช่ือมโยงระหวางโภชนาการกบั การลดระดบั ความเครยี ด ซึง่ จะมผี ลตอภาวะทางโภชนาการและพฒั นาการ ทางสมองของเดก็ ไปพรอม ๆ กันดวย

หนŒา 6การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั การปกปอ‡ งคมŒุ ครอง ภาวะความเครย� ดในระดับรนุ แรงและการเผชญิ กับความรนุ แรง การถกู ละเมิด และการถกู ละเลยในวัยเยาวจ ะมผี ลกระทบต‹อเดก็ ไปตลอดชวี ต� ความเครยี ดอาจเกดิ ขน้ึ ไดหลายระดบั เชน ระดับตำ่ ระดับปานกลาง (สามารถทนได) และระดับรนุ แรง ทงั้ นี้ภาวะความเครยี ดในระดบั รนุ แรงเกิดขึ้นเม่ือทารก หรือเด็กเลก็ เผชญิ กับความรนุ แรง การถกู ละเมดิ การถูกละเลย และตองเผชิญความหวิ โหย ตลอดจน อุปสรรคตา ง ๆ ทเี่ ปน ปญหาที่หยง่ั รากลึก เร้อื รงั และซับซอ น ซ่งึ ในภาวะความเครียดดังกลาว รา งกายจะหลงั่ ฮอรโ มนคอรตซิ อล (cortisol) ซ่งึ เปนฮอรโมนความเครียด ออกมาในระดับสูง และ ฮอรโมนนี้จะขัดขวางกระบวนพัฒนาการทางสมอง โดยจำกัดการ ขยายตวั หรือการแตกแขนงของเซลลต า ง ๆ ในสมอง อีกทง้ั สงผลรา ย ตอ สุขภาพ การเรียนรู และพฤตกิ รรมของเด็ก ความปลอดภัยเปนš ปจ˜ จัยท่ีจำเปšนตอ‹ พัฒนาการของเด็กปฐมวัย ระบบประสาทอตั โนมัติจะตอบสนองตอ ภยั คกุ คามตาง ๆ และกอใหเ กิดระบบตอบสนองความเครียด อกี ทัง้ ยังทำใหพ ลังงานและสารอาหารถกู เบ่ยี งออกจากสมอง ดังนัน้ หากจะฟนฟูพฒั นาการทางสมองใหคืน กลับสูภาวะปกติ สมองจะตองรบั รถู งึ ความปลอดภัยเสยี กอน ซ่งึ การเขา ใจกระบวนการ “ภายใน” ของสมอง ทีจ่ ะประเมินความเส่ยี งตา ง ๆ น้ีเรียกวา “neuroception” (หมายถึงภาวะท่ีวงจรประสาทตา ง ๆ ในสมอง แยกแยะวาสถานการณใ ด และผูใดมคี วามปลอดภยั หรือเปนอนั ตราย หรอื เปนภยั คกุ คาม) ซงึ่ จะชวยชท้ี าง และทำใหการใหบริการชวยเหลอื ไดตรงจ�ด เพือ่ จัดสภาพแวดลอมท่ีปลอดภัยและเกื้อกูลตอพฒั นาการให แกเด็ก ๆ ไดอยา งเหมาะสม

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : หนาŒ 7 ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั การเรย� นรใŒู นชว‹ งปฐมวยั และการเรย� นรตŒู ลอดชวี ต� การกระตุนŒ และปฏิสัมพันธกับพ‹อแม‹และผเูŒ ลีย้ งดูตั้งแต‹วัยตนŒ ๆ นำไปสูพ‹ ฒั นาการ ทางสมองแบบกาŒ วกระโดด และการเรย� นรŒตู ลอดชวี �ต การวจิ ยั มากมายเกย่ี วกบั การกระตุน พฒั นาการ ของทารกและเด็กปฐมวัยพบวา การเลย้ี งดูอยางอบอุน และการกระตนุ ใหเ กดิ ปฏสิ มั พนั ธท ดี่ ีระหวาง เดก็ เล็กกับพอแม และผูเลีย้ งดู สามารถชว ย เสริมสรางความสามารถในการเรยี นรูเ ชงิ บวก ไดอยา งถาวร อีกท้ังอาจจะชวยเปล่ยี นแปลง การทำงานของสมองเด็กไปตลอดชีวติ การเร�ยนรูŒของเด็กปฐมวัยตดิ ตัวเด็กไปไดŒตลอดชวี ต� และออกดอกออกผลอย‹างทั่วถึง รากฐานของเครอื ขา ยสมองและวถิ เี ซลลประสาทตาง ๆ จะเกิดขนึ้ ภายในชว ง 6 ปแรก เจมส เจ. เฮกแมน (James J. Heckman) นักเศรษฐศาสตรผ พู ิชิตรางวลั โนเบลไดคิดคำนวณ “เสน โคง เฮกแมน” (“Heckman Curve”) ซงึ่ เปนกราฟท่แี สดงใหเ หน็ วา การลงทนุ ทางดานการศึกษาและการฝก อบรม ทีใ่ หผ ลตอบแทนสูงสดุ คือ การเรยี นรูในชวงปฐมวัยหรอื ในชวงระยะแรกเกดิ จนเด็กถึงอายุสามป

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั สขุ ภาพ มี ปจ จัยทางดานสุขภาพหลายประการท่เี ชอ่ื มโยงกบั พฒั นาการทางสมอง แตไมไดรวมอยใู นหว ขอ ของ การสมั มนาทางวชิ าการทางดา นประสาทวิทยาศาสตรท ้งั หมด ประเด็นทไ่ี มไดถ กู รวมไวในเอกสารฉบับน้ี เชน การคลอดบตุ รอยา งปลอดภัย การเลยี้ งดูทารกหลงั คลอด ภาวะการติดเชอื้ การสรางภมู ิคุมกัน หรือการ ไดรับยาหรือสารเคมีเกนิ ขนาด ยังจำเปน ตอ งใหความสนใจตอไป ปฏิสมั พันธท ่ีส‹งเสรม� สขุ ภาพที่ดรี ะหวา‹ งทารกกบั ผเŒู ลี้ยงดมู ผี ลตอ‹ ท้งั สองช‹วงวยั ความผกู พันอยางแนบแนน และปฏิสัมพนั ธตัง้ แตแรกเริ่ม ระหวางทารกกบั ผูเลีย้ งดูจะกระตุน ใหเกิดการหลง่ั ฮอรโมนออกซโิ ทซนิ (oxytocin) ซึง่ เปนฮอรโมนสำคัญ ทสี่ งผลตอ ประสาทและพฤตกิ รรมของเด็กและแม โดย ผลดังกลา วมคี วามเชอื่ มโยงกนั ในสวนของแม ฮอรโ มนออกซโิ ทซินอาจชวยทำใหเ ลี้ยงลกู ดวยนมแม นานขน้ึ ซึ่งจะชว ยเสรมิ สรา งโภชนาการและพฒั นาการ ทางสมองท่ดี ขี ้นึ แกท ารก นอกจากนี้ การเล้ียงลูกดวย นมแมยังเปนการกระตนุ และการบำรุงเลี้ยงสมองของ ทารกดว ย อกี ทง้ั เปนการเสริมสรางความสมั พนั ธ ท่ดี ีระหวา งเด็กกับผูเลย้ี งดู ปจจยั ดงั กลา วท้งั หมด ลว นสนบั สนุนการพฒั นาสมองใหแข็งแรง หนŒา 8

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั การเลย้ี งดลู กู วธ� ีการทเ่ี ดก็ ไดŒรบั การเลย้ี งดู หร�อการดูแลเอาใจใสใ‹ นชว‹ งขวบป‚แรก ๆ มผี ลกระทบต‹อการทำงานของสมองเดก็ ไปตลอดชีว�ต และอาจจะมีผล ตอ‹ บุตรหลานรน‹ุ ตอ‹ ๆ ไปในอนาคตดŒวย เราไดเ รียนรเู พ่มิ ขึ้นวา การเลยี้ งดเู ด็ก ตลอดจนการฝกใหเด็กมสี ังคมและมีระเบยี บสงผลตอ พฤตกิ รรม ของเดก็ ปฐมวยั อยางไร อกี ทง้ั ยงั เปนปจ จัยท่ีสามารถทำนายพฤตกิ รรมเมือ่ เขาเตบิ โตเปน ผูใหญ รวมถงึ พฤติกรรมกา วราวและการแสดงออกตา ง ๆ ไดดว ย ซงึ่ ปจ จยั ตาง ๆ ดงั กลาวยงั มผี ลตอความโนมเอยี ง ทางพันธุกรรมใหแสดงผลของยีนสท ีเ่ กี่ยวของไดอ ยา งแปรผนั โภชนาการท่ีเพย� งพอและต‹อเนอ่ื ง ตลอดจนการไดŒรับการเลยี้ งดสู นบั สนนุ จากผใูŒ หญ‹ เปนš วธ� กี ารทดี่ ที ่ีสุดทีจ่ ะช‹วยชดเชยผลกระทบจาก สภาวะที่ยากลำบาก อกี ท้ังยังช‹วยสนับสนุนพัฒนาการทางสมองของเดก็ ดวŒ ย สมองของมนุษยถ กู สรา งใหเสาะแสวงหาประสบการณต าง ๆ และรอรบั การกระตนุ เมอ่ื โอกาสแหง การเรยี นรู เปด กวาง ซึง่ บางครัง้ โอกาสทเ่ี ปดรับอาจมีชว งระยะเวลาทส่ี นั้ มาก เมื่อการคาดหวงั ทีจ่ ะไดร บั การเลีย้ งดู อยางทนุถนอมและชว ยสรา งสง่ิ กระตุนไมเ ปน ผล สมองก็ไมม ขี อ มลู วา จะพัฒนาอะไร หรอื พฒั นาอยา งไร เนอ่ื งจากพฒั นาการทางสมองตองอาศยั สญั ญาณรับรจู ากการเลยี้ งดู เพือ่ เสรมิ สรา งโครงขา ยเซลล ประสาท หนาŒ 9

หนŒา 10การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ขŒอมูลเพ�่อการผลักดันนโยบาย การคŒนพบใหม‹นม้ี ผี ลต‹อกล‹มุ เดก็ ท่เี ปราะบาง และดอŒ ยโอกาสอย‹างมหาศาล ตวั อยา งเชน การตีความสงิ่ ทคี่ นพบใหมน สี้ ามารถ นำไปสกู ารผลกั ดนั นโยบายกบั พนั ธมิตรจากหนว ย งานราชการ เพอื่ ทีจ่ ะลดการนำเดก็ เขา สสู ถาน รบั เล้ียงเดก็ และชวยสงเสรมิ ระบบอปุ การะเดก็ เพ่อื ใหการชวยเหลือเชงิ บวกทางดานจติ ใจและ สังคม อีกท้งั การจัดพ้นื ท่ีทีเ่ ปนมิตรตอ เดก็ ที่ อยใู นสภาวะฉุกเฉิน และเนน เพ่ิมการลงทุน ในการแกป ญ หาระดับโลกเกี่ยวกับความรนุ แรง ตอเดก็ โดยเขา ใจผลกระทบตาง ๆ ทีต่ ามมาใน ระยะยาวจากความรุนแรงอยางลึกซ้งึ ความเหลอ่ื มล้ำเรม� ตŒนตงั้ แตว‹ นั แรก ๆ ของชวี ต� และความพยายามที่จะ ลดช‹องวา‹ งแห‹งความเหล่อื มลำ้ ก็จำเปšนท่จี ะตŒองเรม� ตัง้ แตต‹ Œนเช‹นกนั เพราะสงิ� นี้เปนš อุปสรรคทำใหŒเด็ก ๆ หลายลŒานคนไมม‹ โี อกาสไดŒรับสทิ ธ์ิ ทจ่ี ะพัฒนาตนเองอย‹างเตม็ ที่ ประมาณ 1 ใน 3 ของเดก็ ๆ3 มรี ะดับการพัฒนาท่ีไมถ งึ ศักยภาพทคี่ วรเปน ซง่ึ สงผลกระทบอยางมากทง้ั ตอ ชวี ติ ของเดก็ และผลกระทบในระยะยาวตอ สังคมของเดก็ เหลา น้นั ดวย 3 MICS4

การเสรม� สราŒ งสมองทด่ี กี วา‹ : ขยายของเขตของความรใŒู หมเ‹ พอ่� การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั บรรดานกั เศรษฐศาสตรยกยอ‹ งวา‹ การลงทุนเร�่องการใหบŒ ร�การช‹วยเหลอื เดก็ ในระยะแรกเร�มว‹า เปนš ว�ธีการท่ีคุŒมค‹าท่สี ุดทีจ่ ะทำใหเŒ กิดการพฒั นาอย‹างยง่ั ยนื โดยการเนนการลงทุนทใี่ หผรู ับบริการไดผ ลตอบแทนสูง ในรปู แบบของการเพมิ่ ศักยภาพการเรยี นรู การหารายได ทส่ี ูงขนึ้ และเพ่ิมผลการผลิตใหม ีประสิทธิภาพยง่ิ ขึ้น ตลอดจนชวยลดการพึง่ พาอาศยั ระบบสาธารณสุข ระบบยุติธรรม ระบบการคุมครองเด็กและสงั คม และลดตนทุนทางสังคมจากปญ หาประสทิ ธภิ าพการผลติ ที่ตำ่ ลง หลักฐานต‹าง ๆ ชใี้ หŒเหน็ ว‹าตŒองมกี ารปฏิบัติ: การดำเนินงานรว‹ มกันของฝา† ยต‹าง ๆ ท่เี ก่ียวขŒองมีความสำคัญอย‹างมาก ทีจ่ ะช‹วยใหสŒ มองเด็กไดรŒ บั การพัฒนาอย‹าง เหมาะสมใหŒเด็กเจร�ญเตบิ โต และมีความเปšนอยูท‹ ดี ี ขณะทีเ่ ราไดเรยี นรูเ พมิ่ ขนึ้ เรือ่ ยๆเก่ยี วกบั ความเชือ่ มโยงระหวา งการชวยเหลือเดก็ ในหวั ขอทส่ี ำคัญ ๆ เชน โภชนาการ การกระตุน พัฒนาการ การปกปองคุมครองเด็กใหปลอดภัย สุขภาพ การสนบั สนนุ ใหเ ด็กไดรับ การเลีย้ งดูอยา งเหมาะสม และการเลีย้ งลกู ดวยนมแม เราตองเรม่ิ นำขอ มูลใหมเหลา น้มี าประยุกตใชต้งั แต ตอนน้ี ถึงเวลาแลŒวท่จี ะตŒองปรับปรุงแนวทางการพฒั นาเด็กวัยปฐมวยั ใหม‹ โดยการนำ ความกŒาวหนาŒ ทางวท� ยาศาสตรม าทำใหเŒ กิดผลในชวี ต� จร�งสำหรับกล‹ุมเด็ก ดŒอยโอกาสและมคี วามเปราะบางท่สี ุด หนาŒ 11

ขŒอเท็จจร�ง เกี่ยวกับการพัฒนาสมอง กรอบรากฐานของสมองมนุษยป ระกอบดวยเซลลป ระสาทถงึ 86,000 ลานเซลล ท่กี อตัวรอบ ๆ จด� ประสานเช่ือมโยงเซลลประสาทตาง ๆ ถงึ 1 พันลา นลานจด� แตก อ ตวั เปนรหัสทางพันธกุ รรมในเพยี ง 10,000 ยนี ส (Herculano–Houzel, 2009) ในชว งขวบปแรก ๆ ของชวี ิต เซลลป ระสาทตา ง ๆ จะพฒั นากอตวั ประสานเชอื่ มโยงกันข้ึนใหม ในอัตราสูง อยางนาอัศจรรย ประมาณ 700-1,000 ครั้งตอวินาที (Shonkoff, 2009) ซง่ึ อัตราการสง ขอความฮิตในทวติ เตอรในชว งการประกาศผลรางวลั ออสการยงั ไมเ ร็วเทา เม่อื เดก็ อายุ 7 ป ความสามารถในการเปลย่ี นแปลงของเซลลสมองตนตอจากเนอื้ เยอื่ ชนิดหนึ่งไปเปน เซลล ชนิดจำเพาะของเนอ้ื เยื่อชนิดอนื่ กลับลดลงมาประมาณรอ ยละ 50 ของระดับกอนหนา น้ี (Nelson, 2000) เม่ืออายุ 3 ป สมองของเด็กจะทำงานไวเปนสองเทาของสมองผใู หญ (Brotherson, 2009) เม่ืออายุ 3 ป นำ้ หนักสมองของเดก็ จะเพิม่ ขนึ้ เปนรอยละ 87 ของนำ้ หนกั สมองมนุษยโ ดยปกติ (1,100 กรมั ; Dekaban, 1978) รอ ยละ 50-75 ของการเผาผลาญพลงั งานในรา งกายในชว ง 2-3 ปแรกของเดก็ นำไปใช เพอ่ื การพฒั นาสมอง (Steen, 2007) ในบรรดาสายพันธมุ นุษยทง้ั หมดที่มปี ระวตั ิศาสตรพ ฒั นาการแตดง้ั เดมิ มา สายพนั ธขุ องมนุษยป จจบ� นั คือ โฮโม ซาเปย น (Homo sapiens) เทา นั้น ทม่ี ชี ีวติ รอดมาได เนือ่ งจากพัฒนาการทางสมองที่ปรบั ตวั ไดใ นชว งวยั เดก็ (Walter, 2013)

องคการยนู เิ ซฟ ประเทศไทย 19 ถ. พระอาทติ ย เขตพระนคร กทม. 10200 โทร: 66 2 356 9499 แฟกซ: 66 2 281 6032 อีเมลล: [email protected] http://www.unicef.org/Thailand 2016


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook