92 รวม ไม่สามารถระบไุ ด้ อบุ ัติเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตัวตาย 16% 2551 2552 2553 2554 2555 2561 2562 14% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 12% 10% 2556 2557 2558 2559 2560 8% 6% 4% 2% 0% N = 64,816 2550 อุบตั ิเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 5%ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 5% 4% 4% 3% 3% 2% 2% 1% 1% 0% N = 64,816 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพที่ 4.4.27 ร้อยละของการตรวจพบเมทแอมเฟตามนี จาแนกตามพฤติการณก์ ารเสียชวี ิตและปี จากภาพที่ 4.4.27 เม่ือพิจารณาการตรวจพบเมทแอมเฟตามีนจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิต พบวา่ ตัง้ แตป่ ี พ.ศ. 2558 ร้อยละการตรวจพบเมทแฟทตามีนมีแนวโน้มเพ่ิมขึ้นในกลุ่มผูเ้ สียชวี ติ ในรูปแบบของ อุบตั ิเหตแุ ละโรคธรรมชาตมิ แี นวโน้มสงู ขนึ้ และลดลงในปี พ.ศ. 2562
93 รวม ไมส่ ามารถระบุได้ อบุ ัติเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตวั ตาย 25% 20% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 15% 10% 5% 0% N = 58,966 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 อบุ ตั เิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตัวตาย ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ10% 9% 8% 7% 6% 5% 4% 3% 2% 1% 0% N = 58,966 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพท่ี 4.4.28 รอ้ ยละของการตรวจพบยากลอ่ มประสาทจาแนกตามพฤตกิ ารณก์ ารเสยี ชีวิตและปี จากภาพท่ี 4.4.28 เมื่อพิจารณาการตรวจพบยากล่อมประสาทจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิต พบว่าต้ังแต่ปี พ.ศ. 2558 ร้อยละการตรวจพบยากล่อมประสาทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้เสียชีวิตในรูปแบบ ของอุบัตเิ หตแุ ละโรคธรรมชาตมิ ีแนวโนม้ สงู ขน้ึ และลดลงในปี พ.ศ. 2561 - 2562
94 รวม ไมส่ ามารถระบุได้ อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 30.00% 25.00% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 20.00% 15.00% 10.00% 5.00% 0.00% N = 11,410 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 2560 2561 0.45% 0.40% หมำยเหตุ แสดงขอ้ มูลเฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 0.35% 0.30% 0.25% 0.20% 0.15% 0.10% 0.05% 0.00% N = 11,410 2557 2558 2559 2562 ภำพที่ 4.4.29 ร้อยละของการตรวจพบโคเคนจาแนกตามพฤติการณ์การเสยี ชวี ิตและปี จากภาพท่ี 4.4.29 เมอ่ื พจิ ารณาการตรวจพบโคเคนจาแนกตามพฤติการณ์การเสยี ชีวิต พบวา่ ตัง้ แต่ปี พ.ศ. 2557 การตรวจพบโคเคนมีแนวโน้มเพ่ิมข้ึนในกล่มุ ผทู้ ี่มีพฤติการณก์ ารเสียชีวิตจากโรคธรรมชาติ ในขณะ ทก่ี ารตรวจพบโคเคนในกลุ่มผู้เสียชวี ติ จากการฆ่าตัวตายสงู ขน้ึ ในปี พ.ศ. 2562 เม่ือเทยี บกับปี พ.ศ. 2561
95 รวม ไมส่ ามารถระบไุ ด้ อุบตั ิเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตัวตาย 45.00%ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 40.00% 35.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 30.00% 25.00% 20.00% 15.00% 10.00% 5.00% 0.00% N = 22,986 อุบัติเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 0.70% หมำยเหตุ แสดงข้อมลู เฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 0.60% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 0.50% 0.40% 0.30% 0.20% 0.10% 0.00% N = 22,986 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพที่ 4.4.30 รอ้ ยละของการตรวจพบกญั ชาจาแนกตามพฤตกิ ารณ์การเสียชวี ติ และปี จากภาพที่ 4.4.30 เมื่อพิจารณาการตรวจพบกัญชาจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิต พบว่าในปี พ.ศ. 2562 ผู้เสียชีวิตในทุกรูปแบบพฤติการณ์มีแนวโน้มการตรวจพบกัญชาสูงข้ึน ยกเว้นพฤติการณ์การ เสยี ชวี ิตจากอบุ ัตเิ หตุ เม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2561
96 รวม ไม่สามารถระบุได้ อุบตั ิเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 100.00%ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 90.00% 80.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 70.00% 60.00% 50.00% 40.00% 30.00% 20.00% 10.00% 0.00% N = 1,142 อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตวั ตาย 2560 2561 50.00% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ หมำยเหตุ แสดงขอ้ มลู เฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 45.00% 2557 2558 2559 40.00% 2562 35.00% 30.00% 25.00% 20.00% 15.00% 10.00% 5.00% 0.00% N = 1,142 ภำพที่ 4.4.31 ร้อยละของการตรวจพบพืชกระท่อมจาแนกตามพฤติการณ์การเสยี ชีวิตและปี จากภาพที่ 4.4.31 เม่ือพิจารณาการตรวจพบพืชกระท่อมจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิตพบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 การตรวจพบพชื กระท่อมมีแนวโนม้ คงท่ีในทุกรูปแบบพฤติการณ์การเสียชวี ติ
97 รวม ไม่สามารถระบไุ ด้ อบุ ัติเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 60.00% 50.00% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 40.00% 30.00% 20.00% 10.00% 0.00% N = 2,531 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 อุบัติเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 14.00% หมำยเหตุ แสดงขอ้ มูลเฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 12.00% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 10.00% 8.00% 6.00% 4.00% 2.00% 0.00% N = 2,531 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพท่ี 4.4.32 ร้อยละของการตรวจพบยาเคจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิตและปี จากภาพท่ี 4.4.32 เม่ือพิจารณาการตรวจพบยาเคจาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิต พบว่าต้ังแต่ปี พ.ศ. 2557 การตรวจพบยาเคมีแนวโน้มลดลงในทกุ รูปแบบพฤติการณ์การเสียชวี ิต
98 รวม ไม่สามารถระบไุ ด้ อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตวั ตาย 12.00% 10.00% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 8.00% 6.00% 4.00% 2.00% 0.00% N = 3,193 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 อุบัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 3.00% หมำยเหตุ แสดงขอ้ มูลเฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 2.50% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 2.00% 1.50% 1.00% 0.50% 0.00% N = 3,193 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ภำพที่ 4.4.33 ร้อยละของการตรวจพบยาอจี าแนกตามพฤตกิ ารณ์การเสียชวี ิตและปี จากภาพที่ 4.4.33 เม่ือพิจารณาการตรวจพบยาอีจาแนกตามพฤติการณ์การเสยี ชีวิต พบว่าผู้เสียชวี ิต มีพฤติการณ์การเสียชีวิตจากโรคธรรมชาติ ฆ่าตัวตายและฆาตกรรม มีการตรวจพบยาอีสูงขึ้นในปี พ.ศ. 2562 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561
99 รวม ไม่สามารถระบุได้ อุบัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย 10.00% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 8.00% 6.00% 4.00% 2.00% 0.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 39,957 พ.ศ. อุบตั ิเหตุ โรคธรรมชาติ ฆาตกรรม ฆา่ ตัวตาย 2561 3.50% หมำยเหตุ แสดงข้อมลู เฉพาะปี พ.ศ. 2557 - 2562 2560 3.00% พ.ศ. 2.50%ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 2.00% 1.50% 2557 2558 2559 2562 1.00% 0.50% 0.00% N = 39,957 ภำพท่ี 4.4.34 ร้อยละของการตรวจพบสารกลุม่ โอปเิ อตส์จาแนกตามพฤตกิ ารณก์ ารเสียชวี ติ และปี จากภาพท่ี 4.4.34 เมื่อพิจารณาการตรวจพบสารกลุ่มโอปิเอตส์จาแนกตามพฤติการณ์การเสียชีวิต พบว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 การตรวจพบสารกลุ่มโอปิเอตส์ในกลุ่มผู้เสียชีวิตที่มีพฤติการณ์การเสียชีวิตโดยโรค ธรรมชาตมิ แี นวโน้มสงู ขน้ึ
100 4.4.5 แนวโนม้ กำรตรวจพบสำรเสพตดิ ของผเู้ สยี ชีวิตชำวไทย รวม ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคใต้ 16% 14% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 12% 10% 8% 6% 4% 2% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 113,453 พ.ศ. ภำพท่ี 4.4.35 รอ้ ยละของการตรวจพบสารเสพติดของชาวไทยจาแนกตามพนื้ ทเี่ กิดเหตุและปี จากภาพท่ี 4.4.35 เม่ือพจิ ารณาการตรวจพบสารเสพติดของชาวไทยจาแนกตามพ้นื ทเี่ กิดเหตุ ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2552 มกี ารตรวจพบสารเสพติดของชาวไทยในภาคกลางสงู ข้ึนอย่างต่อเน่ืองและสูงทส่ี ุดในปี พ.ศ. 2556 คิดเป็นร้อยละ 11.16 และเมื่อพิจารณาในปี พ.ศ. 2562 มีการตรวจพบสารเสพติดของชาวไทยใน กรงุ เทพมหานครสงู ขึ้นเม่อื เทยี บกบั ปี พ.ศ. 2561
101 เมทแอมเฟตามีน ยากล่อมประสาท โคเคน กญั ชา พืชกระทอ่ ม ยาเค ยาอี สารกลุ่มโอปิเอตส์ 9% 8% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 7% 6% 5% 4% 3% 2% 1% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 113,453 พ.ศ. ภำพท่ี 4.4.36 ร้อยละของการตรวจพบสารเสพตดิ ของชาวไทยจาแนกตามชนิดสารเสพตดิ และปี จากภาพ 4.4.36 เม่ือพิจารณาการตรวจพบสารเสพติดจาแนกตามชนิดสารเสพติด พบว่าในแต่ละปี การตรวจพบเมทแอมเฟตามีนและยากล่อมประสาทสูงกว่าสารเสพติดชนิดอ่ืน โดยในช่วงปี พ.ศ. 2560 – 2562 พบว่า การตรวจพบเมทแอมเฟตามีนเริ่มมีแนวโน้มเพ่ิมสูงกว่ายากล่อมประสาท สารเสพติดที่ตรวจพบ รองลงมา ได้แก่ พืชกระท่อมและสารกลุ่มโอปิเอตส์ นอกจากนี้ยังพบว่าการตรวจพบกัญชาสูงขึ้นเลก็ น้อยในปี พ.ศ. 2562 เม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2561 6-MAM โคเดอนี เฮโรอนี มอร์ฟีน 1.00% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 0.80% 0.60% 0.40% 0.20% 0.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 113,453 พ.ศ. ภำพท่ี 4.4.37 ร้อยละของการตรวจพบสารเสพตดิ ของชาวไทยจาแนกตามชนดิ สารกลุ่มโอปิเอตส์และปี จากภาพ 4.4.37 เม่ือพิจารณาสารเสพติดแต่ละชนดิ ในกลุ่มโอปิเอตส์ พบว่าการตรวจพบมอร์ฟีนและ โคเดอนี มแี นวโน้มเพ่ิมข้ึนอยา่ งต่อเน่ืองในชว่ งปี พ.ศ. 2555 – 2561 และลดลงในปี พ.ศ. 2562
102 4.4.6 แนวโนม้ กำรตรวจพบสำรเสพติดของผเู้ สยี ชีวิตชำวต่ำงชำติ รวม ภาคกลาง กรงุ เทพมหานคร ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคใต้ 16% 14% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 12% 10% 8% 6% 4% 2% 0% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 N = 10,690 พ.ศ. ภำพท่ี 4.4.38 รอ้ ยละของการตรวจพบสารเสพตดิ ของชาวตา่ งชาติจาแนกตามพ้นื ที่เกิดเหตแุ ละปี จากภาพที่ 4.4.38 เม่ือพิจารณาการตรวจพบสารเสพติดของชาวต่างชาติจาแนกตามพ้ืนท่ีเกิดเหตุ พบว่าระหว่างปี พ.ศ. 2550 - 2562 มีการตรวจพบในภาคกลางสูงเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น และรองลงมาคือ กรงุ เทพมหานคร
103 เมทแอมเฟตามีน ยากลอ่ มประสาท โคเคน กญั ชา พชื กระท่อม ยาเค ยาอี สารกลุ่มโอปิเอตส์ 8.00% ร้อยละของจานวนส่งตรวจ 7.00% 6.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 5.00% พ.ศ. 4.00% 3.00% 2.00% 1.00% 0.00% N = 10,690 ภำพท่ี 4.4.39 ร้อยละของการตรวจพบสารเสพติดของชาวต่างชาตจิ าแนกตามชนิดสารเสพติดและปี จากภาพที่ 4.4.39 เมื่อพิจารณาการตรวจพบสารเสพติดของชาวต่างชาติจาแนกตามชนิดสารเสพติด พบว่า ยากล่อมประสาทและสารกลุ่มโอปิเอตส์มีแนวโน้มตรวจพบลดลงต้ังแต่ปี พ.ศ. 2559 และเมื่อพิจารณา ในปี พ.ศ. 2562 พบว่า มีการตรวจพบเมทแอมเฟตามนี และยากล่อมประสาทเพ่ิมข้ึนในชาวต่างชาติเมื่อเทียบ กับปี พ.ศ. 2561 5.00% ร้อยละของจานวน ่สงตรวจ 6-MAM โคเดอนี เฮโรอนี มอรฟ์ นี 4.00% 3.00% 2550 2551 2552 2553 2554 2555 2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 2.00% พ.ศ. 1.00% 0.00% N = 10,690 ภำพท่ี 4.4.40 รอ้ ยละของการตรวจพบสารเสพตดิ ของชาวต่างชาติจาแนกตามชนดิ สารกลุ่มโอปิเอตสแ์ ละปี จากภาพท่ี 4.4.40 เมื่อพิจารณาสารเสพตดิ แตล่ ะชนิดในกลุ่มโอปิเอตส์ พบว่า ในชว่ งปี พ.ศ. 2559 – 2562 มีแนวโน้มการตรวจพบลดลงในทุกสาร
104 4.5 ควำมเสี่ยงสมั พัทธ์ของสำเหตุกำรเสียชวี ติ ทต่ี รวจพบสำรเสพติดแตล่ ะชนดิ ตำรำงที่ 4.5.1 ความเสี่ยงสมั พัทธ์ของสาเหตุการเสียชวี ติ ท่ีตรวจพบเมทแอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามนี สาเหตกุ ารเสียชีวิต ตรวจพบ ตรวจไม่พบ RR 95% CI P ความรุนแรง nN n N ตกจากที่สูง สารพิษ 1,002 5,342 4,897 59,474 2.28 2.14 - 2.42 <0.001 แขวนคอ 1.24 1.02 - 1.51 0.034 จมน้า 108 5,342 972 59,474 2.06 1.60 - 2.65 <0.001 อบุ ัติเหตุ 2.08 1.92 - 2.25 <0.001 โรคธรรมชาติ 70 5,342 379 59,474 1.21 1.05 - 1.39 0.008 อ่นื ๆ 1.12 1.05 - 1.20 0.002 623 5,342 3,340 59,474 0.84 0.78 - 0.90 <0.001 0.85 0.80 - 0.89 <0.001 211 5,342 1,943 59,474 731 5,342 7,255 59,474 727 5,342 9,676 59,474 1,130 5,342 14,883 59,474 จากตารางท่ี 4.5.1 พบว่า สารเมทแอมเฟตามีนมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ความรุนแรง ตกจากท่ีสูง สารพิษ แขวนคอ จมน้า และอุบัติเหตุ โดยพบว่ำในกลุ่มที่ตรวจพบสำรเมท แอมเฟตำมีนมีควำมเส่ียงต่อกำรเสียชีวิตด้วยควำมรุนแรง คิดเป็น 2.28 เท่ำ เทียบกับกลุ่มที่ตรวจไม่พบ สำรเมทแอมเฟตำมีนในศพ ในขณะที่กลุ่มท่ตี รวจพบสารเมทแอมเฟตามีนมีความเสี่ยงตอ่ การเสียชวี ติ ด้วยการ กำรได้รับสำรพิษ คิดเป็น 2.06 เท่ำเทียบกับกลุ่มท่ีตรวจไม่พบสำรเมทแอมเฟตำมีน ซึ่งหมายถึงพิษจากตัว ยาเมทแอมเฟตามีนเกินขนาด หรอื การได้รับเมทแอมเฟตามีนร่วมกบั ยาชนิดอื่นๆ นอกจากน้ี ยงั พบวา่ สำรเมท แอมเฟตำมีนทำให้เกิดควำมเสี่ยงสูงขึ้นในกรณีกำรเสียชีวิตจำกกำรแขวนคอ คิดเป็น 2.08 เท่ำ ซึ่งอาจ เปน็ ไปไดว้ า่ สารเมทแอมเฟตามีนอาจไปช่วยกระตุน้ ให้เกิดการฆ่าตวั ตายโดยการแขวนคอมากข้นึ
105 ตำรำงท่ี 4.5.2 ความเสี่ยงสัมพทั ธข์ องสาเหตุการเสยี ชีวติ ท่ตี รวจพบยากล่อมประสาท ยากล่อมประสาท สาเหตุการเสยี ชวี ิต ตรวจพบ ตรวจไม่พบ RR 95% CI P ความรนุ แรง nN n N ตกจากท่ีสูง สารพิษ 430 4,963 4,462 54,003 1.05 0.95 - 1.15 0.326 แขวนคอ 1.39 1.14 - 1.70 <0.001 จมน้า 110 4,963 859 54,003 2.45 1.93 - 3.10 <0.001 อบุ ัติเหตุ 1.16 1.04 - 1.29 0.008 โรคธรรมชาติ 83 4,963 369 54,003 0.97 0.83 - 1.14 0.702 อืน่ ๆ 1.40 1.32 - 1.49 <0.001 335 4,963 3,142 54,003 1.79 1.72 - 1.86 <0.001 0.54 0.50 - 0.58 <0.001 162 4,963 1,818 54,003 924 4,963 7,164 54,003 1,775 4,963 10,802 54,003 633 4,963 12,852 54,003 จากตารางที่ 4.5.2 พบว่า ยากล่อมประสาทมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ตกจากที่สูง สารพิษ และอุบัติเหตุ โดยพบว่าในกลุ่มที่ตรวจพบยำกล่อมประสำทมีควำมเส่ียงต่อกำร เสียชีวิตจำกสำรพิษ คิดเป็น 2.45 เท่ำ เทียบกับกลุ่มท่ีตรวจไม่พบยำกล่อมประสำท ซึ่งหมายความวา่ เป็น ลักษณะการใช้ยากล่อมประสาทเกินขนาด หรือยากล่อมประสาทร่วมกับสารพิษหรือสารเสพติดชนิดอ่ืนจนถงึ แก่ความตาย ในขณะท่ีกลุ่มที่ตรวจพบยำกล่อมประสำทมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำกกำรตกจำกท่ีสูง และอุบัติเหตุ คิดเป็น 1.39 และ 1.40 เท่ำ ตำมลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่ายากล่อมประสาท มีความสัมพันธ์ กับการเสียชีวิตด้วยโรคธรรมชาติ โดยพบว่าในกลุ่มที่ตรวจพบยำกล่อมประสำทมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิต ด้วยโรคธรรมชำติ คิดเป็น 1.79 เท่ำ เทียบกับกลุ่มที่ตรวจไม่พบยากล่อมประสาท ซึ่งอาจหมายถึงการใช้ยา กลอ่ มประสาทในการรกั ษาโรคก่อนเสียชวี ิต ทาใหอ้ ตั ราการพบยากล่อมประสาทสูงขึน้ ในกรณีน้ีได้
106 ตำรำงท่ี 4.5.3 ความเสยี่ งสัมพัทธ์ของสาเหตกุ ารเสยี ชวี ติ ท่ีตรวจพบกญั ชา สาเหตกุ ารเสียชีวติ ตรวจพบ กญั ชา RR 95% CI P nN ตรวจไม่พบ ความรุนแรง 58 392 2.68 2.10 - 3.42 <0.001 ตกจากทสี่ งู 8 392 nN 1.36 0.68 - 2.72 0.384 สารพิษ 3 392 1,246 22,594 2.70 0.85 - 8.56 0.079 แขวนคอ 7 392 339 22,594 0.37 0.18 - 0.76 0.005 จมน้า 5 392 64 22,594 0.54 0.23 - 1.30 0.164 อุบัตเิ หตุ 56 392 1,102 22,594 3.16 2.46 - 4.06 <0.001 โรคธรรมชาติ 39 392 530 22,594 1.72 1.27 - 2.33 <0.001 อื่น ๆ 108 392 1,021 22,594 0.91 0.78 - 1.08 0.270 1,304 22,594 6,807 22,594 จากตารางที่ 4.5.3 พบว่า กัญชามีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ความ รนุ แรง แขวนคอและอุบัติเหตุ โดยพบวา่ ในกลุ่มท่ตี รวจพบกัญชำมีควำมเส่ียงต่อกำรเสียชีวติ จำกอุบัติเหตุ คิดเป็น 3.16 เท่ำ ในขณะท่ีกลุ่มที่ตรวจพบกัญชำมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำกควำมรุนแรง คิดเป็น 2.68 เท่ำ เทียบกับกลุ่มท่ีตรวจไม่พบกัญชำ แสดงให้เห็นว่า กัญชาอาจมีส่วนเก่ียวข้องกับการเสียชีวิตจาก อบุ ัตเิ หตุและความรุนแรง นอกจากน้ียังพบว่ากัญชามีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยโรคธรรมชาติ โดยพบว่าในกลุ่มที่ตรวจ พบกัญชำมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำกโรคธรรมชำติ คิดเป็น 1.72 เท่ำ เทียบกับกลุ่มที่ตรวจไม่พบ กญั ชำ ซ่งึ อาจแสดงถงึ มีการใช้กญั ชาเพื่อการรักษาในวาระสดุ ท้ายของชวี ิต หรอื อกี กรณีหนง่ึ อาจหมายถึงว่ามี การใช้กัญชาแลว้ กระตุน้ ใหเ้ กิดการตายอยา่ งกะทันหันข้นึ ไดห้ รอื ไม่ ควรมกี ารศกึ ษาเพ่มิ เติมในกรณีน้ีต่อไป
107 ตำรำงที่ 4.5.4 ความเสยี่ งสมั พทั ธ์ของสาเหตกุ ารเสยี ชีวิตทีต่ รวจพบโคเคน สาเหตกุ ารเสยี ชีวิต ตรวจพบ โคเคน RR 95% CI P nN ตรวจไมพ่ บ ความรนุ แรง 4 91 nN 0.82 0.31 - 2.15 0.688 ตกจากทสี่ ูง 2 91 1.41 สารพิษ 5 91 605 11,319 12.44 0.35 - 5.58 0.628 แขวนคอ 2 91 177 11,319 0.42 จมนา้ 0 91 50 11,319 0.00 5.08 - 30.47 <0.001 อุบัตเิ หตุ 3 91 590 11,319 0.93 โรคธรรมชาติ 15 91 273 11,319 1.88 0.11 - 1.66 0.197 อ่นื ๆ 33 91 402 11,319 1.37 993 11,319 - -- - 3,003 11,319 0.30 - 2.84 0.896 1.18 - 3.00 0.010 1.04 - 1.80 0.036 จากตารางที่ 4.5.4 พบว่า สารโคเคนมคี วามสมั พันธ์กบั การเสียชวี ิตจากสารพษิ โดยพบว่าในกลมุ่ ที่ ตรวจพบสำรโคเคนมคี วำมเสยี่ งต่อกำรเสยี ชีวิตดว้ ยจำกสำรพษิ คิดเป็น 12.44 เท่ำ เทียบกับกลุ่มทต่ี รวจ ไม่พบสำรโคเคนในผูเ้ สยี ชวี ติ ซ่งึ แสดงให้เห็นวา่ การเสพโคเคนมคี วามเสย่ี งตอ่ การการเสพเกนิ ขนาดจนถงึ แก่ ความตาย หรือการไดร้ บั พษิ จากโคเคนโดยตรงหรือรว่ มกับสารเสพตดิ อ่นื จนทาใหถ้ ึงแก่ความตายได้
108 ตำรำงท่ี 4.5.5 ความเสย่ี งสมั พทั ธ์ของสาเหตุการเสียชวี ิตท่ตี รวจพบยาเค ยาเค สาเหตุการเสียชวี ติ ตรวจพบ ตรวจไม่พบ RR 95% CI P ความรุนแรง nN n N <0.001 ตกจากทีส่ งู 0.022 สารพษิ 35 167 129 2,364 3.84 2.74 - 5.39 0.502 แขวนคอ 0.183 จมน้า 6 167 32 2,364 2.65 1.13 - 6.26 0.100 อุบัตเิ หตุ <0.001 โรคธรรมชาติ 4 167 40 2,364 1.42 0.51 - 3.91 <0.001 อืน่ ๆ 0.001 7 167 162 2,364 0.61 0.29 - 1.28 2 167 85 2,364 0.33 0.08 - 1.34 48 167 217 2,364 3.13 2.39 - 4.10 25 167 913 2,364 0.39 0.27 - 0.56 26 167 641 2,364 0.57 0.40 - 0.82 จากตารางท่ี 4.5.5 พบว่า ยาเคมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ ได้แก่ ความ รุนแรง การตกจากที่สูงและอุบัติเหตุ โดยพบว่า ในกลุ่มท่ีตรวจพบยำเคมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำก ควำมรุนแรง คิดเปน็ 3.84 เท่ำ เทยี บกับกลมุ่ ทตี่ รวจไมพ่ บยำเค ในขณะท่ีกลมุ่ ท่ีตรวจพบยำเคมีควำมเส่ียง ต่อกำรเสียชีวิตจำกอุบัติเหตุและกำรตกจำกที่สูง คิดเป็น 3.13 และ 2.65 เท่ำ ตำมลำดับ อาจแสดงให้เห็น ว่า ด้วยการออกฤทธิ์ของยาเคมีที่ฤทธ์ิหลอนประสาท มีส่วนเก่ียวข้องกับการทาให้เกิดความรุนแรง อุบัติเหตุ และการตกจากท่ีสูง
109 ตำรำงที่ 4.5.6 ความเส่ยี งสัมพัทธ์ของสาเหตุการเสียชีวิตทตี่ รวจพบพชื กระท่อม ใบกระทอ่ ม สาเหตกุ ารเสยี ชีวิต ตรวจพบ ตรวจไม่พบ RR 95% CI P ความรุนแรง n N nN ตกจากท่ีสูง สารพษิ 114 1,038 10 104 1.14 0.62 - 2.11 0.669 แขวนคอ จมนา้ 20 1,038 1 104 2.00 0.27 - 14.78 0.485 อุบตั เิ หตุ โรคธรรมชาติ 9 1,038 0 104 - -- - - อน่ื ๆ 55 1,038 4 104 1.38 0.51 - 3.73 0.524 45 1,038 3 104 1.50 0.48 - 4.75 0.482 325 1,038 19 104 1.71 1.13 - 2.6 0.006 324 1,038 35 104 0.93 0.70 - 1.23 0.609 102 1,038 13 104 0.79 0.46 - 1.35 0.388 จากตารางที่ 4.5.6 พบว่า พืชกระท่อมมีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยการตกจากท่ีสูง อุบัติเหตุ การจมน้า และการแขวนคอ โดยพบว่า ในกลุ่มท่ีตรวจพบพืชกระท่อมมีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำกกำร ตกจำกท่ีสูง คิดเป็น 2 เท่ำเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ตรวจไม่พบพืชกระท่อม นอกจากน้ี ยังพบว่ากำรใช้พืช กระทอ่ มเพิม่ ควำมเส่ียงต่อกำรเสียชีวิตจำกอุบตั ิเหตุ กำรจมนำ้ และกำรแขวนคอ คดิ เปน็ 1.71, 1.50 และ 1.38 เทำ่ เทียบกับกลมุ่ ทต่ี รวจไมพ่ บพชื กระท่อม
110 ตำรำงท่ี 4.5.7 ความเสี่ยงสมั พัทธ์ของสาเหตกุ ารเสียชีวิตท่ีตรวจพบยาอี ยาอี สาเหตกุ ารเสียชวี ติ ตรวจพบ ตรวจไม่พบ RR 95% CI P ความรุนแรง nN n N ตกจากทีส่ งู สารพิษ 7 85 154 3,108 1.66 0.80 - 3.44 0.173 แขวนคอ จมน้า 1 85 41 3,108 0.89 0.12 - 6.41 0.909 อุบัติเหตุ โรคธรรมชาติ 1 85 70 3,108 0.52 0.07 - 3.72 0.507 อน่ื ๆ 2 85 205 3,108 0.36 0.09 - 1.41 0.117 2 85 100 3,108 0.73 0.18 - 2.92 0.655 14 85 152 3,108 3.37 2.04 - 5.57 <0.001 8 85 873 3,108 0.34 0.17 - 0.65 <0.001 36 85 1,382 3,108 0.95 0.74 - 1.22 0.699 จากตารางท่ี 4.5.7 พบว่า ยาอีมีความสัมพันธ์กับการเสยี ชีวติ ด้วยอุบัติเหตุ โดยพบว่า ในกลุ่มที่ตรวจ พบยำอีมีควำมเส่ียงต่อกำรเสียชีวิตจำกอุบัติเหตุ คิดเป็น 3.37 เท่ำ เทียบกับกลุ่มท่ีตรวจไม่พบยำอี อาจ เนื่องจากยาอีมีฤทธ์ิในการกระตุ้นและหลอนประสาท จึงอาจทาให้เกิดความคึกคะนองและเกิดอุบัติเหตุจนทา ให้เสียชีวิตได้โดยง่าย นอกจากน้ียังพบว่า ยำอีมีควำมสัมพันธ์กับกำรเสียชีวิตด้วยควำมรุนแรง โดยคิดเป็น 1.66 เท่ำ เทียบกบั กลมุ่ ที่ตรวจไม่พบยำอี
111 ตำรำงที่ 4.5.8 ความเสีย่ งสัมพทั ธ์ของสาเหตุการเสยี ชวี ิตท่ีตรวจพบสารกลมุ่ โอปเิ อตส์ สารกลุ่มโอปเิ อตส์ สาเหตกุ ารเสยี ชวี ิต ตรวจพบ ตรวจไมพ่ บ RR 95% CI P ความรุนแรง n N nN ตกจากที่สูง สารพษิ 90 1,390 30 881 1.90 1.27 - 2.85 0.001 แขวนคอ จมน้า 17 1,390 8 881 1.35 0.58 - 3.11 0.483 อบุ ัตเิ หตุ โรคธรรมชาติ 44 1,390 10 881 2.79 1.41 - 5.51 0.002 อ่นื ๆ 40 1,390 84 881 0.30 0.21 - 0.44 <0.001 16 1,390 31 881 0.33 0.18 - 0.59 <0.001 69 1,390 19 881 2.30 1.40 - 3.80 <0.001 287 1,390 367 881 0.50 0.44 - 0.56 <0.001 390 1,390 322 881 0.77 0.68 - 0.87 <0.001 จากตารางท่ี 4.5.8 พบว่า สารกลุ่มโอปิเอตส์มีความสัมพันธ์กับการเสียชีวิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ ไดแ้ ก่ ความรนุ แรง สารพษิ และอุบัติเหตุ โดยพบว่าในกลุม่ ท่ีตรวจพบสำรกลุ่มโอปิเอตส์มีควำมเส่ียงต่อกำร เสยี ชีวิตดว้ ยกำรได้รับสำรพิษ คิดเปน็ 2.79 เทำ่ เทยี บกับกล่มุ ที่ตรวจไมพ่ บสำรกลุ่มโอปเิ อตส์ในผ้เู สียชีวิต ซึง่ อาจหมายถึงการเสพยากลุ่มโอปเิ อตสจ์ นเกินขนาดทาให้ถึงแก่ความตาย เชน่ สารเฮโรอนี หรือมอรฟ์ ีน เปน็ ต้น ในขณะท่ีกลุ่มท่ีตรวจพบสำรกลุ่มโอปิเอตส์มีควำมเสี่ยงต่อกำรเสียชีวิตจำกอุบัติเหตุและควำมรุนแรง คิดเป็น 2.30 และ 1.90 เท่ำ ตำมลำดับ เมอ่ื เทยี บกบั กลุม่ ท่ีตรวจไมพ่ บสำรกลุ่มโอปเิ อตสใ์ นผูเ้ สยี ชีวติ
112 4.6 สำรเสพตดิ ท่ีใช้รว่ มกนั ตำรำงท่ี 4.6.1 จานวนสารเสพติดที่พบต่อราย จำนวนสำรเสพติดท่พี บต่อรำย จำนวน ร้อยละ 1 11,207 91.34 2 937 7.64 3 113 0.92 4 0.10 รวม 12 100.00 12,269 จากตารางท่ี 4.6.1 ซ่ึงแสดงจานวนชนิดสารเสพติดท่ีพบในผู้เสียชีวิตแต่ละราย พบว่าส่วนใหญ่แล้ว มักจะใช้สารเสพติดเพียงชนิดเดียว คิดเป็นร้อยละ 91.34 ของผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติท่ีตรวจพบสารเสพติด ทงั้ หมด นอกจากนยี้ ังพบว่ามกี ารใช้สารเสพตดิ ตัง้ แต่ 2 ชนิดขึ้นไปร่วมกันหลายราย กลา่ วคอื พบการใช้ร่วมกัน 2 ชนิด จานวน 937 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.64 ของผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติที่ตรวจพบสารเสพติดท้ังหมด นอกจากนี้ยังมีผู้ท่ีใช้สารเสพติดร่วมกัน 3 ชนิด จานวน 113 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.92 ของผู้เสียชีวิตผิด ธรรมชาตทิ ี่ตรวจพบสารเสพติดทั้งหมด และผเู้ สียชีวิตท่มี ีการใชส้ ารเสพตดิ รว่ มกนั 4 ชนดิ จานวน 12 ราย ซ่ึง คดิ เปน็ ร้อยละ 0.10 ของผู้เสยี ชวี ิตผดิ ธรรมชาตทิ ่ตี รวจพบสารเสพตดิ ทั้งหมด
113 ตำรำงท่ี 4.6.2 การตรวจพบสารเสพตดิ ทใ่ี ช้ร่วมกนั 2 ชนิด สำรเสพตดิ ท่ีใช้ร่วมกนั 2 ชนดิ จำนวน ร้อยละ 202 21.56 เมทแอมเฟตำมนี ยำกล่อมประสำท 148 15.80 131 13.98 ยำกล่อมประสำท สำรกลมุ่ โอปเิ อตส์ 116 12.38 98 10.46 เมทแอมเฟตำมีน สำรกลุ่มโอปิเอตส์ 45 4.80 29 3.09 ยำกล่อมประสำท พชื กระท่อม 22 2.35 21 2.24 เมทแอมเฟตามีน พชื กระท่อม 20 2.13 20 2.13 เมทแอมเฟตามนี กัญชา 13 1.39 12 1.28 เมทแอมเฟตามีน ยาเค 11 1.17 10 1.07 ยากลอ่ มประสาท กญั ชา 7 0.75 7 0.75 กัญชา สารกลุ่มโอปิเอตส์ 6 0.64 5 0.53 กญั ชา พชื กระท่อม 5 0.53 3 0.32 โคเคน สารกล่มุ โอปิเอตส์ 2 0.21 2 0.21 เมทแอมเฟตามีน ยาอี 1 0.11 1 0.11 ยาเค ยาอี 937 100.00 ยากล่อมประสาท ยาเค ยาเค พชื กระท่อม ยากลอ่ มประสาท โคเคน ยาเค สารกลุม่ โอปเิ อตส์ พืชกระท่อม สารกลุ่มโอปเิ อตส์ เมทแอมเฟตามีน โคเคน กญั ชา โคเคน ยาอี สารกลุ่มโอปิเอตส์ ยากล่อมประสาท ยาอี กัญชา ยาเค กัญชา ยาอี พชื กระทอ่ ม ยาอี รวม จากตารางท่ี 4.6.2 ซ่ึงแสดงชนดิ สารเสพติดท่ีมีการใช้รว่ มกัน 2 ชนดิ ทีพ่ บในผู้เสียชีวิตแต่ละรายพบว่า มีการใช้เมทแอมเฟตามีนร่วมกับยากล่อมประสาทมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 21.56 รองลงมาได้แก่ ยากล่อม ประสาทร่วมกับสารกลุ่มโอปิเอตส์ คิดเป็นร้อยละ 15.80 เมทแอมเฟตามีนร่วมกับสารกลุ่มโอปิเอตส์ร้อยละ 13.98 และยากลอ่ มประสาทร่วมกบั พืชกระท่อม รอ้ ยละ 12.38
114 ตำรำงที่ 4.6.3 การตรวจพบสารเสพตดิ ทใี่ ชร้ ว่ มกัน 3 ชนิด สำรเสพตดิ ทใี่ ช้ร่วมกนั 3 ชนิด จำนวน ร้อยละ 26 23.01 เมทแอมเฟตำมนี ยำกลอ่ มประสำท สำรกล่มุ โอปเิ อตส์ 11 9.73 เมทแอมเฟตำมีน 8 7.08 ยากล่อมประสาท ยำกล่อมประสำท พืชกระทอ่ ม 6 5.31 เมทแอมเฟตามีน 6 5.31 ยากลอ่ มประสาท กญั ชา พืชกระทอ่ ม 5 4.42 เมทแอมเฟตามนี 5 4.42 เมทแอมเฟตามนี กัญชา พืชกระทอ่ ม 4 3.54 เมทแอมเฟตามีน 4 3.54 เมทแอมเฟตามนี โคเคน สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 4 3.54 เมทแอมเฟตามนี 4 3.54 ยากล่อมประสาท ยาเค ยาอี 3 2.65 เมทแอมเฟตามีน 3 2.65 เมทแอมเฟตามนี พชื กระท่อม สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 2 1.77 เมทแอมเฟตามีน 2 1.77 เมทแอมเฟตามีน ยากล่อมประสาท กัญชา 2 1.77 เมทแอมเฟตามนี 2 1.77 เมทแอมเฟตามีน ยากล่อมประสาท ยาเค 2 1.77 ยาเค 2 1.77 ยาเค กญั ชา สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 1 0.88 เมทแอมเฟตามีน 1 0.88 เมทแอมเฟตามนี กัญชา สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 0.88 ยากล่อมประสาท 1 0.88 ยากลอ่ มประสาท ยาเค พืชกระทอ่ ม 1 0.88 ยากล่อมประสาท 1 0.88 ยากลอ่ มประสาท ยาเค สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 1 0.88 ยากล่อมประสาท 1 0.88 ยากล่อมประสาท ยากลอ่ มประสาท โคเคน 1 0.88 กญั ชา 1 0.88 โคเคน ยากล่อมประสาท ยาอี 1 0.88 โคเคน 1 0.88 ยาเค โคเคน สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 113 100.00 ยาอี สารกลมุ่ โอปิเอตส์ พชื กระท่อม ยาอี ยาอี สารกลมุ่ โอปิเอตส์ กญั ชา ยาเค โคเคน ยาอี กญั ชา ยาเค โคเคน ยาเค โคเคน พืชกระทอ่ ม ยาเค พชื กระทอ่ ม ยาเค ยาอี พืชกระท่อม สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ โคเคน สารกลมุ่ โอปิเอตส์ ยาเค สารกลมุ่ โอปิเอตส์ ยาอี สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ พืชกระทอ่ ม สารกลมุ่ โอปิเอตส์ รวม จากตารางท่ี 4.6.3 ซ่ึงแสดงชนิดสารเสพติดทมี่ กี ารใชร้ ่วมกัน 3 ชนดิ ที่พบในผ้เู สยี ชวี ิตแตล่ ะรายพบว่า มีการใช้เมทแอมเฟตามีนร่วมกับยากล่อมประสาทและสารกลุ่มโอปิเอตส์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 23. 01 รองลงมาได้แก่ เมทแอมเฟตามีนร่วมกบั ยากล่อมประสาทและพชื กระท่อม คิดเป็นร้อยละ 9.73
115 ตำรำงที่ 4.6.4 การตรวจพบสารเสพตดิ ทใี่ ช้ร่วมกนั 4 ชนิด เมทแอมเฟตำมนี สำรเสพติดที่ใช้ร่วมกนั 4 ชนดิ ยำอี จำนวน ร้อยละ เมทแอมเฟตามนี โคเคน เมทแอมเฟตามนี โคเคน ยำเค สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 2 16.67 เมทแอมเฟตามนี ยากลอ่ มประสาท กัญชา สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 8.33 เมทแอมเฟตามนี ยากล่อมประสาท กญั ชา พชื กระทอ่ ม 1 8.33 เมทแอมเฟตามีน ยากล่อมประสาท โคเคน สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 1 8.33 เมทแอมเฟตามีน ยากลอ่ มประสาท ยาเค พืชกระท่อม 1 8.33 เมทแอมเฟตามนี ยากล่อมประสาท ยาอี สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 8.33 ยากลอ่ มประสาท กัญชา ยาเค ยาอี 1 8.33 ยากลอ่ มประสาท ยาเค ยาอี สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 8.33 ยากล่อมประสาท โคเคน ยาเค ยาอี 1 8.33 โคเคน ยาอี 1 8.33 ยาเค พชื กระท่อม 1 8.33 12 100.00 รวม จากตารางท่ี 4.6.4 ซง่ึ แสดงชนิดสารเสพตดิ ทีม่ ีการใช้รว่ มกัน 4 ชนิดท่ีพบในผเู้ สียชีวติ จานวน 12 ราย โดยพบว่ามีการใช้เมทแอมเฟตามีนร่วมกับโคเคน ยาเค และยาอีมากท่สี ดุ คิดเปน็ ร้อยละ 16.67
116 ตำรำงที่ 4.6.5 การตรวจพบพชื กระทอ่ มรว่ มกบั สารเสพติดชนดิ อืน่ สำรเสพตดิ ท่ีใช้รว่ มกับกระท่อม จำนวน ร้อยละ พชื กระทอ่ ม ยากลอ่ มประสาท ยากล่อมประสาท ยาเค 745 71.77 พชื กระท่อม เมทแอมเฟตามีน กัญชา ยาเค 116 11.18 พืชกระทอ่ ม กญั ชา กญั ชา ยาอี 98 9.44 พืชกระทอ่ ม ยาเค สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 20 1.93 พืชกระท่อม สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ ยาเค 10 0.96 พืชกระท่อม ยาอี ยาอี 6 0.58 พชื กระท่อม เมทแอมเฟตามนี โคเคน 1 0.10 พชื กระทอ่ ม ยากลอ่ มประสาท ยาเค 11 1.06 พืชกระท่อม เมทแอมเฟตามีน สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 8 0.77 พืชกระทอ่ ม เมทแอมเฟตามีน สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 6 0.58 พชื กระทอ่ ม เมทแอมเฟตามนี ยากล่อมประสาท 5 0.48 พชื กระทอ่ ม ยาเค กญั ชา 3 0.29 พชื กระท่อม ยากลอ่ มประสาท ยาเค 2 0.19 พชื กระท่อม ยากล่อมประสาท 1 0.10 พืชกระท่อม ยากลอ่ มประสาท 1 0.10 พชื กระทอ่ ม ยาเค 1 0.10 พชื กระทอ่ ม เมทแอมเฟตามนี 1 0.10 พชื กระทอ่ ม เมทแอมเฟตามนี 1 0.10 พชื กระท่อม ยากล่อมประสาท 1 0.10 พืชกระท่อม 1 0.10 รวม 1,038 100.00 จากตารางที่ 4.6.5 ซ่งึ แสดงการตรวจพบพชื กระท่อมร่วมกับสารเสพตดิ ชนิดอนื่ ๆ ในผ้เู สยี ชีวิตแตล่ ะ รายพบวา่ สว่ นใหญม่ ีการใช้พืชกระท่อมอยา่ งเดยี วมากทส่ี ดุ คิดเปน็ ร้อยละ 71.77 รองลงมาได้แก่ พืชกระท่อม ร่วมกับยากลอ่ มประสาท คดิ เป็นร้อยละ 11.18 และรว่ มกับเมทแอมเฟตามนี คดิ เปน็ รอ้ ยละ 9.44 ซง่ึ สอดคลอ้ งกับตารางท่ี 4.6.2
117 ตำรำงท่ี 4.6.6 การตรวจพบกญั ชารว่ มกับสารเสพติดชนิดอ่นื สำรเสพติดทใ่ี ช้ร่วมกับกัญชำ จำนวน รอ้ ยละ 244 75.08 กญั ชา สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ พชื กระท่อม โคเคน 21 6.46 กญั ชา พชื กระทอ่ ม พชื กระท่อม สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 20 6.15 กัญชา โคเคน กัญชา พืชกระท่อม 5 1.54 กญั ชา ยาเค สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 2 0.62 กญั ชา ยาอี สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 0.31 กัญชา กัญชา ยาเค 8 2.46 ยากล่อมประสาท กัญชา ยาเค 6 1.85 เมทแอมเฟตามนี ยากล่อมประสาท สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 4 1.23 เมทแอมเฟตามนี กัญชา กญั ชา 4 1.23 เมทแอมเฟตามนี กญั ชา กญั ชา 4 1.23 ยากลอ่ มประสาท กัญชา ยาเค 1 0.31 เมทแอมเฟตามีน กญั ชา รวม 1 0.31 ยากลอ่ มประสาท โคเคน 1 0.31 กัญชา ยากลอ่ มประสาท 1 0.31 เมทแอมเฟตามนี ยากลอ่ มประสาท 1 0.31 เมทแอมเฟตามีน กัญชา 1 0.31 เมทแอมเฟตามีน 325 100.00 จากตารางที่ 4.6.6 ซ่ึงแสดงการตรวจพบกัญชาร่วมกับสารเสพติดชนิดอื่น ๆ ในผู้เสียชีวิตแต่ละราย พบว่าสว่ นใหญ่มีการใชก้ ัญชาเพียงอย่างเดียวมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 75.08 รองลงมาได้แก่ กญั ชาร่วมกับสาร กลมุ่ โอปิเอตส์ และกัญชารว่ มกับพชื กระท่อม คิดเปน็ ร้อยละ 6.46 และ 6.15 ตามลาดับ
118 4.7 คุณลกั ษณะของผเู้ สยี ชวี ิตเนอื่ งจำกได้รับสำรเสพติดเกนิ ขนำด (Overdose) ตำรำงที่ 4.7.1 จานวนผเู้ สยี ชีวติ เนอ่ื งจากไดร้ บั สารเสพติดเกินขนาดจาแนกตามสัญชาติและปี ปี ไทย Europe North America Oceania Southeast Asia อื่น ๆ ไม่ทรำบ รวม 2550 5 - 1 1 - -- 7 6 2551 3 1 - - - 1 1 8 4 2552 4 3 - 1- -- 3 1 2553 2 1 - 1- -- 8 10 2554 2 - - 1- -- 9 20 2555 - - 1 -- -- 18 7 2556 7 - 1 -- -- 4 2557 4 1 2 - - 12 105 2558 5 2 2 -- -- 2559 16 3 1 -- -- 2560 12 4 - - - 1 1 2561 7 - - -- -- 2562 3 - - -1 -- รวม 70 15 8 41 34 หมายเหตุ สญั ชาตอิ ่นื ๆ ไดแ้ ก่ เอเชียใต้ (2) และเอเชียตะวันออก (1) จากตารางท่ี 4.7.1 พบวา่ ผู้เสียชีวติ เนื่องจากการใชย้ าเกนิ ขนาด สว่ นใหญ่เป็นคนไทย รองลงมาคือ ชาวยโุ รป และอเมรกิ าเหนือ จานวน 70, 15 และ 8 รายตามลาดบั และปีทพี่ บผู้เสยี ชีวติ เนือ่ งจากใชย้ าเกดิ ขนาดจานวนมากในชว่ งปี พ.ศ. 2559-2560
119 ตำรำงที่ 4.7.2 จังหวัดทเี่ กิดเหตขุ องผ้เู สียชีวิตเน่ืองจากใช้ยาเกนิ ขนาด 2550-2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 รวม กรุงเทพมหำนคร 13 4 2 5 6 - - 30 ขอนแกน่ 1 - - -- - -1 เชียงรำย 2 - - -- - -2 เชียงใหม่ 9 2 5 10 8 4 2 40 นครพนม 3 - - -- - -3 นครสวรรค์ - - - --1-1 นนทบุรี 1 - -11115 พะเยำ - - 1 - - - - 1 แมฮ่ อ่ งสอน 3 311-1-9 ลำพูน 2 - - 3 2 - - 7 สงขลำ 1 1 - - 1 - 1 4 สมทุ รปรำกำร 1 - - -- - -1 สุรำษฎรธ์ ำนี 1 - - - - - - 1 รวม 37 10 9 20 18 7 4 105 จากตารางที่ 4.7.2 พบว่าผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติท่ีพบว่ามีการใช้ยาเกินขนาดจานวน 105 ราย ส่วน ใหญ่เสียชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่ 40 ราย ร้อยละ 38.10 รองลงมาคือ กรุงเทพมหานคร จานวน 30 ราย คิด เปน็ ร้อยละ 28.57
120 ตำรำงที่ 4.7.3 อายุของผู้เสียชวี ติ เนอ่ื งจากใชย้ าเกินขนาดจาแนกรายปี ปี อำยนุ ้อยทสี่ ุด อำยสุ ูงสดุ อำยเุ ฉลย่ี 2550 31 66 40 2551 25 50 39 2552 21 60 38 2553 31 46 37 2554 20 64 37 2555 27 27 27 2556 30 45 35 2557 32 55 43 2558 22 52 38 2559 16 63 34 2560 21 62 36 2561 18 42 27 2562 21 41 31 รวม 16 66 36 จากตารางที่ 4.7.2 เมื่อพิจารณาอายุของผู้เสยี ชวี ิตจากการใชย้ าเกนิ ขนาด ในช่วงปี พ.ศ. 2550 - 2562 พบว่าอายุน้อยทีส่ ดุ คือ 16 ปี อายุมากที่สดุ คือ 66 ปี และอายุเฉลยี่ อยู่ที่ 36 ปี นอกจากนี้ยงั พบวา่ แนวโนม้ ของอายตุ า่ สดุ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2559 เป็นตน้ มา อยู่ในช่วง 16-21 ปี
121 ตำรำงท่ี 4.7.4 ชนดิ สารเสพติดท่ตี รวจพบในผ้เู สียชวี ิตเนอื่ งจากใช้ยาเกนิ ขนาดจาแนกรายปี เมทแอมเฟตามนี 2550-2556 2557 2558 2559 2560 2561 2562 ยากลอ่ มประสาท 8 116831 ยาเค 4 -1-12- สารกลุม่ โอปเิ อตส์ - ---1-- เมทแอมเฟตามนี +ยากลอ่ มประสาท 11 2 - 4 2 - - เมทแอมเฟตามนี +กญั ชา - ---2-- เมทแอมเฟตามนี +กระท่อม - -----1 เมทแอมเฟตามนี +ยาอี - -----1 เมทแอมเฟตามีน+สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ - ---1-- ยากลอ่ มประสาท+สารกลมุ่ โอปิเอตส์ 1 121- - - กญั ชา+สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 2 1-2-2- โคเคน+สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 ------ เมทแอมเฟตามนี +ยากลอ่ มประสาท+โคเคน - 1-1--- เมทแอมเฟตามนี +ยากล่อมประสาท+สารกลุ่มโอปเิ อตส์ - 1----- เมทแอมเฟตามีน+ยาเค+สารกลมุ่ โอปเิ อตส์ 1 1-1--1 ยากล่อมประสาท+โคเคน+สารกลมุ่ โอปิเอตส์ - ---1-- ไม่ทราบ - -----1 รวม 8 2542- - 36 10 9 19 18 7 5 จากตารางท่ี 4.7.4 เม่ือพิจารณาชนิดสารเสพติดที่ตรวจพบในผู้เสียชวี ิตจากการใช้ยาเกิดขนาด พบว่า ส่วนใหญ่ตรวจพบสารเสพติด 1 ชนิด (56 ราย คิดเป็นร้อยละ 53.3) ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน สารกลุ่มโอปิ เอตส์ ยากล่อมประสาท และยาเค ตามลาดับ และยังพบสารเสพติดร่วมกัน 2 ชนิด จานวน 20 ราย (8 ราย คิดเปน็ รอ้ ยละ 19.05) นอกจากนย้ี ังพบสารเสพตดิ ร่วมกนั สงู สุด 3 ชนิด (8 ราย คดิ เป็นรอ้ ยละ 6.67)
122
123 บทท่ี 5 สรุปผลและอภิปรำยผลกำรศึกษำ การสุ่มตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของผู้เสพหรือผู้ต้องสงสัยว่าจะมีการใช้สารเสพติดเป็นการเฝ้า ระวังการแพร่ระบาดของสารเสพติดท่ีดีที่สุดรูปแบบหน่ึง แต่การตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของบุคคลนั้น จะต้องได้รับความยินยอมตามกฎหมาย ซึ่งทาได้ค่อนข้างยากในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตามเน่ืองจากมีผู้เสียชวี ติ โดยผดิ ธรรมชาติ ได้แก่ ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อืน่ ทาใหต้ าย ถูกสตั ว์ทาร้าย ตายโดยอุบัตเิ หตุ หรือตายโดยยังมิปรากฏ เหตุ ซ่ึงต้องได้รับการตรวจชันสตู รพลิกศพตามกฎหมาย ในแต่ละปีโดยเฉลย่ี ประมาณ 40,000 ราย ในจานวน น้ีประมาณ 20,000 ราย จะได้รับการตรวจโดยแพทย์นิติเวชจากสถาบันและหน่วยงานทางนิติวิทยาศาสตรซ์ ่งึ กระจายอยู่ท่วั ประเทศ และมีศกั ยภาพในการตรวจหาสารเสพติดจากผู้เสียชีวิตเหล่าน้ีซึ่งเปน็ กระบวนการหน่ึง ของการชนั สูตรพลิกศพ เมือ่ นาขอ้ มลู ผลการตรวจพบสารเสพติดเหล่านซ้ี ่ึงต้งั อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์มา รวมกันอยา่ งเป็นระบบ จะชว่ ยสะทอ้ นสถานการณ์การแพร่ระบาดของสารเสพตดิ ของประเทศได้ในอีกช่องทาง หนึ่ง หน่วยงานต่าง ๆ ด้านนิติเวชศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ได้ร่วมกันสร้าง “เครือข่าย เฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/นิติวิทยาศาสตร์ ” ซึ่ง ปัจจุบันมีท้ังหมด 35 หน่วยงาน (จากท้ังหมด 44 หน่วยงานท่ีมีศักยภาพ) โดยการสนับสนุนของสานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเพ่ือพัฒนามาตรฐานการตรวจสารเสพติดจากชีววัตถุ เช่น เลือด ปัสสาวะ น้าลาย เส้นผม เส้นขน เป็นต้น โดยในปี พ.ศ. 2562 ทางสานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติดได้สนับสนุนชุดตรวจสารเสพติด 5 ชนิด ได้แก่ เมทแอมเฟตามีน ยากล่อมประสาท สาร กลุ่มโอปิเอตส์ กัญชาและพืชกระท่อม เพิ่มเติมให้กับสถาบันต่าง ๆ ในเครือข่าย ฯ ทั้งในส่วนกลาง มหาวิทยาลัยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนาข้อมูลผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์มา รวบรวมเปน็ ฐานข้อมูลมาทาการวิเคราะห์และประเมนิ แนวโน้มการแพรร่ ะบาดของสารเสพติด ผลการดาเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 – 2562 พบว่า มีการนาเข้าข้อมูลผลการตรวจสารเสพติดจาก ชีววัตถุในผู้เสียชีวิตท้ังหมด 214,972 ราย และได้รับการพิจารณาส่งตรวจสารเสพติด แอลกอฮอล์ สารอ่ืน ๆ หรอื การตรวจคัดกรองทั้งส้นิ 126,740 ราย คิดเปน็ ร้อยละ 58.96 และตรวจพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด คิดเป็นรอ้ ยละ 9.68 ของจานวนผ้เู สยี ชวี ิตทไี่ ดท้ าการตรวจหาสารเสพตดิ โดยในปี พ.ศ. 2562 มีการส่งตรวจสารเสพติดเพ่ิมมากขึ้นเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2561 คิดเป็นร้อยละ 21.57 (2,208/10,236) อยา่ งไรก็ตามการรายงานการตรวจพบสารเสพตดิ ไม่ไดม้ ีจานวนเพ่ิมขน้ึ (ปีพ.ศ. 2561 เท่ากับ 1,146 ราย ปีพ.ศ. 2562 เท่ากับ 1,163 ราย) ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีของประเทศไทยและสะท้อนให้ เห็นถึงศักยภาพและประสิทธิภาพในการส่งตรวจของเครือข่ายท่ีสูงข้ึน โดยในปี พ.ศ. 2562 พบว่ามีการตรวจ พบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด ลดลงท้ังในเพศชายและเพศหญิง เมื่อเทียบกับปี 2561 หากพิจารณาการส่ง ตรวจและตรวจพบสารเสพติดในช่วงอายุต่าง ๆ พบแนวโน้มในกลุ่มผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีข้ึนไปสูงขึ้นอย่าง ต่อเน่ือง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จึงสะท้อนให้เห็นว่ามีการใช้สารเสพติดท้ังในกลุ่มวัยรุ่นและวัยกลางคน เม่ือ
124 พิจารณาเฉพาะในปี พ.ศ. 2562 พบว่า มีการตรวจพบสารเสพติดลดลงในทุกช่วงอายุ ยกเว้นในกลุ่มท่ีมีอายุ น้อยกว่า 15 ปีและอายุมากกว่า 69 ปี เม่ือเทียบกับปี 2561 และมีการส่งตรวจและตรวจพบสารเสพติดอย่าง น้อย 1 ชนิด เพ่ิมขึ้นในกลุ่มอาชีพเกษตรกรและข้าราชการ ในขณะที่กลุ่มอาชีพรับจ้างมีการตรวจพบสารเสพ ตดิ ลดลง เมือ่ เทียบกับปี 2561 เม่ือพิจารณาเชิงพื้นท่ี พบว่า ปี พ.ศ. 2562 ในพ้ืนที่กรุงเทพมหานครมีการส่งตรวจและตรวจพบสาร เสพติดอย่างน้อย 1 ชนิดมากข้ึน (ส่งตรวจปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากับ 2,899 ราย และ 4,262 ราย ตามลาดับ และตรวจพบปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากับ 159 ราย และ 262 ราย ตามลาดับ) ในขณะที่พื้นท่ีภาคกลางมีการตรวจพบสารเสพติดลดลงร้อยละ 3.41 เม่ือเทียบกับปี 2561 และเมื่อพิจารณา แยกรายสารเสพติด พบว่า ปี พ.ศ. 2562 มีการตรวจพบเมทแอมเฟตามีน และยากล่อมประสาทในพื้นท่ีภาค กลางลดลงร้อยละ 4 และรอ้ ยละ 11 ตามลาดบั เมือ่ เทียบกับ ปี พ.ศ. 2561 โดยจากการศึกษาน้ีพบว่า กลุ่มที่ตรวจพบสารเมทแอมเฟตามีนมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยความ รนุ แรง การแขวนคอ และการไดร้ ับสารพิษ คดิ เปน็ 2.28, 2.08 และ 2.06 เท่า เทยี บกับกลมุ่ ทตี่ รวจไม่พบสาร เมทแอมเฟตามีนในศพตามลาดับ และกลุ่มทตี่ รวจพบยากลอ่ มประสาทมคี วามเสีย่ งต่อการเสียชีวติ จากสารพิษ อบุ ตั เิ หตุ และการตกจากท่ีสูง คดิ เปน็ 2.45 1.40 และ 1.39 เท่า เทียบกบั กลมุ่ ที่ตรวจไม่พบยากล่อมประสาท ตามลาดบั การตรวจพบพืชกระท่อม ในเขตกรุงเทพมหานครมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 และเมื่อพิจารณาเฉพาะปี พ.ศ. 2562 มีการตรวจพบพืชกระท่อมร้อยละ 18 ซ่ึงสูงขึ้นเม่ือเทียบกับปี พ.ศ. 2561 คิดเปน็ รอ้ ยละ 9 เม่ือพิจารณาจากขอ้ มูลท้ัง 13 ปี สาเหตกุ ารเสียชีวิตดว้ ยเหตุไม่พึงประสงค์ พบว่า กลุ่ม ท่ีตรวจพบพืชกระท่อมมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวติ จากการตกจากที่สูง อุบัติเหตุ คิดเป็น 2.00 และ 1.71 เท่า เมื่อเทยี บกับกล่มุ ทตี่ รวจไม่พบพชื กระทอ่ ม ขณะท่ใี นปี พ.ศ. 2562 มีการสง่ ตรวจและตรวจพบกัญชาเพิม่ ขึน้ เมือ่ เทียบกับปี พ.ศ. 2561 (ส่งตรวจ ปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากบั 2,428 และ 3,939 ราย ตามลาดบั และตรวจพบปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากบั 30 ราย และ 65 ราย ตามลาดับ) เมอ่ื พิจารณาจากข้อมลู ทัง้ 13 ปี สาเหตกุ ารเสียชวี ติ ด้วย เหตุไม่พึงประสงค์ พบว่า กลุ่มท่ีตรวจพบกัญชามีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ คิดเป็น 3.16 เท่า และมคี วามเสี่ยงตอ่ การเสยี ชวี ติ จากความรุนแรง คิดเป็น 2.68 เทา่ เมือ่ เทยี บกบั กลมุ่ ท่ีตรวจไม่พบกญั ชา จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการบริโภคหรือการเสพกัญชาที่เพ่ิมข้ึน นาไปสู่ความสูญเสียและ ความรุนแรงในสังคม นอกจากนี้อาจเป็นผลเน่ืองมาจากความเข้าใจคลาดเคล่ือนของประชาชนเก่ียวกับการ ปรับเปล่ียนเชิงนโยบายของรัฐบาล ท่ีปลดล็อคให้กัญชาสามารถนามาใช้อย่างถูกกฎหมายในการวิจัยทาง การแพทย์เพ่ือช่วยในการรักษาโรคบางโรค และอาจนาไปสู่การพัฒนาการปลูกเชิงพาณิชย์ ในขณะท่ีพืช กระท่อมยงั อยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย จึงพบแนวโน้มการใช้พืชกระท่อมเพม่ิ ข้นึ ขณะทใี่ นปี พ.ศ. 2562 การสง่ ตรวจและตรวจพบสารกลุ่มโอปิเอตส์ (เฮโรอีน มอรฟ์ ีน 6-MAM และโค เดอีน) เพม่ิ ข้ึน เมือ่ เทยี บกับปี พ.ศ. 2561 (ส่งตรวจปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เทา่ กบั 1,219 และ 2,577 ราย ตามลาดับ และตรวจพบปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากับ 126 ราย และ 137 ราย ตามลาดับ)
125 เมือ่ พิจารณาจากข้อมลู ท้งั 13 ปี สาเหตุการเสียชวี ิตด้วยเหตุไม่พึงประสงค์ พบว่า กลมุ่ ทต่ี รวจพบสารกลุ่มโอปิ เอตส์มคี วามเสย่ี งต่อการได้รับสารพิษ อบุ ัตเิ หตุ และความรนุ แรง คดิ เป็น 2.79, 2.30 และ 1.90 เท่า เม่อื เทียบ กับกลุ่มท่ีตรวจไม่พบสารกลุ่มโอปิเอตส์ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในปัจจุบันข้อมูลที่ตรวจพบสารกลุ่มโอปิเอตส์ เพิ่มข้ึนไม่มาก แต่ผลอาจส่งผลต่อการเสียชีวิตด้วยสาเหตุไม่พึงประสงค์ จึงยังคงเฝ้าระวังการใช้สารในกลุ่ม ดงั กลา่ ว เมื่อพิจารณาข้อมูลในกลุ่มชาวต่างชาติของปี พ.ศ. 2562 พบการใช้ยากล่อมประสาทและสารในกลุ่ม โอปิเอตส์ เพิ่มข้ึนและพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิดในชาวต่างชาติ ในเขตพื้นท่ีภาคกลางและ กรงุ เทพมหานคร สูงขึน้ เมอ่ื เทียบกบั ปี พ.ศ. 2561 ท้ังนพ้ี บว่า มกี ารสง่ ตรวจและตรวจพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด ในกลุ่มชาวยุโรป เพ่ิมขึ้น เม่ือเทียบกับ ปี พ.ศ. 2561 (ส่งตรวจปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เท่ากับ 437 รายและ 380 ราย ตามลาดับ และตรวจพบสารเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิดในปี พ.ศ. 2561 และปี พ.ศ. 2562 เทา่ กับ 18 ราย และ 26 ราย ตามลาดบั ) ดงั นั้นแม้วา่ จานวนการส่งตรวจสารเสพติดจะลดลงในปี พ.ศ. 2562 แต่การตรวจพบสารเสพติดกลับเพ่ิมมากข้ึน จึงช้ีให้เห็นถึงความสาคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลของ ชาวต่างชาติที่เข้ามาเสียชวี ิตในประเทศไทยโดยละเอียด ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลการเข้า – ออกประเทศ วัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ เพ่ือนาไปสู่ความเข้าใจในสถานการณ์ของคนกล่มุ น้ี และเป็นการเฝ้าระวังการ นาสารเสพตดิ ชนดิ ใหมเ่ ขา้ มาในประเทศไทย เมื่อพิจารณาการใช้สารเสพติดเกินขนาด ในช่วงปี พ.ศ.2550-2562 พบมากในพ้ืนที่ภาคเหนือและ กรุงเทพมหานคร คิดเป็นร้อยละ 38.10 และ 28.57 ตามลาดับ โดยสารเสพติดท่ีพบส่วนใหญ่คือสารกลุ่มโอปิ เอตสแ์ ละเมทแอมเฟตามีน ในกลุ่มชาวไทย (ร้อยละ 69.31) และชาวยุโรป (รอ้ ยละ 14.85) กลมุ่ อายุ 30-49 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ 58.83 โดยในปี พ.ศ. 2562 พบจานวน 4 รายและกระจายใน 3 จังหวดั ไดแ้ ก่ จังหวัดเชยี งใหม่ จานวน 2 ราย (ชายไทย อายุ 41 ปีและชายสัญชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อายุ 24 ปี) จังหวัดนนทบุรี (ชายไทย 1 ราย อายุ 21 ป)ี และจงั หวัดสงขลา (ชาวไทย 1 ราย อายุ 37 ปี) สารท่ตี รวจพบคือ เมทแอมเฟตา มีน เมทแอมเฟตามีนร่วมกับกัญชา เมทแอมเฟตามีนร่วมกับกระท่อม และเมทแอมเฟตามีนร่วมกับยากล่อม ประสาทและสารกลุม่ โอปิเอตส์ เมือ่ เทียบกบั ปี พ.ศ. 2561 ซ่งึ พบจานวน 7 ราย กระจายอยใู่ น 4 จงั หวัด ได้แก่ จงั หวัดเชียงใหม่ (4 ราย) จังหวดั นครสวรรค์ (1 ราย) จังหวัดนนทบรุ ี (1 ราย) จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน (1 ราย) จากข้อมูลจะเห็นได้ว่ามีการใช้เมทแอมเฟตามีนเป็นสารหลักในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดเกินขนาด โดย จังหวัดที่พบสารเสพติดเกินขนาด 2 ปีติดต่อกัน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดนนทบุรี แม้ว่าจานวนท่ีพบ จะไม่เพ่มิ ข้นึ แตค่ วรมกี ารเฝา้ ระวงั ในพืน้ ที่ดังกล่าวเป็นพิเศษ จากขอ้ มลู 13 ปี พบว่า ผูเ้ สยี ชีวติ ร้อยละ 91.34 ตรวจพบสารเสพติด 1 ชนดิ ในขณะท่ีมกี ารตรวจพบ สารเสพติดร่วมกันต้ังแต่ 2 ชนิดข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 8.66 โดยตรวจพบการใช้สารเสพติดร่วมกันสูงสุดถึง 4 ชนิด ซงึ่ สารท่ใี ช้ร่วมกันมากทส่ี ุด คือ เมทแอมเฟตามนี และยากล่อมประสาท โดยสรุป การเฝ้าระวังสารเสพติดโดยการตรวจคัดกรองจากผู้ที่เสียชีวิตโดยผิดธรรมชาติสามารถ ประเมินสถานการณ์ของสารเสพติดได้ดีในระดับหนึ่ง เนื่องจากถือได้ว่าผู้เสียชีวิตดังกล่าวอาจเป็นตัวแทนของ ประชากรในประเทศไทยได้ และมีตัวอย่างจานวนมาก ทุกเพศ ทุกวัย และกระจายท่ัวประเทศไทย นอกจากนี้
126 การตรวจด้วยเครื่องมือทางนิติเวชและนิติวิทยาศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือท่ีมีความทันสมัยและน่าเชื่อถือสูง จึง สามารถนาข้อมูลทั้งหมดนี้มาวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ความชุกของสารเสพติด เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุน ในการวางนโยบายเกยี่ วกับการปอ้ งกันและปราบปรามสารเสพติดของประเทศตอ่ ไป ข้อเสนอแนะ 1. การท่ีในปี พ.ศ. 2562 มีตรวจพบกัญชาเพ่ิมขึ้นและพบแนวโน้มการใช้พืชกระท่อมเพ่ิมข้ึน เม่ือเทียบ กับปี พ.ศ. 2561 สว่ นหนงึ่ อาจเป็นผลเนื่องมาจากความเขา้ ใจคลาดเคล่ือนของประชาชนเกี่ยวกับการ ปรับเปล่ียนเชิงนโยบายของรัฐบาล ที่ปลดล็อคให้กัญชาสามารถนามาใช้อย่างถูกกฎหมายในการวิจัย ทางการแพทย์เพื่อช่วยในการรักษาโรคบางโรค และอาจนาไปสู่การพัฒนาการปลูกเชิงพาณิชย์ ในขณะทพ่ี ืชกระท่อมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาทางกฎหมาย 2. การตรวจพบสารเสพตดิ มากขึ้นในกลุ่มชาวยุโรป แมว้ ่าจานวนการสง่ ตรวจสารเสพติดในกลมุ่ ชาวยุโรป จะลดลง ชีใ้ หเ้ หน็ ถงึ ความสาคญั ในการวิเคราะห์ข้อมลู ของชาวต่างชาตทิ เี่ ขา้ มาเสียชวี ติ ในประเทศไทย โดยละเอียด ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลการเข้า – ออกประเทศ วัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ เพ่ือนาไปสู่ความเข้าใจในสถานการณ์ของคนกลุ่มนี้ และเป็นการเฝ้าระวังการนาสารเสพติดชนิดใหม่ เข้ามาในประเทศไทย 3. จากข้อมูลจะเห็นได้ว่า มีการใช้เมทแอมเฟตามีนเป็นสารหลักในกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดเกินขนาด โดย จังหวัดที่พบสารเสพติดเกินขนาด 2 ปีติดต่อกัน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดนนทบุรี แม้ว่า จานวนทพ่ี บจะไมเ่ พ่มิ ข้นึ แตค่ วรมกี ารเฝา้ ระวงั ในพื้นท่ดี งั กล่าวเป็นพเิ ศษ 4. เครือข่ายเฝ้าระวังปัญหาสารเสพติดจากการตรวจหาสารเสพติดจากชีววัตถุทางนิติเวชศาสตร์/นิติ วิทยาศาสตร์น้ี ได้ดาเนินการวิเคราะห์ข้อมูลมาตลอด 13 ปี โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีย่ิงจาก ป.ป.ส. และเมอื่ เวลาผ่านไปมากขึ้นจะยิ่งเห็นความชัดเจนของทศิ ทางของปญั หายาเสพติดมากข้ึนด้วย จึงควรให้มกี ารสนับสนุนเครือขา่ ยน้ีเปน็ โครงการตอ่ เนอื่ งตอ่ ไป
127
128 ภำคผนวก
ภำคผนวก ก 129 รำยละเอียดคุณลักษณะของผ้เู สียชวี ิตเนือ่ งจำกกำรใชย้ ำเกนิ ขนำด อำยุ จำนวน 41 1 ปี สัญชำติ จงั หวัดทเ่ี กิดเหตุ เพศ 21 1 37 1 2562 ไทย เชยี งใหม่ ชำย 24 1 4 นนทบุรี ชำย 18 1 19 1 สงขลา ชำย 27 1 34 1 Southeast Asia เชยี งใหม่ ชำย 42 1 22 1 รวมปี พ.ศ. 2562 26 1 7 2561 ไทย เชียงใหม่ ชำย 24 2 34 1 รวมปี พ.ศ. 2561 นครสวรรค์ ชำย 21 1 2560 ไทย นนทบรุ ี ชำย 26 1 แมฮ่ ่องสอน หญิง 32 1 39 1 กรงุ เทพมหานคร ชำย 58 1 62 1 เชยี งใหม่ ชำย 34 2 26 1 Europe นนทบุรี ชำย 26 1 ลาพนู ชำย 46 1 ไมท่ รำบ สงขลา ชำย 27 1 East Asia กรงุ เทพมหานคร ชำย 52 1 รวมปี พ.ศ. 2560 37 1 เชียงใหม่ หญิง 40 1 ชำย 18 เชยี งใหม่ ชำย กรุงเทพมหานคร หญงิ
ปี สญั ชำติ จังหวดั ทเี่ กิดเหตุ เพศ 130 2559 ไทย กรุงเทพมหานคร หญิง อำยุ จำนวน ชำย 16 1 18 1 เชียงใหม่ ชำย 38 2 40 1 Europe นนทบุรี ชำย 22 1 ลาพนู หญิง 23 1 North America 27 1 รวมปี พ.ศ. 2559 เชียงใหม่ ชำย 33 1 ชำย 39 1 2558 ไทย แมฮ่ ่องสอน 41 1 เชยี งใหม่ ชำย 42 1 ชำย 49 1 กรงุ เทพมหานคร 22 1 เชียงใหม่ ชำย 32 1 ชำย 23 1 36 1 Europe พะเยา ชำย 51 1 North America กรงุ เทพมหานคร ชำย 34 1 รวมปี พ.ศ. 2558 เชียงใหม่ ชำย 63 1 เชียงใหม่ ชำย แมฮ่ ่องสอน ชำย 20 22 1 45 1 52 1 -1 28 1 34 1 27 1 48 1 44 1 9
ปี สญั ชำติ จังหวัดที่เกดิ เหตุ เพศ 131 2557 ไทย กรุงเทพมหานคร ชำย อำยุ จำนวน ไม่ทรำบ แมฮ่ ่องสอน ชำย 32 1 เชยี งใหม่ ชำย 36 1 North America 46 1 แมฮ่ ่องสอน ชำย 53 1 รวมปี พ.ศ. 2557 Europe สงขลา ชำย 35 1 2556 South Asia แม่ฮ่องสอน ชำย 42 1 กรงุ เทพมหานคร ชำย 37 1 ไทย 55 1 กรงุ เทพมหานคร ชำย 39 1 รวมปี พ.ศ. 2556 North America ขอนแก่น หญิง 51 1 2555 North America เชยี งราย ชำย ไทย นครพนม หญงิ 10 รวมปี พ.ศ. 2555 ลาพนู ชำย 45 1 2554 สรุ าษฎร์ธานี ชำย 30 1 35 1 Oceania แม่ฮ่องสอน ชำย 32 3 รวมปี พ.ศ. 2554 33 1 เชียงราย ชำย 44 1 2553 ไทย นนทบรุ ี ชำย เชยี งใหม่ ชำย 8 Europe 27 1 Oceania เชยี งใหม่ ชำย ลาพนู ชำย 1 รวมปี พ.ศ. 2553 เชียงใหม่ ชำย 20 1 กรุงเทพมหานคร ชำย 28 1 64 1 3 34 1 31 1 35 1 46 1 4
ปี สญั ชำติ จังหวัดที่เกดิ เหตุ เพศ 132 2552 ไทย กรุงเทพมหานคร ชำย อำยุ จำนวน Europe เชียงใหม่ ชำย 21 1 แม่ฮ่องสอน ชำย 30 1 Oceania 32 1 รวมปี พ.ศ. 2552 กรุงเทพมหานคร ชำย 48 1 34 1 2551 ไทย กรุงเทพมหานคร ชำย 30 1 เชียงใหม่ หญิง 60 1 รวมปี พ.ศ. 2551 ไม่ทรำบ 49 1 2550 Europe เชยี งใหม่ ชำย South Asia สงขลา ชำย 8 กรุงเทพมหานคร ชำย 31 1 ไทย 45 1 กรงุ เทพมหานคร ชำย 50 1 48 1 North America สมทุ รปราการ ชำย 32 1 Oceania เชยี งใหม่ ชำย 25 1 รวมปี พ.ศ. 2550 เชียงใหม่ ชำย รวมปี พ.ศ. 2550 - 2562 6 31 2 34 1 40 1 -1 -1 66 1 7 105
133 ภำคผนวก ข ประมวลกฎหมำยวิธพี ิจำรณำควำมอำญำ ภำค 2 สอบสวน ลักษณะ 2 กำรสอบสวน หมวด 2 กำรชันสตู รพลกิ ศพ มำตรำ 1481 เม่ือปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายใน ระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดยการประหารชีวิตตาม กฎหมาย การตายโดยผดิ ธรรมชาตนิ นั้ คอื (1) ฆา่ ตวั ตาย (2) ถกู ผู้อน่ื ทาให้ตาย (3) ถกู สัตว์ทาร้ายตาย (4) ตายโดยอบุ ัติเหตุ (5) ตายโดยยงั มปิ รากฏเหตุ มำตรำ 1492 ความตายผดิ ธรรมชาติเกิดมีขึ้น ณ ทใ่ี ด ให้เปน็ หนา้ ทขี่ องสามภี รยิ า ญาตมิ ิตรสหายหรือ ผู้ปกครองของผตู้ ายท่รี ู้เรือ่ งการตายเช่นนน้ั จัดการดังต่อไปน้ี (1) เกบ็ ศพไว้ ณ ที่ซึ่งพบนัน้ เองเพยี งเท่าทจ่ี ะทาได้ (2) ไปแจ้งความแก่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจโดยเร็วท่ีสุด หน้าที่ด่ังกล่าวในวรรคต้น นน้ั มีตลอดถงึ ผอู้ ืน่ ซึ่งไดพ้ บศพในที่ซงึ่ ไมม่ สี ามภี รยิ า ญาติ มติ รสหายหรือผูป้ กครองของผู้ตายอยู่ในท่ีนนั้ ดว้ ย ผู้ใดละเลยไม่กระทาหนา้ ที่ดังบญั ญตั ิไว้ใน มาตราน้ี ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หนงึ่ พนั บาท มำตรำ 1503 ในกรณีที่จะต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแห่งท้องท่ีท่ีศพน้ันอยู่กับ แพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ซง่ึ ได้รับวฒุ บิ ัตรหรือได้รบั หนังสืออนมุ ัติจากแพทยสภา ทาการชันสตู รพลิกศพโดยเร็ว ถ้าแพทย์ทางนิติเวชศาสตร์ดังกล่าวไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจาโรงพยาบาลของรัฐปฏิบัติ หน้าที่ ถ้าแพทย์ประจาโรงพยาบาลของรัฐไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้แพทย์ประจาสานักงาน สาธารณสุขจังหวัดปฏิบัติหน้าท่ี ถ้าแพทย์ประจาสานักงานสาธารณสุขจังหวัดไม่มีหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าท่ีได้ ให้แพทย์ประจาโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ขึ้นทะเบียนเป็นแพทย์ อาสาสมัครตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขปฏิบัติหน้าท่ี และในการปฏิบัติหน้าท่ีดังกล่าว ให้แพทย์ ประจาโรงพยาบาลของเอกชนหรือแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผู้น้ัน เป็นเจ้าพนักงานตามประมวล กฎหมายอาญา ทั้งน้ี ให้พนักงานสอบสวนและแพทย์ดังกล่าวทาบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพ ทันที และให้แพทย์ดังกล่าวทารายงานแนบท้ายบันทึกรายละเอียดแห่งการชันสูตรพลิกศพด้วยภายในเจ็ดวัน นับแตว่ นั ทไี่ ด้รบั แจง้ เรื่อง ถา้ มีความจาเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไมเ่ กนิ สองครั้ง คร้งั ละไม่เกนิ สามสิบวัน 1 มาตรา 148 แก้ไขเพม่ิ เติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพ่ิมเตมิ ป.วิ.อ. (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2499 2 มาตรา 149 แก้ไขเพมิ่ เติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.ว.ิ อ. (ฉบบั ท่ี 21) พ.ศ.2542 3 มาตรา 150 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แกไ้ ขเพิ่มเตมิ ป.ว.ิ อ. (ฉบับที่ 21) พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ. แก้ไข เพ่ิมเติม ป.ว.ิ อ. (ฉบับท่ี 27) พ.ศ.2551
134 แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจาเป็นในการขยายระยะเวลาทุกคร้ังไว้ในสานวนชันสูตรพลิกศพ รายงาน ดังกล่าวให้ถือเป็นส่วนหน่ึงของสานวนชันสูตรพลิกศพ และในกรณีที่ความตายมิได้เป็นผลแห่งการกระทาผิด อาญา ให้พนักงานสอบสวนส่งสานวนชันสูตรพลิกศพไปยังพนักงานอัยการเมื่อเสร็จสิ้นการชันสูตรพลิกศพ โดยเร็วและให้พนกั งานอัยการดาเนินการตอ่ ไปตามมาตรา 156 ให้เป็นหน้าท่ีของพนักงานสอบสวนแจ้งแก่ผู้มีหน้าท่ีไปทาการชันสูตรพลิกศพทราบ และก่อนการ ชันสูตรพลิกศพ ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรอื ญาตขิ องผ้ตู ายอยา่ งน้อยหนึ่งคนทราบเทา่ ท่ีจะทาได้ ในกรณีท่ีมีความตายเกิดข้ึนโดยการกระทาของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าท่ีหรือ ตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าท่ี ให้พนักงานอัยการและ พนักงานฝ่ายปกครองตาแหน่งต้ังแต่ระดับปลัดอาเภอหรือเทียบเท่าขึ้นไปแห่งท้องที่ที่ศพนั้นอยู่เป็นผู้ชันสูตร พลกิ ศพรว่ มกบั พนักงานสอบสวนและแพทยต์ ามวรรคหนึง่ และใหน้ าบทบัญญตั ใิ นวรรคสองมาใชบ้ งั คับ เม่ือได้มีการชันสูตรพลกิ ศพตามวรรคสามแล้ว ให้พนักงานสอบสวนแจง้ ให้พนักงานอัยการเข้ารว่ มกบั พนกั งานสอบสวนทาสานวนชันสูตรพลกิ ศพใหเ้ สรจ็ ภายในสามสิบวันนับแตว่ ันที่ไดร้ ับแจ้ง ถ้ามคี วามจาเป็นให้ ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองคร้ัง คร้ังละไม่เกินสามสิบวนั แต่ต้องบันทึกเหตุผลและความจาเป็นในการ ขยายระยะเวลาทุกคร้ังไว้ในสานวนชนั สูตรพลิกศพ เม่ือได้รับสานวนชันสูตรพลิกศพแล้ว ให้พนักงานอัยการทาคาร้องขอต่อศาลชั้นต้นแห่งท้องที่ที่ศพนัน้ อยู่ เพื่อให้ศาลทาการไต่สวนและทาคาส่ังแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เม่ือใด และถึงเหตุและพฤติการณท์ ่ี ตาย ถ้าตายโดยคนทาร้ายให้กล่าวว่าใครเป็นผู้กระทาร้ายเท่าที่จะทราบได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ สานวน ถ้ามีความจาเป็นให้ขยายระยะเวลาออกไปได้ไม่เกินสองครั้ง คร้ังละไม่เกินสามสิบวัน แต่ต้องบันทึก เหตผุ ลและความจาเปน็ ในการขยายระยะเวลาทุกครงั้ ไวใ้ นสานวนชันสตู รพลิกศพ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหน่ึง วรรคสาม วรรคสี่ และ วรรคห้า ให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติตาม คาส่งั ของพนักงานอัยการ ในการไต่สวนตามวรรคห้า ให้ศาลปิดประกาศแจ้งกาหนดวันที่จะทาการไต่สวนไว้ท่ีศาล และให้ พนักงานอัยการยื่นคาร้องต่อศาล ขอให้ศาลส่งสาเนาคาร้องและแจ้งกาหนดวันนัดไต่สวนให้สามี ภริยา ผู้ บุพการี ผู้สืบสนั ดาน ผูแ้ ทนโดยชอบธรรมผู้อนุบาล หรอื ญาตขิ องผตู้ ายตามลาดับอย่างน้อยหนึ่งคนเทา่ ท่ีจะทา ได้ทราบก่อนวันนัดไต่สวนไม่น้อยกว่าสิบห้าวันและให้พนักงานอัยการนาพยานหลักฐานทั้งปวงที่แสดงถึงการ ตายมาสืบ เม่ือศาลได้ปิดประกาศแจ้งกาหนดวันท่ีจะทาการไต่สวนแล้ว และก่อนการไต่สวนเสร็จส้ิน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายมีสทิ ธยิ ่ืนคาร้องต่อศาลขอเข้ามา ซักถามพยานที่พนักงานอัยการนาสืบ และนาสืบพยานหลักฐานอื่นได้ด้วย เพ่ือการนี้ สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือญาติของผู้ตายมีสิทธิแต่งต้ังทนายความดาเนินการแทนได้ หากไม่มีทนายความที่ได้รับการแต่งต้ังจากบุคคลดังกล่าวเข้ามาในคดี ให้ศาลตั้งทนายความขึ้นเพื่อทาหน้าที่ ทนายความฝ่ายญาตผิ ูต้ าย เม่ือศาลเห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะเรียกพยานที่นาสืบมาแล้วมาสืบเพิ่มเติม หรือเรียกพยานหลักฐานอื่นมาสืบก็ได้และศาลอาจขอให้ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญมาให้ความเห็นเพ่ือ ประกอบการไต่สวนและทาคาสั่ง แต่ทั้งน้ี ไม่ตัดสิทธิของผู้นาสืบพยานหลักฐานตามวรรคแปดท่ีจะขอให้เรียก ผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญอื่นมาให้ความเห็นโต้แย้งหรือเพิ่มเติมความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญ ดงั กล่าว
135 คาสั่งของศาลตาม มาตรานี้ ให้ถึงท่ีสุด แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิฟ้องร้องและการพิจารณา พิพากษาคดีของศาล หากพนักงานอยั การหรอื บคุ คลอื่นไดฟ้ ้อง หรอื จะฟ้องคดเี ก่ยี วกับการตายนั้น เม่ือศาลได้มีคาสั่งแล้ว ให้ส่งสานวนการไต่สวนของศาลไปยังพนักงานอัยการเพ่ือส่งแก่พนักงาน สอบสวนดาเนินการตอ่ ไป แพทย์ตามวรรคหนึ่ง เจ้าพนักงานผู้ได้ทาการชันสูตรพลิกศพ และผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เช่ียวชาญท่ีศาล ขอใหม้ าใหค้ วามเห็นตามมาตราน้ี มีสิทธไิ ด้รับคา่ ตอบแทนหรือคา่ ปว่ ยการ ค่าพาหนะเดินทาง และคา่ เช่าท่ีพัก ตามระเบยี บทก่ี ระทรวงยตุ ธิ รรมกาหนดโดยความเหน็ ชอบของกระทรวงการคลงั ส่วนทนายความท่ีศาลต้ังตาม มาตรานม้ี ีสิทธิไดร้ บั เงนิ รางวลั และคา่ ใช้จา่ ยเช่นเดียวกับทนายความทศ่ี าลตัง้ ตามมาตรา 173 มำตรำ 150ทวิ4 ผู้ใดกระทาการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณท่ีพบศพก่อนการชันสูตร พลิกศพเสร็จส้ิน ในประการที่น่าจะทาให้การชนั สูตรพลิกศพหรอื ผลทางคดีเปล่ียนแปลงไป เว้นแต่จาเป็นตอ้ ง กระทาเพื่อป้องกันอันตรายแก่อนามัยของประชาชนหรือเพ่ือประโยชน์สาธารณะอย่างอ่ืน ต้องระวางโทษ จาคกุ ตั้งแตห่ กเดอื น ถึงสองปี หรอื ปรบั ตง้ั แต่หนึ่งหมน่ื บาทถึงส่ีหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จาท้ังปรับ ถา้ การกระทาความผิดตามวรรคหนึ่งเปน็ การกระทาโดยทจุ ริต หรอื เพือ่ อาพรางคดีผูก้ ระทาต้องระวาง โทษเปน็ สองเทา่ ของโทษที่กาหนดไว้สาหรบั ความผดิ นนั้ มำตรำ 151 ในเมื่อมีการจาเปน็ เพอ่ื พบเหตุของการตาย เจ้าพนกั งานผู้ทาการชันสตู รพลิกศพมอี านาจ สงั่ ใหผ้ ่าศพแล้วแยกธาตุสว่ นใด หรอื จะให้ส่งท้ังศพหรือบางสว่ นไปยังแพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรฐั บาลก็ ได้ มำตรำ 152 ให้แพทยห์ รอื พนกั งานแยกธาตขุ องรฐั บาลปฏบิ ัติดั่งน้ี (1) ทารายงานถึงสภาพของศพ หรือส่วนของศพตามที่พบเห็น หรือตามท่ีปรากฏจากการ ตรวจพรอ้ มท้งั ความเหน็ ในเรอ่ื งนนั้ (2) แสดงเหตุทตี่ ายเทา่ ทจ่ี ะทาได้ (3) ลงวันเดือนปีและลายมือช่ือในรายงาน แล้วจัดการส่งไปยังเจ้าพนักงานผู้ทาการชันสูตร พลิกศพ มำตรำ 153 ถ้าศพฝังไวแ้ ลว้ ใหผ้ ู้ชนั สตู รพลิกศพจัดใหข้ ุดศพขน้ึ เพื่อตรวจดู เว้นแต่จะเห็นว่าไม่จาเป็น หรอื จะเปน็ อนั ตรายแก่อนามัยของประชาชน มำตรำ 154 ใหผ้ ู้ชันสูตรพลกิ ศพทาความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและพฤติการณ์ท่ีตาย ผู้ตายคอื ใคร ตายท่ไี หน เมื่อใด ถ้าตายโดยคนทารา้ ยให้กลา่ ววา่ ใครหรอื สงสัยวา่ ใครเป็นผู้กระทาผิดเทา่ ทีจ่ ะทราบได้ มำตรำ 1555 ให้นาบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการสอบสวนมาใช้แก่การชันสูตรพลิก ศพโดยอนโุ ลม ให้นาบทบญั ญัติในมาตรา 172ตรี มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การไตส่ วนของศาลตามมาตรา 150 ในคดี ท่พี ยานเป็นเดก็ อายไุ ม่เกินสิบแปดปี มำตรำ 155/16 การสอบสวนในกรณีที่มีความตายเกิดข้ึนโดยการกระทาของเจ้าพนักงานซ่ึงอ้างว่า ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานซ่ึงอ้างว่าปฏิบัติราชการตาม 4 มาตรา 150ทวิ เพม่ิ เติมโดย พ.ร.บ. แกไ้ ขเพ่ิมเติม ป.วิ.อ. (ฉบบั ท่ี 21) พ.ศ.2542 5 มาตรา 155 แก้ไขเพิม่ เติมโดย พ.ร.บ. แกไ้ ขเพิ่มเตมิ ป.ว.ิ อ. (ฉบบั ที่ 20) พ.ศ.2542 6 มาตรา 155/1 เพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.อ. (ฉบบั ที่ 27) พ.ศ.2551
136 หน้าท่ี หรือในกรณีที่ผู้ตายถูกกล่าวหาว่าต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซ่ึงอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าท่ี ให้ พนกั งานสอบสวนแจ้งใหพ้ นกั งานอัยการเข้าร่วมกับพนักงานสอบสวนในการทาสานวนสอบสวน การทาสานวนสอบสวนตามวรรคหน่ึง ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบโดยพนักงานอัยการอาจ ให้คาแนะนา ตรวจสอบพยานหลักฐาน ถามปากคา หรือสั่งให้ถามปากคาบุคคลท่ีเก่ียวข้องไดต้ ้ังแตเ่ ร่ิมการทา สานวนสอบสวน นับแต่โอกาสแรกเท่าที่จะพึงกระทาได้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กาหนดใน กฎกระทรวง ในกรณจี าเป็นเรง่ ด่วนและมเี หตอุ ันควรไม่อาจรอพนกั งานอยั การเขา้ ร่วม ในการทาสานวนสอบสวนให้ พนักงานสอบสวนทาสานวนต่อไปได้ แต่ต้องบันทึกเหตทุ ่ีไม่อาจรอพนักงานอัยการไว้ในสานวน และถือว่าเปน็ การทาสานวนสอบสวนที่ชอบดว้ ยกฎหมาย มำตรำ 156 ให้ส่งสานวนชนั สตู รพลิกศพในกรณีท่ีความตายมิได้เปน็ ผลแห่งการกระทาผิดอาญาไปยัง ข้าหลวงประจาจังหวัด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146