คํานาํ ในระยะตอไปนี้ ผมจะแปลหนังสือภาษาอังกฤษเลมหนงึ่ ชื่อJonathan Livingston Seagull ลงในคอลมั นน ี้วันตอ วันไปจนกวา จะจบ ซง่ึ คาดวาคงจะไมกินเวลานานจนเกนิ ไปนกั หนงั สือเลม นไ้ี ดพ ิมพออกจําหนา ยในสหรฐั อเมรกิ ามาเปนเวลาปเศษแลว ถึงวนั ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2516 ปรากฏวาหนังสอื เลม นีอ้ ยใู นอันดบั หนังสือขายดที ี่สุด (Best Seller) อันดบั ท่ี 3 ติดตอกัน มาเปนเวลาถงึ 57 อาทิตย นบั วา เปน หนังสือขายดที สี่ ดุ ทต่ี ิดอันดบั อยไู ดน านมาก แสดงวาเปนหนงั สือ ท่ีมีผูสนใจอา นมากท่ีสดุ ผแู ตง หนงั สอื เลมนีช้ อื่ นายรชิ ารด บาค (Richard Bach) เปนท้ังคนเขียนหนังสือและนักบิน และไดเคยแตงหนังสือมาแลวสามเลมเกี่ยวกับธรรมะในการบินทั้งส้ิน ในระยะสิบปที่แลวมาน้ีนายริ ชารด บาค ไดเ ปน บรรณาธกิ ารนิตยสารการบินฉบับหน่งึ และไดเ ขยี นบทความสารคดีและนยิ ายเรื่อง สน้ั เกย่ี วกบั การบินมาแลวรอ ยกวาเร่ือง นายริชารด บาค เคยเปน นกั บนิ ในกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา มากอน ถงึ ปจ จบุ ันนชี้ วี ิตของนายริชารด บาค เกือบจะไมม ขี าดเคร่ืองบินเลย ผมเองไดอานหนังสือเลมน้ีเปนครั้งแรก เม่ือประมาณสองสัปดาหน้ีเอง เม่ืออา นแลวก็เกิด ความจับใจในธรรมะท่ีไดแสดงไวใ นหนงั สือเลม นี้ ซงึ่ มีทง้ั มนษุ ยธรรม และ ธรรมอนั เปนความจริงแหง ชวี ติ ตรงตามท่พี ระพุทธเจา ผูซ งึ่ เปน พระบรมศาสดาและสรณะของผมไดทรงแสดงไว เมื่อสองพันหา รอ ยกวาปมาแลว มากมายหลายอยา ง โดยเฉพาะอยางย่ิงในเร่ือง สิกขา หรือ ศกึ ษา คือการเรียนรูอนั ประกอบดว ยอิทธบิ าทส่ี อนั ไดแก ฉันทะ วิรยิ ะ จติ ตะ และวิมงั สา ไปจนถงึ ความหลุดพนเปน เสรี อันทาํ ใหเ กดิ กรุณาขึ้นในตวั ของผหู ลุดพน เปนผลท่ีไดเ กดิ ขึน้ แกองคพระพุทธเจาหลังจากที่ไดตรัสรูอนุตร สมั มาสมั โพธญิ าณแลว นายรชิ ารด บาค ผูแตงหนังสือเลม นจ้ี ะไดเคยศกึ ษาพระธรรมคาํ ส่ังสอนของพระพุทธเจามา บา งหรือหาไมผ มไมม ีทางจะทราบได แตเ ทาทสี่ ังเกตจากขอ ความในหนงั สือเลมนแี้ ลว ผมกเ็ ขา ใจเอา เองวา คงจะไมเคย หากเปนเชนนกี้ ย็ ่งิ แลเห็นพระพทุ ธคุณ และพระธรรมคุณ เปนอัศจรรย เพราะพระ ธรรมนน้ั เปน ความจรงิ อนั อยูเ หนอื กาลเวลา วญิ ชู นพงึ รูไดด ว ยตนเอง ผูที่พากเพียรศึกษาวทิ ยาการ ไมว า จะเปนสาขาใดเอง แมแตก ารบินเมอ่ื ถงึ ขัน้ สดุ ทายแลว ก็ยอมจะแลเห็นพระธรรมดว ยตนเอง ถึงจะ ไมรูแจงแทงทะลุก็ยังแลเห็นและเขาใจในแกน สารของพระธรรมนัน้ ดวยความจับใจดังทีไ่ ดก ลาวมาแลว ผมจึงไดแ ปลหนงั สือเลม น้ีขึ้นดวยความประสงคท ี่จะให ไดอ านกันแพรหลายในหมูคนไทยท่ีอาจยังติดขัดในการอา นภาษาอังกฤษ การแปลนั้นไดพยายาม รักษาท้ังสาํ นวนโวหาร และอรรถของผูแตง ในภาษาองั กฤษไวใ หมากท่ีสดุ เทา ทจี่ ะทําได เกือบจะไมม ี การเรียบเรยี งตอเติมแตอยางใดเลย จะมีบางกเ็ พียงเล็กนอยในเรื่องท่ีไมเปนสาระสําคัญ เพื่อใหฟง เปนภาษาไทยและเขาหูคนไทยย่ิงข้นึ เทานั้น ในท่ีน้กี ็ใครขอเรียนทานที่อา นภาษาอังกฤษไดสะดวก อยแู ลววา ทานควรจะไดหาตน ฉบบั ภาษาองั กฤษมาอา น เพราะจะไดอ รรถรสจากหนงั สือเลมนี้ ยิ่งกวา ท่ีจะไดจากคําแปลของผมเปนแนนอน เพราะการถายความจากภาษาหนึ่งออกเปนอีกภาษาหนึ่ง ยอ มจะใหไดค วามสมบรู ณไ มง ายนกั คนที่ผมอยากจะใหอา นหนังสือเลม นี้คือคนไทยท้ังปวง โดยเฉพาะอยางยิ่ง นิสิตนักศึกษา และนกั เรยี น เพราะจะไดก ําลงั ใจในอนั ทีจ่ ะเลา เรยี นและทาํ ประโยชนตอไปไดม าก สาํ หรบั คนที่เคยได เลา เรยี นวชิ าจากผมโดยตรงไมวาจะเปนวชิ าใด ไมวาจะเปน รนุ ใด และไมว าจะมากหรือนอย ผมขอถือ โอกาสนี้สงขาวมาใหท ราบวา “ผมอยากใหค ณุ อา นหนงั สอื เลม นที้ กุ คน จะอา นจากภาษาอังกฤษหรือจะอา นจากคําแหลนี้ก็ ได แตขอใหอ านใหได และในการอานน้ันขอไดโ ปรดใชความคดิ ใหม ากประกอบไปดวย อยาอานเพียง สักแตวา ผา นสายตาไป นกนางนวลมนั รักศษิ ยข องมันฉนั ใด ผมก็รักพวกคณุ ทกุ คนฉนั นั้น”
จอนะธัน ลิวิงสตนั นางนวล โดย ริชารด บาค ม.ร.ว. คกึ ฤทธ์ิ ปราโมช -แปล ตอนที่ 1 ตอนน้ันเปนเวลาเชา พระอาทิตยแ รกข้ึนไดปด ทองระลอกระยบั ไปทั้งทะเลทไ่ี มม ีคล่นื ในระยะทางหน่งึ ไมลจ ากฝง เรอื หาปลาลําหนงึ่ กวนน้าํ ทะเลใหเปนคล่นื และคําท่ีหมายถึงการ บินม้อื เชา ไดกระจายไปในอากาศ จนกระท่ังนกนางนวลเปนฝูงประมาณพันตัวบินมาโฉบเฉี่ยว และสู กนั เพื่อเศษอาหารเปน วันวุน วายอีกวันหนึ่งทเี่ พ่ิงจะเร่ิมขึน้ แตวา หางไกลออกไป อยูค นเดยี วไกลเกนิ เรอื หาปลาและฝงทะเล จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล กาํ ลังซอมบินอยู ในระยะสูงรอยฟุตบนฟา เขาหยอนเทาที่มีพังผดื ลง ยกปากข้ึนสูง และใชแรงอยาง หนกั ทจี่ ะรกั ษาวงโคงท่ีออกจะเจบ็ ปวดไวใ นปก ทัง้ สองของเขา วงโคง นหี้ มายถึงการบินอยางชา แลว เขากบ็ นิ ชา ลงจนลมทป่ี ะทะกบั หนาเขานน้ั กลายเปน เพยี งเสยี งกระซิบ จนกระทั่งมหาสมุทรหยุดน่ิงอยู กับท่ี ณ เบอ้ื งลา งแหง ตัวของเขา เขาหรี่ตาลงดว ยสมาธิอนั เครงเครียด อัน้ ลมหายใจไวบ ังคับใหปก โคง เขา ...อกี เพียง...หน่ึงน้ิว แลวขนเขาก็ฟไู ปทงั้ ตวั เขาเสียหลกั และรวงลงมาจากระดบั ทบี่ นิ อยู นกนางนวลนั้นกอ็ ยา งที่ทา นรกู นั อยูแลว วาไมมวี ันที่จะเสยี หลัก ไมม ีเสยี ระดับ การเสียระดับบนิ คือการเสียหนา และเสียเกยี รติ แตจอนะธัน ลวิ ิงสตัน นางนวล ผูซ่ึงไมละอาย ผูซึ่งกางปก ออกอีกคร้ังใหเปน โคงอนั สน่ั ระรัว-ทําใหบนิ ชาลง ชา ลง และเสยี ระดับอีกคร้ังหน่ึงนั้น-ไมใ ชน กธรรมดาสามัญ นกนางนวลสวนใหญไมสนใจท่ีจะเรียนรูใหเ กินไปกวาการบินอยางธรรมดาท่ีสุด-รูเพียงแตวา จะออกจากฝง เพื่อหาอาหารแลวบินกลับฝง อยางไร การบินไมใชเรื่องสําคัญ การกินตางหากที่เปน เรื่องใหญ แตส าํ หรบั นกนางนวลตวั นีก้ ารกินไมใ ชส ิ่งสําคัญเลย การบินเทานั้นท่ีสําคัญ สําคัญมากกวา อะไรทัง้ หมด จอนะธัน ลวิ งิ สตัน นางนวล รกั ทจี่ ะบิน เขาไดสังเกตเหน็ แลว วาความคดิ เชน นไี้ มใ ชทางท่จี ะหาความนิยมจากนกตวั อืน่ ๆ แมแตพอแม ของเขาเองกต็ อ งรอ นใจในเม่ือจอนะธันใชเวลาเปน วันๆ อยคู นเดียวเพ่ือรอนในระดบั ต่ําเปน รอ ยๆ เท่ียว ทดลองดู เขาไมรูเหตุ เชนเวลาที่เขาบินเหนือน้าํ ในระยะท่ีตํ่ากวาความยาวระหวา งปลายปกขางหนึ่ง ของเขาจนถึงปลายปกอีกขา งหนึ่ง ทําไมเขาจึงอยูในอากาศไดน านกวาธรรมดาและใชแรงแตนอย การรอนของเขาไมไดจ บลงดว ยการท้ิงตวั ลงในทะเล แตเขาจะหยอนปลายเทาลงมาใหถูกน้ํา บังเกิด เปนคลนื่ ยาวตามหลงั มา จนเขาถึงผวิ นํ้าดว ยเทากดแนน ไวสองขา งตวั ทําใหเพรียวลม เมื่อเขาปลอ ย ตัวใหไ ถลไปตามผิวนํา้ จนถึงฝง แลว ไถลเลยขึ้นไปบนหาดทราย แลว เดินกลับมาวัดรอยไถลของเขา บนทรายวา เปน ระยะทางก่ีกาว พอแมข องเขาก็จะรอ นใจเอาจริงๆ “ทําไม จอน ทาํ ไม?” แมของเขาถาม “ทําไมเจาจึงทําตัวใหเหมือนนกอนื่ ในฝงู เขาไมได? มันยากนักหรือลูก? ทําไมไมท้ิงการบินต่าํ ๆ เอาไวใหพวกนกกระทุงและนักอัลบารอส เขาทํากนั ? ทาํ ไมเจา ไมกนิ อะไรเลย? จอน เจา ผอมจนเหลอื แตขนกบั กระดกู แลว ” “ผมไมถ อื หรอกแมวาผมจะเหลือแตขนกบั กระดูก ผมเพียงแตอยากรู วาผมจะทําอะไรไดบาง และทําอะไรไมไดบ างในอากาศ ผมอยากรูเ ทานั้นเอง” “ฟง ทางนบ้ี าง จอนะธนั ” พอเขาพดู อยางไมดุดันนัก “หนาหนาวจะมาถึงอีกไมนานนัก เรือ ปลาก็จะมีนอยลง ปลาทเ่ี คยวา ยบนผิวนํา้ กจ็ ะลงลึก ถา เอง็ อยากจะเรยี นอะไรกค็ วรจะเรียนเรื่องอาหาร
และการหากิน เรอื่ งการบินมันก็ดีอยูหรอก แตเอง็ จะกินการรอนเขาไปไมได อยาลืมวา เหตทุ ่ีเอ็งตอ ง บนิ ก็เพื่อหากินเทาน้นั ” จอนะธันพยักหนา รับอยางอยูในโอวาท เขาจะพยายามทําตัวเหมือนนกนางนวลอื่นไปสักวัน หนง่ึ หรอื สองวนั เขาพยายามจริงๆ ท้ังรองเสียงแหลมและสูกบั นกอ่นื เปนฝูงตามทาปลาและเรือปลา บินโฉบเขา ควา เอาเศษปลาบา ง เศษขนมปง บา ง แตถึงจะพยายามอยา งไรก็ไปไมร อด ไมเห็นจะเปนเรื่องอะไรเลย! เขานึกในใจขณะท่ีปลอยปลาหัวออนตัวหนึง่ ใหหลดุ จากปาก ใหแกนกนางนวลแกท่ีกําลังบินไลเ ขามา เราอาจใชเวลาท้ังหมดนีเ้ ลาเรียนวิธีบิน มีเรื่องท่ีจะตองเรียน มากเหลอื เกิน! ไมนานนกั จอนะธันนางนวลกอ็ อกไปอยูตัวเดียวอีก ไกลออกไปในทะเล หิว มีความสุข และ เรียน วิชาท่ีเรียนคือความเร็ว และภายในเวลาเพียงอาทิตยเดียวเขาไดท่ีฝกซอม เขาก็รูเร่ือง ความเรว็ มากกวานกนางนวลทบ่ี ินเรว็ ท่ีสุดทีย่ ังมีชีวิตอยู ในระยะสูงหนึง่ พันฟุต กระพือปกใหแรงท่ีสุดเทาที่จะทําได แลวเขาก็ปกหัวลง ดําดิ่งจาก อากาศมาสูคลื่นในทะเล และเขาก็ไดเรียนรูวาเพราะเหตุใด นกนางนวลจึงบินด่ิงลงมาดวยกาํ ลงั ปก ไมไ ด ภายในเวลาเพยี งหกวินาทีเขาพุงตัวลงมาดวยความเร็วถึงเจ็ดสิบไมลตอหน่งึ ชั่วโมง ความเร็ว เชน นท้ี ําใหปกไมเทยี่ งและเสียแรงตอนกระพือปกขึ้น ครง้ั แลวครงั้ เลา ผลก็เกดิ ขึน้ อยางเดียวกัน ถึงเขาจะพยายามและใชความสามารถอยางสูงสุด เขากไ็ มสามารถจะควบคุมทศิ ทางแหงการบนิ ไดในความเร็วอันสงู บนิ ขึ้นไปถึงพนั ฟตุ บินดวยความเร็วสูงสุดตรงไปขา งหนากอ น จากนน้ั ก็ปกหัวลง กระพือปก เพ่อื ดาํ เอาหวั ลง แลวก็ทุกคร้ังท่ีปกซายของเขาตองติดขดั เมื่อกระพือขึ้น ทําใหตัวโคลงมาทางซาย อยา งแรง แขง็ ปกขวาไวไ มกระพอื เพือ่ ใหตัวโคลงกลับ แตแลวตัวเขากก็ ระเด็นอยางกับลกู ไฟจากเตา ไฟไปทางขวา หมนุ ติ้วไปเลย เขาพยายามสดุ ความสามารถตอนกระพอื ปกข้นึ พยายามถึงสิบครั้ง แตท ้ังสิบคร้ัง เม่ือเขาถึง ความเร็วเจ็ดสบิ ไมลต อหน่ึงชว่ั โมง ขนตามตัวเขาก็ตกี ลบั กระจุยกระจาย หมดความทรงตวั แลว ก็รวง โครมลงมาในนํา้ ในทสี่ ดุ เขากน็ กึ ออก ขณะท่ตี ัวเปยกนํ้าชุมโชกวา กุญแจไขปญหาน้ีก็คือการกางปก ไวเ ฉยๆ ในความเร็วสูง กระพือปก บนิ จนไดความเร็วหาสบิ ไมลตอหนึ่งช่วั โมงแลวก็กางปก นิง่ ไว จากระดับสูงสองพนั ฟุตเขาลองดอู กี ครง้ั คราวนห้ี มุนตวั ดําดิ่งลงมา ปกกางออกเต็มท่ี และกาง ปก แขง็ คงทีไ่ วเ มอ่ื ผา นความเร็วเกนิ กวา หา สิบไมลต อ หน่ึงช่วั โมงมาแลว เขาตอ งใชกาํ ลงั อันมหาศาล แตก เ็ ปนผลสาํ เรจ็ ภายในสบิ วนิ าทเี ขาพุง ผานอากาศลงมาดว ยความเรว็ เกาสิบไมลตอหนึง่ ชัว่ โมง จอนะธันไดท ําสถิติความเร็วแหงโลกสาํ หรบั นกนางนวลขึน้ แลว แตช ัยชนะนน้ั ก็มอี ยูประเดยี๋ วเดียว พอถึงตอนท่ีเขาจะพุงตวั ขนึ้ จากการดําดิง่ ขณะท่ีเขาขยับ เปล่ียนมุมปกของเขา เขาก็พงั ไปอยา งที่เคยมาแลว และในความเรว็ เจ็ดสบิ ไมลต อ หนึ่งช่ัวโมงน้นั เขา พังเหมอื นกบั ไดนาไมดระเบดิ จอนะธัน นางนวล เหมือนกับระเบิดกลางอากาศ แลวตกผางลงมาบน ทองทะเลซง่ึ แข็งเหมอื นกับปูดวยอิฐ เม่ือเขาฟน ตัวไดส ติน้ันเปนเวลาคํ่ามืดไปนานแลว และเขาก็ลอยอยูกลางแสงจันทรบนพ้ืน มหาสมทุ ร ปก ของเขารูสกึ เหมือนกับวาเปนแทง ตะกวั่ แตน ํา้ หนักของความลม เหลวนนั้ ดูเหมือนจะวาง อยบู นหลงั ของเขาหนักย่ิงกวา เขาออนใจอยากใหน ํา้ หนักนัน้ มนั คอ ยๆ ถว งเขาลงไปใหถ งึ กนทะเลเสีย ใหรแู ลว รรู อดไป
ขณะทเี่ ขาจมลึกลงไปในนํ้าน้นั มเี สยี งกรา วๆ ประหลาดดังข้นึ ในใจเขา ไมมที างจะหลกี เล่ยี ง ได เราเปนนกนางนวล เราถูกจํากดั ดว ยธรรมชาติ ถาเราเกิดมาเพ่ือเรียนรูมากเร่อื งการบินเรา กค็ งจะไดมีแผนการบนิ และสมอง ถาเราเกดิ มาเพื่อบินเรว็ เรากค็ งจะไดมีปกอันส้ันอยางนก เหยยี่ ว และกนิ หนูเปนอาหารแทนปลา พอ แกวาถูกแลว เราตอ งลืมความโงเขลาน้ีเสยี เราตอง บินกลับบา นไปเขา ฝูง และพอใจวา เราเปน อะไร เปน แตเพียงนกนางนวลทมี่ ีอะไรหลายอยาง จํากัด เสยี งนนั้ จางหาย และจอนะธนั กเ็ หน็ ดวยกับเสยี งนั้น เวลากลางคืนนกนางนวลควรจะอยูบนฝง และตั้งแตบัดนเี้ ปนตน ไป เขาสาบานวาเขาจะเปนนกนางนวลธรรมดา ซึ่งจะทําใหทุกคนสบายใจกวา เกา เขาถบี ตวั อยา งออนแรงข้ึนจากนํ้า และบนิ ไปสูพื้นแผนดนิ รูสึกยินดีวา เขาไดเรียนรูวธิ ีทุนแรง ในการบนิ ระดับต่าํ ไมเอา! เขานึกในใจ เราเลกิ เด็ดขาดที่จะเปนอยางที่เคยเปน ไมสนใจกับส่ิงที่ไดเ รียนรูอีก ตอไปแลว เราเปนนกนางนวลเหมือนกบั นกนางนวลตัวอ่นื ๆ และจะบินเหมือนกับนกนางนวล คดิ ได อยางน้นั เขาก็บินข้ึนสูงรอยฟุตแลว กระพือปกเรว็ ข้นึ พุงตวั ไปสูฝ ง ทะเล เขาสบายใจขนึ้ เมือ่ ไดตกลงใจวาจะเปนแตนกตวั หน่งึ ในฝูง ตอ ไปนจี้ ะไมมีอะไรทจ่ี ะผูกมดั เขา ไวก บั อาํ นาจทค่ี อยผลกั ดนั เขาใหเ รียนวชิ า จะไมม กี ารประลองความรูและไมมีความลมเหลวอกี ตอ ไป และมันก็สวยดเี หมือนกัน ที่จะหยุดคิดสักที แลวเขาก็บินไปในความมืด มุงไปยังแสงไฟที่อยูบน ชายหาด มืด! เสยี งกราวดังขึน้ อีกอยางตกใจ นกนางนวลไมม วี นั ทจ่ี ะบนิ มดื ๆ จอนะธันไมมีปญญาท่ีจะฟงเสียงน้ัน สวยดีเขานึก แสงจันทรและแสงไฟ เปนประกาย ระยบิ ระยบั อยบู นผิวนํ้า เหมือนกับแสงไฟบอกระยะเปน ทางไวตลอดคืน และทกุ อยางดสู งบนิ่ง... ลงเดี๋ยวน!ี้ นกนางนวลไมบินกลางคืน! ถาเจา เกิดมาเพ่ือบนิ กลางคืนเจากค็ งจะมตี าของนก เคาแมว เจาจะตองมีแผนการบินเปนสมอง! เจา คงจะไดม ปี กสน้ั ของเหยี่ยว! และ ณ ทน่ี น้ั ในเวลากลางคืน อยูในอากาศสูงรอยฟุต จอนะธัน ลวิ ิงสตนั นางนวล ก็หลบั ตา แลวเบกิ ตาโตเปนระยะ ความทกุ ข ความต้ังใจของเขาหายไปหมด ปก ส้นั ! ปก สัน้ ของเหย่ียว! น่นั คอื คาํ ตอบ ! ไอเ รามันโงบ ดั ซบไปเอง! เราตองการเพียงปก อันนิดเดียวเทาน้ันเอง สิ่งท่ีเรา ควรตองทาํ ก็คือหุบปกสว นใหญไ ว และบินดว ยปลายปกนดิ เดยี วเทานน้ั ! ปก ส้นั ! เขาบินขึ้นไปสูงสองพันฟุตเหนอทะเลอันดาํ มืด และโดยไมไดค ํานึงถึงความวบิ ัติหรือความ ตายแมแตขณะจิต เขาเอาหัวปกแนบเขาไวขางตัวอยางแนน เหลอื ปลายปกที่แคบเหมือนมีดสั้น แพลมออกไปรับลม แลว เขากท็ ุมตวั ดาํ ดิ่งลงมา เสียงลมกระทบหัวดังเหมือนเสียงรองของสัตวใหญที่ดุราย เจ็ดสิบไมลต อหน่ึงช่ัวโมง รอย ย่สี บิ ไมล และยิ่งเรว็ ขน้ึ ไปอกี การตา นทานลมดวยความเรว็ รอยสีส่ ิบไมลตอ หน่ึงช่ัวโมงไมหนักเทากับ ตอนท่ีตอ งตานลมดว ยความเร็วเจ็ดสิบไมลตอหนงึ่ ชั่วโมง และดวยการบิดปลายปกเบาๆ ท่ีสุดเขาก็ ถอนตัวออกจากการดําดิ่ง และบินระดับหวือไปเหนอื คลนื่ -ลูกปนใหญส ีเทาใตแ สงจันทร เขาหรี่ตาใหเหลอื เปนเพียงเสนผาเลก็ นิดเดียวเพื่อกันลมแลวก็เกิดความปติ หน่งึ รอ ยย่ีสิบ ไมลต อ หนง่ึ ชวั่ โมง ! และควบคุมการบินไดต ลอด! ถาเราดําดง่ิ จากระยะหา พนั ฟตุ แทนที่จะเปนเพียง สองพนั กน็ าคิดวาจะเร็วเพียงไหน... คําสตั ยส าบานของเขาเมือ่ ครนู ้ีเขาลมื หมดแลว เหมือนกบั ถกู กวาดไปจนหมดดวยกระแสลมอัน แรงเร็ว แตเขาก็ไมรูสึกผิด ในการที่ผิดสัญญาที่ทําไวดวยตนเอง สัญญาแบบนั้นเหมาะแตกับนก
นางนวลท่ยี อมรบั เอาธรรมดาโลก นกนางนวลที่ไดแตะตอ งกับความประเสริฐของวชิ าท่ีไดเรียนรูแลว จะทาํ สญั ญาแบบนัน้ เพอ่ื ประโยชนอ นั ใด? ไดเวลาพระอาทิตยข้นึ จอนะธันก็ฝก ซอ มอกี จากระดับหาพันฟุต เรือหาปลามองดูเหมือนเศษ ผงลอยอยบู นทอ งฟา สนี ํ้าเงินอันราบเรยี บ ฝงู นางนวลที่ออกหากนิ มื้อเชามองดเู หมือนกบั ฝนุ ละอองท่ี ปลวิ อยูเปนวงกลม เขามชี ีวิต ตัวสั่นสะเทือนเล็กนอ ยดว ยความโสมนัส มีความภาคภูมิใจวาสามารถควบคมุ ความ กลัวของตนได ครัน้ แลวกห็ บุ หวั ปก เขา มาทันทีทนั ใด ยื่นปลายปก สัน้ ออกไปใหไ ดมุม และพุงตวั ดง่ิ ลงไปสูท ะเล เม่อื ผา นระยะทางลงมาไดสี่พันฟุต เขาก็ถึงความเร็วขั้นสุดทาย ลมที่ปะทะอยูน้นั กลายเปนกําแพงเสียงท่ีกนั้ เขาไวไ มใหเคลอ่ื นไหวเร็ว กวา นนั้ ได เขากาํ ลังบนิ ตรงลงมา ดว ยความเร็วสองรอ ยสี่สบิ ไมลต อหน่ึง เขากลืนนํ้าลายในคอ รูตัววา หากปกของเขาเกิดกางออกในขณะน้นั เขาจะถูกลมเปาใหขาดออกจากกนั เปนนกนางนวลช้ินเลก็ ช้ิน นอยลานชน้ิ แตค วามเร็วน้ันคืออํานาจและความเรว็ คือความราเริงเบกิ บานใจ และความเรว็ คือ ความงามอันบริสุทธ์ิ เขาถอนตวั จากการดําด่ิงในระยะหน่ึงพันฟุต ปลายปกสั่นสะเทือนดว ยลมมหายักษน้นั ท้ังเรือ และฝงู นกนางนวลกาํ ลงั แกวงไกลและมีขนาดใหญข้ึนทกุ ทใี นเสนทางบนิ ของเขา เขาหยดุ ไมไ ด เขายงั ไมร ดู ว ยซ้าํ วา จะบนิ เลย้ี วอยางไรในความเร็วขนาดนั้น ถาชนกันเขาก็ตายทันที เขาไดแตห ลับตา เหตทุ ่เี กดิ ข้ึนในเชาวนั นั้น ตอนหลังตะวนั ขนึ้ กค็ อื จอนะธัน ลิวงิ สตนั นางนวล บินหวอื ฝากลาง ฝูงนกนางนวลท่บี ินออกหากินมอ้ื เชา ดว ยความเร็วสองรอยสิบสองไมลตอหนงึ่ ชั่วโมง ตาก็หลบั ดวย เสยี งหวดี หวิวอันเกดิ จากลมและขนนกกระทบกัน เคราะหยังดที ี่โชคชะตานกนางนวลยังยิ้มใหเขาอยู ครั้งนี้ จึงไมปรากฏวา มนี กตัวใดตองเสยี ชวี ติ ถึงตอนทีเ่ ขาชูปากขึน้ ฟาเขายงั อยูในความเรว็ อนั รอนแรงถึงหน่งึ รอยหกสิบไมลตอหน่งึ ชัว่ โมง เมอ่ื เขาเพลาความเร็วลงไดย ส่ี บิ ไมลตอ หนง่ึ ชว่ั โมงเขากางปกออกได เรอื หาปลาดเู หมือนกบั เศษขนม ปงในทะเล ส่พี ันฟตุ ขา งลา ง ความคิดของเขามแี ตช ัยชนะ ความเร็วข้ันสุดทาย! นกนางนวลบินไดถึงสองรอยสิบส่ีไมลตอ หนึง่ ชั่วโมง! เปนการกา วออกมาจากวัฏฏะ หรือวงจรแหงชีวติ เปนขณะหนง่ึ ที่ใหญย ่ิงทีสุดในประวตั ิ แหงฝงู นกนางนวล และขณะน้นั ยุคใหมก ็เกดิ ขน้ึ แกจ อนะธัน นางนวล เมื่อเขาบนิ ออกไปยังที่ฝก บินอัน เปลีย่ วของเขา เขาหุบปกแลว ดําดิ่งลงมาจากเพดานบินสูงถึงแปดพันฟุต เขาต้ังหนา ท่ีจะหาความรู ทนั ทีวา จะบนิ เลย้ี งไดอยา งไร เขาพบวา ขนปลายปก เพียงเสน เดียว หากขยับไปเพียงเศษของนิว้ จะทําใหเลี้ยงตัวไดในวง กวางอยา งราบร่นื ดว ยความเรว็ อันสูงมาก กอนท่ีจะเรียนรูเรื่องนี้ เขาก็ไดเ รียนรูวา ถาขยับขนเกินกวา หนงึ่ เสน ดว ยความเร็วขนาดนั้น จะผลกั ตัวเขาใหห มุนตว้ิ ไปเหมือนกับลูกปนยาว...และจอนะธันก็ไดบิน แบบโลดโผนเปนนกนางนวลตัวแรกในโลก เขาไมมีเวลาเหลือพอที่จะไปคุยกับนกตัวอ่นื ในวันนน้ั แตฝก บินเร่ือยไปจนตะวนั ตกดินแลว นาน เขาคน พบการบนิ ท่เี รียกวา แบบวงกลมตง้ั หมุนระดบั ชา หมนุ ปด จังหวะ ควงสวานหงายทอง หมุน ตวั ทางตั้งตนนอก ตลี งั กา เม่ือจอนะธนั กลบั มาถึงฝูงบนหาด ก็เปนเวลากลางคืนเต็มที่แลวเขาเวียนหัวและเหน่ือยท่ีสุด แตดว ยความดีใจ เขาบนิ แบบวงกลมต้ังเขา ไปจนถงึ ทก่ี อ นจะลงจับก็ทําการหมุนระดับเร็วเสียดว ย พอ ฝูงนกรูเขาถึงเรื่องท่ีเขาออกจากวงจรไปไดเถิด เขานกึ เจาจะตองดใี จกันแทบบา ตอไปน้ชี ีวิตจะมี อะไรตอ อะไรข้ึนอีกพลิ ึกกกึ กือ แทนทจ่ี ะบินพะเยิบพะยาบออกไปที่เรือหาปลาแลวก็บินกลบั
ชวี ิตมีเหตุผลขึน้ แลว เราสามารถจะยกตัวเองข้ึนจากอวิชชา เราจะทาํ ตัวเราใหเปน สตั วประเสริฐไดดว ยปญ ญาและความช่าํ ชอง เราเปนเสรีได! เราเรยี นบินได! อนาคตดงั หึ่งกึกกอ งและเรอื งรองดวยความรงุ โรจนท่ีพงึ จะเปน ไปได นกนางนวลกาํ ลังอยูกนั เปนฝูงใหญ ในการประชมุ ฝงู เมือ่ เขาไปถึง และดทู า วาจะไดประชุมกนั มานานแลว ความจริง ฝงู นกกาํ ลังคอยเขาอยู “จอนะธัน ลวิ งิ สตัน นางนวล! ออกมายืนตรงกลาง” คาํ พูดของนกผูใ หญด ังขึ้นดวยเสียงที่ใช ในพิธีกรรมอันสงู สุด “การออกไปยืนตรงกลาง” เฉยๆ นั้น หมายถึงความอบั อายอยางย่ิงหรือการเสีย เกียรตอิ ยางยิ่งเทานั้น แต “การยืนตรงกลางเพื่อเกียรติ” น้ัน เปนวิธีกาํ หนดตวั ผูนําชั้นสูงของฝงู นก นางนวล ใชแลว เขานึก ฝูงนกท่อี อกหากนิ มอื้ เชาเมอื่ เชา น้คี งจะไดแ ลเห็นการออกจากวฏั ฏะของเรา! แตเ ราไมตองการเกียรติอยางใด เราไมมีความประสงคจ ะเปน ผูนํา เราอยากแตเพยี งจะแบงปนส่ิงท่ีเรา ไดพบใหไดร ูท่ัวกัน เพียงแตจะใหเห็นขอบฟา ซ่ึงอยูเบื้องหนาของเราทุกคน เขากาวออกไปยืนตรง กลาง “จอนะธัน ลวิ งิ สตัน นางนวล” ผูใหญนกพูดข้ึน “ยืนตรงกลางดวยความอับอายตอหนา เพื่อน นกนางนวลทง้ั ปวงของเจา !” เขารสู ึกเหมอื นกบั ถกู ตดี ว ยแผนกระดาน เขา ของเขาออ นลง ขนของเขาหลุบ มีเสียงดังซูในหู ยนื ตรงกลางดวยความอบั อาย? เปน ไปไมไ ด! แหวกวฏั ฏะ! พวกเขาเขา ใจไมได! เขาผิดท้ังหมด เขา ผดิ ! “เพ่อื ความผิดอันไดเกดิ ข้ึนเนื่องจากการขาดความรับผดิ ชอบอยางไรความคิดของเขา” เสียง อันเอาจริงนัน้ กลา วตอไปเปนทาํ นอง “ทาํ ใหเสยี เกียรตภิ มู ิและประเพณีของตระกูลนางนวล...” การทีต่ องออกไปยนื ตรงกลางดว ยความอบั อายนั้น แปลวาเขาจะตองถูกขับออกจาก ฝงู นก ถกู เนรเทศใหไ ปอยูโดดเดย่ี วบนหนา ผาท่ีอยูไกล “...วันหน่ึง จอนะธัน ลวิ ิงสตนั นางนวล เจาจะตองรูวาการขาดความรับผิดชอบน้ันไมเกิด ประโยชนแ กตนอยา งใดเลย ชวี ิตเปน สิง่ ที่เราไมรูและรไู มไ ด นอกจากวาเราเกิดมาในโลกน้ีเพ่ือ กนิ เพอื่ มชี ีวิตอยใู หน านทสี่ ดุ ที่เราจะอยไู ด” นกนางนวลไมโตตอบผูปกครองฝงู แตเสียงของจอนะธันก็ดงั ข้นึ “ขาดความรับผิดชอบ? พี่ นองท้ังหลาย!” เขารอง “จะมีใครท่ีมีความรับผิดชอบไปย่ิงกวานกนางนวลท่ีพบและปฏิบัติตาม ความหมาย และวัตถปุ ระสงคท่สี งู กวาสําหรับการใชชีวติ ? นบั เปนเวลาพันปท่ีพวกเราไดแตค อยเฉ่ียว เอาหวั ปลา แตเ ด๋ียวนเ้ี รามเี หตุผลทีจ่ ะอยู-น่นั คอื อยูเพือ่ เรยี นรู เพือ่ คนพบความจริง และเพื่อหลุด พน! ขอโอกาสใหผ มสกั ครัง้ ขอใหผมไดช แี้ จงวา ผมไดพ บอะไรเขา ...” ฝูงนกน้ันอาจเปนหนิ ผาก็ได “เราไมใชพ นี่ องของมนั แลว ” นกนางนวลพูดกันขน้ึ และดวยความพรอ มเพรยี งกนั นกนางนวล ทั้งนัน้ ก็พากันปด หูและหันหลงั ใหเขา จอนะธันนางนวลใชเวลาทีเ่ หลือตอมาอยคู นเดยี ว แตเ ขาบินพน หนาผาท่อี ยูไ กลน้ันออกไปอีก ความเสียใจของเขามิไดอยูท่ีความเปล่ียวเปลา แตอยูที่การที่นกนางนวลอื่นๆ ไมยอมเชื่อความ รุง โรจนแ หง การบนิ ที่รอคอยพวกเขาอยู พวกนกเหลานนั้ ไมย อมลมื ตาขึ้นมองดูอะไรเสยี เลย เขาเรียนรมู ากขึน้ ทุกวัน เขาเรยี นรูวาการดาํ ดงิ่ อยางเพรียวลมดวยความเร็วอันสูงจะทําใหเขา ไดป ลาทีห่ ายากและอรอ ยซง่ึ อยใู ตผ ิวน้าํ ลงไปถงึ สิบฟุต เขาไมมีความจําเปนท่ีจะตองตามเรือหาปลา และกนิ ขนมปง บดู อีกตอ ไปเพื่อเอาชีวิตรอด เขาเรียนรูวิธีหลับกลางอากาศ ตง้ั ทิศทางบินไวใหขวาง ลมที่พัดออกจากฝง และบินรอนไปไดไกลเปนรอยๆ ไมล จากเวลาตะวันตกดนิ จนถึงตะวันข้นึ ดวย สมาธภิ ายในอยา งเดียวกันเขาสามารถบินไปในหมอกทะเลอันหนาและบินขึ้นเหนือระดับหมอกใหอยู บนฟาอันสวางแพรวพราว...ในขณะเดยี วกนั กบั ท่นี กนางนวลอ่ืนทุกตัวตองยืนจับเจาอยูบนพ้ืนดิน ไมรู
วาอะไรเปนอะไรนอกจากหมอกและฝน เขาเรียนรูท่ีจะเหินลมเขาฝงไปไกล เพ่ือกินแมลงท่ีมีรสอัน ละมุนละไม สง่ิ ท่ีเขาเคยหวงั วาฝงู นกจะไดร บั ในครัง้ หนึ่งน้ัน บัดนี้ไดต กเปน ของเขาแตผูเดียว เขาเรียนบิน ได และไมเสียดายราคาที่ตองจายไปเพื่อแลกความรู จอนะธันรูความจริงวา ความงวงเหงาทางจิต ความกลัวและความโกรธทําใหน กนางนวลมีอายุส้ัน และเม่ือสิ่งเหลา น้ีไดหมดไปจากจิตของเขาแลว เขาก็มีอายยุ นื อยา งย่งิ ครน้ั กาละของเขามาถึง ก็มนี กนางนวลสองตวั บินมาในตอนเย็นและมาพบจอนะธันกําลังรอน กนิ ลมอยา งสงบอยบู นทอ งฟา ท่เี ขารัก นกนางนวลสองตวั ที่มาปรากฏกายอยูข างปกของเขานั้นบริสุทธ์ิ สะอาดเหมือนกบั แสงดาว และแสงอันเรืองรองจากตวั นกทั้งสองนัน้ ดนู ุมนวลและเปนมิตรในอากาศ ยามค่ําคืน แตส่ิงที่นารักที่สุดก็คอื ความชํ่าชองในการบินของนกทั้งสอง ปลายปกของนกท้ังสองนน้ั ขยับเขามาอยูหา งจากปลายปกของเขาเพียงสองนวิ้ ถวนไมม ีขาดมีเกนิ ตลอดเวลา โดยมิไดพดู จาอยา งไร จอนะธันไดท ดสอบนกทง้ั สอง ดวยการทดสอบที่ไมเคยมีนกนางนวล ตวั ใดไดผ าน เขาบดิ ปกของเขา บินชาลงจนเหลือความเร็วเพียงหน่ึงไมลต อช่ัวโมงกอ นที่จะหยุดนิ่ง นกอันมรี ศั มที ัง้ สองนัน้ กบ็ นิ ชา ลงตามเขาอยา งราบรืน่ อยใู นทา ทางอนั ถูกตอง นกทั้งสองนน้ั รูวิธีบินชา อยา งแนนอน เขาหุบปก ควงสวา น แลวท้งิ ตัวดาํ ด่งิ ดว ยความเร็วหนงึ่ รอยเกาสิบไมลตอหนง่ึ ช่ัวโมง นกทั้ง สองก็ดําลงมาดว ยกนั จกิ หัวลงมาแบบการบินเปนฝงู อันหาที่ตไิ มไ ด ในท่ีสุด เขาเปลี่ยนความเร็วน้ันใหเปนการบินแบบหมุนระดับชา ปกหัวลง นกทั้งสองกห็ มุน ระดบั ไปกับเขา มใี บหนา อนั ย้ิมแยม เขาคืนตวั มาเปนการบินระดับและนงิ่ เงียบอยูพักหนึ่งกอนที่จะพูด “เอาละ” เขาพูดขึ้น “ทาน เปนใคร?” “เรามาจากฝงู ของทาน จอนะธนั เราเปนพ่ีนอ งทาน” คําพูดน้นั เปน คําพูดทหี่ นกั แนน และสงบ “เรามาเพ่อื นําตวั ทา นใหไปอยสู ูงกวา นี้ เรามาพาทา นกลบั บาน” “เราไมมีบาน เราไมมีฝูง เราเปนนกจรจัด ผูถูกขับออกจากฝูง และขณะน้เี ราบินอยูในระดับ สงู สุดของลมภเู ขาใหญ เราไมส ามารถจะยกรางกายอันชราของเรานี้ใหสูงขึน้ ไปกวาอีกสองสามรอย ฟตุ ไดแ ลว ” “แตทานทําได จอนะธัน เพราะทานไดเรียนรูแลว เรียนจบโรงเรียนหน่งึ แลวถึงเวลาท่ีอีก โรงเรยี นหนึง่ จะเร่มิ ตน ” เชนเดยี วกับท่ีปญญาไดเปนแสงสวางมาตลอดชวี ิตของเขา ขณะน้ันปญญาก็สวา งข้นึ มาในตัว ของจอนะธนั นางนวล นกทั้งสองนนั้ พดู ถูกแลว เขาอาจบนิ ใหส ูงข้ึนไปอีกได และถึงเวลาทเี่ ขาจะกลับ บา นแลว เขามองดทู องฟาอยูนานเปนครั้งสุดทาย มองขา มดินแดนอันเปนแสงเงินซ่ึงเขาไดเ รียนรูมา มาก “เราพรอ มแลว ” เขากลา วในที่สดุ และจอนะธัน ลิวงิ สตัน นางนวล ก็ลอยสูงข้นึ ไปพรอมกับนกนางนวลสองตวั ซึ่งมีรูปกายอัน สวา งราวแสงดาว แลว ก็หายไปในทอ งฟาอันมดื สนทิ
ตอนที่ 2 สวรรคเปน อยางนีน้ ีเ่ อง เขานึกในใจ แลว เขาก็ตอ งย้ิมขันตัวเอง ดูเหมือนจะขาดความเคารพ ไปหนอยทวี่ ิเคราะหส วรรคเ สียตั้งแตเวลาทีก่ าํ ลงั บนิ ขึ้นสวรรค ขณะทีเ่ ขาข้นึ มาจากโลก และกาํ ลงั บนิ เขา ฝงู ใกลชดิ กับนกนางนวลทิพยสองตัวน้นั เขาก็เห็น วากายของเขาเรมิ่ จะเรอื งรองเหมือนกบั นกท้ังสอง จริงอยู นกนางนวลหนุม ช่ือ จอนะธัน ผซู ึ่งเคยอยู เบ้อื งหลงั ตาสีทองของเขาตลอดมาน้ันก็ยังคงอยูมิไดห ายไปไหน แตรางกายภายนอกไดเปลี่ยนไป แลว รางกายน้ันก็รูสกึ เหมือนกบั กายนก แตมันบนิ ไดด กี วาท่ีกายเกาของเขาเคยบินไดมาก กท็ าํ ไมเลา ใชแรงเพียงครึ่งเดยี วเรากบ็ นิ ไดเ รว็ กวาและดกี วา ถงึ สองเทาของเม่อื คร้ังที่เราบินไดดีท่ีสุด ในโลก เขานึก ขนของเขาขณะน้เี ปน สีขาวสกุ ใส และปกของเขาเรียบและมีคุณภาพดที ีส่ ุด เหมอื นกบั วา ทํา ดว ยแผนเงิน เขาเรมิ่ เรยี นรลู ักษณะปกใหมข องเขาดว ยความปราโมทย และผลักดนั กําลังเขา ไปในปก ใหมคูน้ัน ในความเร็วหนง่ึ รอ ยหา สบิ ไมลตอหน่ึงชว่ั โมง เขากร็ ูวา เขากาํ ลงั บินไดใ กลความเร็วอันสูงสุด สาํ หรบั การบินระดบั ในความเรว็ สองรอ ยเจ็ดสอบสามไมลต อหนงึ่ ช่ัวโมง เขากน็ กึ วา เขากาํ ลงั บินอยาง เร็วท่สี ุดเทาทเ่ี ขาสามารถจะบนิ ได และเขากร็ สู กึ ผดิ หวังนดิ ๆ กายใหมข องเขานจี้ ะทําอะไรไดม ากนอย อยางมขี อบเขตจาํ กัดเหมอื นกัน และถึงแมวา เขาจะบินไดเร็วกวาสถิตกิ ารบินเกา ของเขาในแบบน้ไี ด มากมาย มันกย็ ังเปนสถิติทีเ่ ขาจะตองใชค วามเพยี รอีกมากทจี่ ะทําลายลง ในสวรรค เขานึก ไมควรจะมี ขอบเขต เมฆเผยออกจากกัน นกที่พาเขามาสองตัวนั้นรองวา “ขอใหลงดว ยสวัสดิภาพ จอนะธัน” แลว กห็ ายไปเปน อากาศธาตุ เขากําลังบนิ อยเู หนือทะเล มุงไปยงั ฝง ที่มีแหลมยนื่ ออกมาหลายแหง นกนางนวลจํานวนไมกี่ ตวั กําลังบินเลน ลมทีต่ ขี นึ้ จากหนาผา ทางทศิ เหนือ บนขอบฟา เลยทีเดียว มีนกนางนวลบินอยูไมกี่ตัว ภพใหม ความคดิ ใหม ปญ หาใหม ทําไมจงึ มีนกนางนวลนอยนกั ? สวรรคค วรจะมีนกนางนวลทวมทน! และทําไมเราจึงเหน่ือยนกั ในทันทที นั ใด? นกนางนวลในสวรรคไมมีทางที่จะเหนื่อยไดหรือแมแตจะ หลบั เขาไดยินเสียงเหลา น้ีมาจากไหน? สัญญา คือความจําไดถงึ ชีวิตในโลกของเขาเริม่ จะ อนั ตรธานไป โลกเปนท่ีๆ เขาไดเรยี นรูม ากแนนอน แตรายละเอียดนัน้ ออกจะเลอื นราง มีเร่ืองเกย่ี วกับ การสเู พอื่ แยง อาหารกันกนิ และเรอ่ื งถกู ขับออกจากฝงู นกนางนวลราวสิบสองตวั ทอ่ี ยูบนฝง บินมาหาเขา ไมไดพ ูดอะไรเลยสกั ตัว เขารูสึกแตเ พียงวา นกเหลานน้ั ตอ นรบั เขา และท่ีนน่ั คอื บา นของเขา วันน้ีเปน วันสําคัญยิ่งใหญสําหรับเขา เปนวันที่เขาจํา รุงอรุณไมไดเ สยี แลว เขาหมนุ ตัวเพ่อื จะบินลงจับบนหาดทราย กระพอื ปก เพอ่ื ใหห ยดุ น่ิงอยูบ นอากาศหน่งึ นิว้ แลวก็ ลงจับเบาๆ บนพน้ื ทราย นกตวั อ่ืนๆ กล็ งจับดวย แตทุกตัวไมไดก ระพือปกแมแตขนเพียงเสนเดียว นก เหลาน้ันแกวง ตวั เขา หาลม ปกอนั สวางกางออกเต็มที่ แตเปลี่ยนสวนโคงท่ีขนอยางไรกไ็ มรูแลวหยุด ลงทันทีขณะทเี่ ทาแตะพื้นดิน เปนการควบคุมการบนิ ทีส่ วยงามมาก แตขณะน้นั จอนะธันเหนอ่ื ยเกินไป ท่ีจะทดลองทําดบู า ง เขายนื อยูบนหาดทรายและโดยทยี่ งั มิไดพูดจาอะไรสักคาํ เขากห็ ลับไป ในวนั ตอๆ มา จอนะธนั ก็เหน็ ไดเองวา มีเร่ืองที่จะตอ งเรียนเก่ยี วกับการบนิ ณ ท่ีนี้มากเทา กับใน ภพกอนท่ีเขาไดผานมาแลว แตความแตกตางนนั้ ก็ยังมีอยู ณ ที่น้ีมีนกนางนวลท่ีคิดอยางเขาคิด สาํ หรบั แตละตวั สิง่ ทส่ี ําคัญทส่ี ดุ ในความเปนอยูก็คือการกาวออกไปแตะตอ งความประเสริฐสุดในกิจซึ่ง
นกเหลา น้นั มฉี นั ทะทีจ่ ะทาํ และน่ันกค็ อื การบนิ นกทง้ั หมดน้นั สงางามเสียนกี่ ระไร และทุกตัวก็ใชเวลา ชว่ั โมงแลวช่วั โมงเลา ฝกซอมบิน ทดสอบวชิ าการบินขั้นสูง จอนะธนั ลมื โลกท่เี ขาเคยอยเู สียเปนเวลานาน ท่ีซ่ึงฝงู นกนางนวลอยูดวยกันอยางปดตาแนน มองไมเห็นความเบิกบานในการบิน ใชปกเปนปจจัยเพ่ือผล คือการพบและการแยงอาหารกันกิน เทาน้ัน แตก็มีบางครง้ั บางคราว ช่วั ครชู ัว่ ขณะที่เขาจําได เขาจาํ ไดขึ้นมาในตอนเชา วนั หน่ึงตอนท่เี ขาอยูกับครูผูส อนเขา ขณะท่ีกําลังยืนพักอยูดวยกัน บนหาดทราย หลังจากท่ีไดซ อ มการบนิ แบบควงสวา นหุบปก มาไดพักหนง่ึ แลว “ใครเขาไปไหนกันหมด ซัลลิวัน?” เขาถามข้ึนโดยไมต อ งเอยปากพดู เขาคุน กับการตดิ ตอกัน ทางจติ ซึ่งนกนางนวลทนี่ ั่นใชก ัน แทนการรองกรดี๊ กราดของนกนางนวลในโลกแลว “ทําไมที่น่จี ึงไมมี พวกเรามากกวา น?้ี ทาํ ไม จากที่ๆ ผมมาน้นั มี...” “...นกนางนวลเปน พนั ๆ ตัว ฉันรู” ซัลลิวันสัน่ หวั “คําตอบที่ฉันพอจะมองเห็นไดก็คอื เธอเปน นกนางนวลหน่ึงตัวในนกลานตัว จอนะธัน พวกเราสวนมากคอยๆ ไตเตาขึ้นมาอยางชาท่ีสุด เรา เปลีย่ นจากภพหนึง่ ไปยังอีกภพหนึง่ ซึง่ ก็เกอื บจะเหมอื นกบั ภพเดมิ แลวก็ลมื เสยี ทนั ทวี า เรามา จากไหน และก็ไมส นใจเดือดรอ นวาเราจะไปไหนตอไป เราอยูไปเพียงเพื่อขณะท่ีอยูเทาน้นั เธอมีความคดิ บางไหมวา เราตอ งเกดิ มากี่ชาตกิ ีภ่ พกอนทเ่ี ราจะมีความคิดเบื้องตนวา มีอะไรอยูในชีวติ มากกวา การกิน การแยงกนั กนิ หรือการมีอํานาจเหนือคนอื่นในฝงู ? พันชาติ พันภพ จอน หม่ืนชาติ หมื่นภพ ถงึ อยา งน้นั แลวเราก็ยังจะตองเกดมาอีกรอยชาติรอยภพกอนที่เราจะเร่ิมเรียนรูวามีอะไรอยาง หนง่ึ ท่ีเปน ความประเสรฐิ สุด แลวก็ยงั ตอ งเกดิ มาอกี รอยชาตริ อยภพกอ นที่เราจะรวู า ความประเสริฐสุด นั้นอยูท่ีไหน และตองทาํ ใหแจง ถึงเดี๋ยวน้ี เราก็ยังอยูใตกฎเกณฑอยางเดียวกันน้ันอยูดี เราเลือก ชาตหิ นา ภพหนาของเราไดดวยวิชาที่เราเรียนรูในชาติภพน้ี ถาเราไมเรียนรูอะไรเลยในชาตินี้ เกดิ มาชาติหนาเรากจ็ ะอยูในภพทีเปนอยางเดยี วกับภพปจ จุบัน มคี วามจํากัดตางๆ อยา งเดยี วกันและมี อปุ สรรคสารพัดทหี นักอึ้ง ซง่ึ จะตอ งกาวขา มเชน เดยี วกนั ” เขากางปก ออกและหัสหนารบั ลม “แตเ ธอจอน” เขากลาว “ไดเ รยี นรูมากในระยะเวลาหนง่ึ จน ไมต อ งเกดิ ถงึ พันชาติเพ่ือจะมาถงึ ภพน”ี้ เพียงช่ัวครู ท้ังครูและศิษยกเ็ หินลมกนั อกี ฝกซอมกนั ตอไป การบินหมุนระดบั เปนฝูงนั้นทํา ยาก เพราะตอนที่ตองทาํ การบินหงายทองนนั้ จอนะธันตองคิดเมื่อเอาหัวลง เขาหมุนโคง ปกของเขา กลับ และหมนุ กลับไดจังหวะกบั ครผู ฝู กพอดี “ลองดอู กี ท”ี ซลั ลิวันพดู ซา้ํ แลว ซาํ้ อีก “ลองดูกันอกี ท”ี แลวในทสี่ ุดเขาก็บอกวา “ดแี ลว” และ เร่ิมฝกซอมการบนิ วงกลมนอกกันตอไป คํ่าวนั หน่งึ นกนางนวลที่ไมออกฝกบินกลางคืนยืนอยูดวยกนั บนหาดทราย ใชความคดิ กนั อยู จอนะธันรวบรวมความกลา ทัง้ หมดเขามาไวในตวั แลว เดนิ เขาไปหานกนางนวลอาวโุ ส ผูซ่ึงกลาวกนั วา จะไปสูภพอ่ืนในเร็วๆ น้ี “เจียง...” เขากลาวขนึ้ อยางประหมา นิดๆ นกนางนวลแกมองเขาดว ยความเมตตา “มอี ะไรหรือลูก?” แทนทีเ่ ขาจะออนแอลงดวยอายุ ผมู ีอาวโุ สน้ันกลบั มกี าํ ลังมากขน้ึ ดวยอายุ เขาบนิ ไดเรว็ กวา และไกลกวานกอ่ืนๆ ในฝูงและได เรียนรูค วามชํา่ ชองตา งๆ ซ่งึ นกอื่นๆ เพิ่งเร่มิ จะเรยี นรเู ปน ขน้ั ๆ ไป “เจียง ภพน้ีไมใ ชสวรรคเ ลย จริงหรือไม?” ผูม อี าวโุ สยม้ิ ในแสงจนั ทร “เธอกําลงั เรยี นรูอกี แลว นะจอนะธนั ” เขากลาว “กน็ ่นั นะซีครับ ตอ จากน้ีไปจะมีอะไรเกิดข้ึน? เราจะไปไหนกันตอไป? ไมมีที่ไหนเปนสวรรค เลยหรือ?”
“ไมมี จอนะธนั ไมมสี ถานทีเ่ ชน นนั้ สวรรคไ มใ ชสถานท่ี และสวรรคกไ็ มใชเ วลา สวรรค คือการตั้งอยูใ นความประเสรฐิ สดุ ” เขานงิ่ อยคู รูห น่ึง “เธอบินไดเร็วมากใชไหม?” “ผม...ผมสนกุ ในความเรว็ ” จอนะธนั พูด ออกจะแปลกใจและปลม้ื ใจทผ่ี มู อี าวุโสทานสงั เกตรู “เธอจะเร่มิ ถงึ สวรรค จอนะธนั ในขณะทเี่ ธอเขาถึงความเร็วอันประเสรฐิ สุด และนัน่ ไมใชบินได เร็วหน่ึงพันไมลตอหน่งึ ชั่วโมง หรือลานไมล หรือบินไดเร็วเทากับความเร็วของแสง เพราะอะไรท่ีมี จาํ นวนนบั ได หรอื วดั ไดน น้ั เปน สิ่งที่มีจาํ กัด ถา ไมมจี าํ กัดกน็ บั หรือวดั ไมไ ด ความประเสริฐสุดน้นั ไม มคี วามจํากัดเลย ความเร็วอนั ประเสริฐสุด ลูกเอยคอื ความไปถึงนน่ั ” โดยมไิ ดบ อกกลา วลว งหนา เจยี งหายวบั ไปแลว ไปปรากฏกายข้นึ ที่ชายน้าํ หางออกไปหาสิบ ฟุตในพรบิ ตาเดียว แลวเขากห็ ายวบั ไปอีก และมายืนอยูเคียงไหลกบั จอนะธนั ภายในเวลาเศษลา นของ วินาที “สนกุ ดเี หมือนกัน” ผูมอี าวุโสวา จอนะธันงนุ งงไปหมด เขาลืมที่จะถามเร่ืองสวรรค “ทานทําอยางน้นั ไดอ ยางไร? รูสึกอยางไร ครับ? ทานไปไดไกลแคไหน?” “ไปถงึ ไดท ุกแหง และทกุ กาละท่ีเราตอ งการจะไป” ผมู อี าวโุ สกลา วตอบ “เราไปไดถ ึงทุกแหง และทุกหนทีเ่ ราสามารถจะนึกไดมาแลว ” เขามองขา มทะเลออกไป “มนั กอ็ อกจะแปลกอยู นกนางนวล ท่ีรังเกยี จความประเสริฐสดุ เพราะยังอยากเที่ยวเตรน้ันกลับไปไมถึงไหนเลย เพียงแคจะเที่ยวเตรกย็ ัง ไปไดแตช าๆ สว นนกนางนวลท่ีละการเที่ยวเตรเสียแลวเพ่ือความประเสริฐสุดนั้นกลับไปถึงไหนก็ได ในทันทที นั ใด จําไวน ะ จอนะธัน สวรรคไมใชสถานทหี่ รือกาลเวลา เพราะสถานท่แี ละกาลเวลาน้ันไมมี ความหมายเอาเสียเลย สวรรคค อื ...” “ทา นจะสอนใหผมบินอยา งน้ันไดไ หมครับ?” จอนะธนั นกนางนวลตัวส่ันเทิ้มที่จะเอาชนะสิ่งท่ี ตนยังไมรูอกี อยางหนึ่ง “ไดซ ี จะเปนไรมี ถาเธออยากเรยี น” “ผมอยากครับ เราจะเร่ิมกันไดเมอ่ื ไร?” “เรมิ่ เดี๋ยวน้ีกไ็ ด ถา เธอตองการ” “ผมตองการท่ีจะบินไดอ ยางนัน้ ” จอนะธันพูด และมีแสงอันประหลาดเรืองขน้ึ ในตาของเขา “ขอทานไดบอกผมดวยวา จะตอ งทาํ อยา งไร” เจียงพูดชาๆ และมองดูนกนางนวลตัวท่ีหนมุ กวา อยา งระมัดระวงั “การที่จะบนิ ใหเรว็ เทากบั ความคดิ ไปถึงทีไ่ หนท่มี อี ยูนนั้ ” เขากลาว “เธอจะตองเร่ิมดว ยการวา เธอไปไดถ ึงทีน่ น่ั แลว ...” เคลด็ ในการน้ี ตามคําบอกเลาของเจยี ง ก็คอื จอนะธันจะตอ งเลิกยึดวาตัวของเขาถูกกักขังไว ในกายอนั มีขอบเขตจํากัด ซึ่งมีความยาวของปกท้ังสองเพียงส่ีสิบสองนิ้ว และมีการปฏิบัติซึ่งอาจ บนั ทึกลงไดในแผนการบิน เคลด็ นั้นคอื จะตองรวู า ธรรมอันแทจ รงิ แหง ตวั เขาน้ันมีอยูด ว ยความประเสรฐิ สดุ เหมือนกับตัวเลขทจ่ี ดลงไมได ทกุ แหงทุกหนขา มระยะทาง และเวลา จอนะธันตัง้ ใจเรยี นรูดวยความเพียรอันดุเดอื ดวนั แลววนั เลา จากกอ นอรุณจนพนเท่ียงคนื และ ท้ังทีเ่ พยี รกลา เชนนน้ั เขากม็ ไิ ดคืบคลานออกไปแมเ พียงชว งขนของเขาจากทีเ่ ดมิ “ลมื ศรัทธาเสีย” เจียงบอกแลวบอกอกี “เธอไมตองการศรัทธาเพ่ือที่จะบิน เธอตองการแต ความรคู วามเขา ใจในการบนิ เร่ืองน้ีก็เชน เดียวกัน เอาละ พยายามอกี ครั้งหนึ่ง...” แลววันหนงึ่ จอนะธันผูซ่ึงยืนหลบั ตาอยบู นฝง ทะเล และอยูในสมาธิ ก็รูโดยพลันในสิ่งท่ีเจียง ไดส อนเขาไว “เออ! จริงซี! เราคือนกนางนวลประเสริฐสุดผูไมมีขอบเขตจํากัด” เขารูสึกสะเทือนไป ดวยความปตอิ ันยง่ิ ใหญ “ดแี ลว” เจียงวา และเสียงของเขานน้ั กังวานดวยชัยชนะ จอนะธันลมื ตาข้นึ แลวก็แลเห็นวาเขากําลังยนื อยลู าํ พงั สองคนกบั ผูมีอาวโุ สบนฝง ทะเลอกี แหง หน่งึ ตางหากทเี ดียว – มตี นไมข ึน้ ไปจนจรดสายนา้ํ มพี ระอาทติ ยแฝดสเี หลอื งลอยหมุนอยูเหนอื หัวเขา
“เธอไดความคิดน้ีแลว” เจียงวา “แตการควบคุมของเธอจะตองใชความเพียรตอไปอีก เลก็ นอย... จอนะธันตกตะลงึ ไป “เราอยทู ่ไี หน?” ดูเหมือนจะไมสนใจไยดีกับส่ิงแวดลอมเลยผูมีอาวุโสตอบปดปญหาน้ันเสีย “อยูบนดาว เคราะหดวงหนงึ่ กระมงั ดทู ากจ็ ะเปนอยางนัน้ มฟี าสีเขียวและมีดาวคูเ ปน ดวงอาทติ ย” จอนะธันรอ งเสยี งนกนางนวลขึน้ ดว ยความบันเทงิ เปน การออกเสยี งครง้ั แรกนบั ตง้ั แตเขาไดละ โลกมา “ใชการได! ” “กแ็ นล ะซี จอน” เจียงกลา ว “ใชการไดเ สมอเมื่อเรามสี ตริ ูวาเรากาํ ลังทาํ อะไรอยู ทีน้ีพูด กนั เรือ่ งการควบคุม...” เม่ือท้ังสองกลบั มาที่เดิมนั้นเปนเวลาคํ่าแลว นกนางนวลตัวอ่ืนๆ มองดูจอนะธันดวยความ เลือ่ มใส ทแ่ี ลเห็นไดในตาสีทองของนกเหลา นั้นเพราะนกเหลาน้นั ไดเหน็ เขาหายวับไปจากที่ๆ เขาจับ อยนู านนักหนา เขาทนรับการแสดงความยนิ ดี จากนกอน่ื เพยี งไมถึงนาที “ผมเปนผูมาใหมท่ีน่ี ผมเพ่ิงเร่ิมตน เทานั้น ผมตา งหากเปนผทู ี่จะตอ งเรยี นรจู ากทาน” “ฉันไมแนใจนักในเร่ืองนนั้ จอน” ซัลลิวนั พูดข้ึนขณะที่เขามายืนอยูใกล เธอมีความกลัวการ เรยี นรนู อ ยกวา นกนางนวลตัวใดที่ฉันเคยรจู กั มาเปนเวลาหมืน่ ป” ฝูงนกน่งิ เงยี บ และจอนะธันยืนบิดปก บิดเทา ไปมาดวยความเขนิ “เราจะเร่ิมเรียนกันเรือ่ งเวลากไ็ ด ถาเธอตอ งการ” เจยี งเอยขึน้ “จนกระท่ังเธอสามารถจะบนิ ได ทงั้ ในอดีตและในอนาคต จากนั้นแลว เธอก็จะไดเร่ิมเรยี นวิชาท่ียากทีส่ ุด มีอาํ นาจท่ีสุด และสนุก ทสี่ ุด เธอจะพรอ มทีจ่ ะบินสูงขน้ึ ไปอกี และไดร คู วามหมายของเมตตาและกรุณา” เดอื นหน่ึงผานไป หรืออะไรที่รสู กึ เหมอื นกับวา เดือนหน่ึง และจอนะธันกเ็ รียนรูไดเร็วเหลือเกิน เขาเรยี นเร็วเสมอจากสง่ิ ท่ีไดป ระสบพบเหน็ แตคราวน้ี ในฐานะศิษยพิเศษของทานผมู ีอาวุโสเอง เขา รบั ความคิดใหมๆ เขาไวไดเหมอื นกบั เคร่อื งสมองกลทม่ี ีขนนกเพรียวลม แตว ันหนึง่ ก็มาถงึ อนั เปนวันทเี่ จยี งอันตรธานไป เขาไดพูดกับนกทง้ั หมดอยางเงียบๆ ส่ังสอน อยาใหเ ลกิ เรยี น อยาใหเ ลิกฝก ซอ ม และใหเพยี รหาความเขา ใจในหลกั การอนั ประเสริฐสุดแหงชีวติ ทุก อยางทม่ี องเหน็ ดวยตาไมไ ด แลวในขณะทีเ่ ขาพูดอยูน ้ันขนของเขาก็สวา งขนึ้ จนถึงข้นั สุดทายมีแสง สวางรุงโรจนจ นไมม ีนกตวั ใดมองได “จอนะธัน” และนค่ี ือคาํ สดุ ทายที่เขากลา ว “จงเพียรปฏิบตั ใิ นความกรุณาตลอดไป” เมอ่ื นกทงั้ หลายกลับแลเหน็ อะไรไดใหมเจยี งกห็ ายตวั ไปแลว วันเวลาผานไป จอนะธันก็พบวาตัวของเขาเองนึกแลวนึกอีกถึงโลกท่ีเขาเคยอยู ถาเขา สามารถจะรูไ ดเ ม่ือยงั อยใู นโลกแตเ พียงหน่งึ ในสิบหรือหน่ึงในรอ ยของสิง่ ท่เี ขาไดรูในภพนี้ ชีวติ ในโลก เดมิ นั้นจะมีความหมายมากกวาเกาสกั เพยี งใด! เขายนื บนหาดทราย แลวกล็ องคิดดวู าจะมีนกนางนวล สักตัวหน่ึงหรือไม ที่คิดจะทําตัวใหหลุดพนจากขอบเขตอันจํากัดของตัวเขาเอง เพื่อจะไดเห็น ความหมายของการบนิ ที่มีอยูนอกเหนอื ไปจากการไปหาเศษอาหารจากเรือกรรเชียง บางทีอาจมีนก สกั ตัวหน่งึ ซง่ึ ตองถูกขับจากฝูงนกเพราะพดู ความจริงของเขาตอ หนา ฝูงนก และเม่ือจอนะธันไดฝ กหัด ในบทเรียนเรือ่ งความกรุณาบอยเขา และไดใชความเพียรหาความรใู นธรรมแหงกรุณามากย่ิงข้นึ เขาก็ อยากกลบั มาสูโลกยิง่ ขนึ้ เพราะถงึ แมว าเขาจะมอี ดตี อนั เปลาเปลีย่ ว จอนะธันนางนวลก็เกิดมาเปนครู และวธิ ีแสดงความกรณุ าอันเปนวิธีของเขาเองก็คือ สงมอบบางสว นของสจั จะท่ีเขาไดเรียนรูใหแก นกนางนวลผซู ่ึงเพยี งแตข อโอกาสที่จะแลเห็นสัจจธรรมไดดว ยตนเอง ซลั ลิวัน ผูซ่ึงแกก ลา แลวในวิชาบินดวยความเร็วแหงจิต และกาํ ลังชวยเหลอื ผอู ื่นใหเรียนได เรยี นรูในวชิ านั้น ไมแ นใ จนกั ในเรอ่ื งนี้
“จอน เธอเคยถูกขบั จากฝงู มาแลว คร้งั หนงึ่ ทาํ ไมเธอจึงนกึ วานกนางนวลตัวใดตัวหนึง่ ในสมัย เกานั้นจะฟงเธอเอาตอนน้ี? เธอรูสุภาษิตดีวา นกนางนวลตัวที่บินไดส ูง ยอมจะแลเห็นไดไ กลท่ีสุด และสุภาษติ นก้ี เ็ ปนความจรงิ นกนางนวลในทๆี่ เธอจากมาแลว น้ันเปนนกท่ียืนอยูบนพ้ืนดินรองเอะอะ แลว ก็จกิ ตกี นั พวกน้ันอยูหา งสวรรคเปนพันไมลแ ละเธอกลบั บอกวา เธอจะแสดงสวรรคใหเขาเห็นได จากทๆี่ เขายนื อยู จอน! นกพวกนั้นมองไมเหน็ แมแตปลายปกของตวั เอง! อยูเสียท่ีนี่เถิด คอยชวยนก นางนวลใหมๆ ทีน่ ่ี นกทีข่ ึน้ มาสงู พอทีจ่ ะแลเห็นไดแลว ซึ่งส่ิงท่ีเธอจะตองบอกเขา” เขาน่งิ ไปครูหนง่ึ แลวกลาวตอ ไปวา “สมมุติวาเจยี งกลับไปโลกเดิมของเขา ปา นนเ้ี ธอจะเปนอยา งไร” จดุ สดุ ทา ยนมี้ เี หตุผลมาก และซลั ลิวันก็พดู ถูกแลว นกนางนวลตัวท่ีบินไดสูงท่ีสุด ยอมจะแล เหน็ ไดไกลที่สุด จอนะธนั อยูท่ีเดิมและชว ยสอนชวยฝก นกใหมท่ีขนึ้ มาถึง ผูซึ่งฉลาดและเรียนรูไดเ ร็วมาก แต ความรสู กึ เกา กย็ ังกลับมาไมหยุด และเขาก็ยังอดคดิ ไมไดวาอาจมีนกนางนวลตัวหนึง่ หรือสองตวั ใน โลกท่สี ามารถเรียนรูไดเหมอื นกนั ถา หากวา เขาไดพ บกับเจียงในวันท่ีเขาถูกขับออกจากฝงู ปานฉะน้ี เขาจะไดวิชามากกวา ที่มอี ยูในขณะน้สี กั ปานใด “ครูครับ ผมตอ งกลับไป” เขาบอกกับซลั ลวิ นั เปน ครั้งสดุ ทา ย “ลูกศิษยครูเรียนกนั เกง หมดแลว เขาจะชวยครสู อนนกที่มาใหมไดตอไป” ซลั ลิวนั ถอนใจใหญ แตก็ไมเถียง “ครูคิดวาครูจะคิดถงึ เธอจอนะธัน” เขาพูดแตเ พียงเทา นั้น “โธ! ครูก็!” จอนะธันพอขึ้น “ครูอยาพูดอยางน้ันซีครับ! ทุกวันนี้เราพยายามฝกอะไรกนั อยู? ถาความรกั ของครกู บั ผม ขึ้นอยกู ับของอยา งระยะทางและเวลาแลว พอเราอยูเหนอื ระยะทางและเวลา เราจะมทิ ําลายความรกั ของเราลงไปหมดสิน้ เลยหรือ! แตความจรงิ เม่ือเราอยูเหนอื ระยะทางแลว สิ่งท่ี เรามีเหลือก็คอื ที่นี่ เอาชนะเวลาไดอ กี อยาง สงิ่ ท่ีเรามีเหลอื กค็ ือเดยี๋ วน้ีและในทามกลางท่ีนแี่ ละเดี๋ยวน้ี ครูไมคิดบางหรือครับวา เราอาจไดพ บกนั บาง คร้ังสองครัง้ ?” ซัลลิวันตอ งหัวเราะทง้ั ทใี่ จไมอ ยากหัวเราะ “ไอนกบา ” เขาพูดอยางเมตตา “ถาจะมีใครท่ีจะแสดงใหนกที่ยืนอยูบนดินใหเห็นไดไกลถึง พันไมล นกตัวน้ันกจ็ ะตอ งเปน จอนะธัน ลิวิงสตนั นางนวล ตัวเดียวเทานั้น” เขามองดพู ้ืนทราย “ลา กอ นจอนเพอ่ื นยาก” “ลากอนครับ ครู เราจะพบกนั อีก” และเมื่อกลาวแลวเพียงเทาน้ัน จอนะธันกใ็ ชจิตมองเห็น ภาพนกนางนวลฝงู ใหญอ ยูบนฝงทะเลของเวลาอีกระยะหนงึ่ และเขาก็รูดว ยความสะดวกดายอนั เกิด จากความเพยี รฝกฝนวา ตัวเขามิใชนกทีป่ ระกอบข้นึ ดว ยกระดกู เนือ้ หนังและขน แตเปนธรรมอนั บริสุทธ์ิ แหง ความหลุดพน และการบิน ไมมีส่ิงใดเลยทจี่ ะมาเปนขอบเขตจํากดั เขาได เฟลต็ เชอร ลินด นางนวลยังหนมุ อยูมาก แตเขากร็ แู ลว วาไมมนี กตัวใดท่ีเคยไดรับโทษทารุณ จากฝงู และไดร ับความไมเปน ธรรมถงึ เพียงนน้ั “เราไมสนใจวา เขาจะพูดกันวากระไร” เขากลาวอยา งดเุ ดอื ด และทัศนวิสัยของเขาก็เลือนราง ไปบางเมอื่ เขาโผผนิ ไปยงั หนา ผาท่ีอยไู กล “การบนิ มีอะไรมากกวาสกั แตวา กระพือปกจากท่หี น่งึ ไปอกี ทีห่ นง่ึ เปน ไหนๆ ! แมแต...ยุงมันก็ทําอยางนัน้ ! เราบินแบบหมุนรอบตวั รอบนกผูใ หญเ ลนสนุกๆ เทา นน้ั เอง เรากถ็ กู ขบั จากฝงู กลางเปนนกจรจัด พวกเขาตาบอดหรืออยางไรหนอ? มองไมเห็นอะไรเลย หรือ? เขานกึ ไมถงึ ความรุง เรอื งทีจ่ ะเกิดขึ้นเมอ่ื เราไดรวู ิชาการบินเลยหรือ?” “เราไมสนใจวา เขาจะนกึ อยางไร เราจะตองแสดงใหเขาเหน็ วา การบนิ คืออะไร เราจะเปนนกจร จัดแทๆ ถา เขาอยากใหเราเปน อยา งนั้น และเราจะแกเผด็ ใหได. ..” เสยี งที่เขาไดยินนนั้ ดงั ข้นึ ในหัวของเขาเอง และถึงแมว า เสยี งนน้ั จะนุม นวล เขากต็ กใจมากจน บนิ พลาดและสะดดุ ในอากาศ
“อยารุนแรงกบั เขาเลย เฟลต็ เชอรนางนวลในการทเี่ ขาขับเธอออกฝูงนั้น ฝงู นางนวลไดท ําราย แตต ัวของเขาเองเทา น้นั และวนั หนง่ึ เขาจะรูความจรงิ ขอ น้ี และวนั หนงึ่ เขาจะเหน็ สิ่งทเ่ี ธอเห็น ใหอภัย เขาเถดิ และชว ยใหเขาไดเ ขา ใจในทางที่ถกู ” เพยี งปลายน้ิวเดียวจากปลายปกขวาของเขามีนกนางนวลที่มีขนขาวสวางที่สุดบินอยู นกน้ัน รอ นโดยไมตอ งใชแรงเลย ไมเคลื่อนไหว แมแตขนเสนเดยี ว ในความเร็วเกือบเทาความเร็วสูงสุดท่ี เฟลต็ เชอรบนิ ได ความวนุ วายสบั สนเกิดขึ้นขณะหน่ึงในนกหนมุ “เร่อื งอะไรกนั น่ี?” เราบาไปแลว หรอื ? เราตายแลว หรอื ? อะไรกันนี่?” ดวยเสยี งตาํ่ และสงบ เสียงนัน้ ดงั ตอ ไปในใจของเขา เรียกรองคาํ ตอบ “เฟลต็ เชอร นางนวล เธอตองการจะบนิ เปน หรือไม?” “ครบั ! ผมตอ งการจะบนิ เปน!” “เฟล็ตเชอร ลินด นางนวล เธอตองการท่ีจะบินเปนมากพอท่ีจะอภัยใหนกฝูง และเมื่อเรียน แลวจะกลับไปหาฝงู นกในวันหนงึ่ เพ่ือชว ยใหเขาไดเรียนรูไดห รือไม?” ไมมที างที่จะกลา วเทจ็ ตอ สตั วอนั โอฬาร และฉลาดช่ําชองนี้ได ไมวา เฟล็ตเชอร นางนวล จะ เปนนกท่จี องหอง และเจบ็ ชํา้ น้าํ ใจสกั เพยี งใด “ไดค รับ” เขาตอบเบาๆ “ถาอยางน้นั เฟล็ตซ” สตั วอนั เรอื งรองนั้นกลา วตอเขา และเสียงนน้ั มีความกรุณามาก “เรามา เร่ิมตน บนิ ระดับกันเถิด...”
ตอนท่ี 3 จอนะธันบินคอยมองดูอยูรอบๆ เบ้ืองบนหนาผาท่ีตัง้ อยูไกล นกเฟล็ตเชอร นางนวล หนมุ ผู แข็งกราวตัวนเ้ี กือบจะเปนนักเรียนท่ีดีท่ีสุดอยูแลว เขาแข็งแรง เบา และรวดเร็วในอากาศ แตสิ่งท่ี สําคญั มากกวา นกั ก็คอื เขามเี จตนาอันพลุงโพลงท่ีจะเรียนบิน เขามาถึงพอดี เปนรูปรางๆ สีเทาพุงออกมาจากการดําด่ิงบินหวือผานครูของเขาไปดวย ความเรว็ หนง่ึ รอยหาสบิ ไมลต อหนง่ึ ช่วั โมง เขาโฉบขึ้นอยางกะทันหันเพื่อจะลงบินดําหมุนนับสิบเจ็ด อีกครัง้ หนึง่ เขานบั ดงั ๆ “แปด...เกา...สิบ...ดซู ี จอนะธัน ผมกําลังหมดกําลังบิน...สิบเอ็ด...ผมอยากจะหยุดกึกได อยา งครู...สิบสอง...แตใ หต ายซผี มทาํ ไมไ ด. ..สบิ สาม...นบั อกี สามคร้ัง...ไมมี...สิบส่ี...โอย !” การท่ีเฟลต็ เชอรต องเสียหลักต้งั แตย ังบินอยูสงู ทาํ ใหเขาโมโหโทโสในความผดิ ของเขา เขา ปลอยตวั หงายไปขางหลงั แลว พลาดทาทําใหเขาอยูในการควงสวางอยางรวดเร็ว แตเขาก็คืนตัวได และหอบฮักๆ อยใู นระดบั รอยฟตุ ต่าํ กวา ระดับครขู องเขา “ครูเสียเวลากับผมเปลาๆ ครับ ผมมันเซอเกนิ ไป โงเกินไป ผมพยายามแลวพยายามอกี แต ผมคงไมม ีวนั เรยี นได!” จอนะธันนางนวลมองลงไปดศู ษิ ยข องเขาแลว ก็พยักหนา “เธอจะไมมีวันทําไดถ าเธอถอนขึน้ แรงขนาดนั้น เธอเสยี ความเร็วไปถึงส่ีสิบไมลตอหนงึ่ ชั่วโมงเมื่อตอนขาเขา เธอตองทําใหนิม่ กวานั้น แนแ ตน ิม่ จําไดไหม?” เขาลดระดบั ลงไปเทา กบั นกนางนวลหนมุ “ลองทําดูดวยกนั อกี ที บนิ ฝงู และระวังการถอนตวั ข้นึ ทําใหนมิ่ เขาใหงา ย” พอครบสามเดอื นจอนะธันก็มศี ิษยอีกหกตวั ถกู ขบั ออกจากฝูงทั้งน้นั แตก ็อยากรูอยากเห็นใน ความคดิ แปลกและใหมเรื่องการบินเพื่อสนุกในการบิน แตถ งึ อยางนั้นนกนางนวลเหลานกี้ ็หดั บนิ ไดเ กง งายกวา ท่ีจะเขาใจเหตุผลแหง การบิน “ตามความจริง เราทุกคนเปนธรรมของนกนางนวลใหญ ซึ่งหมายถึงธรรมอันเปนเสรี ไมมี ขอบเขตจํากดั ” จอนะธัน มักจะพดู ในตอนคํ่าบนหาดทราย “และการบนิ แบบเทย่ี งตรงไมผ ดิ พลาด เปน กา วหนึง่ ทแ่ี สดงออกซึ่งธรรมของเรา อะไรทเ่ี ปน ขอบเขตทีจ่ ํากดั หรอื ผูกมดั เราไวเ ราตอ งตดั ทง้ิ ใหห มด เพราะเหตุน้ี เราจงึ ตอ งฝกบนิ ดวยความเรว็ สูงและดวยความเรว็ ตํา่ และการบนิ โลดโผน...” ...และศิษยข องเขากม็ กั จะหลับกนั หมด เพราะเหน่ือยมาจากการฝกบินท้ังวนั พวกศษิ ยชอบ ฝกเพราะไดบนิ เรว็ ตน่ื เตน ดี และทาํ ใหเขากระหายทจ่ี ะเรยี นตอ ทกุ ครัง้ แตไ มมศี ษิ ยคนไหนเลย แมแต เฟล็ตเชอร ลนิ ด นางนวล ท่เี ช่อื แลว วา บนิ ดวยจิตนัน้ อาจเปน จริงไดเ ทากับการบนิ ดวยลมและขนปก “กายของพวกเธอ ตง้ั แตปลายปก อันหน่งึ ถงึ ปลายปกอีกอนั หนง่ึ ” จอนะธันมกั จะพดู ในเวลาอื่น “ไมใชอ ะไรนอกจากความคดิ ของเธอเองเทา น้ัน ความคดิ ที่มีรปู ใหเ หน็ ได ตดั ลูกโซแหงความคดิ อนั มี อปุ าทานของเธอเสียเธอกจ็ ะตัดลูกโซใ นกายเธอเหมือนกัน...” แตไมวา เขาจะพูดอยางไรคาํ พูดของ เขากเ็ หมอื นนิยายอนั ไพเราะ และศิษยของเขาอยากหลับนอนมากกวา อีกหนง่ึ เดอื นตอมา จอนะธนั กบ็ อกวา ถงึ เวลาแลว ท่จี ะพากนั กลบั เขาฝงู “พวกผมยงั ไมพรอม” เฮน็ รี่ คัลวิน นางนวลพูดขึ้น “เราเปนนกที่พึงรังเกียจ เราเปนนกจรจัด เราบงั คบั ตวั เราใหไ ปยงั ทๆี่ เราถกู รงั เกียจไมไ ดใชไ หมครับ” “เราเปนเสรที จ่ี ะไปท่ีไหนก็ได และเปนเสรีที่จะเปนอะไรกไ็ ด” จอนะธันตอบ แลว เขาก็บินขึ้น จากทรายบา ยหนา ไปทางตะวนั ออก อันเปนทิศทอ่ี ยขู องฝูงนก พวกศษิ ยม คี วามกังวลอยคู รูหนึ่ง เพราะตามกฎของฝงู นน้ั นกท่ีถูกขับจากฝงู แลวจะกลับเขา ฝงู ไมได และไมเคยมีใครเคยผดิ กฎน้ีเลยเปน เวลานบั หม่ืนป กฎบอกใหหยุดอยูกบั ที่ แตจอนะธันบอก
ใหไ ป และถึงตอนนี้เขาบินขามนํา้ ไปไดไมลหนึ่งแลว ถาพวกศษิ ยยังรีรออยูอีก เขาก็อาจไปถึงฝูงที่ เปนศตั รูดวยตัวคนเดียว “เออ! เราไมตองทําตามกฎ เม่ือเราเปนคนนอกไมไดอยูในฝงู แลว ใชไหม?” เฟล็ตเชอรพูด ขึน้ อยา งเหนียมๆ “นอกจากน้ันถาหากมเี รอ่ื งราวกนั ข้ึน เราก็นาจะเปนประโยชนแกค รูเราที่นั่นมากกวา ท่จี ะจบั อยทู ่นี ”่ี ครัน้ แลว พวกนกศิษยก ็พากันบินมาจากทิศตะวนั ตกในเชาวันน้ันมีอยูแปดตัวดวยกนั บินฝูงมา ในรูปขา วหลามตดั สองช้ัน ปลายปก เพียงจะกระทบกัน เขาบินผา นหาดทราย ซ่ึงเปนท่ีประชุมฝูงนกดวยความเร็วหน่ึงรอยสามสิบหาไมลตอหน่ึง ช่ัวโมง จอนะธนั บินนาํ เฟลต็ เชอรบินอยูทางปก ขวาอยางสบาย และเฮ็นร่ี คัลวิน บนิ โขยกเขยกอยูขา ง ปกซา ยอยางไมยอมแพ แลวท้งั ฝงู ก็โฉบไปทางขวาเหมอื นกบั วาเปนนกตัวเดยี วกัน...บินระดบั ...แลว บนิ หงายทอ ง...แลว บินระดบั อกี กระแสลมเฆยี่ นเขาท้ังหมดอยตู ลอดทาง เสียงรองเกรียวกราวจากชีวติ ธรรมดาสามัญของฝงู นกนางนวลถูกตัดขาดลงทันที ราวกับวา การบนิ เปน ฝูงนั้นเปน มีดเลมใหญ และตาของนางนวลแปดหมน่ื ดวงก็จองดู ไมมตี าใดกระพริบ นกทีละ ตัวในแปดตัวนั้นบินวงกลมตั้งกลางหาว แลวบินอยางชาที่สุดมาจับบนทราย แลวเหมือนกับวา เหตุการณเ ชนนี้เกิดข้นึ ทุกวัน จอนะธันนางนวลก็เริ่มติชมการบินนั้น “เริม่ ตนทเี ดียว” เขาพดู ย้มิ ๆ อยางประชด “พวกเธอออกบินชา ไปหนอ ย...” ความคดิ นัน้ แลนไปทว่ั นกท้ังฝูงเหมือนสายฟาฟาด นกพวกน้นั เปน นกจรจดั แตม ันก็ยังกลับมา อกี ! และนั่น...นน่ั จะเกดิ ข้นึ ไมได! ความหวนั่ ของเฟลต็ เชอรที่วา จะมีเร่ืองราวถึงตอ สูกันข้ึนนั้นละลาย หายไปในความสบั สนของฝูงนก “เอาละ ถึงพวกนน้ั จะเปนนกจรจัดก็ตามที” นกหนมุ บางตวั พูดข้ึน “แตมันไปเรียนบินแบบนนั้ มาจากไหน?” กวา บญั ชาของนกผูใหญจ ะผา นฝงู ไปไดก็เปนเวลาเกือบชั่วโมง ทําเปนไมรไู มเห็นเสีย นก นางนวลตวั ไหนท่ีพูดกับนกจรจดั ก็ตองกลายเปนนกจรจดั ไปดวย นกตัวไหนมองดูนกจรจดั นกนางนวลตัวน้นั ทาํ ผิดกฎของฝงู หลังนกที่คลุมดวยขนสีเทา พากันหันใหแกจอนะธันนับต้ังแตขณะนั้นเปนตนไป แตเ ขาก็ดู เหมือนจะไมสังเกตเห็น เขาฝกบินกับศษิ ยของเขาเหนอื หาดท่ีประชุมนน้ั โดยตรง และเร่ิมบังคบั ให ศษิ ยข องเขาใชความสามารถของแตล ะตัวอยา งเต็มทเ่ี ปน ครั้งแรก “มารติน นางนวล” เขาตะโกนกองฟา “เธอบอกวา เธอรูวิธีบนิ ดวยความเร็วตํ่า เธอไมรู อะไรเลยจนกวา เธอจะพสิ ูจนค วามรูข องเธอได! บนิ !” ครนั้ แลว มารตนิ นางนวลผสู งบเสงยี่ ม ผูซ ึ่งตกใจทถ่ี ูกครูดกุ ็ไดทําใหตัวของเขาเองประหลาด ใจเพราะเขาบินดวยความเร็วตํ่าไดราวกบั เซียน ดวยกระแสลมเบาๆ เขาอาจโคงขนของเขาข้ึน เพ่ือ ยกระดบั ตัวเองข้นึ สงู โดยไมต อ งกระพอื ปก แมแตค รัง้ เดยี ว จากพ้นื ทรายไปจนถึงเมฆ แลวก็ลดตวั กลับ ลงมาอีก เชน เดียวกันกบั ท่ี ชารลส โรแลนด นางนวล บนิ ติดลมที่ตีขึ้นจากภูเขาใหญไ ปถึงระดบั สูงสอง หม่ืนส่พี นั ฟตุ หนาเขยี วกลับลงมาเพราะความหนาวในอากาศเบาเบือ้ งบน ท้ังแปลกใจและปลม้ื ใจ ตก ลงใจเด็ดขาดวาพรุงน้ีจะข้ึนไปใหสงู กวานน้ั อกี เฟลต็ เชอร นางนวล ผูซงึ่ ชอบการบนิ โลดโผนยิง่ กวาใครท้งั หมดทําการบินโคลงตัวนับสิบหก ไดเ รียบรอยไมม ีท่ีติ และในวันรุงข้นึ กแ็ สดงเพิ่มขน้ึ อีกดว ยการบินตีลังกาตดิ ตอกันสามคร้ัง ขนสีขาว ของเขาสะทอนแสงอาทติ ยวาบวบั ลงมาบนหาดทราย ซ่งึ มีตามากกวาหน่ึงดวงคอยแอบดกู ารบินของ เขาอยู
ทุกๆ ช่วั โมง จอนะธันคอยบนิ กํากบั อยูข างๆ นกท่ีเปน ศษิ ยของเขาทุกตัว แสดงใหศษิ ยดบู าง แนะนําบาง ดุวาบาง ชักนําบาง เขาบินกับศิษยตลอดกลางคืน ผานเมฆและพายุ เพ่ือความสนุก ในขณะทฝี่ งู นกยนื เบียดกนั อยบู นพ้ืนดนิ เมอ่ื ฝก บนิ เสรจ็ แลว นกศิษยกจ็ ะพกั ผอ นบนทราย และในไมช ากเ็ ริม่ จะฟงโอวาทของจอนะธัน ดว ยความสนใจย่ิงข้ึน เขามีความคิดบาๆ ที่พวกศิษยไมเขาใจ แตขณะเดียวกันเขากม็ ีความคิดดๆี ท่ี ศษิ ยเขาใจได ในเวลาตอมา เมอ่ื ถึงยามกลางคนื ก็มีนกนางนวลมาตั้งวงอยูนอกวงศษิ ยทีละเล็กทีละนอย วง นกนางนวลที่อยากรอู ยากเหน็ มาฟง อยูในความมืดเปนช่ัวโมงๆ ไมอยากเห็นใคร และไมอยากใหใคร เหน็ ตวั พอกอ นตะวนั ขนึ้ กห็ ลบหายไป หลังจากที่มกี ารกลับเขาฝงู แลวหนง่ึ เดอื น ก็มนี กนางนวลตัวแรกท่ีขามเสนเขา มาวงใน แลวขอ สมัครเรยี นการบนิ ดวยการขอเขาเรยี นนนั้ เทอเรน็ ซ โลเวล นางนวล ก็กลายเปนนกตองโทษ เรียกวา นกจรจัด และเปนศษิ ยของจอนะธันตัวท่แี ปด คืนตอมา เคิรก เมนารด นางนวล ก็เดนิ เปะปะขา มหาดทรายมาจากฝูง ลากปกซายมา แลวมา ลม ลงแทบเทาของจอนะธนั “ชว ยผมดวย” เขาพูดเบาๆ พดู อยางท่คี นกาํ ลงั จะตายพูด “ผมตอ งการจะ บนิ เปนมากกวาอะไรทั้งหมดในโลก...” “มาเถิด” จอนะธนั พดู “บินขนึ้ จากพืน้ ดินไปกบั เรา แลว เราจะเริม่ ศกึ ษากนั ” “ทานไมเขา ใจ ปก ผม ผมขยบั ปกไมไ ด” “เมนารด นางนวล เธอมีเสรีภาพที่จะเปนตวั ของเธอเอง ตวั แทของเธอ ท่ีน่แี ละเด๋ียวน้ีไมมี อะไรจะขดั ขวางเธอได น่ีคอื กฎของนกนางนวลใหญ กฎท่ีมอี ยูและเปน อย”ู “ทา นบอกวาผมบนิ ไดหรือครับ?” “เราบอกวา เธอเปน เสรี” โดยงา ยดายและรวดเรว็ ขนาดนั้น เคิรก เมนารด นางนวลก็กางปก ออก อยางสะดวกสบายแลว บนิ หายข้ึนไปบนโอกาสอันมืดมดิ ในยามกลางคืน ฝูงนกตกใจตื่นเพราะเสียงรอ งของเขา เสียงดังที่สุด เทา ท่ีเขาจะเปลง ออกมาไดในระดับสงู หา รอ ยฟุต “ผมบนิ ได! ฟงกนั ไว! ผมบินได!” พอไดอ รุณก็มีนกนางนวลเปน พนั ตวั มายืนอยูร อบๆ วงของนกศษิ ย มองดูเมนารดดวย ความสนเทหใจ นกพวกนี้ไมสนใจวา ใครจะมองเห็นตัวหรอื ไม และพากันฟง พยายามท่จี ะ เขาใจโอวาทของ จอนะธัน นางนวล เขาพดู ในเรอ่ื งงา ยๆ – วา การบนิ เปน กรรมชอบสําหรับนกนางนวล วาเสรีภาพคือธรรมแหงตัว ของเขา วา ส่ิงใดก็ตามที่เปนอุปสรรคตอความหลดุ พนจะตองขจัดเสียใหหมด ไมวา จะเปนพิธีกรรม หรือความเช่ือถือกันตอ ๆ มา หรอื เคร่อื งผูกมดั ตา งๆ ไมวา จะอยูในรปู ใด “ขจดั ใหห มด” เสียงหน่งึ ดังมาจากฝงู นก “แมแ ตก ฎของฝูงทีเดยี วหรือ” “กฎอนั แทจรงิ คือกฎทน่ี าํ ไปสคู วามหลุดพน เปน เสรี” จอนะธนั พูด “ไมมีกฎอื่น” “ทานคดิ วาเราจะบินไดเ หมือนทานไดอ ยางไร?” อีกเสียงหน่ึงดงั มา “ทานเปนนกพิเศษ มี บารมมี าก และเปน นกทพิ ยอยเู หนือกวานกอื่นๆ” “ดูแตเ ฟล็ตเชอร! โลเวล! ชารลส โรแลนด! เขาเปนนกพิเศษ มีบารมีมาก และเปนนกทิพย เหมอื นกันหรือ? ไมไดวิเศษไปกวาทานทั้งหลาย ไมไดว ิเศษไปกวาเรา มีแตกตางกนั อยูเพียงอยาง เดียว อยา งเดยี วเทา นนั้ ในขอ ท่ีวา เขารูว า ตัวของเขาเปน อะไร แลวปฏบิ ตั ติ ามนน้ั ” บรรดาศิษยท ัง้ หลาย นอกจากเฟลต็ เชอรพากันขยับตัวดว ยความไมสบายใจ พวกเขาไมเคยรู เลยวา เขาไดป ฏบิ ัติอยา งนัน้ นกทีม่ าฟงนั้นมากขึน้ ทุกวนั มาถามปญ หาก็มี มาบชู ากม็ ี มาดหู ม่ินก็มี
“เขาพูดกันในฝูงวาถาครูไมใช บุตรของนกนางนวลใหญ” เฟล็ตเชอร บอกจอนะธันวันหน่ึง หลังจากท่ไี ดฝกวชิ าการบินช้นั สงู แลว “ครกู ต็ อ งเปนนกทล่ี าํ้ ยคุ ถงึ พนั ป” จอนะธันถอนใจใหญ นคี่ ือผลของการท่ีไมมีคนเขา ใจในตวั เรา เขานกึ เขาเรียกเราวาปศาจ ไมอ ยางนนั้ ก็เรียกวาเทวดา “เธอคิดอยา งไร เฟล็ตช เราเปน นกลาํ้ ยุคจรงิ หรอื เปลา ?” เงียบอยูนาน “ผมวาวิชาการบินแบบน้ีมีมาแตไหนแตไรแลว สําหรับใหคนท่คี นพบ วิชานี้ไดศึกษาเรียนรู ไมใชเร่ืองเกี่ยวกับกาลเวลา บางทีเราจะลํ้าสมัยไปหนอย ล้ําวิธีที่นก นางนวลสวนใหญเขาบินกนั อยู” “สําคัญอยู” จอนะธันกลา ว โคลงตัวไปบินหงายทองอยูพักหน่ึง “ถาเปนอยางนั้นกด็ ีกวาเปน คนล้ํายุค” เหตเุ กิดขนึ้ หน่ึงสัปดาหหลังจากน้นั เฟล็ตเชอรกําลังแสดงหลกั การบินดวยความเร็วสูงให นกั เรียนใหมด ู เขาเพิ่งคืนตัวมาบนิ ระดบั จากการดําดิ่งจากระยะเจ็ดพันฟตุ ดูเหมือนกับวาเขาเปนเสนสี เทาวิง่ ผานเหนอื หาดทรายเพียงสองสามนิ้ว ขณะนั้นมีลกู นกตวั หนึง่ บินเขา มาในเสนทางบินของเขา รองหาแมดว ยเวลาเพียงหนง่ึ ในสิบ ของวินาทที จี่ ะหลีกใหพ น ลูกนกตวั นน้ั เฟลต็ เชอรน างนวลหนั ขวบั ไปทางซา ยดวยความเร็วสูงกวาสอง รอยไมลต อ หน่งึ ช่วั โมง สําหรับเขาน้นั หินผานัน้ ดูเหมือนจะเปน บานประตูยักษท ่แี ข็งสาํ หรบั เปด ผานไปยงั อกี โลกหนง่ึ ความกลัวพลุงข้นึ มาพรอ มกบั ช็อคและความมืดเม่ือเขาพุงเขาชนหนา ผาอยางจังแลวเขาก็บินรอนอยู บนทองฟาท่ีเขาไมเคยรูจัก ประเดี๋ยวก็ลมื ประเดี๋ยวกจ็ ําได แลวก็กลบั ลมื อีก ทั้งกลัว ท้ังทุกข ท้ัง เสยี ใจ เสยี ใจมากทส่ี ุด เสียงนน้ั มาสูตวั เขาเชนเดียวกบั เม่ือวันแรกทเ่ี ขาไดพบจอนะธัน ลวิ งิ สตนั นางนวล “เฟลต็ เชอรเ อย ! เคลด็ มันอยทู ่วี าเราตองขจดั สง่ิ ตา งๆ ท่ผี ูกมดั เราอยูอยางมีระเบียบ และดวย ความพากเพยี ร เราจะไมคิดบนิ ผา นหินจนกวา จะไดใชเวลาอีกเล็กนอยตามหลกั สูตร” “จอนะธนั !” “ผซู ึ่งมคี นเรียกวา บุตรของนกนางนวลใหญน ั่นแนะ” ครูของเขากลาวติดตลก “ครูมาทําอะไรอยทู น่ี ่ี? หนาผา ผมไมได...ผม... ยงั ไมต ายดอกหรือน?ี่ ” “โธ! เฟลต็ ช! เอาอีกแลว รจู กั คิดเสียบางซี ก็เม่ือเธอยังพูดอยูกบั ฉันแทๆ แลว เธอจะตายได อยางไร ใชไหม? ส่ิงท่ีเธอไดจัดการกับตัวเองเขา กค็ ือ เธอไดเปลี่ยนระดับความรับรูอยาง กะทนั หนั เธอเลือกเอาเองได เธอจะอยูใ นระดับนีแ้ ละเรียนรูต อ ไปก็ได ซึ่งความจริงก็เปนระดับที่ออก จะสงู กวาระดับทเ่ี ธอเพิ่งจะละมา – หรอื เธอจะกลับไปแลวทํางานตอ ไปกบั ฝงู กไ็ ด พวกนกผใู หญเขา แชง ใหเ กดิ เหตรุ า ยอยางใดอยา งหนง่ึ ขน้ึ แตเขากต็ องตกใจเมื่อเธอทาํ ใหส มกบั ที่เขาแชงไวเปนอยางดี ถงึ ขนาดน”ี้ “ผมก็อยากจะกลบั ไปทฝ่ี ูงเปนธรรมดา ผมเกือบจะยงั ไมไ ดเร่มิ สอนนกั เรยี นกลุม ใหมเ ลย” “ดแี ลว เฟล็ตเชอร จงจําท่ีเราไดพ ูดกันไวแ ลว วา กายเราน้ันไมใชอะไรเกินไปกวาความคิด ของเรา...” เฟล็ตเชอรสัน่ หัวแลวกางปกออก และลมื ตาข้ึนท่ีเชงิ หนา ผา ทามกลางฝงู นกที่เขามารุมหอม ลอมอยู มีเสยี งรอ งเกรียวกราวดังลั่นไปหมดเมื่อเขาเริ่มกระดิกตวั ได “เขามชี ีวติ ! นกท่ตี ายแลว กลับฟน ขึน้ มาได! ” “เพียงแตทา นเอาปลายปก แตะเขา ไปเทา นัน้ นกตายกก็ ลับฟน! ทา นผูเปนบตุ รของ นกนางนวลใหญ! ”
“ไมจริง! เขาเองก็ไมยอมรบั วาเขาเปน บุตรนกนางนวลใหญ! เขาเปนปศาจ! ปศ าจท่ีมาทําลาย ลา งฝงู นก!” มีนกนางนวลมาม่ัวสุมกันอยูที่นน่ั ถึงสี่พันตัวตางก็ตกใจกลัวในเหตทุ ี่เกิดขึ้น และเสียงรองวา ปศาจ แลนผานฝงู นกไปเหมือนกับลมพายุในมหาสมุทร ตาคาง ปากคม นกเหลานนั้ กลุม รุมเขามาเพื่อ ทําลาย “เราไปกนั เสียทีจะดไี หม เฟลต็ เชอร?” จอนะธนั ถาม “ผมกไ็ มข ัดของเทาไรหรอกครบั ...?” ทนั ใดนนั้ เขากไ็ ปยนื กันอยสู องตัวหางจากทเ่ี ดิมหนึ่งไมล นกท่กี ลุมรมุ เขามาน้นั ไดแ ต จกิ ลมจิกแลงกนั เปลา ๆ “ทําไมหนอ?” จอนะธนั สงสัย “ทําไมมันจึงยากที่สุดในโลกทีจ่ ะทําใหนกสักตัวรูวา เขาเปนเสรี และเขาจะพิสูจนใ หตัวเขาเองเห็นความจริงขอนีไ้ ด ถาเขาเพียงแตจะใชเวลาเพียรปฏิบัตแิ ตเ พียง เล็กนอ ยเทา น้นั ทําไมจึงดยู ากเหลือเกนิ ?” เฟลต็ เชอรยงั ตอ งยืนกระพรบิ ตาอยเู พราะการเปล่ยี นสถานท่ี “เมื่อก๊ีครูทําอะไรครับ? เรามาอยู ท่ีนก่ี นั ไดอ ยางไร?” “เธอบอกวาเธออยากจะออกมาใหพน นกกลมุ นัน้ มใิ ชห รอื ?” “ครับ! แตครทู าํ อยา งไร” “กท็ ําเหมือนกับอยา งอื่นนั่นแหละ เฟล็ตเชอร! ตอ งเพียรฝกบอ ยๆ” พอถงึ ตอนเชาฝงู นกกล็ ืมความบาไปแลว แตเฟลต็ เชอรยังไมลมื “จอนะธัน ครูจําท่ีครูพูดไว นานแลวไดไหม เรื่องกรุณาตอ ฝูงนกมากพอท่ีจะกลบั เขาฝูงได และชว ยใหนกในฝูงไดเรยี นรู” “จําได” “ผมไมเขา ใจวา คณุ ครูสามารถจะกรุณาฝูงนกท่คี ิดจะฆาครูไดอ ยางไร” “โธ! เฟล็ตช เราไมไ ดกรณุ ากรรมนั้น เราไมกรุณาความเกลยี ดและความช่ัวเปนธรรมดา เธอ ตอ งหม่ันฝกปฏิบตั ิจนเห็นนกนางนวลตัวทแ่ี ท เห็นสิ่งท่ีดีมีอยูในนกนางนวลทุกตัว แลวชวยเขาใหแล เห็นส่งิ ท่ีดีทม่ี อี ยูในตวั เขาดว ยตัวของเขาเอง นน่ั คอื สิง่ ท่คี รเู รยี กวา กรุณา มันก็สนุกดีอยูเหมือนกนั เม่ือ เรารเู คลด็ ของมัน” “ครูยังจาํ นกหนุมท่ีดเุ ดอื ดตัวหนง่ึ ได เขาช่ือเฟล็ตเชอร ลินด นางนวล เขาเพิ่งถูกขับจากฝงู พรอ มท่จี ะสูก ับฝูงจนตายกันไปขา งหนึง่ เร่ิมจะสรางนรกอันขมขนื่ ใหแกตัวเขาเองบนหนา ผาอนั ไกล แตถ งึ วนั น้ี เขากลับมาสรา งสวรรคใหแ กตัวเขาเองและกาํ ลังนาํ นกท้ังฝูงไปทางนัน้ ” เฟล็ตเชอรหันไปทางครขู องเขา ตามีแววแหง ความหวาดกลวั อยูบา ง “ผมนะ หรือครับนํา?” ครู หมายความวา กระไร นํา? ครเู ปนครูอยูที่นี่ ครูไปไหนไมไ ด!” “ไมไดจ ริงๆ หรือ?” เธอไมน ึกบางหรือวา อาจมีนกฝงู นกอ่นื เฟล็ตเชอรตวั อน่ื ๆ ซ่ึงตองการครู มากกวานกฝงู นีแ้ ละเฟล็ตเชอรตวั น้ี ผูซ่งึ กาํ ลังเดินเขา หาแสงสวา งอยแู ลว ?” “ผมนะหรือครบั ครู? ผมเปนเพยี งนกนางนวลธรรมดา และครูเปน ...” “...บตุ รคนเดยี วของนกนางนวลใหญกระมัง?” จอนะธันถอนหายใจใหญแ ลวมองออกไปทาง ทะเล “เธอไมจําเปนตองมคี รูอีกตอไปแลว แตเ ธอยงั จําเปนตองหาตัวเองใหพบ พบมากขึน้ วนั ละเล็ก วนั ละนอ ยตวั ของเธอซง่ึ เห็นเฟล็ตเชอรนางนวลตวั จรงิ ผูซึ่งไมมีขอบเขตจํากัด นกตัวนั้นแหละจะเปน ครขู องเธอ เธอตองรูจ ักเขาและฝกปฏิบัตอิ ยางเขา” อีกครูหนงึ่ กายของจอนะธัน ก็เหลือใหแลเห็นไดรางๆ อยูในอากาศ เปนประกายระยิบระยับ และแลดูใสเหมือนแกว “อยาใหเขาลอื เรอื่ งครกู ันอยา งโงๆ หรือทาํ ใหครเู ปนเทวดาขึ้นมา เอาอยางน้ันนะเฟล็ตช! ครู เปนนกนางนวล ครูชอบบนิ บางท.ี ..”
“จอนะธัน!” “เฟล็ตชเอย! อยาเชื่อสิ่งที่ตามันบอกเธอตาน้ันมันแสดงไดแตขอบเขตอันจํากัด เทานั้น เธอจงดดู ว ยจติ ดูใหเ หน็ วาเธอรูอะไรบาง แลว เธอจะเห็นเองวาจะบนิ ไดอ ยางไร” แสงระยิบระยบั นัน้ หายไป จอนะธนั นางนวลไดอันตรธานไปเปนอากาศธาตุ เวลาลว งไประยะหนง่ึ เฟล็ตเชอร นางนวล ดึงตัวเขาขน้ึ ไปบนทองฟา แลวประจันหนากับ นักเรยี นกลุมใหมเ อีย่ ม กระหายทจี่ ะเรยี นบทเรียนแรก “ประการแรก” เขาพูดอยางหนักๆ “พวกเธอจะตองเขาใจวานกนางนวลเปนธรรมอันไมมี ขอบเขตจาํ กัดแหงเสรีภาพ อยูในรูปเดียวกันกับนกนางนวลใหญ และกายของพวกเธอ จากปลายปก ถึงปลายปก ไมใชอะไรนอกเหนอื ไปจากความคดิ ของพวกเธอเองเทา นน้ั ” นกนางนวลหนุม ๆ มองดูเขาอยา งฉงน พูดกันดีๆ นา เขาพากันนกึ พดู อยางนัน้ มนั ไมไดเปนวิธี บินวงกลมตัง้ เสียเลย เฟล็ตเชอรถอนใจใหญและเร่ิมตน “ฮ่อื ! อา ! ดีแลว” เขาพูดแลว มองพวกนักเรียนอยางจะ จับผดิ “มาเร่มิ ดว ยการบนิ ระดับกอน” และเมอื่ ไดพ ูดออกไปดงั นั้นแลวเขาก็เขา ใจข้นึ มาทันทีทันใดวา ครูของเขาน้ัน วา กันตามจริง ก็ไมไดเ ปนเทวดาเกินไปกวาตัวเขาเลย ไมมีขอบเขตเลยหรือ จอนะธัน? เขานึก ดีละ อกี ไมนานนักหรอกท่ีผมจะปรากฏกายจาก อากาศธาตขุ ้ึนบนหาดของครู แลวสอนครสู ักอยางหรอื สองอยา งเกีย่ วกบั การบิน และท้งั ที่เขาพยายามจะทาํ ตวั ใหเครง สาํ หรับศิษยของเขา เฟล็ตเชอรนางนวลไดเห็น ตัวของศิษยเ หลา น้ันตามความเปน จรงิ ไดช วั่ ขณะหนึ่ง และเขายิง่ กวา ชอบสิง่ ทเี่ ขาไดเห็น เขา รักส่งิ ทเี่ ขาไดเหน็ นนั้ ไมม ีขอบเขตเลยหรอื จอนะธัน? และเขาก็ยิ้ม เขาเริม่ เดินทางเขาสูการ เรียนรูแลว
ความเหน็ ของผแู ปล เม่ือไดแปลเรื่อง “จอนะธัน ลิวิงสตัน นางนวล” ของนายริชารด บาค จบลงไปแลว ผม ใน ฐานะทเ่ี ปนผูแปล ก็ใครขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรอ่ื งน้ไี วบา งตามสมควร ในประการแรก นยิ ายเรือ่ งน้ีเนน หนักใหเห็นความสําคัญของ สิกขา หรอื ศึกษา อัน ไดแ ก การเรยี นรู การเรยี นในทนี่ ้ี มไิ ดห มายถงึ การเรยี นรวู ชิ าเพ่ือจะไดน าํ วิชานั้นมาประกอบ อาชีพเปนประโยชนแกก ารทํามาหากนิ หรอื เพอื่ ทาํ ใหผูมีวิชาอยูเหนอื คนอื่นๆ ในฐานะความ เปน อยู แตเ ปนการเรยี นรูเพ่ือถึงความตรัสรู อนั ไดแกค วามรแู ละความเขาใจในสภาพความ จรงิ หรือธรรมแหง ตนเอง และเม่อื ไดตรัสรูธรรมน้นั แลว ผูตรัสรู กเ็ ปน วิมุติ กลาวคือหลุดพน จากขอ ผูกพันตาง ๆ หรือขอบเขตจํากัดตางๆ อันมีอยูกบั ตัวผูน้นั เพราะความไมรู และความ ยึดเปน เหตุ เม่ือหลุดพน แลวกเ็ ปนเสรโี ดยแท พระพุทธเจาไดเคยตรัสสอนถงึ เสรีภาพไวแลว และเสรีในคาํ สง่ั สอนของพระพทุ ธเจานั้น หมายถึงเสรีในลกั ษณะเชนน้ี วชิ า คอื ความรใู นความจริงนี้ ในหนงั สือไดบอกไวช ดั วาเปน ธรรมอนั มมี าแตด้ังเดมิ รอคอยใหมี คนมารสู ัจธรรมนนั้ และนาํ ออกมาเผยแผใ หปรากฏเทาน้ัน ลกั ษณะเชนน้ี ตรงกบั ลักษณะแหงอริยสัจท่ี พระพทุ ธเจา ไดตรัสรู เพราะอรยิ สัจมิใชธ รรมท่ีพระพทุ ธเจาไดท รงแตงตัง้ ขนึ้ หรอื คดิ ขึ้นใหม แตเปนสจั ธรรมที่มีอยูเหนือกาลเวลา และสถานท่ี พระพุทธเจาไดตรัสรูธรรมนั้นและไดท รงนํามาเผยแผให ปรากฏ และทาํ ใหคนอ่นื และเหน็ สจั ธรรมนน้ั ไดด ว ยพระปญ ญาคณุ และพระกรณุ าคณุ เพ่ือท่ีจะใหบุคคลแลเห็นในธรรมน้ี พระพุทธเจาไดทรงเนนหนักในสิกขาหรือการศึกษา เชนเดยี วกัน พระสงฆผเู ปนสาวกของพระพทุ ธเจานั้นเรยี กวาอยใู นสกิ ขา ซง่ึ เปนการศกึ ษามิใชเพ่ือเอา วิชามาประกอบอาชีพ แตเปนการศกึ ษาเพ่ือใหรูความจริงของชีวิตและรูจักสภาพอันแทจริงแหงตน เมอ่ื พระพทุ ธเจาไดต รสั รแู ลว ก็ไดท รงประกาศพระองคและกาํ หนดใหพระสงฆสาวกของพระองคอ ยใู น เพศพรหมจรรย คําวาพรหมจรรยนั้นแทจรงิ มคี วามหมายไปในทางการศกึ ษา มิไดห มายถึงการละเวน ประเวณีแตอยางเดียวเทาน้ัน เพราะตามคตินิยมของชาวอริยะในสมัยพุทธกาลนั้น ชีวิตคนแบง ออกเปนระยะท่ีเรียกวาอาศรม ไดส ามระยะหรือสามอาศรม อาศรมแรกซงึ่ หมายถงึ ระยะเวลาตั้งแตเปน เดก็ ไปจนถึงวัยรนุ หนุมนั้นเรยี กวา อาศรมพรหมจรรย ไดแ ก ระยะเวลาแหงชีวติ ซึ่งบุคคลยังมีมีลูกเมีย หรือครอบครัว แตใชเวลาสวนใหญไ ปในการศกึ ษาแตอยางเดียว อาศรมท่ีสองไดแกอ าศรมคฤหัสถ อนั เปน ระยะเวลาท่ีบุคคลแตง งานต้งั ครอบครัวและทํามาหากินในฐานะที่เปนผูครองเรือนจนลวงเขา ปจฉมิ วัย สวนอาศรมท่ีสามเรียกวา อาศรมวนปรัสถ คฤหัสถผูมีผมหงอกแลวหรือไดเ ห็นบุตรของบุตร แลวจะสละโลกคือครอบครวั และสงั คมออกไปอยูในปาหาเลยี้ งชีพดว ยการขออาหาร และบําเพ็ญตน อยูในธรรมเพ่ือประโยชนแหงตนแตผูเดียว ดวยเหตุน้ีพระสงฆซ่ึงอยูในเพศพรหมจรรย เรียกวา พรหมจารแี ละอยูในสกิ ขา จงึ เปนกลุม คนท่อี ทุ ศิ ตนอทุ ิศชีวติ ใหแกการศกึ ษาแตอยางเดียวเทาน้ัน ไม วาจะอยูในฐานะครูอาจารยห รือฐานะศษิ ย จุดหมายปลายทางของผูอยูในสิกขาก็คือธรรมอนั เปน เครื่อง ทําใหหลุดพน เปนเสรแี ตอ ยางเดยี วเทาน้ัน นา สังเกตวานายริชารด บาค ผูแตงนยิ ายเร่ืองนไ้ี ดกลาวถึงอภิญญาคืออิทธิฤทธิ์หรืออํานาจ เหนอื ธรรมดาเอาไวด ว ย เชน การบนิ เรว็ เทา กระแสจิต หรือการไปถึงที่ใดท่ีหน่ึงไดด วยอาํ นาจจิต หรือ การไปถึงท่ใี ดที่หนงึ่ ไดด ว ยอํานาจจติ การสง จติ ถงึ กนั จนพูดจากันรูเรื่อง และการทําคนตายใหฟน ได นิยายเรื่องนก้ี ลา วในทํานองวา อภิญญาน้นั เกดิ จากการเรียนรูธรรมถึงข้นั สูง พระพุทธศาสนากย็ อมรับ ในเร่ืองอภิญญาอันเกดิ จากวิชาเชนเดียวกนั แตดเู หมือนท้งั ศาสนาพุทธและนิยายเรือ่ งนกนางนวลนี้จะ เห็นพอ งตอ งกนั วา เรือ่ งอภญิ ญาเปนเรอ่ื งเล็ก เรอื่ งใหญเรอื่ งสําคญั ท่ีสุดคอื ความหลุดพน เปนเสรี
นิยายเร่อื งนกนางนวลนี้ไดแสดงทัศนะของผแู ตง คือนายริชารด บาค ในเรื่องชาติเร่ืองภพไว เปนอีกทัศนะหน่ึงท่ีนาสนใจอยูมาก พระพุทธศาสนาไดสอนไววา การเชื่อวาตายแลวเกิดก็เปน มจิ ฉาทิฐิ การเช่ือวา ตายแลวสูญก็เปนมิจฉาทิฐิ เมือ่ เปน เชนนัน้ แลว จะตองเช่อื วาอยางไรจึงจะถูก? นิยายเรอ่ื งนไี้ ดเ สนอคําตอบไววา “ตายแลวเปล่ียน” ซ่ึงนา ฟง อยูมาก หมายความวา เม่ือตาย แลวก็ไมเกิดและไมสูญ แตเปลี่ยนระดับการรับรู ซึ่งในตนฉบับภาษาอังกฤษเรียกวา Level of Consciousness ไปเปนอีกระดบั หนง่ึ ซ่ึงหมายความวา เม่ือตายแลว ก็จะตอ งไปสูอกี ภพหนง่ึ ซึ่งมี สมมตติ างกับภพเดมิ สมมติในท่นี ีจ้ ะเรียกวาระดับท่แี ตกตางกนั ในสภาพทั้งปวงกไ็ ด คนที่ยังมีชีวิตอยู นน้ั รไู ดดว ยสฬายตนะตา งๆ มหี ู ตา ปาก จมูก กาย เปน ตน และมีใจเปนเครื่องรับรู แตเ ม่ือไปอยูในอีก ภพหนงึ่ แลว สฬายตนะเหลา น้ันก็อาจไมจําเปน และไมมี แตก ารรบั รูกค็ งจะยังมีไดด วยวิธีอื่นหรือดวย สมมติอน่ื ซ่ึงเราทย่ี งั ไมถึงภพนัน้ ไมมีทางท่ีจะรูไ ด ในท่ีน้ี ผม ในฐานะผูแปล ก็ใครขอกลาวไวด วยวา เรามักจะนึกถึงหรือมองเห็นสวรรคด วย สมมติของเราเองในโลกนี้และมักจะสรางสวรรคนรกข้ึนดวยสมมติแหงโลก สวรรคจึงมีวิมานอัน สวยงาม มีนางฟาและเทวดาผูซ่ึงแตงอาภรณอันงดงามตามสมมติแหงโลก สวนนรกน้ันก็ยอมจะนา กลัวและเดือดรอ นตามสมมติแหง โลก เชนเดยี วกนั เชนมีกระทะทองแดงเอาไวต มคนที่มีบาป มีตนง้ิว อันมหี นามแหลมไวใหข้นึ ไมม ีเหตใุ ดเลยท่เี ทวดาและสตั วนรกผอู ยใู นอีกสมมตหิ นึง่ แตกตา งกับสมมติ ของโลกจะเสวยสขุ ในวิมาน หรอื เสวยทุกขในกระทะทองแดงและบนตนงวิ้ การกาํ หนดหรอื มองเห็นนรกสวรรคแ บบนเี้ ปนการยึดในสมมตขิ องโลกโดยแท และย่ิงกวาน้ัน ยงั ยดึ ในอตั ตาของตนอยางรุนแรงท่ีสุดอีกดวย เพราะผูที่เชื่อหรือมองเห็นสวรรคน รกแบบนน้ั จะตอง เปนผูท เี่ ห็นวา ตนเองในฐานะท่เี ปนมนุษยน ้นั เปน บุคคลสําคัญอยางย่ิง ถึงกบั ตองมีใครมาสรางสวรรค อนั สวยงามไวใ หเปน บาํ เหน็จแกตนเม่ือทาํ ความดี และมนี รกเอาไวลงโทษเมื่อทาํ ความชว่ั ซง่ึ เมื่อคิดดู แลวไมม ีทางทีจ่ ะเปน ไปได เพราะมนุษยก็เปน แตเพยี งแตส ตั วโลกชนดิ หน่ึง มิไดวิเศษวโิ สไปกวา สัตว อื่นจะมแี ตกตา งบางก็ในการวิวฒั นาการทางดานสมองเทาน้ัน ที่พูดมาน้ีมิใชจะแสดงความเห็นวานรกสวรรคไมมี ผมเชื่อวานรกสวรรคน้ันมีจริง แตมี ความเห็นวาเปน ภพตา งๆ ทมี่ อี ยูตามธรรมดา มิไดมีไวเพื่อบําเหน็จใครหรือลงโทษผูใด แตเปนภพท่ี อยใู น “ระดับแหงความรบั รู” ที่แตกตา งกนั สงู ต่ํากวากัน การที่จะไปสูภพใดนั้นก็ขึ้นอยูกบั ความรูของ แตล ะคน อาจเปลย่ี นไปทีละขน้ั ก็ได หรือขามขนั้ กไ็ ด แตในแตละภพน้นั กย็ ังจะตองเรียนตองรูตอไป อกี รูดีกวาเดิมก็ไปอยใู นภพใหมท่มี ีการรับรูแ จม ใสกวาเดิมไปจนถึงวิมุติ คอื ความหลดุ พนบริสุทธิ์เปน ข้นั สุดทา ย ถึงชนั้ น้นั แลว กาลเวลาและสถานท่ีกไ็ รความหมาย นายริชารด บาค พูดไวในนิยายเรื่องนี้ อยางนา ฟงวา ใครทย่ี งั ติดอยใู นภพเกา เม่อื ถงึ คราวที่ตองเปล่ยี นภพ ก็จะไปเกดิ ในภพท่ีเหมือนภพเกา ไมม ีอะไรเกดิ ข้นึ ถา เปน ดงั นจ้ี ริง ใครทยี่ ังตดิ อยใู นภพคือโลกน้ี ยังชอบความทุกข ความวนุ วาย ความ ไมเ ที่ยง ความเปลี่ยนแปร ชอบหวั เราะ ชอบรอ งไห แลว กลับหวั เราะอีก ก็ไมนา จะตองกงั วล เพียงแต ยึดภพนี้ หรือโลกน้ี ชีวิตน้ี เอาไวใหแนน ตายแลวก่ีรอยกี่พันชาติก็คงยังจะกลับมาเกิดในภพน้ีอยู นั่นเอง พระพทุ ธศาสนาไดสอนไวว า ตัณหาอุปาทานทําใหเกิดภพเกิดชาติ นายริชารด บาค มาอธิบาย เพ่มิ เติมวา ถายงั ใครใ นภพใด และยงั ยึดอยูในภพใด กจ็ ะไดเ กดิ (ชาติ) ในภพนนั้ อีก ถาเชื่อเสียอยาง น้แี ลว ดกู อ็ อกจะนา สบายใจดอี ยูเหมอื นกัน สาํ หรับคนท่ียงั ไมเ บ่อื โลก และยงั สนุกท่จี ะอยูในโลก เม่ือนายริชารด บาค ไดสมมติใหนกนางนวลเปนตัวการในนิยายเร่ืองน้ี การเรียนรูของนกก็ จะตองอยูท ่ีการบนิ เปนธรรมดา ซง่ึ ถา เปน มนษุ ยแลว การเรียนรูกจ็ ะตอ งเปนไปอีกแบบหนง่ึ อยางไรก็ ตาม พอทจี่ ะจับเคา ไดว าปญญาอันแทจ รงิ ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ ไดน้นั คือ ปญ หาท่ีศาสนาพุทธเรียกวา ภาวนามย ปญญา คือปญ ญาอันเกดิ จากความพากเพียรฝกฝนในทางความคดิ พูดใหชัดคือการพัฒนาความรูซ่ึง อาจไดรับมาจากผูอ่ืนหรือทางอื่นนั้นใหมีมากขนึ้ และแนนแฟนย่ิงข้ึน ดว ยตัวของตัวเองในตวั ของ
ตวั เอง ในทางมรรคผลนพิ พานนน้ั ภาวนามยปญญาจะเกดิ ข้นึ ไดดว ยการทําวปิ สสนาสมาธิ แตถึงแมวา จะไมไ ปถึงข้ันน้ัน การเรียนวชิ าตางๆ อนั เปนวชิ าโลก กน็ าจะเกดิ ปญญาแบบน้ีไดด วยการทําวชิ านั้นให เกิดมากข้ึน และแนน แฟน ข้ึนในตวั ของตัวเอง ดว ยการใชค วามคดิ ของตนเอง ผมใครจะขอกลาวในที่นี้ แตเพียงวา ความรูที่ไดมาจากการไดยนิ ไดฟงกด็ ี ดว ยการใชเ หตุผลก็ดี ดวยการอานตาํ รบั ตาํ ราทองจํา เอาก็ดี ความรเู หลา นี้ไมมีอยางใดที่จะแนนอนและแนนแฟนเทาความรูท่ีไดร ูเองเห็นเอง ดวยปญญา ของตนเอง ผูที่ศกึ ษาวิชาตางๆ ไมว าจะเปน วชิ าใดนาจะคาํ นึงถงึ ขอ น้ใี หม าก คติของนายริชารด บาค ในเร่ืองการตรัสรูนนั้ ออกจะตรงกบั คติของศาสนาพุทธ กลา วคือผูท่ี ตรัสรสู จั ธรรมแลวน้นั ยอ มเปนผทู ห่ี ลุดพนจากพันธะและขอบเขตอันจํากัดใดๆ โดยสิ้นเชิงแมแตเวลา และระยะทางกไ็ มเปน ขอบเขตอันจํากัดใดอีกตอไป ผลท่ีตดิ ตามความหลดุ พนมานั้นก็คือความกรุณา ไดแ กค วามกรณุ าตอผูอื่นทยี่ ังอยูในวฏั ฏะ ยังมิไดหลดุ พน ความกรุณาเชนนี้ในภาษาอังกฤษใชคําวา Love ซ่งึ จะแปลวา รกั ในภาษาไทยนน้ั เหน็ จะไมตรงนัก เพราะความรกั ในภาษาไทยนนั้ เห็นจะไมตรง นัก เพราะความรักในภาษาไทยน้ันออกจะมีความจํากัดอยูว าเปนความรักแบบผูกพนั ใกลช ดิ เทานน้ั อยา งไรกต็ าม พระพุทธเจาเมื่อตรัสรูแลว กไ็ ดทรงพระกรุณาตอสัตวโลก และกค็ งจะไดเ กดิ ปญหาขึ้นในพระทัย วาจะควรประกาศธรรมท่ีตรัสรูนั้นใหแกบุคคลอ่ืนไดเห็นหรือไมประการใด ตลอดจนปญหาท่ีวาบุคคลท่ียังผูกพันแนน อยูกบั โลกน้ันจะสามารถแลเห็นธรรมอนั ลมุ ลกึ นั้นหรือไม นยิ ายเรื่องนี้ไดกลา วถึงปญหาเหลานี้ไวเชนเดียวกัน และความกรุณาก็ไดข จัดปญหาเหลา นเ้ี สียได เชน เดยี วกบั พระมหากรุณาของพระพุทธเจาไดข จัดปญหาเชนเดียวกันนี้ไดเม่ือสองพันหารอยกวาป มาแลว ผมขอจบเรื่องนลี้ งดว ยพระคาถาตอ ไปน้ี มหากรุณโิ ก นาโถ หติ าย สพฺพปาณินํ ปูเรตวฺ า ปารมี สพฺพา ปตฺโต สมโพธมิ ุตตฺ มํ เอเตน สัจจฺ วชเฺ ชน โหตุ เต ชยมงคฺ ลํ พระผูท รงพระมหากรุณา ผทู รงยังพระบารมใี หเ ตม็ เพอื่ ประโยชนแ หง สัตวท ้ังหลาย ทรงถึงแลว ซึ่งความรอู นั อุดม ดว ยความสตั ยทกี่ ลาวน้ี ขอชยั มงคลจงมแี กทา นทง้ั หลาย.
Search
Read the Text Version
- 1 - 23
Pages: