หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4เรยี บเรยี งโดย วรนั ย์ ปญั ญา
หนว่ ยที่ 1ความรู้เบอ้ื งตน้ เกี่ยวกบั หนุ่ ยนต์หนว่ ยที่ 2องคป์ ระกอบของหนุ่ ยนต์หน่วยท่ี 3โปรแกรมควบคุมระบบอัตโนมัติหน่วยที่ 4การแกไ้ ขปญั หาดว้ ยกระบวนการทางเทคโนโลยีหน่วยที่ 5การออกแบบและประยุกต์ใช้ระบบอตั โนมัติ
หน่วยที่ 4 การแกไ้ ขปญั หาด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยี1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ท่ี 2 สาระท่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร มาตรฐาน ง 3.1 เขา้ ใจเห็นคุณคา่ และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการสบื ค้นข้อมูล การเรียนรู้การสื่อสารการแกป้ ัญหา การทางาน และอาชีพอย่างมปี ระสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคณุ ธรรม ตวั ชวี้ ัด ง 3.1/1, ง 3.1/3 - อธบิ ายหลักการทาโครงงานทีม่ ีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ - ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสมกบั ลกั ษณะงาน ผลการเรียนรู้ 1. สามารถอธิบายกระบวนการทางเทคโนโลยีและวธิ กี ารแก้ไขปญั หาด้วยผงั งาน 2. สามารถออกแบบระบบอัตโนมัตโิ ดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยแี ละรปู แบบผงั งานระบบได้2. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด กระบวนการเทคโนโลยี คือข้ันตอนการแก้ปัญหาหรือตอบสนองต่อความต้องการซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากทรัพยากรใหเ้ ป็นผลผลติ หรือผลลัพธ์ ระบบเทคโนโลยปี ระกอบดว้ ยกระบวนทางเทคโนโลยที ง้ั หมด 7ซ่ึงข้ันตอนในการทางานต่างๆ ต้องมีการวางแผนการทางานเพ่ือแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต่างๆ จะมีการใช้ผงั งานเพ่อื ชว่ ยแกป้ ญั หาอย่างเป็นระบบ3. สาระการเรียนรู้ 3.1. สาระการเรยี นรู้แกนกลาง 3.1.1. ความหมายของกระบวนการทางเทคโนโลยี 7 ขน้ั ตอน 3.1.2. การแก้ไขปญั หาดว้ ยการใช้ผังงาน - สัญลกั ษณข์ องผงั งาน - การเขียนผังงานของระบบอัตโนมัติ ในชีวติ ประจาวนั 3.1.3. ประโยชน์ของผังงาน
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 การแกไ้ ขปญั หาดว้ ยกระบวนการทางเทคโนโลยี4.1. กระบวนการแก้ไขปัญหา การแกป้ ัญหาเป็นกจิ กรรมพน้ื ฐาน ในการดารงชวี ติ ของมนุษย์ ปญั หาบางปัญหาเราสามารถหาทางแกป้ ญั หาได้ทันที แต่บางปญั หาอาจต้องใชเ้ วลานานในการคน้ หาคาตอบ ซ่งึ คาตอบทไี่ ด้ต้องพสิ จู น์ได้ว่าเป็นคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งน่าเชือ่ ถือและสามารถนาไปอ้างองิ ต่อได้ การแก้ปัญหาของแตล่ ะบุคคลมขี ้ันตอนและใชเ้ วลาทีแ่ ตกตา่ งกัน เน่ืองจาก ความร้แู ละประสบการณ์ จะสง่ ผลต่อความสามารถในการแก้ปัญหา ตวั อย่าง พจิ ารณาแผนผงั แสดงเส้นทางระหว่างจุดเร่ิมต้น A ไป ยงั โรงอาหารของโรงเรียนท่ี จุด H ตามรปู ระหวา่ งจดุ A และจุด H มีจดุ B C D E F และ G ซงึ่ เป็นอาคาร เรียนเส้นทมี่ ีลูกศรเปน็ ทางเชื่อมระหวา่ งอาคาร และ ตวั เลขท่กี ากับอยูบ่ นเส้นแสดงเวลา (นาที) ทใ่ี ชใ้ นการ เดินทางระหว่างสองจดุ ถ้านักเรยี นเดนิ ทางจากอาคาร A ไปโรงอาหารให้หาว่าเส้นทางใดใชเ้ วลาในการเดินทาง นอ้ ยท่ีสดุ และใชเ้ วลาก่นี าที เฉลย ข้ันตอนการแก้ปญั หา 4 ข้นั ตอน ขั้นตอนการแกป้ ัญหานาเสนอโดย \"จอร์จ โพลยา\" นกั คณติ ศาสตร์ ต้ังแต่ พ.ศ. 2488 และยังคงนามาใชต้ ่อจนถึง ปจั จุบัน 1. การวเิ คราะห์และกาหนดรายละเอียดของปญั หา 1.1 สิ่งที่ต้องการคืออะไร 1.2 ข้อมูลท่ีกาหนดใหค้ ืออะไรบ้างพิจารณาขอ้ มลู และเง่ือนไขที่กาหนดให้เพยี งพอที่จะหาคาตอบของปัญหาหรือไม่ ถ้าไมเ่ พียงพอควรหาข้อมูลเพ่ิมเติม2. การวางแผนในการแกป้ ญั หา เมือ่ ทาความเข้าใจแล้ว ควรวางแผนในการแก้ปญั หาด้วยการเลือกใช้เครือ่ งมือ และวิธกี ารเพอ่ื ให้ได้ซ่งึ คาตอบประสบการณ์จะนามาใชใ้ นข้ันตอนนี้ \"เคยแก้ปัญหาในลกั ษณะน้หี รือไม่\" ในกรณีท่ีมปี ระสบการณ์มาก่อน ควรใช้ประสบการณ์มาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาโดยปรบั ปรุงใหเ้ หมาะสมกบั ปัญหาใหม่3. การดาเนนิ การแก้ไขปญั หา เม่อื วางแผนในข้นั ตอนท่ี 2 แล้ว จึงดาเนนิ การเพ่ือแก้ปัญหา
4. การตรวจสอบและปรับปรุง เมอื่ ดาเนินการตามขั้นที่ 3 แลว้ จงึ นาผลมาตรวจสอบว่าแก้ปัญหาได้หรอื ่ไม่ ถา้ แก้ไดถ้ ือวา่ สาเร็จ แต่ถ้าแก้ไม่ได้จะต้องมีวิธปี รับปรุงใหด้ ขี นึ้ ตัวอย่างโจทย์ 1. ขัน้ วเิ คราะห์และกาหนดปัญหาไมม่ ีเงนิ กลับบา้ น 2. ขัน้ การวางแผนแก้ปญั หาหาวิธีการกลับบา้ น ดังนี้ 1. ยมื เงินคนแถวน้ันกลับบา้ น 2. ขนึ้ แทก็ ซ่ีแล้วเก็บเงินปลายทาง 3. โทรศัพท์เพอ่ื ขอความช่วยเหลอื 4. อน่ื ๆ 3. ข้นั ดาเนินการแกป้ ญั หาทาตามลาดบั วิธกี ารท่ีได้วางแผนไว้4. ข้นั การตรวจสอบและปรับปรงุ สามารถกลบั ถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยทม่ี าของข้อมูลhttp://robotm1.weebly.com/358636333657360936053629360935853634361936493585365736113633359736273634-4-3586363336573609360536293609.html4.2. เทคโนโลยี หมายถึง การประยุกต์เอาความรูท้ างดา้ นวทิ ยาศาสตร์ มาใช้ให้เกิดประโยชนแ์ ละเปน็ หัวใจของการสรา้ งมูลค่าเพิ่มใหก้ ับสินค้าและผลิตภัณฑเ์ ช่น การใชค้ วามรู้ เคร่ืองมือ ความคิด หลกั การ เทคนิค ความรู้ ระเบียบวธิ ีกระบวนการตลอดจน ผลงานทางวทิ ยาศาสตร์ท้งั สงิ่ ประดษิ ฐ์และวธิ ีการ มาประยุกต์ใชใ้ นระบบงานเพ่อื ช่วยใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลงในการทางานให้ดียิง่ ขึ้นและเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพและประสิทธผิ ลของงานให้มีมากย่ิงข้นึTechnology ท่ีมาของเทคโนโลยี เกิดจากการนาทรายซง่ึ เปน็ สารประกอบของซิลิกอนที่มรี าคาต่า มาสกดั เอาสารซลิ ิกอนให้บริสุทธิ์ และเจอื สารบางอย่างให้เกิดเปน็ ส่งิ ทเ่ี รียกว่าสารก่ึงตัวนา นามาผลติ เป็นทรานซิสเตอรแ์ ละไอซี ซงึ่ ไอซนี ี้เปน็ อุปกรณท์ ่ีรวมวงจรอเิ ล็กทรอนกิ ส์จานวนมากไวด้ ว้ ยกัน ใช้ทาชิพ ซึ่งเป็นสว่ นสาคัญของคอมพิวเตอร์ ทาใหม้ รี าคาสงู เทคโนโลยจี งึ เป็นหนทางที่จะช่วยพฒั นาให้สินคา้ และบริการตา่ ง ๆมีมลู ค่าเพิ่มขึน้การนาเทคโนโลยมี าใช้กบั งานในสาขาใดสาขาหน่ึงนั้นเทคโนโลยี มีความสาคัญ 3 ประการ คอื 1.ประสทิ ธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยใหก้ ารทางานบรรลุผลตามเป้าหมายได้ เท่ยี งตรงและรวดเรว็ 2.ประสทิ ธผิ ล (Productivity) เกิดผลผลติ เตม็ ท่ี ได้ประสิทธิผลสงู สุด 3.ประหยัด (Economy) ประหยัดทงั้ เวลาและแรงงาน ลงทุนนอ้ ยแต่ไดผ้ ลมากความสาคัญของเทคโนโลยี 1.เป็นพืน้ ฐานปัจจัยจาเปน็ ในการดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์ 2.เปน็ ปจั จยั หลกั ทีจ่ ะมีส่วนร่วมในการพฒั นา 3.เปน็ เร่ืองราวของมนุษย์ และธรรมชาติ
ในช่วงสองทศวรรษทผี ่านมา วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ไดม้ ีบทบาทสาคญั เพมิ่ ขึน้ จนสามารถสร้างนวตั กรรม (Innovation) ซงึ ก็คอื การเรยี นรู้ การผลิตและ การใชป้ ระโยชน์จากความคดิ ใหม่ ใหเ้ กิดผลท้งั ทางเศรษฐกจิ สังคม การเมือง สง่ิ แวดลอ้ ม และวฒั นธรรม เทคโนโลยีทาใหส้ งั คมโลกท่ีเรยี บง่าย กลายเป็นสงั คมท่มี กี ารดารงชวี ติ ที่ สลบั ซบั ซอ้ นมากขึ้น กอ่ ใหเ้ กดิ กระแสแหง่ ความไร้พรมแดน หรือกระแสโลกาภิวัฒน์ ทเ่ี ข้ามาสูท่ กุ ประเทศอยา่ ง รวดเรว็ จากความกา้ วหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศ อนั เป็นการผสมผสาน 4 ศาสตร์ เขา้ ดว้ ยกนั ได้แก่อิเลก็ ทรอนิกส์ โทรคมนาคม และข่าวสาร (Electronics , Computer ,Telecomunication and Informationหรือเรียกย่อๆ วา่ ECTI ) ทาให้สังคมโลกสามารถสื่อสารกนั ไดท้ กุ แห่งท่วั โลกอย่างรวดเรว็ สามารถรับรู้ข่าวสาร ความเคล่อื นไหวต่างๆ ได้พรอ้ มกัน สามารถบรหิ ารจดั การและตัดสนิ ใจได้ทกุ ขณะเวลา การลงทุนค้าขาย และธุรกรรมการเงินท่ีไดอ้ ย่างรวดเร็ว ดงั นัน้ เทคโนโลยี กาลังทาใหโ้ ลกใบน้ี “เลก็ ลง” ทกุ ขณะ4.3. วิวัฒนาการเทคโนโลยี (Evolution of Technolgy) เทคโนโลยี มีการเปล่ยี นแปลงหรอื พฒั นาเมื่อเวลาผา่ นไปข้นั ตอนการเปล่ียนแปลงขึน้ อยกู่ ับกระบวนการทางวิวฒั นาการ (Evolution) ของระบบหรอื เคร่อื งมือนัน้ ๆ ดงั นนั้ คาว่าวิวัฒนาการของเทคโนโลยี (Evolution ofTechnology) จึงหมายถึง ความเปล่ียนแปลงท่เี กดิ ข้ึนในระบบหรือเคร่ืองมือท่เี กิดข้นึ อย่างซับซอ้ นและมีการเปล่ยี นแปลงตามลาดับอยา่ งต่อเน่ืองอนั มสี าเหตมุ าจากปจั จยั ต่างๆววิ ฒั นาการสามารถแบ่งได้เป็น 5 ยคุ 1. ยุคหิน (Stone age) 2. ยุคทองสมั ฤทธิ์ ( Bronze age) 3. ยคุ เหล็ก (Iron age) 4. ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) 5. ยุคศตวรรษที่ 20 (The 20th Century)ความสมั พันธ์ระหว่าง เทคโนโลยี กับ นวัตกรรม คาวา่ นวตั กรรม เปน็ คาที่ใช้ควบค่กู ับ เทคโนโลยี เสมอๆ ในภาษาอังกฤษใช้คาวา่ Innotech ความจริงแล้วนวัตกรรมและเทคโนโลยนี นั้ มคี วามสมั พันธก์ ันอยา่ งใกลช้ ดิ เนอื่ งจากนวตั กรรมเป็นเร่ืองของการคดิ คน้ หรือการกระทาใหม่ ๆเพื่อให้เกดิ การเปลย่ี นแปลงในทางที่ดีข้ึนซึง่ อาจจะอยู่ในขั้นของการเสนอความคิดหรอื ในขน้ั ของการทดลองอยู่ก็ได้ ยงั ไมเ่ ปน็ ท่ีคนุ้ เคยของสังคม ส่วนเทคโนโลยีนน้ั มุ่งไปท่ีการนาส่ิงตา่ ง ๆรวมทั้งวธิ กี ารเขา้ มาประยกุ ต์ใชก้ ับการทางาน หรือแกป้ ัญหาให้มปี ระสิทธิภาพมากที่สดุ ถา้ หากพิจารณาวา่ นวตั กรรมหรือสง่ิ ท่เี กิดขน้ึ ใหม่นีน้ ่าจะนามาใช้การนาเอานวัตกรรมเข้ามาใช้น้ี กจ็ ดั ไดว้ า่ เป็นเทคโนโลยดี ว้ ย และในการใชเ้ ทคโนโลยีน้ีถ้าเราทาใหเ้ กิดวธิ กี ารหรอื สิ่งใหม่ๆ ขนึ้ สงิ่ นนั้ กเ็ รียกว่าเป็นนวัตกรรม เราจงึ มกั เหน็ คา นวัตกรรม และ เทคโนโลยี อยู่ควบคู่กนั เสมอที่มาข้อมูล http://www.com5dow.com
4.4. กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Technological Process) คอื ขัน้ ตอนการแก้ปญั หาหรือตอบสนองต่อความต้องการซง่ึ จะก่อให้เกิดการเปล่ยี นแปลงจากทรัพยากรให้เปน็ ผลผลติ หรือผลลัพธร์ ะบบเทคโนโลยีประกอบดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยีกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ใชส้ อยตามท่ีมนษุ ย์ตอ้ งการและเปลยี่ นแปลงการเพิ่มประสิทธภิ าพในการทากิจกรรมต่างๆของมนุษย์ เพราะมนษุ ย์มคี วามต้องการในการสรา้ งสง่ิ อานวยความสะดวกต่างๆในการดารงชวี ิต ซง่ึ จะนาไปสู่ปญั หาท่อี าจเกดิ จากการประดษิ ฐค์ ดิ คน้ ต่างๆที่มนุษย์สรา้ งข้ึนกระบวนการเทคโนโลยีมี 7 ข้ันตอน กระบวนการเทคโนโลยี เปน็ ข้ันตอนการทางานเพ่ือสร้างส่งิ ของเคร่อื งใชห้ รือวิธีการอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ขึน้ มาเพื่อแก้ปัญหาหรือสนองความตอ้ งการของมนุษย์ กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย 7 ข้ันตอน ดงั นี้ 1. กาหนดปญั หาหรือความต้องการ (Identify the problem) 2. รวบรวมขอ้ มลู (Information gathering) 3. เลอื กวิธีการ (Selection) 4. ออกแบบและปฏบิ ตั ิการ (Design and making) 5. ทดสอบ (Testing) 6. ปรับปรุงแก้ไข (Modification and improvement) 7. ประเมินผล (Assessment)ขั้นที่ 1 กาหนดปัญหาหรือความตอ้ งการ ขนั้ ตอนแรกของกระบวนการเทคโนโลยี คือ การกาหนดปัญหาหรือความต้องการ ซง่ึ เป็นการทาความเข้าใจหรอื วิเคราะหป์ ัญหาหรือความต้องการหรอื สถานการณ์เทคโนโลยีอยา่ งละเอยี ดเพ่ือกาหนดกรอบของปัญหาหรือความต้องการให้ชัดเจนมากข้ึนขน้ั ท่ี 2 รวบรวมขอ้ มูล การรวบรวมขอ้ มูลต่างๆ ที่เกีย่ วขอ้ งกบั ปัญหาหรือความต้องการท่ีกาหนดไวใ้ นข้นั กาหนดปัญหาหรอื ความต้องการจากแหลง่ ขอ้ มูลทเ่ี ช่ือถือได้ เช่นศึกษาจากตารา วารสาร บทความสารานกุ รม สืบคน้ จากอนิ เทอรเ์ นต็ ระดมสมองจากสมาชิกในกล่มุ โดยควรมกี ารรวบรวมข้อมลู รอบด้านใหค้ รอบคลมุปญั หาหรือความตอ้ งการ ซงึ่ จะทาให้เราสามารถสรุปวธิ กี ารแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการได้ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น
ขน้ั ท่ี 3 เลือกวธิ กี าร การเลอื กวธิ ีการ เปน็ การพจิ ารณาและเลือกวิธกี ารแก้ปัญหาหรอื สนองความต้องการทีเ่ หมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ปญั หาหรือความต้องการมากทีส่ ดุ โดยใชก้ ระบวนการตัดสินใจเลือกจากวิธกี ารท่สี รุปไดใ้ นขนั้ รวบรวมข้อมูล ประเด็นที่ควรนามาพจิ ารณาคือ ขอ้ ดี ข้อเสยี ความสอดคล้องกบั ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ ความประหยัด และการนาไปใช้ได้จริงของแต่ละวธิ ี เช่น ทาใหด้ ขี ้ึน สะดวกสบายหรอื รวดเร็วข้นึ นอกจากนีค้ วรพิจารณาคัดเลือกวิธกี ารโดยใช้กรอบของปัญหาหรือความตอ้ งการมาเป็นขอ้ มูลประกอบการตัดสนิ ใจเลอื กขน้ั ท่ี 4 ออกแบบและปฏบิ ัติการ การออกแบบและปฏบิ ตั ิการเปน็ การถ่ายทอดความคิดหรือลาดับความคิดหรือจินตนาการใหเ้ ป็นขั้นตอนเกย่ี วกับวธิ ีการ แกป้ ญั หาหรือสนองความต้องการโดยละเอียด โดยใช้การรา่ งภาพ 2 มติ ิ การรา่ งภาพ 3 มิติ การร่างภาพฉาย แบบจาลอง หรอื แบบจาลองความคิด และวางแผนการปฏิบัตงิ านอย่างเปน็ ขน้ั ตอน จากนัน้ ลงมือสร้างตามแนวทางทไ่ี ด้ถ่ายทอดความคิดและวางแผนการปฏบิ ตั งิ านไว้ ผลงานท่ีไดอ้ าจเป็นช้ินงานหรือแบบจาลองวธิ ีการขั้นท่ี 5 ทดสอบ การทดสอบเป็นการตรวจสอบชน้ิ งานหรอื แบบจาลองวธิ ีการที่สรา้ งขน้ึ ว่ามคี วามสอดคล้อง ตามแบบทีไ่ ด้ถ่ายทอดความคิดไวห้ รอื ไม่ สามารถทางานหรอื ใช้งานได้หรอื ไม่ มขี ้อบกพร่องอยา่ งไร หากผลการทดสอบพบว่าชนิ้ งานหรือแบบจาลองวธิ กี ารไม่สอดคล้องตามแบบท่ถี ่ายทอดความคดิ ไว้ ทางานหรือใชง้ านไม่ได้ หรอื มีขอ้ บกพร่องที่ควรปรับปรุงแก้ไข จะต้องมีการบันทกึ สิ่งตา่ งๆ เหล่าน้ีไว้ ซึ่งข้อมูลเหลา่ น้จี ะเป็นข้อมูลที่นาไปสูก่ ารปฏบิ ัตงิ านในขั้นปรบั ปรุงแก้ไขต่อไปขน้ั ที่ 6 ปรบั ปรงุ แก้ไข การปรับปรุงแก้ไข เปน็ การวเิ คราะหข์ ้อมลู ท่ีได้จากขัน้ ทดสอบวา่ ควรปรบั ปรงุ แก้ไขชิ้นงานหรือแบบจาลองวิธกี ารในส่วนใด ควรปรับปรุงแกไ้ ขอยา่ งไร แล้วจงึ ดาเนนิ การปรับปรงุ แก้ไขในส่วนนั้น จนกระทั่งช้นิ งานหรอืแบบจาลองวิธกี ารสอดคลอ้ งตามแบบที่ถา่ ยทอดความคดิ ไว้ ทางานหรอื ใช้งานได้ ในขน้ั ตอนนีอ้ าจจาเป็นตอ้ งกลับไปที่ขัน้ ตอนออกแบบและปฏบิ ัติการอีกครั้งเพ่ือถา่ ยทอดความคิดใหมห่ รืออาจกลบั ไปขนั้ ตอนรวบรวมข้อมูลและเลือกวิธีการที่เหมาะสมอีกครั้งกไ็ ด้ เพอื่ ให้ไดส้ ิ่งของเครื่องใชห้ รอื วิธกี ารท่ีเหมาะสมมากขน้ึขั้นที่ 7 ประเมินผล การประเมนิ ผล เปน็ การนาช้ินงานหรอื วิธีการท่ีไดส้ รา้ งขึ้นไปดาเนนิ การแก้ปัญหาหรอื สนองความต้องการท่ีกาหนดไวใ้ นขนั้ กาหนดปัญหาหรือความต้องการ และประเมนิ ผลทีเ่ กิดข้ึนวา่ ช้นิ งานหรือวธิ ีการนนั้ สามารถแกป้ ัญหาได้หรือไม่ หากผลการประเมินพบวา่ ช้ินงานหรอื วธิ ีการไม่สามารถแก้ปญั หาหรอื สนองความต้องการได้ ควรพจิ ารณาว่าจาเป็นต้องแก้ไขในขน้ั ตอนใด เพอ่ื นาไปปรบั ปรุงตามกระบวนการเทคโนโลยอี ีกครัง้ เพอื่ ทาให้การทางานมีประสทิ ธิภาพมากขึน้ บางกจิ กรรมอาจไม่ครบทงั้ 7 ขน้ั ตอนก็ได้ บางกิจกรรมขนั้ ตอนอาจสลบั กนั ไปบา้ งก็ไดแ้ ตเ่ มอ่ื นาไปใชแ้ ลว้นักเรียนรูจ้ ักที่จะทางานเปน็ ขั้นตอน เปน็ ระบบ ย้อนกลบั มาดู หรือแก้ไขไดต้ ามขนั้ ตอนที่ทาไปได้ การนากระบวนการเทคโนโลยีไปประยุกต์ใชใ้ นการทางานตา่ งๆ ในชวี ิตประจาวนั นนั้ สามารถชว่ ยให้ผูน้ าไปใชเ้ กิดกระบวนการทางานทีเ่ ป็นข้นั ตอน ซง่ึ จะช่วยใหส้ ามารถแกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการไดง้ า่ ยขน้ึ
ประโยชนใ์ นการออกแบบเทคโนโลยี 1) ชว่ ยผ่อนคลายความตึงเครียด 2) เพ่ือประโยชนใ์ ช้สอยตามสภาพ 3) เพ่ือยกระดับให้ชิ้นงานผลิตภัณฑท์ ่ีออกแบบมีความหรู และความงามเฉพาะตวั 4) เพอื่ ใหไ้ ด้ผลิตภณั ฑ์ทีม่ รี ะดบั และไดม้ าตรฐานเหมาะสมกบั ราคา 5) เพอื่ ความสะดวกสบายในการใชง้ าน ตวั อยา่ ง การใช้เทคโนโลยมี าใชใ้ นชีวิตประจาวัน ภาพจาก https://www.vyprib.com/smart-home-products
บรรณานุกรมบรษิ ัท วีนัส ซัพพลาย จากัด. (มปป.). Internet of Things. [ออนไลน]์ ค้นหาเมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559 จากhttp://www.thaieasyelec.com/products/internet-of-things.htmlบริษทั วีนสั ซัพพลาย จากัด. (มปป.). บทความการพัฒนาโปรแกรมบน Raspberry Pi ดว้ ย QT วนั ที่ 28 ธนั วาคมพ.ศ. 2559 จาก http://www.thaieasyelec.com/article-wiki/embedded- electronics-application/บทความการพฒั นาโปรแกรมบน-raspberry-pi-ด้วย-qt.htmlพีพี ไฮโดร ฟาร์ม. (2554). Aquapoin System (ทางเลือกใหม่ในการปลูกผกั และเลย้ี งปลาพรอ้ มๆกนั ). [ออนไลน์]ค้นหาเมื่อ วนั ท่ี 28 ธนั วาคม พ.ศ. 2559 จาก http://pphydrofarm.blogspot.com/2011/08/aquaponic-system.htmlวชิ าการ.คอม. (2555). อควาโปนิกส์ (Aquapoin) เล้ียงปลาในตู้ ควบค่ปู ลูกผัก รักษ์ธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี.[ออนไลน์] คน้ หาเมอ่ื วนั ท่ี 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559 จาก http://www.vcharkarn.com/vcafe/195677สุมิท แชม่ ประสทิ ธิ.์ (2559). เกษตรกรไทยยุค THAILAND 4.0. [ออนไลน์] ค้นหาเม่ือ วนั ท่ี 29 ธนั วาคม พ.ศ. 2559จาก http://www.qmlcorp.com/content/เกษตรกรไทยยุค- thailand-4.0สานักวชิ าการ, สานักงานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร. (2559). ประเทศไทย 4.0. สานกั งานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร.สมคิด จาตศุ รีพทิ กั ษ.์ (2559). อนาคตเศรษฐกิจไทย 4.0. ปาฐกถาพิเศษ จดั โดยสภาหอการคา้ -จนี เมอื่ วนั ท่ี 20มิถุนายน พ.ศ. 2559 ณ อาคารสภาหอการค้าไทย.อดศิ ักดิ์ เหล่าพมิ พ์. (2559). อควาโปนกิ ส์ Aquaponics สมดลุ ธรรมชาติระหวา่ งพชื และปลา. [ออนไลน]์ ค้นหาเม่ือวันที่ 29 ธนั วาคม พ.ศ. 2559 จาก http://www.organicfarmthailand.com/?p=1313Advanced Research Group. (2559). Internet of Things (IoT). [ออนไลน์] คน้ หาเม่ือ วันท่ี 26 ธันวาคม พ.ศ.2559 จาก http://www.ar.co.th/kp/th/15Cayenne. (2016). IoT Ready Program. ออนไลน]์ ค้นหาเมือ่ วนั ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559 จากhttps://mydevices.com/for-hardware-manufacturers/iot-ready-program/Sundresan P., Norita Md N., Valliappan R., (2015). Internet of Things (IoT) digital forensicinvestigation model: Top-down forensic approach methodology. Fifth International Conference onDigital Information Processing and Communications (ICDIPC).โดย นายฐิตพิ งษ์ รกั ษารกิ รณ์ นักศึกษาปริญญาโทสาขาวศิ วกรรมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Engineering) วทิ ยาลัยนวตั กรรมและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บณั ฑิตย์
Search
Read the Text Version
- 1 - 10
Pages: