Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการสอนฟิสิกส์5ม.61-2565ส่ง

แผนการสอนฟิสิกส์5ม.61-2565ส่ง

Published by natha--887, 2023-02-16 04:19:29

Description: แผนการสอนฟิสิกส์5ม.61-2565ส่ง

Search

Read the Text Version

2.2 นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาใบกิจกรรม เรื่อง ความหนืดของของเหลว 2.3 ครแู จ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ อปุ กรณ์ และขั้นตอนการทำกิจกรรมอยา่ งละเอยี ด 2.4 นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำกจิ กรรม สังเกตและบนั ทกึ ผลการทำกจิ กรรม ลงในใบกิจกรรมทคี่ รูแจกให้ ข้ันท่ี 3 ขน้ั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป 3.1 นักเรยี นแต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน 3.2 ครนู ำนกั เรียนอภิปรายเพอื่ นำไปสู่การสรุปโดยใช้คำถามต่อไปนี้ 1) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มไดผ้ ลการสบื ค้นและผลการทดลองเหมือนกนั หรอื ตา่ งกันอย่างไร เพราะเหตใุ ด 2) อตั ราเร็วการจมของลูกเหลก็ กลมเปลย่ี นแปลงอย่างไร (แนวการตอบ อตั ราเร็วเพม่ิ ข้นึ ในช่วงแรก ของการจมจนถึงจุดหนึ่งจะจมต่อไปด้วยอัตราเร็วสมำ่ เสมอ) 3) เวลาทีล่ กู เหล็กกลมเคลอื่ นท่ใี นของเหลวต่างชนิดกันทม่ี คี วามลกึ เท่ากนั แตกตา่ งกนั หรอื ไม่ (แนว การตอบ ลกู เหล็กกลมจมในของเหลวตา่ งชนดิ กนั ทมี่ คี วามลึกเทา่ กันจะใชเ้ วลาต่างกัน) 3.3 ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายจนได้ขอ้ สรุป เรือ่ ง ความหนืดของของเหลว ดังน้ี เมื่อปล่อยให้ลูกเหล็กกลมเคล่ือนที่ในของเหลวพบว่าอัตราเร็วเพ่ิมขึ้นในช่วงแรกของการจมจนถึงจุด หนงึ่ จะจมตอ่ ไปดว้ ยอัตราเรว็ สม่ำเสมอ และลูกเหลก็ กลมจมในของเหลวต่างชนิดกันที่มีความลึกเท่ากันจะ ใช้เวลาต่างกัน สมบัติในการต้านการไหลของของเหลวหรือต้านการเคล่ือนท่ีของวัตถุผ่านของเหลว เรียกว่า ความหนดื แรงที่ของเหลวตา้ นการเคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุในของเหลวนน้ั คือแรงหนืด ขั้นท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ ที่ อุ ณ ห ภู มิ 4.1 ครใู ห้ความร้เู พ่มิ เตมิ เก่ียวกับตาราง 17.3 ความหนืดของของเหลวบางชนดิ 20 องศาเซลเซียส ตามรายละเอียดในหนังสอื เรียน หนา้ 214 4.2 ครูให้ความร้เู พิ่มเตมิ เกีย่ วกับความหนืดของนำ้ มันหลอ่ ลืน่ ความรู้เก่ียวกับความหนืดของของเหลวสามารถนำมาใช้ในการผลิตน้ำมันหล่อล่ืนให้เหมาะสมกับ เครื่องจักรกลชนิดต่าง ๆ ของเหลวท่ีมีความหนืดสูงซ่ึงเคล่ือนตัวได้ช้าจะสามารถเกาะจับบนชิ้นส่วนของ เคร่ืองจกั รกลได้ดี จึงเปน็ ตัวช่วยลดการกระแทกและการเสียดสีของชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้ แต่จะมีแรงหนืดไปต้าน การเคลื่อนท่ีของชิ้นส่วนนั้นมากเช่นกันทำให้สูญเสียกำลังของเครื่องจักรกลไปบ้าง ดังน้ันการเลือก น้ำมันหล่อล่นื จึงต้องคำนงึ ถงึ ความหนดื ท่ีเหมาะสมกบั เคร่ืองจกั รกลชนดิ น้นั ๆ ข้นั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ ผล 5.1 ครูตรวจใบกจิ กรรม เรอื่ ง ความหนืดของของเหลว 5.2 นกั เรยี นทำตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 17.2 ข้อ 2 ลงในสมุด 8. ส่อื และแหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ - หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิม่ เตมิ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฟสิ กิ ส์) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 เลม่ 5 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) - ใบกิจกรรม เร่ือง ความหนืดของของเหลว 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - อนิ เทอรเ์ นต็ - ห้องสมุด

9. การวดั และประเมินผล (K-P-A) สง่ิ ท่ีวดั วิธีการวดั ผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์การประเมินผล ด้านความรู้ (K) : 1) ตรวจสมุดในการ 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรยี นสามารถ 1) นกั เรียนอธิบายแรงหนืดของ ตอบคำถามตรวจสอบ ทำกิจกรรม ตอบคำถามได้ระดับดี ของเหลวได้ ความเขา้ ใจ 17.2 ขอ้ 2) ตอบคำถาม ผา่ นเกณฑ์ 2 ตรวจสอบความ เข้าใจ 17.2 ขอ้ 2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจใบกจิ กรรม 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นสามารถ 1) นกั เรียนทดลองและสังเกตแรงหนืด เร่ือง ความหนดื ของ ทำกิจกรรม บันทึกผลการทำ ของของเหลวได้ ของเหลว 2) ใบกิจกรรม เรอื่ ง กิจกรรมไดร้ ะดบั ดี ผ่าน ความหนืดของ เกณฑ์ ของเหลว ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) : 1) ตรวจใบกิจกรรม 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นทำภาระ 1) ใฝ่เรยี นร้แู ละมุ่งม่ันในการทำงาน เรื่อง ความหนดื ของ ทำกจิ กรรม งานท่ีได้รับมอบหมาย ของเหลว 2) ใบกจิ กรรม เรือ่ ง ได้ระดบั ดี ผ่านเกณฑ์ 2) ตรวจสมดุ ตอบ ความหนืดของ คำถามตรวจสอบความ ของเหลว เขา้ ใจ 17.2 ข้อ 2 3) ตอบคำถาม ตรวจสอบความ เขา้ ใจ 17.2 ขอ้ 2 9.1 เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เร่อื ง ความหนดื ของของเหลว ประเดน็ การ ค่านำ้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน ประเมนิ คะแนน ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามไดถ้ ูกต้องครบถว้ น (K) 2 ตอบคำถามได้คอ่ นข้างถกู ต้อง 1 ตอบคำถามไม่ถูกต้อง ด้าน 3 บนั ทกึ ผลกิจกรรมได้ถูกตอ้ งครบถว้ น กระบวนการ 2 บันทกึ ผลกิจกรรมค่อนข้างถกู ตอ้ งครบถ้วน (P) 1 บันทกึ ผลกิจกรรม แต่ไม่ถูกตอ้ ง ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาท่กี ำหนด และเรียบรอ้ ยถูกต้องครบถว้ น คณุ ลกั ษณะ 2 ทำภาระงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทกี่ ำหนด แต่งานยงั ผดิ พลาดบางส่วน (A) 1 ทำภาระงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายเสร็จ แตล่ ่าชา้ และเกิดข้อผิดพลาดบางส่วน ระดับคะแนน คะแนน 3 หมายถึง ระดบั ดีมาก คะแนน 2 หมายถงึ ระดับดี คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้

บันทกึ ผลหลังการสอน ผลการจัดการเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (K) นกั เรียนมีความรู้ (K) ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านทักษะกระบวนการ (P) นักเรยี นมีทักษะกระบวนการ (P) ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึ่งประสงค์ (A) นกั เรียนมีคณุ ลักษณะอันพ่ึงประสงค์ (A) ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเปน็ รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญั หาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................................ครูผูส้ อน (นางสาวณัฏฐา บุญยนิ ดี) ตำแหนง่ ครู คศ.1

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 33 รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 5 รหสั วชิ า ว30210 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่องของแข็งและของไหล จำนวน 28 ชั่วโมง เรื่อง ความดนั ในของไหล จำนวน 2 ช่ัวโมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้ สาระฟสิ ิกส์ 4. เขา้ ใจความสมั พันธ์ของความร้อนกบั การเปล่ียนอณุ หภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยนุ่ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอดุ มคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลยี ร์ ปฏิกิรยิ านวิ เคลียร์ พลงั งานนวิ เคลยี ร์ ฟสิ กิ สอ์ นุภาค รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ 12. อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดันสมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมท้ังอธิบาย หลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ และเครอ่ื งอดั ไฮดรอลิก 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K–P–A) ด้านความรู้ (K) : 1) นักเรยี นอธิบายความดนั ในของไหล ความสมั พนั ธ์ระหว่างความดนั ในของเหลวกับความหนาแน่น ของของเหลว ความลึกของของเหลว และความเร่งโนม้ ถ่วงของโลกได้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) : 1) นักเรยี นทำกิจกรรมความดนั ในของเหลวได้ ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) : 1) ใฝเ่ รียนรแู้ ละมงุ่ มั่นในการทำงาน 3. สาระสำคญั ของไหลมแี รงกระทำทกุ ทศิ ทกุ ทางและต้งั ฉากกับพืน้ ทีท่ ่ีของไหลสมั ผสั แรงกระทำตง้ั ฉากตอ่ หน่งึ หน่วยพื้นท่ีท่ีของไหลสัมผัส เรียกว่า ความดนั (pressure) ความดันในของเหลวข้ึนอยู่กับความลกึ และ ความ หนาแน่นของเหลวตามสมการ เรียกว่า ความดันเกจ (gauge pressure) และผลรวมของ ความดันเกจกับความดันบรรยากาศ (Atmosphere pressure) เรียกว่าความดันสัมบูรณ์ (Absolute pressure) ตามสมการ ในของเหลวชนิดเดียวกัน ท่ีระดับความลึกเดียวกันมี ความดันเท่ากนั บารอมิเตอร์(Barometer) เป็นเครื่องวัดความดันบรรยากาศ แมนอมิเตอร์ (Manometer) เป็น เคร่อื งวดั ความดนั เกจ

เม่ือเพ่ิมความดันให้ของเหลวที่อยู่น่งิ ในภาชนะปิด ความดันท่ีเพิ่มขึ้นจะสง่ ผา่ นไปทกุ ๆจุดในของเหลว นัน้ หลกั การนเ้ี รยี กว่า กฎพาสคลั (Pascal’s law) และนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นเครื่องอดั ไฮดรอลกิ 4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคดิ (สังเกต วเิ คราะห์ จดั กลุม่ สรปุ ) 5. สาระการเรียนรู้ ความดันในของไหล ถ้านำขวดน้ำพลาสติกมาเจาะรูให้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร หลาย ๆ รู ณ ตำแหนง่ ต่าง ๆ กนั รอบขวด แลว้ ใส่น้ำจนเต็มขวด สงั เกตการพุ่งของน้ำจากรูดังรปู 17.11 รูป 17.11 ลกั ษณะของน้ำท่พี งุ่ ออกจากรูท่ีเจาะ ณ ตำแหนง่ ต่าง ๆ บนขวดพลาสตกิ การท่ีน้ำพุ่งออกจากรู แสดงว่ามีแรงกระทำต่อน้ำ แรงน้ีดันให้น้ำออกมาในทิศทางตั้งฉากกับผนัง ภาชนะผ่านที่เจาะ ไม่วา่ ผนงั จะอยู่ในแนวใด ถ้าปดิ รแู รงกรทำน้กี ็ยังมีอยแู่ ละจะกระทำต่อผนังภาชนะและวตั ถุ ทกุ สว่ นที่สมั ผสั ของเหลวและแรงมีทศิ ทางตั้งฉากกับผนังส่วนนน้ั ๆ ดงั รปู 17.12 รปู 17.12 ทิศทางของแรงทขี่ องเหลวกระทำต่อผนังภาชนะและต่อวัตถทุ ีจ่ มในของเหลว พิจารณาแรงท่ีของเหลวกระทำกับผิวภาชนะหรือผิววตั ถุท่ีจมในทุกทิศทางดังรูปท่ี 17.12 ซ่ึงขนาด ของแรงท่ขี องหลวกระทำต้ังฉากต่อพ้ืนท่หี นึ่งหน่วย เรียกว่า ความดัน (pressure) สำหรับความดนั ทเี่ กดิ จาก แรงคงตัวตลอดพื้นที่ที่พิจารณาเช่น แรงกระทำ ท่ีก้นภาชนะหรอื ผิวบนของวัตถุพ้ืนที่ ดังรปู 17.12 ก. และ 17.12 ข. ตามลำดบั ซึ่งหาความดนั ได้จาก ในกรณที แี่ รงไมค่ งตวั จะตอ้ งพิจารณาในบริเวณทีเ่ ลก็ พอจนถือไดว้ ่าเป็นแรงคงตัว ความดนั เปน็ ปริมาณสเกลาร์ มหี นว่ ย นวิ ตนั ต่อตารางเมตร (N/m2) หรอื พาสคัล (pascal) ซึง่ ยอ่ วา่ Pa

จากกิจกรรมความดันในของไหล พบว่า ความดันในของเหลว แปรผันตรงกับความลึก และ ความหนาแนน่ ของของเหลว เราสามารถหาความสมั พันธ์ของปรมิ าณดงั กล่าวได้ดังนี้ พิจารณาภาชนะท่ีใส่ของเหลวความหนาแนน่ โดยให้ของเหลวมีความหนาแน่นคงท่ีไม่ขึ้นกับความลึก ถา้ ของเหลวนน้ั อย่นู ่ิงในภาชนะทุกส่วนของของหลวจะต้องอยู่ในสมดุลสถิต เมื่อพจิ ารณาสว่ นของของเหลวรูป แทง่ ขนาดสมำ่ เสมอ พ้ืนที่หน้าตดั ดา้ นล่างมคี วามลกึ จากผวิ ดังรูป 17.13 รปู 17.13 แสดงแรงกระทำกับส่วนของของเหลวทม่ี ีความสงู และพน้ื ที่หน้าตัด 6. สาระการเรียนรู้สู่การบรู ณาการ บรู ณาการกบั กล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ เรือ่ ง การแกส้ มการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขน้ั สรา้ งความสนใจ 1.1 ครูนำเข้าสู่หัวข้อ 17.3 โดยให้นักเรียนสังเกตโฟมช้ินเล็กๆ ในถังน้ำ แล้วเทน้ำให้ไหลผ่านสาย ยาง ให้สังเกตโฟมชนิ้ เลก็ ๆ ท่ีเคลือ่ นที่ผา่ นสายยาง จากน้นั ครตู ั้งคำถามให้นักเรยี นช่วยกันตอบ ดังนี้ 1) น้ำที่อยนู่ ่ิงกับนำ้ ที่กำลงั ไหล มีสมบัติตา่ งกันหรือไม่ อยา่ งไร (ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นอยา่ งอิสระ ไมค่ าดหวังคำตอบที่ถกู ต้อง) 1.2 ครูนำเข้าสู่หวั ขอ้ 17.3.1 เรอื่ ง ความดันในของไหล โดยนำภาพลักษณะของน้ำทพ่ี ุ่งออกจากรูท่ี เจาะ ณ ตำแหนง่ ต่าง ๆ บนขวดพลาสตกิ ใหน้ กั เรียนสังเกตการไหลของนำ้ ที่ออกจากรูทเี่ จาะไว้ (ครูแนะนำให้สังเกตมุมของสายน้ำที่ไหลออกมากับผนังภาชนะ ระยะทางท่ีสายน้ำพุ่งออกมาจาก ตำแหน่งต่าง ๆ ของภาชนะ) 1.3 จากน้ันร่วมกันอภิปรายจนสรุปได้ว่า การท่ีน้ำพุ่งออกจากรู แสดงวา่ มีแรงกระทำต่อน้ำ แรงนดี้ ัน ใหน้ ้ำออกมาในทิศทางตั้งฉากกับผนงั ภาชนะผา่ นท่ีเจาะ ไมว่ ่าผนงั จะอยใู่ นแนวใด ถ้าปิดรูแรงกรทำนี้กย็ ังมีอยู่

และจะกระทำต่อผนังภาชนะและวตั ถุทกุ สว่ นท่ีสัมผัสของเหลวและแรงมที ศิ ทางตง้ั ฉากกบั ผนงั สว่ นนั้น ๆ 1.4 ครูนำเข้าสู่กิจกรรม 17.5 เร่ือง ความดันในของเหลว โดยตัง้ คำถาม ดังน้ี 1) ถ้าแรงดันสม่ำเสมอกระทำต่อพ้ืนที่ผิวที่ของเหลวสัมผัส แรงดันมีความสัมพันธ์กับ ขนาดพ้ืนที่ อยา่ งไร 2) ความดันของเหลวข้นึ อยูก่ ับอะไร (ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอสิ ระ ไม่คาดหวังคำตอบท่ีถูกต้อง) ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา 2.1 นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน โดยคละเพศ คละความสามารถ 2.2 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาใบกจิ กรรม เร่ือง ความดนั ในของเหลว 2.3 ครแู จง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ อปุ กรณ์ และข้ันตอนการทำกจิ กรรมอย่างละเอยี ด 2.4 นกั เรียนตดิ ตงั้ อุปกรณก์ ารทำกิจกรรม 2.5 นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำกิจกรรม สงั เกตและบนั ทึกผลการทำกิจกรรม ลงในใบกิจกรรมทค่ี รูแจกให้ ข้ันท่ี 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 3.1 นักเรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ชน้ั เรยี น 3.2 ครนู ำนกั เรียนอภิปรายเพ่อื นำไปสู่การสรุปโดยใชค้ ำถามต่อไปนี้ 1) นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ไดผ้ ลการสบื ค้นและผลการทดลองเหมอื นกนั หรือต่างกันอยา่ งไร เพราะเหตใุ ด 2) กราฟทไี่ ด้จากตอนที่ 1 ความดัน และความลึก มีความสัมพนั ธ์กันหรือไม่อย่างไร (แนวการตอบ กราฟความสมั พันธร์ ะหว่างความดัน และความลกึ เป็นเส้นตรงแสดงว่าความดนั และ ความลกึ มีความสมั พันธก์ ัน โดยแปรผนั ตามกัน) 3) กราฟทไ่ี ด้จากตอนที่ 2 ความดัน และความความหนาแนน่ มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร (แนวการตอบ กราฟความสัมพันธ์ระหวา่ งความดัน และความหนาแน่น เป็นเส้นตรง แสดงว่า ความดนั และความหนาแน่น มคี วามสัมพนั ธก์ ัน โดยแปรผันตามกนั ) 3.3 ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายจนไดข้ ้อสรปุ เร่อื ง ความดนั ในของเหลว ดงั นี้ ของเหลวท่ีมีความหนาแน่นคงตัว เม่ือวัดค่าความดันที่ระดับความลึกต่าง ๆ กราฟความดันกับ ความ ลึกเป็นเส้นตรงแสดงว่าความความดันของของเหลวกับความลึกแปรผันตรงตามกัน ส่วนของ เหลวที่ความ หนาแน่นต่างกันที่ระดับความลึกเดียวกัน กราฟความดันของของเหลวกับความหนา แน่นเป็นเส้นตรง แสดงวา่ ความดนั ของของเหลวกับความหนาแน่นแปรผันตรงตามกัน ความดันท่ีตำแหน่งใด ๆ ในของเหลวมี ความสัมพันธ์กับความลึกจากผิวของเหลวและความหนาแน่น ของของเหลวน้ัน โดยความดนั ของเหลว แปรผนั ตรงกับความลกึ และความหนาแนน่ ของของเหลว ข้ันที่ 4 ขน้ั ขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสมการหาความดัน และหน่วยของตัวแปรที่เกี่ยวข้อง ตาม รายละเอียดในหนงั สือเรยี น 217 4.2 ครใู หค้ วามรูเ้ พิม่ เติมเกี่ยวกบั ความดันในของไหลข้ึนกบั ความลึก ตามรายละเอียดในหนงั สือเรียน 217 ขน้ั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ ผล

5.1 ครูตรวจใบกจิ กรรม เรอื่ ง ความดนั ในของเหลว 8. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ - หนังสือเรยี นรายวิชาเพมิ่ เติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฟิสิกส์) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 เล่ม 5 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) - ใบกิจกรรม เรือ่ ง ความดนั ในของเหลว 8.2 แหล่งการเรยี นรู้ - อินเทอรเ์ น็ต - หอ้ งสมุด 9. การวัดและประเมินผล (K-P-A) สง่ิ ทว่ี ดั วธิ กี ารวัดผล เคร่อื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล ด้านความรู้ (K) : 1) ตรวจใบกจิ กรรม 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นสรุปผลการ 1) นักเรียนอธบิ ายความดนั ในของไหล เรื่อง ความดันใน ทำกิจกรรม ทำกิจกรรมไดร้ ะดับดี ความสมั พันธ์ระหวา่ งความดนั ใน ของเหลว 2) ใบกจิ กรรม เร่อื ง ผา่ นเกณฑ์ ของเหลวกับความหนาแน่นของ ความดันในของเหลว ของเหลว ความลกึ ของของเหลว และ ความเรง่ โนม้ ถ่วงของโลกได้ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจใบกจิ กรรม 1) แบบประเมนิ การ 1) นกั เรยี นสามารถ 1) นักเรยี นทำกจิ กรรมความดนั ใน เร่อื ง ความดันใน ทำกิจกรรม บนั ทึกผลการทำ ของเหลวได้ ของเหลว 2) ใบกจิ กรรม เรื่อง กิจกรรมได้ระดับดี ผ่าน ความดันในของเหลว เกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ (A) : 1) ตรวจใบกิจกรรม 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรียนทำภาระ 1) ใฝ่เรยี นร้แู ละมุง่ มนั่ ในการทำงาน เร่อื ง ความดันใน ทำกจิ กรรม งานท่ีได้รบั มอบหมาย ของเหลว 2) ใบกิจกรรม เร่อื ง ได้ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์ ความดนั ในของเหลว 9.1 เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมินแบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรือ่ ง ความดันในของเหลว ประเด็นการ คา่ น้ำหนัก แนวทางการให้คะแนน ประเมนิ คะแนน ด้านความรู้ 3 สรปุ ผลการทำกิจกรรมไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ น (K) 2 สรุปผลการทำกิจกรรมได้ค่อนข้างถกู ตอ้ ง 1 สรุปผลการทำกจิ กรรมไมถ่ กู ต้อง ด้าน 3 บนั ทึกผลกจิ กรรมไดถ้ กู ต้องครบถว้ น กระบวนการ 2 บันทกึ ผลกิจกรรมค่อนขา้ งถูกต้องครบถ้วน (P) 1 บนั ทึกผลกจิ กรรมไมถ่ กู ตอ้ ง

ด้าน 3 ทำภาระงานทไี่ ด้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทีก่ ำหนด และเรียบร้อยถูกตอ้ งครบถ้วน คุณลักษณะ 2 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาทก่ี ำหนด แต่งานยังผดิ พลาดบางสว่ น 1 ทำภาระงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จ แต่ลา่ ช้า และเกดิ ข้อผดิ พลาดบางสว่ น (A) 3 หมายถึง ระดับดีมาก ระดบั คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี คะแนน 1 หมายถึง ระดับพอใช้ คะแนน คะแนน

บันทกึ ผลหลังการสอน ผลการจดั การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) นักเรยี นมคี วามรู้ (K) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านทักษะกระบวนการ (P) นักเรียนมีทกั ษะกระบวนการ (P) ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านคุณลักษณะอันพ่ึงประสงค์ (A) นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะอันพงึ่ ประสงค์ (A) ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................................ครูผูส้ อน (นางสาวณฏั ฐา บญุ ยินดี) ตำแหน่ง ครู คศ.1

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 34 รายวิชา ฟิสกิ ส์ 5 รหัสวชิ า ว30210 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3 เรื่องของแข็งและของไหล จำนวน 28 ชั่วโมง เร่ือง ความดนั เกจ ความดนั สมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ จำนวน 2 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรียนรู้ สาระฟิสกิ ส์ 4. เข้าใจความสัมพนั ธ์ของความร้อนกับการเปลี่ยนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหย่นุ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลียร์ ปฏิกิริยานิวเคลยี ร์ พลังงานนวิ เคลียร์ ฟิสกิ ส์อนุภาค รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรยี นรู้ 12. อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดันสมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมทั้งอธิบาย หลักการทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเครอ่ื งอดั ไฮดรอลิก 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K–P–A) ดา้ นความรู้ (K) : 1) นกั เรียนอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันเกจ ความดันสมบรู ณ์ และความดันบรรยากาศได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) : 1) นักเรยี นคำนวณหาความดนั ตา่ ง ๆ ได้ ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) : 1) ใฝ่เรียนรแู้ ละม่งุ ม่ันในการทำงาน 3. สาระสำคัญ ของไหลมีแรงกระทำทกุ ทศิ ทกุ ทางและตงั้ ฉากกบั พ้ืนท่ที ่ขี องไหลสัมผัส แรงกระทำตั้งฉากต่อหนึ่ง หน่วยพื้นท่ีที่ของไหลสัมผัส เรียกว่า ความดัน (pressure) ความดันในของเหลวข้ึนอยู่กับความลึกและ ความหนาแนน่ ของเหลวตามสมการ เรียกว่า ความดันเกจ (gauge pressure) และผลรวม ของความดันเกจกับความดันบรรยากาศ (Atmosphere pressure) เรียกว่าความดันสัมบูรณ์ (Absolute pressure) ตามสมการ ในของเหลวชนิดเดียวกัน ท่ีระดับความ ลกึ เดียวกนั มีความดันเท่ากนั บารอมิเตอร์(Barometer) เป็นเคร่ืองวัดความดันบรรยากาศ แมนอมิเตอร์ (Manometer) เป็น เครื่องวัดความดนั เกจ เม่อื เพม่ิ ความดนั ใหข้ องเหลวท่ีอย่นู ่ิงในภาชนะปดิ ความดันที่เพม่ิ ขนึ้ จะส่งผ่านไปทกุ ๆจุดในของเหลว น้ัน หลักการน้ีเรยี กว่า กฎพาสคลั (Pascal’s law) และนำไปประยุกตใ์ ช้ในเครื่องอัดไฮดรอลิก

4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วเิ คราะห์ จัดกลมุ่ สรปุ ) 5. สาระการเรยี นรู้ รปู 17.13 แสดงแรงกระทำกับส่วนของของเหลวท่มี ีความสงู และพ้ืนท่หี น้าตดั โดยใหท้ ผ่ี วิ ของเหลวมคี วามดนั เทา่ กับความดนั อากาศ และสว่ นทล่ี กึ จากผวิ มีความดนั ในของเหลว พิจารณาในแนวดิ่งพบว่าส่วนของของเหลวนี้ ถูกแรงภายนอก 3 แรงกระทำ ได้แก่ แรงจาก ความดันของอากาศด้านบน ( ) น้ำหนักส่วนของของเหลวน้ี ( ) และแรงจากความดันของ ของเหลวด้านล่าง ( ) สว่ นของของเหลวนี้อยูใ่ นสมดลุ สถติ จะไดว้ ่า แทนคา่ จากสมการ คว าม ดั น อ าก าศ เรียก ว่า ค วาม ดั น บ รรย ากา ศ (Atmosphere pressure) และความดันใน ของเหลว เรียกว่า ความดัน สัมบูรณ์ (Absolute pressure) โดยผลต่างของความดันสัมบูรณ์กับความดันบรรยากาศ ( ) เรียกว่า ความดันเกจ (Gauge pressure : ) ซ่งึ เปน็ ความดันทีเ่ คร่ืองมอื วัดได้ ดังน้ันความดนั เกจของของเหลวหาได้จาก จากความสมั พันธข์ า้ งต้นจะเขยี นความดนั สัมบรู ณไ์ ด้เปน็ โดยทั่วไป และ ในสมการ เป็นค่าคงตัว ดังน้ันจึงสรุปได้ว่า ใน ของเหลวชนิดเดียวกันท่ีระดับความลึกเดียวกันหรือเท่ากัน จะมีความดันสัมบูรณ์เท่ากัน และมีความดัน เกจเท่ากนั โดยไมข่ นึ้ กับรปู ทรงของของเหลวในภาชนะที่บรรจุ โดยปกติร่างกายจะสร้างความดันภายในให้เท่ากับความดันบรรยากาศรอบ ๆ ทำให้เรามักจะไม่รู้สึก กบั ผลจากความดันของบรรยากาศ เน่ืองจากเราคุน้ เคยกับแรงจากความดันน้ี ซึ่งกระทำต่อรา่ งกายทุกทิศทาง มาต้ังแต่เกิด แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความดันรอบตัวเรา เช่น ขณะน่ังรถข้ึนหรือลงภูเขาร่างกายจะรู้สึกต่อ ผลจากความดันท่ีแตกต่างไปในทำนองเดียวกัน คนท่ีดำลงไปในน้ำลึกหรือขึน้ จากน้ำลึกอย่างรวดเร็วจะทำให้

ความดนั ที่กระทำต่อร่างกายเปล่ียนแปลงเร็วมาก ซ่ึงเป็นผลจากความดันเกจเพียงอย่างเดียว ทำให้เจ็บปวดที่ เยื่อแกว้ หูหรอื ฉกี ขาดได้ 6. สาระการเรยี นร้สู ่กู ารบูรณาการ บูรณาการกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การแก้สมการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ข้ันท่ี 1 ขัน้ สร้างความสนใจ 1.1 ครทู บทวนบทเรียนท่ีผ่านมา เรอ่ื ง ความดันในของเหลว 1.2 ครนู ำเขา้ สู่กิจกรรม โดยต้ังคำถามดงั นี้ 1) นกั เรียนรู้จักความดนั สมบูรณ์ ความดันเกจ และความดันบรรยากาศหรือไม่ 2) ความดนั สมบูรณ์ ความดันเกจ และความดันบรรยากาศ เขียนแทนดว้ ยสัญลักษณ์ใด 3) หากต้องการหาคา่ ความดนั สมบูรณ์ ความดันเกจ และความดนั บรรยากาศ สามารถหาได้ จากสมการใดบ้าง (ครเู ปิดโอกาสให้นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอิสระ ไม่คาดหวังคำตอบท่ีถกู ต้อง) ขน้ั ที่ 2 ข้ันสำรวจและคน้ หา 2.1 นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา เรื่อง ความดันสมบูรณ์ ความดันเกจ และความดันบรรยากาศ ตามรายละเอียดในหนังสอื เรยี น หน้า 220-221 2.2 นักเรยี นตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจจากการศึกษาเนือ้ หา จำนวน 5 ข้อ ลงในสมดุ ดังน้ี 1) ความดันอากาศ เรยี กวา่ 2) ความดนั ในของเหลว 3) ผลต่างของความดนั สมั บรู ณก์ บั ความดนั บรรยากาศ ( ) 4) สมการหาความดนั เกจของของเหลว คอื 5) สมการความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งความดันเกจ ความดนั สมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ คอื 2.3 ครูนำนกั เรียนศึกษาโจทย์ตัวอยา่ ง 17.4 และ 17.5 ในหนังสือเรยี น อยา่ งละเอียด 2.4 นกั เรยี นทำแบบฝึกหัด 17.3 ขอ้ 1 ลงในสมุด ขน้ั ท่ี 3 ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรุป 3.1 ครูทำการสมุ่ นกั เรยี น จำนวน 3 คน ออกมาเฉลยแบบฝกึ หัดเสรมิ หนา้ ชัน้ เรียน 3.2 ครนู ำนกั เรยี นอภปิ รายเพอ่ื นำไปสูก่ ารสรุปโดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้ 1) ความดนั อากาศ เรยี กวา่ (แนวการตอบ ความดันบรรยากาศ (Atmosphere pressure)) 2) ความดันในของเหลว (แนวการตอบ ความดันสัมบรู ณ์ (Absolute pressure)) 3) ผลต่างของความดันสมั บูรณ์กับความดันบรรยากาศ ( ) (แนวการตอบ ความดนั เกจ (Gauge pressure : )) 4) สมการหาความดันเกจของของเหลว คือ (แนวการตอบ )

5) สมการความสมั พันธร์ ะหวา่ งความดนั เกจ ความดนั สมบรู ณ์ และความดนั บรรยากาศ คอื (แนวการตอบ )) 3.3 ครูและนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายจนได้ข้อสรุป เร่ือง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความดันเกจ ความดัน สมบูรณ์ และความดนั บรรยากาศ ดังน้ี สมการ เป็นค่าคงตัว ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ในของเหลวชนิดเดียวกันท่ีระดับ ความลึกเดียวกนั หรอื เท่ากนั จะมีความดันสัมบูรณ์เท่ากนั และมีความดนั เกจเท่ากัน โดยไม่ข้ึนกับรูปทรงของ ของเหลวในภาชนะที่บรรจุ ขนั้ ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู้ 4.1 ครใู หค้ วามรู้เพิม่ เตมิ เกย่ี วกบั ชวนคิดใหห้ นังสอื เรียน หนา้ 221 4.2 ครูให้ความรู้เพมิ่ เตมิ เกี่ยวกบั ดังน้ี โดยปกติร่างกายจะสร้างความดันภายในให้เท่ากับความดันบรรยากาศรอบ ๆ ทำให้เรามักจะไม่รู้สึก กบั ผลจากความดันของบรรยากาศ เน่ืองจากเราคุน้ เคยกับแรงจากความดันน้ี ซึ่งกระทำตอ่ รา่ งกายทุกทิศทาง มาตั้งแต่เกดิ แตเ่ มอ่ื มกี ารเปลย่ี นแปลงความดนั รอบตัวเรา เชน่ ขณะน่งั รถขึ้นหรือลงภูเขาร่างกาย ขน้ั ท่ี 5 ขนั้ ประเมนิ ผล 5.1 ครตู รวจสมดุ นักเรยี นในการตอบคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจจากการศึกษาเนอ้ื หา จำนวน 5 ข้อ 5.2 ครูตรวจสมุดนกั เรยี นในการทำแบบฝึกหัดเสริม แบบฝกึ หัด 17.3 8. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ - หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฟสิ ิกส์) ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 เลม่ 5 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) - ใบความรู้ เร่ือง ความดนั เกจ ความดันสมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - อินเทอรเ์ นต็ - ห้องสมดุ 9. การวดั และประเมนิ ผล (K-P-A) ส่ิงที่วัด วธิ กี ารวดั ผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล ดา้ นความรู้ (K) : 1) นักเรียนคำนวณหา 1) นักเรยี น 1) นกั เรยี นคำนวณหา 1) นักเรยี นอธิบายความสมั พนั ธ์ ความดันตา่ ง ๆ ได้ คำนวณหาความดนั ความดนั ต่าง ๆ ได้ ระหวา่ งความดันเกจ ความดันสมบรู ณ์ ตา่ ง ๆ ได้ และความดันบรรยากาศได้ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจสมดุ ในการทำ 1) แบบประเมนิ การ 1) นกั เรยี นสามารถทำ 1) นักเรียนคำนวณหาความดันต่าง ๆ แบบฝกึ หัด 17.3 ทำกจิ กรรม แบบฝึกหัดได้ระดับดี ได้ 2) แบบฝึกหดั ผา่ นเกณฑ์ 17.3

ส่ิงท่วี ัด วธิ กี ารวัดผล เคร่ืองมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล ดา้ นคุณลักษณะ (A) : 1) ใฝ่เรยี นรู้และมุ่งมน่ั ในการทำงาน 1) ตรวจสมุดนักเรยี น 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรยี นทำภาระ ในการตอบคำถาม ทำกจิ กรรม งานทไี่ ด้รับมอบหมาย ตรวจสอบความเขา้ ใจ 2) คำถามตรวจสอบ ได้ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์ จากการศกึ ษาเนอ้ื หา ความเขา้ ใจจาก จำนวน 5 ขอ้ การศกึ ษาเนอ้ื หา 2) ตรวจสมดุ ในการทำ จำนวน 5 ข้อ แบบฝึกหัด 17.3 3) แบบฝกึ หดั 17.3 9.1 เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เร่อื ง ความดนั เกจ ความดนั สมบรู ณ์ และความดันบรรยากาศ ประเดน็ การ คา่ นำ้ หนัก แนวทางการใหค้ ะแนน ประเมนิ คะแนน ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามได้ถูกตอ้ งครบถ้วน จำนวน 4-5 ขอ้ (K) 2 ตอบคำถามได้ถูกต้องครบถ้วน จำนวน 2-3 ข้อ 1 ตอบคำถามไดถ้ ูกต้องครบถว้ น จำนวน 1 ขอ้ หรือ ตอบคำถามไมถ่ กู ต้องทั้ง 5 ข้อ ดา้ น 3 ทำแบบฝึกหดั ไดถ้ กู ต้องครบถ้วน กระบวนการ 2 ทำแบบฝึกหัดได้ค่อนข้างถูกตอ้ ง (P) 1 ทำแบบฝึกหดั ไม่ถกู ต้อง ดา้ น 3 ทำภาระงานท่ีได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาทก่ี ำหนด และเรียบรอ้ ยถกู ต้องครบถว้ น คุณลักษณะ 2 ทำภาระงานท่ีได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด แตง่ านยงั ผิดพลาดบางสว่ น (A) 1 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสร็จ แตล่ า่ ช้า และเกิดข้อผิดพลาดบางสว่ น ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ระดบั ดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดบั ดี คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้ คะแนน

บนั ทึกผลหลังการสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นมีความรู้ (K) ผ่านเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นักเรียนมที ักษะกระบวนการ (P) ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคุณลักษณะอันพ่ึงประสงค์ (A) นกั เรียนมีคณุ ลักษณะอนั พ่งึ ประสงค์ (A) ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญั หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ..................................................ครูผสู้ อน (นางสาวณัฏฐา บญุ ยนิ ดี) ตำแหนง่ ครู คศ.1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 35 รายวิชา ฟสิ กิ ส์ 5 รหสั วชิ า ว30210 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เรื่องของแข็งและของไหล จำนวน 28 ช่ัวโมง เรื่อง ความดันเกจ ความดนั สมบรู ณ์ และความดันบรรยากาศ จำนวน 2 ชวั่ โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้ สาระฟสิ กิ ส์ 4. เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ของความรอ้ นกับการเปลย่ี นอณุ หภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุน่ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอดุ มคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลียร์ ปฏกิ ิริยานวิ เคลียร์ พลังงานนิวเคลยี ร์ ฟสิ กิ สอ์ นภุ าค รวมทัง้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรียนรู้ 12. อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดันสมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมท้ังอธิบาย หลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ และเครื่องอัดไฮดรอลกิ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (K–P–A) ดา้ นความรู้ (K) : 1) นักเรยี นอธบิ ายหลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ และบารอมเิ ตอร์ได้ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) : 1) นักเรียนสามารถจัดกระทำและสอ่ื ความหมายของข้อมลู ท่ศี กึ ษาค้นคว้าได้ ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) : 1) ใฝ่เรยี นรู้และมงุ่ ม่ันในการทำงาน 3. สาระสำคัญ ของไหลมีแรงกระทำทุกทิศทกุ ทางและตั้งฉากกับพ้ืนท่ีทขี่ องไหลสมั ผัส แรงกระทำต้ังฉากต่อหน่ึง หน่วยพ้ืนท่ีที่ของไหลสัมผัส เรียกว่า ความดัน (pressure) ความดันในของเหลวขึ้นอยู่กับความลึกและ ความหนาแนน่ ของเหลวตามสมการ เรียกวา่ ความดันเกจ (gauge pressure) และผลรวม ของความดันเกจกับความดันบรรยากาศ (Atmosphere pressure) เรียกว่าความดันสัมบูรณ์ (Absolute pressure) ตามสมการ ในของเหลวชนิดเดียวกัน ท่ีระดับความ ลกึ เดยี วกันมคี วามดันเท่ากนั บารอมิเตอร์(Barometer) เป็นเคร่ืองวัดความดันบรรยากาศ แมนอมิเตอร์ (Manometer) เป็น เครอื่ งวัดความดนั เกจ เมอื่ เพมิ่ ความดนั ใหข้ องเหลวท่อี ย่นู ่งิ ในภาชนะปิด ความดันทเ่ี พ่ิมขึน้ จะสง่ ผ่านไปทุกๆจดุ ในของเหลว นน้ั หลกั การนี้เรยี กว่า กฎพาสคลั (Pascal’s law) และนำไปประยุกต์ใช้ในเครือ่ งอัดไฮดรอลกิ

4. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน ความสามารถในการคดิ (สังเกต วเิ คราะห์ จดั กล่มุ สรปุ ) 5. สาระการเรยี นรู้ อุปกรณท์ ่ีใช้วดั ความดัน เครื่องวัดความดันมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น เคร่ืองวัดความดัน บรรยากาศ เรียกว่า บารอมิเตอร์ (Barometer) และเคร่ืองวดั ความดันเกจอยา่ งง่าย เรียกวา่ แมนอมิเตอร์ (Manometer) ซง่ึ มีหลักการทำงานดงั ต่อไปนี้ บารอมเิ ตอร์ บารอมิเตอร์ประดิษฐ์ขึ้นคร้ังแรกโดย เอวันเจลิสตา ตอร์รีเชลลี (Evangelista Torricelli) นักฟิสิกส์และคณิตศาสตรช์ าวอติ าลีในปี ค.ศ. 1644 ประกอบด้วยหลอดแก้วยาวขนาดเล็กปลายดา้ นหน่ึงปิด สนิท บรรจุปรอทเต็มแล้วนำไปคว่ำในอ่างปรอท โดยไม่ให้อากาศเข้าไปภายในหลอดได้ มีลักษณะ ดังรูปที่ 17.14 รูป 17.14 บารอมเิ ตอรแ์ บบปรอท ความดนั อากาศทผี่ วิ ปรอทในอ่างเทา่ กบั ความดนั บรรยากาศ ( ) ส่วนความดันในที่วา่ งเหนือ ลำปรอทในหลอดแก้ว ถือว่ามีความดันน้อยมาก ประมาณได้ว่าความดัน เท่ากับศูนย์ เมื่อใช้ บารอมิตอร์นี้ทรี่ ะดับน้ำทะเลพบว่าลำปรอทข้นึ ไปในหลอดแกว้ ได้สูงจากผิวปรอทในอ่าง 76 เชนติเมตร ความ ดันทผ่ี ิวปรอทในอ่างเท่ากบั ความดนั ของปรอทในหลอดแกว้ ท่ีระดับเดียวกนั ซ่งึ ลกึ จากผวิ ปรอทในหลอดแกว้ จะได้ ป ร อ ท มี ค ว าม ห น า แ น่ น ท่ีอุณหภูมิห้อง ดังนั้นหาความดัน บรรยากาศทร่ี ะดับนำ้ ทะเล ได้เทา่ กับ

แมนอมิเตอร์ แมนอมิเตอร์เป็นเครื่องมือวัดความดันเกจอย่างง่ายมีลักษณะดังรูป 17.15 ก. ประกอบด้วย หลอดแก้วรปู ตัวยซู งึ่ บรรจุของเหลวท่ีทราบความหนาแน่น (ส่วนใหญ่ใชป้ รอท) ปลายด้านหน่ึงเปิดสู่อากาศ และปลายอีกด้านต่อเข้ากับท่อสำหรับใช้วัดความดัน โดยนำปลายท่อที่ใช้วดั ความดันต่อกับถงั แก็สหรือจุ่มลง ในของเหลวตรงตำแหน่งท่ีต้องการวัดความดันจะทำให้ของเหลวในหลอดแก้วรูปตัวยูด้านท่ีเปิดสู่บรรยากาศ ขยับสูงขึ้นกว่าอีกด้านหน่ึงดงั รูป 17.15 ข. ค่าความดันเกจท่ีวัดได้ใช้ผลต่างความสูงของเหลวในหลอดแก้วรูป ตัวยูในการคำนวณ รปู 17.15 แมนอมิเตอร์ จากรูปท่ี 17.15 ข. ระดับของเหลวในทอ่ ดา้ นเปิดสู่อากาศสูงกวา่ ในท่อด้านท่ีใช้วัดความดันเป็นระยะ จะได้ความดนั เกจที่วดั จากผลต่างความสงู ของเหลวในหลอดแกว้ รูปตวั ยู ตามสมการ นนั่ คือความดนั เกจที่วดั ได้ 6. สาระการเรียนรู้สกู่ ารบรู ณาการ บูรณาการกบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เรื่อง การแกส้ มการหาคำตอบ 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้ันท่ี 1 ขัน้ สร้างความสนใจ 1.1 ครูทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา เรื่อง ความดันในของเหลว ความดันเกจ ความดันสมบูรณ์ และ ความดนั บรรยากาศ 1.2 ครูนำเขา้ กิจกรรม โดยตัง้ คำถามดังนี้ 1) หากต้องการวดั คา่ ความดนั บรรยากาศ และความดนั เกจ ต้องใช้เครือ่ งมือใด (ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรยี นแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอสิ ระ ไมค่ าดหวังคำตอบท่ถี ูกตอ้ ง) ข้นั ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา 2.1 นกั เรียนทกุ คนศึกษาเน้อื หา เรอื่ ง อปุ กรณ์ที่ใช้วดั ความดัน ตามรายละเอยี ดในหนงั สอื เรียน หน้า 223-226 2.2 ครูให้นักเรียนสรุปองค์ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในกระดาษ A4 ในรูปแบบ Mind mapping 2.3 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจจากการศึกษาเนื้อหา จำนวน 3 ข้อลงในสมุด ดงั น้ี

1) เครือ่ งวัดความดันบรรยากาศ เรียกวา่ 2) เครอื่ งวัดความดนั เกจอยา่ งง่าย เรียกว่า 3) บารอมเิ ตอร์ประดษิ ฐ์ข้ึนครง้ั แรกโดยใคร ขัน้ ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ 3.1 ครูสมุ่ นักเรยี น 2 คน ออกมานำเสนอผลงานของตนเองหน้าช้ันเรียน 3.2 ครูนำนักเรียนอภปิ รายเพ่อื นำไปสู่การสรุปโดยใช้คำถามต่อไปนี้ 1) เคร่ืองวัดความดันบรรยากาศ เรยี กว่า (แนวการตอบ บารอมิเตอร์ (Barometer)) 2) เครื่องวดั ความดันเกจอย่างงา่ ย เรียกว่า (แนวการตอบ แมนอมิเตอร์ (Manometer)) 3) บารอมิเตอร์ประดิษฐ์ขึน้ ครัง้ แรกโดยใคร (แนวการตอบ เอวันเจลิสตา ตอรร์ เี ชลลี (Evangelista Torricelli)) 3.3 ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายจนไดข้ อ้ สรุป เรือ่ ง อุปกรณ์ทใี่ ชว้ ัดความดัน ข้นั ที่ 4 ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครใู หค้ วามรู้เพ่ิมเตมิ เกย่ี วกับความดนั ในหน่วย atm ตามรายละเอียดในหนังสอื เรียน หน้า 225 4.2 ครใู หค้ วามรเู้ พม่ิ เติมเกี่ยวกับชวนคดิ ในหนังสือเรียน หนา้ 225 ขั้นที่ 5 ขนั้ ประเมินผล 5.1 ครูตรวจสมุดนักเรียนในการตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจจากการศึกษาเนื้อหา จำนวน 3 ข้อ 5.2 ครูตรวจ Mind mapping เร่อื ง อุปกรณ์ทีใ่ ชว้ ัดความดนั 8. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 8.1 สอ่ื การเรยี นรู้ - หนังสือเรยี นรายวิชาเพ่ิมเตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฟสิ ิกส)์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 6 เลม่ 5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) - ใบความรู้ เร่อื ง อปุ กรณ์ท่ีใช้วดั ความดนั 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - อินเทอรเ์ น็ต - หอ้ งสมุด 9. การวดั และประเมนิ ผล (K-P-A) ส่งิ ท่วี ัด วธิ กี ารวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล ด้านความรู้ (K) : 1) ตรวจสมุดนักเรียน 1) แบบประเมินการ 1) นักเรียนสามารถ 1) นักเรยี นอธิบายหลักการทำงานของ ในการตอบคำถาม ทำกิจกรรม ตอบคำถามได้ แมนอมเิ ตอร์ และบารอมเิ ตอร์ได้ ตรวจสอบความเขา้ ใจ 2) คำถามตรวจสอบ ระดับดี ผ่านเกณฑ์ จากการศึกษาเนอ้ื หา ความเข้าใจจาก จำนวน 3 ขอ้ การศึกษาเนือ้ หา จำนวน 3 ขอ้

ส่ิงทีว่ ดั วธิ ีการวัดผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล ด้านทักษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจ Mind 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรยี นสามารถ 1) นกั เรียนสามารถจดั กระทำและสอื่ mapping เรอ่ื ง ทำกิจกรรม สรปุ เน้ือหาท่ีได้จาก ความหมายของข้อมลู ทศี่ กึ ษาค้นควา้ ได้ อุปกรณ์ทใี่ ชว้ ัดความ การศึกษาคน้ คว้า ดัน ได้ระดับดี ผ่านเกณฑ์ ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) : 1) ตรวจสมุดนักเรยี น 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นทำภาระ 1) ใฝเ่ รียนรแู้ ละม่งุ ม่นั ในการทำงาน ในการตอบคำถาม ทำกิจกรรม งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ตรวจสอบความเขา้ ใจ 2) คำถามตรวจสอบ ได้ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์ จากการศึกษาเนือ้ หา ความเข้าใจจาก จำนวน 3 ข้อ การศึกษาเนือ้ หา 2) ตรวจ Mind จำนวน 3 ขอ้ mapping เรื่อง อปุ กรณ์ ทใ่ี ช้วดั ความดัน 9.1 เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑก์ ารประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เร่อื ง อปุ กรณท์ ใี่ ชว้ ดั ความดนั ประเดน็ การ คา่ นำ้ หนกั แนวทางการใหค้ ะแนน ประเมิน คะแนน ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามได้ถกู ต้อง จำนวน 3 ขอ้ (K) 2 ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ ง จำนวน 2 ข้อ 1 ตอบคำถามไดถ้ ูกตอ้ ง จำนวน 1 ข้อ หรือ ตอบคำถามไม่ถูกต้องทัง้ 3 ข้อ ด้าน 3 มกี ารสรปุ องคค์ วามรูไ้ ด้ถกู ต้องครบถว้ น และมีการตกแต่งสวยงาม กระบวนการ 2 มีการสรปุ องคค์ วามรู้ได้ค่อนขา้ งถูกตอ้ งครบถ้วน และมกี ารตกแตง่ สวยงาม (P) 1 มีการสรปุ องคค์ วามร้ไู ม่ถูกต้อง และไม่มีการตกแต่งสวยงาม ดา้ น 3 ทำภาระงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด และเรยี บร้อยถกู ตอ้ งครบถว้ น คุณลักษณะ 2 ทำภาระงานท่ไี ด้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด แตง่ านยงั ผดิ พลาดบางส่วน (A) 1 ทำภาระงานทไี่ ดร้ ับมอบหมายเสร็จ แต่ล่าช้า และเกิดขอ้ ผดิ พลาดบางส่วน ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ระดบั ดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดบั ดี คะแนน 1 หมายถงึ ระดับพอใช้ คะแนน

บันทึกผลหลงั การสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) นกั เรียนมีความรู้ (K) ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านทักษะกระบวนการ (P) นกั เรียนมที กั ษะกระบวนการ (P) ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึ่งประสงค์ (A) นกั เรยี นมีคุณลักษณะอนั พง่ึ ประสงค์ (A) ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญั หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ..................................................ครูผู้สอน (นางสาวณฏั ฐา บญุ ยนิ ดี) ตำแหน่ง ครู คศ.1

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 36 รายวิชา ฟิสิกส์ 5 รหสั วชิ า ว30210 กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่ืองของแข็งและของไหล จำนวน 28 ชั่วโมง เร่อื ง กฎของพาสคลั จำนวน 2 ช่วั โมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรยี นรู้ สาระฟิสกิ ส์ 4. เขา้ ใจความสัมพันธข์ องความรอ้ นกบั การเปล่ยี นอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยนุ่ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลยี ร์ ปฏกิ ิริยานิวเคลยี ร์ พลังงานนวิ เคลียร์ ฟิสิกส์อนุภาค รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรยี นรู้ 12. อธิบายและคำนวณความดันเกจ ความดันสมบูรณ์ และความดันบรรยากาศ รวมท้ังอธิบาย หลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมิเตอร์ และเคร่อื งอดั ไฮดรอลิก 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ (K–P–A) ดา้ นความรู้ (K) : 1) นกั เรยี นอธิบายหลกั การทำงานของเคร่ืองอดั ไฮดรอลิกได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) : 1) นักเรียนคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องได้ ดา้ นคุณลักษณะ (A) : 1) ใฝเ่ รียนรแู้ ละมงุ่ ม่นั ในการทำงาน 3. สาระสำคัญ ของไหลมแี รงกระทำทกุ ทิศทุกทางและตัง้ ฉากกบั พื้นท่ที ่ีของไหลสมั ผัส แรงกระทำตั้งฉากต่อหน่ึง หน่วยพ้ืนท่ีที่ของไหลสัมผัส เรียกว่า ความดัน (pressure) ความดันในของเหลวข้ึนอยู่กับความลึกและ ความหนาแน่นของเหลวตามสมการ เรียกวา่ ความดันเกจ (gauge pressure) และผลรวม ของความดันเกจกับความดันบรรยากาศ (Atmosphere pressure) เรียกว่าความดันสัมบูรณ์ (Absolute pressure) ตามสมการ ในของเหลวชนิดเดียวกัน ท่ีระดับความ ลกึ เดยี วกนั มีความดันเท่ากัน บารอมิเตอร์(Barometer) เป็นเคร่ืองวัดความดันบรรยากาศ แมนอมิเตอร์ (Manometer) เป็น เครอ่ื งวดั ความดนั เกจ เมือ่ เพิ่มความดันใหข้ องเหลวท่ีอยู่น่ิงในภาชนะปดิ ความดนั ท่ีเพิ่มขน้ึ จะส่งผ่านไปทกุ ๆจุดในของเหลว น้ัน หลักการน้ีเรียกวา่ กฎพาสคัล (Pascal’s law) และนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นเครอ่ื งอัดไฮดรอลิก

4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วิเคราะห์ จัดกลุ่ม สรุป) 5. สาระการเรยี นรู้ กฎของพาสคัล ความดนั ในของเหลวทอ่ี ยู่น่ิงในภาชนะเปดิ เกิดจากน้ำหนักของของเหลวและความดันบรรยากาศเหนือ ผิวของเหลว แต่ถ้ามีแรงภายนอกมากระทำต่อของเหลวที่อยู่นิ่งในภาชนะปิดความดันในของเหลวจะเป็น อยา่ งไร ศึกษาได้ตอ่ ไปน้ี จากชุดศึกษากฎของพาสคัล ดังรูป 17.16 เร่ิมต้นลูกสูบเล็กและลูกสูบใหญ่อยู่ในสมดุลโดยมีระดับ ของเหลวท้ังสองลูกสบู เท่ากนั เมื่อวางแห่งเหล็กมวล 500 กรัม บนลูกสูบใหญ่ ทำใหล้ กู สบู ใหญ่เคลือ่ นท่ลี งใน ขณะท่ีลูกสูบเล็กเคลื่อนท่ีขึ้น แตถ่ ้าวางนอตมวล 20 กรัม ทีละตัวลงบนลูกสบู เลก็ ทำให้ลูกสูบเลก็ เคลื่อนที่ลง ในขณะท่ีลูกสูบใหญ่เคลื่อนที่ขึ้น จนกระทั่งทำให้ลูกสูบทั้งสองอยู่ในสมดุล และมีระดับของเหลวเท่ากัน เหมอื นเดิมได้ พบว่านำ้ หนักรวมของนอตบนลกู สูบเลก็ มีค่าน้อยกว่านำ้ หนกั รวมของแทง่ เหล็กมาก รูป 17.16 ชดุ ศึกษากฎของพาสคัล จากสถานการณ์ข้างต้น เม่ือหาอตั ราส่วนระหว่างแรงกดกับพ้นื ท่ีหน้าตดั ของลูกสูบแต่ละอันจะพบว่า อตั ราสว่ นดังกล่าวมีค่าเท่ากัน กล่าวคอื การเพิ่มความดันที่ลูกสูบหน่ึงจะทำให้ความดันทีอ่ ีกลูกสบู หนึ่งเพ่มิ ขึ้น เท่ากัน ซง่ึ เป็นหลักการท่ีคน้ พบโดย พาสคัล มใี จความว่า เมื่อเพ่ิมความดนั ให้ของเหลวท่อี ยนู่ ง่ิ ในภาชนะปิด ความดันท่เี พ่มิ ข้ึนจะสง่ ผ่านไปทุก ๆ จุดในของเหลวนัน้ หลกั การน้เี รียกว่า กฎพาสคลั (Pascal's law) การทำงานของเครื่องอัดไฮดรอลิกอย่างง่ายซึ่งใช้เป็นเครื่องกลช่วยผ่อนแรงแบบหน่ึงประกอบด้วย ลูกสูบเล็กและลูกสูบใหญ่บรรจุของไหลท่ีอัดตัวไม่ได้ อย่างเช่น น้ำมันหรือน้ำ เพ่ือเป็นตัวส่งผ่านแรงจาก ตำแหน่งหนึ่งไปยังตำแหนง่ อ่ืนในของไหล ซึง่ ทำงานภายใต้กฎของพาสคัล ดังรูป 17.17 รูป 17.17 การทำงานของเคร่ืองอัดไฮดรอลิกอธบิ ายไดด้ ้วยกฎของพาสคลั ในรูปแสดงการออกแรง กระทำกับลูกสูบเล็กที่มีพ้ืนท่ีหนตัด ทำให้มีความดันเพิ่มข้ึน สง่ ผลให้เกิดแรงส่งผ่านในของเหลวไปยังลูกสูบใหญ่ เกิดแรง ที่ลูกสูบใหญ่พื้นท่ีหน้าตัด . และมีความ

ดันเพิ่มขึ้น โดยลูกสูบใหญ่สามารถยกวัตถุหนัก ที่มีนาดเท่ากับ ขณะระบบลูกสูบสมดุลจากกฎของ พาสคัล ความดนั ที่เพ่ิมขน้ึ ทล่ี ูกสูบทั้งสองดา้ นเท่ากนั = และ ต จากรูปเห็นว่า > ดังนั้นแรง มีขนาดมากกว่า ทั้งนี้ไม่พิจารณาแรงเสียดทานหรือ แรงต้านในระบบ เครื่องอัดไฮดรอลิกจึงเป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงที่นิยมนำมาใช้ในการยกของหนักเช่น แม่ แรงยกรถ เก้าอีท้ ำฟนั รถเครน เปน็ ต้น 6. สาระการเรียนร้สู ู่การบรู ณาการ บรู ณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ เรือ่ ง การแกส้ มการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั ที่ 1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ 1.1 ครทู บทวนบทเรยี นทผ่ี ่านมา เร่อื ง อปุ กรณ์ทใี่ ชว้ ดั ความดนั 1.2 ครูนำเข้าสกู่ ิจกรรม โดยตัง้ คำถามดังนี้ 1) มีแรงกระทำต่อของเหลวอย่นู ่ิง บรรจอุ ยู่ในภาชนะปดิ ความดันในของเหลวเปน็ อย่างไร (ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ อยา่ งอิสระ ไมค่ าดหวังคำตอบที่ถกู ตอ้ ง) ข้ันที่ 2 ข้นั สำรวจและค้นหา 2.1 นักเรียนทุกคนศึกษาเน้ือหา เรื่อง กฎของพาสคัล ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 228- 230 2.2 ครูให้นักเรียนตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจจากการศึกษาเน้ือหา จำนวน 3 ข้อลงในสมุด ดังน้ี 1) จงอธิบายคำว่า “กฎพาสคัล(Pascal's law)” 2) จงอธบิ ายการทำงานของเครื่องอัดไฮดรอลกิ อย่างงา่ ย 3) สมการท่ีเกย่ี วข้องกฎของพาสคลั 2.3 ครนู ำนักเรยี นศึกษาโจทย์ตัวอยา่ ง 17.6 และ 17.7 อยา่ งละเอยี ด 2.4 ครใู หน้ ักเรียนทำแบบฝึกหดั เสริม เรือ่ ง กฎของพาสคัล ขนั้ ที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ 3.1 ครสู ุ่มนักเรียน 2 คน ออกมาเฉลยแบบฝึกหัดเสริม เรื่อง กฎของพาสคลั หนา้ ชั้นเรยี น 3.2 ครูนำนกั เรียนอภิปรายเพอื่ นำไปส่กู ารสรุปโดยใช้คำถามต่อไปน้ี 1) จงอธิบายคำว่า “กฎพาสคลั (Pascal's law)” (แนวการตอบ เม่ือเพ่มิ ความดนั ให้ ของเหลวท่อี ยูน่ ่ิงในภาชนะปิด ความดนั ท่เี พิม่ ข้ึนจะส่งผา่ นไปทุก ๆ จดุ ในของเหลวนน้ั ) 2) จงอธิบายการทำงานของเคร่อื งอดั ไฮดรอลกิ อยา่ งงา่ ย (แนวการตอบ การทำงานของ

เครื่องอัดไฮดรอลกิ อย่างง่ายซึ่งใช้เป็นเครอ่ื งกลช่วยผ่อนแรงแบบหนึ่งประกอบด้วย ลูกสูบเล็กและลูกสูบใหญ่ บรรจุของไหลทอี่ ัดตัวไม่ได้ อย่างเช่น นำ้ มันหรือน้ำ เพ่ือเป็นตัวสง่ ผา่ นแรงจากตำแหนง่ หนึง่ ไปยังตำแหนง่ อื่น ในของไหล ซ่งึ ทำงานภายใตก้ ฎของพาสคลั ) 3) สมการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกฎของพาสคัล (แนวการตอบ ) 3.3 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายจนไดข้ อ้ สรปุ เร่ือง กฎของพาสคลั ข้นั ที่ 4 ขัน้ ขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนักคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ตามรายละเอียดในหนังสือ เรียน หน้า 229 ขน้ั ที่ 5 ข้ันประเมินผล 5.1 ครตู รวจสมดุ นกั เรยี นในการตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจจากการศกึ ษาเน้ือหา จำนวน 3 ข้อ 5.2 ครูตรวจแบบฝกึ หัดเสรมิ เรอื่ ง กฎของพาสคัล 8. สื่อและแหล่งการเรยี นรู้ 8.1 สือ่ การเรยี นรู้ - หนงั สือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฟิสิกส)์ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 เล่ม 5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) - ใบความรู้ เรอ่ื ง กฎของพาสคลั - แบบฝึกหัดเสริม เร่ือง กฎของพาสคลั 8.2 แหลง่ การเรียนรู้ - อินเทอรเ์ น็ต - หอ้ งสมดุ 9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A) ส่งิ ทีว่ ัด วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล ดา้ นความรู้ (K) : 1) ตรวจแบบฝึกหัด 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นทำ 1) นักเรียนอธบิ ายหลกั การทำงานของ เสรมิ เรือ่ ง กฎของพาส ทำกจิ กรรม แบบฝึกหดั ได้ระดับดี เครือ่ งอัดไฮดรอลกิ ได้ คัล 2) แบบฝกึ หดั เสริม ผ่านเกณฑ์ เรอื่ ง กฎของพาสคลั ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจแบบฝกึ หัด 1) แบบประเมนิ การ 1) นกั เรยี นทำ 1) นักเรียนคำนวณหาปรมิ าณต่าง ๆ ที่ เสริม เรือ่ ง กฎของพาส ทำกิจกรรม แบบฝึกหัดไดร้ ะดับดี เก่ียวข้องได้ คัล 2) แบบฝึกหดั เสริม ผ่านเกณฑ์ เรือ่ ง กฎของพาสคลั ดา้ นคุณลักษณะ (A) : 1) ตรวจสมุดนกั เรยี น 1) แบบประเมินการ 1) นกั เรียนทำภาระ 1) ใฝ่เรยี นร้แู ละมงุ่ ม่นั ในการทำงาน ในการตอบคำถาม ทำกจิ กรรม งานท่ีไดร้ ับมอบหมาย ตรวจสอบความเขา้ ใจ 2) คำถามตรวจสอบ ได้ระดบั ดี ผ่านเกณฑ์

สง่ิ ท่ีวัด วิธีการวัดผล เคร่ืองมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล จากการศึกษาเนือ้ หา ความเขา้ ใจจาก จำนวน 3 ข้อ การศกึ ษาเน้อื หา 2) ตรวจแบบฝกึ หัด จำนวน 3 ขอ้ เสริม เรอื่ ง กฎของพาส 3) ตรวจแบบฝึกหัด คลั เสรมิ เรอื่ ง กฎของ พาสคัล 9.1 เกณฑก์ ารประเมนิ เกณฑ์การเกณฑ์การประเมินแบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เร่ือง กฎของพาสคัล ประเดน็ การ ค่านำ้ หนัก แนวทางการให้คะแนน ประเมนิ คะแนน ดา้ นความรู้ 3 ตอบคำถามได้ถกู ตอ้ ง จำนวน 3 ข้อ (K) 2 ตอบคำถามไดถ้ กู ต้อง จำนวน 2 ขอ้ 1 ตอบคำถามไดถ้ กู ต้อง จำนวน 1 ข้อ หรือ ตอบคำถามไมถ่ กู ตอ้ งทงั้ 3 ขอ้ ดา้ น 3 ทำแบบฝกึ หดั ได้ถกู ต้องครบถ้วน จำนวน 2 ข้อ กระบวนการ 2 ทำแบบฝกึ หดั ไดถ้ กู ตอ้ งครบถ้วน จำนวน 1 ข้อ (P) 1 ทำแบบฝกึ หดั ไม่ถูกตอ้ งทั้ง 2 ข้อ ดา้ น 3 ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทกี่ ำหนด และเรยี บร้อยถูกต้องครบถว้ น คณุ ลักษณะ 2 ทำภาระงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทกี่ ำหนด แต่งานยงั ผดิ พลาดบางส่วน (A) 1 ทำภาระงานท่ีไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ แต่ล่าชา้ และเกิดขอ้ ผิดพลาดบางส่วน ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ระดบั ดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี คะแนน 1 หมายถึง ระดับพอใช้ คะแนน

บนั ทึกผลหลงั การสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) นกั เรยี นมีความรู้ (K) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ จำนวน.........คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรียนมีทักษะกระบวนการ (P) ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึ่งประสงค์ (A) นกั เรียนมคี ุณลักษณะอนั พึ่งประสงค์ (A) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คิดเป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญั หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ..................................................ครูผสู้ อน (นางสาวณฏั ฐา บญุ ยนิ ดี) ตำแหนง่ ครู คศ.1

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 37 รายวชิ า ฟิสิกส์ 5 รหสั วิชา ว30210 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ืองของแข็งและของไหล จำนวน 28 ชั่วโมง เรือ่ ง แรงพยงุ จากของไหล จำนวน 2 ชั่วโมง ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 6 1. สาระการเรียนรู้และผลการเรยี นรู้ สาระฟิสิกส์ 4. เข้าใจความสัมพันธข์ องความร้อนกับการเปลีย่ นอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยุ่นของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นวิ เคลยี ร์ ปฏกิ ิริยานิวเคลยี ร์ พลังงานนวิ เคลยี ร์ ฟสิ กิ สอ์ นุภาค รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 13. ทดลอง อธบิ ายและคำนวณขนาดแรงพยุงจากของไหล 2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ (K–P–A) ด้านความรู้ (K) : 1) นักเรยี นอธิบายขนาดแรงพยุงจากของไหลได้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) : 1) นกั เรียนทดลองหาขนาดแรงพยุงจากของไหลได้ ดา้ นคณุ ลักษณะ (A) : 1) ใฝ่เรยี นร้แู ละมงุ่ มนั่ ในการทำงาน 3. สาระสำคญั เมื่อวัตถุอย่ใู นของไหลจะเกดิ แรงพยงุ (buoyant force) กระทำตอ่ วตั ถมุ ีคา่ เทา่ กบั น้ำหนักของของ ไหลที่มปี รมิ าตรเทา่ กบั วัตถุท่อี ยใู่ นของไหลน้นั ขนาดของแรงพยุงหาได้จากสมการ 4. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วิเคราะห์ จัดกลุ่ม สรปุ ) 5. สาระการเรยี นรู้ แรงพยงุ จากของไหล เม่ือปล่อยให้ลูกมะพร้าวตกลงในน้ำ ลูกมะพร้าวลอยน้ำได้ เรือลอยอยู่ในน้ำได้ท้ังที่ทำด้วยเหล็ก ปรากฏการณ์น้ีเกิดจากแรงของน้ำกระทำวัตถุดังกล่าวใหล้ อยอยู่ได้ แรงที่ของเหลวกระทำต่อวัตถทุ ่ีอยู่ในของ ไหลนน้ั เรียกว่า แรพยุง (buoyant force)

จากการทดลองแรงพยุง พบว่า น้ำหนักวัตถุที่ชั่งในอากาศไม่เท่ากับน้ำหนักวัตถุท่ีชั่งในน้ำ โดยที่ น้ำหนักวัตถุท่ีช่ังในอากาศมากกว่าน้ำหนักวัตถุท่ีชั่งในน้ำและน้ำหนักน้ำท่ีล้นออกมาเท่ากับน้ำหนักวัตถุที่ หายไปเมอ่ื ชัง่ ในน้ำ แสดงวา่ ขณะวตั ถจุ มในน้ำมแี รงทน่ี ำ้ กระทำตอ่ วตั ถุในทิศขน้ึ แรงน้คี อื แรงพยุงของน้ำ นั่นคอื เมือ่ ชงั่ น้ำหนักวตั ถุท่จี มในของเหลว มแี รงที่กระทำต่อวตั ถแุ สดงดังรูป 17.18 รปู 17.18 แรงที่กระทำต่อวัตถุท่จี มในของเหลว วตั ถทุ มี่ นี ้ำหนัก ขณะจมในของเหลวชง่ั น้ำหนกั วัตถไุ ด้ เน่ืองจากมแี รงพยงุ ของของเหลว แรงดงั กลา่ วมคี วามสมั พนั ธ์ตามสมการ จะเห็นวา่ แรงพยงุ เท่ากบั น้ำหนกั วัตถทุ ีห่ ายไปเม่ือช่ังในของเหลว ถา้ วตั ถุลอยในของเหลวแสดงว่า พิจารณาแรงในแนวดิ่งที่ของหลวกระทำกบั วัตถุทรงกระบอกสูง พ้ืนที่หน้าตัด จมในของเหลวท่ีมีความ หนาแนน่ ดงั รูป 17.19 รปู 17.19 การหาแรงพยงุ จากรูปแรงท่ีของเหลวกระทำท่ผี ิวด้านบนเท่กบั เมอ่ื คอื ความดันของของเหลวที่ผิวด้านบน คอื แรงทขี่ องเหลวกระทำที่ผิวดา้ นล่าง เมือ่ คอื ความดันของของเหลวที่ผิวด้านลา่ ง

ผลต่างของแรงเน่ืองจากความดันของของเหลวในแนวด่ิงที่กระทำกับวัตถุทรงกระบอก คือแรงพยุง มที ิศขึน้ และมีขนาดดงั นี้ เมอื่ คอื ปริมาตรของวัตถุทรงกระบอกส่วนทจี่ ม ปรมิ าณ คอื มวลของของเหลวทีม่ ี ปริมาตรเท่ากับวัตถุทรงกระบอกส่วนท่ีจม ดังน้ัน ก็คือ น้ำหนักของของเหลวท่ีมีปริมาตรเท่ากับ ปรมิ าตรของวตั ถุทรงกระบอกส่วนที่จม สรุปได้ว่า แรงพยุงท่ีกระทำต่อวัตถุทรงกระบอกเท่ากับน้ำหนักของของเหลวที่มีปริมาตรเท่าวัตถุ ทรงกระบอกส่วนทจี่ ม และจะเห็นว่าความสมั พันธต์ ามสมการ ไมข่ นึ้ กับรูปทรงกับวตั ถุ อาร์คิมีดิส (Archimedes) นักปราชญ์ชาวกรีกเป็นผู้ค้บพบหลักการของแรงพยุง และได้เสนอว่า “วัตถุที่อยู่ในของไหลท้ังหมดหรือเพียงบางส่วน จะถูกแรงพยุงจากของไหลกระทำ โดยขนาดแรงพยุง เท่ากับขนาดน้ำหนักของของไหลท่ีถูกวัตถุแทนท่ี” ซึ่งหลักการน้ีเรียกว่าหลักอาร์คิมีดิส (Archimedes' principle) ซึ่งใช้อธบิ ายการลอยการจมของวตั ถุต่าง ๆ ในของไหล 6. สาระการเรียนรสู้ กู่ ารบรู ณาการ บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรอื่ ง การแก้สมการหาคำตอบ 7. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขน้ั ท่ี 1 ข้นั สรา้ งความสนใจ 1.1 ครนู ำเขา้ สหู่ วั ขอ้ 17.3.3 โดยให้นักเรยี นหยอ่ นวตั ถุตา่ ง ๆ ที่เตรียมไว้ลงในภาชนะบรรจุ นำ้ สังเกตผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากนน้ั ครูตัง้ คำถามใหน้ กั เรียนช่วยกันตอบ ดังนี้ 1) ทำไมวัตถุบางชนิดจมน้ำและวัตถุบางอยา่ งลอยนำ้ 2) วตั ถุลอยนำ้ ได้อย่างไร (ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเหน็ อยา่ งอสิ ระ ไม่คาดหวงั คำตอบท่ีถกู ตอ้ ง) 1.2 จากนั้นครยู กสถานการณ์ วัตถุลอยน่ิงในน้ำนำอภิปรายจนสรปุได้ว่า แรงลัพธ์ทีก่ ระทำต่อวัตถุ ตอ้ งเป็นศูนย์ เม่ือพิจารณาแรงท่ีกระทำต่อวตั ถุในแนวดิ่งพบว่ามีแรงท่ีนำกระทำต่อวตั ถุในทิศทางตรงข้ามกับ นำ้ หนักของวัตถทุ ำใหว้ ตั ถลุ อยนงิ่ ได้ เรียกว่า แรงพยงุ 1.3 ครนู ำเข้าสู่กิจกรรม 17.6 เรอ่ื ง แรงพยุง โดยตง้ั คำถาม ดงั น้ี 1) แรงพยงุ ของของเหลวมคี วามสัมพนั ธก์ ับส่งิ ใด วตั ถทุ จ่ี มในของเหลวมีแรงพยุงของ ของเหลวกระทำตอ่ วัตถุน้นั หรอื ไม่ ขน้ั ที่ 2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา 2.1 นกั เรียนแบ่งกล่มุ ๆ ละ 5-6 คน โดยคละเพศ คละความสามารถ 2.2 นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ศึกษาใบกจิ กรรม เร่ือง แรงพยุง 2.3 ครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ อุปกรณ์ และขัน้ ตอนการทำกิจกรรมอยา่ งละเอยี ด 2.4 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ทำกิจกรรม สงั เกตและบนั ทึกผลการทำกิจกรรม ลงในใบกจิ กรรมที่ครแู จกให้ ข้นั ที่ 3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ

3.1 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานำเสนอผลการทำกจิ กรรมหนา้ ช้ันเรียน 3.2 ครนู ำนกั เรยี นอภปิ รายเพื่อนำไปส่กู ารสรุปโดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี 1) นักเรียนแตล่ ะกลุ่มได้ผลการสืบค้นและผลการทดลองเหมอื นกนั หรอื ต่างกันอย่างไร เพราะเหตใุ ด 2) นำ้ หนกั วัตถใุ นอากาศและน้ำหนักวัตถุในน้ำเท่ากันหรอื ไม่ อยา่ งไร (แนวการตอบ น้ำหนัก วตั ถุในอากาศและน้ำหนกั วตั ถุในน้ำตา่ งกนั โดยน้ำหนักวัตถุในอากาศมมี ากกว่า) 3) นำ้ หนักของนำ้ ทลี่ ้นออกมาเทา่ กับนำ้ หนักวตั ถทุ ห่ี ายไปหรือไม่ (แนวการตอบ น้ำหนักของ นำ้ ทีล่ น้ ออกมาเทา่ กับนำ้ หนกั วัตถุทห่ี ายไป) 3.3 ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายจนได้ขอ้ สรปุ เร่ือง แรงพยุง ดังน้ี จากการทำกิจกรรม พบว่า น้ำหนักของวัตถุขณะที่จมอยู่ในน้ำมีค่าน้อยกว่าน้ำหนักวัตถุท่ีชั่งวัตถุใน อากาศ โดยน้ำหนักวัตถุที่หายไปเท่ากับน้ำหนักน้ำที่มีปริมาตรเท่าวัตถุส่วนท่ีจมในน้ำ น้ำหนักวัตถุที่หายไป ขณะจมอยู่ในนำ้ เน่ืองจากนำ้ มแี รงกระทำต่อวัตถใุ นทิศขน้ึ แรงนีค้ ือ แรงพยุงของนำ้ ขน้ั ที่ 4 ข้ันขยายความรู้ 4.1 ครใู ห้ความรูเ้ พ่ิมเติมเก่ียวกับแรงพยุงจากของไหล จนได้สมการหาแรงพยุง ตามรายละเอียดใน หนังสือเรยี น 234 - 235 4.2 ครูให้ความรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกับอาร์คิมีดีส นักปราชญ์ชาวกรีก ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 235 4.3 ครูให้นักเรียนศึกษาชวนคิด ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 236 แล้วครูอธิบายคำตอบให้ นกั เรียนทราบ ขน้ั ท่ี 5 ข้นั ประเมินผล 5.1 ครตู รวจใบกิจกรรม เร่อื ง แรงพยุง 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรยี นรู้ - หนังสือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฟิสกิ ส)์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เล่ม 5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) - ใบกจิ กรรม เรื่อง แรงพยุง - ใบความรู้ เรือ่ ง แรงพยงุ จากของไหล 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - อินเทอรเ์ น็ต - หอ้ งสมุด

9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A) วิธีการวัดผล เคร่อื งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผล ส่ิงท่วี ัด 1) นกั เรยี นอธิบาย ขนาดแรงพยงุ จากของ 1) นกั เรยี นอธิบาย 1) นกั เรียนอธิบาย ด้านความรู้ (K) : ไหลได้ ขนาดแรงพยุงจาก ขนาดแรงพยุงจากของ 1) นกั เรียนอธบิ ายขนาดแรงพยงุ จาก 1) ตรวจใบกจิ กรรม ของไหลได้ ไหลได้ ของไหลได้ เรื่อง แรงพยงุ ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) : 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรียนสามารถ 1) นกั เรียนอธบิ ายขนาดแรงพยุงจาก 1) ตรวจใบกิจกรรม ทำกจิ กรรม บันทกึ ผลการทำ ของไหลได้ เรื่อง แรงพยงุ 2) ใบกิจกรรม เร่ือง กจิ กรรมได้ระดบั ดี ผา่ น แรงพยุง เกณฑ์ ด้านคณุ ลักษณะ (A) : 1) ใฝ่เรียนรแู้ ละมุ่งม่ันในการทำงาน 1) แบบประเมินการ 1) นกั เรยี นทำภาระ ทำกจิ กรรม งานท่ไี ด้รบั มอบหมาย 2) ใบกิจกรรม เรอื่ ง ได้ระดับดี ผา่ นเกณฑ์ แรงพยุง 9.1 เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เร่ือง แรงพยงุ ประเดน็ การ คา่ น้ำหนัก แนวทางการให้คะแนน ประเมนิ คะแนน ด้านความรู้ 3 สรุปผลการทำกจิ กรรมได้ถกู ตอ้ งครบถว้ น (K) 2 สรุปผลการทำกิจกรรมได้คอ่ นข้างถกู ตอ้ ง 1 สรุปผลการทำกิจกรรมไม่ถกู ต้อง ดา้ น 3 บันทึกผลกจิ กรรมไดถ้ ูกต้องครบถ้วน กระบวนการ 2 บนั ทึกผลกจิ กรรมคอ่ นขา้ งถูกต้องครบถว้ น (P) 1 บนั ทึกผลกจิ กรรมไม่ถูกตอ้ ง ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาที่กำหนด และเรียบร้อยถูกต้องครบถ้วน คณุ ลักษณะ 2 ทำภาระงานทไี่ ด้รับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทีก่ ำหนด แต่งานยังผดิ พลาดบางสว่ น (A) 1 ทำภาระงานทไี่ ด้รับมอบหมายเสรจ็ แต่ลา่ ชา้ และเกดิ ขอ้ ผิดพลาดบางสว่ น ระดับคะแนน 3 หมายถงึ ระดับดีมาก 2 หมายถงึ ระดับดี คะแนน 1 หมายถงึ ระดบั พอใช้ คะแนน คะแนน

บนั ทึกผลหลงั การสอน ผลการจดั การเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) นักเรยี นมีความรู้ (K) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คิดเป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นักเรยี นมีทกั ษะกระบวนการ (P) ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พ่ึงประสงค์ (A) นักเรยี นมคี ุณลักษณะอนั พงึ่ ประสงค์ (A) ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คิดเปน็ ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ..................................................ครูผู้สอน (นางสาวณฏั ฐา บญุ ยนิ ดี) ตำแหน่ง ครู คศ.1

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 38 รายวิชา ฟิสิกส์ 5 รหสั วิชา ว30210 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 เร่ืองของแข็งและของไหล จำนวน 28 ช่ัวโมง เร่อื ง ของไหลอุดมคติ จำนวน 2 ชัว่ โมง ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรยี นรู้ สาระฟิสิกส์ 4. เข้าใจความสัมพันธ์ของความร้อนกบั การเปลี่ยนอณุ หภมู ิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยนุ่ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นวิ เคลียร์ ปฏิกิรยิ านวิ เคลียร์ พลงั งานนิวเคลียร์ ฟิสิกส์อนุภาค รวมทงั้ นำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ผลการเรียนรู้ 15. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี รวมทั้งคำนวณ ปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้เก่ียวกับสมการความต่อเน่ืองและสมการแบรน์ ูลลีไปอธิบายหลักการ ทำงานของอปุ กรณ์ต่างๆ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ (K–P–A) ดา้ นความรู้ (K) : 1) นกั เรยี นอธบิ ายสมบัตขิ องของไหลอุดมคติ สายกระแส หลอดการไหล และอัตราการไกลได้ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) : 1) นกั เรียนสามารถจดั กระทำและส่ือความหมายของขอ้ มูลที่ศึกษาคน้ ควา้ ได้ ด้านคุณลกั ษณะ (A) : 1) ใฝเ่ รียนรแู้ ละม่งุ มั่นในการทำงาน 3. สาระสำคัญ พฤติกรรมการไหลของของไหลสามารถทำให้ง่ายต่อความเข้าใจด้วยของไหลอุดมคติ ซ่ึงมีลักษณะ ดังนี้ อย่างสม่ำเสมอหรือที่ตำแหน่งใดตำแหนง่ หน่ึงในของไหลความเรว็ และความดนั คงตวั ไม่มแี รงหนดื บีบ อัดไม่ได้หรือมคี วามหนาแนน่ คงตวั และไหลโดยไม่หมุนวน อนุภาคของของไหลเคล่ือนท่ีไปตามสาย กระแส ที่ไม่ตัดกัน ปริมาตรของของไหลที่ผ่านพ้ืนท่ีหน้าตัดในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นอัตราการไหล (Flow rate) ตาม สมการความตอ่ เน่ือง (Continuity equation) คา่ คงตวั เมื่อของไหลมกี ารไหลในท่อ ผลรวมของความดนั พลงั งานจลน์ต่อหน่งึ หน่วยปรมิ าตรและพลังงาน ศักย์โนม้ ถว่ งตอ่ หนึ่งหนว่ ยปรมิ าตร มีค่าคงตวั เสมอ ซ่ึงเปน็ ไปตาม สมการแบรน์ ูลลี ดงั น้ี

= คา่ คงตวั สามารถนำไปอธิบายการไหลของของเหลวทไ่ี หลออกจากรรู ั่วของภาชนะ เครอื่ งฉีดน้ำ และอากาศท่ีเคลอื่ นที่ผ่านปีกเครอื่ งบนิ 4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วเิ คราะห์ จดั กลมุ่ สรุป) 5. สาระการเรยี นรู้ ของไหลอุดมคติ ของไหลอุดมคติเป็นของไหลที่มีการไหลอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีความหนืด บีบอัดไม่ได้ และไหล โดยไม่หมุน ในการพิจารณาการไหลของของไหลต้องระบุท้ังขนาดและทิศทางของความเร็วทุก ๆ ตำแหน่งใน ลำของไหลที่เคลื่อนที่ จึงใชเ้ ส้นแทนแนวการเคล่ือนที่ของของไหล เรียกว่า สายกระแส (Stream line)โดยที่ สายกระแสแต่ละสายจะไม่ตัดกัน ทิศทางความเร็วของการไหลทีจ่ ุดใด ๆ จะอยู่ในแนวสัมผสั กบั สายกระแส ณ จุดนนั้ ดังรูป 17.20 สำหรับการไหลแบบคงตัวท่ีทกุ ๆ อนภุ าคทีเ่ คลอ่ื นทผี่ ่านจุดใดจดุ หน่งึ จะมีการเคลอ่ื นท่ีไปตามแนวที่มี อนุภาคบางตัวได้เคล่อื นท่ีไปก่อนหน้านนั้ แล้ว เรียกว่า การไหล่แบบเป็นชั้น (Laminar flow) รูป 17.20 แสดงอากาศทม่ี กี ารไหลตามสายกระแสผา่ นหลังคารถยนต์ ของไหลในอุดมคตติ อ้ งมลี ักษณะ ดังน้ี 1) ไม่มคี วามหนืดหรอื แรงเสยี ดทานภายในระหว่างช้ันของของไหล 2) ไม่สามารถอัดตวั ได้ ทำใหค้ วามหนาแนน่ ของของไหลมคี า่ คงตวั 3) ไหลสม่ำเสมอ (steady flow) คือ ท่ีตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในของไหล ความเรว็ และความดันของของไหล มีคา่ คงตัว 4) ไหลโดยไม่หมุน กล่าวคือของไหลไม่มีลักษณะการไหลเช่ียวและไม่มีการไหลวน เกดิ ขึ้น 6. สาระการเรยี นรสู้ ู่การบูรณาการ บูรณาการกับกลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ เร่ือง การแก้สมการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขนั้ ที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ 1.1 ครนู ำเขา้ สู่หวั ข้อ 17.4 โดยใส่เม็ดโฟมลงในนำ้ เทน้ำผ่านรางน้ำ ให้นักเรยี นสังเกตการเคลอื่ นที่ ของเมด็ โฟมท่ีถูกน้ำพัดพาไป ให้นักเรียนนำเสนอผลการสังเกต (ครูใช้ผลการนำเสนอของนักเรียนอภปิ รายว่า เมอื่ ของไหลมีการเคลอื่ นที่อธิบายปรากฏการณ์ที่เกดิ ข้ึนดว้ ย พลศาสตร์ของของไหล)

1.2 ครูนำเขา้ สหู่ ั วข้อ 17.4.1 เรื่อง ของไหลอุดมคติ โดยให้นักเรียนดูภาพหรือคลิปวีดีทัศน์แสดง การไหลของอากาศผา่ นอุโมงค์ลม แล้วรว่ มกนั อภปิ รายลกั ษณะการไหลของอากาศผ่านอุโมงค์ลม แ ล้ ว ต้ั ง คำถามใหน้ ักเรยี นตอบ ดงั น้ี https://www.youtube.com/watch?v=XN0MVpsH_MM 1) แนวเส้นทางการไหลของของไหลเป็นอยา่ งไร 2) นกั เรียนคดิ วา่ ของไหลในอุดมคติมีลักษณะอย่างไร (ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นแสดงความคิดเห็นอยา่ งอสิ ระ ไมค่ าดหวงั คำตอบท่ถี ูกต้อง) ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคน้ หา 2.1 ครูให้นักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา เรื่อง ของไหลอุดมคติ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 237 2.2 ครูให้นกั เรียนสรุปองค์ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศึกษาค้นควา้ เรื่อง ของไหลอุดมคติ ลงในกระดาษ A4 ในรปู แบบ Mind mapping 2.3 นักเรียนทำใบงาน เร่ือง ของไหลอุดมคติ ขนั้ ท่ี 3 ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป 3.1 ครสู มุ่ นักเรียน 5 คน ออกมานำเสนอผลงานของตนเองหนา้ ชน้ั เรยี น 3.2 ครนู ำนักเรียนอภิปรายเพ่อื นำไปสกู่ ารสรปุ โดยใชค้ ำถามต่อไปนี้ 1) ในการพจิ ารณาการไหลของของไหลตอ้ งระบุอะไรบ้าง (แนวการตอบ ในการพิจารณาการไหลของ ของไหลต้องระบทุ ้งั ขนาดและทิศทางของความเรว็ ทกุ ๆ ตำแหนง่ ในลำของไหลท่เี คลื่อนท่ี) 2) เส้นแทนแนวการเคลือ่ นท่ขี องของไหล เรียกว่า (แนวการตอบ สายกระแส (Stream line)) 3) โดยท่สี ายกระแสแต่ละสายจะตัดกันหรอื ไม่ อย่างไร (แนวการตอบ โดยทีส่ ายกระแสแตล่ ะสายจะ ไมต่ ัดกัน ทิศทางความเรว็ ของการไหลทจ่ี ดุ ใด ๆ จะอยู่ในแนวสมั ผัสกบั สายกระแส ณ จดุ น้ัน) 4) สำหรับการไหลแบบคงตวั ที่ทกุ ๆ อนุภาคท่ีเคล่ือนท่ีผา่ นจดุ ใดจดุ หนึ่งจะมีการเคลื่อนท่ไี ปตามแนว ท่ีมีอนุภาคบางตัวได้เคลื่อนที่ไปก่อนหน้าน้ันแล้ว เรียกว่า (แนวการตอบ (Laminar flow)) 5) จงบอกลักษณะของของไหลในอุดมคติ (แนวการตอบ 1. ไม่มคี วามหนืดหรือแรงเสียดทานภายใน ระหว่างชั้น ของของไหล 2 . ไม่สามารถอัดตัวได้ ท ำให้ความหนาแน่น ของของไหลมีค่าคงตัว 3. ไหลสมำ่ เสมอ (steady flow) คอื ทีต่ ำแหน่งใดตำแหน่งหน่ึงในของไหลความเร็วและความดันของของไหล มีค่าคงตัว และ 4. ไหลโดยไมห่ มุน กล่าวคือของไหลไมม่ ีลกั ษณะการไหลเชยี่ วและไมม่ กี ารไหลวนเกิดขน้ึ ))

6) ผลคูณของพื้นท่ีหน้าตัดของท่อกับอัตราเร็วของของไหลมีค่าเท่ากับปริมาตรของไหลที่ผ่าน พ้นื ที่หนา้ ตดั ในท่อในหนึง่ หนว่ ยเวลา เรียกว่า (แนวการตอบ อัตราการไหล R (Flow rate)) 3.3 ครูและนกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายจนได้ข้อสรุป เรือ่ ง ของไหลอดุ มคติ ดังน้ี ของไหลในอุดมคตติ ้องมีลักษณะ ดงั นี้ 1) ไมม่ ีความหนดื หรอื แรงเสียดทานภายในระหว่างชัน้ ของของไหล 2) ไมส่ ามารถอัดตวั ได้ ทำให้ความหนาแนน่ ของของไหลมีคา่ คงตวั 3) ไหลสม่ำเสมอ (steady flow) คือ ท่ีตำแหนง่ ใดตำแหนง่ หนึ่งในของไหลความเร็วและ ความดนั ของของไหล มีค่าคงตวั 4) ไหลโดยไมห่ มนุ กล่าวคือของไหลไมม่ ีลักษณะการไหลเช่ยี วและไม่มีการไหลวนเกิดขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ 4.1 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการไหลท่ีไหลเร็วมากหรอื ไม่สม่ำเสมออาจจะทำใหเ้ กิดการไหลวน (Eddy currents) ซึ่งเปน็ ลกั ษณะหนงึ่ ของการไหลปน่ั ป่วน (Turbulent flow) ขั้นท่ี 5 ขน้ั ประเมนิ ผล 5.1 ครตู รวจใบงาน เรือ่ ง ของไหลอดุ มคติ 5.2 ครตู รวจ mapping เร่อื ง ของไหลอดุ มคติ 8. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรียนรู้ - หนังสอื เรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ฟสิ ิกส์) ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 เล่ม 5 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) - ใบงาน เรื่อง ของไหลอุดมคติ - ใบความรู้ เรื่อง ของไหลอดุ มคติ 8.2 แหลง่ การเรยี นรู้ - อินเทอรเ์ นต็ Youtube : https://www.youtube.com/watch?v=XN0MVpsH_MM - ห้องสมุด

9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A) สง่ิ ที่วัด วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล ด้านความรู้ (K) : 1) ตรวจใบงาน เรอื่ ง 1) แบบประเมินการ 1) นักเรียนสามารถ 1) นกั เรยี นอธิบายสมบัตขิ องของไหล ของไหลอุดมคติ ทำกิจกรรม ตอบคำถามได้ อุดมคติ สายกระแส หลอดการไหล 2) ใบงาน เร่อื ง ของ ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์ และอัตราการไกลได้ ไหลอุดมคติ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจ Mind 1) แบบประเมนิ การ 1) นกั เรียนสามารถ 1) นักเรียนสามารถจัดกระทำและสือ่ mapping เร่ือง ของ ทำกจิ กรรม สรปุ เน้ือหาทไ่ี ด้จาก ความหมายของข้อมูลที่ศึกษาค้นคว้าได้ ไหลอดุ มคติ การศกึ ษาคน้ ควา้ ได้ระดบั ดี ผ่านเกณฑ์ ด้านคุณลักษณะ (A) : 1) ตรวจใบงาน เรอื่ ง 1) แบบประเมินการ 1) นกั เรียนทำภาระ 1) ใฝเ่ รยี นรแู้ ละม่งุ ม่ันในการทำงาน ของไหลอดุ มคติ 2) ตรวจ Mind ทำกิจกรรม งานท่ีได้รับมอบหมาย mapping เรอื่ ง ของ ไหลอดุ มคติ 2) ใบงาน เร่ือง ของ ได้ระดับดี ผา่ นเกณฑ์ ไหลอดุ มคติ 9.1 เกณฑก์ ารประเมิน เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกิจกรรม เรอ่ื ง ของไหลอุดมคติ ประเด็นการ ค่าน้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน ประเมิน คะแนน ด้านความรู้ 3 ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ งครบถ้วน จำนวน 5-7 ข้อ (K) 2 ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ น จำนวน 2-4 ข้อ 1 ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ งครบถ้วน จำนวน 1 ข้อ หรือ ตอบคำถามไมถ่ ูกตอ้ งท้งั 7 ขอ้ ดา้ น 3 มกี ารสรุปองค์ความรไู้ ด้ถกู ตอ้ งครบถ้วน และมีการตกแตง่ สวยงาม กระบวนการ 2 มีการสรปุ องค์ความรไู้ ด้ค่อนข้างถกู ตอ้ งครบถ้วน และมีการตกแต่งสวยงาม (P) 1 มีการสรปุ องค์ความรไู้ ม่ถูกต้อง และไมม่ กี ารตกแตง่ สวยงาม ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ได้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทก่ี ำหนด และเรียบร้อยถกู ตอ้ งครบถว้ น คุณลกั ษณะ 2 ทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จภายในเวลาทกี่ ำหนด แต่งานยังผดิ พลาดบางสว่ น (A) 1 ทำภาระงานท่ีได้รับมอบหมายเสรจ็ แต่ล่าช้า และเกดิ ข้อผิดพลาดบางส่วน ระดับคะแนน 3 หมายถึง ระดบั ดีมาก คะแนน 2 หมายถึง ระดับดี คะแนน 1 หมายถงึ ระดบั พอใช้ คะแนน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน ผลการจดั การเรยี นรู้ ดา้ นความรู้ (K) นักเรียนมคี วามรู้ (K) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านทักษะกระบวนการ (P) นักเรียนมีทักษะกระบวนการ (P) ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ด้านคุณลกั ษณะอันพึ่งประสงค์ (A) นักเรยี นมคี ณุ ลกั ษณะอนั พง่ึ ประสงค์ (A) ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ จำนวน.........คน คิดเป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ้ เสนอแนะ / แนวทางแกไ้ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ..................................................ครูผสู้ อน (นางสาวณฏั ฐา บุญยนิ ดี) ตำแหน่ง ครู คศ.1

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 39 รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 5 รหัสวิชา ว30210 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เร่ืองของแข็งและของไหล จำนวน 28 ช่ัวโมง เร่อื ง สมการความตอ่ เน่อื ง จำนวน 2 ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้ สาระฟิสกิ ส์ 4. เขา้ ใจความสมั พนั ธข์ องความรอ้ นกับการเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะของสสาร สภาพยืดหยนุ่ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคติละสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอดุ มคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคลื่นและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นวิ เคลียร์ ปฏกิ ิริยานิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ ฟิสิกส์อนุภาค รวมท้งั นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ 15. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี รวมท้ังคำนวณ ปริมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และนำความรู้เก่ียวกับสมการความต่อเนื่องและสมการแบรน์ ูลลีไปอธิบายหลักการ ทำงานของอปุ กรณ์ตา่ งๆ 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (K–P–A) ด้านความรู้ (K) : 1) นักเรียนอธบิ ายสมการความตอ่ เนอื่ งได้ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) : 1) นกั เรยี นคำนวณหาปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกย่ี วข้องได้ ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) : 1) ใฝเ่ รียนรแู้ ละมุ่งม่นั ในการทำงาน 3. สาระสำคัญ พฤติกรรมการไหลของของไหลสามารถทำให้ง่ายต่อความเข้าใจด้วยของไหลอุดมคติ ซึ่งมีลักษณะ ดังนี้ อย่างสม่ำเสมอหรือท่ตี ำแหน่งใดตำแหนง่ หนงึ่ ในของไหลความเรว็ และความดันคงตัว ไม่มีแรงหนดื บีบ อดั ไม่ได้หรอื มคี วามหนาแนน่ คงตวั และไหลโดยไม่หมุนวน อนุภาคของของไหลเคลือ่ นที่ไปตามสาย กระแส ท่ีไม่ตัดกัน ปริมาตรของของไหลที่ผ่านพื้นท่ีหน้าตัดในหน่ึงหน่วยเวลาเป็นอัตราการไหล (Flow rate) ตาม สมการความตอ่ เนอื่ ง (Continuity equation) ค่าคงตัว เมือ่ ของไหลมกี ารไหลในทอ่ ผลรวมของความดัน พลังงานจลน์ต่อหนึง่ หนว่ ยปริมาตรและพลังงาน ศักย์โนม้ ถ่วงตอ่ หน่ึงหนว่ ยปรมิ าตร มีคา่ คงตัวเสมอ ซ่ึงเป็นไปตาม สมการแบร์นลู ลี ดงั นี้

= คา่ คงตวั สามารถนำไปอธบิ ายการไหลของของเหลวทไี่ หลออกจากรรู วั่ ของภาชนะ เคร่อื งฉีดน้ำ และอากาศทีเ่ คลือ่ นท่ีผา่ นปกี เคร่อื งบิน 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ความสามารถในการคิด (สังเกต วเิ คราะห์ จัดกลมุ่ สรปุ ) 5. สาระการเรยี นรู้ สมการความตอ่ เนอื่ ง พิจารณาการไหลของของไหลที่ไม่มีการอัดตัวความหนาแน่นจึงมีค่าคงตัวเท่ากับ ของไหลในท่อ อันหนึ่งลักษณะ ดังรูปที่ 17.21 ให้ของไหล ไหลผ่านท่อบริเวณท่ีมีพ้ืนท่ีหนตัด ด้วยความเร็ว แล้ว ไหลไปผ่านบริเวณซ่ึงมีพน้ื ที่หนา้ ตดั ดว้ ยความเร็ว รูป 17.21 แสดงการไหลของของไหลในทอ่ อนั หน่ึงทม่ี พี ื้นทห่ี น้าตัดไม่คงตวั สำหรบั ชว่ งเวลา ที่เท่ากนั มวลของของไหลที่ไหลผา่ นบริเวณพน้ื ที่หนา้ ตัด และ หาได้จาก ของไหลท่ีผา่ นพ้นื ท่ี จะได้ และทำนองเดียวกนั ของไหลท่ีผา่ นพน้ื ทีห่ น้าตดั จะได้ เน่ืองจากของไหลเป็นชนิดที่อัดไม่ได้ ความหนาแน่นจึงมีค่าคงตัว และไม่มีของไหลเข้าหรือออกจาก ท่อในชว่ งจากตำแหนง่ ถึง ดังนน้ั มวลของของไหลที่ผา่ นพนื้ ทหี่ น้าตัดใด ๆ ต่อเวลาจะมคี า่ เท่ากนั จากสมการ และ แท น ค่าใน จะได้

ผ ล คู ณ ข อ ง พื้ น ท่ี ห น้ าตั ด ข อ ง ท่ อ กั บ อั ต ร าเร็ว ข อ ง ข อ ง ไห ล มี ค่ าเท่ ากั บ ป ริ ม าต รข อ ง ไ ห ล ที่ ผ่ า น พ้ืนที่หนา้ ตดั ในท่อในหน่ึงหน่วยเวลา เรยี กวา่ อตั ราการไหล R (Flow rate) จากสมการ แสดงว่าในท่ออันหน่ึง อัตราการไหลมีค่าคงตัว แสดงถึงความต่อเน่ืองของการไหล เรียกว่า สมการความ ต่อเนือ่ ง (Continuity equation) ซง่ึ สามารถเขยี นไดอ้ กี รปู เป็น ค่าคงตัว 6. สาระการเรียนร้สู กู่ ารบรู ณาการ บรู ณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ เรือ่ ง การแก้สมการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรยี นรู้ ขั้นที่ 1 ขน้ั สร้างความสนใจ 1.1 ครูนำเข้าสหู่ ัวข้อ 17.4.2 เร่ือง สมการความต่อเน่ือง โดยทบทวนลักษณะของของไหลอุดมคติ ในหัวขอ้ ไม่สามารถอัดตัวได้ ทำให้ความหนาแนน่ ของของไหลคงตัว แล้วต้ังคำถามใหน้ ักเรยี นตอบ ดังน้ี 1) ของเหลวไหลในท่อท่ีมพี นื้ ที่หน้าตดั ไมส่ มำ่ เสมอ เชน่ การบบี ปลายสายยาง ขณะรดน้ำต้นไม้ อตั ราเร็วการไหลในแต่ละตำแหน่งในท่อสม่ำเสมอหรือไม่ 2) สัมพันธ์กับพืน้ ทห่ี นา้ ตดั ของท่อหรือไม่ อยา่ งไร (ครูเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ ไมค่ าดหวังคำตอบท่ถี ูกตอ้ ง) ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสำรวจและค้นหา 2.1 ครูนำนักเรียนทุกคนศึกษาเนื้อหา เรื่อง สมการความต่อเนื่อง ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หนา้ 238-240 2.2 ครูนำนกั เรยี นศกึ ษาโจทยต์ ัวอยา่ ง 17.8 ในหนงั สอื เรียน อยา่ งละเอยี ด 2.3 นักเรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง สมการความตอ่ เนื่อง 2.4 นกั เรียนทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 17.4 ขอ้ 1 และแบบฝึกหดั 17.4 ขอ้ 1 ลงในสมดุ ขนั้ ท่ี 3 ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป 3.1 ครูสุ่มนักเรียน 2 คน ออกมาเฉลยคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 17.4 ข้อ 1 และแบบฝึกหัด 17.4 ข้อ 1 หน้าช้นั เรียน 3.2 ครูนำนกั เรยี นอภิปรายเพ่ือนำไปสู่การสรุปโดยใช้คำถามตอ่ ไปน้ี 1) ในการพจิ ารณาการไหลของของไหลตอ้ งระบุอะไรบ้าง (แนวการตอบ ในการพิจารณาการ ไหลของของไหลตอ้ งระบุท้งั ขนาดและทศิ ทางของความเรว็ ทุก ๆ ตำแหน่งในลำของไหลทเี่ คลื่อนท่ี) 2) เสน้ แทนแนวการเคล่อื นท่ีของของไหล เรยี กว่า (แนวการตอบ สายกระแส (Stream line)) 3) โดยท่ีสายกระแสแตล่ ะสายจะตดั กันหรือไม่ อย่างไร (แนวการตอบ โดยท่สี ายกระแสแต่ ละสายจะไม่ตดั กนั ทศิ ทางความเรว็ ของการไหลทจี่ ุดใด ๆ จะอย่ใู นแนวสัมผสั กับสายกระแส ณ จุดนนั้ ) 4) สำหรับการไหลแบบคงตวั ทที่ ุก ๆ อนุภาคทีเ่ คลอื่ นท่ผี า่ นจุดใดจุดหนง่ึ จะมกี ารเคลอื่ นทไี่ ป ตามแนวท่ีมีอนุภาคบางตัวได้เคลื่อนที่ไปก่อนหน้านั้นแล้ว เรียกว่า (แนวการตอบ (Laminar flow))

5) จงบอกลักษณะของของไหลในอดุ มคติ (แนวการตอบ 1. ไม่มคี วามหนดื หรอื แรงเสียด ทานภายในระหวา่ งชนั้ ของของไหล 2. ไมส่ ามารถอัดตวั ได้ ทำใหค้ วามหนาแน่นของของไหลมีคา่ คงตวั 3. ไหลสมำ่ เสมอ (steady flow) คือ ทตี่ ำแหน่งใดตำแหน่งหน่งึ ในของไหลความเร็วและความดันของของไหล มคี า่ คงตัว และ 4. ไหลโดยไม่หมุน กลา่ วคือของไหลไม่มลี กั ษณะการไหลเชย่ี วและไม่มกี ารไหลวนเกิดขน้ึ )) 3.3 ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายจนไดข้ อ้ สรปุ เรอ่ื ง สมการความตอ่ เน่อื ง ข้ันท่ี 4 ขนั้ ขยายความรู้ 4.1 ครูใหค้ วามรูเ้ พ่ิมเติมเกยี่ วกับขอ้ สงั เกต ในหนงั สือเรียน หน้า 240 4.2 ครูใหค้ วามรเู้ พ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั ปญั หา ข้อ 24 ในหนังสอื เรียน หน้า 252 ขนั้ ท่ี 5 ขน้ั ประเมินผล 5.1 ครตู รวจใบงาน เร่ือง สมการความต่อเนอ่ื ง 5.2 ครูตรวจสมุดนักเรียนในการตอบคำถามตรวจสอบความเข้าใจ 17.4 ข้อ 1 และแบบฝึกหัด 17.4 ขอ้ 1 8. สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 8.1 ส่อื การเรยี นรู้ - หนังสือเรยี นรายวชิ าเพิ่มเติมวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ฟิสกิ ส์) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เลม่ 5 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) - ใบงาน เรื่อง สมการความตอ่ เนือ่ ง - ใบความรู้ เรอื่ ง สมการความต่อเน่ือง 8.2 แหล่งการเรียนรู้ - อนิ เทอร์เน็ต - หอ้ งสมดุ 9. การวัดและประเมนิ ผล (K-P-A) ส่งิ ที่วัด วธิ ีการวัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล ดา้ นความรู้ (K) : 1) ตรวจใบงาน เรอ่ื ง 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรียนสามารถ 1) นกั เรยี นอธบิ ายสมการความ สมการความตอ่ เน่ือง ทำกิจกรรม ตอบคำถามได้ ต่อเน่ืองได้ 2) ใบงาน เรอ่ื ง ระดบั ดี ผา่ นเกณฑ์ สมการความตอ่ เนื่อง ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) : 1) ตรวจสมุดนักเรยี น 1) แบบประเมนิ การ 1) นักเรียนสามารถทำ 1) นกั เรยี นคำนวณหาปรมิ าณต่าง ๆ ท่ี ในการตอบคำถาม ทำกิจกรรม แบบฝึกหัดไดร้ ะดับดี เกยี่ วขอ้ งได้ ตรวจสอบความเข้าใจ 2) คำถามตรวจสอบ ผ่านเกณฑ์ 17.4 ขอ้ 1 และ ความเขา้ ใจ 17.4 แบบฝึกหัด 17.4 ขอ้ ข้อ 1 และ 1 แบบฝกึ หดั 17.4 ขอ้

สิ่งท่ีวดั วิธีการวดั ผล เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ ผล ด้านคุณลกั ษณะ (A) : 1) ใฝ่เรยี นรแู้ ละมุ่งม่นั ในการทำงาน 1) ตรวจใบงาน เรื่อง 1) แบบประเมินการ 1) นักเรยี นทำภาระ สมการความตอ่ เนื่อง ทำกจิ กรรม งานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 2) ตรวจสมดุ นักเรยี นใน 2) ใบงาน เรอื่ ง ได้ระดบั ดี ผ่านเกณฑ์ การตอบคำถาม สมการความตอ่ เน่อื ง ตรวจสอบความเข้าใจ 3) คำถามตรวจสอบ 17.4 ขอ้ 1 และ ความเข้าใจ 17.4 แบบฝึกหดั 17.4 ขอ้ 1 ขอ้ 1 และ แบบฝกึ หัด 17.4 ขอ้ 9.1 เกณฑ์การประเมนิ เกณฑ์การประเมนิ แบบ Rubrics ของการทำกจิ กรรม เรอื่ ง สมการความตอ่ เนือ่ ง ประเด็นการ คา่ น้ำหนกั แนวทางการใหค้ ะแนน ประเมนิ คะแนน ด้านความรู้ 3 ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ น จำนวน 4-5 ขอ้ (K) 2 ตอบคำถามได้ถกู ตอ้ งครบถ้วน จำนวน 2-3 ขอ้ 1 ตอบคำถามไดถ้ กู ต้องครบถ้วน จำนวน 1 ขอ้ หรอื ตอบคำถามไม่ถูกตอ้ งทั้ง 5 ขอ้ ดา้ น 3 แสดงวิธีการหาคำตอบไดถ้ กู ต้องครบถ้วน ท้งั 2 ขอ้ กระบวนการ 2 แสดงวิธีการหาคำตอบได้ถูกตอ้ งครบถว้ นเพียงข้อเดียว (P) 1 แสดงวิธีการหาคำตอบไม่ถูกตอ้ ง ทั้ง 2 ข้อ ดา้ น 3 ทำภาระงานที่ไดร้ ับมอบหมายเสรจ็ ภายในเวลาทกี่ ำหนด และเรียบร้อยถกู ตอ้ งครบถว้ น คณุ ลักษณะ 2 ทำภาระงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายเสร็จภายในเวลาทก่ี ำหนด แต่งานยังผดิ พลาดบางสว่ น (A) 1 ทำภาระงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายเสร็จ แต่ล่าชา้ และเกิดขอ้ ผิดพลาดบางส่วน ระดบั คะแนน 3 หมายถงึ ระดับดีมาก คะแนน 2 หมายถงึ ระดบั ดี คะแนน คะแนน 1 หมายถึง ระดบั พอใช้

บนั ทึกผลหลงั การสอน ผลการจัดการเรยี นรู้ ด้านความรู้ (K) นักเรียนมคี วามรู้ (K) ผา่ นเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรียนมที ักษะกระบวนการ (P) ผา่ นเกณฑ์การประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น รอ้ ยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ดา้ นคุณลกั ษณะอันพ่ึงประสงค์ (A) นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะอนั พึ่งประสงค์ (A) ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน จำนวน.........คน คดิ เป็น ร้อยละ.................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ..................................................ครูผู้สอน (นางสาวณัฏฐา บุญยินดี) ตำแหน่ง ครู คศ.1

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 40 รายวิชา ฟิสกิ ส์ 5 รหสั วิชา ว30210 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่ืองของแข็งและของไหล จำนวน 28 ชั่วโมง เร่อื ง สมการแบรน์ ลู ลี จำนวน 2 ชว่ั โมง ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 1. สาระการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้ สาระฟสิ กิ ส์ 4. เขา้ ใจความสัมพนั ธข์ องความรอ้ นกบั การเปลยี่ นอุณหภมู ิและสถานะของสสาร สภาพยืดหย่นุ ของ วัสดุและมอดุลัสของยัง ความดันในของไหล แรงพยุงและหลักของอาร์คิมีดีส ความตึงผิวและแรงหนืดของ ของเหลว ของไหลอุดมคตลิ ะสมการแบร์นูลลี กฎของแก๊ส ทฤษฎีจลน์ของแก๊สอุดมคติ และพลังงานในระบบ ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค กัมมันตภาพรังสี แรง นิวเคลยี ร์ ปฏิกิริยานิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ ฟสิ ิกส์อนภุ าค รวมทงั้ นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ผลการเรยี นรู้ 15. อธิบายสมบัติของของไหลอุดมคติ สมการความต่อเนื่อง และสมการแบร์นูลลี รวมทั้งคำนวณ ปริมาณต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง และนำความรู้เกี่ยวกับสมการความต่อเน่ืองและสมการแบรน์ ูลลีไปอธิบายหลักการ ทำงานของอุปกรณต์ ่างๆ 2. จุดประสงค์การเรยี นรู้ (K–P–A) ด้านความรู้ (K) : 1) นกั เรียนอธิบายสมการแบร์นูลลไี ด้ 2) นักเรียนอธิบายหลักการทำงานของอุปกรณต์ ่างๆ โดยใชส้ มการความต่อเน่ือง และสมการแบร์นูลลไี ด้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) : 1) นกั เรียนคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องได้ ด้านคณุ ลักษณะ (A) : 1) ใฝ่เรียนรู้และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน 3. สาระสำคญั พฤติกรรมการไหลของของไหลสามารถทำให้ง่ายต่อความเข้าใจด้วยของไหลอุดมคติ ซึ่งมีลักษณะ ดงั น้ี อย่างสม่ำเสมอหรือท่ีตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งในของไหลความเร็วและความดนั คงตัว ไม่มีแรงหนืด บีบ อดั ไม่ไดห้ รือมคี วามหนาแน่นคงตัว และไหลโดยไม่หมุนวน อนุภาคของของไหลเคล่ือนท่ีไปตามสาย กระแส ทไ่ี ม่ตัดกัน ปริมาตรของของไหลท่ีผ่านพื้นท่ีหน้าตัดในหนึ่งหน่วยเวลาเป็นอัตราการไหล (Flow rate) ตาม สมการความต่อเน่ือง (Continuity equation) คา่ คงตวั

เมื่อของไหลมีการไหลในท่อ ผลรวมของความดัน พลังงานจลน์ต่อหน่ึงหน่วยปริมาตรและพลังงาน ศัก ย์โน้ มถ่วงต่ อห น่ึ งห น่ วยป ริมาตร มีค่ าคงตัวเสมอ ซึ่งเป็ น ไป ตาม สม ก ารแบ ร์นู ล ลี ดังนี้ = ค่าคงตัวสามารถนำไปอธิบายการไหลของของเหลวที่ไหลออกจากรรู ั่วของภาชนะ เคร่อื งฉดี นำ้ และอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านปกี เครอื่ งบิน 4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น ความสามารถในการคดิ (สงั เกต วเิ คราะห์ จัดกลุม่ สรปุ ) 5. สาระการเรยี นรู้ สมการแบรน์ ลู ลี พิจารณาของไหลอุดมคติท่ีไหลผ่านสองตำแหน่งในทออันหน่ึงท่ีมีระดับความสูงต่างกันและมีขนาด ของทอ่ ต่างกนั ความสัมพันธ์ของปริมาณตา่ ง ๆ ของของไหลขณะผา่ นท่อทต่ี ำแหนง่ ท้งั สอง ดงั นี้ เร่ิมจากพิจารณาของไหลเริ่มต้นไหลจากตำแหน่งสูง จากระดับอ้างอิงในช่วงเวลา ผ่าน พนื้ ทห่ี น้าตดั ด้วยความเรว็ ได้ระยะ และมีปรมิ าตร ดงั แสดงในรปู 17.22 ก. ในชว่ งเวลา เดยี วกนั จะมกี ารไหลที่ตำแหนง่ สูง จากระดบั อา้ งอิง ผ่านพื้นท่ีหน้าตัด ด้วย ความเร็ว ได้ระยะ และมปี ริมาตร ดงั รูป 17.22 ข. เนื่องจากของไหลในอุดมคติไม่สามารถอัดได้ ดังน้ันของไหลที่เคล่ือนที่ผ่านตำแหน่งทั้งสองจะมี ปริมาตร เท่ากัน และมีมวล เท่ากัน ตามสมการ พิจารณาการเปล่ียนแปลง พลังงานได้ดังนี้ รูป 17.22 แสดงการไหลของของไหลในทอ่ ท่ีมีพ้ืนทหี่ นา้ ตัดไมค่ งตวั และไหลจาก ความสงู ไปสู่ ความเร็วเปล่ยี นจาก เปน็

ความสงู เปลย่ี นไปจะมีพลงั งานศกั ย์โนม้ ถ่วงท่เี ปล่ียนแปลงไปคือ ความเรว็ เปลี่ยนไปจะมพี ลงั งานจลนท์ เ่ี ปล่ยี นแปลงไปคอื หากพิจารณาการไหลของของไหลเกิดจากแรงกระทำเนื่องจากความดันในของไหลตาม สมการ สามารถพจิ ารณางานท่เี กดิ ข้นึ จากการเคล่ือนท่ีของของไหล ตามสมการ การเคลอ่ื นทีข่ องของไหลสามารถหางานที่เกิดจากแรงกระทำในระยะ และ ได้ คือ เปน็ ลบเนื่องจาก แรง มีทิศตรงขา้ มกบั การเคลอื่ นทีข่ องของไหล จากความสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงานกล่าวว่า งานท้ังหมดท่ีกระทำต่อระบบเท่ากับ พลงั งานจลน์รวมของระบบทีเ่ ปล่ียนไป ซึง่ เขียนเป็นสมการไดว้ ่า โดยงานของแรงโนม้ ถ่วงของโลกจาก ไป คือ จะได้ เนอ่ื งจาก แทนค่าในสมการข้างตน้ จะได้ นั่นคือ สมการน้ีเรียกว่าสมการแบร์นูลลีซึ่งกล่าวว่าผลรวมของความดันพลังงานจลน์ต่อหน่ึงหน่วยปริมาตร และพลังงานศกั ย์โน้มถ่วงต่อหนง่ึ หน่วยปรมิ าตร ณ ตำแหนง่ ใด ๆ ภายในทอ่ ท่ีของไหลผ่าน มีค่าคงตวั เสมอ 6. สาระการเรียนรสู้ กู่ ารบรู ณาการ บรู ณาการกับกล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ เร่ือง การแกส้ มการหาคำตอบ 7. กิจกรรมการเรียนรู้

ขนั้ ท่ี 1 ขน้ั สร้างความสนใจ 1.1 ครูนำเข้าสู่หัวข้อ 17.4.3 เร่ือง สมการแบร์นูลลี โดยทบทวนการไหลของของเหลวในท่อท่ีมี ปลายทงั้ สองอยู่ใน ระดับเดียวกัน มพี ื้นท่ีหนา้ ตัดตา่ งกัน อธบิ ายการไหลด้วยสมการต่อเนื่อง 1.2 จากนนั้ ยกสถานการณ์ของเหลวในท่อที่ปลายท้ังสองอยู่ในระดับต่างกัน พื้นที่หน้าตดั ตา่ งกนั แล้ว ต้งั คำถามใหน้ กั เรยี นตอบ ดงั น้ี 1) การไหลของของเหลวในท่อ นจ้ี ะอธิบายไดอ้ ย่างไร 2) อตั ราเรว็ การไหลของของเหลวสัมพันธก์ บั ความสูงของปลายทอ่ หรือไม่ อยา่ งไร (ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เห็นอยา่ งอิสระ ไม่คาดหวงั คำตอบที่ถกู ตอ้ ง) ขนั้ ท่ี 2 ขน้ั สำรวจและค้นหา 2.1 ครูนำนักเรียนทุกคนศึกษารูป 17.22 และศกึ ษาเนอ้ื หา เร่อื ง สมการแบรน์ ูลลี ตามรายละเอียด ในหนังสือเรยี น หน้า 241-242 จนไดส้ มการที่เก่ียวข้อง 2.2 ครูนำนักเรยี นศกึ ษาปัญหา ขอ้ 25 ในหนงั สอื เรียน หน้า 252 อย่างละเอยี ด 2.3 นกั เรียนทำใบงาน เรื่อง สมการแบร์นลู ลี 2.4 นักเรียนทำปัญหา ขอ้ 25 ในหนังสือเรียน หน้า 252 ลงในสมุด (โดยครูเปลยี่ นตัวเลขในโจทย์ ปญั หา) ขน้ั ท่ี 3 ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป 3.1 ครสู ุม่ นักเรียน 2 คน ออกมาเฉลยแบบฝึกหดั หนา้ ชน้ั เรียน 3.2 ครนู ำนกั เรียนอภปิ รายเพื่อนำไปสู่การสรุปโดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้ 1) เป็นลบเน่ืองจากอะไร (แนวการตอบ เป็นลบ เนือ่ งจาก แรง มที ศิ ตรงข้ามกับการเคลอ่ื นทขี่ องของไหล) 2) ความสัมพันธ์ระหว่างงานและพลังงานกล่าวว่าอย่างไร (แนวการตอบ งานทั้งหมดท่ีกระทำต่อ ระบบเทา่ กับพลังงานจลนร์ วมของระบบทเี่ ปลีย่ นไป) 3) จงอธิบายความหมายของสมการแบรน์ ูลลี (แนวการตอบ ผลรวมของความดันพลังงานจลน์ต่อหน่ึง หนว่ ยปริมาตรและพลังงานศกั ย์โนม้ ถ่วงต่อหนึ่งหน่วยปริมาตร ณ ตำแหนง่ ใด ๆ ภายในท่อทีข่ องไหลผา่ น มีค่า คงตวั เสมอ) 4) จาก ขอ้ 3) ค่าคงตัว สามารถเขยี นได้อีกรปู คือ (แนวการตอบ ) 5) การประยุกต์ใชส้ มการแบร์นูลลีเพื่อหาความเร็วของของเหลวที่ไหลพุง่ ออกจากถังหรือภาชนะท่ีร่ัว เรยี กวา่ (แนวการตอบ กฏของตอร์รีเชลลี (Torricell's theorem)) 6) จากภาพลักษณะของเครื่องพ่นละอองน้ำ เครื่องทำงานโดยอาศัยหลักการแบร์นูลลีอย่างไร (แนว การตอบ เม่ือบีบหรอื กดยางที่ตำแหน่ง ทำใหอ้ ากาศไหลไปในท่อด้วยอตั ราเร็วสูงทำใหเ้ กิดความดันต่ำ เหนือท่อแนวด่ิง น้ำในขวดจึงถูกดันขึ้นมาตามท่อเพราะความดันของเหลวท่ีผิวหน้าของขวดมีความดัน เทา่ กับความดันบรยากาศ ( > ) น้ำที่ไหลมาในทอ่ แนวนอนถกู อากาศดันออกไปตามทอ่ ) 7) สมการของแบรน์ ูลลีใช้อธิบายเกี่ยวกับปีกเครื่องบินอย่างไร (แนวการตอบ อธิบายการเกิดแรงยก ของปีกเคร่ืองบิน ขณะเครื่องบินเคล่ือนท่ี จะมีอากาศเคล่ือนผ่านปีกเคร่ืองบิน โดยอากาศบริเวณด้านบนของ ปีกเคร่ืองบิน มีอัตราเร็วสูงกว่าอัตราเร็วของอากาศบริเวณผิวปีกด้านล่าง และความดันของอากาศท่ีผิวปีก ด้านบนน้อยกวา่ ทผี่ ิวปกี ด้านลา่ งจงึ เปน็ ผลให้เกดิ แรงยกข้ึนกระทำทป่ี กี เครือ่ งบิน)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook