Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การศึกษาเทียบเคียงโรคหละ ละออง จากคัมภีร์ปฐมจินดา กับโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

การศึกษาเทียบเคียงโรคหละ ละออง จากคัมภีร์ปฐมจินดา กับโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน

Published by oil_nichapa, 2021-11-01 11:43:22

Description: pdf24_merged

Search

Read the Text Version

47 ทาให้มาเป็นหมอพ้ืนบา้ นคือการท่ีมีบรรพบุรุษเป็ น หมอพ้ืนบา้ นความรู้ท่ีใชใ้ นการรักษาส่วนใหญ่จะ บันทึกไวใ้ นความทรงจาคนไข้ที่มารับการรักษามีท้ังคนที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่องครักษ์ และจังหวดั ใกลเ้ คยี งในการรักษาโรคหมอพ้ืนบา้ นจะเร่ิมจากการชกั ประวตั ิคนไขร้ ่วมกบั การตรวจร่างกายโดยจะใช้ ศาสตร์พ้ืนบา้ นของ แต่ละบุคคลในการรักษาหมอพ้นื บา้ นส่วนใหญ่จะใชส้ มุนไพรดารับร่วมกบั การใช้ คาถานอกจากน้ันหมอพ้ืนบ้านบางท่านจะมีข้อปฏิบตั ิ พิเศษได้แก่การถือศีลหม่ันทาบุญและไม่ด่ืม แอลกอฮอลโ์ ตยจะพบในกลมุ่ หมอพ้ืนบา้ นท่ีใชค้ าถาในการรักษาร่วมกบั การจ่ายยา สมนุ ไพร จะเห็นว่า ภูมิปัญญาของหมอพ้ืนบา้ นเป็นศาสตร์ในการดูแลสุขภาพของประชาชน ท่ีอาศยั ความเช่ือความศรัทธา และอาศยั ทรัพยากรในทอ้ งถิ่นเป็ นหลกั มีการรักษาท้งั กายและใจ ควบคู่กนั ไปการรักษาเป็ นเร่ืองของ บุญคุณไม่ใช่การเรียกร้องค่าตอบแทนและ จากการดาเนินการวิจยั ในคร้ังน้ีผูว้ ิจยั เห็นว่าองค์ความรู้ตงั กล่าวไมม่ ีการบนั ทึกขอ้ มลู เก็บไร้ทาใหอ้ งคค์ วามรู้จะสูญสิ้นไปพร้อมกบั หมอพ้นื บา้ นซ่ึงหากเป็นเช่นน้ี การแพทยพ์ ้ืนบา้ นคงเสื่อมคณุ ค่าและสูญสิ้นไปในท่ีสุด พาณีพนั ธุ์ ฉตั รอาไพวงศ์ (2542) การรักษาโรคกระพ้นั หละ และซางโดยการกวาดยากรณีศึกษา หมอกวาดยาตาบลกุยบุรี อาเภอกุยบุรี จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ การวิจยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือศึกษา ประวตั ิและภมู ิหลงั ของหมอกวาดยา องคค์ วามรู้ ในการรักษาโรคการอธิบายโรคและกระบวนการรักษา โรคกระพ้นั หละ และซางของหมอกวาดยา ระบบความคิด ความเช่ือ การอธิบายสาเหตขุ องการเกิดโรค กระพ้นั หละ และซางในทศั นะของ ชาวบา้ น หมอแผนโบราณ และแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ตลอดจนศึกษา ปัจจยั ทางวฒั นธรรมท่ีมีผลต่อการ ดารงอยู่ของหมอกวาดยา โดยใชว้ ิธีการศึกษาเชิงคุณภาพ เก็บขอ้ มูล จากกลุ่มตวั อยา่ งซ่ึงประกอบ ดว้ ยหมอกวาดยาจานวน 1 ราย ผูป้ กครองของเด็กท่ีป่ วยดว้ ยโรคกระพ้นั หละ และซาง จานวน 60 ราย, หมอแผนโบราณ 2 ราย และแพทยแ์ ผนปัจจุบนั 3 ราย ใชเ้ วลาในการเก็บ ขอ้ มูลในพ้ืนที่ ศึกษาท้งั สิ้น 6 เดือน ต้งั แต่เดือน พ.ย.2541 - เม.ย.2542 ผลการศึกษาพบว่า หมอกวาดยา เรียนรู้การเป็ นหมอกวาดยาจากบิดาของตนเอง โดยวิธีการ จดจาจากประสบการณ์ที่ได้พบเห็นใน ชีวิตประจาวนั ส่วนองค์ความรู้ในการอธิบายโรคน้ันหมอกวาดยา หมอแผนโบราณ และชาวบา้ นมี ความเชื่อตรงกนั ว่าโรคกระพ้นั หละ และซางเป็ นโรคท่ีเกิดจาก ธรรมชาติและอานาจเหนือธรรมชาติ สาหรับการรักษาท่ีเหมาะสมน้นั หมอกวาดยา และชาวบา้ นมี ความเชื่อตรงกนั วา่ ตอ้ งรักษาโดยการกวาด ยาเท่าน้ันจึงจะหายจากโรคได้ ในขณะท่ีทางการแพทย์ แผนปัจจุบนั ถือว่า โรคเหล่าน้ีเกิดจากเช้ือ แบคทีเรียและไวรัส ถา้ ปล่อยทิ้วไวใ้ ห้โรคดาเนินไป ก็สามารถหายเองได้ ส่วนการกวาดยาน้ัน หาก

48 ปรับปรุงวิธีการกวาดยาใหส้ ะอาดข้ึน ก็สามารถรักษา โรคดงั กล่าวไดเ้ ช่นเดียวกนั เพียงแต่มีขอ้ แนะนา ว่าไม่ควรทาการกวาดยาใหก้ บั ทารกเท่าน้ัน จาก การศึกษาพบว่า ปัจจยั ท่ีมีผลต่อการดารงอยู่ของหมอ กวาดยาน้นั ไดแ้ ก่ (1) ระบบความคิดความเชื่อในเรื่องโรคกระพ้นั หละ และซางของชาวบา้ น และหมอ กวาดยาตรงกนั (2) การกวาดยามีประสิทธิผลในการรักษา ป้องกนั และส่งเสริมสุขภาพเด็กไม่ให้เป็ น โรคกระพ้นั หละ และซางได้ (3) รูปแบบการให้บริการของหมอกวาดยา สอดคลอ้ งกับวิถีชีวิตของ ชาวบา้ น (4) ค่าใชจ้ ่ายในการรับบริการไม่แพง (5) ชาวบา้ นมีความเช่ือถือศรัทธาในตวั ของหมอกวาดยา (6) การกวาดยาเป็นแบบแผนในการดูแลรักษาและส่งเสริมสุขภาพเด็กของชาวบา้ นในอาเภอ กุยบุรี ท่ี ปฏิบตั ิสืบตอ่ กนั มาต้งั แตอ่ ดีตจนถึงปัจจุบนั Annie Vainionpaa (2562) Neonatal thrush of newborns: Oral candidiasis มี วตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ ตรวจสอบการมีอยขู่ อง C. albicans ในทารกแรกเกิดที่มีหรือไม่มีผลทางคลินิกของการ ติดเช้ือราที่เยือ่ เมือกในช่องปาก จุดมุ่งหมายอีกประการหน่ึงคือเพ่ือศึกษาการตอบสนองของการรักษา เช้ือราในช่องปากเฉพาะท่ีดว้ ยของเหลวที่มีกรด ไดแ้ ก่ lingonberry หรือน้ามะนาว ทาการเก็บตวั อย่าง โดยการกวาดนิ้วจากทารกท่ีมีสุขภาพดีสมบูรณ์ จานวน 32 คนซ่ึงอายนุ อ้ ยกว่า 1 ปี ที่มีและไม่มีเช้ือรา ในช่องปาก ทารกส่วนใหญ่จะมาตรวจสุขภาพเป็ นประจาที่คลินิกชุมชนในเมืองลี ประเทศฟิ นแลนด์ โดยอายุเฉลี่ยของผูเ้ ขา้ ร่วมคือ 4.8 เดือน (SD 3.13) พยาบาลชุมชน (n = 3) คุน้ เคยกบั การเก็บตวั อย่าง แบบรูด นาตวั อย่างเยื่อเมือกในช่องปากพนั ดว้ ยแท่งสาลี (Transystem M40, เคร่ืองฉีดพลาสติกแบบไม่ ใช้ถ่าน) ตวั อย่างถูกเพาะเล้ียงเช้ือรา Candida ตามระเบียบการของ Northern Ostrobothnia Hospital District ประเทศฟิ นแลนด์ พยาบาลบนั ทึกรอยขาวทางคลินิกว่าเป็ นเช้ือราในช่องปาก หากปรากฏวา่ มี ความหนาและเป็ นสีเหลือง ยกเว้นแผ่นน้านมสีขาวท่ีบางลง ผูป้ กครองจะได้รับคาสั่งให้หยด lingonberry หรือน้ามะนาวหรือน้าโซดาบนเยื่อเมือกในช่องปากของทารก ทาการตรวจวดั พ้ืนฐาน พยาบาลบนั ทึกอายุของเด็ก (เดือน) ไซตต์ วั อย่าง การดูในช่องปาก (มีเช้ือรา/ไม่มีเช้ือรา/) และการรักษา หากจาเป็น ตามการติดต่อพ่อแม่ทางโทรศพั ทใ์ น 2 สปั ดาห์ ใหพ้ วกเขาบนั ทึกรอยขาว (y/n) ที่ยงั คงมีอยู่ ผปู้ กครองใหป้ ัจจยั เบ้ืองหลงั เกี่ยวกบั เวลาต้งั ทอ้ ง (เดือน) และวิธีการคลอด (ธรรมชาติ/ซีซาร์) วิธีหลกั ในการใหน้ ม (ขวด/เตา้ นม) ปริมาณในขวด (นมแม่/สูตรสาหรับทารก/น้า/น้าผลไม/้ อย่างอ่ืน) , การใช้ จุกหลอก (y/n), เวลางอกของฟันน้านมซี่แรก (เดือน), การรักษาทางทนั ตกรรมของแม่ (คาถามเปิ ด), หู ช้นั กลางอกั เสบที่เป็นไปไดข้ องเด็ก (AOM, y/n) และการใชย้ าปฏิชีวนะ, โรคเตา้ นมอกั เสบของแม่ การ

49 ใชย้ าปฏิชีวนะ (y/n) ผลการอภิปราย การวนิ ิจฉยั ทางคลินิกของเช้ือราในทารกครบกาหนดท่ีมีสุขภาพดี ไม่สอดคลอ้ งกบั การคน้ พบท่ีเพาะเล้ียง (12.5% / ไม่มี ตามลาดบั ) ไม่พบ CA ในตวั อย่างใดๆ ท่ีน่ี ซ่ึง ขัดแยง้ กับการค้นพบก่อนหน้าน้ี (Issa et al., 2011; Stecksen-Blicks et al., 2015) พบ CP ในตวั อย่าง เดียว แต่ไม่มีผลทางคลินิก CP ประกอบดว้ ยหน่ึงในสามของการติดเช้ือ Candida โดยเฉพาะในทารก แรกเกิดท่ีคลอดก่อนกาหนด (Pammi, Holland, Butler, Gacser, & Bliss, 2013) โรคเตา้ นมอกั เสบจาก แม่และการใชย้ าปฏิชีวนะเท่าน้ันที่เก่ียวขอ้ งกับเช้ือราในช่องปาก แมจ้ ะไดร้ ับการรักษา แต่รอยขาว ยงั คงมีอยใู่ นสามในสี่กรณี Lingonberry และน้ามะนาวโดยพิจารณาจากความเป็นกรด (pH 2.7 และ 3.1 ตามลาดบั ) ซ่ึงใช้กันทว่ั ไปในฟิ นแลนด์เพ่ือรักษาโรคเช้ือราในหู ดูเหมือนจะไม่ได้ผล โรคเต้านม อกั เสบของมารดาและการใชย้ าปฏิชีวนะอาจบง่ บอกถึงสาเหตุของจุลินทรียบ์ างชนิด เช้ือราในช่องปาก ไม่ใช่การติดเช้ือของ CA ดงั น้นั คาถามยงั คงอยู่ มนั คืออะไรนม เยอ่ื เมือกท่ีหลุดออก หรือบางทีอาจเป็น จุลินทรียอ์ ื่นๆ จาเป็ นตอ้ งมีการศึกษาเพ่ิมเติมเพื่อระบุองค์ประกอบการแต่งของแผ่นสีขาว ไม่มีภาพ ทางคลินิกใด ๆ ท่ีอาจมีค่าและประชากรในการศึกษามีน้อย ดงั น้ันผลลพั ธ์เหล่าน้ีจะต้องได้รับการ พิจารณาเบ้ืองตน้ Catherinel H.L. Hong (2562) Relative frequency of oral mucosal lesions in children, a scoping review วตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อดูรายละเอียดการทบทวนขอบเขตเก่ียวกบั ความถี่สมั พทั ธร์ ะดบั โลก และระดบั ภมู ิภาคของความผิดปกติของเยอื่ เมือกในช่องปากในเดก็ โดยอิงจากการศึกษาทางคลินิกและ รายงานจากบนั ทึกการตรวจชิ้นเน้ือ ผลลพั ธ์มีการศึกษาทางคลินิก 20 ชิ้น (ขนาดตวั อย่าง: 85,976) และ 34 การศึกษาจากบริการตรวจชิ้นเน้ือ (40,522 ชิ้นเน้ือ) ถูกรวมไว้ ในทางคลินิก อาการที่พบบ่อยที่สุดคอื แผลเป่ื อย (1.82%), รอยโรคท่ีเก่ียวขอ้ งกบั บาดแผล (1.33%) และรอยโรคท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ไวรัสเริม (HSV) (1.33%) โดยรวมแลว้ รอยโรคที่เกิดจากการตดั ชิ้นเน้ือโดยทว่ั ไปคือ mucoceles (17.12%), fibrous lesions (9.06%) และ pyogenic granuloma (4.87%) ตามภมู ิภาคทางภูมิศาสตร์ของ WHO ความถ่ีสมั พทั ธ์แบบรวมกลมุ่ ของรอยโรคในช่องปากท่ีพบบอ่ ยที่สุดมีความคลา้ ยคลึงกนั ระหวา่ ง ภมู ิภาคท้งั ในการศึกษาทางคลินิกและการตรวจชิ้นเน้ือ ตามภมู ิภาคตา่ งๆ รอยโรคท่ีลิน้ ตามภูมิศาสตร์ (migratory glossitis), HSV lesions, fiissured tongue และ trauma-associated ulcers เป็นรอยโรคของเยอื่ เมือกในช่องปากในเดก็ ที่รายงานบอ่ ยที่สุดในการศึกษาทางคลินิก ในขณะที่ mucoceles, fibrous lesions และ pyogenic granuloma เป็นรอยโรคท่ีเกิดจากการตดั ชิ้นเน้ือโดยปกติ Indian Pediatr (2559) Clinical profile and risk factors for oral candidosis in sick newborns มี วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือให้รายละเอียดทางคลินิกและประเมินความสาคญั ของปัจจยั เสี่ยงต่างๆ ท่ีส่งผลตอ่ การ

50 เกิดเช้ือราในช่องปากในทารกแรกเกิด การติดเช้ือในช่องปากไดร้ ับการบนั ทึก 3.2% (20/650) ใน NICU การติดเช้ือราแบบเฉียบพลนั เป็นอาการที่พบไดบ้ ่อยท่ีสุด อายเุ ฉลี่ยท่ีเริ่มมีอาการคือ 10.5 วนั Candida albicans แยกไดใ้ น 50% กรณีนอกเหนือจาก C. tropicalis, C. paratropicalis, C. krusei, C. glabrata และ C. parapsilosis ในการวิเคราะห์แบบไม่แปรผนั เพศชาย ภาวะขาดอากาศหายใจเมื่อคลอด และการ รักษาดว้ ยยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานมีความสมั พนั ธ์อยา่ งมีนยั สาคญั กบั การเกิดเช้ือราในช่องปากใน ทารกแรกเกิด จากจานวนน้ี ภาวะขาดอากาศหายใจแต่กาเนิดเป็นปัจจยั เดียวที่มีนยั สาคญั กบั การติดเช้ือ ราในช่องปาก (OR 8.09, 95% CI 1.34-48.8, p = 0.0226) ในการวิเคราะห์หลายตวั แปรและสามารถสรุป ไดว้ า่ C. albicans เป็นเช้ือท่ีแยกตวั ไดเ้ ด่นในชุดของการติดเช้ือราในช่องปากน้ี อาการทางคลินิกเห็นได้ ชดั ในสัปดาห์ที่สองของชีวิตและภาวะขาดอากาศหายใจที่เกิดเป็นเหตกุ ารณ์ปริกาเนิดที่เก่ียวขอ้ งมาก ที่สุด

51 บทท3ี่ วธิ ีการดาเนนิ การวิจัย รูปแบบงานวิจัย การวิจยั คร้ังน้ีเป็ นการศึกษาวิจยั เชิงคุณภาพ (Descriptive Research) การศึกษาเปรียบเทียบ โรคหละ ละออง จากคมั ภีร์ปฐมจินดากบั โรคทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั เพ่ือศึกษารวบรวมลกั ษณะ อาการแสดงของโรคหละ และละออง ในคมั ภีร์ปฐมจินดา เพื่อศึกษารวบรวมลกั ษณะอาการแสดงของ โรคในปากในคอเดก็ ในทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั และเพอ่ื เทียบเคียงโรคหละ ละออง และโรคในปาก ในคอเด็กกบั ทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั โดยมีข้นั ตอนและวธิ ีการดาเนินงานวจิ ยั ดงั ต่อไปน้ี เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย 1. ตารางบนั ทึกการผลการรวบรวมขอ้ มูลโรคหละ ละออง จากคมั ภีร์ปฐมจินดา 2. ตารางบนั ทึกผลการเปรียบเทียบโรคหละ ละอองจากคมั ภีร์ปฐมจินดากบั โรคในปากในคอ เด็ก ในทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั 4. ตารางบนั ทึกตารับยาสมนุ ไพรท่ีใชใ้ นการรักษาโรคหละ ละออง จากคมั ภีร์ปฐมจินดา 3.แบบประเมินความถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ดว้ ยผเู้ ชี่ยวชาญทางการแพทยแ์ ผนไทย 2 ทา่ น และทาง การแพทยแ์ ผนปัจจุบนั 1 ท่าน แหล่งข้อมูลในการวิจัย 1. แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทางวรรณกรรมของชาติ 2. ตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รัชกาลที่ 5 เล่ม 1,2 3. ตาราแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์พระยาพิษณุประสาทเวช เลม่ 1,2 4. ตาราการตรวจรักษาโรคทวั่ ไป นายแพทยส์ ุรเกียรติ อาชานุภาพ เล่มที่ 2 โรคกบั การดูแล รักษาและการป้องกนั

52 5. คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลตามบญั ชียาหลกั แห่งชาติ ยาท่ีใช้ทางทนั ตกรรม โดย คณะอนุกรรมการพฒั นาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ และคณะทางานผเู้ ช่ียวชาญแห่งชาติดา้ นการคัดเลือกยา สาขาทนั ตกรรม 2560 6. หนงั สือ รอยโรคในช่องปาก ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความผิดปกติของระบบภูมิคุม้ กนั ผแู้ ต่ง กอบ กาญจน์ ทองประสม 2559 7. หนังสื อ Oral Pathology in the Pediatric Patient: A Clinical Guide to the Diagnosis and Treatment of Mucosal Lesions ผแู้ ตง่ Elizabeth Philipone และ Angela J. Yoon 2560 8. หนงั สือ Atlas of Oral Diseases : A Guide for Daily Practice ฉบบบั ภาษาไทย ผแู้ ตง่ Isaac van def waal แปลและเรียบเรียงโดย ทพญ.ดร. เป่ี ยมกมล วชั โรทยางกรู 2561 เกณฑ์การคดั เลือกข้อมูล 1.คดั เลือกตาราทางการแพทยแ์ ผนไทยที่มีความน่าเช่ือถือ มีการตรวจสอบ ชาระ ซ่ึงไดร้ ับการรับรอง จากกระทรวงสาธารณสุข ดงั น้ี 1.1. คดั เลือกขอ้ มูลจากแพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทาง วรรณกรรมของชาติ ที่มีการกล่าวถึงโรค หละ ละออง ในเดก็ จากคมั ภีร์ปฐมจินดา และวิธีการรักษา 1.2. คดั เลือกขอ้ มลู จากตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รัชกาลท่ี 5 เล่ม 1,2 ที่มีการกลา่ วถึงโรค หละ ละออง ในเดก็ จากคมั ภีร์ปฐมจินดา และวธิ ีการรักษา 1.3. คดั เลือกขอ้ มูลจากตาราแพทยศ์ าสตร์สงเคราะหพ์ ระยาพิษณุประสาทเวช เลม่ 1,2 ท่ีมี การกลา่ วถึงโรค หละ ละออง ในเดก็ จากคมั ภีร์ปฐมจินดา และวธิ ีการรักษา 2.คดั เลือกขอ้ มลู เน้ือหาในตารา และแหล่งใหข้ อ้ มลู ทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ที่มีความน่าเช่ือถือ โดย มีการตรวจสอบและเป็นที่ยอมรับในทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ดงั น้ี 2.1. คดั เลือกขอ้ มูลจากตาราการตรวจรักษาโรคทวั่ ไป นายแพทยส์ ุรเกียรติ อาชานุภาพ เล่มท่ี 2 โรคกบั การดูแลรักษาและการป้องกนั 2.2. คดั เลือกขอ้ มูลจากคู่มือการใชย้ าอยา่ งสมเหตุสมผลตามบญั ชียาหลกั แห่งชาติ ยาท่ีใชท้ าง ทนั ตกรรม โดย คณะอนุกรรมการพฒั นาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ และคณะทางานผเู้ ช่ียวชาญแห่งชาติดา้ น การคดั เลือกยา สาขาทนั ตกรรม 2560

53 2.3. คดั เลือกขอ้ มลู จากหนงั สือ รอยโรคในช่องปาก ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความผิดปกติของระบบ ภูมิคุม้ กนั ผแู้ ตง่ กอบกาญจน์ ทองประสม 2559 2.4 คดั เลือกขอ้ มลู จากหนงั สือ Oral Pathology in the Pediatric Patient: A Clinical Guide to the Diagnosis and Treatment of Mucosal Lesions ผแู้ ต่ง Elizabeth Philipone และ Angela J. Yoon 2560 2.5 คดั เลือกขอ้ มลู จากหนงั สือ Atlas of Oral Diseases : A Guide for Daily Practice ฉบบบั ภาษาไทย ผแู้ ตง่ Isaac van def waal แปลและเรียบเรียงโดย ทพญ.ดร. เป่ี ยมกมล วชั โรทยางกูร 2561 การดาเนินการวจิ ัย 1. กาหนดตาราที่ใชใ้ นการวิจยั และเตรียมขอ้ มูลเอกสารในการสืบคน้ ขอ้ มลู 2. ศึกษาขอ้ มูลในคมั ภีร์ปฐมจินดาจาก แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทยแ์ ละ มรดกทางวรรณกรรมของชาติ ตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รัชกาลที่ 5 เล่ม 1,2 ตาราแพทย์ศาสตร์ สงเคราะหพ์ ระยาพศิ ณุประสาทเวช เลม่ 1,2 3. ศึกษาขอ้ มูลโรคในปากในคอเด็กจาก ตาราการตรวจรักษาโรคทวั่ ไปนายแพทยส์ ุรเกียรติ อา ชานุภาพ เล่มที่ 2 โรคกบั การดูแลรักษาและการป้องกนั คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลตามบญั ชียา หลกั แห่งชาติ ยาท่ีใชท้ างทนั ตกรรม โดย คณะอนุกรรมการพฒั นาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ และคณะทางาน ผเู้ ช่ียวชาญแห่งชาติดา้ นการคดั เลือกยา สาขาทนั ตกรรม 2560 หนงั สือ รอยโรคในช่องปาก ที่เก่ียวขอ้ ง กบั ความผิดปกติของระบบภูมิคุม้ กนั ผแู้ ต่ง กอบกาญจน์ ทองประสม 2559 หนงั สือ Oral Pathology in the Pediatric Patient: A Clinical Guide to the Diagnosis and Treatment of Mucosal Lesions ผู้แต่ง Elizabeth Philipone และ Angela J. Yoon 2560 และหนงั สือ Atlas of Oral Diseases : A Guide for Daily Practice ฉบบบั ภาษาไทย ผแู้ ต่ง Isaac van def waal แปลและเรียบเรียงโดย ทพญ.ดร. เป่ี ยมกมล วชั โรท ยางกรู 2561 4. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและตรวจสอบขอ้ มลู แบ่งเป็น 3 ข้นั ตอน ดงั น้ี ข้นั ตอนที่ 1 เก็บรวบรวมขอ้ มูลลกั ษณะอาการแสดงของโรคหละ ละออง จากตาราแพทย์ ศาสตร์สงเคราะห์ ภูมิปัญญาทางการแพทยแ์ ละมรดกทางวรรณกรรมของชาติ ตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รัชกาลที่ 5 เลม่ 1,2 ตาราแพทยศ์ าสตร์สงเคราะหพ์ ระยาพิษณุประสาทเวช เลม่ 1,2 ข้นั ตอนที่ 2 เก็บรวบรวมขอ้ มูลโรคในปากในคอเด็กในทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบันจาก ตาราการตรวจรักษาโรคทว่ั ไป นายแพทยส์ ุรเกียรติ อาชานุภาพ เล่มท่ี 2 โรคกบั การดูแลรักษาและการ

54 ป้องกัน คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลตามบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาที่ใช้ทางทันตกรรม โดย คณะอนุกรรมการพฒั นาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ และคณะทางานผเู้ ช่ียวชาญแห่งชาติดา้ นการคดั เลือกยา สาขาทนั ตกรรม 2560 หนงั สือ รอยโรคในช่องปาก ที่เก่ียวขอ้ งกบั ความผิดปกติของระบบภูมิคุม้ กนั ผู้ แต่ง กอบกาญจน์ ทองประสม 2559 หนงั สือ Oral Pathology in the Pediatric Patient: A Clinical Guide to the Diagnosis and Treatment of Mucosal Lesions ผู้แต่ง Elizabeth Philipone และ Angela J. Yoon 2560 และหนังสือ Atlas of Oral Diseases : A Guide for Daily Practice ฉบบับภาษาไทย ผูแ้ ต่ง Isaac van def waal แปลและเรียบเรียงโดย ทพญ.ดร. เป่ี ยมกมล วชั โรทยางกูร 256 ข้นั ตอนท่ี 3 ตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มูลโดยผูเ้ ชี่ยวชาญทางการแพทยแ์ ผนไทย 2 ท่าน และทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั 1 ท่าน 5. การวเิ คราะห์ ข้นั ตอนที่ 1 วิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงเน้ือหาเก่ียวกบั อาการแสดงของโรคหละ ละออง จาก คมั ภีร์ปฐมจินดา ข้นั ตอนที่ 2 วิเคราะห์ขอ้ มูลเปรียบเทียบเชิงเน้ือหาเก่ียวกบั ลกั ษณะอาการแสดงของโรค ในปากในคอเดก็ ทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั ข้นั ตอนท่ี 3 นาแบบประเมินความถูกตอ้ งของขอ้ มูลจากผเู้ ชี่ยวชาญทางการแพทยแ์ ผนไทย 2 ท่าน และทางการแพทยแ์ ผนปัจจุบนั 1 ท่าน มาทาการวเิ คราะหแ์ ละแกไ้ ขปรับปรุงเน้ือหา 6. สรุปผลการวจิ ยั และขอ้ เสนอแนะท่ีไดจ้ ากการศึกษาวจิ ยั

55 บรรณานุกรม คณะกรรมการอานวยการ กระทรวงสาธารณสุข.(2559,ตุลาคม). แผนพฒั นาสุขภาพแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 (2560-2564). วนั ที่คน้ ขอ้ มลู 10 มิถนุ ายน 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก http://dmsic.moph.go.th/index/detail/6991?fbclid=IwAR1VyxVUOr96NCRnYxlUunRlBy DX1nUVxAQFZQiGURh-qT1OTfUMv8M2j-4 กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก.(2560). แผนยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ด้าน สาธารณสุข,(ม.ป.ป). วนั ท่ีคน้ ขอ้ มูล 13 มิถุนายน 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก https://tpd.dtam.moph.go.th/images/sp/Policy_Strategy/10._ เกษรินทร์ เจริญสุข.(2563 กรกฎาคม-ธนั วาคม).การศึกษาภูมิปัญญาหมอพืน้ บ้านในการรักษาโรคหละ ละออง ซาง.วารสารวิชาการมหาวิทยาลยั การจดั การและเทคโนโลยอี ีสเทิร์น,17(2), 188. วนั ที่คน้ ขอ้ มลู 10 กรกฎาคม 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก https://so06.tci-thaijo.org คณะอนุกรรมการพฒั นาบญั ชียาหลกั แห่งชาติ และคณะทางานผเู้ ชี่ยวชาญแห่งชาติดา้ นการคดั เลือกยา สาขาทนั ตกรรม.(2016).คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุผลตามบัญชียาหลักแห่งชาติยาท่ีใช้ทางทันตกรรม. วนั ท่ีคน้ ขอ้ มลู 13 มิถุนายน 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.dent.chula.ac.th/oral- diseases/medications/NationalListofEssentialMedicines.pdf บุษบา ประภาสพงศ์ และคณะ./(2561)./แพทยศ์ าสตร์สงเคราะห์ : ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดก ทางวรรณกรรมของชาติ.(พมิ พค์ ร้ังท่ี 5).สกสค :/ลาดพร้าว พระยาพิศณุประสาทเวช. (2451). แพทย์ศาสตร์ สงเคราะห์ เล่ม 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ศุภ การจารูญถนนอษั ฎางค.์ สุรเกีรยติ อาชานุภาพ. (2551). ตาราการตรวจรักษาโรคทั่วไป 2 โรคกับการดูแลรักษาและ ป้องกัน. กรุงเทพมหานคร: โฮลิสติก พบั ลิชชิ่ง.

56 กรมศิลปากรและกระทรวงศึกษาธิการ.(2542).ตาราเวชศาสตร์ฉบบั หลวง รัชกาลที่5 เล่ม2.กรุงเทพฯ: อมรินทร์ อมรินทร์พริ้นติ้งแอนดพ์ บั บลิชช่ิง. ศูนยข์ อ้ มูลข่าวสารดา้ นเวชภณั ฑ์ กระทรวงสาธารณสุข(2559).คู่มือการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลตาม บัญชียาหลกั แห่งชาติ. วนั ที่คน้ ขอ้ มูล 10 สิงหาคม 2564, เขา้ ถึงไดจ้ าก http://www.dent.chula.ac.th/oral-diseases/medications/NationalListofEssentialMedicines กรมการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทยท์ างเลือก.(2559).แผนยทุ ธศาสตร์ชาติ20ปี ด้านสาธารณสุข การแพทย์แผนไทย.วนั ท่ีคน้ ขอ้ มลู 4 สิงหาคม 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก https://tpd.dtam.moph.go.th/images/sp/Policy_Strategy/10. สานกั ข่าว hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ.(2556).กว่า3ทศวรรษการสาธารณสุขมูลฐานไทย.วนั ที่คน้ ขอ้ มูลคน้ เม่ือ 3 สิงหาคม 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก https://www.hfocus.org/content/2014/07/7622 ทพญ.ดร. เป่ี ยมกมล วชั โรทบางกรู .(2561). Atlas of Oral Diseases. นนทบุรี: บริษทั เฟิ สท์ ออฟเซต (1993) จากดั . Elizabeth Philipone.(2560). Oral Pathology in the Pediatric Patient: A Clinical Guide to the Diagnosis and Treatment of Mucosal Lesions. นนทบรุ ี: บริษทั เฟิ สท์ ออฟเซต (1993) จากดั . กอบกาญจน์ ทองประสม.(2559). รอยโรคในช่องปาก ท่ีเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิค้มุ กัน. กรุงเทพฯ:บริษทั ด่านสุทธาการพมิ พ์ จากดั . Indian Pediatr.(1996). Clinical profile and risk factor for oral candidisis in sick newborns. วนั ท่ี สืบคน้ ขอ้ มลู 2 กนั ยายน 2564,เขา้ ถึงไดจ้ าก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/8772904/ Catherinel H.L. Hong.(2562). Relative frequency of oral mucosal lesions in children,a scoping review. วนั ท่ีสืบคน้ ขอ้ มลู 2 กนั ยายน 2564, เขา้ ถึงไดจ้ าก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31034120/ Annie Vainionpaa.(2562). Neonatal thrush of newborn: Oral candidiasis.วนั ท่ีสืบคน้ ขอ้ มลู 2 กนั ยายน 2564, เขา้ ถึงไดจ้ าก https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31687193/

57 พาณีพนั ธุ์ ฉตั รอาไพวงศ.์ (2542). การรักษาโรคกระพั้น หละ และซางโดยการกวาดยา กรณีศึกษาหมอ กวาดยา ตาบล กุยบุรี อาเภอ กุยบรุ ี จังหวัด ประจวบคีรีขนั ธ์. วนั ที่สืบคน้ ขอ้ มูล 3 กนั ยายน 2564,เขา้ ถึง ไดจ้ าก http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43761









ประวตั แิ ละผลงานวิชาการของอาจารย์ท่ีปรึกษา(CV) อาจารย์สพุ รรษา สุขสมทรง ประวัติการศึกษา - การแพทยแ์ ผนไทยมหาบัณฑิต (พท.ม.) สาขาการแพทยแ์ ผนไทย วทิ ยาลยั การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชยี งราย พ.ศ. 2562 - การแพทย์แผนไทยบณั ฑิต (พท.บ.) สาขาการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์พน้ื บ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชียงราย พ.ศ. 2560 ผลงานทางวิชาการ นิรุติ ผ่ึงผล, ชลบุษ ทับทิมทอง, ยอดมนู สายพรหม, สุพรรษา สุขสมทรง และวราภรณ์ รัตนพาหิระ. (2564). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุความภักดีของผู้รับบริการการแพทย์แผนไทยในคลินิกแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการสาธารณสขุ สิรินธร จังหวัดชลบรุ ี. ใน ประสาน ต้ังยืนยงวัฒนา และ นันทพงศ์ ขาทอง (บ.ก.), ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ 4 สถาบัน ประจาปี 2564 OMSC 2021 (น. 76-84). ปทุมธานี: มหาวิทยาลยั รงั สิต. นริ ตุ ิ ผึ่งผล, วราภรณ์ รตั นพาหิระ, สุพรรษา สขุ สมทรง, ชลบษุ ทับทิมทอง. (2564). ปัจจยั ทานายความต้ังใจ ป้องกนั โรคปวดกลา้ มเน้ือหลังสว่ นลา่ งของผู้ปว่ ย ในคลนิ กิ แพทยแ์ ผนไทย วทิ ยาลัยการสาธารณสขุ สิรนิ ธร จงั หวดั ชลบุรี. วารสารเครอื ข่ายสง่ เสริมการวจิ ัยทางมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์, 4(2), 33-43.