Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วรรคทองในวรรณคดี

วรรคทองในวรรณคดี

Published by Guset User, 2021-09-29 11:29:26

Description: วรรคทองในวรรณคดี

Search

Read the Text Version

หนงั สือวรรคทองในวรรณคดี เสนอ นางสาวเจนจริ า จนั ทรเ์ ป็ง สาขาวชิ าภาษาไทย รหสั นกั ศกึ ษา๖๓๑๘๑๐๑๐๒๐๑

การเขียนกาพยย์ านี11 ตวั อยา่ งกาพยย์ านี 11 กาพยย์ านี11 คือ การแสดงความรู้ ความคดิ ความรูส้ กึ และความตอ้ งการของผสู้ ง่ สารออกไปเป็น ลายลกั ษณ์ สบิ เอ็ดบอกความนยั หนง่ึ บาทไซรข้ องพยางค์ อกั ษร เพื่อใหผ้ รู้ บั สารสามารถอา่ นเขา้ ใจ ไดร้ บั ทราบ ความรู้ ความคดิ ความรูส้ กึ และความตอ้ งการเหล่านนั้ วรรคหนา้ อยา่ เลอื นราง จานวนหา้ พาจดจา การถา่ ยทอดโดยวธิ ีบอกเลา่ ปากตอ่ ปาก หรือท่ีเรยี กวา่ “มขุ ปาฐะ” อาจทาใหส้ ารตกหลน่ หรอื คลาดเคลอ่ื นได้ หกพยางคใ์ นวรรคหลงั ตามแบบตงั้ เจา้ ลองทา งา่ ย ลายลกั ษณอ์ กั ษรหรอื ที่ตวั หนงั สือ ที่แทจ้ รงิ คือ สมั ผสั ตามชีน้ า โยงเสน้ หมายใหเ้ จา้ ดู เครื่องหมายที่ใชแ้ ทนคาพดู น่นั เอง สดุ ทา้ ยของวรรคหน่งึ สมั ผสั ตรงึ สามนะหนู สมั ผสั คาสดุ ทา้ ยของวรรคที่ 1 สมั ผสั กบั คาท่ี 1 , 2 และคาท่ี 3 ของวรรคท่ี 2คาสดุ ทา้ ย หกหา้ โยงเป็นคู่ เรง่ เรยี นรูส้ รา้ งผลงาน วรรคที่ 2 สมั ผสั กบั คาสดุ ทา้ ย ของวรรคท่ี 3 อ.ภาทพิ ศรสี ทุ ธิ์ คาสดุ ทา้ ยของวรรคที่ 4 สมั ผสั กบั คาสดุ ทา้ ย ของวรรคท่ี 2 ของบทต่อไป (สมั ผสั ระหวา่ งบท) การอา่ นกาพยย์ านี 11 จะตอ้ งแบง่ จงั หวะการอา่ นคาในแตล่ ะวรรคดงั นี้ วรรคแรกมี 5 คา วรรคหลงั มี 6 คา การอา่ นจงึ เวน้ เป็นจงั หวะตามวรรคคือวรรคหนา้ เวน้ จงั หวะ 2/3 คา สว่ นวรรคหลงั เวน้ จงั หวะ 3/3 คา

กลอนแปดเป็น คาประพนั ธอ์ กี ชนิดหนงึ่ ที่ไดร้ บั ความนิยมกนั ท่วั ไป เพราะเป็นรอ้ ยกรองชนดิ ท่ีมีความ เรยี บเรยี งงา่ ยต่อการสอื่ ความหมาย และสามารถส่อื ไดอ้ ยา่ งไพเราะ ซงึ่ กลอนแปดมีการกาหนด พยางคแ์ ละสมั ผสั มีหลายชนดิ แตท่ ี่นยิ มคือ กลอนสภุ าพ ตวั อยา่ งกลอนสภุ าพ กฎสมั ผสั พยางคส์ ดุ ทา้ ยของวรรคที่ ๑ สมั ผสั กบั พยางคท์ ่ี ๓ หรือ ๕ ในวรรคท่ี ๒พยางคส์ ดุ ทา้ ย กลอนสภุ าพพึงจามีกาหนด กลอนหนง่ึ บทส่ีวรรคกรองอกั ษร ของวรรคท่ี ๒ สมั ผสั กบั พยางคส์ ดุ ทา้ ยของวรรคท่ี ๓ และสมั ผสั กบั พยางคท์ ี่ ๓ หรอื ๕ ใน วรรคท่ี ๔ สมั ผสั ระหวา่ งบทพยางคส์ ดุ ทา้ ยของบทตน้ สมั ผสั กบั พยางคส์ ดุ ทา้ ยของวรรคท่ี ๒ วรรคละแปดพยางคน์ บั ศพั ทส์ นุ ทร อาจย่งิ หย่อนเจด็ หรอื เกา้ เขา้ หลกั การ ของบทถดั ไป หา้ แหง่ คาคลอ้ งจองตอ้ งสมั ผสั สลบั จดั รบั รองสง่ ประสงคส์ มาน สมั ผสั ในกลอนสภุ าพจะมีความไพเราะยง่ิ ขนึ้ ไป นอกเหนือจากการสมั ผสั ตามสมั ผสั บงั คบั แลว้ ยงั ตอ้ งมีสมั ผสั ในท่ีเป็น สมั ผสั สระและสมั ผสั อกั ษร อีกดว้ ยจงึ จะเป็นบทกลอนท่ี เสยี งสงู ต่าตอ้ งเรยี งเย่ียงโบราณ เป็นกลอนกานทค์ รบครนั ฉนั ทน์ ีเ้ อย ไพเราะ เสยี งวรรณยกุ ต์ คือ การบงั คบั เสยี งทา้ ยวรรคของบทรอ้ ยกรองโดยเฉพาะบทรอ้ ย กรองประเภทกลอน อนั ท่ีจรงิ ไม่ถงึ กบั เป็นการบงั คบั ที่เครง่ ครดั แต่ก็เป็นความนยิ มโดยท่วั ไป ทางการแต่งบทรอ้ ยกรอง เสียงทา้ ยวรรคของกลอน วรรคสดบั นยิ มใชเ้ สียงวรรณยกุ ตท์ กุ เสียง วรรครบั นยิ มใชเ้ สียงวรรณยกุ ตเ์ อก โท และจตั วา วรรครอง นยิ มใชเ้ สยี งวรรณยกุ ตส์ ามญั และ ตรี วรรคสง่ นยิ มใชเ้ สียงวรรณยกุ ตส์ ามญั และตรี

รา่ ยยาว รา่ ยยาว คือ รา่ ยที่ไมก่ าหนดจานวนคาในวรรคหน่งึ ๆ แตล่ ะวรรคจงึ อาจมีคานอ้ ยมากแตกต่างกนั ไป การสมั ผสั คาสดุ ทา้ ยของวรรคหนา้ สมั ผสั กับคาหนงึ่ คาใดในวรรคถดั ไป จะแต่งสนั้ ยาวเทา่ ไรเมื่อจบนยิ มลงทา้ ยดว้ ยคาวา่ แลว้ แล นนั้ แล นีเ้ ถดิ โนน้ เถดิ ฉะนี้ ฉะนนั้ ฯลฯ เป็นตน้ ตวั อย่าง โพธิสตฺโต สมเดจ็ พระบรมโพธิสตั ว์ อนั สรา้ งสมดงึ สป์ รมตั ถบารมี เม่ือจะรบั วโรรตั นเรอื งศรแี ปดประการ แดส่ านกั นทิ า้ วมฆั วานเทเวศร์ ก็ทลู แกท่ า้ วสหสั เนตรฉะนี้ — กาพยม์ หาชาติ สกั รบรรพ

รา่ ยโบราณ รา่ ยโบราณ คือ รา่ ยท่ีกาหนดใหว้ รรคหนงึ่ มีคาหา้ คาเป็นหลกั บทหนึ่งตอ้ งแตง่ ใหม้ ากกวา่ หา้ วรรคขึน้ ไป การสมั ผสั คาสดุ ทา้ ยของวรรคหนา้ สมั ผสั กบั คาที่หนึง่ สอง หรือสาม คาใดคาหนง่ึ ของ วรรคถดั ไป และยงั กาหนดอกี วา่ หากสง่ ดว้ ยคาเอก ตอ้ งสมั ผสั ดว้ ยคาเอก คาโทกด็ ว้ ยคาโท คาตายก็ดว้ ยคาตาย ในการจบบทนนั้ หา้ มไม่ใหใ้ ชค้ าท่ีมีรูปวรรณยกุ ตป์ ระสมอยเู่ ป็นคาจบบท อาจ จบดว้ ยถอ้ ยคา และอาจแตง่ ใหม้ ีสรอ้ ยสลบั วรรคกไ็ ด้ ตวั อย่าง ...พระบาทเสด็จ บ มิชา้ พลหวั หนา้ พะกนั แกวง่ ตาวฟันฉฉาด แกวง่ ดาบฟาดฉฉดั ซอ้ งหอกซดั ยยงุ่ ซอ้ งหอกพงุ่ ยยา้ ย ขา้ งซา้ ยรบ บ มคิ ลา ขา้ งขวารบ บ มิแคลว้ แกลว้ แลแกลว้ ชงิ ขา้ กลา้ แลกกลา้ ชิงขนั รุมกนั พ่งุ กนั แทง เขา้ ต่อแยง้ ต่อยทุ ธ์ โหอ่ งึ อดุ เอาชยั เสียงปืนไฟกกึ กอ้ ง สะเทือนทอ้ งพสธุ า หนา้ ไมด้ าปืนดาษ ธนูสาดศรแผลง แข็งต่อแข็งง่างา้ ง ชา้ งพะชา้ งชนกนั มา้ ผกผนั คลกุ เคลา้ เขา้ รุกรวนทวนแทง รแรงเรง่ มาหนา ถงึ พิมพิสารครราช พระบาทขาดคอชา้ ง ขนุ พลควา้ งขวางรบ กนั พระศพกษัตรยิ ์ หนีเมือ้ เมืองท่านไท้ ครนั้ พระศพเขา้ ได้ ล่นั เข่ือนใหห้ บั ทวาร ท่าน นา ตวั อยา่ งแบบมีสรอ้ ยสลบั วรรค เจา้ เผือเหลือแผน่ ดนิ นะพี่ หลากระบลิ ในแหลง่ หลา้ นะพี่ บอกแลว้ จะไวห้ นา้ แหง่ ใด นะพ่ี ความอายใครชว่ ยได้ นะพ่ี อายแก่คนไสรท้ ่านหวั นะพ่ี แหนงตวั ตาย ดีกวา่ นะพ่ี สองพี่อยา่ ถามเผือ นะพ่ี เจ็บเผอื่ เหลอื แหง่ พรอ้ ง โอเอน็ ดรู กั นอ้ ง อยา่ ซา้ จาตาย หนง่ึ รา. — ลลิ ติ พระลอ

โคลงสสี่ ภุ าพ ทกุ คนคงเคยเห็นบทรอ้ ยกรองกนั มาบา้ งแลว้ นะคะ่ บทรอ้ ยกรองของไทยมีหลายประเภท คนไทยเป็นชาติที่มีพรสวรรคใ์ นการใช้ ภาษาไดอ้ ย่างงดงาม โดยเฉพาะสามารถเลอื กสรรคาท่ีมีความไพเราะและเหมาะกบั เรอ่ื งราวที่จะประพนั ธเ์ ป็นบทรอ้ ยกรองไดอ้ ย่างลงตวั ทงั้ อกั ขรวธิ ี การสมั ผสั นอก สมั ผสั ใน สมั ผสั ระหวา่ งบท มีคาคลอ้ งจอง คาครุ คาลหุ รวมทงั้ การเกดิ ระดบั เสียงสงู ต่าของอกั ษรในภาษาไทยกย็ ิ่งมี ความไพเราะขึน้ ไปอกี คาประพนั ธบ์ างชนดิ มีขอ้ บงั คบั เรื่องการใชว้ รรณยกุ ต์ ที่นามาใชไ้ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั ฉันทลกั ษณ์ วา่ ดว้ ยการแต่ง บทรอ้ ยกรองต่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็นโคลง ฉนั ท์ กาพย์ กลอน รา่ ย ลลิ ติ กลบท ลว้ นแต่มีความไพเราะทงั้ สนิ้ โคลงสสี่ ภุ าพ ก็เป็นบทประพนั ธช์ นดิ หนึ่งท่ีมีมาตงั้ แต่สมยั กรุงศรอี ยธุ ยา ครูสรคดิ วา่ โคลงส่สี ภุ าพนนั้ มีความไพเราะ ทงั้ การใชภ้ าษา และท่วงทานอง โคลงส่ีสภุ าพท่ีรูจ้ กั กนั ดี ใน 1 บาท จะมี 2 วรรค 2. ใน 1 บท จะมี 4 บาท 3. ในวรรคแรก จะมี 5 คาเสมอ

อนิ ทรวเิ ชยี รฉันท์ 11 อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท์ มีความหมายวา่ \"ฉนั ทท์ ี่มีลลี าดจุ สายฟา้ ของพระอนิ ทร\"์ เป็นฉนั ทท์ ี่นยิ มแต่งกนั มากท่ีสดุ มีลกั ษณะและจานวนคาคลา้ ยกบั กาพยย์ านี 11 แตต่ า่ งกนั เพียงท่ีวา่ อนิ ทรวเิ ชียรฉนั ท์ มี ขอ้ บงั คบั ครุและลหุ หน่ึงบทมี 2 บาท บาทละ 11 พยางค์ แบง่ เป็น 2 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคหลงั 6 พยางค์ สง่ สมั ผสั แบบกาพย์ ลกั ษณะครุ-ลหุ เหมือนกนั ทกุ บาท คือ ครุ-ครุ-ลห-ุ ครุ-ครุ ลห-ุ ลห-ุ ครุ-ลห-ุ ครุ-ครุ ตวั อย่างคาประพนั ธ์ บงเน้ือกเ็ น้ือเตน้ พศิ ะเส้นสรีร์รัว ทว่ั ร่างและท้งั ตวั กร็ ะริกระริวไหว แลหลงั กห็ ลง่ั โล- หิตโอเ้ ลอะหลงั่ ไป เพง่ ผาดอนาถใจ ตละลว้ นระรอยหวาย — สามคั คีเภทคาฉนั ท,์ ชิต บุรทตั

กาพย์ฉบัง ๑๖ ลกั ษณะคาประพนั ธ์ ๑.บท บทหน่ึงมี ๓ วรรค คือ -วรรคแรก (วรรคสดบั ) มี ๖ คา -วรรคท่ีสอง (วรรครบั ) มี ๔ คา -วรรคที่ ๓ (วรรคสง่ ) มี ๖ คา รวมทงั้ หมด ๑๖ คา จึงเรยี กฉบงั ๑๖ ตวั อย่างกาพยฉ์ บบั ๑๖ สตั วจ์ าพวกหน่งึ สมญา พหบุ าทา มีเทา้ อเนกนบั หลาย เทา้ เกนิ กวา่ สโี่ ดยหมาย สองพวกภปิ ราย สตั วน์ า้ สตั วบ์ กบอกตรง สตั วาภิธาน (สนุ ทรภ่)ู การอา่ นกาพยฉ์ บงั ๑๖ .สมั ผสั การอา่ นกาพยฉ์ บงั จะเวน้ จงั หวะการอา่ นทกุ ๆ ๒ คา ดงั นี้ ๒.๑. สมั ผสั นอก หรอื สมั ผสั ระหวา่ งวรรค เป็นสมั ผสั บงั คบั คือ คาสดุ ทา้ ยของวรรคแรก OO/OO/OO OO/OO (วรรคสดบั ) สมั ผสั กบั คาสดุ ทา้ ยของวรรคสอง (วรรครบั ) OO/ OO/OO ๒.๒. สมั ผสั ระหวา่ งบท คือ คาสดุ ทา้ ยของวรรคสาม (วรรคสง่ ) สมั ผสั กบั คาสดุ ทา้ ยของ วรรคหนึง่ (วรรคสดบั ) ของบท

ตามหลกั ฐานทางวรรณคดีไทย กลอนหก พบครงั้ แรกในกลบทศริ วิ บิ ลุ กติ ติ สมยั อยธุ ยาตอนปลาย นอกนนั้ กแ็ ทรกอย่ใู นกลอนบทละคร แต่ที่ใชแ้ ตต่ ลอดเรอ่ื งเรมิ่ มีในสมยั รชั กาลท่ี ๖ แหง่ กรุงรตั นโกสนิ ทร์ คือ กนกนคร ของกรมหม่ืน พทิ ยาลงกรณ์ (น.ม.ส.) กลอนหก บทหนง่ึ ประกอบดว้ ย ๒ บาท บาทละ ๒ วรรค วรรคละ ๖ คา ตามผงั ตวั อย่าง กลอนหก ความดีมีอย่คู ่ชู ่วั ติดตวั กลวั้ องิ อาศยั ทาดีดีชว่ ยอวยชยั ทาช่วั ช่วั ใหใ้ จตรม ผลดีนีน้ าความสขุ ผลช่วั กลวั้ ทกุ ขท์ บั ถม ดีเด่นเห็นผลชนชม ช่วั ชา้ พาจมตรมตรอม

กลอน ๙ เป็นบทประพนั ธท์ ี่กาหนดวรรคละ ๙ คา บางวรรคอาจมี ๑๐ คา เพราะเป็นคาผสม การ สมั ผสั ทงั้ ในวรรคและนอกวรรค ทงั้ นอกบท มีอยา่ งเดียวกบั กลอน ๘ มีแผนผงั และตวั อยา่ งดงั นี้

แหล่งทม่ี า https://sites.google.com/site/jutapornjanjira/


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook