Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้นางสาวจิราวรรณ-วิสารโภชน์ (เลขที่25 )

แผนการจัดการเรียนรู้นางสาวจิราวรรณ-วิสารโภชน์ (เลขที่25 )

Description: แผนการจัดการเรียนรู้นางสาวจิราวรรณ-วิสารโภชน์ (เลขที่25 )

Search

Read the Text Version

47 ชั่วโมงที่ 2 ใช้รปู แบบการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) ข้ันท่ี 3 : ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1. นักเรยี นนำข้อมูลท่ีได้จากการสบื ค้น มาอภปิ รายร่วมกับครู 2. นักเรียนซกั ถาม ครูอธิบายเกยี่ วกับกฎขอ้ ทหี่ นงึ่ ของอณุ หพลศาสตร์เพื่อใหน้ กั เรียนสรุป สาระสำคญั ลงใน สมุดจดบนั ทกึ ชัว่ โมงท่ี 3 ใชร้ ูปแบบการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) ข้นั ที่ 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 1.ครใู ห้ตวั แทนนักเรยี นออกมาสรปุ สาระสำคญั ของกฎขอ้ ท่หี นงึ่ ของ อณุ หพลศาสตร์และ ซักถามขอ้ สงสยั พร้อมท้ังหาความร้เู พิ่มเติม 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นสอบถามเนื้อหาทไี่ ดศ้ ึกษาผ่านมาแล้ววา่ มีสว่ นไหนทย่ี ังไม่เขา้ ใจ แลว้ ใหค้ วามรู้เพิ่มเตมิ ในส่วนนั้น โดยทค่ี รูอาจจะใช้ PowerPoint กฎข้อทหี่ นึ่งขออุณหพล ศาสตร์มาชว่ ยในการอธิบาย ชั่วโมงท่ี 5 ใช้รูปแบบการเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) 5. ข้นั ประเมิน (Evaluation) 1. ครูใหน้ กั เรียนทาํ แบบฝกึ หัดตรวจสอบความเข้าใจกฎข้อทีห่ นึ่งของอุณหพลศาสตร์เพ่ือ ทบทวนความเขา้ ใจของนักเรียนครปู ระเมนิ จากการตอบคาํ ถาม การร่วมกิจกรรม การ อภิปราย และการทาํ แบบฝกึ หดั เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ 8. สอ่ื การสอน 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เติมฟสิ ิกส์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เลม่ ที่ 5 2. สือ่ การสอน PowerPoint ของครผู ูส้ อน 3. แบบฝกึ หดั ตรวจสอบความเขา้ ใจเรอื่ งความร้อน 4.แบบฝกึ หดั ตรวจสอบความเขา้ ใจเรอ่ื งแกส๊ อุดมคติ 5.แบบฝกึ หดั ตรวจสอบความเข้าใจเรอื่ งทฤษฎีจลน์ของแก๊ส 6.ฝึกหดั ตรวจสอบความเข้าใจเรื่องกฎข้อท่ีหน่งึ ของอุณหพลศาสตร์ 9. แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หอ้ งเรยี น 2. ห้องสมดุ 3.แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ

48 10.การวัดและประเมนิ ผล ตารางเกณฑ์การประเมินใบงาน ชนิ้ งาน/ภาระงาน วิธกี ารวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การประเมนิ ใบงานเร่อื งความรอ้ น คะแนน 4 = ดีมาก ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน ตรวจใบงาน เรอ่ื ง แบบประเมินใบงาน คะแนน 3 = ดี ระดบั ดี ใบงานเรือ่ งแก๊สอุดมคติ คะแนน 2 = พอใช้ ความร้อน คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน ใบงาน เรื่องทฤษฎีจลน์ คะแนน 4 = ดีมาก ระดับ ดี ของแกส๊ ตรวจใบงาน เรอื่ ง แบบประเมนิ ใบงาน คะแนน 3 = ดี แก๊สอุดมคติ คะแนน 2 = พอใช้ ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน คะแนน 1 = ปรับปรุง ระดับ ดี ตรวจใบงาน เรื่อง แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก ทฤษฎีจลน์ของ คะแนน 3 = ดี แกส๊ คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรุง ใบงานเร่ืองกฎข้อท่ีหนงึ่ ตรวจใบงานเรอื่ ง แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ผา่ นเกณฑ์อย่างน้อยใน ของอณุ หพลสาสตร์ กฎขอ้ ที่หนึ่งของ คะแนน 3 = ดี ระดับ ดี อุณหพลศาสตร์ คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ

ตรารางการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 49 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน วิธีวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ60 ขึ้น ความสามารถในการสือ่ สาร ประเมินจาก แบบประเมนิ ไป พฤติกรรมของ คุณลกั ษณะอันพึง ผเู้ รียน ประสงค์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ60 ข้ึน (รายบุคคล) ไป ความสามารถในการคิด ประเมินจาก แบบประเมนิ พฤติกรรมของ คุณลักษณะอนั พึง ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ60 ขึน้ ผเู้ รยี น ประสงค์ ไป (รายบุคคล) ความสามารถในการแกป้ ัญหา ประเมนิ จาก แบบประเมนิ พฤตกิ รรมของ คณุ ลักษณะอันพงึ ผู้เรียน ประสงค์ (รายบคุ คล) เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับคะแนน 80-100% ให้ ดีมาก ระดับคะแนน 70-79% ให้ ดี ระดับคะแนน 60-69 % ให้พอใช้ ระดับคะแนน 0 -59% ให้ ปรับปรุง

50 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนและการมสี ว่ นร่วมในช้นั เรียน คําชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมและการมสี ่วนร่วมในช้ันเรียนของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอก เวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 12 34 1 การแสดงความคดิ เห็น 2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื 3 การทาํ งานตามหนา้ ที่ท่ไี ด้รับ มอบหมาย 4 ความมนี ำ้ ใจ 5 การตรงต่อเวลา ลงชอื่ ................................................... ผ้ปู ระเมนิ ................../................/............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้งั หรือไม่เคยปฏิบตั เิ ลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ 0-7 คะแนน ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ 8-10 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ 2 หมายถงึ พอใช้ 11-13 คะแนน ระดับคุณภาพ 3 หมายถงึ ดี 14-15 คะแนน ระดับคุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก

แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 51 คำอธบิ ายคณุ ภาพ ปรับปรุง (1) สง่ิ ท่ตี ้องการวัด/ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ประเมนิ ผล 1. เข้าเรยี นตรงต่อ เข้าเรียนตรงต่อเวลา เข้าเรียนสายไมเ่ กิน เข้าเรียนสาย เข้าเรยี นสาย เวลา เกนิ 15นาที มากกวา่ 30นาที 2. ความสนใจเรียน สมำ่ เสมอดีมาก ไมเ่ ขา้ 10นาที 3. มีระเบยี บวินยั สายเลยสกั ครง้ั 4. ความรบั ผดิ ชอบ มีความกระตือรือร้น มีควากระตือรือร้น มกี ารตอบ ไมต่ อบคำถาม คำถามบ้าง เลย ในการเรียนดมี าก ในการเรียนดีมีการ เลก็ น้อย มีการให้ความร่วมมือ ให้ความร่วมมือใน ในการทำกิจกรรม การทำกิจกรรม ตลอดจนจบกจิ กรรม บ่อยครัง้ ทำงานเปน็ ระเบยี บ ทำงานเป็นระเบียบ ท ำ ง า น เ ป็ น ทำงานไมเ่ ปน็ ร ะ เ บ ี ย บ ระเบยี บและไม่ และถูกต้องมากกว่า แ ล ะ ถ ู ก ต ้ อ ง มากกว่า50% ถูกต้อง ทำงานที่ได้รับ ไม่ทำงานที่ได้รับ 90% มากกว่า70% มอบหมายดี มี ม อ บ ห ม า ย ความถูกต้อง ทำงานไม่แล้ว ทำงานที่ได้รับ ท ำ ง า น ท ี ่ ไ ด ้ รั บ มากกว่า50% เสร็จ มอบหมายดี มีความถกู ม อ บ ห ม า ย ด ี มี ตอ้ ง ตรงเวลามากกว่า ค ว า ม ถ ู ก ต ้ อ ง 90% มากกวา่ 70% เกณฑก์ ารตัดสนิ คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 5-8 ปรับปรุง 0-4

52 ตารางเกณฑก์ ารประเมินทกั ษะของผูเ้ รียนในศตวรรษที่ 21 สมรรถะสำคัญของผเู้ รยี น วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ 6. ทักษะการอา่ น สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดับ พอใช้ แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ 7. ทกั ษะการเขียน สงั เกต คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน พฤติกรรม แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ระดับ พอใช้ คะแนน 3 = ดี 8. ทักษะการ คิดคำนวณ ตรวจใบงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ ผ่านเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน คะแนน 1 = ปรับปรงุ ระดับ พอใช้ 9. ทักษะด้านความร่วมมือ สงั เกต แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก การทำงานเป็นทีม และ พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน ภาวะผ้นู ำ คะแนน 2 = พอใช้ ระดบั พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ 10. ทกั ษะการเรียนรู้ สงั เกต คะแนน 4 = ดีมาก ผ่านเกณฑ์อยา่ งน้อยใน พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดบั พอใช้ คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรับปรงุ คะแนน 4 = ดมี าก คะแนน 3 = ดี คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรับปรงุ

53 แบบประเมินใบงาน ชอ่ื -สกลุ เลขท่ี . ลำดบั ท่ี ประเด็นการประเมนิ 4 คณุ ภาพการปฏบิ ัตกิ าร (ดมี าก) 321 (ดี) (ปานกลาง) (พอใช)้ 1 เน้อื หาตรงตามจดุ ประสงคท์ ก่ี ำหนด 2 เนือ้ หามคี วามถูกต้องสมบรู ณ์ 3 ผลงานมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4 ผลงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5 ส่งงานตรงตอ่ เวลา รวม ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน ./ /.

54 เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิการ ประเด็นท่ปี ระเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (พอใช้) 6. เนื้อหาตรงตาม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีคว าม จุดประสงค์ที่ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ กำหนด จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ เนื้อหาที่เรียนทุก เนื้อหาที่เรียนเป็น เนื้อหาที่เรียนบาง เนื้อหาทเ่ี รยี น ประเด็น ส่วนใหญ่ ประเดน็ 7. เนื้อหามีความ เนื้อหาสาระของ เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง ถูกต้องสมบรู ณ์ ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานไม่มีคว าม ถูกต้องครบถ้วน เป็นส่วนใหญ่ บางประเด็น ถกู ต้องบางประเดน็ สมบรู ณ์ 8. ผ ล ง า น มี ผลงานมีความคิด ผลงานมีคว ามคิด ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีความคิด ค ว า ม คิ ด สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ แปลก น่าสนใจ แต่ยังไม่มี สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ ใหม่ และมีความ ใหม่ แต่ไม่มีความ ความคิดที่แปลกใหม่ ใหม่ และไม่มีความ เปน็ ระบบ เปน็ ระบบ เท่าทค่ี วร เปน็ ระบบ 9. ผลงานมีความ ผลงานมีความเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานส่วนใหญ่ไม่มี เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบร้อย แต่ ความเป็นระเบียบ ความเป็นระเบียบ เรยี บร้อย และมีความจูงใจน่า ย ั ง ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อง เรียบร้อย และ มี เรียบร้อย และ มี อ่านเป็นอย่างมาก ปรากฏเล็กน้อย ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ปรากฏบางส่วน ปรากฏอย่างมาก 10. ส่งงานตรงต่อ ส่งงานตามเวลาท่ี ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู เวลา ครกู ำหนด กำหนด 1-2 วัน กำหนด 3-4 วัน กำหนดเวลามากกว่า 5 วนั เกณฑก์ ารประเมิน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 16 - 20 ดีมาก 11 - 15 ดี 6 -10 1-5 ปานกลาง ปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 55 กลุ่มที่ ช่ือกลุ่ม . . . ช่อื สมาชิกในกลุ่ม 1. เลขที่ . 2. เลขท่ี . 3. เลขที่ . 4. เลขท่ี 5. เลขที่ ลำดับที่ พฤติกรรมที่สังเกต คุณภาพการปฏิบัติการ 3 21 (สมำ่ เสมอ) (บ่อยคร้ัง) (นอ้ ยครงั้ ) 1 มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น 2 มคี วามกระตอื รือร้นในการทำงาน 3 รบั ผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 4 มขี ้นั ตอนในการทำงานอยา่ งเป็นระบบและ เป็นระเบยี บเรยี บร้อย 5 ใช้เวลาในการทำงานอยา่ งเหมาะสม รวม ลงชื่อ / ผู้ประเมนิ . /. ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 13 - 15 8 - 12 ระดับคุณภาพ ตำ่ กว่า 8 ดี พอใช้ ปานกลาง

56 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เลขท่ี ช่อื - สกุล มีวินยั ใฝ่ความรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 543 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ลงชื่อ / ผู้ประเมิน . /.

57 เกณฑ์การใหค้ ะแนนทักษะของผูเ้ รียนในศตวรรษท่ี 21 พฤติกรรมบ่งชี้ คะแนน 6. ทกั ษะการอา่ น 7. ทกั ษะการเขียน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1) 8. ทกั ษะการคดิ คำนวณ อ ่ า น ไ ด ้ อ ย ่ า ง อ่านได้ถูกต้องแต่ อ่านได้ถูกต้อง อ่านไม่ถูกต้อง 9. ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การ ทำงานเป็นทมี และภาวะผ้นู ำ ถูกต้อง และไม่ ติดขัดเลก็ น้อย บางตัวแปร แต่ ต้อง สับสนตัว 10. ทักษะการเรียนรู้ ตดิ ขดั ติดขัด แปร เขยี นได้ถกู ตอ้ ง เขียนได้ถกู ต้อง เขยี นไดถ้ กู ตอ้ ง เขียนผดิ ท้งั หมด ท้งั หมด เปน็ สว่ นใหญ่ บางตวั มคี วามสามารถ มีความสามารถคิด มีความสามารถ ไมม่ คี วามสามารถ คดิ คำนวณไดด้ ี คำนวณได้ดี และ คิดคำนวณได้ ในการคดิ คำนวณ เย่ียมและ ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว แต่ไม่คลอ่ งตัว คลอ่ งแคล่ว เ ล ็ ก น ้ อ ย แ ต่ ถกู ต้องสมบรู ณ์ ถกู ตอ้ ง ให้ความร่วมมือ ให้ความร่วมมอื ใน ไ ม ่ ใ ห ้ ค ว า ม ไมใ่ ห้ความรว่ มมอื ใ น ก า ร ท ำ ง า น การทำงาน เป็น ร่วมมือในการ ในการทำงานเปน็ เป็นกล่มุ ทกุ ครง้ั กลมุ่ บางครงั้ ทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มเลย บางครัง้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงาน คะแนนใบงานได้ ร้อยละ 90 - 100 ร้อยละ 70 - 89 ไดร้ ้อยละ ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 50 50 - 69 เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ ➢ ตอ้ งผา่ นเกณฑใ์ นระดับคะแนน พอใช้ ขึ้นไป

58 ตารางเกณฑก์ ารประเมินทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สมรรถะสำคญั ของผเู้ รยี น วธิ ีการวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 11. ทกั ษะการอ่าน สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดับ พอใช้ แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ 12. ทักษะการเขยี น สังเกต คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผ่านเกณฑ์อย่างน้อยใน พฤติกรรม แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ระดับ พอใช้ คะแนน 3 = ดี 13. ทกั ษะการ คิดคำนวณ ตรวจใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม คะแนน 2 = พอใช้ ผ่านเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ ระดับ พอใช้ 14. ทักษะด้านความร่วมมือ สงั เกต แบบสงั เกตพฤติกรรม คะแนน 4 = ดีมาก การทำงานเป็นทีม และ พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน ภาวะผูน้ ำ คะแนน 2 = พอใช้ ระดบั พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรุง 15. ทกั ษะการเรยี นรู้ สงั เกต คะแนน 4 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน พฤติกรรม คะแนน 3 = ดี ระดบั พอใช้ คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรับปรงุ คะแนน 4 = ดีมาก คะแนน 3 = ดี คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรุง

59 แบบประเมินใบงาน ชอ่ื -สกลุ เลขท่ี . ลำดบั ท่ี ประเด็นการประเมนิ 4 คณุ ภาพการปฏบิ ัตกิ าร (ดมี าก) 321 (ดี) (ปานกลาง) (พอใช)้ 1 เน้อื หาตรงตามจดุ ประสงคท์ ก่ี ำหนด 2 เนือ้ หามคี วามถูกต้องสมบรู ณ์ 3 ผลงานมคี วามคิดสรา้ งสรรค์ 4 ผลงานมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย 5 ส่งงานตรงตอ่ เวลา รวม ลงชื่อ ผปู้ ระเมิน ./ /.

60 เกณฑ์การใหค้ ะแนนใบงาน คุณภาพการปฏบิ ตั ิการ ประเดน็ ทีป่ ระเมนิ 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (ปานกลาง) 1 (พอใช้) 11. เนื้อหาตรงตาม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีคว าม จุดประสงค์ที่ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ กำหนด จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ จุดประสงค์ของ เนื้อหาที่เรียนทุก เนื้อหาที่เรียนเป็น เนื้อหาที่เรียนบาง เนื้อหาทเ่ี รยี น ประเดน็ สว่ นใหญ่ ประเด็น 12. เนื้อหามีความ เนื้อหาสาระของ เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง เ น ื ้ อ ห า ส า ร ะ ข อ ง ถูกตอ้ งสมบรู ณ์ ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานมีความถูกต้อง ผลงานมคี วามถูกต้อง ผลงานไม่มีคว าม ถูกต้องครบถ้วน เป็นสว่ นใหญ่ บางประเด็น ถกู ต้องบางประเดน็ สมบูรณ์ 13. ผ ล ง า น มี ผลงานมีความคิด ผลงานมีคว ามคิด ผ ล ง า น ม ี ค ว า ม ผลงานไม่มีความคิด ค ว า ม คิ ด สร้างสรรค์ แปลก สร้างสรรค์ แปลก น่าสนใจ แต่ยังไม่มี สร้างสรรค์ แปลก สรา้ งสรรค์ ใหม่ และมีความ ใหม่ แต่ไม่มีความ ความคิดที่แปลกใหม่ ใหม่ และไม่มีความ เป็นระบบ เป็นระบบ เท่าท่ีควร เปน็ ระบบ 14. ผลงานมีความ ผลงานมีความเป็น ผลงานมีความเป็น ผลงานส่วนใหญ่มี ผลงานส่วนใหญ่ไม่มี เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ ระเบียบเรียบร้อย ระเบียบเรียบรอ้ ย แต่ ความเป็นระเบียบ ความเป็นระเบียบ เรียบรอ้ ย และมีความจูงใจน่า ย ั ง ม ี ข ้ อ บ ก พ ร ่ อง เรียบร้อย และ มี เรียบร้อย และ มี อา่ นเปน็ อย่างมาก ปรากฏเลก็ น้อย ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ข ้ อ บ ก พ ร ่ อ ง เ ป็ น ปรากฏบางส่วน ปรากฏอย่างมาก 15. ส่งงานตรงต่อ ส่งงานตามเวลาท่ี ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู ส่งงานเกินเวลาที่ครู เวลา ครกู ำหนด กำหนด 1-2 วัน กำหนด 3-4 วัน กำหนดเวลามากกว่า 5 วนั เกณฑ์การประเมนิ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 16 - 20 ดีมาก 11 - 15 ดี 6 -10 1-5 ปานกลาง ปรบั ปรุง

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ 61 กลุ่มที่ ช่ือกลุ่ม . . . ช่อื สมาชิกในกลุ่ม 1. เลขที่ . 2. เลขท่ี . 3. เลขที่ . 4. เลขท่ี 5. เลขที่ ลำดับที่ พฤติกรรมที่สังเกต คุณภาพการปฏิบัติการ 3 21 (สมำ่ เสมอ) (บ่อยคร้ัง) (นอ้ ยครงั้ ) 1 มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเห็น 2 มคี วามกระตอื รือร้นในการทำงาน 3 รบั ผดิ ชอบในงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย 4 มขี ้นั ตอนในการทำงานอยา่ งเป็นระบบและ เป็นระเบยี บเรยี บร้อย 5 ใช้เวลาในการทำงานอยา่ งเหมาะสม รวม ลงชื่อ / ผู้ประเมนิ . /. ช่วงคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ 13 - 15 8 - 12 ระดับคุณภาพ ตำ่ กว่า 8 ดี พอใช้ ปานกลาง

62 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เลขท่ี ช่อื - สกุล มีวินยั ใฝ่ความรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 543 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 ลงชื่อ / ผู้ประเมิน . /.

63 เกณฑ์การให้คะแนนทักษะของผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 พฤตกิ รรมบ่งชี้ คะแนน 11. ทักษะการอา่ น 12. ทกั ษะการเขียน ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 13. ทกั ษะการคิด คำนวณ อ ่ า น ไ ด ้ อ ย ่ า ง อ่านได้ถกู ต้องแต่ อ่านได้ถูกต้อง อ่านไม่ถูกต้อง 14. ทักษะด้านความร่วมมือ การ ทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำ ถูกต้อง และไม่ ติดขัดเล็กน้อย บางตัวแปร แต่ ต้อง สับสนตัว 15. ทักษะการเรียนรู้ ติดขดั ตดิ ขัด แปร เขยี นไดถ้ ูกต้อง เขียนได้ถูกต้อง เขียนได้ถูกต้อง เขยี นผดิ ทง้ั หมด ท้ังหมด เปน็ สว่ นใหญ่ บางตวั มีความสามารถ มคี วามสามารถคิด มีความสามารถ ไม่มีความสามารถ คดิ คำนวณไดด้ ี คำนวณได้ดี และ คิดคำนวณได้ ในการคิดคำนวณ เยีย่ มและ ค ล ่ อ ง แ ค ล่ ว แตไ่ ม่คล่องตัว คลอ่ งแคล่ว เ ล ็ ก น ้ อ ย แ ต่ ถูกต้องสมบรู ณ์ ถูกต้อง ให้ความร่วมมือ ใหค้ วามรว่ มมือใน ไ ม ่ ใ ห ้ ค ว า ม ไม่ใหค้ วามร่วมมอื ใ น ก า ร ท ำ ง า น การทำงาน เป็น ร่วมมือในการ ในการทำงานเป็น เปน็ กล่มุ ทุกครงั้ กลุม่ บางครั้ง ทำงานเป็นกลุ่ม กลุ่มเลย บางครง้ั คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงานได้ คะแนนใบงาน คะแนนใบงานได้ รอ้ ยละ 90 - 100 ร้อยละ 70 - 89 ไดร้ ้อยละ ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 50 50 - 69 เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ➢ ตอ้ งผ่านเกณฑ์ในระดับคะแนน พอใช้ ขน้ึ ไป

64 11. กิจกรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 12.บันทกึ ผลหลังการสอน สรปุ ผลการเรียนการสอน นกั เรียนท้ังหมดจำนวน.....................คน จุดประสงค์การเรยี นรู้ จำนวนนกั เรียนท่ผี า่ น จำนวนนักเรยี นที่ไม่ผา่ น ข้อท่ี จำนวนคน ร้อยละ จำนวนคน รอ้ ยละ 1 2 3 13. ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................ ............................................................... ............................................................................................................................. .................................. 14. ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................................. ......................... ............................................................................................................................. .......................................... ลงช่อื ........................................................................ () ตำแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ....................................... ลงชอื่ ................................................................ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ () ลงชื่อ.......................................................... รองผอู้ ำนวยการกลุม่ บริหารวิชาการ (………………………………………..)

65 ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา ไดท้ ำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แลว้ มีความคดิ เห็นดงั น้ี 4. เปน็ แผนการจัดการเรียนรู้ที่  ดีมาก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรุง 5. การจดั กิจกรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้  เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป 6. ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ ............................................................................................................................. ........................... ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................... ............................................................................................................................. ........................... ลงชอ่ื ............................................................................................... ( ………………………………………………… ) ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

66 แบบฝึกหดั เรื่องความร้อน คำช้แี จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปน้ี 1. นายสุวัฒน์มขี องเหลวชนิดหน่ึงมวล 3.5 กโิ ลกรัม โดยเขานำไปให้ความร้อนปริมาณ 600 กิโลจูล จนของเหลว มีอุณหภูมิเพิม่ ขึ้นจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 85 องศาเซลเซียส ความจุความร้อนจำเพาะของของเหลวนี้ มีค่าเท่าใด 2. ไอน้ำจำนวน 50 กรัม ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส กลั่นตัวเป็นหยดน้ำที่มีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส อยากทราบว่า ไอน้ำนี้จะคายความร้อนออกมาในปริมาณเท่าใด กำหนดให้ความร้อนแฝงจำเพาะของการ กลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 แคลอรีตอ่ กรมั และความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1.0 แคลอรีต่อ กรมั องศาเซลเซยี ส

67 เฉลยแบบฝึกหัดเร่ืองความรอ้ น คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. นายสุวฒั นม์ ขี องเหลวชนิดหน่ึงมวล 3.5 กิโลกรมั โดยเขานำไปให้ความร้อนปริมาณ 600 กโิ ลจูล จนของเหลว มีอุณหภูมิเพิ่มข้ึนจาก 25 องศาเซลเซียส เป็น 85 องศาเซลเซียส ความจุความร้อนจำเพาะของของเหลวน้ี มคี า่ เท่าใด วิธีทำ จากสมการ ������ = ������������∆������ 600 × 103 J = (3.5 kg)������(85 ℃ − 25 ℃) 600 × 103 J = (3.5 kg)������(60 ℃) 600 × 103 J = (240 kg ℃)������ ������ = 600×103 J 240 kg ℃ ������ = 2,500 J/kg ℃ ดงั นนั้ ความจคุ วามร้อนจำเพาะของของเหลวนี้มคี ่าเท่ากับ 2,500 จลู ตอ่ กโิ ลกรมั องศาเซลเซียส 2. ไอน้ำจำนวน 50 กรัม ที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส กลั่นตัวเป็นหยดน้ำที่มีอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส อยากทราบว่า ไอน้ำนี้จะคายความร้อนออกมาในปริมาณเท่าใด กำหนดให้ความร้อนแฝงจำเพาะของการ กลายเป็นไอของน้ำเท่ากับ 540 แคลอรีต่อกรมั และความจุความร้อนจำเพาะของน้ำเท่ากับ 1.0 แคลอรีต่อ กรัม องศาเซลเซียส วิธีทำ ไอน้ำ น้ำ นำ้ 100 °C 100 °C 80 °C Q1 Q2 50 g 50 g 50 g จากสมการ ������ = ������������ จากสมการ ������1 = (50 g)(540 Cal/g) ������1 = 27,000 Cal ������ = ������������∆������ ������2 = (50 g)(1.0 Cal/g ℃)(80 ℃ − 100℃) ������2 = −1,000 Cal ความรอ้ นท้ังหมดของกระบวนการนเ้ี ท่ากบั ������ = ������1 + ������2 ������ = 27,000 Cal + (−1,000 Cal) ������ = 26,000 Cal ดงั น้นั ไอน้ำนจี้ ะคายความรอ้ นออกมาในปรมิ าณ 26,000 แคลอรี

68 แบบฝกึ หัดเรอื่ งแก๊สอดุ มคติ คำช้ีแจง : ให้นกั เรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. ขวด 2 ใบ ใบแรกมีขนาดความจุ 2,000 ลูกบาศก์เมตร และใบที่สองมีขนาดความจุ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ โดยขวดใบที่กนึ่งบรรจุแกส๊ ความดัน 2 นวิ ตันตอ่ ตารางเมตร และขวดใบทส่ี องบรรจุแก๊สความดัน 5 นวิ ตนั ต่อตารางเมตร จากนน้ั ทำการต่อท่อที่มีวาลว์ เช่ือมต่อเข้าหากัน อยากทราบว่า เมื่อเปิดวาล์วให้แก๊ส ผสมกนั ภายในขวดใบท่หี นง่ึ จะมคี วามดันเทา่ ใด 2. ถังเหลก็ ใบหนง่ึ มคี วามจุ 2 ลติ ร ทำการอดั แก๊สไนโตรเจน 5 ลิตร ทค่ี วามดนั 760 มิลลเิ มตรปรอท เขา้ ไปใน ถังจดหมด สมมติให้อุณหภูมิของแก๊สไนโตรเจนคงตัว จงหาว่าก่อนอัดแก๊สความดันของแก๊สไนโตรเจน ในถังเหลก็ แตเ่ ดิมจะมคี ่าเป็นก่นี ิวตนั ต่อตารางเมตร

69 เฉลยแบบฝึกหดั เรือ่ งแก๊สอดุ มคติ คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี 1. ขวด 2 ใบ ใบแรกมีขนาดความจุ 2,000 ลูกบาศก์เมตร และใบที่สองมีขนาดความจุ 6,000 ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ โดยขวดใบที่หน่ึงบรรจุแก๊สความดัน 2 นวิ ตันต่อตารางเมตร และขวดใบท่ีสองบรรจแุ ก๊สความดัน 5 นวิ ตันต่อตารางเมตร จากน้ันทำการต่อท่อท่ีมวี าล์วเชื่อมต่อเข้าหากัน อยากทราบว่า เมื่อเปิดวาล์วให้แก๊ส ผสมกนั ภายในขวดใบท่หี นง่ึ จะมคี วามดนั เท่าใด วธิ ีทำ จากสมการ ������รวม������รวม = ������1������1 + ������2������2 ������รวม(2,000 m3 + 6,000 m3) = (2 N/m2)(2,000 m3) + (5 N/m2)(6,000 m3) ������รวม(8,000 m3) = 4,000 N m + 30,000 N m ������รวม(8,000 m3) = 34,000 N m 34,000 N m ������รวม = 8,000 m3 ������รวม = 4.25 N/m2 ดังนน้ั ภายในขวดใบที่หนึ่งจะมคี วามดนั เทา่ กับ 4.25 นวิ ตนั ต่อตารางเมตร 2. ถังเหลก็ ใบหนงึ่ มคี วามจุ 2 ลิตร ทำการอัดแก๊สไนโตรเจน 5 ลติ ร ที่ความดัน 760 มลิ ลิเมตรปรอท เขา้ ไปใน ถังจดหมด สมมติให้อุณหภูมิของแก๊สไนโตรเจนคงตัว จงหาว่าก่อนอัดแก๊สความดันของแก๊สไนโตรเจน ในถังเหลก็ แต่เดิมจะมีคา่ เป็นก่ีนิวตันตอ่ ตารางเมตร วิธที ำ จากสมการ ������1������1 = ������2������2 (760 mmHg)(5 L) = ������2(2 L) (760 mmHg)(5 L) ������2 = 2L ������2 = 1,900 mmHg เน่ืองจาก 760 มิลลเิ มตรปรอท มคี า่ เท่ากบั 101,325 นิวตันต่อตารางเมตร จะไดว้ ่า ������2 = (1,900 mmHg) (101,325 N/m2) 760 mmHg ������2 = 253,312.5 N/m2 ������2 = 2.53 × 105 N/m2 ดงั นน้ั ความดันของแกส๊ ไนโตรเจนในถังเหลก็ จะมีคา่ เป็น 2.53 × 105 นวิ ตนั ต่อตารางเมตร

70 แบบฝึกหดั เรอ่ื งทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ คำชแี้ จง : ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ 1. แก๊สอะตอมเด่ียวชนิดหนึ่งท่ีอุณหภูมิ 227 องศาเซลเซียส อยากทราบว่า พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุล ของแก๊สจะมีค่าเท่ากับเท่าใด 2. พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สอะตอมเดี่ยวชนิดหน่ึงจะลดลงร้อยละเท่าใดจากเดิม หากเดิมแก๊ส ชนิดน้ีมีอุณหภูมิ 127 องศาเซลเซียส แล้วลดลงเหลือเพียง 27 องศาเซลเซียส

71 เฉลยแบบฝึกหดั เร่ืองทฤษฎจี ลน์ของแก๊ส 1. แก๊สอะตอมเดี่ยวชนิดหน่ึงท่ีอุณหภูมิ 227 องศาเซลเซียส อยากทราบว่า พลังงานจลน์เฉลี่ยของโมเลกุล ของแก๊สจะมีค่าเท่ากับเท่าใด วธิ ีทำ จากสมการ ���̅��������� = 3 ������������������ 2 3 ���̅��������� = 2 (1.38 × 10−23 J/K)(227 + 273 K) ���̅��������� = 3 (1.38 × 10−23 J/K)(500 K) 2 ���̅��������� = 3(1.38 × 10−23 J/K)(250 K) ���̅��������� = (1.38 × 10−23 J/K)(750 K) ���̅��������� = 1,035 × 10−23 J ���̅��������� = 1.035 × 10−20 J ดังน้นั พลังงานจลนเ์ ฉลี่ยของโมเลกุลของแก๊สจะมีคา่ เท่ากบั 1.035 × 10-20 จลู 2. พลังงานจลน์เฉล่ียของโมเลกุลของแก๊สอะตอมเดี่ยวชนิดหนึ่งจะลดลงร้อยละเท่าใดจากเดิม หากเดิมแก๊ส ชนิดน้ีมีอุณหภูมิ 127 องศาเซลเซียส แล้วลดลงเหลือเพียง 27 องศาเซลเซียส วธิ ที ำ จากโจทย์ หากพูดถึงร้อยละ จะกำหนดให้ ���̅���������1 = 100% จะได้ว่า ∆���̅��������� = ���̅���������2 − ���̅���������1 ∆���̅��������� = ���̅���������2 − 100% (1) หา ���̅���������2 จากสมการ =���̅���������2 23������������������2 ���̅���������1 23������������������1 ���̅���������2 = 27+273 K 100% 127+273 K ���̅���������2 = 300 K 100% 400 K (300 K) (100%) ���̅���������2 = 400 K ���̅���������2 = 75% นำค่า ���̅���������2 ไปแทนลงในสมการที่ (1) จะไดว้ ่า ∆���̅��������� = 75% − 100% ∆���̅��������� = −25% ดังน้ัน พลงั งานจลนเ์ ฉลย่ี ของโมเลกุลของแก๊สอะตอมเดี่ยวชนดิ น้ีจะลดลงร้อยละ 25 จากเดิม

72 ใบความรู้แผนการเรยี นรู้ท่ี2 เรื่องความรอ้ นและแกส๊ หน้าปกกกก

73

74

75

76

77

แผนการจัดการเรยี นรู้ 78 รายวชิ าฟิสิกสเ์ พ่มิ เตมิ 5 6ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี มาตรฐานการเรยี นรู้และผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( ฉบับปรับปรุง 2560 ) แผนการเรียนรหู้ น่วยท3ี่ เรือ่ งของแข็งและของเหลว สู้ๆ

79 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่3ี กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว33205 รายวิชา ฟิสิกส์เพิ่มเติม 5 เวลา. 30 ชั่วโมง ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 .ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เร่ือง ของแขง็ และของเหลวความ ครผู สู้ อน นางสาวจิราวรรณ วิสารโภชน์ 1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ผลการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ 7.3 เข้าใจแรงไฟฟ้าและกฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า ความจุไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าและกฎของโอห์ม วงจรไฟฟ้ากระแสตรง พลังงานไฟฟ้าและกําลังไฟฟ้าการเปลี่ยนพลังงาน ทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า สนามแมเ่ หลก็ แรงแม่เหล็กทีก่ ระทาํ กับประจุไฟฟ้าและกระแสไฟฟา้ การเหนี่ยวนํา แม่เหล็กไฟฟ้าและกฎของฟาราเดย์ ไฟฟ้ากระแสสลับ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าและการสื่อสาร รวมทั้งนำความร้ไู ป ใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ ว. 7.4 ม.6/11 อธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืดและหดตัวของวัสดุที่เป็นแท่งเมื่อถูกระทำ ด้วยแรงค่าต่างๆ รวมทั้งทดลอง อธิบาย และคำ นวณ ความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว และมอดุลัส ของยัง และนำ ความรเู้ รื่องสภาพยดื หยุ่นไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน ว. 7.4 ม.6/12 อธิบาย และคำนวณความดนั เกจ ความดนั สมั บรู ณ์ และความดนั บรรยากาศ รวมท้ัง อธบิ ายหลักการทำงานของแมนอมเิ ตอร์ บารอมิเตอร์ และเคร่ืองอดั ไฮดรอลกิ ว. 7.4 ม.6/13 ทดลอง อธบิ าย และคำนวณขนาดแรงพยงุ จากของไหล ว. 7.4 ม.6/14 ทดลอง อธิบาย และคำนวณความตึงผวิ ของ ของเหลว รวมทั้งสังเกตและอธิบายแรง หนดื ของของเหลว ว. 7.4 ม.6/15 อธบิ ายสมบัติของของไหลอดุ มคติ สมการ ความตอ่ เนอ่ื ง และสมการแบร์นลู ลี รวมทงั้ คำนวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกีย่ วข้อง และนำความรู้ เกยี่ วกบั สมการความต่อเน่ืองและสมการแบร์นูลลีไปอธิบาย หลกั การทำงานของอปุ กรณ์ต่าง ๆ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1.สามารถอธิบายสภาพยืดหยุ่นและลักษณะการยืดและหดของวัสดุที่เป็นแท่งเมื่อถูกกระทำด้วยแรง คา่ ตา่ งๆได้ ( K ) 2. ทดลอง อธิบายและคำนวณ ความเค้นตามยาว ความเครียดตามยาว มอดูลัสของยังและนำความรู้ เรือ่ งสภาพยึดหยนุ่ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ( P ) 3.มคี วามรับผดิ ชอบในการทำงาน ( A )

80 4. สามรถอธิบายความดันในของเหลว ความสัมพันธ์ระหว่างความดันในของเหลวกับความหนาแน่น ของของเหลว ความลึกของของเหลว และความเรง่ โนม้ ถ่วงของโลกได(้ K ) 5. อธิบายความสัมพันธร์ ะหวา่ งความดันเกจ ความดนั สัมบูรณไ์ ด้ ( K ) 6. อธิบายหลกั การทำงานของแมนอมเิ ตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเครอื่ งอัดไฮตรอลิกได้ ( K ) 7. ทดลอง อธิบายและคำนวณแรงพยุงจากของไหล ( P ) 8. มีความกระตอื รือรน้ ในการทำงาน ( A ) 9.ทดลอง อธบิ ายและคำนวณความตึงผวิ ของของเหลว ( P ) 10. สังเกตและอธบิ ายแรงหนดื ของของเหลว ( P ) 11. มมี นษุ ยส์ มั พันธท์ ี่ดกี ับเพ่อื นในกลุ่ม ( A ) 12. อธิบายความดันในของเหลว ความสัมพันธ์ระหว่างความดันในของเหลวกับความหนาแน่นของ ของเหลว ความลึกของของเหลว และความเร่งโนม้ ถ่วงของโลกได้ ( K ) 13. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหว่างความดนั เกจ ความดันสัมบูรณ์ และความดันบรรยากาศได้(K) 14. อธบิ ายหลกั การทำงานของแมนอมิเตอร์ บารอมเิ ตอร์ และเครอ่ื งอัดไฮตรอลิกได้ ( K ) 3. สาระสำคัญ สสารและสิ่งของตา่ งๆ ในสภาพปกติโดยทัว่ ไปมี3 สถานะไดแ้ ก ของแข็ง ของเหลวและแกส๊ สสาร ที่มี สถานะเปน็ ของเหลวหรอื แก๊สสามารถเรยี กว่าของไหลเนื่องจากของเหลวและแก๊สสามารถไหลได้ 4. สาระการเรยี นรู้ -ของแข็งและสภาพยืดหย่นุ ของของแข็ง -ความตงึ ผิวและความหนืดของของเหลว -ของไหลสถิต -พลศาสตร์ของของไหล 5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

81 ทกั ษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเนน้ ส่กู ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น)  ทักษะการอ่าน (Reading)  ทกั ษะการ เขยี น (Writing)  ทกั ษะการ คิดคาํ นวณ (Arithmetic)  ทกั ษะด้านการคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปญั หา (Critical thinking and problem solving) ทักษะดา้ นการสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรม (Creativity and innovation) ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทาํ งานเป็นทมี และภาวะผู้นํา (Collaboration , teamwork and leadership) ทักษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural understanding) ทักษะด้าน การสอื่ สาร สารสนเทศ และรู้เทา่ ทันสอื่ (Communication information and media literacy) ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สาร (Computing) ทกั ษะอาชีพและทกั ษะการเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change) ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change)  ทักษะการเรียนรู้ (Learning Skills) ภาวะผูน้ ํา (Leadership) 6. ช้นิ งานหรือภาระงาน -แบบฝึกหดั ตรวจสอบความเข้าใจเรื่องของแขง็ และสภาพยืดหยนุ่ ของของแข็ง -แบบฝึกหัดตรวจสอบความเข้าใจเรอ่ื งความตงึ ผิวและความหนืดของของเหลว - แบบฝึกหดั ตรวจสอบความเข้าใจเรอ่ื งของไหลสถิต - แบบฝกึ หัดตรวจสอบความเขา้ ใจเรอื่ งพลศาสตร์ของของไหล 7. การจัดการเรียนรู้ หน่วยย่อยท่ี 1 เร่ือง ของแข็งและสภาพยืดหยุ่นของของแขง็ ชั่วโมงที่ 1 ใชร้ ูปแบบการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขน้ั ที่ 1 : ขัน้ สร้างความสนใจ (Engagement) 1.ครแู จง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้เร่ืองของแขง็ และสภาพยดื หยุ่นของของแขง็ ให้นักเรียนทราบ 2.จากนน้ั ครูพูดคุยกบั นักเรียน เพื่อตรวจสอบความรู้เดมิ ของนักเรยี นเปน็ รายบคุ คลก่อนเขา้ สู่กิจกรรม

82 ขน้ั ท่ี 2 : ข้นั สาํ รวจและคน้ หา (Exploration) 1. นกั เรยี นศกึ ษา เร่ืองของแขง็ และสภาพยดื หยนุ่ ของของแขง็ จากหนงั สือเรยี นรายวิชา เพิ่มเติม ฟิสิกส์ (ฉบบั ปรับปรุงพ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 เล่ม5 2. นกั เรยี นศกึ ษา เรอื่ งของแขง็ และสภาพยืดหยุน่ ของของแขง็ จากสอื่ การสอนPowerPoint ชั่วโมงที่ 3 ใช้รปู แบบการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) ขนั้ ที่ 3 : ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 1. ครูให้ความรูร้ ื่องของแขง็ และสภาพยืดหยุ่นของของแขง็ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน 2. ครูตังคำถาม สภาพยดื หยนุ่ มีความหมายวา่ อย่างไร ( แนวคำตอบ : เปน็ สมบตั ิของวสั ดทุ ่ผี ดิ รูปได้เมอ่ื ถกู แรงกระทำ และสามารถกลับคืนสรู่ ปู เดิม ได้เม่ือหมดแรงกระทำ ) 3. ครูใหน้ ักเรยี นศึกษาตัวอยา่ งการคำนวณจากโจทย์ปญั หาในตัวอยา่ ง จากหนังสือเรยี น นักเรยี นสามารถยกตวั อยา่ งจากหนงั สือเรียนขอ้ ใดก้ไดต้ ามท่ีตอ้ งการ พรอ้ มท้ังแสดงวิธคี ดิ ของตัวอยา่ งนั้นๆ ชวั่ โมงท่ี 6 ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขัน้ ที่ 4 : ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 1.ครใู หต้ ัวแทนนักเรยี นออกมาสรปุ เรื่องของแข็งและสภาพยดื หยนุ่ ของของแข็งตามที่ นกั เรยี นเข้าใจ 2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเนือ้ หาทีไ่ ด้ศกึ ษาผ่านมาแลว้ ว่ามีส่วนไหนทีย่ ังไมเ่ ข้าใจ แล้วใหค้ วามรเู้ พ่มิ เตมิ ในสว่ นน้นั โดยทคี่ รอู าจจะใช้ PowerPoint เรอื่ งของแข็งและสภาพ ยืดหยุ่ของของแขง็ ชว่ั โมงท่ี 8 ใชร้ ปู แบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) 5. ขน้ั ประเมิน (Evaluation) 1.ครูให้นักเรียนทําแบบฝึกหัดเรื่องของแข็งและสภาพยืดหยุ่ของของแข็งตรวจสอบความ เข้าใจ เพื่อทบทวนความเข้าใจของนักเรียนครูประเมนิ จากการตอบคําถาม การร่วมกิจกรรม การอภปิ ราย และการทาํ แบบฝึกหดั เพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ ของนักเรียน

83 หนว่ ยยอ่ ยที่ 2 เรอ่ื ง ความตึงผิวและความหนดื ของของเหลว ชวั่ โมงที่ 1 ใชร้ ูปแบบการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ข้ันที่ 1 : ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement) 1.ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องแรงแม่เหลก็ ให้นกั เรยี นทราบ 2.ครอู าจนำส่ือวดี ิทัศนเ์ พอ่ื ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งช่วยในการเรยี นการสอน เรือ่ ง ความหนดื ของ ของเหลว 3.ครแู ละนกั เรียนร่วมสนทนา เกีย่ วกับเรอื่ งความตงึ ผวิ และความหนดื ของของเหลว 4.ครถู ามคำถาม Key Question ว่า เหตใุ ด การคนนมขน้ หวานจึงออกแรงมากกว่าการคน น้ำเช่อื ม นักเรยี นร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับคำตอบของคำถาม เพอ่ื เชอื่ มโยงไปสกู่ ารเรียนรู้เร่ือง ความหนืด (แนวตอบ : เมอื่ ใช้ช้อนคนของเหลว เชน่ น้ำ น้ำเชอ่ื ม และนมข้นหวาน จะพบว่าการคนนม ขน้ หวานจะใชแ้ รงมากกว่าการคนน้ำ และการคนน้ำเช่ือมจะใชแ้ รงมากกว่าการคนน้ำ ท้ังน้ี เปน็ เพราะของเหลวทง้ั 3 ชนิด มคี วามหนืด ของไหลทม่ี คี วามหนืดมากจะมแี รงตา้ นการ เคลื่อนที่ของวตั ถุในของไหลนน้ั มาก) ขั้นท่ี 2 : ข้ันสํารวจและคน้ หา (Exploration) 1. นักเรียนศึกษา เรื่อง ความตึงผิวและความหนืดของของเหลวจากหนังสือเรียนรายวิชา เพิ่มเติม ฟิสิกส์ (ฉบับ ปรับปรุงพ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 เล่ม5 2. นักเรียนศึกษา เรื่อง ความตึงผิวและความหนืดของของเหลวจากสื่อการสอน PowerPoint 3. ให้นกั เรยี นเขา้ กล่มุ สืบค้นข้อมูลเกย่ี วกบั แรงแมเ่ หล็กจากแหล่งขอ้ มลู ตา่ งๆ ชว่ั โมงที่ 3 ใชร้ ูปแบบการเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) ขั้นท่ี 3 : ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation) 1. นกั เรียนนำข้อมูลท่ีได้จากการสืบค้น มาอภิปรายรว่ มกับครู 2. นักเรยี นซกั ถาม ครอุ ธิบายเก่ยี วกบั แรงแม่เหลก็ เพอื่ ให้นกั เรียนสรปุ สาระสำคญั ลงใน สมดุ จดบนั ทกึ

84 ชัว่ โมงท่ี 5 ใชร้ ูปแบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขนั้ ที่ 4 : ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 1.ครูให้ตัวแทนนักเรียนออกมาสรุปสาระสำคัญของเรื่องความตึงผิวและความหนืดของ ของเหลวและซักถามข้อสงสัย พรอ้ มท้ังหาความรูเ้ พิ่มเติม 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาที่ได้ศึกษาผ่านมาแล้วว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ แล้วให้ความรูเ้ พ่มิ เตมิ ในส่วนน้นั โดยท่ีครูอาจจะใช้ PowerPoint เรื่อง ความตึงผิวและความ หนืดของของเหลวมาชว่ ยในการอธิบาย ชว่ั โมงที่ 7 ใช้รปู แบบการเรียนร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) 5. ขนั้ ประเมิน (Evaluation) 1. ครูให้นักเรียนทาํ แบบฝึกหดั ตรวจสอบความเขา้ ใจ เร่อื ง ความตงึ ผิวและความหนดื ของ ของเหลวเพื่อทบทวนความเข้าใจของนักเรียนครูประเมินจากการตอบคําถาม การร่วม กิจกรรม การอภปิ ราย และการทาํ แบบฝกึ หัดเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ ของนกั เรียน หนว่ ยย่อยท่ี 3 เร่อื ง ของไหลสถิต ชว่ั โมงท่ี 1 ใชร้ ปู แบบการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขน้ั ที่ 1 : ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1.ครแู จ้งจุดประสงค์การเรียนรู้เรือ่ งของไหลสถติ ให้นักเรยี นทราบ 2.ครแู ละนักเรียนร่วมสนทนา เกยี่ วกับเรอื่ ง ของไหลสถติ ขน้ั ท่ี 2 : ขั้นสํารวจและคน้ หา (Exploration) 1. นกั เรียนศึกษา เรอื่ งของไหลสถิตจากหนังสือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ฟิสกิ ส์ (ฉบับ ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 เลม่ 5 2. นกั เรยี นศึกษา เรื่อง ของไหลสถิตจากส่อื การสอน PowerPoint 3. ให้นกั เรียนเข้ากลุ่มสบื คน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับของไหลสถติ จากแหล่งข้อมลู ต่างๆ ชว่ั โมงท่ี 3 ใชร้ ูปแบบการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขัน้ ที่ 3 : ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1. นักเรียนนำข้อมูลท่ีได้จากการสบื ค้น มาอภิปรายรว่ มกับครู 2. นกั เรียนซักถาม ครอุ ธิบายเกย่ี วกับโของไหลสถติ เพือ่ ให้นกั เรยี นสรุปสาระสำคญั ลงใน สมุดจดบันทึก

85 ชั่วโมงที่ 4 ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ข้ันที่ 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 1.ครใู หต้ วั แทนนักเรียนออกมาสรปุ สาระสำคัญของของไหลสถติ และซักถามขอ้ สงสยั พร้อม ทง้ั หาความรเู้ พม่ิ เติม 2. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามเนื้อหาทไี่ ด้ศกึ ษาผา่ นมาแลว้ วา่ มสี ่วนไหนทยี่ งั ไม่เข้าใจ แล้วใหค้ วามร้เู พ่มิ เตมิ ในส่วนนั้น โดยทคี่ รูอาจจะใช้ PowerPoint เรอ่ื งของไหลสถติ มาช่วย ในการอธิบาย ชั่วโมงที่ 6 ใชร้ ปู แบบการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) 5. ขนั้ ประเมนิ (Evaluation) 1. ครูให้นักเรยี นทําแบบฝึกหดั ตรวจสอบความเข้าใจ เร่อื ง ของไหลสถติ เพอื่ ทบทวนความ เขา้ ใจของนกั เรียนครูประเมินจากการตอบคําถาม การรว่ มกิจกรรม การอภิปราย และการ ทําแบบฝกึ หัดเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจ หน่วยย่อยที่ 4 เรือ่ ง พลศาสตร์ของของไหล ชว่ั โมงท่ี 1 ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขนั้ ที่ 1 : ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement) 1.ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้เรือ่ ง 2. ครูนำเข้าสู่หัวขอ้ นี้โดยการทบทวนความร้เู กย่ี วกบั สมบัติของของไหลว่า ของไหล คือ สสารทสี่ ามารถเปลี่ยนรปู รา่ งได้ เมื่อถกู กระทำด้วยแรงเคน้ เฉือน ซง่ึ หมายความว่า เมอ่ื มี แรงเคน้ เฉือนมากระทำ ของไหลจะเกดิ การขยบั ตวั และเปลยี่ นรูปรา่ ง เช่นเมอ่ื เทของไหลลง ในภาชนะ ของไหลจะเปลยี่ นแปลงรูปร่างไปช่วั ขณะหน่งึ 3. ครูถามคำถาม Key Question ว่า เหตใุ ดเมื่อบบี สายยางทีต่ ่อกบั กอ๊ กน้ำท่เี ปดิ อยู่ แล้ว นำ้ จะพงุ่ ออกจากสายยางแรงกว่าเดมิ นักเรียนร่วมกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เห็น เก่ียวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชอื่ มโยงไปสกู่ ารเรยี นรเู้ รอื่ ง พลศาสตร์ของของไหล (แนวตอบ : เมอ่ื เราทำให้รสู ายยางเล็กลง หรอื พ้ืนท่ีหน้าตดั เล็กลง ทำใหน้ ้ำเคลอื่ นทีเ่ รว็ ขนึ้ แตป่ รมิ าตรของน้ำยังคงท่ีอยู่ กจะทำใหน้ ำ้ ไปได้ไกลขึ้น ข้ันที่ 2 : ข้นั สาํ รวจและคน้ หา (Exploration) 1. แบ่งนกั เรียนเปน็ กลุม่ ละ 4 คน 2.ให้นักเรียนศึกษาเรื่องพลศาสตร์ของของไหลจากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ (ฉบับ ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เลม่ 5 2. นักเรยี นศึกษา เรอ่ื ง พลศาสตรข์ องของไหลจากสอ่ื การสอน PowerPoint

86 3. ใหน้ กั เรยี นเขา้ กล่มุ สบื คน้ ข้อมูลเกยี่ วกับพลศาสตร์ของของไหลจากแหล่งข้อมลู ต่างๆ ชว่ั โมงที่ 3 ใช้รูปแบบการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ ( 5E ) ขัน้ ท่ี 3 : ข้ันอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 1. นกั เรียนนำข้อมูลท่ีได้จากการสบื ค้น มาอภปิ รายรว่ มกับครู 2. นกั เรยี นซกั ถาม ครุอธบิ ายเกยี่ วกบั พลศาสตร์ของของไหลเพอื่ ใหน้ กั เรยี นสรปุ สาระสำคัญ ลงใน สมุดจดบันทกึ ชวั่ โมงท่ี 5 ใช้รูปแบบการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) ขั้นที่ 4 : ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 1.ครใู ห้ตัวแทนนักเรียนออกมาสรุปสาระสำคญั ของพลศาสตร์ของของไหลและซกั ถามข้อ สงสัย พร้อมทั้งหาความรู้เพิม่ เติม 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเน้อื หาทีไ่ ดศ้ กึ ษาผ่านมาแลว้ วา่ มสี ่วนไหนทีย่ งั ไม่เขา้ ใจ แล้วใหค้ วามรู้เพ่ิมเตมิ ในสว่ นนน้ั โดยทคี่ รอู าจจะใช้ PowerPoint พลศาสตรข์ องของไหล มาช่วยในการอธิบาย ชัว่ โมงที่ 7 ใช้รปู แบบการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5E ) 5. ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) 1. ครใู หน้ กั เรยี นทาํ แบบฝกึ หัดตรวจสอบความเขา้ ใจ เรื่อง พลศาสตรข์ องของไหลเพ่ือ ทบทวนความเขา้ ใจของนักเรียนครูประเมนิ จากการตอบคําถาม การร่วมกจิ กรรม การ อภิปราย และการทาํ แบบฝึกหดั เพอ่ื ตรวจสอบความเข้าใจ 8. สอ่ื การสอน 1. หนังสอื เรยี นรายวิชาเพ่ิมเติมฟิสกิ ส์ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เล่มที่ 5 2. สอ่ื การสอน PowerPoint ของครูผู้สอน 3. แบบฝกึ หดั ตรวจสอบความเข้าใจเรื่องของแข็งและสภาพยดื หยุ่นของของแข็ง 4.แบบฝกึ หดั ตรวจสอบความเขา้ ใจเรื่องความตึงผิวและความหนืดของของเหลว 5.แบบฝกึ หัดตรวจสอบความเข้าใจเรอ่ื งของไหลสถิต 6.แบบฝึกหดั ตรวจสอบความเข้าใจเร่ืองพลศาสตร์ของของไหล

87 9. แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หอ้ งเรียน 2. หอ้ งสมุด 3.แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ 10.การวดั และประเมนิ ผล ตารางเกณฑก์ ารประเมนิ ใบงาน ช้ินงาน/ภาระงาน วิธกี ารวดั เครอ่ื งมอื วัด เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การประเมนิ ใบงานเร่อื งของแขง็ ตรวจใบงาน แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก ผา่ นเกณฑอ์ ยา่ งน้อยใน และสภาพยดื หยุน่ เรือ่ งของแขง็ คะแนน 3 = ดี ระดบั ดี ของของแข็ง และสภาพ คะแนน 2 = พอใช้ ยดื หยนุ่ ของ คะแนน 1 = ปรบั ปรุง ของแข็ง ใบงานเร่ืองความตึงผวิ ตรวจใบงาน เรอ่ื ง แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดีมาก ผ่านเกณฑอ์ ย่างน้อยใน และความหนดื ของ ความตึงผิวและ แบบประเมินใบงาน คะแนน 3 = ดี ระดบั ดี ของเหลว ความหนดื ของ คะแนน 2 = พอใช้ ของเหลว คะแนน 1 = ปรับปรงุ ผา่ นเกณฑอ์ ย่างน้อยใน ใบงานเร่อื ง ของไหลสถติ คะแนน 4 = ดมี าก ระดบั ดี ตรวจใบงาน เรื่อง คะแนน 3 = ดี ของไหลสถิต คะแนน 2 = พอใช้ ผา่ นเกณฑ์อย่างน้อยใน คะแนน 1 = ปรบั ปรุง ระดบั ดี ใบงานเรอ่ื งพลศาสตร์ของ ตรวจใบงานเรือ่ ง แบบประเมินใบงาน คะแนน 4 = ดมี าก คะแนน 3 = ดี ของไหล พลศาสตร์ของของ คะแนน 2 = พอใช้ คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ ไหล

ตรารางการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 88 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน วิธีวดั เครือ่ งมือวดั เกณฑ์การประเมนิ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ60 ขึ้น ความสามารถในการสือ่ สาร ประเมินจาก แบบประเมนิ ไป พฤติกรรมของ คุณลกั ษณะอันพึง ผเู้ รียน ประสงค์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ60 ข้ึน (รายบุคคล) ไป ความสามารถในการคิด ประเมินจาก แบบประเมนิ พฤติกรรมของ คุณลักษณะอนั พึง ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ60 ขึน้ ผเู้ รยี น ประสงค์ ไป (รายบุคคล) ความสามารถในการแกป้ ัญหา ประเมนิ จาก แบบประเมนิ พฤตกิ รรมของ คณุ ลักษณะอันพงึ ผู้เรียน ประสงค์ (รายบคุ คล) เกณฑก์ ารให้คะแนน ระดับคะแนน 80-100% ให้ ดีมาก ระดับคะแนน 70-79% ให้ ดี ระดับคะแนน 60-69 % ให้พอใช้ ระดับคะแนน 0 -59% ให้ ปรับปรุง

89 แบบประเมินพฤติกรรมการเรียนและการมสี ว่ นร่วมในช้นั เรียน คําชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมและการมสี ่วนร่วมในช้ันเรียนของนักเรยี นในระหว่างเรยี นและนอก เวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 12 1 34 2 3 การแสดงความคดิ เหน็ การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื 4 การทาํ งานตามหนา้ ที่ท่ีได้รับ 5 มอบหมาย ความมนี ำ้ ใจ การตรงต่อเวลา ลงชอื่ ................................................... ผ้ปู ระเมนิ ................../................/............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้งั หรือไม่เคยปฏิบตั เิ ลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ 0-7 คะแนน ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง ปรบั ปรงุ 8-10 คะแนน ระดบั คุณภาพ 2 หมายถงึ พอใช้ 11-13 คะแนน ระดับคุณภาพ 3 หมายถงึ ดี 14-15 คะแนน ระดับคุณภาพ 4 หมายถึง ดีมาก

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 90 คำอธิบายคณุ ภาพ ปรับปรุง (1) ส่งิ ที่ต้องการวัด/ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ประเมินผล 1. เขา้ เรยี นตรงต่อ เขา้ เรียนตรงต่อเวลา เขา้ เรยี นสายไม่เกนิ เข้าเรียนสาย เขา้ เรียนสาย เวลา เกิน15นาที มากกว่า30นาที 2. ความสนใจเรยี น สมำ่ เสมอดีมาก ไมเ่ ขา้ 10นาที 3. มรี ะเบยี บวนิ ัย สายเลยสกั ครง้ั 4. ความรับผดิ ชอบ มีความกระตือรือร้น มีควากระตือรือร้น มกี ารตอบ ไมต่ อบคำถาม คำถามบ้าง เลย ในการเรยี นดมี าก ในการเรียนดีมีการ เล็กน้อย มีการให้ความร่วมมือ ให้ความร่วมมือใน ในการทำกิจกรรม การทำกิจกรรม ตลอดจนจบกิจกรรม บอ่ ยครง้ั ทำงานเปน็ ระเบียบ ทำงานเป็นระเบียบ ท ำ ง า น เ ป็ น ทำงานไม่เป็น ร ะ เ บ ี ย บ ระเบยี บและไม่ และถูกต้องมากกวา่ แ ล ะ ถ ู ก ต ้ อ ง มากกวา่ 50% ถกู ต้อง ทำงานที่ได้รับ ไม่ทำงานที่ได้รับ 90% มากกว่า70% มอบหมายดี มี ม อ บ ห ม า ย ความถูกต้อง ทำงานไม่แล้ว ทำงานที่ได้รับ ท ำ ง า น ท ี ่ ไ ด ้ รั บ มากกว่า50% เสร็จ มอบหมายดี มคี วามถูก ม อ บ ห ม า ย ด ี มี ต้อง ตรงเวลามากกวา่ ค ว า ม ถ ู ก ต ้ อ ง 90% มากกวา่ 70% เกณฑก์ ารตัดสินคะแนน ระดับคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ดีมาก 13 - 16 ดี 9 - 12 พอใช้ 5-8 ปรับปรงุ 0-4 11. กจิ กรรมเสนอแนะ ................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................... 12.บันทึกผลหลังการสอน สรุปผลการเรียนการสอน

91 นกั เรียนทง้ั หมดจำนวน.....................คน จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จำนวนนักเรยี นท่ีผ่าน จำนวนนักเรียนที่ไม่ผา่ น ข้อท่ี จำนวนคน รอ้ ยละ จำนวนคน รอ้ ยละ 1 2 3 13. ปัญหา/อปุ สรรค/แนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. .................................. ................................................................................................ ............................................................... ............................................................................................................................. .................................. 14. ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ......................................... ......................................................................................... ....................................................................... ....... ............................................................................................................................. ......................................... ลงชอ่ื ........................................................................ () ตำแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ....................................... ลงช่อื ................................................................ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ () ลงชื่อ.......................................................... รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ (………………………………………..)

92 ความเหน็ ของหัวหนา้ สถานศึกษา ได้ทำการตรวจแผนการเรียนรู้ของ....................................................แลว้ มีความคิดเห็นดงั นี้ 7. เปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่  ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรงุ 8. การจัดกจิ กรรมได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้  เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั มาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม  ยังไมเ่ นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป 9. ข้อเสนอแนะอ่ืนๆ ............................................................................................................................. ........................... ........................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ........................... ............................................................................................................................. ........................... ลงชื่อ............................................................................................... ( ………………………………………………… ) ผอู้ ำนวยการโรงเรียน…………………………………………………………..

93 แบบฝกึ หัดเรือ่ งของแขง็ และสภาพยดื หยนุ่ ของของแขง็ คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี 1.จงอธิบายของแข็งและสภาพยดื หยุ่นของของแขง็ ให้ถูกต้องครบถว้ น ............................................................................................................................. ................................................. ..................................................................................................................................................... ......................... .......................................................................................................... .................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .......................................................................................................................................... .................................... ............................................................................................... ............................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................... ............................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................................. ............ ....................................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ....................................................................................................................................................... .......................

94 แบบฝึกหัดเรอ่ื งแรงตงึ ผวิ และความหนดื ของของเหลว คำชแี้ จง : อธิบายความหมายของคำตอ่ ไปนี้ 1. แรงตึงผวิ 2. แรงยดึ ตดิ 3. ผวิ ของเหลวในหลอดแก้วมีลกั ษณะโค้งขน้ึ 4. แรงหนืด 5. แรงเช่ือมแน่น 6. แรงยึดเหนีย่ วระหว่างอนุภาค 7. กฎของสโตกส์

95 เฉลยแบบฝกึ หัดเรอ่ื งแรงตึงผวิ และความหนืดของของเหลว คำชี้แจง : อธิบายความหมายของคำต่อไปน้ี 1. แรงตงึ ผิว เปน็ แรงทเี่ กิดจากการปรับสภาพสมดุลของแรงยึดเหนย่ี วระหว่างอนุภาคของของเหลวท่ีอยูบ่ ริเวณผวิ 2. แรงยึดติด เปน็ แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งอนุภาคของของเหลวกับผนัง เช่น แรงยดึ เหนยี่ วระหว่างโมเลกุลของน้ํากบั แกว้ ทใี่ ช้ 3. ผิวของเหลวในหลอดแกว้ มลี กั ษณะโคง้ ข้นึ แรงเชอ่ื มแนน่ มีค่ามากกว่าแรงยดึ ติดทำใหผ้ วิ ของเหลวในหลอดอยู่ตํ่ากว่าระดับของเหลวปกติ 4. แรงหนดื เป็นแรงตา้ นการเคลอื่ นทช่ี นดิ หน่งึ แปรผันตรงกับความเร็ว และมีทิศทางตรงข้ามกบั การเคลือ่ นท่ีของ วตั ถุ 5. แรงเช่ือมแน่น เปน็ แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนุภาคของของเหลวดว้ ยกนั เอง เช่น แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกุลของน้ํา กับนํ้า 6. แรงยดึ เหนยี่ วระหว่างอนภุ าค แรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนภุ าค ประกอบด้วยแรงเชอื่ มแนน่ และแรงยดึ ตดิ 7. กฎของสโตกส์ อธิบายการหาแรงหนืดของวตั ถทุ ่ีมลี กั ษณะเปน็ ทรงกลมดว้ ยสมการ ������ = 6������������������������

96 ใบความรแู้ ผนการเรียนรหู้ นว่ ยที่3 เร่ืองของแข็งและของเหลว