Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ศูนย์การเรียนรู้ระบบห่อหุ้มร่างกาย

ศูนย์การเรียนรู้ระบบห่อหุ้มร่างกาย

Published by James Thanakrit, 2023-06-04 15:58:08

Description: ศูนย์การเรียนรู้ระบบห่อหุ้มร่างกาย (สุขศึกษา ม.4)

อาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ
อาจารย์นิสิตธนกฤต นวลขลิบ

Search

Read the Text Version

ระบบห่อหุ้มร่างกาย The Integumentary System อาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ และอาจารย์นิสิตธนกฤต นวลขลิบ

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 1 The Integumentary System ระบบห่อหุ้มร่างกาย The Integumentary System ประกอบด้วยผิวหนัง เล็บ ขน และผม โดยแต่ละอวัยวะมีโครงสร้างและความสำคัญ ดังนี้ 1. ผิวหนัง (Skin) เป็นอวัยวะที่มีพื้นที่มากที่สุดของร่างกาย ใช้เลือดหล่อเลี้ยงในปริมาณ 1/3 ของเลือดในร่างกาย ลักษณะของผิวหนังจึงแสดงให้เห็นถึงระดับสุขภาพของคนเราได้ โดยผู้ที่สุขภาพดีผิวหนังจะเปล่งปลั่ง ตรงกันข้ามหากสุขภาพไม่ดีจะมีผิวหนังซีดเซียวแห้ง หรือเป็นโรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น เป็นผดผื่น คัน กลาก เกลื้อน ฯ ซึ่งโครงสร้างผิวหนังแบ่ง ออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ 1.1 ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) คือ ผิวหนังชั้นนอก มีลักษณะบางมาก จะมีเซลล์เป็นชั้น ๆ ส่วนล่างสุดจะทำหน้าที่สร้างเซลล์ใหม่ตลอดเวลา โดยขี้ไคล (Keratin) คือเซลล์เก่าที่ถูกดัน ออกมาจนเซลล์นอกสุดแห้งตาย และหลุดออกมา เมื่อพิจารณาความหนาของหนังกำพร้าแต่ละส่วนนั้นไม่เท่ากัน ส่วนที่บางสุดอยู่ที่หนังตา และหลังหู ในขณะที่ส่วนที่หนาสุดอยู่ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า นอกจากนี้ เซลล์ผิวหนังของแต่ละคนจะมีสีแตกต่างกัน เพราะเซลล์สร้างเม็ดสีที่เรียกว่า เมลานิน (Melanin) อยู่ในชั้นลึกสุดของผิวหนังกำพร้า ถ้าเมลานินมากผิวจะมีสีคล้ำ ถ้าเมลานิ นน้อยผิวจะมีสีขาว ผิวสีคนจึงแตกต่างกัน ในชั้นนี้ไม่มีหลอดเลือด เส้นประสาท และต่อม ต่าง ๆ เป็นเพียงทางผ่านของรูเหงื่อ เส้นขนและไขมันเท่านั้น ประกอบด้วยเซลล์ 4 ชนิดมี ปริมาณและหน้าที่ไม่เหมือนกัน ได้แก่ เมลานิน (Melanin) 1.1.1 คีราติโนไซต์ เซลล์หลักชั้นบนมี 80-90% ของ เซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินมีประโยชน์ในการป้องกัน เซลล์ผิวหนังทั้งหมด ควบคุมการระเหยและการดูดซึมของน้ำ แสงแดด มีคุณสมบัติดูดซับแสงและป้องกันรังสี 1.1.2 เมลาโนไซต์ เป็นเซลล์สร้างเมลานิน อัลตราไวโอเลตไม่ให้เข้าไปทำลายผิวหนัง ดังนั้น 1.1.3 ลังเกอร์ฮานส์ เป็นเซลล์สร้างจากไขกระดูก ทำลาย คนผิดดำจนทนทานต่อแสงแดดได้ดีกว่า คนผิวขาว สิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ผิวหนัง จะเกิดผิวไหม้ง่าย และถ้าถูกแดดบ่อย ๆ เป็นเวลา 1.1.4 เมอเคล ทำหน้าที่รับความรู้สึกสัมผัส นานจะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย ผิวตกกระ ผิวแห้งและ เหี่ยวย่นขาดความยืดหยุ่น

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 2 The Integumentary System 1.2 ชั้นหนังแท้ (Dermis) คือ ชั้นที่ถัดเข้ามาจากชั้นหนังกำพร้า ประกอบด้วย หลอด เลือดฝอย เส้นประสาท ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน และขนหรือเส้นผม ในชั้นนี้จะมีหลอดเลือด ฝอยจำนวนมาก เพราะนำเลือดมาหล่อเลี้ยงผิวหนัง นอกจากนี้ต่อมเหงื่อยังทำหน้าที่ระบาย ความร้อนออกจากร่างกาย มีต่อมไขมันที่พบได้ทุกที่ที่มีขน และยังเป็นชั้นที่ผลิตขนและผม ของร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้ ชั้นหนังแท้ยังเป็นชั้นของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ประกอบด้วยเส้นใยโปรตีน คอลลาเจน (Collagen) ทำหน้าที่รองรับหลอดเลือด น้ำเหลือง เส้นประสาท ต่อมไขมัน ต่อม เหงื่อ และรูขุมขน ทำให้ผิวหนังแข็งแรง ส่วนประกอบของคอลลาเจน คือ กลูโคอมิโนไกล แคน สามารถรวมตัวกับน้ำเป็นส่วนสำคัญทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นและช่วยป้องกันแรงกระทบ กระแทกเมื่อมีอายุมากขึ้น สารกลูโคอมิโนไกลแคน จะลดลงทำให้ผิวหนังแห้ง เหี่ยวย่น 1.3 ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fatty Tissues) ประกอบด้วยเซลล์ไขมันเป็น ฉนวนป้องกันความร้อนและป้องกันแรงกระแทกจากภายนอก โครงสร้างระบบห่อหุ้มร่างกาย ผิวหนังในผู้ใหญ่จะมีน้ำหนักประมาณ 3.5-4.5 KGผิวหนังเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก ในกรณีที่เกิดไฟไหม้ร่างกายถ้าผิวหนังสูญเสียไปมากกว่า 1 ใน 3 อาจทำให้เสียชีวิตได้ ที่มา : หนังสือแบบเรียนสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยอาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 3 The Integumentary System หน้าที่ของผิวหนัง 1. ปกป้องร่างกายให้กับอวัยวะภายในร่างกาย, ป้องกันเชื้อโรค, ป้องกันการระเหยและการ ซึมของน้ำ และป้องกันแสงต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ร่างกายไปทำลายเซลล์ผิวหนัง 2. ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ผ่านการทำงานของต่อมเหงื่อ 3. รักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย โดยต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันมาเลี้ยงผิวหนังในชั้นของหนัง กำพร้า 4. ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายในรูปของเหงื่อ เช่น ยูเรีย 5. เป็นแหล่งสร้างวิตามิน D ให้แก่ร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกอ่อน 6. เป็นอวัยวะรับความรู้สึกต่าง ๆ 7. ขับไขมันออกมาหล่อเลี้ยงเส้นผมและขน ปัจจัยที่ส่งกระทบต่อสุขภาพผิวหนัง พันธุกรรม การรับประทาน การออกกำลังกาย สภาพจิตใจ สิ่งแวดล้อม อาหาร ความผิดปกติของผิวหนัง 1. สิว (Acne) เกิดจากใส่หลายประการ เช่น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศในช่วงวัยรุ่น ส่งผลให้ต่อมไขมันขับไขมันออกมามาก เมื่อไขมันแข็งตัวอุดตันต่อมไขมันและรูขุมขน ก็จะ ทำให้เกิด สิวเสี้ยน และถ้าถูกไขมันที่ต่อมไขมันขับออกมาใหม่ดันจนนูนขึ้นจะเป็น หัวสิว ถ้ามีเชื้อแบคทีเรียคุกคามเข้าไปยังต่อมไขมันและรูขนที่เป็นสิวนั้นก็จะเกิดการอักเสบ บวม แดง และเป็นหนอง ซึ่งบางคนเรียกสิวชนิดนี้ว่า สิวหัวช้าง นอกจากนี้ สิวยังอาจเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในต่อมไขมันใต้ผิวหนังมีมากผิดปกติ อากาศ ที่ร้อนและชื้นทำให้เหงื่อออก ผิวหนังสกปรก ภาวะที่ตึงเครียด หงุดหงิด และการใช้เครื่อง สำอางที่เป็นน้ำมันหรือครีม อาจทำให้มีการอุดตันของรูขน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้ สิวหัวขาว เป็นระยะที่เกิดไขมันอุดตันอยู่ใต้ผิวหนัง สิวหัวดำหรือสิวเสี้ยน เป็นไขมันอุดตันที่อยู่ติดรูเปิด ของต่อมไขมัน สิวหัวหนอง เป็นไขมันอุดตันที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 4 The Integumentary System ความผิดปกติของผิวหนัง (ต่อ) 2. ตาปลา (Corn) เกิดจากแรงกดหรือแรงเสียดสีที่ผิวหนังบริเวณนั้นบ่อย ๆ มีลักษณะเป็น เม็ดกลมแข็ง ๆ โดยทั่วไปตาปลามักจะเกิดบริเวณนิ้วเท้าหรือฝ่าเท้า เนื่องจากใส่รองเท้าที่ คับเกินไป 3. กลิ่นตัว (Odour) เกิดจากปฏิกิริยาเคมีของกรดไขมันจากต่อมเหงื่อ เซลล์บุผิวที่ตายแล้ว เหงื่อรวมกับแบคทีเรียและความชื้นเกิดเป็นกลิ่นตัวขึ้น พบที่บริเวณ รักแร้ ขาหนีบ ใต้คอ และหลังหู 4. โรคราที่เท้าหรือฮ่องกงฟุต (Hong Kong's foot) เกิดจากติดเชื้อราที่เท้า เนื่องจาก รองเท้าอับชื้นหรือเดินลุยน้ำสกปรก ทำให้มีอาการคันบริเวณซอกนิ้วเท้าและอาการคันจะ เพิ่มมากขึ้น ถ้ามีการเก่าด้วยจะทำให้ผิวหนังลอกเป็นขุยๆ มีกลิ่นเหม็น หากเป็นนั้นๆผิวหนัง บริเวณนั้นจะมีเนื้อนูนหนา แข็ง และลอกออกเป็นขุยๆ สามารถลามไปยังนิ้วใกล้เคียงได้ 5. ฝี (Abscess) เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งซึ่งมีอยู่บนผิวหนังทั่วไป ทำให้เกิดการ อักเสบที่บริเวณรอบ ๆ ขุมขน ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน หรือบริเวณรากผม ต่อมาเป็นหนอง ระยะแรกจะมีลักษณะบวม แดง แข็งและร้อนบริเวณที่เป็น เจ็บมาก เริ่มจากเป็นเม็ดเล็ก ๆ หรือก้อนแข็ง แล้วโตอย่างรวดเร็ว มีหัว หนองสีเหลืองตรงกลาง ต่อมาหัวหนองอ่อนตัวลงจนมี ลักษณะนุ่มมีหนองสีเหลือง เหนียวเหลว ซึ่งมีเชื้อโรคปะปนอยู่มากและอาจกระจายไปสู่ที่ อื่น ๆ ของร่างกายได้ เล็บ (Nails) เล็บมือ และเล็บเท้า มีอัตราการเจริญเติบโตโดยเฉลี่ยที่ 2-3 และ 1 มิลลิเมตรต่อเดือน ตามลำดับ ดังนั้นเล็บมือและเล็บเท้า จึงใช้เวลาเจริญเต็มทั้งแผ่นเล็บ ประมาณ 6 และ 18 เดือน ตามลำดับ หน้าที่ของเล็บ 1. ช่วยป้องกันการถูกกระทบกระเทือนที่ปลายนิ้วและช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพ 2. ช่วยให้การหยิบจับสิ่งต่าง ๆ ได้สะดวก 3. ช่วยสำหรับแคะ แกะ เกา ข่วน และช่วยป้องกันตัว 4. ช่วยให้การเดิน วิ่ง มีประสิทธิภาพ จะพบว่าเมื่อนิ้วเท้าถูกถอดเล็บจะทำให้เดินไม่ถนัด 5. ช่วยไม่ให้ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าได้รับอันตรายโดยง่าย 6. ช่วยในการวินิจฉัยโรคบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะภายใน ที่มา : หนังสือแบบเรียนสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยอาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 5 The Integumentary System ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับเล็บ 1. เล็บขบ (Ingrown Nail) มักเป็นกับนิ้วหัวแม่เท้า ที่เกิดจาก การงอกของเล็บ ที่กดลึก เข้าไปในเนื้อบริเวณซอกเล็บ ทำให้เกิดความเจ็บปวด อาจเป็นแผล ถ้าติดเชื้อก็จะเกิดการ อักเสบได้ 2. เชื้อราที่เล็บ (Tinea unguium) อาการส่วนมากจะเป็นที่ซอกเล็บ แล้วลามไปยังผิวหนัง ข้างเล็บและตัวเล็บ ส่วนมากจะเป็นกับผู้ทำงานที่มือต้องเปียกน้ำอยู่เป็นประจำ หรือเท้าอยู่ใน ที่อับชื้น เล็บจะเปลี่ยนสีเป็นสีขาวขุ่น หรือสีเหลือง เกิดมีขุยสะสมอยู่ใต้เล็บ ทำให้เล็บแยก ออกจากเนื้อแล้วค่อย ๆ กร่อนลงที่ตอนปลายแล้วลามต่อไปจนถึงโคนเล็บ หน้าที่ของเส้นผม ช่วยป้องกันไม่ให้หนังศีรษะได้รับความร้อนหรือความเย็นมากเกินไป และยังช่วยลดความ รุนแรงจากอันตรายต่างๆที่มากระทบสีสัน นอกจากนี้เส้นผมยังช่วยเสริมความงามให้แก่ ใบหน้า และซับเหงื่อหรือสิ่งสกปรกหรือช่วยป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับเส้นผม 1. ผมร่วง (Alopecia) ตามธรรมชาติแล้วคนเราจะผมร่วงได้แล้วงอกขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา แต่หากผมร่วงมากกว่าปกติ สาเหตุอาจมาจากการขาดสารอาหาร การเจ็บป่วยด้วยโรคเชื้อรา การแพ้ยาสระผม หรือเกิดจากต่อมน้ำมันที่ควรผมไม่ผลิตน้ำมันมาหล่อเลี้ยงเส้นผม 2. รังแค (Dandruff) เกิดจากผิวหนังหรือเซลล์ที่ตายแล้วแห้งหลุดออกมาเป็นแผ่นหรือ ขุย ๆ มักเกาะติดอยู่กับเส้นผม ทำให้คันศีรษะและเป็นสาเหตุให้ผมร่วงได้ 3. โรคขนคุด ที่มา : https://shorturl.asia/u3BDC ต่อมไขมัน ทำหน้าที่สร้างไขมัน ช่วยให้เส้นผมเงางาม ต่อมไขมัน ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แต่กระด้าง ป้องกันการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย ต่อมเหงื่อ ทำหน้าที่สร้างเหงื่อที่ประกอบไปด้วยน้ำและเกลือแร่ เพื่อช่วยระบายความร้อนภายในร่างกายให้สมดุล ที่มา : หนังสือแบบเรียนสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยอาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ

ระบบห่อหุ้มร่างกาย 6 The Integumentary System การสร้างเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบห่อหุ้มร่างกาย ระบบห่อหุ้มร่างกายมีความสำคัญต่อร่างกาย เราจึงควรบำรุงรักษาให้สามารถทำงานได้ตาม ปกติ ดังนี้ 1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมสุข ภาพของผิวหนัง เช่น โปรตีน ผัก ผลไม้ที่มีวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินซี อีกทั้งการดื่ม น้ำเป็นประจำทุกวัน วันละ 6-8 แก้ว จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส 2. ออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ต่อมต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ผิวหนังได้ทำงาน และการได้รับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าและตอนเย็นร่างกายจะได้รับรังสี อัลตราไวโอเลต ซึ่งจะช่วยให้ผิวหนังแข็งแรงสมบูรณ์ และมีผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 3. ชำระล้างร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ โดยการอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง การกำจัดกลิ่น ตัว การสระผมและการตัดเล็บ โดยเฉพาะการอาบน้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายความเครียดของ กล้ามเนื้อและทำความสะอาดผิวหนังได้ดี และควรใช้สบู่อ่อนที่มีค่า pH 5 นอกจากนี้ยังทำให้ เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงผิวหนังได้มากขึ้น ช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า และการใช้ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มที่สะอาดยังช่วยป้องกันการเกิดโรคผิดหนังบางชนิด เช่น กลาดเกลื้อน 4. เลือกใช้เครื่องสำอาง เช่น ยาสระผม สบู่ ครีมบำรุงผิว ให้เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง ของตนเอง มิฉะนั้นอาจเกิดอาการแพ้ เป็นผืนคัน หรือเกิดสิวได้ 5. สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดและควรเลือกเสื้อผ้าที่มีความหนาบาง ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพราะเสื้อผ้าจะมีส่วนช่วยในการระบายความร้อนให้กับผิวหนัง 6. พักผ่อนให้เพียงพอ และทำให้จิตใจร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอโดยการทำให้ตนเองเป็น คนอารมณ์ดี ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี จะทำให้จิตใจสดใส ซึ่งจะส่งผลต่อการมีสุขภาพผิว ที่ดี ที่มา : หนังสือแบบเรียนสุขศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยอาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ

ระบบห่อหุ้มร่างกาย The Integumentary System อาจารย์นวรัตน์ ธัญญศิริ และอาจารย์นิสิตธนกฤต นวลขลิบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook