Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore nuchjaree_arm,+Journal+manager,+36.อรัญญา++จินาชาญ

nuchjaree_arm,+Journal+manager,+36.อรัญญา++จินาชาญ

Published by Jakkrit JANCHARA, 2022-07-14 13:16:55

Description: nuchjaree_arm,+Journal+manager,+36.อรัญญา++จินาชาญ

Search

Read the Text Version

วารสารวจิ ัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | 385 ปจั จยั ที่มอี ิทธพิ ลตอ่ การพจิ ารณาเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ของธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) อรญั ญา จนิ าชาญ1* ประเวศ เพญ็ วฒุ กิ ุล2 บทคดั ยอ่ การศึกษาครัง้ นีม้ ีวตั ถุประสงค์เพ่อื ศกึ ษาปจั จัยท่มี อี ทิ ธิพลตอ่ การพิจารณาเลอื กใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี และเพ่ือเปรียบเทียบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ท่ีมีคุณลักษณะของกิจการแตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ผู้บริหารของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จานวน 400 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากน้ันทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถ่ี ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบน มาตรฐาน. สาหรับการทดสอบสมมติฐานเพอ่ื การเปรียบเทียบระหว่างตวั แปรอิสระและตัวแปรตาม ใช้สถิติ F- test (One-way ANOVA) สาหรบั กล่มุ ประชากรมากกวา่ 2 กลุ่มขึน้ ไป ผลการศึกษาพบว่าระดับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อการพิจารณา เลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก และเม่ือพิจารณารายด้านพบว่าด้านความน่าเช่ือถือของบริษัทผู้ผลิตและโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ด้านที่อยู่ในระดับมากท่ีสุด ได้แก่ ด้านการสนับสนุนและการให้บริการหลังการขาย รองลงมา คือด้านขีด ความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี และด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้องในการจัดหา โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชี อย่ใู นระดับมาก ผลการการเปรียบเทียบปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกันตามคุณลักษณะของกิจการ พบว่า พบว่า ขนาดของกิจการ อายุของกิจการ และยอดขายโดยเฉลี่ยของกิจการแตกต่างกันส่งผลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชีแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .05 คาสาคัญ : วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม, โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี 1 นกั ศึกษาระดบั ปรญิ ญาโท คณะบัญชี มหาวทิ ยาลยั ศรปี ทมุ , e-mail: [email protected] 2 อาจารย์ ดร., คณะบัญชี มหาวิทยาลยั ศรปี ทุม, e-mail: [email protected] * ผู้นิพนธ์หลัก e-mail: [email protected]

ปีที่ 11 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2559) อรัญญา จนิ าชาญและคณะ| 386 Factors Influencing the Selection of Accounting Software Packages by Small and Medium–Sized Enterprise (SMEs). Arunya Jinachan1* Pravas Penvudtikul2 Abstract The aim of this research is for studying factors that affect to adopt accounting program and for comparing factor that affect to adopt accounting program of different SMEs. The sample of this research is 400 executives of SMEs. We use questionnaire for collecting data and then use descriptive statistics for analyzing data, that is frequency, percentage, mean and standard deviation. We use F-test(One-way ANOVA) for statistical hypothesis testing to compare between independent variable and dependent variable, for more than 2 groups of population. From research result, we find opinion level of people who answer questionnaire toward factors that affect to adopt accounting program of SMEs is at high level in overview. And when we consider each side, we find producer credit side and accounting program side are at highest level, that is support and after-sales service side, the second are at high level, namely capability of accounting program and cost and expense of accounting program supply side. The result of comparing factors that affect to adopt accounting program of SMEs is different depend on attribute of enterprise, we find different size of enterprise, different age of enterprise and different average sales volume of enterprise affect accounting program adoption differently at 0.05 statistical significance level. Keywords : Small and medium – sized enterprise (SMEs), Accounting Software Packages. 1 Master of Accounting Program in Accountancy, Sripatum University, Bangkok, e-mail: [email protected] 2 Doctor, in Accountancy, Sripatum University, e-mail: [email protected] * Corresponding author, e-mail: [email protected]

วารสารวจิ ยั และพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | 387 บทนา ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถือเป็นหัวใจสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หลายฝา่ ยท่ีเกยี่ วข้องได้ตระหนกั ถึงความสาคัญของธุรกิจประเภทน้ี โดยใหก้ ารสนบั สนนุ ในลักษณะตา่ งๆ เพ่ือให้ ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งการประกอบธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมให้ประสบผลสาเรจ็ นั้นมีปัจจัยสนบั สนุนหลายประการแตส่ ิ่งหน่ึงที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักมองข้าม ไปก็คือ การมีระบบข้อมูลทางการบัญชีท่ีถูกต้อง ข้อมูลทางการบัญชีจะเป็นแนวทางในการบริหารธุรกิจ จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผน ตัดสินใจ และควบคุมการดาเนินงานไปสู่เป้าหมายได้ (สานักงาน ส่งเสริมวิสาหกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม, 2554) ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหลายๆแห่ง ได้นาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีมาช่วยในการ จัดทาบญั ชี งบการเงนิ และรายงานเพ่อื การบรหิ าร ทาให้กจิ การสามารถจดั ทาบญั ชี งบการเงนิ และรายงาน เพื่อการบริหารงานได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลา มีความถูกต้อง และแม่นยา ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ เป็น ประโยชน์ในการวางแผนและตัดสินใจในการดาเนินธุรกิจ และการมีข้อมูลทางการบัญชีที่เหมาะสมและ น่าเช่ือถือยังเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการย่ืนขอสินเชื่อต่อสถาบันการเงินอีกด้วย เน่ืองจากหากกิจการมีระบบบัญชีหรือข้อมูลทางการบัญชีท่ีไม่เหมาะสมจะทาให้สถาบันการเงินไม่เช่ือถือจึงไม่ สามารถกู้เงินได้ เปน็ เหตุใหก้ ิจการประสบกับปัญหาขาดแคลนเงนิ ทนุ (นธี เหมมนั ต์, 2550) แต่อย่างไรก็ตามยังพบว่ามีธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจานวนไม่น้อยที่ยังมิได้นาโปรแกรม สาเร็จรปู ทางการบัญชีมาใช้ในหน่วยงาน อาจเป็นไปได้วา่ กจิ การเหล่านี้ยังไม่เห็นถึงความสาคัญ ยังไม่ทราบถึง ประโยชนข์ องโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี หรอื อาจเกิดจากปัจจัยอ่นื อย่างเชน่ การขาดทรัพยากรบคุ คลทมี่ ี ความรู้ความสามารถ มีความเช่ียวชาญด้านการใช้โปรแกรม หรืออาจเกิดจากการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีทไ่ี ม่เหมาะสมกับกิจการ ส่งผลให้การตดั สินใจบรหิ ารงานผิดพลาดจึงทาให้เลกิ ใช้ไป ซ่ึงจะเห็นได้ วา่ ข้นั ตอนการเลือกใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูปเป็นขั้นตอนที่มคี วามสาคัญต่อกจิ การเปน็ อยา่ งมาก เพราะหากเลือกใช้ โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชีท่ไี มเ่ หมาะสมกับกจิ การแลว้ อาจทาให้การตัดสนิ ใจเกี่ยวกบั การบริหารกิจการ ผิดพลาดสง่ ผลใหเ้ กิดความเสียหายกบั กจิ การไดเ้ ปน็ อยา่ งมาก จากเหตุผลดังกลา่ วผูว้ จิ ัยจึงสนใจศึกษาปัจจัยทมี่ ีอิทธิพลต่อการพจิ ารณาเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีของธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม(SMEs) เพอ่ื ใหธ้ ุรกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ มมแี นวทางในการ ตดั สนิ ใจเลือกใชโ้ ปรแกรม และสามารถเลือกใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบญั ชีทีเ่ หมาะสมกับกจิ การได้ เมือ่ มี โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีท่ีเหมาะสมก็จะช่วยให้การตัดสินใจเก่ียวกับการบริหารงานของผู้บรหิ ารเปน็ ไป อย่างรวดเร็ว ทันเวลา และไมม่ ีความผิดพลาด อนั จะส่งผลสบื เนอื่ งให้กจิ การเจรญิ เติบโตอยา่ งย่งั ยืนตอ่ ไป วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 1. เพ่ือศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) 2. เพื่อเปรียบเทียบปจั จยั ท่ีมอี ิทธพิ ลต่อการเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชขี องธรุ กิจขนาด กลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) ทมี่ ลี กั ษณะของกจิ การแตกตา่ งกนั

ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สงิ หาคม 2559) อรญั ญา จินาชาญและคณะ| 388 กรอบแนวคิดในการวจิ ัย ตวั แปรตาม ตัวแปรอิสระ ลกั ษณะของกจิ การ ระดบั ความคดิ เหน็ ทม่ี ตี อ่ ปัจจยั การพิจารณาเลือกใช้โปรแกรม 1. ประเภทธุรกจิ สาเร็จรปู ทางการบัญชี 2. ขนาดของกิจการ 3. อายขุ องกจิ การ 1. ด้านลักษณะการทางานของโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชี 4. ยอดขายโดยเฉลยี่ 2. ดา้ นความนา่ เชือ่ ถือของบรษิ ทั ผู้ผลิตและโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชี ภ34า..พดดา้า้ทนน่ีกราะ1รบสบนกรบั กัรสษอนาบุนคแแวลานะมวกปาคลริดใอหขดบ้ ภอรยังิกขกาอราหงรโลปวงั รจิกแายั รกขรามยสาเร็จรูปทางการบัญชี 5. ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้องในการจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บญั ชี 6. ดา้ นขีดความสามารถของโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชี สมมตฐิ านของการวิจัย ปจั จยั ท่ีมอี ทิ ธิพลตอ่ การเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบญั ชีของธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกันตามคุณลักษณะของกิจการ (ประเภทธุรกิจ, ขนาดของกิจการ, อายุของกิจการ,ยอดขาย โดยเฉลย่ี ) 1. ประเภทธุรกิจแตกต่างกันส่งผลต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บญั ชขี องธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกนั 2. ขนาดของกิจการแตกตา่ งกันสง่ ผลตอ่ ปัจจัยท่ีมีอทิ ธิพลต่อการเลอื กใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชขี องธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกนั 3. อายุของกิจการแตกต่างกันส่งผลต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรปู ทางการ บญั ชขี องธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) แตกต่างกัน 4. ยอดขายโดยเฉล่ียของกิจการแตกต่างกันส่งผลต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรม สาเร็จรูปทางการบญั ชีของธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) แตกต่างกนั วธิ ดี าเนนิ การวิจยั ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง ประชากรท่ีใชใ้ นการศึกษาครัง้ นี้ ได้แก่ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทจี่ ดทะเบียน จัดตั้งกิจการกบั กรมพฒั นาธรุ กิจการคา้ กระทรวงพาณิชย์และยังดาเนินการอยู่ในปัจจบุ ัน ทงั้ 3 ประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย ภาคการค้า ภาคการบริการ และภาคการผลิต รวมท้ังส้ิน 2,743,345 ราย ทั้งน้ีไม่รวม กิจการท่ไี มส่ ามารถระบุกลมุ่ อุตสาหกรรมและไม่สามารถระบปุ ที กี่ ่อตงั้ ได้ชดั เจน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ีใช้การสุ่มตวั อย่างวิธีโควตา เน่ืองจากประชากรถูกกาหนดให้ใช้ ทั้งหมด 3 ประเภทอุตสาหกรรมและใช้วิธีการสมุ่ ตัวอย่างอย่างง่าย จากประชากร N หน่วย เพื่อทาการสมุ่ เลือกกลุ่มตัวอย่าง N หน่วย โดยให้แต่ละตัวอย่างมีโอกาสถูกเลือกเท่ากัน จากกลุ่มตัวอย่างท่ีได้คานวณ

วารสารวจิ ัยและพฒั นา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | 389 จานวน 400 ราย จากประเภทธรุ กิจ 3 ประเภท ได้แก่ 1. ภาคการคา้ 2. ภาคการบริการ 3. ภาคการผลติ โดยนาประชากรแต่ละประเภทธุรกจิ คูณ 400 หาร 2,743,345 ราย เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้ในการวจิ ยั เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งสร้างข้ึนตามวตั ถุประสงคแ์ ละกรอบแนวคดิ โดยแบง่ ออกเป็น 3 ตอน ดงั นี้ ตอนที่ 1 เป็นขอ้ มลู ทวั่ ไปเก่ียวกบั ผ้ตู อบแบบสอบถาม ตอนท่ี 2 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ลักษณะของคาถามจะ เปน็ แบบปลายปิด ประกอบดว้ ยประเภทธรุ กิจ ขนาดของกิจการ อายุของกิจการ และรายไดโ้ ดยเฉลี่ย ตอนท่ี 3 เป็นข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีลักษณะของคาถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดบั การสรา้ งเคร่ืองมือทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั 1. ติดต่อขอรับหนังสือรับรองจากโครงการปริญญาโท สาขาการบัญชีถึงผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพ่ือ ตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหา (IOC) ได้คา่ ดัชนีความสอดคลอ้ งต้งั แต่ 0.80 – 1.00 2. นาแบบสอบถามฉบับร่างที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out) เพ่ือหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถาม 3. นาแบบสอบถามฉบับรา่ งท่ีได้จากการทดลองใช้ มาวเิ คราะห์หาคา่ ความเชื่อม่นั โดยการคานวณ ค่าสมั ประสทิ ธแ์ิ อลฟา ตามวิธขี องครอนบทั (Cronbach Coefficient Alpha) โดยมีคา่ ความเช่อื มน่ั อยใู่ นเกณฑ์ ดงั ตอ่ ไปน้ี - คา่ ความเชอ่ื มั่นตั้งแต่ 0.59 ลงไป หมายถึง ค่าความเช่อื มั่นอยใู่ นระดับตา่ - ค่าความเชื่อมน่ั ตง้ั แต่ 0.60 - 0.77 หมายถงึ คา่ ความเช่อื มนั่ อย่ใู นระดับปานกลาง - คา่ ความเชื่อมั่นตั้งแต่ 0.78 ข้ึนไป หมายถงึ คา่ ความเชอื่ ม่นั อยใู่ นระดบั สงู จากการทดสอบแบบสอบถามครง้ั นี้ ผลการทดสอบได้ค่าความเช่ือมั่นของแบบสอบถามท้ังฉบับ เทา่ กับ 30 แหง่ 4. นาผลท่ีได้รับจากการตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบถามฉบับร่างเสนออาจารย์ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์อีกคร้ัง เพ่ือปรับปรุงแก้ไขตามคาแนะนา แล้วจัดทาแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์เพ่ือนาไปใช้ในการ เกบ็ รวบรวมข้อมูลจากกลมุ่ ตวั อยา่ งต่อไป การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ข้อมูลท่ีรวบรวมได้จากแบบสอบถาม นาไปวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ดังนี้ 1. การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามและข้อมูลทั่วไปของธุรกิจ SMEs โดยใช้ ค่าความถ่ี และค่ารอ้ ยละ (Percentage) 2. การวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อการพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีใช้สถิตเิ ชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) โดยการหาค่าเฉลย่ี (Mean) และ ค่าความเบี่ยงเบน มาตรฐาน (Standard Deviation)

ปีท่ี 11 ฉบับท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2559) อรญั ญา จินาชาญและคณะ| 390 3. การเปรียบเทยี บปจั จัยทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชีของธรุ กิจขนาด กลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) แตกต่างกันตามคณุ ลักษณะของกิจการ (ประเภทธรุ กจิ , ขนาดของกิจการ, อายุ ของกิจการ,ยอดขายโดยเฉลย่ี ) ใชส้ ถติ ิเชิงอนมุ าน (Independent Sample t-test) ในการวเิ คราะห์เพอ่ื ทา การทดสอบสมมตฐิ าน โดยใชส้ ถติ ิ t-test สาหรบั กลมุ่ ประชากร 2 กลุ่ม และสถิติ F-test (One-way ANOVA) สาหรบั กลมุ่ ประชากรมากกวา่ 2 กลุ่มขนึ้ ไป โดยคา่ ระดบั นัยสาคญั ทางสถิติที่ใช้ในการวเิ คราะห์ ข้อมูลการวจิ ยั ในครงั้ น้ี กาหนดไวท้ ีร่ ะดบั 0.05 ผลการวจิ ัย 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ผลการวิเคราะห์ข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญเ่ ป็น เพศหญิงร้อยละ 71.50 มีอายุระหว่าง 36 – 50 ปี ร้อยละ 36.25 มีระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 68.00 และมตี าแหน่งงานเป็นเจ้าของกิจการจานวน ร้อยละ 42.25 2. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลเก่ยี วกับลกั ษณะของธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจภาคการค้า ร้อยละ 42.50 มีทุนจดทะเบียนระหว่าง 300,000 – 500,000 บาท ร้อยละ 55.80 มีการดาเนินธุรกิจมาแลว้ 11 ปีข้ึนไป ร้อยละ 45.75 และมียอดขายโดยเฉลีย่ 1,000,000 -5,000,000 ต่อปี ร้อยละ 56.00 3. ผลการวเิ คราะหร์ ะดับความคิดเหน็ ตอ่ ปัจจยั ของธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) ผลการศกึ ษาปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลต่อการพจิ ารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) พบว่า ระดับความคิดเห็นท่ีมีต่อการพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (  = 4.18) และเมื่อ พิจารณารายด้านพบว่าด้านท่ีมีระดับความคิดเห็นต่อ การพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปสูงสุดคือ ด้าน ความน่าเช่ือถือของบริษัทผู้ผลิตและโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (  = 4.23) และด้านการสนับสนุนและ การให้บริการหลังการขาย (  = 4.23) อยู่ในระดับมากท่ีสุด รองลงมาด้าน ขีดความสามารถของโปรแกรม สาเร็จรปู ทางการบัญชีอยใู่ นระดบั มาก (  = 4.20) และดา้ นที่มรี ะดบั ความคดิ เห็นนอ้ ยที่สดุ คือ ดา้ นตน้ ทนุ และ ค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้องในการจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี อยู่ในระดับมาก (  = 4.07) และเม่ือ พิจารณารายด้านและรายข้อพบว่า 1. ดา้ นลักษณะการทางานของโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชีในภาพรวมอยู่ในระดบั มาก (  = 4.17) และข้อท่ีมีระดับความคิดเห็นสูงสุดคือ สะดวกในการตรวจทานความถูกต้องของข้อมูลก่อนนาไป ประมวลผลอยูใ่ นระดบั มากท่สี ุด (  = 4.76) 2. ด้านความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตและโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีในภาพรวมอยู่ใน ระดบั มากทสี่ ดุ (  = 4.23) และข้อท่ีมีระดบั ความคดิ เห็นสูงสุดคอื การไดร้ ับอนุญาตเปน็ ซอฟต์แวร์มาตรฐานท่ี กรมสรรพากรกาหนดอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด (  = 4.23) 3. ด้านระบบรักษาความปลอดภัยของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก (  = 4.15 , S.D. = 0.47) และข้อท่ีมรี ะดับความคดิ เหน็ สูงสดุ คอื สามารถกาหนด Password ทแี่ ตกตา่ งกัน ไดห้ ลายระดบั ของผ้ใู ชง้ านอยู่ในระดับมากทส่ี ุด (  = 4.53) 4. ดา้ นการสนับสนนุ และการให้บรกิ ารหลังการขายในภาพรวมอยใู่ นระดับมากทสี่ ุด (  = 4.23) และข้อท่มี รี ะดบั ความคดิ เหน็ สูงสุดคอื การใหบ้ รกิ ารและแก้ปัญหาได้รวดเรว็ อยใู่ นระดับมากท่ีสดุ (  = 4.61)

วารสารวจิ ยั และพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ สาขามนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ | 391 5. ดา้ นต้นทนุ และค่าใชจ้ ่ายท่ีเก่ยี วข้องในการจดั หาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี ในภาพรวม อยใู่ นระดบั มาก (  = 4.07) และข้อท่ีมีระดับความคิดเหน็ สงู สดุ คือ ราคาของโปรแกรมสาเร็จรูปทางบัญชรี วมคา่ ติดตง้ั อยใู่ นระดับมาก (  = 4.18) 6. ด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (  = 4.20) และข้อที่มรี ะดับความคดิ เห็นสงู สดุ คอื การมรี ะบบความช่วยเหลอื ที่ง่ายตอ่ การใชง้ านอย่ใู นระดบั มากท่ีสดุ (  = 4.52) 4. ผลการเปรียบเทยี บปจั จัยท่มี ีอิทธพิ ลระดับความคิดเห็นตอ่ การเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชขี องธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) ผลการการเปรียบเทียบปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกันตามคุณลักษณะของกิจการ (ประเภทธุรกิจ, ขนาดของ กิจการ, อายขุ องกิจการ,ยอดขายโดยเฉลีย่ ) ผลปรากฏดงั ตารางท่ี 1 – 4 ตารางที่ 1 แสดงผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของ ธรุ กิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) จาแนกตามลักษณะของประเภทธุรกิจ รายการ แหลง่ ความ df SS MS F Sig 1.ด้านลักษณะการทางานของโปรแกรม แปรปรวน สาเรจ็ รูปทางการบัญชี 2 1.676 .838 2.949 .054 ระหวา่ งกลมุ่ 397 112.817 .284 2.ด้านความนา่ เชือ่ ถอื ของบริษทั ผผู้ ลิตและ ภายในกลุ่ม 399 114.493 โปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบญั ชี รวม .312 .786 .456 ระหว่างกลุ่ม 2 .623 .396 3.ดา้ นระบบรกั ษาความปลอดภยั ของ ภายในกลุ่ม 397 157.394 โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชี รวม 399 158.017 .405 1.835 .161 ระหวา่ งกลมุ่ .221 4.ด้านการสนับสนนุ และการให้บรกิ ารหลัง ภายในกลมุ่ 2 .809 การขาย รวม 397 87.544 .043 .158 .854 ระหวา่ งกลุ่ม 399 88.353 .271 5.ด้านตน้ ทนุ และคา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งใน ภายในกลมุ่ การจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี รวม 2 .860 .172 .655 .520 ระหวา่ งกลุ่ม 397 107.394 .263 6.ดา้ นขดี ความสามารถของโปรแกรม ภายในกลุม่ 399 107.479 สาเรจ็ รปู ทางการบัญชี รวม .937 3.309 .038* ระหวา่ งกลุม่ 2 .344 .283 รวมเฉล่ยี ภายในกลุม่ 397 104.466 รวม 399 104.810 .419 2.413 .091 * มีนยั สาคัญท่รี ะดับ .05 .174 ระหว่างกลุม่ 2 1.873 ภายในกลุ่ม 397 112.365 รวม 399 114.238 2 .838 397 68.915 399 69.752

ปที ่ี 11 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2559) อรัญญา จินาชาญและคณะ| 392 จากตารางท่ี 1 ผลการเปรียบเทียบระดบั ต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของธรุ กิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตามประเภทธุรกิจ โดยภาพรวมประเภทธุรกิจแตกต่างกันส่งผลต่อ ระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีไม่แตกต่างกัน (P = .091) และเม่ือพิจารณา รายด้านพบว่าทุกด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้นด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีแตกต่าง กัน (P = .038) อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถติ ิท่ีระดับ .05 ตารางท่ี 2 แสดงผลการเปรียบเทยี บค่าเฉลย่ี ระดับความคิดเหน็ ต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี ของธรุ กิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตามขนาดของกจิ การ รายการ แหลง่ ความ df SS MS F Sig แปรปรวน 1. ด้านลกั ษณะการทางานของโปรแกรม 2 4.517 2.259 8.153 .000** สาเรจ็ รปู ทางการบัญชี ระหวา่ งกลุ่ม 397 109.976 .277 ภายในกลมุ่ 399 114.493 2. ด้านความน่าเชอื่ ถอื ของบรษิ ทั ผูผ้ ลิต รวม และโปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบญั ชี ระหวา่ งกลมุ่ 2 .905 .453 1.144 .320 ภายในกลมุ่ 397 157.112 .396 3. ด้านระบบรักษาความปลอดภัยของ รวม 399 158.017 โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี ระหวา่ งกลุ่ม ภายในกลุ่ม 2 1.993 .997 4.581 .011** 4. ด้านการสนับสนุนและการให้บรกิ าร รวม 397 86.360 .218 หลงั การขาย ระหว่างกลมุ่ 399 88.353 ภายในกลมุ่ 5. ดา้ นตน้ ทนุ และค่าใช้จา่ ยทีเ่ ก่ยี วขอ้ งใน รวม 2 .164 .082 .303 .739 การจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการ ระหว่างกลมุ่ 397 107.315 .270 บัญชี ภายในกลมุ่ 399 107.479 รวม 6. ด้านขดี ความสามารถของโปรแกรม ระหว่างกลุ่ม 2 3.860 1.930 7.590 .001** สาเร็จรูปทางการบญั ชี ภายในกล่มุ 397 100.950 .254 รวม 399 104.810 รวมเฉลยี่ ระหว่างกล่มุ 2 7.032 3.516 13.021 .000** ภายในกลุ่ม 397 107.206 .270 ** มีนยั สาคัญที่ระดับ .01 รวม 399 114.238 2 2.847 1.424 8.447 .000** 397 66.905 .169 399 69.752 จากตารางที่ 2 ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) จาแนกตามขนาดของกิจการ พบว่า โดยภาพรวมขนาดของ กิจการแตกต่างกันส่งผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีแตกต่างกัน (P= .000) และเมือ่ พิจารณารายดา้ น พบวา่ ขนาดของกิจการแตกต่างกนั สง่ ผลตอ่ ระดับความคดิ เห็นในการเลอื กใช้ โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีด้านลักษณะการทางานของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .000) ด้าน ระบบรกั ษาความปลอดภยั ของโปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบัญชี (P= .011) ด้านต้นทนุ และค่าใช้จา่ ยท่เี กยี่ วขอ้ ง

วารสารวจิ ยั และพฒั นา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชปู ถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ | 393 ในการจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .001) ด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชี (P= .000) มีระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี เมื่อจาแนกตามขนาดของ กิจการแตกตา่ งกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ .01 ส่วนด้านความน่าเช่ือถือของบรษิ ัทผู้ผลิตและโปรแกรม สาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .320) และด้านการสนับสนุนและการใหบ้ ริการหลังการขาย (P= .739) ไม่แตกต่าง กนั อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั .01 ตารางที่ 3 แสดงผลการเปรยี บเทียบคา่ เฉลีย่ ระดับความคดิ เหน็ ต่อการเลือกใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตาม อายขุ องกจิ การ รายการ แหล่งความ df SS MS F Sig แปรปรวน 2 4.429 2.215 7.989 .000** 1. ด้านลักษณะการทางานของโปรแกรม ระหวา่ งกลุม่ 397 110.064 .277 399 114.493 สาเร็จรูปทางการบญั ชี ภายในกลมุ่ 2 .532 .266 .671 .512 รวม 397 157.485 .397 399 158.017 2. ด้านความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิต ระหวา่ งกลุ่ม 2 2.176 1.088 5.013 .007** และโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชี ภายในกลุ่ม 397 86.177 .217 399 88.353 รวม 2 1.465 .732 2.743 .066 3.ด้านระบบรักษาความปลอดภัยของ ระหว่างกลุ่ม 397 106.014 .267 399 107.479 โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบญั ชี ภายในกลมุ่ 2 1.603 .801 3.083 .047* รวม 397 103.207 .260 399 104.810 4. ด้านการสนับสนุนและการให้บริการ ระหวา่ งกลมุ่ 2 2.138 1.069 3.786 .024* หลงั การขาย ภายในกลมุ่ 397 112.100 .282 399 114.238 รวม 2 1.990 .995 5.829 .003** 5. ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้องใน ระหว่างกลุ่ม 397 67.763 .171 399 69.752 การจดั หาโปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชี ภายในกลุ่ม 6. ด้านขีดความสามารถของโปรแกรม รวม สาเรจ็ รปู ทางการบญั ชี ระหวา่ งกลมุ่ ภายในกลุ่ม รวม รวมเฉลยี่ ระหว่างกลุม่ ภายในกลุ่ม รวม ** มีนัยสาคญั ที่ระดับ .01, * มนี ยั สาคัญทีร่ ะดบั .05 จากตารางท่ี 3 ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตามอายุของกิจการ พบว่า โดยภาพรวมอายุของ กิจการแตกต่างกันส่งผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีแตกต่างกัน (P= .003) และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อายุของกิจการแตกต่างกันส่งผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้ โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชีด้านลกั ษณะการทางานของโปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบญั ชี (P= .000) ดา้ นขีด ความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .024) และด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการ จัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .047) แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ส่วนด้าน

ปที ี่ 11 ฉบบั ท่ี 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2559) อรัญญา จินาชาญและคณะ| 394 ความนา่ เชอื่ ถือของบรษิ ัทผูผ้ ลิตและโปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี (P= .512) และด้านการสนบั สนนุ และการ ให้บรกิ ารหลังการขาย (P= .066) ไม่แตกต่างกนั อย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดับ .05 ตารางท่ี 4 แสดงผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของ ธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตามตามยอดขายโดยเฉล่ยี รายการ แหลง่ ความ df SS MS F Sig แปรปรวน 3 4.097 1.366 4.899 .002** 396 110.396 .279 1. ด้านลกั ษณะการทางานของโปรแกรม ระหว่างกลมุ่ 399 114.493 สาเร็จรูปทางการบัญชี ภายในกล่มุ 3 9.805 3.268 8.733 .000** 396 148.212 .374 รวม 399 158.017 2. ด้านความน่าเช่ือถือของบริษัทผู้ผลิตและ ระหวา่ งกลมุ่ 3 5.280 1.760 8.390 .000** 396 83.073 .210 โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี ภายในกลุ่ม 399 88.353 รวม 3 9.902 3.301 13.395 .000** 396 97.577 .246 3.ดา้ นระบบรักษาความปลอดภัยของโปรแกรม ระหวา่ งกลมุ่ 399 107.479 สาเรจ็ รูปทางการบญั ชี ภายในกลุม่ 3 7.543 2.514 10.237 .000** 396 97.267 .246 รวม 399 104.810 4.ดา้ นการสนบั สนนุ และการใหบ้ รกิ ารหลังการขาย ระหว่างกลมุ่ 3 2.412 .804 2.847 .037* 396 111.827 .282 ภายในกลมุ่ 399 114.238 5. ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวข้องในการ รวม 3 4.422 1.474 8.936 .000** 396 65.330 .165 จัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ระหวา่ งกลุ่ม 399 69.752 ภายในกล่มุ 6. ดา้ นขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรปู รวม ทางการบัญชี ระหว่างกลุ่ม ภายในกล่มุ รวม รวมเฉลี่ย ระหวา่ งกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ** มนี ยั สาคัญที่ระดับ .01 , * มนี ยั สาคัญทีร่ ะดับ .05 จากตารางที่ 4 ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จาแนกตามตามยอดขายโดยเฉล่ีย พบว่า โดยภาพรวม ยอดขายโดยเฉล่ียต่อปีของกิจการแตกต่างกันส่งผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชแี ตกตา่ งกันอยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิตทิ รี่ ะดับ .05 และเม่ือพจิ ารณารายด้านพบว่ายอดขายโดยเฉล่ีย ต่อปีแตกต่างกันส่งผลต่อระดับความคิดเห็นต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีทุกด้าน คือ ด้าน ความนา่ เชือ่ ถือของบริษทั ผผู้ ลติ และโปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชี (P= .000) ด้านระบบรักษาความปลอดภยั ของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .000) ด้านการสนับสนุนและการให้บริการหลังการขาย (P= .000) ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .000) ด้านลักษณะการ ทางานของโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี (P= .002) และด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบญั ชี (P= .037) แตกตา่ งกนั อยา่ งมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั .05

วารสารวจิ ัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ | 395 สรปุ และอภิปรายผลการวจิ ัย 1. ผลการศกึ ษาปจั จยั ที่มีอทิ ธพิ ลต่อการพจิ ารณาเลือกใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชีของธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) พบวา่ ระดบั ความคิดเหน็ ของผตู้ อบแบบสอบถามทม่ี ีต่อปัจจยั ทส่ี ่งผลต่อการ พิจารณาเลือกใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชขี องธุรกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม (SMEs) โดยภาพรวมอยูใ่ น ระดบั มาก และเมอ่ื พิจารณารายดา้ นพบวา่ ดา้ นที่มีระดับความคิดเหน็ ตอ่ การพิจารณาเลือกใชโ้ ปรแกรมสาเร็จรปู สูงสุดคือ ด้านความน่าเชื่อถือของบรษิ ัทผูผ้ ลติ และโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี และด้านการสนับสนุนและ การให้บริการหลังการขาย อยู่ในระดับมากท่ีสุด รองลงมา คือด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีอยู่ในระดับมาก และด้านที่มีระดับความคิดเห็นน้อยท่ีสุดคือ ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เก่ียวข้อง ในการจัดหาโปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ซ่ึงสอดคล้องกับผลการวิจัยของปัทมาวดี ดวงดารา (2558) ได้ ทาการศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยท่ีมีความสาคัญต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของสถาน ประกอบการในเขตอาเภอเมอื ง จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสาคัญต่อการเลอื กใช้ โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางบญั ชีมากทสี่ ุด คือ ปัจจัยด้านการรกั ษาความปลอดภยั ของระบบ รองลงมา คือ ปัจจัย ด้านความนา่ เช่อื ถอื ของโปรแกรมสาเร็จรปู ทางบัญชแี ละผผู้ ลติ หรอื ผจู้ าหนา่ ย ปจั จยั ดา้ นลกั ษณะการทางานของ โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี และน้อยที่สุด คือ ปัจจัยต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เก่ียวข้องในการจัดหา นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับงานวิจยั ของชวนช่ืน ทองทาบทา (2556) ได้ทาการศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อ การตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชี ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อการ ตดั สินใจเลอื กใช้โปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบัญชี ด้านงบประมาณ ดา้ นขนาดทางธรุ กจิ ด้านความตอ้ งการของ ผู้บริหาร และด้านผู้ปฏิบัติงานเพื่อใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางบัญชีโดยรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด เน่ืองจาก โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของสถานประกอบการขนาดใหญ่ขึ้นการเลือกซ้ือโปรแกรมสาเร็จรูปทางการ บญั ชตี อ้ งคุ้มคา่ กับเงนิ ลงทนุ เม่อื เปรียบเทียบกบั ค่าใช้จ่ายในการจ้างทาบญั ชขี องสถานประกอบการ 2. ผลการการเปรียบเทยี บปัจจยั ทีม่ อี ิทธิพลตอ่ การเลือกใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชีของธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) แตกต่างกันตามคณุ ลักษณะของกิจการ (ประเภทธรุ กิจ, ขนาดของกิจการ, อายขุ องกจิ การ,ยอดขายโดยเฉลีย่ ) พบวา่ เม่ือจาแนกตามลกั ษณะของประเภทธรุ กจิ โดยภาพรวมไมแ่ ตกตา่ งกัน และเมอื่ พิจารณารายด้าน ด้านขีดความสามารถของโปรแกรมสาเร็จรปู ทางการบัญชแี ตกตา่ งกนั อย่างมีนยั สาคัญ ทางสถิติท่ีระดับ .05 และเมื่อจาแนกตาม ตามขนาดของกิจการ/ทุนจดทะเบียน อายุของกิจการ,ยอดขายโดย เฉลี่ย โดยภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยของจุฑามาศ ชัยศิริถาวรกุล (2552) ได้ทาการศึกษาเร่ืองปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจใช้ซอฟแวร์บัญชีของวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม ภาคการผลิตในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ ตัดสินใจใช้ซอฟต์แวร์บัญชี คือ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ การจัดจาหน่าย การส่งเสริมการตลาด และราคา ตามลาดับ ส่วนอุปสรรคที่สาคัญในการใช้ซอฟต์แวร์บัญชีท่ีสาคัญ คือ ผู้ใช้งานไม่สามารถแก้ไขปัญหาเองได้ จากการทดสอบทางสถิติ พบว่า ขนาดของกิจการมีความสัมพันธ์ในทิศทางตรงกันข้ามกับปัจจัยด้านการจัด จาหน่าย และประเภทของกลุ่มลกู ค้าท่ีแตกต่างกันมรี ะดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจยั ด้านผลิตภณั ฑ์ที่แตกตา่ ง กัน และพบว่าขนาดกจิ การต่างกันมีปริมาณการใช้ซอฟต์แวร์บัญชีไม่แตกตา่ งกัน และสอดคลอ้ งกับผลการวจิ ยั ของระวีวรรณ เลื่อนประไพ (2552) ได้ทาการศึกษาวิจัยเร่ืองปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบญั ชีของบริษัทจากดั ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ในการศึกษาเพ่ือ ศกึ ษาปัจจยั ท่ีมีผล ต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีของบริษัทจากัดในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยที่บริษัทให้ความสาคัญมากที่สดุ คือ ปัจจัยด้านการสนบั สนุนและการให้บรกิ ารหลังการขาย และปัจจัย

ปที ี่ 11 ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม 2559) อรัญญา จินาชาญและคณะ| 396 ด้านการรักษาความปลอดภัยของระบบ โดยปัจจัยด้านการสนับสนุนการให้บริการหลังการขายให้ความสาคัญ กับการให้บริการและให้คาปรึกษาเก่ียวกับการติดตั้งระบบมากที่สุด ปัจจัยด้านการรักษาความปลอดภัยของ ระบบ ใหค้ วามสาคัญกับระบบการสารองขอ้ มลู และการกู้ระบบงานมากที่สุด ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ประเภทธุรกิจและทุนจดทะเบียนต่างกันให้ความสาคัญกับปัจจัยในการพิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูป ทางการบัญชีต่างกัน ทางด้านความสามารถของโปรแกรม รายได้ต่อปตี า่ งกนั จะให้ความสาคญั กับปัจจยั ในการ พิจารณาเลือกใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีต่างกัน ทางด้านความสามารถของโปรแกรม และด้าน คุณสมบัติเสริม ระยะเวลาในการดาเนินธุรกิจต่างกันจะให้ความสาคัญกับปัจจัยในการพิจารณาเลือกใช้ โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบัญชีต่างกัน ทางด้านการสนับสนุน และการให้บริการหลงั การขาย ด้านค่าใช้จ่าย เกี่ยวข้องในการจัดหา และด้านความสามารถของโปรแกรม ขอ้ เสนอแนะ จากผลการวจิ ัยในครง้ั นี้ ในการศกึ ษาวจิ ัยครั้งต่อไป ควรทาการศกึ ษาวิจัยดังนี้ 1. ในการศึกษาคร้ังน้ีผู้วิจัยศึกษากลุ่มตัวอย่างแค่บางส่วน ในการศึกษาคร้ังต่อไปอาจใช้กลุ่ม ตวั อย่างมากกว่านี้ 2. การศึกษาครั้งน้ีมุ่งศึกษาเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเท่าน้ัน ดังนั้นในการวิจัยคร้ัง ต่อไป ผวู้ ิจยั มีความเห็นวา่ ควรมกี ารศกึ ษาถึงปจั จัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบัญชีใน ธรุ กจิ ขนาดใหญ่ เพ่อื เปรียบเทียบดคู วามแตกตา่ งและความเหมาะสมในการใช้งานในกิจการขนาดตา่ งๆ เอกสารอา้ งองิ การประกอบธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs). (2558). [Online]Available: http://www.moo- pooklook.com/business/lesson%203.pdf.คน้ เม่ือ [2558, พฤศจิกายน 18]. เกรียงศักด์ิ ผาตบิ ณั ฑิต และคณะ. (2547). ปจั จยั ทีม่ ีผลต่อการเลอื กใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบญั ชีสาหรบั กจิ การขนาดกลางและขนาดยอ่ มในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธป์ ริญญามหาบณั ฑติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบญั ชี มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์. จิระ จรงิ จติ ร. (2542). เทคนิคเลอื กใช้ซอฟทแ์ วร์ระบบบญั ชี. กรงุ เทพฯ. Soft Express & Publishing (SE&P). นงนิภา ตลุ ยานนท์ และคณะ. (2546). ปจั จยั ท่ีมอี ิทธพิ ลต่อการใชซ้ อฟตแ์ วรใ์ นงานบัญชีของวสิ าหกิจขนาด กลางและขนาดย่อม (SMEs). กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ธรุ กิจบณั ฑติ ย.์ นภาพร ลิขิตวงศ์ขจร และไพลิน ตรงเมธรี ตั น.์ (2551). ปัจจัยทม่ี ผี ลต่อการตัดสนิ ใจใชซ้ อฟต์แวร์ทางการบญั ชี ของหน่วยธรุ กจิ ในจงั หวัดขอนแกน่ . วารสารวชิ าการ มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทย. 28 (1) : 33 – 47. ปัทมาวดี ดวงดารา. (2558). ปจั จยั ท่ีมคี วามสาคัญตอ่ การเลือกใช้โปรแกรมสาเรจ็ รูปทางการบัญชีของสถาน ประกอบการในเขตอาเภอเมือง จังหวดั นครราชสมี า. วารสารวชิ าการบรหิ ารธุรกจิ สมาคม สถาบนั อดุ มศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.). 4 (1) : 9 – 20. ปรยี นันท์ วรรณเมธ.ี (2555). ปัจจัยท่มี ีผลต่อการซ้อื โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบญั ชขี องอตุ สาหกรรมการผลติ ในเขตกรงุ เทพฯ. วารสารการประชุมวชิ าการ มหาวิทยัยกรงุ เทพ. 1 (1) : 3 – 15. มยุรี อรรธนศิ ากร. (2550). การศกึ ษาและกาหนดกลยทุ ธเ์ พื่อความอยู่รอดของหา้ งหุ้นส่วนลลนาจากดั . บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวิทยาลัยหอการคา้ ไทย.

วารสารวจิ ยั และพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์ สาขามนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ | 397 วรรณี เตโชโยธนิ . (2541). ปจั จยั ท่คี วรคานึงในการเลือกซ้อื โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี (บทคัดย่อ). วารสารบริหารธุรกจิ . 21 (79) : 18 – 26. วัชนพี ร เศรษฐสกั โก. (2548). ระบบสารสนเทศทางการบัญชี . ภาควชิ าการบญั ชี คระพาณชิ ยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร,์ กรงุ เทพมหานคร. สุตราวดี บัวเทศ. (2547). ปัจจัยท่ีมีผลตอ่ การเลือกซอ้ื โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทางการบญั ชใี นธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (บทคดั ย่อ). วทิ ยานิพนธ์บญั ชมี หาบณั ฑิต สาขาการบญั ชี จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . สรรพากรสาส์น วารสารความรเู้ กย่ี วกบั ภาษอี ากร. (2558). บริหารจัดการ SMEs ดว้ ยระบบบญั ช.ี [Online] Available : http://www.sanpakornsarn.com. ค้นเมื่อ [2558, พฤศจกิ ายน 14]. สานกั งานส่งเสริมวสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม. (2558). รายงานสถานการณว์ ิสาหกจิ ขนาดกลางและ ขนาดย่อม ปี 2558. [Online] Available : www.sme.go.th. คน้ เมอ่ื [2558, พฤศจกิ ายน 14]. อไุ รวรรณ หงสช์ ยั . (2554). ปัจจยั ที่มอี ทิ ธิพลตอ่ การเลอื กใช้โปรแกรมสาเร็จรูปทางการบญั ชี และระบบการ วางแผนทรพั ยากรองค์กร (ERP) ในนคิ มอตุ สาหกรรมอมตะนครจังหวัดชลบุรี. วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญา บัญชีมหาบณั ฑิต คณะวิทยาการจดั การและการท่องเท่ียว มหาวทิ ยาลยั บรู พา. Yamane, Taro. (1973). Statistics : An Introductory Analysis. New York : Harper and Row Publication.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook