หลักสตู รสถานศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โรงเรียนวนาสงเคราะห์ สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสระแก้ว เขต ๑ สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
ประกาศโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ เรื่อง ให้ใช้หลกั สูตรโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ----------------------------- โรงเรียนวนาสงเคราะห์ สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต ๑ ได้ดาเนินการ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวนาสงเคราะห์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) ตามหลักสูตร แกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ และเอกสารประกอบหลกั สูตรข้ึน เพือ่ กาหนดใช้ เป็น กรอบและทศิ ทางในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนวนาสงเคราะห์ โดยโรงเรียนได้จัดทาและพัฒนาหลักสูตรตามแนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน คือ กาหนดมาตรฐาน การเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียน เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนด ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีความสมดุลท้ังด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสานึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่ันในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติท่ีจาเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญบนพ้ืนฐานความเชื่อว่า ทุกคน สามารถเรียนรแู้ ละพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ทง้ั นี้ หลกั สูตรโรงเรียนได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เมื่อวนั ท่ี ๑๗ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จึงประกาศใหใ้ ช้ หลกั สูตรโรงเรยี นตัง้ แต่บดั นี้เปน็ ต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ เดือน พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ ( นางสมจินต์ ป่ินแก้ว ) (นายลาพอง ภาษาเวส) ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน ผู้อานวยการโรงเรียนวนาสงเคราะห์ โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ก
คำนำ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาส่ังกระทรวงศึกษาธิการที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคาสั่งสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน ที่ ๓๐/๒๕๖๑ ลง วันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ วทิ ยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมีคาสัง่ ให้โรงเรียนดาเนนิ การใช้หลักสตู รในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยเร่ิม ใช้หลักสูตรดังกล่าวกับนักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๔ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ในปีการศึกษา ๒๕๖๑ ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๒ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๕ ใน ปีการศึกษา ๒๕๖๒ และทุกระดับชั้นในปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกาหนด จุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีพัฒนาการเต็มตาม ศักยภาพ มคี ุณภาพและมที กั ษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ เพอื่ ใหส้ อดคล้องกับนโยบายและเปา้ หมายของสานกั งาน คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน โรงเรียนวนาสงเคราะห์ จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๒) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่ม สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพ่ือนาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบ ในการวางแผนและพฒั นา หลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มีกระบวนการนา หลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผลให้มีความสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการจัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละ ระดับตามความพร้อมและจุดเนน้ โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ชี ดั เจนเพ่ือตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพรอ้ มในการกา้ วสู่สังคมคณุ ภาพ มีความรอู้ ยา่ งแทจ้ ริง และมที กั ษะในศตวรรษที่ ๒๑ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดทก่ี าหนดไวใ้ นเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ในทุกระดับเหน็ ผล คาดหวังท่ตี ้องการในการพัฒนาการเรียนรขู้ องผู้เรียนท่ชี ดั เจนตลอดแนว ซงึ่ จะสามารถชว่ ยใหห้ น่วยงานท่เี กี่ยวข้องใน ระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างม่ันใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี คุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่อง การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ ชว่ ยแกป้ ัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดงั น้นั ในการพัฒนาหลกั สตู รในทกุ ระดบั ต้ังแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึง สถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายในระดับ การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน การจดั หลกั สตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐานจะประสบความสาเร็จตามเปา้ หมายที่คาดหวงั ได้ ทกุ ฝา่ ย ทเี่ กี่ยวขอ้ งท้ัง ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการ วางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ทกี่ าหนดไว้ งำนวชิ ำกำร โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หลกั สูตรสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ข
สารบญั เรือ่ ง หนา้ ประกาศโรงเรียน ก คานา ข สารบญั ค ส่วนท่ี ๑ ความนา ๑ วสิ ยั ทศั นห์ ลักสตู รสถานศึกษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) ๑ เปา้ ประสงค์หลกั สตู ร ๑ วสิ ัยทัศนโ์ รงเรยี น ๑ พันธกจิ โรงเรยี น ๑ เป้าประสงคโ์ รงเรยี น ๒ สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น ๒ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๓ ส่วนท่ี ๒ โครงสรา้ งหลักสูตรและตวั ชี้วัดช้ันปี ๔ โครงสร้างหลกั สตู ร ๔ รายวชิ าของโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ ๑๑ ตวั ชี้วดั ชน้ั ปี ๑๔ ส่วนท่ี ๓ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ๑๕ สว่ นท่ี ๔ คาอธบิ ายรายวชิ า ๒๐ กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ๒๑ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ๒๙ กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓๖ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔๕ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ประวตั ิศาสตร)์ ๕๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา ๖๐ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ๖๗ กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ๗๙ กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๘๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษเพ่อื การสือ่ สาร (รายวชิ าเพิม่ เติม) ๙๓ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๐๐ - กิจกรรมแนะแนว ๑๐๗ - กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี ๑๐๙ - กจิ กรรมชมุ นุม ๑๑๖ - กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑๒๓ ส่วนที่ ๕ เกณฑ์การจบการศึกษา ๑๒๔ ภาคผนวก ๑๓๒ หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ค
สว่ นที่ ๑ ความนา วิสยั ทศั นห์ ลกั สตู รสถานศกึ ษา ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕ หลักสูตรโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษา ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปน็ หลักสตู รทม่ี งุ่ พฒั นาผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรสู้ ่มู าตรฐานสากล และเปน็ มนุษยท์ ีม่ ีความสมดุลท้งั รา่ งกาย ความรู้คู่คุณธรรม มคี วามเปน็ ผู้นาของสงั คมมีจิตสานกึ ในความเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลกโดยใชห้ ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงยึดมั่นในการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย์เปน็ ประมุข มคี วามรู้และทักษะพืน้ ฐานสามารถใชน้ วตั กรรมและเทคโนโลยี รวมทงั้ เจตคติท่ีจาเปน็ ต่อการศกึ ษาในการประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวติ โดยมงุ่ เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สาคญั บนพื้นฐานความเชอ่ื ว่าทกุ คนสามารถเรยี นร้แู ละพฒั นาตนเองได้เตม็ ตามศักยภาพ เปา้ ประสงค์หลักสตู ร (Corporate objective) ๑. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนทกุ คนได้รับการปลกู ฝังคุณธรรม จริยธรรม มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ มกี ารพฒั นา เต็มตามศกั ยภาพ มีทักษะชวี ิต มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจิตดี นาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาเปน็ แนว ทางการดาเนนิ ชีวิต เป็นผู้นาทีด่ ขี องสังคมและมีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีเพื่อการเรียนรูแ้ ละการสื่อสาร อย่างหลากหลาย ผ้เู รียนมศี ักยภาพเปน็ พลโลก (World Citizen) ๒. เพอ่ื ให้สถานศึกษามีระบบการบริหารและจัดการศึกษาดว้ ยระบบคณุ ภาพ (Quality System Management) เพอ่ื รองรับการกระจายอานาจอย่างทว่ั ถึง ๓. เพ่ือให้บุคลากรทุกคนมีทักษะวิชาชพี ในการพัฒนาการเรียนการสอนและใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี ท่ีทนั สมัยยกระดบั การจดั การเรยี นการสอนเทยี บเคียงมาตรฐานสากล (World Class standard) ๔. เพื่อให้การใชง้ บประมาณและทรัพยากรของทกุ หน่วยงานเปน็ ไปตามเป้าหมายได้อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผลสูงสุด วสิ ยั ทศั นโ์ รงเรียน ผเู้ รยี นมีความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการ ผ่านกระบวนการคิด มีจิตสานกึ คุณธรรม สืบสานภูมิปัญญารว่ มกับ ชุมชน ก้าวทนั เทคโนโลยี มพี ลานามยั สมบรู ณ์ พันธกิจ ๑. พัฒนาผูเ้ รียนให้มคี ณุ ธรรมตามหลักศาสนาและหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ๒. พฒั นาผ้เู รยี นให้เตม็ ศักยภาพและมีความรู้ตามมาตรฐานการศึกษา เพ่ือพฒั นาสู่ความเป็นเลิศ ๓. พฒั นาระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ๔. พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของผู้เรยี นให้มีพลานามัยสมบรู ณ์ ส่งเสริมศลิ ปะ ดนตรี กีฬาและพฒั นาระบบดูแล ช่วยเหลือนกั เรียนให้มปี ระสิทธิภาพ ๕. ส่งเสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของคณะกรรมการสถานศึกษาบุคลากรภายในโรงเรียน ชุมชน และทุกภาคส่วน ใหม้ สี ว่ นร่วมในการบริหารจดั การศึกษา หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๑
เปา้ ประสงค์ ๑. นักเรยี นไดร้ ับบริการทางการศกึ ษาอยา่ งท่ัวถึงและมคี ุณภาพตามเกณฑม์ าตรฐาน ๒. โรงเรยี นมีหลกั สูตรสถานศกึ ษาทมี่ ีคุณภาพได้มาตรฐาน ๓. นกั เรยี นมคี วามสามารถในการนาเทคโนโลยีไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวนั ๔. บคุ ลากรไดร้ ับการพัฒนาสู่มาตรฐานวชิ าชีพ ๕. โรงเรียนมภี ูมิทศั น์สวยงามและแหล่งเรียนร้ตู ามแนวปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งอยา่ ง หลากหลาย ๖. โรงเรียนได้รบั ความร่วมมือจากชุมชนในการจดั การศกึ ษา สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนวนาสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานทกี่ าหนด ซงึ่ จะช่วยใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคญั และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั นี้ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน หลักสูตรโรงเรียนวนาสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) มุ่งให้ผู้เรียน เกดิ สมรรถนะสาคัญ ๕ ประการ ดังน้ี ๑. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใชว้ ธิ ีการสือ่ สาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเอง และสังคม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อยา่ งสร้างสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนาไปสูก่ ารสร้างองคค์ วามรู้หรอื สารสนเทศ เพ่อื การตดั สนิ ใจเก่ียวกับตนเองและสังคมไดอ้ ย่างเหมาะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและ แก้ไข ปญั หา และมกี าตดั สินใจท่มี ีประสทิ ธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบที่เกดิ ข้ึนต่อตนเอง สังคมและส่งิ แวดล้อม ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน ชีวิตประจาวนั การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง การเรยี นรูอ้ ย่างต่อเนื่อง การทางาน และการอยรู่ ่วมกันในสังคมด้วยการสร้าง เสรมิ ความสมั พนั ธ์อนั ดรี ะหว่างบุคคล การจัดการปญั หาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตัว ใหท้ นั กับการเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ท่ี ส่งผลกระทบต่อตนเองและผ้อู นื่ หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๒
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ มีทักษะ กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ แก้ปญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมคี ุณธรรม คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ หลักสูตรโรงเรียนวนาสงเคราะห์ พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๕) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้ สามารถอยู่รว่ มกบั ผ้อู ื่นในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี 1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ หมายถึง มีความภาคภูมใิ จในความเป็นไทย นยิ มไทย ปฏบิ ตั ติ ามคาสัง่ สอน ของศาสนา เคารพเทิดทนู ศาสนา แสดงความจงรักภักดี เทิดทนู พระเกียรติ และ พระราชกรณียกิจ ของพระมหากษัตรยิ ์ 2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ หมายถงึ การประพฤติปฏิบตั ิอยา่ งเหมาะสม และตรงต่อความเป็นจรงิ ประพฤติ ปฏบิ ัตอิ ย่างตรงไปตรงมา ทง้ั กาย วาจา ใจ ต่อตนเองและผอู้ ืน่ รวมตลอดทั้งต่อหน้าท่ี การงานและคามน่ั สญั ญา ความประพฤติท่ีตรงไปตรงมา และจรงิ ใจในสิง่ ที่ถกู ท่ีควร ถูกตอ้ ง ตามทานองคลองธรรม รวมไปถงึ การไม่คดิ คด ทรยศ ไม่คดโกงและไมห่ ลอกลวง นอกจากนี้แล้วความซือ่ สัตยส์ จุ รติ ยงั รวมไปถึง การรกั ษาคาพูด หรือคามั่นสญั ญา และการปฏิบัตหิ นา้ ที่การงานของตนเองด้วยความรบั ผดิ ชอบ และด้วยความซอ่ื สตั ย์ไมแ่ สวงหา ผลประโยชนใ์ ห้แก่ตนเองและพวกพ้องด้วยการใช้ อานาจหน้าทีโ่ ดยมิชอบ ซง่ึ ความซอื่ สัตยส์ จุ ริตน้ีจะดาเนินไป ด้วยความต้งั ใจจรงิ เพอ่ื ทาหน้าทีข่ องตนเองให้สาเรจ็ ลุลว่ ง ด้วยความระมัดระวงั และเกดิ ผลดตี อ่ ตนเองและสงั คม 3. มวี นิ ัย หมายถึงการควบคุมความประพฤตใิ ห้ถูกต้องและเหมาะสมกบั จรรยา มารยาท ข้อบังคับ ข้อตกลง กฎหมาย และศลี ธรรมการรจู้ ักควบคมุ ตนเองใหป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลง ข้อบงั คับ ระเบยี บ แบบแผน และขนบธรรมเนียมประเพณีอนั ดีงาม ย่อมนามาซง่ึ ความสงบสุข ในชีวติ ของตน ความเป็นระเบยี บ เรยี บร้อยของสังคมและประเทศชาติ 4. ใฝเ่ รยี นรู้ หมายถึง การคน้ คว้าหาความรู้หรือสง่ิ ท่เี ปน็ ประโยชน์ เพื่อพัฒนาตนเอง อย่เู สมอ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง หมายถึง การมคี วามพอดใี นการบริโภค ใช้ทรัพยากรและเวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ คานึงถงึ ฐานะและเศรษฐกิจ คิดก่อนใชจ้ ่ายตามความเหมาะสม รู้จักการเพ่ิมพูนทรัพย์ ด้วยการเกบ็ และนาไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ ดแู ลรกั ษาบูรณทรัพย์ของตนเอง มีการเกบ็ ออมเงินไว้ตามสมควร 6. มุ่งมนั่ ในการทางาน หมายถึง การศกึ ษาเรยี นรู้เพือ่ หาข้อเท็จจริง ซงึ่ อาจพัฒนาไปสูค่ วามจรงิ ในสิง่ ท่ตี อ้ งการเรยี นรู้ หรือต้องการหาคาตอบ เพือ่ นาคาตอบทีไ่ ด้น้นั มาใชป้ ระโยชน์ ในด้านต่าง ๆ เชน่ การยกระดบั ความรู้ การนาไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจาวัน ฯลฯหรือนามาสรปุ เป็นความจริงให้ได้ 7. รักความเปน็ ไทย หมายถงึ เข้าใจ หวงแหนความเปน็ ไทยซึ่งถือเป็นต้นทุนทางสังคม ทาให้ ทกุ ศาสนา สามารถอยรู่ ่วมกันได้อย่างสนั ตโิ ดยตอ้ งมีการดาเนนิ ชวี ิตโดยกายสจุ ริต วจีสุจรติ และมโนสจุ ริต เป็นคณุ ลกั ษณะทีเ่ กย่ี วข้องกับการเขา้ สังคมและการมีปฏิสมั พนั ธ์กบั ผู้อื่น เชน่ ความมีกิริยามารยาท การปรับตวั ความตรงต่อเวลา ความสภุ าพ การมสี ัมมาคารวะ การพดู จาไพเราะ และความออ่ นน้อมถ่อมตน 8. มีจติ สาธารณะ หมายถงึ คุณลักษณะทางจติ ใจของบุคคลเกีย่ วกับการมองเหน็ คุณคา่ หรอื การให้ คุณคา่ แก่การมปี ฏิสัมพันธ์ทางสงั คมและสงิ่ ตา่ ง ๆ ที่เปน็ สงิ่ สาธารณะท่ีไมม่ ผี ู้ใดผู้ผ้หู น่ึงเป็นเจ้าของ หรือเปน็ สง่ิ ที่ คนในสงั คมเป็นเจ้าของรว่ มกัน เป็นส่งิ ทส่ี ามารถสังเกตไดจ้ ากความรสู้ กึ นึกคดิ หรือการกระทาท่ีแสดงออกมา ได้แก่ การหลกี เลี่ยงการใชห้ รือการกระทาท่ีจะทาให้เกิดความชารดุ เสยี หายต่อสว่ นรวมที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของ กลุม่ การถือเป็นหน้าท่ที จ่ี ะมีสว่ นร่วมในการดแู ลรักษาของสว่ นรวมในวิสยั ทตี่ นสามารถทาได้ และการเคารพสทิ ธิ ในการใชข้ องส่วนรวมท่เี ป็นประโยชน์รว่ มกนั ของกล่มุ หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๓
ส่วนที่ ๒ โครงสร้างหลกั สูตรและตวั ชี้วัดชั้นปี โครงสรา้ งหลกั สูตร โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้าง หลกั สูตรชัน้ ปี ดงั นี้ ๑. โครงสร้างเวลาเรียน เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดในภาพรวม เวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระ การเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ ท่ีเป็นเวลาเรียนพ้ืนฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพิ่มเติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนา ผ้เู รียน จาแนกแตล่ ะชั้นปใี นระดบั ประถมศึกษา ดังน้ี โครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนวนาสงเคราะห์ เวลาเรียน(ชว่ั โมง/ปี) กลมุ่ สาระการเรียนร/ู้ กจิ กรรม ระดบั ประถมศกึ ษา ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ คณติ ศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ การงานอาชพี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ภาษาต่างประเทศ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน) ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ภาษาอังกฤษเพือ่ การสื่อสาร ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ รวมเวลาเรียน (เพ่ิมเติม) กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ กจิ กรรมแนะแนว ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ กิจกรรมนักเรยี น - กิจกรรมลูกเสอื /เนตรนารี ๑,๐๔๐ ช่ัวโมง/ปี ๑,๐๐๐ ช่วั โมง/ปี - ชุมนมุ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รวมเวลาเรยี นทัง้ หมด หลักสตู รสถานศึกษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๔
โครงการสอนเสรมิ ประสบการณ์พเิ ศษเพื่อเพม่ิ ศักยภาพนักเรียน ชั้น ป. ๑ - ๓ จานวน ๒ ชั่วโมง/ สัปดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคิดวเิ คราะห์ จานวน ๑ ชว่ั โมง ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จานวน ๑ ชั่วโมง โครงการสอนเสริมประสบการณพ์ ิเศษเพือ่ เพม่ิ ศักยภาพนักเรียน ชั้น ป. ๔ - ๖ จานวน ๓ ช่ัวโมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคดิ วิเคราะห์ จานวน ๒ ชว่ั โมง ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จานวน ๑ ชว่ั โมง หมายเหตุ: ไมน่ าคะแนนและระดับผลการเรยี น ในรายวชิ าสอนเสริมไปคดิ รวมและตัดสินการเลอื่ นช้ัน ของนักเรียน ๒. โครงสรา้ งหลกั สตู รชนั้ ปี เปน็ โครงสร้างทแ่ี สดงรายละเอยี ดเวลาเรียนของรายวชิ าพน้ื ฐาน รายวชิ ากจิ กรรม/ เพ่ิมเติม และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นจาแนกแต่ละช้นั ปี ดังนี้ โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ รหสั กลมุ่ สาระการเรียนรู/้ กจิ กรรม เวลาเรียน (ชม./ปี) รายวิชาพ้นื ฐาน (๘๔๐) ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ๘๐ ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๑ ๔๐ ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ ๔๐ พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๑ ๔๐ ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๘๐ ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ ๔๐ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑๒๐ รายวิชาเพิม่ เติม ๘๐ อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ๑ ๘๐ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น (๑๒๐) แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรียน - ลกู เสอื เนตรนารี ๓๐ - ชุมนมุ ๔๐ กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ ๑๐ โครงการสอนเสริมประสบการณ์พิเศษเพื่อเพม่ิ ศกั ยภาพนักเรยี น ชัน้ ป. ๑ - ๓ จานวน ๒ ชว่ั โมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคดิ วเิ คราะห์ จานวน ๑ ช่วั โมง ๒. วิชา คณิตศาสตร์ จานวน ๑ ชวั่ โมง หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๕
รหัส โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น(ชม./ป)ี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ (๘๔๐) ท ๑๒๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๒๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม ๒๐๐ ว ๑๒๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ๘๐ ส ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๔๐ ส ๑๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๒ ๔๐ พ ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ๔๐ ศ ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๒ ๘๐ ง ๑๒๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๔๐ อ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๒ ๑๒๐ ศิลปะ ๒ ๘๐ อ ๑๒๒๐๑ การงานอาชพี ๒ ๘๐ ภาษาอังกฤษ ๒ (๑๒๐) รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๒ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น ๓๐ แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรยี น - ลูกเสือ เนตรนารี ๑๐ - ชมุ นุม กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ โครงการสอนเสรมิ ประสบการณพ์ ิเศษเพื่อเพ่มิ ศกั ยภาพนักเรยี น ช้นั ป. ๑ - ๓ จานวน ๒ ชวั่ โมง/ สัปดาห์ ๑. วชิ า ภาษาไทยคดิ วิเคราะห์ จานวน ๑ ช่วั โมง ๒. วชิ า คณิตศาสตร์ จานวน ๑ ช่วั โมง หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๖
รหสั โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น(ชม./ปี) ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓ (๘๔๐) ท ๑๓๑๐๑ ๒๐๐ ค ๑๓๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนร/ู้ กิจกรรม ๒๐๐ ว ๑๓๑๐๑ รายวชิ าพืน้ ฐาน ๘๐ ส ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๔๐ ส ๑๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๓ ๔๐ พ ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ๔๐ ศ ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๓ ๘๐ ง ๑๓๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๓ ๔๐ อ ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๓ ๑๒๐ ศิลปะ ๓ ๘๐ อ ๑๓๒๐๑ การงานอาชพี ๓ ๘๐ ภาษาอังกฤษ ๓ (๑๒๐) รายวิชาเพ่ิมเติม ๔๐ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๓ กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๓๐ แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรยี น - ลูกเสือ เนตรนารี ๑๐ - ชมุ นุม กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชน์ โครงการสอนเสรมิ ประสบการณพ์ ิเศษเพื่อเพ่มิ ศักยภาพนักเรยี น ช้นั ป. ๑ - ๓ จานวน ๒ ชวั่ โมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคดิ วิเคราะห์ จานวน ๑ ช่วั โมง ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จานวน ๑ ช่วั โมง หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๗
รหัส โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น(ชม./ปี) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ (๘๔๐) ท ๑๔๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๔๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กจิ กรรม ๑๖๐ ว ๑๔๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๒๐ ส ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๘๐ ส ๑๔๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔ ๔๐ พ ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ๘๐ ศ ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๔ ๘๐ ง ๑๔๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๔ ๔๐ อ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๔ ๘๐ ศลิ ปะ ๔ ๔๐ อ ๑๔๒๐๑ การงานอาชพี ๔ ๔๐ ภาษาองั กฤษ ๔ (๑๒๐) รายวิชาเพิม่ เติม ๔๐ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๔ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๓๐ แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรยี น - ลูกเสือ เนตรนารี ๑๐ - ชุมนุม กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ โครงการสอนเสริมประสบการณ์พเิ ศษเพอ่ื เพมิ่ ศักยภาพนักเรยี น ชัน้ ป. ๔ - ๖ จานวน ๓ ชว่ั โมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคิดวิเคราะห์ จานวน ๒ ชัว่ โมง ๒. วชิ า คณติ ศาสตร์ จานวน ๑ ชวั่ โมง หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๘
รหัส โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น(ชม./ปี) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕ (๘๔๐) ท ๑๕๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๕๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้/กจิ กรรม ๑๖๐ ว ๑๕๑๐๑ รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๒๐ ส ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๘๐ ส ๑๕๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๕ ๔๐ พ ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ๘๐ ศ ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ๕ ๘๐ ง ๑๕๑๐๑ ประวัติศาสตร์ ๕ ๔๐ อ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๕ ๘๐ ศลิ ปะ ๕ ๔๐ อ ๑๕๒๐๑ การงานอาชพี ๕ ๔๐ ภาษาองั กฤษ ๔ (๑๒๐) รายวิชาเพ่มิ เติม ๔๐ ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร ๕ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๓๐ แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรยี น - ลูกเสือ เนตรนารี ๑๐ - ชุมนุม กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน์ โครงการสอนเสริมประสบการณ์พเิ ศษเพอ่ื เพมิ่ ศักยภาพนักเรยี น ชัน้ ป. ๔ - ๖ จานวน ๓ ชว่ั โมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคิดวิเคราะห์ จานวน ๒ ชัว่ โมง ๒. วชิ า คณิตศาสตร์ จานวน ๑ ชวั่ โมง หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๙
รหัส โครงสรา้ งหลกั สตู รชน้ั ปี ระดบั ประถมศกึ ษา เวลาเรยี น(ชม./ปี) ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖ (๘๔๐) ท ๑๖๑๐๑ ๑๖๐ ค ๑๖๑๐๑ กลุม่ สาระการเรยี นรู้/กิจกรรม ๑๖๐ ว ๑๖๑๐๑ รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๒๐ ส ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๘๐ ส ๑๖๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๖ ๔๐ พ ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ ๘๐ ศ ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ๖ ๘๐ ง ๑๖๑๐๑ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๔๐ อ ๑๖๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๖ ๘๐ ศลิ ปะ ๖ ๔๐ อ ๑๖๒๐๑ การงานอาชพี ๖ ๔๐ ภาษาองั กฤษ ๖ (๑๒๐) รายวิชาเพิม่ เติม ๔๐ ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร ๖ กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๓๐ แนะแนว ๔๐ กจิ กรรมนักเรยี น - ลกู เสือ เนตรนารี ๑๐ - ชมุ นมุ กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณะประโยชน์ โครงการสอนเสริมประสบการณพ์ เิ ศษเพอื่ เพมิ่ ศกั ยภาพนักเรยี น ชั้น ป. ๔ - ๖ จานวน ๓ ชั่วโมง/ สปั ดาห์ ๑. วิชา ภาษาไทยคดิ วเิ คราะห์ จานวน ๒ ชวั่ โมง ๒. วชิ า คณิตศาสตร์ จานวน ๑ ช่วั โมง หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๑๐
รายวิชาของโรงเรยี นวนาสงเคราะห์ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๑๖๐ ชว่ั โมง ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จานวน ๒๐๐ ช่ัวโมง ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จานวน ๒๐๐ ชว่ั โมง ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จานวน ๑๖๐ ช่วั โมง จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง **************** จานวน ๑๖๐ ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน ๘๐ ชั่วโมง จานวน ๘๐ ชัว่ โมง ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ จานวน ๑๒๐ ชว่ั โมง ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ **************** กลุ่มสาระการเรียนวิทยาศาสตร์ รายวิชาพนื้ ฐาน ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ *************** หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๑๑
กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม จานวน ๔๐ ชั่วโมง รายวชิ าพื้นฐาน จานวน ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๔๐ ชั่วโมง ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๒ จานวน ๘๐ ชั่วโมง ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๓ จานวน ๘๐ ชวั่ โมง ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๔ ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๕ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๔๐ ชวั่ โมง **************** จานวน ๔๐ ช่ัวโมง ส ๑๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ส ๑๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓ ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๘๐ ชั่วโมง **************** จานวน ๘๐ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา จานวน ๘๐ ชวั่ โมง รายวชิ าพ้ืนฐาน จานวน ๘๐ ช่วั โมง พ ๑๑๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๒ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง พ ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๓ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๔ จานวน ๘๐ ชว่ั โมง พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๕ จานวน ๘๐ ชั่วโมง พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๖ **************** กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ รายวิชาพืน้ ฐาน ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๕ ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ **************** หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๒
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี จานวน ๔๐ ชัว่ โมง รายวิชาพ้ืนฐาน จานวน ๔๐ ชว่ั โมง จานวน ๔๐ ชั่วโมง ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๕ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ จานวน ๑๒๐ ชัว่ โมง จานวน ๑๒๐ ช่ัวโมง **************** จานวน ๘๐ ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ (องั กฤษ) จานวน ๘๐ ชั่วโมง รายวิชาพ้ืนฐาน จานวน ๘๐ ชัว่ โมง อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จานวน ๘๐ ช่ัวโมง อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ จานวน ๘๐ ชั่วโมง อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จานวน ๔๐ ชั่วโมง อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ จานวน ๔๐ ชั่วโมง **************** รายวิชาเพม่ิ เติม อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ๑ อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การสอื่ สาร ๒ อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่ือสาร ๓ อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สาร ๔ อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสื่อสาร ๕ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการสอ่ื สาร ๖ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๑๓
ตวั ชวี้ ัดชั้นปี/ ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ตวั ชี้วดั ชัน้ ปี/ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตวั ชว้ี ดั ชั้นปี รวม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สาระ มาตรฐาน ป.๑ ป. ๒ ป. ๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ๑. ภาษาไทย ๕ ๕ ๒๒ ๒๗ ๓๑ ๓๓ ๓๓ ๓๔ ๑๘๐ ๒. คณิตศาสตร์ ๓ ๕ ๑๐ ๑๖ ๒๘ ๒๒ ๑๙ ๒๑ ๑๑๖ ๔ ๗ ๑๕ ๑๖ ๒๕ ๒๑ ๓๔ ๓๐ ๑๔๑ ๓. วิทยาศาสตร์และ ๔ ๘ ๒๔ ๒๘ ๓๑ ๓๐ ๒๘ ๓๑ ๑๗๒ เทคโนโลยี ๔. สงั คมศึกษา ฯ ๕. ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๓ ๘ ๖ ๘ ๘ ๙ ๘ ๔๗ ๖. สุขศกึ ษาและพลศึกษา ๕ ๖ ๑๕ ๒๑ ๑๘ ๑๙ ๒๕ ๒๒ ๑๒๐ ๗. ศิลปะ ๓ ๖ ๑๘ ๒๕ ๒๙ ๒๙ ๒๖ ๒๗ ๑๕๔ ๘. การงานอาชพี 2 2 3 3 ๓ ๕ ๖ ๕ ๒๕ ๙. ภาษาตา่ งประเทศ ๔ ๘ ๑๖ ๑๖ ๑๘ ๒๐ ๒๐ ๒๐ ๑๑๐ รวม ๓๑ ๕๐ ๑๓๑ ๑๕๘ ๑๙๑ ๑๘๗ ๒๐๐ ๑๙๘ ๑,๐๖๕ หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๔
ส่วนท่ี ๓ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ซงึ่ กาหนดใหผ้ ้เู รียนทุกคนในระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐานจาเปน็ ต้องเรียนรู้ โดยแบง่ เปน็ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย สาระท่ี ๑ การอา่ น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหา ในการดาเนนิ ชีวติ สาระที่ ๒ การเขยี น มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขยี นส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราว ในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพดู มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ ความรู้ในโอกาสต่างๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษา และ พลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็น คณุ ค่า และนามาประยุกต์ใช้ชีวิตจรงิ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ สาระท่ี ๑ จานวนและพชี คณติ มาตรฐาน ค. ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนนิ การของจานวน ผลที่เกิดขนึ้ จากการดาเนินการ สมบัตขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๑.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรปู ความสมั พนั ธ์ ฟงั กช์ ัน ลาดับและอนุกรม และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๑.๓ ใชน้ พิ จน์ สมการ และอสมการ อธิบายความสมั พันธ์ หรือชว่ ยแกป้ ญั หา ทก่ี าหนดให้ สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ มาตรฐาน ค. ๒.๑ เขา้ ใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิง่ ที่ต้องการวดั และนาไปใช้ มาตรฐาน ค. ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนาไปใช้ สาระท่ี ๓ สถติ แิ ละความน่าจะเปน็ มาตรฐาน ค. ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรทู้ างสถิติในการแกป้ ัญหา มาตรฐาน ค. ๓.๒ เขา้ ใจหลักการนับเบ้ืองต้น ความน่าจะเปน็ และนาไปใช้ หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๕
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ เปล่ียนแปลงแทนทใี่ นระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ แก้ไขปัญหาสงิ่ แวดล้อม รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพน้ื ฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้า และออกจาก เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางาน สัมพนั ธก์ นั ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ี ของอวัยวะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทางานสัมพนั ธ์ กนั รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพนั ธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธกุ รรมท่ีมีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชวี ภาพและวิวฒั นาการ ของสงิ่ มีชีวติ รวมทัง้ นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธร์ ะหว่างสมบัตขิ อง สสารกับ โครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิด ปฏกิ ิริยาเคมี มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงที่กระทาต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลอื่ นที่ แบบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏสิ มั พนั ธ์ ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชวี ิตประจาวนั ธรรมชาตขิ อง คลน่ื ปรากฏการณ์ท่ี เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาว ฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทง้ั ปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ท่ีส่งผลต่อสง่ิ มชี วี ิต และการ ประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสงิ่ มีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เขา้ ใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยเี พ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือ แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิง วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และ ส่งิ แวดลอ้ ม มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขนั้ ตอนและ เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการ แก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมีจรยิ ธรรม หลกั สูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๖
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ตน นบั ถือและศาสนาอืน่ มศี รทั ธาท่ีถกู ต้อง ยึดมน่ั และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพื่ออยู่ร่วมกัน อยา่ งสนั ตสิ ขุ มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนาหรือ ศาสนาทตี่ นนับถือ สาระท่ี ๒ หนา้ ท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม และการดาเนนิ ชวี ติ ในสังคม มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ทข่ี องการเป็นพลเมืองดี มีคา่ นิยมที่ดีงาม และ ธารงรกั ษาประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชวี ติ อยรู่ ่วมกนั ในสงั คมไทย และ สังคมโลก อยา่ งสนั ติสุข มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจุบัน ยึดม่ัน ศรัทธา และธารงรักษาไว้ซึ่งการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ สาระท่ี ๓ เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส.๓.๑ เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบรโิ ภคการใช้ทรัพยากรที่ มีอยจู่ ากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเขา้ ใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการดารงชวี ติ อย่างมดี ลุ ยภาพ มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบนั ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกจิ และความจาเปน็ ของการรว่ มมือกันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก สาระที่ ๔ ประวตั ิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถใช้วธิ กี ารทาง ประวตั ิศาสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณต์ า่ ง ๆ อย่างเปน็ ระบบ มาตรฐาน ส ๔.๒ เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาติจากอดีตจนถงึ ปัจจบุ นั ในด้านความสัมพันธแ์ ละการ เปลยี่ นแปลงของเหตุการณ์อย่างตอ่ เนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและสามารถ วเิ คราะห์ ผลกระทบที่เกิดข้ึน มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาไทย มีความรัก ความภมู ิใจและธารงความเป็นไทย สาระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์ มาตรฐาน ส ๕.๑ เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซง่ึ มผี ล ตอ่ กัน ใชแ้ ผนท่ี และเคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการค้นหา วเิ คราะห์ และสรุป ข้อมลู ตามกระบวนการทาง ภมู ศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ มาตรฐาน ส ๕.๒ เขา้ ใจปฏสิ มั พนั ธร์ ะหว่างมนษุ ยก์ บั สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่กอ่ ให้เกดิ การ สร้างสรรคว์ ถิ ีการดาเนินชวี ิต มจี ิตสานกึ และมีส่วนร่วมในการจัดการ ทรพั ยากรและ สงิ่ แวดล้อมเพื่อการพัฒนาทยี่ ่ังยนื สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา สาระที่ ๑ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์ มาตรฐาน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์ สาระท่ี ๒ ชวี ติ และครอบครวั มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเหน็ คณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวติ หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๑๗
สาระที่ ๓ การเคลือ่ นไหว การออกกาลังกาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่างสม่าเสมอ มีวินยั เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพ ของการกฬี า สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสริมสขุ ภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรค มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกันโรคและการ สรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพ่ือสขุ ภาพ สาระท่ี ๕ ความปลอดภยั ในชวี ติ มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสีย่ ง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา สารเสพติด และความรุนแรง สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ สาระที่ ๑ ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศลิ ป์ตามจนิ ตนาการ และความคดิ สรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วิพากษ์ วิเคราะหค์ ณุ คา่ งานทัศนศิลป์ ถา่ ยทอดความรศู้ ึก ความคดิ ต่อ งานศิลปะอยา่ งอิสระชน่ื ชม และประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวัน มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างทศั นศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณคา่ งานทศั นศิลป์ทเี่ ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถิ่น ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล สาระท่ี ๒ ดนตรี มาตรฐาน ศ ๒.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์วิจารณ์ คณุ ค่าทางดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่อดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสมั พันธร์ ะหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ คา่ ของดนตรีท่ีเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ภูมปิ ัญญาไทยและ สากล สาระท่ี ๓ นาฏศลิ ป์ มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจและแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์ คุณคา่ นาฏศิลป์ ถา่ ยทอดความรสู้ กึ ความคดิ ต่อดนตรีอย่างอิสระ ชนื่ ชม และในชีวิตประจาวนั มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์และวฒั นธรรม เหน็ คุณคา่ ของนาฏศลิ ป์ท่เี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ ภูมิปัญญาไทยและสากล สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ สาระท่ี ๑ การดารงชวี ติ และครอบครวั มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะการ จัดการทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทางานร่วมกนั และทักษะการ แสวงหาความรู้ มีคณุ ธรรม และลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน มจี ติ สานกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม เพอ่ื การดารงชีวติ และครอบครัว หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๘
สาระที่ ๒ การอาชีพ มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจ มที กั ษะทจ่ี าเป็น มปี ระสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยเี พือ่ พฒั นา อาชพี มคี ุณธรรม และมเี จตนคติที่ดตี ่ออาชีพ สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ สาระที่ ๑ ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเรื่องทฟี่ ังและอ่านจากสือ่ ประเภทต่างๆ และแสดงความ คิดเห็นอย่าง มเี หตุผล มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สกึ และความ คิดเหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและ การเขียน สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้ ได้อยา่ ง เหมาะสมกบั กาลเทศะ มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ภาษา และวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม สาระที่ ๓ ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั กลมุ่ สาระการเรยี นร้อู น่ื มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนร้อู ื่น และเปน็ พื้นฐานในการ พฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศนข์ องตน สาระที่ ๔ ภาษากบั ความสมั พันธก์ บั ชุมชนและโลก มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทงั้ ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาตา่ งประเทศเปน็ เคร่ืองมือพน้ื ฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการแลกเปลย่ี นเรยี นรูก้ ับสงั คมโลก หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๑๙
ส่วนที่ ๔ คาอธบิ ายรายวชิ า หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวนาสงเคราะห์ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กาหนดคาอธิบายรายวิชาของวิชาต่าง ๆ ที่สอนในแต่ละปี การศึกษา ซ่ึงประกอบด้วย ชื่อรหัสวิชา ชื่อรายวิชา จานวนช่ัวโมงต่อปี ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง และสาระการ เรียนรู้รายปี คาอธิบายรายวิชาจะช่วยให้ผู้สอนจัดหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี ได้สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ เนื่องจากคาอธิบายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตลอดทั้งปี กลุ่มของสาระการเรียนรู้ ตลอดปจี ะมีจานวนมาก ดังนั้น การจัดเปน็ หน่วยการเรียนรู้หลาย ๆ หน่วย จะชว่ ยใหก้ ลุ่มของสาระการเรียนรู้มีขนาด เลก็ ลง และบรู ณาการได้หลากหลายมากขึ้น โรงเรียนวนาสงเคราะห์ ไดก้ าหนดรายละเอยี ดของคาอธบิ ายรายวชิ าเรยี งตามลาดบั ไว้ ดงั น้ี ๑. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถงึ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๒. คาอธบิ ายรายวิชากลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถงึ ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ ๓. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ ๔. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษา ปีท่ี ๑ ถงึ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ ๕. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถงึ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ๖. คาอธิบายรายวิชากลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ๗. คาอธิบายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ ถึงชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๘. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถงึ ชั้นประถมศึกษาปที ่ี๖ ๙. คาอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ชั้นประถมศึกษา ปีท่ี ๑ ถึงชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ๑๐. คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ รายวิชาภาษาอังกฤษเพ่ือการ สื่อสาร ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถงึ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ ๑๑. คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ถึงช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๐
คาอธิบายรายวชิ า กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย หลกั สูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๑
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า ฝึกอ่านออกเสียงคา คาคล้องจอง และข้อความสั้นๆ บอกความหมายของคาและข้อความ ตอบคาถาม เล่าเร่ืองย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอ นาเสนอเรื่องที่อ่าน บอก ความหมายของเคร่ืองหมายหรือสัญลักษณ์สาคัญท่ีมักพบเห็นในชีวิตประจาวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด ลายมือดว้ ยตัวบรรจงเต็มบรรทดั เขียนส่ือสารดว้ ยคาและประโยคงา่ ยๆ มมี ารยาทในการเขียน ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคาแนะนา คาสั่งง่ายๆและปฏบิ ัติตาม ตอบคาถาม เล่าเรื่อง พูดแสดงความคิดเห็น และความรสู้ กึ จากเรือ่ งที่ฟังและดู พดู สอื่ สารได้ตามวัตถปุ ระสงค์ เนน้ มารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรียบเรียงคาเป็นประโยคงา่ ยๆ ต่อคาคลอ้ งจองง่ายๆ บอกข้อคิดท่ีได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสาหรับเด็ก ฝึกท่องจาบท อาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟงั การดูและการพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชีวติ ประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชีว้ ัด หลักสตู รสถานศึกษา (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๒
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า ฝึกอา่ นออกเสียงคา คาคลอ้ งจอง ขอ้ ความและบทร้อยกรองง่ายๆ อธบิ ายความหมายของคาและข้อความ ท่ีอ่าน ตั้งคาถาม ตอบคาถาม ระบุใจความสาคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตาม คาสง่ั หรือข้อแนะนา มีมารยาทในการอ่าน ฝกึ คัดลายมอื ดว้ ยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขียนเรอ่ื งสั้นๆ เก่ยี วกบั ประสบการณ์ เขยี นเร่อื งสัน้ ๆ ตาม จนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทกั ษะการฟงั ฟงั คาแนะนา คาส่งั ทซ่ี ับซอ้ นและปฏิบัติตาม เล่าเรอื่ ง บอกสาระสาคญั ของเรื่อง ตง้ั คาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดส่ือสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการ ฟงั การดูและการพูด ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา เรียบเรียงคาเป็นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสือ่ สาร บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถนิ่ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ฝกึ จับใจความสาคัญจากเรื่อง ระบขุ ้อคดิ ที่ไดจ้ ากการอ่านหรือการฟงั วรรณกรรมสาหรับเด็ก เพื่อนาไปใช้ ในชีวิตประจาวัน ร้องบทร้องเล่นสาหรับเด็กในท้องถิ่น ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรองท่ีมี คุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลมุ่ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้ง คาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพดู พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ิตประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ป.๒/๖, ป.๒/๗ ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ชี้วัด หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๓
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า ฝึกอ่านออกเสียงคา ข้อความ เร่ืองสั้น ๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคาและข้อความ ท่ีอ่าน ต้ังคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดับเหตุการณ์ คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้ ข้อคิดจากเร่ืองที่อ่าน เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเรื่องที่อ่าน อ่าน ข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนา อธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียนเร่ืองตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียด บอกสาระสาคัญ ตั้งคาถาม ตอบคาถาม พูดแสดง ความคดิ เหน็ ความรสู้ กึ พูดสือ่ สารไดช้ ัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มมี ารยาทในการฟัง การดูและการพดู ฝกึ เขยี นตามหลกั การเขยี น เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคา ระบชุ นิด หนา้ ท่ีของคา ใช้ พจนานกุ รมคน้ หาความหมายของคา แตง่ ประโยคง่ายๆ แตง่ คาคลอ้ งจองและคาขวัญ เลอื กใชภ้ าษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่นได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรม เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน รู้จักเพลงพ้ืนบ้าน เพลงกล่อมเด็ก เพ่ือปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถิ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวรรณคดีที่อ่าน ท่องจาบทอาขยานตามที่ กาหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ ัญหา การฝึก ปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กบั ชีวิตประจาวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วดั หลกั สตู รสถานศึกษา (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๒๔
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวชิ า ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและสานวนจากเรื่อง ทอี่ ่าน อา่ นเร่ืองส้ัน ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเร่ืองท่ีอ่าน แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่อง ที่อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองท่ีอ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องท่ีอ่าน เพ่ือนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็น เก่ยี วกบั เรอื่ งท่ีอ่าน มมี ารยาทในการอา่ น ฝึกคดั ลายมือด้วยตวั บรรจงเต็มบรรทดั และครึง่ บรรทัด เขยี นสอ่ื สารโดย ใช้คาไดถ้ ูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคดิ เพ่ือใช้พัฒนางานเขยี น เขยี น ย่อความจากเรื่องส้ันๆ เขียนจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้า เขียนเร่อื งตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเรื่องท่ีฟังและดู พูดสรุปจากการฟัง และดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและดู ต้ังคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผล จากเรื่องท่ีฟังและดู พูดรายงานเร่ืองหรือประเด็นท่ีศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มีมารยาท ในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาในบริบทต่าง ๆ ระบุชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลัก ภาษา แต่งบทรอ้ ยกรองและคาขวัญ บอกความหมายของสานวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถนิ่ ได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรมอธิบายข้อคิดจากการอ่านเพ่ือนาไปใช้ในชีวิตจริงร้อง เพลงพื้นบ้านท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติอธิบาย บันทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูดพูดแสดงความคิดเห็นกระบวนการสร้างความคิด รวบยอด เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ ส่ือสารได้ถูกต้อง รกั การเรยี นภาษาไทย เหน็ คณุ คา่ ของ การ อนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชก้ ับชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชวี้ ัด หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๕
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง ............................................................................................................................. ...................................................... คาอธิบายรายวชิ า ฝกึ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรอง อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความทเ่ี ป็นการ บรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาท ในการอา่ น ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเตม็ บรรทัดและคร่ึงบรรทัด เขียนส่ือสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพ ความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบ รายการตา่ ง ๆ เขยี นเรือ่ งตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งคาถาม ตอบคาถาม วเิ คราะห์ความ พูดรายงาน มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพดู ระบชุ นดิ และหนา้ ท่ีของคาในประโยค จาแนกสว่ นประกอบของประโยค เปรยี บเทยี บภาษาไทยมาตรฐาน และภาษาถิ่น ใช้คาราชาศพั ท์ บอกคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย แตง่ บท ร้อยกรอง ใชส้ านวนไดถ้ ูกต้อง สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ทส่ี ามารถนาไปใชใ้ นชีวิตจริง อธบิ ายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบท ร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อ ความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏบิ ตั ิ อธบิ าย บันทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทักษะการฟงั การดูและ การพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพ่อื ให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สือ่ สารได้ถกู ต้อง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของ การ อนุรกั ษภ์ าษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนโ์ ดยใชว้ ิธีการของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ สามารถนาไปประยุกตใ์ ชก้ ับชีวติ ประจาวนั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘ ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชวี้ ดั หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๖
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง ................................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวชิ า ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความที่เป็น โวหาร อ่านเรื่องส้ัน ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์และแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาสั่ง ข้อแนะนาและปฏิบัติ ตาม อธิบายความหมายของข้อมลู จากการอ่านแผนผงั แผนท่ี แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจ และอธิบายคุณค่าทไ่ี ดร้ ับ มมี ารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจนและ เหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนเรียงความ เขียนย่อความ จากเร่ืองอ่าน เขียนจดส่วนตัว กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์ มีมารยาทใน การเขียน ฝึกทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจจดุ ประสงค์ของเรื่องท่ีฟังและดู ตัง้ คาถาม และตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเร่ืองที่ฟังและดู วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟังและดูสื่อโฆษณาอย่างมี เหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผล และนา่ เชอ่ื ถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคาในประโยค ใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวมและ บอกความหมายของคาภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์ เปรียบเทียบสานวนทเี่ ปน็ คาพงั เพยและสภุ าษติ ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน เล่านิทานพื้นบ้านท้องถ่ินตนเองและนิทาน พน้ื บ้านของท้องถิ่นอ่ืน อธิบายคณุ ค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ จริง ทอ่ งจา บทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อย โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อ ความ กระบวนการแก้ปญั หา กระบวนการสงั เกต กระบวนกรแยกขอ้ เท็จจรงิ กระบวนการคน้ ควา้ กระบวนการใช้ เทคโนโลยีในการสือ่ สาร กระบวนการใช้ทกั ษะทางภาษา การฝกึ ปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตัง้ คาถาม ตอบคาถาม ใชท้ ักษะการฟงั การดูและการพดู พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ อนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียงและ สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้กับชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๒๗
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตวั ชวี้ ัด หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๒๘
คาอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ หลกั สตู รสถานศึกษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๒๙
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวิชา ศกึ ษา ฝกึ ทกั ษะการคิดคานวณและฝึกแก้ปญั หา จานวนนบั ๑ ถงึ ๑๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวนส่ิง ต่าง ๆ ตามจานวนที่กาหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก ค่าของเลขโดดใน แต่ละหลัก และเขียนแสดงจานวนในรูปกระจาย เปรียบเทียบจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เครื่องหมาย = ≠ > < เรยี งลาดบั จานวนต้ังแต่ ๓ ถึง ๕ จานวน และหาคา่ ของตวั ไม่ทราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์แสดงการ บวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ความยาวและน้าหนัก สร้างโจทย์ปัญหาพร้อมท้ังแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐ และ ๐ ระบุจานวนที่หายไปในแบบรปู ของจานวนท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ ๑ ทีละ ๑๐ รูปที่หายไปในแบบรูปซ้า ของรูปเรขาคณิตและรูปอื่น ๆ ท่ีสมาชิกใน แต่ละชุดท่ีซ้ามี ๒ รูป วัดและเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร น้าหนักเป็นกิโลกรัมเป็นขีด และใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน จาแนกรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหล่ียม วงกลม วงรี ทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก และกรวย ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบ ของโจทยป์ ัญหา เม่ือกาหนดรูป ๑ รูปแทน ๑ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ค ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป.๑/๔ , ป.๑/๕ ค ๑.๒ ป.๑/๑ ค ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ ค ๒.๒ ป.๑/๑ ค ๓.๑ ป.๑/๑ รวม ๕ มาตรฐาน ๑๐ ตัวชี้วดั หลักสตู รสถานศึกษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๓๐
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า ศึกษา ฝกึ ทักษะการคิดคานวณและฝึกแก้ปญั หา จานวนนบั ๑ ถงึ ๑,๐๐๐ และ ๐ บอกและแสดงจานวน สิ่งต่าง ๆ ตามจานวนท่กี าหนด อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทย การบอกอันดับที่หลัก ค่าของเลขโดดใน แต่ละหลัก และเขยี นแสดงจานวนในรปู กระจาย เปรียบเทยี บจานวนนบั ไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใชเ้ ครอ่ื งหมาย = ≠ > < เรียงลาดับจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ต้ังแต่ ๓ ถึง ๕ จานวน และหาค่าของตัวไม่ทราบค่า ในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก การลบ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก การลบของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวน ไม่เกิน ๒ หลัก และประโยคสัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวต้ังไม่เกิน ๒ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลัก ท้ังหารลงตัว และหารไม่ลงตวั หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธหี าคาตอบ ของโจทยป์ ัญหา ๒ ข้นั ตอนของจานวนนบั ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกยี่ วกับเวลา ทีม่ หี น่วยเดี่ยวและเป็นหนว่ ยเดยี ว วัดและเปรยี บเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร พรอ้ มท้งั แสดงวิธกี ารหา คาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร วัดและเปรียบเทียบน้าหนัก เป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด พร้อมท้ังแสดงวิธีการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกการลบเก่ียวกับ น้าหนักที่มีหน่วยเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด วัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตร จาแนก และบอกลักษณะของรูปหลายเหล่ียมและวงกลม ใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เม่อื กาหนดรปู ๑ รูปแทน ๒ หน่วย ๕ หนว่ ยหรอื ๑๐ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖ ค ๒.๒ ป.๒/๑ ค ๓.๑ ป.๒/๑ รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชว้ี ัด หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หน้า ๓๑
คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง ................................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า อ่านและเขียน ตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ เปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียน เศษส่วนท่ีแสดงปริมาณสิ่งต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วนที่กาหนด เปรียบเทียบเศษสว่ นท่ีตัวเศษเทา่ กนั โดยท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบ ของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไม่เกิน ๔ หลักและจานวน ๒ หลักกับจานวน ๒ หลัก หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์แสดงการหารท่ีตัวตั้งไม่เกิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนและ แสดงวิธีการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา ๒ ขั้นตอนของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดง วิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวกของเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมทั้ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการลบของเศษส่วนท่ีมีตัวส่วนเท่ากัน ระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของ จานวนที่เพ่ิมข้ึนหรือลดลงทีละเท่า ๆ กัน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเงิน เวลาและระยะเวลา เลือกใชเ้ คร่อื งมือความยาวทเี่ หมาะสม วัดและบอกความยาวของสิ่งตา่ ง ๆ เป็นเซนตเิ มตรและมลิ ลิเมตร เมตรและ เซนติเมตร คาดคะเนความยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคาตอบของ โจทยป์ ญั หาเกีย่ วกบั ระหว่างเซนติเมตรกับมลิ ลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกบั เมตร จากสถานการณต์ ่าง ๆ เลือกใช้เครื่องช่ังที่เหมาะสม วัดและบอกน้าหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้าหนัก เป็นกิโลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทียบน้าหนักและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับน้าหนักท่ีมีหน่วย เป็นกิโลกรัมกับกรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม จากสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกใช้เคร่ืองตวงท่ีเหมาะสม วัดและ เปรียบเทียบปริมาตร ความจุเป็นลิตรและมิลลิลิตร คาดคะเนและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เกี่ยวกับ ปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิเมตร ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติท่ีมีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรูปภาพและใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เขียนตารางทางเดียว จากขอ้ มลู ท่เี ป็นจานวนนับและใช้ข้อมลู จากตารางทางเดยี วในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ , ป.๓/๑๑ ค ๑.๒ ป.๓/๑ ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐, ป.๓/๑๑, ป.๓/๑๒, ป.๓/๑๓ ค ๒.๒ ป.๓/๑ ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๘ ตัวชี้วัด หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๓๒
คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง ................................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า ศึกษา ฝึกทักษะการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับ ท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ พร้อมทั้งเปรียบเทียบและเรียงลาดับจานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ์ ต่าง ๆ บอก อ่านและเขียนเศษส่วน จานวนคละแสดงปริมาณส่ิงต่าง ๆ และแสดงสิ่งต่าง ๆ ตามเศษส่วน จานวน คละ ท่ีกาหนด เปรียบเทียบ เรียงลาดับเศษส่วนและจานวนคละที่ตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหูคูณของอีกตัวหนึ่ง อ่าน และเขียนทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงปริมาณของส่ิงต่าง ๆ ตามทศนิยมท่ีกาหนด เปรียบเทียบและ เรียงลาดับทศนิยมไม่เกนิ ๓ ตาแหนง่ และประมาณผลลัพธข์ องการบวก การลบการคูณ การหาร จากสถานการณ์ ต่าง ๆ อย่างสมเหตุสมผล หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ แสดงการบวก การลบของจานวนนับที่ มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการคูณของจานวนหลายหลัก ๒ จานวน ท่ีมีผลคูณไม่เกิน ๖ หลัก และแสดง การหารที่ตัวต้ังไม่เกิน ๖ หลัก ตัวหารไม่เกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ สร้างโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจานวนนับ และ ๐ พร้อมทั้งหาคาตอบ หาคาตอบและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบของเศษส่วนและจานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหูคูณของอีกตัวหน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนิยม ไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ ๒ ข้ันตอนของทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหนง่ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั เวลา วัดและสร้างมมุ โดยใชโ้ พรแทรกเตอร์ แสดงวธิ หี าคาตอบ ของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จาแนกชนิดของมุม บอกช่ือมุม ส่วนประกอบของมมุ และเขยี นสญั ลกั ษณ์แสดงมมุ สรา้ งรูปสี่เหล่ียมมุมฉากเมื่อกาหนดความยาวของดา้ น และ ใชข้ ้อมลู จากแผนภมู แิ ท่ง ตารางสองทางในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖ ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓ ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒ ค ๓.๑ ป.๔/๑ รวม ๔ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชว้ี ัด หลักสตู รสถานศึกษา (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๓๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง ................................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า เขียนเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นตัวประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ หรือ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม แสดงวิธีหา คาตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้บัญญัติไตรยางศ์ หาผลบวก ผลลบ ผลคูณ ผลหารของเศษส่วนและจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน ๒ ขั้นตอน หาผลคูณของทศนิยม ที่ผลคูณเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง หาผลหารท่ีตัวต้ังเป็นจานวนนับหรือทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง และตัวหารเป็นจานวนนับ ผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๒ ขั้นตอน และแสดงวิธหี าคาตอบของโจทยป์ ัญหารอ้ ยละไมเ่ กิน ๒ ขนั้ ตอน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาว น้าหนัก ที่มีการเปล่ียนหน่วยและเขียนในรูป ทศนิยม แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของทรงส่ีเหล่ียมมุมฉากและความจุของภาชนะทรง สี่เหลี่ยมมุมฉาก ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหล่ียมและพ้ืนที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูปส่ีเหล่ียมขนมเปียก ปูน สร้างเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงให้ขนานกับเส้นตรงหรือส่วนของเส้นตรงที่กาหนดให้ จาแนกรูปสี่เหล่ียม โดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูปส่ีเหล่ียมชนิดต่าง ๆ เม่ือกาหนดความยาวของด้านและขนาดของมุมหรือ เมอ่ื กาหนดความยาวของเสน้ ทแยงมมุ และบอกลกั ษณะของปริซึม ใชข้ ้อมูลจากกราฟเส้นในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา และเขียนแผนภมู ิแท่งจากขอ้ มลู ทเี่ ป็นจานวนนบั มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ , ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตัวช้วี ัด หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๓๔
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวิชา เปรียบเทียบ เรียงลาดับ เศษส่วนและจานวนคละจากสถานการณ์ต่าง ๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยท่ีปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจานวนนับ หาอัตราส่วนที่เท่ากับอัตราส่วนท่ีกาหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนับไม่เกิน ๓ จานวน แสดงวิธีหา คาตอบของโจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เก่ียวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของ เศษส่วนและจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วนและจานวนคละ ๒ – ๓ ข้ันตอน หาผลหาร ของทศนิยมท่ีตัวหารและผลหารเป็นทศนิยมไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ข้ันตอน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน ปัญหาร้อยละ ๒ – ๓ ข้ันตอน แสดงวธิ ีคิดและหาคาตอบของปญั หาเก่ียวกับแบบรปู แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรปู เรขาคณิตสามมิติที่ประกอบดว้ ยทรงสี่เหลี่ยมมุม ฉาก และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปหลายเหลี่ยม ความยาว รอบรูปและพ้ืนท่ีของวงกลม จาแนกรูปสามเหลยี่ มโดยพิจารณาจากสมบัตขิ องรูป สร้างรูปสามเหลยี่ มเม่ือกาหนด ความยาวของด้านและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่าง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติท่ี ประกอบจากรูปคล่ีและระบรุ ปู คลขี่ องรปู เรขาคณิตสามมติ ิ ใช้ขอ้ มูลจากแผนภมู ริ ปู วงกลมในการหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑ , ป.๖/๑๒ ค ๑.๒ ป.๖/๑ ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓ ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ค ๓.๑ ป.๖/๑ รวม ๕ มาตรฐาน ๒๑ ตัวชวี้ ดั หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หน้า ๓๕
คาอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๓๖
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๘๐ ชั่วโมง ............................................................................................................................. ...................................................... คาอธบิ ายรายวิชา ระบุช่ือพืชและสัตว์ท่ีอาศัยอยู่บริเวณต่างๆ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ บอกสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสม กับการดารงชีวิตของสัตว์ในบริเวณที่อาศัยอยู่ในท้องถิ่นจังหวัดสระแก้ว ระบุช่ือบรรยายลักษณะและบอกหน้าที่ ของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ สัตว์และพืช การทาหน้าท่ีร่วมกันของส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ในการทา กจิ กรรมตา่ งๆ จากขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของส่วนต่างๆ ของร่างกายตนเอง โดยการดูแลส่วน ต่างๆ อย่างถูกต้องให้ปลอดภัยและรักษาความสะอาดอยู่เสมอ อธิบายสมบัติท่ีสังเกตได้ของวสั ดุที่ใช้ทาวัตถุซึ่งทา จากวัสดุชนิดเดียวหรือหลายชนิดประกอบกันโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ระบุชนิดของวัสดุและจัดกลุ่มวัสดุตาม สมบัติที่สังเกตได้บรรยายการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนท่ีของเสียงจากหลักฐานเชิงป ระจักษ์ระบุดาว ที่ปรากฏบนท้องฟ้าในเวลากลางวันและกลางคืนจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ อธิบายสาเหตุที่มองไม่เห็นดาวส่วนใหญ่ ในเวลากลางวนั จากหลกั ฐานเชิงประจักษ์ อธิบายลักษณะภายนอกของหินจากลักษณะ เฉพาะตวั ทส่ี งั เกตได้จาก หินในท้องถ่ินของจังหวัดสระแก้ว แก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้การลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบแสดงลาดับ ขนั้ ตอนการทางานหรอื การแกป้ ัญหาอย่างง่ายโดยใชภ้ าพ สัญลกั ษณ์ หรือขอ้ ความเขยี นโปรแกรมอยา่ งง่าย โดยใช้ ซอฟต์แวร์ หรือส่ือใช้เทคโนโลยีในการสร้างจัดเก็บ เรียกใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างปลอดภัยปฏบิ ตั ิ ตามขอ้ ตกลงในการใช้คอมพิวเตอรร์ ่วมกัน ดูแล รกั ษาอปุ กรณ์เบอ้ื งต้นใช้งานอยา่ งเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ สืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๒.๓ ป.๑/๑ ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ ว ๓.๒ ป.๑/๑ ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตัวช้วี ัด คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน หนา้ ๓๗ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๒ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง ......................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวชิ า ระบุว่าพืชต้องการแสงและน้า เพื่อการเจริญเติบโต โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนักถึง ความจาเป็นท่ีพืชต้องได้รับน้าและแสงเพ่ือการเจริญเติบโตโดยดูแลพืชให้ได้รับสิ่งดังกล่าวอย่างเหมาะสมสร้าง แบบจาลองทีบ่ รรยายวัฏจักรชวี ิตของ พืชดอก เปรยี บเทยี บลกั ษณะของสง่ิ มชี วี ติ และสิง่ ไม่มีชวี ิต จากข้อมลู ที่ รวบรวมได้ เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์และระบุการนาสมบัติ การดูดซบั นา้ ของวสั ดุไปประยุกต์ใชใ้ นการทาวัตถุในชวี ิตประจาวนั อธิบายสมบัติทสี่ งั เกตได้ของวัสดุท่ีเกิดจาก การนาวัสดุมา ผสมกนั โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจักษ์ เปรียบเทยี บสมบตั ทิ ่สี ังเกตได้ของวัสดุ เพื่อนามาทาเปน็ วัตถใุ นการใช้งานตาม วตั ถปุ ระสงค์และอธิบายการนาวสั ดุทีใ่ ช้แลว้ กลับมาใช้ใหม่ โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจักษ์ ตระหนักถึงประโยชน์ของ การนาวัสดทุ ใ่ี ชแ้ ลว้ กลบั มาใชใ้ หม่ โดยการนาวสั ดทุ ่ีใช้แลว้ กลับมาใชใ้ หม่ บรรยายแนว การเคล่อื นทีข่ องแสงจาก แหล่งกาเนิดแสงและอธิบายการมองเห็นวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ตระหนัก ในคุณค่าของความรู้ของการ มองเห็น โดยเสนอแนะแนวทางการป้องกันอันตรายจากการมองวัตถุที่อยู่ในบริเวณ ที่มีแสงสว่างไม่เหมาะสม ระบุส่วนประกอบของดิน และจาแนกชนิดของดินโดยใช้ลักษณะเนื้อดินและการจับตัวเป็นเกณฑ์อธิบ ายการใช้ ประโยชน์จากดินจากข้อมูลที่รวบรวมได้แสดงลาดับขั้นตอนการทางานหรือการแก้ปัญหาอย่างง่ายโดยใช้ภาพ สญั ลกั ษณห์ รอื ข้อความ เขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ หรอื ส่ือและตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม ใช้เทคโนโลยีในการสร้างจดั หมวดหมู่ คน้ หา จดั เก็บ เรียกใชข้ ้อมูลตามวัตถุประสงค์ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง ปลอดภัยปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงในการใช้คอมพวิ เตอร์รว่ มกนั ดูแล รกั ษาอปุ กรณ์เบอ้ื งตน้ ใช้งานอยา่ งเหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ ส่ือสารส่ิงท่ี เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ มคี ุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมทเี่ หมาะสม มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด ว ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ ว ๑.๓ ป.๒/๑ ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒ ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชีว้ ัด คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน หนา้ ๓๘ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง ............................................................................................................................. ...................................................... คาอธบิ ายรายวิชา บรรยายส่ิงที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตและการเจริญเติบโตโดยใช้ข้อมูลจากท่ีรวบรวมได้ ตระหนักถึง ประโยชน์ของอาหาร นา้ และอากาศโดยการดแู ลตนเองและสตั ว์ให้ได้รับสิง่ เหล่าน้ีอยา่ งเหมาะสม สรา้ งแบบจาลอง ท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว์และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของสัตว์บางชนิดคุณค่าของชีวิตสัตว์โดยไม่ทาให้วัฏ จักรชีวิตของสัตว์เปล่ียนแปลง อธิบายว่าวัตถุประกอบกันเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบาย การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทาให้ร้อนขึ้นหรือทาให้เย็นลงโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ระบุผลของแรง เปล่ียนแปลงการเคล่ือนที่ของวตั ถุจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เปรียบเทียบและยกตัวอย่างแรงสัมผัสและแรงสมั ผัส ท่ีมีผลต่อการเคล่ือนที่การจาแนกวัตถุโดยใช้การดึงดูดกับแม่เหล็กเป็นเกณฑ์ระบุข้ัวแม่เหล็กและพยากรณ์ผลท่ี เกิดข้ึนระหว่างข้ัวแม่เหล็กเม่ือนามาเข้าใกล้กันจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ยกตัวอย่างการเปลี่ยนพลังงานหนึ่งไป เป็นอีกพลังงานหนึ่ง การทางานของเครื่องกาเนิดไฟฟ้าและระบุแหล่งพลังงานในการผลิตไฟฟ้าประโยชน์ของ ไฟฟ้าโดยการนาเสนอวธิ กี ารใชอ้ ยา่ งประหยดั และปลอดภยั อธิบายแบบรูปเสน้ ทางการขน้ึ ละตกของดวงอาทติ ยก์ ารเกิดกลางวันกลางคนื และการกาหนดทิศโดยใช้ แบบจาลองตระหนักถงึ ความสาคญั ของดวงอาทิตยป์ ระโยชนข์ องดวงอาทติ ย์ต่อสง่ิ มชี วี ิต รหสั ตัวช้ีวดั ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓ ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตัวชวี้ ัด คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน หน้า ๓๙ หลักสูตรสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวิชา บรรยายหนา้ ทข่ี องราก ลาต้น ใบ และดอก ของพชื ดอก โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมได้ จาแนกส่งิ มชี ีวติ โดยใช้ ความเหมือนและความแตกต่างของลักษณะของสิ่งมีชีวิตออกเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์และกลุ่มท่ีไม่ใช่พืชและสัตว์ จาแนกพืชออกเป็นพืชดอกและพืชไม่มีดอกโดยใช้การมีดอกเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูลท่ีรวบรวมได้ จาแนกสัตว์ ออกเป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโดยใช้การมีกระดูกสันหลังเป็นเกณฑ์ โดยใช้ข้อมูล ทีร่ วบรวมได้บรรยายลักษณะเฉพาะท่ีสังเกตได้ของสตั ว์มีกระดูกสันหลงั ในกลุม่ ปลา กลุ่มสัตว์สะเทินนา้ สะเทินบก กลุ่มสัตว์เล้ือยคลาน กลุ่มนก และกลุ่มสัตว์เล้ียงลูกด้วยน้านมและยกตัวอย่างส่ิงมีชีวิตในแต่ละกลุ่ม เปรียบเทียบ สมบัติทางกายภาพด้านความแข็ง สภาพยดื หยุ่น การนาความร้อนและการนาไฟฟ้า ของวัสดุโดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์จากการทดลองและระบุการนาสมบตั ิเรื่องความแข็ง สภาพยืดหยุน่ การนาความร้อนและการนาไฟฟ้า ของวัสดุไปใช้ในชีวิตประจาวันผ่านกระบวนการออกแบบช้ินงานแลกเปล่ียนความคิดกับผู้อ่ืน โดยการอภิปราย เก่ียวกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุอย่างมีเหตุผลจากการทดลองเปรียบเทียบสมบัติของสสาร ทั้ง ๓ สถานะ จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกตมวลการต้องการท่ีอยู่ รูปร่างและปริมาตรของสสาร ใช้เคร่ืองมือเพ่ือวัดมวลและ ปริมาตรของสสารทั้ง ๓ สถานะ ระบุผลของแรงโน้มถ่วงท่ีมีต่อวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ์ใช้เคร่ืองช่ังสปริง ในการวัดน้าหนักของวัตถุบรรยายมวลของวัตถุท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลง การเคล่ือนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ จาแนกวัตถุเป็นตัวกลางโปร่งใส ตัวกลางโปร่งแสงและวัตถุทึบแสง จากลักษณะการมองเห็นสิ่งต่างๆ ผ่านวัตถุน้ันเป็นเกณฑ์โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ อธิบายแบบรูปเส้นทางการข้ึนและตกของดวงจันทร์ โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ สร้างแบบจาลองที่อธิบายแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปร่างปรากฏของ ดวงจั นทร์และ พยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์สร้างแบบจาลองแสดงองค์ประกอบของระบบสรุ ิยะและอธิบายเปรียบเทียบ คาบการโคจรของดาวเคราะหต์ ่างๆ จากแบบจาลองใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การอธิบาย การทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่าย ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือสื่อและ ตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไขใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาความรู้และประเมินความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลรวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใช้ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เข้าใจ สิทธิและหน้าท่ีของตน เคารพในสิทธิของผู้อื่น แจ้งผู้เกี่ยวข้อง เม่ือพบขอ้ มูลหรอื บคุ คลท่ีไม่เหมาะสม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ ส่ือสารส่ิง ท่ีเรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณค่าของการนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม มาตรฐาน/ตัวชี้วัด ว 1.2 ป.4/1 ว 1.3 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4 ว 2.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4 ว 2.2 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3 ว 2.3 ป.4/1 ว 3.1 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3 ว 4.2 ป.4/1,ป.4/2,ป.4/3,ป.4/4,ป.4/5 รวม ๗ มาตรฐาน 21 ตวั ชว้ี ดั คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน หลักสตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์ หนา้ ๔๐
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๕ กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... คาอธิบายรายวชิ า บรรยายโครงสรา้ งและลักษณะของส่งิ มชี วี ติ ทีเ่ หมาะสมกับการดารงชวี ติ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรบั ตวั ของ ส่ิงมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต กับสิ่งไม่มชี วี ิต เพื่อประโยชน์ต่อการดารงชีวิต เขียนโซอ่ าหารและระบุบทบาทหน้าท่ขี องสิ่งมชี ีวิตท่ีเป็นผู้ผลิตและ ผู้บริโภคในโซ่อาหาร ตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมท่ีมีต่อการ ดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต โดยมีส่วนร่วมในการ ดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม อธิบายลักษณะทางพันธุกรรมที่มีการถ่ายทอด จากพ่อแม่สู่ลูกของพืช สัตว์และมนุษย์ แสดงความอยากรอู้ ยากเหน็ โดยการถามคาถาม เกย่ี วกบั ลกั ษณะที่คล้ายคลงึ กนั ของตนเองกับ พ่อแม่ อธิบายการ เปลีย่ นสถานะของสสาร เมือ่ ทาใหส้ สารร้อนข้นึ หรอื เย็นลง โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์ อธิบายการละลายของสาร ในน้าโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์ วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้ และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันท่ีกระทาต่อวัตถุในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่ง จากหลักฐานเชิง ประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทาต่อวัตถุท่ีอยู่ใน แนวเดียวกันและแรงลัพธ์ท่ีกระทาต่อวัตถุ ใช้เครื่องช่ัง สปริงในการวัดแรงที่กระทาต่อวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานท่ีมีต่อการเปล่ียนแปลงการเคลื่อนท่ีของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสยี ดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทาต่อวัตถุ อธิบายการ ได้ยินเสียงผ่านตัวกลางจากหลักฐาน เชิงประจักษ์ ระบุตัวแปร ทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียง สูง เสียงต่า ออกแบบการทดลองและอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงค่อย วัดระดับเสียงโดยใช้เครื่องมือวดั ระดับเสียง ตระหนักในคุณค่าของความรเู้ ร่อื งระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทาง เสียง เปรียบเทียบความแตกต่างของดาวเคราะห์ และดาวฤกษ์จากแบบจาลอง ใช้แผนที่ดาวระบุตาแหน่งและ เส้นทางการขึ้นและตกของกลุ่มดาวฤกษ์บนท้องฟ้า และอธิบายแบบรูปเส้นทางการข้ึนและตกของกลุ่มดาวฤกษ์ บนท้องฟ้าในรอบปี เปรียบเทียบปริมาณน้าในแต่ละแหล่งและระบุ ปริมาณน้าท่ีมนุษย์สามารถนามาใช้ประโยชน์ ได้ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ ตระหนักถึงคุณค่าของน้าโดยนาเสนอแนวทางการใช้น้าอย่างประหยัดและการอนุรกั ษ์ น้าสรา้ งแบบจาลองที่อธบิ ายการหมนุ เวยี นของน้าในวฎั จกั รน้า เปรยี บเทียบกระบวนการเกิดเมฆหมอกน้าค้างและ น้าค้างแข็งจากแบบจาลองเปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ ใช้เหตุผ ล เชิงตรรกะในการแก้ปัญหาการอธิบาย การทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จากปัญหาอย่างง่ายออกแบบและเขียน โปรแกรมที่มีการใช้เหตุผลเชิงตรรกะอย่างง่ายตรวจหาข้อผิดพลาดและแก้ไข ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล ติดต่อสื่อสาร และทางานร่วมกัน ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลรวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมูลและ สารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์โดยใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการ บนอินเทอร์เน็ตท่ีหลากหลาย เพื่อแก้ปัญหาใน ชีวิตประจาวัน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีมารยาทเข้าใจสิทธิและหน้าที่ของตนเคารพในสิทธิของ ผอู้ นื่ แจง้ ผู้เก่ยี วข้องเม่อื พบข้อมูลหรือบุคคล ท่ีไมเ่ หมาะสม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล บันทึก จัดกลุ่มข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถนาเสนอ สื่อสารสิ่งที่ เรยี นรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ เหน็ คณุ ค่าของการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวนั มจี ติ วิทยาศาสตร์ มีคณุ ธรรมจริยธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด หน้า ๔๑ หลกั สูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์
ว ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ว ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๒.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ว ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒ ว ๓.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ว ๔.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ รวม ๘ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชว้ี ดั คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน หน้า ๔๒ หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรียนวนาสงเคราะห์
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๖ กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง ......................................................................................................................................................................... คาอธบิ ายรายวิชา ระบุสารอาหารและบอกประโยชน์ของสารอาหารแต่ละประเภทจากอาหารท่ีตนเองรับประทานบอก แนวทางในการเลอื กรบั ประทานอาหารให้ไดส้ ารอาหารครบถว้ นในสัดสว่ นท่ีเหมาะสมกบั เพศและวยั รวมทง้ั ความ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ตระหนักถึงความสาคัญของสารอาหาร โดยการเลือกรับประทานอาหารท่ีมีสารอาหาร ครบถ้วนในสดั สว่ นท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมทง้ั ความปลอดภยั ต่อสุขภาพ สรา้ งแบบจาลองระบบย่อยอาหาร และบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบย่อยอาหาร รวมท้ังอธิบายการย่อยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความสาคัญของระบบย่อยอาหาร โดยการบอก แนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหาร ให้ทางานเป็นปกติ อธิบายและเปรียบเทียบการแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้แม่เหล็กดึงดูด การรินออก การกรอง และการตกตะกอน โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ รวมท้ังระบุวิธีแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน เก่ียวกับการแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟ้าซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ีผ่านการขัดถูโดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์ ระบุส่วนประกอบและบรรยายหน้าท่ีของแต่ละส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายจากหลักฐานเชิง ประจักษ์ เขียนแผนภาพและต่อวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ออกแบบการทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายวิธกี าร และผลของการต่อเซลล์ไฟฟา้ แบบอนุกรม ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนกุ รมโดย บอกประโยชน์และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการ อธิบายการต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการต่อไฟฟ้าแบบ อนุกรม แบบขนาน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจากหลักฐานเชิงประจักษ์ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการ เกิดเงามืดเงามัว สร้างแบบจาลองที่อธิบายการเกิดและเปรียบเทียบปรากฏการณ์สุริยุปราคาและจันทรุปราคา อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยีอวกาศ และการใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวันจากข้อมูลท่ีรวบรวมได้ เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดาบรรพ์ และคาดคะเนสภาพแวดล้อมในอดีตของซากดึกดาบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล มรสุมรวมท้ังอธิบายผลท่ีมีต่อ ส่งิ มชี ีวติ และส่ิงแวดล้อมจากแบบจาลอง อธบิ ายผลของมรสุมต่อการเกิดฤดูของประเทศไทย จากข้อมลู ที่รวบรวม บรรยายลักษณะและผลกระทบของนา้ ทว่ ม การกดั เซาะชายฝงั่ ดนิ ถลม่ แผ่นดนิ ไหว ตระหนกั ถึงผลกระทบของภัย ธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยนาเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังและปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและ ธรณีพิบัติภัย ที่อาจเกิดในท้องถิ่น อธิบายการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกและผลของปรากฏการณ์เรือนกระจก ต่อสง่ิ มีชวี ติ ตระหนกั ถึงผลกระทบองปรากฏการณเ์ รือนกระจกโดยนาเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนเพ่ือลดกิจกรรม ทกี่ ่อใหเ้ กดิ แกส๊ เรือนกระจก มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด หน้า ๔๓ หลักสูตรสถานศึกษา (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ , ว ๒.๑ ป.๖/๑ , ว ๒.๒ ป.๖/๑ ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘ ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตวั ช้วี ัด หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๔๔
คาอธิบายรายวิชา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนาฯ ๑ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนาฯ เวลา ๔๐ ชั่วโมง หลกั สตู รสถานศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕) โรงเรยี นวนาสงเคราะห์ หนา้ ๔๕
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138