โปรแกรมที่ใช้ช่วย จัดการเรียนการสอน เครื่องมือช่วยสอน เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอี่ยม จัดทำโดย นางสาวปภัสรา ดีอุโมงค์ รหัสนักศึกษา 6410540131056 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า รหัสGE4005 ภาคเรียนที่1/2566 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษา ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
รายงานการศึกษาคน้ ควา้ เร่อื ง โปรแกรมทใ่ี ชช้ ว่ ยจัดการเรยี นการสอน เครือ่ งมือช่วยสอน เสนอ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอี่ยม จัดทำโดย นางสาวปภสั รา ดอี ุโมงค์ นักศึกษาชัน้ ปีท่ี ๓/๒ รหัสนกั ศกึ ษา ๖๔๑๐๕๔๐๑๓๑๐56 รายงานฉบับนี้เป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชาเทคโนโลยสี ารสนเทศเพือ่ การศึกษาค้นคว้า รหสั GE๔๐๐๕ หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตลา้ นนา ภาคการศึกษาท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖
ก คำนำ รายงานเรื่อง โปรแกรมที่ใช้ช่วยในการจัดการเรียนการสอน เครื่องมือช่วยสอนฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาค้นคว้า รหัส GE๔๐๐๕ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับ โปรแกรมทีใ่ ช้ช่วยในการจดั การเรียนการสอน เครือ่ งมอื ช่วยสอน ทจี่ ำเปน็ ในการจัดการเรียนการสอน เป็นส่ือการ สอนท่ดี ี เพอื่ สง่ เสริมให้ผู้สอนและผู้เรยี นมีเครื่องมือการสอนออนไลน์แบบโต้ตอบมากมายทเี่ หมาะสำหรับนักเรียน และครู อกี ท้งั เปน็ ประโยชนใ์ นการดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั ซึ่งรายงานฉบับนีม้ ีเนื้อหาทั้งหมด ดังต่อไปนี้ คอมพิวเตอร์สื่อในการพัฒนาการศึกษา การพัฒนาและการ ใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา บทเรียนแบบโปรแกรม รวบรวมเครื่องมือช่วยสอนจำนวน 21 ประเภท อาทิ FlipHTML5 Google Classroom เกมคณิตศาสตร์อัจฉริยะ แพร์เด็ค Flipgrid เอ็ดโมโด คลาสโดโจ Microsoft Teams Nearpod Bloomz Khan Academy Recap Kahoot Plicker Voxer แอปพลิเคชนั่ Learnneo Visme Quizizz Storyboard That Schoology และ Canva ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาโรช สอาดเอี่ยม อาจารย์ประจำรายวิชาที่ได้ให้คำแนะนำ การทำรายงานจนทำให้รายงานฉบับนี้สมบูรณ์ ทั้งในด้านแผนปฏิบัติศึกษาการทำรายงาน การเรียบเรียงเนื้อหา และขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่สนับสนุน ช่วยเหลือ และให้กำลังใจ จนผลงานประสบผลสำเร็จในครั้ง หากคุณประโยชน์ใดที่พึงมีจากรายงานเล่มนี้ผู้เขียนขอน้อมบูชาแด่อาจารย์ทั้งหลายที่ถ่ายทอดวิทยาความรู้ สร้างสรรคต์ ำราวชิ าการอนั มสี ว่ นชว่ ยใหผ้ เู้ ขยี นเรยี บเรยี งรายงานเลม่ นีส้ ำเร็จด้วยดี ผู้จดั ทำหวังว่าในรายงานฉบับนี้ ที่ได้เรียบเรียงมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างดี หากผิดพลาดประการใด ผู้เขียนกราบขอผู้รู้ช่วยแนะนำ ตอ่ ไป ปภัสรา ดอี ุโมงค์ สงิ หาคม ๒๕๖๖
สารบัญ ข คำนำ หน้า สารบัญ ก สารบญั รูปภาพ ข ๑. โปรแกรมที่ใช้ชว่ ยจัดการเรียนการสอนเคร่อื งมอื ชว่ ยสอน ค ๒. คอมพิวเตอรส์ ือ่ ในการพฒั นาการศกึ ษา ๑ 3. การพัฒนาและการใชส้ ่ือเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา 2 4. บทเรยี นแบบโปรแกรม 3 4 4.1 ความหมาย 4 4.2 จดุ ม่งุ หมายของวิธีสอนโดยใช้บทเรยี นโปรแกรม 5 4.3 องคป์ ระกอบของวิธสี อนโดยใช้บทเรยี นโปรแกรม 6 4.4 ลักษณะสำคัญของแบบเรียนแบบโปรแกรม 6 4.5 ขัน้ ตอนการสรา้ งและการใช้บทเรียนโปรแกรม 6 4.6 ข้อดีและข้อจำกัดของวิธสี อนโดยใชบ้ ทเรยี นแบบโปรแกรม 7 5. เคร่ืองมือช่วยสอน 7 5.1 FlipHTML5 9 5.2 Google Classroom 10 5.3 เกมคณิตศาสตร์อจั ฉริยะ 11 5.4 แพรเ์ ดค็ 12 5.5 Flipgrid 13 5.6 เอ็ดโมโด 14 5.7 คลาสโดโจ 15 5.8 Microsoft Teams 16 5.9 Nearpod 17 5.10 Bloomz 18 5.11 Khan Academy 18 5.12 Recap 19 5.13 Kahoot 20 5.14 Plicker 20 5.15 Voxer 21 5.16 แอปพลเิ คชนั่ Learnneo 21 5.17 Visme 22
5.18 Quizizz ค 5.19 Storyboard 5.20 That Schoology 22 5.21 Canva 23 สรปุ 23 บรรณานุกรม 24 24 25
สารบัญรปู ภาพ ง รปู ภาพที่ 1 FlipHTML5 หน้า รูปภาพที่ 2 Google Classroom 9 รปู ภาพท่ี 3 เกมคณิตศาสตร์อจั ฉรยิ ะ 10 รปู ภาพท่ี 4 แพรเ์ ดค็ 11 รูปภาพที่ 5 Flipgrid 12 รปู ภาพท่ี 6 เอด็ โมโด 13 รปู ภาพที่ 7 คลาสโดโจ 14 รปู ภาพที่ 8 Microsoft Teams 15 รูปภาพท่ี 9 Nearpod 16 รูปภาพที่ 10 Bloomz 17 รูปภาพที่ 11 Khan Academy 18 รปู ภาพท่ี 12 Recap 18 รปู ภาพท่ี 13 Kahoot 19 รปู ภาพที่ 14 Plicker 20 รปู ภาพท่ี 15 Voxer 20 รูปภาพที่ 16 แอปพลิเคชั่น Learnneo 21 รูปภาพที่ 17 Visme 22 รปู ภาพท่ี 18 Quizizz 22 รูปภาพที่ 19 Storyboard 23 รูปภาพที่ 20 That Schoology 23 รูปภาพที่ 21 Canva 24 24
1 โปรแกรมที่ใช้ช่วยจดั การเรียนการสอนเคร่ืองมอื ช่วยสอน การศึกษาเป็นกระบวนการในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญอย่างยิ่งในการพฒั นาคนให้มคี วามรู้ การ พัฒนาคนที่ถูกวิธีนั้นจะต้องพัฒนาให้สามารถเลือกใช้ หรือสร้างเทคโนโลยีที่เหมาะสม โดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม ควบคู่ไปกับคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีด้วย การจัดการศึกษาเพื่อให้คนมี คุณภาพ จะต้องอาศัยพื้นฐานการศึกษาค้นคว้า วิจัย ทดลอง เพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ครู อาจารย์ และสังคม การศกึ ษา จำเปน็ ตอ้ งมีความตระหนกั และความพร้อมในการดำเนินการ ปรบั ปรุงการเรยี นรู้ ครผู ูส้ อน ส่งเสริมให้ เกิดการเรยี นการสอนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การจดั การศึกษาต้องยึดหลักว่าผูเ้ รียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมี ความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษา ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติ และเต็มตาม ศักยภาพ ต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้ คุณธรรมกระบวนการเรียนรู้ และบูรณาการตามความเหมาะสมแต่ละ ระดบั การศกึ ษา ในเรอ่ื งของความร้เู กี่ยวกบั ตนเอง ความสมั พันธ์ของตนเองกับสังคม ความรู้เกีย่ วกบั ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของสังคมไทยและระบบการเมือง การปกครองในระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุข ความรู้ทักษะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมความรู้เกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม การประยุกตใ์ ชภ้ ูมิปญั ญา ประกอบอาชีพและการดำรงชีวติ อย่างมีความสุข การจดั กระบวนการ เรียนรู้นั้น จะต้องจัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจ และความถนัดของผู้เรียน โดยคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคลกระบวนการคิด การฝึกทักษะ การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ใช้ ความรู้มาเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่านและ เกิดการใฝ่รู้ ผสมผสานสาระความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างได้สัดส่วน สมดุลกัน รวมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ไวใ้ นทุกวิชา สภาพการจัดการศึกษา มีผลมาจากปัจจัยที่บ่งชี้คุณภาพการจัดการศึกษา จำเป็นต้องมี การพัฒนาและ การใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนรู้และ การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะ ด้าน การจัดหาสื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา การพัฒนาสื่อและนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำมาใช้ใน กิจกรรม การเรียนการสอน การจัดให้มีศูนย์สื่อหรือศูนย์วิชาการของสถานศึกษา โดยเฉพาะการใช้สื่อและ นวัตกรรมการสอน และวิธีสอนหลาย ๆ วิธีจะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถของแต่ ละบุคคล สามารถใชเ้ รยี นไดท้ ั้งแบบกลมุ่ และรายบุคคล เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษา และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผู้สอนจะต้องรู้จักการนำเอานวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษาโดยสื่อการเรียนการสอน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะทำให้นักเรียนเกิดการ เรียนรู้ได้ดที ีส่ ดุ เพราะสื่อการเรียนการสอนเป็นส่วนสำคัญในการจัดสภาพแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดบรรยากาศท่ีดใี น การเรียนรู้ และยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้และยังเป็นแหล่งเปิดโอกาส ให้ นักเรียนได้ศึกษาหาความรู้โดยที่ผู้สอนนั้น ต้องนำเอาสภาพปัญหา และความต้องการเหล่ านั้น มาพัฒนาด้าน
2 นวัตกรรมซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศสนับสนุนให้มีการใช้สื่อการเรียนการสอน ทั้งระดับประถม ระดับ มัธยมศกึ ษา ตลอดจนการเรียนการสอนในวิชาชีพต่าง ๆ อยา่ งแพร่หลาย และให้มีการพัฒนาส่ือการเรียนการสอน ทุกประเภทอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การเรียนการสอนประสบผลสำเร็จตามหลักสูตรฉบับปรับปรุง เน้น กระบวนการเรียนรู้ การคิดและการแก้ปัญหา โดยส่งเสริมให้มีการใช้สื่อการเรียนการสอนอย่างหลากหลาย ใน รายวิชาแต่ละกลุ่มประสบการณ สำหรับระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ตลอดจนการเรียนการสอนใน วิชาชีพต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การเกิดกระบวนการต่าง ๆ ตามที่หลักสูตรต้องการ ในสถานการณ์ปัจจุบันกระแสการ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วความเจริญด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ได้เข้ามามีบทบาท ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากความสามารถของคอมพิวเตอร์ช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน และคำนวณได้ อย่างแม่นยำรวดเร็ว หลาย ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ได้นำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้กันอย่าง แพร่หลาย เช่น ดา้ นการแพทย์ ด้านการทหาร ด้านการอุตสาหกรรม ด้านการธุรกจิ เป็นต้น 1. คอมพวิ เตอรส์ ่ือในการพัฒนาการศึกษา สำหรับในด้านการศึกษา ได้มีการนำเอาคอมพิวเตอรม์ าใชใ้ นการพัฒนาการใช้สือ่ การศึกษา การฝึกอบรม เป็นอย่างมาก การนำเสนอภาพ เสียง และอักษรทางคอมพิวเตอร์อย่างสมบูรณ์ การผลิตโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อการเรียนการสอนและการฝึกอบรม ได้เปลี่ยนไปจากบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนธรรมดา มาเป็นบทเรียนท่ี สามารถเสนอสื่อประสม อย่างผสมผสานทั้งภาพ เสียง และอักษร และเป็นที่รู้จักกันในความหมายของ “มลั ตมิ เี ดยี ” (Multimedia) การนำเสนอแบบมัลติมเี ดยี ท่ีมีคุณภาพ จะตอ้ งมีการวางแผนเตรียมการผลิต ทดสอบ ประสิทธิภาพ และประเมินการนำเสนออย่างจริงจัง ชุดนำเสนอมัลติมีเดีย (Multimedia) ในคอมพิวเตอร์ เป็น รูปแบบมัลติมีเดีย(Multimedia) ที่เสนอผ่านคอมพิวเตอร์ โดยสามารถนำเสนอได้ทั้งอักษร(Text)เสียง (Sound) ภาพ (Image) วีดีโอหรือรายการโทรทัศน์ (Full Feature Video) โดยมีโปรแกรมสำหรับผลิตการนำเสนอแบบ มัลติมีเดียหลากหลาย ทำให้สามารถเลือกใช้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ และขึ้นอยู่กับระดับคุณภาพของชุด นำเสนอ เชน่ Authorware, Toolbooks , Director, Action PowerPoint เปน็ ต้น คอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน ก็เปน็ รปู แบบหน่งึ ของมลั ติมีเดีย ท่นี ำส่ือตา่ งชนิดกันมาประสมกนั ในลกั ษณะที่เป็น บูรณาการ (Integration) เพื่อให้สื่อแต่ละประเภททำหน้าที่ในการถ่ายทอดเนื้อหาสาระอย่างดีที่สุด คอยนัดแนะ กับเพื่อนร่วมชั้น และครูผู้สอนความแปลกใหม่ของคอมพิวเตอร์ ทำให้นักเรียนเลือกคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ก็เป็น รูปแบบหนึ่ง ของมัลติมีเดีย ที่นำสื่อต่างชนิดกันมาประสมกัน ในลักษณะที่เป็นบูรณาการ (Intergration) เพื่อให้ สื่อแต่ละประเภททำหน้าที่ในการถ่ายทอด เนื้อหาสาระ อย่างดีที่สุด โดยการนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการ ออกแบบบทเรียนตามกระบวนการของการเรียนการสอน การทบทวน การทำแบบฝึกหัด ตลอดจนการวัดผล บทเรียน ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ในด้านการเรยี นการสอน เป็นสื่อการสอนที่ดีเพราะสามารถทำในสง่ิ ที่สื่อชนิดอื่นไม่สามารถทำได้ เช่น การตัดสินใจในการเสนอเนื้อหาใหม่หรือให้ศึกษาเนื้อหาเดิม การแก้ปัญหาระ หว่าครูกับนักเรียน และระหว่างนักเรียนกับนักเรียนด้วยกันเอง สามารถกระทำได้ เพราะเป็นการเ รียนการสอน
3 แบบรายบุคคล ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนไม่ต้องนัดแนะกับเพื่อนร่วมชั้น ครูผู้สอน ความแปลกใหม่ของ คอมพิวเตอร์ทำให้นักเรียนเลือกบทเรียนและวิธีการเรียนได้หลายแบบ การเสริมแรงในการเรียนก็ทำได้อย่าง รวดเร็วและมีระบบ โดยการให้ผลย้อนกลับทันทีในรูปของคำอธิบาย สีสัน ภาพและเสียง เป็นต้น การควบคุม ผลสัมฤทธิใ์ นการเรียน กระทำไดง้ า่ ย ด้วยการทำให้บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน มีการบันทึกการตอบคำถามและ การทำงาน ของผู้เรียนเอาไว้ด้วยแล้ว ผู้สอนสามารถตรวจสอบ คุณภาพของบทเรยี น ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ของการ เรยี นได้อย่างละเอยี ด ในดา้ นการจัดทำบทเรียนกป็ ระหยัดค่าใช้จา่ ย และเวลาได้หากมีการปรับปรุงเนื้อหาบทเรียน สามารถกระทำได้อยา่ งรวดเรว็ ระบบคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่ือสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยใชท้ รัพยากรน้อยท่สี ุดในสถานการณ์และเนอ้ื หาวชิ า ท่ีมีความยาวเหมาะสมกบั วุฒภิ าวะของการรับรู้ของผู้เรียน มีส่วนร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น ผู้เรียนได้ทราบผลแห่งการทำกิจกรรมทันทีและผู้เรียนได้รับประสบการณ์ แหง่ ความสำเรจ็ ในการเรยี น 2. การพฒั นาและการใช้สื่อเทคโนโลยีเพอื่ การศกึ ษา การพัฒนาและการใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์เป็นเทคโนโลยีใหม่ มา ประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ในยุค ICT:Information and Communication Technology เช่น บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) ซึ่งนับวันแต่จะก้าวเข้ามามีบทบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากในวงการศกึ ษา ทั้งนี้เพราะคอมพิวเตอร์มคี ุณสมบัติและลักษณะพิเศษท่ีสามารถจะเอื้ออำนวยใน การเรยี นการสอนและการบรหิ ารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากข้ึน คอมพิวเตอร์จะชว่ ยเพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ ให้แก่ผู้เรียน เนื่องจากการเรียนด้วยคอมพิวเตอร์เป็นประสบการณ์ที่แปลกและใหม่ การใช้สี ภาพลายเส้นที่แลดู เคลื่อนไหว ตลอดจนเสียงดนตรี จะเป็นการเพิ่มความเหมือนจริงและเร้าใจผู้เรียน สำหรับการจัดการบริการ การศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายท่ีมีลักษณะหลายหลาก โดยเฉพาะวทิ ยาลยั ชุมชน ซ่งึ บรหิ ารงานโดยชมุ ชน และเพ่ือ ชุมชน เป็นการจัดการศึกษาตามความต้องการของชุมชน สิ่งที่สำคัญที่ควรคำนึงถึง คือ สื่อการศึกษา โดยเฉพาะ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์ในการเสนอสิ่งเร้าให้กับ ผู้เรียนมีการประเมินการตอบสนอง จากผู้เรียน ให้การเสริมแรงตามสมควรและเสนอสิ่งเร้าในลำดับต่อไปเมื่อผู้เรียนตอบสนองสิ่งเร้าได้ตรงตาม จุดประสงค์ที่ตั้งไว้ ด้วยศักยภาพของคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วการออกแบบและ พัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนโดยให้มีการนำเสนอข้อมูลเนื้อหาต่าง ๆ ในลักษณะของมัลติมีเดียจึงไม่ใช่ เรื่องยากเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตามการนำเสนอข้อมูลเนื้อหาต่าง ๆ ในลักษณะของมัลติมีเดียควรที่จะมีการ เลือกใช้อย่างเหมาะสมทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งควรที่จะคำนึงถึงลักษณะและความสามารถทางการ เรียนของผู้เรียนท่เี ปน็ กลมุ่ เป้าหมายเป็นปัจจยั สำคญั ประโยชน์ของคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน ในด้านการเรียนการสอน เป็นสื่อการสอนที่ดีเพราะสามารถทำในส่ิง ที่สื่อชนิดอื่นไม่สามารถทำได้ เช่น การตัดสินใจในการเสนอเนื้อหาใหม่หรือให้ศึกษาเนื้อหาเดิม การแก้ปัญหา ระหวา่ งครูกบั นักเรียน สามารถกระทำได้ เพราะเปน็ การเรียนการสอนแบบรายบุคคล ผ้เู รยี นมอี ิสระในการเรียนไม่ ต้องนัดแนะกับเพื่อนร่วมชั้น ครูผู้สอน ความแปลกใหม่ของคอมพิวเตอร์ทำให้นักเรียนเลือกบทเรียนและวิธีการ
4 เรียนได้หลายแบบ โดยการให้ผลย้อนกลับทันทีในรูปของคำอธิบาย สีสัน ภาพและเสียง เป็นต้น การควบคุม ผลสมั ฤทธ์ใิ นการเรียน กระทำได้งา่ ย ด้วยการทำให้บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน มีการบนั ทึกการตอบคำถามและ การทำงาน ของผู้เรียนเอาไว้ด้วยแล้ว ผู้สอนสามารถตรวจสอบ คุณภาพของบทเรยี น ตลอดจนผลสมั ฤทธิ์ของการ เรียนได้อย่างละเอียด ในดา้ นการจดั ทำบทเรียนกป็ ระหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย และเวลาไดห้ ากมีการปรบั ปรุงเนื้อหาบทเรียน สามารถกระทำได้อย่างรวดเรว็ ระบบคอมพิวเตอรจ์ ึงเป็นสื่อสนับสนนุ กจิ กรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยใชท้ รพั ยากรน้อยที่สุดในสถานการณ์และเนื้อหาวิชา ท่มี คี วามยาวเหมาะสมกับวุฒิภาวะของการรบั รขู้ องผู้เรียน มีส่วนร่วมกิจกรรมอย่างกระตือรือร้น ผู้เรียนได้ทราบผลแห่งการทำกิจกรรมทันทีและผู้เรียนได้รับประสบการณ์ แหง่ ความสำเร็จในการเรียน 3. บทเรยี นแบบโปรแกรม วธิ ีสอนโดยใช้บทเรยี นแบบโปรแกรม (Programmed Instruction) บทเรียนสำเร็จรูป มีชื่อเรียกกันหลายชื่อ ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภาษาไทยที่เรียกกัน เช่น บทเรยี นสำเร็จรปู บทเรียนโปรแกรม โปรแกรมการสอน หนงั สอื ฝึกเรียนดว้ ยตนเอง เปน็ ตน้ ส่วนในภาษาอังกฤษ ทเ่ี รียกกันกม็ ี เชน่ Programmed Learning, Programmed Instruction, Programmed Lesson, Programmed Textbook เป็นต้น แต่คำที่นิยมใช้กันมาก เป็นที่ค้นเคย ได้แก่ Programmed Instruction และ Programmed Learning หรือในภาษาไทยกไ็ ด้แกค่ ำวา่ ”บทเรยี นสำเรจ็ รปู ” และ “บทเรยี นโปรแกรม” ซึง่ คำเหล่านก้ี ็หมายถงึ สิ่ง เดียวกันนัน่ เอง แต่ในบทนจ้ี ะใช้คำวา่ บทเรยี นโปรแกรม วิธสี อนโดยใช้บทเรยี นโปรแกรม ถือเปน็ นวตั กรรมการศึกษาอยา่ งหน่ึงที่ชว่ ยเสริมผู้เรยี นให้รู้จักการเรียนรู้ ด้วยตนเอง โดยพัฒนาไปตามขีดความสามารถของตนเอง ผู้เรียนสามารถเรียนด้วยตนเองตามความสามารถของ ตน เรียนไปตามลำดับขั้นที่พอเหมาะกับความสนใจและความสามารถของตน ผู้เรียนจะเรียนได้สำเร็จโดยใช้เวลา มากหรือน้อยตามความสามารถของตนเอง กล่าวถึง วิธีสอนโดยใช้บทเรียนโปรแกรม ประกอบไปด้วย ความหมาย จุดมุ่งหมาย องค์ประกอบ ขั้นตอนการสอน และข้อดีและข้อจำกัดในการสอนโดยใช้บทเรียนโปรแกรม พร้อมทั้งสรุปท้ายบท คำถามและ กิจกรรมท้ายบทด้วย 3.1 ความหมาย วธิ ีสอนโดยใช้บทเรียนโปรแกรมเป็นการสอนหน่ึงท่ีสามารถทำให้ผ้เู รียนเกดิ การเรยี นรู้ด้วยตนเอง ซง่ึ นักวิชาการ 3 ท่านไดใ้ ห้ความหมายของบทเรียนโปรแกรมไว้ดังน้ี ทศิ นา แขมมณี กล่าววา่ วิธีสอนโดยใชบ้ ทเรียนแบบโปรแกรม คอื กระบวนการทผ่ี สู้ อนใช้ในการช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการให้ผู้เรียนศึกษาจากบทเรียนสำเร็จรูปด้วยตนเอง (ซึ่งมี ลักษณะพิเศษที่แตกต่างไปจากบทเรียนปกติ กล่าวก็คือ เป็นบทเรียนทีน่ ำเนื้อหาสาระที่จะใหผ้ ู้เรียนไดเ้ รียนร้มู า
5 แตกเป็นหน่วยย่อย (small steps) เพื่อให้ง่ายแก่ผู้เรียนในการเรียนรู้ และนำเสนอแก่ผู้เรียนในลักษณะที่ให้ ผู้เรียนสามารถตอบสนองสิ่งท่ีเรียน และตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเองได้ทันที (immediately feedback) ว่า ผิดหรือถูก ผู้เรียนสามารถใช้เวลาในการเรียนรู้มากน้อยตามความสามารถ และสามารถตรวจสอบผลการเรียนรู้ ไดด้ ว้ ยตนเอง เพราะบทเรียนจะมีแบบสอบทั้งแบบสอบก่อนการเรยี น (pre – test) และแบบสอบหลังการเรียน (post – test) ไว้ใหพ้ ร้อม พูลสุข กิจรัตนี อธิบายว่า แบบเรียนแบบโปรแกรมเป็นเครื่องมือสำคัญของการสอนแบบโปรแกรม (Programmed Instruction) ซ่ึงหมายถงึ การสอนท่มี กี ารวางโปรแกรมไว้ล่วงหน้าที่จะให้ผเู้ รียนมีโอกาสเรียนรู้ ด้วยตนเอง ด้วยการลงมือประกอบกิจกรรมอย่างกระฉับกระเฉง ทราบข้อติชมทันท่วงที มีความภูมิใจใน ความสำเร็จและได้ใคร่ครวญตามทีละน้อยตามลำดับขั้นและก้าวไปข้างหน้า ตามความสามารถ ความสนใจและ ความสะดวกของแตล่ ะคน เสริมศรี ลักษณศิริ กล่าวถงึ แบบเรยี นแบบโปรแกรม หมายถงึ บทเรยี นท่ีเสนอเนื้อหาในรูปของกรอบซ่ึง บรรจุเนื้อหาทีละน้อย มีคำถามท้าทายให้ผู้เรียนตอบ และเฉลยให้ทราบผลทันที ส่วนมากจะเสนอความคิดรวบ ยอดทวี่ ิเคราะห์และเรียบเรยี งมาดแี ลว้ โดยผูเ้ รียนสามารถศกึ ษาด้วยตนเองได้ ดังนัน้ วธิ สี อนโดยใช้บทเรียนโปรแกรม หมายถงึ การเรียนการสอนที่ผ้สู อนไดว้ างแผนไวล้ ่วงหนา้ ให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสเรียนรูไ้ ด้ด้วยตนเองตามจุดประสงค์ท่ีผู้สอนได้กำหนดไว้ โดยศึกษาจากบทเรยี นที่สำเรจ็ รูปแล้ว ผู้เรียน สามารถเรยี นรูเ้ น้อื หาและเขา้ ใจได้ทันท่วงที แตจ่ ะตอ้ งขนึ้ อยกู่ บั ความสามารถและความสนใจของผเู้ รียนแตล่ ะคน 3.2 จดุ มุ่งหมายของวธิ สี อนโดยใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม นกั วิชาการได้เสนอจดุ มงุ่ หมายของการสอนโดยใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม ดงั นี้ ทศิ นา แขมมณี กลา่ ววา่ วิธีสอนโดยใช้บทเรยี นแบบโปรแกรมเปน็ วิธกี ารที่มุ่งชว่ ยใหผ้ ู้เรียนรายบคุ คล ไดเ้ รยี นรู้ด้วยตนเองตามความสามารถ ความต้องการและความสนใจของตน สุกัญญา ธารีวรรณ ไดเ้ สนอแนะว่า ความมงุ่ หมายของบทเรยี นโปรแกรม สรุปไวด้ ังน้ี 1) เพื่อใหผ้ ู้เรยี นไดเ้ รยี นดว้ ยตนเอง 2) เพอ่ื เปน็ การเสริมความร้ใู ห้แกผ่ ู้เรียน ทำให้มีความรูก้ ว้างขวางขึ้น จำไดแ้ ม่นยำขน้ึ 3) เพื่อฝึกใหผ้ ู้เรยี นรจู้ กั ควบคุมตัวเอง มีความรับผิดชอบและคดิ เปน็ 4) เพ่ือฝึกใหผ้ ู้เรยี นมคี วามซื่อสัตย์ทัง้ ตอ่ ตนเองและผู้อน่ื 5) ผ้เู รยี นจะต้องตอบคำถามของแต่ละหน่วยยอ่ ยให้ถูกต้องเสียกอ่ น จงึ จะขน้ึ ตอนตอ่ ไปได้ ถ้า ยังทำไม่ได้จะตอ้ งซ้ำจนกวา่ จะทำได้ถูกท้ังหมด
6 สรปุ ไดว้ า่ การสอนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรมนั้นมุ่งใหผ้ ู้เรยี นเรยี นตามความสามารถ ความสนใจของ ตนเอง เพ่ือให้เกดิ ความความรกู้ วา้ งขวางข้นึ รูจ้ ักคิดและควบคุมตนเองพร้อมท้ังเกิดความซอื่ สัตย์ไดด้ ว้ ยตนเอง 3.3 องคป์ ระกอบของวธิ สี อนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม ทศิ นา แขมมณี กลา่ วถึงการสอนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม ควรจะประกอบไปด้วย 1) มผี สู้ อนและผูเ้ รียน 2) มีบทเรยี นแบบโปรแกรมในเรอ่ื งท่ตี รงกบั ความตอ้ งการและความสนใจของผู้เรียน 3) มีผลการเรยี นรู้ของผู้เรยี นทีเ่ กิดจากบทเรียนแบบโปรแกรม 3.4 ลักษณะสำคัญของแบบเรียนแบบโปรแกรม เสรมิ ศรี ลักษณศิริ กล่าวถึงลักษณะเดน่ ของแบบเรยี นแบบโปรแกรม คือ 1) เนือ้ หาแบ่งเปน็ หน่วยเล็ก ๆ ทีเ่ รียกวา่ กรอบ 2) ผู้เรียนแสดงการตอบสนองในแตล่ ะกรอบเพื่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจในเน้อื หาอยา่ งต่อเนื่อง 3) ผเู้ รยี นได้รบั การเสริมแรงโดยการทราบผลการตอบทันที 4) กรอบจะเรยี งลำดับจากงา่ ยไปหายาก 5) ยดึ ผู้เรยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง 6) ผู้เรยี นสามารถเขียนได้ดว้ ยตนเอง 3.5 ขน้ั ตอนการสร้างและการใชบ้ ทเรยี นโปรแกรม ลำดับขั้นตอนการสร้างแบบเรียนแบบโปรแกรมมี 8 ขั้นตอน คือ 1) ตัง้ จุดมงุ่ หมายของบทเรยี น (Objectives) โดยตัง้ จดุ มงุ่ หมายเชิงพฤติกรรม เพ่อื กำหนดวา่ ตอ้ งการใหผ้ เู้ รียนมีพฤติกรรมข้ันสุดท้ายอย่างไร 2) วิเคราะห์เนอ้ื หาหรืองานท่ีต้องทำ (Task Analysis) เพื่อวิเคราะหเ์ นอ้ื หา กำหนดเน้ือหา และงานทจี่ ะทำให้สอดคลอ้ งกับจดุ มุ่งหมาย จากน้นั ก็แตกเนือ้ หาใหเ้ ป็นส่วนย่อยโดยละเอยี ดเรียงลำดบั จากง่ายไป หายาก 3) สรา้ งแบบทดสอบ (Prepare Tests) เป็นแบบทดสอบท่ีครอบคลุมเน้ือหาและวัด
7 ตามจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม เพ่ือนำไปใชท้ ดสอบก่อนการสอนและหลังการสอน 4) จดั ลำดับเนือ้ หา (Instructional Sequences) กำหนดเนอื้ หาและลำดับข้ันของการเรียนรู้ ที่จะนำผูเ้ รียนไปสูจ่ ุดประสงค์ได้ 5) จัดทำกรอบการเรียน (Instructional Frames) ลงมือเขียนกรอบการเรยี นทีละกรอบ ตามลำดับเนอ้ื หาท่แี ยกย่อยไว้แลว้ บทเรยี นแต่ละกรอบตอ้ งตอ่ เนื่องกนั ไป สรปุ ได้วา่ ขัน้ ตอนของการสร้างและการสอนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม มดี ังนี้ ขั้นเตรยี ม ผสู้ อน จะตอ้ งกำหนดเนื้อหา กำหนดวตั ถุประสงค์ เพอื่ นำไปวอเคราะห์และสร้างเป็นหลกั สตู รข้ึนมา แต่ต้องนำไปทดลอง ใช้และสรปุ แก้ไขกอ่ นการนำไปใช้จรงิ ข้นั นำไปใช้หรือขนั้ เรียนรู้ ผสู้ อนนำบทเรยี นโปรแกรมให้ผเู้ รยี นไดศ้ ึกษา กอ่ น การนำไปใช้ตอ้ งทดสอบผเู้ รียนก่อน ขัน้ สรปุ เมื่อศึกษาแล้วผู้สอนให้ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบ และสรปุ สาระสำคญั จากส่งิ ทไ่ี ด้ศกึ ษาไป 3.6 ข้อดีและข้อจำกดั ของวิธีสอนโดยใช้บทเรยี นแบบโปรแกรม ถ้ากล่าวถงึ ขอ้ ดีและขอ้ จำกดั ของการสอนโดยใชบ้ ทเรยี นโปรแกรมนนั้ ได้มนี ักวิชาการกลา่ วถงึ ข้อดี และข้อจำกดั ไวด้ งั นี้ ข้อดี 1) เปน็ วิธสี อนที่ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นศกึ ษาดว้ ยตนเอง 2) เปน็ วิธีสอนทช่ี ว่ ยใหผ้ ู้เรียนเป็นรายบคุ คลสามารถเรยี นรู้ไดต้ ามความสามารถของตน เป็นการตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล 3) เปน็ วิธสี อนทช่ี ว่ ยลดภาระครู และชว่ ยแก้ปัญหาการขาดแคลนครู ขอ้ จำกัด 4) เป็นวธิ สี อนทพ่ี ่ึงบทเรยี นแบบโปรแกรม หากไม่มบี ทเรียนหรอื บทเรียนไม่มีคุณภาพดีพอ ก็ ยอ่ มส่งผลต่อการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น 5) การสรา้ งบทเรียนให้มีคุณภาพทีด่ ี เป็นเรื่องท่ีต้องใช้เวลาและมคี วามยุ่งยากในการ จดั ทำ ผูส้ ร้างจำเปน็ ต้องมคี วามรู้ ความเข้าใจในการสร้างบทเรียน 6) บทเรยี นแบบโปรแกรมทดี่ ียังมีปรมิ าณน้อย บทเรยี นแบบโปรแกรมทม่ี ีคุณภาพไม่ดี 7) พอจะไม่น่าสนใจ และไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผเู้ รียนและทำใหผ้ ู้เรยี นเบ่ือหนา่ ยได้ ขอ้ จำกัด
8 1) ผู้เรยี นเกดิ ความเบื่อหน่ายเมอื่ ใช้บ่อย ๆ เพราะเป็นรปู แบบเดยี วกันท้ังเลม่ 2) เปน็ การจำกดั ความสามารถของผู้เรยี น เพราะต้องตอบคำถามแบบเขียนหรือเตมิ คำไปตาม แนวท่ผี สู้ รา้ งบทเรยี นได้วางไว้ 3) ไมเ่ หมาะในการสอนใหเ้ กิดความคดิ รเิ ร่ิมสร้างสรรค์ เพราะผู้เรยี นไมม่ ีเสรีภาพใน การตอบ 4) ถ้าใหผ้ ู้เรยี นท้งั ชน้ั เรยี นบทเรียนเดียวกนั จะเปน็ การจำกัดความสามารถของคนฉลาดทเี รียน ได้เรว็ กว่า และไมส่ นองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล สรปุ วธิ สี อนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรม หมายถึง การสอนที่ผู้ไดส้ ร้างแบบเรียนเอาไว้ใหผ้ ู้เรียนไดศ้ ึกษา เนื้อหาดว้ ยตนเอง ตามวัตถปุ ระสงค์ที่ผู้สอนไว้กำหนดไว้ โดยมกี ารทำแบบทดสอบก่อนและหลัง ซึ่งเป็นการสอนที่ จำกัดความสามารถและความสนใจของผเู้ รียนแต่ละคน โดยมีเปา้ หมายให้ผเู้ รียนเรียนตามความสนใจของตนเอง ได้มคี วามร้ใู นบทเรยี นได้กวา้ งขน้ึ พรอ้ มท้ังรู้จักคดิ และควบคมุ การเรยี นของตนเองให้ได้ องค์ประกอบทส่ี ำคญั ของ การเรียนการสอนวิธนี ีป้ ระกอบไปด้วยผู้เรยี นและผสู้ อน มบี ทเรียนโปรแกรมในเรื่องที่ตรงกับความสนใจของผูเ้ รยี น และมผี ลการเรยี นรูจ้ ากบทเรียนโปรแกรม วธิ สี อนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรมจึงเป็นการเรียนท่ียึดผูเ้ รียนเป็นศูนย์ เน้นความสามารถของผู้เรียนเป็น สำคัญ สามารถแบ่งเนอื้ หาเป็นหน่วยเล็กๆ ได้ แตข่ ้นั ตอนการสอนและการสรา้ งบทเรยี นโปรแกรมค่อนข้างจะ ละเอยี ดและเปน็ งานหนักสำหรบั ผู้สอน เพราะผ้สู อนตอ้ งเตรยี มเนื้อหาตามวัตถปุ ระสงท่ีจะสอน วเิ คราะห์เนอ้ื หา บทเรียนวา่ ต้องกับความสนใจของผูเ้ รียนหรอื ไม่ และยงั ต้องนำไปทดลองใช้กบั ผู้เรยี นอนื่ ๆ ก่อนที่จะนำมาทดลอง ใช้จริงอีกด้วย เม่ือผสู้ อนเตรียมและสรา้ งบทเรียนเสรจ็ สน้ิ แล้วก็ต้องนำไปให้ผ้เู รยี นเรียนรู้โดยการทดสอบก่อนการ เรยี น ผู้สอนใหค้ ำแนะนำบทเรียนอย่างละเอยี ด และเมื่อผู้เรียนศึกษาเสรจ็ กใ็ หท้ ำการทำแบบทดสอบหลงั เรยี น เพราะประเมนิ ว่าผูเ้ รยี นเกดิ การเรยี นจากบทเรยี นโปรแกรมมากน้อยเพยี งใด แตว่ ธิ ีสอนโดยใชบ้ ทเรียนโปรแกรมก็มที ง้ั ขอ้ ดีและข้อเสีย ข้อดีของการสอนวิธนี คี้ ือ เป็นการส่งเสริม ใหผ้ ้เู รยี นศึกษาด้วยตนเอง มีความรับผิดชอบ อีกทั้งยังช่วยลดภาระการสอนของผูส้ อน หรือในกรณที ี่ขาดแคลน ผู้สอนได้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอาจจะทำให้ผู้เรียนเบ่ือหน่ายถ้าใช้บ่อยๆ และจำกดั ความคิดของผู้เรียนในการเขียน ตอบข้อคำถาม ซึ่งจะใชก้ ับการเรยี นการสอนไดเ้ ฉพาะบางวชิ าเท่าน้นั 4. เคร่อื งมอื ชว่ ยสอน ต้องยอมรับว่ายุคการเรียนออนไลน์ เครื่องมือช่วยสอน สื่อการสอนและอุปกรณ์ โปรแกรม แอปพลิเคช่ัน แพลตฟอร์มการเรียน เข้ามามีบทบาทส่งเสรมิ ช่วยเหลือครู เด็กนักเรียน และโรงเรียนเป็นอย่างมาก บทความนี้ได้
9 รวบรวม 21 เครื่องมือช่วยสอน หรือโปรแกรม ที่คุณครูใช้ช่วยจัดการเรียนการสอนได้สะดวกและสอดคล้องกับ บทเรยี นมากยิ่งขน้ึ 4.1 FlipHTML5 FlipHTML5 เปน็ เครื่องมอื การสอนแบบโต้ตอบท่คี ุณต้องการใน wheelhouse ของคณุ ลองนึกถึงเวลาท่ี คุณมี pdf, word doc หรือแม้แต่ powerpoint ที่น่าเบื่อที่คุณต้องส่งให้นักเรียนตรวจทาน การใช้ FlipHTML5 สามารถสร้างความสนุกสนานให้กับเนือ้ หาที่น่าเบื่อได้โดยการเปลี่ยนหนังสือเรียนและเนือ้ หาอื่นๆ ของคุณให้เป็น หน้าพลิกแบบโตต้ อบ 4.1.1 ประโยชน์สำหรับครู 1) ทำใหเ้ น้อื หาทนี่ า่ เบ่ือเปน็ เรอื่ งสนกุ 2) รวมวดิ โี อ GIF แบบฟอรม์ และอื่นๆ ไวใ้ นเนื้อหาเพือ่ ให้นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ ม 3) ความสามารถในการแบ่งปนั ท่งี า่ ย 4) ความสามารถในการแก้ไขและอัปเดตในไม่กี่วนิ าที 5) มคี วามยืดหยุน่ ในการรวมเข้ากับแพลตฟอร์มการสอนเชงิ โตต้ อบอน่ื ๆ เช่น 6) เพ่มิ ฟลปิ บุ๊กไปที่ Google Classroom 7) เพิม่ ฟลิปบกุ๊ ไปที่ Edmodo 8) เพม่ิ หนังสือพลกิ ไปท่บี ทเรยี น Flipgrid 9) เพม่ิ ฟลปิ บ๊กุ ไปท่ี ClassDojo 10) เพมิ่ ฟลปิ บกุ๊ ไปยัง Microsoft Teams 11) เพ่ิมฟลิปบ๊กุ ไปท่ี Nearpod
10 4.1.2 ประโยชนส์ ำหรบั นักเรยี น: 1) ง่ายและเข้าถึงได้ 2) งา่ ยตอ่ การจดั การบนอปุ กรณห์ ลาย ๆ ครงั้ เพอ่ื การเรียนรู้ที่สะดวก 3) ง่ายตอ่ การเข้าถงึ รวมลงิ คภ์ ายนอกหรือวดิ ีโอ 4.2 Google Classroom Google Classroom เปน็ โปรแกรมทีย่ อดเย่ียมในการนำมาใช้ในห้องเรยี นของคุณ เป็นเครอ่ื งมือการสอน ออนไลน์แบบผสมผสานที่พัฒนาโดย Google ฟรี มีให้ใช้งานทั้งบนเว็บไซต์และแอพมือถือ เป็นโปรแกรม อเนกประสงคท์ สี่ มบูรณ์แบบสำหรบั ครูและนกั เรยี น 4.2.1 ประโยชนส์ ำหรับครู 1) ความสามารถในการเรมิ่ การประชุมทางวดิ ีโอ 2) สรา้ งและจดั การชน้ั เรียน งาน และเกรดออนไลน์ 3) เพิ่มเอกสารในงานของนักเรียน เช่น วิดีโอ YouTube แบบสำรวจ Google ฟอร์ม และ รายการอืน่ ๆ จาก Google ไดรฟ์ 4) ใหค้ ำติชมโดยตรงแบบเรียลไทม์เกย่ี วกับงาน 5) ความสามารถในการโพสตป์ ระกาศและมสี ่วนรว่ มกับนักเรยี นในการอภิปรายที่ขับเคล่ือนด้วย คำถาม
11 6) เชญิ ผปู้ กครองและผู้ปกครองลงทะเบียนเพ่ือรับอเี มลสรปุ เกี่ยวกบั งานท่ีกำลังจะมาถึงหรืองาน ที่ขาดไปของนกั เรยี น 4.2.2 ประโยชนส์ ำหรบั นักเรียน 1) ตดิ ตามงานของช้นั เรียนและส่งงาน 2.) ตรวจสอบความคิดเห็นและเกรด 3) แบง่ ปนั แหลง่ ข้อมลู และโต้ตอบในสตรมี ของชน้ั เรยี นหรอื ทางอเี มล 4.3 เกมคณิตศาสตร์อจั ฉรยิ ะ Prodigy Math Game สำหรับเกรด 1-8 และเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกของคุณ เรียนรู้คณิตศาสตร์! แพลตฟอร์ม eLearning เชิงโต้ตอบนี้ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างอิสระและทำให้นักเรียนมี แรงจงู ใจในการเรยี นร้!ู 4.3.1 ประโยชนส์ ำหรับครู 1) มสี ว่ นรว่ มในช้นั เรยี นของคณุ และสร้างความแตกต่างในการเรยี นรดู้ ้วยเครือ่ งมือสำหรบั ครูท่ีใช้ งานงา่ ย 2) ไม่ตอ้ งให้คะแนน 3) ต้ังเปา้ หมายให้ลูกศิษย์ 4.3.2 ประโยชนส์ ำหรับนักศึกษา
12 1) เข้าถึงอุปกรณ์และไอเท็มพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกที่หลากหลายสำหรับบุตรหลานของคุณ เพ่ือปรับแตง่ ตวั ละครของพวกเขา 2) ชว่ ยเหลอื และพฒั นาสัตว์เลี้ยงออนไลน์จำนวนมากเพ่อื กระตนุ้ ให้ทำงานเสรจ็ 3) เข้าถึงพืน้ ท่เี กมพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกเพ่ือใหเ้ ด็กไดส้ ำรวจ 4) รับสิทธิ์เข้าถึง Mythical Epics เพื่อช่วยเด็กในการผจญภัยอัจฉริยะรับสัตว์เลี้ยงมหากาพย์ เพอื่ ช่วยลูกของคุณในการผจญภัยมหศั จรรย์ 4.4 แพรเ์ ด็ค Pear Deck คือส่วนเสริมของ Google สไลด์ที่ช่วยให้ครูสร้างสไลด์ที่น่าสนใจและสนับสนุนการโต้ตอบ ของนักเรียน ครูสามารถสร้างงานนำเสนอต้ังแต่เริ่มตน้ หรือเพิ่มคำถามเชิงโต้ตอบให้กับคำถามท่ีมีอยู่ 4.4.1 ประโยชน์สำหรับครู 1) สรา้ งคำถามทก่ี ำหนดเองสำหรับนกั เรียนของคุณ 2) เพ่ิมเสียงใหก้ บั สไลด์ประเภทใดก็ได้ 3) แดชบอรด์ ของครชู ว่ ยใหค้ ณุ เห็นว่าเด็กแตล่ ะคนมปี ัญหาอะไร ทำให้จัดระเบียบแผนการเรียนรู้ ได้งา่ ยขนึ้ 4) เชิญครูเพมิ่ เตมิ เขา้ สู่แดชบอรด์ ครทู แี่ ชร์ของคุณ 4.4.2 ประโยชนส์ ำหรบั นักเรียน 1) สรา้ งสภาพแวดลอ้ มการเรยี นรู้ทน่ี ่าดงึ ดดู 2) เพ่ิมประสทิ ธภิ าพของโรงเรยี น 3) ความสามารถในการแบง่ ปนั ความคดิ หรอื ข้อกังวลของพวกเขา
13 4.5 Flipgrid Flipgrid เป็นวิธีที่สนุกในการเริ่มต้นการสนทนา โพสต์หัวข้อและส่งเสริมการสนทนาในชั้นเรียนของคุณ เปน็ วธิ ที ี่ดีในการทำให้นกั เรียนสนใจแนวคดิ ใหมๆ่ ตื่นเต้นที่จะเรยี นรู้ และมสี ว่ นร่วมกับเพือ่ นๆ 4.5.1 ประโยชน์สำหรบั ครู 1) สะดวกและคล่องตัวสำหรบั ครเู พื่อใช้ในการประเมิน 2) สรา้ งกิจกรรมไดง้ า่ ยขนึ้ ด้วยความสามารถในการเพ่มิ รูปภาพ วดิ ีโอ และเอกสาร 3) วธิ ที ี่รวดเรว็ และง่ายดายในการจดั รปู แบบการประเมนิ 4) ใชง้ านงา่ ย 5) สร้างชมุ ชนหอ้ งเรยี นทีม่ ัน่ ใจ 4.5.2 ประโยชน์สำหรับนกั เรยี น 1) โอกาสในการนำเสนอตวั เองอย่างเหมาะสมในสภาพแวดล้อมออนไลน์ 2) รองรบั การประเมินตนเอง 3) พฒั นาทักษะการรหู้ นังสอื ดิจิทลั 4) กระต้นุ ให้นักเรยี นพดู 5) ใหน้ กั เรยี นได้แชร์งานกัน 6) ใชง้ านงา่ ย
14 4.6 เอด็ โมโด ชุดเครื่องมือของ Edmodo ช่วยให้ครูสามารถแชร์เนื้อหาหลักสูตร สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ร่วมกัน และสร้างห้องเรียนที่มีพลงั และคิดบวก ผู้ปกครองสามารถรับข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความคืบหนา้ ของบุตร หลานได้ 4.6.1 ประโยชนส์ ำหรับครู 1) ความสามารถในการมอบหมายงาน แบบทดสอบ และแบบสำรวจใหก้ ับนักเรยี น 2) จัดการชัน้ เรียนและรวมกจิ กรรมท้งั หมดไวใ้ นท่เี ดยี ว 3) อนุญาตใหแ้ ทรกวิดีโอการสอนเม่ือจำเปน็ 4) คณุ สมบัติองคก์ รมากมาย 4.6.2 ประโยชนส์ ำหรบั นักเรยี น 1) ชว่ ยให้ง่ายตอ่ การส่อื สารกับเพอื่ นรว่ มชัน้ และครู 2) ใกล้ชิดกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่พวกเขาอาจใช้นอกห้องเรียน สร้างสภาพแวดล้อมท่ี คุ้นเคยของโรงเรียน 3) ให้นักเรียนได้มีเสียงโต้ตอบได้มากรับเหรียญตราเมื่อทำภารกิจเฉพาะให้เสร็จเพื่อรักษาแรง บนั ดาลใจ
15 4.7 คลาสโดโจ เครื่องมือสื่อสารของ ClassDojo นำครอบครัว นักเรียน และครูมารวมกันเพื่อสร้างชุมชนออนไลน์ที่ให้ การสนับสนุน ครูสามารถพัฒนาประสบการณ์การเรยี นรูท้ ี่สนุกสนานด้วยชุดแหล่งข้อมูลและแนวคิดที่ดาวน์โหลด ได้ 4.7.1 ประโยชนส์ ำหรบั ครู 1) การจัดการหอ้ งเรียน 2) แบ่งปนั ขอ้ มูลพฤติกรรมนกั เรียนกับผ้ปู กครอง 3) ประหยดั เวลาด้วยการบนั ทกึ พฤติกรรมและความสำเรจ็ ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดยี ว 4.7.2 ประโยชนส์ ำหรับนักเรยี น 1) ทักษะการสอื่ สารและการทำงานรว่ มกัน 2) ปรบั ปรุงพฤติกรรม 3) แรงจูงใจจากการได้รับรางวัลช้นั เรยี น
16 4.8 Microsoft Teams ด้วย Microsoft Teams คุณสามารถแชร์หน้าจอหรือบนั ทึกย่อ ดำเนนิ การนำเสนอ โปรโมตการแชท และ นำทุกคนมารวมกันผ่านการประชุมทางวดิ ีโอ 4.8.1 ประโยชน์สำหรับคร:ู 1) พูดคุยกับนกั เรยี น 2) แชร์ไฟล์และเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย 3) การจัดการการมอบหมาย 4) บทเรียนแบบโต้ตอบองคก์ ร 4.8.2 ประโยชน์สำหรับนกั เรยี น: 1) ปฏสิ ัมพันธ์กับเพ่ือนรว่ มชน้ั 2) อปั โหลดงานไดอ้ ย่างงา่ ยดาย 3) ความสามารถในการจัดเตรียมการสนับสนุนเพิ่มเติมเมื่อจำเป็นร่วมมือกับนักเรียนคนอื่นๆ เรยี บงา่ ยและใชง้ านง่าย
17 4.9 Nearpod Nearpod เปน็ โปรแกรมเสริมที่ยอดเยี่ยมสำหรับงานนำเสนอ Google สไลดแ์ ละ PowerPoint โปรแกรม นสี้ ่งเสริมปฏสิ ัมพันธท์ างสงั คมท่ดี รี ะหว่างนักเรียน 4.9.1 ประโยชนส์ ำหรับครู 1) ทำให้บทเรยี นมสี ว่ นร่วมและโต้ตอบมากขึน้ 2) สรา้ งสภาพแวดลอ้ มการเรียนรทู้ ีข่ ับเคลอ่ื นโดยความคิดเหน็ ของนักเรยี น 3) ทัศนวิสัยระหว่างพฤติกรรมในและนอกงาน ถ้านักเรียนหลงทางจากงาน จุดข้างชื่อจะ เปลี่ยนเป็นสแี ดง ส่ิงนท้ี ำให้มน่ั ใจไดถ้ งึ การมีสว่ นร่วมของนกั เรียน 100% 4.9.2 ประโยชนส์ ำหรบั นักเรยี น 1) จูงใจและให้นักเรียนมีส่วนร่วม 2) ช่วยใหน้ ักเรียนทำงานและมสี ว่ นร่วม 3) ช่วยให้นักเรียนสามารถให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานที่ได้รับมอบหมายสำหรับบทเรียนที่เป็น สว่ นตวั มากข้ึน
18 4.10 Bloomz Bloomz ช่วยให้ครูสามารถเชื่อมต่อ จัดระเบียบ และติดต่อกับนักเรียนและผู้ปกครองได้ ผู้ปกครองและ ครไู มต่ ้องเปดิ และปดิ หลายแอป ทำให้การสื่อสารและแชร์ข้อมลู เป็นเรื่องงา่ ยและปราศจากความเครยี ด 4.10.1 ประโยชน์สำหรับครู 1) ช่วยจัดการงาน 2) ความสามารถในการโพสตโ์ ปรเจ็กต์ การเตอื นความจำ และอื่นๆ 3) ความสามารถในการแชร์ไฟล์ รูปภาพ วิดีโอ หรือขอ้ ความ 4) การรบั รพู้ ฤตกิ รรมเปน็ รายบุคคลเพื่อให้ครูรู้อยเู่ สมอว่านักเรยี นของพวกเขามีอารมณ์อย่างไร 4.10.2 ประโยชนส์ ำหรบั นกั เรียน 1) เครือขา่ ยการสนับสนุนที่กวา้ งข้ึนสำหรับนักเรียนโดยเพิม่ สมาชิกในครอบครัวหรือผู้สอนหลาย คนลงในรายชอื่ ผูป้ กครองการจัดการพฤตกิ รรม 4.11 Khan Academy ในฐานะองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Khan Academy มีรายชื่อวิชาสำหรับครูและนักเรียนให้เลือก เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การอ่าน ภาษา และทักษะชีวติ ทุกหลักสูตรเหมาะสำหรับนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 ข้ึนไป
19 4.11.1 ประโยชน์สำหรบั ครู 1) องค์กรของงานท่มี อบหมาย 2) ความสามารถในการมอบหมายงานหลากหลายวชิ า 4.11.2 ประโยชนส์ ำหรบั นกั เรยี น 1) การเรยี นรูส้ ว่ นบุคคล 2) การเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง 3) เกรดที่ดีขึน้ ฟรีและเขา้ ถงึ ได้ บทสรุปมีเครื่องมือการสอนออนไลน์แบบโต้ตอบมากมายที่เหมาะสำหรับนักเรียนและครู การค้นหาสิ่งท่ี ช่วยทั้งนักเรียนและครูจะเป็นเรื่องง่าย หากคุณต้องการโปรแกรมเพื่อช่วยในการจัดระเบียบหรือโปรแกรมที่มี หลกั สตู รการเรยี นรสู้ ำเร็จรปู คณุ ไม่ควรมปี ญั หาในการหาโปรแกรมทีส่ มบูรณแ์ บบสำหรับคุณและหอ้ งเรยี นของคณุ 4.12 Recap พืน้ ทอ่ี อนไลนเ์ พ่ือการอภปิ ราย ถามตอบกับผู้เรยี นได้ทุกท่ที ุกเวลา
20 4.13 Kahoot 1) สรา้ งข้อคำถาม/แบบฝกึ ปรนยั 2) ใชส้ มาร์ทโฟนของนกั เรียนเปน็ รโี มทกดตวั เลือก 3) สร้างปฏิสมั พนั ธร์ ะหวา่ งผู้สอนกับผู้เรียน 4.14 Plicker เลอื กตอบ 1) สรา้ งข้อคำถาม/แบบฝกึ ปรนยั 2) ใช้โค้ดเฉพาะจากเว็บไซต์พมิ พใ์ นกระดาษโดยการหมนุ ตวั เลอื ก A B C D ในโค้ดแทนการ 3) ใชม้ อื ถือสแกนเพ่ือตรวจคำตอบ 4) สรา้ งปฏิสมั พันธร์ ะหว่างผู้สอนกับผเู้ รียน
21 4.15 Voxer โปรแกรมสำหรบั ใชส้ นทนาแบบตวั ต่อตวั หรอื แบบกลมุ่ 4.16 แอปพลิเคชน่ั Learnneo 1) แอปชว่ ยเรียน แอปชว่ ยสอนแอปพลเิ คช่ัน Learnneo เปน็ แอปชว่ ยเรยี นช่วยเรยี นชว่ ยสอน ทค่ี รอบคลุมระดับชั้น ป.5 – ป.6, ม.1 – ม.3 และ ม.4 2) เป็น App ตวั ชว่ ยในการสรปุ เน้อื หาท่ีกระชับ ตรงประเด็น ใหเ้ ขา้ ใจในบทเรยี นและสามารถ นำไปใช้ได้จริง เนื้อหากระชับ
22 4.17 Visme โปรแกรมสร้างงานนำเสนอผลงาน เปลีย่ นจากขอ้ มลู เป็นภาพใหส้ วยงาม 4.18 Quizizz โปรแกรมสร้าง quiz สำหรับทดสอบผเู้ รียนแบบง่ายๆ สามารถทำ report หลงั ทดสอบผู้เรยี นออกมาได้ ภายในเวลาไมก่ ่ีนาที
23 4.19 Storyboard That โปรแกรมสรา้ ง storyboard เป็นแนว comics เหมาะกบั การเขยี นบทเนื้อเร่อื งตา่ งๆ 4.20 Schoology 1) ส่งงานผา่ นระบบออนไลน์ 2) สร้างชัน้ เรียนของตัวเองผ่านระบบออนไลน์ 3) เชก็ ความกา้ วหน้าของนักเรียนในการทำงาน 4) มคี อมเมนตโ์ ต้ตอบเหมือน Facebook
24 4.21 Canva 1) ตกแต่งภาพได้อย่างสวยงาม 2) สรา้ งสือ่ Infographic 3) สรา้ งช้นิ งานส่งเสรมิ ความคดิ สร้างสรรค์ให้กบั นักเรยี น 4) สง่ เสริมทักษะการออกแบบ บทสรุปมีเครื่องมือการสอนออนไลน์แบบโต้ตอบมากมายที่เหมาะสำหรับนักเรียนและครู การค้นหาสิ่งท่ี ช่วยทั้งนักเรียนและครูจะเป็นเรื่องง่าย หากคุณต้องการโปรแกรมเพื่อช่วยในการจัดระเบียบหรื อโปรแกรมที่มี หลกั สูตรการเรยี นร้สู ำเร็จรูป คณุ ไม่ควรมปี ญั หาในการหาโปรแกรมทีส่ มบูรณ์แบบสำหรับคุณและห้องเรยี นของคณุ
25 บรรณานกุ รม เลริ ์น เอด็ ดูเคช่นั . (ม.ป.ป). 12 เครื่องมือช่วยสอนหรอื โปรแกรมท่ีคณุ ครใู ช้ชว่ ยจดั การเรยี นการสอน. สืบค้นเม่ือ 20 กรกฎาคม 2566. จาก https://shorturl.asia/ECpPs Arisa JK. (2561). 12 แอปพลิเคชนั ชว่ ยสอนสำหรบั คณุ ครู เพ่อื สรา้ งบรรยากาศในการเรยี นให้สนุกยิ่งข้ึน. สืบคน้ เม่อื 21 กรกฎาคม 2566. จาก https://shorturl.asia/HhxwA SHERO. (2565). 10 เครอ่ื งมือการสอนแบบโตต้ อบเพ่อื ดึงดดู นกั เรยี น. สบื คน้ เมื่อ 21 กรกฎาคม 2566. จาก https://shorturl.asia/GvPNK
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: