10. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… ปัญหา/อปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… .....…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณกิ า ลิกลั ตา) ตาแหน่ง ครู ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นายคมสัน มณศี รี) หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ความคิดเห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………….....……………………………………… ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ ความคดิ เหน็ ผู้อานวยการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………….……….....………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี ันทร์) รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ รกั ษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรียนเทพสถติ วิทยา วนั ที่............เดอื น........................พ.ศ................
ใบงานที่ 2 เรื่อง การแกส้ มการโดยวิธเี ขยี นกราฟ 1. เขียนกราฟแสดงความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งจานวนปากกาและราคา (2 คะแนน) จานวนปากกา (ดา้ ม) 1 2 3 4 ราคา (บาท) 15 30 45 60
2. เขียนกราฟของสมการ x – y = 6 เมอ่ื x, y แทนจานวนนับ x 7 8 9 10 11 … y 1 2 3 4 5… 3. เขยี นกราฟของสมการ y – 2x = 1 เมือ่ x แทนจานวนใด ๆ ที่มีคา่ ต้ังแต่ 1 ข้นึ ไป x 1 2 3 4 5 6… y 3 5 7 9 11 13 …
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 19 รายวชิ าคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ค21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 ชือ่ หน่วย สถติ ิ เวลารวม 16 ชว่ั โมง เรือ่ ง การเก็บรวบรวมขอ้ มูล เวลา 1 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกรรณกิ า ลิกัลตา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา ตวั ช้ีวดั ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใชค้ วามรู้ทางสถิติในการนาเสนอข้อมลู และแปลความหมายข้อมลู รวมทั้งนาสถติ ิไปใช้ในชีวติ จริงโดยใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม 2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด วิธกี ารทางสถติ เิ ป็นเทคนคิ ทางคณิตศาสตร์เทคนิคหนึ่ง มีจุดมงุ่ หมายเพอ่ื ให้การแปลความหมายของ ข้อมูล ท่ีรวบรวมไวม้ ีความสะดวกย่งิ ขึน้ ระเบียบวิธกี ารทางสถิติแบง่ เปน็ 4 ข้ัน คอื 1. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู 2. การนาเสนอข้อมูล 3. การวเิ คราะห์ข้อมลู 4. การตีความหมายขอ้ มูล เราสามารถนาความรทู้ างสถิติไปใช้ชว่ ยในการตัดสนิ ใจเกยี่ วกบั ส่ิงตา่ ง ๆ เพื่อให้ไดค้ วามถูกต้อง และสมบูรณ์มากยง่ิ ข้นึ 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3.1 มคี วามคิดรวบยอดเกยี่ วกับสถติ ิ (K) 3.2 เขียนอธบิ ายเกี่ยวกับความหมายและความสาคัญของสถติ ิ (P) 3.3 มีความกระตือรอื ร้น สนใจและเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน 5.1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การให้เหตผุ ล การสรุปความรู้ การปฏบิ ัติ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 6.1. มวี นิ ยั 6.2. ใฝเ่ รียนรู้ 6.3. มุ่งมนั่ ในการทางาน 7. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ►ขัน้ นา - นักเรยี นรว่ มกันสนทนาแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั ความหมายและความสาคญั ของสถติ ิ พรอ้ มตอบคาถามกระตุ้นความคดิ ดังน้ี • นักเรียนคิดวา่ ความรู้ เร่ือง สถิติ มีความสาคญั ต่อการดาเนินชีวิตประจาวนั หรือไม่ อยา่ งไร - นักเรยี นศึกษา รวบรวมข้อมลู เกยี่ วกบั การเกบ็ รวบรวมข้อมูล จากแหล่งการเรียนร้ทู ่ีหลากหลาย เชน่ การสังเกต การสนทนากับเพอ่ื นในช้ันเรียน จากหนงั สือเรยี นหรอื จากอนิ เทอร์เนต็ ► ข้นั สอน - นักเรียนแบง่ เปน็ 3 กลมุ่ ร่วมกันศึกษาค้นควา้ เกีย่ วกบั หัวข้อตอ่ ไปน้ี 1) ประวตั คิ วามเปน็ มาของสถิติ 2) ความหมายของสถิติ 3) ความสาคญั ของสถิติ จากน้นั แต่ละกลุ่มเขียนสรุปข้อมูลท่ีศึกษาค้นคว้าลงในกระดาษท่ีได้รับแจก และนาเสนอหน้าช้ันเรียน ►ขน้ั สรปุ - นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายและสรปุ ความรู้ท่ีได้จากขอ้ มูลท่ีแตล่ ะกล่มุ นาเสนอ - นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายและสรปุ เก่ยี วกับประวตั ิความเป็นมาของสถติ ิ โดยเชื่อมโยงจาก การทากจิ กรรมข้างตน้ ดังน้ี วิธกี ารทางสถติ ิเป็นเทคนคิ ทางคณติ ศาสตรเ์ ทคนิคหน่ึง มจี ุดมงุ่ หมายเพื่อให้การแปล ความหมายของข้อมูลทีร่ วบรวมไว้มีความสะดวกย่งิ ข้นึ ระเบียบวิธกี ารทางสถิติแบ่งเปน็ 4 ขนั้ คือ 1. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 2. การนาเสนอข้อมลู 3. การวเิ คราะหข์ ้อมลู 4. การตีความหมายข้อมลู เราสามารถนาความร้ทู างสถิติไปใช้ช่วยในการตดั สนิ ใจเกี่ยวกบั ส่งิ ตา่ ง ๆ เพ่ือให้ได้ ความถูกตอ้ งและสมบูรณม์ ากยงิ่ ข้ึน 8. ส่ือและแหล่งเรียนรู้ 8.1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เล่ม 2 8.2. แถบข้อความ 8.3. แหลง่ การเรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
9. การวัดและประเมินผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือท่ีใช้วัด เกณฑ์การวดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 สงิ่ ทตี่ ้องการวัด ตรวจใบงาน/แบบฝึกหดั แบบประเมินผลงาน 1. มคี วามคิดรวบยอด ใบงาน/แบบฝึกหดั เกีย่ วกับสถติ ิ (K) 2. เขยี นอธิบายเก่ยี วกบั ผลงานกลุ่ม/รายบุคคล แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ความหมายและ กลมุ่ /รายบุคคล ความสาคัญของสถติ ิ (P) 3. มีความกระตอื รือร้น สงั เกตพฤตกิ รรมกล่มุ แบบสังเกตพฤติกรรม อยู่ในระดบั ดีขึ้นไป สนใจและเข้าร่วม การทางานกลุ่ม กิจกรรมการเรียนรู้ (A)
10. บันทึกผลการจดั การเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………........…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ตาแหนง่ ครู ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายคมสนั มณีศร)ี หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ความคดิ เหน็ รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายไพฑรู ย์ มณจี ันทร์) รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ความคิดเห็นผอู้ านวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชือ่ ……………………………………………. (นายไพฑรู ย์ มณจี ันทร์) รองผอู้ านวยการโรงเรียนเทพสถติ วทิ ยา รกั ษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเทพสถิตวิทยา วนั ที.่ ...........เดอื น........................พ.ศ................
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 20 รายวชิ าคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั วิชา ค21102 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 2 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 ชอ่ื หน่วย สถติ ิ เวลารวม 16 ชั่วโมง เร่ือง การนาเสนอข้อมลู ด้วยตาราง เวลา 1 ชว่ั โมง ครผู ู้สอน นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถติ ิในการแกป้ ัญหา ตวั ชี้วัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการนาเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูล รวมท้งั นาสถิติไปใช้ในชวี ิตจริงโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด การนาเสนอข้อมลู ด้วยตาราง เป็นการนาเสนอขอ้ มูลท่ีมีรายการหรอื จานวนเดยี วกนั ซา้ กันเปน็ จานวนมาก นามาจัดเปน็ หมวดหมใู่ ห้อยใู่ นรปู ของตาราง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 มีความคิดรวบยอดเก่ียวกบั สถิติ (K) 3.2 เขียนอธิบายเก่ียวกับความหมายและความสาคัญของสถติ ิ (P) 3.3 มคี วามกระตือรือรน้ สนใจและเข้ารว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ (A) 4. สาระการเรยี นรู้ การนาเสนอข้อมูลด้วยตาราง 5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น 5.1. ความสามารถในการส่อื สาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏบิ ตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ 6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1. มวี นิ ัย 6.2. ใฝ่เรยี นรู้ 6.3. มุ่งม่ันในการทางาน
7. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ►ขน้ั นา - นักเรยี นร่วมกนั สนทนาทบทวนความรู้เดมิ เกี่ยวกบั การนาเสนอข้อมลู โดยใชค้ าถามกระตุ้น ความคิด ดงั น้ี ข้อมลู หมายถงึ อะไร (ข้อเทจ็ จริงที่อาจจะเปน็ ตวั เลขหรือเป็นขอ้ ความ) การนาเสนอข้อมูลคอื อะไร (การจดั ระเบยี บข้อมูลด้วยวิธกี ารตา่ ง ๆ) นักเรียนคิดวา่ การนาเสนอข้อมูลมปี ระโยชน์อย่างไร (ทราบรายละเอยี ดขอ้ มูลได้ชัดเจน เขา้ ใจในข้อมูล และนาไปใช้ได้รวดเรว็ ) นักเรียนมีวิธีการนาเสนอขอ้ มูลที่มีรายการหรือจานวนเดียวกันซ้ากนั เป็นจานวนมากอยา่ งไร - นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู เกยี่ วกับการนาเสนอข้อมูลด้วยตาราง จากแหลง่ การเรียนรู้ ทหี่ ลากหลาย เช่น การสังเกต การสนทนากับเพื่อนในช้ันเรียน จากหนงั สอื เรียนหรือจากอนิ เทอรเ์ นต็ ►ขั้นสอน - นกั เรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 3-4 คน พิจารณาขอ้ มูลทมี่ รี ายการหรือจานวนเดยี วกนั ซ้ากัน เปน็ จานวนมากบนกระดาน ผู้แทนกลมุ่ คร้ังละ 1 คน ออกมาจัดหมวดหมู่ข้อมลู โดยเขยี นรอยขดี ลงในตาราง ในการเก็บรวบรวมข้อมลู จานวนสมาชิกในครอบครัวของนักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 จานวน 30 คน จากการสอบถามได้ข้อมลู ดงั นี้ 3 454743587 4463785573 5437658736 จานวนสมาชิกในครอบครัวของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 30 คน จานวนสมาชกิ ในครอบครัว (คน) รอยขดี 3 |||| | 4 |||| | 5 |||| | 6 7 ||| 8 |||| | ||| - นักเรยี นพิจารณาข้อมูลในตารางจากกจิ กรรมข้อ 3. แลว้ ผู้แทนกลุ่มคร้ังละ 1 คน ออกมาเขียน จานวนรอยขดี ลงในตารางนาเสนอข้อมูล ดงั นี้
จานวนสมาชกิ ในครอบครวั ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 จานวนสมาชิกในครอบครวั (คน) จานวนนกั เรียน (คน) 36 46 56 63 76 83 รวม 30 - นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังน้ี ตารางนเี้ รียกว่าอะไร (ตารางนาเสนอข้อมูล) ตารางนาเสนอข้อมลู ประกอบด้วยอะไรบ้าง (1. ชือ่ ตารางหรือหวั ข้อตาราง 2.รายการแสดงรายละเอยี ดของขอ้ มูล 3.ทมี่ าของข้อมูล) ข้อดีของการนาเสนอข้อมูลในรูปตารางคืออะไรบา้ ง (เป็นการจัดระบบข้อมลู ท่ีรวบรวมมาไดใ้ ห้เปน็ หมวดหมู่ มคี วามละเอยี ดเป็นระบบ สามารถแสดง ขอ้ มลู ไดเ้ ปน็ จานวนมาก และสามารถแบ่งข้อมลู ไดห้ ลายประเภท) ►ขัน้ สรปุ - นักเรียนรว่ มกันสรปุ สงิ่ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรรู้ ่วมกนั ดงั น้ี การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยตาราง เป็นการนาเสนอขอ้ มูลทมี่ รี ายการหรอื จานวนเดยี วกนั ซา้ กนั เป็นจานวนมาก นามาจัดเปน็ หมวดหมูใ่ หอ้ ยใู่ นรปู ของตาราง 8. ส่อื และแหล่งเรยี นรู้ 8.1. หนังสอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน คณติ ศาสตร์ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เลม่ 2 8.2. แถบข้อความ 8.3. แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวัดและประเมินผล สงิ่ ท่ีต้องการวัด วธิ กี ารวัด เครื่องมือที่ใช้วัด เกณฑ์การวัด ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 1. อธบิ ายเก่ยี วกับการ ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หัด แบบประเมินผลงาน นาเสนอข้อมลู ดว้ ย ใบงาน/แบบฝกึ หัด ตาราง (K) 2. เขยี นแสดงและ ผลงานกลมุ่ /รายบุคคล แบบประเมินผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 กลุม่ /รายบุคคล นาเสนอข้อมูลด้วย สงั เกตพฤติกรรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม อย่ใู นระดับดีขน้ึ ไป ตารางได้ (P) การทางานกลุม่ 3. เห็นคุณค่าและ ประโยชนข์ องการ นาเสนอข้อมลู ด้วย ตารางไปใชใ้ น ชวี ิตประจาวนั (A)
10. บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………........…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………. (นางสาวกรรณกิ า ลกิ ลั ตา) ตาแหนง่ ครู ความคิดเห็นหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชื่อ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี รี) หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์
ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงช่อื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผูอ้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผอู้ านวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจนั ทร์) รองผอู้ านวยการกล่มุ บริหารวิชาการ รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเทพสถติ วิทยา วันท่ี............เดือน........................พ.ศ................
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 21 รายวิชาคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหัสวชิ า ค21102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นที่ 2 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 4 ช่อื หน่วย สถิติ เวลารวม 16 ชั่วโมง เรอื่ ง การนาเสนอขอ้ มูลด้วยแผนภูมิรปู ภาพ เวลา 2 ชั่วโมง ครผู ู้สอน นางสาวกรรณกิ า ลกิ ัลตา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้วี ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแกป้ ัญหา ตวั ช้ีวดั ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใชค้ วามรู้ทางสถิติในการนาเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมลู รวมท้งั นาสถิติไปใช้ในชีวติ จรงิ โดยใชเ้ ทคโนโลยที ี่เหมาะสม 2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด แผนภมู ริ ปู ภาพเปน็ การนาเสนอข้อมูลทีใ่ ชร้ ปู ภาพแทนปริมาณในข้อมูลทตี่ ้องการนาเสนอ เพื่อชว่ ยให้ เหน็ ภาพรวมของข้อมูลได้รวดเรว็ และชว่ ยดงึ ดูดความสนใจใหม้ ากข้นึ 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1 มคี วามคดิ รวบยอดเก่ยี วกบั สถิติ (K) 3.2 เขียนอธิบายเกยี่ วกบั ความหมายและความสาคัญของสถติ ิ (P) 3.3 มีความกระตือรอื ร้น สนใจและเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรู้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ การนาเสนอข้อมลู ดว้ ยแผนภูมริ ูปภาพ 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น 5.1. ความสามารถในการส่ือสาร 5.2. ความสามารถในการคิด - การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏิบตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 5.4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 6.1. มีวินัย 6.2. ใฝเ่ รียนรู้ 6.3. มงุ่ มั่นในการทางาน
7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ►ข้นั นา - นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับการนาเสนอข้อมูลดว้ ยแผนภูมริ ูปภาพ ซง่ึ เปน็ ความรเู้ ดิม ท่ไี ดเ้ รยี นร้มู าจากระดับประถมศึกษาตอนปลาย พรอ้ มทั้งตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้ • การนาเสนอข้อมูลดว้ ยแผนภมู ริ ูปภาพมสี ่วนประกอบที่แตกตา่ งจากตารางอย่างไรบ้าง (มีการกาหนดรปู ภาพแทนปริมาณของข้อมูล และใช้ภาพสื่อความหมาย) • นกั เรียนคดิ วา่ การนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภมู ิรปู ภาพมีข้อดีข้อเสยี อย่างไรจากที่ได้เรียนรู้มา (ขอ้ ดี คือ ช่วยใหเ้ ห็นภาพรวมของข้อมลู ไดร้ วดเร็ว สวยงาม ดงึ ดดู ความสนใจไดด้ ี ข้อเสีย คอื อาจทา ให้การอ่านข้อมูลคลาดเคล่ือนได้ เน่อื งจากขาดความละเอียด ความสมบรู ณข์ องรปู ภาพในการนาเสนอข้อมลู ) - นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยใชค้ าถามกระตุน้ ความคดิ ดงั นี้ • อาชีพใดบ้างที่ต้องใช้ความรู้ เร่อื ง การนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภมู ิรูปภาพ - นักเรียนศึกษา รวบรวมข้อมูลเก่ียวกบั การนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิรูปภาพ จากแหล่งการ เรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย เช่น การสงั เกต การสนทนากับเพ่ือนในช้ันเรียน จากหนังสอื เรียนหรอื จากอินเทอร์เน็ต ►ข้ันสอน (ชัว่ โมงที่ 1) - นักเรยี นร่วมกันพจิ ารณาแผนภูมริ ปู ภาพบนกระดาน จานวนหนงั สือในหอ้ งสมุดของโรงเรยี นแห่งหน่งึ หนงั สือภาษาไทย หนงั สือภาษาอังกฤษ หนังสอื คณติ ศาสตร์ หนงั สอื วิทยาศาสตร์ หนงั สอื นวนยิ าย รปู แทน 100 เล่ม จากนนั้ ผ้แู ทนนักเรยี นครัง้ ละ 1 คน ออกมาเขยี นองค์ประกอบของแผนภูมริ ูปภาพบนกระดาน นักเรยี นและครูรว่ มกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
5. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้ • การนาเสนอขอ้ มูลนเี้ ป็นการนาเสนอข้อมูลแบบใด (การนาเสนอข้อมลู ด้วยแผนภมู ิรปู ภาพ) • แผนภมู ริ ปู ภาพใชส้ ่ิงใดแสดงจานวน (รูปภาพ) • รปู ภาพใชแ้ ทนสงิ่ เดียวกนั ต้องมลี ักษณะอยา่ งไร (เปน็ รูปทเี่ หมือนกันและมีขนาดเทา่ กนั ) • การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยแผนภูมิรูปภาพมสี ่วนประกอบใดบ้าง (ช่ือแผนภูมิ แผนภมู ิ สญั ลกั ษณ์กาหนดแทนคา่ ของข้อมลู ) • การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยแผนภมู ิรปู ภาพมีขอ้ ดีอยา่ งไร (เหน็ ภาพรวมของขอ้ มูลไดช้ ดั เจน รวดเรว็ และดงึ ดดู ความสนใจไดด้ ี) (ชั่วโมงท่ี 2) - นกั เรยี นร่วมกันพิจารณาแถบขอ้ มลู บนกระดาน ดงั นี้ จากการสารวจหนงั สอื ในหอ้ งสมดุ ของโรงเรียนแหง่ หนงึ่ มีหนงั สือตา่ ง ๆ ดังน้ี หนังสือภาษาไทย 800 เล่ม หนงั สอื ภาษาอังกฤษ 250 เล่ม หนังสือคณิตศาสตร์ 550 เล่ม หนงั สือวทิ ยาศาสตร์ 500 เล่ม หนังสอื นวนิยาย 400 เล่ม จากนัน้ รว่ มกนั อภิปรายและสรุปเก่ยี วกับข้นั ตอนการเขยี นแผนภูมริ ปู ภาพ แลว้ ร่วมกันนาเสนอ ข้อมลู ดว้ ยแผนภูมริ ูปภาพ ดงั น้ี หนังสอื ภาษาไทย หนงั สือภาษาอังกฤษ หนังสอื คณติ ศาสตร์ หนังสือวิทยาศาสตร์ หนังสอื นวนยิ าย รปู แทน 100 เล่ม - นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน รับแถบขอ้ มลู กลุ่มละ 1 ข้อมูล จากน้นั ร่วมกนั นาเสนอข้อมลู
ด้วยแผนภมู ริ ปู ภาพ และตง้ั คาถามทีส่ อดคล้องกบั ข้อมลู ในตารางกลมุ่ ละ 5 ขอ้ แลว้ ผแู้ ทนนักเรียนแต่ละกลุ่ม ออกมานาเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น พรอ้ มถามคาถามกระต้นุ ความคดิ นกั เรียนร่วมกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง - นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ลกั ษณะแผนภมู ริ ูปภาพและองค์ประกอบวา่ แผนภูมิรูปภาพใช้ภาพขนาดเท่ากัน แสดงจานวนส่ิงของ ซึ่งมีข้อกาหนดว่า 1 ภาพ แทนจานวนสิ่งของเท่าไรก็ได้ตามความเหมาะสม และ องค์ประกอบของแผนภูมิรูปภาพประกอบด้วยช่ือแผนภูมิรูปภาพแทนข้อมูล และข้อกาหนดของรูปภาพแสดง ขอ้ มลู จานวนหนังสอื ในหอ้ งสมดุ ของโรงเรียนแหง่ หนึ่ง ►ข้นั สรุป แผนภูมริ ปู ภาพเป็นการนาเสนอข้อมูลทใี่ ชร้ ูปภาพแทนปริมาณในข้อมลู ที่ต้องการนาเสนอ เพ่อื ชว่ ยให้เห็นภาพรวมของข้อมลู ไดร้ วดเร็วและช่วยดงึ ดูดความสนใจใหม้ ากขึ้น 8. สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ 8.1. หนังสอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน คณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 เลม่ 2 8.2. แถบข้อความ 8.3. แหล่งการเรยี นรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น 9. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั เคร่อื งมือท่ใี ช้วัด เกณฑก์ ารวัด ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 สิง่ ท่ีต้องการวัด ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หดั แบบประเมินผลงาน ใบงาน/แบบฝึกหัด 1. อธิบายหลกั การและ นาเสนอข้อมูลดว้ ย แผนภมู ริ ปู ภาพ (K) 2. เขียนและแปล ผลงานกลุม่ /รายบคุ คล แบบประเมนิ ผลงาน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ความหมายการนาเสนอ กลมุ่ /รายบคุ คล ข้อมูลดว้ ยแผนภูมิ รปู ภาพ (P) 3. เหน็ คุณค่าและ สังเกตพฤตกิ รรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม อยใู่ นระดบั ดขี นึ้ ไป ประโยชน์ของการนา การทางานกล่มุ ความรกู้ ารนาเสนอ ข้อมลู ดว้ ยแผนภมู ิ รูปภาพไปใช้ (A)
10. บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………........…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชือ่ ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ลั ตา) ตาแหนง่ ครู ความคิดเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงชอื่ ……………………………………………. (นายคมสัน มณีศรี) หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงช่อื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ความคิดเห็นผอู้ านวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเทพสถติ วิทยา วนั ท่ี............เดอื น........................พ.ศ................
ใบงานที่ 8 เรอื่ ง การนาเสนอข้อมลู ด้วยแผนภูมิรูปภาพ วนั ที่________เดอื น_______________พ.ศ.___________ ได้__________คะแน ชื่อ_____________________________เลขท่ี______ชนั้ __________ คะแนนเตม็ 10 คะแนน 1. ตารางแสดงจานวนนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ท่ีชอบเลน่ กฬี าประเภทตา่ ง ๆ (5 คะแนน) ประเภทกีฬา จานวนนกั เรียน (คน) ฟุตบอล 65 45 บาสเกตบอล 40 วอลเลยบ์ อล 30 เทเบิลเทนนิส เมอื่ กาหนดให้ แทนนักเรยี น 10 คน นาเสนอขอ้ มูลขา้ งต้นดว้ ยแผนภูมริ ูปภาพ (ตวั อยา่ งคาตอบ) จานวนนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ทชี่ อบเลน่ กีฬาประเภทต่าง ๆ ฟตุ บอล บาสเกตบอล วอลเลยบ์ อล เทเบลิ เทนนิส
2. ตารางแสดงจานวนรถยนต์ย่ีหอ้ หนงึ่ ทจี่ าหนา่ ยต้ังแต่ พ.ศ. 2556 ถงึ พ.ศ. 2560 มีดงั นี้ (5 คะแนน) พ.ศ. จานวน (คนั ) 2556 4,000 2557 2,000 2558 3,000 2559 4,500 2560 3,000 นาเสนอข้อมลู ขา้ งต้นดว้ ยแผนภมู ิรปู ภาพ เม่ือกาหนดให้ แทนรถยนต์ 1,000 คันตอบ) จานวนรถยนตย์ ่ีห้อหน่งึ ทจ่ี าหน่ายต้งั แต่ พ.ศ. 2556 ถงึ พ.ศ. 2560 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2557 พ.ศ. 2558 พ.ศ. 2559 พ.ศ. 2560
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 22 รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน รหสั วิชา ค21102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ภาคเรียนที่ 2 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ช่อื หน่วย สถติ ิ เวลารวม 16 ช่วั โมง เรื่อง การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยแผนภมู ิแท่ง เวลา 4 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกรรณกิ า ลกิ ัลตา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชีว้ ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา ตัวช้ีวดั ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถิติในการนาเสนอข้อมลู และแปลความหมายข้อมูล รวมทง้ั นาสถติ ิไปใช้ในชวี ติ จริงโดยใชเ้ ทคโนโลยีที่เหมาะสม 2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด การเขยี นแผนภูมิแท่ง เขียนโดยใช้รปู ส่เี หลีย่ มมุมฉากแทนข้อมูล รปู สเ่ี หลย่ี มมุมฉากแต่ละรปู ต้องเริ่มต้น จากระดบั เดยี วกนั มคี วามกว้างเทา่ กนั และมรี ะยะหา่ งระหวา่ งรูปเท่ากัน เราสามารถนาความรู้เรื่องนี้ ไปใชใ้ นการจาแนกข้อมลู ในชวี ิตประจาวนั ให้เป็นระบบ และใหง้ ่ายต่อการศึกษาข้อมูล 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธบิ ายขั้นตอนการเขียนแผนภูมิแท่ง (K) 3.2 เขียนแผนภมู แิ ทง่ แสดงขอ้ มูล (P) 3.3 เหน็ คุณค่าของการนาความรูเ้ ร่อื งการเขยี นแผนภมู แิ ทง่ ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน (A) 4. สาระการเรียนรู้ การนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิแท่ง 5. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน 5.1. ความสามารถในการสื่อสาร 5.2. ความสามารถในการคิด - การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 6.1. มวี ินยั 6.2. ใฝเ่ รียนรู้ 6.3. มุ่งมัน่ ในการทางาน
7. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ►ขนั้ นา - นกั เรยี นทบทวนความรู้เก่ยี วกับการนาเสนอขอ้ มูล โดยพิจารณาแผนภมู ิรปู ภาพบนกระดาน แล้วรว่ มกันบอกขอ้ มูลจากแผนภมู ริ ปู ภาพ จากน้ันรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ ดังน้ี • นอกจากการนาเสนอข้อมูลโดยใชต้ าราง แผนภมู ิรูปภาพแล้ว มวี ิธีการนาเสนอขอ้ มูล โดยวธิ อี ื่นอีกหรอื ไม่ - นกั เรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั การนาเสนอข้อมลู ด้วยแผนภูมแิ ทง่ จากแหลง่ การเรียนรู้ ท่หี ลากหลาย เช่น การสังเกต การสนทนากับเพอ่ื นในช้นั เรียน จากหนังสือเรยี นหรอื จากอนิ เทอร์เนต็ ►ขั้นสอน (ช่ัวโมงที่ 1) - นกั เรยี นพจิ ารณาแถบขอ้ มลู และแผนภมู ิแทง่ ทเ่ี ว้นชอ่ งว่างใหน้ ักเรียนเตมิ จากนน้ั ผู้แทนนกั เรียน ครงั้ ละ 1 คน ออกมาเติมให้สมบูรณ์ ดงั ตวั อยา่ ง ไม้ดอกท่ปี ้ามาลีปลกู ไว้ขาย ดอกกหุ ลาบ 100 ตน้ ดอกมะลิ 120 ตน้ ดอกกล้วยไม้ 160 ตน้ ดอกเข็ม 80 ตน้ (ไมด้ อกทีป่ ้ามาลีปลกู ไว้ขาย) นกั เรียนและครูร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง - นกั เรยี นฝึกทกั ษะการนาเสนอข้อมลู ดว้ ยแผนภมู แิ ทง่ โดยนกั เรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละ 3-4 คน รับแถบข้อมูลกลมุ่ ละ 1 ขอ้ มูล แล้วนามาเขยี นเปน็ แผนภูมแิ ทง่ โดยทาลงในกระดาษเปล่าทีม่ ีจดุ
จากนนั้ ผ้แู ทนกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานหน้าชน้ั เรยี น นกั เรียนและครรู ว่ มกันตรวจสอบ ความถูกต้อง - นักเรียนพิจารณาแผนภูมิแท่งเชิงประกอบบนกระดาน แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้ คาถามกระตุ้นความคดิ ดังน้ี จานวนนกั เรยี นท่ีชอบรบั ประทานนา้ ผลไมป้ ่ัน • การนาเสนอข้อมูลจากตัวอย่างเป็นการนาเสนอข้อมูลแบบใด (แผนภูมแิ ท่งเชงิ ประกอบ) • มีลกั ษณะอยา่ งไร (แผนภูมแิ ท่งเชิงประกอบแตล่ ะแท่ง จะแบง่ แท่งรูปสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก เปน็ หลาย ๆ สว่ น ซง่ึ จะแสดงขอ้ มูลมากกว่า 1 ชนดิ ) • ใช้อะไรเปน็ ตัวกาหนดความแตกต่างของขอ้ มูลแตล่ ะชนิด (ใช้สีท่แี ตกต่างกนั ในรปู สี่เหล่ียมมมุ ฉากแต่ละสว่ น) 7. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยใช้คาถามกระตุ้นความคดิ ดังนี้ • การนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยแผนภูมแิ ท่งเชิงประกอบมีประโยชน์อย่างไร (ชว่ั โมงที่ 2) - นักเรียนพิจารณาแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบบนกระดาน แล้วร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยใช้ คาถามกระตุ้นความคดิ ดงั นี้
• การนาเสนอขอ้ มูลจากตวั อยา่ งเปน็ การนาเสนอข้อมูลแบบใด (แผนภมู แิ ท่งเปรียบเทยี บหรือแผนภมู แิ ทง่ เชงิ ซ้อน) • แผนภูมแิ ท่งเชิงซ้อนแตกตา่ งจากแผนภูมิแท่งอย่างไร (มีการกาหนดลักษณะของแท่งปริมาณข้อมูลแสดงความแตกตา่ งกนั ของข้อมูลไดช้ ดั เจน) • แผนภมู นิ ี้แสดงอะไร (อณุ หภมู ติ ่าสุดและอณุ หภมู สิ ูงสดุ ระหว่างวนั ที่ 1-5 ธันวาคม) • แผนภูมินี้ใหข้ อ้ มลู กี่ชดุ อะไรบา้ ง (2 ชุด คอื อุณหภูมสิ ูงสุดและอณุ หภมู ิตา่ สดุ ) • มวี ิธีการอา่ นแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทียบอย่างไร (สังเกตสัญลักษณแ์ ทน โดยแทนอณุ หภมู ิต่าสุด แทนอณุ หภมู สิ ูงสดุ และอา่ นขอ้ มูล จากตวั เลขท่ีแสดงไวบ้ นแทง่ รูปสีเ่ หลีย่ ม) • วนั ที่ 2 อณุ หภูมสิ ูงสดุ แตกตา่ งจากอุณหภูมิตา่ สดุ เท่าไร (9 องศาเซลเซียส) • ทราบได้อย่างไร (พิจารณาขอ้ มูลเฉพาะขอ้ มูลวันท่ี 2 แล้วเปรียบเทยี บอุณหภมู ิสงู สดุ คอื 34 และอุณหภูมติ า่ สุด คือ 25) นักเรียนและครูรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง และรว่ มกันอภปิ รายว่า การนาข้อมลู 2 ชดุ มาจดั ทาเป็นแผนภูมิแทง่ เปรียบเทียบทาให้เกิดความสะดวกในการอ่านข้อมูล - นักเรยี นพิจารณาตารางแสดงขอ้ มูลบนกระดาน ตาราง แสดงจานวนนักเรียนชายและจานวนนกั เรยี นหญิง ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 โรงเรยี นอมรวทิ ยา ตัง้ แต่ พ.ศ. 2550-2553 พ.ศ. จานวนนกั เรยี น (คน) ชาย หญงิ 2550 210 350 2551 285 320
2552 360 300 2553 250 410 ทม่ี า : แผนกทะเบียนประวตั ิโรงเรียนอมรวิทยา นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายถึงวธิ กี ารเขยี นแผนภูมแิ ท่งเปรียบเทยี บ จากนัน้ ผแู้ ทนนักเรียน 2 คน ออกมา รว่ มกนั เขียนแผนภมู แิ ทง่ แสดงการเปรียบเทยี บบนกระดาน ดงั น้ี ทม่ี า : แผนกทะเบียนประวตั ิโรงเรยี นอมรวทิ ยา - นกั เรียนและครูรว่ มกันตรวจสอบความถูกต้อง (ช่ัวโมงที่ 3) 8. จากกิจกรรมข้อ 1. และ 2. นกั เรยี นพิจารณาแผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทียบบนกระดาน แล้วรว่ มกัน แสดงความคดิ เหน็ โดยใชค้ าถามกระตนุ้ ความคดิ ดงั นี้ อุณหภมู ติ า่ สุดและอณุ หภูมสิ ูงสุด ระหว่างวนั ที่ 1-5 ธันวาคม อุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) อุณหภมู ิต่าสุด อุณหภมู ิสูงสุด การนาเสนอขอ้ มูลจากตัวอยา่ งเป็นการนาเสนอข้อมูลแบบใด (แผนภมู แิ ท่งเปรยี บเทียบหรอื แผนภูมิแทง่ เชิงซ้อน) แผนภูมิแทง่ เชงิ ซ้อนแตกตา่ งจากแผนภูมแิ ท่งอยา่ งไร (มีการกาหนดลกั ษณะของแท่งปริมาณข้อมูลแสดงความแตกตา่ งกนั ของข้อมลู ได้ชดั เจน)
แผนภูมินีแ้ สดงอะไร (อุณหภูมติ ่าสุดและอุณหภูมิสูงสุด ระหวา่ งวันที่ 1-5 ธันวาคม) แผนภมู ินีใ้ ห้ขอ้ มลู ก่ีชดุ อะไรบ้าง (2 ชดุ คอื อุณหภมู สิ ูงสดุ และอณุ หภมู ิตา่ สุด) มีวธิ กี ารอ่านแผนภมู ิแท่งเปรียบเทียบอย่างไร (สังเกตสัญลักษณ์แทน โดย แทนอณุ หภูมติ า่ สดุ แทนอุณหภมู สิ งู สุด และอ่านข้อมูล จากตัวเลขทแี่ สดงไวบ้ นแท่งรูปส่เี หลี่ยม) วนั ท่ี 2 อุณหภูมิสงู สุดแตกตา่ งจากอุณหภมู ิตา่ สุดเท่าไร (9 องศาเซลเซยี ส) ทราบได้อยา่ งไร (พจิ ารณาข้อมลู เฉพาะข้อมูลวนั ท่ี 2 แลว้ เปรียบเทียบอุณหภูมิสงู สุด คือ 34 และอุณหภูมติ า่ สดุ คอื 25) นกั เรียนและครูรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง และรว่ มกนั อภิปรายวา่ การนาข้อมลู 2 ชดุ มาจัดทาเป็นแผนภมู ิแทง่ เปรียบเทียบทาให้เกดิ ความสะดวกในการอา่ นข้อมลู 9. นักเรยี นพิจารณาตารางแสดงข้อมูลบนกระดาน ตาราง แสดงจานวนนกั เรยี นชายและจานวนนักเรยี นหญิง ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 โรงเรียนอมรวทิ ยา ต้งั แต่ พ.ศ. 2550-2553 พ.ศ. จานวนนักเรียน (คน) ชาย หญิง 2550 210 350 2551 285 320 2552 360 300 2553 250 410 ท่ีมา : แผนกทะเบยี นประวัตโิ รงเรยี นอมรวทิ ยา นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายถึงวธิ กี ารเขยี นแผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทียบ จากนน้ั ผู้แทนนักเรียน 2 คน ออกมาร่วมกันเขยี นแผนภูมิแทง่ แสดงการเปรยี บเทียบบนกระดาน ดังนี้ จานวนนกั เรียนชายและจานวนนักเรียนหญงิ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 โรงเรียนอมรวิทยา ต้งั แต่ พ.ศ. 2550-2553
ทม่ี า : แผนกทะเบียนประวตั โิ รงเรยี นอมรวทิ ยา นกั เรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง (ชั่วโมงท่ี 4) 10. นกั เรียนพจิ ารณาแผนภูมแิ ท่งเชงิ ประกอบบนกระดาน แล้วร่วมกัน แสดงความคิดเห็น โดยใชค้ าถามกระตุน้ ความคดิ ดังน้ี จานวนนกั เรยี นที่ชอบรับประทานน้าผลไม้ปนั่ • การนาเสนอขอ้ มูลจากตวั อย่างเปน็ การนาเสนอข้อมูลแบบใด (แผนภูมิแทง่ เชิงประกอบ) • มีลกั ษณะอย่างไร (แผนภูมแิ ท่งเชงิ ประกอบแตล่ ะแท่ง จะแบง่ แท่งรปู สี่เหลยี่ มมุมฉาก เป็นหลาย ๆ สว่ น ซึง่ จะแสดงข้อมลู มากกว่า 1 ชนดิ ) • ใชอ้ ะไรเปน็ ตัวกาหนดความแตกตา่ งของขอ้ มลู แตล่ ะชนิด (ใช้สีทีแ่ ตกต่างกันในรปู สเี่ หล่ยี มมุมฉากแต่ละสว่ น) 11.นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยใช้คาถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การนาเสนอข้อมลู ดว้ ยแผนภมู ิแท่งเชิงประกอบมีประโยชนอ์ ย่างไร 12.นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน พจิ ารณาแผนภูมิแทง่ เชิงประกอบ กล่มุ ละ 1 เรอื่ ง แล้วเขียน ข้อมูลที่ได้จากการอ่านแผนภูมแิ ท่งเชงิ ประกอบลงในกระดาษเปลา่ จากนน้ั สลับผลงานกับเพื่อนกลุ่มอน่ื เพื่อรว่ มกนั ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกตอ้ ง 13.นกั เรยี นรว่ มกันสรุปสงิ่ ท่ีเข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั นี้ แผนภูมแิ ท่งเชงิ ประกอบแตล่ ะแท่ง จะแบ่งแท่งรปู ส่เี หล่ยี มมุมฉากเปน็ หลาย ๆ ส่วน ซง่ึ จะแสดงข้อมลู มากกว่า 1 ชนดิ ควรระบายสแี ท่งรูปสเ่ี หลย่ี มมุมฉากแตล่ ะส่วน เพ่ือแสดงให้เหน็ ถึงความแตกต่างของข้อมูล แตล่ ะชนดิ และเขียนอธิบายเก่ียวกับสหี รอื ความแตกตา่ งของข้อมูลแตล่ ะชนดิ
14. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานการนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยแผนภูมแิ ทง่ หนา้ ชัน้ เรียน โดยมีนักเรียน และครรู ว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง ►ขัน้ สรปุ นกั เรียนร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับหลกั การเขยี นแผนภมู ิแทง่ ว่ามีขน้ั ตอนอยา่ งไร โดยรว่ มกนั บอกในแตล่ ะข้ัน แลว้ ผแู้ ทนนักเรียนครั้งละ 1 คน ออกมาเขียนขน้ั ตอนบนกระดานเปน็ แผนภาพ ความคิด ดังนี้ - นักเรียนรว่ มกันสรุปสิง่ ทเ่ี ข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดังนี้ การเขยี นแผนภูมิแทง่ เขียนโดยใชร้ ูปสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉากแทนข้อมลู รูปสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก แต่ละรูปต้องเร่ิมตน้ จากระดับเดียวกัน มีความกวา้ งเทา่ กนั และมีระยะห่างระหวา่ งรปู เท่ากัน เราสามารถนา ความรูเ้ รื่องนี้ไปใชใ้ นการจาแนกข้อมูลในชีวิตประจาวนั ให้เปน็ ระบบ และให้ง่ายต่อการศึกษาข้อมลู 8. ส่อื และแหลง่ เรียนรู้ 8.1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เลม่ 2 8.2. แถบข้อความ 8.3. แหล่งการเรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น 9. การวดั และประเมนิ ผล สิง่ ทตี่ ้องการวดั วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือที่ใช้วัด เกณฑก์ ารวัด ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 1. อธิบายขัน้ ตอนการ ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หดั แบบประเมนิ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 เขยี นแผนภมู แิ ท่ง (K) ใบงาน/แบบฝึกหดั อยูใ่ นระดับดีขนึ้ ไป 2. เขยี นแผนภมู แิ ทง่ ผลงานกลมุ่ /รายบคุ คล แบบประเมินผลงาน แสดงขอ้ มูล (P) กลุ่ม/รายบุคคล 3. เหน็ คณุ ค่าของการนา สังเกตพฤติกรรมกลุ่ม แบบสงั เกตพฤติกรรม ความรเู้ ร่ืองการเขยี น การทางานกลมุ่ แผนภมู แิ ท่งไปใช้ใน ชวี ติ ประจาวนั (A)
10. บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้ ผลการจัดการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………........…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ัลตา) ตาแหน่ง ครู ความคิดเห็นหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงช่อื ……………………………………………. (นายคมสัน มณศี ร)ี หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงช่อื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ความคิดเห็นผอู้ านวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณจี นั ทร์) รองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารวิชาการ รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเทพสถติ วิทยา วนั ท่ี............เดอื น........................พ.ศ................
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 23 รายวิชาคณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน รหัสวชิ า ค21102 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 2 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 4 ช่อื หน่วย สถิติ เวลารวม 16 ชั่วโมง เรอื่ ง การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยกราฟเส้น เวลา 4 ชว่ั โมง ครผู ู้สอน นางสาวกรรณิกา ลิกลั ตา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา ตวั ช้ีวัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใช้ความรู้ทางสถติ ิในการนาเสนอข้อมูลและแปลความหมายข้อมูล รวมท้งั นาสถิติไปใช้ในชีวติ จริงโดยใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสม 2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด การนาเสนอขอ้ มูลด้วยกราฟเสน้ นยิ มใชก้ บั ขอ้ มูลทแี่ สดงการเปรยี บเทยี บหรือแสดงการเปลย่ี นแปลง ตามลาดับก่อนหลงั ของเวลาท่ีข้อมูลน้ันเกดิ ขนึ้ ในช่วงเวลาใดเวลาหนงึ่ การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยกราฟเสน้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยกราฟเสน้ เชงิ เดยี ว และการนาเสนอข้อมูลดว้ ยกราฟเส้นเชิงซอ้ น การนาเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้นช่วยใหเ้ หน็ ความสมั พนั ธ์ ระหว่างข้อมูลไดช้ ดั เจน รวดเร็ว 3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.1. อธิบายเก่ียวกบั การอา่ นข้อมูลจากกราฟเสน้ (K) 3.2. อ่านขอ้ มูลและตอบคาถามจากกราฟเสน้ (P) 3.3. เหน็ คณุ ค่าของการนาความรเู้ ร่ืองการอา่ นข้อมูลจากกราฟเสน้ ไปใช้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ การนาเสนอข้อมลู ด้วยกราฟเสน้ 5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น 5.1. ความสามารถในการส่ือสาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตผุ ล การสรปุ ความรู้ การปฏบิ ตั ิ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ 6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 6.1. มวี ินัย 6.2. ใฝ่เรียนรู้
6.3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน 7. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ►ข้นั นา 1. นักเรียนร่วมกันสนทนาทบทวนเกยี่ วกบั การนาเสนอข้อมลู ด้วยกราฟเส้นจากความรู้เดมิ ของนักเรียนที่ได้เรียนรู้มาในระดับประถมศึกษา โดยตอบคาถามเพอ่ื ร่วมแสดงความคดิ เหน็ ดงั น้ี • การนาเสนอข้อมูลสามารถนาเสนอด้วยวิธใี ดได้บ้าง (แผนภูมแิ ท่ง แผนภมู ิรปู ภาพ กราฟเส้น ฯลฯ) • การนาเสนอข้อมลู แบบใดที่แสดงการเปรยี บเทยี บหรือแสดงการเปลย่ี นแปลงของข้อมูล ตามลาดับก่อนหลังของเวลาท่ีข้อมูลน้นั เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ (การนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยกราฟเสน้ ) 2. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยใช้คาถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้ • การนาเสนอข้อมูลแบบใดท่ีแสดงการเปรียบเทียบหรือแสดงการเปล่ยี นแปลงของข้อมลู ตามลาดบั ก่อนหลังของเวลาท่ีขอ้ มลู น้นั เกดิ ขน้ึ ในช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ 3. นกั เรยี นศึกษา รวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกบั การนาเสนอข้อมูลด้วยกราฟเสน้ จากแหล่งการเรียนรู้ ท่หี ลากหลาย เชน่ การสังเกต การสนทนากบั เพ่ือนในช้ันเรียน จากหนังสอื เรยี นหรอื จากอนิ เทอร์เนต็ ►ขนั้ สอน (ชวั่ โมงท่ี1 ) 4. นักเรยี นรว่ มกนั พิจารณากราฟเสน้ เชงิ เดียวบนกระดาน จากนนั้ รว่ มกันอ่านข้อมลู จาก กราฟเส้นเชงิ เดียว ดงั นี้ ตวั อยา่ งที่ 1 จานวนนกั เรยี นชน้ั ป.6 ท่ีมาโรงเรียนสายต้ังแต่วนั จนั ทร์ถงึ วนั ศกุ ร์ จานวน (คน) 41 ศุกร์ วนั 40 39 38 37 36 35 0 จนั ทร์ องั คาร พุธ พฤหสั บดี นักเรียนรว่ มกันตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
• วันจันทรม์ จี านวนนักเรียนทมี่ าเรยี นกีค่ น (36 คน) • วันองั คารมีจานวนนักเรยี นท่ีมาเรยี นกคี่ น (40 คน) • วนั พุธมีจานวนนกั เรียนท่มี าเรียนกค่ี น (38 คน) • วันพฤหัสบดมี ีจานวนนักเรยี นทม่ี าเรยี นกี่คน (35 คน) • วนั ศกุ รม์ ีจานวนนกั เรียนท่ีมาเรียนกีค่ น (39 คน) • วนั ใดทม่ี ีจานวนนกั เรียนมาเรียนมากทสี่ ดุ (วนั อังคาร) • ตง้ั แต่วันจนั ทร์ถงึ วันศุกร์มจี านวนนักเรียนท่ีมาเรยี นทั้งหมดกค่ี น (188 คน) ดาเนนิ กิจกรรมขอ้ 4. อกี ครั้ง เพือ่ ให้นกั เรยี นฝึกทกั ษะการอ่านกราฟเส้นเชงิ เดียว นักเรยี นและครูร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง นักเรยี นรว่ มกนั พจิ ารณากราฟเสน้ เชิงซอ้ นบนกระดาน จากน้นั รว่ มกันอ่านข้อมลู จากกราฟเสน้ เชิงซ้อน ดังนี้ จานวนพนกั งานของบริษทั แหง่ หนงึ่ จาแนกตามลาดับเงินเดือน นักเรยี นรว่ มกันตอบคาถามกระตนุ้ ความคิด ดังนี้ • จานวนพนักงานชายท่ีมีเงินเดือน 10,001-11,000 บาท กี่คน (11 คน) • จานวนพนักงานหญิงทีม่ ีเงินเดอื น 13,001-14,000 บาท กี่คน (2 คน) • จานวนพนกั งานชายของบริษัทนี้มมี ากกว่าหรอื น้อยกวา่ จานวนพนกั งานหญิงกค่ี น (น้อยกวา่ 3 คน) • ลาดับเงินเดอื นช่วงใดที่มจี านวนพนกั งานรวมกนั มากท่สี ดุ (10,001-11,000 บาท) • ลาดับเงนิ เดือน 14,001-15,000 บาท มีจานวนพนักงานกคี่ น (9 คน) ดาเนินกจิ กรรมข้อ 5. อกี ครั้ง เพ่อื ให้นกั เรยี นฝึกทักษะการอ่านกราฟเส้นเชิงซ้อน
นักเรียนและครูรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ศกุ ร์ เสาร์ (ชว่ั โมงท่ี 2 ) 270 320 ตวั อยา่ งท่ี 2 จานวนไข่ไกท่ ่ีนามาทาขนมหม้อแกงของร้านแมน่ วลฉวี วัน จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี จานวน (ฟอง) 250 300 220 280 นักเรยี นร่วมกนั เขยี นกราฟเสน้ แลว้ ตอบคาถามกระตุน้ ความคดิ ดงั นี้ • ขั้นตอนการเขยี นกราฟเสน้ ข้ันที่ 1 ตอ้ งทาอยา่ งไร (ลากเสน้ ในแนวนอน แสดงชือ่ วนั และลากเส้นในแนวตัง้ แสดงจานวนไขไ่ กบ่ นกระดาษตาราง) • ขั้นท่ี 2 ทาอย่างไรตอ่ ไป (ลงจดุ แสดงจานวนไข่ไกใ่ นแต่ละวนั ) • ข้นั ท่ี 3 ทาอยา่ งไรต่อไป (ลากเส้นต่อจุดตั้งแต่จุดท่ีแสดงจานวนไข่ไกข่ องวันจันทร์ ไปยงั จดุ ทแี่ สดงจานวนไข่ไก่ของวันองั คาร วันพธุ วันพฤหัสบดี วนั ศุกร์ และวนั เสาร์ ตามลาดบั ) ผูแ้ ทนนกั เรียนออกมาเขยี นกราฟเสน้ ตามขัน้ ตอนท่ีเพ่ือน ๆ ในชนั้ เรียนบอก ดงั น้ี จานวนไขไ่ ก่ (ฟอง) 350 300 250 200 0 จนั ทร์ องั คาร พุธ พฤหสั บดี ศุกร์ เสาร์ วนั นกั เรียนและครูร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง (ชัว่ โมงที่ 3 ) ตวั อยา่ งท่ี 3 โรงเรยี นแหง่ หนึง่ ได้ทาการสารวจจานวนนกั เรียนท่ีลาออกเม่ือจบการศึกษาระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ตั้งแตป่ ีการศึกษา 2549-2553 ปรากฏผลตามตารางดังต่อไปน้ี ปีการศกึ ษา 2549 2550 2551 2552 2553 จานวนนักเรียน 80 74 83 65 52 ทลี่ าออก (คน)
จงนาเสนอข้อมูลด้วยกราฟเส้น ปี การศึกษา วธิ ที า กาหนดให้ แกนตั้ง แทน จานวนนกั เรยี นทล่ี าออก แกนนอน แทน ปีการศกึ ษา จานวนนกั เรียน (คน) 90 80 70 60 50 40 30 20 10 0 2549 2550 2551 2552 2553 นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิดจากกจิ กรรมที่ 2 ดงั นี้ • การนาเสนอขอ้ มลู ในตัวอยา่ งเปน็ การนาเสนอขอ้ มูลแบบใด (การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยกราฟเสน้ ) • จากการนาเสนอข้อมูลขา้ งต้น เปน็ การนาเสนอข้อมลู ทส่ี มั พันธ์กบั เวลาหรอื ไม่ อยา่ งไร (มคี วามสัมพนั ธ์กับเวลา เป็นการนาเสนอขอ้ มลู ทแ่ี สดงการเปลี่ยนแปลงของเวลาขอ้ มูลน้นั ๆ) • จากการนาเสนอข้อมลู ดว้ ยกราฟเสน้ พบวา่ แนวโนม้ ของจานวนนกั เรียนทีจ่ ะลาออก เปน็ อยา่ งไร (มีแนวโนม้ ทีจ่ ะลดลงในปตี ่อ ๆ ไป) • นักเรยี นคิดวา่ การนาเสนอข้อมลู ดว้ ยกราฟเสน้ มีประโยชนอ์ ย่างไร (สามารถบอกแนวโน้มหรือพยากรณค์ วามสัมพนั ธ์ของข้อมลู ได้) (ชั่วโมงที่ 4 ) ตัวอย่างท่ี 4 ตารางตอ่ ไปน้ีเป็นสถิตจิ านวนนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ของโรงเรียนแหง่ หน่งึ โดยแยกตามเพศ ตั้งแต่ปีการศกึ ษา 2547 ถึง 2554
ปีการศกึ ษา จานวนนักเรียน ชาย หญิง 2547 570 450 2548 540 475 2549 485 550 2550 420 520 2551 450 450 2552 400 530 2553 400 500 2554 350 590 จงเขียนกราฟเสน้ แสดงการเปรียบเทยี บจานวนนักเรยี นชายและจานวนนักเรยี นหญิง จากข้อมูลทก่ี าหนดให้ วิธที า กราฟเส้นแสดงการเปรยี บเทียบจานวนนกั เรยี นชายและจานวนนกั เรียนหญิง ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ปกี ารศึกษา 2547-2554 จานวนนกั เรียน (คน) 700 นกั เรียนหญิง 600 นกั เรียนชาย 500 400 300 200 100 ปี การศึกษา 0 2547 2548 2549 2550 2551 2552 2553 2554 • การนาเสนอขอ้ มลู ดว้ ยกราฟเสน้ ตัวอยา่ งที่ 2 แตกตา่ งจากตวั อย่างที่ 1 อยา่ งไร (มีกราฟเสน้ แสดงขอ้ มูล 2 เส้น แสดงการเปรียบเทยี บข้อมูล 2 ชุด) • จากกราฟตวั อยา่ งที่ 2 ต้องระบุเส้นกราฟท้ังสองใหแ้ ตกต่างกนั เพราะเหตใุ ด (ทาใหเ้ ปรียบเทยี บข้อมูลได้ชัดเจน แยกแยะได้) • นักเรยี นคดิ ว่าสามารถนาเสนอข้อมลู เปรียบเทียบดว้ ยกราฟเส้นมากกว่าข้อมูล 2 ชดุ ไดห้ รอื ไม่ (ได้) • การนาเสนอข้อมลู ด้วยกราฟเส้นจากตัวอยา่ งท่ี 2 เรียกว่าอะไร
(กราฟเส้นเปรยี บเทียบหรือกราฟเส้นเชงิ ซอ้ น) 6. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3-4 คน แจกกราฟเส้นให้กลุ่มละ 1 กราฟ นกั เรียนทาความเข้าใจ กราฟเสน้ ดงั กลา่ วแลว้ ต้ังคาถามกลมุ่ ละ 5 ขอ้ นักเรียนแต่ละกลมุ่ นากราฟเสน้ มาตดิ บนกระดาน แล้วถามคาถามคร้ังละ 1 ข้อ เพื่อใหน้ กั เรยี นกลุ่มอ่ืน ๆ แข่งขนั กนั ตอบคาถาม 7. นักเรยี นทาใบงาน เรอื่ ง การอ่านขอ้ มูลจากกราฟเส้น จากนั้นสลบั ผลงานกับเพื่อน เพ่ือร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ►ข้ันสรุป 8. นกั เรียนรว่ มกันสรปุ สิง่ ท่เี ขา้ ใจเปน็ ความร้รู ว่ มกนั ดังนี้ การนาเสนอข้อมูลดว้ ยกราฟเส้นนยิ มใช้กบั ข้อมลู ที่แสดงการเปรียบเทียบหรอื แสดงการ เปลย่ี นแปลงตามลาดับก่อนหลงั ของเวลาท่ีขอ้ มูลนน้ั เกิดขน้ึ ในช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ การนาเสนอข้อมลู ดว้ ยกราฟเสน้ แบง่ เป็น 2 ประเภท คือ การนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยกราฟเสน้ เชงิ เดยี ว และการนาเสนอข้อมูลดว้ ยกราฟเสน้ เชงิ ซ้อน การนาเสนอข้อมูลดว้ ยกราฟเส้นชว่ ยให้เหน็ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ข้อมูลได้ชัดเจน รวดเรว็ 8. สอื่ และแหล่งเรียนรู้ 8.1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้นื ฐาน คณติ ศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 1 เลม่ 2 8.2. แถบข้อความ 8.3. แหล่งการเรียนร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน 9. การวดั และประเมนิ ผล สิง่ ท่ีต้องการวดั วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือท่ใี ช้วัด เกณฑ์การวดั ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 1. อธิบายเกีย่ วกับการ ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หดั แบบประเมนิ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 อ่านข้อมลู จากกราฟเสน้ ใบงาน/แบบฝึกหดั อยใู่ นระดับดขี ึ้นไป (K) 2. อ่านขอ้ มูลและตอบ ผลงานกล่มุ /รายบุคคล แบบประเมินผลงาน คาถามจากกราฟเส้น (P) กลุ่ม/รายบคุ คล 3. เห็นคณุ คา่ ของการนา สงั เกตพฤตกิ รรมกลมุ่ แบบสังเกตพฤติกรรม ความรู้เรอื่ งการเขยี น การทางานกล่มุ แผนภูมแิ ทง่ ไปใชใ้ น ชวี ิตประจาวนั (A)
10. บันทึกผลการจดั การเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………..... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………........…………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงช่ือ……………………………………………. (นางสาวกรรณิกา ลกิ ลั ตา) ตาแหนง่ ครู ความคิดเห็นหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...………………………………………………………………………………………………………………………………........... ลงช่อื ……………………………………………. (นายคมสนั มณศี รี) หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ความคดิ เห็นรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงช่อื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจันทร์) รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ความคิดเห็นผอู้ านวยการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………...……………………………………………………………………………………………………………………….................... ลงชอ่ื ……………………………………………. (นายไพฑูรย์ มณีจนั ทร์) รองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารวิชาการ รักษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นเทพสถติ วิทยา วนั ท่ี............เดอื น........................พ.ศ................
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 24 รายวชิ าคณติ ศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหัสวชิ า ค21102 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 2 หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 4 ช่อื หน่วย สถิติ เวลารวม 16 ชัว่ โมง เร่อื ง การนาเสนอขอ้ มลู ด้วยแผนภูมิรูปวงกลม เวลา 4 ช่ัวโมง ครูผูส้ อน นางสาวกรรณกิ า ลิกัลตา 1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ค 3.1 เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรู้ทางสถติ ิในการแก้ปัญหา ตวั ช้ีวัด ค 3.1 ม.1/1 เข้าใจและใชค้ วามรู้ทางสถติ ิในการนาเสนอข้อมลู และแปลความหมายข้อมูล รวมท้งั นาสถิติไปใช้ในชวี ติ จรงิ โดยใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสม 2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด แผนภมู ริ ปู วงกลม เปน็ การนาเสนอข้อมูลโดยใช้พืน้ ท่ีภายในรปู วงกลม การแสดงข้อมลู ไวใ้ นแตล่ ะสว่ น ของแผนภูมิรปู วงกลมช่วยใหอ้ า่ นข้อมูลไดถ้ กู ตอ้ ง 3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 3.1. อธบิ ายการอ่านแผนภูมริ ูปวงกลม (K) 3.2.อา่ นข้อมูลและตอบคาถามจากแผนภมู ิรปู วงกลม(P) 3.3. เห็นคุณคา่ ของการนาความรเู้ ร่อื งการเขยี นแผนภูมิแทง่ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน (A) 4. สาระการเรียนรู้ การนาเสนอข้อมูลดว้ ยแผนภูมิรูปวงกลม 5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน 5.1. ความสามารถในการส่ือสาร 5.2. ความสามารถในการคดิ - การใหเ้ หตุผล การสรุปความรู้ การปฏบิ ัติ 5.3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 6.1. มีวนิ ยั 6.2. ใฝเ่ รียนรู้ 6.3. มุง่ มั่นในการทางาน 7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ ►ข้นั นา 1. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาทบทวนเกยี่ วกบั การนาเสนอข้อมลู ด้วยตาราง แผนภมู ริ ูปภาพ และแผนภมู ิแท่ง โดยการถาม-ตอบเก่ยี วกับลักษณะและข้อดีขอ้ เสยี ของการนาเสนอข้อมูลแต่ละชนิด
จากนน้ั นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็น โดยใชค้ าถามกระตนุ้ ความคิด ดงั นี้ นกั เรยี นคดิ วา่ นอกจากการนาเสนอขอ้ มูลดว้ ยวิธีทเ่ี รียนมาแลว้ ยังมกี ารนาเสนอข้อมลู ด้วยวิธีใดอกี และมีวิธกี ารนาเสนออย่างไร 2. นกั เรียนศกึ ษา รวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกับการนาเสนอข้อมลู ด้วยแผนภูมริ ปู วงกลม จากแหล่งการเรียนรู้ ท่หี ลากหลาย เช่น การสังเกต การสนทนากบั เพื่อนในช้นั เรียน จากหนงั สอื เรียนหรอื จากอินเทอร์เนต็ ►ข้ันสอน (ชว่ั โมงท่ี 1) 3. นกั เรียนพิจารณาแผนภูมิรปู วงกลมบนกระดาน แลว้ รว่ มกันบอกช่ือแผนภมู แิ ละอธบิ ายลกั ษณะ ของแผนภมู ิรูปวงกลม จากน้ันร่วมกนั ตอบคาถามกระตุน้ ความคิด ดงั น้ี แผนภูมิรปู วงกลมแสดงคา่ ใชจ้ ่ายรายเดือนของนายเด่น ใจดี จากแผนภมู ขิ ้างตน้ เป็นการแสดงขอ้ มูลเกยี่ วกบั สง่ิ ใด (แสดงคา่ ใชจ้ ่ายรายเดือนของนายเดน่ ใจดี) นายเด่น ใจดี ใชจ้ ่ายค่าอะไรมากทส่ี ดุ (ค่าผ่อนบา้ น) นายเด่น ใจดี ใช้จา่ ยคา่ อะไรน้อยที่สดุ (เกบ็ สะสม) นายเด่น ใจดี ลงทนุ ทาธรุ กิจคิดเปน็ กเี่ ปอรเ์ ซน็ ต์ของค่าใชจ้ า่ ยท้ังหมด (10%) 4. นกั เรยี นรว่ มกนั กาหนดวา่ “ถ้านายเดน่ ใจดี ได้รบั เงนิ เดือน เดอื นละ 15,000 บาท” ผู้แทนนกั เรียนครัง้ ละ 2 คน ออกมาร่วมกนั หาจานวนเงนิ ของคา่ ใชจ้ ่ายรายเดือนจากข้อมลู ในกิจกรรมข้อ 3. จนครบทุกค่าใช้จา่ ย ดังน้ี รายจ่าย จานวนเปอร์เซ็นต์ 1300ค0ดิ เป็น1เ5งิน,00(0บาท=) 4,500 30 11000 15,000 = 1,500 1. คา่ อาหาร 13050 15,000 = 5,250 2. ลงทุนทาธรุ กจิ 10 12000 15,000 = 3,000 1050 15,000 = 750 3. ค่าผอ่ นบา้ น 35 4. ค่าเสอื้ ผ้า 20 5. เก็บสะสม 5 นักเรยี นและครรู ว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากนนั้ รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยใชค้ าถาม กระตุ้นความคิด ดังนี้ นายเด่น ใจดี ใชจ้ า่ ยค่าอะไรมากทส่ี ุด และคดิ เปน็ จานวนเงินเท่าใด (จ่ายค่าผ่อนบ้านเป็นจานวนเงิน 5,250 บาท) นายเดน่ ใจดี ใช้จ่ายคา่ อาหารมากกวา่ ค่าเสอ้ื ผ้า คิดเปน็ จานวนเงนิ เท่าใด (เป็นจานวนเงิน 1,500 บาท)
นายเดน่ ใจดี เกบ็ สะสมคดิ เป็นจานวนเงินเท่าใด (750 บาท) นายเดน่ ใจดี ลงทุนทาธรุ กิจคิดเปน็ จานวนเงนิ เทา่ ใด (1,500 บาท) หากมีข้อมูลใดขอ้ มลู หน่งึ ของคา่ ใชจ้ า่ ยของนายเด่น ใจดี ไม่ระบุเปอรเ์ ซ็นต์ของค่าใชจ้ ่าย ทั้งหมด นกั เรยี นสามารถหาเปอรเ์ ซ็นต์ของค่าใช้จ่ายนน้ั ได้หรือไม่ (ได้ โดยนา 100 เปอร์เซน็ ต์ลบดว้ ยเปอรเ์ ซน็ ต์ของคา่ ใช้จา่ ยอ่นื ๆ ท่รี ะบเุ ปอร์เซน็ ต์ของค่าใช้จ่าย คา่ ท่ไี ดจ้ ะเป็นเปอร์เซน็ ต์ของค่าใช้จ่ายท่ไี มร่ ะบเุ ปอร์เซ็นต์น้นั ) 5. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน พิจารณาแผนภูมิรูปวงกลมและแถบโจทย์บนกระดาน นักเรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันวเิ คราะห์โจทยแ์ ล้วแสดงวิธที าลงในกระดาษเปล่า จากนั้นผูแ้ ทนกล่มุ ออกมา นาเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น นกั เรยี นและครรู ่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง (ชั่วโมงท่ี 2) ตวั อย่างท่ี 1 แผนภูมริ ปู วงกลมแสดงรายได้ของหา้ งสรรพสินค้าแห่งหนึง่ โดยเฉลย่ี ต่อวัน จาแนกตามแผนกต่าง ๆ แผนกซูเปอร์มาร์เกต็ แผนกเส้ือผา้ 52.2% แผนกเครื่องสาอาง 6.4% แผนกเคร่ืองเขียน 20% 14% 7.4% แผนกเครื่องใชไ้ ฟฟ้ า ถา้ ห้างสรรพสินคา้ แห่งน้ีมรี ายได้โดยเฉลี่ยวันละ 160,500 บาท จากแผนภมู ริ ปู วงกลม ตอบคาถามต่อไปนี้ รายได้จากแผนกใดน้อยทีส่ ุด และคดิ เปน็ เงินเทา่ ไร (แผนกเครื่องสาอาง คดิ เป็นเงิน 83,781 บาท) รายไดจ้ ากแผนกเส้ือผ้าและแผนกเครือ่ งสาอางรวมกนั มากกว่าหรอื น้อยกว่ารายไดจ้ ากแผนก เครอื่ งเขียนและเครอื่ งใช้ไฟฟ้ารวมกนั อยู่กเี่ ปอรเ์ ซ็นต์ และคดิ เป็นเงนิ เทา่ ไร (มากกวา่ 5% คดิ เปน็ เงนิ 8,025 บาท) รายไดจ้ ากแผนกเคร่ืองสาอางและแผนกเครื่องเขียนรวมกนั นอ้ ยกวา่ รายไดจ้ ากแผนกซูเปอร์มารเ์ ก็ต เทา่ ไร (61,632 บาท)
รายไดจ้ ากแผนกท่ีมากทส่ี ุด แตกต่างจากรายได้ของแผนกที่นอ้ ยท่ีสดุ เทา่ ไร (73,509 บาท) ตวั อยา่ งที่ 2 จานวนเปอร์เซน็ ตข์ องสนิ ค้าการเกษตรทีป่ ระเทศไทยส่งออกจาหน่ายต่างประเทศในปี 2552- 2553 จาแนกได้ตามประเภท ประเภทสนิ ค้าเกษตร จานวนท่ีส่งออก (เปอรเ์ ซ็นต์) ขา้ ว 40 มนั สาปะหลัง 30 กุ้ง ไก่แชเ่ ย็น 20 10 ผลไม้ นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายว่า จากข้อมลู ที่กาหนดจะเขยี นเป็นแผนภูมิรปู วงกลมไดห้ รือไม่ อย่างไร ผูแ้ ทนนักเรียนสาธิตการนาเสนอข้อมูลด้วยแผนภมู ริ ปู วงกลมให้เพื่อน ๆ สังเกตแล้วตอบคาถาม ดังนี้ วธิ ที า ขน้ั ท่ี 1 เปรยี บเทียบเปอร์เซ็นต์ใหเ้ ปน็ องศา โดยให้ 1% เทา่ กบั ขนาดของมุมทจ่ี ุดศูนย์กลางเท่ากับ 3.6 องศา จะได้ จานวนเปอรเ์ ซ็นต์ 3.6 ประเภทสินคา้ เกษตร จานวนที่ส่งออก (%) ขนาดของมมุ ที่จุดศนู ย์กลาง (องศา) ขา้ ว 40 40 3.6 = 144 มนั สาปะหลงั 30 30 3.6 = 108 ก้งุ ไก่แชเ่ ย็น 20 20 3.6 = 72 10 10 3.6 = 36 ผลไม้ 100 360 รวม ข้ันท่ี 2 นาขนาดของมุมท่ีจดุ ศนู ย์กลางของรูปวงกลมท่ีคานวณไดน้ ามาเขียนเปน็ แผนภูมิรูปวงกลม ได้ดงั น้ี แผนภูมริ ปู วงกลมแสดงจานวนเปอรเ์ ซ็นต์ของสนิ คา้ การเกษตรท่ปี ระเทศไทยส่งออกจาหน่ายต่างประเทศ ในปี 2552-2553 มนั สาปะหลงั 30% ขา้ ว 40% 10% ผลไม้ 20% กุง้ ไก่แช่เยน็
(ชว่ั โมงที่ 3) ตวั อย่างท่ี 3 นักเรยี นกลมุ่ หนึง่ จานวน 270 คน แบ่งเป็นชนั้ ตา่ ง ๆ ไดด้ ังน้ี ชน้ั ม.6 ม.5 ม.4 ม.3 ม.2 ม.1 รวม จานวน (คน) 48 30 51 60 54 27 270 จงเขยี นแผนภูมริ ูปวงกลม แสดงการเปรยี บเทยี บจานวนนักเรยี นชัน้ ต่าง ๆ โดยการหามมุ ทจ่ี ุดศูนยก์ ลาง และร้อยละของแต่ละส่วนในวงกลม วธิ ีทา 1. หาขนาดของมุมและร้อยละของปรมิ าณข้อมูลแต่ละส่วน ช้ัน จานวน มุมท่จี ุดศูนยก์ ลาง ร้อยละ (คน) (องศา) 24780 100 17.8 ม.6 48 24780 360 = 64 100 11.1 ม.5 30 23700 360 = 40 100 18.9 100 22.2 ม.4 51 25710 360 = 68 100 20 100 10 ม.3 60 26700 360 = 80 ม.2 54 25740 360 = 72 ม.1 27 22770 360 = 36 รวม 270 360 100 2. นาขนาดขององศาของปริมาณขอ้ มูลแต่ละส่วนนาเสนอในรูปแผนภมู ริ ปู วงกลมจานวนนักเรยี น แยกตามระดบั ชนั้ ในจานวนนักเรียนทั้งหมด 270 คน
(ช่วั โมงที่ 4) ตัวอยา่ งท่ี 4 จงนาเสนอจานวนผ้ปู ่วยที่เสียชวี ิตด้วยโรคทางเดินหายใจอยา่ งรนุ แรงและเฉยี บพลัน (SARS) ทอี่ งคก์ ารอนามัยโลกได้รบั รายงานนบั ตง้ั แตว่ นั ที่ 1 พฤศจิกายน 2546 ถงึ วันที่ 3 เมษายน 2547 ประเทศ จานวนผเู้ สียชีวิต (คน) ฮ่องกง 16 สาธารณรฐั ประชาชนจีน 46 สิงคโปร์ 4 เวยี ดนาม 4 แคนาดา 6 ท่ีมา : องค์การอนามัยโลก วิธที า 1. นาเสนอในรูปแผนภูมแิ ทง่ จานวนผปู้ ่วยที่เสยี ชวี ติ ด้วยโรคทางเดินหายใจอย่างรนุ แรงและเฉียบพลนั (SARS) จานวนผเู้ สียชีวติ (คน) 50 46 6 ประเทศ 40 แคนาดา 30 20 16 10 0 44 ฮอ่ งกง สาธารณรัฐ สิงคโปร์ เวยี ดนาม ประชาชนจีน ท่ีมา : องค์การอนามยั โลก
2. นาเสนอในรูปแผนภมู ริ ปู วงกลม ประเทศ จานวนผเู้ สยี ชีวิต คดิ เป็นรอ้ ยละ ขนาดของมมุ ที่จดุ ศูนย์กลาง (คน) ปริมาณ ของรปู วงกลมโดยประมาณ ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจนี 16 (จานวนเปอรเ์ ซน็ ต์) (หน่วยเป็นองศา) สงิ คโปร์ 46 21 เวียดนาม 4 61 21 3.6 = 75.6 แคนาดา 4 5 6 5 61 3.6 = 219.6 รวม 8 76 5 3.6 = 18 100 5 3.6 = 18 8 3.6 = 28.8 360 แผนภูมิรปู วงกลมแสดงจานวนผปู้ ว่ ยที่เสียชีวิตดว้ ยโรคทางเดินหายใจอยา่ งรุนแรงและเฉยี บพลนั สาธารณรัฐ 61% 21% ฮอ่ งกง ประชาชนจีน 8% แคนาดา 5% 5% เวยี ดนาม สิงคโปร์ ทม่ี า : องค์การอนามัยโลก 6. นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยใชค้ าถามกระต้นุ ความคดิ ดงั น้ี นักเรยี นมวี ธิ ีคดิ อยา่ งไร เพ่ือให้สามารถอา่ นข้อมูลจากแผนภูมริ ูปวงกลมได้อยา่ งถกู ต้อง และรวดเร็วทส่ี ุด 7. นักเรียนทาใบงาน เรือ่ ง การอา่ นข้อมูลจากแผนภมู ิรปู วงกลม จากนั้นสลบั ผลงาน กับเพ่ือน เพื่อร่วมกันตรวจสอบความถกู ต้อง ขัน้ สรปุ 8. นักเรียนร่วมกันสรุปส่งิ ท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังน้ี แผนภมู ริ ูปวงกลม เปน็ การนาเสนอข้อมูลโดยใช้พื้นทภี่ ายในรูปวงกลม การแสดงข้อมูล ไวใ้ นแตล่ ะส่วนของแผนภมู ิรูปวงกลมช่วยให้อา่ นข้อมลู ได้ถูกต้อง 8. สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ 8.1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน คณิตศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เลม่ 2 8.2. แผนภมู ิวงกลม 8.3. แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
9. การวัดและประเมนิ ผล สงิ่ ทตี่ ้องการวัด วธิ กี ารวัด เคร่อื งมือทีใ่ ช้วดั เกณฑ์การวดั ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 1. อธบิ ายการอ่าน ตรวจใบงาน/แบบฝกึ หัด แบบประเมนิ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 แผนภูมริ ปู วงกลม (K) ใบงาน/แบบฝึกหัด อยู่ในระดับดขี ้นึ ไป 2. อา่ นขอ้ มูลและตอบ ผลงานกลุ่ม/รายบคุ คล แบบประเมินผลงาน คาถามจากแผนภมู ิรปู กลุ่ม/รายบุคคล วงกลม (P) 3. เหน็ คุณค่าของการนา สังเกตพฤตกิ รรมกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรม ความร้เู รอ่ื งการเขยี น การทางานกล่มุ แผนภูมิแทง่ ไปใช้ใน ชวี ิตประจาวัน (A)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204