ณ เมืองแห่งหนึ่ง มีพระราชาและราชินีที่กำลังป่วยหนัก แต่เมืองแห่งนี้มีตำนานของดอกไม้วิเศษดอกหนึ่งที่ นานหลายร้อยปีจะบาน ซึ่งละอองเกสรของดอกไม้นี้สามารถรักษาได้ทุกอย่าง พระราชาได้สั่งให้เหล่าทหารไป หาและนำเกสรของดอกไม้นี้มาให้ได้ดอกไม้นี้ได้บานที่เชิงผาริมมหาสมุทร แต่ดอกไม้นี้ได้ถูกค้นพบโดยหญิง ชราคนหนึ่ง ชื่อว่า “กอเทล” ที่ต้องการจะรักษาความสาวของตนไว้และได้ซ่อนดอกไม้นี้ไว้เพื่อที่จะได้ใช้ ประโยชน์เพียงผู้เดียวโดยการนำตะกร้ามาปิดเอาไว้ และเมื่อเหล่าทหารของพระราชาแห่กันมา ทำให้หญิงชราคนนี้ตกใจปั ดเอาตะกร้าใบนั้นตกไปทำให้เหล่า ทหารค้นเจอและได้ขุดดอกไม้นี้ไปไว้ในวังเกสรนี้ได้นำไปถวายให้ราชินีที่กำลังป่วยหนัก ได้ดื่มทำให้พระนาง หายจากโรคร้ายและหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ให้กำเนิดธิดาที่เกิดมาพร้อมกับผมสีทองอร่ามดั่งสีของละอองเกสร ดอกไม้วิเศษมีนามว่า “ราพันเซล (Rapunzel)”
เมื่อหญิงชราทราบว่าดอกไม้วิเศษได้ไปอยู่ในเส้นผมของเจ้าหญิงน้อยในคืนนั้นจึงทำการลอบเข้าไปใน พระราชวังเพื่อทำการตัดผมของราพันเซล แต่ทว่าเมื่อตัดแล้วทำให้ผมกลับเป็นสีน้ำตาลหมดอิทธิฤทธิ์ไป ทำให้นางตัดสินใจลักพาตัวเจ้าหญิงไปจากวัง นางได้นำเจ้าหญิงราพันเซลไปซ่อนและได้ทำการเลี้ยงดูเฉกเช่นลูกในหอคอยสูงในป่าใหญ่ เพื่อหลบ ซ่อน ไม่ให้เหล่าทหารหาเจอหญิงชราได้ใช้อิทธิฤทธิ์จากผมของราพันเซลโดยการขับร้องเพลงเพลงหนึ่งจะ ทำให้ผมของเจ้าหญิงส่องแสงสีทองอร่าม และนางก็สามารถกลับมาเป็นสาวอีกครั้ง
ทางด้านเจ้าหญิงราพันเซลที่ต้องอาศัยอยู่แต่ข้างในหอคอยทุกๆปีนางจะได้เห็นโคมไฟลอยฟ้าที่พระ ราชาและพระราชินีรวมทั้งเหล่าประชาชนได้ลอยในวันเกิดของนาง และพระองค์ทั้งสองก็หวังว่าจะได้เจอ กับเจ้าหญิงน้อยสักวัน ส่วนราพันเซลก็แอบหวังว่าสักวันนางจะได้ออกมาสู่โลกภายนอกและได้ไปดูโคมไฟ ลอยฟ้าใกล้ๆสักครั้งหนึ่งในชีวิต
เมื่อเวลาล่วงเลยมาประมาณ 15 ปี ณ ใจกลางของเมือง มีโจรเจ้าเล่ห์อยู่ 3คนคือโจรฝาแฝดหน้าตา เถื่อนๆ และ “ฟลินน์” จอมโจรหน้าหล่อ ทั้งสามมีหมายประกาศจับมากมาย เป็นที่หมายตัวของตำรวจ ได้ ร่วมกันวางแผนที่จะไปขโมยมงกุฎที่ว่ากันว่าเป็นของเจ้าหญิงที่หายไปทั้งสามได้ลอบเข้าไปในพระราชวัง และขโมยมันออกมาได้ แต่เหล่าทหารก็ไม่พลาดที่จะไล่ตาม เมื่อวิ่งกันไปถึงในป่า ฟลินน์ก็ได้แอบเอามงกุฎจากโจรแฝดและหนีเข้าไปในป่าลึกแต่ได้นายพลคน หนึ่งพร้อมกับม้าทีแสนฉลาด ชื่อว่า “แม็กซิมัส” ไล่กวดมาติดๆแต่ก็คลาดกัน ฟลินน์ได้พลัดหลงเข้าไปใน ทางลับแห่งหนึ่ง และได้พบกับหอคอยสูงใหญ่ที่ไม่มีทางขึ้น
เขาได้ไปเห็นกอเทล หญิงชราในคราบหญิงสาวที่กลับโรยตัวลงมาจากหอคอย โดยการห้อยตัวลงมา กับผมของใครสักคนที่ยาวเอาการ เมื่อเห็นว่ากอเทลได้ออกไปแล้ว เขาก็ได้เรียกคนที่อยู่ข้างบนเช่นเดียวกับ ที่กอเทลทำ แล้วก็มีผมหย่อนลงมาจริง เขาจึงโหนขึ้นไป โดยที่ราพันเซลไม่ได้รู้ตัวเลยว่าคนที่กำลังขึ้นมานั้น ไม่ใช่แม่ของตน ด้วยความตกใจราพันเซลได้ ทำการเอากระทะฟาดเข้าที่หน้าของฟลินน์ ทำให้เขาสลบไป และได้นำ มงกุฎในกระเป๋าไปซ่อน และเมื่อเขาฟื้ นขึ้น ราพันเซลได้ยื่นข้อตกลงให้เขาพาเธอไปดูโคมลอยที่เธอใฝ่ฝั น อยากเห็นมาตั้งแต่เด็กๆในเมือง เพื่อเเลกกับการคืนกระเป๋าที่มีมงกุฎให้เป็นการเเลกเปลี่ยน เขาก็ตกลง
เมื่อได้เริ่มเดินทางไป ฟรินได้พาราพันเซลไปยังผับที่อยู่ในป่าแห่งหนึ่งที่มีพวกโจรป่า และนายพรานที่ มีหน้าตาน่ากลัวสุดๆ แต่เมื่อได้พูดคุยกับราพันเซลแล้ว ก็รู้สึกถูกคออย่างน่าประหลาด เนื่องด้วยทุกๆคนมี ความใฝ่ฝั นในชีวิตเหมือนกัน เหมือนกับที่ราพันเซลมีความใฝ่ฝั นว่าอยากไปดูโคมลอยนั่นเอง และทุกคนก็ร่วม กันร้องเพลงมีฝั นกันอย่างเพลิดเพลิน แต่โชคไม่ค่อยเข้าข้างนักที่มีพวกทหารและนายพลที่มากับม้าคู่ใจเขาก็คือ “แม็กซิมัส” นี่เอง ที่ได้มาเยี่ยม เยือนพวกเขาในผับ แต่ด้วยความใจดีของคนในผับที่เข้าใจความรู้สึกของราพันเซลแล้ว พวกเขาได้บอกทาง ลับที่มีทางทะลุไปถึงเขื่อนแห่งหนึ่ง แต่ด้วยความแสนรู้ของแม็กซิมัสจึงตามทั้งสองไปได้ทัน และทำการวิ่งไล่ จับกันอย่างอลหม่าน จนถึงขั้นทำเขื่อนพังกันเลยทีเดียว
ทำให้ฟลินน์และราพันเซลได้ไปติดอยู่ในถ้ำที่มืดมิดและกำลังจะเต็มไปด้วยน้ำ ทั้งคู่คิดวิธีที่จะ ออกมากันอยู่นานจนน้ำท่วมทั้งถ้ำ ราพันเซลได้ร้องเพลงที่นางกอเทลชอบร้องให้ฟั ง ทำให้ผมของ นางเรืองแสงเผยให้เห็นทางออกจากถ้ำทำให้รอดไปด้วย ทำให้ฟลินน์ตกใจมาก ครั้งนี้ฟลินน์ได้รับ บาดแผลที่มือของเค้า ราพันเซลจึงทำการรักษาให้เขาโดนการนำผมไปพันไว้ที่มือของฟลินน์แล้วร้อง เพลง เรื่องนี้ยิ่งทำให้ฟลินน์ตกใจเข้าไปใหญ่ ราพันเซลจึงเล่าให้ฟั งถึงชีวิตในหอคอยของตน เย็นวัน นั้นทั้งสองได้ตั้งที่พักกันในป่า
ณ หอคอยสูง กอเทลได้กลับมายังหอคอยและทำการเรียกราพันเซลอยู่นานสองนานทำให้สงสัยว่า ราพันเซลได้หนีจากนางไปแล้ว เมื่อนางไปขุดประตูที่ได้ทำการปิดตายมานานและ ขึ้นไปยังหอคอยทำให้รู้ ว่าราพันเซลได้หนีไปแล้ว นางได้พบถุงของฟลินน์ที่ใส่มงกุฎเจ้าหญิง นางหวาดวิตกกับเรื่องที่นางจะไม่ สามารถใช้พลังวิเศษจากผมของราพันเซลได้อีก ทำให้นางได้ออกตามหานางในป่า บังเอิญได้ไปพบเจอโจรแฝดผู้ที่เคยร่วมปล้นกับฟลินน์ นางได้ วางแผนร่วมมือกับโจรทั้งสองโดยนางจะได้ตัวราพันเซลไป และโจรทั้งสองก็จะได้แก้แค้นกับฟลินน์ที่ ทรยศพวกเขา
ด้วยความบังเอิญนางโกเทลได้มาพบกับราพันเซล ในขณะที่ฟลินน์กำลังออกมาหาฟืนอยู่ในป่าและได้ ทำการต่อรองกับราพันเซลให้กลับไปกับนาง และลืมฟลินน์เสีย และให้เชื่อฟั งนางเหมือนเดิม แต่ราพันเซล กลับปฏิเสธ เพราะเชื่อว่าฟลินน์รักตนจริง กอเทลจึงมอบมงกุฏเจ้าหญิงให้กับราพันเซล พร้อมทั้งท้าทายว่า หากราพันเซลมั่นใจว่าฟลินน์รักตนจริง ก็จงนำมงกุฏนี้ไปมอบให้ แล้วดูสิว่า ฟลินน์จะทิ้งนางรึเปล่า ก่อนที่ จะจากไป และปล่อยราพันเซลไว้กับความลังเลใจ เช้าวันรุ่งขึ้น ระหว่างการเดินทางพวกเขาได้เจอกับแม็กซิมัสที่พลัดหลงกับเจ้าของของมัน ด้วยความ ซื่อสัตย์และมุ่งมั่นที่จะจับตัวฟลินน์ จึงจะเข้าไปโจมตีแต่ถูกราพันเซลขวางไว้และทำการเกลี้ยกล่อมจนแม็ก ซิมัสยอมร่วมเดินทางไปแต่โดยดี
เมื่อราพันเซล ฟลินน์และพวกพ้องเดินทางมาถึงตัวเมือง เธอตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเธอ ทำให้ราพันเซลเที่ยวเล่นอยู่ในเมืองและ ได้ร่วมร้องเล่นเต้นรำกับชาวเมืองอย่างสนุกสนาน ค่ำวันนั้นได้มี การฉลองวันเกิดของเจ้าหญิงที่หายไป และจะมีการลอยโคมไฟ ทำให้ราพันเซลยิ่งทวีคูณความตื่นเต้นขึ้นไป เรื่อยๆ เมื่อใกล้เวลาจะปล่อยโคมลอย ฟลินน์ได้พาราพันเซลพายเรือออกไปกลางทะเลสาบ เมื่อถึงเวลา ณ จุดที่ทั้งสองอยู่ทำให้เห็นโคมลอยที่ชาวเมืองลอยขึ้นอย่างชัดเจน และเป็นบรรยากาศที่โรแมนติกสุดๆ ทำให้ ทั้งสองเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน
หลังจากดูโคมลอยและได้ลอยโคมแล้วก็ได้พายเรือกลับไปยังอีกฝั่ งหนึ่ง ฟลินน์ได้ถูกแยกตัวออกไป จากราพันเซลและถูกโจรแฝดขู่ทำร้าย ด้วยแผนของกอเทล นางหลอกราพันเซลโดยการให้สองโจรแฝดมา ทำร้ายแล้วนางก็เข้ามาช่วยไว้ และใส่ร้ายว่าฟลินน์เป็นคนบงการทั้งหมด ทำให้ราพันเซลเข้าใจผิดและ เสียใจมาก หลังจากนั้นกอเทลได้พาตัวราพันเซลกลับไปยังหอคอยดังเดิม หลังจากดูโคมลอยและได้ลอยโคมแล้วก็ได้พายเรือกลับไปยังอีกฝั่ งหนึ่ง ฟลินน์ได้ถูกแยกตัวออกไป จากราพันเซลและถูกโจรแฝดขู่ทำร้าย ด้วยแผนของกอเทล นางหลอกราพันเซลโดยการให้สองโจรแฝดมา ทำร้ายแล้วนางก็เข้ามาช่วยไว้ และใส่ร้ายว่าฟลินน์เป็นคนบงการทั้งหมด ทำให้ราพันเซลเข้าใจผิดและ เสียใจมาก หลังจากนั้นกอเทลได้พาตัวราพันเซลกลับไปยังหอคอยดังเดิม
เมื่อเขามาถึงหอคอย เขาได้เรียกราพันเซลและผมก็ถูกหย่อนลงมา เขาโล่งใจว่าราพันเซลยัง ปลอดภัย เมื่อขึ้นไปถึงข้างบนหอคอน เขาก็ได้เจอกับกอเทล และนางปองร้ายเขา เกิดการต่อสู้ขึ้น ระหว่างฟลินน์และกอเทล แต่โชคร้ายที่ฟลินน์โดนนางกอเทลแทงที่หน้าท้อง ด้วยความตกใจทำให้ ราพันเซลรีบเข้าไปประคองเขาไว้และด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฟลินน์ได้ คว้าเอาเศษแก้วข้าง ตัวมา แล้วตัดผมของราพันเซลออก ทำให้ผมของนางกลับกลายเป็นสีน้ำตาลทั้งหมด
เมื่อตัดผมสีทองไปแล้ว ผมของราพันเซลก็หมดอิทธิฤทธิ์ใด นางกอเทลเห็นอย่างนั้นจึงตกใจ ทำให้ นางหวาดกลัวที่กลับไปชราเหมือนเดิม จึงทำให้นางสะดุดและตกหอคอยไปในที่สุด เมื่อมนต์วิเศษแห่ง ดอกไม้สีทองได้หายไปทำให้ร่างของกอเทลกลับกลายเป็นเถ้าทุลี
ด้วยความเสียใจที่ฟรินสิ้นลม ราพันเซลได้แต่โอบกอดเขาไว้ น้ำตานองหน้าและน้ำตาของนางได้หยด ลงไปสัมผัสกับแก้มของฟริน ปรากฏให้เห็นประกายสีทองขึ้น พลังแห่งดอกไม้สีทองยังอยู่! ฟลินน์ฟื้ นขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งสองดีใจมาก และโผเข้าโอบกอดกันอย่างอบอุ่น
ฟลินน์ได้รู้ความจริงว่า ราพันเซลคือเจ้าหญิงที่หายไปและได้พานางกลับไปที่วัง พานางไปพบกับพระ ราชาและพระราชินี เมื่อทั้งสามได้พบกัน ราชินีจำได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือลูกแท้ๆของนาง ที่หายไป นางก็รีบเข้ามากอดเธอไว้แน่นๆรวมถึงพระราชาด้วย หลังจากนั้นก็ได้มีงานเลี้ยงเฉลิมฉลองของ การกลับมาของเจ้าหญิงอย่างสนุกสนาน และท้ายที่สุดนี้ราพันเซลและฟลินน์ ทั้งสองได้แต่งงานกันและอยู่ ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป..
Search
Read the Text Version
- 1 - 16
Pages: