Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรวิทย์ ม.ต้น ครูวรชนันท์ กราบบุญมา โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า

หลักสูตรวิทย์ ม.ต้น ครูวรชนันท์ กราบบุญมา โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า

Published by วรชนันท์ กราบบุญมา, 2022-08-28 05:54:56

Description: หลักสูตรวิทย์ ม.ต้น ครูวรชนันท์ กราบบุญมา โรงเรียนบ้านเขาเทียมป่า

Search

Read the Text Version

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ๖. อธิบายลกั ษณะของช้นั ร่วมกับปัจจัยอืน่ ๆ ไดแ้ ก่ลม หน้าตัดดินและ ฟา้ อากาศ สารละลาย การ กระบวนการ เกดิ ดิน จาก ครูดถู การนาพา ทงั้ น้ีไม่ แบบจาลอง รวมทัง้ ระบุ รวมถงึ การพงั ทลายเปน็ กลมุ่ ปัจจยั ท่ีทาใหด้ นิ มีลักษณะ กอ้ น เช่น แผ่นดนิ ถลม่ และสมบตั ิแตกต่างกัน ภูเขาไฟระเบิด • การสะสมตัวของตะกอน คอื การสะสมตัวของ วัตถุ จากการนาพาของนา้ ลม หรอื ธารน้าแขง็ • ดนิ เกิดจากหินที่ผุพงั ตาม ธรรมชาตผิ สมคลุกเคลา้ กบั อินทรียวตั ถทุ ี่ได้จากการเน่า เปือ่ ยของซากพชื ซากสตั ว์ ทับถมเป็นช้ัน ๆ บนผิวโลก ชัน้ ดนิ แบง่ ออกเปน็ หลายชนั้ ขนานหรอื เกือบขนาน ไปกบั ผิวหนา้ ดิน แตล่ ะช้ันมี ลักษณะแตกต่างกัน เนอ่ื งจากสมบตั ิทางกายภาพ เคมชี ีวภาพ และลักษณะอ่นื ๆ เชน่ สโี ครงสรา้ ง เนือ้ ดิน การยึดตวั ความเป็นกรด- เบส สามารถสงั เกตได้จาก การ สารวจภาคสนาม การ เรยี กชอ่ื ชน้ั ดินหลักจะใช้ อักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ ได้แก่ O, A, E,B, C,R • ชัน้ หน้าตัดดิน เป็นชัน้ ดินที่ มลี ักษณะปรากฏให้ เหน็ เรียงลาดับเปน็ ช้ันจากช้นั บนสดุ ถึงชน้ั ลา่ งสุด • ปจั จยั ทที่ าใหด้ นิ แต่ละ ทอ้ งถิ่นมลี ักษณะและสมบัติ แตกตา่ งกนั ได้แก่ วตั ถุต้น กาเนดิ ดนิ ภูมิอากาศ สง่ิ มชี วี ติ ในดิน สภาพภูมิ

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ ๗. ตรวจวดั สมบัติบาง ประเทศ และระยะเวลาใน ประการของดนิ โดยใช้ การเกิดดิน เครอื่ งมอื ทเ่ี หมาะสมและ นาเสนอแนวทางการใช้ • สมบัติบางประการของดนิ ประโยชนด์ นิ จากข้อมลู เชน่ เน้ือดิน ความชนื้ ดิน คา่ สมบตั ิของดิน ความเป็นกรด-เบส ธาตุ อาหารในดิน สามารถ ๘. อธิบายปัจจยั และ นาไปใชใ้ นการตดั สินใจถึง กระบวน การเกดิ แหลง่ น้า แนวทางการใช้ ประโยชน์ ผวิ ดิน และแหล่งนา้ ใต้ดิน ท่ีดิน โดยอาจนาไปใช้ จากแบบจาลอง ประโยชน์ ทางการเกษตร หรืออน่ื ๆ ซ่ึงดนิ ท่ไี ม่ เหมาะสม ต่อการทา การเกษตร เชน่ ดนิ จืดดิน เปรี้ยวดนิ เคม็ และดินดาน อาจเกิดจากสภาพดินตาม ธรรมชาติ หรอื การใช้ ประโยชน์จะตอ้ งปรับปรงุ ให้ มสี ภาพเหมาะสม เพื่อ นาไปใชป้ ระโยชน • แหลง่ นา้ ผวิ ดินเกิดจาก น้าฝนทีต่ กลงบนพน้ื โลก ไหล จากทสี่ ูงลงสทู่ ีต่ า่ ดว้ ยแรง โน้มถว่ ง การไหล ของน้าทา ให้พ้ืนโลกเกดิ การกัดเซาะ เป็นร่องนา้ เชน่ ลาธารคลอง และแมน่ ้า ซ่ึงร่องน้าจะมี ขนาด และรปู ร่างแตกต่างกัน ขนึ้ อยู่กับปรมิ าณน้าฝน ระยะเวลาในการกัดเซาะ ชนดิ ดินและหนิ และ ลักษณะภมู ปิ ระเทศ เช่น ความลาดชนั ความสงู ตา่ ของพ้นื ท่ี เมื่อนา้ ไหลไปยัง บริเวณทเ่ี ปน็ แอ่ง จะเกดิ การสะสมตัวเป็นแหลง่ น้า เชน่ บงึ ทะเลสาบ ทะเล และมหาสมุทร

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ๙. สร้างแบบจาลองที่ • แหล่งนา้ ใต้ดินเกดิ จากการ อธบิ ายการใชน้ ้า และ ซึมของน้าผวิ ดนิ ลงไป สะสม นาเสนอแนวทางการใชน้ ้า ตวั ใต้พนื้ โลก ซ่ึงแบ่งเปน็ น้า อยา่ งย่งั ยืนในท้องถ่นิ ของ ในดนิ และ นา้ บาดาล ตนเอง น้าในดินเป็นนา้ ท่ีอยรู่ ่วมกบั อากาศ ตามช่องวา่ งระหว่าง เม็ดดนิ สว่ นน้าบาดาล เป็น น้าที่ไหลซมึ ลึกลงไปและถูก กักเก็บไว้ในชัน้ หนิ หรอื ชัน้ ดิน จนอม่ิ ตัวไปด้วยน้า • แหล่งนา้ ผวิ ดนิ และแหล่ง นา้ ใตด้ ินถูกนามาใช้ ใน กจิ กรรมต่าง ๆ ของมนุษย์ สง่ ผลตอ่ การจัดการ การใช้ ประโยชนน์ า้ และคุณภาพ ของแหล่งน้า เนื่องจากการ เพิ่มขน้ึ ของจานวนประชากร การใช้ประโยชน์พน้ื ท่ีในด้าน ตา่ ง ๆ เช่น ภาคเกษตร กรรม ภาคอุตสาหกรรม และ การเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศ ทาให้เกิด การเปลี่ยนแปลง ปริมาณน้าฝนในพืน้ ทล่ี ุ่มน้า และแหลง่ น้าผิวดินไม่ เพียงพอสาหรับกิจกรรม ของมนุษยน์ า้ จากแหลง่ น้าใต้ ดนิ จงึ ถูกนามาใช้ มากข้ึน ส่งผลให้ปริมาณนา้ ใต้ดนิ ลดลงมาก จงึ ตอ้ งมีการ จัดการใช้นา้ อยา่ งเหมาะสม และย่ังยนื ซงึ่ อาจทาไดโ้ ดย การจัดหาแหล่งน้าเพ่ือใหม้ ี แหลง่ นา้ เพยี งพอสาหรับการ ดารงชวี ติ การจัดสรร และ การใช้นา้ อยา่ งมี ประสิทธภิ าพ การอนรุ กั ษ์ และฟื้นฟแู หลง่ น้า การ

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ปอ้ งกนั และแก้ไขปัญหา คณุ ภาพนา้ ๑๐. สรา้ งแบบจาลองท่ี • นา้ ทว่ ม การกัดเซาะชายฝงั่ อธบิ ายกระบวนการเกิด ดินถลม่ หลมุ ยบุ แผน่ ดิน และผลกระทบของน้าทว่ ม ทรุด มกี ระบวนการเกิดและ การกัดเซาะชายฝัง่ ดินถล่ม ผลกระทบ ท่แี ตกต่างกัน หลมุ ยุบ แผ่นดนิ ทรุด ซึง่ อาจสรา้ งความเสยี หาย ร้ายแรง แกช่ วี ิต และ ทรัพยส์ ิน • น้าท่วม เกดิ จากพืน้ ท่ีหน่งึ ไดร้ ับปริมาณน้าเกินกว่า ท่ี จะกักเก็บได้ทาให้แผ่นดนิ จม อยูใ่ ตน้ า้ โดยขน้ึ อยู่กับ ปริมาณนา้ และสภาพทาง ธรณีวิทยาของพื้นท่ี • การกัดเซาะชายฝัง่ เป็น กระบวนการเปล่ียนแปลง ของชายฝ่ังทะเลท่ีเกดิ ข้นึ ตลอดเวลาจากการ กัดเซาะ ของคลนื่ หรอื ลม ทาให้ ตะกอนจากท่หี นึ่ง ไปตกทับ ถมในอกี บรเิ วณหน่งึ แนว ของชายฝง่ั เดิม จึง เปล่ยี นแปลงไป บริเวณท่ีมี ตะกอนเคลื่อน เขา้ มานอ้ ย กวา่ ปริมาณที่ตะกอนเคล่อื น ออกไป ถอื วา่ เปน็ บรเิ วณท่ีมี การกดั เซาะชายฝัง่ • ดินถลม่ เปน็ การเคลื่อนที่ ของมวลดินหรอื หนิ จานวน มากลงตามลาดเขา เน่ืองจาก แรงโน้มถ่วง ของโลกเปน็ หลกั ซง่ึ เกิดจากปัจจยั สาคญั ไดแ้ ก่ ความลาดชนั ของพน้ื ที่ สภาพธรณีวิทยา ปริมาณ นา้ ฝน พชื ปกคลมุ ดิน และ การใชป้ ระโยชน์พนื้ ที่

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ • หลุมยุบ คือ แอง่ หรือหลุม บนแผน่ ดนิ ขนาด ตา่ ง ๆ ท่ี อาจเกิดจากการถล่มของ โพรงถ้าหนิ ปนู เกลือหินใต้ ดิน หรือเกดิ จากนา้ พัดพา ตะกอน ลงไปในโพรงถ้า หรอื ธารน้าใตด้ นิ • แผ่นดินทรดุ เกิดจากการ ยบุ ตวั ของชนั้ ดนิ หรอื หิน ร่วน เมอ่ื มวลของแขง็ หรือ ของเหลวปริมาณมาก ที่ รองรับอยู่ใต้ชัน้ ดินบรเิ วณนน้ั ถูกเคลื่อนยา้ ยออก ไปโดย ธรรมชาตหิ รอื โดยการกระทา ของมนุษย์ สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการ เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และส่งิ แวดล้อม ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ม.๒ ๑. คาดการณ์แนวโน้ม • สาเหตหุ รอื ปจั จัยต่าง ๆ เชน่ ๑.กระบี่เมืองนา่ อยู่ เทคโนโลยที ่ีจะเกิดขนึ้ ความก้าวหน้าของ ศาสตรต์ า่ ง ๒.ยอ้ นรอยเมืองกระบี่ โดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรอื ๆ การเปล่ยี นแปลงทางดา้ น ๓.การปกครองของ ปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อการ เศรษฐกิจ สังคม วฒั นธรรม ทา กระบี่ เปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยีและ ใหเ้ ทคโนโลยีมกี าร ๔.สงั คมกระบี่บ้านเรา วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ ตัดสนิ ใจ เปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ๕.ร่องรอยทาง เลอื กใช้เทคโนโลยี โดยคานงึ ถึง • เทคโนโลยแี ตล่ ะประเภทมี ประวตั ศิ าสตร์ ผลกระทบท่ีเกดิ ขึน้ ต่อชวี ติ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และ ๖.เชดิ ชูถิน่ แดนดนิ สังคม และสิง่ แวดล้อม สิง่ แวดล้อมท่ีแตกต่างกัน จงึ ประเพณี ตอ้ ง วิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดี ๗. เศรษฐกจิ เนรมติ ขอ้ เสยี และตัดสนิ ใจ เลอื กใช้ เมอื ง ให้เหมาะสม ๘.วฒั นธรรมนาชวี ิต

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ ๙.พลเมืองวีรชนและ บคุ คลสาคัญ ๑o.สืบสานงานศิลป์ ๑๑.มนต์เสนห่ แ์ ห่ง แดนใต้ ๑๒.งานศิลปถ์ นิ่ กระบี่ ๑๓.วรรณกรรม ทอ้ งถิ่นแดนดินเมือง กระบี่ ๑๔.สืบสานภมู ปิ ญํ ญา ๑๕.ทรพั ย์ในดนิ สนิ ในน้านามกระบี่ ๑๖.ชื่อบ้านฉนั นาม โรงเรียน ๑๗.โครงงานอาชพี ๑๘.โรคอบุ ตั ใิ หมใ่ น จงั หวดั กระบ่ี (COVID-19) ๒. ระบุปัญหาหรอื ความ • ปญั หาหรือความต้องการใน ต้องการในชุมชน หรอื ท้องถิ่น ชุมชนหรือทอ้ งถิ่น มหี ลาย สรปุ กรอบของปัญหา รวบรวม อย่าง ขน้ึ กบั บริบทหรือ วิเคราะห์ ข้อมูลและแนวคดิ ที่ สถานการณ์ ทปี่ ระสบ เกี่ยวข้องกบั ปญั หา เชน่ ด้านพลังงาน ส่งิ แวดลอ้ ม การเกษตร การอาหาร ๓. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา • การระบุปัญหาจาเปน็ ต้องมี โดยวิเคราะห์ เปรยี บเทียบ การวเิ คราะห์ สถานการณ์ของ และตดั สนิ ใจเลอื กข้อมูลท่ี ปญั หาเพ่ือสรุปกรอบของ จาเป็นภายใต้เงอ่ื นไขและ ปัญหา แล้วดาเนินการสบื ค้น รวบรวมขอ้ มูล ความรู้ จาก ศาสตรต์ า่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง เพ่ือ นาไปสู่การ ออกแบบแนวทาง การแก้ปัญหา • การวเิ คราะห์เปรยี บเทยี บ และตัดสนิ ใจ เลอื กข้อมลู ท่ี จาเป็น โดยคานึงถึงเงื่อนไข และทรัพยากร เช่น

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ทรพั ยากรทม่ี ีอยู่ นาเสนอ งบประมาณ เวลา ข้อมูล และ แนวทางการแกป้ ัญหาให้ผอู้ ่ืน สารสนเทศ วัสดุ เคร่อื งมือและ เขา้ ใจ วางแผนขัน้ ตอนการ อปุ กรณ์ ช่วยใหไ้ ด้แนวทางการ ทางานและดาเนินการแกป้ ญั หา แก้ปญั หาท่ีเหมาะสม อยา่ งเป็นขั้นตอน • การออกแบบแนวทางการ แกป้ ญั หาทาได้ หลากหลายวธิ ี ๔. ทดสอบ ประเมนิ ผล และ เช่น การรา่ งภาพ การเขียน อธิบายปัญหาหรือ ข้อบกพร่อง แผนภาพ การเขยี นผงั งาน ที่เกิดข้นึ ภายใต้กรอบเง่อื นไข • การกาหนดขนั้ ตอนระยะเวลา พรอ้ มทั้งหาแนวทางการ ในการทางาน ก่อนดาเนินการ ปรบั ปรงุ แก้ไข และ นาเสนอผล แกป้ ญั หาจะชว่ ยใหก้ ารทางาน การแก้ปัญหา สาเร็จไดต้ ามเป้าหมาย และลด ขอ้ ผดิ พลาด ของการ ๕. ใชค้ วามรูแ้ ละทกั ษะเกี่ยวกับ ทางานที่อาจเกดิ ขนึ้ วสั ดอุ ปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เพ่ือ • การทดสอบและประเมนิ ผล แก้ปัญหาหรือพฒั นางานได้ เปน็ การตรวจสอบ ช้นิ งาน หรอื อย่างถูกต้อง เหมาะสม และ วิธีการวา่ สามารถแกป้ ัญหาได้ ปลอดภยั ตามวตั ถปุ ระสงค์ภายใต้กรอบ ของปญั หา เพื่อหาข้อบกพรอ่ ง และดาเนนิ การปรบั ปรงุ ให้ สามารถ แกไ้ ขปัญหาได้ • การนาเสนอผลงานเป็นการ ถา่ ยทอดแนวคิด เพ่อื ใหผ้ ู้อนื่ เขา้ ใจเกีย่ วกับกระบวนการ ทางาน และช้นิ งานหรอื วธิ ีการ ท่ไี ด้ซึง่ สามารถทาได้ หลายวิธี เช่น การเขียนรายงาน การทา แผ่นนาเสนอผลงาน การจัด นิทรรศการ • วสั ดุแตล่ ะประเภทมีสมบตั ิ แตกตา่ งกัน เชน่ ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์ สมบตั ิ เพ่ือเลือกใช้ให้ เหมาะสมกบั ลักษณะของงาน • การสรา้ งชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรอ่ื งกลไก ไฟฟ้า อเิ ล็กทรอนกิ สเ์ ช่น LED

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ มอเตอรบ์ ัซเซอรเ์ ฟือง รอก ล้อ เพลา • อุปกรณ์และเครื่องมือในการ สร้างช้นิ งาน หรอื พัฒนาวิธีการ มีหลายประเภท ต้องเลือกใช้ ใหถ้ กู ต้อง เหมาะสม และ ปลอดภยั รวมท้งั รจู้ กั เกบ็ รักษา สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง อย่างเป็นขั้นตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ ม.๒ ๑. ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้ • แนวคิดเชิงคานวณ ๑.กระบีเ่ มืองน่าอยู่ แ น ว คิ ด เ ชิ ง ค า น ว ณ ใ น ก า ร • การแก้ปัญหาโดยใช้แนวคดิ เชิง ๒.ยอ้ นรอยเมือง แก้ปัญหา หรือการทางานท่ีพบ คานวณ กระบี่ ในชวี ติ จรงิ • ตัวอย่างปัญหา เช่น การเข้า ๓.การปกครองของ แถวตามลาดับ ความสูงให้เร็ว กระบี่ ท่ีสุด จัดเรียงเส้ือให้หาได้ง่าย ๔.สงั คมกระบบี่ า้ น ท่สี ุด เรา ๕.ร่องรอยทาง ประวตั ศิ าสตร์ ๖.เชดิ ชถู ิ่นแดนดิน ประเพณี ๗. เศรษฐกิจเนรมิต เมือง ๘.วัฒนธรรมนาชวี ติ ๙.พลเมอื งวีรชนและ บุคคลสาคญั ๑o.สบื สานงานศลิ ป์ ๑๑.มนต์เสน่ห์แหง่ แดนใต้

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ๑๒.งานศิลปถ์ ิ่น กระบี่ ๑๓.วรรณกรรม ท้องถนิ่ แดนดินเมอื ง กระบี่ ๑๔.สืบสานภมู ิ ปัญญา ๑๕.ทรพั ยใ์ นดิน สิน ในนา้ นามกระบี่ ๑๖.ชื่อบา้ นฉันนาม โรงเรยี น ๑๗.โครงงานอาชีพ ๑๘.โรคอบุ ัตใิ หม่ใน จงั หวัด กระบ่ี (COVID-19) ๒. ออกแบบและเขียนโปรแกรม • ตัวดาเนนิ การบลู ีน ท่ใี ช้ตรรกะ และฟังก์ชันในการ • ฟงั ก์ชนั แกป้ ญั หา • การออกแบบและเขียน โปรแกรมทม่ี ีการใชต้ รรกะ และ ฟังก์ชนั • การออกแบบอัลกอรทิ มึ เพื่อ แกป้ ัญหาอาจใช้ แนวคิดเชิง คานวณในการออกแบบ เพื่อให้ การแก้ปัญหามีประสทิ ธภิ าพ • การแกป้ ญั หาอย่างเป็นขนั้ ตอน จะชว่ ยใหแ้ ก้ปญั หา ได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ • ซอฟตแ์ วร์ท่ีใช้ในการเขยี น โปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c • ตัวอย่างโปรแกรม เชน่ โปรแกรมตัดเกรด หา คาตอบทัง้ หมดของอสมการ หลายตัวแปร ๓. อภปิ รายองคป์ ระกอบ และ • องค์ประกอบและหลักการ หลกั การทางานของระบบ ทางานของระบบ คอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีการ • เทคโนโลยีการส่ือสาร

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ สือ่ สาร เพื่อประยุกตใ์ ชง้ านหรือ • การประยุกต์ใชง้ านและการ แกป้ ัญหาเบ้ืองต้น แก้ปัญหาเบื้องตน้ ๔. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ • ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง อย่างปลอดภยั มีความ ปลอดภัย โดยเลอื ก แนวทาง รบั ผดิ ชอบ สร้างและแสดงสทิ ธิ ปฏบิ ตั ิเม่อื พบเน้อื หาทไี่ ม่ ในการเผยแพร่ ผลงาน เหมาะสม เช่น แจ้งรายงาน ผู้เก่ียวขอ้ ง ป้องกนั การเข้ามา ของข้อมูลทีไ่ มเ่ หมาะสม ไม่ตอบ โตไ้ มเ่ ผยแพร่ • การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ อย่างมีความรบั ผิดชอบ เช่น ตระหนักถึงผลกระทบในการ เผยแพร่ข้อมลู • การสร้างและแสดงสิทธิ์ความ เป็นเจา้ ของผลงาน • การ กาหนดสิทธกิ ารใช้ข้อมูล กรอบหลกั สูตรท้องถ่ินตามตัวชว้ี ัดและสาระการการเรยี นรแู้ กนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ สาระท่ี ๑ วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิต กับส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอด พลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนทีใ่ นระบบนเิ วศ ความหมายของประชากร ปัญหา และผลกระทบ ท่ีมี ต่อทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไข ปญั หาสงิ่ แวดล้อมรวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ม.๓ ๑. อธิบายปฏิสัมพันธ์ของ • ระบบนเิ วศประกอบดว้ ย ๑.กระบี่เมืองน่าอยู่ องคป์ ระกอบของ ระบบนิเวศที่ องคป์ ระกอบท่ีมชี ีวติ เชน่ พืช ๒.ยอ้ นรอยเมืองกระบี่ ได้จากการสารวจ สัตว์จลุ นิ ทรยี ์ และ ๓.การปกครองของ กระบี่ องคป์ ระกอบที่ไม่มชี ีวติ เช่น ๔.สังคมกระบ่ีบา้ นเรา แสง นา้ อณุ หภมู ิแรธ่ าตุแกส๊ องค์ประกอบเหล่าน้มี ี ปฏสิ ัมพันธ์กัน เช่น พืชตอ้ งการ ๕.ร่องรอยทาง แสง น้า และแก๊ส ประวตั ิศาสตร์ คาร์บอนไดออกไซด์ ในการ ๖.เชิดชูถิ่นแดนดิน สรา้ งอาหาร สตั วต์ ้องการ ประเพณี อาหาร และ สภาพแวดลอ้ มที่ ๗. เศรษฐกิจเนรมิต เหมาะสมในการดารงชวี ติ เช่น อณุ หภมู คิ วามชื้น องคป์ ระกอบ เมือง ทั้งสองส่วนน้ี จะต้องมี ๘.วฒั นธรรมนาชีวติ ความสัมพนั ธ์กนั อยา่ ง ๙.พลเมืองวรี ชนและ เหมาะสม ระบบนิเวศจึงจะ บุคคลสาคญั สามารถคงอยู่ต่อไปได้ ๑o.สืบสานงานศิลป์ ๑๑.มนตเ์ สน่ห์แห่ง แดนใต้ ๑๒.งานศิลป์ ถ่ินกระบี่ ๑๓.วรรณกรรม ทอ้ งถิ่นแดนดินเมือง กระบี่ ๑๔.สืบสานภูมิปัญญา ๑๕.ทรัพยใ์ นดิน สิน ในน้านามกระบ่ี ๑๖.ชื่อบา้ นฉนั นาม โรงเรียน ๑๗.โครงงานอาชีพ ๑๘.โรคอุบตั ิใหม่ใน จงั หวดั กระบี่ (COVID-19)

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ ๒. อธบิ ายรูปแบบ • ส่งิ มีชวี ิตกับสงิ่ มีชวี ติ มี ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสิง่ มชี วี ิต ความสัมพนั ธก์ ันในรปู แบบตา่ ง กบั ส่งิ มชี วี ติ รปู แบบต่างๆใน ๆ เช่น ภาวะพ่งึ พากัน ภาวะอิง แหลง่ ทอ่ี ยเู่ ดยี วกัน ทไี่ ดจ้ าก อาศยั ภาวะเหยื่อกับผ้ลู า่ การสารวจ ภาวะปรสิต • ส่งิ มีชวี ิตชนิดเดยี วกันท่อี าศัย อยูร่ ่วมกันใน แหล่งทีอ่ ยู่ เดยี วกัน ในช่วงเวลาเดยี วกนั เรยี กวา่ ประชากร • กลุม่ สง่ิ มชี ีวิตประกอบด้วย ประชากรของสง่ิ มีชวี ติ หลาย ๆ ชนิด อาศัยอยู่ร่วมกันใน แหล่งทอี่ ยูเ่ ดียวกัน ๓. สร้างแบบจาลองในการ • กลมุ่ สงิ่ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ อธบิ ายการถ่ายทอด พลังงาน แบ่งตามหนา้ ทไ่ี ดเ้ ปน็ ๓ กลมุ่ ในสายใยอาหาร ได้แก่ผูผ้ ลติ ผูบ้ ริโภค และผู้ ๔. อธบิ ายความสัมพันธข์ อง ย่อยสลาย สารอินทรยี ส์ งิ่ มชี วี ิต ผูผ้ ลติ ผบู้ รโิ ภค และผู้ย่อย ทงั้ ๓ กลุ่มนมี้ ีความ สมั พนั ธ์กัน สลายสารอนิ ทรีย์ในระบบนิเวศ ผผู้ ลิตเปน็ ส่งิ มีชวี ติ ทสี่ ร้าง ๕. อธบิ ายการสะสมสารพิษใน อาหาร ไดเ้ อง โดยกระบวนการ สง่ิ มีชีวิตในโซอ่ าหาร สังเคราะหด์ ว้ ยแสง ผบู้ รโิ ภค ๖. ตระหนักถงึ ความสัมพันธ์ เป็นส่ิงมีชีวติ ทไ่ี ม่สามารถสรา้ ง ของส่งิ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม อาหาร ไดเ้ อง และต้องกนิ ในระบบนิเวศ โดยไมท่ าลาย ผู้ผลิตหรอื สง่ิ มชี วี ิตอ่ืน เป็น สมดลุ ของระบบนเิ วศ อาหาร เมื่อผ้ผู ลติ และผูบ้ รโิ ภค ตายลง จะถกู ยอ่ ยโดยผู้ย่อย สลายสารอินทรีย์ซ่งึ จะเปล่ียน สารอนิ ทรีย์เปน็ สารอนนิ ทรยี ์ กลบั คนื สู่ สงิ่ แวดล้อม ทาให้ เกดิ การหมนุ เวียนสารเปน็ วัฏ จักร จานวนผู้ผลติ ผู้บริโภคและ ผ้ยู อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ จะตอ้ ง มีความเหมาะสม จงึ ทาให้กลุ่ม สง่ิ มีชวี ิต อยูไ่ ด้อยา่ งสมดลุ • พลงั งานถูกถ่ายทอดจากผผู้ ลติ ไปยังผู้บริโภค ลาดับตา่ ง ๆ รวมท้ังผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรีย์

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ในรูปแบบสายใยอาหาร ท่ี ประกอบด้วยโซอ่ าหาร หลาย โซท่ ่ีสัมพนั ธ์กัน ในการถ่ายทอด พลังงานใน โซอ่ าหาร พลงั งาน ท่ีถกู ถ่ายทอดไปจะลดลง เรอ่ื ย ๆ ตามลาดับของการ บรโิ ภค • การถ่ายทอดพลงั งานใน ระบบนิเวศ อาจทาให้มีสารพิษ สะสมอยู่ในส่งิ มีชีวิตไดจ้ นอาจ กอ่ ให้เกดิ อันตรายต่อสง่ิ มชี ีวติ และทาลายสมดุลในระบบนิเวศ ดงั น้นั การดูแลรักษาระบบ นิเวศ ใหเ้ กิดความสมดลุ และ คงอยูต่ ลอดไปจึงเปน็ สิง่ สาคัญ สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสาร เข้า และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์ และมนุษย์ ทท่ี างานสัมพันธ์กนั ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะตา่ ง ๆ ของพชื ท่ที างานสมั พนั ธ์ กนั รวมทั้งนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ม.๓ - - -- สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการ และความสาคัญของการถา่ ยทอดลักษณะ ทาง พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทาง ชีวภาพ และววิ ัฒนาการของสิ่งมชี วี ติ รวมท้ังนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายเหตุ ม.๓ ๑. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหว่าง • ลักษณะทางพันธุกรรมของ ๑.กระบเ่ี มืองนา่ อยู่ ยนี ดเี อ็นเอ และโครโมโซม สิ่งมีชีวิตสามารถ ถ่ายทอดจาก ๒.ย้อนรอยเมือง กระบี่ โดยใชแ้ บบจาลอง รุ่นหน่ึงไปยังอีกรุ่นหน่ึงได้โดยมี ๓.การปกครอง ของกระบ่ี ยีน เป็นหน่วยควบคุมลักษณะ ๔.สงั คมกระบบี่ ้าน เรา ทางพนั ธุกรรม ๕.ร่องรอยทาง ประวัติศาสตร์ • โครโมโซมประกอบด้วย ดีเอ็น ๖.เชิดชูถ่นิ แดนดิน ประเพณี เ อ แ ล ะ โ ป ร ตี น ข ด อ ยู่ ใ น ๗. เศรษฐกจิ เนรมติ เมอื ง นิวเคลียส ยีน ดีเอ็นเอ และ ๘.วัฒนธรรมนา ชีวิต โครโมโซม มีความสัมพันธ์กัน ๙.พลเมืองวรี ชน และบคุ คลสาคญั โดยบางส่วนของดีเอ็นเอ ทา ๑o.สบื สานงาน ศลิ ป์ หน้าที่เป็นยีนท่ีกาหนดลักษณะ ๑๑.มนตเ์ สน่ห์แหง่ แดนใต้ ของส่ิงมชี วี ิต ๑๒.งานศิลปถ์ นิ่ กระบี่ • ส่ิงมีชีวิตท่ีมีโครโมโซม ๒ ชุด ๑๓.วรรณกรรม ทอ้ งถิ่นแดนดิน โครโมโ ซมที่เ ป็นคู่กันมีการ เมืองกระบี่ ๑๔.สบื สานภมู ิ เรียงลาดับของยีนบนโครโมโซม ปัญญา ๑๕.ทรัพยใ์ นดิน เหมือนกัน เรียกว่า ฮอมอโลกัส สนิ ในน้านาม กระบ่ี โครโมโซม ยีนหนึ่งท่ีอยู่ บนคู่ฮ ๑๖.ช่ือบา้ นฉัน นามโรงเรียน อมอโลกัสโครโมโซม อาจมี ๑๗.โครงงาน อาชพี รูปแบบ แตกต่างกัน เรียกแต่ละ รู ป แ บ บ ข อ ง ยี น ท่ี ต่ า ง กั น นี้ ว่ า แอลลีล ซ่ึงการเข้าคู่กันของแอล ลีลต่าง ๆ อาจส่งผลทาให้ ส่ิงมีชีวิตมีลักษณะที่แตกต่างกัน ได้ • ส่ิงมีชีวิตแต่ละชนิดมีจานวน โครโมโซมคงที่ มนุษย์มีจานวน โครโมโซม ๒๓ คู่ เป็นออโตโซม ๒๒ คู่ และโครโมโซมเพศ ๑ คู่ เพศหญิงมีโครโมโซมเพศ เป็น XX เพศชายมีโครโมโซมเพศเป็น XY

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ๑๘.โรคอบุ ตั ใิ หม่ ในจังหวัด กระบี่ (COVID-19) ๒. อธบิ ายการถ่ายทอดลกั ษณะ • เมนเดลไดศ้ ึกษาการถา่ ยทอด ทางพนั ธุกรรมจาก การผสมโดย ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของต้นถ่วั พิจารณาลกั ษณะเดยี วทแ่ี อลลี ชนิดหนึง่ และนามาสหู่ ลกั การ ลเดน่ ขม่ แอลลีลดอ้ ยอย่าง พื้นฐานของการถ่ายทอด สมบรู ณ์ ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมของ ๓. อธิบายการเกดิ จโี นไทป์ สิ่งมชี วี ติ และฟีโนไทป์ของลกู และ • สิง่ มีชีวติ ท่ีมโี ครโมโซมเปน็ ๒ คานวณอตั ราส่วนการเกดิ จีโน ชดุ ยีนแตล่ ะ ตาแหน่งบนฮ ไทป์ และฟีโนไทป์ของรนุ่ ลูก อมอโลกสั โครโมโซมมี ๒ แอลลีล โดยแอลลีลหนึ่งมาจากพอ่ และ อีกแอลลีลมาจาก แม่ ซงึ่ อาจมี รูปแบบเดยี วกัน หรือแตกตา่ ง กนั แอลลลี ท่ีแตกต่างกันน้ี แอล ลลี หนง่ึ อาจมกี าร แสดงออกข่ม อีกแอลลีลหน่งึ ได้ เรียกแอลลีล นน้ั วา่ เปน็ แอลลลี เดน่ ส่วนแอล ลลี ทถ่ี ูกข่มอยา่ งสมบูรณ์ เรียกว่า เป็นแอลลีลดอ้ ย • เมื่อมีการสรา้ งเซลลส์ ืบพนั ธุ์ แอลลีลท่เี ป็นคู่กนั ในแต่ละฮ อมอโลกสั โครโมโซมจะแยกจาก กัน ไปสเู่ ซลลส์ ืบพนั ธ์ุแตล่ ะเซลล์ โดยแตล่ ะเซลล์สบื พนั ธ์ุ จะได้รบั เพยี ง ๑ แอลลีล และจะมาเข้าคู่ กบั แอลลีลทีต่ าแหน่งเดยี วกัน ของอีกเซลล์สืบพนั ธุ์หนึ่ง เมือ่ เกิดการปฏสิ นธิจนเกดิ เป็นจีโน ไทป์ และ แสดงฟโี นไทป์ในรุ่น ลกู

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายเหตุ ๔. อธิบายความแตกต่างของ • กระบวนการแบ่งเซลล์ของ การแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส สิ่งมีชีวิตมี ๒ แบบ คือ ไมโทซิส และไมโอซิส และไมโอซิส • ไมโทซิส เป็นการแบ่งเซลล์ เพ่ือเพ่ิมจานวนเซลล์ ร่างกาย ผลจากการแบ่งจะได้เซลล์ใหม่ ๒ เ ซ ล ล์ ท่ี มี ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ จานวนโครโมโซมเหมอื นเซลล์ตั้ง ตน้ • ไมโอซสิ เปน็ การแบ่งเซลล์เพือ่ สรา้ งเซลลส์ ืบพันธ์ุ ผลจากการ แบง่ จะได้เซลลใ์ หม่ ๔ เซลล์ที่มี จานวนโครโมโซมเป็นครึ่งหนง่ึ ของเซลลต์ ง้ั ตน้ เม่ือเกดิ การ ปฏสิ นธิของเซลล์สบื พันธล์ุ ูกจะ ได้รบั การถ่ายทอดโครโมโซมชดุ หน่ึงจากพ่อ และอีกชุดหน่ึงจาก แมจ่ งึ เปน็ ผลให้รุ่นลกู มจี านวน โครโมโซมเท่ากบั รนุ่ พอ่ แม่ และ จะคงที่ในทุกๆรุ่น ๕. บอกได้วา่ การเปลี่ยนแปลง • การเปลย่ี นแปลงของยนี หรือ ของยีนหรือโครโมโซม อาจทา โครโมโซม สง่ ผลให้ เกิดการ ให้เกดิ โรคทางพันธุกรรม พรอ้ ม เปลย่ี นแปลงลักษณะทาง ทงั้ ยกตวั อย่างโรคทาง พันธกุ รรมของ สิง่ มีชวี ิต เชน่ พันธุกรรม โรคธาลัสซีเมีย เกิดจากการ เปลีย่ นแปลงของยีน กลมุ่ อาการ ๖. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์ของ ดาวน์เกดิ จากการ เปลยี่ นแปลง ความรู้เรือ่ งโรคทาง พนั ธกุ รรม จานวนโครโมโซม โดยรู้วา่ ก่อนแต่งงานควร • โรคทางพนั ธกุ รรมสามารถ ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจ และ ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสลู่ กู ได้ วินจิ ฉัยภาวะเสี่ยงของลูกทอี่ าจ ดังนั้นกอ่ นแตง่ งาน และมีบตุ รจงึ เกดิ โรคทางพนั ธกุ รรม ควรปอ้ งกัน โดยการตรวจ และ วนิ จิ ฉัยภาวะเสี่ยงจากการ ถา่ ยทอดโรคทางพนั ธุกรรม

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ๗. อธบิ ายการใช้ประโยชน์จาก • มนุษยเ์ ปลีย่ นแปลงพนั ธกุ รรม สง่ิ มีชวี ติ ดดั แปรพันธุกรรม และ ของส่งิ มชี ีวิตตาม ธรรมชาติ ผลกระทบท่ีอาจมีต่อมนุษย์ เพื่อใหไ้ ด้สิ่งมีชวี ติ ที่มลี กั ษณะ และสง่ิ แวดล้อม โดยใชข้ อ้ มูลท่ี ตาม ต้องการเรียกสง่ิ มชี วี ติ นวี้ ่า รวบรวมได้ สง่ิ มีชีวติ ดดั แปรพันธกุ รรม ๘. ตระหนกั ถึงประโยชน์ และ • ในปัจจบุ ันมนุษย์มีการใช้ ผลกระทบของส่งิ มชี วี ติ ดัดแปร ประโยชนจ์ ากสิง่ มีชีวติ ดัดแปร พันธกุ รรมที่อาจมตี ่อมนุษย์ พันธกุ รรมเปน็ จานวนมาก เช่น และส่ิงแวดลอ้ ม โดยการ การผลิต อาหารการผลิตยา เผยแพร่ความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการ รักษาโรคการเกษตรอยา่ งไรก็ดี โตแ้ ย้งทาง วทิ ยาศาสตรซ์ ึง่ มี สังคมยงั มีความกังวลเกย่ี วกบั ข้อมูลสนับสนุน ผลกระทบของ ส่งิ มชี วี ิตดัดแปร พนั ธุกรรมท่ีมตี อ่ ส่ิงมชี ีวิต และ สิง่ แวดล้อม ซึง่ ยังทาการติดตาม ศกึ ษาผลกระทบ ดังกลา่ ว ๙. เปรียบเทยี บความ • ความหลากหลายทางชีวภาพ หลากหลายทางชวี ภาพในระดบั มี ๓ ระดับ ได้แก่ ความ ชนิดสง่ิ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ หลากหลายของระบบนิเวศ ตา่ ง ๆ ความหลาก หลายของชนดิ ๑๐. อธบิ ายความสาคัญของ สิง่ มีชวี ิต และความหลากหลาย ความหลากหลายทาง ชีวภาพท่ี ทางพนั ธกุ รรม ความหลากหลาย มตี อ่ การรกั ษาสมดลุ ของระบบ ทางชีวภาพนม้ี ี ความสาคญั ต่อ นเิ วศ และต่อมนุษย์ การรักษาสมดลุ ของระบบนิเวศ ๑๑. แสดงความตระหนกั ใน ระบบนเิ วศทีม่ ีความหลากหลาย คณุ คา่ และความสาคัญของ ทางชีวภาพสูง จะรักษาสมดุล ความหลากหลายทางชีวภาพ ไดด้ ีกวา่ ระบบนิเวศท่ีมคี วาม โดยมสี ว่ นรว่ ม ในการดูแลรกั ษา หลากหลายทางชวี ภาพตา่ กว่า ความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนีค้ วามหลากหลายทาง ชวี ภาพยังมีความสาคัญต่อ มนุษย์ในด้านต่าง ๆ เช่น ใชเ้ ปน็ อาหาร ยารกั ษาโรค วัตถดุ บิ ใน อตุ สาหกรรมต่าง ๆ ดังน้ัน จึง เป็นหนา้ ทข่ี องทุกคนในการดูแล รักษา ความหลากหลายทาง ชีวภาพให้คงอยู่

สาระท่ี ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๑ เขา้ ใจสมบตั ิของสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับโครงสร้าง และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคหลัก และธรรมชาติของการเปล่ียนแปลง สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน หมายเหตุ ม.๓ ๑. ระบสุ มบตั ทิ างกายภาพและ • พอลิเมอร์เซรามิก และ ๑.กระบี่เมืองน่าอยู่ การใช้ประโยชน์ วสั ดุประเภท วัสดผุ สม เป็นวสั ดุทีใ่ ช้ มาก ๒.ย้อนรอยเมือง พอลิเมอร์เซรามิก และวัสดุผสม ในชีวติ ประจาวนั กระบ่ี โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์ • พอลิเมอร์เป็น ๓.การปกครองของ และสารสนเทศ สารประกอบโมเลกลุ ใหญ่ ที่ กระบ่ี ๒. ตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของการ เกิดจากโมเลกลุ จานวนมาก ๔.สังคมกระบ่ีบา้ น ใชว้ สั ดุประเภท พอลเิ มอร์เซรา รวมตัวกนั ทางเคมี เชน่ เรา มกิ และวสั ดผุ สม โดย พลาสตกิ ยาง เส้นใยซ่ึงเป็น ๕.ร่องรอยทาง เสนอแนะ แนวทางการใชว้ สั ดุ พอลิเมอรท์ ่ีมี สมบัติ ประวตั ิศาสตร์ อยา่ งประหยดั และคุม้ ค่า แตกตา่ งกัน โดยพลาสติก ๖.เชิดชถู ิ่นแดนดิน เปน็ พอลเิ มอรท์ ี่ ขน้ึ รูปเป็น ประเพณี รูปทรงต่าง ๆ ไดย้ าง ๗. เศรษฐกิจเนรมติ ยืดหยุน่ ได้ สว่ นเสน้ ใย เมอื ง เป็นพอลิเมอร์ท่ีสามารถดึง ๘.วัฒนธรรมนาชวี ติ เปน็ เส้นยาวได้พอลิเมอรจ์ งึ ๙.พลเมืองวีรชนและ ใชป้ ระโยชนไ์ ด้แตกต่างกัน บคุ คลสาคญั • เซรามกิ เปน็ วัสดุที่ผลติ ๑o.สืบสานงานศลิ ป์ จาก ดนิ หิน ทราย ๑๑.มนต์เสน่ห์แห่ง และแรธ่ าตุตา่ ง ๆ จาก แดนใต้ ธรรมชาตแิ ละสว่ นมากจะ ๑๒.งานศิลป์ถิ่น ผา่ นการเผาท่อี ุณหภมู สิ ูง กระบี่ เพ่อื ใหไ้ ดเ้ นื้อสารท่แี ขง็ แรง ๑๓.วรรณกรรม เซรามกิ สามารถทาเป็น ท้องถิ่นแดนดนิ เมอื ง รปู ทรงตา่ ง ๆ ไดส้ มบตั ิ กระบี่ ทั่วไปของเซรามิกจะแข็ง ๑๔.สบื สานภมู ิ ทนตอ่ การสกึ กร่อน และ ปัญญา เปราะ สามารถนาไปใช้ ๑๕.ทรัพยใ์ นดนิ สิน ประโยชนไ์ ดเ้ ช่น ภาชนะท่ี ในน้านามกระบ่ี เปน็ เครอ่ื งปน้ั ดินเผาชิ้นส่วน ๑๖.ชือ่ บา้ นฉันนาม อิเล็กทรอนกิ ส์ โรงเรียน ๑๗.โครงงานอาชีพ

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ • วัสดผุ สมเปน็ วสั ดทุ ่ีเกดิ ๑๘.โรคอุบตั ใิ หม่ใน - จากวสั ดตุ ัง้ แต่ ๒ประเภท จงั หวดั กระบี่ ท่ีมีสมบัติแตกตา่ งกนั มา (COVID-19) รวมตวั กัน เพอื่ นาไปใช้ ประโยชน์ไดม้ ากขน้ึ เช่น เสอ้ื กนั ฝนบางชนิด เปน็ วัสดุ ผสมระหว่างผา้ กับยาง คอนกรีตเสริมเหลก็ เป็น วัสดุผสมระหวา่ งคอนกรตี กบั เหล็ก • วัสดุบางชนิดสลายตัวยาก เช่น พลาสตกิ การใช้ วัสดุ อย่างฟ่มุ เฟือยและไม่ ระมดั ระวงั อาจกอ่ ปญั หา ตอ่ สง่ิ แวดล้อม ๓. อธิบายการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี • การเกิดปฏิกิรยิ าเคมหี รือ รวมถึงการจดั เรยี งตวั ใหมข่ อง การเปลย่ี นแปลงทาง เคมี อะตอมเมอื่ เกิดปฏิกริ ิยาเคมี ของสาร เป็นการ โดยใชแ้ บบจาลองและสมการ เปลย่ี นแปลงทีท่ าให้เกดิ ขอ้ ความ สารใหม่ โดยสารทเ่ี ข้าทา ปฏกิ ิริยาเรยี กวา่ สารตัง้ ต้น สารใหมท่ เ่ี กิดขนึ้ จาก ปฏิกริ ยิ า เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ การเกดิ ปฏิกริ ิยา เคมีสามารถเขยี นแทนได้ ด้วย สมการข้อความ • การเกิดปฏกิ ิริยาเคมี อะตอมของสารต้งั ต้นจะมี การจดั เรียงตัวใหม่ ไดเ้ ปน็ ผลิตภณั ฑซ์ ึง่ มสี มบตั ิ แตกตา่ งจากสารตัง้ ตน้ โดย อะตอมแต่ละชนดิ ก่อนและ หลงั เกิดปฏิกริ ยิ าเคมมี ี จานวนเทา่ กัน ๔. อธิบายกฎทรงมวล โดยใช้ • เมือ่ เกดิ ปฏิกริ ิยาเคมีมวล หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ รวมของสารตัง้ ต้น เทา่ กบั

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายเหตุ ๕. วเิ คราะห์ปฏิกริ ยิ าดดู ความ มวลรวมของผลิตภณั ฑ์ ซง่ึ - ร้อน และปฏิกิรยิ า คายความ เป็นไปตาม กฎทรงมวล ร้อน จากการเปลีย่ นแปลง พลังงาน ความร้อนของ • เม่อื เกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีมีการ ปฏิกิรยิ า ถ่ายโอนความร้อน ควบคู่ไป กับการจัดเรยี งตวั ใหม่ของ อะตอมของสาร ปฏิกริ ิยาท่ี มีการถ่ายโอนความร้อนจาก ส่งิ แวดลอ้ ม เขา้ สรู่ ะบบเป็น ปฏิกิรยิ าดดู ความร้อน ปฏกิ ิริยา ท่ีมีการถ่ายโอน ความร้อนจากระบบออกสู่ สงิ่ แวดลอ้ มเป็นปฏกิ ริ ยิ า คายความร้อน โดยใช้ เครื่องมอื ท่ีเหมาะสมในการ วดั อุณหภมู เิ ช่น เทอร์มอ มิเตอรห์ ัววัดที่สามารถ ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลง ของอณุ หภูมิได้อย่าง ตอ่ เนอ่ื ง ๖. อธิบายปฏกิ ริ ิยาการเกดิ สนมิ • ปฏิกิริยาเคมีท่ีพบใน ของเหลก็ ปฏิกิรยิ า ของกรดกับ ชวี ติ ประจาวันมีหลายชนดิ โลหะ ปฏิกริ ยิ าของกรดกับเบส เช่น ปฏิกิริยาการเผาไหม้ และ ปฏิกริ ยิ าของเบสกบั โลหะ การเกิดสนิมของเหลก็ โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับโลหะ และอธิบายปฏกิ ริ ยิ าการเผา ปฏกิ ิริยาของกรดกบั เบส ไหม้ การเกิดฝนกรด ปฏกิ ริ ิยาของเบสกบั โลหะ การสงั เคราะห์ด้วยแสง โดยใช้ การเกิดฝนกรด การ สารสนเทศ รวมทัง้ เขยี นสมการ สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง ข้อความแสดงปฏิกิริยาดังกล่าว ปฏกิ ริ ยิ าเคมีสามารถ เขียน แทนไดด้ ว้ ยสมการข้อความ ซงึ่ แสดงช่อื ของ สารต้งั ต้น และผลิตภณั ฑ์ เช่น เช้ือเพลงิ + ออกซเิ จน → คารบ์ อนไดออกไซด์ + นา้ ปฏิกิริยาการเผาไหม้เป็น ปฏิกิริยาระหวา่ งสารกับ

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ออกซเิ จน สารที่ เกิดปฏกิ ริ ิยาการเผาไหม้ สว่ นใหญเ่ ปน็ สารประกอบที่ มคี าร์บอน และไฮโดรเจน เปน็ องค์ประกอบ ซึง่ ถ้าเกิด การเผาไหม้ อย่างสมบูรณ์ จะได้ผลติ ภัณฑ์เปน็ คารบ์ อนไดออกไซด์และนา้ • การเกิดสนมิ ของเหล็ก เกดิ จากปฏกิ ริ ยิ าเคมี ระหวา่ งเหล็ก นา้ และ ออกซเิ จน ได้ผลติ ภัณฑ์ เปน็ สนมิ ของเหล็ก • ปฏกิ ิริยาการเผาไหม้และ การเกิดสนิมของเหล็ก เป็น ปฏิกริ ยิ าระหว่างสารตา่ ง ๆ กับออกซเิ จน • ปฏิกริ ยิ าของกรดกับ โลหะกรดทาปฏิกริ ิยากับ โลหะได้หลายชนิด ได้ ผลิตภัณฑ์เป็นเกลอื ของ โลหะและแกส๊ ไฮโดรเจน • ปฏิกริ ยิ าของกรดกับ สารประกอบคาร์บอเนต ได้ผลติ ภัณฑ์เป็นแก๊ส คารบ์ อนไดออกไซด์ เกลือ ของโลหะ และน้า • ปฏิกริ ยิ าของกรดกับเบส ไดผ้ ลติ ภัณฑเ์ ป็นเกลอื ของ โลหะและน้า หรอื อาจได้ เพยี งเกลือของโลหะ • ปฏิกริ ยิ าของเบสกับโลหะ บางชนดิ ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์ เป็น เกลือของเบสและแก๊ส ไฮโดรเจน • การเกดิ ฝนกรด เป็นผล จากปฏกิ ิรยิ าระหว่าง น้าฝน

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ กับออกไซด์ของไนโตรเจน หรอื ออกไซด์ ของซลั เฟอร์ ทาให้น้าฝนมีสมบตั ิเป็นกรด • การสังเคราะหด์ ้วยแสง ของพืช เปน็ ปฏิกริ ิยา ระหวา่ งแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์กบั น้า โดยมี แสงช่วยในการ เกดิ ปฏิกริ ยิ า ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์ เป็น น้าตาลกลโู คสและ ออกซิเจน ๗. ระบุประโยชน์และโทษของ • ปฏิกิรยิ าเคมที ่ีพบใน ปฏิกิริยาเคมี ทม่ี ีต่อส่ิงมชี วี ิต ชวี ิตประจาวันมที งั้ และสงิ่ แวดล้อมและยกตัวอย่าง ประโยชน์ และโทษต่อ วิธกี ารปอ้ งกนั และแก้ปญั หาท่ี สง่ิ มชี วี ิตและส่งิ แวดลอ้ ม จึง เกดิ จากปฏิกริ ิยาเคมี ทีพ่ บใน ต้อง ระมัดระวังผลจาก ชีวิตประจาวนั จากการสบื ค้น ปฏกิ ริ ยิ าเคมีตลอดจนรูจ้ กั ขอ้ มูล วิธปี ้องกนั และแก้ปัญหาที่ ๘. ออกแบบวิธีแก้ปัญหาใน เกิดจากปฏกิ ริ ยิ าเคมีทีพ่ บ ชวี ติ ประจาวนั โดยใช้ ความรู้ ในชีวิตประจาวนั เกย่ี วกับปฏิกิรยิ าเคมี โดย • ความร้เู กีย่ วกับปฏิกิรยิ า บรู ณาการวทิ ยาศาสตร์ เคมสี ามารถนาไปใช้ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยีและ ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน วิศวกรรมศาสตร์ และสามารถบูรณาการกบั คณติ ศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละ วิศวกรรมศาสตร์ เพอื่ ใช้ ปรบั ปรุงผลติ ภัณฑใ์ ห้มี คณุ ภาพ ตามต้องการหรือ อาจสรา้ งนวตั กรรมเพื่อ ป้องกัน และแก้ปญั หาท่ี เกิดข้ึนจากปฏิกิรยิ าเคมีโดย ใชค้ วามรเู้ กย่ี วกบั ปฏกิ ริ ยิ า เคมี เช่น การเปล่ยี นแปลง พลังงานความร้อนอนั เนื่องมาจากปฏกิ ิรยิ าเคมี การเพิ่มปริมาณผลผลิต

สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะการเคล่อื นท่แี บบตา่ ง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์ ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ ม.๓ - - -- สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลง และการถ่ายโอนพลงั งาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกยี่ วขอ้ งกับเสียง แสง และคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมท้งั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน หมายเหตุ ม.๓ ๑. วเิ คราะห์ความสัมพันธ์ • เมอื่ ตอ่ วงจรไฟฟ้าครบ ๑.กระบเี่ มืองน่าอยู่ ระหวา่ งความตา่ งศักย์ วงจรจะมกี ระแสไฟฟ้า ๒.ยอ้ นรอยเมืองกระบ่ี กระแสไฟฟา้ และความ ออกจากขัว้ บวกผา่ น ๓.การปกครองของกระบ่ี ต้านทาน และคานวณ ปรมิ าณ วงจรไฟฟ้าไปยงั ขั้วลบของ ๔.สงั คมกระบบี่ า้ นเรา ทีเ่ กย่ี วข้องโดยใชส้ มการ V = แหลง่ กาเนิดไฟฟา้ ซง่ึ วัด ๕.ร่องรอยทาง IR จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ค่าไดจ้ ากแอมมิเตอร์ ประวตั ศิ าสตร์ ๒. เขยี นกราฟความสัมพันธ์ • คา่ ทบ่ี อกความแตกตา่ ง ๖.เชิดชถู นิ่ แดนดนิ ระหวา่ งกระแสไฟฟ้า และความ ของพลงั งานไฟฟ้าต่อ ประเพณี ตา่ งศกั ย์ไฟฟา้ หนว่ ย ประจรุ ะหว่างจุด ๒ ๗. เศรษฐกจิ เนรมติ เมือง ๓. ใชโ้ วลตม์ ิเตอร์แอมมิเตอรใ์ น จุด เรยี กวา่ ความตา่ งศักย์ ๘.วฒั นธรรมนาชวี ิต การวัดปรมิ าณทาง ไฟฟ้า ซึ่งวดั คา่ ได้จากโวลตม์ ิเตอร์ ๙.พลเมอื งวรี ชนและ • ขนาดของกระแสไฟฟา้ มี บคุ คลสาคญั คา่ แปรผันตรงกบั ความ ๑o.สืบสานงานศิลป์ ต่างศกั ยร์ ะหว่างปลายท้งั ๑๑.มนตเ์ สนห่ แ์ ห่งแดนใต้ สองของตวั นา โดย ๑๒.งานศิลป์ถ่ินกระบี่ อัตราสว่ นระหว่างความ ๑๓.วรรณกรรมท้องถ่นิ ต่างศักย์และกระแสไฟฟา้ แดนดนิ เมืองกระบ่ี มคี า่ คงที่ เรยี กค่าคงท่ีนีว้ ่า ๑๔.สืบสานภมู ิปัญญา ความต้านทาน ๑๕.ทรัพย์ในดิน สินใน น้านามกระบ่ี

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ ๑๖.ชื่อบ้านฉันนาม โรงเรยี น ๑๗.โครงงานอาชีพ ๑๘.โรคอบุ ตั ใิ หมใ่ น จงั หวดั กระบี่ (COVID- 19) ๔. วิเคราะหค์ วามตา่ ง • ในวงจรไฟฟ้า ศกั ย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า ใน ประกอบดว้ ยแหลง่ กาเนิด วงจรไฟฟ้าเม่ือตอ่ ตวั ต้านทาน ไฟฟา้ สายไฟฟ้า และ หลายตัว แบบอนกุ รมและแบบ อุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอปุ กรณ์ ขนานจากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ ไฟฟา้ แต่ละชน้ิ มีความ ๕. เขยี นแผนภาพวงจรไฟฟา้ ต้านทาน ในการตอ่ ตวั แสดงการต่อตวั ต้านทาน แบบ ตา้ นทาน หลายตัว มที ้งั ตอ่ อนุกรมและขนาน แบบอนกุ รมและแบบ ขนาน • การตอ่ ตัวต้านทานหลาย ตวั แบบอนุกรมใน วงจรไฟฟ้า ความตา่ งศกั ย์ ที่คร่อมตัวตา้ นทาน แต่ ละตวั มคี ่าเท่ากบั ผลรวม ของความตา่ งศกั ย์ ท่ี ครอ่ มตัวต้านทานแต่ละตวั โดยกระแสไฟฟา้ ที่ผา่ น ตัวตา้ นทานแตล่ ะตัวมีค่า เท่ากนั ๖. บรรยายการทางานของ • การต่อตวั ต้านทานหลาย ชิ้นส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์ อย่าง ตัวแบบขนานใน ง่ายในวงจรจากข้อมลู ที่รวบรวม วงจรไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าที่ ได้ ๗. เขียนแผนภาพและตอ่ ผ่านวงจรมคี ่าเท่ากบั ช้ินสว่ นอิเล็กทรอนกิ ส์ อย่าง ผลรวม ของกระแสไฟฟ้าที่ ง่ายในวงจรไฟฟา้ ผ่านตัวต้านทานแต่ละตัว โดยความตา่ งศักย์ท่คี ร่อม ตวั ตา้ นทานแต่ละตวั มคี ่า เท่ากัน • ชนิ้ ส่วนอิเลก็ ทรอนิกส์มี หลายชนิดเช่น ตวั ต้านทาน ไดโอด

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ๘. อธบิ ายและคานวณพลงั งาน ทรานซิสเตอรต์ ัวเกบ็ ประจุ ไฟฟา้ โดยใชส้ มการ W = Pt โดยช้ินส่วน แต่ละชนิดทา รวมทง้ั คานวณค่าไฟฟ้าของ หนา้ ทแี่ ตกต่างกนั เพ่ือให้ เครอื่ งใช้ ไฟฟ้าในบา้ น วงจร ทางานไดต้ าม ๙. ตระหนกั ในคณุ ค่าของการ ต้องการ เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า • ตัวตา้ นทานทาหนา้ ที่ โดยนาเสนอวิธีการใช้ ควบคมุ ปริมาณ เครื่องใช้ไฟฟา้ อย่างประหยัด กระแสไฟฟ้า ใน และปลอดภัย วงจรไฟฟ้า ไดโอดทา หนา้ ทใ่ี ห้กระแสไฟฟ้า ผา่ น ทางเดียว ทรานซสิ เตอร์ทา หนา้ ที่เป็นสวิตช์ ปิดหรอื เปดิ วงจรไฟฟา้ และควบคุม ปริมาณ กระแสไฟฟา้ ตัว เก็บประจุทาหนา้ ที่เกบ็ และ คายประจุไฟฟา้ • เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าอยา่ งงา่ ย ประกอบดว้ ยชน้ิ ส่วน อิเล็กทรอนกิ สห์ ลายชนิดที่ ทางานร่วมกัน การตอ่ วงจรอิเลก็ ทรอนิกส์โดย เลอื กใชช้ ้ินสว่ น อเิ ล็กทรอนกิ สท์ ีเ่ หมาะสม ตามหนา้ ที่ของชิ้นสว่ น น้นั ๆ จะสามารถทาให้ วงจรไฟฟ้าทางานไดต้ าม ตอ้ งการ • เคร่ืองใช้ไฟฟ้าจะมคี ่า กาลงั ไฟฟา้ และความต่าง ศักย์ กากับไว้กาลังไฟฟ้ามี หนว่ ยเปน็ วตั ต์ความตา่ ง ศักย์ มหี น่วยเปน็ โวลตค์ า่ ไฟฟา้ ส่วนใหญค่ ดิ จาก พลงั งานไฟฟ้าท่ใี ชท้ ้ังหมด ซง่ึ หาไดจ้ ากผลคณู ของ กาลังไฟฟ้า ในหน่วย กโิ ลวัตต์กับเวลาใน หนว่ ย

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ชว่ั โมง พลังงานไฟฟา้ มี หนว่ ยเป็น กโิ ลวัตตช์ ่ัวโมง หรอื หน่วย • วงจรไฟฟ้าในบา้ นมีการ ต่อเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าแบบ ขนานเพ่ือให้ความต่างศักย์ เทา่ กัน การใชเ้ คร่อื งใช้ ไฟฟ้าในชวี ิตประจาวันต้อง เลอื กใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ที่มี ความต่างศักย์และ กาลงั ไฟฟา้ ให้เหมาะกับ การใช้งาน และการใช้ เคร่อื งใช้ไฟฟา้ และอปุ กรณ์ ไฟฟ้าต้องใชอ้ ยา่ งถูกต้อง ปลอดภยั และประหยดั ๑๐. สร้างแบบจาลองที่อธิบาย • คลน่ื เกิดจากการสง่ ผา่ น การเกิดคลื่น และบรรยาย พลังงานโดยอาศัยตัวกลาง สว่ นประกอบของคลน่ื และไมอ่ าศัยตัวกลาง ใน คลืน่ กล พลังงานจะถูก ถา่ ยโอนผา่ นตัวกลางโดย อนภุ าคของตัวกลาง ไม่ เคลอ่ื นที่ไปกับคลื่น คลืน่ ท่ี แผอ่ อกมาจาก แหลง่ กาเนิดคลน่ื อย่าง ตอ่ เนือ่ งและมรี ูปแบบ ที่ ซา้ กนั บรรยายได้ดว้ ย ความยาวคลนื่ ความถ่ี แอมพลจิ ูด ๑๑. อธบิ ายคล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า • คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าเป็น และสเปกตรัม คล่ืนแมเ่ หลก็ คลนื่ ท่ีไม่อาศัยตวั กลาง ใน ไฟฟา้ จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้ การเคลือ่ นที่ มคี วามถ่ี ๑๒. ตระหนกั ถงึ ประโยชน์และ ตอ่ เนือ่ งเป็นช่วงกวา้ งมาก อันตรายจาก คลน่ื แม่เหลก็ เคลื่อนทีใ่ นสญุ ญากาศดว้ ย ไฟฟ้าโดยนาเสนอการใช้ อัตราเร็วเท่ากนั แตจ่ ะ ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และ เคลือ่ นทดี่ ว้ ยอัตราเร็ว อันตรายจาก คล่นื แม่เหลก็ ต่างกันในตัวกลางอนื่ คลื่น ไฟฟ้าในชีวิตประจาวัน แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ แบง่

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ออกเปน็ ชว่ งความถต่ี ่างๆ เรียกวา่ สเปกตรัมของ คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้า แต่ละ ช่วงความถ่ีมชี ่อื เรียก ต่างกนั ได้แก่คลน่ื วิทยุ ไมโครเวฟ อนิ ฟราเรดแสง ที่มองเห็น อลั ตราไวโอเลต รังสีเอกซ์ และรังสีแกมมา ซ่ึงสามารถนาไป ใช้ ประโยชนไ์ ด้ • เลเซอร์เปน็ คลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ ทีม่ ีความ ยาวคลน่ื เดยี ว เป็นลาแสง ขนานและมีความเขม้ สงู นาไปใช้ ประโยชน์ในดา้ น ตา่ ง ๆ เชน่ ดา้ นการ สอ่ื สาร มีการใช้ เลเซอร์สาหรับส่ง สารสนเทศผ่าน เสน้ ใยนาแสงโดยอาศัย หลักการการสะท้อนกลบั หมดของแสง ดา้ น การแพทยใ์ ช้ในการผา่ ตดั • คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้า นอกจากจะสามารถ นาไปใช้ ประโยชน์แลว้ ยัง มโี ทษตอ่ มนษุ ย์ด้วย เช่น ถ้ามนษุ ย์ไดร้ ับรังสี อลั ตราไวโอเลตมากเกนิ ไป อาจจะทาให้เกิดมะเร็ง ผิวหนัง หรือถ้าไดร้ ังสี แกมมาซึ่งเป็นคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้าทมี่ ีพลงั งาน สูง และสามารถทะลผุ า่ น เซลล์และอวยั วะได้ อาจ ทาลายเนอ้ื เย่ือหรืออาจทา

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายเหตุ ใหเ้ สยี ชวี ิตได้ เมื่อได้รบั รงั สีแกมมาในปริมาณสงู ๑๓. ออกแบบการทดลองและ • เมอื่ แสงตกกระทบวัตถุ ดาเนินการทดลอง ดว้ ยวธิ ีท่ี จะเกดิ การสะท้อนซึ่งเปน็ เหมาะสมในการอธบิ าย กฎการ ไปตามกฎการสะทอ้ นของ สะท้อนของแสง แสง โดยรงั สตี กกระทบ ๑๔. เขียนแผนภาพการ เสน้ แนวฉาก รงั สสี ะท้อน เคลอ่ื นท่ีของแสง แสดง การ อยใู่ นระนาบเดยี วกนั และ เกิดภาพจากกระจกเงา มุมตกกระทบเท่ากบั มุม สะท้อน ภาพจาก กระจก เงาเกดิ จากรังสีสะท้อนตัด กนั หรือต่อแนว รงั สี สะท้อนใหต้ ดั กัน โดยถา้ รงั สสี ะทอ้ นตัดกนั จริง จะ เกดิ ภาพจริง แต่ถา้ ต่อแนว รังสีสะทอ้ นให้ ไปตัดกนั จะเกิดภาพเสมือน ๑๕. อธิบายการหกั เหของแสง • เมอ่ื แสงเดนิ ทางผา่ น เมอื่ ผา่ นตัวกลาง โปร่งใสท่ี ตัวกลางโปร่งใสท่ีแตกต่าง แตกตา่ งกัน และอธิบายการ กนั เช่น อากาศและน้า กระจาย แสงของแสงขาวเม่ือ อากาศและแกว้ จะเกิด ผา่ นปริซึมจากหลกั ฐาน การหักเห หรืออาจเกิดการ เชิงประจักษ์ สะทอ้ นกลับหมดใน ๑๖. เขียนแผนภาพการ ตวั กลางทแ่ี สงตกกระทบ เคลอื่ นที่ของแสง แสดงการเกิด การหกั เหของแสงผ่าน ภาพจากเลนสบ์ าง เลนสท์ าให้เกดิ ภาพทม่ี ี ชนดิ และขนาดต่าง ๆ • แสงขาวประกอบดว้ ย แสงสตี ่าง ๆ เมือ่ แสงขาว ผา่ นปรซิ มึ จะเกดิ การ กระจายแสงเป็นแสงสี ต่างๆ เรียกวา่ สเปกตรัม ของแสงขาว เมื่อเคลอื่ นท่ี ใน ตวั กลางใด ๆ ท่ีไมใ่ ช่ อากาศ จะมีอตั ราเร็ว ตา่ งกัน จงึ มีการหักเห ตา่ งกนั

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ๑๗. อธบิ ายปรากฏการณ์ที่ • การสะทอ้ นและการหกั เก่ียวกบั แสง และการ ทางาน เหของแสงนาไปใช้อธิบาย ของทัศนอปุ กรณ์จากข้อมลู ท่ี ปรากฏการณ์ที่เก่ียวกบั รวบรวม ได้ แสง เช่น รุ้ง มริ าจ และ ๑๘. เขียนแผนภาพการ อธบิ ายการทางานของ เคลื่อนท่ีของแสง แสดงการ ทัศนอปุ กรณ์เช่น แว่น เกดิ ภาพของทศั นอุปกรณ์ และ ขยาย กระจกโค้งจราจร เลนส์ตา กลอ้ งโทรทรรศน์ กลอ้ ง จุลทรรศนแ์ ละแว่นสายตา • ในการมองวัตถุ เลนส์ตา จะถกู ปรับโฟกัส เพื่อ ให้ เกดิ ภาพชดั ทีจ่ อตา ความ บกพร่องทางสายตา เชน่ สายตาสนั้ และสายตายาว เปน็ เพราะตาแหนง่ ทเี่ กิด ภาพไม่ได้อยทู่ ่จี อตาพอดี จึงตอ้ งใช้เลนสใ์ นการแก้ไข เพ่อื ชว่ ยใหม้ องเห็นเหมือน คนสายตา ปกติโดยคน สายตาส้นั ใช้เลนส์เว้า สว่ น คน สายตายาวใชเ้ ลนสน์ ูน ๑๙. อธิบายผลของความสว่างที่ • ความสว่างของแสงมผี ล มตี ่อดวงตาจาก ข้อมูลที่ได้จาก ต่อดวงตามนุษยก์ ารใช้ การสบื ค้น สายตาในสภาพแวดล้อมที่ ๒๐. วัดความสวา่ งของแสงโดย มคี วามสว่างไมเ่ หมาะสม ใช้อปุ กรณว์ ัด ความสวา่ งของ จะเปน็ อันตรายตอ่ ดวงตา แสง เช่น การดูวัตถุในท่มี ี ความ ๒๑. ตระหนักในคณุ คา่ ของ สวา่ งมากหรือน้อยเกินไป ความร้เู รอ่ื ง ความสวา่ ง การจอ้ งดู หนา้ จอภาพเป็น ของแสงทมี่ ีต่อดวงตา เวลานาน ความสวา่ งบน โดยวเิ คราะหส์ ถานการณ์ พื้นทรี่ ับแสง มหี น่วยเป็น ปญั หาและเสนอแนะการจัด ลกั ซ์ ความรเู้ ก่ยี วกับความ ความสว่าง ใหเ้ หมาะสมในการ สว่าง สามารถนามาใช้จดั ทากจิ กรรม ต่าง ๆ ความสว่างให้เหมาะสมกับ การทากิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดความสว่าง ที่

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิน่ หมายเหตุ เหมาะสมสาหรับการอ่าน หนังสือ สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสรุ ยิ ะ รวมทัง้ ปฏสิ มั พนั ธภ์ ายในระบบสรุ ิยะทีส่ ่งผลต่อส่ิงมชี ีวติ และการ ประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศ ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ ม.๓ ๑. อธิบายการโคจรของดาว • ในระบบสุริยะมดี วง ๑.ย้อนรอยเมือง เคราะห์รอบ ดวงอาทิตย์ด้วย อาทติ ยเ์ ป็นศนู ย์กลางโดย กระบี่ แรงโน้มถ่วงจากสมการ F = มี ดาวเคราะหแ์ ละบริวาร ๒.การปกครองของ (Gm1 m2 )/r2 ดาวเคราะหแ์ คระ กระบี่ ดาวเคราะหน์ ้อยดาวหาง ๓.สงั คมกระบบ่ี า้ น และอื่น ๆเชน่ วัตถคุ อย เรา เปอร์ โคจรอย่โู ดยรอบ ซ่ึง ๔.ร่องรอยทาง ดาวเคราะหแ์ ละวตั ถุ ประวตั ศิ าสตร์ เหลา่ น้โี คจรรอบดวง ๕.เชิดชูถนิ่ แดนดิน อาทติ ยด์ ว้ ยแรงโน้มถ่วง ประเพณี แรงโนม้ ถว่ งเปน็ แรงดึงดดู ๖. เศรษฐกจิ เนรมติ ระหวา่ งวัตถสุ องวัตถุ โดย เมอื ง เปน็ สดั ส่วนกับผลคณู ของ ๗.วัฒนธรรมนาชวี ติ มวลท้งั สองและเป็น ๘.พลเมอื งวีรชนและ สดั สว่ นผกผันกับกาลงั สอง บคุ คลสาคญั ของระยะทางระหวา่ ง วตั ถุ ๙.สบื สานงานศลิ ป์ ทงั้ สอง แสดงไดโ้ ดยสมการ ๑o.มนตเ์ สนห่ ์แหง่ F = (Gm1 m2 )/r2 เมื่อ แดนใต้ F แทนความโน้มถ่วง ๑๑.งานศิลป์ถนิ่ ระหว่างมวลท้ังสอง G กระบ่ี แทนค่านิจโนม้ ถว่ งสากล ๑๒.วรรณกรรม m1 แทนมวลของ วัตถุ ท้องถ่นิ แดนดนิ เมอื ง แรก m2แทนมวลของวตั ถุ กระบี่ ทสี่ อง และ r แทน ๑๓.สบื สาน ระยะห่างระหวา่ งวัตถุท้ัง ภูมปิ ญํ ญา สอง

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น หมายเหตุ ๑๔.ทรพั ย์ในดิน สิน ในน้านามกระบี่ ๑๕.ชอ่ื บ้านฉันนาม โรงเรียน ๑๖.โครงงานอาชพี ๑๗.โรคอบุ ตั ใิ หม่ใน จังหวดั กระบ่ี (COVID-19) ๒. สร้างแบบจาลองที่อธิบาย • การทโ่ี ลกโคจรรอบดวง การเกิดฤดู และการเคลื่อนที่ อาทิตยใ์ นลักษณะที่ แกน ปรากฏของดวงอาทติ ย์ โลกเอียงกบั แนวตง้ั ฉาก ของระนาบทางโคจร ทาให้ ส่วนต่าง ๆ บนโลกไดร้ บั ปรมิ าณแสงจาก ดวง อาทิตยแ์ ตกตา่ งกันในรอบ ปีเกดิ เปน็ ฤดู กลางวนั กลางคนื ยาวไมเ่ ท่ากนั และตาแหนง่ การข้ึน และตกของดวงอาทิตยท์ ่ี ขอบฟา้ และ เสน้ ทางการขน้ึ และตกของ ดวงอาทติ ยเ์ ปล่ียนไป ใน รอบปซี ่งึ ส่งผลต่อการ ดารงชวี ิต ๓. สร้างแบบจาลองทอี่ ธิบาย • ดวงจนั ทรโ์ คจรรอบโลก การเกดิ ข้างข้นึ ขา้ งแรม โลกและดวงจนั ทรโ์ คจร การเปลีย่ นแปลงเวลาการข้ึน รอบดวงอาทติ ยด์ วงจันทร์ และตก ของดวงจันทรแ์ ละการ รบั แสงจากดวงอาทติ ย์ เกิดนา้ ขึน้ นา้ ลง ครึง่ ดวงตลอดเวลา เม่ือ ดวงจันทรโ์ คจรรอบโลก ได้ หนั สว่ นสวา่ งมายังโลก แตกตา่ งกัน จงึ ทาใหค้ น บนโลกสังเกตสว่ นสว่าง ของดวงจนั ทร์แตกต่างไป ในแต่ละวนั เกดิ เป็นขา้ งขน้ึ ขา้ งแรม

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ • ดวงจนั ทร์โคจรรอบโลก - ในทิศทางเดียวกนั กับ ท่ี โลกหมนุ รอบตัวเอง จึงทา ให้เห็นดวงจนั ทรข์ ึ้นชา้ ไป ประมาณวันละ ๕๐ นาท • แรงโน้มถ่วงท่ดี วงจนั ทร์ ดวงอาทติ ย์กระทาตอ่ โลก ทาใหเ้ กดิ ปรากฏการณน์ า้ ข้ึนน้าลง ซึ่งสง่ ผล ตอ่ สง่ิ แวดล้อมและสง่ิ มชี วี ติ บนโลก วันที่นา้ มี ระดบั การข้นึ สงู สุดและลงตา่ สุด เรยี ก วนั น้าเกดิ สว่ นวนั ที่ ระดับน้ามีการขึน้ และลง น้อยเรยี ก วนั นา้ ตายโดย วนั นา้ เกิด นา้ ตาย มี ความสมั พันธ์กับ ข้างขนึ้ ขา้ งแรม ๔. อธิบายการใช้ประโยชน์ของ • เทคโนโลยีอวกาศได้มี เ ท ค โ น โ ล ยี อ ว ก า ศ แ ล ะ บทบาทต่อการดารงชีวิต ยกตัวอย่างความก้าวหน้าของ ของมนษุ ย์ในปัจจบุ ัน โครงการ สารวจอวกาศ จาก มากมาย มนุษย์ได้ใช้ ขอ้ มูลทรี่ วบรวมได้ ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยี อวกาศเชน่ ระบบนาทาง ด้วยดาวเทียม (GNSS) การติดตามพายุ สถานการณ์ไฟป่า ดาวเทียมชว่ ยภยั แล้ง การ ตรวจคราบนา้ มนั ในทะเล • โครงการสารวจอวกาศ ตา่ ง ๆ ได้พัฒนาเพ่ิมพนู ความรูค้ วามเข้าใจต่อโลก ระบบสรุ ิยะและเอกภพ มากข้นึ เป็นลาดบั ตวั อย่าง โครงการสารวจอวกาศ เช่น การสารวจส่ิงมชี ีวติ นอกโลก การสารวจ

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่ หมายเหตุ ดาวเคราะห์นอกระบบ สุริยะ การสารวจดาว องั คาร และบรวิ ารอ่นื ของ ดวงอาทิตย์ สาระที่ ๓ วทิ ยาศาสตรโ์ ลกและอวกาศ มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ เปล่ียนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ และภมู อิ ากาศโลก รวมทง้ั ผลตอ่ สงิ่ มชี วี ิต และสิง่ แวดล้อม ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ แกนกลาง ม.๓ - - - สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี - มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการ เปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิง่ แวดล้อม ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน หมายเหตุ ม.๓ ๑. วเิ คราะหส์ าเหตุ หรอื ปจั จยั ท่ี • เทคโนโลยมี กี าร ๑.กระบ่ีเมืองนา่ อยู่ ส่งผลตอ่ การ เปล่ยี นแปลงของ เปลีย่ นแปลงตลอดเวลาตง้ั แต่ ๒.ยอ้ นรอยเมือง เทคโนโลยีและความสมั พันธ์ อดีต จนถึงปจั จบุ นั ซ่ึงมี กระบ่ี ของเทคโนโลยีกบั ศาสตร์อน่ื สาเหตหุ รือปัจจัยมาจาก ๓.การปกครองของ โดยเฉพาะ วิทยาศาสตรห์ รือ หลายดา้ น เช่น ปญั หาหรือ กระบี่ คณติ ศาสตร์เพื่อเปน็ แนวทาง ความตอ้ งการของมนษุ ย์ ๔.สงั คมกระบบ่ี า้ น การแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน ความกา้ วหนา้ ของศาสตร์ เรา ตา่ งๆการเปลยี่ นแปลง ๕.ร่องรอยทาง ทางดา้ นเศรษฐกิจ สังคม ประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรม สง่ิ แวดลอ้ ม ๖.เชดิ ชูถ่ินแดนดิน • เทคโนโลยมี ีความสมั พนั ธก์ ับ ประเพณี ศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะ ๗. เศรษฐกจิ เนรมิต วิทยาศาสตรโ์ ดยวทิ ยาศาสตร์ เมอื ง

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ เป็นพน้ื ฐานความรู้ ที่นาไปสู่ ๘.วฒั นธรรมนาชวี ิต การพฒั นาเทคโนโลยแี ละ ๙.พลเมืองวรี ชนและ เทคโนโลยที ่ี ได้สามารถเปน็ บุคคลสาคญั เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการศกึ ษา ๑o.สืบสานงานศลิ ป์ คน้ คว้า เพ่ือใหไ้ ด้มาซ่ึงองค์ ๑๑.มนตเ์ สน่หแ์ หง่ ความรใู้ หม่ แดนใต้ ๑๒.งานศลิ ป์ถน่ิ กระบี่ ๑๓.วรรณกรรม ท้องถน่ิ แดนดนิ เมือง กระบี่ ๑๔.สืบสานภมู ิ ปัญญา ๑๕.ทรพั ยใ์ นดิน สนิ ในนา้ นามกระบ่ี ๑๖.ชอื่ บ้านฉันนาม โรงเรยี น ๑๗.โครงงานอาชีพ ๑๘.โรคอุบตั ใิ หม่ใน จงั หวัด กระบี่ (COVID-19) ๒. ระบปุ ญั หาหรือความ • ปญั หาหรือความต้องการ ตอ้ งการของชุมชนหรอื ทอ้ งถิ่น อาจพบไดใ้ นงานอาชีพ ของ เพ่ือพฒั นางานอาชีพ สรปุ กรอบ ชมุ ชนหรือทอ้ งถ่นิ ซ่งึ อาจมี ของ ปญั หา รวบรวม วเิ คราะห์ หลายดา้ น เช่น ดา้ น ข้อมูลและแนวคดิ ทีเ่ ก่ยี วข้อง การเกษตร อาหาร พลงั งาน กับปัญหา โดยคานงึ ถึงความ การขนส่ง ถกู ต้อง ด้านทรพั ยส์ นิ ทาง • การวเิ คราะห์สถานการณ์ ปญั ญา ปญั หาชว่ ยให้เข้าใจ เงอ่ื นไข และกรอบของปัญหาได้ชดั เจน จากนนั้ ดาเนนิ การสืบคน้ รวบรวมข้อมูล ความรู้ จาก ศาสตร์ตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง เพื่อ นาไปสู่ การออกแบบ แนวทางการแกป้ ัญหา ๓. ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา • การวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ โดยวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ และ และตัดสินใจเลือก ข้อมูลที่

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ หมายเหตุ ตัดสนิ ใจเลือกขอ้ มูลท่จี าเปน็ จาเป็น โดยคานงึ ถงึ ทรัพย์สิน ภายใตเ้ งอ่ื นไขและทรัพยากรทม่ี ี ทางปัญญา เงอ่ื นไขและ อยู่ นาเสนอแนวทางการ ทรพั ยากร เชน่ งบประมาณ แก้ปญั หาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วย เวลา ขอ้ มลู และสารสนเทศ เทคนคิ หรอื วิธกี ารท่ี วสั ดุ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ หลากหลาย วางแผนข้นั ตอน ชว่ ยให้ไดแ้ นวทางการ การทางานและดาเนนิ การ แกป้ ญั หาทเี่ หมาะสม แก้ปัญหาอยา่ งเป็น ขัน้ ตอน • การออกแบบแนวทางการ แกป้ ัญหาทาได้ หลากหลายวธิ ี เชน่ การรา่ งภาพ การเขยี น แผนภาพ การเขียนผังงาน • เทคนคิ หรอื วิธีการในการ นาเสนอแนวทาง การ แกป้ ญั หามหี ลากหลาย เชน่ การใชแ้ ผนภมู ิ ตาราง ภาพเคลอ่ื นไหว • การกาหนดข้ันตอนและ ระยะเวลาในการทางาน กอ่ น ดาเนินการแกป้ ัญหาจะชว่ ยให้ การทางาน สาเรจ็ ได้ตาม เปา้ หมาย และลดข้อผิดพลาด ของการทางานท่ีอาจเกิดขน้ึ ๔. ทดสอบ ประเมนิ ผล • การทดสอบและประเมินผล วเิ คราะห์และใหเ้ หตผุ ลของ เป็นการตรวจสอบ ชิน้ งาน ปัญหาหรอื ข้อบกพร่องทเี่ กิดข้ึน หรือวธิ ีการวา่ สามารถ ภายใต้ กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้ง แก้ปญั หาไดต้ าม วัตถปุ ระสงค์ หาแนวทางการปรับปรุง แก้ไข ภายใต้กรอบของปัญหา เพื่อ และนาเสนอผลการแก้ปัญหา หา ขอ้ บกพร่อง และ ดาเนนิ การปรับปรุง โดยอาจ ทดสอบซา้ เพื่อให้สามารถ แกไ้ ขปัญหาได้ • การนาเสนอผลงานเปน็ การ ถ่ายทอดแนวคดิ เพอื่ ใหผ้ ู้อ่ืน เข้าใจเก่ียวกับกระบวนการ ทางาน และช้นิ งานหรอื วิธกี าร ทีไ่ ดซ้ ่งึ สามารถทาได้ หลายวิธี เช่น การเขยี นรายงาน การทา

ช้ัน ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ หมายเหตุ ๕. ใช้ความรู้และทักษะเกีย่ วกับ แผ่นนาเสนอผลงาน การจดั วัสดอุ ุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก นทิ รรศการ การนาเสนอผ่าน ไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์ สอื่ ออนไลน์ ให้ถกู ต้องกับลกั ษณะของงาน และปลอดภยั เพ่อื แกป้ ัญหา • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบตั ิ หรือพฒั นางาน แตกตา่ งกัน เชน่ ไม้ โลหะ พลาสติก เซรามิก จงึ ต้องมี การวิเคราะห์ สมบตั เิ พ่ือ เลอื กใช้ให้เหมาะสมกับ ลักษณะ ของงาน • การสรา้ งช้ินงานอาจใช้ ความรูเ้ รื่องกลไก ไฟฟา้ อิเล็กทรอนกิ ส์เช่น LED LDR มอเตอรเ์ ฟือง คาน รอก ลอ้ เพลา • อุปกรณ์และเครื่องมือในการ สร้างชิน้ งาน หรอื พัฒนา วธิ กี ารมีหลายประเภท ต้อง เลอื กใช้ ใหถ้ กู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมท้ังรจู้ กั เกบ็ รกั ษา สาระที่ ๔ เทคโนโลยี มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริง อย่างเป็นข้ันตอน และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ ท้องถนิ่ ม.๓ ๑. พัฒนาแอปพลิเคชันท่ีมี • ขัน้ ตอนการพัฒนาแอปพลเิ คชัน ๑.กระบเี่ มือง การบูรณาการกับวิชาอื่น • Internet of Things (IoT) นา่ อยู่ อยา่ งสร้างสรรค์ • ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเค ๒.ย้อนรอย ชั น เ ช่ น Scratch, python, java, c, เมืองกระบี่ AppInventor ๓.การ • ตัวอย่างแอปพลิเคชัน เช่น โปรแกรม ปกครองของ แปลง สกุลเงิน โปรแกรมผันเสียง กระบ่ี

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ ท้องถนิ่ วรรณยุกต์โปรแกรม จาลองการแบ่ง ๔.สังคมกระบี่ เซลล์ระบบรดน้าอัตโนมัติ บ้านเรา ๕.รอ่ งรอย ทาง ประวัติศาสตร์ ๖.เชดิ ชูถน่ิ แดนดิน ประเพณี ๗. เศรษฐกจิ เนรมิตเมือง ๘.วฒั นธรรม นาชีวติ ๙.พลเมอื งวีร ชนและบคุ คล สาคญั ๑o.สืบสาน งานศลิ ป์ ๑๑.มนต์ เสน่หแ์ หง่ แดนใต้ ๑๒.งานศิลป์ ถิ่นกระบ่ี ๑๓. วรรณกรรม ท้องถ่นิ แดน ดนิ เมืองกระบี่ ๑๔.สืบสาน ภมู ิปัญญา ๑๕.ทรัพยใ์ น ดิน สินในน้า นามกระบี่ ๑๖.ชอ่ื บา้ น ฉนั นาม โรงเรยี น ๑๗.โครงงาน อาชพี

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ ท้องถิน่ ๑๘.โรคอุบตั ิ ใหม่ในจังหวดั กระบ่ี (COVID-19) ๒. รวบรวมข้อมลู • การรวบรวมขอ้ มลู จากแหล่งข้อมลู ปฐม ประมวลผล ประเมนิ ผล ภมู ิและ ทุติยภูมิประมวลผล สรา้ ง นาเสนอ ข้อมลู และ ทางเลือก ประเมินผล จะทาใหไ้ ด้ สารสนเทศตาม สารสนเทศเพ่ือใชใ้ นการแก้ปัญหา วตั ถุประสงคโ์ ดยใช้ หรือการตดั สินใจได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ ซอฟต์แวร์ หรอื บรกิ ารบน • การประมวลผลเปน็ การกระทากับ อนิ เทอร์เนต็ ท่ี หลากหลาย ขอ้ มูล เพ่อื ให้ได้ ผลลพั ธ์ท่ีมีความหมาย และมปี ระโยชน์ตอ่ การ นาไปใชง้ าน • การใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บริการบน อนิ เทอรเ์ นต็ ท่ีหลากหลายในการ รวบรวม ประมวลผล สร้าง ทางเลอื ก ประเมินผล นาเสนอ จะช่วย ให้ แกป้ ัญหาได้อย่างรวดเรว็ ถูกต้อง และแมน่ ยา • ตวั อย่างปญั หา เชน่ การเลือกโปรโมชัน โทรศัพท์ ใหเ้ หมาะกับพฤติกรรมการใช้ งาน สนิ ค้าเกษตร ทตี่ ้องการและ สามารถปลกู ไดใ้ นสภาพดนิ ของ ท้องถิ่น ๓. ประเมนิ ความนา่ เชื่อถอื • การประเมินความนา่ เชอ่ื ถอื ของขอ้ มูล ของข้อมลู วิเคราะหส์ ือ่ และ เช่น ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล โดย ผลกระทบจากการให้ เทียบเคียงจาก ข้อมลู หลายแหลง่ ข่าวสารทผี่ ิด เพ่ือการ ใช้ แยกแยะข้อมลู ท่ีเป็นขอ้ เท็จจริง และ งานอยา่ งรเู้ ทา่ ทัน ข้อคิดเห็น หรอื ใช้ PROMPT • การสืบค้น หาแหล่งตน้ ตอของข้อมลู • เหตผุ ลวิบตั ิ(logical fallacy) • ผลกระทบจากขา่ วสารที่ผดิ พลาด • การรเู้ ท่าทันสื่อ เชน่ การวิเคราะหถ์ ึง จุดประสงค์ ของข้อมลู และผูใ้ ห้ขอ้ มูล ตีความ แยกแยะเน้ือหา สาระของสื่อ เลือกแนวปฏิบตั ิได้อย่างเหมาะสม เมื่อ พบข้อมูลตา่ ง ๆ

ช้ัน ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ ท้องถิ่น ๔. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง อย่างปลอดภัย และมีความ ปลอดภัย เช่น การทาธุรกรรมออนไลน์ รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคม ปฏบิ ัติ การซ้ือสินค้า ซ้ือซอฟต์แวร์ ตามกฎหมาย เกย่ี วกับ คา่ บริการสมาชิก ซ้อื ไอเท็ม คอมพวิ เตอร์ใชล้ ขิ สิทธิ์ของ • การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมี ผ้อู ืน่ โดยชอบธรรม ความรบั ผิดชอบ เช่น ไมส่ รา้ งข่าวลวง ไม่ แชรข์ ้อมลู โดยไมต่ รวจสอบ ขอ้ เทจ็ จริง • กฎหมายเก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ • การใช้ลิขสิทธข์ิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม (fair use)