Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore chapter3 ความหมายและลักษณะของชุมชน

chapter3 ความหมายและลักษณะของชุมชน

Published by Pongsaton Palee, 2023-08-27 13:05:44

Description: ความหมายและลักษณะของชุมชน “ชุมชน” เป็นคําที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า “Community” ในภาษาไทยใช้อีกคําหนึ่งว่า
«ประชาคม” แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับคําว่า “ชุมชน” ความหมายของชุมชนอาจจําแนกเป็น
ความหมายตามสามัญสํานึก ความหมายโดยรูปศัพท์ และความหมายทางวิชาคาร ดังนี้
ความหมายโดยสามัญสํานึก

Keywords: ความหมายและลักษณะของชุมชน

Search

Read the Text Version

บทท่ี 3 ปรชั ญาและแนวความคดิ ของการพฒั นาชมุ ชน

ปรชั ญาและแนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน การพฒั นาชมุ ชนเป็นการนาํ วธิ กี ารพฒั นามาใชใ้ นชมุ ชนวธิ กี ารหน่งึ เช่นเดยี วกบั การ พฒั นาการศึกษา การพฒั นาการเมอื ง การพฒั นาชนบท คารพฒั นาการเกษตร การพฒั นา 1เศรษฐกจิ เป็นดน้ ซง่ึ มปี รชั ญา แนวความคดิ หลกั การ วธิ กี ารและแนวทางปฏบิ ตั ทิ เี ป็น ลกั ษณะเฉพาะของตนเอง การพฒั นาชมุ ชนจงิ แตกต่างออก ไปจากการพฒั นาทกั ลาว มาแลว้ ขา้ งตน้

ความเป็นมาของการพฒั นาชมุ ชน การพฒั นาชมุ ชน (COMMUNITY DEVELOPMENT) มที ม่ี าจากคาํ วา่ “การศึกษามวลชน” (MASS EDUCATION) โดยไดน้ าํ มา ใชเ้ป็นครงั แรกในประเทศ องั กฤษ อนั เป็นผลมาจากรายงานเก่ยี วกบั การศึกษามวลชนในสงั คมแอฟรกิ นั (MASS EDUCATION IN AFRICAN SOCIETY)

ปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชน ปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชนมาจากหลกั การเก่ยี วกบั ธรรมชาตขิ องมนุษยท์ ่มี คี วาม แตกต่างกนั ทง้ั รูปราง มนั สมอง และจติ ใจ มนุษยจ์ งึ ไมม่ คี วามเท่าเทยี มกนั แต่โดย ขอ้ เทจ็ จรงิ มนุษยท์ กุ คนจะมสี ทิ ธแิ ละความเสมอภาคในการมโี อกาสทจ่ี ะกระทาํ สง่ิ ต่าง ๆ สทิ ธแิ ละโอกาสซจ่ื ะขา้ วหนา้ (แสดงความสามารถ การประกอบกจิ กรรมต่าง ๆ ให้ พฒั นาข้นึ เป็นคนั้

แนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน จากปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชนทก่ี ลา่ วมาแลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ การพฒั นาชมุ ชนมแี นว ความคดิ ทส่ี าํ คญั คงั ต่อไปนี 1. คนเป็นทรพั ยากรทส่ี าํ คญั มากทส่ี ุดของชมุ ชน ปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชน เช่อื มนั่ ในพลงั ความสามารถของคน การคาํ รงอยู่ หรอื การลม่ สลายของชมุ ชน การพฒั นาหรอื เสอ่ื ม ถอยของชมุ ชน ขนื อยู่กบั คนในชมุ ชนเป็นสาํ คญั 2.การมสี ่วนร่วมของประชาชน การพฒั นาชมุ ชนเป็นการเปิดโอกาสใหป้ ระชาชน 'ในชมชนไดเ้ขา้ มาร่วมคดิ ร่วมปฏบิ ตั แิ ละร่วมรบั ผดิ ชอบในทกุ ๆ ขน้ั ตอน ทง้ั ร่วมคดิ ร่วมวาง แผน ร่วมปฏบิ ตั งิ าน ร่วมประเมนิ ผล และร่วมรบั ผลประโยชนท์ เ่ี กดิ ข้นึ ซง่ึ อาจจะกลา่ วไดว้ า่ การพฒั นาชมุ ชนเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพอ่ื ประชาชน การมสี ่วนร่วมของ ประชาชนจงึ เป็นแนวความคคิ ทส่ี าํ คญั ประการหน่ึงของการพฒั นาชมุ ชน

แนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน 3. การช่วยเหลอื ตวั เองของชมุ ชน จากความเช่อื ในปรชั ญาเร่อื งศกั ยภาพและพลงั ความ สามารถของชมุ ชน การพฒั นาชมุ ชนจงเปนการเสรมสรา้ งขดี ความสามารถของประชาชนและ ชมุ ชน ใหส้ ามารถทจ่ี ะพฒั นาชมุ ชนไคค้ ดว้ ยตวั เอง การขอความช่วยเหลอื จากภายนอกชมุ ชน ตอ้ งเป็นสงิ ทเี กนิ ขคี ความสามารถของชมุ ชนเท่านน้ั เพอ่ื ใหช้ มุ ชนมคี วามเขม้ แขง่ และพง่ึ ตนเองได้ ทงั้ ทางคา้ นเศรษฐกจิ ศึลธรรม และสุขภาพ (ประเวศ วะส.ี 2541 : 10) 4, การใชท้ รพั ยากรในชมุ ชน การพฒั นาชมุ ชนใคผลประโยชนย์ อ่ มเกิคขน่ึ แก่ชมุ ชนนนั้ ดงั นนั้ นอกจากการพฒั นาดว้ ยการช่วยตนเองของคนในชมุ ชนแลว้ ตอ้ งใชท้ รพั ยากรต่าง ๆ เช่น คน เงนิ วสั คุอปุ กรณ์ และทรพั ยากรยนิ ๆ ทเี ก่ยี วขอ้ งกบั การพฒั นาทมี อี ยู่ในชมุ ชน ไมห่ วงั พง พาจากภายนอกชมุ ชน เพราะชมุ ชนยนิ ๆ

แนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน 5. การรเิ ร่มิ ของประชาชนในชมุ ชน ปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชนเช่อื ในสทิ ธิ เสรภี าพ ของคน การพฒั นาชมุ ชนตอ้ งเกดิ จากความต คอ้ งการทแ่ี ทจ้ รงิ ของประชาชนในชมุ ชน โคย ประชาชนเป็นผูร้ เิ รมิ ในการจดั ทาํ โครงการ ไมใ่ ช่ถกู กาํ หนคโดยบคุ คลหรอื หน่วยงานนอก ชมุ ชน การดาํ เนินงานพฒั นาในขน้ั ตอนต่าง ๆ 6. ขคี ความสามารถของชมุ ชนและรฐั บาล การพฒั นาชมุ ชนมงุ่ เน้ินใหด้ าํ เนินการโดย คนและทรพั ยากรในชมุ ชนเป็นสาํ คญั เพราะรฐั บาลมขี ดี ความสามารถจาํ คดั ทง้ั บคุ ลากร งบประมาณ หรอื ทรพั ยากร ระบบการบรหิ ารและดาํ เนนิ งานพฒั นา ส่วนประชาชนในชมุ ชน เองกม็ ขี คึ จาํ กดั ในเร่อื งความไมพ่ รอ้ มของคนและทรพั ยากรทใ่ี ชใ้ นการพฒั นาไม่เพยี งพอ

แนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน 7. ถารร่วมมอื กนั ระหวา่ งรฐั กบั ประชาชน การพฒั นาชมุ ชนจะประสบความสาํ เรจ็ ได้ ตอ้ งเกดิ จาคการร่วมมอื กนั ระหวา่ งรฐั บาลและประชาชน ไมป่ ลอ่ ยใหฝ้ ่ายหน่ึงฝ่ายใครบั ผดิ ชอบเพยี งฝ่ายเดยี ว เพราะทง้ั รฐั บาลและประชาชนในชมุ ชนต่างก่มี ขี ดี ความสามารถทจ่ี าํ กดั ไมส่ ามารถดาํ เนินงานพฒั นาชมุ ชนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพได้ 8. การพฒั นาแบบเบด็ เสรจ็ การพฒั นาชมุ ชนดอ้ งคาํ เนนิ การไปพรอ้ ม ๆ กนั หลาย ๆ คา้ น จะมงุ่ เพยี งคา้ นหน่ึงคา้ นใดไมไ่ ด้ เพราะกจิ กรรมในการพฒั นาชมุ ชนมหี ลายกจิ กรรม การ คาํ เนนิ กจิ กรรมต่าง ๆ ตอ้ งสอคคลอ้ งและเป็นแนวทางเดยี วกนั เพอ่ื การประหยดั แรงงาน งบประมาณ และเวลาทใ่ี ช้ การคาํ เนินงานพฒั นาชมุ ชนจงึ ตอ้ งเก่ยี วขอ้ งกบั บคุ คล หน่วยงาน และองคก์ รต่าง ๆ เป็นจาํ นวนมาก ตอ้ งใชก้ ารประสานงานทค่ี ี จงึ จะประสบความสาํ เรจ็

แนวความคิดของการพฒั นาชมุ ชน 9. ความสมดุลในการพฒั นา การพฒั นาชมุ ชนมกี จิ กรรมทต่ี อ้ งคาํ เนนิ การหลายคา้ น ไมใ่ ช่มเี พยี งกจิ กรรมเดยี ว ดอ้ งคาํ เนนิ การไปพรอ้ มกนั ทกุ คา้ น ไมม่ ่งุ ในเร่อื งหน่ึงเร่อื งใดโดย เฉพาะ เพราะทกกจิ กรรมมคี วามเก่ยี วขอ้ งกนั อย่างใกลช้ คิ จงึ ตอ้ งคาํ นึงถงึ ความสมคลุ ในการ พฒั นาดว้ ย เช่น ความสมคุลระหวา่ งการพฒั นาคนกบั สง่ิ แวดลอ้ ม 10. การศึกษาภาคชวี ติ การพฒั นาชมุ ชนมลี กั ษณะเป็นการใหก้ ารศึกษาแก่ประชาชน ทกุ เพศทกุ วยั อย่างต่อเน่ืองกนั ไปตลอดชวี ติ การพฒั นาชมุ ชนจงึ มลี กั ษณะท่เี ป็นกระบวนการ เป็น วธิ กี าร เป็นโครงการ และเป็นขบวนการทางสงั คม

บทสรปุ การพฒั นาชมชนเกดิ ข้นึ เป็นครงั้ แรกในประเทศองั กฤษ เมอ่ื ค.ศ. 1944 องคก์ ารสห- ประชาชาตแิ ละประเทศด่าง ๆ ไดน้ าํ ไปใชแ้ พร่หลายทวั่ ไป ปรชั ญาของการพฒั นาชมุ ชนตงั้ อยู่ จบพ้นื ชานของการเช่อื ในศกั ยภาพหรอื ยคื ความสามารถของคน กถารใหโ้ อกาส การพฒั นา ศกั ยภาพ และการใหค้ วามยุตธิ รรมอยา่ งเสมอภาคแก่คนในชมุ ชน การพฒั นาชุมชนจงึ มอื งค์ ประกอบทส่ี าํ คญั คือ คนในชมุ ชน สง่ิ แวดลอ้ มในชมุ ชน วสั ดุอปุ กรณต์ ่าง ๆ กลวธิ ใี นการ และการจดั การ นกั พฒั นาชมุ ชน การประสานงานและผลงานทเ่ี กดิ ข้นึ โคยมเี ป้าหมายสูงสุด คอื การพฒั นาคนใหม้ คี ณภาพ คุณชรรม และความสุข ใหช้ มุ ชนเขม้ แขง็ และมกี ารพฒั นาอย่าง ยงั่ ยนื


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook