Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore chapter2 ความหมายและลักษณะของชุมชน

chapter2 ความหมายและลักษณะของชุมชน

Published by Pongsaton Palee, 2023-08-27 12:48:12

Description: ความหมายและลักษณะของชุมชน “ชุมชน” เป็นคําที่ใช้ในภาษาอังกฤษว่า “Community” ในภาษาไทยใช้อีกคําหนึ่งว่า
«ประชาคม” แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับคําว่า “ชุมชน” ความหมายของชุมชนอาจจําแนกเป็น
ความหมายตามสามัญสํานึก ความหมายโดยรูปศัพท์ และความหมายทางวิชาคาร ดังนี้
ความหมายโดยสามัญสํานึก

Keywords: ความหมายและลักษณะของชุมชน

Search

Read the Text Version

บทท่ี 2 ความหมายและลกั ษณะของชุมชน ความหมายของชุมชน “ชุมชน” เป็นคาํ ท่ีใชใ้ นภาษาองั กฤษวา่ “Community” ในภาษาไทยใชอ้ ีกคาํ หน่ึงวา่ «ประชาคม” แตไ่ ม่ไดร้ ับความนิยมเท่ากบั คาํ วา่ “ชุมชน” ความหมายของชุมชนอาจจาํ แนกเป็น ความหมายตามสามญั สาํ นึก ความหมายโดยรูปศพั ท์ และความหมายทางวชิ าคาร ดงั น้ี ความหมายโดยสามญั สาํ นึก โดยสามญั สาํ นึกแลว้ “ชุมชน” หมายถึง ครอบครัวหลาย ๆ ครอบครัวมาอยรู่ ่วมใน บริเวณเคียวกนั มีลกั ษณะเป็นเพือ่ นบา้ นกนั ซ่ึงอาจเป็นญาติพี่นอ้ งกนั หรือไม่ก็ได้ คงั น้นั คนที อยรู่ ่วมในบา้ นเรือนหรือครอบครัวเดียวกนั จึงไมใ่ ช่ชุมชนในความหมายน่ี เพราะโดยสามญั สาํ นึกหรือความรู้สึกแลว้ คนท่ีอยรู่ ่วมกนั ในบา้ นหลงั เคียว ถึงจะมีอาณาบริเวณเป็นภูมิลาํ เนา ร่วมคน้ ก็เรียกวา่ เป็น “ครอบครัว” หรือ “ครัวเรือน” ไม่เป็น “ชุมชน” เพราะความรู้สึกทีวา่ “ชุมชน” ตอ้ งประกอบดว้ ยหลาย ๆ ครัวเรือนที่อยใู่ กลเ้ คยี งกนั ซ่ึงทกุ คนยอมรับวา่ อยรู่ ่วมใน บริเวณเคยี วกนั นน่ั เอง (พทั ยา สายหู. 2534 : 53) ซ่ึงแตกต่างไปจากความหมายโดยรูปศพั ท์ และความหมายทางวิชาการ 2. ความหมายโดยรูปศัพท์ “ชุมชน” เป็นคาํ ที่บญั ญตั ิใชใ้ นภาษาไทยอยา่ งเป็นทางการ เม่ือไม่นานมานี่เอง จะเห็น ไดจ้ ากไมไ่ ดบ้ ญั ญตั ิไวใ้ นพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2493 เพิง่ บญั ญตั ิไวเ้ ป็น คร้ังแรกในพจนานกรม ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ, 2525.(2538 : 272) โดยใหค้ วามหมายไว้ วา่ หมายถึง หมูช่ น กลุ่มคนท่ีรวมกนั เป็นสังคมขนาดเลก็ อาศยั อยใู่ นบริเวณเคียวกนั และมี

ผลประโยชน์ร่วมกนั ซ่ึงพจนานุกรมศพั ทส์ งั คมวทิ ยา องั คฤษ -ไทย ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน. (2524 : 72) ไดอ้ ธิบายไวว้ า่ “ชุมชน” เรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ “ประชาคม” 2.1 กลุ่มยอ่ ยท่ีมีลกั ษณะหลายประการเหมือนกบั ลกั ษณะสังคม แต่มีขนาดเลก็ กวา่ และมีความสนใจร่วมทีประสานกนั ในวงแคบกวา่ ชุมชน หมายถึงเขตพ้ืนที่ ระดบั ของความ คุน้ เคยและการติดตอ่ ระหวา่ งบุคคล ตลอดจนพ้ืนฐานความยดึ เหนียวเฉพาะบางอยา่ งที่ทาํ ให้ ชุมชนต่างไปจากกล่มุ เพื่อนบา้ น 2.2 ความรู้สึกและทศั นคติท้งั มวลที่ผกู พนั ปัจเจกบคุ คล ให้ร่วมเขา้ เป็นกลุ่ม ความหมายของชุมชนโดยรูปศพั ทจ์ ึงมีลกั ษณะใกลเ้ คยี งกบั ความหมายโคยสามญั สาํ นึก แต่ท่ี แตกตา่ งออกไปปบา้ ง คือ การเป็นสงั คมขนาดเถิกและมผลประเยชนรวมกนั 3 ความหมายทางวชิ าการ นกั วิชาการไดใ้ หค้ วามหมายของ “ชุมชน” ไวห้ ลายทา่ น ดงั น่ี “ชุมชน” หมายถึง องคก์ ารทางสังคม ประเภทหน่ึง ประกอบดว้ ย พ้ืนท่ีบริเวณหน่ึงที่บรรคาสมาชิกตอบสนองความ ตอ้ งการพ้นื ดาบส่วบใหถ่ และ [เกไ็ ขป้ ัญหาส่วนใหญใ่ นชมชนของตนเองได้ ลกั ษณะของชุมชน จากความหมายของชุมชน อาจกลา่ วไดว้ า่ ชุมชน มีลกั ษณะที่สาํ คญั คงั ต่อไปน้ี 1. เป็นการร่วมกนั ของกลมุ่ คนในรูปของกล่มุ สังคม กลา่ วคือ สมาชิกมีการคบคา้ สมาคมกนั เอ่ืออาทรต่อกนั พ่ึงพาอาศยั ซ่ึงกนั และกนั 2. เป็นอาณาบริเวณ คือ เป็นที่อยอู่ าศยั หรือเป็นที่ประกอบกิจกรรมตา่ ง ๆ ของกลุ่มสงั คม 3. สมาชิกของกลมุ่ สงั คมมีลกั ษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น โครงสร้างของประชากร ประกอบดว้ ย เพศ อายุ อตั ราการเกิด อตั ราคารตาย การอพยพโยกยา้ ยถ่ิน เป็นคน้

4. ขนาดของชุมชน อาจมีท้งั ขนาดเลก็ และขนาดใหญ่ โคยข้นึ อยกู่ บั จาํ นวนของ สมาชิกในกลมุ่ สงั คม และขนาดของพ้ืนท่ีท่ีใชอ้ ย่อู าศยั หรือดาํ เนินกิจกรรมเป็นสาํ คญั เช่น ครอบครัว ละแวกบา้ น หมู่บา้ น เผา่ ชน ตาํ บล ไปจนถึงประเทศและโลก 5. มีลกั ษณะเป็นการจดั ระเบียบทางสงั คม เพื่อควบคมุ ความสมั พนั ธข์ องสมาชิก เช่น บรรทดั ฐานทางสงั คม สถาบนั หรือองคก์ ารทางสงั คม เป็นคน้ 6. สมาชิกมีกิจกรรมร่วมกนั เพ่อื สร้างความสนิทสนมและนาํ ไปสู่การใชช้ ีวติ ในคา้ น ต่าง ๆ ร่วมกนั 7. สมาชิกมีวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายในการดาํ เนินชีวิตร่วมกนั 8. สมาชิกไดร้ ับผลกระทบจากสิ่งท่ีเกิดข้ึนในชุมชนร่วมกนั โครงสร้างของชุมชน เม่ือพิจารณาจากความหมายและลกั ษณะของชุมชนแลว้ อาจจะจาํ แนกโครงสร้างของ ชุมชนไดด้ งั น้ี 1. กลุ่มคน (Group of People) มารวมกนั ในลกั ษณะของกลุม่ สังคม (Social Group) 2. อาณาบริเวณ ซ่ึงเป็นท่ีอย่อู าศยั ของกลมุ่ สังคม เช่น ละแวกบา้ น หมู่บา้ น ซอย เมืองและทอ้ งถ่ินตา่ ง ๆ ที่มีช่ือเฉพาะ เช่น คลองเตย บางเขน บา้ นแขก บา้ นหมอ้ เป็นคน้ 3. ความสนใจทางสังคม (Social Interest) สมาชิกมีความสนใจในเรื่องราว ตา่ ง ๆ ที่เกิดข้นึ ในชีวิตประจาํ วนั ที่คลา้ ยคลึงกนั และร่วมกนั อนั เป็นผลมาจากการเรียนรู้และการอยู่ ร่วมกนั ในอาณาบริเวณเดียวกนั ความสนใจ ท้งั ความสนใจเกี่ยวกบั บุคคลและส่วนรวม

4. การปฏิบตั ิต่อกนั ทางสังคมหรือปฏิกิริยาโตต้ อบต่อกนั ทางสงั คม ) คือ การท่ีสมาชิกในชุมชนใชช้ ีวติ ร่วมกนั เรียนรู้ร่วมกนั ในการกระทาํ จึงตอ้ งมีการ ปฏิบตั ิต่อคน้ และคนั หรือมีการกระทาํ ร่วมกนั ซ่ึงส่วนใหญ่จะมีการพบปะกนั โดยตรง หรือเป็น แบบเผชิญหนา้ กคนั 5. ความสัมพนั ธ์ทางสงั คม (5๐๐1 Relationship) คอื สมาชิกมีการติดต่อสัมพนั ธก์ นั เอ้ืออาทรกนั ไมใ่ ช่ต่างคนตา่ งอยู่ หรือแบบตวั ใครตวั มนั 6. การจดั ระเบียบทางสงั คม (Social Organization) คือ การควบคมุ ชุมชนใหอ้ งค-์ ประกอบต่าง ๆ ที่กลา่ วมาแลว้ ในขอ้ 1-5 คาํ รงอย่รู ่วมกนั ได้ ที่สาํ คญั คอื บรรทคั ฐานทางสังคม สถาบนั ทางสงั คม และวฒั นธรรมที่มือยใู่ นชุมชนนนั กระบวนการเกิดของชุมชน จากความหมาย ลกั ษณะ โครงสร้าง และสาเหตุการเกิดของชุมชนท่ีกลา่ วมาแลว้ จะ เห็นไดว้ า่ กระบวนการเกิดของชุมชนมีข้นั ตอน ดงั น้ี 1 บุคคลหรือคนแตล่ ะคนต้งั แต่สองคนข้ึนไปมารวมกลมุ่ กนั เพื่อวตั ถุประสงคอ์ ยา่ ง หน่ึงอยา่ งใด เช่น การสมรส การประกอบธุรกิจ การประกอบอาชีพ การศึกษา การทาํ กิจกรรม ทางศาสนา คารต้งั บา้ นเรือนเพือ่ อยอู่ าศยั เป็นตน้ ในบริเวณใคบริเวณหน่ึง การรวมกล่มใน ลกั ษณะน้ีเรียกวา่ กลมุ่ คน 2.กลุ่มคนท้งั หมดหรือจาํ นวนหน่ึงท่ีรวมคนั อยนู่ ้นั เกิดความรู้สึกวา่ จะตอ้ งทาํ กิจกรรม ร่วมกนั เพ่ือการบรรถุวตั ถุประสงกบ์ างอยา่ งร่วมกนั จึงเกิดการจดั ระเบียบความสมั พนั ธ์ไนรูป ของกลุ่มสงั คมและองคก์ รทางสังคมข่ืน เช่น ครอบครัว บริษทั สมาคมวิชาชีพตา่ ง ๆ สถาบนั การศึกษา สถาบนั ศาสนา เป็นคน้

3. กลมุ่ สังคมหรือองคก์ รทางสังคมท่ีเกิคข้นึ กาํ หนดสถานท่ีคาํ เนินกิจกรรมอยา่ ง แน่นอน เกิดการต้งั ที่อยอู่ าศยั ในบริเวณใกลเ้ คียงกบั สถานที่ดาํ เนินกิจกรรมในลกั ษณะของ ละแวกบา้ นหรืออ่ืน ๆ ข้ึน ทาํ ใหค้ วามสมั พนั ธ์และการพ่งึ พาอาศยั คนั เพิ่มมากข้นึ 4 กลุ่มสงั คมท่ีรวมตวั คน้ ในลกั ษณะของละแวกบา้ น ยยายตวั เป็นชุมชน ซ่ึงอาจเป็น ละแวกบา้ นที่ใหญข่ ้นึ หรือเกิดละแวกบา้ นใหม่ข้นึ ก็ได้ หลาย ๆ ละแวกบา้ นรวมคนั เป็นชุมชน ที่มีขนาดใหญข่ ้ึน เช่น หมู่บา้ น ตาํ บล เป็นคน้ บทสรุป ชุมชนเกิดจากการรวมตวั ของ บคุ คล กลุ่มคน กลุ่มสงั คมในรูปของครอบครัวและ ละแวกบา้ น ตามลาํ คบั องคป์ ระกอบและหนา้ ท่ีของชุมชนเป็นปัจจยั สาํ คญั ตอ่ การคาํ รงอยู่ หรือ คารล่มสลายของชุมชน ถา้ ชุมชนมืองคป์ ระกอบที่มีความเหมาะสม ปฏิบตั ิภาระหนา้ ทีได้ ครบถว้ นสมบรู ณ์แลว้ ชุมชนกส็ ามารถตอบสนองความคอ้ งการต่าง ๆ ของสมาชิก ทาํ ให้ สมาชิกมีความพงึ พอใจและชุมชนจะเป็นปี กแผ่นมนั่ คง นกั วิชาการไดแ้ บ่งชุมชนเป็นหลาย ประเภทตามจาํ นวนประชากร ลกั ษณะของกิจกรรมหลกั ลกั ษณะทางนิเวศน์วทิ ยา หน่วยการ ปกครอง วิวฒั นาการของชุมชน ความสมั พนั ธข์ องคนในชุมชนและการแบ่งตามระดบั ของการ พฒั นา ท้งั น้ี เพื่อประโยชน์ในการนาํ ไปใชศ้ ึกษาทางคา้ นตา่ ง ๆ ในทางคา้ นสังคมวทิ ยา นิยม แบง่ ประเภทของชมชน โคยพจิ ารณาจากความสมั พนั ธ์ของคนในชุมชนและแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท fo ชุมชนชนบทกบั ชุมชนเมือง ส่วนผเู้ ขยี นไดเ้ สนอการแบ่งชุมชนตามระดบั การ พฒั นา โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ ชุมชนคอ้ ยพฒั นา ชุมชนพร้อมพฒั นา ชุมชนเริมพฒั นา ชุมชนกาํ ลงั พฒั นา ชุมชนเร่งรัคพฒั นา และชุมชนพฒั นาแลว้ นกั ศึกษาควรศึกษาเรืองราวของ จมชนในคา้ นต่าง ๆ ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจ เพอ่ื เป็นพ้นื ฐานในการศึกษาเก่ียวกบั การพฒั นา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook