ตัวดำเนนิ กำรและพจิ น์ทำง คณิตศำสตร์ ครูศริ พิ ไิลย พรหมแพทย์
ตัวดำเนินกำรทำงคณิตศำสตร์ ใชเ้ ป็นตวั เช่ือมในการเขียนโปรแกรม เพ่ือหาผลลพั ธจ์ ากการคานว ตวั ดำเนินกำร ควำมหมำย ตัวอยำ่ ง + บวก x+y - ลบ x-y * คณู x*y / หาร x/y % หารเอาผลลพั ธเ์ ฉพาะเศษ x%y ++ เพ่มิ คา่ ครงั้ ละ 1 x++ -- ลดคา่ ครงั้ ละ 1 x--
ตัวดำเนินกำรเปรยี บเทียบ ตวั ดาเนินการเปรยี บเทียบคือ เคร่อื งหมายท่ีใชใ้ นการ เปรยี บเทียบผลลพั ธจ์ ะมี 2 กร ี คือ ถา้ ถกู ตอ้ งหรือเป็นจรงิ จะมีค่าเป็น 1 ถา้ ผิดหรือเป็นเท็จจะมีค่าเป็น 0 ผลลพั ธข์ อง การเปรยี บเทียบมีช่ือเรยี กอีกอยา่ งวา่ Boolean Constant >< >= <= == !=
5 > 3 เป็นจรงิ คา่ Boolean Constant เป็น 1 4 = 8 เป็นเท็จ คา่ Boolean Constant เป็น 0 -2>-6 เป็นจรงิ คา่ Boolean Constant เป็น 1 A > a เป็นจรงิ คา่ Boolean Constant เป็น 1 A>B เป็นเท็จ คา่ Boolean Constant เป็น 0
ตัวดำเนินกำรทำงตรรกะ คือเคร่ืองหมายท่ีใชเ้ ช่ือมเง่ือนไข 2 เง่ือนไขหรือมากกว่า เพ่ือใหก้ ารเปรยี บเทียบมีความละเอยี ดมากขนึ้ && จะให้ผลลัพธ์เป็นจริงเม่ือเง่ือนไขทั้งหมดเป็นจริง แต่ถ้า เง่ือนไขใดเป็นเท็จหรอื เป็นเท็จทงั้ หมด จะทาใหผ้ ลลพั ธเ์ ป็น เทจ็ || จะใหผ้ ลลพั ธเ์ ป็นจริงเม่ือเง่ือนไขใดเง่ือนไขหน่ึงเป็นจรงิ แต่ ถา้ เป็นเทจ็ ทงั้ หมด จะทาใหผ้ ลลพั ธเ์ ป็นเทจ็ ! จะใหผ้ ลลพั ธต์ รงกนั ขา้ ม
ตวั เปรียบเทยี บ a && b ผลลัพธ์ !b ab T a || b !a F F T TT F TF F TF F TF T FT TT FF FT
ตวั ดำเนินกำร ควำมหมำย ตัวอยำ่ ง && and mark>=80&&mark<=100 || or score<0||score>100 ! not !x&&!y
ตัวดำเนินกำรกำหนดค่ำ ตัวดำเนินกำร ควำมหมำย ตัวอย่ำง = กาหนดคา่ ใหเ้ ทา่ กบั x=y += การเพ่มิ คา่ x+=y มาจาก x=x+y -= การลบคา่ x-=y มาจาก x=x-y *= การคณู x*=y มาจาก x=x*y /= การหารไดผ้ ลลพั ธจ์ านวนเต็ม x/=y มาจาก x=x/y %= การหารไดผ้ ลลพั ธเ์ ศษ x%=y มาจาก x=x%y &= ดาเนินการ bitwise and x&=y มาจาก x=x&y |= ดาเนินการ inclusive or x|=y มาจาก x=x|y ^= ดาเนินการ exclusive or x^=y มาจาก x=x^y <<= การเล่อื นบิตไปทางซา้ ย x<<=2 มาจาก x=x<<2 >>= การเล่อื นบิตไปทางขวา x>>=2 มาจาก x=x>>2
นิพจน์คณิตศำสตร์ นิพจนค์ ิตศาสตร์ คือการนาค่าคงท่ีหรือตัวแปรมา เช่ือมต่อกัน ด้วยเคร่ืองหมายทางค ิตศาสตร์ นิพ จน์ ค ิตศาสตรจ์ ะมีลกั ษ ะคลา้ ยกบั สมการทางค ิตศาสตร์ z = x*y (4*x+2*y)/z 2+(3-1)*4 = 16
ลำดับกำรประมวลผลของนิพจน์ ลาดบั การประมวลผล จะเรม่ิ ทางดา้ นซา้ ยไปทางดา้ น ขวา ถา้ มีวงเลบ็ จะประมวลผลในวงเลบ็ ก่อน () ++ , -- *,/,% +,-
คำถำม 1. (3+4)*5 = ? 2. 3+4*5=? 3. (2+7)*4%10=? 4. 2+7*4%10=? 5. 10+2*8/4*3-5=? 6. ++(2*5-10)=? 7. 2*(-5-(17%3/2)+26)*2+4=?
int a,b,c,d,e; a=(3+4)*5; b=3+4*5; c=(2+7)*4%10; d=2+7*4%10; e=10+2*8/4*3-5; printf(“(3+4)*5 = %d\\n”,a); printf(“3+4*5 = %d\\n”,b); printf(“(2+7)*4%%10 = %d\\n”,c); printf(“2+7*4%%10 = %d\\n”,d); printf(“10+2*8/4*3-5 = %d\\n”,e);
int a,b; float c; a=20; b=6; c=6; printf(“20/6 = %d\\n”,a/b); printf(“20%%6 = %d\\n”,a%b); printf(“20/6 = %f\\n”,a/c); printf(“20/6 = %15f\\n”,a/c); printf(“20/6 = %.2f\\n”,a/c);
int a,b; printf(“Enter number 1 :”); scanf(“%d”,&a); printf(“Enter number 2 :”); scanf(“%d”,&b); printf(“%d == %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a==b); printf(“%d != %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a!=b); printf(“%d > %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a>b); printf(“%d >= %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a>=b); printf(“%d < %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a<b); printf(“%d <= %d Boolean Constant = %d\\n”,a,b,a<=b);
ตัวดำเนินกำรเงื่อนไข จะนาไปใชใ้ นการทดสอบคา่ นิพจนท์ างตรรกะวา่ จรงิ หรอื เทจ็ รูปแบบ นิพจนเ์ ง่ือนไข ? นิพจนก์ รณีเป็นจรงิ : นิพจนก์ รณีเป็นเท็จ ตวั อย่ำง result = (x < y) ? 0 : 100 ;
int a,b,c; a=5; b=10; c=(a<b)? a : b; printf(\"c=%d\",c);
char a; char y[10]=\"Yes\"; char n[10]=\"No\"; printf(\"Enter 1 character : \"); a=getche(); printf(\"\\nYour Character is %s\",(a=='Y')?y:n);
แบบฝึ กหัด
Search
Read the Text Version
- 1 - 18
Pages: