Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ประวัติศาสตร์ม.2-รหัส-ส22103-ม.2 ห้อง1-6

ประวัติศาสตร์ม.2-รหัส-ส22103-ม.2 ห้อง1-6

Published by kajankew135, 2021-07-25 16:38:29

Description: เอกสารประกอบการเรียนประวัติศาสตร์ม ส22103 ห้อง1-6

Search

Read the Text Version

1 เอกสารประกอบการเรียน รายวิชาประวตั ิศาสตร์3 รหสั ส22103 ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 หอ้ ง1-6 ครูผส้ อน นางจนั ทรเ์ พญ็ คำกมั พล

2 แบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-Test) นกั เรียนใช้ดินสอระบายลงใน หน้าคาตอบทถี่ กู ต้องให้เต็มวง 1. ขอ้ ใดเป็นวิธีการประเมนิ ความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์แบบการประเมนิ ภายนอก 1 การวิเคราะหเ์ น้ือหาท่บี นั ทึก 2 ขอ้ มลู ทีบ่ นั ทกึ ว่าเป็นกลางหรือไม่ 3 การนาเสนอขอ้ มูลมกี ารบิดเบอื นหรือไม่ 4 ความน่าเช่ือถอื ของบคุ คลผบู้ นั ทกึ เหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ 2. หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในขอ้ ใดเป็นหลกั ฐานข้นั ปฐมภมู ทิ ้งั หมด 1 พงศาวดาร ศิลาจารึก 2 จดหมายเหตุ อตั ชีวประวตั ิ 3 โบราณวตั ถุ ตาราประวตั ศิ าสตร์ 4 โบราณคดี วรรณคดี 3. หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ในขอ้ ใดไม่ใช่หลกั ฐานข้นั ทุตยิ ภูมิ 1 วารสาร 2 กฎหมายตราสามดวง 3 หนงั สือพมิ พ์ 4 ภาษาศาสตร์ 4. ลกั ษณะของนกั ประวตั ศิ าสตร์ที่ดีควรมีคุณสมบตั ิอยา่ งไร 1 มกี ารทดลองศึกษาเพยี งคร้ังเดียว 2 มีความละเอียดถถี่ ว้ น ช่างสงั เกต 3 ใชส้ านวนการบนั ทึกแบบโวหาร 4 ผลสรุปทไ่ี ดจ้ ากการคน้ ควา้ ถอื วา่ เป็นความจริงที่ใครโตแ้ ยง้ ไมไ่ ด้ 5. ขอ้ ใดเป็นวิธีการประเมนิ ความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์แบบการประเมนิ ภายใน 1 ประสบการณ์ของผเู้ ขยี น 2 ประวตั ิและผลงานของผบู้ นั ทกึ 3 ความถูกตอ้ งของขอ้ มลู ทมี่ ีหลกั ฐานอา้ งองิ ชดั เจน 4 ความเป็นนกั ประวตั ศิ าสตร์ทมี่ ขี ้นั ตอนการบนั ทกึ ขอ้ มลู ทเี่ ป็นกลาง 6. ผลสรุปของเหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ในอดีตสามารถเปลี่ยนแปลงไดห้ รือไม่ 1 ไมไ่ ด้ เพราะทาให้เกิดความสบั สน 2 ได้ แลว้ แตค่ วามเห็นของนกั ประวตั ศิ าสตร์ 3 ไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ไม่สามารถเปลีย่ นแปลงได้ 4 ได้ ข้ึนอยกู่ บั หลกั ฐานขอ้ มลู ทอ่ี าจมกี ารคน้ พบเพ่ิมเติมในภายหลงั

3 7. บนั ทึกประวตั ศิ าสตร์ธรรมชาติและการเมืองแห่งราชอาณาจกั รสยามในสมยั แผน่ ดินของสมเด็จ- พระนารายณม์ หาราช เป็นผลงานทางประวตั ศิ าสตร์ของบคุ คลใด 1 นิโกลาส์ แชรเวส 2 ซีมง เดอ ลา ลแู บร์ 3 สนั ต์ ท.โกมลบุตร 4 ศ.ขจร สุขพาณิช 8. ขอ้ ใดใหค้ าจากดั ความความจริงทางประวตั ิศาสตร์ไดถ้ กู ตอ้ งมากทสี่ ุด 1 ขอ้ มลู เหตุการณ์ที่เกิดข้นึ ในอดีตทีผ่ ่านการตรวจสอบ/วเิ คราะหแ์ ลว้ 2 เหตกุ ารณท์ างประวตั ิศาสตร์ทไี่ ดร้ บั การยอมรับจากบุคคลทว่ั ไป 3 ขอ้ เทจ็ จริงเหตกุ ารณใ์ นอดีตที่ไดร้ บั การยอมรบั ว่าเป็นความจริงโดยมหี ลกั ฐานข้นั ปฐมภูมกิ ลา่ วถึง และยนื ยนั เหตุการณ์น้นั ๆ 4 ขอ้ มลู เหตุการณ์ในอดีตทมี่ กี ารบนั ทึกและเล่าสืบเนื่องต่อกนั มาตามยคุ สมยั มหี ลกั ฐานยนื ยนั เหตุการณ์ทเี่ กิดข้ึน 9. ขอ้ ใดเป็นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ 1 ศึกษาประวตั ศิ าสตร์ตอ้ งอาศยั ขอ้ มูลทางสถิติ 2 นกั ประวตั ศิ าสตร์ตอ้ งเป็นคนหัวโบราณ 3 มวี ิธีการศกึ ษาคลา้ ยกบั วธิ ีการแบบคณิตศาสตร์ 4 ประวตั ศิ าสตร์เป็นเร่ืองราวการสืบสวน คน้ ควา้ ตีความ 10. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวิเคราะห์ขอ้ มลู และตคี วามหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ 1 ทาให้ทราบขอ้ เท็จจริงของเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์อยา่ งถ่องแท้ 2 เป็นการสร้างนกั ประวตั ิศาสตร์ให้เป็นทย่ี อมรับของวงการวชิ าการ 3 ช่วยขยายขอบเขตของความรู้ทีม่ ีอยใู่ หก้ วา้ งขวางออกไป 4 เป็นการนาเสนอองคค์ วามรู้ใหมใ่ หแ้ ก่ผสู้ นใจไดศ้ ึกษา

4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองท่ี 1 การประเมินความน่าเช่ือถือของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ • หลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ หมายถึง (หลกั ฐานท่ีเกิดข้นึ ในช่วงเวลาทต่ี อ้ งการศึกษา และบนั ทกึ หรือ จดั ทาข้ึนโดยบคุ คลทร่ี ู้เห็นหรือร่วมอยใู่ นเหตกุ ารณ์น้นั ๆ หลกั ฐานข้นั ปฐมภมู ิเป็นไดท้ ้งั หลกั ฐานประเภท ลายลกั ษณอ์ กั ษรและทีไ่ ม่เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร) การวเิ คราะหล์ กั ษณะของหลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั น้ี หลักฐานประเภท หลกั ฐานข้นั ปฐมภมู ิ หลักฐานทีไ่ ม่เป็ น ลายลกั ษณ์อักษร ลายลกั ษณ์อักษร ศลิ าจารึกสมยั สุโขทยั โบราณสถาน พงศาวดาร โบราณวตั ถุ เอกสารจดหมายเหตุ ศลิ ปวตั ถุ บนั ทึกของชาวต่างชาติ คาบอกเล่าของผรู้ ่วม อยใู่ นเหตุการณ์ • หลกั ฐานข้นั ทตุ ยิ ภูมิ หมายถงึ (หลกั ฐานที่นกั ประวตั ศิ าสตร์หรือนกั วจิ ยั รวบรวมและเรียบเรียง ข้นึ ภายหลงั เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ โดยผา่ นการตคี วามหลกั ฐานช้นั ตน้ มาแลว้ หลกั ฐานประเภทน้ีมีอยู่ จานวนมากและหลากหลาย เช่น หนงั สือ ตารา งานวจิ ยั รายงาน และบทความทางประวตั ิศาสตร์) การวิเคราะหล์ กั ษณะของหลกั ฐานข้นั ทตุ ยิ ภมู ิ สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคิด ดงั น้ี หลกั ฐานท่เี รียบเรียงข้ึนหลงั จาก พจิ ารณาจากการตีความและการนาเสนอตาม เหตุการณใ์ นประวตั ิศาสตร์ยตุ ิแลว้ วตั ถปุ ระสงคแ์ ละมุมมองของผเู้ ขยี น หลกั ฐานข้นั ทตุ ยิ ภูมิ ตอ้ งศึกษาควบคูก่ บั หลกั ฐานอืน่ เพอื่ ตรวจสอบความน่าเช่ือถือ

5 การเปรียบเทยี บระหวา่ งหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ข้นั ปฐมภมู ิและข้นั ทตุ ิยภมู ิว่ามคี วามเหมอื นกนั และ ความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร สรุปความรู้เป็นแผนภาพความคดิ ดงั น้ี ข้นั ปฐมภมู ิ เหมือน ข้นั ทตุ ิยภมู ิ เป็นหลกั ฐานช้นั ตน้ เกิดข้ึน เป็นหลกั ฐานท่ใี ช้ เป็นหลกั ฐานช้นั รอง ในช่วงเวลาทต่ี อ้ งการ วเิ คราะห์เก่ียวกบั เกิดจากการวิจยั และรวบรวม ศึกษาและบนั ทึก ข้ึนภายหลงั เหตุการณ์ โดยบคุ คลที่ร่วมอยูใ่ น เรื่องราว โดยผ่านการวเิ คราะห์และ เหตกุ ารณ์ ทางประวตั ศิ าสตร์ ตคี วามมาแลว้ เรื่องที่ 2 วิธกี ารประเมินความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ การจาแนกลกั ษณะวธิ ีการประเมินความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ สรุปความรู้เป็น แผนภาพความคดิ ดงั น้ี หลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ วธิ ีการประเมิน หลกั ฐานข้นั ทตุ ยิ ภูมิ ความน่าเช่ือถือ วิธีการประเมนิ ภายนอก ของหลกั ฐานทาง วิธกี ารประเมินภายนอก • ประเมนิ ผเู้ ขยี น/ผบู้ นั ทกึ ประวัตศิ าสตร์ • ประสบการณ์ของผูเ้ ขยี น/ผวู้ จิ ยั ผลงานน้นั • อายขุ องหลกั ฐานทอี่ ยใู่ น • ความระมดั ระวงั /ความเป็นกลาง ไม่มีอคติ สมยั ประวตั ิศาสตร์น้นั /เป็ นบุคคลน่าเช่ือถือ วธิ ีการประเมนิ ภายใน วิธีการประเมนิ ภายใน • ขอ้ มูลท่ปี ราศจากอคตหิ รือไม่ • การเสนอผลงานตรงกบั ขอ้ เทจ็ จริงหรือ • ขอ้ มูลท่ีเป็นกลางหรือไม่ บดิ เบือนขอ้ มูลหรือไม่ • นาความคดิ ของตนใส่ในผลงานหรือไม่

6 การวิเคราะห์เปรียบเทียบเก่ียวกบั การประเมินความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐานระหวา่ งการมหี ลกั ฐาน และไมม่ ีหลกั ฐาน สรุปไดด้ งั น้ี การประเมนิ ผลท่ีเกดิ ขนึ้ ความน่าเช่ือถอื ของหลกั ฐาน ทาให้ไดห้ ลกั ฐานท่ีเป็นขอ้ เท็จจริง ถา้ มี ทมี่ ีความน่าเชื่อถอื และเป็นที่ยอมรบั ผลที่เกดิ ขนึ้ ถา้ ไมม่ ี ทาใหห้ ลกั ฐานถูกบิดเบอื น มีขอ้ มลู ทไี่ มส่ อดคลอ้ งกบั ขอ้ เท็จจริง และ ไม่เป็นทย่ี อมรบั การวเิ คราะห์เกี่ยวกบั ความสาคญั ของการประเมนิ ความน่าเชื่อถือของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ สามารถสรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคดิ ดงั น้ี เพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ความสาคญั ของการประเมิน เพือ่ ให้ขอ้ มลู ไดร้ บั ท่นี ่าเช่ือถอื ความน่าเช่ือถือของหลกั ฐาน การยอมรับ เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ มูลทมี่ ี ทางประวตั ิศาสตร์ เพื่อประเมนิ ความ ความสอดคลอ้ งกนั เป็นกลางของหลกั ฐาน

7 เร่ืองท่ี 3 ความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ การวิเคราะห์ลกั ษณะสาคญั ของความจริงกบั ขอ้ เท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถสรุปความรู้ เป็นความคิดรวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั น้ี ลกั ษณะสาคัญของ ความจริง : เหตุการณ์ทเ่ี กิดข้ึนในอดตี ซ่ึงยอมรบั ว่าเป็นความจริง โดยมีหลกั ฐาน ความจริงและข้อเทจ็ จริง ข้นั ปฐมภูมทิ ก่ี ล่าวถึงยืนยนั เหตกุ ารณ์ทเ่ี กิดข้ึน และมีหลกั ฐานประเภทลายลกั ษณ์อกั ษร อืน่ ๆ ร่วมตรวจสอบความถูกตอ้ งและความน่าเช่ือถอื ข้อเทจ็ จริง : ขอ้ มลู เกี่ยวกบั เหตกุ ารณท์ เี่ กิดข้นึ ในอดตี ท่ีไดจ้ ากเอกสาร หลกั ฐาน โบราณคดี ผา่ นการวิเคราะหต์ รวจสอบ โดยมหี ลกั ฐานยนื ยนั /อา้ งอิงขอ้ มูลน้นั ๆ การวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ความสาคญั ของความจริงกบั ขอ้ เท็จจริงทางประวตั ศิ าสตร์ สามารถสรุปความรู้เป็น ความคดิ รวบยอดลงในแผนภาพความคิด ดงั น้ี • ข้อเทจ็ จริงทางประวตั ิศาสตร์ ขอ้ มูลของเหตกุ ารณ์ ความสาคญั ของ มหี ลกั ฐานแบบเป็น ที่เกิดข้ึนในอดีต ข้อเท็จจริงทาง ลายลกั ษณ์อกั ษรอา้ งอิง ประวัตศิ าสตร์ มีหลกั ฐานแบบไม่เป็น เป็นขอ้ มลู ทผ่ี ่าน ลายลกั ษณ์อกั ษรอา้ งองิ การวิเคราะห์แลว้

• ความจริงทางประวตั ศิ าสตร์ 8 เป็นเหตุการณท์ เ่ี กิดข้นึ และ ความสาคญั ของ ตอ้ งมีหลกั ฐาน ไดร้ ับการยอมรบั วา่ เป็น ความจริงทาง ข้นั ปฐมภมู ิยืนยนั ประวัติศาสตร์ ความจริง ตอ้ งมีหลกั ฐานประเภท ลายลกั ษณ์อกั ษรยนื ยนั ตอ้ งผ่านการวเิ คราะหต์ ีความ จากนกั ประวตั ิศาสตร์ เปรียบเทยี บระหว่างความจริงและขอ้ เทจ็ จริงของเหตกุ ารณ์ทางประวตั ศิ าสตร์วา่ มคี วามเหมอื นและ ความแตกตา่ งกนั วา่ อยา่ งไร ความจริง เหมือน ข้อเทจ็ จริง ขอ้ มลู ทเ่ี กิดข้ึนในอดีตทไี่ ดร้ ับ ใชร้ ะบุประเภท ขอ้ มลู เกี่ยวกบั เหตกุ ารณ์ การยอมรับวา่ เป็นความจริง ขอ้ มูล หลกั ฐาน ทเ่ี กิดข้นึ ในอดตี ทีผ่ า่ นการ โดยมีหลกั ฐานข้นั ปฐมภูมิ ทางประวตั ศิ าสตร์ วิเคราะหแ์ ละตรวจสอบแลว้ ยืนยนั และไดร้ บั การยอมรบั ว่าถกู ตอ้ ง

9 เรื่องที่ 4 การตคี วามหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ทบทวนความรู้เกยี่ วกับข้นั ตอนของวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ การต้งั ประเดน็ คาถาม เพ่ือกาหนดแนวทางแสวงหาคาตอบอยา่ งมีเหตผุ ล การคน้ หาและรวบรวมหลกั ฐาน เพอ่ื หาขอ้ มลู จากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ เพอ่ื ตรวจสอบและประเมินคา่ ความน่าเชื่อถอื การวิเคราะห์หลกั ฐาน การสรุปขอ้ เทจ็ จริง เพอ่ื ตอบคาถามหรือตอบจดุ มงุ่ หมายท่ีกาหนดไว้ เพอ่ื อธิบายเรื่องท่ีศึกษาอยา่ งสมเหตุสมผล การนาเสนอ ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกบั การตีความหลกั ฐาน การตีความหลักฐาน หมายถึง การพิจารณาขอ้ มลู ในหลกั ฐานวา่ ผสู้ ร้างหลกั ฐานมเี จตนาท่ี แทจ้ ริงอยา่ งไร โดยดจู ากการเขยี นของผบู้ นั ทึกและรูปร่างลกั ษณะโดยทวั่ ไปของหลกั ฐานตา่ ง ๆ เพ่ือใหไ้ ดค้ วามหมายท่แี ทจ้ ริงซ่ึงอาจแอบแฝงโดยเจตนาหรือไมก่ ็ตาม ในการตีความหลกั ฐาน นกั ประวตั ศิ าสตร์จึงตอ้ งพยายามจบั ความหมายจากสานวนโวหาร ทศั นคติ ความเช่ือ ฯลฯ ของผเู้ ขยี นและสงั คมในยคุ สมยั น้นั ประกอบดว้ ย เพือ่ ที่จะไดท้ ราบวา่ ถอ้ ยความน้นั นอกจากจะหมายความตามตวั อกั ษรแลว้ ยงั มีความหมายท่ีแทจ้ ริงอะไรแฝงอยู่

10 การวเิ คราะห์ข้อมลู และตีความหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์มีความสาคัญอย่างไร ช่วยใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจริงของ ความสาคัญของการ นาเสนอความรู้ใหม่ เหตกุ ารณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลและ แกผ่ ูส้ นใจอ่นื ๆ ตีความหลักฐานทาง เพือ่ สร้างความน่าเช่ือถือของ เพอ่ื ตรวจสอบทมี่ าของ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตร์ ขอ้ มูลทางประวตั ศิ าสตร์ การวิเคราะห์เกยี่ วกบั การตีความหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ว่าถ้าปฏิบตั จิ ะเกิดผลอย่างไร และถ้าไม่ปฏิบัตจิ ะ เกิดผลอย่างไร ผลท่เี กดิ ขนึ้ ถา้ ปฏิบตั ิ ไดข้ อ้ มลู ทีน่ ่าเชื่อถอื การตีความหลกั ฐาน ผลท่ีเกิดขนึ้ ทางประวตั ิศาสตร์ ขอ้ มลู ทน่ี ามาใชอ้ าจจะยงั ไมไ่ ดร้ บั ถา้ ไม่ปฏบิ ตั ิ การยืนยนั

11 ใบงานที่ 1 เรื่อง การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ นักเรียนสืบคน้ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ท่ีเก่ียวข้องกบั เหตุการณ์ทางประวตั ิศาสตร์ท่ีสนใจมา 1 เร่ือง และใชว้ ิธีการประเมนิ หลกั ฐานภายนอกและภายในกบั หลกั ฐานน้นั จากน้นั บนั ทึกขอ้ มูลลงในแบบบนั ทกึ แบบบนั ทึกการประเมินความน่าเช่ือถือของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ • หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ • ประเภทของหลกั ฐาน การประเมนิ ภายนอก การประเมินภายใน • ประโยชนท์ เี่ กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง ตอ่ สงั คม

12 ใบงานท่ี 2 เร่ือง ความจริงกบั ข้อเทจ็ จริงของเหตกุ ารณ์ทางประวตั ิศาสตร์ นกั เรียนเลอื กศกึ ษาหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์มา 1 ชิ้น แลว้ วิเคราะหเ์ กี่ยวกบั ความจริงและขอ้ เทจ็ จริงของ หลกั ฐานชิ้นน้นั วา่ มลี กั ษณะเป็นอยา่ งไร และเปรียบเทยี บความเหมือนและความแตกต่าง จากน้นั สรุปขอ้ มูลลง ในแบบบนั ทกึ แบบบันทกึ ความจริงกับข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ • หลกั ฐานทเ่ี ลอื ก ความจริงของหลกั ฐาน ข้อเทจ็ จริงของหลกั ฐาน • ความเหมือน • ความแตกต่าง • ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั

13 ใบงานที่ 3 เร่ือง การตคี วามหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ นกั เรียนตคี วามหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ที่สนใจมา 1 ช้ิน พร้อมวิเคราะห์เกี่ยวกบั ข้นั ตอนการตีความ ผลท่ี เกิดข้นึ ขอ้ คดิ ที่ไดร้ บั จากการศกึ ษา และความสาคญั ของการตคี วาม จากน้นั สรุปความรู้ลงในแบบบนั ทกึ แบบบันทกึ การตีความหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ • ช่ือของหลกั ฐาน • ประเภทของหลกั ฐาน ข้นั ตอนการตคี วาม ผลทเ่ี กิดขนึ้ • ขอ้ คิดท่ไี ดร้ ับจากการศกึ ษา • ความสาคญั ของการตคี วาม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook