โอวาทธรรมเนอื่ งในเทศกาล “วสิ าขปุรณมี” พุทธศกั ราช ๒๕๕๖ การตรสั รขู้ องพระพทุ ธเจา้ ตอนตรสั รนู้ ะ่ ทา่ นนง่ั ขดั สมาธเิ พชรทส่ี บาย หายใจเขา้ กร็ สู้ บาย หายใจออกก็ รสู้ บาย ลมเขา้ ยาวกร็ สู้ บาย ลมเขา้ สน้ั กร็ สู้ บาย ลมออก ปานกลางก็ร้สู บาย ลมเขา้ ปานกลางก็ร้สู บาย มีความ สขุ กับการหายใจเข้าหายใจออก ปลอ่ ยวางทกุ อยา่ ง เรือ่ งดีเรอื่ งชวั่ เร่อื งสุขเร่ืองทุกข ์ เร่อื งอดีต เรือ่ งอนาค ตน่ะปลอ่ ยวางหมด จนจิตใจเป็นหนึ่งจติ ใจไม่มีอะไร มี แต่ธรรมชาตทิ บ่ี รสิ ทุ ธผ์ิ ดุ ผอ่ งจนใจเปน็ สมาธิ เขา้ ฌาน หนง่ึ ฌานสอง ฌานสาม ฌานสี่ ระลกึ ภพระลกึ ชาตไิ ด้ 1
การเกดิ ทุกคร้งั ทุกคราว เปน็ ทุกขอ์ ยูร่ ํ่าไป... พระพุทธเจ้าท่านถึงได้ตรัสรู้ธรรม ตัดภพตัดชาติ ตดั ตวั ตดั ตน ไม่มอี ะไรเหลือ ไมม่ คี วามรู้สกึ ท่ีเปน็ ของเรา พระพทุ ธเจา้ ทา่ นถงึ ไดส้ อนเราทง้ั หลาย อ ยา่ ไดเ้ ปน็ แมลงเมา่ บินเข้ากองไฟ ให้พากันหยุดตัวเอง หยุดทำ�บาปทำ�กรรม ท�ำ อกศุ ล ความเคยชินของเราทุกๆ น่ะ มันมีมากจนมันเป็น อัตโนมตั ิ เราไม่คดิ จติ ใต้ส�ำ นกึ ของเรามนั กย็ งั ผดุ ขึน้ มาคดิ มาปรงุ แต่ง พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เราทุกคนพากันมาตัดกรรม ตดั เวร ส่ิงที่เป็นอดตี น่ะถงึ จะดีท่ีสดุ ถึงจะไม่ดกี ็ใหต้ ัดใหล้ ะ 2
ให้วางใหท้ ง้ิ เพราะหัวใจของคนสมองของคนนะ่ เตม็ ไปด้วย อดีต มันสั่งสมจนเปน็ ความอยาก เป็นความตอ้ งการ เปน็ นิสัย เปน็ สนั ดาน ทกุ ๆ คนก็ยอ่ มรู้ด้วยใจของตนเองนะ อดตี แม้จะผา่ นไปวินาทีหนงึ่ สองวินาที พระพุทธเจ้าทา่ นก็ สอนใหเ้ ราตัดเราละเราวาง อย่างเราคยุ กับคนหนง่ึ อย่างน้ี เรากต็ ง้ั ใจพูดคุยดีๆ แต่เราหันหน้าหนีเราไปคยุ กบั คนอีกคน หนง่ึ เราก็ต้งั ใจพดู คยุ ด้วยดีๆ คนท่เี ราพูดคุยอยูท่ ่หี ลังนน้ั น่ะ พระพุทธเจ้าท่านให้เราละอย่าไปติดอย่าไปยึดอย่าไป ถอื ถงึ จะดจี ะรา้ ยถงึ จะอยา่ งไร กต็ อ้ งพยายามตอ้ งตง้ั มน่ั ในปจั จบุ นั ควบคมุ ตวั เองในปจั จบุ นั เอาศลี มาชว่ ย เอาสมาธิ มาช่วย เอาปัญญามาช่วย เพื่อพัฒนาชีวิตจิตใจของ ตัวเอง เพราะชีวติ ของเรา จติ ใจของเรา คุณธรรมของเรา ไม่มีใครทจี่ ะชว่ ยเหลอื เราไดน้ อกจากตวั เราเอง ทุกวันน้ีน่ะส่ิงอำ�นวยความสะดวกสบายก็มีมาก เทคโนโลยีก็มีมาก ทกุ อยา่ งก็อ�ำ นวยหมด การพฒั นาทาง จิตใจของมนุษย์เราน้ีมันพฒั นาไม่ทนั ทางวตั ถ ุ เมอื งท่เี จริญ นะ่ ถงึ พากันเป็นโรคประสาท เป็นโรคจติ กนั มาก เพราะทกุ ทา่ นทกุ คนนะ่ พากนั ไปตดิ ในอดีต อดตี มันท�ำ ร้ายเรา คนเราถ้าคิดเรื่องเก่าๆ หลายๆ รอบน่ะ ทุกๆ คน มีสิทธิที่จะเป็นโรคประสาทกันหมด ไม่ว่าคนเก่าคนไม่เก่ง ถ้าคิดมากๆ คิดไมห่ ยดุ กม็ ีสิทธทิ ่จี ะเปน็ โรคจติ กนั ทกุ ๆ คน 3
การพัฒนาจติ ใจ พระพุทธเจ้าทา่ นให้เรามาเนน้ ทีป่ จั จุบนั ... ปัจจบุ นั เราต้องมีสตสิ ัมปชัญญะสมบรู ณ ์ เราตอ้ งมี ความสุขในการมีศีล สมาธินั้นแปลว่าความสุขใจ ความ สบายใจ ความอิ่มใจ ปัญญาก็คือความรู้จักรู้แจ้งว่าทุกสิ่ง ทกุ อยา่ งเกิดขึน้ ทุกสิง่ ทกุ อยา่ งต้ังอย่ ู ทกุ สิ่งทุกอย่างดับไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน ไม่มีอะไรเป็นของเรา มีแต่เกิดขึ้น ตง้ั อยู่ ดบั ไป 4
พยายามมาเนน้ ที่ิจติ ท่ใี จพัฒนาตัวเองในปัจจบุ นั ให้ พยายามวางแผนใหด้ ีๆ ในปัจจบุ ันจะท�ำ อะไรกใ็ หว้ างแผนไว้ ก่อน ถ้าเราไม่วางแผนก็ชื่อว่าเราตั้งอยู่ในความประมาท การงานของเรามนั อาจจะบกพรอ่ ง ผลออกมามันก็จะไม่ได้ มาตรฐาน ทำ�ไปอยา่ งนปี้ ฏิบัตอิ ยา่ งนี้ อนั น้มี นั เป็นหน้าท่ีของ เราท่ที กุ คนจะต้องพึงประพฤตพิ ึงปฏบิ ัติ ถา้ เราไม่รจู้ ักคดิ ไมร่ ู้จักวางแผน จติ ใจของเราน้ีก็จะเต็มไปด้วย“โมหะ”ความ ไมร่ ู้แจง้ ร้จู รงิ เพราะธรรมทง้ั หลายทง้ั ปวงนัน้ มันเกิดจาก เหตเุ กิดจากปจั จัย พระพทุ ธเจ้าทา่ นสอนเราวา่ เราไม่ต้องมี ความอยากเรามคี วามสขุ ในการท�ำ ความดีมคี วามสุขในการ วางแผนและปฏิบตั ิงานหรือว่าปฏิบตั ธิ รรม ชีวิตของทุกๆคนน่ะปล่อยไปตามกรรมตามความ เคยชิน ขาดการควบคมุ ขาดการวางแผน เราวางแผนนนั้ ยงั ไม่พอนะ เราต้องปฏบิ ตั ติ ามทเ่ี ราวางแผนไว้ มคี วามสุข ในการท�ำ งานนนั้ ๆ ท�ำ อย่างนี้ปฏบิ ตั อิ ยา่ งน้ีเค้า เรยี กว่า เราทกุ ๆคนปฏิบัติธรรม เพราะธรรมะคือ การมาแกไ้ ขใจ ตวั เอง คอื การมาแกไ้ ขการกระทำ�ของตวั เอง คำ�พูดกิรยิ า ตา่ งๆ 5
สิ่งทมี่ ันเป็นอดตี ที่มนั แลว้ ๆ กแ็ ล้วไป พระพทุ ธเจ้า ท่านให้เราทกุ ๆคนมาตดั กรรม ตัดเวรตดั สงิ่ ทเี่ ป็นอดตี ออก เอาพระรตั นตรยั คือความดีนีม้ าใสไ่ วใ้ นใจของเรา แมแ้ ต่สิ่ง เล็กๆ น้อยๆ ถ้าเราไมท่ ้ิงมันก็ทำ�ให้เราเปน็ บาปเป็นกรรมได้ ยกตัวอย่างพระภิกษุรูปหน่ึงท่ีปฏิบัติเคร่งครัดในพระวินัย มาก วนั หนงึ่ พายเรือเลก็ ขา้ มฝ่ัง เผอิญไม้พายไปถูกพวก หญ้าพวกวัชพืชเค้ามคี วามวติ กกังวลว่าเค้าได้ท�ำ วัชพืชนนั้ เสยี หาย เคา้ ก็คิดเรอื่ งนัน้ สุดทา้ ยเค้ากต็ าย เคา้ ตอ้ งไปเกดิ เปน็ สตั วน์ ้าํ ความไมด่ นี ้ีมันทำ�ใหท้ ุกคนเศรา้ หมอง เพราะทกุ คน สว่ นใหญ่เกดิ มากย็ ่อมท�ำ บาปท�ำ กรรม ชว่ งเด็กๆ อาจจะตบ ยุงบ้าง ทำ�แมลงตายบ้าง ท�ำ ไม่ดอี ะไรอยา่ งนี้นะ กรรมนั้น ก็ท�ำ ใหท้ ุกคนคิดหนกั เศรา้ หมอง พระพุทธเจ้าท่านสอนว่าอันน้ีมันเป็นอดีตไปแล้ว อยา่ เอามาคิด อย่างโจรเคราแดงที่มหี น้าทีเ่ ป็นเพชรฆาต ประหารชีวติ พระมหากษัตริย์ตั้งแตห่ นุ่มจนแก่ ก็มคี วาม เศร้าหมองทางจิตใจว่าตัวเองนี้คงจะห้ามสวรรค์มรรคผล นพิ พานไปแลว้ พระสารบี ุตรทา่ นมีเมตตาสงสารทา่ นไป โปรดโจรเคราแดง ทา่ นบอกโจรเคราแดงว่า ทา่ นประหาร 6
ชีวิตเค้านน่ั น่ะ ทา่ นมีเจตนาม้ยั โจรเคราแดงตอบวา่ ผม ไม่มีเจตนา ทำ�ไปตามหน้าท่ี พระสารีบุตรท่านจึงตรัสว่า ถา้ ท�ำ ไปตามหน้าท่ที ่านก็ไมบ่ าป เพียงแต่โจรเคราแดงไดย้ ิน คำ�น้ใี จของเคา้ ก็สงบ เค้าก็ตดั กรรมตดั เวรได้ สดุ ท้ายเคา้ ก็ไดบ้ รรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ เพราะเคา้ ทง้ิ อดตี ได้ ส่ิงที่มันเป็นอดีตมันถึงเป็นสิ่งจำ�เป็นท่ีทุกๆคนจะต้องหยุด จะต้องลืม พยายามตง้ั ไวใ้ นอุเบกขาเยอะๆ เพราะกรรมของ ทุกๆคนมนั เปน็ ชดุ ใหญๆ่ เปน็ ขบวนเลย เราพยายามทิ้ง อดตี ส่ิงทีเ่ ราทำ�อะไรไม่ดีเราลืมหมด แลว้ ตงั้ ใจใหม่ว่าตัง้ แต่ น้ีต่อไปข้าพเจ้าจะไมท่ �ำ อกี ไม่พูดอีก ไมค่ ิดอกี ข้าพเจ้าจะลด มานะละทฏิ ฐเิ พ่ือเขา้ ถงึ ซงึ่ สวรรคม์ รรคผลพระนพิ พาน ดูตวั อยา่ งองคค์ ลุ มี ารนะ่ ฆ่าคนตั้ง ๙๙๙ คน ยงั เหลืออีก ๑ คน ถึงจะครบพัน ท่านก็ยงั ไดเ้ ปน็ พระอรหันต์ ยังเหลือสุดท้ายท่านคิดว่าจะไปฆ่าแม่เพื่อเอานิ้วมือให้มัน ครบพันพระพุทธเจ้าต้องแสดงปาฏิหารย์ไปขวางไว้ไม่ให้ ฆ่าแม่ เพราะฆา่ แม่แล้วจะเป็นอนันตริยกรรม ท่ีนก้ี ไ็ ล่ตาม พระพุทธเจ้า ไล่ตามอย่างไรก็ไม่ทัน พระพุทธเจ้าท่าน มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์ แล้วก็บอกให้พระพุทธเจ้าหยุดๆ หยุดก่อนๆ สมณะหยุด พระพทุ ธเจ้าทา่ นตรัสวา่ เราหยดุ แลว้ แต่ทา่ นยังไม่หยดุ องคค์ ุลมี ารยังว่า พระพทุ ธเจา้ ทา่ น 7
ตรสั ว่า เราหยุดแลว้ แตท่ ่านยังไม่หยดุ องคค์ ุลมี าร ยังว่า พระพุทธเจ้าท่านอีกนะว่า พระพุทธเจ้าพูดไม่จริง พระ พุทธเจา้ ท่านตรัสว่า เราหยุดสรา้ งบาปสรา้ งกรรมแล้ว แต่ ตัวเธอยงั สร้างบาปสรา้ งกรรม พระพทุ ธเจ้าทา่ นกเ็ มตตา ส่งั สอนองคค์ ลุ ีมารวา่ ที่ท�ำ ไปน่ะไม่มีเจตนา ทำ�ไปตามท่เี คา้ ส่งั ใหท้ ำ� เพราะคนพวกนั้นมกี รรมเก่าสมัยทเี่ ป็นพอ่ ค้าเรือ ส�ำ เภาไปล่องเรอื ในทะเลแลว้ เรอื อปั ปาง องคุลมี ารสมัยนน้ั เป็นเต่าใหญ่ช่วยบรรทุกคนข้ึนฝั่งตั้งหลายรอบหลายเที่ยว จนหมด สดุ ท้ายคนพวกนัน้ ก็จบั เอาเต่าใหญ่ทช่ี ่วยเหลือตัว เองมาท�ำ เป็นอาหาร กรรมในการกระท�ำ ในสง่ิ นน้ั ถงึ ท�ำ ให้ เคา้ ถกู ประหารเอาน้วิ มือเพอ่ื บชู ายันต์ ถา้ ใครหยุดจิตใจของตวั เองไดใ้ นเรื่องอดีต บคุ คลน้ันก็จะเข้าถงึ ความสงบทกุ ๆคน เราทำ�ไม่ถูกต้องเราก็ทำ�ให้ถูกได้ เราทำ�ไม่ดีเราก็ ท�ำ ใหด้ ไี ด้ คนเรามนั ทฏิ ฐมิ านะมาก อตั ตาตวั ตนมาก มนั เคย ทำ�อยา่ งไรมันก็ทำ�อยา่ งนั้น พระพุทธเจ้าบอกสอนกไ็ ม่ฟงั ครบู าอาจารย์บอกสอนกไ็ มฟ่ ัง พอ่ แม่บอกสอนกไ็ มฟ่ ัง มัน เอาแต่ทฏิ ฐิมานะ เอาแตใ่ จตัวเอง เอาแต่ทฏิ ฐติ วั เอง 8
เราพากันท�ำ อย่างน้ีไมไ่ ดน้ ะ... พระพทุ ธเจ้าทา่ นมา ปฏิบัติเป็นตวั อย่าง มาตรสั รู้ธรรมเปน็ ตวั อยา่ งใหเราดูวา่ ทุกๆคนตอ้ งแก้ไขตัวเอง ตอ้ งปรับปรุงตวั เอง ตอ้ งพากันมา ตัดกรรมตดั เวรมาตรัสรู้ธรรมเหมอื นพระพุทธเจ้า คนเราน่ะถงึ จะรวยเทา่ ไหรเ่ ป็นเศรษฐี ถา้ ใจไม่สงบ มันก็ไม่มคี วามสุขนะ ถา้ เราเป็นมหาเศรษฐดี ้วย ใจของเรา สงบดว้ ยมันกย็ ิง่ ดนี ะ่ ความสุขของพระอริยเจ้าท่ีเป็นโสดาบันถึงมีความ สขุ ยิ่งกวา่ พระเจา้ จักรพรรดิเสียอกี เพราะรู้จกั ท�ำ จติ ใจให้ สงบ จติ ใจรจู้ ักพอ เดนิ เหินนง่ั นอนท�ำ งานก็มคี วามสุข มีสติ มสี มั ปชัญญะมคี วามสงบเย็น... การประพฤตกิ ารปฏบิ ตั ิธรรม พระพทุ ธเจ้าทา่ นให้ เราร้นู ะ ไม่ใชว่ ่าปฏิบัตอิ ย่ทู ่วี ัดอยู่ท่บี า้ นหรอื อยทู่ ีท่ �ำ งาน ปฏิบตั คิ ือเราตอ้ งปฏบิ ัติอยู่ทกุ หนทุกแหง่ เพราะเราอยู่ ทุกหนทุกแห่งเรามกี ายมีวาจามจี ิตใจ เนน้ เขา้ ไปหาปจั จบุ นั อยา่ ไปใจร้อนถือว่าทีใ่ จร้อนไมไ่ ดใ้ จนะมนั เป็นกิเลส เพราะใจ มนั เย็นแตถ่ กู กเิ ลสมนั มากดดนั ทำ�ใหเ้ ราเป็นคนใจรอ้ น คน ใจเย็นนไี้ มไ่ ดห้ มายความว่าคนท�ำ อะไรชา้ ๆนะ คนใจเย็นนี้ หมายถึงว่าทำ�อะไรรวดเร็วกระฉับกระเฉง ท�ำ เรว็ ก็มีความ 9
สุขในการท�ำ เรว็ ท�ำ ชา้ กม็ ีความสขุ ในการท�ำ ชา้ ทำ�อะไรเค้า เรียกว่าประกอบด้วยสติ สมาธปิ ญั ญา ถา้ เรามาท�ำ อะไร ชา้ ๆ เฉมิ่ ๆ อยา่ งน้ไี ม่ใชม่ ันไม่ถกู มันเปน็ โมหะ พระพทุ ธเจ้า ท่านใหเ้ ราใช้ชีวติ เป็นปกติ แล้วแตส่ ถานการณ์ บางครั้งก็ ตอ้ งเรว็ บางคร้งั ก็ต้องชา้ บางคร้งั ก็หยดุ อยกู่ ับท่ี บางคน ท�ำ อะไรเร็วๆ เมือ่ ไมม่ ีอะไรทำ�อยูเ่ ฉยๆ ก็อยไู่ มไ่ ด้แสดงวา่ เราไมร่ ูจ้ กั ทำ�ใจใหส้ งบทำ�ใจให้เย็น เปน็ เครอื่ งบนิ ไม่มสี นาม จอด ถ้าเราอยกู่ ับที่เราไมไ่ ด้ท�ำ อะไร พระพุทธเจ้าท่านก็ ให้เราฝึกพักผ่อนอย่กู ับลมหายใจเขา้ ใหม้ นั สบาย ลมหายใจ ออกใหม้ ันสบาย ปลอ่ ยวางทุกอยา่ งให้ชวี ติ จิตใจของเรา สงบเย็น ปลอ่ ยวางทกุ อย่างจนเข้าสมาธไิ ด้ เข้านิโรธไดน้ ่ัน แหละดี ทุกทา่ นทุกคนนะ่ ต้องปฏบิ ัตธิ รรม ถ้าไมป่ ฏบิ ัตธิ รรมไม่คอนโทรลตวั เอง ไปในทางท่ดี ี ชีวิตนีม้ ันมปี ญั หา พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราต้ังอยู่ในความประมาท ถ้าเราไม่ต้ังใจท่ีจะพัฒนาตัวเองในปัจจุบันพระพุทธเจ้า 10
ทา่ นตรสั วา่ เราประมาท ใหมๆ่ เราอาจจะเหนือ่ ยสมองหรือ ว่าเหน่ือยใจ แต่เรากเ็ พมิ่ ความรกั เพ่มิ ความชอบเข้าไป เคา้ เรยี กว่าฉนั ทะคือความพอใจ เดยี๋ วนานๆไปมนั ก็ “ไมม่ ี ปญั หา” อดเอาทนเอา ถึงจะเหนอื่ ยยากล�ำ บากกต็ อ้ งอดทน ถา้ เราไมอ่ ดทนถา้ เราไม่หนกั แนน่ ศีลมนั ก็ไมม่ ี สมาธมิ นั ก็ ไม่มี ปัญญามนั ก็ไม่มี ของทดี่ ขี องที่ประเสริฐมนั เป็นสงิ่ ท่ี ทวนโลกทวนกระแส ใหท้ ุกคนคิดวา่ เราเป็นผ้ทู ี่โชคดแี ทๆ้ ได้ฟงั พระธรรม คำ�ส่งั สอนของพระพุทธเจ้าแล้วไดป้ ฏบิ ัตติ าม เราจะเก่งเทา่ ไหร่มันก็ยงั ดับทกุ ขไ์ มไ่ ดถ้ ้ายังไม่ตามพระพุทธเจา้ เพราะว่า ตวั ดบั ทกุ ขก์ ค็ ือการหยุดเวยี นวา่ ยตายเกิด ให้ทกุ คนต้งั ใจเอา สมาทานเอา ถา้ ไมต่ งั้ ใจไม่ สมาทานในข้อวัตรปฏิบัติเราก็ไม่มีหลักการไม่มีจุดยืนทำ� อะไรก็สะเปะสะปะ มนั ก็ล้มเหลวอยา่ งเกา่ ขนาดเราตง้ั ใจดีๆ มนั ก็ยังทอ้ แท้หว่นั ไหว ใหท้ กุ ทา่ นทุกคนสมาทานนะ... สมาทานตง้ั แต่เด๋ียว นี้เวลานี้ในปัจจุบนั น้ีแหละ ถ้าเราผลัดวันประกนั พรุ่งวันก็ ผลดั วนั ประกนั พรุง่ นอี้ ยา่ งนีแ้ หละ เพราะเด๋ียวนมี้ ันก็เป็น ปัจจุบันอีกหลายนาทีมันก็เป็นปัจจุบันไปเรื่อย ถ้าเรา 11
ไม่แกไ้ ขตอนนี้ มันก็ไมม่ โี อกาสท่ีจะแกไ้ ขได้ หวังว่าทุกท่านทุกคนจะได้จับเอาใจความแห่งพระ ธรรมคำ�สั่งสอนของพระพุทธเจ้าไปประพฤติปฏบิ ตั ิ อยา่ ไดฟ้ งั หซู ้ายออกหูขวา ฟังแลว้ ก็แล้วไปเฉยๆ อย่างน้นั ไม่ได้ นะ กายของเรามันกแ็ ก่ไปทุกวันนะ อินทรียบ์ ารมขี อง เรามนั กต็ อ้ งแก่กลา้ ไปด้วยมันถึงจะถูกต้อง การบรรยายพระธรรมคำ�ส่ังสอนขององค์สมเด็จ สัมมาสัมพระพุทธเจ้าในวันนี้ก็เห็นสมควรแก่เวลาขอ สมมตุ ิยตุ ไิ ว้แต่เพยี งเท่าน้ี ขอความสขุ ความเจริญความงอกงาม จงมแี กท่ ่าน ทง้ั หลายด้วยกันทุกทา่ นทุกคนเทอญ... พระธรรมคำ�สอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ทอี่ งค์พ่อแมค่ รอู าจารยเ์ มตตาให้น�ำ มาบรรยาย เชา้ วันเสารท์ ี่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๖ 12
การทำ�งานอย่างไรใหเ้ กดิ สุข...? การน่งั สมาธิใหท้ ุกท่านทกุ คนเขา้ ใจ เมอื่ เขา้ ใจแล้ว การทำ�สมาธมิ ันก็เป็นเรือ่ งง่าย สมาธิหมายถึงทำ�ใจของเราให้สงบ ปกติแล้วใจของ เรามันไม่สงบ ใจของเรากอ็ ยกู่ บั เร่ืองโน้น เรอ่ื งนี้ อยู่เฉยๆ อยู่นง่ิ ๆ ไม่เป็น คนเรานจ้ี ะมีสมาธินอ้ ยมากนะ พระพทุ ธเจ้า ทา่ นถงึ สอนเราใหม้ สี มาธิ สมาธนิ ีท้ ุกทา่ นทุกคนตอ้ งฝึก เราจะท�ำ อะไรให้มัน เป็นไดอ้ ยา่ งดีเราต้องฝึกนะ เหมอื นเดก็ ๆน้ี เราอ่านหนังสือ ไม่ได้ เราต้องไปเรียนหนังสือจนเราอ่านหนังสือได้ เมื่อ อ่านหนังสือได้แล้วเราต้องการทำ�งานอะไรพิเศษเราก็ย่อม ไปเรียนเฉพาะทางใหม้ นั ชำ�นาญ 13
การทำ�สมาธินี้ก็เหมอื นกัน ทุกทา่ น ทกุ คนต้องฝึกสมาธินะ การฝึกสมาธนิ ไ้ี มใ่ ชเ่ ฉพาะนัง่ นะ เดิน ยนื นั่ง นอน เราทกุ ๆคนต้องฝกึ สมาธกิ ันหมด คนเรานะถา้ ใจมันปราศจากสมาธิมันไมส่ งบ จติ ใจ เร่าร้อน สมาธิคือตัวความสุขในชีวิตประจำ�วันของเรา ทกุ ๆคน เหมอื นเรามบี ้านทพ่ี กั อาศัยอยู่หลงั หน่งึ มีบ้าน แล้วมันยังไม่พอเราต้องมีพัดลม มีพัดลมก็ยังไม่พอ เราตอ้ งมแี อรเ์ พ่ือปรบั อุณหภูมิตามทีเ่ ราตอ้ งการ คนเราทกุ ๆมันมีความอยากมคี วามต้องการ ติดสุข ติดสบายติดขเ้ี กียจขค้ี ร้านชอบทำ�อะไรตามใจความอยาก ของทกุ ๆคนมนั ถึงเผาใจตัวเอง ใจกบั กายของเราทุกๆคน 14
มนั ถึงไมค่ อ่ ยจะอยู่ดว้ ยกัน กายอย่ทู ่นี ี้แตว่ ่าใจอยูท่ ีอ่ ่ืน สว่ นใหญใ่ จของเราทกุ คนมนั ไมไ่ ด้อยทู่ ่ีปัจจบุ ัน ชอบ อยูก่ ับเร่อื งโนน้ เรื่องน้ี เรอื่ งการเร่อื งงาน เรื่องครอบครัว สารพดั เรอื่ ง พระพุทธเจา้ ทา่ นถงึ สอนเราให้เราฝึกจติ ใจ ของเราใหอ้ ยูก่ บั เน้อื กับตัว เราทำ�การทำ�งานอยา่ งนก้ี ็ให้ ใจของเราอยกู่ บั การกับงาน มคี วามสขุ มีความพอใจใน การท�ำ งาน เพราะงานน้ีมนั ดที ำ�ใหเ้ ราได้ฝกึ ใจอยกู่ ับเนื้อกบั ตัว มนั ท�ำ ให้ เราได้เสียสละ ท�ำ ใหเ้ ราไดล้ ะความฟุ้งซ่านละ ความเห็นแกต่ วั ละความขเ้ี กยี จขี้คร้าน ทกุ ทา่ นทกุ คนต้องทำ�งานนะ เพราะงานเปน็ สง่ิ ท่ี จำ�เปน็ กับเราทุกๆคน ทกุ คนต้องท�ำ งาน ทุกคนต้องมคี วาม สุขกับการท�ำ งาน เราจะได้ทั้งสติเราจะได้ท้งั สมาธิ ไดท้ ั้ง การทงั้ งาน 15
การทำ�งานกค็ ือการฝกึ สมาธิ คอื การปฏบิ ัตธิ รรม พระพุทธเจา้ ทา่ นใหเ้ ราทุกๆ คนต้งั ใจทำ�งาน ถ้าเรา ท�ำ อยา่ งนี ้ เราปฏิบตั ิอยา่ งนี้ชวี ติ ของเรากจ็ ะมีความสขุ ข้นึ เพราะเราทุกๆ คนร้วู า่ การทำ�งานคือการทำ�สมาธิ คือการ ปฏบิ ตั ธิ รรม คอื การเสยี สละ คอื การสรา้ งคณุ ธรรม ส�ำ หรบั เงนิ เดอื นน่ะมันเปน็ ผลพลอยไดน้ ะ เกิดจากเราเป็นคนดี เป็นคนเสยี สละ ทกุ คนนั้นมคี วามเหน็ แกต่ วั ไมอ่ ยากท�ำ งานแต่ก็ อยากได้เงิน หรอื ท�ำ งานก็อยากทำ�งานเบาๆ อยากเป็นแต่ 16
คนสงั่ เค้าทำ�งาน แต่ไม่อยากท�ำ งาน อย่างนีเ้ คา้ เรียกว่า “คนเห็นแก่ตัว” คนทีเ่ ราทุกๆ คนไมต่ อ้ งการ เราทกุ ๆ คนนะ่ ตอ้ งการคนท�ำ งานตอ้ งการคนเสยี สละ ถา้ เราเปน็ คนตงั้ ใจท�ำ งาน เปน็ คนเสยี สละ เป็นผู้ทร่ี บั ผิด ชอบในหนา้ ทีจ่ ติ ใจของเรากม็ ีความสุข คนอ่ืนกร็ ักเราเคารพ นับถือเรา สงสารเรา ตอ้ งการเราเปน็ หัวหน้า เปน็ เพอ่ื น หรอื ว่าเป็นลูกน้องพ้องบริวาร มันมีความสขุ เป็นขบวนการ ท่ีบา้ นทกุ คนกร็ ักเรา ทท่ี �ำ งานทกุ คนกร็ ักเรา คนอย่างนี้ก็ เหมาะที่จะเป็นผู้นำ� เมื่อเราทำ�ดีใจของเราก็สงบพลอยให้ สุขภาพร่างกายดีไปด้วย เรื่องการเงินของเรามันก็ดีธุรกิจ ต่างๆ ก็ดี ถ้าเราตั้งใจอย่างนี้เรียกว่าเรามีสมาธิในการ ทำ�งาน อยา่ งเราพูดอย่างนี้ พระพุทธเจา้ ทา่ นก็ให้เรามสี มาธิ ในการพดู พดู ให้จิตใจของเราสบายจติ ใจของคนอืน่ สบาย ตัง้ เจตนาไวด้ ีๆ วา่ คำ�พดู ที่เราพดู ออกไปจะเป็นดอกไม้เปน็ ของหอม เป็นเคร่อื งบรรณาการ เราจะไม่เอาของเหมน็ เอา ของปฏิกูลหรือไม่เอามีดเอาปืนเอาลูกระเบิดเพ่ือทำ�ร้าย คนอนื่ 17
คำ�พดู น้ีสำ�คัญมาก เพราะมวลหมู่มนษุ ยข์ องเรานี้ เป็นสงั คม เป็นกลุม่ เป็นก้อน ค�ำ พูดนส้ี �ำ คัญมาก ทกุ ๆ คนต้องฝกึ ตัวเองนะ ตอ้ ง ฝกึ พดู เพราะๆ พดู สภุ าพดว้ ยกริ ยิ ามารยาททส่ี วยสดงดงาม เพราะก่อนพูดเราเป็นเจ้านาย เมื่อเราพูดเสร็จแล้วต้อง กลายเป็นบ่าว จติ ใจของเราทุกๆ คนนสี้ ่วนใหญ่กย็ ังเป็นบุคคล ธรรมดา ยงั ไม่ใช่พระอรยิ เจา้ ยงั ไมใ่ ชพ่ ระพทุ ธเจา้ ทป่ี ญั หา ของสงั คมหรือปญั หาครอบครัวสว่ นใหญน่ ้ีมันมีมาก เพราะ เรอ่ื งพดู ไม่ระมัดระวังคำ�พดู แม้แต่เราเปน็ คนเกง่ เป็นคน ฉลาด พดู ดีพูดเพราะ พระพทุ ธเจา้ ท่านก็ยงั ไม่ใหเ้ ราพดู มากเกิน ตอ้ งเปดิ โอกาสใหเ้ ค้าพูดบา้ ง ฟังคนอน่ื เค้าบ้าง ถ้าไม่ท�ำ อยา่ งนไ้ี ม่ปฏิบตั อิ ยา่ งน้ีคนอน่ื เคา้ ก็ไม่อยากมาเกย่ี ว ข้องกับเรา เค้ามาหาเราทุกทีมแี ตเ่ ราเป็นคนพูด เค้าไมม่ ี โอกาส ไม่มเี วลาไดพ้ ูด 18
ให้ทกุ คนรู้ในใจวา่ เรานี้ ปากเรายงั เป็นพิษอยู่นะ ยงั มีพิษอยู่มาก พกทัง้ มีดทงั้ ระเบดิ พระพุทธเจ้าท่านไมใ่ ห้เราปากพกระเบดิ นะ ต้องเอา ระเบิดออกจากปากหมดทกุ ๆคน เป็นผู้ท่ีไมม่ ีพษิ มเี วรมีภยั ทกุ ๆ คนตอ้ งฝึก ถา้ ไม่ฝกึ มนั ไม่เปน็ เราอยู่ในครอบ ครวั พอ่ แม่ญาตพิ ่นี ้องหรือเพือ่ นฝูงคนกลุ่มนน้ั เขาพูด อยา่ งไรเราก็พดู อย่างนัน้ ท้งั น�้ำ เสียงกิริยามารยาท อยา่ งนี้ เคา้ เรียกวา่ เป็นการทยี่ ังไม่ไดฝ้ กึ นะ เราทำ�ความดีมนั กอ็ าย นะ มนั เกอ้ เขนิ นะ พูดดีพูดเพราะพูดสภุ าพ ท�ำ กิริยามารยาท ที่ดี สิ่งไหนที่มันดีเราไม่ต้องอายเราไม่ต้องเก้อต้องเขิน ตอ้ งเปลี่ยนตัวเองใหมไ่ ปในทางท่ีดสี มกับเปน็ มนษุ ย์ เปน็ ผู้ ที่มจี ิตใจสงู มนษุ ยแ์ ปลว่าผู้มีจติ ใจสงู ทำ�แตส่ ิ่งท่ีดๆี คิดแต่ส่งิ ที่ ดีๆ ไมท่ �ำ บาปทง้ั ปวง สง่ิ ทไี่ ม่ดีนถ้ี า้ เราเหน็ เค้าทำ� เราก็ท�ำ ตามเค้าหลายคราวมนั ก็ไม่ละอาย มันไมเ่ กอ้ ไม่เขิน แลว้ ก็ คิดวา่ เป็นสิ่งที่ดี อยา่ งเชน่ บางคนอยู่ทีบ่ ้านไม่คอ่ ยจะไหว้ พระ ไปไหวพ้ ระก็อายคนในครอบครวั ไม่เคยกราบคณุ พอ่ คุณแม่จะกราบคณุ พ่อคุณแมก่ อ็ าย เก้อเขนิ สิ่งที่ดๆี พระ พุทธเจ้าทา่ นไมใ่ ห้เราอายไมใ่ ห้เราเกอ้ เขิน ต้องรบี ทำ� 19
เรอื่ งคำ�พดู นีส้ ำ�คัญ... ถ้าเราเป็นคนเกง่ คนฉลาด แต่พูดไมด่ ที ุกคนเคา้ จะไม่รกั เรานะ บางคนน่ะมีเพอื่ นไม่กปี่ เี ค้ากต็ จี ากเราไป คบกับใคร เค้าก็จากเราไปหมด เกิดมาไม่คอ่ ยมเี พ่อื นกับเคา้ เวลาแก่ มาแล้วน่ะสามีกเ็ ขา้ กนั ไม่ได้ ภรรยากเ็ ข้ากันไม่ได้ บุคคลที่ คนเค้าไม่รักไมน่ บั ถอื น้ ี มันมีทุกข์มากนะ คนเราจะท�ำ อะไรกเ็ พอ่ื ใหท้ กุ คนรกั ใหท้ กุ คนไวว้ างใจ ให้คนอน่ื เค้านบั ถอื คำ�พูดนีเ้ ปน็ สง่ิ ที่ส�ำ คญั พระพทุ ธเจ้า ท่านถงึ ให้เราสมาทานค�ำ พดู ที่ดีๆ อย่างเราเป็นเจา้ นาย 20
อยา่ งน้ี หรือวา่ เป็นคุณพ่อคณุ แม ่ ก็อย่าไปถืออภสิ ทิ ธวิ์ ่า เราเป็นเจ้าเป็นรายเปน็ พอ่ เปน็ แม่ อยากพูดอะไรกพ็ ดู ใช้ แตท่ ิฏฐ ิ ใชแ้ ตม่ านะใชแ้ ตอ่ ารมณ์ ปฏิบัตอิ ย่างนีไ้ ม่ได ้ ตอ้ งเป็นผมู้ ีเมตตามากๆ มีกรุณามากๆ มคี วามสงสาร คนอน่ื เปน็ คนไมอ่ จิ ฉาคนอ่นื คนไหนเค้ารวย คนไหน เคา้ สวย คนไหนเค้าหล่อ คนไหนเค้าเกง่ เราก็ต้องยินดี กับเขาทกุ ๆ คนนะ มีจิตใจเป็นอเุ บกขา ต้องหนกั แน่น เราเป็นคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ต้องหนัก แน่น อดเอาทนเอา อยา่ ใหแ้ สดงออกมาทางกาย ทาง วาจาทางจติ ใจ ตอ้ งท�ำ เรอ่ื งใหญ่เป็นสิ่งที่ไม่มีเรื่อง ทำ�เรอื่ ง เล็กไม่ใหม้ เี รอื่ ง เหมือนกับพยับแดด มนั ระยบิ ระยับแลว้ กห็ ายไป เหมือนกบั ลมมดั พัดมาแลว้ กพ็ ดั ไป มันไมม่ ีอะไร อย่างนีแ้ หละ ไมว่ ่าอะไรจะเกิดขน้ึ ตง้ั อยดู่ ับไปมันก็ไม่มอี ะไร จติ ใจตอ้ งหนักแนน่ นะ เพราะคนเราส่วนใหญ่มัน ไมม่ ีสมาธิ มนั ชอบทำ�ตามใจ ตามอารมณ์ตามส่งิ แวดล้อม สมาธินีข้ องเรานตี้ อ้ งแข็งแรง เราถงึ จะเป็นผู้ใหญ่ทีน่ ่ารัก ผใู้ หญท่ ใ่ี จดี สมกับเป็นผหู้ ลักผู้ใหญ่เป็นผ้นู �ำ บางคนนะ่ ก็ยังเป็นเด็กอยเู่ ปน็ ผู้นอ้ ยอย ู่ แต่นานไป ทุกทา่ นทกุ คนตอ้ งเป็นผหู้ ลกั ผูใ้ หญก่ นั หมดนะ ตอ้ งฝึกกัน หมด เราอย่าคิดว่าเราเป็นผู้นอ้ ย เราต้องฝกึ จติ ใจของเราให้ 21
เปน็ ผู้ใหญ่เป็นคนหนกั แนน่ มพี รหมวหิ ารธรรมมีคุณธรรม เรอ่ื งดีเร่ืองชั่วส่ิงภายนอก เราอยา่ เอามาใสใ่ จของ เรา เพราะสิง่ ภายนอกมันมที ง้ั ดที ้งั ช่ัว เรารูแ้ ลว้ ก็แลว้ ไป สว่ นใหญน่ ่ะเราอุเบกขานอ้ ย ชอบเอาเร่อื งไม่เป็นเร่ืองมาใส่ ในใจของเรา ไมป่ ลอ่ ยใหม้ นั หายไปสลายไป ตัวของเราก็ ยังแย่อยู่แล้วเรายังจะไปเอาเรื่องภายนอกมาใส่ใจของเรา มาเก็บไว้ในใจของเรา พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนถือเอาเร่ืองส่ิงต่างๆ มา ฝกึ ใจของเรา เราจะปลอ่ ยได้วาง เราจะไดไ้ มโ่ ศกเศรา้ เสยี ใจ พสิ ัยรำ�พนั ถา้ เราไมฝ่ กึ อยา่ งน้ีน่ะไม่ได้ เราเปน็ คน ฉลาดมากเปน็ คนเกง่ มากน่ะ ถ้าเราไมฝ่ ึกใจของเรา เราก็ เปน็ คนโรคประสาทมากเหมือนกัน เพราะว่าปัญญากับ สมาธิมันไมส่ มดลุ กันไม่เสมอกนั ชอบวง่ิ ตามอารมณ์ ชอบ เอาเร่ืองภายนอกมาเผาตวั เอง มาไว้จติ ในใจของเรา ทุกท่านทุกคนต้องอดได้ทนได้ถึงแม้จะอึดอัดก็ช่าง หัวมนั ถึงจะแนน่ หนา้ อกก็ชา่ งหวั มัน เดยี๋ วทุกอยา่ งมันก็ ผ่านไป ถา้ เราไมอ่ ดไม่ทน ถา้ เราไม่ตงั้ มน่ั ในสมาธิ ปญั ญา เรากไ็ มเ่ กดิ เพราะ “ศีล สมาธิ ปญั ญา จะเกิดได้กเ็ พราะ ความอดความทน” พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เราหนีปรากฏการณ์ ไม่ว่า อะไรเกิดขึ้นไม่ต้องหนี บุคคลที่เราไม่ชอบใจเราอย่าหนี 22
การงานทเี่ ราไม่ชอบใจเราอย่าหน ี ทกุ อย่างทีเ่ ราไมช่ อบใจ เราอยา่ ไปหนี ทุกวันนี้ทเ่ี ราเปน็ ทุกข์อยนู่ เี้ พราะเราจะพากัน หนีส่ิงท่ีไมช่ อบใจ พระพุทธเจ้าท่านให้เราแก้ที่จิตที่ใจของเราแก้ท่ีคำ� พดู ทก่ี ารกระท�ำ ของเรา ปรับปรุงตัวเอง แกป้ ญั หาให้มันได้ เราอย่าหนีไปไหนเพราะความทุกข์มันอยู่ท่ีจิตที่ใจของเรา หนีไปแล้วมันก็ไม่จบเหมือนกับพระอานนท์เดินตามพระ พุทธเจ้า คนทอี่ ิจฉาพระพทุ ธเจา้ จา้ งคนมาดา่ พระพทุ ธเจา้ พ ร ะ อ า น น ท์ เ ดิ น ต า ม พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ค อ ย แ ต่ ผ ลั ก ห ลั ง พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ใ ห้ เ ดิ น ไ ป ข้ า ง ห น้ า ใ ห้ พ ร ะ พุ ท ธ เ จ้ า ห นี พระพทุ ธเจ้าทา่ นถามอานนทว์ ่าจะหนไี ปไหน จะหนีไปตรง ที่เค้าไม่ว่า พระพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์ว่าทำ� อยา่ งน้ันไมถ่ ูก เพราะปญั หามันอยู่ท่ใี จเรา ถา้ ใจเราไม่มี ปญั หาทุกอย่างมนั กไ็ มม่ ปี ญั หา พระพุทธเจา้ ท่านให้เราทุกๆ คน กลบั มาแกไ้ ขตวั เอง ปรบั ปรุงตัวเองพัฒนาตนเอง เ รอ่ื งทุกเร่ืองมนั แกไ้ ด้หมดน่ะ แก้ไม่ได้คือความแก่ความเจ็บความตายมันแก้ไม่ได้เพียงแต่ บรรเทาเท่านั้น แก้ไม่ได้ก็คือความแก่ความเจ็บความตาย มันแก้ไมไ่ ด้เพยี งแตบ่ รรเทาเท่านน้ั อย่างเรานี้หวิ กท็ านขา้ ว เหนื่อยกเ็ ปลีย่ นอิริยาบถ มนั ก็แก้ได้ชว่ั คราว 23
ทุกท่านทกุ คนอย่าพากนั หนีปัญหานะ ใหแ้ ก้ใจตัว เอง คำ�พดู ของตัวเอง มันจะเป็นวธิ กี ารแก้ทถ่ี กู ต้องและดี ที่สุด 24
พระพุทธเจ้าทา่ นให้เราฝึกสมาธิ ในการทานอาหาร ในการพักผอ่ น คนเราน่ะเรื่องทานอาหารเรื่องพักผ่อนน้ีถือว่าเป็น เรื่องใหญ่ เพราะชีวติ ของเราตอ้ งเดนิ ดว้ ยอาหาร และด้วย การพกั ผอ่ น คนทุกวันนเี้ ปน็ โรคมะเร็งกนั เยอะมากจรงิ ๆ เพราะสาเหตุมันมาจากเรื่องอาหารกบั เร่ืองจิตเรอ่ื งใจ พระพุทธเจ้าท่านให้เรามีสติมีปัญญาในเร่ืองทาน อาหาร เราจะเอาแตเ่ รือ่ งเอรด็ อร่อยอยา่ งเดยี วไมไ่ ด ้ ต้อง คำ�นึงถงึ โรคภยั ไขเ้ จบ็ เพราะว่าอาหารมันมีทง้ั คณุ และโทษ ต้องให้ทกุ คนรู้จักเบรคตนเอง หยุดตนเอง ของอรอ่ ยๆ 25
มันชอบ ตอ้ งเบรกตวั เองนะ อย่าให้มันมากเกนิ อย่าใหม้ ัน น้อยเกิน ส่วนใหญถ่ ้าอันไหนมันชอบมนั จะมากเกินนะ กวา่ จะรูต้ วั มันกส็ ายแลว้ พระพุทธเจา้ ท่านถึงตรัสว่าใหท้ กุ คน เป็นผู้ร้จู กั ประมาณในการบริโภค ทกุ ๆ วันนีเ้ ราพากนั พฒั นาเรอ่ื งความอร่อย แต่เรา ไม่ไดพ้ ัฒนาเรอื่ งเป็นผ้รู ้จู กั ประมาณในการบริโภค เวลา ความอยากมาความหิวมาส่วนใหญ่มันควบคุมตัวเอง ไม่ได้นะ พระพุทธเจ้าทา่ นสอนเราใหห้ นกั แน่นเข้มแข็ง ต้อง มีสมาธิ ถ้าไมม่ สี มาธแิ ลว้ ไมไ่ ด ้ เหมอื นบรุ ษุ คนหน่ึงแบก ภาชนะน้าํ ผ้งึ ขา้ มทะเลทราย แตน่ ำ�้ ผงึ้ มนั เจือปนดว้ ยยาพษิ บุรษุ นัน้ ตอ้ งมสี ติมสี มาธิข่มจิตขม่ ใจตัวเอง หยดุ ตัวเอง ถา้ ไม่อย่างนั้นจะอดกินนำ้�ผ้ึงในภาชนะที่แบกข้ามทะเลทราย ไปไม่ได้ร้อยคนอย่างน้ีส่วนใหญ่ก็จะอดทนต่อความอยาก ความหิวความกระหายไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็จะตายเพราะ น้ำ�ผึ้งที่มียาพิษ ต้องเป็นบุคคลพิเศษ เป็นบุคคลท่ีอดทนกล้ันจรงิ ๆ นะ อยา่ ไปทำ�ตาม ความอยาก อย่าไปท�ำ ตามเพือ่ น ตอ้ งมสี ติมสี มาธิ เพราะ เร่อื งทานอาหารนี้เป็นเรอื่ งส�ำ คัญ เร่อื งพักผอ่ นกเ็ หมอื นกนั นะ... การท�ำ งานอย่างนถ้ี า้ เรามีความสุขในการทำ�งานมนั ก็เป็นการพกั ผอ่ นเหมือนกัน 26
เปน็ การคลายเครยี ดเหมือนกนั แลว้ กถ็ งึ เวลานอนเวลา พักผอ่ นพระพทุ ธเจ้าท่านก็ใหเ้ ราพากนั พกั ผอ่ น อย่าพากนั ไปเลน่ ไปเทย่ี ว ไปกนิ เลย้ี ง ไปท�ำ กจิ กรรมอะไรตา่ งๆ เหลา่ น้ี กต็ ้องจัดสรรเวลาใหด้ นี ะ ถา้ ถึงเวลานอนเวลาพักผ่อนนะ่ เราไปเล่นคอมพวิ เตอร์ เล่นอินเตอร์เนท ไอแพด ไอโฟน ไปเลน่ โทรศพั ทม์ อื ถอื เพราะแอพพลเิ คชน่ั ในโทรศพั ทม์ อื ถอื รุ่นใหมๆ่ มันจะออกมาเรือ่ ย มนั จะเปน็ การเบยี ดบงั เวลาท่ี จะตอ้ งนอนต้องพักผ่อน เครอื่ งอำ�นวยความสะดวกสบาย เหล่าน้ี เคา้ สร้างมาเพอื่ ใหเ้ ราใช้งานเพื่อให้สะดวก สะดวก มากขน้ึ รวดเร็วมากขึ้น ไมใ่ ช้เรามาเล่นมาหลงนะ ถ้าเรามา เลน่ มาหลง เคา้ เรียกว่าเป็นการตกนรกหลมุ เลก็ หลุมใหญ่ นะ พวกปัญญาชนพวกเรียนมากรู้มากมันมาเสียเพราะ เรือ่ งนีแ้ หละ ตอ้ งหยุดตัวเองเบรกตัวเอง ถึงเวลาจะนอนพักผอ่ น ใหร้ ู้จกั ไหวพ้ ระสวดมนตน์ ่งั สมาธิ ปลอ่ ยวางทุกอย่างไมว่ ่า ดีไม่ว่าช่วั ไมว่ ่าสุขไม่วา่ ทุกข ์ เรื่องชอบไมช่ อบปล่อยวาง หมด เอาทิ้งออกจากใจเราหมดให้มันเหลือแต่ลมหายใจ แล้วก็มาฝึกหายใจเข้ารู้ให้สบาย มาฝึกหายใจออกก็รู้ให้ สบาย ใหเ้ รามาพักผอ่ นอยกู่ ับลมหายใจน้นั นะ ลมหายใจ เข้าก็รู้สบายลมหายใจออกก็รู้สบาย ให้ปล่อยให้วางให้ 27
พักผอ่ น เพราะหัวใจของเรามันกระจุยกระจายมาท้งั วันแล้ว เราจะมาปลอ่ ยมาวางมาละมาเลกิ เพื่อจิตใจของเราจะได้ ตัดวงจรที่มันหมนุ ทงั้ วนั ใหม้ ันน้อยลง พระพุทธเจา้ ท่านใหเ้ ราทำ�อย่างนแ้ี หละ ใหม่ๆ เราทำ� ไม่เปน็ เราฝึกปล่อยวาง ฝกึ เสียสละ ฝกึ ไม่เอาไมม่ ีไมเ่ ปน็ มนั จะดีมนั จะชัว่ มันจะทุกข์จะจน จะมีเรอื่ งมีราวอะไรก็ ปลอ่ ยวางใหห้ มด เราปลอ่ ยไดส้ ักนาทหี นึ่งกย็ ังดี สมาธคิ อื ความไม่โลภไมโ่ กรธไมห่ ลง ไมม่ ีตวั ไมม่ ีตน ไม่มีเราไม่มีเขาไม่มีผู้หญิงไม่มีผู้ชาย ไม่มีได้ไม่มีเสีย ไม่มี สมมุติอะไรทั้งสิ้น พระพุทธเจ้าท่านให้เราฝึกปล่อยฝึกวาง จะไดแ้ ยกใจออกจากกาย แยกใจจากโลกธรรมนะ ตอ้ งฝกึ ปลอ่ ยวางนะ ถา้ ไม่ฝึกไม่ได้ อนั นเ้ี ป็นส่งิ ทจ่ี �ำ เป็นตอ่ ชีวิต ของเรา ถา้ เราท�ำ ไดน้ านๆ ยง่ิ ด ี ยง่ิ เป็นบญุ ใหญเ่ ปน็ อานิสงส์ใหญ่ เราฝกึ ปลอ่ ยฝกึ วางหมด ความรักความชอบ ความโกรธความเกลยี ดมาก่ีสบิ ปแี ล้วกต็ อ้ งปลอ่ ย ไ มต่ ้องไป คิดมาก เราคิดมากมนั กบ็ าปมาก เรายึดมากมนั กบ็ าปมาก ต้องฝกึ ปลอ่ ยฝกึ วาง เราอย่าไปอยากให้มันเป็นสมาธิ เพราะสมาธิไม่มี ความอยาก มีแต่ความปล่อยความวาง เรานั่งสมาธิหรือ นอนสมาธิทำ�ใจเป็นสมาธิเพื่อมุ่งความสงบ เ พื่อมุ่งไม่มีตัว ไมม่ ีตนนะ 28
การใช้เงินการใช้สตางค์น้ีพระพุทธเจ้าท่านให้ทุกคน มสี มาธเิ หมอื นกนั นะ เพราะทกุ วนั นน้ี ะ่ ความเปน็ อยขู่ องเรา ล้วนแต่มาจากเงินจากสตางค์ทั้งนั้น เรื่องอาหารการกิน ที่อยู่ที่นอนยานพาหนะ มีแต่ใช้เงินทั้งนั้น ต้องวางแผนใน การใช้เงิน ถา้ เราไม่มีการวางแผนนะ่ เราตอ้ งมที ุกขแ์ นน่ อน เงนิ เดอื นมากเท่าไหร่ก็ทกุ ข์ ทรพั ยากรตา่ งๆ ท่เี ราใชก้ นั น้ี ส่วนใหญไ่ ด้มาจากการเบียดเบยี นธรรมชาติท้งั น้นั เป็นการ ตัดไม้ท�ำ ลายป่าท�ำ ลายภูเขาท�ำ ลายแมน่ ้ำ� ท�ำ ลายสัตว์ตา่ งๆ ท่ีเราบริโภค ถา้ เราไมว่ างแผนในการใชเ้ งนิ มนั สรา้ งบาป ทั้งทางใจทง้ั ทางกายนะ ตอ้ งบรหิ ารเงินตามความเปน็ จรงิ ทกุ วันนีน้ ่ะคนๆ หนึ่งนีก้ ็ร้วู ่าตวั เองเงินเดือนเท่าไหร ่ แตไ่ ม่รู้ วา่ ตวั เองใชอ้ ะไรบา้ ง สดุ ทา้ ยกเ็ ปน็ หนเ้ี ปน็ สนิ หรอื วา่ ไมเ่ หลอื ความทุกข์ของคนส่วนใหญ่ก็ทุกข์เพราะเป็นหน้ีเป็น สนิ เพราะทรัพยากรท่ไี ดร้ ับไม่พอรายจ่ายมนั มาก ความสุขของเราส่วนหน่งึ เอาจากการบริโภคปัจจัยส่ี เงนิ ทองท่ีไดอ้ าศัยยานพาหนะ ยารักษาโรค และความสุข อกี อย่างหน่ึงของเราน้นั อย่ทู ่ีจติ ใจของเราสงบนะ คนเราน้ี จะรวยเทา่ ไหร่ จะมอี ำ�นาจวาสนาเทา่ ไหร่ ถ้าใจไมส่ งบ มนั ไมม่ ีความสขุ หรอก คนทยี่ งั ไมร่ วยมนั ไมร่ ู้ แต่คนทีร่ วย มันรวู้ า่ รวยแล้วใจมนั ไมม่ คี วามสุขใจมันไม่สงบ 29
สรปุ แลว้ ความสขุ ความดบั ทุกข์ ของทกุ ๆ คน อยู่ที่ใจสงบ อยู่ท่ีจิตใจทมี่ สี มาธิ สมาธินนั่ แหละ คือ ความสุข คอื ตวั หัวใจตดิ แอร์ เรามาปฏิบัติธรรมอย่างน้ีพากันมาฝึกสมาธิให้ใจอยู่กับเนื้อ กับตวั อยา่ พากันสรวลเสเฮฮาพดู คุยกันมาก เดินก็รวู้ า่ ตัวเองก�ำ ลงั เดนิ นัง่ กร็ ้วู า่ ตัวเอง ก�ำ ลงั นง่ั นอนกร็ ้วู า่ ตัวเอง กำ�ลังนอน พยายามอยู่กบั ตัวเองใหม้ ันมาก ทบทวนความ บกพรอ่ งของตัวเองทีผ่ า่ นมา ต้องแก้ไขอะไรบา้ งปรบั ปรงุ 30
อะไรบ้าง “คนที่จะดีต้องแก้ไขนะ คนที่จะประเสริฐต้อง พัฒนาตัวเอง” พัฒนาทั้งจิตใจพัฒนาทั้งการงาน พัฒนา ทุกอย่างสู่ความดี ชีวิตนี้ต้องตั้งมั่นในความดีก้าวไปด้วย ความดี เอาความดีเป็นที่ตั้ง ความเคยชินของเรามันมี มากมาย มันท�ำ ไปตามทมี่ นั เคยชนิ มันเรียกวา่ ความเคยชิน หรอื ว่า “สญั ชาตญาณ” ตอ้ งพากนั มาฝกึ มาตัง้ มน่ั อดเอาทนเอาฝนื เอา มี ความสุขมีความพอใจในการกระท�ำ สิง่ ทม่ี นั ดี ๆ อกี หลาย ๆ เดือนหลาย ๆ ปี ไปตัวเราเองน้จี ะเปลย่ี นเป็นคนใหม่ เคา้ เรยี กว่าเกดิ ใหมแ่ ลว้ เกดิ เปน็ คนดแี ล้ว เคา้ เรียกวา่ ขึ้นจาก นรกแล้ว ข้ึนจากความยากจนแล้ว ยงั ไม่ตายก็ขน้ึ สวรรค์ ท้ังเปน็ แลว้ ไปนิพพานตั้งแตย่ งั ไม่ตายแลว้ เราทุกคนน่ะถือว่าโชคดีได้พากันมาอยู่วัดมาปฏิบัติ ธรรม การปฏิบัตินี้ให้ทุกคนเข้าใจนะอยู่ที่ไหนเราก็ต้อง ปฏิบัติธรรมหมด อยู่ที่วัดอยู่ที่บ้านอยู่ที่ทำ�งานก็คือการ ปฏิบัติธรรม การปฏิบัติธรรมก็คือการทำ�ความดีเหมือนท่ี กลา่ วมาท้ังหมดนี้ ทุกๆ คนน่ะพระพุทธเจ้าท่านให้เราสมาทานให้เรา ตงั้ ใจในการกระทำ�ความดีถ้าไมต่ ัง้ ใจมันไมไ่ ด้ ขนาดต้งั ใจอยู่ มนั กย็ งั ลม้ เหลวนะ ถึงต้องตง้ั มัน่ ในสมั มาสมาธิ 31
ให้ทุกคนตั้งไว้ในใจเลย อันไหนดีๆ สมาทานเอา ตลอดชวี ิตเลย อยา่ ไปอาลยั อาวรณ์ในสง่ิ ทมี่ นั ไมด่ นี ะ ให้ ทกุ ทา่ นทกุ คนคดิ อยา่ งนน้ี ะ ท ม่ี าเทยี่ วนใ้ี หถ้ อื วา่ มาตดั กรรม ตัดเวรตัดบาปตดั อกุศลออกจากใจของเรา มาสมาทานเอา ความดี มาเข้าถงึ พระพทุ ธเจ้าถึงพระธรรมถงึ พระอริยสงฆ์ มารบั เอาสิง่ ท่ปี ระเสรฐิ ให้ทกุ คนคิดอยา่ งนี้ แล้วก็ต้ังม่นั ในใจว่าจะพยายามทำ�ใหด้ ที ่ีสดุ หวังว่าทุกท่านทุกคนคงจะนำ�พระธรรมคำ�สั่งสอนที่ ประเสริฐขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปประพฤติ ปฏบิ ัตใิ นชีวติ ประจ�ำ วันดว้ ยกนั ทกุ ทา่ นทุกคนเทอญ... พระธรรมค�ำ สั่งสอนขององคส์ มเด็จพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ทอ่ี งคพ์ อ่ แม่ครูอาจารย์เมตตาใหน้ ำ�มาบรรยายให้แก่ บคุ ลากรบรษิ ทั แมน่ ้�ำ แสตนเลไวร์ฯ เขา้ วนั ที่ ๑๘ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ โรงพมิ พ์นพรัตน์ 2090-2092 ถ.ลาดพรา้ ว แขวง/เขตวังทองหลาง กทม. 10310 โทร. 02-539-0114, 02-530-2961, 0849198395 www.nopparatprinting.com E-mail : [email protected] 32
Dhammaintrend รว่ มเผยแพรแ่ ละแบง่ ปันเป็ นธรรมทาน
Search
Read the Text Version
- 1 - 34
Pages: