หนงั สอื เร�ยน รายวช� าเพ่ิมเติมว�ทยาศาสตร เคมี ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 4 เลม 1 ตามผลการเร�ยนรู กลุมสาระการเรย� นรูว �ทยาศาสตร (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ม.4 เลม่ 1 พงศธร นันทธเนศ พรพรหม ชัยฉัตรพรสขุ สุนทร ภูรป� รช� าเลิศ ดร. ศริ �ศกั ดิ์ โลลพุ ิมาน 94.-
Prior Knowledge 1. การปฏบิ ตั ติ นในห้องปฏบิ ัติการเคมี นกั เรยี นจะปอ งกนั การเกดิ อุบัติเหตุในหองปฏิบัติการ เคมไี ดอ ยา งไร การศึกษาวิชาเคมี จะประกอบด้วยการศึกษาเนื้อหา ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั คิ วบคกู่ นั เพอื่ ใหเ้ กดิ ความร ู้ ความเขา้ ใจ ในเนื้อหามากยิ่งขึ้น โดยการท�าปฏิบัติการจะช่วยสนับสนุน การเรียนรแู้ ละทักษะทางวิทยาศาสตร์หลาย ๆ ด้าน ซงึ่ ก่อให้เกิดประโยชนม์ ากมายแกผ่ เู้ รยี น การทา� ปฏบิ ตั กิ ารในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเคมอี าจมสี ภาวะทเ่ี สย่ี งตอ่ อนั ตราย ผทู้ า� ปฏบิ ตั กิ ารจงึ ควร ตระหนักถึงความปลอดภัยต่อตนเองและทรัพย์สินในห้องปฏิบัติการ โดยในห้องปฏิบัติการควรมี อุปกรณ์ด้านความปลอดภยั อย่างเพียงพอแก่การใช้งาน มีข้อแนะนา� แก่ผทู้ �าปฏบิ ตั กิ ารด้วยความ ระมัดระวัง และมีความพร้อมที่จะแก้ไขอุบัติเหตุที่อาจเกิดข้ึน ซ่ึงข้อเสนอแนะและข้อควรปฏิบัติ ในการใช้หอ้ งปฏิบตั ิการเคมี มดี ังนี้ 1.1 ขอ้ ปฏิบตั เิ กย่ี วกับการใช้หอ้ งปฏิบัติการ ข้อปฏิบัติในการใช้ห้องปฏิบัติการถูกก�าหนดข้ึนเพ่ือป้องกันความผิดพลาดท่ีอาจก่อให้เกิด อันตรายหรอื อบุ ัติเหตขุ ้ึนในหอ้ งปฏบิ ตั ิการ ซงึ่ ขอ้ ปฏบิ ตั สิ �าหรบั ผใู้ ชห้ อ้ งปฏบิ ัตกิ าร มีดังนี ้ 1. ระมัดระวังในการท�าปฏิบตั ิการ และทา� ปฏบิ ตั ิการอย่างต้ังใจ ไมเ่ ลน่ หยอกล้อกนั 2. เรียนรู้ต�าแหน่งที่เก็บ และศึกษาการใช้งานของอุปกรณ์ที่เก่ียวกับความปลอดภัย เช่น เครอ่ื งดบั เพลิง นา้� พสุ �าหรับล้างตา ตูเ้ ก็บยาปฐมพยาบาล โทรศพั ท ์ สัญญาณเตือนภัย เปน็ ต้น นอกจากน้ียังต้องเรยี นรู้วธิ ีการใช้อปุ กรณ์อยา่ งถกู ตอ้ งดว้ ย ถังดบั เพลง ลา้ งตาฉกุ เฉิน ชา� ระล้างฉุกเฉนิ ปฐมพยาบาล กระด่ิงเตือนภัย ภาพที่ 1.1 ตัวอยา่ งสญั ลกั ษณ์แสดงต�าแหนง่ ท่ีเก็บ และอุปกรณท์ ี่เก่ียวกับความปลอดภัย 3. อา่ นคู่มือปฏบิ ตั กิ ารใหเ้ ขา้ ใจกอ่ นลงมือปฏบิ ัต ิ และหากยงั ไมเ่ ขา้ ใจข้นั ตอนใด หรอื การ ใชง้ านอปุ กรณ์การทดลองใด ควรปรึกษาครูใหเ้ ข้าใจกอ่ นลงมือปฏิบัตกิ าร 4. ปฏบิ ตั ติ ามคมู่ อื อยา่ งเครง่ ครดั ในกรณที ต่ี อ้ งทา� ปฏบิ ตั กิ ารนอกเหนอื จากทก่ี า� หนดจะตอ้ ง ไดร้ ับอนญุ าตจากครกู ่อนทกุ คร้งั 5. ไมค่ วรทา� ปฏบิ ตั กิ ารในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารเพยี งคนเดยี ว เพราะหากมอี บุ ตั เิ หตเุ กดิ ขน้ึ จะไมม่ ี ผใู้ หค้ วามช่วยเหลือ 6. ไมร่ บั ประทานอาหารหรอื เครอ่ื งดม่ื ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร รวมทง้ั ไมใ่ ชเ้ ครอ่ื งแกว้ หรอื อปุ กรณ์ ท�าปฏิบตั ิการเปน็ ภาชนะใสอ่ าหารและเคร่ืองดมื่ ปฏิบัติการเคมี 3 เบื้องต้น
7. ดูแลรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบบนโต๊ะท�ำปฏิบัติการตลอดเวลา ส่ิงของ เคร่อื งใชท้ ี่ไมเ่ กีย่ วขอ้ งกบั การท�ำปฏิบตั ิการให้เก็บไวบ้ รเิ วณอืน่ ท่ีไม่ใชโ่ ตะ๊ ทำ� ปฏิบัตกิ าร 8. อ่านคู่มือการใช้อุปกรณ์ทดลองให้ละเอียดก่อนใช้งาน ถ้าเป็นอุปกรณ์ทางไฟฟ้าจะต้อง ระวงั อย่าใหม้ อื เปยี กขณะใชง้ าน และการถอดหรือเสียบเตา้ เสยี บต้องจับท่ีเต้าเสียบเท่านนั้ 9. หากทำ� การทดลองทตี่ อ้ งใชค้ วามรอ้ นจากตะเกยี งและแกส๊ จะตอ้ งทำ� ดว้ ยความระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษ ไมร่ นิ ของเหลวทต่ี ดิ ไฟงา่ ยใกลเ้ ปลวไฟ ขณะเผาสารในหลอดทดลองตอ้ งหนั ปากหลอด ไปในบริเวณทไี่ ม่มีผอู้ น่ื และดบั ตะเกยี งหรือปิดแก๊สทนั ทที ่เี ลิกใช้งาน 10. สารเคมที ุกชนดิ ในหอ้ งปฏบิ ัติการเป็นอนั ตราย จงึ ไม่ควรสมั ผสั ชมิ หรอื สดู ดมสารเคมี ใด ๆ นอกจากจะได้รับคำ� แนะน�ำทีถ่ กู ต้องแล้ว และไม่น�ำสารเคมีใด ๆ ออกจากห้องปฏิบตั กิ าร 11. ตรวจสอบสลากทป่ี ดิ สารเคมที กุ ครงั้ กอ่ นนำ� มาใช้ รนิ หรอื ตกั สารออกมาในปรมิ าณทพี่ อใช้ เทา่ นั้น ไม่เทสารเคมที เ่ี หลือกลับขวดเดิม และไม่เทนำ้� ลงในกรด 12. เมอ่ื ทำ� การทดลองเสรจ็ ตอ้ งทำ� ความสะอาดเครอื่ งมอื และเกบ็ เขา้ ทเ่ี ดมิ ทกุ ครง้ั ทำ� ความ สะอาดโตะ๊ ทำ� ปฏบิ ตั กิ ารและสอดเกา้ อเี้ ขา้ ใตโ้ ตะ๊ ลา้ งมอื ดว้ ยสบแู่ ละนำ�้ กอ่ นออกจากหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร 1.2 การทำ� ความสะอาดบริเวณทป่ี นเปอ้ื นสารเคมี สารเคมที ใี่ ชใ้ นการทำ� ปฏบิ ตั กิ ารจะมสี มบตั แิ ละอนั ตรายแตกตา่ งกนั ผทู้ ำ� ปฏบิ ตั กิ ารจงึ ควรมี ความรแู้ ละความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การทำ� ความสะอาดบรเิ วณทอี่ าจมกี ารปนเปอ้ื นของสารเคมี เพอ่ื ปอ้ งกนั อนั ตรายจากสารเคมนี ัน้ ซง่ึ ขอ้ แนะนำ� ในการท�ำความสะอาดบริเวณท่ีปนเปอ้ื นสารเคมี มีดังนี้ 1. สารทเ่ี ปน็ ของแขง็ ควรใชแ้ ปรงกวาดสารรวมกนั ตกั สารใสก่ ระดาษแขง็ แลว้ นำ� ไปทำ� ลาย 2. สารละลายกรด ควรใชน้ ำ�้ ลา้ งบรเิ วณทมี่ สี ารละลายหกเพอ่ื ทำ� ใหก้ รดเจอื จาง และใชส้ ารละลาย โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนตเจอื จางล้างเพ่อื ทำ� ลายสภาพกรด แล้วลา้ งด้วยน�้ำอกี คร้ัง 3. สารละลายเบส ควรใช้น�้ำล้างบริเวณที่มีสารละลายหกและซับน�้ำให้แห้ง เน่ืองจาก สารละลายเบสที่หกบนพื้นจะท�ำให้พ้ืนบริเวณน้ันล่ืน จึงควรท�ำความสะอาดลักษณะดังกล่าว หลาย ๆ ครงั้ และถ้ายงั ไมห่ ายล่ืนอาจตอ้ งใชท้ รายโรย แลว้ เก็บกวาดทรายออก 4. สารที่เป็นน�้ำมัน ควรใช้ผงซักฟองล้างสารท่ีเป็นน้�ำมันและไขมันจนหมดคราบน�้ำมัน และพนื้ บริเวณนน้ั หายลนื่ หรอื ท�ำความสะอาดโดยใชท้ รายโรยเพื่อซับน้�ำมนั ให้หมดไป 5. สารทร่ี ะเหยง่าย ควรใช้ผ้าเชด็ บริเวณทสี่ ารหยดหลาย ๆ ครั้งจนแห้ง และในขณะเชด็ ถู ต้องมีการปอ้ งกนั ไม่ใหส้ ารน้นั สมั ผสั ผิวหนงั หรือสดู ไอของสารเข้าร่างกาย 6. สารปรอท กวาดสารปรอทรวมกัน แล้วใช้เครื่องดูดเก็บรวบรวมไว้ ในกรณีท่ีบริเวณ ที่สารปรอทหกมีรอยแตกหรือรอยร้าวจะท�ำให้มีสารปรอทแทรกเข้าไปอยู่ข้างใน จึงต้องปิดรอย แตกหรือรอยร้าวน้ันด้วยการทาขี้ผ้ึงทับรอยดังกล่าวเพื่อป้องกันการระเหยของปรอท หรืออาจใช ้ ผงก�ำมะถนั โรยบนปรอทเพือ่ ให้เกิดสารประกอบซัลไฟด์ แลว้ เกบ็ กวาดอกี ครง้ั หน่ึง 4 สัญลกั ษณ์แสดงอุปกรณท์ เ่ี กีย่ วกบั ความปลอดภยั
1.3 ความปลอดภยั ในหอ้ งปฏิบตั กิ าร ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารวทิ ยาศาสตรจ์ ะมสี งิ่ อำ� นวยความสะดวกในการทำ� ปฏบิ ตั กิ าร และเครอื่ งมอื วิทยาศาสตร์ตา่ ง ๆ ซ่ึงอาจท�ำให้เกิดอันตรายและอุบตั เิ หตุตอ่ บคุ คล และหอ้ งปฏิบัติการอาจไดร้ ับ ความเสยี หายได้ เพอ่ื ใหก้ ารทำ� ปฏบิ ตั กิ ารมปี ระสทิ ธภิ าพและความปลอดภยั สงู จงึ มแี นวทางเกยี่ วกบั ความปลอดภัยด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1. ความปลอดภยั ในการใช้อุปกรณไ์ ฟฟ้า มขี อ้ ควรระวงั ดงั นี้ 1) ควรใชอ้ ปุ กรณไ์ ฟฟ้าดว้ ยความระมดั ระวัง เชด็ มอื และเทา้ ใหแ้ หง้ ทกุ ครั้งทีต่ อ้ งสัมผัส กับอปุ กรณไ์ ฟฟา้ 2) ถ้าต้องใช้สายไฟต่อจากเต้ารับเดียวกันหลายสาย หรือจ�ำเป็นต้องใช้ต่อพ่วงกัน ควรเลือกเต้ารบั ชนิดท่ีมสี วิตชเ์ ปดิ -ปดิ และไม่ต่อพ่วงเกิน 2 สาย 3) หลังเลกิ ใชง้ านอปุ กรณไ์ ฟฟ้า ใหถ้ อดเต้าเสยี บออกจากเตา้ รบั ทุกคร้งั 4) อุปกรณไ์ ฟฟ้าทกุ ชนดิ ควรมสี ัญญาณไฟทแี่ สดงวา่ เคร่ืองก�ำลังท�ำงานอยู่ และถา้ เกิด ความผิดปกตใิ นระหวา่ งการใช้งาน ต้องหยุดการทำ� งานของอุปกรณน์ ้ันทนั ที 5) เตาไฟฟ้าต้องมีขดลวดของเตาไฟฟ้าอย่ใู นเบา้ และไม่ช�ำรุดเสียหาย 6) ตอ้ งเปลยี่ นอุปกรณไ์ ฟฟ้า สายไฟ สวติ ช์ และเครื่องควบคมุ อุณหภมู ิทช่ี ำ� รดุ ทันที 2. ความปลอดภัยในการใช้แกส๊ และสารไวไฟ มขี อ้ ควรระวัง ดังน้ี 1) ไม่น�ำถงั แก๊สทีบ่ ุบ เปน็ สนมิ หรอื รัว่ ซมึ มาใชใ้ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร 2) สถานทว่ี างถงั แกส๊ ตอ้ งเปน็ บรเิ วณทอี่ ากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก และตอ้ งมกี ารตรวจสอบ การรว่ั ของแกส๊ อย่างสม่�ำเสมอ 3) จดั ทำ� สญั ลกั ษณเ์ ตอื นอนั ตรายของสารไวไฟ และขอ้ ปฏบิ ตั ติ ดิ ไวใ้ นสถานทวี่ างถงั แกส๊ 4) กอ่ นเปดิ วาลว์ ควรตรวจสอบสภาพของสายแกส๊ และหวั แกส๊ เมอ่ื เลกิ ใชง้ านตอ้ งปดิ วาลว์ กอ่ นปิดเครอ่ื งควบคุมความดนั ของแก๊สท่ใี ช้ทุกคร้ัง 5) ตรวจสอบวา่ แกส๊ ทนี่ ำ� มาใชเ้ ปน็ ประเภทเดยี วกบั ทรี่ ะบไุ วท้ ถี่ งั แกส๊ และตอ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ ควบคุมความดันแก๊สตามมาตรฐานของแก๊สชนดิ นั้น 6) ตอ้ งท�ำการปฏิบตั กิ ารที่ตอ้ งใชเ้ ปลวไฟด้วยความระมัดระวงั และหลีกเล่ยี งสิง่ ทกี่ อ่ ให้ เกดิ ความร้อน หรอื เชอื้ เพลงิ ซงึ่ อาจท�ำใหเ้ กดิ ไฟลกุ ไหมข้ ้ึน 7) กรณเี กดิ ไฟไหมต้ อ้ งรบี ปดิ ตะเกยี งแอลกอฮอล์ หรือท่อแก๊สทุกท่อทันที ปิดถังแก๊ส และนำ� สารไวไฟทกุ ชนดิ ออกจากบรเิ วณนัน้ ให้เรว็ ทีส่ ดุ 8) ตอ้ งมีเคร่ืองดบั เพลิงอยู่บริเวณทใ่ี ชง้ าน และมีทางออกฉกุ เฉินท่เี ปดิ ได้ตลอดเวลา 9) เมอื่ มสี ารตดิ ไฟตอ้ งแกไ้ ขสถานการณอ์ ยา่ งเหมาะสม ถา้ ลกุ ไหมเ้ ลก็ นอ้ ยใหใ้ ชผ้ า้ เปยี ก คลุมส่ิงนั้นไว้ ถ้าเสื้อผ้าลุกติดไฟให้นอนลงกลิ้งตัวกับพื้น หรือใช้ผ้าหนาห่มคลุมทับ และรีบน�ำ ผบู้ าดเจ็บสง่ โรงพยาบาลทนั ที ปฏิบัติการเคมี 5 เบ้ืองต้น
3. ความปลอดภัยจากรังสีและไอสารพษิ มีขอ้ ควรระวงั ดงั นี้ 1) การทดลองทมี่ คี วนั พษิ เกดิ ขนึ้ จะตอ้ งใชผ้ า้ กรองควนั พษิ ปดิ จมกู และปาก และควรทำ� การทดลองในตูด้ ดู ควันท่ีอยู่ในบริเวณท่มี ีอากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก 2) การทดลองที่ใช้หลอดเลเซอร์เป็นแหล่งก�ำเนิดแสง ไม่ควรมองที่ล�ำแสงโดยตรง และควรมขี อ้ ความเตือนอันตรายติดไวท้ ่หี ลอดเลเซอร์ พรอ้ มชี้แจงวธิ ีใช้ทีถ่ กู ตอ้ งกอ่ นการใช้งาน 3) การใช้สารกัมมันตรังสีในการท�ำปฏิบัติการ ควรเก็บไว้ในปริมาณที่จ�ำเป็นต้องใช ้ เทา่ นนั้ และตอ้ งขออนญุ าตจากหน่วยงานราชการทีค่ วบคมุ การใชส้ ารกมั มันตรงั สีดว้ ย พร้อมท้ัง ปฏบิ ตั ติ ามคำ� แนะนำ� อยา่ งเครง่ ครดั ตอ้ งเกบ็ สารกมั มนั ตรงั สไี วใ้ นกลอ่ งตะกว่ั ทมี่ คี วามหนาโดยรอบ ไมน่ อ้ ยกว่า 6 นว้ิ และการหยบิ สารกมั มันตรงั สตี อ้ งใชอ้ ปุ กรณ์ท่ีออกแบบโดยเฉพาะ 4) ขณะทดลองเก่ียวกับสารกัมมันตรังสี ผู้ทดลองต้องอยู่ไกลจากแหล่งก�ำเนิด กัมมันตภาพรังสีให้มากที่สุด และต้องใช้เวลาในการทดลองให้น้อยท่ีสุด ผู้ท�ำการทดลองและ ผู้ท่ีเก่ียวข้องต้องมีเคร่ืองวัดกัมมันตภาพรังสีติดตัวไว้ตรวจสอบปริมาณรังสีที่ได้รับตลอดเวลา เพือ่ ป้องกันการรับรังสีเกนิ มาตรฐานความปลอดภยั 4. ความปลอดภัยจากไฟไหม้ เมื่อเกิดไฟไหม้ในห้องปฏิบัติการ ผู้ท�ำปฏิบัติการและผู้ท่ีเกี่ยวข้องต้องออกจากห้อง ปฏบิ ตั กิ ารทนั ที แลว้ ดงึ สญั ญาณแจง้ เตอื นเหตไุ ฟไหม้ พรอ้ มเรยี กใหค้ นชว่ ยเหลอื และตอ้ งมสี ารเคมี ทใ่ี ชใ้ นการดบั ไฟอยปู่ ระจ�ำหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ผใู้ ชห้ อ้ งปฏบิ ตั กิ ารทกุ คนตอ้ งมคี วามรเู้ กยี่ วกบั วธิ กี ารใช้ กลไกการท�ำงานของการดับไฟเพ่ือให้สามารถใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพ ซ่ึงสาร ทนี่ ำ� มาใชด้ ับไฟได้ มีดังน้ี 1) น�้ำ ชว่ ยท�ำใหเ้ ชือ้ เพลิงทก่ี �ำลงั ลกุ ไหม้ลดอณุ หภมู ิ Chemistry ลงได้ และไมม่ กี ารลกุ ไหมเ้ พมิ่ ขนึ้ ใหม่ โดยนำ�้ ใชด้ บั ไฟทเี่ กดิ จาก เชอื้ เพลิงประเภทของแขง็ ได้ดี แตไ่ ม่ควรใชด้ ับไฟท่เี กดิ จากสาร in real life ประเภทของเหลวที่ไวไฟ เน่ืองจากจะท�ำให้ของเหลวกระจาย ออกเป็นบริเวณกว้าง และของเหลวส่วนท่ีอยู่บนผิวน้�ำยังคง สารที่ใช้ดับเพลิงต่าง ๆ จะถูก ลกุ ไหม้และท�ำใหไ้ ฟลุกลามตอ่ ไปได้ บรรจุอยู่ในถังดับเพลิง ซึ่งเป็น 2) โฟมของคาร์บอนไดออกไซด์ มีลักษณะเป็นฟอง อุปกรณ์ดับเพลิงแบบเคล่ือนท่ี ทม่ี สี มบตั กิ นั อากาศไมใ่ หเ้ ขา้ ถงึ บรเิ วณทเี่ กดิ ไฟไหม้ และปอ้ งกนั ท่ีถูกออกแบบไว้ส�ำหรับการ ไม่ให้เช้ือเพลิงระเหยเพิ่มเติม จึงท�ำให้เปลวไฟลดลงและดับ ดับเพลิงไหม้ที่ยังไม่ลุกลาม ในทีส่ ดุ ถังดับเพลิงมักมีสีแดงเพ่ือให้ สังเกตุเห็นได้ง่าย และติดตั้ง ไว้เป็นระยะห่าง ๆ กันภายใน อาคาร เพื่อให้ผู้ใช้สามารถ ดับเพลิงไหม้ภายในอาคารได้ รวดเร็วทีส่ ุด 6 การแต่งกายท่ีเหมาะสมในหอ้ งปฏิบัตกิ าร
3) แกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ เมื่อเขา้ ไปผสมอย่กู ับอากาศในบริเวณไฟไหม้เป็นปรมิ าณ มาก ๆ จะทำ� ใหป้ รมิ าณของแกส๊ ออกซเิ จนในอากาศบริเวณนน้ั เจือจางลง จงึ ท�ำให้เปลวไฟลดลง และดับในท่สี ดุ 4) ไอของสารอินทรีย์บางชนิด สารอินทรีย์บางชนิดท่ีเป็นของเหลวที่ระเหยเป็นไอ ได้ง่ายและหนักกว่าอากาศ เมื่อไอของสารนี้ลอยอยู่เหนือบริเวณไฟไหม้ จะเข้าไปแทนที่อากาศ บริเวณนั้น จึงท�ำให้ไฟไม่ลุกลามต่อไป เช่น คาร์บอนเตตระคลอไรด์ จะใช้ดับไฟกรณีท่ีไฟไหม ้ บริเวณนอกอาคาร และต้องไม่ใช้ดับไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ของโลหะโซเดียมหรือโพแทสเซียม เพราะอาจเกดิ การระเบิดขึ้นได้ 1.4 การปฐมพยาบาล หากมีอบุ ตั เิ หตเุ กดิ ข้ึนระหวา่ งการท�ำปฏิบัติการ จะต้องแกไ้ ขสถานการณแ์ ละปฐมพยาบาล เบอ้ื งตน้ ได้ทันที จงึ ต้องมีความรคู้ วามเข้าใจในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังตารางท่ี 1.1 ตารางท่ี 1.1 : การปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้นหากเกิดอุบตั ิเหตุในห้องปฏบิ ตั ิการ อุบัติเหตุ การปฐมพยาบาล สารเคมีถูกผวิ หนงั ล้างบริเวณนั้นด้วยน�้ำสะอาดปริมาณมาก ๆ ในทันที เพื่อป้องกันสารซึมเข้า ผิวหนังหรือท�ำลายเซลล์ผิว และหากมีสารถูกผิวหนังในปริมาณมากต้องรีบน�ำ ส่งแพทย์ พร้อมกับแจ้งชนิดของสารให้แพทย์ทราบ เพื่อจะได้แก้ไขอย่างถูก ต้องทนั ที สารเขา้ ตา ลา้ งดว้ ยนำ�้ สะอาดปรมิ าณมากในทนั ที เปน็ เวลานานไมน่ อ้ ยกวา่ 15 นาที เพอื่ ให้ สารเจอื จางหรือหมดไป และรีบนำ� ส่งแพทย์ทันที สูดไอหรือแกส๊ ต้องรบี ออกจากบริเวณน้ันไปอย่ใู นบริเวณทีม่ ีอากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก พยายาม สูดอากาศบริสุทธ์ิให้เต็มที่ กรณีที่ได้รับสารเข้าร่างกายในปริมาณมาก และหมดสติ ตอ้ งใชว้ ธิ กี ารผายปอดหรอื ใชเ้ ครอื่ งชว่ ยหายใจ และนำ� สง่ แพทยท์ นั ที การกลนื กนิ สารเคมี ต้องรีบน�ำส่งแพทย์ทันที พร้อมท้ังน�ำตัวอย่างสารหรือสลากไปด้วย เพื่อแจ้ง ให้แพทยไ์ ดช้ ่วยเหลือ และใหก้ ารรักษาไดถ้ กู ตอ้ งทันที ถูกกระแสไฟฟา้ ดดู รบี ตัดกระแสไฟฟา้ ทนั ที โดยการถอดเต้าเสียบหรอื ยกสะพานไฟ หรือใช้ฉนวน ผลักหรือฉุดให้ผู้ที่ได้รับอันตรายออกจากแหล่งกระแสไฟฟ้า หรือเข่ียสายไฟ ให้หลุดออกไปจากตัวผู้บาดเจ็บ ห้ามใช้มือเปล่าแตะตัวผู้ท่ีก�ำลังได้รับอันตราย จากกระแสไฟฟา้ เมอื่ นำ� ผถู้ กู กระแสไฟฟา้ ดดู ออกจากแหลง่ กระแสไฟฟา้ ไดแ้ ลว้ ต้องท�ำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยการผายปอดหรือเป่าปากให้ปอดท�ำงาน นวดหัวใจแล้วรีบน�ำสง่ แพทย์ทนั ที ปฏิบัติการเคมี 7 เบ้ืองต้น
1.5 สญั ลกั ษณ์อันตรายจากสารเคมี สัญลักษณ์แสดงอันตรายจะแบ่งออกตามประเภทของอันตราย โดยใช้รูปภาพสีด�าเป็น สญั ลักษณแ์ สดงอันตรายบนพื้นสเ่ี หล่ยี มจตั ุรสั ดังตารางท่ี 1.2 ตารางที่ 1.2 : สัญลกั ษณแ สดงประเภทสาํ หรบั ติดบนภาชนะบรรจุสาร สญั ลกั ษณ ์ / ประเภทอนั ตราย ความเป็นอันตราย ข้อระวงั สารเคมที เ่ี กดิ ปฏกิ ริ ยิ าแลว้ ใหค้ วามรอ้ นและแกส๊ อยา่ ง หลกี เลยี่ งการกระแทก การเสยี ดสที ที่ า� ใหเ้ กดิ รวดเรว็ หรอื เมอื่ ไดร้ บั ความรอ้ นในสภาวะจา� กดั จะเกดิ ความรอ้ น หรอื ประกายไฟ และแยกใหอ้ ยหู่ า่ ง การระเบดิ หรอื เผาไหม้อย่างรุนแรง จากแหลง่ กา� เนดิ ประกายไฟและความร้อน ระเบิดได้ ไวไฟสงู มาก ของเหลวที่มีจุดตดิ ไฟต�่ากวา่ 0 องศาเซลเซยี ส และ เก็บให้ห่างจากเปลวไฟประกายไฟ และ จุดเดือดไม่เกิน 35 องศาเซลเซียส หรือแก๊สผสมที่ ความรอ้ น ไวไฟในอากาศทีอ่ ณุ หภูมิและความดนั ผดิ ปกติ สารเปอรอ์ อกไซดอ์ ินทรยี ์ เกบ็ ใหห้ ่างจากเปลวไฟ ประกายไฟ และ 1. ข องแขง็ ทล่ี กุ ไหมไ้ ดง้ า่ ยและสามารถเผาไหมต้ อ่ ไป ความร้อน ได้เอง 2. ของเหลวท่ีจุดติดไฟต่�ากว่า 21 องศาเซลเซียส ซง่ึ ไมใ่ ช่สารไวไฟสูงมาก ไวไฟมาก 3. สารท่ที า� ปฏกิ ิริยากบั ความชืน้ แลว้ ให้สารไวไฟ สารเคมีท่ีไม่ลุกไหม้เอง แต่สามารถให้ออกซิเจนได้ หลกี เลย่ี งการสมั ผสั กบั สารเคมที ไ่ี วไฟ ระวงั เมื่อสมั ผัสกบั สารซ่ึงลุกไหมแ้ ลว้ เรง่ การไหม้ได้ อันตรายจากการจุดติดไฟ เมื่อเกิดไฟไหม้ สารนี้จะเร่งให้ไฟไหม้มากข้ึน และท�าให้ สารออกซิไดซ ์ (ช่วยให้ไฟตดิ ) การดบั ไฟทา� ได้ยากข้ึน เป็นพษิ มาก / เปน็ พิษ การสูดดม กลืนกิน หรือซึมผ่านผิวหนังจะก่อให้เกิด หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับร่างกายทุกรูปแบบ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ และถา้ รบั สารเขา้ ไปในปรมิ าณมาก ระมัดระวังเป็นพิเศษส�าหรับสารก่อมะเร็ง หรือสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะมีอาการรุนแรง สารกอ่ ใหเ้ กดิ การกลายพนั ธ ์ุ และสารทม่ี พี ษิ ก่อให้เกิดมะเร็ง ท�าอันตรายต่อทารกในครรภ์ และ ตอ่ ระบบสบื พันธุ์ เกิดการกลายพันธ์ุ การสดู ดม การกลนื กนิ หรอื ซมึ ผา่ นผวิ หนงั อาจกอ่ ใหเ้ กดิ หลีกเล่ียงการสัมผัสกับร่างกายทุกรูปแบบ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพแบบเฉียบพลันหรอื เรือ้ รงั อาจก่อ ระมัดระวังเป็นพิเศษส�าหรับสารก่อมะเร็ง ใหเ้ กิดมะเร็ง มพี ิษต่อระบบสืบพนั ธุ์ สารกอ่ ใหเ้ กดิ การกลายพนั ธ ์ุ และสารทมี่ พี ษิ เป็นอันตราย ต่อระบบสืบพนั ธุ์ กดั กร่อน ท�าลายเนื้อเยื่อส่ิงมีชีวิต และกัดกร่อนอุปกรณ์การ ป้องกันตา ผิวหนัง และเส้ือผ้าเป็นพิเศษ ทดลองได้ อย่าสูดดมไอของสารกลุ่มน้ี ในกรณีท่ีมี อุบัตเิ หตุใหป้ รกึ ษาแพทย์ทนั ที ถ้าผิวหนังหรือเยื่อเมือกสัมผัสสารนี้ อาจก่อให้เกิด หลกี เลย่ี งการสมั ผสั กบั ดวงตา ผวิ หนงั และ อาการบวม และอาการแพ้ได้ การสูดดมไอของสาร ระคายเคือง หากไดร้ บั ปรมิ าณมากและเฉยี บพลนั จะเสยี ชวี ติ ภายใน หลีกเล่ยี งการสมั ผสั โดยไม่จา� เป็น และอยา่ 8 กมั มันตรังสี 24 ชว่ั โมง หากไดร้ บั ตอ่ เนอ่ื งเปน็ เวลานานจะกอ่ ใหเ้ กดิ เก็บใกลบ้ ริเวณท่ที า� งาน โรคมะเร็ง และอาจเกดิ การกลายพันธ์ุ
Chemistry Focus ฉลากขา งขวดสาร การใชส้ ารเคม ี จา� เปน็ ตอ้ งศกึ ษาและทา� ความเขา้ ใจฉลากขา้ งขวดสารกอ่ นการใชง้ านอยา่ งละเอยี ด ซงึ่ บริษัทผู้ผลิตจะให้ขอ้ มลู ต่าง ๆ เกี่ยวกับสารเคมี เช่น ชอื่ สารเคม ี สัญลกั ษณ์หรอื เครือ่ งหมายแสดง ความเปน็ อนั ตราย ข้อควรปฏบิ ตั ใิ นการใชง้ าน เป็นตน้ 6 คา� แสดงระดบั ความเปน็ ชอื่ สารเคมี 1 อนั ตรายของสาร สัญลกั ษณแ์ สดงความเปน็ 2 อันตรายของสาร ข้อควรปฏิบตั ิและ 3 5 ขอ้ ความแสดงความเปน็ วธิ กี ารปฐมพยาบาล อันตรายของสาร ช่อื ผู้ผลิต/จ�าหน่าย 4 ภาพที่ 1.2 แบบฝกหัด พิจารณาฉลากข้างขวดสารเคมีที่กา� หนดให้ แล้วระบุวา่ หมายเลข 1-6 หมายความว่าอยา่ งไร 1. 1 6 2 3 4 5 ภาพท ่ี 1.3 6 ภาพท ่ี 1.4 5 2. 1 4 2 3 ปฏิบัติการเคมี 9 เบื้องต้น
Search
Read the Text Version
- 1 - 11
Pages: