คมู่ อื การปฏิบตั งิ าน เพอื่ ป้องกนั ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น หนว่ ยตรวจสอบภายใน สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 เอกสารเลขท่ี 4/2563
คำนำ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ในฐานะเป็นหน่วยงานดาเนินงานองค์กรคุณธรรม ได้ประกาศจุดเน้นที่สาคัญในการส่งเสิรม สนับสนุนการประฤติตนให้มีความเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการ ท่ีดี เป็นที่เชื่อม่ันศรัทธาและยอมรับของสังคมในการบริหารจัดการงานภาครัฐด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม หรอื เป็นเขตพ้ืนท่ีสุจริต เพ่ือให้สามารถตอบสนองกระบวนการภาครัฐ และเสริมสร้างเจตคติท่ีดีให้เกิดขึ้นกับ เจ้าหนา้ ที่ จงึ แตง่ ต้งั คณะทางานเพ่ือรวมกนั ศึกษาแนวทางการปฏิบัติงานให้มีมาตรการและสร้างธรรมาภิบาล ในการบรหิ ารให้เกิดประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น โดยจัดทาคู่มือปฏิบัติงานเพ่ือป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนขึ้นให้ เจา้ หน้าทีผ่ ้ปู ฏบิ ัติงานสามารถนาไปถือปฎบิ ตั ิได้อย่างถกู ต้อง หวงั เปน็ อยา่ งยิ่งว่า “คมู่ ือปฏบิ ตั งิ านเพือ่ ปอ้ งกันผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest)” ฉบับน้ี สามารถสรา้ งความรู้ความเขา้ ใจใหก้ ับเจ้าหนา้ ที่ผู้ปฏิบตั ิงานและผู้ท่ีมีสว่ นเกยี่ วข้องได้ใช้ประโยชน์อย่างดยี ่ิง หน่วยตรวจสอบภายใน สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 1 คู่มือปฏบิ ตั งิ านเพอื่ ป้องกันผลประโยน์ทบั ซอ้ น | สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42
สำรบัญ หน้ำ 3 ความหมายของผลประโยชน์ทับซ้อน 4 แนวคดิ สาคัญของผลประโยชนท์ บั ซอ้ น 5 แนวทางจัดการผลประโยชนท์ ับซอ้ น 7 กฎหมายเกี่ยวกบั การป้องกันผลประโยชน์ทบั ซอ้ น 10 มาตรการป้องกันผลประโยชน์ทบั ซอ้ น บทสรปุ บรรณานุกรม 2 คูม่ อื ปฏบิ ตั ิงานเพื่อปอ้ งกันผลประโยน์ทับซ้อน | สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42
ผลประโยชน์ทบั ซอ้ น หมายถงึ ผลประโยชน์ของส่วนรวมแตซ่ อ่ นเร้นหรอื ปดิ บงั ไวซ้ ่ึงผลประโยชน์ของ ส่วนบุคคล ซึ่งผลประโยชน์ดังกล่าวมีความขัดแย้งกัน (Conflict of interest) ระหว่างผลประโยชน์ของส่วน ตนและผลประโยชน์ของส่วนรวม หมายความว่า บุคคลที่มีอานาจหน้าท่ีในการดาเนินการกิจการเพื่อ ประโยชน์ส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ พนักงานบริษัท ท่ีมีผลประโยชน์ส่วนตัวมากเข้ามา เกี่ยวข้องทาให้มีผลต่อการตัดสินใจหรือมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งหน้าที่ที่บุคคลนั้นรับผิดชอบอยู่ และสง่ ผลต่อประโยชนส์ ่วนรวม ผลประโยชน์ทับซ้อน จึงเป็นกลไกหนึ่งที่ผู้มีอานาจหน้าท่ีท่ีดาเนินการเก่ียวกับผลประโยชน์ของ ส่วนรวมไดน้ ามาใชเ้ พอ่ื แสวงหาประโยชนใ์ หแ้ ก่ตนเองหรือผู้อ่ืน อันเข้าข่ายการทุจริตและประพฤติมิชอบหรือ ท่ีเรียกวา่ คอรร์ ปั ชัน่ นั่นเอง สำนักมำตรกำรป้องกันกำรทุจริต สำนักงำน ป.ป.ช. โดยศำสตรำจำรย์ ดร.กำชัย จงจักรพันธ์ ให้คำ นิยำมของ Conflict of interest หรอื กำรขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่ำหมำยถึง สภำวกำรณ์ สถำนกำรณ์ หรือ ข้อเท็จจริงที่บุคคลมีอำนำจหน้ำที่ท่ีจะต้องใช้ดุลยพินิจ ปฏิบัติหน้ำที่หรือกระทำกำรอย่ำงหนึ่งอย่ำงใดตำม อำนำจหน้ำท่ีเพื่อส่วนรวม เพื่อหน่วยงำน หรือเพ่ือองค์กร แต่ตนเองมีผลประโยชน์ส่วนตนเก่ียวข้องอยู่ใน เร่อื งน้ันๆ ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) มีกำรใช้คำภำษำไทยไวห้ ลำยคำ - กำรขดั กันระหว่ำงประโยชน์สว่ นตนและประโยชน์สว่ นรวม - ผลประโยชน์ทบั ซ้อน - ผลประโยชนข์ ัดแย้ง 3 คมู่ ือปฏบิ ัติงานเพ่อื ป้องกันผลประโยน์ทบั ซ้อน | สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 42
1. กำรขัดกนั ระหว่ำงประโยชนส์ ่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม สถานการณ์ที่ผู้มีอานาจตัดสินใจอยู่ในสภาพสับสนระหว่างประโยชน์ ส่วนบุคคลและประโยชน์ ส่วนรวม โดยมีแรงจูงใจในการตัดสินจากประโยชน์ส่วนตน ส่งผลให้เกิดการใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจของ ผนู้ ้ัน ขาดอิสระไมเ่ ปน็ กลาง เบีย่ งเบนออกจากหลกั การบรหิ ารเพื่อประโยชนส์ าธารณะ 2. พฤติกรรมแบบใดท่ีเขำ้ ข่ำยผลประโยชน์ทับซ้อน 2.1 การรับผลประโยชน์ เช่น การรบั ของรางวัล/ความสะดวกสบาย/ความบันเทิงรูปแบบต่างๆ ส่งผล ใหเ้ อือ้ ประโยชน์ตอ่ ผใู้ ห้ของขวญั นั้น 2.2 การใช้ตาแหนง่ หนา้ ทเ่ี พ่อื หาประโยชน์ใหก้ ับตนเอง ครอบครวั หรือพวกพ้อง 2.3 การรับงานนอก เช่น การเป็นท่ีปรึกษาและการจ้างงานให้แก่ตนเอง การใช้เวลา/ ทรัพย์สินของ ราชการในการทางานนอกท่ีไมใ่ ช่อานาจหน้าท่ีท่ไี ด้รบั มอบหมาย จากหนว่ ยงาน 2.4 การเปิดเผยข้อมูลลับของราชการเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ เช่น เปิดเผยคุณลักษณะเฉพาะ (Specification) ในกรณกี ารจัดซ้อื -จัดจ้างของหนว่ ยงาน 2.5 การนาทรพั ยส์ ินของราชการไปใชใ้ นงานเพอ่ื การสว่ นตัว 2.6 การใช้อทิ ธพิ ลโดยตาแหน่งหน้าท่ี เพ่ือเรียกรับผลตอบแทนจนส่งผลให้เป็นคุณหรือโทษแก่ ฝ่าย ใดฝ่ายหนึ่งอยา่ งไม่เปน็ ธรรม 2.7 การทางานหลังออกจากตาแหน่ง เช่น การใช้ประโยชน์จากที่เคยปฏิบัติหน้าท่ีราชการเรียกรับ ผลประโยชน์/ผลตอบแทนใหก้ ับตนเองหรือพวกพอ้ ง 3. หลกั กำรจดั กำรผลประโยชนท์ บั ซ้อน 3.1 ปกป้องผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจและให้คาแนะนาภายในกรอบกฎหมายและนโยบายงานในขอบเขตหน้าที่ พจิ ารณาความถกู ผดิ ไปอยา่ งเปน็ กลาง ไมใ่ ห้ผลประโยชนส์ ว่ นตน/ทัศนคติสว่ นบคุ คลมาแทรกแซง 3.2 สนับสนนุ ความโปรง่ ใส การเปิดโอกาสใหต้ รวจสอบและความพร้อมรบั ผดิ เชน่ การเปดิ ความสัมพันธ์ที่อาจส่งผลต่อการปฏิบัติ หน้าท่ี การโยกย้ายเจ้าหนา้ ที่จากตาแหน่งทีเ่ กย่ี วข้อง ซง่ึ นาไปสู่การเกิดผลประโยชนท์ ับซ้อน 3.3 ส่งเสริมความรบั ผดิ ชอบสว่ นบุคคลและปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอย่าง ฝ่ายบริหารตอ้ งสรา้ งระบบและนโยบายเจ้าหนา้ ทจี่ ะต้องจัดการเร่ืองสว่ นตนเพ่ือหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ ทับซอ้ นมากทส่ี ดุ เทา่ ท่ีจะทาได้ รวมท้งั ผบู้ ริหารต้องเปน็ แบบอย่างทดี่ ีด้วย 3.4 สร้างวฒั นธรรมองค์กร การสร้างสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่มีประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น การสร้างวัฒนธรรมแห่ง ความซ่อื ตรงตอ่ หนา้ ที่ เชน่ การใหข้ ้อแนะนาและการฝึกอบรมเจ้าหน้าท่ี การมีมาตรฐานส่งเสริมความซ่ือตรง ต่อหน้าท่ีรวมไว้ในข้อกาหนดบทลงโทษที่ทาให้เจ้าหน้าที่ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของตนเองท่ีต้องทาตาม กฎระเบียบและมาตรฐาน 4 คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านเพ่อื ป้องกันผลประโยน์ทบั ซอ้ น | สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42
4. แนวทำงกำรจัดกำรผลประโยชน์ทับซอ้ น 5 4.1 การระบรุ ูปแบบผลประโยชน์ทับซ้อนท่มี กั เกดิ ขน้ึ ในองค์กร/หนว่ ยงาน - ระบวุ า่ ในการทางาน มจี ุดใดบา้ งทเ่ี ส่ยี งต่อการเกิดผลประโยชน์ทบั ซ้อน - ต้องรูว้ า่ อะไรคือผลประโยชน์ทบั ซ้อนที่เป็นไปได้ เพ่ือป้องกันไม่ให้เกิดผล ประโยชน์ทับซ้อนที่ เกิดขึ้นจริงและทีเ่ หน็ - ให้เจ้าหน้าท่ีเข้ามามีส่วนร่วม จะทาให้ระบุจุดเส่ียงได้ครอบคลุมและทาให้เจ้าหน้าที่รู้สึกเป็น เจ้าของ และร่วมมือกับนโยบาย 4.2 พฒั นานโยบายทีเ่ หมาะสม กาหนดมาตรการเพ่ือแกป้ ญั หา องคป์ ระกอบในการจัดการผลประโยชนท์ ับซอ้ น คือ ความตระหนัก ของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ รวมถึงความรับผดิ ชอบของแตล่ ะคน ดังน้นั กฎเกณฑเ์ กี่ยวกบั การจดั การ - ต้องแยกชัดเจนระหวา่ งความรับผิดชอบขององค์กรและความรับผิดชอบของสมาชิกในองค์กร และยงั ต้องทาให้ผู้บรหิ ารและเจ้าหนา้ ที่สามารถรู้ได้วา่ “เม่ือใดมีผลประโยชนท์ บั ซ้อนเกดิ ข้ึน และเกิดข้ึนในแบบใด” - เปิดเผยผลประโยชน์ทบั ซอ้ นและมาตรการต่างๆ - ติดตามประสิทธิภาพของมาตรการท่ใี ช้ 4.3 ให้ความรูแ้ ก่เจา้ หนา้ ที่และหวั หนา้ ระดับสูง - โดยสอบถามขอ้ มลู จากผูม้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสีย ผู้รับบริการ ข้อมูลสภาพ เศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการทางานที่มีการพัฒนาไปตาม ระยะเวลา นอกจากนี้ยังควรมีการเรียนรู้จากองค์กรอื่นๆ เพื่อเป็นการสื่อสารว่า องค์กรมีความมุ่งม่ันในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน โดยสนับสนุนการพัฒนาทักษะ และการให้คาปรึกษา แก่เจ้าหน้าที่ การเปิดเผยและรายงานข้อสงสัยเก่ียวกับการประพฤติมิชอบ และการบริหารท่ีบกพร่อง/อคติ ของภาครัฐ เป็นรากฐานของความเปน็ ธรรม 4.4 สื่อสารให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้รับบริการ ผู้สนับสนุนองค์กรทราบถึงความมุ่งม่ันในการจัดการ ผลประโยชนท์ ับซ้อน - การทางานกบั องคก์ รภายนอก จะต้องระบจุ ดุ เสี่ยงของผลประโยชนท์ บั ซ้อนกอ่ นและพัฒนาวิธี ป้องกัน ไม่ว่าเป็นเร่ืองข้อมูลภายในหรือโอกาสการใช้อานาจหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ และต้องแจ้งแก่องค์กร ภายนอกให้ทราบนโยบายการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน และผลที่ตามมา หากไม่ปฏิบัติตามนโยบาย เช่น การยกเลิกสัญญา / การดาเนินการตามกฎหมาย 4.5 มีการบังคบั ใช้นโยบายและทบทวนนโยบายสมา่ เสมอ - สรา้ งความเข้าใจว่าอะไรคือผลประโยชนท์ ับซ้อน ผลประโยชน์ทบั ซอ้ นใดเกดิ ขนึ้ บ่อยในองค์กร รวมถงึ ความแตกต่างของความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามนโยบายของผู้มีตาแหน่งท่ีต่างกัน เช่น การติดต่อ การร่วมทางานกับภาคเอกชน - ความต่นื ตวั และเอาใจใสข่ องผบู้ ริหารจะช่วยในการแสวงหาจุดเสี่ยง และพัฒนาวิธีการป้องกัน ปัญหาท่ีจะเกดิ ข้ึน คมู่ อื ปฏิบตั ิงานเพอื่ ปอ้ งกันผลประโยน์ทบั ซ้อน | สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 42
ตวั อยำ่ ง กจิ กรรมที่มคี วำมเสีย่ งตอ่ กำรผลประโยชน์ทับซอ้ นของข้ำรำชกำร/ลกู จำ้ ง 1. การรับผลประโยชน์หรือการเรียกร้องส่ิงตอบแทนจากการปฏิบัตงิ านในหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบ 2. การรบั งานนอกหรอื การทาธุรกจิ สว่ นตัว ท่เี บยี ดบงั เวลาราชการ/งานโดยรวมของหนว่ ยงาน 3. การทางานหลงั เกษยี ณใหก้ บั หนว่ ยงานท่ีมีผลประโยชน์ขัดกับหน่วยงานตน้ สงั กัดเดิม 4. การนาทรัพย์สินสว่ นราชการไปใชใ้ นกิจธุระส่วนตวั และในหลายกรณตี ัวอยา่ ง เชน่ 4.1 การใช้รถยนต์ราชการไปใชใ้ นกิจธุระส่วนตัว บางคร้ังมกี ารเบิกค่าน้ามนั อีกดว้ ย 4.2 การนาเครือ่ งไฟฟ้าส่วนตวั มาใชไ้ ฟฟา้ ของราชการ เพอื่ ประโยชน์สว่ นตน 4.3 การใช้สถานท่รี าชการ ครุภัณฑ์สานกั งานเชน่ โต๊ะ เกา้ อี้ เครือ่ งเสยี ง ฯลฯ ไปใช้เพอ่ื การสว่ นตัว 4.4 การใชร้ ถส่วนตวั ไปเติมน้ามันในนามรถยนต์ราชการ 5. การนาบคุ ลากรของหนว่ ยงานไปใชเ้ พ่อื การส่วนตวั 6. การรับงานจากภายนอกจนกระทบต่อการปฏบิ ัติหนา้ ที่ประจา 7. การใชส้ ทิ ธใิ นการเบกิ จา่ ยยาใหแ้ ก่ญาติพนี่ อ้ ง 8. การรับประโยชน์จากระบบการล็อกบตั รควิ ให้แก่เจา้ หน้าท่ีหรอื ญาตเิ จ้าหนา้ ที่ในหน่วยงาน 9. ด้านการ ตรวจสอบ ประเมนิ ราคา และการจัดซ้อื จัดจา้ ง 9.1 การกาหนดมาตรฐาน (Specification) ในสินค้าที่จะจัดซ้ือจัดจ้างให้บริษัทของตนหรือของ พวก พอ้ งไดเ้ ปรียบหรือชนะในการประมลู 9.2 การใหข้ ้อมลู การจดั ซือ้ จดั จ้างแก่พรรคพวก/ญาติ เพ่อื แสวงหาผลประโยชน์ในการประมูลหรือการ จา้ งเหมา รวมถึงการปกปดิ ข้อมูลเช่น การปิดประกาศหรอื เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารล่าช้าหรือพ้นกาหนดการย่ืน ใบเสนอราคา เปน็ ต้น 9.3 มีการประสานตกลงกับบริษัท/ที่ปรึกษา/ผู้ท่ีจะมาเป็นคู่สัญญาต้ังแต่เริ่มต้นเพ่ือกาหนด คุณลักษณะ (TOR) ซึ่งหน่วยราชการไม่ได้กาหนดข้ึนเอง แต่นาร่างTOR ดังกล่าวมาให้คณะกรรมการทา เสมือนเป็นผู้กาหนดเพียงแต่ดาเนินการตามขั้นตอนของทางราชการ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและ คสู่ ญั ญาทีต่ กลงกันมาล่วงหนา้ 10. การแอบอ้างช่อื บคุ คลอ่นื หรือชือ่ ลกู คา้ ยักยอกทรัพยส์ นิ จานาออกไป 11. เจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทาการหรือรู้เห็นในการปลอมแปลงและหรือใช้เอกสารปลอม เพ่ือให้ผู้อ่ืนหลงเช่ือ วา่ เปน็ เอกสารที่แทจ้ รงิ หรอื เพอ่ื นาเอาเอกสารไปใชใ้ นกจิ การที่อาจเกดิ ความเสยี หายแก่ผู้อน่ื เช่น - มกี ารปกปดิ และให้ถ้อยคารับรองอันเปน็ เท็จ - การปลอมแปลงลายมือชือ่ ผอู้ น่ื เพือ่ กล่าวรา้ ยผู้อ่ืนใหไ้ ด้ความเสยี หายท้งั ดา้ นการดาเนนิ ชวี ติ และ เกยี รตยิ ศชอ่ื เสยี ง ฯลฯ 12. ผบู้ ังคบั ใชก้ ฎหมาย นาตัวบทกฎหมายไปแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบ ฯลฯ 6 คูม่ อื ปฏิบตั งิ านเพ่อื ปอ้ งกนั ผลประโยน์ทับซ้อน | สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42
1. ประมวลกฎหมำยอำญำ 7 ในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติมในพระราชบัญญัติ แก้ไขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 และ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 ได้กาหนดความผิดต่อตาแหน่งหน้าที่ราชการ ไว้ในภาค 2 ความผิด ลักษณะ 2 ความผิดเก่ยี วกับการปกครอง หมวด 2 ต้ังแต่ มาตรา 147 ถึง 166 อาทิ มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าท่ีซ้ือ ทา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็น ของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ ห้าปีถงึ ย่ีสิบปหี รอื จาคกุ ตลอดชีวิตและปรับตง้ั แต่หนึ่งแสนบาทถงึ สแ่ี สนบาท มาตรา 151 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าท่ีซื้อ ทา จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อานาจในตาแหน่ง โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ต้องระวางโทษจาคุกต้ังแต่ ห้าปีถงึ ยส่ี บิ ปหี รอื จาคุกตลอดชีวติ และปรบั ตั้งแตห่ น่ึงแสนบาทถงึ สีแ่ สนบาท 2. ประมวลจริยธรรมข้ำรำชกำรพลเรอื น ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ปีพ.ศ. 2552 เป็นการดาเนินการตามมาตรา 279 ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นมาตรฐานทางจริยธรรม ให้ข้าราชการทั้งหลายเกิด สานึกลึกซึ้งและเที่ยงธรรมในหน้าที่ ผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีข้าราชการควรแก่ความไว้วางใจและเช่ือมั่นของ ปวงชน และดารงตนมั่นเปน็ แบบอยา่ งที่ดงี ามสมกับความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว ทั้งน้ีการฝ่าฝืนจริยธรรมตามหมวด 2 ของประมวลจริยธรรมนี้เป็นความผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วย พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงาน ราชการ พ.ศ. 2547 หรือระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจาของส่วนราชการ พ.ศ. 2537 แลว้ แต่กรณี หมวด 2 ข้อ 5 ให้ข้าราชการต้องแยกเร่ืองส่วนตัวออกจาก ตาแหน่งหน้าท่ีและยึดถือประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเหนือกว่า ประโยชน์ส่วนตน โดยอยา่ งน้อยตอ้ งวางตน ดงั นี้ (1) ไม่นาความสัมพันธ์ส่วนตัวท่ีตนมีต่อบุคคลอ่ืน ไม่ว่าจะเป็น ญาติพีน่ ้อง พรรคพวก เพือ่ นฝงู หรอื ผูม้ ีบุญคุณส่วนตัว มาประกอบการใช้ ดุลยพินิจให้เป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลนั้น หรือปฏิบัติต่อบุคคลน้ัน ต่างจากบคุ คลอ่นื เพราะความชอบหรือชงั (2) ไม่ใช้เวลาราชการ เงิน ทรัพย์สิน บุคลากร บริการหรือส่ิง อานวยความสะดวกของทางราชการไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของตนเอง หรอื ผ้อู ่ืน เวน้ แตไ่ ด้รับอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย (3) ไม่กระทาการใด หรือดารงตาแหน่ง หรือปฏิบัติการใดในฐานะส่วนตัวซ่ึงก่อให้เกิดความเคลือบ แคลงหรอื สงสัยว่าจะขดั กบั ประโยชน์สว่ นรวมทอ่ี ยู่ในความรับผิดชอบของหนา้ ท่ี ท้ังนี้ ในกรณีมีความเคลือบแคลงหรอื สงสยั ให้ขา้ ราชการผนู้ นั้ ยตุ กิ ารกระทาดังกล่าวไว้ก่อนแล้วแจ้งให้ ผู้บงั คับบัญชา หวั หน้าส่วนราชการและคณะกรรมการจรยิ ธรรมพจิ ารณา เมื่อคณะกรรมการจริยธรรมวินิจฉัย เป็นประการใด แล้วจงึ ปฏิบตั ิตามน้นั คู่มือปฏบิ ัตงิ านเพอื่ ปอ้ งกันผลประโยนท์ บั ซอ้ น | สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 42
(4) ในการปฏิบตั หิ นา้ ที่ทีร่ ับผิดชอบในหน่วยงานโดยตรงหรอื หนา้ ทอี่ ่ืนในราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การ มหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการต้องยึดถือประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ในกรณีท่ีมีความ ขัดแย้งระหว่างประโยชน์ของทางราชการหรือประโยชน์ส่วนรวมกับประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนกลุ่ม อนั จาเปน็ ต้องวินจิ ฉัยหรอื ชขี้ าด ต้องยดึ ประโยชน์ของทางราชการและประโยชนส์ ่วนรวมเปน็ สาคญั หมวด 2 ข้อ 6 ให้ข้าราชการต้องละเว้นจากการแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบโดยอาศัยตาแหน่งหน้าที่ และไม่กระทาการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนและประโยชน์ส่วนรวม โดยอย่างน้อยต้อง วางตน ดงั นี้ (1) ไม่เรียก รับ หรอื ยอมจะรบั หรือยอมให้ผ้อู ่ืนเรียก รบั หรือ ยอมจะรบั ซึ่งของขวัญแทนตนหรือญาติ ของตน ไม่ว่าก่อนหรือหลังดารงตาแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะเก่ียวข้อง หรือไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ หน้าที่หรือไม่กต็ าม เว้นแต่เป็นการใหโ้ ดยธรรมจรรยา หรือการใหต้ ามประเพณีหรือให้แกบ่ ุคคลท่ัวไป (2) ไมใ่ ชต้ าแหนง่ หรือการกระทาการที่เป็นคุณหรอื เปน็ โทษแกบ่ คุ คลใดเพราะมีอคติ (3) ไมเ่ สนอหรอื อนุมัตโิ ครงการ การดาเนินการหรอื การทานิติกรรมหรือสัญญาซึ่งตนเองหรือบุคคลอื่น จะไดป้ ระโยชนอ์ ันมคิ วรไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมายหรือประมวลจรยิ ธรรมนี้ ไมแ่ สวงประโยชน์ ไมร่ ิ (เริ่ม) ท่มี ชิ อบ ไมจ่ ดั สรรตามอคติ ไมร่ ับของขวญั อคติยชน์ ประโยชน์ 3. พระรำชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต พ.ศ. 2542 8 และท่ีแก้ไขเพิม่ เติม ในหมวด 9 มีการระบุถึง การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม โดยมีมาตรา ท่ีเกี่ยวข้องตั้งแต่ มาตราท่ี 100 ถึง มาตรา 103 โดยมาตรา 100 ห้ามมิให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาท่ีทากับหน่วยงานของรัฐ เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญา กบั หนว่ ยงานของรัฐ รบั สมั ปทานหรอื คงถอื ไว้ซึ่งสมั ปทานจากรฐั หรือเข้าไปเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงาน หรือลูกจ้างในธุรกิจเอกชน อย่างไรก็ตามในมาตราท่ี 100-102 น้ัน จากัดเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศ ซ่ึงปัจจุบันกาหนดไว้เพียงตาแหน่ง 1. นายกรัฐมนตรี 2. รัฐมนตรี 3. ผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่ิน และ 4. รองผูบ้ รหิ ารท้องถ่ิน รวมถึงคู่สมรสของเจ้าหน้าท่ีดังกล่าวเท่านั้น ดังนั้นในหัวข้อ น้จี ะแสดงเฉพาะมาตรา 103 เรอ่ื งการรบั ทรัพยส์ ิน มาตรา 103 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุคคลนอกเหนือจาก ทรัพย์สินหรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย หรือกฎ ข้อบังคับท่ีออกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใด โดยธรรมจรรยาตามหลักเกณฑ์และจานวนท่ี คณะกรรมการ ป.ป.ช. กาหนด บทบัญญัติในวรรคหน่ึงให้ใช้บังคับกับการรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดของผู้ท่ีพ้นจากการเป็น เจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐมาแล้วยังไมถ่ งึ สองปดี ้วยโดยอนุโลม คู่มือปฏิบตั ิงานเพอื่ ปอ้ งกันผลประโยนท์ ับซอ้ น | สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต 42
4. ประกำศคณะกรรมกำร ป.ป.ช.หลักเกณฑ์กำรรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยธรรมจรรยำ ของเจ้ำหนำ้ ทขี่ องรฐั พ.ศ. ๒๕๔๓ (มำตรำ ๑๐๓) ข้อ ๕ เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐจะรบั ทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดโดยธรรมจรรยาไดด้ ังตอ่ ไปน้ี (๑) จากญาติ ซึ่งใหโ้ ดยเสนห่ าตามจานวนทเี่ หมาะสมตามฐานานุรูป (๒) จากบคุ คลอน่ื ราคาหรือมลู คา่ ในการรับจากแตล่ ะบุคคล แตล่ ะโอกาสไมเ่ กนิ สามพันบาท การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนที่มีมูลค่าเกินกว่า ๓,๐๐๐ บาท โดยมีความจาเป็นต้องรับเพื่อรักษาไมตรี มติ รภาพ ต้องแจง้ ผู้บริหารสงู สดุ ของหน่วยงานโดยทันทที ส่ี ามารถกระทาได้ กรณีมีความจาเป็นต้องรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท : ต้องแจ้ง รายละเอียดข้อเท็จจริงเก่ียวกับการรับทรัพย์หรือประโยชน์นั้นต่อหัวหน้าส่วนราชการ อวินิจฉัยเหตุผลความ จาเป็น ความเหมาะสม กรณีมคี าส่งั ไม่ใหร้ ับ : ใหค้ นื ทรพั ย์สินฯ แก่ผ้ใู ห้ในทันที หากไม่สามารถคืนได้ ให้ส่งมอบให้หน่วยงานท่ี สงั กัดโดยเรว็ มำตรำ 103/1 บรรดาความผิดท่ีบัญญัติไว้ในหมวดน้ี ให้ถือเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าท่ีหรือ ความผิดต่อตาแหน่งหน้าทร่ี าชการหรือความผดิ ต่อตาแหน่งหนา้ ที่ในการยตุ ธิ รรมตามประมวลกฎหมายอาญา ด้วย กำรฝ่ำฝนื กฎน้ีมโี ทษอย่ำงไร การฝ่าฝืนนโยบายว่าด้วยการรับของขวัญหรือผลประโยชน์ และการฝ่าฝืนการปฏิบัติตามประมวล จรยิ ธรรมน้ัน อาจถูกลงโทษตกั เตือน ตดั เงินเดอื น จนกระทง่ั ถงึ ขั้นไลอ่ อก ขน้ึ กับความรา้ ยแรงของการฝ่าฝืน นอกจากน้ันหากการรับของขวัญหรือผลประโยชน์น้ันๆ เข้าข่ายการรับสินบน ฉ้อฉล ทุจริต และ สามารถพิสูจน์ได้ว่า เจ้าหน้าท่ีนั้นๆรับของขวัญหรือผลประโยชน์ซ่ึงมีผลต่อความเป็นธรรม ก่อให้เกิด ผลประโยชน์แก่ผู้ให้โดยมิชอบ หากถูกตัดสินว่าผิดจริงผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกคนอาจมีส่วนร่วมในการรับโทษ ทางอาญาดว้ ย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2543 หมวด 9 การขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม มาตรา 103 ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ ของรัฐผู้ใดรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อ่ืนใดจากบุคคล นอกเหนือจากทรัพย์สินหรือประโยชน์ อันควรได้ตาม กฎหมาย หรือ กฎ ข้อบังคับท่ีออกโดยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เว้นแต่การรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อน่ื ใดโดยธรรมจรรยา ตามหลักเกณฑแ์ ละจานวนท่ีคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริต แหง่ ชาติกาหนด บทลงโทษ : หากเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่าฝืนจะต้องได้รับโทษ คือ จาคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรอื ทง้ั จาท้งั ปรบั 9 คู่มือปฏบิ ัตงิ านเพือ่ ป้องกันผลประโยน์ทับซอ้ น | สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42
1. มาตรการป้องกันกรณกี ารรับทรัพย์สินหรือประโยชนอ์ ่ืนใด 10 1.1 เจ้าหน้าที่ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบที่เก่ียวข้อง ดังน้ี - ระเบยี บสานักนายกรฐั มนตรวี ่าด้วยการใหห้ รือรบั ของขวัญของเจา้ หนา้ ที่ของรัฐ พ.ศ. 2544 - มาตรา 103 แห่งพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 - ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เร่ือง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สิน หรอื ประโยชน์อ่นื ใดโดยธรรมจรรยาของเจา้ หน้าท่ขี องรฐั พ.ศ. 2543 1.2 สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ต้องมีการกาหนดนโยบายการให้หรือการรับ ของขวัญของบุคลากรในสังกดั มกี ารสร้างจติ สานึกที่ดีในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม โดยแสดงเจตนารมณใ์ นการงดใหห้ รอื รับของขวญั โดยชัดเจน ด้วยวธิ ีการต่าง ๆ เช่น - การประกาศเจตจานงสุจริตโดยผู้บริหารของหน่วยงาน และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ตามช่องทาง ต่างๆ เพ่ือใหผ้ ู้มาตดิ ต่อราชการกับหน่วยงานรับทราบเจตนารมณ์ดังกล่าว เป็นการป้องกันความเสี่ยงอันอาจ เกดิ จากผลประโยชน์ทับซอ้ น 1.3 ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ต้องตระหนักและให้ความสาาคัญ รวมทั้งกากับดูแลตรวจสอบ ติดตาม มใิ หผ้ ใู้ ตบ้ ังคบั บญั ชากระทาการใดๆ ในการรับทรพั ย์สินหรือประโยชนอ์ ่นื ใด เพือ่ ปอ้ งกันความ เสี่ยงอนั อาจเกดิ จากผลประโยชนท์ ับซ้อน 2. มาตรการปอ้ งกันกรณกี ารใช้ทรพั ย์สนิ /เวลา ของราชการ 2.1 ฝ่ายทีเ่ กีย่ วข้องควรจัดทาระเบยี บ หลกั เกณฑ์ แนวทางปฏิบัติคู่มือเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินฯ และ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหน้าท่ีได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพ่ือยึดถือเป็นแนวทางการดาเนินการที่ถูกต้อง และเปน็ มาตรฐานความเข้าใจตรงกนั เปน็ ไปในทิศทางเดยี วกนั 2.2 หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ งตอ้ งดาเนนิ การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้เพ่ือปรับ ทัศนคติ ปรับเปล่ียนแนวคิด สร้างฐานคิดในการแยกแยะประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ส่วนรวม ให้แก่ เจ้าหนา้ ทค่ี รอบคลมุ ทกุ ระดับ 2.3 ผู้บริหาร ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องตระหนักและให้ความสาคัญในเร่ืองการใช้ทรัพย์สินฯ ให้เป็นไปเพ่ือประโยชน์ต่อราชการ รวมท้ังปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และสอดส่อง ดูแล มใิ ห้เกิดกรณดี ังกล่าว ทัง้ นหี้ ากพบว่าผู้ใต้บงั คบั บญั ชามีการกระทากรณีนี้ จะต้องพิจารณาปรับปรุงแก้ไข ให้เป็นไปอย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสมเพื่อประโยชนส์ งู สดุ ตอ่ ราชการ 3. มาตรการปอ้ งกันกรณีการใช้อานาจหน้าท่ี/การใชด้ ุลพนิ ิจ 3.1 กลมุ่ งานท่ีเกย่ี วขอ้ งตอ้ งจัดทาหลักเกณฑ์ แนวทางปฏบิ ัตกิ รณที เ่ี ป็นประเด็นความเส่ียงขององค์กร เกี่ยวกบั การใช้อานาจหนา้ ท/่ี การใช้ดลุ พนิ จิ ของเจา้ หนา้ ที่ และเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ใหเ้ จ้าหน้าท่ีได้รับทราบ อย่างท่ัวถึง เพื่อยึดถือเป็นแนวทางการดาเนินการท่ีถูกต้อง และเป็นมาตรฐานความเข้าใจตรงกันเป็นไปใน ทศิ ทางเดียวกนั 3.2 ต้องปลูกฝังค่านิยมสร้างจิตสานึกท่ีดีให้กับเจ้าหน้าท่ี เพ่ือให้เกิดความตระหนักถึงพฤติกรรมการ ปฏิบตั ิทีไ่ ม่เหมาะสม ซง่ึ อาจก่อให้เกดิ การขัดกนั ระหวา่ งประโยชน์สว่ นบุคคลกับประโยชนส์ ว่ นรวม คมู่ ือปฏบิ ตั ิงานเพื่อป้องกนั ผลประโยน์ทับซอ้ น | สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 42
3.3 สร้างความรู้ ความเข้าใจต่อสาธารณชน เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ช่องทางการร้องเรียนพฤติกรรม ทีไ่ ม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ เพ่ือสร้างภาคีเครือข่ายภาคส่วนอ่ืน ๆ ให้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ กรณีมีการ ปฏิบัติท่ีไม่เหมาะสมมีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ขาดความเป็นธรรม อันอาจทาให้เกิดการขัดกัน ระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกบั ประโยชน์ส่วนรวม 3.4 กลุ่มงานที่รับผิดชอบงานด้านการตรวจสอบ ด้านวินัย ด้านบริหารทรัพยากรบุคคล ต้องมีการ ดาเนินการ ติดตาม ตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามขอบเขตอานาจหน้าที่ กรณีมีเรื่อง ร้องเรียนเก่ียวกับการปฏิบัติงานหรือพฤติกรรมการปฏิบัติงานโดยมิชอบใดๆ ต้องมีการดาเนินการตรวจสอบ ดว้ ยความรวดเร็ว เป็นธรรม และรายงานผลตอ่ ผู้บริหารระดบั สูงเพื่อพจิ ารณาสัง่ การ 3.5 กลุ่มงานท่ีเกี่ยวข้องต้องจัดทาคู่มือ และเผยแพร่ระเบียบที่เก่ียวข้องกับการเบิกจ่ายเงินของทาง ราชการในกรณตี า่ งๆ ให้เจา้ หนา้ ที่ได้รบั ทราบอย่างท่ัวถึง และยึดถือเป็นแนวทางการดาเนินการท่ีถูกต้องและ เป็นมาตรฐานความเข้าใจตรงกันเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หรือการจัดเป็นหลักสูตรการอบรม ให้ความรู้การ บรรจเุ ปน็ หัวขอ้ การอบรมในหลักสตู รต่างๆ โดยเฉพาะหลักสตู รขา้ ราชการบรรจใุ หม่ 3.6 เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับท่ีเก่ียวข้องกับการเบิกจ่ายเงินของทาง ราชการ โดยเคร่งครดั 3.7 การเบิกจ่ายเงินของทางราชการในกรณีใดๆ รวมทั้งการใช้ดุลพินิจในการอนุญาต อนุมัติ ผู้มีอานาจหรือผู้บังคับบัญชาต้องพิจารณาโดยให้ความสาคัญในเร่ืองความเหมาะสม ความคุ้มค่า ตามความ จาเปน็ ของภารกิจ โดยใหเ้ กดิ ผลประโยชน์สงู สุดตอ่ ราชการ 3.8 การใช้ดุลพินิจเพื่อส่ังการ หรือมอบหมายงาน ผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องให้ความสาคัญในหลัก บรหิ ารกิจการบ้านเมอื งท่ีดี และยดึ หลกั ธรรมาภิบาลในการบริหารงาน 4. มาตรการปอ้ งกันกรณีการดาเนนิ การเกี่ยวกับการจดั ซ้ือจัดจ้าง 4.1 เจ้าหน้าที่ของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ต้องปฏิบัติกฎหมาย ระเบียบ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั การจัดซือ้ จดั จ้างโดยเครง่ ครัด 4.2 ต้องจัดทาคู่มือเก่ียวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และระเบียบท่ีเก่ียวข้อง และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ เจ้าหน้าที่ได้รับทราบอย่างทั่วถึง เพื่อยึดถือเป็นแนวทางการดาเนินการท่ีถูกต้อง และเป็นมาตรฐานความ เข้าใจตรงกันเป็นไปในทิศทางเดียวกันหรือการจัดเป็นหลักสูตรการอบรมให้ความรู้ การบรรจุเป็นหัวข้อการ อบรมในหลกั สตู รตา่ งๆ เพ่ือเสรมิ สร้างความรู้ ความเขา้ ใจใหแ้ กเ่ จา้ หน้าท่ีในองค์กร 5. มาตรการป้องกันกรณีการมีพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านท่ีอาจเกิดผลประโยชนท์ บั ซอ้ น 5.1 ต้องมีการปลูกฝังค่านิยม สร้างจิตสานึกที่ดีให้แก่เจ้าหน้าที่ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 รวมท้ังการสร้างความรู้ความเข้าใจ ความตระหนักรู้ถึงพฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมซึ่งอาจ กอ่ ใหเ้ กิดการขัดกันระหว่างประโยชน์สว่ นบคุ คลกบั ประโยชน์ส่วนรวมในการปฏบิ ัติงาน 5.2 ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าท่ีทุกระดับต้องยึดมั่นในจริยธรรมและยืนหยัดกระทาในสิ่งท่ีถูกต้อง และเปน็ ธรรมตามประมวลจริยธรรมขา้ ราชการพลเรอื น 11 คมู่ อื ปฏบิ ตั ิงานเพ่อื ป้องกนั ผลประโยนท์ บั ซ้อน | สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42
หำกพบเห็นพฤติกรรมทีน่ ำไปสู่กำรเกดิ ผลประโยชน์ทบั ซ้อนจะทำอยำ่ งไร? 1. กรณีทเ่ี กดิ ขนึ้ กับตัวเอง ให้พิจารณาผลลัพธ์ท่ีจะเกิดขึ้นว่า ส่วนรวมเสียผลประโยชน์หรือไม่ หากส่วนรวมเสียผลประโยชน์ ควรหลีกเลี่ยง เช่น หากท่านเป็นคณะกรรมการจัดหาพัสดุ หรือพิจารณาความดีความชอบของบุคคลใกล้ชิด ทา่ นกค็ วรจะถอนตัวจากการเป็นกรรมการหรืองดออกเสียง เน่อื งจากการตัดสนิ ใจอาจมีผลทาให้การพิจารณา เบี่ยงเบน แต่หากเป็นเพียงคนรู้จักกันธรรมดา ท่านควรประกาศให้ทราบว่า ท่านรู้จักกับบุคคลน้ันต่อ คณะกรรมการ ท้ังนี้ เพ่อื แสดงความบริสุทธ์ใิ จของท่านและเพอ่ื ความโปรง่ ใสด้วย 2. กรณีทเี่ กิดขน้ึ กับผรู้ ่วมงานหรอื คนใกลต้ วั ควรให้คาแนะนาดว้ ยการอธิบายถงึ ผลหรือโทษของความขดั แยง้ กนั ระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนและ ผลประโยชนส์ ว่ นรวม รวมทัง้ แนะนาวิธกี ารป้องกัน เพ่ือสร้างความโปรง่ ใสในการปฏบิ ตั งิ าน เม่ือพบกับเหตุการณ์/พฤติกรรม ที่จะมีแนวโน้มทาให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนหรือความขัดแย้งกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม เราพึงเตือนตนเองและผู้ร่วมงานหรือคนใกล้ตัวและ ควรแจ้งว่ามีกฎหมายต่างๆ ที่กากับและควบคุมผู้กระทาและผู้เกี่ยวข้องอยู่หลายฉบับ ซึ่งได้กล่าวมาแล้วน้ัน และควรใช้วิจารณญานในการพิจารณา หากเกิดเหตุขึ้นมาและถูกดาเนินคดี จะทาให้เสียเวลา เสียช่ือเสียงท่ี สั่งสมมาเป็นเวลานาน ไม่คุ้มกับการได้รับผลประโยชน์เพียงเล็กน้อยด้วยความเคยชิน ซ่ึงจะมีกฎหมายต่างๆ ท่เี กีย่ วข้อง ประการสาคญั จะต้อง ๑. ไม่ทจุ ริต คือ ตวั เราไม่ทาทจุ รติ ไมท่ าให้เกิดความผิดพลาด มจี ติ ใจทีส่ จุ ริตเป็นทีต่ ้งั ๒. อย่าให้ผู้อ่ืนสงสัยว่าทุจริต คือ ต้องทางานอย่างรอบคอบ โปร่งใส ไม่มีเงื่อนงา ต้องมีพยาน หลักฐาน เพอ่ื ยืนยันในการทางานทุกครั้ง ๓. อย่าให้คนอื่นทุจริต คือ ต้องป้องกันมิให้ผู้เก่ียวข้องกับเรากระทาการทุจริตแนวทางปฏิบัติเพื่อ ปอ้ งกนั ผลประโยชนท์ บั ซอ้ น เราควรรบั หรือไม่ ถ้าเปน็ การให้เงนิ ท่านต้องปฏเิ สธไมว่ า่ โอกาสใดๆ หรือการรับ เงนิ สด หรือสงิ่ ใดๆ ทส่ี ามารถเปล่ียนเปน็ เงินได้ เช่น ห้นุ พันธบตั ร สลากกินแบ่งรัฐบาลฯลฯ การรับส่ิงเหล่านี้ ล้วนเข้าข่ายการรบั สนิ บน และเป็นการฝา่ ฝืนประมวลจรยิ ธรรม ข้าราชการพลเรอื นทงั้ ส้ิน 12 คมู่ อื ปฏิบัติงานเพอื่ ป้องกนั ผลประโยน์ทับซอ้ น | สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42
1) ชอ่ งทางการรอ้ งเรยี น 1.1 ติดตอ่ ด้วยตนเอง ณ สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต42 1.2 เวบ็ ไซต์ของหนว่ ยงาน http://www.secondary42.obec.go.th 1.3 ทางไปรษณีย์ (จดหมาย / เอกสาร) 1.4 จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์ (E-mail) [email protected] 1.5 โทรศพั ท์ 0 5622 8847 ตอ่ 127 1.6 โทรสาร 0 5622 0231 2) กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน 2.1 การจดั การเรอ่ื งร้องเรียนผ่านชอ่ งทาง 1.1 – 1.6 ไดแ้ ก่ ตดิ ต่อด้วยตนเอง โดยสามารถแจง้ ขอ้ ร้องเรียนได้ที่สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 42 กล่มุ กฎหมายและบังคับคดี ทางไปรษณีย์ โดยส่งมาท่ี สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 เลขท่ี 105/30 หมู่ 10 ตาบลวัดไทร อาเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวดั นครสวรรค์ 60000 เวบ็ ไซต์ของหนว่ ยงาน http://www.secondary42.obec.go.th จดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (E-mail) : [email protected] ทางโทรศัพท์ 0 5622 0231 ต่อ 132 (ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศกึ ษา เขต 42) 0 5622 0231 ต่อ 127 (กล่มุ กฎหมายและบังคบั คดี) ทางโทรสาร 0 5622 0231 ส่งกลุม่ กฎหมายและบังคบั คดี ** กรณีรับเร่ืองร้องเรียนผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนทางโทรศัพท์ เจ้าหน้าที่ท่ีรับเรื่องต้องสอบถาม ข้อมูลของผ้รู อ้ งเรยี น ไดแ้ ก่ (1) ชือ่ – นามสกลุ (2) ทอี่ ยู่ หรอื E-mail หรือหมายเลขโทรศัพท์/มอื ถือ เพอื่ สาหรับติดต่อกลับ 2.2 เจ้าหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมาย ตรวจสอบประเด็นเบื้องต้นและผู้ท่ีเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน สรปุ ข้อมลู การรอ้ งเรยี นส่งเรื่องให้กลุ่มกฎหมายและบังคบั คดีเพอ่ื ดาเนนิ การทนั ที 2.3 กลุ่มกฎหมายและบังคับคดี ลงทะเบียนรับเรอื่ ง และเสนอผู้บริหารเพื่อพิจารณาสั่งการ 3) กระบวนการแก้ไขปัญหา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบและ แจ้งมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ผู้ร้องทราบภายใน 30 วัน กรณีมีมูลว่ากระทาผิดวินัยจะ ดาเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 กรณี เป็นการกระทาความผิดท่ีอยู่ในอานาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นก็ให้ส่งเร่ืองให้หน่วยงานท่ีมีอานาจดาเนินการ ต่อไป 13 คู่มอื ปฏิบตั ิงานเพื่อปอ้ งกนั ผลประโยน์ทบั ซอ้ น | สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42
บทสรปุ หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมเป็นรากฐานของการบริหารงานภาครัฐที่ดี เจ้าหน้าท่ี ทุกหน่วยงาน ถูกคาดหวัง ไมใ่ ห้แสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบใดๆ อันเน่ืองจากการดารงตาแหนง่ และถูกคาดหวังให้ปฏิบัติ หน้าที่และตัดสินใจโดยปราศจากอคติ ควรมีขอบเขตในการรับของขวัญหรือผลประโยชน์เสมอ เพื่อป้องกัน ความเสย่ี งต่อการทจุ รติ และทาลายชอื่ เสยี งของตนเองและองค์กร การใช้หลักธรรมาภิบาลทาให้องค์กรสามารถเพ่ิมประสิทธิภาพการบริหารงานได้ อีกท้ังยังเป็นกลไก ในการควบคุมและตรวจสอบ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผู้ท่ีเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ท้ังน้ีเพ่ือป้องกันไม่ให้เกิด ความเสียหายแก่การบริหารองค์กร เพราะการสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นในองค์กรเป็นการสร้างสานึกที่ดี ในการบริหารงานและการทางานในองค์กร และจัดระบบท่ีสนับสนุนให้มีการปฏิบัติตามสานึกท่ีดีในการ บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ 14 คูม่ ือปฏบิ ัติงานเพอื่ ปอ้ งกันผลประโยน์ทับซอ้ น | สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 42
บรรณานุกรม สำนักงำนคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจรติ แหง่ ชำติ, แก้ทจุ ริตคดิ ฐำนสอง. นนทบรุ ี สำนกั งำนคณะกรรมกำรพัฒนำกำรเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชำติ, ค่มู อื กำรป้องกนั ผลประโยชน์ทับซอ้ น. นนทบรุ ี สำนักงำนบรหิ ำรและพฒั นำองค์ควำมรู้ (2560), ค่มู ือกำรบริหำรจดั กำรผลประโยชนท์ บั ซอ้ น. กรุงเทพฯ สำนักงำนเศรษฐกจิ อุตสำหกรรม (2560), คู่มือและมำตรกำรปอ้ งกันผลประโยชนท์ บั ซ้อน. กรงุ เทพ ฯ สำนกั งำนเขตพน้ื ที่กำรศึกษำมธั ยมศกึ ษำ เขต 42 (2562), คูม่ ือกำรป้องกันผลประยชน์ทับซอ้ น. นครสวรรค์ 15 คู่มือปฏบิ ตั ิงานเพือ่ ปอ้ งกันผลประโยน์ทับซอ้ น | สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา เขต 42
ทป่ี รกึ ษา นายกฤษฏ์ิอธปิ ชุตินธรากร รกั ษาราชการแทน ผู้อานวยการสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 42 นายอภเิ ชษฐ์ ฉิมพลีสวรรค์ รองผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 42 คณะทำงำน นายสายชล ทองฤทธิ์ ผู้อานวยการกลมุ่ นเิ ทศติดตามและประเมินผล นางเพ็ญจันทร์ บวั แก้ว ผู้อานวยการกลุ่มอานวยการ นางอิสรยิ า พันธเุ์ ขตกิจ ผู้อานวยการกลุ่มสง่ เสริมการจัดการศึกษา นางนัยนา จันทา ผู้อานวยการกลมุ่ นโยบายและแผน นางนนั ทนา อนุ่ ทิวากร ปฏบิ ัติหนา้ ทผี่ อู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานการเงินและสินทรัพย์ นางสาวกุลธดิ า ศรสี งิ ห์ ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล นางสาววรัญตรา แก้วสนิ ชัย ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ผู้อานวยการกล่มุ พฒั นาบุคลากร นางสาวรังสิมา ภแู่ ปลง ปฏิบัตหิ น้าที่ผู้อานวยการกลุ่มกฎหมายและบังคบั คดี นายธนพล พงศ์พฒั นศิริ ปฏบิ ัติหนา้ ที่ผอู้ านวยการกลมุ่ สง่ เสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร นางขนษิ ฐา บรรเลงกลอง ปฏิบตั ิหน้าท่ีผอู้ านวยการหน่วยตรวจสอบภายใน ผูจ้ ัดทำ นางขนิษฐา บรรเลงกลอง ปฏิบัติหนา้ ที่ผอู้ านวยการหน่วยตรวจสอบภายใน 16 คมู่ อื ปฏบิ ตั งิ านเพื่อป้องกันผลประโยนท์ ับซ้อน | สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เขต 42
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: