ก
2 คำนำ ด้วย กศน.ตำบลแก้มอ้น ได้ดำเนินกำรจัดทำภูมิปัญญำในท้องถ่ิน ให้กับประชำชนในพื้นที่ตำบล แก้มอ้น เพื่อเพิ่มพูนควำมรู้ซึ่งควำมรู้และทักษะกำรในกำรดำเนินชีวิตแบบพอเพียง สำมำรถเรียนรู้และฝึกฝน ไดท้ ัง้ จำกกำรศึกษำดว้ ยตนเองและรับกำรถำ่ ยทอดจำกคนอ่ืน กำรนำภูมปิ ัญญำมำเผยแพร่เพ่ือใหป้ ระชำชนใน พื้นท่ีได้นำไปใช้และเรียนรู้เพ่ือเพิ่มอำชีพและประสบกำรณ์ให้กับตนเองและครอบครัว ให้มีกำรเจริญเติบโต อย่ำงต่อเน่ืองและเกื้อกูลในกำรผลิตซึง่ กันและกัน โดยกำรใช้ทรัพยำกรที่มีอยูใ่ ห้เกิดประโยชน์และไม่มีสำรพิษ เช่น ดิน น้ำ แสงแดดอย่ำงเหมำะสมเกิดประโยชน์สูงสุด มีควำมสมดุล ของสภำพแวดล้อมอย่ำงต่อเน่ืองและ เกิดผลในกำรเพ่ิมพูนควำมอุดมสมบูรณ์ของทรัพยำกร ธรรมชำติด้วย กศน.ตำบลแก้มอ้น ได้จัดทำรำยงำน รูปเล่มเพ่ือแสดงผลกำรจัดกิจกรรมให้ผู้ท่ีสนใจได้เห็นผลสัมฤทธ์ิอย่ำงชัดเจน และสำมำรถนำไปใช้ใน ชวี ติ ประจำวนั ได้ กศน.ตำบลแก้มอ้น ธันวำคม 2562
สำรบัญ 3 คำนำ หน้ำ สำรบัญ กศน.ตำบลแก้มอ้น 1 4 - คลงั ปญั ญำ กำรปลกู หน่อไมฝ้ รั่ง : คุณสำยพณิ คำจู 7 - คลังปัญญำ กำรปลูกมะลิ : คุณรัชนก จนั ทรภ์ มู ิ 9 - คลงั ปญั ญำ กำรทำขนมไทย : คุณประคอง บญุ รัตน์ คณะผจู้ ดั ทำ
1 แบบบนั ทึกชุดข้อมูลคลังปัญญำ-ภมู ปิ ัญญำท้องถ่ิน ตำบลแกม้ อ้น อำเภอ จอมบึง จงั หวัด รำชบรุ ี ช่ือภูมิปัญญำ กำรปลูกหนอ่ ไมฝ้ รั่ง ชอื่ นำงสำวสำยพิณ นำมสกลุ คำจู วันเดอื นปีเกิด 24 ธันวำคม 2518 ที่อย่ปู จั จบุ นั (ทสี่ ำมำรถติดต่อได้) บ้ำนเลขท่ี 55 หมู่ที่ 14 ตำบล/แขวง แก้มอน้ อำเภอ/เขต จอมบึง จงั หวดั รำชบรุ ี รหัสไปรษณยี ์ 70150 .โทรศพั ท์ 0928742362 Line ID 0928742362 Facebook สำยพิณ คำจู ควำมเปน็ มำของบุคคลคลงั ปญั ญำ นำงสำวสำยพิณ คำจู คือผู้ที่เรียนรู้จำกครอบครัวมีอำชีพด้ำนเกษตรกรรม ทำนำ ทำไร่ เลี้ยง สัตว์โดยได้กำรเกษตรแบบท่ัวไป ตำมฤดู กำรเกษตรท่ีขำดทุน และต้องคอย รำคำจำกพ่อค้ำคนกลำง รำยได้จำกพชื และผลผลิตเปน็ รำยปี ซึ่งไม่พอกบั คำ่ ใช้จำ่ ยที่ต้องมีทุกวัน ประกอบกับนำงสำวสำยพิณ คำจู ได้เป็นอสม. มีควำมสนใจเกี่ยวกับกำรปลูกหน่อไม้ฝร่ัง ได้ศึกษำหำควำมรู้เกี่ยวกับปลูกหน่อไม้ฝร่ังในพ้ืนที่ ของตนเอง ผสมผสำนกับกำรนำควำมรทู้ ี่ได้จำกหน่วยงำนรัฐมำประยกุ ต์ใชใ้ นกำรพฒั นำ จุดเด่นของภมู ิปัญญำ จุดเด่นของภมู ิปญั ญำท้องถน่ิ - เป็นสถำนทถ่ี ำ่ ยทอดควำมรู้ - จุดเด่นของเกษตรกรรำยน้ีคือ เพ่ือให้ใช้แรงงำนในครอบครัวได้และเป็นรำยได้ทุกวัน จะเน้น ปลูกสวนป่ำและหน่อไม้ฝร่ังที่ไม่ต้องกำรกำรดูแลมำกนัก ส่วนนี้จะเป็นรำยได้รำยเดือน และ เน้นกำรผลติ ในเชงิ คณุ ภำพมำกกวำ่ ปรมิ ำณซ่ึงเป็นสิง่ ท่ถี ูกต้อง แตย่ งั เป็นทน่ี ำ่ เสยี ดำยทีท่ ำงผู้รับ ซื้อไม่ได้คิดรำคำหน่อไม้อินทรีย์ให้ เพรำะผู้รับซื้อไม่ได้เน้นที่เกษตรอินทรีย์ แต่ก็ยืนยันที่จะทำ เป็นแปลงเกษตรอนิ ทรีย์ เน่ืองจำกควำมปลอดภัยในกำรทำงำน - รูปแบบในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ฝึกปฏิบัติในพ้ืนท่ีจริงประโยชน์ที่ได้จำกภูมิปัญญำคือสำมำรถ นำไปปฏบิ ัตจิ รงิ ได้ - เป็นสถำนทถ่ี ่ำยทอดควำมรู้ - เปน็ แหล่งศึกษำดงู ำน - เปน็ แหลง่ ฝกึ ทดลองทำงำนด้ำนเศรษฐกิจพอเพียง วตั ถุดบิ ทีใ่ ชป้ ระโยชน์ในผลิตภัณฑ์ทเ่ี กิดจำกภูมิปญั ญำ ซึง่ พื้นท่อี นื่ ไม่มี - กำรใช้ป๋ยุ คอกในกำรปลกู หน่อไมฝ้ ร่งั - กำรใช้ปยุ๋ น้ำชีวภำพ แทนกำรใช้สำรเคมีทม่ี ีอนั ตรำย - หำเศษใบไม้ใบหญ้ำหรือเศษฟำงเก่ำๆ ผุๆเปื่อยๆใส่รองก้นหลุม อัดให้แน่นหนำเพื่อให้ช่วยซับ นำ้ ทีร่ ดลงไปเก็บไว้ ใหม้ คี วำมชมุ่ ช้นื รำยละเอียดของภมู ิปัญญำทอ้ งถิ่น - รูปแบบในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ด้ำนกำรศึกษำดูงำน ด้ำนกำรอบรมให้ควำมรู้ ฝึกปฏิบัติ ในพนื้ ท่จี ริงประโยชน์ทไ่ี ด้จำกภูมปิ ญั ญำคอื สำมำรถนำไปปฏบิ ตั จิ รงิ ได้ -
2 รูปแบบและลักษณะกำรถำ่ ยทอด กำรประชำสัมพันธ์ เผยแพรภ่ มู ปิ ัญญำท้องถน่ิ ยังไมเ่ คยมกี ำรเผยแพร/่ ใช้เฉพำะบคุ คล เคยเผยแพรเ่ ฉพำะในชุมชน มกี ำรเผยแพรผ่ ำ่ นส่ือมวลชนและส่อื อน่ื อย่ำงแพร่หลำย มกี ำรดูงำนจำกบคุ คลภำยนอก จำนวน .......ครง้ั จำนวน............คน มกี ำรนำไปใช้ อื่นๆ (ระบุ) ลักษณะของภูมิปัญญำท้องถิ่น กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณค่ำ (มูลค่ำ) และ ควำมภำคภูมใิ จ ภูมิปญั ญำทอ้ งถนิ่ /นวัตกรรมที่คดิ ค้นข้ึนมำใหม่ ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถนิ่ ดัง้ เดิมได้รับกำรถำ่ ยทอดมำจำก ภมู ิปัญญำท้องถิน่ ท่ีไดพ้ ัฒนำและต่อยอด แบบเดิมคือ กำรปลูกมะนำวแบบไม่มีกำรนำเศษใบไม้หรือหญ้ำรองก้นหลุม และไม่มีกำรวัด ระยะห่ำงท่เี หมำะสมกบั กำรเจริญเติบโตของต้น
3 รปู ภำพเจ้ำของภูมปิ ญั ญำ นำงสำวสำยพณิ คำจู (เจ้ำของภูมปิ ัญญำเกษตรกำรปลกู หน่อไมฝ้ รง่ั ) เมลด็ หน่อไม้ฝร่ัง ตน้ หนอ่ ไม้ฝร่งั แปลงปลูกหนอ่ ไมฝ้ ร่งั
4 แบบบันทกึ ชดุ ขอ้ มูลคลังปญั ญำ-ภูมปิ ัญญำทอ้ งถนิ่ ตำบล แกม้ อน้ อำเภอ จอมบึง จงั หวดั รำชบุรี ช่ือภมู ปิ ัญญำ กำรปลูกมะลิ ช่ือ นำงสำวรัชนก นำมสกุล จนั ทร์ภูมิ วันเดอื นปเี กิด 7 มกรำคม 2519 ท่อี ยปู่ ัจจุบนั (ทีส่ ำมำรถติดต่อได้) บำ้ นเลขที่ 53 หมทู่ ่ี 14 ตำบล/แขวง แก้มอ้น อำเภอ/เขต จอมบึง จงั หวัด รำชบรุ ี รหสั ไปรษณยี ์ 70150 โทรศัพท์ 0845700175 Line ID0845700175 Facebook รชั นก จันทร์ภมู ิ ควำมเป็นมำของบคุ คลคลงั ปัญญำ หลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฏีใหม่ คือภูมิปัญญำท่ีสืบทอดมำต้ังแต่สมัย บรรพบรุ ษุ ซ่ึงแต่ละครัวเรอื นไดท้ ำกนั มำอย่ำงสม่ำเสมอ สมัยนีก้ ็ยังคงมใี หเ้ ห็นอยู่มำกท้ังในรูปแบบครวั เรือน และกลุ่มของหมู่บ้ำน คุณรัชนก จันทร์ภูมิ เน่ืองจำกครอบครัวมีอำชีพด้ำนเกษตรกรรม ทำนำ ทำไร่ เลี้ยง สัตว์โดยได้กำรเกษตรแบบท่ัวไป ตำมฤดู กำรเกษตรท่ีขำดทุน และต้องคอย รำคำจำกพ่อค้ำคนกลำง รำยได้จำกพชื และผลผลติ เป็นรำยปี ซึง่ ไม่พอกบั คำ่ ใช้จ่ำยท่ีตอ้ งมีทุกวัน จึงไดม้ กี ำรนำพ้ืนทส่ี ่วนทเี่ หลือจำก กำรปลูกผัก จึงทำกำรปลูกมะลิเพ่ือที่จะได้ช่วยให้ครอบครัวมีรำยได้เสริมจำกกำรที่ได้จำกกำรขำยผักให้กับ พ่อค้ำคนกลำงที่ให้รำคำต่ำ ประกอบกับ คุณรัชนก จันทร์ภูมิ มีโอกำสได้ศึกษำดูงำนกับหน่วยงำนรำชกำร ดำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง ซ่ึงในกำรศึกษำดูงำนแตล่ ะครั้งได้นำมำเปรียบเทียบ กำรทำเกษตรของหมูบ่ ้ำน และ รำยได้ที่สำมำรถทำได้ทุกวัน กำรเพิ่มมูลค่ำให้กับสินค้ำเกษตรในกำรแปรรูป กำรปลูกพืชท่ีหลำกหลำยที่ สำมำรถสร้ำงรำยได้ตลอดปีจำกประสบกำรณ์ในกำรดำเนินงำนและกำรฝึกอบรม กำรทำเศรษฐกิจพอเพียง ช่วงแรก ก็มีปัญหำมำกในกำรเริ่มต้น แต่ได้รับกำรสนับสนุนจำกหลำยๆ ด้ำน หลำยๆ หน่วยงำน ท่ีให้ โอกำสในกำรฝึกอบรม กำรศึกษำดูงำน ทำให้กำรทำงำนต่อเนื่อง และมีแรงใจในกำรพัฒนำ เป็นที่ ถ่ำยทอดควำมรู้ ปัจจบุ นั มรี ำยไดใ้ นแปลงเศรษฐกจิ พอเพียงตลอดปี จุดเด่นของภูมปิ ัญญำท้องถ่ิน - เปน็ สถำนทถี่ ำ่ ยทอดควำมรู้ มะลิปลูกใหม่ได้ให้น้ำทุกวันในตอนเช้ำหรือได้รับน้ำอย่ำงพอเพียง กำรปลูกต้นฤดูฝนก็ให้ได้รับน้ำ จำกน้ำฝน จัดกำรแปลงปลูกให้ระบำยน้ำได้ดี ไม่ให้น้ำขังแฉะ เพรำะจะทำให้ต้นมะลิใบเหลือง ต้นแคระ แกรน็ และตำย เม่ือตน้ มะลิเจริญเติบโตดี ไดใ้ หน้ ำ้ วนั ละครั้ง หรอื 2 วัน ตอ่ ครั้ง หรอื ดูควำมช่มุ ชน้ื ในดินก่อน ให้น้ำ พรวนหรือเกลย่ี ดนิ กลบ ได้ใส่ปุย๋ สตู ร 16-16-16 ในอตั รำ 1 ชอ้ นโต๊ะ ต่อตน้ โดยหวำ่ นให้กระจำยรอบ ทรงพุ่ม พรวนหรือเกลี่ยดินกลบ และหลังจำกนัน้ อีกรำว 40 วัน ได้ใส่ปุ๋ยคอกแห้งหรอื ปุ๋ยหมัก 1/2 กิโลกรัม ตอ่ ต้น หว่ำนใหก้ ระจำยรอบทรงพุ่ม พรวนหรอื เกล่ยี ดินกลบ จำกนน้ั ไดใ้ ส่ปยุ๋ เดือนละคร้ัง ทกุ ครง้ั หลังกำรใส่ ปุ๋ยได้ให้น้ำแต่พอชุ่ม ต้นมะลิก็จะเจริญเติบโตได้ดีศัตรูพืช ถ้ำตรวจพบว่ำมีเพลี้ยไฟ ตั๊กแตน หรือหนอนเจำะ ดอกมะลิ เข้ำทำลำยไม่มำกก็จับหรือตัดก่ิงออกไปทำลำยท้ิง หรือถ้ำจำเป็นก็ฉีดพ่นสำรสะเดำป้องกันกำจัด เป็นวิธีท่ีทำให้ลดต้นทุนกำรผลิตและไม่มีสำรเคมีตกค้ำงอยู่ในดอกมะลิ ทำให้ผู้ปลูกและผู้บริโภคได้ใช้ ประโยชน์จำกดอกมะลิมคี ุณภำพปลอดภยั กำรเกบ็ เก่ียว เมอื่ ปฏบิ ตั ิดูแลบำรงุ รกั ษำไดด้ ี ตน้ มะลิกเ็ จริญเติบโต สมบูรณ์ หลงั จำกปลูกในรำว 6 เดอื นขนึ้ ไป ก็เร่มิ เก็บเกี่ยว วิธกี ำรเกบ็ ได้เก็บเวลำเช้ำ แดดไมร่ ้อน ดอกไม่ช้ำ ด้วยกำรใช้น้ิวมือเด็ดดอกตูมโตเต็มที่ สีขำวนวลท่ีตรงบริเวณก้ำนดอกใต้กลีบเลยี้ งให้ขำดออกมำวำงใส่ในถงุ ผ้ำยำ่ ม นำไปรวบรวมใสถ่ ุงพลำสติกสะอำด ถำ้ เกบ็ ในกลอ่ งโฟมที่มนี ำ้ แข็งเกล็ดรองพนื้ และโรยปิดทับจะช่วย ให้ดอกมะลมิ คี วำมสดไดน้ ำนก่อนนำส่งขำยเป็นแหลง่ ฝกึ ทดลองทำงำนดำ้ นเศรษฐกิจพอเพียง
5 จุดเด่นของภมู ิปญั ญำท้องถิ่น - เปน็ สถำนท่ถี ำ่ ยทอดควำมรู้ - รูปแบบในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริงประโยชน์ท่ีได้จำกภูมิปัญญำคือสำมำรถ นำไปปฏบิ ตั ิจรงิ ได้ - เป็นสถำนทถ่ี ำ่ ยทอดควำมรู้ - เปน็ แหลง่ ศกึ ษำดงู ำน - เปน็ แหลง่ ฝึกทดลองทำงำนด้ำนเศรษฐกิจพอเพียง วตั ถุดิบทีใ่ ช้ประโยชนใ์ นผลิตภณั ฑ์ทีเ่ กดิ จำกภมู ิปัญญำ ซึง่ พน้ื ท่อี ื่นไม่มี - กำรใช้ปยุ๋ คอกในกำรปลูกมะลิ - กำรใช้ปยุ๋ นำ้ ชวี ภำพ แทนกำรใช้สำรเคมที ม่ี ีอนั ตรำย - หำเศษใบไม้ใบหญ้ำหรือเศษฟำงเก่ำๆ ผุๆเป่ือยๆใส่รองก้นหลุม อัดให้แน่นหนำเพ่ือให้ช่วยซับ น้ำทร่ี ดลงไปเก็บไว้ ใหม้ คี วำมช่มุ ชนื้ รำยละเอยี ดของภมู ปิ ญั ญำท้องถิน่ - รูปแบบในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ด้ำนกำรศึกษำดูงำน ด้ำนกำรอบรมให้ควำมรู้ ฝึกปฏิบัติ ในพน้ื ที่จริงประโยชนท์ ไ่ี ดจ้ ำกภมู ปิ ญั ญำคือสำมำรถนำไปปฏิบัติจริงได้ รปู แบบและลกั ษณะกำรถำ่ ยทอด กำรประชำสัมพันธ์ เผยแพรภ่ มู ิปัญญำทอ้ งถน่ิ ยังไมเ่ คยมีกำรเผยแพร/่ ใชเ้ ฉพำะบคุ คล เคยเผยแพร่เฉพำะในชมุ ชน มีกำรเผยแพร่ผ่ำนส่ือมวลชนและสือ่ อ่นื อย่ำงแพร่หลำย มีกำรดงู ำนจำกบุคคลภำยนอก จำนวน .......คร้งั จำนวน............คน มกี ำรนำไปใช้ อ่นื ๆ (ระบุ) ลักษณะของภูมิปัญญำท้องถ่ิน กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณค่ำ (มูลค่ำ) และ ควำมภำคภมู ใิ จ ภมู ปิ ญั ญำทอ้ งถิ่น/นวัตกรรมทีค่ ดิ ค้นข้ึนมำใหม่ ภมู ิปญั ญำทอ้ งถน่ิ ด้งั เดิมได้รับกำรถ่ำยทอดมำจำก ภมู ิปญั ญำท้องถิ่นท่ไี ดพ้ ฒั นำและตอ่ ยอด แบบเดิมคือ กำรปลูกมะนำวแบบไม่มีกำรนำเศษใบไม้หรือหญ้ำรองก้นหลุม และไม่มีกำรวัด ระยะหำ่ งที่เหมำะสมกับกำรเจรญิ เติบโตของตน้
6 รปู ภำพเจ้ำของภมู ปิ ญั ญำ นำงสำวรชั นก จนั ทร์ภมู ิ (เจำ้ ของภูมิปญั ญำเกษตรกำรปลูกมะลิ) แปลงกำรปลกู มะลิ
7 แบบบันทึกชุดข้อมลู คลงั ปญั ญำ-ภมู ิปัญญำท้องถ่ิน ตำบล แก้มอ้น อำเภอ จอมบึง จงั หวดั รำชบรุ ี ชื่อภูมิปัญญำ ประเพณีกำรทำเสนเรือน (เลย้ี งผบี รรพบรุ ุษ) ชอื่ นำงประคอง นำมสกุล บุญรัตน์ วนั เดือนปีเกิด 16 มีนำคม 2514 ทอี่ ยู่ปัจจบุ ัน (ที่สำมำรถติดต่อได้) บำ้ นเลขที่ 98/2 หมู่ที่ 2 ตำบล/แขวง แก้มอน้ อำเภอ/เขต จอมบึง จงั หวัด รำชบุรี รหสั ไปรษณีย์ 70150 โทรศพั ท์ 0878263933 Line ID 0878263933 Facebook บุญประคอง บญุ รตั น์ ควำมเปน็ มำของบุคคลคลงั ปญั ญำ พิธีเสนเรือนเป็นประเพณีเก่ียวกับควำมเช่ือในเร่ืองของผี วิญญำณ บรรพบุรุษของชำวไทยทรงดำ บ้ำนของนำงประคอง บญุ รัตน์ ม.2 ตำบลแกม้ อ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดรำชบุรี ซ่งึ เป็นพธิ ีกรรมท่ีจัดขึ้นเพ่ือ เซ่นผีเรือน ได้แก่ ผีพ่อแม่ ปู่ย่ำ ตำยำย ที่ล่วงลับไปแล้ว และได้ทำพิธีอัญเชิญมำไว้บนเรือน โดยจัดให้อย่มู มุ ห้อง ๆ หนึ่ง ทำงหัวสกัดของบ้ำนเป็นกำรสมมติไม่มีกระดูกและสัญลักษณ์ใด ๆ ว่ำเป็นผีตนใด เป็นที่ว่ำง เปล่ำ ตรงนั้นจะเรียกว่ำ \"กะล้อห้อง” ซึ่งแปลว่ำมุมห้อง ตำมปกติท่ีตรงนั้นจะมีถ้วยชำมและแก้วน้ำตั้งอยู่ และข้ำงฝำบริเวณนั้นจะเจำะเป็นรูกลมเท่ำไข่เป็ดลอดไว้ด้วย พิธีเสนเรือนนิยมทำกันเป็นประจำแต่ละบ้ำน ทุกปีหรือ ๒-๓ ปีครั้งหนึ่ง เพ่ือให้ผีเรือนของตนได้มำรับเคร่ืองเซ่นไหว้จำกลูกหลำน เป็นกำรแสดงออกซึ่ง ควำมกตัญญู ระลึกถึงพระคุณของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว เชื่อกันว่ำเมื่อได้จัดพิธีเซ่นไหว้ผีเรือนแล้วผี เรือนจะปกป้องคมุ้ ครองรักษำตนและครอบครัวให้มีควำมสุขเจรญิ ก้ำวหน้ำทำมำค้ำขึน้ จดุ เดน่ ของภูมิปัญญำท้องถิ่น พิธีเสนเรือนกระทำในเดือนใดก็ได้ ยกเว้นเดือน ๙ และเดือน ๑๐ ท้ัง ๒ เดือนน้ี เพรำะถือกันว่ำผี เรือนไม่อยู่บ้ำนไปเฝ้ำเทวดำ ดังคำกล่ำว \"เดือนสิบเดือนเก้ำผีเฮือนต่ำงไปเฝ้ำแถน” ดังนั้น กำรทำพิธีเสน เรือนในระยะ ๒ เดือนนี้ จึงไม่บังเกิดผลใด ๆ โดยปกติแล้วมักทำกันในระยะท่ีวำ่ งจำกกำรทำนำ แต่ในเดือน ๕ ไมน่ ิยมทำเพรำะช่วงดงั กลำ่ วนเี้ ป็นหน้ำแลง้ ไม่ค่อยมคี วำมอุดสมสมบูรณ์ในเรอ่ื งข้ำวปลำอำหำรและผลไม้ กำรงดเว้นไม่จัดทำพิธีเสนเรือนน้ัน อำจทำให้ผีเรือนของตนอดอยำก และในท่ีสุดผีเรือนอำจก่อควำม เดือดร้อนใหต้ นและคนท่อี ยู่ในครอบครวั ได้ ดงั น้นั ทำงทด่ี จี ึงควรทำพิธีเสนเรือนสักครั้งหนงึ่ ในรอบปี หรือ ๒- ๓ ปี ผีในตระกูลเดียวกันเรียกว่ำ \"สิ่ง” เดียวกัน ผีเรือน คือ ผีที่ตำยในบ้ำนน้ัน เช่น แก่ตำย และตำยดีไม่ใช่ ตำยโหง ผตี ำยเพรำะอบุ ตั เิ หตุเรียกว่ำตำยโหงจะไม่นำมำเปน็ ผเี รอื น ผที ่ีตำยในบำ้ นหลงั จำกทเ่ี ผำศพแลว้ จะมี กำรทำพิธีอัญเชิญวิญญำณให้มำอยู่บนบ้ำน เรียกว่ำพิธีเรียกผีขึ้นเรือน ทุกบ้ำนจะมีรำยช่ือของผู้ตำยห รือ บญั ชีของผปี ระจำเรือนไว้เรียกว่ำ \"ปบั๊ ผเี ฮอื น” ในวนั เสนเรอื นหมอเสนจะนำปั๊บผีเรือนมำอ่ำนรำยช่ือผีเรือน เพื่อเชิญมำให้รับของเซ่นไหว้ทีละ ๑ ตน ห้องผีเรือนน้ีปกติเจ้ำของบ้ำนจะระวังมิให้บุคคลภำยนอกซ่ึงไม่ได้ รับอนุญำตเข้ำไป ถ้ำเผลอเข้ำไปโดยท่ีเจ้ำของบ้ำนมิได้บอกกล่ำวผีเรือนถือว่ำเป็นกำรผิดผี เจ้ำของบ้ำนอำจ ได้รับเครำะห์เอง กำรประกอบพิธีเสนเรือนมีขั้นตอน ดังนี้ เร่ิมจำก นำส่วนท่ีสำคัญของหมู เช่น หัวหมู ซีโ่ ครงหมู ขำหมู (หน้ำ-หลงั ) หำงหมู มำตม้ ให้สุกทั้งตวั และมำประกอบกันให้เป็นตัวหมู แล้วใสไ่ ว้ใน \"ปำน เผือน” (ภำชนะจักสำนคล้ำยกระจำด) เพ่ือทำพิธีเซ่นไหว้ โดยนำไปวำงไว้ที่ห้องผีเรือน กำรดำเนินกำรจะ เป็นหน้ำท่ีของหมอเสน นอกจำกหมูแล้ว อำหำรที่นำไป เซ่นไหว้ท่ีสำคัญประกอบด้วย ขนมต่ำงๆ ได้แก่ ข้ำวต้มมัด มันต้ม เผือกต้ม และผลไม้ ตำมฤดูกำล ส่วนของคำว จะประกอบด้วย ไก่ต้ม หรือไก่ซ้อง ท่ีต้อง ต้มให้สุกทั้งตัว ปลำช่อนย่ำง ๑ ตัว แกงบอน แกงหน่อไม้ดอง ต้มกระดูกหมูใส่หน่อไม้ดอง ลำบเลือด ที่ขำด ไม่ได้คือ ขนมจีนน้ำยำ นำอำหำรทุกอย่ำงใส่ไว้ท่ีปำนเผือน เพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ พร้อมกับหมูที่เตรียมไว้
8 จำกน้ันลูกหลำนก็จะยกปำนเผือน ทใี่ ส่อำหำรไว้เขำ้ ไว้ในห้องผี เพื่อทำพิธเี ซน่ ไหว้ต่อไป นอกจำกอำหำรแล้ว จะมีเหล้ำอีก ๑ ขวด ในกำรเซ่นไหว้ ในพิธีกำร หมอเสนจะให้ลูกหลำนยกปำนเผือนขึ้นเหนือหัว แล้วกล่ำว ตำมหมอเสน โดยเรียกและกล่ำวช่ือของบรรพบุรุษให้มำกินอำหำรที่ลกู หลำนได้นำมำเซ่นไหว้ และหำกมีสิ่ง ใดท่ีลูกหลำนได้กระทำผิดก็จะมีกำรกล่ำวคำขอโทษด้วย หลังจำกพิธีกำรผ่ำนไป ๑ ช่ัวโมง หมอเสนก็จะมี กำรบอกกล่ำวกับบรรพบุรุษอีกคร้ังว่ำ หลังจำกบรรพบุรุษได้กินอิ่มแล้ว จะนำปำนเผือนท่ีมีอำหำรน้ีไปให้ ลกู หลำนได้กินกัน เพอื่ เป็นสริ มิ งคลแก่ลูกหลำนต่อไป ท่ีสำคัญพธิ แี ละประเพณนี จ้ี ะต้องเชิญเพ่ือนบำ้ นท่ีเป็น ไทยทรงดำมำกนิ อำหำรด้วย จดุ เดน่ ของภูมิปญั ญำท้องถิ่น - เปน็ สถำนท่ถี ำ่ ยทอดควำมรู้ - รูปแบบในกำรถ่ำยทอดควำมรู้ ฝึกปฏิบัติในพ้ืนที่จริงประโยชน์ที่ได้จำกภูมิปัญญำคือสำมำรถ นำไปปฏิบตั ิจรงิ ได้ - เปน็ สถำนท่ีถ่ำยทอดควำมรู้ วัตถุดิบทใี่ ช้ประโยชน์ในผลติ ภัณฑ์ทเ่ี กิดจำกภูมิปัญญำ ซ่ึงพน้ื ทอี่ ่นื ไม่มี - เป็นประเพณีบรรพบรุ ษุ ต้นตระกลู รำยละเอียดของภูมปิ ัญญำท้องถ่นิ - รูปแบบในกำรถำ่ ยทอดควำมรู้ เป็นกำรถำ่ ยทอดประเพณีของบรรพบุรษุ รูปแบบและลกั ษณะกำรถ่ำยทอด กำรประชำสมั พันธ์ เผยแพร่ภูมปิ ญั ญำท้องถ่ิน ยังไม่เคยมกี ำรเผยแพร/่ ใช้เฉพำะบุคคล เคยเผยแพรเ่ ฉพำะในชุมชน มีกำรเผยแพรผ่ ่ำนสือ่ มวลชนและส่ืออน่ื อยำ่ งแพร่หลำย มีกำรดูงำนจำกบุคคลภำยนอก จำนวน .......คร้งั จำนวน............คน มีกำรนำไปใช้ อ่นื ๆ (ระบ)ุ ลักษณะของภูมิปัญญำท้องถ่ิน กำรพัฒนำต่อยอดภูมิปัญญำให้เป็นนวัตกรรม คุณค่ำ (มูลค่ำ) และ ควำมภำคภมู ใิ จ ภูมิปญั ญำท้องถิ่น/นวตั กรรมท่ีคดิ ค้นข้ึนมำใหม่ ภมู ปิ ญั ญำท้องถนิ่ ด้ังเดิมไดร้ ับกำรถ่ำยทอดมำจำก ภมู ิปัญญำท้องถิน่ ที่ได้พฒั นำและตอ่ ยอด แบบเดิมคือ กำรปลูกมะนำวแบบไม่มีกำรนำเศษใบไม้หรือหญ้ำรองก้นหลุม และไม่มีกำรวัด ระยะห่ำงท่ีเหมำะสมกับกำรเจรญิ เตบิ โตของต้น
9 รูปภำพเจำ้ ของภมู ิปญั ญำ นำงประคอง บญุ รัตน์ (ภูมิปญั ญำทำงดำ้ นกำรสบื ทอดประเพณีของไทยทรงดำ) ประเพณีกำรทำพิธีเสนเรอื น (เล้ียงผบี รรพบุรุษ)
คณะผ้จู ดั ทำ 10 ท่ีปรกึ ษำ แจ้งหมืน่ ไวย์ ผอ.กศน.อำเภอจอมบึง นำยนพรตั น์ ศรพี รหมทอง ครูผู้ชว่ ย นำงศนั สุนยี ์ ครู กศน.ตำบลแก้มอ้น ร่ำง/เรียบเรียงและจดั พิมพ์ นำงสำวสมจติ ประเสรฐิ ขจรสุข
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: