Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน

วิจัยในชั้นเรียน

Published by tachinee sukrak, 2021-05-27 13:38:27

Description: วิจัยในชั้นเรียน

Search

Read the Text Version

ภาคผนวก

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 3 วชิ าการงานอาชีพพ้ืนฐาน เวลา 4 ชั่วโมง เร่อื งการพฒั นาการสง เสรมิ สุขภาพของนักเรยี นที่มีภาวะโภชนาการเกิน สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด อาหารมีประโยชนต อ รา งกาย จงึ ตองเลอื กบริโภคอาหารใหเ หมาะสมกบั วยั โดยคำนึงถงึ ความประหยดั และ คณุ คาทางโภชนาการ ตัวช้วี ดั /จุดประสงคการเรียนรู 2.1 ตัวชว้ี ัด ง 4.1 ม.3/2 วิเคราะหป ญ หาท่ีเกดิ จากภาวะโภชนาการท่ีมีผลกระทบตอสุขภาพ 2.2 จุดประสงคก ารเรียนรู 1) อธบิ ายความหมายของอาหารและโภชนาการและคุณคาของอาหารตอสุขภาพได 2) จำแนกประเภทของภาวะโภชนาการได 3) อธิบายปญ หาการเกิดโรคจากภาวะทพุ โภชนาการได 4) วเิ คราะหปญ หาที่เกิดจากภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบตอสขุ ภาพได สาระการเรยี นรู 3.1 สาระการเรยี นรูแกนกลาง • ปญ หาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการ - ภาวะการขาดสารอาหาร - ภาวะโภชนาการเกิน 3.2 สาระการเรยี นรทู อ งถิน่ - สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน 4.1 ความสามารถในการคิด - ทักษะการวเิ คราะห 4.2 ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค 1. มีวินยั 2. ตรงตอเวลา 3. มคี วามรบั ผิดชอบ

กิจกรรมการเรียนรู วิธสี อนโดยการจดั การเรยี นรูแ บบรว มมือ : เทคนิคคูคิดสี่สหาย ขน้ั นำเขา สูบ ทเรยี น 1. ครใู หน กั เรียนดบู ตั รภาพ แลวใหนักเรียนตอบคำถามและแสดงความคิดเหน็ ในประเด็นท่ีครูกำหนด เชน - ถาใหน ักเรียนเลือกรับประทานอาหารประเภทของวา ง นกั เรยี นจะเลือกรับประทานอะไร เพราะเหตุใด - นักเรยี นคดิ วา ของวางทนี่ ักเรียนเลอื กรับประทานมีประโยชนห รอื ไม เพราะเหตใุ ด - ของวางที่เลือกรับประทานเหมาะสมกบั ภาวะโภชนาการของนกั เรยี นหรือไม เพราะเหตุใด 2. ครูสุม เลือกนักเรียน 3-5 คน ตอบคำถามและแสดงความคิดเหน็ จากนน้ั ครอู ธบิ ายใหน ักเรยี นเขา ใจวา อาหารวางจากบัตรภาพทง้ั 4 ชนดิ มีคุณคา และประโยชนต อรา งกาย แตจ ะตองคำนงึ ถึงภาวะโภชนาการ ของตนเองวา ควรจะรบั ประทานอะไร รับประทานปรมิ าณเทา ใด จงึ จะเหมาะสมกบั ตนเอง 3. นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ ความคดิ ขนั้ สอน 1. ครูแบง นักเรียนเปนกลมุ กลมุ ละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง ปานกลางคอนขา งเกง ปานกลาง คอ นขางออน และออน ใหแตละกลุม รวมกนั ศกึ ษาและสบื คนความรูเรือ่ ง ความรูทัว่ ไปเก่ียวกับอาหาร และ โภชนาการ และภาวะโภชนาการ จากหนังสอื เรยี น และแหลงขอมลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ท่ีกำหนด ดังนี้ 1) ความหมายของอาหารและโภชนาการ 2) คณุ คา ของอาหารตอสุขภาพ 3) ประเภทของภาวะโภชนาการ 4) ปญหาการเกิดโรคจากภาวะทุพโภชนาการ 2. นักเรยี นแตล ะกลมุ รวมกนั วางแผนการศึกษาและสบื คน ความรู โดยครเู สนอแนะใหนกั เรียนแตล ะกลุมแบง หนาท่กี นั รบั ผิดชอบตามความเหมาะสม 3. สมาชิกในแตละกลมุ รวมกันอภิปรายในแตละประเด็น และผลดั กนั ซกั ถามขอสงสัย จนไดรบั คำตอบท่ที ำให เกิดความรูความเขาใจท่ีชัดเจน จากนัน้ สรปุ ความรลู งในแบบบันทกึ การอาน 4. นักเรยี นตอบคำถามกระตุนความคิด 5. นักเรยี นแตล ะกลมุ รว มกันทำใบงานท่ี 5.1 เรอื่ ง อาหาร และภาวะโภชนาการ โดยใหสมาชิกกลุมหา คำตอบดว ยตนเองจนครบทกุ ขอ จากนั้นจับคูกับเพ่ือนในกลุมเพอ่ื ผลัดกนั อธิบายคำตอบใหค ูของตนฟง (สมาชิกในกลุมอีกคูหนึง่ ก็ปฏิบัตเิ ชนเดียวกัน) 6. สมาชกิ รวมกลมุ 4 คน (ตามเดิม) แลวผลัดกันอธบิ ายคำตอบของคูของตนเองใหสมาชิกอีกคหู นึง่ ภายในกลมุ ฟง จากนั้นสรุปคำตอบทเ่ี ปน มตขิ องกลมุ ลงในใบงานที่ 5.1 เพอ่ื นำสง ครตู รวจ 7. ครใู หน กั เรยี นแตละกลมุ รว มกันวิเคราะหป ญหาการเกิดโรคจากภาวะทุพโภชนาการ จากนนั้ รว มกัน สรุปผล แลวสงตวั แทนนำเสนอผลการวเิ คราะห หนาชัน้ เรยี น ข้ันสรุป 1. นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ ความคิด 2. นักเรยี นรวมกนั สรปุ ปญ หาการเกิดโรคจากภาวะทพุ โภชนาการ และเสนอแนะแนวทางการแกป ญหาที่ ถูกตองและเหมาะสม

การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ ตรวจแบบทดสอบกอ นเรยี น หนวยการเรยี นรู แบบทดสอบกอ นเรยี น หนว ยการเรยี นรู (ประเมินตามสภาพจริง) ที่ 5 ที่ 5 ตรวจใบงานท่ี 5.1 ใบงานที่ 5.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ ตรวจแบบบันทึกการอาน แบบบันทกึ การอาน ระดับคุณภาพ 2 ผา น เกณฑ สงั เกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน ระดบั คุณภาพ 2 ผาน รายบคุ คล เกณฑ สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุม ระดบั คุณภาพ 2 ผาน เกณฑ สงั เกตความมวี ินัย ตรงตอเวลา และมคี วาม แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ระดบั คุณภาพ 2 ผาน รับผิดชอบ เกณฑ สื่อ/แหลงการเรยี นรู 8.1 สื่อการเรยี นรู 1) หนงั สอื เรียน การงานอาชพี 2) บัตรภาพ 3) ใบงานที่ 5.1 เร่ือง อาหารและภาวะโภชนาการ 8.2 แหลง การเรยี นรู • แหลงขอ มลู สารสนเทศ - http://www.ipst.ac.th/chemistry/articles11/vitamin.pdf

บัตรภาพ ภาพขนมเคก ภาพผลไมชนิดตางๆ ภาพขนมหวาน ภาพสลดั ผัก



ภาวะโภชนาการเกนิ

ใบงานที่ 1 อาหารและภาวะโภชนาการ เลขท่ี ชอื่ ชนั้ คำชแ้ี จง : ใหนกั เรยี นตอบคำถามตอไปนี้ 1. อาหารท่ีมปี ระโยชนใ หค ุณคาตอ สุขภาพของเราอยา งไร 2. ภาวะโภชนาการท่ีดี มลี กั ษณะอยางไร 3. ภาวะโภชนาการเกินเปน สาเหตสุ ำคัญของการเกดิ โรคใด เพราะเหตใุ ด 4. คนปวยที่มีภาวะโลหิตจางเกดิ จากสาเหตุใด และควรเลือกรับประทานอาหารอยางไร 5. ถา ตองการลดน้ำหนักควรหลกี เล่ียงการรับประทานผลไมชนิดใด และควรเลือกรบั ประทานผลไมช นดิ ใด

เฉลย ใบงานท่ี 1 อาหารและภาวะโภชนาการ เลขท่ี ชอ่ื ชั้น คำช้แี จง : ใหนกั เรียนตอบคำถามตอไปนี้ 1.อาหารทีม่ ปี ระโยชนใหคุณคา ตอสขุ ภาพของเราอยางไร 1) ชวยใหร า งกายเจริญเตบิ โต และซอมแซมสว นท่ีสึกหรอของรางกาย 2) ใหพ ลังงานและความอบอุนตอรางกาย 3) ชว ยใหอ วัยวะตา งๆ ภายในรางกายทำงานไดตามปกติ 4) ชวยเสริมสรา งภูมติ า นทานโรคใหรางกาย 2. ภาวะโภชนาการทีด่ ี มีลกั ษณะอยางไร เปน ภาวะทีร่ า งกายไดบรโิ ภคอาหารในปรมิ าณท่ีเพียงพอ ถูกสดั สวน มีความหลากหลาย เหมาะสม และครบถว นตามความตองการของรา งกาย โดยสามารถนำสารอาหารที่ไดรบั ไปใชใ หเ กิดประโยชนต อ รา งกายและ จิตใจ 3. ภาวะโภชนาการเกนิ เปนสาเหตสุ ำคญั ของการเกดิ โรคใด เพราะเหตุใด เปนสาเหตุสำคัญของการเกดิ โรคอว น เพราะรา งกายไดร บั สารอาหารท่เี กนิ ความจำเปน จงึ เกดิ การ สะสมพลังงานทเ่ี กนิ ไวในรปู ของไขมนั สงผลทำใหเกิดโรคอวน และโรคอนื่ ๆ ท่ีสัมพันธก ัน เชน โรคความดันโลหิต สงู โรคเบาหวานโรคหวั ใจ โรคไขขออกั เสบ เปนตน 4. คนปวยท่ีมภี าวะโลหติ จางเกดิ จากสาเหตุใด และควรเลอื กรับประทานอาหารอยางไร ภาวะโลหิตจาง มีสาเหตุมาจากรางกายขาดธาตเุ หล็ก จงึ ควรเลอื กรบั ประทานอาหารทม่ี ีธาตเุ หล็ก อยางเพียงพอสำหรับรางกาย เชน นม ถว่ั เมล็ดแหง ขาวโพด เนือ้ สตั ว ไข เปนตน 5. ถา ตองการลดน้ำหนักควรหลีกเลยี่ งการรับประทานผลไมช นิดใด และควรเลอื กรบั ประทานผลไมชนิดใด การลดน้ำหนกั ควรหลกี เลี่ยงการรบั ประทานผลไมท ม่ี ีปริมาณน้ำตาลสูง เชน กลวย ขนนุ มะมว งสกุ ทุเรียน เปนตน และควรเลือกรับประทานผลไมทม่ี ีปริมาณน้ำตาลตำ่ เชน ฝร่งั แตงโม ชมพู แอปเปล เปน ตน

ใบงานที่ 2 การรับประทานอาหารเพ่ือสุขภาพที่ดขี องคนไทย ชอ่ื ชัน้ เลขท่ี คำช้แี จง : ใหน ักเรยี นตอบคำถามตอไปนี้ 1. การหลกี เล่ยี งการรับประทานอาหารรสหวานจดั และเคม็ จดั มปี ระโยชนอ ยางไร 2. การรบั ประทานอาหารตามธงโภชนาการ มหี ลกั ในการรบั ประทานอยางไร 3. ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) มีประโยชนต อ การดแู ลสขุ ภาพอยา งไร 4. การบรโิ ภคอาหารอยา งฉลาด จะตองปฏิบัติอยา งไร

เฉลย ใบงานที่ 2 การรบั ประทานอาหารเพือ่ สขุ ภาพทด่ี ขี องคนไทย ชือ่ ช้นั เลขท่ี คำชแี้ จง : ใหน กั เรียนตอบคำถามตอไปนี้ 1.การหลกี เลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวานจัดและเค็มจดั มปี ระโยชนอ ยางไร 1) ชว ยปอ งกันการเกิดโรคอว น ทมี่ ีสาเหตมุ าจากการรบั ประทานอาหารรสหวานจดั 2) ลดความเสี่ยงตอภาวะความดนั โลหติ สงู โรคไต อาการบวมนำ้ หัวใจวาย ทมี่ ีสาเหตุมาจากการ รบั ประทานอาหารรสเค็มจัด 2. การรับประทานอาหารตามธงโภชนาการ มีหลักในการรับประทานอยา งไร จะตอ งรับประทานอาหารในแตละกลุมมากนอยตามพ้นื ที่ในแตละวัน เพ่ือใหไดส ารอาหารตา งๆ ครบถว น โดยดา นบนของธงโภชนาการจะเนน ใหร บั ประทานอาหารมาก และปลายธงดา นลา งจะเนน ให รบั ประทานอาหารนอ ยๆ เทาท่จี ำเปนตอ รา งกาย 3. ดชั นีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) มปี ระโยชนต อการดูแลสขุ ภาพอยา งไร ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index : BMI) มีประโยชนตอ การดูแลสุขภาพ ซ่งึ นอกเหนือจากการ รับประทานอาหารใหค รบ 5 หมู แตล ะหมูใหหลากหลาย แลว ยังตองหมัน่ ดูแลน้ำหนักตวั โดยใชวธิ วี ัดดชั นีมวลกาย เพื่อชว ยในการควบคมุ และดแู ลภาวะโภชนาการใหเ หมาะสม 4. การบริโภคอาหารอยา งฉลาด จะตองปฏิบตั อิ ยา งไร การเลือกบรโิ ภคอาหารอยางฉลาด จะตอ งบริโภคในปริมาณที่พอดี มีคณุ คา บรโิ ภคผักผลไมแทนของ หวานลดการบริโภคแบบจบุ จบิ ดม่ื น้ำสะอาดแทนน้ำอดั ลม หรอื น้ำหวาน

ใบงานท่ี 3 ภาวะโภชนาการเกิน เลขที่ ชอ่ื ช้ัน คำช้ีแจง : ใหน ักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ 1. ภาวะโภชนาการเกนิ คืออะไร 2. โรคอว น เกิดจากสาเหตใุ ด 3. เราไมค วรงดอาหารมือ้ ใด ม้อื หน่ึงบอย ๆ เพราะอะไร 4. ใหน ักเรยี นเขยี นแผนผงั เร่ืองการรับประทานอาหารทม่ี ากเกนิ ไปลงในกรอบทก่ี ำหนดให

เฉลย ใบงานท่ี 3 ภาวะโภชนาการเกนิ ชื่อ ชั้น เลขท่ี คำชี้แจง : ใหนักเรียนตอบคำถามตอไปนี้ 1. ภาวะโภชนาการเกินคืออะไร ภาวะโภชนาการเกนิ หมายถึง ภาวะจากการทรี่ า งกายไดรับอาหาร หรือสารอาหารบางอยา งเกิน กวา ท่ี รา งกายตองการ จนอาจเกิดโทษตอ รางกายหรือเปนโรค เชน โรคอวน โรคไขมนั อุดตนั ในหลอดเลอื ด 2. โรคอว น เกดิ จากสาเหตุใด บรโิ ภคอาหารมากเกนิ ความตองการของรา งกาย 3. เราไมค วรงดอาหารม้อื ใด ม้อื หนึง่ บอย ๆ เพราะอะไร จะทำใหร า งกายรับสารอาหารไมเ พยี งพอ และอาจทำใหเ ปนโรคกระเพาะอาหารได 4. ใหนักเรยี นเขียนแผนผงั เร่อื งการรบั ประทานอาหารที่มากเกินไปลงในกรอบทกี่ ำหนดให

ใบงานท่ี 4 ภาวะโภชนาการเกิน เลขท่ี ชื่อ ชน้ั คำช้แี จง : ใหนกั เรยี นตอบคำถามตอไปนี้

เฉลย ใบงานท่ี 4 ภาวะโภชนาการเกนิ เลขท่ี ชือ่ ช้ัน คำชแี้ จง : ใหน กั เรยี นตอบคำถามตอไปน้ี

แบบทดสอบ ชื่อ ช้นั เลขท่ี คำชีแ้ จง : ใหนักเรียนเลอื กคำตอบที่ถกู ตองท่ีสุดเพยี งขอเดียว 1. พฤติกรรมเกี่ยวกับสุขภาพใดทค่ี วรปรบั ปรุง 6. ถา มอ้ื เชา กนิ ขา วตมแลว มือ้ กลางวนั ควรกินอาหารตาม ก. ไมออกกำลงั กาย ขอ ใด จงึ จะตรงตามหลกั โภชนบัญญตั ิ ข. อาบนำ้ วนั ละ 2 ครงั้ ก. สมตำ ค. ตรวจสุขภาพปละ 1 ครั้ง ข. สลดั ผกั ง. รบั ประทานอาหารมื้อเยน็ นอ ย ค. ยำผลไม 2. พฤติกรรมสุขภาพท่ดี ี คือพฤติกรรมในขอใด ง. กวยเตีย๋ ว ก. ด่มื กาแฟกอนอาหาร 7. เพราะเหตุใด เราจึงควรกนิ อาหารใหครบทั้ง 5 หมู ข. หลงั รบั ประทานอาหารควรนอนพักผอน ก. ทำใหมีรูปรางดี ค. หยุดใชย าเม่อื การอักเสบหาย ข. ทำใหมีหนาตาสวยงาม ง. ออกกำลังกาย ค. ทำใหเ ลอื กซ้อื อาหารไดงา ย 3. นกั เรียนคิดวา พฤตกิ รรมใดท่ีทำใหเ กดิ โรคกระเพาะ ง. ทำใหไดรบั สารอาหารครบถว น อาหาร 8. ขอใดไมใชห ลักโภชนบญั ญัติ ก. ดม่ื น้ำมากๆ ก. กินเนอ้ื สตั วต ิดมันมากๆ ข. รับประทานอาหารทยี่ อยงา ย ข. ด่ืมนมใหเหมาะสมกบั วยั ค. กินอาหารทม่ี ีรสเผ็ดจัด ค. กนิ พืชผักและผลไมเปนประจำ ง. แปรงฟนหลังรับประทานอาหาร ง. หลกี เลี่ยงการกินอาหารท่ีมีรสจัด 4. พฤติกรรมใดตอไปน้ไี มใชโ ภชนบัญญตั ิ 9. รายการอาหารใน 1 วัน ขอใดเหมาะสมกบั เด็กวัยเรยี น ก. การกนิ อาหารครบ 5 หมู มากที่สุด ข. การดื่มนมสด ก. น้ำเตา หู ปาทองโก ยำวุนเสน ค. การดมื่ น้ำชา กาแฟ ข. ขา วตมกุง สมตำ ขา วหมกไก ง. การออกกำลงั กายเปน ประจำ ค. ขาวไขเ จยี ว ขา วขาหมู ไขตนุ 5. ขอ ใดเปน การปฏิบัตติ ามธงโภชนาการ ง. โจก หมูใสไ ข กวยเตยี๋ วผดั ซอี ิ๊ว ขา วแกงเขยี วหวานหมู ก. ผสู ูงอายุควรกนิ เนื้อสตั วใหมากๆ 10. การดูแลรกั ษาสุขภาพท่ดี ี ควรปฏบิ ัตอิ ยา งไร ข. ผูใ หญค วรดม่ื นมสด วนั ละ 1 แกว ก. ดื่มนมเปน ประจำทุกวัน ค. เด็กวัยเรยี นควรงดกินอาหารเชา ข. แปรงฟน เฉพาะตอนเชา ง. เด็กวัยรุน ควรกินอาหารประเภทวติ ามิน ค. ด่มื น้ำนอยๆ ฟน จะไดสวย ง. ทานำ้ หอมเมื่อไมไดอาบน้ำ เฉลย 1. ก 2. ง 3. ค 4. ค 5. ข 6. ง 7. ง 8. ก 9. ง 10. ก

ประกอบหนว ยการเรียนรูที่ 1 แบบประเมินคุณลกั ษณะที่พึงประสงคของนักเรยี น แผนการเรยี นรูท ี่ 1 คำชี้แจง ครูสงั เกตพฤติกรรมการเรียน และการปฏิบตั ิงานของนักเรยี น แลวขดี / ใหคะแนนลงในชอง ที่ตรง กบั พฤติกรรมของนกั เรยี น คณุ ลกั ษณะทป่ี ระเมนิ ความสนใจ ความ ความมี ความรบั การตรงตอ สรปุ ผล และ ซื่อสัตย ระเบยี บ ผดิ เวลาในการ การประเมนิ เลขท่ี ใฝร ู ชอบ ทำงาน ใฝเ รยี น ตอ งาน 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผา น/ไมผ า น 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 เกณฑการประเมนิ ผูท่ผี า นเกณฑป ระเมนิ ตอ งไดคะแนน 12 คะแนนขน้ึ ไป ถือวาผา น ลงชือ่ ผูประเมนิ (…………........…………………………………..)

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนักเรยี นรายบุคคล ชอื่ ชนั้ เลขท่ี คำชี้แจง : ใหผ ูสอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลวขดี ลงในชอ งที่ ตรงกับระดับคะแนนท่ีกำหนด ลำดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 การแสดงความคดิ เห็น 321 2 การยอมรบั ฟงความคิดเห็นของผูอ่นื 3 การทำงานตามหนาท่ีทไี่ ดร บั มอบหมาย 4 ความมนี ำ้ ใจ 5 การตรงตอเวลา รวม ลงชือ่ ...................................................ผูประเมิน เกณฑการใหค ะแนน ให 3 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยางสม่ำเสมอ ให 2 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบอยคร้ัง ให 1 คะแนน ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก ารตดั สนิ คุณภาพ ชวงคะแนน ระดบั คุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช ตำ่ กวา 8 ปรบั ปรงุ

แบบแสดงความคิดเหน็ ของผทู รงคณุ วุฒิที่มีตอ แบบทดสอบการอา นเพ่ือความเขา ใจ คำช้แี จง ขอใหทานผเู ช่ียวชาญไดกรุณาแสดงความคิดเหน็ ของทานท่ีมีตอแบบทดสอบการอา นเพ่ือความเขา ใจ โดยใสเ ครอ่ื งหมาย ( ) ลงในชองความคดิ เหน็ ของทานพรอมเขียนขอเสนอแนะทเ่ี ปน ประโยชนใ นการนำไป พจิ ารณาปรับปรงุ ตอ ไป รายการขอความคดิ เหน็ ความคดิ เห็น ขอเสนอแนะ ไม เหมาะสม ไมแนใ จ เหมาะสม 1 0 -1 1. ความสอดคลองเหมาะสมกับหลักสูตร 2. ความสอดคลองเหมาะสมกับธรรมชาตวิ ชิ า 3. ความสอดคลองเหมาะสมกับวัยของผเู รียน 4. ความสอดคลองเหมาะสมกับสภาพปจ จุบนั และ ปญ หา 5. ความเหมาะสมตอกระบวนการพฒั นาผูเ รียน 6. ความเหมาะสมของเน้ือหา 7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอักษร 8. ความเหมาะสมของการใชภาษา 9. ความเหมาะสมกบั ความสนใจของนักเรยี น 10.ความเหมาะสมของรูปแบบ ขอแสดงความขอบคุณอยางย่ิง ............................................ (..............................................)

9.บนั ทกึ หลังจดั การเรยี นรู 9.1 ผลความรูทเ่ี กดิ ขึ้นกับนักเรียน (K) 9.2 กระบวนการ/สมรรถนะ (P) 9.3 คณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงคของนักเรยี น (A) ลงชื่อ............................................................ ลงช่อื ............................................................ (นางสาวเตชนิ ี สขุ รกั ษ) (นายไพโรจน ศรีคง) ครผู สู อน หัวหนากลุม สาระฯ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook