42 | ห น้ า กิจกรรมที่ 5 1. ใหนักศึกษาแบง กลุม 5-10 คน วิเคราะห/ วิจารณ สถานการณข องประเทศไทย วาเกิดเศรษฐกิจตกตาํ่ เพราะเหตุใด 2. ใหผ เู รยี นเขยี นคาํ ขวัญเก่ียวกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... 3. ใหผเู รยี นประเมินสถานการณข องครอบครัวและวเิ คราะหว า จะนําปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชไดอยา งไร..................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
ห น้ า | 43 บทที่ 5 การประกอบอาชีพตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพียงเพื่อการสรางรายได อยางม่นั คง ม่ังคัง่ และย่ังยืนสาระสําคัญ การประกอบตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี งเพ่ือการสรางรายได อยา งม่นั คง ม่ังค่ัง และยั่งยืน มุง เนนใหผ เู รยี นมีการพจิ ารณาอยางรอบดาน มคี วามรอบคอบ และระมัดระวังในการวางแผนและการดาํ เนินงานทุกข้ันตอน เพื่อมิใหเกิดความเสียหายตอการพัฒนา เปนการประกอบอาชีพที่คํานึงถึงการมีรากฐานท่ีม่นั คงแข็งแรง ใหเจริญเตบิ โตอยางมลี ําดบั ข้ัน สามารถยกระดบั คณุ ภาพชีวิตทั้งทางกายภาพและทางจิตใจควบคูกนั การประกอบอาชึพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจึงมิไดขัดกับกระแสโลกาภิวัฒนตรงกันขามกลับสงเสรมิ ใหกระแสโลกาภวิ ฒั นไดรบั การยอมรบั มากข้นึ ดวยการเลือกรบั การเปลี่ยนแปลงท่ีสง ผลกระทบในแงดีตอ ประเทศ ในขณะเดียวกันตอ งสรางภมู คิ ุม กันในตัวทด่ี ตี อการเปลย่ี นแปลงในแงทไี่ มด ีและไมอ าจหลีกเลีย่ งได เพื่อจาํ กัดผลกระทบใหอ ยูในระดบั ไมก อ ความเสยี หายหรอื ไมเปนอันตรายรา ยแรงตอ ประเทศผลการเรียนรูที่คาดหวงั ตระหนกั ในความสําคัญของการการประกอบอาชีพตามหลักของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือการสรางรายได อยางมั่นคง มั่งค่ัง และยั่งยืน พัฒนาประเทศภายใตกระแสโลกาภิวัฒนและเลือกแนวทางหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาประยกุ ตใชใ นการดําเนินชีวิตอยางสมดุลและพรอมรับตอความเปลี่ยนแปลงของประเทศภายใตก ระแสโลกาภิวัฒน
44 | ห น้ าขอบขา ยเน้อื หา เรื่องที่ 1 แนวทางการประกอบอาชีพ 1.1 การเขา สอู าชพี 1.2 การพฒั นาอาชพี เรอื่ งท่ี 2 การสรา งงานอาชีพตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 5 กลมุ อาชพี ใหม 2.1 เกษตรกรรม 2.2 อตุ สาหกรรม 2.3 พาณิชยกรรม 2.4 ความคิดสรา งสรรค 2.5 การอาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง เร่อื งที่ 3 แนวทางการประกอบอาชพี ใหประสบความสาํ เรจ็ 3.1 มีความรู คอื ตอ งรอบรู รอบคอบ และระมดั ระวัง 3.2 คุณธรรมทส่ี ง เสรมิ การประกอบอาชีพประสบความสําเร็จคือ ความสาํ เรจ็ สุจรติ ขยัน อดทน แบง ปน 3.3 ขอ ดีของการประกอบอาชพี อสิ ระ 3.4 ตวั อยา งองคป ระกอบที่สาํ คญั ของโครงการประกอบอาชพี ตามหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง 3.5 ตวั อยา งการเลยี้ งปลาดกุ ในบอพาสติกตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3.6 กรอบแนวคิดในการประกอบอาชพี เพอื่ สรา งรายไดอยา งมั่นคง มั่งคั่งและยง่ั ยนื ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ห น้ า | 45เร่อื งท่ี 1 แนวทางการประกอบอาชพี อาชีพ หมายถึงชนิดของงานหรือกิจกรรมของบุคคลประกอบอยู เปนงานที่ทําแลวไดรับผลตอบแทนเปนเงินหรอื ผลผลิต อาชพี ตามหลักของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คอื งานทีบ่ คุ คลทาํ แลว ไดรับผลตอบแทนเปนเงินผลผลติ โดยหยึดหลกั 5 ประการทีส่ ําคัญในการดําเนนิ การ ไดแ ก ทางสายกลางในการดําเนนิ ชีวิต 1. ทางสายกลางในการดํารงชีวิต 2. มคี วามสมดุลระหวา งคน ชมุ ชนและส่งิ แวดลอ ม 3. มคี วามพอประมาณ พอเพยี งในการผลติ การบริโภคและการบริการ 4. มภี มู คิ ุมกนั ในการดําเนินชวี ิตและการประกอบอาชีพ 5. มีความเทาทันสถานการณชุมชน สังคม แนวทาง กระบวนการประกอบอาชพี ของผเู รียนที่ไมมีอาชีพตองเขาสูอาชีพใหม และผูท่ีมีอาชีพอยูแลวตองการพัฒนาอาชีพเดิม ผูเรียนจะตองเปนนักริเริ่ม รอบรู คิดคน พัฒนา ชอบความอิสระมคี วามมงุ ม่ัน ม่นั ใจ พรอมทีจ่ ะเส่ียง ทาํ งานหนัก ขยัน อดทน คิดกวาง มองลึก มีความรูเขาใจในอาชีพท่ีตนเองทําอยางดี ยอมรับการเปล่ียนแปลงอยูเสมอ มีมนุษยสัมพันธที่ดี ยิ้มแยมแจมใส มีจิตบริการ ใชขอมูลหลายดา น ศึกษาสภาพแวดลอม ปจ จยั ท่จี ะทาํ ใหการประกอบอาชีพประสบผลสําเรจ็ แนวทางการประกอบอาชีพ แบงออกได 2 แนวทางคอื 1. การเขาสูอาชีพใหม 2. การพัฒนาอาชพี เดิม ทัง้ 2 แนวทางน้ี การทีจ่ ะประกอบอาชีพไดผลดีมีความตอเนื่อง มีโอกาสประสบความสําเร็จตามวัตถุประสงคตอ งพิจารณาสิ่งตอ ไปน้ี 1. พจิ ารณาศักยภาพหลักชมุ ชน 5 ดา น ประกอบการตัดสนิ ใจ ไดแ ก 1.1. ศกั ยภาพของทรพั ยากรธรรมชาติในชุมชน เชน ชุมชนที่อยูอาศัยและประกอบอาชีพดานเกษตรกรรม มีวัตถุดิบ หรือผลผลิตทางการเกษตรตางๆท่ีมีราคาถูกเหมาะสมท่ีจะแปรรูปเปนสินคาไดผูเรียนยอมสามารถลดปญหาการขนสง ลดปญหาการขาดแคลนวัตถุดิบดานการแปรรูปก็ควรไดรับการพิจารณาเลือกเปน อาชพี หลังจากผูเ รียนสาํ เร็จการศึกษา 1.2. ศักยภาพของภูมิอากาศ สภาพของภูมิอากาศเปนสําคัญอยางหน่ึงท่ีตองพิจารณาใหเหมาะสมสอดคลองกับการประกอบอาชพี เชนสภาพในชมุ ชนของเรามีอากาศหนาวเย็น เราตองพจิ ารณาการประกอบอาชีพท่เี กยี่ วขอ งกบั การทอ งเที่ยว การทาํ ของที่ระลึก การปลูกพชื ผัก ผลไม ไมดอก
46 | ห น้ าไมป ระดบั เมืองหนาว เปน ตน 1.3. ศกั ยภาพของภมู ิประเทศ ถาภูมปิ ระเทศเปน ชายทะเล นา้ํ ตก ภเู ขาซ่ึงเหมาะกับอาชีพการทอ งเท่ียว อาชีพตา งๆทเ่ี กี่ยวขอ งกับการทอ งเที่ยวกค็ วรไดร บั การพจิ ารณาเปนอนั ดบั แรก 1.4. ศกั ยภาพดา นทําเลท่ตี ง้ั ที่ตัง้ ของบา นพักอาศยั หรือประกอบอาชีพเปนทาํ เลทีเ่ หมาะสมกับการทําการคา หรืออตุ สาหกรรมในครอบครวั ตอ งพจิ ารณาใหถ ูกตอ ง 1.5. ศักยภาพดานศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ใหพิจารณาวา ขนบธรรมเนียม ประเพณีศิลปวัฒนธรรม ของชมุ ชนจะสามารถสง เสริมการประกอบอาชีพไดอยางไรบา ง ศกั ยภาพหลกั ของชุมชนทงั้ 5 ดานน้ี ถอื เปน ตนทุนทส่ี าํ คัญ ซงึ่ ผปู ระกอบอาชีพ ไมจ ําเปนตองใชเงินซื้อหามาเปน สง่ิ ท่เี รามอี ยแู ลว จึงมคี วามจาํ เปนทีผ่ ศู ึกษาจะตองนาํ ตนทนุ ดงั กลา วมาใชใหเกิดประโยชนสูงสดุ ในการประกอบอาชีพ อยา งไรกด็ ียังตอ งพิจารณาองคประกอบอ่นื อกี 2. การนํากระบวนการ “คิดเปน” มาใชในการวิเคราะหขอมูลความพรอม กอนตัดสินใจประกอบอาชีพ 3 ดา นดงั นี้ 2.1. การวิเคราะหต นเอง การวิเคราะหตนเองดานความคิด ความชอบ ในดานที่จะเขาสูอาชีพ เพราะถาเราประกอบอาชพี ทเ่ี ราชอบ มีใจรัก จะทําใหเ รามีความสขุ อยากทาํ และทําไดดี 2.2. วเิ คราะหสภาพแวดลอ มของครอบครวั ชุมชน วิถีชีวิต ทรพั ยากรในทอ งถนิ่ ทาํ เลที่ต้ัง เชนถา เราสนใจจะเล้ียงปลาดกุ เพือ่ การจําหนาย เราตอ งดสู มาชิกในครอบครวั ของเราเหน็ ดวยสนับสนุนหรือไมมีพื้นท่ีพอจะทําบอเลี้ยงปลาดุกหรือไม ใกลแหลงจัดซ้ือ จัดหาพันธุปลาดุกมาเลี้ยง ถาเลี้ยงปลาดุกแลวสามารถนําไปจาํ หนา ยในชุมชน ชุมชนใกลเ คยี ง ผคู นในทอ งถน่ิ นิยมบริโภคหรอื ไม ปลาดกุ สามารถนําไปประกอบอาหารไดหลายรปู แบบเชน นําไปยาง นําไปทําลาบ นําไปแกง นําไปทําเปนผลติ ภณั ฑพ วกน้ําพริก
ห น้ า | 47พรอ มท้ังพิจารณาเงนิ ทนุ ในการเล้ียงปลาดกุ ดวย 2.3. วิเคราะหความรูทางวิชาการ คือความรูดานการเลี้ยง การดูแลรักษา การจําหนาย การแปรรูปเพ่ือเพิ่มมูลคาการฝกอบรมทกั ษะทจี่ าํ เปน ตองฝกเพม่ิ เติม เชน การขยายพันธุปลาดุกเพ่ือการจําหนาย การแปรรูปเพิ่มมลู คาผลผลติ ชองทางการตลาด การสง เสริมการขาย การจดบันทกึ การขาย การวเิ คราะหร ายรบั -รายจายขอควรคํานงึ ในการตัดสนิ ใจประกอบอาชพี การตัดสินใจที่จะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม จะตองมีสิ่งที่จะตองคิดหลายดานทั้งตองดูขอมูลมคี วามรู มีทนุ แรงงาน สถานที่ มีกลวธิ กี ารขายและคณุ ธรรมในการประกอบอาชีพดวย ขอ ควรคาํ นงึ ในการตัดสนิ ใจประกอบอาชีพมี ดงั น้ี 1. การตัดสินใจประกอบอาชพี โดยใชข อมูลอยางเหมาะสม ในการประกอบอาชพี ผเู รียนตอ งใชข อมูลหลายๆ ดาน มาเพื่อการตดั สนิ ใจ ขอ มูลที่สําคัญ คือตองรูจ กั ตนเองวา มคี วามชอบหรอื ไม รจู ักสภาพแวดลอมวาเหมาะสมกับการประกอบอาชีพน้ัน ๆ หรือไมและขอมลู ที่สาํ คัญคือความรทู างวิชาการ 2. มีความรวู ชิ าชีพนนั้ ๆ การประกอบอาชีพอะไรกต็ องมีความรูในวิชาชพี นั้นๆ เพราะมีความรูในวิชานั้นๆ อยางดีจะทําใหส ามารถปรบั ปรงุ พฒั นาอาชีพนน้ั ๆ ไดด ีย่ิงขน้ึ 3. มีทนุ แรงงาน และสถานที่ ทุน แรงงาน สถานท่ี เปน องคป ระกอบสําคัญในการประกอบอาชพี ทาํ ใหเกิดความม่ันใจในการประกอบอาชพี เปนไปอยางราบร่ืน 4. มวี ธิ กี ารปฏบิ ัติงานและจดั การอาชีพ ขั้นตอน กระบวนการ การจัดการท่ีเหมาะสม มีประสิทธิภาพ ทําใหงานประสบความสําเร็จลดตน ทนุ การผลิต มผี ลผลิตไดมาตรฐานตามทีต่ ้งั เปา หมายไว 5. มีกลวิธีการขาย การตลาด กลวิธีการขาย การตลาดทสี่ ามารถตอบสนองความตองการ ความพึงพอใจของลูกคา ยอ มทําใหยอดขายเปน ไปตามเปา หมาย 6. มีการจดั การการเงินใหมเี งนิ สดหมุนเวียนสามารถประกอบอาชพี ไปไดอยา งตอ เนื่องไมข ดั ขอ ง
48 | ห น้ า 7. การจัดทําบญั ชรี ายรับ – รายจายเพ่อื ใหทราบผลการประกอบการ 8. มีมนุษยสัมพันธและมีจิตบริการ การมีมนุษยสัมพันธท่ีดีกับลูกคา มีความเปนกันเองโดยเฉพาะการใชคาํ พูดท่เี หมาะสมเพอื่ สรา งความพึงพอใจใหก ับลูกคา ไปพรอ มกบั การมีจิตบรกิ ารใหลกู คาดว ยความจรงิ ใจตอ งการเห็นลกู คามคี วามสขุ ในการบริโภคสินคา 9. มีคณุ ธรรมในการประกอบอาชีพ ผูผลิตและผูขายมคี วามซื่อสตั ยต อ ลกู คาใชวตั ถุดบิ ทมี่ ีคณุ ภาพ ไมใ ชส ารเคมีท่ีมีพิษในผลิตภัณฑซ่งึ สง ผลตอสขุ ภาพ สง่ิ แวดลอม และการดําเนินชีวิตของลูกคาเร่ืองท่ี 2. การสรางงานอาชพี ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 5 กลุม อาชพี ใหมการสรา งงานอาชีพตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ไดแบงกลุมอาชีพ 5 กลุมอาชีพใหม คือ1. เกษตรกรรม 2. อุตสาหกรรม (ในครอบครัว) 3. พาณิชยกรรม. 4. ดานความคิดสรางสรรค5. การอาํ นวยการและอาชพี เฉพาะทาง โดยจะวิเคราะหแบงกลุม 5 กลุมอาชีพใหมเปนดานการผลิตกับดา นการบรกิ ารดงั น้ี กลุม อาชีพ ดา นการผลิต ดา นการบรกิ าร1. เกษตรกรรม 1. แปรรปู ผลผลิต * พชื ตนไม ตวั อยา งการ ตกแตงตน ไม การจัดดอกไม2. อุตสาหกรรม - อาหารหลกั ประดบั ในงานมงคล งานศพ การ(ในครอบครัว) - อาหารวาง - ขนม ดแู ลตนไม การจดั สวน - เครือ่ งดื่ม (น้าํ ตะไคร กระเจย๊ี บ * สัตว เชน เลี้ยงสนุ ัข การ ใบเตย ขงิ สปั ปะรด เสาวรส ฯลฯ) ดแู ลตดั ขน 2. เพาะเห็ด (แปรรปู ) 3. เพาะพนั ธไุ ม * บรรจสุ ินคา 4.การเลีย้ งไกไ ข * สงสนิ คาตามบา น รา น โดย 5. ขยายพันธุพชื ใชจ กั รยานยนต 6. ปลูกสมุนไพร * ประกอบสนิ คา/ผลติ ภัณฑ เชน 1. ไมนวดเทา ไมกดเทา 2. ผลิตภณั ฑจากกะลามะพรา ว 3. ผลติ เคร่ืองประดบั ทํามอื 4. ผลติ สนิ คา จากวสั ดเุ หลือใช
ห น้ า | 49 กลุมอาชพี ดานการผลิต ดานการบรกิ าร3. พาณชิ ยกรรม 5. รองเทา แตะ เคร่ืองใช ประดับตกแตง ประกอบชอดอกไม4. ดานความคดิ สรางสรรค 6. ตะกราจากกาบหมาก 7. เกาอ้ีทางมะพราว * การขายตรง5. การอํานวยการและ 1. นาํ้ เตาหูกบั ปาทองโก * การขายปลกีอาชพี เฉพาะทาง 2. เครือ่ งด่ืม นํา้ เตาหู กาแฟ * การขายสง 3. ผลิตปุยชีวภาพ น้ําหมัก * บริการผูกผาตบแตง งานพธิ ี 1. ออกแบบบรรจุภณั ฑ (ผา กระดาษ ตา งๆ พลาสตกิ ฯลฯ) * ลําตดั หมอลาํ 2. ออกแบบเครอื่ งใชต างๆ (ดวยวสั ดุ * รองเพลงพนื้ บา น เหลือใช) * เปาขลุย 3. ออกแบบเฟอรน ิเจอร 4. ดนตรพี ืน้ บาน (โปงลาง อังกะลุง) * หวั หนางาน 5. การออกแบบเครอ่ื งประดับ * Organizer รับจัดงานวนั เกดิ การแพทยท างเลอื ก (การนวดแผนไทย ฉลองงานแตง ผอ นคลาย บําบัด รักษา) * รบั ตกแตง สถานที่
50 | ห น้ าเรือ่ งท่ี 3 แนวทางการประกอบอาชพี ใหป ระสบผลสําเรจ็ 3.1 มคี วามรูค อื ตอ งรอบรู รอบคอบและระมดั ระวงั ความรอบรู มคี วามหมายมากกวาคําวา ความรูคือนอกจากจะอาศัยความรูในเชิงลึกเกี่ยวกับงานท่ีจะทําแลว ยังจําเปนตองมีความรูในเชิงกวาง ไดแกความรู ความเขาใจในขอเท็จจริงเก่ียวกับสภาวะแวดลอ มและสถานการณท เ่ี กี่ยวพันธก บั งานทจี่ ะทําทงั้ หมด ความรอบคอบ คือ การทํางานอยา งมีสติ ใชเวลาคดิ วเิ คราะห ขอมูลรอบดาน กอนลงมือทําซื่งจะลดความผดิ พลาด ขอ บกพรอ งตา ง ๆ ทําใหง านสาํ เรจ็ ไดอยา งมีประสทิ ธิภาพ ใชตนทุนต่ํา ระมัดระวัง คือ ความไมประมาท ใหความเอาใจใสในการทํางานอยางตอเน่ืองจนงานสําเร็จไมเกดิ ความเสยี หายตอชวี ติ และทรัพยส ิน หรืออบุ ัตเิ หตุอนั ไมควรเกดิ ขน้ึ 3.2 คณุ ธรรมท่ีสง เสริมการประกอบอาชพี ใหป ระสบความสําเร็จ คือ ความซื่อสัตย สุจริต ขยันอดทน แบงปนการประกอบอาชพี ตองสมั พันธเกยี่ วของกบั บคุ คล สังคมและสิ่งแวดลอ มอยา งหลีกเลี่ยงไมไดเพื่อใหการประกอบอาชีพประสบผลสําเรจ็ ตามเปาหมาย ไดร บั การสนับสนุนจากผเู ก่ียวขอ ง ผูรว มงาน และลูกคา ผูประกอบอาชพี ตองมีคุณธรรม ซ่ือสตั ย สุจรติ ขยนั อดทน แบงปน ความขยัน อดทน คือ ความต้ังใจเพียรพยายามทําหนาท่ีการงาน การประกอบอาชีพอยางตอเนื่อง สม่ําเสมอ ความขยันตองปฏิบัติควบคูกับการใชสติปญญา แกปญหาจนงานเกิดผลสําเร็จผูท่ีมีความขยัน คือผูท่ีตั้งใจประกอบอาชีพอยางจริงจังตอเน่ือง ในเร่ืองที่ถูกที่ควร มีความพยายามเปนคนสูงาน ไมท อถอย กลาเผชิญอปุ สรรค รกั งานทที่ ํา ต้ังใจทาํ หนาทอ่ี ยา งจรงิ จงั ซื่อสัตย คือการประพฤติตรง ไมเอนเอียง จริงใจไมมีเลหเหลี่ยมผูที่มีความซื่อสัตย คือผูท่ีประกอบอาชีพตรงไปตรงมา ไมคดโกง ไมเอาเปรียบผูบริโภค ไมใชวัตถุที่เปนอันตราย และคํานึงถึงผลกระทบกับสภาพแวดลอ ม ความอดทน คอื การรักษาสภาวะปกตขิ องตนไวจ ะกระทบกระท่งั ปญ หาอุปสรรคใด ผูมีความอดทน ในการประกอบอาชีพ นอกจากจะอาศัยปญญาแลว ลวนตองอาศัย ขันติ หรือความอดทนในการตอสูแ กไขปญหาตางๆ ใหง านอาชพี บรรลคุ วามสาํ เรจ็ ดวยกันทงั้ ส้ิน การแบงปน / การให คือการแบงปนสิ่งที่เรามี หรือสิ่งที่สามารถใหแกผูอ่ืนไดและเปนประโยชนแกผ ูทรี่ ับ การใหผูอ่นื ทบ่ี รสิ ุทธ์ใิ จไมหวังส่ิงตอบแทนจะทาํ ใหผใู หไ ดรับความสขุ ท่เี ปน ความทรงจําทยี่ าวนาน การประกอบอาชพี โดยขยัน อดทน ซือ่ สตั ย รูจ ักการแบง ปนหรือใหส ่ิงตาง ๆ ทีส่ ามารถใหไดแกลูกคาและชมุ ชนของเรายอมไดรับการตอบสนองจากลูกคาในดา นความเช่ือถอื
ห น้ า | 51 3.3 ขอดขี องการประกอบอาชพี อิสระ 1. จดั ตงั้ งายประกอบอาชีพไดรวดเรว็ 2. มคี า ใชจา ยและตน ทุนต่าํ 3. มคี วามใกลช ดิ กบั ลูกคา สอื่ สารไดท นั ที โฆษณาปากตอปาก 4. มคี วามคลอ งตัวสงู ปรับเปลีย่ น ปรบั ปรุงไดรวดเร็ว 5. สามารถขอรับการสนับสนนุ ดา นการเงนิ จากองคกรทองถ่นิ ไดแ ละ 6. มีแหลงเงนิ ทนุ กเู พอ่ื ขยายกจิ การไดงาย เชน ธนาคารออมสนิ ธนาคาร ธกส . และสถาบนัการเงินในหมบู าน 3.4 ตัวอยางองคประกอบท่ีสาํ คัญของโครงการการประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง องคประกอบทส่ี าํ คญั ของการประกอบอาชีพ…………………………………………………….. 1. ศักยภาพของผูเรียน / ผปู ระกอบอาชพี ความพรอมเรอ่ื ง เงนิ ทุน…………………………………………………………………………………… ทาํ เล……………………………..………………………………………………………. ทตี่ ้ัง…………………………..…………………………………………………………. ความรูดานงานอาชพี …………………………………………………………………... 2. การตลาด ภาพรวมอาชีพ…………………………………………………………………………... สภาพการบริโภคในชุมชน……………………………………………………………… แนวโนม พฤตกิ รรมของผบู รโิ ภค………………………………………………………. สวนแบง การตลาด……………………………………………………………………… กลมุ ลกู คาเปาหมาย ไดแก… ……………………………………………………………. 3. ดา นผลติ ภณั ฑ ( ตองผลิตใหส นิ คามคี ณุ ภาพ ปรมิ าณ ความปลอดภัย ไดมาตรฐาน) คดิ คน สูตรใหม… …………………………………………………….………….……… สินคา หลากหลาย………………………………………..………………………….…… การสรา งตราสนิ คา ( brant) ………………………………………………………………....
52 | ห น้ า4. ดานสถานท่ี การจัดตกแตงราน…………………………………………………………………..…. การจดั หาวัสดุ อุปกรณ… ………………………………………………………….……5. ชองทางการจดั จาํ หนาย รานคา……………………………………………………….……….………………….…… Supermarket…………………………………………………………………….…..…… Delivery………………………………………………………………………………………6. การกาํ หนดราคาขาย ราคาขายปลกี ………………………………………………………………………..…….. ราคาขายสง…………………………………………………………………………….…….7. การสง เสรมิ การขาย การประชาสมั พันธ แผน พับ แผนปลวิ ปา ย โปรโมชน่ั8. การผลติ การใชแ รงงาน การใชแรงงานตนเอง การใชแ รงงานตนเองและครอบครวั การใชแรงงานในชุมชน การใชแ รงตนเองสมาชิกกลุม การใชว ัตถุดบิ มอี ยใู นครอบครวั ตนเอง มีอยใู นชมุ ชน 9. การจัดการสนิ คา การเกบ็ รกั ษา…………….……………………..………… การจัดสง การกระจาย …………………………………10. โครงสรา งองคก ร มอบหมายผรู บั ผดิ ชอบชดั เจน เราทาํ เองทกุ ขั้นตอน11. การลงทนุ พื้นที่ ตรม………………………………………………………………………..…… ดูแลธุรกิจคา ใชจา ย/งบประมาณการลงทุน……………………….…………….……. ลาํ ดบั รายการ จาํ นวนเงิน (บาท/สตางค)
งบประมาณคาใชจายตอ 1 เดอื น ห น้ า | 53 ลาํ ดับ รายการ จาํ นวนเงิน (บาท/สตางค) 12. ระยะเวลาคนื ทุน 1 เดอื น 2 เดอื น 3 เดอื น 4 เดอื น 5 เดือน 6 เดอื น 13. เงอื่ นไขและขอ จาํ กัดที่สาํ คญั ปจ จัยทส่ี ง ผลใหป ระสบความสาํ เรจ็ การไมละเลย กํากบั ดแู ลธรุ กจิ ทาํ เล ทตี่ ง้ั การจัดตกแตง ราน การผลิตทกุ ขน้ั ตอนไดมาตรฐานและปลอดภยั พัฒนาสินคา และบรกิ ารตอ เนอื่ ง อนื่ ๆ ........................................................................................................................... ขอ ควรระวงั ทส่ี ง ผลใหเกดิ ความลมเหลว................................................................... ………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………. 3.5 กรณีตวั อยางวิธกี ารเล้ียงปลาในบอ พลาสตกิ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การเลยี้ งปลาในบอ พลาสติกเปนการเร่ิมตน การเลย้ี งปลาอกี วิธีหน่งึ ท่ใี ชต น ทนุ ตาํ่ ใชพ น้ื ที่ไมมากสามารถใชแรงงานในครวั เรอื นในการขุดบอและดูแล ซง่ึ มขี ั้นตอนดังนี้ 1. การเตรยี มบอ เลี้ยงปลา 1.1 การเลือกสถานทข่ี ดุ บอเล้ยี งปลา ควรเลอื กพนื้ ทีโ่ ลงไมมีตนไมใหญคลุมเน่ืองจากใบไมที่หลน ใสบอ จะสง ผลตอ คุณภาพของน้ําทใี่ ชเล้ียงปลา หรืออาจใชตาขายขึงเหนือบอปลา เพ่ือกันไมใหใบไมหลนลงบอปลาก็ไดนการเรม่ิ ตนการเล้ียงปลาอีกวิธีหน่งึ ทีใ่ ทุ 1.2 การขุดบอ เม่อื เลือกพืน้ ทไ่ี ดแ ลว ขดุ บอขนาดกวา ง 2 เมตร ยาว 4 เมตร ความลึกไมเกิน1 เมตร 1.3 การปพู ลาสติก เม่ือขดุ บอ ไดขนาดทีต่ อ งการแลว ตอไปเปนข้ันตอนของการปูพลาสติกกอนปูพลาสตกิ ตอ งตรวจสอบกนบอ กอ นวา มเี ศษวสั ดุ รากไมห รือไม ถามตี องเก็บออก และหากระสอบปุยปพู น้ื บอกอนปพู ลาสติกเพื่อกันไมใ หเ ศษวสั ดุเหลา น้ันแทงพลาสตกิ ชายของพลาสตกิ ท้ัง 4 ดาน เก็บพันไวท่ขี อบบอ ตกแตงขอบบอใหส วยงาม ปลูกพืชผัก สวนครัวร ซึง่ มขี ้นั ตอนดงั น้ี
54 | ห น้ า 1.4 การปรับสภาพน้ํา เตรียมหัวเช้ือ EM 1 ลิตร มูลวัว 1 บุงกี๋ และดินเหนียว 1 บุงก๋ีผสมกนั และใสไ วท ่ีกน บอ ใสน ้าํ ใหเ ตม็ บอ ทิง้ ไว 7-10 วนั ชวงนีส้ ามารถปลูกผักบุง ผกั กระเฉด พ้ืนท่ี 1 ใน 3ของบอ สังเกตดูถาผักท่ีปลูกในนํ้าทอดยอด หมายถึง นํ้ามีระดับความพรอมท่ีจะปลอยลูกปลา 2. การปลอ ยลูกปลาและการใหอ าหาร 2.1 ปลาดกุ ขนาด 1 เซนตเิ มตร จะปลอย 200 - 300 ตัวตอ 1 บอ ราคาตัวละประมาณ75 สตางค 2.2 อาหารและการใหอ าหาร สําหรับอาหารเปน อาหารสําหรับปลาดกุ เล็กใชเล้ียงตลอด2 เดือนครึ่ง ถึง 3 เดือน แลวจึงเปล่ียนอาหารใหปลาดุกขนาดกลางและอาหารปลาดุกใหมโดยใหอาหารวันละ 2 คร้งั เชา - เย็น ปรมิ าณอาหารใหอ าหารครัง้ ละ 1 กโิ ลกรัมตอ 1 บอ 3. การถายเทน้าํ ขณะเลย้ี งปลา การเลย้ี งปลาในบอพลาสติก ไมต องถายเทน้ําทิ้ง แตใหสังเกตน้ําในบอ ถานํ้าขุนมากใหนาํ นาํ้ ในบอรดตน ไม พชื ผกั สวนครัวขอบบอ และบรเิ วณใกลเคียง และเติมน้ําใหไดระดับเดิมและหากน้ํามีกลิ่นเหม็น ใหเตมิ หวั เช้ือ EM 1 ลิตร เพ่อื ปรบั สภาพนาํ้ 4. การจบั ปลาและผลผลติ เม่ือเลี้ยงปลาไปได ประมาณ 4 เดือนเศษ ปลาดุกมีขนาด 6 ตัวตอ 1 กิโลกรัมในการจับปลา ถาทยอยจับเพื่อบรโิ ภคจะใชก ารตกปลา เพราะถา ใชว ิธกี ารตกั ปลาในบอ ปลาทเี่ หลือจะไมก ินอาหารใน 1 บอ จะไดปลาดุก 80 กโิ ลกรมั ราคาจําหนา ยกโิ ลกรัมละ 40 บาท (ราคาขนึ้ ลงตามราคาตลาด) 5. ตลาดและผลตอบแทน การเล้ยี งปลาในบอ พลาสติก เปน การเลีย้ งปลาแบบครบวงจรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงโดยขอบบอจะปลูกพืชผักสวนครัว ใชนํ้าจากบอปลารดพืชผัก พืชผักท่ีเหลือจากการบริโภค สามารถจําหนายได เชนเดียวกับปลาในบอท่ีใชบริโภคในครัวเรือน เหลือจากการบริโภคในครัวเรือนสามารถจาํ หนายในชมุ ชนได 6. ตนทนุ การผลติ (ราคาขนึ้ ลงตามราคาตลาด) การเล้ียงปลา 1 บอ มีการลงทุน ดังน้ี 1. คาพลาสตกิ 500 บาท 2. คาตาขา ยกน้ั ขอบบอ 100 บาท 3. คา อาหารปลา 2 กระสอบ ๆ ละ 400 บาท เปน เงิน 800 บาท 4. คาลูกปลาดกุ 200 บาท รวม 1,600 บาท
ห น้ า | 557. ตัวอยางการทําอาหารปลาดกุสว นผสม 1. รําละเอียด 2 กระสอบปุย 2. กากมะพราว 1 กระสอบปุย 3. ปลาปน 6 กโิ ลกรมั 4. กากถว่ั เหลอื ง 6 กโิ ลกรมั 5. จลุ นิ ทรยี EM 1 ลิตร 6. กากนาํ้ ตาล 1 กิโลกรมั 7. นาํ้ มันพชื 1 – 2 ลติ รวิธีทาํ 1. นําสวนผสมขอ 1 จาํ นวน 1 กระสอบ ขอ 2,3,4 คลุกใหเ ขากนั 2. นาํ สว นผสม ขอ 5 ,6 ผสมน้ํา 20 ลิตร เพ่ือคลุกเคลาสวนผสม ขอ 1 หมักไว 12 ช่ัวโมง 3. นําสวนผสมท่ีหมักไวในขอ 1,2 ผสมกับรําละเอียด 1 กระสอบและน้ํามันพืช 1 – 2ลิตรคลุกเคลา นําเขาเคร่อื งอัดเม็ดผง่ึ แดด 2 วนั เก็บไวใชไ ด 2 เดอื นเกร็ดความรู 1. การซอื้ พันธุปลากอนการเคลอื่ นยายใหปลาอดอาหาร 1 – 2 วัน เพื่อปองกันปลาดิ้นและทาํ ใหป ลาไสข าดเวลาเลย้ี งปลาจะไมโ ต 2. การเคลือ่ นยายปลาใหเตรียม นํ้ามนั พืช 30 ซีซี : เกลือ 1 ชอนโตะ คนใหเขากันตักใสในถุงหรอื ท่ีมพี นั ธปุ ลา อยูป ระมาณ 1 ชอนชา เพือ่ ปองกนั ปลาบาดเจ็บ 3. การปองกันปลาหนีจากบอเวลาฝนตก ใชวิธีหากมีฝนตกใหหวานอาหารใหปลากินสกั 2 – 3 ครง้ั เพ่อื หลอกวา เวลาฝนตกจะไดกนิ อาหารแลว ปลาจะไมหนี 4. การเปลี่ยนถายน้ําใหดูดนํ้าออก 1 สวน ใน 3 สวน และนําน้ําท่ีใสใหมใหทําเปนละอองฝอยโดยใชส ายยางเพ่ือเพม่ิ ออกซเิ จนใหแ กป ลา 5. การจบั ปลาเพื่อบรโิ ภค โดยใชวิธใี ชส ายยางฉดี นาํ้ เหมือนกบั ฝนตกปลาจะเลนน้ําจากน้ันใชสวิงตกั ปลา ทเ่ี ลน น้ําทันที ปลาจะไมร สู ึกถึงอนั ตรายและจะกนิ อาหารตอ และไมห นีขอดีของการเลีย้ งปลาดุกในบอพลาสติก 1. ใชพนื้ ท่เี ลี้ยงนอย สามารถเลีย้ งไดท กุ ที่ 2. การสรางบอเลยี้ งไดง าย 3. ระยะเวลาเลย้ี งสัน้ 4. เลี้ยงงา ย อดทนตอสภาพนาํ้ ไดด ี 5. บรโิ ภคเองในครวั เรอื น และมเี หลอื จาํ หนา ย
56 | ห น้ า การเลอื กสถานที่สรางบอ 1. อยูใกลบ า น 2. อยูที่รม หรือมหี ลังคา 3. สามารถเปล่ียนถา ยนํา้ ไดสะดวก
กรอบแนวคิดในการประกอบอาชพี เพ่ือสรางรายไดอ ยางม่นั คงานทีชอบงานทีรักงานทีอยากทาํงานทีทาํ แลว้ มีความสุขคิดเป็นดว้ ยขอ้ มลู ดา้ น ตดั สินใจประกอบอาชีพพจิ ารณาทรัพยากร ดา้ น
ห น้ า | 57คง มง่ั ค่งั และยัง่ ยืน ตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมอี งคค์ วามรูด้ ี มีทุน แรงงาน สถานที ผลการประกอบการเหมาะสม P นกั ศกึ ษา กศน.มีมกี ารปฏิบตั ิงานและการ อาชีพมีรายได้จดั การเป็นขนั ตอน ใชว้ งจร มนั คง มงั คงั ยงั ยนื มีการขาย การตลาด A PDCA Dหลากหลาย พฒั นาอาชีพ ต่อเนือง มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ Cใชฐ้ านเศรษฐกิจพอเพียง
58 | ห น้ ากจิ กรรมการเรยี นรู ใหผ เู รยี นวางแผนแนวทางการประกอบอาชีพของตนเอง ทงั้ ผทู ีต่ อ งการเขา สอู าชพี ใหมและพฒั นาอาชพี โดยมขี ั้นตอนดงั นี้ ขั้นตอนที่ 1 ใหแ บง กลมุ ผเู รยี นออกเปน กลุม ละ 5 – 7 คน แตล ะกลมุ ใหเ ลอื ก หวั หนากลมุ 1 คนและเลขากลมุ 1 คน รวมระดมพลังสมองแลกเปล่ียนเรียนรตู ามหัวขอ ดังตอ ไปน้ี 1. การประกอบอาชีพตามแนวของหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2. อาชีพทีเ่ ช่ือมน่ั วา สามารถทําไดใ นชมุ ชนของเรา 3. รว มกนั รางรายละเอยี ด สง่ิ ทต่ี องใช สง่ิ ท่ตี อ งทําในการประกอบอาชพี นัน้ ๆ (ทํา 1- 2 อาชพี ) ท้ังนี้ใหป ระธานเปนผดู าํ เนินการ เลขากลุมจดบนั ทกึ สรปุ สาระสาํ คัญเพอื่ นาํ เสนอ ขน้ั ตอนที่ 2 ใหทุกกลมุ รวมกนั คัดเลือกอาชีพจากกจิ กรรมท่ี 1 ตามที่กลมุ ตกลงรวมท้ังอาชีพที่สามารถทําเปน รายบุคคล และเปนกลุม นํามาเขียนเปนโครงการประกอบอาชีพที่สามารถนําไปปฏิบัติไดจริง ขน้ั ตอนท่ี 3 ใหผเู รียนแตล ะคน แตละกลมุ นาํ โครงการประกอบอาชีพทนี่ าํ เสนอ (ตรวจสอบความสมบรู ณ) ไปประกอบอาชพี โดยมีการรวมระดมทุน จดั หาทนุ การแบง งานกันทาํ การลงมตริ ว มกนั ตัดสินใจระยะเวลาดําเนินการภายใน 1 ภาคเรยี นแลว สรุปผลการประกอบอาชพี เสนอครู กศน.
ห น้ า | 59 บรรณานุกรมคณะอนกุ รรมการขบั เคลอี่ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง. เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร. กรุงเทพฯ : สํานักงาน คณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ, 2550.คณะอนกุ รรมการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกิจพอเพยี ง. การสรา งขบวนการขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ พอเพยี ง. (พิมพ ครั้งที่ 2). กรงุ เทพฯ : สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ, 2548.สํานักบรหิ ารงานการศึกษานอกโรงเรียน.สํานักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ. แนวทางการ จัดการศกึ ษานอกโรงเรยี น ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพยี งชุมชน โดยกระบวนการ การศกึ ษานอกโรงเรียน. กรงุ เทพฯ : หา งหนุ สว นจาํ กดั โรงพิมพอ ักษรไทย (นสพ. ฟา เมอื งไทย).2550.ศนู ยก ารศึกษานอกโรงเรยี นภาคกลาง.สํานักบรหิ ารงานการศกึ ษานอกโรงเรียน. สํานกั งาน ปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร.กระทรวงศึกษาธกิ าร.หลักสตู รเศรษฐกจิ พอเพียง สาํ หรบั เกษตรกร. ศนู ยการศึกษานอกโรงเรียนภาคกลาง. 2549. (เอกสารอัดสําเนา)สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ. คณะอนกุ รรมการขบั เคล่ือน เศรษฐกิจพอเพียง. นานาคําถามเกยี่ วกับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง. 2548.สาํ นกั งานคณะกรรมการพเิ ศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนือ่ งมาจากพระราชดําริ. เศรษฐกจิ พอเพียง.2547.จตุพร สขุ อนิ ทร และมงั กโรทัย. “สรา งชวี ติ ใหมอ ยา งพอเพยี งดว ยบญั ชีครวั เรือน” เดลนิ ิวส หนา 30 ฉบบั วนั จนั ทรท ่ี 20 เมษายน พ.ศ. 2522จินตนา กิจม.ี “เกษตรพอเพยี ง แหงบานปาไผ” .มตชิ น หนา 10 ฉบับวันเสารท ่ี 28 มนี าคม พ.ศ. 2552.ผกาพันธ วัฒนปาณี. “การจัดกระบวนการเรียนรู การจดั สภาพแวดลอ มเพ่ือสงเสรมิ การดาํ เนินชีวิตตาม หลักเศรษฐกิจในครัวเรอื น”. เอกสารอัดสาํ เนา,๒๕๕๓เอกรนิ ทร สีม่ หาศาล และคณะ คุณธรรมนาํ ความรสู ู...... เศรษฐกิจพอเพยี ง ป.6. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั อักษรเจรญิ ทศั น อาท จาํ กัด. มปพ.
60 | ห น้ า หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 รายช่อื ผูเขารวมประชมุ ปฏิบตั ิการพฒั นาหนงั สอื เรียนวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี งครง้ั ที่ 1 ระหวา งวันท่ี 10 – 13 กุมภาพนั ธ 2552 ณ บา นทะเลสีครีม รสี อรท จังหวัดสมทุ รสงคราม 1. นายศรายทุ ธ บรู ณเ จรญิ ผอ. กศน. อาํ เภอจอมพระ จงั หวดั สรุ ินทร 2. นายจาํ นง หนูนลิ สาํ นักงาน กศน. อําเภอเมือง จังหวดั นครศรธี รรมราชครัง้ ท่ี 2 ระหวา งวนั ที่ 29 มิถนุ ายน 2552 – วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ณ โรงแรมแกรนด เดอวิลลกทม. นางพัฒนสุดา สอนซ่อื กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน รายช่ือผูเ ขา รว มประชุมบรรณาธกิ ารหนังสือเรียนวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี งครั้งท่ี 1 ระหวางวันที่ 7 – 10 กนั ยายน 2552 ณ โรงแรมอทู องอินน จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา นางพฒั นส ดุ า สอนซื่อ กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียนครัง้ ที่ 2 ระหวา งวันท่ี 12 – 15 มกราคม 2553 ณ โรงแรมอูท องอนิ น จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา 1. นางพัฒนสดุ า สอนซือ่ ขาราชการบาํ นาญ 2. นายอชุ ุ เช้อื บอคา สํานักงาน กศน. อําเภอหลงั สวน จงั หวดั ชุมพร 3. นางสาวพชั รา ศิริพงษาโรจน สํานักงาน กศน. จังหวัดกระบ่ี 4. นายวิทยา บูรณะหิรญั สํานักงาน กศน. จงั หวดั พังงารายช่ือผเู ขา รว มประชุมปฏบิ ตั กิ ารปรับปรุงเอกสารประกอบการใชหลักสตู รและสอื่ ประกอบการเรียนหลกั สูตร การศกึ ษานอกระบบระดับการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551ระหวางวันท่ี 4 – 10 พฤศจิกายน 2554 ณ โรงแรมมริ ามา กรุงเทพฯ 1. นางผกาพันธ วัฒนปราณี ขาราชการบํานาญ 2. ส.อ.อวยพร ศิรวิ รรณ ผอ. กศน. อาํ เภอบางสะพานนอย จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ 3. นางฤดี ศิริภาพ ผอ. กศน. อาํ เภอบางบัวทอง จงั หวัดนนทบรุ ี 4. นางสาวสุรตั นา บรู ณะวิทย สถาบนั กศน.ภาคตะวันออก 5. นางสาวธนสรวง ชยั ชาญทพิ ยุทธ กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน 6. นางสาวเยาวรตั น คาํ ตรง กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน
ห น้ า | 61ที่ปรกึ ษา บุญเรือง คณะผูจัดทาํ1. นายประเสรฐิ อิม่ สุวรรณ2. ดร.ชัยยศ จาํ ป เลขาธิการ กศน.3. นายวชั รินทร แกว ไทรฮะ รองเลขาธิการ กศน.4. ดร.ทองอยู ตณั ฑวฑุ โฒ รองเลขาธิการ กศน.5. นางรกั ขณา ทปี่ รกึ ษาดา นการพฒั นาหลกั สตู ร กศน. ผูอาํ นวยการกลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี นผเู ขียนและเรียบเรียง บูรณเ จรญิ1. นายศรายทุ ธ หนูนลิ ผอ.กศน.อําเภอจอมพระ จงั หวัดสรุ นิ ทร2. นายจํานง สอนซอ่ื กศน. อาํ เภอเมือง จังหวดั นครศรีธรรมราช3. นางพฒั นสดุ า กลุม พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียนผบู รรณาธิการ และพฒั นาปรับปรุง ขา ราชการบํานาญ1. นางพัฒนส ุดา สอนซ่อื สํานักงาน กศน. อาํ เภอหลังสวน จงั หวดั ชมุ พร2. นายอชุ ุ เชอ้ื บอคา สํานักงาน กศน. จังหวัดกระบ่ี3. นางสาวพชั รา ศริ ิพงษาโรจน สาํ นักงาน กศน. จังหวดั พงั งา4. นายวิทยา บูรณะหริ ัญผูพ มิ พต น ฉบับ คะเนสม กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน เหลืองจติ วฒั นา กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น1. นางสาวปย วดี กวีวงษพพิ ฒั น กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน2. นางสาวเพชรินทร ธรรมธิษา กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน3. นางสาวกรวรรณ บา นชี กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน4. นางสาวชาลีนี5. นางสาวอลิศรา
62 | ห น้ าคณะทํางาน1. นายสรุ พงษ มั่นมะโน กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน2. นายศภุ โชค ศรรี ัตนศิลป กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน กลุมพฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น3. นางสาววรรณพร ปทมานนท กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น4. นางสาวศรญิ ญา กุลประดิษฐ กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น5. นางสาวเพชรินทร เหลืองจติ วฒั นาผูออกแบบปกนายศภุ โชค ศรีรตั นศิลป
ห น้ า | 63 คณะผูพฒั นาและปรบั ปรุง ครั้งที่ 2ทปี่ รกึ ษา บญุ เรือง เลขาธิการ กศน.1. นายประเสรฐิ อิม่ สุวรรณ รองเลขาธิการ กศน.2. ดร.ชัยยศ จําป รองเลขาธกิ าร กศน.3. นายวชั รินทร จนั ทรโ อกลุ ผเู ชี่ยวชาญเฉพาะดานการพฒั นาสือ่ การเรยี นการสอน4. นางวทั นี ผาตินินนาท ผเู ช่ียวชาญเฉพาะดานเผยแพรทางการศกึ ษา5. นางชลุ พี ร ธรรมวธิ ีกลุ หัวหนาหนว ยศกึ ษานิเทศก6. นางอญั ชลี งามเขตต ผอู ํานวยการกลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น7. นางศทุ ธนิ ีผูพฒั นาและปรับปรุง คร้ังท่ี 21. นางผกาพันธ วฒั นปาณี ขา ราชการบํานาญ ผอ. กศน. อําเภอบางสะพานนอย จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ2. ส.อ.อวยพร ศิรวิ รรณ ผอ. กศน. อําเภอบางบัวทอง จงั หวดั นนทบรุ ี สถาบนั กศน.ภาคตะวันออก3. นางฤดี ศิรภิ าพ กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น4. นางสาวสุรัตนา บูรณะวทิ ย5. นางสาวธนสรวง ชัยชาญทิพยทุ ธ6. นางสาวเยาวรตั น คาํ ตรง
64 | ห น้ า คณะผปู รบั ปรุงขอมลู เก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ป พ.ศ. 2560ทปี่ รึกษา จําจด เลขาธกิ าร กศน. หอมดี ผูตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ1. นายสรุ พงษ ปฏบิ ตั ิหนาทร่ี องเลขาธิการ กศน.2. นายประเสริฐ ผอู าํ นวยการกลมุ พัฒนาการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย3. นางตรีนชุ สุขสุเดช กศน.บางกอกใหญผปู รบั ปรงุ ขอมลู ตนั ตถิ าวรนางสาวจริ าภรณคณะทํางาน1. นายสรุ พงษ มน่ั มะโน กลุมพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย2. นายศภุ โชค ศรรี ตั นศลิ ป กลมุ พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั3. นางสาวเบญ็ จวรรณ อําไพศรี กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กลมุ พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย4. นางเยาวรตั น ปน มณวี งศ กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั กลมุ พัฒนาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั5. นางสาวสุลาง เพ็ชรสวาง6. นางสาวทิพวรรณ วงคเ รือน7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน8. นางสาวชมพนู ท สงั ขพิชยั
Search