43 ภาพที่ 3.7 โนราแขก ท่ีมา : (กองมรดกภูมปิ ญญาทางวัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563) ภาพท่ี 3.8 นายโรง หรือ เปา ะโนรา ที่มา : (กองมรดกภูมปิ ญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563)
44 มะโยง มะโยง เปน ละครพนื้ บา นแบบพิธีกรรม ที่ฝงรากลึกในหลายชุมชน ในพื้นที่ตอนใตสุดของ ไทยและตอนเหนือของมาเลเซีย การแสดงมะโยงมีความคลายคลึงกับโนรา ท้ังในรูปแบบ-ลําดับการ แสดง บทบาทหนา ท่ขี องการแสดงท่ีมีตอชุมชนและสังคม และมีตนกําเนิดที่คลุมเครือ แตมะโยงก็เปน พิธีกรรมการแสดงที่มีความแข็งแกรงมานานเกือบ 200 ป ในการเช่ือมโยงชุมชนในเขตจังหวัด นราธิวาสและปตตานี บริเวณตอนใตของไทยและชุมชนในหลายรัฐตอนเหนือของมาเลเซีย และยัง เช่ือมตอไปที่อินโดนีเซียและชุมชนจามในกัมพูชาการแสดงมะโยงส่ือสารกับวิญญาณพื้นถ่ินผาน เสียงดนตรแี ละการรายราํ ที่เชื่อมโยงกบั ตํานานทอ งถ่ินท่มี ีองคประกอบพุทธและพราหมณจากชวาแฝง อยู มะโยงใชทัง้ ภาษาไทยและยาวใี นการสอื่ สารกบั วิญญาณของชมุ ชน ในขนบด้ังเดิมผูแสดงมะโยงเปนผูหญิงลวน ยกเวนตัวตลกท่ีเปนผูชาย นักแสดงนําจะ แตงตัวเปนกษัตริยและราชินี นางกํานัล ตลก และลูกคูขับรองเพลงรายรําระหวางฉากแสดงและใน ตอนจบ มีการแสดงมะโยงท้ังในสยามและรัฐมลายู ในประเทศไทยยังมีการแสดงมะโยง เจาชายแหง รัฐกลันตันไดส รา งหมบู านวฒั นธรรมสําหรับการแสดงละครแบบด้ังเดิมซึ่งรวมถึงมะโยงดวย แตในชวง ทศวรรษท่ี 70 มะโยง กลายเปน การแสดงที่มีความงดงาม และเขาสูเสนทางธุรกิจบันเทิงในมาเลเซีย มี การแสดงนอกเขตรัฐกลนั ตันโดยเฉพาะทก่ี รุงกัวลาลัมเปอรแมวามะโยงใกลจะขาดผูสืบทอด แตการใช พิธีกรรมการแสดงในทองถ่ินยังคงดําเนินตอไป มะโยงไดรับการรับรองใหเปนมรดกภูมิปญญาทาง วัฒนธรรมแหงมวลมนุษยชาติ (จับตองไมได) โดยยูเนสโกของประเทศมาเลเชีย ในป 2548 และเพ่ิง ไดร ับอนญุ าตใหส ามารถเปด การแสดงตอสาธารณชนในรฐั กลันตันไดในป 2562 ทผ่ี า นมา ภาพท่ี 3.9 ศิลปะการแสดงมะโยง ประเทศมาเลเซีย ทมี่ า : (กองมรดกภูมิปญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563)
45 ภาพท่ี 3.10 ศลิ ปะการแสดงมะโยง ประเทศมาเลเซยี ท่ีมา : (กองมรดกภูมิปญญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563) มโนราหมาเลเซีย หนง่ึ ในพ้นื ทีห่ ลักนอกเขตประเทศไทยที่สรางชื่อเสียงใหการแสดงโนราเปนท่ีรูจักนั้นอยูที่ ชุมชนไทยในรัฐกลันตัน รัฐเกดะห รัฐปะลิส และปนัง ซ่ึงเปนรัฐตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ประเพณีการแสดงโนราในมาเลเซียนั้นเช่ือมโยงกับประวัติศาสตรของรัฐสยามในคริสตศตวรรษที่ 20 และยังใชคําวา เมโนราห หรือ เมโนรา (Menorah or Menora) ในการเรียกขานการแสดงโนราใน ชุมชนของตนชุมชนไทยในตอนเหนือของมาเลเซียมีความเขมแข็งและตั้งเปนคณะโนราต้ังแตตน คริสตศตวรรษท่ี 20 การแสดงประกอบดวยการทรงวิญญาณเพ่ือรักษาโรค การแกบน และสืบทอด รับรองศิลปนโนราคนใหม พิธีกรรมการแสดงจัดข้ึนในวัดพุทธศาสนาในวาระโอกาสตาง ๆ เชน การ ครบรอบการมรณภาพของภิกษุสงฆที่มีผูเคารพนับถือ หรือในงานตาง ๆ ของชุมชนไทย ท้ังที่เปนงาน มงคล และอวมงคล พธิ ีกรรมการแสดงจดั ทว่ี ัดไทยหรอื ในบานของผูที่ฐานะเชนเดียวกับการแสดงโนรา ในประเทศไทย รวมถึงการรายรําท่ีมีแบบแผนการขับรอง การเลนตลก และการแสดงละครตามเร่ือง ชาดกในพุทธศาสนาและตํานานทองถิ่น เครื่องแตงกายเปนชุดลูกปดอันประณีต เมโนราหในปนังมี ความแตกตา งออกไปเพราะนาํ ลักษณะเดน จากวัฒนธรรมมาเลยแ ละจนี มาใชใ นการแสดง ในรัฐกลันตนั การแสดงของเมโนราหผสมผสานขนบธรรมเนียมการแสดงท่ีพบในพ้ืนท่ีนั้น ไดแก มะโยง ดนตรีที่ใชในการแสดงน้ันเปนเครื่องผสมของเคร่ืองดนตรีท่ีพบในมาเลเซียมากกวาไทย ขับรองบทเพลงตาง ๆ เปนภาษาไทยและยาวี แมวาการรายรําจะยังคงแบบของไทยแตเรื่องและบท เจรจาคลายคลงึ กับมะโยง ในหลาย ๆ ตอน ในป พ.ศ. 2544 รัฐกลันตนั หามประชาชนแสดง มะโยง, เม โนราห และวายังกุลิต (หุนเงา) ในท่ีสาธารณะ เพราะเปนการละเมิดแนวทางและกฎระเบียบของ อสิ ลาม การแสดงเมโนราหในพ้นื ทส่ี าธารณะยังคงถูกหามปฏบิ ตั จิ นถึงปจ จบุ ัน
46 ภาพท่ี 3.11 เมโนราห หรอื เมโนราในประเทศมาเลเซีย ทมี่ า : (กองมรดกภูมิปญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563) 3. การข้นึ ทะเบียนโนรา ในฐานะตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอองคการยูเนสโก ความพยายามเพื่อสงเสริมโนราในโลกกวางในชวงไมก่ีปที่ผานมาโนราไดรับการสงเสริม ใหไปแสดงในกจิ กรรมทางวฒั นธรรมและการแสดงทจ่ี ัดข้นึ โดยรัฐบาลไทยผา นสถานทูตไทยโดยเฉพาะ สถานทูตไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซ่ึงใหความสําคัญกับโนราในฐานะเปนสวนหนึ่งของ วัฒนธรรมไทย บางครัง้ โนรากเ็ ปดการแสดง และการเรียนการสอน การฝกอบรมในวดั พทุ ธของไทยใน ชมุ ชนไทยท่ัวโลกวัฒนธรรมการแสดงโนราดึงดูดความสนใจในงานเทศกาลเตนรํา การประชุมสัมมนา และการฝกอบรมนานาชาติในระดับภูมิภาค อาจารยธรรมนิตย นิคมรัตนและนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา มีความสําคัญอยางย่ิงที่จะทําใหโนราเปนที่รูจักในระดับโลก นบั ตง้ั แตปรากฏตัวในงานเทศกาลที่จัดข้นึ ทีป่ ระเทศฟน แลนดใ นป พ.ศ. 2549 เพ่ือจัดแสดงการเตนรํา จากพ้ืนที่โดยรอบมหาสมุทรอินเดียท่ีไดรับผลกระทบจากการเกิดสึนามิเม่ือป พ.ศ. 2548 ตอจากนั้น ครูโนราธรรมนิตยก็ไดนําคณะลูกศิษยไปแสดงในเทศกาลละคร และการเตนรํานานาชาติที่จัดขึ้น หลายครั้งทั้งในสิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุน และสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกท้ังยังไดทําการ ฝกอบรมและสอนโนราในงานเทศกาลเตนรําและการประชุมในสิคโปรและมาเลเซียหลายครั้ง ทั้งน้ี ดว ยการผสมผสานรายรํา การขับรองและดนตรีท่ีเปนเอกลักษณของโนราน้ันมีความโดดเดน จึงสราง ความสนใจใหกับสถาบันทางศิลปวัฒนธรรมของภูมิภาคในความละมายคลายคลึงกันของ ศลิ ปะการแสดง หลังจากท่ีประเทศไทยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดก วัฒนธรรม ท่ีจับตองไมได เม่ือวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559 “โขน” เปนรายการแรกที่ประสบ ความสําเร็จ ในการขอขึ้นทะเบียนเปนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอ ยูเนสโก ในป พ.ศ. 2561 และ ตอมา “นวดไทย” กไ็ ดร บั ประกาศใหข้นึ ทะเบยี นฯ ในป พ.ศ. 2562
47 อกี เปนลําดบั ถัดมา รฐั บาลไทยจงึ มมี ติเห็นชอบใหเ สนอ “โนรา” เปนรายการตวั แทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับตองไมได ของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากนั้นยูเนสโก แจงตอผูแทนถาวรไทย ประจําองคการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ใหทราบวารายการโนรา มีลําดับอยูใน วาระการพิจารณา รอบป พ.ศ. 2564 และหากโนราไดขึ้นทะเบียนตอยูเนสโกจะชวยสงเสริมรูปแบบ ศิลปะท่ีโดดเดน และแบงปนความรูนี้ใหกับโลกในฐานะมรดกภูมิปญญาแหงมวลมนุษยชาติ วันที่ 15 ธันวาคม 2564 ท่ีประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่ จับตองไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) ครั้งที่ 16 ผานการประชุมทางไกลเต็มรูปแบบ มีมติใหข้ึนทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ในบัญชีรายการตัวแทนมรดก วัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – บัญชี RL) ภายใตอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมท่ีจับ ตองไมได ค.ศ. 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ หรือยูเนสโก โดย “โนรา” เปนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดขององคการยูเนสโกลําดับท่ีสามของไทย (มติชน ออนไลน, 2564) การข้ึนทะเบียนครั้งน้ีถือไดวาเปนความภาคภูมิใจของคนใตและของคนไทยท้ังประเทศ ซึ่งเปนการสรางความตระหนักรูในระดับสากลตอคุณคาและความสําคัญของ “โนรา” ในฐานะมรดก ทางวัฒนธรรมดานนาฏศิลปท่ีเปนภูมิปญญาทองถ่ินของคนใต อีกท้ังยังเปนการแสดงออกถึงความ หลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทยดว ย รวมทงั้ จะเปนการชวยสงเสริมบทบาทอันเข็มแข็งใหกับ ชุมชน ทจี่ ะตองชว ยกันสง เสริมการเรยี นรู เขา ถงึ พฒั นา และสงวนรักษาศิลปะและวัฒนธรรมไวใหคง อยแู กชนรุนหลงั สบื ไป (กระทรวงการตางประเทศ, 2564) จากสํานักงานใหญองคการยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝร่ังเศส โดยคณะกรรมการ ระหวางรัฐบาลฯ พิจารณาข้ึนทะเบียนโนรา เนื่องจากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑทั้ง 5 ขอของ การขึ้นทะเบยี นประเภท Representative List (ขาวชอง 8, 2564) ไดแก 1) มรดกนัน้ สอดคลองกับลักษณะของมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ตามท่ีนิยามไวใน อนุสัญญา มาตรา 2 2) มรดกนั้นเมื่อไดรับการขึ้นทะเบียนแลว จะสงเสริมความประจักษและตระหนักรูถึง ความสําคัญของมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได อีกท้ังกระตุนใหเกิดการแลกเปล่ียนความคิดเห็นเพื่อ นําไปสูการสะทอนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในระดับโลก และแสดงถึงความสรางสรรคของ มนษุ ยชาติ 3) มาตรการสงวนรักษาน้ัน ไดพิจารณากันมาอยางละเอียดรอบคอบเพื่อการปกปอง และสง เสริมมรดกน้นั 4) มรดกท่ีจะเสนอน้ัน เกิดจากชุมชน กลุมบุคคล หรือปจเจกบุคคลที่เก่ียวของ มีสวน รวมอยางกวางขวางที่สุดเทาท่ีจะเปนไปได พรอมกับไดรับความเห็นชอบซึ่งมาจากความรับรูเขาใจ อยางเปนอิสระเสยี กอ น 5) มรดกนั้นปรากฏและดํารงอยูในดินแดนของรัฐภาคีท่ีนําเสนอ โดยบรรจุอยูแลวใน บัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของรัฐภาคีน้ัน ตามที่นิยามไวในอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษา มรดกวฒั นธรรมทีจ่ ับตอ งไมได มาตรา 11 และ 12
48 ภาพท่ี 3.12 ขึ้นทะเบียนโนรามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจบั ตอ งไมไดข ององคการยเู นสโก ทมี่ า : (ขาวชอ ง 8, 2564) โนรามีคุณคาและความสําคัญในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมท่ีมีอัตลักษณโดด เดนทางดานศิลปะการแสดงที่มีพัฒนาการสืบทอดมาอยางยาวนานนับตั้งแตพุทธศตวรรษที่ 18-19 และมีลักษณะสอดคลองตามหลักเกณฑของมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดตามท่ีระบุไวในมาตรา 2 ของอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ถงึ 4 สาขา คือ 1) มขุ ปาฐะ 2) ศลิ ปะการแสดง 3) การปฏิบัติทางสังคม พิธกี รรม และงานเทศกาล 4) งานชา งฝมอื ดง้ั เดมิ โดยเปนศิลปะการแสดงซ่ึงเปนท่ีนิยมในพื้นที่ภาคใตมาชานาน มีรากฐานมาจากความ เชื่อและพิธกี รรมของชมุ ชนที่ใหความเคารพบูชาตอ บรรพบุรุษ มีการรายรําท่ีทรงพลังงดงาม ควบคูไป กับการขับบทรองเปนภาษาถิ่นใตที่ตองอาศัยปฏิภาณไหวพริบในการโตตอบ โดยมีดนตรีประกอบ จังหวะท่ีใหท ํานองเราใจ เรื่องราวทีแ่ สดงนํามาจากนิทาน ตํานาน และวรรณกรรมพื้นบาน สวนเคร่ือง แตงกายสะทอนใหเห็นถึงงานชางฝมือที่เปนเอกลักษณของทองถิ่น ปจจุบันมีคณะโนราอาชีพใน ประเทศไทย จํานวน 387 คณะ โดย 70% กระจุกตวั อยูม ากบริเวณรอบลุมนํ้าทะเลสาบสงขลา มีการ สืบทอดศิลปะทง้ั ดานการแสดง ชางฝมือ ดนตรี และพธิ กี รรม จากรุนสูรุนผานสายตระกูลโนรา ชุมชน วดั และเขา สหู ลกั สูตรการเรยี นการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับท่ัวภาคใต โนราเปนท้ังพิธีกรรม และศิลปะการแสดงเพ่ือความบันเทิง ที่มีรากฐานมาจากศรัทธาความเชื่อของชุมชน มีการถือปฏิบัติ สืบทอดอยา งยาวนาน มีความสําคัญทางวัฒนธรรมและสังคมอยางลึกซึ้ง ผูถือครองและผูปฏิบัติโนรา
49 ไดสงตอศรัทธาความรูท่ีไดรับจากบรรพบุรุษ เพื่อสืบทอดจริยธรรมแนวทางปฏิบัติตนเพื่อสรางความ สามัคคี ความเปนน้ําหน่ึงใจเดียวกัน เช่ือมโยงจารีตทางวัฒนธรรมผานศิลปะการแสดงท่ีมี ลักษณะเฉพาะของทองถ่ินภาคใต เปน “มหรสพการแสดงท่ีงดงาม ทรงพลัง และมีชีวิตชีวา” เปน “นาฏยลกั ษณของคนใต” การแสดงประกอบไปดวยการรายรําท่ีแข็งแรง กระฉับกระเฉง การขับกลอนดวย ทวงทํานองท่ีไพเราะ ใชปฏิภาณในการดนกลอนสด และเจรจาดวยสําเนียงทองถ่ินใต มีลูกคูและ ดนตรรี องรบั ดว ยจังหวะท่ีคึกคักฉับไว การไดรับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองคการยูเนสโก ถือเปน ความรว มมอื ระหวางประเทศ และเปน การพฒั นาการสง เสริมรกั ษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของ ไทยใหเขมแข็ง นอกจากน้ียังทําใหคนในชาติเกิดจิตสํานึกความเปนเจาของรวมกันและยอมรับใน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม จุดประกายใหเกิดความสนใจในมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรม กระตุนใหทุกคนมีสวนรวมในการสงวนรักษา อันจะนําไปสูความสามัคคีของคนในสังคม และการ พัฒนาที่ยัง่ ยนื กรมสงเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหนวยงานที่มีหนาที่สงเสริมและดําเนินงานปกปอง คุมครองมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรม ไดประกาศยกยองเชิดชูเกียรติศิลปนโนราในฐานะศิลปน แหงชาติ และสนับสนุนใหมีการจัดตั้งสหพันธสมาคมโนราแหงประเทศไทยขึ้น เพ่ือดําเนินโครงการ ถายทอดการแสดงพื้นบานโนราใหแกเยาวชน พรอมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัย และจัดใหมีเวที การแสดงโนราในระดับทองถ่ิน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังกําหนดจัดกิจกรรม เผยแพรประชาสัมพันธคุณคาความสําคัญของโนรา ในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมของ มนุษยชาติ โดยบูรณาการรวมกับหนวยงานภาคีเครือขายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหนวยงาน เพ่ือใหประชาชนชาวไทยไดภาคภูมิใจและตระหนักถึงคุณคาความสําคัญของโนราในลําดับตอไปโดย จัดกจิ กรรมตาง ๆ ประกอบดวย 1) การจัดกิจกรรมเพ่ือประชาสัมพันธ การประกาศขึ้นทะเบียนโนรา เปนรายการ ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมทจ่ี บั ตอ งไมไ ดของมนุษยชาติ 2) การสรางความตระหนักรับรูถึงคุณคาความสําคัญของโนราใหกับส่ือมวลชน ประชาชน เยาวชน โดยประชาสมั พนั ธเผยแพรอ งคความรูในรูปแบบตาง ๆ 3) การสรางการมีสวนรวมของศิลปน ชุมชนโนรา และสถาบันการศึกษาเพ่ือสงเสริม พฒั นาการสืบทอดโนรา และขยายฐานผปู ฏิบัติ ผูถือครองใหก วา งขวางและเขมแข็ง 4) การประกาศยกยองเชิดชูเกียรติบุคคล กลุมบุคคล ชุมชน องคกร ที่มีการสงเสริม การสบื สานโนรา
50 สรุป การสงเสริมและเผยแพรโนราในระดับทองถิ่นและระดับชาติใหเปนที่รูจักมากขึ้นใน ฐานะมรดกทางวฒั นธรรมดานนาฏศิลปท ี่เปนภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ทไี่ ดรับการขึ้นเปนมรดกที่จับตองไมได ของมนุษยชาติ สูการสรางความรูในระดับนานาชาติ 1) โนราในวิถีรวมสมัย เม่ือพ้ืนที่การแสดงของ โนราตองปะทะกบั ความเปลี่ยนแปลงในชวี ติ สมัยใหม บทบาทของโนราในสังคมมคี วามแตกตางไปจาก บทบาทเดิม ๆ พื้นท่ีสําคัญ คือ การเปนศิลปนมืออาชีพ สรางความสุขความสนุกสนาน รองรํา ทํา เ ร่ื อ ง ร า ว ที่ ใ ห ส า ร ะ แ ล ะ ค ว า ม บั น เ ทิ ง เ ป น บ ท บ า ท ท่ี ศิ ล ป น โ น ร า ทั้ ง ผู ห ญิ ง แ ล ะ ผู ช า ย ทํ า ไ ด ดี นอกเหนือไปจากการแสดงในพิธีกรรมโรงครูคณะโนราหลายคณะสรางการแสดงท่ีแตกตาง เพ่ือสราง ความสนใจสําหรับผูชมรุนใหม ทําใหเกิดการแสดงท่ีหลากหลาย ผสมผสาน คัดสรรใหมีความเปน ตนเองที่แตกตางไปจากศิลปะพื้นบานแขนงอ่ืน ๆ วิถีของโนราโรงครูอันศักด์ิสิทธิ์เปดพ้ืนท่ีใหผูชมคน รนุ ใหม ทัง้ ไดร บั รูและรบั ทราบเรื่องราวเหนือคําอธิบายที่ถา ยทอดมาจากบรรพบุรุษของสายตระกูลทํา ใหมีผูคนสนใจ เขาใจชีวิต และความศรัทธาของโนรามากข้ึน ทําให “โนราแบบดั้งเดิม” ที่เคยเปน ความลบั ไดเชอ่ื มตอกบั ผูค นทง้ั เกา และใหม ศิลปนโนรารุนใหมเชื่อมตอพิธีกรรมไดเม่ือตนพรอม และ มีความชํานาญมากพอ 2) เครือขายวัฒนธรรมการแสดงโนราในเอเชียวตะวันออกเฉียงใต วัฒนธรรม โนราเปนสวนหนึ่งของเครือขายทางวัฒนธรรมท่ีรวบรวมการแสดงทองถิ่นในเอเชียตะวันออกเชียงใต ในฐานะพธิ ีกรรมของชุมชนและมหรสพท่ไี ดรบั ความนิยมแพรกระจายไปท่วั ภูมิภาคแหงนี้ต้ังแตภาคใต ของประเทศไทยและคาบสมุทรมาไรอยูเครือขายนี้รวบรวมประเพณีการแสดงท่ีหลากหลายมีความ คลา ยครง่ึ กนั ในฐานะเปนพธิ กี รรมการแสดง (กองมรดกภูมปิ ญญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563) มี 4 เครือขาย ไดแก โนราโกลน โนราแขก มะโยง และมโนราหมาเลเซีย 3) การข้ึนทะเบียน โนรา ในฐานะตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก โนรามีคุณคา และความสําคัญในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณโดดเดนทางดานศิลปะการแสดง ที่มีพัฒนาการสืบทอดมาอยางยาวนานนับต้ังแตพุทธศตวรรษที่ 18-19 และมีลักษณะสอดคลองตาม หลกั เกณฑของมรดกวัฒนธรรมทจ่ี ับตอ งไมไดตามที่ระบไุ วในมาตรา 2 ของอนุสัญญาวาดวยการสงวน รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได 4 สาขา คือ 1) มุขปาฐะ 2) ศิลปะการแสดง 3) การปฏิบัติทาง สังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล 4) งานชางฝมือด้ังเดิม ในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมของ มนุษยชาติ โดยบูรณาการรวมกับหนวยงานภาคีเครือขายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหนวยงาน เพื่อใหป ระชาชนชาวไทยไดภาคภูมิใจและตระหนกั ถึงคุณคาความสาํ คัญของโนรา
51 บทที่ 4 ประยกุ ตแนวคดิ โนรา สูเศรษฐกิจสรางสรรค จากประเด็นการเสวนาในเร่ืองของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ผูเขียน วิเคราะหจากขอคําถามที่วา “ในฐานะที่ โนรา ไดข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ของมนุษยชาติ เราสามารถจะตอยอดภูมิปญญาทองถิ่นใหเปนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองได เพ่ือ นําไปสูการเพ่ิมมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค” โดยจําแนกเปน 3 ประเด็น คือ 1) การ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 2) ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 3) การเพิ่ม คุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรางสรรค มรี ายละเอยี ดดังน้ี 1. การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม นักวิชาการไดใหความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑไวในแงมุมท่ีแตกตางกันอยาง หลากหลาย โดยหมายถึง ขั้นตอนการวางแผน การเลือกใชวัสดุ วิธีการทํางานออกแบบตาม วัตถุประสงคที่ตองการเพ่ือใหสอดคลองกับรูปแบบลักษณะ และคุณสมบัติวัสดุตามความคิด สรางสรรค นอกจากน้ี รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ยังไดใหความหมายเพ่ิมเติมของการ ออกแบบผลิตภัณฑ หมายความถึง การรวบรวม หรือ การจัดองคประกอบเขาดวยกันอยางมี หลกั เกณฑของรูปแบบงานทเ่ี ปน สองมติ ิ และสามมติ ิ โดยผูออกแบบจะตองคํานึงถึงคุณลักษณะสําคัญ ของการออกแบบ คือ ประโยชนใชสอย และความสวยงามท่ีถูกนํามาจัดองคประกอบ โดย กระบวนการนี้จะเปนการตอบสนองคุณประโยชนทางกายภาพ และสรางคานิยมทางความงามใหแก มนษุ ย ดงั คํากลาวท่ีวา “การสรางสรรคงานหัตถกรรมควบคูไปกับระบบอุตสาหกรรม การทํางาน ควรมองไปถึงผลิตภัณฑที่เราใชงานรวมกับบริการ หมายถึง มันไมใชแคเราใชแลวเรา สบาย แตเม่ือเราใช เราตองไดรับการบริการท่ีทําใหเรารูสึกดีดวย ผมเองในฐานะนัก สรางสรรคเ ม่ือมองเห็นความเปน วัฒนธรรมกจ็ ะนํามาสรางสรรคต อ ใหเ ปนผลิตภัณฑหรือ บริการ ซึ่งตรงนี้ตองใชประสบการณของนักออกแบบ บางครั้งอาจจะสัมผัสไดถึง เรอ่ื งราวแลวนําจุดเดนตรงน้ันมาพัฒนา ผลงานที่ออกมาอาจจะไมตองซับซอน เพียงแค เหน็ สนิ คากร็ สู กึ ดี รสู ึกอยากได อยากเปนเจาของ อยากใชงาน มันมีผลกระทบทางจิตใจ ทางใดทางหน่งึ ” (เรวัต สุขสิกาญจน, 2565, มีนาคม 6) จากคํากลาวขางตน สอดคลองกับ ดร.กษิรา ภิวงศกูร ไดใหนิยามความหมายของ การ ออกแบบผลิตภณั ฑท างวฒั นธรรมไวว า หมายถงึ การสรา งองคความรูทางภูมิปญญาเพ่ืองานออกแบบ ผลติ ภณั ฑ เนอื่ งจากความรทู างภมู ิปญญา หรอื ศิลปวฒั นธรรมทองถิ่น จะมีลักษณะเปนความรูที่มีอยู แลวในตัวบุคคล หรือ เปนความรูแบบฝงลึก ดังนั้น ในการศึกษาขอมูลทางภูมิปญญา หรือ
52 ศิลปวัฒนธรรมทองถ่ินน้ัน นักออกแบบควรมีการลงพ้ืนท่ี และมีสวนรวมกับชุมชนโดยตองฝงตัวใน ระดับท่ีสามารถทําได เชน สังเกตการณ หรือ ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ ศึกษา ทักษะงานหัตถกรรม รวมไปถงึ การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตท่ีเก่ียวของ ที่สามารถนําประยุกตใชเปน แนวความคิดในการสรางสรรคองคความรู โดยอาศัยทฤษฎีอันเปนกระบวนการทางสังคม และทฤษฎี ทเี่ กย่ี วขอ งกับการออกแบบ โดยทํางานอยา งมสี วนรว มระหวางนักออกแบบ และชางพื้นถิ่น หรือ ชาง หตั ถกรรม เพ่ือใหเ กิดมาเปน ผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรมอยา งบูรณาการ (กษิรา ภิวงศก รู , 2562) กลาวโดยสรุปวา การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการการศึกษา ความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น เปนแนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบ ผลติ ภณั ฑโ ดยการมสี วนรวมกับชมุ ชน โดยบรู ณาการการออกแบบภายใตขอ จํากัดของชางพ้ืนถิ่น และ ปฏิบัติงานรวมกันในการสรางตนแบบ เพ่ือใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมที่สอดคลองกับอัตลักษณ ชุมชน 2. ขน้ั ตอนการออกแบบผลติ ภัณฑท างวัฒนธรรม รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดใหขอมูลวา โดยท่ัวไปนักออกแบบจะคํานึงถึง หลักการ โดยใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑท่ีดีจะตองมีองคประกอบ อยางไร มีการคิด วิเคราะห และใชความคิดสรางสรรคหากกระบวนการและวิธีการออกแบบดี ยอม สงผลถงึ ผลติ ภณั ฑท ี่ดี ดงั คาํ กลา วที่วา “เราจะสรางสรรคโนราตอยังไง ตรงน้ีผมมองเปน 2 ทางนะครับ ทางแรก คือเปนเรื่องของการออกแบบท่ีดี ทางสองเปนเรื่องของผลิตภัณฑที่ดี โนราส่ิงที่สัมผัสได คือ โนราคอนขางมี stories เยอะนะครับ ตรงน้ีผมวาเปนจุดเดนสามารถนํามาเปน แนวทางในการสรา งสรรค หรอื อยูในข้ันตอนของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ไดค รับ อยางที่คลองแดนมีตุกตาปูน หรือเราจะเรียกอีกอยางหน่ึงวาของท่ีระลึก ซึ่งเขาก็ทําตุกตาปูนมีลักษณะทาทางเหมือนทารําโนรา อันนี้เปนการแสดงออกทางดาน การออกแบบในแบบตรงตรง ไมคิดซบั ซอน ถือเปนจดุ ขายไดด เี ลยครับ นอกเหนือจากของท่ีระลึก ยังสามารถสรางสรรคในเชิงตกแตงสวน garden ดา นนอก หรอื จะเปนงานตกแตง ภายในพวก installation ศิลปะจัดวาง นําสิบ สองทารํามาออกแบบไดเลยครับ” (เรวัต สขุ สกิ าญจน, 2565 มีนาคม 6) ในการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองอาศัยหลักการ และขั้นตอน ที่มีความ ชัดเจน และสามารถนําไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ ผูเขียนรวบรวมและสังเคราะห และสรุป สาระสาํ คญั นําเสนอดังตอ ไปนี้ หลกั การออกแบบผลิตภัณฑท างวฒั นธรรม การออกแบบที่ดีสงผลถึงผลิตภัณฑที่ดี โดยท่ีนักออกแบบตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑ เพ่ือกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑวาควรมีองคประกอบเปนเชนไร พิจารณา
53 แลวใชความคิดสรางสรรค เลือกทํางานตามกระบวนการ และวิธีการเพ่ือใหผลิตภัณฑมีความ เหมาะสมตามหลักการออกแบบ (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก อางใน วัชรินทร จรุงจติ สุนทร, 2564) ประกอบดวย 2.1.1 หนาที่ใชสอย เปนขอสําคัญท่ีสุดในหลักการออกแบบผลิตภัณฑท่ี ผูออกแบบตองคํานึงถึงในอันดับแรก เพราะผลิตภัณฑทุกชนิดตองมีหนาท่ีใชสอยถูกตองตาม วัตถปุ ระสงคท ่ตี ง้ั ไว และสามารถตอบสนองความตอ งการของผใู ชไ ดอยางมีประสิทธภิ าพ 2.1.2 ความสวยงาม เปนสวนที่ทําใหเกิดการตัดสินใจซื้อ เพราะประทับใจในคร้ัง แรกที่พบซ่งึ เปนสวนสําคัญที่ผบู รโิ ภคใหความสนใจ ไมนอ ยไปกวาหนาท่ีใชสอย 2.1.3 ความสะดวกในการใช กรณที ผ่ี ูออกแบบทําการออกแบบผลิตภัณฑประเภท ของใช หรอื เฟอรนเิ จอร จาํ เปนตองอาศัยการศึกษาดา นกายวิภาคเชิงกลทเี่ ก่ยี วของกับ ขนาด สัดสวน และขดี จํากดั ทเ่ี หมาะสมของอวยั วะตาง ๆ ในรางกายของมนษุ ย 2.1.4 ความปลอดภัย ผูออกแบบผลิตภัณฑควรคํานึงถึงความปลอดภัยของผูใช เพราะสิง่ อาํ นวยความสะดวกยง่ิ อํานวยประโยชนมากเพยี งใด กอ็ าจจะยอ มมีโทษมากเพยี งนนั้ 2.1.5 โครงสรางความแข็งแรง จะตองมีอยูภายในผลิตภัณฑอยางเหมาะสม ซึ่ง การออกแบบควรอาศัยความรูดานคุณสมบัติ วัสดุ และจํานวน หรือปริมาณโครงสราง ในกรณีท่ีตอง ใชโครงสรา งเพือ่ การรบั นํ้าหนกั โดยตอ งมคี วามเขา ใจ และไมทงิ้ เรอื่ งของความสวยงามทางศลิ ปะ 2.1.6 ราคา ราคาควรพอเหมาะพอสม จากการกําหนดเรื่องของกลุมผูบริโภค และการตลาดความตองการของลกู คา เปา หมาย วา เปนกลมุ ใด มคี วามตองการเปนเชนไร เพ่ือกําหนด ราคาของการผลิต และราคาขายใหเ หมาะสม ทั้งตน ทุน และกาํ ไร 2.1.7 วัสดุ มีการพิจารณาถึงกระบวนการ และวิธีการผลิต เพราะในระบบการ ผลิตแบบอตุ สาหกรรมมวี สั ดุสงั เคราะห และกระบวนการผลติ ท่หี ลากหลาย 2.1.8 กรรมวิธีการผลิต นักออกแบบควรออกแบบใหผลิตภัณฑทุกชนิดผลิตงาย สะดวก ประหยัด ไมซับซอน หรือออกแบบใหสอดคลองกับการผลิตของกลุมผูผลิต หรือ ผูประกอบการทีม่ ีอยู 2.1.9 การขนสง ตองคํานึงถึงการประหยัดคาขนสง สะดวกในการขนยาย ระยะทาง และวิธีการ เชน ขนสงทางบก ขนสงทางน้ํา ขนสงทางอากาศ หรือ แมแตบรรจุภัณฑตอง ปกปองผลติ ภณั ฑภ ายในไมใหเ กิดความเสียหายระหวางขนสง กลาวโดยสรุป หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑใ นการกําหนดคณุ สมบัติการออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคประกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาที่ใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวกในการใช 4) ความปลอดภัย 5) โครงสรา งความแข็งแรง 6) ราคา 7) วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การขนสง ท้ังน้ี การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชความคิด สรางสรรค ทํางานตามกระบวนการ เพ่ือใหผลิตภัณฑมีความเหมาะสมตามหลักการออกแบบ ซึ่ง หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมขางตน สอดคลองกับแนวคิดของดีเทอร ราม (Dieter Rams) นักออกแบบอุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ผูทํางานดานการออกแบบผลิตภัณฑภายใตแนวคิด ลัทธินิยมการใชงานไดจริง (Functionalism) ซ่ึงเปนท่ีรูจักในฐานะนักออกแบบท่ีปฏิวัติรูปแบบ เคร่ืองใชไ ฟฟาและเฟอรน เิ จอรที่ผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีความเชื่อในหลักการออกแบบวา “การ ออกแบบท่ีนอยกวา แตดีกวา” ถือเปนลักษณะท่ี “ตัดทอนสิ่งไมจําเปน แตมีคุณภาพตอบสนองตอ ผูใ ชแ บบเหนือกาลเวลา” (ฐปนทั แกว ปาน, สราวธุ อศิ รานุวัฒน และจรยิ า แผลงนอก, 2564)
54 “จะเห็นไดจากงานสรางสรรค หรืองานวิจัยนะครับ นักออกแบบมี ประสบการณ ผนวกกับทักษะดานการออกแบบในระดับดี เขาจะฝงตัวรวมไปกับชุมชน เพื่อเก็บขอมูลของความเปนทองถิ่น และนํามาคล่ีคลายใหถึงรากดั่งเดิมของความเปน มรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมควร impact ทางสังคมนะครับ โดยทั่วไปนักออกแบบรุนใหมจะนิยมทํางานภายใต 3 แนวคิด คือ แนวคิดเพ่ืออนุรักษ สิ่งแวดลอ ม แนวคิดการออกแบบอยางย่ังยืน และแนวคิดทางหัตถอุตสาหกรรม มันไมใช กระบวนการที่ตายตัว แตคานิยมเร่ืองทุนทางวัฒนธรรมท่ีกําลังมาแรง และไดรับความ สนใจจากนักออกแบบรุนใหมท่ีอยากทําทุนทางวัฒนธรรมบวกวัตถุดิบทองถิ่นมาพัฒนา ตอยอดสกู ารสรางแบรนด” (เรวตั สขุ สิกาญจน, 2565 มนี าคม 20) จากคํากลาวขางตน ผูเขียนสรุปข้ันตอนการนําศิลปวัฒนธรรมโนรา มาเปนแนวทางใน การออกแบบและพฒั นาผลติ ภัณฑทางวัฒนธรรม มี 4 ข้นั ตอนในการออกแบบดงั ตอ ไปนี้ ขน้ั ตอนในการออกแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรม 1) การรวบรวมขอมูลศิลปวัฒนธรรมโนรา นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนจะตอง ศึกษาศิลปวัฒนธรรมโนราอันเปนทุนทางวัฒนธรรม เพ่ือเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เชน การศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะ ทํานอง รวมไปถงึ พธิ กี รรมและความเชื่อ ในกระบวนการน้ี นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนอยางย่ิงที่ จะตอ งลงพ้นื ที่เก็บขอมูล หรือ ฝงตวั อยูใ นชมุ ชน เพ่ือใหไ ดข อมูลท่เี กี่ยวของกับศิลปวัฒนธรรมโนราให ไดมากท่สี ุด ทง้ั จากการสัมภาษณ การจดบันทึก การถายภาพ หรือ สิ่งท่ีเก่ียวของตาง ๆ ไมวาจะเปน สถานที่แสดง สภาพแวดลอม การทํางาน อุปกรณเคร่ืองดนตรีที่ใชแสดง นอกจากนี้ยังตองหาขอมูล เพม่ิ เตมิ จากเอกสาร และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ ง หรือ การคนควา อิสระทางอินเตอรเน็ต 2) การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราท่จี ะนํามาใชใ นการออกแบบ การ สรุปความคิดรวบยอด หมายถึง การรวบรวมขอมูลท่ีไดจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ และการ เก็บขอมูลภาคสนาม และนํามาคิดวิเคราะห สังเคราะห เพื่อใหไดแนวทางท่ีจะนําไปสูแนวคิดในการ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ถือเปนการสรุปผลการสังเคราะหเชิงคุณภาพ เพ่ือเปน แนวทางในการออกแบบภาพรา งผลิตภัณฑในขนั้ ตอไป 3) การออกแบบภาพรา งผลิตภัณฑท่ีสะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยท่ัวไปผูวิจัย หรือ นักออกแบบจะตองทําการออกแบบภาพราง (Sketch design) ตามวัตถุประสงคที่ไดว างไวในงานวิจัย หรือ ในกระบวนการออกแบบอยางนอยไมตํ่ากวา 5 รูปแบบหรืออาจมากกวาน้ัน ทั้งนี้ เพื่อใชในการ คัดเลือกแบบโดย ผูคัดเลือกอาจจะเปนบุคคลในชุมชนท่ีเก่ียวของ หรือ เปนผูมีสวนรวมใน กระบวนการวิจัย หรือ งานออกแบบ และควรใหผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ ประเมินรูปแบบของผลิตภัณฑ เพื่อใหไดรูปแบบภาพรางท่ีสมบูรณท่ีสุดเพียงชิ้นเดียว ที่เปนงาน ออกแบบทีเ่ หมาะสมที่จะนาํ ไปพัฒนาสรางเปนตนแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมตอไป 4) การสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ ในข้ันตอนการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ จะ ทํางานภายใตการออกแบบภาพรางท่ีไดกําหนดไวในข้ันตอนแรก ผูวิจัย หรือ นักออกแบบ จะ
55 วิเคราะหขอสรุปท้ังหมด เพ่ือนําไปสูการสรางตนแบบจริง ทั้งเร่ืองรูปแบบ โทนสี วัสดุ รวมไปถึง รปู แบบการใชง าน จากนน้ั ตอ งทาํ ไปทดลองใชกบั กลมุ ตัวอยาง เพื่อใหงานออกแบบผลิตภัณฑสมบูรณ ตามท่ีวัตถุประสงค ขอมูลตอไปนี้จะเปนกรณีศึกษาจากงานวิจัย เพื่อใหผูอานไดมองเห็นภาพของ กระบวนการการออกแบบ (Process Design) การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีสะทอน ศลิ ปวฒั นธรรมโนรา กรณีศึกษางานวิจัยของศิรัมภา จุลนวล (2558) ทําการศึกษาศิลปะการแสดงโนราเพ่ือ การออกแบบผลิตภัณฑตกแตงภายในที่อยูอาศัย ผูวิจัยไดกําหนดแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ ตกแตงบานสําหรับหองรับแขกท่ีสะทอนถึงอัตลักษณการแสดงโนรา ผูวิจัยเล็งเห็นวา “เทริด” เปน เครื่องสวมศีรษะของโนรา ซ่ึงเปนสวนสําคัญของเคร่ืองแตงกายและเปนเอกลักษณท่ีโดดเดนของการ รําโนรา มีรูปทรงที่โดดเดนวิจิตร สงางาม ศักดิ์สิทธิ์ และนาศรัทธา ผูวิจัยไดนํามาเปนแนวคิดหลักใน การออกแบบ “โคมไฟสาํ หรับหองรับแขก” เปน ลักษณะโคมไฟหอยเพดาน เพราะเทริดเปนของสูง ไม ขัดแยงกับความเช่ือศรัทธาที่มีตอโนราลักษณะการออกแบบมีการผสมผสานระหวางรูปทรงส่ีเหล่ียม ขาวหลามตัด ซึ่งเปนเอกลักษณที่โดดเดนของชุดโนรา และความเปนสี่เหลี่ยมมุมที่แสดงออกถึง อารมณหนักแนน แข็งแรง และออนชอยจากลักษณะใชครุย ดังน้ัน เพ่ือใหเกิดมิติ และมุมมอง ทางดานองคประกอบศิลปจากแสงไฟ การจัดวางโคมไฟ จึงจัดวางเปนกลุมเล็ก กลาง ใหญ เพ่ือให ความรสู กึ อบอนุ เปนครอบครัวตามวถิ ชี วี ติ ของชาวใต ผูวจิ ยั เลอื กวัสดุประเภท “โลหะ” ดวยเหตุผลมี ความแขง็ แรง คงทนถาวร สามารถขึ้นรูปดวยวิธีตาง ๆ ไดงาย ไมเส่ียงตอการแตกหัก ทนทานตอการ ผกุ รอนไดดีในสภาพอากาศท่ีใชงานท่ัวไป ซื้อหางายในทองตลาด และมีความเหมาะสมกับการพัฒนา ผลติ ภณั ฑที่กําลงั จะผลติ (ดังภาพที่ 1.1) ภาพที่ 4.1 ภาพการออกแบบโคมไฟสาํ หรบั หองรบั แขก ที่มา : (ศริ มั ภา จุลนวล, 2558, p130)
56 กรณีศึกษางานวิจัยของวิมลิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรีคําพันธุ (2562) ทําการศึกษาอัตลักษณทางวัฒนธรรมมโนราห เพื่อประยุกตใชในการออกแบบเครื่องประดับ ผูว ิจัยสรปุ การวิเคราะหขอ มลู อตั ลกั ษณทางวฒั นธรรมมโนราหโ ดยแบง ผลวิเคราะหเปน 3 ดาน คือ 1) ดานประวัติความเปนมา เชื่อวามโนราหเกิดขึ้นในภาคใต มีการผสมผสานวัฒนธรรมจากตางประเทศ เชน อนิ เดยี ชวา มลายูต้ังแตสมัยอาณาจักรศรีวิชัย 2) ดานการแสดงมโนราห องคประกอบการแสดง มโนราห คือ โรงแสดง หรือ พ้ืนท่ีใหการแสดง ตัวแสดง เคร่ืองดนตรี ทารํา เรื่องท่ีแสดง เครื่องแตง กาย ความเช่ือในพิธีกรรม และวิถีชีวิตของมโนราห 3) ดานเคร่ืองแตงกายมโนราห มีเอกลักษณ ชัดเจนแตกตางไปจากศิลปะการแสดงอื่น โดยเฉพาะสีสัน โทนสีท่ีใช คือ ขาว แดง น้ําเงิน ฟา สม เขียว เหลือง และดํา ปจจุบันเพิ่มสีมวงข้ึนมา และลวดลายเนนไปท่ีรูปแบบเรขาคณิต สามเหลี่ยม ส่ีเหลี่ยม ลายลกู แกว ลายขาวหลามตัด และลายดอกไม ผูวิจัยทําการออกแบบเครื่องประดับจากการ ประยุกตใชอัตลักษณทางวัฒนธรรมโนราตามกรอบการออกแบบเคร่ืองประดับ มีความสวยงาม มี ความคิดสรางสรรค มีเอกลักษณ ใชวัสดุท่ีมีราคาและเหมาะสมในการผลิต เหมาะสมกับบุคลิกการ แตงตวั ของผสู วมใส ซึ่งเปนผูหญิงวัยทํางาน ต้ังแตอายุ 25 - 40 ปสอดคลองกับสมัยนิยมในปจจุบันท่ี เครือ่ งประดับและแฟชน่ั ไดรบั ความนิยมมากขึ้น โทนสจี ะเนนสีทอง และสีเงิน มีความวาว สรางความ สวยงาม ดูแข็งแรง เสริมอัญมณีประเภทพลอยสีเขม เนนพื้นผิวของวัสดุเคร่ืองประดับผสมผสานกับ โลหะ และประยุกตลวดลายใหมโดยผสมผสานลวดลายดั้งเดิมกับเทคนิคการทําเครื่องประดับ (ดัง ภาพท่ี 2.1) มกี ารออกแบบบรรจุภณั ฑส าํ หรบั เครือ่ งประดบั โดยนําลวดลายลูกแกว ลายขาวหลามตัด และกลุม โทนสขี องมโนราหมาอยูบนบรรจุภัณฑ ประกอบดวย บรรจุภัณฑสรอยคอ บรรจุภัณฑสรอย ขอ มอื บรรจภุ ณั ฑแหวนและตางหู (ดงั ภาพที่ 2.2) ท้งั นี้มีการวิเคราะหและออกแบบตราสินคา โดยใช ช่ือวา โนรายา (Noraya) เปนการผสมผสานคําภาษาไทย คําวา โนราและอารยะ หมายถึง ความ เจรญิ รงุ เรืองและวัฒนธรรมของมโนราห (ดังภาพที่ 2.3) ภาพที่ 4.2 ภาพการออกแบบเครื่องประดับ ท่มี า : (วมิ ลนิ สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสธุ าสินนี บรุ ีคาํ พนั ธุ, 2562)
57 ภาพที่ 4.3 ภาพการออกแบบบรรจภุ ณั ฑส าํ หรับเคร่ืองประดบั ท่มี า : (วมิ ลนิ สันตจิต, อรรถพร ฤทธเิ กดิ และสธุ าสินีน บรุ คี าํ พนั ธุ, 2562) ภาพท่ี 4.3 ภาพการออกแบบตราสนิ คาแบรนด โนรายา หรือ Noraya ทมี่ า : (วิมลิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธเิ กดิ และสธุ าสินนี บุรีคาํ พนั ธุ, 2562) กรณีศึกษางานออกแบบตราสัญลักษณการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทางวัฒนธรรมสู เศรษฐกิจสรางสรรคทสี่ มดุลและยั่งยืน ผอู อกแบบไดกาํ หนดขอบเขตและ Mood & Tone ของงานได อยางชัดเจน เริ่มตนจากการออกแบบตราสัญลักษณของกิจกรรมการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทาง วัฒนธรรมสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและย่ังยืน ผูออกแบบนําแรงบันดาลใจจากรูปทรงของคลุม ไหลโ นรา และทบั ทรวงโนรา ผสมผสานกับรูปทรงสามเหล่ียม สี่เหลียม และสี่เหลียมขาวหลามตัด ใช สีไทยโทน ประกอบดวย สีนํ้าตาลไหม แสดงถึงความเกาแก สีสมอิฐ แสดงถึงศิลปะพื้นถ่ิน สีสมแสด แสดงถึงความรวมสมัย สีเหลืองนํ้าผ้ึง แสดงถึงความงดงาม สีขาวกะบัง และสีขาว แสดงถึงความ บริสุทธ์ิทําดวยหัวใจ เม่ือสีไทยโทนทั้ง 5 สี อยูรวมกัน จะสามารถแสดงถึงความเปนวัฒนธรรมรวม สมัย และสะทอ นถงึ ศิลปะพืน้ ถิ่นทส่ี มบูรณแบบ นอกจากน้ียังมีการตอยอดตราสัญลักษณครั้งนี้ ไปอยู บนสื่อประชาสัมพันธตาง ๆ เชน โปสเตอร โบวชัว แบนเนอรเว็บไซด ของท่ีระลึก เปนตน มีการ ประยุกตตวั อกั ษรคาํ วา โนรา ท่ีเปน คําสําคญั อนั เปนตนเรื่องของงานการเสวนาในคร้ังนี้ โดยใชรูปทรง และความออนชอยของเลบ็ ซง่ึ เปนหน่ึงในเคร่อื งแตงกายทใ่ี ชในการแสดงโนรา
58 ภาพท่ี 4.5 ภาพการออกแบบตราสญั ลักษณกิจกรรมการเสวนาฯ ท่ีมา : (ตวงรัก รตั นพันธ,ุ 2565) 3. การเพิ่มคณุ คา และมลู คาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรา งสรรค สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2565) ไดใหคํานิยามเศรษฐกิจ สรางสรรค (Creative Economy) ไวว าเปนการพัฒนาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของการสราง และใชองค ความรู ความคิดสรางสรรค และทรัพยสินทางปญญาที่เช่ือมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การส่ังสม ความรขู องสงั คม เทคโนโลยี และนวตั กรรม ในการผลิตสินคาและบริการใหม เพื่อสรางมูลคาเพ่ิมทาง เศรษฐกจิ หรอื ถาพดู ใหเ ขาใจงาย ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค คือ การนําสินคา หรือ บริการมาเพ่ิมมูลคา โดยผานการคิดอยางสรางสรรค และนําเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม ๆ รวมถึงพื้นฐานทาง วัฒนธรรม สังคม เขามาชวยในการสรางสรรคผลงาน ประเทศไทยจะปรับกลยุทธทางเศรษฐกิจ ให สอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปท่ีการเพ่ิมคุณคา สรางมูลคา และสงเสริม ความสามารถใหสินคาไทยที่มีศักยภาพในการแขงขันอยูแลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพ่ือ หลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหน่ึงที่จะชวยขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย โดยเนนการพฒั นาอยางสมดุล และย่ังยืนบนพื้นฐานความไดเปรียบของประเทศ ท้ังใน ดา นความหลากหลายของวัฒนธรรม และภูมิปญญาดา นงานศลิ ปหัตถกรรมที่สามารถนํามาตอยอดใน เชิงความคิดสรางสรรคได ซ่ึงในปจจุบัน “เศรษฐกิจสรางสรรค” ไดถูกบรรจุเปนหนึ่งในสาขาภายใต ระเบียบวาระแหงชาติ BCG Economy Model สาขาการทองเท่ียวและเศรษฐกิจสรางสรรคดวย (สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2565) สอดคลองกับคํากลาวของรอง ศาสตราจารยเ รวตั สุขสกิ าญจน ในเร่ืองของเศรษฐกจิ สรางสรรค ไวว า
59 “ในสวนของเศรษฐกิจสรางสรรค หรือ การสรางสรรคส่ิงท่ีเปนทุน วัฒนธรรมมนั สามารถขยายผลไดเปน รปู ธรรม ผมคดิ วา มันสามารถสรางความสมดุลและ ยังยนื ตาม Keyword ของการเสวนาท่ที มี งานทีต่ ั้งไวได เศรษฐกิจสรางสรรคที่จริงมันผานมาเกือบ 20 ป แลวมันเปนเฟรมเวิรค ของเขา แลวเราเรียกกันวา “นโยบายของรัฐบาล” ส่ิงที่มันจะขับเคลื่อนไปไดมันมาจาก ภาคท่ีเปนการบริหารจัดการ หมายถึง เปนผูสนับสนุนหลักที่ดี ดังนั้น รัฐบาลจึงต้ัง หนวยงานเพ่ือใหความรูดานการออกแบบยุคแรก ๆ เรียกวา Thailand Design Center” (เรวัต สขุ สิกาญจน, 2565 มนี าคม 6) เศรษฐกิจสรางสรรค คือ ระบบเศรษฐกิจที่นําแรงบันดาลใจ ความคิดสรางสรรค องค ความรู ศิลปวัฒนธรรม และคานิยมท่ีสั่งสมกันมาผานรุนสูรุน มาพัฒนาตอยอดเพ่ือสรางความ แตกตาง แปลกใหม และสรางมลู คา เพิ่มใหก บั สินคาและบริการ สามารถสรางรายไดใหแกผูผลิต ผูคิด นักประดิษฐ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวของ นําไปสูการขยายตัวทางเศรษฐกิจกอเกิดอุตสาหกรรม สรา งสรรค หรือ อุตสาหกรรมเชิงวฒั นธรรม เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวยอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมเปนหัวใจสําคัญ โดย UNCTAD แบง เปน 4 ประเภท ดงั นี้ 1) มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage or Cultural Heritage) เปนกลุมอุตสาหกรรมประวัติศาสตร โบราณคดี วัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือและ สภาพสังคม แบงออกเปนกลุมการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เชน ศิลปะและงานฝมือ เทศกาล งานเฉลมิ ฉลอง และกลุมที่ตงั้ ทางวัฒนธรรม เชน โบราณสถาน พิพิธภัณฑ เปนตน 2) ศลิ ปะ (Arts) เปนกลุมอุตสาหกรรมสรางสรรคบนพื้นฐานของศิลปะและวัฒนธรรม คือ กลุมงาน ศิลปะ เชน ภาพวาด รูปปน วัตถุโบราณ และกลุมศิลปะการแสดง เชนการแสดงดนตรี การแสดง ละคร การเชิดหุน กระบอก เปนตน 3) ส่ือ (Media) เปนกลุมสื่อผลิตงานสรางสรรคที่สื่อสารกับคนกลุมใหญ แบงออกเปน งานสื่อสิ่งพิมพ ประเภทตา ง ๆ และงานโสตทัศน เชน ภาพยนตร โทรทศั น วิทยุ เปนตน 4) ประโยชนใ ชสอย (Functional Creation) เปน กลมุ ของสนิ คา และบริการท่ีตอบสนองความตองการของลูกคา แบงเปน 3 กลุม คือ กลมุ การออกแบบ กลมุ สื่อสมยั ใหม และกลุมบริการทางความคิดสรา งสรรค กลาวโดยสรุป อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม ตองอาศัยความคิดสรางสรรคและทุนทาง ปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและบริการ (Outputs) ท้ังที่จับตองได (Tangible) และที่จับตอง ไมไ ด (Intangible) โดยผลงานสรางสรรคเหลานั้น จะตองมีศักยภาพทางการคา สามารถสรางรายได ผานการใชประโยชนจากสินทรัพยทางวัฒนธรรม และการผลิตสินคาและบริการท่ีมีความหมายเชิง สงั คมและวัฒนธรรม ปจจัยของการเพิ่มมูลคา และคุณคาของมรดกวัฒนธรรมโนราอยางสมดุลและย่ังยืน รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดสะทอนมุมองของปจจัยท่ีกอใหเกิดการไหลเวียนตามแนวทาง
60 เศรษฐกิจสรางสรรค ควรไดรับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมไปถึง โรงแรม หางรานสรรพสินคา ท่ีจะเปดชองทางในการจัดจําหนายใหกับผูประกอบการ หรือ ผูผลิตใน ทุกระดับชั้น สอดคลองกับคุณภมิ จิระเดชวงศท่ีไดสะทอนมุมมองของระบบการศึกษา โดยกลาววา การจัดทําหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับช้ัน เริ่มตนจากระดับประถมศึกษา มธั ยมศึกษา และอุดมศึกษา ดังคาํ กลา วทีว่ า “สังคมที่เขาเรียกวามีความคิดสรางสรรค ปจจัยแรก คือ รัฐบาลตอง สนับสนุนเขาเรียกวาหนวยที่จะซัพพอรตใหเร่ืองมรดกทางวัฒนธรรมมันอยูในวิถีของ มนุษยสังคม เริ่มตนจากหนวยเล็ก ๆ น่ัน คือ ครอบครัวเร่ิมจากการท่ีศึกษาดูวามันเปน ยังไง ถายทอดไปสูลูกหลานอยางไร เลา ใหฟง จากรุนสรู นุ ” (เรวตั สุขสิกาญจน, 2565 มนี าคม 6) “เราจะพัฒนาไปสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและยังยืน สวนใหญคนจะ มองวาพัฒนาไปเปนสินคาหรือผลิตภัณฑ ผมมองในมุมมองวาความย่ังยืนของโนราเปน 3 ประเด็น ประเด็นแรก ใหคนเกิดความเชื่อศรัทธาและบอกวาโนราดีจริงชวยลูกหลาน ไดทุกเรื่อง ประเด็นที่สอง มีเวทีใหโนราไดแสดง แสดงไดอยางตอเน่ือง ประเด็นท่ีสาม ตองยอมรับครับวา โนราอยูไดเพราะยังมีอยูในสถาบันการศึกษา ถาบรรจุไดเปน หลักสูตรที่สงเสริมในระบบการศึกษาไทยไดโดยจะดีมากเลย ฝากไปยังหนวยงานท่ี เกี่ยวของ” (ภมู ิ จิระเดชวงศ, 2565 มนี าคม 6) จากขอ ความขางตนสอดคลองกับเสาวรภย กุสุมา ณ อยุธยา (2553) ไดกลาวถึง ปจจัย ที่กอใหเกิดเศรษฐกิจสรางสรรค ตองอาศัยหนวยงาน บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ประกอบดว ย 1) นโยบายการบรหิ ารจดั การ (Policy, Management) ในระดบั ภาครฐั หรือหนวยงาน ทร่ี บั ผดิ ชอบดานความคิดสรางสรรคในประเทศ สงเสริมและพัฒนาศักยภาพและปจจัยสนับสนุนการ พัฒนาเศรษฐกิจสรางสรรค เพ่ือผลักดันใหเกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจ หนวยงานที่ รับผิดชอบ เชน ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ (TCDC: Thailand Creative Design Center), สาํ นกั งานสง เสรมิ เศรษฐกิจสรา งสรรค (CEA: Creative Economy Agency) 2) นักวิชาการ ชางฝมือ ปราชญชาวบาน (Knowledge, Know How) เปนแหลงสะสมองคความรู และทักษะฝมือ ความสามารถเฉพาะตัว ทั้งในเชิงชาง การผลิต และการออกแบบ 3) การผลิต (Production, Create) การผลติ ในทุกระดับ เชน ชางฝมือ วิสาหกิจชุมชน ผูประกอบการ SMEs ฯลฯ สามารถผลิต ช้นิ งานออกมาไดมีทงั้ ปรมิ าณท่ีเพยี งพอ และคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน ปจจยั ของการเพิ่มมลู คา และคุณคาของมรดกวัฒนธรรมโนราอยางสมดุลและยั่งยืน คือ การออกแบบ และส่ือทุกแขนง ท้ังที่เปนรูปธรรม เชน ตุกตาโนรา ลูกปด ภาพยนตร ละคร ฯลฯ เวที ระดบั ชาติ และนานาชาติ เชน เวทีประกวดมสิ ยูนิเวิรส มิสแกรนด เปนตน นามธรรม เชน ความรูสึก ปกปกรักษา ความเช่ือความเขาใจ รวมไปถึงชองทางการจัดจําหนาย ท่ีไหน ตลาดสด โรงแรม หางสรรพสินคา และการเปนผูนําแฟชั่นตองมีเวทีในการนําเสนอ Presenter, Net Idol นางแบบ นายแบบ สวมใส หรือใชงานใหเห็นผานสื่อประเภทตางๆ
61 กลา วโดยสรปุ การเพม่ิ มูลคาและคุณคาดานการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดย ใชมรดกวัฒนธรรมโนราเปนแรงบันดาลใจ หรือเปนแนวทางที่มาของการออกแบบ ผูวิจัย หรือ ผูออกแบบตองสามารถ นําขอมูลท่ีไดคนควาหาขอมูล ทั้งการศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะทํานอง รวมไปถึงพิธีกรรมและความเชื่อ นํามาออกแบบผลิตภัณฑทาง วฒั นธรรม หรือบริการทางวัฒนธรรมไดอยา งสมดุล ซึง่ จะนาํ ไปสูค วามย่ังยนื ของผลงานอยา งแทจริง 4. สรุป การประยุกตแนวคิดโนรา สูเศรษฐกิจสรางสรรค ผูเขียนสรุปไว 3 ประเด็น คือ 1) การ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑ คือ การกําหนดขั้นตอนวางแผน เลือกใช วสั ดุ และวธิ ีการทาํ งานออกแบบตามวัตถปุ ระสงคท ี่ตองการ ซงึ่ จะใกลเ คยี งกับการออกแบบผลิตภัณฑ ทางวัฒนธรรมที่ตองสอดแทรกแนวคิด โดยการสรางองคความรูทางภูมิปญญา เพ่ือการออกแบบ ผลิตภัณฑ เนื่องจากความรูทางภูมิปญญาหรือศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น จะมีลักษณะเปนความรูท่ีมีอยู แลว ในตวั บุคคล ดงั น้ัน ในการศกึ ษาขอมูลทางภูมิปญ ญาหรือศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น นักออกแบบควร มีการลงพื้นท่ี และมีสวนรวมกับชุมชน ทั้งการสังเกต ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ เพื่อใหเ กดิ การประยกุ ตใชแนวความคิดในการสรา งสรรค และอาศัยทฤษฎี เปนกระบวนการทางสังคม ที่เก่ยี วของกับการออกแบบมาทํางานอยางมีสวนรวม เพื่อใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมอยางบูรณา การ 2) ขนั้ ตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดยทั่วไปนักออกแบบจะตองคํานึงถึงหลักการ โดยใชเกณฑเพ่ือกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑที่ดี หลักการออกแบบผลิตภัณฑ ประกอบดวย 9 ขอ คือ หนาทใ่ี ชส อย ความสวยงาม ความสะดวกในการใช ความปลอดภัย โครงสราง ความแข็งแรง ราคา วัสดุ กรรมวิธีการผลิต และการขนสง ขั้นตอนในการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม ประกอบดวย 4 ขนั้ ตอน คือ การรวบรวมขอมูลศลิ ปวฒั นธรรมโนรา การสรุปความคิดรวบ ยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราท่ีจะนํามาใชในการออกแบบ การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑท่ีสะทอน ศิลปวัฒนธรรมโนรา และการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ 3) การเพิ่มคุณคาและมูลคาตามแนวทาง เศรษฐกิจสรางสรรค ประเทศไทยปรับกลยุทธทางเศรษฐกิจใหสอดคลองกับสาระการท่ีเปลี่ยนแปลง ไป โดยมุงเนนไปในการเพ่ิมคุณคา และสรางมูลคา และสงเสริมความสามารถในสินคาไทยท่ีมี ศักยภาพในการแขง ขนั อยูแ ลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพ่ือหลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหน่ึงท่ีจะชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนา อยางสมดุลและย่ังยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบของประเทศ ท้ังในดานความหลากหลายของ วัฒนธรรม และภูมิปญญาดานงานศิลปหัตถกรรมที่สามารถนํามาตอยอดในเชิงความคิดสรางสรรค เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวย อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญโดยแบงเปน 4 ประเภท ดังนี้ 1) มรดกทางวฒั นธรรม 2) ศลิ ปะ 3) สือ่ และ 4) ประโยชนใ ชสอย
62 บทท่ี 5 บทความวิชาการ จากการดําเนนิ การในกจิ กรรมการสมั มนาทางวชิ าการเร่ือง โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรางสรรค ที่สมดุลและยังยืน ผูรับผิดชอบโครงการ โดยนักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชา การจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค ไดรวบรวม และสรุปองคความรูท่ีไดรับจากการสัมมนาใน รูปแบบบทความวิชาการ ท่ีสามารถสงเสริมใหโนราในระดับทองถิ่น และระดับชาติเปนที่รูจัก อัน เผยแพรผ านบทความทางวชิ าการ 2 เร่ือง อันประกอบดว ย 1. บทความวิชาการเรื่อง โนรา มรดกทางวฒั นธรรม สเู ศรษฐกิจสรางสรรคที่มั่นคงและ ย่ังยืน บทความนี้เปนการนําเสนอมุมมองของพิธีกรรม และศิลปะการแสดงพื้นบานโนราที่ผูกพันกับ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผูคนในพ้ืนที่ภาคใตของประเทศไทย การผสมผสานวัฒนธรรมในอดีตเขา กับสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงในปจจุบัน อันนําไปสูการข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมไดข องมนษุ ยชาติลาํ ดับที่ 3 ของประเทศไทย 2. บทความวิชาการ เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม แรงบันดาลใจจาก ศิลปวัฒนธรรมโนรา บทความน้ีเปนการนําเสนอหลักการและขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมท่ีไดรับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนะธรรมโนรา เพ่ือสะทอนมุมมองของนักวิชาการที่ เกี่ยวของกับการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม อันรวมไปถึงปจจัยที่เก่ียวของในการเพิ่มคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรางสรรค
63 โนรา : มรดกทางวฒั นธรรม สูเศรษฐกจิ สรา งสรรค ที่มนั่ คงและยัง่ ยืน Nora : Cultural Heritage to the creative economy stable and sustainable วชริ วิทย บัวขาว* Washirawit Buakaw ตวงรัก รัตนพันธุ Tuangrak Rattanapan ดวงรัตน วงสส วา งศริ ิ Duangrat Wongsawangsiri ฆนทั ธาตทุ อง Kanut Thatthong คณะมนุษยศ าสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรธี รรมราช Faculty of Humanities and Social Sciences Nakhon Si Thammarat Rajabhat University E-mail: [email protected] บทคัดยอ บทความนเ้ี ปน การนาํ เสนอ มมุ มองของพธิ ีกรรมและศิลปะการแสดงพ้ืนบาน “โนรา” ที่ ผูกพันกับวฒั นธรรมและวิถีชีวิตผูคนในภาคใตของประเทศไทย ท่ีมีประวัติความเปนมาชานาน และมี การปรับตัวไปตามยุคสมัยเปนการผสมผสานวัฒนธรรมในอดีตใหเขากับสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงใน ปจจุบัน และมีการประยุกตใชโนราเพ่ือประโยชนดานอ่ืนๆ มากยิ่งขึ้น และเม่ือวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) คร้งั ที่ 16 ไดข ้ึนทะเบยี นเปน มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติอันดับ ที่ 3 ของไทยตอจากโขนและนวดไทย จากการขึ้นทะเบียนดังกลาวสงผลตอคนใตมีความภูมิใจและ ตระหนักในคุณคาของนโนรามากข้ึน จึงนาจะเปนโอกาสท่ีดีที่จะนํา “โนรา” มาปรับใชเปนกลยุทธ ทางเศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปที่การเพ่ิมคุณคา สราง มูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมีศักยภาพในการแขงขัน การสรางสรรคใหเกิดความ แตกตางเพ่อื หลกี หนีการแขง ขนั แบบเดมิ ๆ และชว ยขับเคลือ่ นเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนาอยาง สมดุล และยั่งยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบ ทั้งในดานความโดดเดนของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ สามารถนาํ มาตอ ยอดในเชิงความสรางสรรคไดอยา งสมดลุ และยง่ั ยนื ใหกบั ชุมชนและทองถน่ิ คาํ สาํ คญั : โนรา, มรดกทางวฒั นธรรม, เศรษฐกจิ สรา งสรรค, มัน่ คงและย่ังยืน
64 Abstract This article is a presentation Perspectives on the rituals and folk performing arts \"Nora\" that are connected to the culture and way of life of the people in the south of Thailand. with a long history and has adapted to the times, blending past cultures with today's changing society. And there are more applications of Nora for other benefits. and on December 15, 2021, the meeting of the Intergovernmental Panel on the Preservation of Intangible Cultural Heritage The 16th Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage (ICS-ICH) has been registered as Thailand's 3rd intangible cultural heritage in Thailand after Khon and Thai massage. As a result of such registration, people in the south are more proud and aware of Nanora's value. Therefore, it should be a good opportunity to apply \"Nora\" as an economic strategy. in accordance with the changing situation by focusing on adding value, creating value and promoting the ability of Thai products with competitive potential. Creating a difference to avoid traditional competition and help drive the Thai economy. by emphasizing balanced and sustainable development based on advantages both in terms of outstanding cultural heritage that can be brought forward in a creative, balanced and sustainable way for the community and local. Keyword : Nora, Cultural Heritage, Creative Economy, Stable and Sustainable
65 บทนํา “โนรา” เปน พธิ ีกรรมและศลิ ปะการแสดงพื้นบานทีผ่ กู พันกบั วัฒนธรรมและวิถีชีวิตผูคน ในภาคใตของประเทศไทย มเี อกลกั ษณเ ดน ในการรอ งและการรายราํ ซ่ึงสะทอนมรดกท่ีสืบทอดตอกัน มาของชาวบานรุนตอรุน“โนรา” ไดรับการยอมรับวาเปนศิลปะการแสดงอันวิจิตรงดงาม เปน ศิลปะการแสดงชน้ั สูงที่แพรหลายอยางมาก สามารถสะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตและพลวัตของสังคมได หลากหลายแงมุม เพราะมีประวัติความเปนมาอยางยาวนานเปนสวนหน่ึงของวิถีชีวิตและความ เปนอยูของผูคนในภาคใต (กรมสงเสริมวัฒนธรรม, 2562) บทบาทของโนรามีหลายดาน เชน ดาน ความบันเทิง พิธีกรรม การสรางเอกภาพและสัมพันธภาพของผูคนในสังคม การถายทอดวัฒนธรรม เชิงพ้ืนท่ีในการสรางอัตลักษณ ศักยภาพ ภูมิปญญาทองถิ่น เปนตน และโนราจะมีบทบาทอยูในวิถี ชีวติ ของผูคนในทุก ๆ บรบิ ทสังคม (พิทยา บุษรารัตน และ เบ็ญจวรรณ บวั ขวัญ, 2560) หากผูคนเม่ือ เกิดปญหาทุกขรอนใจใด ๆ และไมอาจหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหรือชวยบรรเทาความทุกขเหลาน้ันได ก็ จะตอ งมพี ิธีกรรมเพ่ือบนบานใหวิญญาณบรรพบุรุษท่ีลวงลับไปแลวมาชวยปดเปา โนราจึงเปนเหมือน ส่ือกลางในการรอ งเชิญครแู ละรา ยราํ เพอ่ื ประกอบพธิ ีกรรมดงั กลา ว จงึ กลาวไดวาโนราสามารถเขาถึง จติ ใจของผูคนในภาคใตไดเปนอยางดี (ธรรมนิตย นิคมรัตน, 2547) โดยการแสดงโนราแบงออกได 2 ประเภท คือ 1)โนราเพื่อความบันเทิง และ 2) โนราพิธีกรรมหรือโนราโรงครู ในการแสดงโนราจะมี การรา ยรําขับรอ งกลอนประกอบดนตรี บทเจรจา หรืออาจแสดงเปนเรื่องราว ในสวนของเครื่องแตง กาย โนราใชเครื่องทรงอยางกษัตริย ประกอบดวย เทริด เจียระบาด สรอยตาบหางหงส ปกนกแอน ปกเหนง เสื้อ 2 ช้ัน ชั้นในเปนผาธรรมดา สวนช้ันนอกรอยลูกปดคาดรอบอก รอบแขน สวมกําไลมือ และเทา สวมเล็บปลายแหลมงอนเรยี ว การสวมเคร่อื งแตงกายทุกคร้ังตองบริกรรมคาถา แปงท่ีใชทาก็ จะตองเสกดวยคาถาและลงอักขระ องคประกอบหลักสําหรับการแสดงโนรา คือ เคร่ืองแตงกายและ เครอ่ื งดนตรี (สาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวัดระนอง, 2558; กรมสง เสริมวัฒนธรรม, 2562) โนรา : มรดกทางวฒั นธรรม ผลการศึกษาท่ีเก่ียวกับโนรา (ร่ืนฤทัย รอดสุวรรณ, 2559) พบวา สามารถแบงประเด็น การศกึ ษาออกเปน 6 ประเดน็ คือ 1. ความเชอื่ บทบาท และพฒั นาการของโนรา ความเชื่อท่เี ก่ยี วกับโนรามีหลายประการ เชน ความเช่ือเรื่องครูหมอโนรา ความเช่ือเร่ืองไสยศาสตร ความเชื่อเรื่องการแกบน ความเชื่อเรื่อง การเหยียบเสน และความเชื่อเร่ืองการรักษาอาการปวย ความเช่ือเหลาน้ีลวนมีความสัมพันธกับครู หมอโนราท้ังส้ิน เนื่องจากความเช่ือเก่ียวกับครูหมอ และความเช่ือเก่ียวกับพิธีกรรมโนราโรงครูเปน กลไกสําคัญในการสืบทอดการแสดงโนราสูลูกหลานรุนตอ ๆ ไป บทบาทของโนรา โนรามีสถานะเปน สื่อพื้นบาน ซ่ึงปจจุบันโนรามีบทบาทท้ังในดานการศึกษา การแจงขาวสาร การใหความบันเทิง และ วพิ ากษวิจารณส งั คม เอกลกั ษณของการแสดงโนราทย่ี ังคงไมเ ปลีย่ นแปลง คือ การมุงส่ือสารจากโนรา สคู นดู (นธิ มิ า ชูเมือง, 2544) โดยหนาท่ีหลักของโนรา คือ การตอบสนองดานความเช่ือ จิตใจ ศิลปะ และอารมณของคนในสังคม สวนสังคมก็นําโนราไปเปนสวนหนึ่งของเครื่องมือควบคุมสังคมและการ แสดงโนรายังนาํ ไปสกู ารคงไวซ ึ่งสถาบันทางสงั คมอกี ดว ย พฒั นาการของการแสดงโนรา การแสดงโนรามีมาอยางชานาน แตไมสามารถสรุปไดวา เกดิ ข้ึนครัง้ แรกท่ไี หน เม่ือไหร อยา งไร แตพอสรุปขอสันนิษฐานจากนักวิชาการท่ีสนใจศึกษาเรื่องนี้ได วามี 3 ขอสันนิษฐานใหญ ๆ ดวยกัน คือ 1) มีพัฒนาการหรือมีความเกี่ยวของกับวัฒนธรรมอินเดีย
66 โดยเริ่มพัฒนาการจากการเปนศิลปะการแสดงชั้นสูงท่ีเกิดข้ึนในราชสํานัก 2) เกิดจากวัฒนธรรมของ คนภาคใตด ้ังเดิม และ 3) เกิดจากวัฒนธรรมภาคกลาง พทิ ยา บุษรารัตน (2539) อธิบายวา โนรามีมา แตชานานสืบตอรบั ชวงกันมาจนถึงพวกราชครู หลังจากนน้ั ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองสทิงพระ เร่มิ เส่ือมอํานาจลง ฝงตะวันตกของทะเลสาบสงขลาเกดิ เมอื งพทั ลุงที่โคกบางแกวอันเปนศูนยกลางทุก ดานแทน ทําใหโนราไดกลายเปนที่ยอมรับของราชสํานักประชาชนในหัวเมืองพัทลุงจนพัฒนาเปน ศิลปะชนั้ สูงแลว แพรกระจายไปยังชุมชนตา ง ๆ บริเวณลุมทะเลสาบสงขลาแลวขยายออกสูพ้ืนที่อ่ืน ๆ หลักฐานเกาแกเ ก่ียวกับโนรา อีกรปู แบบหนึง่ คอื ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะแกวสุทธาราม จังหวัด เพชรบรุ ี เปนภาพโนราชายหญงิ สองคนกําลงั ซดั ทา และทน่ี าสนใจ คอื จิตรกรรมชุดนี้มีจารึกอยูท่ีผนัง ดานหน่ึงระบุวาเขียนมาต้ังแตพ.ศ.2277 หรือ จ.ศ.1096 ในสมัยพระเจาอยูหัวบรมโกศ ครั้งกรุงศรี อยุธยาเปนราชธานีทําใหสามารถชี้ชัดไดวาอยางนอยในสมัยอยุธยาตอนปลาย มหรสพโนราเคย แพรหลายมาแลว และมิไดจํากัดวงอยูแตเฉพาะในภาคใต หากแพรหลายข้ึนมาถึงเมืองเพชรบุรี (นิพัทธพ ร เพ็งแกว . 2555) เหตุปจจัยท่ีทําใหโนราแสดงมีการปรับตัว ไดแก การเขามาของส่ือสมัยใหม ความนิยม ของคนดู และรายไดของโนรา การปรบั ตัวของสื่อพื้นบานโนราในปจจุบันเปนวัฒนธรรมที่เกิดจากการ ผสมผสานการแสดงโนราท่ีตกคางจากอดีตและวัฒนธรรมหลัก ไดแก การแสดงละครแบบสมัยใหม และการแสดงดนตรีลูกทุง ในสวนการปรับรูปแบบของการแสดงเปนการตัดทิ้ง และลดทอน วัฒนธรรมของการแสดงโนรารวมทงั้ แทนท่ี และตอเตมิ ดว ยวฒั นธรรมหลกั ในสว นเน้ือหาพบวา มีการ ปรับเน้ือหาในดานคํากลอนที่เปนกําพรัดและเปนมุตโตโดยการตัดท้ิงเนื้อหาเดิมนําเน้ือหาที่เกี่ยวของ กับเหตุการณปจจุบันมาแทนที่ เนื้อหาของการแสดงเร่ืองเปนการนําเสนอดวยเน้ือหาการแสดงเรื่อง แบบโบราณกลบั มาใช 2. การศึกษาเก่ียวกับบุคคลทม่ี ีบทบาทเกีย่ วของกับโนรา ไดแก นายโรง คือ ผูที่มีอํานาจ สูงสดุ ในคณะโนราในอดตี จะเปนผชู าย แตปจจุบันนายโรงสามารถเปนทั้งผูหญิงและผูชาย ซ่ึงนายโรง มกั มที ศั นะการดาํ เนนิ ชวี ิตตามวถิ ชี าวพทุ ธ และเปนผทู ีไ่ ดร ับการยอมรับวาเปนผูมีความสามารถ โนรา ใหญ คือ สถานะของโนราผูชายที่เคยผานพิธีตัดจุกครอบเทริดหรือพิธีผูกผาใหญมากอน โนราผูหญิง น้ันเพิ่งเกดิ ขึ้นเมอื่ ประมาณ 70 ปทผี่ า นมา (เทยี บกับปที่เผยแพรงานวิจัย) (อรวรรณ สันโลหะ, 2542) และตวั ละครทโี่ ดดเดน อีกตวั หนง่ึ คือ พรานโนรา โดยพรานโนราเปนตวั ละครท่พี ฒั นามาพรอมกับการ แสดงโนรา การรําของพราน มีทั้งแบบทาเฉพาะและทาประกอบการแสดง หนาพรานมีสองแบบ คือ หนาพรานผูชาย หรือที่เรียกกันวา พรานหนาแดง และหนาพรานผูหญิง หรือหนาทาสี ซึ่งจะมีสีขาว หรือสีเนื้อ ซึ่งจากการลงพื้นท่ีศึกษาของธีรวัตน ชางสาน (2538) ไมพบการแสดงของพรานผูหญิงอยู เลย และอีกบุคคลที่ขาดไมไดในพิธีกรรมเก่ียวกับโนราโดยเฉพาะโนราโรงครู คือ คนทรงในพิธีโนรา โรงครู โดยคนทรงจะมีทําหนาท่ีเสมือนผูเช่ือมระหวางครูหมอกับช าวบาน บรรพบุรุษกับลูกหลาน และสุดทาย คอื ลกู คู ลูกคูจะมีหนาที่เปนนักดนตรี มักมีจํานวน 5-6 คน ทําหนาท่ีเลนดนตรีและขาน รับกลอนกบั โนรา 3. การศกึ ษาเฉพาะประเภทโนรา ในการศกึ ษาเฉพาะประเภทท่เี นนโนราในพิธีกรรม พิธี โนราโรงครไู ดรับความนิยมในการศึกษาอยางมากในหลายประเด็นแตที่ชัดเจน คือ การศึกษาโนราโรง ครูที่ ตําบลทาแค อําเภอเมือง จังหมดพัทลุง และโนราโรงครูท่ีวัดทาคุระ ตําบลคลองรี อําเภอสทิง พระ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการจัดเปนประจําในทุก ๆ ป สําหรับที่มาแหงพิธีกรรมน้ันมีผูสันนิษฐานวา แตเดิมชาวบานนับถือตายายท่ีมีตัวตนและทําพิธีไหวผี เขาทรงตายายกันมาแตโบราณ จนการรายรํา
67 โนรา-นาฏศาสตรสายอินเดียเขา มาถึงคาบสมทุ รสทิงพระ จึงเกิดการผสมผสานระหวางความเชื่อเร่ือง ครูหมอโนราและตายายเปนพิธีโนราโรงครู (สกล เกษมพันธุ. 2544) ซ่ึงมีจุดประสงคหลักเพ่ือแสดง ความกตัญูตอบรรพบุรุษท่ีเรียกวา “ตายายโนรา” โดยอาศัยรางทรงและโนราเปนตัวกลาง นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพิธีครอบเทริดอันเปนพิธีเปลี่ยนผานจากการเปนโนราธรรมดาใหกลายเปน โนราใหญ โนราผูที่สามารถประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูได ซึ่งนิยมจัดในพิธีโนราโรงครูใหญ และท่ี แตกตางออกไป คือ การศึกษาการรําเฆี่ยนพรายและการเหยียบลูกมะนาว ซ่ึงเปนสวนหน่ึงในการ แขง ขนั ประชันโรง ซึ่งเปนพิธีขม ขวญั คตู อ สู และเปนหนง่ึ ในพิธีกรรมท่ีมไี สยศาสตรเขา มาเกี่ยวของ 4. การศึกษาองคประกอบในการแสดงโนรา สามารถสรุปได 4 ประเภทใหญ ๆ คือ โรง โนรา โรงโนรามีทัง้ แบบโรงครซู ่งึ เปนแบบแผนเฉพาะและแบบเพื่อแสดงทั่วไปตามวาระโอกาส เครื่อง แตงกาย ประกอบดว ย เทริด เครือ่ งลกู ปด ปกนกแอน ซับทรวง ปก ผานุง หนาเพลา หนาผา ผาหอย กําไล และเล็บ เคร่ืองดนตรี ประกอบดวย ทับ กลอง ป โหมง ฉ่ิง และแตระ เครื่องประกอบอื่น ๆ เพ่ือประกอบพธิ กี รรมเฉพาะ สวนแมบ ทโนรานน้ั แบง เปน 2 สวน คอื บทรองแมบทโนราประกอบดวย บทครสู อน บทสอนรํา และบทประถม สวนที่สอง คือ ทารําแมบทโนรา ซ่ึงเปนทารําประกอบบทรอง แมบ ท โดยทา รําในบทครูสอนและทารําในบทสอนรําแตละคณะจะมีลักษณะใกลเคียงกัน แตทารําใน บทประถมอาจมีความแตกตางกันตามแตคณะ สวนการรําประสมทาแบบตัวออนน้ันเกิดจากการ คัดเลือกทารําโนราพ้ืนฐานบางทาและทาตัวออนมารอยเรียงโยงทารําเขาดวยกันตามความคิด สรางสรรคและความถนัดของแตละคน ทั้งน้ี เพ่ืออวดความสามารถพิเศษของตน ในปจจุบันการรํา ลักษณะนี้มีนอยลงเพราะผูรําตองมีรําตัวที่ออนและตองฝกเปนเวลานานกวาการฝกรําปกติ สําหรับ เพลงประกอบการแสดงโนราโรงครปู ระกอบดวย เพลงรําโนราใหญ เพลงรํา 12 ทาทํานอง 1 เพลงรํา 12 ทา ทํานอง 2 เพลงชกั ใบ และเพลงพัดชา 5. การศึกษาเพ่ือการอนุรักษ และสืบทอดการแสดงโนรา ดังนี้ คือ ควรใหความสําคัญ กับผูเช่ียวชาญทางดานโนรา โดยเฉพาะโนราพิธีกรรมผูซึ่งมีบทบาทสําคัญในระดับฐานรากในการ พัฒนาชุมชน และเปน บคุ คลสําคญั ในการสบื ทอดภูมิปญ ญาใหแ กค นรุนหลังตอไปอยางถูกตอง ภาครัฐ ควรลงทุนสนบั สนุนสงเสริมโดยไมคํานึงถึงมูลคาตอบแทน แตใหมุงความสําคัญในแงคุณคาที่จะทําให ลูกหลานไมลืมรากเหงาของตน ควรประชาสัมพันธและผลักดันใหสถานศึกษาจัดหลักสูตรการสอน อยางจริงจัง และควรสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมโนราใหคงอยูไดยาวนานและเปนรูปธรรมโดยการ จัดต้ังศูนยการเรียนรูหรือทําพิพิธภัณฑมีชีวิตจับตองได ท้ังน้ีควรนําเสนอวัฒนธรรมในหลายรูปแบบ ควรคูก ันไปดว ย 6. การประยุกตโนราเพ่ือประโยชนดานอื่น ๆ ไดแก ประโยชนดานการศึกษา การ ออกแบบ ศลิ ปะ และดา นสขุ ภาพ เปน การศกึ ษาทไี่ ดสรา งองคค วามรูใ หมดวยเน้ือหา วิธีวิจัย และการ นําเสนอผลการศึกษาที่แตกตาง ดวยการประยุกตองคความรูโนราใหเขากับศาสตรหรือสาขาอ่ืน ๆ หรือแมกระทั่งในกระบวนการแสดงโนราเอง อยางการสรางสรรคการแสดงที่แตกตางดวยทฤษฎี นาฏยประดษิ ฐบวกกบั การออกแบบและเทคนคิ การสรางสรรคองคประกอบการแสดงจากจารีตปฏิบัติ กอนหนา หรือการนําองคความรูโนรามาประมวลเปนหลักสูตรของแตละระดับการศึกษา หรือ แมกระทั่งการศึกษาเจาะลึกบางองคประกอบของโนรามาใชเปนสวนหนึ่งของหนวยการเรียนทองถ่ิน การประยุกตทารํามาใชเพื่อสุขภาพ และสิ่งหน่ึงที่ประยุกตองคความรูโนราเพื่อใหเกิดวิธีการนําเสนอ ใหม คือ การนําองคประกอบของโนรามาประยุกตใชในการออกแบบผลิตภัณฑ ทําใหเปนผลงานการ ออกแบบท่ีสวยงาม และยังสามารถถายทอดอัตลักษณโนราไดอีกทางหนึ่ง อีกยังมีการดึงความทรงจํา
68 และความประทับใจสวนตนท่ีมีตอการแสดงโนรามาสรางสรรคเปนผลงานศิลปะอยางจิตรกรรม ท่ี สามารถสะทอนอารมณความรูสึกที่มีตอโนรา แสดงถึงความสนใจและการเล็งเห็นความสําคัญของ โนราจากคนรุนใหมไดอกี ดว ย สรุปไดว าโนราเปน มรดกทางวัฒนธรรมท่มี ปี ระวตั คิ วามเปนมาชา นาน ไมส ามารถระบุได แนชัด โนราเปนสือ่ พน้ื บา นที่เกี่ยวขอ งกับความเชอื่ และพธิ กี รรมทีอ่ ยคู กู บั คนในชุมชน มีการปรับตัวไป ตามยุคสมยั เปน การผสมผสานวัฒนธรรมในอดตี ใหเ ขากบั สงั คมที่มกี ารเปลยี่ นแปลงในปจจุบัน และมี การประยุกตใ ชโ นราเพ่ือประโยชนด านอ่ืนๆ เชน การศกึ ษาและเศรษฐกิจมากยง่ิ ขึน้ โนรา : มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไ ดของมนุษยชาติ หลังจากที่ประเทศไทยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดก วัฒนธรรม ที่จับตองไมได เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559 “โขน” เปนรายการแรกที่ประสบ ความสําเร็จ ในการขอขึ้นทะเบียนเปนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอ ยเู นสโก ในป พ.ศ. 2561 และ ตอ มา “นวดไทย” ก็ไดรับประกาศใหข นึ้ ทะเบยี นฯ ในป พ.ศ. 2562 อีกเปน ลําดับถัดมา รัฐบาลไทยจึงมมี ตเิ หน็ ชอบใหเ สนอ “โนรา” เปนรายการตวั แทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับตองไมได ของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากน้ันยูเนสโก แจงตอผูแทนถาวรไทย ประจําองคการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ใหทราบวารายการโนรา มีลําดับอยูใน วาระการพิจารณา รอบป พ.ศ. 2564 และหากโนราไดข้ึนทะเบียนตอยูเนสโกจะชวยสงเสริมรูปแบบ ศิลปะที่โดดเดน และแบง ปน ความรูนใ้ี หกับโลกในฐานะมรดกภูมปิ ญญาแหง มวลมนษุ ยชาติ และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการ สงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) ครั้งที่ 16 ผานการประชุมทางไกล เตม็ รูปแบบ มมี ติใหขน้ึ ทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ใน บัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – บัญชี RL) ภายใตอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษา มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได ค.ศ. 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหง สหประชาชาติ หรอื ยเู นสโก โดย “โนรา” เปน มรดกทางวัฒนธรรมที่จับตองไมไดขององคการยูเนสโก ลําดับที่สามของไทย (มติชนออนไลน, 2564) การข้ึนทะเบียนครั้งนี้ถือไดวาเปนความภาคภูมิใจของ คนใตและของคนไทยท้ังประเทศซึ่งเปนการสรางความตระหนักรูในระดับสากลตอคุณคาและ ความสําคญั ของ “โนรา” ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมดานนาฏศลิ ปท เี่ ปนภูมิปญญาทองถิ่นของคนใต อีกทั้งยังเปนการแสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทยดวย รวมท้ังจะเปนการ ชวยสงเสริมบทบาทอันเข็มแข็งใหกับชุมชน ท่ีจะตองชวยกันสงเสริมการเรียนรู เขาถึง พัฒนา และ สงวนรักษาศลิ ปะและวฒั นธรรมไวใ หค งอยแู กชนรุน หลังสบื ไป (กระทรวงการตางประเทศ, 2564) ต้ังแตไทยเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม ท่ีจับ ตองไมไ ด ในป 2564 “โนรา” ไดข ้นึ ทะเบยี นเปน มรดกวฒั นธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติอันดับ ท่ี 3 ของไทยตอจากโขนและนวดไทย จากการขึ้นทะเบียนดังกลาวสงผลตอคนใตมีความภูมิใจและ ตระหนกั ในคุณคา ของนโนรามากขึน้
69 โนรา : มรดกทางวฒั นธรรมสูเศรษฐกิจสรา งสรรค ในอดีตประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอยางตอเนื่องเนนการเกษตรกรรมแบบ ดั้งเดิมเนนอุตสาหกรรมเบาและพัฒนาสูอุตสาหกรรมท่ีซับซอนมากขึ้น แตสิ่งที่ประเทศไทยน้ันพบ ปญหาคือไมมีรากกฐานที่แข็งแรงของตนเอง ไมมีภูมิคุมภัยที่เพียงพอ ความแตกตางและเอกลักษณท่ี ชัดเจนเทานั้นท่ีสามารถทําใหเราอยูรอดได “ความคิดสรางสรรค”จึงกลายเปนปจจัยสําคัญในการ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามแนวคิดเศรษฐกิจรูปแบบใหมที่เรียกวา “เศรษฐกิจไทยแลนด 4.0” (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2559) สํานักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ (2552) ไดกําหนดขอบเขตขนาดของเศรษฐกิจสรางสรรค โดยยึดตามรูปแบบของ องคการสหประชาชาติดวยการคาและการพัฒนา (UNCTAD) และปรับเพิ่มเติมตามรูปแบบของ ยูเนสโก โดยจําแนกประเภทอุตสาหกรรมสรางสรรคออกเปน 4 กลุมหลัก ดังนี้ 1) มรดกทาง วฒั นธรรม (cultural heritage) ไดแ ก งานฝม อื และหตั ถกรรม การทองเท่ียวเชิงวัฒนธรรมและความ หลากหลายทางชีวภาพ การแพทย แผนไทย และอาหารไทย 2) ศิลปะ (arts) ไดแกศิลปะการแสดง และ ทัศนศิลป 3) สื่อสมัยใหม(media) ไดแกภาพยนตรและวีดีทัศนการพิมพการกระจายเสียง และ ดนตรี 4) งานสรางสรรคและออกแบบ (functional creation) ไดแกการออกแบบ แฟช่ัน สถาปตยกรรม การโฆษณา และซอฟตแวร จะเห็นไดวาเศรษฐกิจสามารถกาวขามจากเรื่อง เศรษฐกิจไปสูเร่ืองวัฒนธรรม ไปสูเรื่องการออกแบบและในท่ีสุดจะไปสูทุกกิจกรรมของมนุษย ถาจะ เลือกพัฒนาประเทศตามแนวทางระบบเศรษฐกิจท่ีเนน การเพิม่ ประสิทธิภาพและสรางนวัตกรรม โดย การใชเศรษฐกิจสรางสรรคเปนแนวทาง เม่ือมีความสรางสรรคแลวก็ตองจําหนายได (จุฑามาศ ศรี รัตนา, 2561) ดังท่ี Howkins (2001) ไดอธิบายความเช่ือมโยงระหวางความคิดสรางสรรคกับ เศรษฐกิจวา“Everyone is creative. Creative needs freedom. Freedom is markets.” หมายถึง คนทกุ คนสามารถคิดสรา งสรรคไ ดอ ยางอิสระ โดยใหความสําคัญกับจินตนาการเพราะเปน ส่งิ ทาทายและสามารถสรรหาที่ดีกวา แตส ิ่งที่ควรคํานึงถงึ คือเรื่องของการหาตลาดจําหนายสินคาหรือ บริการ และสรางมูลคาทางเศรษฐกิจ ส่ิงน้ีเปน 3 ปจจัยสําคัญของเศรษฐกิจสรางสรรค โดยมุมมอง ของการตลาดควรเปล่ียนจากการเนนอุปทานเปนการเนนอุปสงค หรือเปลี่ยนจากการเนน กระบวนการผลิตเปนการเนนความตองการของผูบริโภค เนื่องจากในตลาดยังมีผูบริโภคอีกมากท่ีมี ความตอ งการสินคาและบรกิ ารท่มี คี วามคิดสรางสรรค เม่ือกระทรวงวัฒนธรรมเดินหนาใชมิติวัฒนธรรมขับเคล่ือนความเปนไทย การสราง รายไดสชู มุ ชนและทองถิน่ อยางเปนรูปธรรม โดยการนําทรพั ยากรหรอื ทนุ ทางวัฒนธรรมมาสรางสรรค เปนผลติ ภัณฑท างวฒั นธรรม ตอ ยอดเปน ผลติ ภัณฑและบริการในรูปแบบใหม เชน ชุมชนท่ีรวมตัวกัน สรางหมูบานเพ่ือการทองเท่ียวตามวิถีชาวบาน โดยนําวิถีชีวิตทองถิ่นมาเปนจุดขายและจัดการ ทองเที่ยวแบบพักอาศัยกับเจาบานหรือโฮมสเตย หรือกรณีผูที่เปนพนักงานถูกเลิกจางเปนผูท่ีมี ความคิดสรางสรรคทําการผลิตสินคาทํามือ (handmade) ท่ีบานแลวจําหนายทางเว็บไซตและตลาด ตาง ๆ เปนตน โดยผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมที่สรางสรรคสามารถตอบโจทยความตองการของตลาด ท้ังในและตางประเทศ สรางรายไดใหแกชุมชนและประเทศชาติ โดยบูรณาการเผยแพรวัฒนธรรม สรางภาพลักษณและเกียรติภูมิของไทยในเวทีโลก (จุฑามาศ ศรีรัตนา, 2561; กัลยาณมิตร นรรัตน พุทธิ, 2565) นําทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาเปนเครื่องมือและตอยอดในการสรางรายได เพ่ือใหเกิดการกระจายรายไดอยางสมดุลและนําไปสูความมั่งค่ังของประเทศอยางยั่งยืน สงเสริมการ ใชของไทย โดยเริ่มต้ังแตการรณรงคสงเสริมการใชผาไทยในชีวิตประจําวัน การสงเสริมเทศกาล
70 ประเพณีทองถ่ินท่ัวประเทศ การสงเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตรและวีดิทัศน การสงเสริมสนับสนุน ศิลปนแหงชาติ ศิลปนดาราและศิลปนพื้นบาน และการสงเสริมใหศิลปนพื้นบานมีพ้ืนท่ีในการแสดง ทางศิลปวัฒนธรรม การเปดถนนสายวัฒนธรรมทั่วประเทศ การจัดตลาดนัดศิลปะ การเปดหมูบาน วัฒนธรรมสรางสรรค การจัดศูนยบันดาลไทย ชุมชนคุณธรรม ชุมชนทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การ เผยแพรอาหารไทย การจัดกิจกรรมเผยแพรแลกเปล่ียนวัฒนธรรมกับตางประเทศ การออกแบบ ตน แบบผลิตภัณฑจ ากโบราณวตั ถุ การสงเสริมใหชุมชนนาํ องคความรูจากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไป ใชในการสรา งสรรคผ ลติ ภณั ฑแ ละบริการชุมชน ดวยการสรา งตน แบบและตอ ยอดผลิตภัณฑ ยกระดับ คณุ ภาพ ตามศักยภาพ ความเหมาะสมตอ เอกลักษณของแตล ะชุมชน การสาํ รวจและอนุรักษมรดกท่ีมี คุณคาทางประวัติศาสตรของชาติ และมรดกศิลปวัฒนธรรม เพ่ือนํามาสงเสริมใหเปนแหลงทองเที่ยว ทางประวัตศิ าสตรแ ละวัฒนธรรม เปนตน รวมถึงสง เสรมิ ตลาดงานวดั เพือ่ ใหว ัดกลับมาเปนศูนยกลาง และแหลงเรียนรูของชุมชน การสงเสริมสนับสนุนศิลปหัตถกรรม การอบรมการสรางสรรคผลิตภัณฑ วัฒนธรรม การเปดตลาดวัฒนธรรมออนไลนเพื่อสรางโอกาสทางธุรกิจ การสงเสริมตลาดประชารัฐ ตลาดวฒั นธรรม เปน ตน (กลั ยาณมิตร นรรัตนพทุ ธ,ิ 2565) จากแนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรค ท่ีจะมุงเนนมิติวัฒนธรรมเพ่ือขับเคลื่อนความเปนไทย ใหเกิดรายไดสูชุมชนและทองถ่ิน โดยการนําทรัพยากรหรือทุนทางวัฒนธรรมมาสรางสรรคเปน ผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรมมาตอ ยอดเปนผลติ ภัณฑและบริการ จึงนาจะเปนโอกาสท่ีดีที่จะนํา “โนรา” ซึ่งไดรับการข้ึนทะเบียนเปนมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติ มาปรับใชเปนกลยุทธทาง เศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปที่การเพ่ิมคุณคา สรางมูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมีศักยภาพในการแขงขัน โดยการสรางสรรคใหเกิดความ แตกตา งเพือ่ หลกี หนีการแขง ขันแบบเดมิ ๆ และชว ยขับเคลือ่ นเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนาอยาง สมดุล และยั่งยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบ ท้ังในดานความโดดเดนของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ สามารถนํามาตอยอดในเชงิ ความสรางสรรคไ ดอยา งสมดลุ และยั่งยืนใหกบั ชมุ ชนและทองถนิ่ โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรางสรรค ที่ม่ันคงและยั่งยนื รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดสะทอนมุมมองของปจจัยที่กอใหเกิดการ ไหลเวียนตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค ควรไดรับการสนับสนุนจากท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค ประชาชน รวมไปถึงโรงแรม หางรานสรรพสินคา ท่ีจะเปดชองทางในการจัดจําหนายใหกับ ผูประกอบการ หรือ ผูผลิตในทุกระดับช้ัน สอดคลองกับคุณภูมิ จิระเดชวงศ ท่ีไดสะทอนมุมมองของ ระบบการศึกษา โดยกลาววา การจัดทําหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับชั้น เร่ิมตนจากระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ซ่ึงสังคมท่ีเรียกวามีความคิดสรางสรรค ปจจยั แรก คอื รัฐบาลตอ งสนับสนนุ ตอ งเปน หนวยท่จี ะซพั พอรตใหเร่ืองมรดกทางวัฒนธรรมอยูในวิถี ของมนุษยส ังคม โดยเรม่ิ ตน จากครอบครัว เร่ิมจากการท่ีศึกษาดูวาเปนยังไง จะสามารถถายทอดไปสู ลูกหลานจากรนุ สูรนุ ไดอยางไร (เรวัต สุขสกิ าญจน, สมั ภาษณ, 2565, มีนาคม 6) อาจารยภ ูมิ จิระเดชวงศ ไดเสนอความคดิ วา จะตองเปล่ียนความคิดความเช่ือเร่ืองโนรา จากความกลัวใหเห็นเปนความสวยงาม และจะตองมีเวทีใหโนราแสดงออกอยางตอเน่ือง ใหนํ้าหนัก ใหค ุณคา เปลย่ี นมมุ มอง ท่ีจะพฒั นาไปสเู ศรษฐกจิ สรา งสรรคท ส่ี มดลุ และยงั ยืน เพระสวนใหญแลวคน จะมองวาพัฒนาไปเปนสินคาหรือผลิตภัณฑ แตในมุมมองความยั่งยืนของโนรา มีประเด็นสําคัญ 3 ดาน ประเด็นแรก ตองทาํ ใหผ คู นเกิดความเชื่อและศรัทธา ใหเกิดความรูสึกวาโนราดีจริงสามารถชวย
71 ลูกหลานไดทุกเรื่อง ประเด็นท่ีสอง จะตองมีเวทีใหโนราไดแสดงและสามารแสดงไดอยางตอเน่ือง ประเด็นที่สาม โนราควรจะเขาไปอยูในสถาบันการศึกษา ตองผลักดันโนราใหไดรับการบรรจุเปน หลักสูตรท่ีสงเสริมในระบบการศึกษาของไทย เพ่ือใหโนราอยูไดอยางย่ังยืนและเกิดการสืบทอดไปสู ลูกหลานจากรุนสรู นุ (ภมู ิ จริ ะเดชวงศ, สัมภาษณ, 2565, มนี าคม 6) โนรากลอยใจ หทัยศิลป (2565) ไดเสนอแนวคิดการนําลูกปดโนรา ที่เปนวัสดุหลักท่ี สาํ คัญในการสรางสรรคช ดุ โนรา มาตอ ยอดเปนเคร่ืองประดับท่ีแปลกใหมและโดนใจลูกคา ซ่ึงพอจะมี ใหเห็นอยูบางในปจจุบัน ควรจะตอยอดใหเกิดความนิยมในวงกวาง และตองทําใหชุดโนราเปนสวน หน่ึงของการทองเที่ยวภาคใตของประเทศ ที่นักทองเที่ยวเกิดการรับรูวาการไดใสชุดโนรา เปนการ แสดงถึงเอกลักษณแ ละสัญลักษณของการทองเทยี่ วในภาคใต เพราะชุดโนราซ่ึง เปนนาฏศิลปพ้ืนบาน ของภาคใตชนิดเดียวที่ใชลูกปดในการแสดง หากสามารถพัฒนาตอยอดทําใหลูกปดโนราเพิ่มมูลคา ข้ึนมาได เชน ทําเปนสรอยคอ ตางหู ซึ่งตอนน้ีอาจจะมีใหเห็นกันอยูบาง แตถาหากสินคาเหลานี้ แพรหลายมากข้ึนและกระจายไปหลายจังหวัด มีคนเริ่มชื่นชอบ สามารถพัฒนาเพ่ิมเติมหรือทําอะไร ใหด ูแปลกตาแปลกใจมากยิ่งข้ึน โดยท่ีจะตอ งไมผ ิดหลกั ธรรมเนียมของโนรา ก็ถือไดวาเปนเอามาใชได อยางถูกตองตามหลักวัฒนธรรมและถูกใจลูกคา หรืออาจจะเปนการนําทารําที่เปนเอกลักษณ เฉพาะตัวของโนรา มาเปน จุดเดน จดุ ขาย เหมือนกบั ที่อาจารยภ ูมิ ไดเชิญฝร่ังมาออกพราน เปนส่ิงที่ดี มาก ๆ ถาวันขางหนาฝร่ังมาใสชุดโนรารองกลอนได ถือไดวาเปนสิ่งท่ีสุดยอด ท่ีจะทําใหคน ตางประเทศมาเท่ียวภาคใตของประเทศไทย เพราะเตาอยากมาเห็นโนรา อยากมารองโนรา อยาก สัมผัสความเปนโนรา หรือ อยากมาใสชุดโนรา เหมือนกับท่ี เราไปเกาหลีเราก็อยากใสชุดฮันบก ไป ญี่ปุนใสชุดกิโมโน แตถามาภาคใตของประเทศไทยตองไดใสชุดโนรา” (โนรากลอยใจ หทัยศิลป, สัมภาษณ, 2565, มีนาคม 6) อาจารยพิทยา บุษรารัตน (2565) ไดเสนอในมุมมองแงคิดวาท่ีสําคัญ เรื่องของคุณคา และมูลคาวาจะตองไปดวยกัน โดยจะตองเห็นคุณคากอนถึงจะไปสรางมูลคาได หากหนวยงาน ราชการมองอีกแบบ แตชาวบานมองอีกแบบ ก็เปนการยากที่จะลงตัวซึ่งเปนส่ิงท่ีสําคัญ การที่จะเกิด ย่ังยืนไดตองสงเสริมและถายทอดใหโนรา ดํารงอยู แลวเศรษฐกิจสรางสรรคก็จะตามมา เพราะวาใน ความโนรามอี งคป ระกอบหลายอยาง ไมว า จะเปนเครื่องแตงกาย เครื่องดนตรี ซึ่งจะเปนสิ่งท่ีสงผลตอ ชุมชน สงผลตอผูแสดง ในตอนน้ีเมื่อ โนรา ไดรับการข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมไดเ ปน ทเี่ รียบรอ ยแลว ภาครฐั จะตอ งมีมาตรการในการสรา งสรรค โดยการนําเอาวัฒนธรรมทองถิ่น ไปใชใหเกิดประโยชน โนราสามารถเผยแพรในสังคมโลกได แตจะตองมีการสงเสริมใหเกิดความ เขมแข็งโดยเฉพาะอยางย่ิงในกลุมศิลปนและผูเก่ียวของ ควรมีการถายทอดความรูดานวิชาการ การศึกษา ใหก บั คนรนุ ใหม ในปจจุบันมีสื่อสมัยใหมหริอท่ีเรียกวาสื่อโซเชียล สามารถกระจายขอมูล และเรื่องราวของโนราออกไปงายและกวางข้ึน เราควรท่ีจะตองสรางการรับรูใหเกิดการแพรหลายใน วงกวาง สิ่งที่สําคัญอยางย่ิงควรจะมีงบประมาณเขามา ตองไดรับการสนับสนุนอยางจริงจังจาก หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสวนกลางและสวนภูมิภาค แตสิ่งนาเปนหวงอยางยิ่งคือ การ เขาอกเขาใจศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณหรือลักษณะจําเพาะของโนราเพื่อจะไดเผยแพรออกไปได อยางเหมาะสมและสงางาม จึงจําเปนตองอาศัยกิจกรรมในโอกาสตาง ๆ ท่ีจะไดแสดงและถายทอด ใหก บั สังคม” (พทิ ยา บษุ รารตั น, สัมภาษณ, 2565, มีนาคม 6) กลาวโดยสรุปไดวา “โนรา” เปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เปนหน่ึงในทุนทางเศรษฐกิจท่ี สําคัญในยุคไทยแลนด 4.0 การพัฒนาเศรษฐกิจสรางสรรคดวยโนรา จะตองทําใหโนราเปนสวนหน่ึง
72 ของชีวติ คนไทย โดยตองอาศยั ความรวมมือจากภาครัฐและชุมชน โดยภาครัฐควรมีการจัดทํานโยบาย ในการสงเสริมใหมีหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับช้ัน หรือการ ประชาสัมพันธใหนักทองเท่ียวไดรับรูวาชุดโนราเปนเอกลักษณของการทองเที่ยวภาคใตของไทย นอกจากนี้ชุมชนก็มีสวนสําคัญที่สงเสริมใหโนราเปนตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได เชน การจัดเวที แสดงโนราอยางตอเนื่องเพื่อเปล่ียนแปลงมุมมองใหคนเห็นคุณคาของโนรามากข้ึนและยังเปนการ สนับสนุนการทองเท่ียวเชิงวัฒนธรรมไดอีกทางหนึ่ง รวมถึงการสรางสรรคผลิตภัณฑจากชุดโนรามา ตอยอดเปนเครื่องประดับ เชน ใชลูกปดมาประดิษฐเปนตางหู สรอยคอ เพ่ือจําหนายใหกับคนไทย และตางประเทศ เปนตน ดังนั้นหากไดรับความรวมมือจากภาครัฐและชุมชนก็ชวยใหโนรากลายเปน สวนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย และสงเสริมใหมีการพัฒนาตอยอดวัฒนธรรมเปนผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมท่ีตอบโจทยความตองการของตลาดทั้งในไทยและตางประเทศสรางรายไดใหแกชุมชนและ ประเทศชาติ โดยบูรณาการเผยแพรวฒั นธรรม สรางภาพลักษณของไทยในเวทโี ลก อางอิง กรมสง เสรมิ วัฒนธรรม. (2562). มรดกวัฒนธรรมภาคใต. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพชมุ นุมสหกรณ การเกษตรแหง ประเทศไทย. กระทรวงการตางประเทศ. (2564). โนราไดร ับการขนึ้ ทะเบียนเปนมรดกวัฒนธรรมท่จี ับตองไมไ ด ขององคการยูเนสโก. สบื คน จาก https://mfa.go.th/th/content/nora161264?cate= 5d5bcb4e15e39c306000683d กองบรหิ ารงานวจิ ัยและประกันคณุ ภาพการศึกษา. (2559). พมิ พเขยี วไทยแลนด 4.0. กรุงเทพฯ: กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. กัลยาณมิตร นรรัตนพทุ ธ.ิ (2565). วัฒนธรรม คณุ คา สมู ลู คา. สบื คน จาก http://article.culture.go.th/ index.php/template-features/137-2019-07-02-06-14-35 กลอยใจ หทัยศิลป (2565, มีนาคม 6) ศิลปน โนราโบราณ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเ ศรษฐกิจ สรา งสรรค ทีม่ ่นั คงและย่ังยนื . สัมภาษณ จฑุ ามาศ ศรรี ัตนา. (2561). เศรษฐกจิ สรางสรรคกบั ไทยแลนด 4.0. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(ฉบบั พิเศษ), 208-217. ธรรมนิตย นคิ มรตั น. (2547). สมญานามของโนรา. วารสารสาํ นกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ , 3(1), 28 - 35. ธรี วฒั น ชางเสน. (2538). พรานโนรา. วทิ ยานพิ นธศ ลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ , จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลัย. นธิ มิ า ชูเมอื ง. (2594). การปรับตัวของส่ือพน้ื บานโนราในสังคมไทย. วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหา บัณฑิต, จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. นิพทั ธพร เพง็ แกว. (2555). โนราภาคใต. วฒั นธรรม, 51(2), 20-27. พทิ ยา บุษรารตั น. (2539). ตาํ นานโนรา : ความสมั พันธท างสงั คมและวัฒนธรรมบรเิ วณรอบลุม ทะเลสาบสงขลา. สงขลา : มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ภาคใต. พทิ ยา บุษรารตั น. . (2565, มีนาคม 6) ผเู ชย่ี วชาญทางวฒั นธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบานภาคใต, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกจิ สรา งสรรค ที่มั่นคงและยั่งยืน. สัมภาษณ
73 พิทยา บษุ รารัตน และเบ็ญจวรรณ บวั ขวัญ. (2560). โนรา: การเปลีย่ นแปลงการปรับตวั และพลงั สรางสรรคในการดํารงอยขู องคตี นาฎยลักษณแหง ภาคใต. สารอาศรมวัฒนธรรมวลยั ลักษณ, 16(2), 41 - 64. ภมู ิ จริ ะเดชวงศ. (2565, มีนาคม 6) ผูเชีย่ วชาญประวตั ิศาสตรโ นราและพิธกรรมโนรา, โนรา : มรดก ทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรา งสรรค ทีม่ ่นั คงและยง่ั ยืน. สัมภาษณ มติชนออนไลน. (2564, ธันวาคม 15). ยูเนสโกมมี ติข้นึ ทะเบยี นโนราเปนมรดกทางวัฒนธรรมแหง มนษุ ยชาติแลว. สืบคน จาก https://www.matichon.co.th/education/news_3088863 รน่ื ฤทยั รอดสุวรรณ. (2559). สถานภาพงานวิจยั โนราในรอบสามทศวรรษ (พ.ศ.2532-2558), น. 262-376. ใน เอกสารประกอบการประชุม รัฐ คนไท/ไทย ชายแดน และทิศทางใหมๆ ใน ไทยศกึ ษางานประชุมวชิ าการประจาํ ป 2559. มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, เชียงใหม. เรวัต สุขสกิ าญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยสาขาวิชาการออกแบบผลิตภณั ฑ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกจิ สรางสรรค ทมี่ ัน่ คงและยั่งยืน. สมั ภาษณ สกล เกษมพันธุ. (2544). โนราโรงครู พิธกี รรมผูกสายสมั พันธค นใต. สารคดี. 16(19), 82-98. สํานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาต.ิ (2552). รายงานประจาํ ป 2552. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาต.ิ สาํ นักงานวัฒนธรรมจงั หวัดระนอง. (2558, 30 กนั ยายน). การแสดงมโนราห. สืบคน จาก : https://www.m- culture.go.th/ranong/ewt_news.php? nid=25&filename=index อรวรรณ สันโลหะ. (2542). โนราผหู ญิง. วิทยานพิ นธศ ลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต, จฬุ าลงกรณ มหาวิทยาลัย. Howkins, John. (2001). The Creative Economy. The Penguin Press. UNCTAD.2008. Creative Economy Report 2008. Geneva: UNCTAD. ผเู ขยี น วชริ วิทย บัวขาว นักศกึ ษาปรญิ ญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาการจัดการศลิ ปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ตวงรกั รัตนพันธุ นกั ศึกษาปรญิ ญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค คณะมนุษยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช ดวงรัตน วงสสวางศิริ นักศกึ ษาปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจดั การศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรธี รรมราช ผูช วยศาสตราจารย ดร.ฆนทั ธาตทุ อง อาจารยผ ูสอนระดับบัณฑิตศึกษา หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช
74 การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม : แรงบนั ดาลใจจาก ศิลปวฒั นธรรมโนรา Cultural Product Design : Inspired by Nora Art and Culture ตวงรกั รัตนพนั ธ0ุ1 , วชิรวทิ ย บัวขาว1 ,ดวงรตั น วงสส วา งศิร1ิ และฆนัท ธาตทุ อง12 Tuangrak Rattanapan, Washirawit Buakaw, Duangrat Wongsawangsiri and Kanut Thatthong คณะมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช Faculty of Humanities and Social Sciences Nakhon Si Thammarat Rajabhat University ผปู ระสานงานหลัก : [email protected] บทคดั ยอ บทความนี้เปน การนาํ เสนอหลักการและขัน้ ตอนการออกแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมท่ี ไดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา มีวัตถุประสงคเพื่อสะทอนมุมมองจากนักวิชาการเก่ียวกับ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีเนนวิถีอัตลักษณ อันเกิดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรม โนรา ท่ีสามารถนํามาทําใหเกิดประโยชนสรางความแตกตาง มุมมองการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม คือ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการ ความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น เปนแนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบผลิตภัณฑโดยการมีสวน รวมกับชุมชน โดยบูรณาการการออกแบบภายใตขอจํากัดของชางพ้ืนถิ่น และปฏิบัติงานรวมกันใน การสรางตนแบบ เพื่อใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีสอดคลองกับอัตลักษณชุมชน โดยหลักการ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใชเกณฑในการกําหนดคุณสมบัติการ ออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคป ระกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาที่ใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวก ในการใช 4) ความปลอดภัย 5) โครงสรางความแข็งแรง 6) ราคา 7) วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การ ขนสง และขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติการ ออกแบบ มีการคิด วิเคราะห และใชความคิดสรางสรรค ใน 4 ขั้นตอน คือ 1)การรวบรวมขอมูลทาง ศิลปวัฒนธรรมโนรา 2) การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปะวัฒนะธรรมโนราเพื่อจะนํามาใชในการ ออกแบบ 3) การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑท่ีสะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา และ 4) การสรางสรรค ผลิตภัณฑตนแบบ ปจจัยที่เก่ียวของการเพ่ิมคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค ทุก สังคมของมนุษยจะตองมีศิลปะกับวัฒนธรรม และศิลปะกับเศรษฐกิจ เพื่อทําใหกลุมคนรุนหลังได ทราบวามีความเจริญทางภูมิปญญา และคนรุนหลังเหลานั้นสามารถสรางสรรคตอยอดตอไปตาม ความคิดและความสามารถในยุคของตนได อุตสาหกรรมทางศิลปะเชิงวัฒนธรรมตองอาศัยความคิด สรางสรรค และทุนทางปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและบริการ (Outputs) ท้ังที่จับตองได (Tangible) และที่จับตองไมได (Intangible) โดยผลงานสรางสรรคเหลานั้น จะตองมีศักยภาพทาง 1 นักศกึ ษาปรญิ ญาเอก หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการจดั การศิลปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค PhD student Doctor of Philosophy Program Creative Arts and Culture Management Program 2 ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการจดั การศิลปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค Assistant Professor Dr. Doctor of Philosophy Program Creative Arts and Culture Management Program
75 การคา สามารถสรา งรายไดผานการใชประโยชนจากสินทรัพยทางวัฒนธรรม และการผลิตสินคาและ บรกิ ารทม่ี คี วามหมายเชงิ สงั คมวฒั นธรรม คําสําคัญ : การออกแบบผลิตภัณฑท างวฒั นธรรม, ศิลปวัฒนธรรมโนรา Abstract This article presents the principles and procedures of cultural product design that Inspired by Nora culture. Its purpose is to reflect views from scholars on cultural product design that emphasizes identity. inspired by Nora art and culture that can be used to make a difference. Cultural product design perspective is cultural product design. is a process Knowledge of wisdom or local arts and culture It is a guideline for applying to product design by engaging with the community by integrating design under the limitations of local technicians and work together to create prototypes to create cultural products that are consistent with community identity. Cultural product design principles must take into account the principle using criteria to determine product design features There are 9 elements which are 1) functional function 2) beauty 3) ease of use 4) safety 5) strength structure 6) price 7) material 8) production process 9) transportation and in the process of designing cultural products, criteria must be used to determine design features. There are 4 steps of thinking, analyzing and creative thinking, namely 1) collecting Nora art and culture information; 2) summarizing the concept of art and culture. Nora to be used in the design, 3) product sketch design that reflects Nora art and culture, and 4) the creation of prototype products. Factors related to adding value and value in line with creative economy Every human society must have art and culture. and art and economy to make the next generation know that there is an intellectual prosperity and those following generations can be creative and continue to develop according to their ideas and abilities in the present. The cultural arts industry requires creativity. and intellectual capital (Inputs) in the production of goods and services (Outputs), both tangible and intangible by those creative works Must have commercial potential can earn through the utilization of cultural assets and the production of goods and services that are socially and culturally meaningful. Keyword : Cultural Product Design, Nora Art and Culture
76 บทนํา ในอดีตกาลมนุษยส ามารถออกแบบประดษิ ฐเ ครือ่ งมอื เคร่ืองใชได เร่ือยมาจนถึงยุคฟนฟู ศลิ ปะวทิ ยาการ เกดิ สมาคมชา งฝม ือและการคาที่ชวยสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพศิลปะและการออกแบบ จวบจนกระทั่งยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มีกระบวนการผลิตและออกแบบดวยวิศวกรรมควบคูกับการ ผลิตแบบงานฝมือ ถือเปนการเปรียบเทียบทางเลือกของหลักและกระบวนการงานออกแบบดาน อุตสาหกรรมกับชางฝมือข้ึน (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก, 2563: 162) มีการจางแรงงานชางฝมือที่มีทักษะในราคาสูง และมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถแขงขันใน ระดับโลกได (วิมสิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรีคําพันธุ, 2562: 128) ทําให กระบวนการศึกษาองคความรทู างศลิ ปวัฒนธรรม กบั การออกแบบถกู ถายทอด สามารถนําไปใชในเชิง วิชาการ และเชงิ วิชาชีพทั้งในประเทศ และตางประเทศ แนวโนมงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมยังคงเปนที่ตองการของกลุม ผูบริโภค ผลิตภัณฑท่ีสะทอนอัตลักษณอันทรงคุณคาทางประวัติศาสตร และสะทอนวัฒนธรรมตาม แนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรคมีมากขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑท่ีสรางมูลคาเพ่ิมบนพ้ืนฐานของ วัฒนธรรมอันเช่ือมโยงกับเทคโนโลยที เ่ี หมาะสม ทั้งการออกแบบ การผลิต การตลาด และการจัดการ บนพนื้ ฐานของความคดิ สรา งสรรค คุณภาพสินคา และบริการ (วิมลิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธิเกิด และ สุธาสินีน บุรีคําพันธุ, 2562: 128) รวมไปถึงการศึกษาตอยอดนวัตกรรมการออกแบบและพัฒนา ผลิตภณั ฑจากภูมิปญ ญา อันเปนวัฒนธรรมทองถิ่น สูผูบริโภคในปจจุบันจนเปนที่ยอมรับในตลาดโลก กระบวนการออกแบบสวนใหญมาจากการใชประสบการณ และความเชี่ยวชาญท่ีพัฒนามาจากทักษะ ชา งฝม อื แมบ างคร้งั การออกแบบไมไ ดต อบสนองความตองการของกลุมลูกคาสมัยใหมท่ีเปล่ียนแปลง ไปอยางรวดเรว็ แรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งดาน ศิลปวัฒนธรรม ความเช่ือ ประเพณี ท่ีมีอัตลักษณเฉพาะตัว และสอดคลองกับวิถีการดํารงชีวิต พื้นท่ี ภาคใตมีศิลปวัฒนธรรมอันโดดเดนมากมายหน่ึงในนั้น คือ ศิลปวัฒนธรรมโนรา ถือไดวาเปนศิลปะที่ รจู กั กันอยางกวา งขวาง และมคี วามสาํ คัญตอสังคมในพ้ืนที่ภาคใต “โนรา” เปนการแสดงที่ไดรับความนิยมและเปนที่รูจักอยางแพรหลายโดยเฉพาะอยาง ยิ่งในเขตพ้นื ทจ่ี งั หวัดสงขลา พัทลงุ และนครศรีธรรมราช ถือเปนการละเลนของชาวไทยทางภาคใตที่ มกี ารสืบทอดกันมายาวนาน (ศิรัมภา จุลนวล, 2558: 121) มีการสืบทอดกันมายาวนานท้ังการรายรํา ที่มีเอกลักษณแข็งแรงแตแฝงดวยความออนชอยงดงาม การแตงกายท่ีมีโดดเดนสีสันฉูดฉาด และ ลวดลายเฉพาะบนเครื่องประดับรวมถึงความพลิ้วไหวของชายลูกปด ซึ่งสอดคลองกับจังหวะดนตรีที่ สนกุ สนาน ดวยเหตนุ ี้ โนราจึงไดรับการยอมรับวาเปนศิลปะการแสดงอันวิจิตรงดงามท่ีควรคาแกการ เผยแพรใหประชาคมโลกไดรับรู คณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทาง วัฒนธรรมที่จับตองไมได มีมติใหขึ้นทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ในบญั ชรี ายการตวั แทนมรดกวฒั นธรรมทีจ่ บั ตอ งไมไดของมนุษยชาติ ภายใตอนุสัญญาวา ดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ค.ศ. 2003 ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ หรอื ยูเนสโก โดยจดั ใหโนราเปนมรดกทางวัฒนธรรมท่จี ับตองไมได ขององคการยูเนสโก ลําดับท่ี 3 ของประเทศไทย (ปน บตุ รี, 2564) บทความนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อสะทอนมุมมองจากนักวิชาการเกี่ยวกับการออกแบบ ผลติ ภัณฑท างวัฒนธรรมท่ีเนนวิถีอัตลักษณ อันเกิดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา ที่สามารถ
77 นํามาทาํ ใหเกิดประโยชนสรา งความแตกตาง การนาํ จุดเดน เรอื่ งราวอันเปน ศลิ ปวัฒนธรรมโนราในงาน ออกแบบผลิตภัณฑท างวัฒนธรรม นอกจากจะทาํ ใหเ กดิ รูปลักษณท่ีแตกตางแลว ยังเพิ่มมิติคุณคาทาง วัฒนธรรม และความหมายใหกับผลิตภัณฑ อีกท้ังยังนําไปสูการสรางองคความรูในการใชนวัตกรรม และความคดิ สรา งสรรค รวมไปถึงพื้นฐานทางวัฒนธรรมในการสรางคุณคา สรางมูลคาเพิ่ม และความ เหมาะสมกับยุคสมัยตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค บทความนี้จะขอนําเสนอในมิติท่ีเก่ียวของกับ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม แรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยจําแนกเปน 3 ประเด็น คือ 1) มุมมองการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 2) หลักการและข้ันตอนการออกแบบ ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 3) ปจจัยท่ีเก่ียวของการเพิ่มคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจ สรางสรรค 1. มมุ มองการออกแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรม การสรางองคความรูทางภูมิปญญาเพ่ืองานออกแบบ เน่ืองจากความรูทางภูมิปญญา ทองถ่ินนี้จะมีลักษณะเปนความรูที่มีอยูแลวในตัวบุคคลหรือความรูแบบฝงลึก ดังน้ัน ในการศึกษา ขอมูลทางภูมิปญญานักออกแบบควรมีการลงพื้นที่ และมีสวนรวมกับชุมชน เชน สังเกตการณวัสดุ ทองถ่ิน การปฏิบัติการของชาง การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตท่ีเก่ียวของ เพื่อความเขาใจในคุณคา ของภมู ปิ ญญาทศ่ี ึกษา (กษริ า ภวิ งศกรู , 2562) หากจะกลาวถึงการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ไดมีนักวิชาการที่มีประสบการณ หลากหลาย ไดกลาวถึงและใหความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมไวหลากหลาย โดยสรปุ ดังน้ี ปณิธาร วงศาสลุ ักษณ (2561) อางในพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ.2485 ได ใหความหมายวัฒนธรรม หมายถึง ลักษณะท่ีแสดงความเจริญงอกงาม ความเปนระเบียบ ความกลม เกลียวกาวหนาของชาติ และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน สวนความหมาย วัฒนธรรม ตาม แนวทางในการรักษาสงเสริมและพัฒนาวัฒนธรรม พ.ศ. 2529 กลาววา วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิต เปน วิถกี ารดําเนนิ ชีวติ ของสังคม เปน แบบแผนการประพฤตปิ ฏิบัติ และการแสดงออก ซ่ึงความรูสึกนึกคิด ในสถานการณตาง ๆ ที่สมาชิกในสังคมเดียวกัน สามารถแกไขและซาบซ้ึงรวมกัน ดังน้ัน วัฒนธรรม ไทย คือ วิถีชีวิตท่ีคนไทยไดสั่งสม เลือกสรร ปรับปรุง แกไข จนถือวาเปนส่ิงดีงามเหมาะสมกับ สภาพแวดลอมและไดใชเปนเคร่ืองมือ หรือเปนแนวทางในการปองกันและแกไขปญหาสังคม และ วัฒนธรรม คือ มรดกแหงสังคม ซึ่งสังคมปรับปรุงและรักษาไวใหเจริญ งอกงาม วัฒนธรรมเกิดจาก การประพฤติปฏบิ ตั ิรวมกัน เปนแนวเดยี วกันอยางตอเนื่องของสมาชิกในสังคม สืบทอดเปนมรดกทาง สงั คมตอ กันมาจากอดตี หรืออาจเปน สิ่งประดษิ ฐคดิ คนสรา งสรรคข ึน้ ใหม หรอื อาจรับเอาส่ิงท่ีเผยแพร มาจากสังคมอ่นื ๆ ทัง้ หมดน้หี ากสมาชิกยอมรับและยึดถือเปนแบบแผนประพฤติปฏิบัติรวมกัน ก็ยอม ถือวาเปนวัฒนธรรมของสังคมน้นั กระทรวงวัฒนธรรม (2560) ใหความหมายของ ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม (Cultural Product) ไววา หมายถึง ผลิตภัณฑที่นําวัฒนธรรมที่มีอยูในทองถิ่นมาเปนแรงบันดาลใจในการ ออกแบบประยุกต พัฒนาตอยอด สรางสรรคใหเปนผลิตภัณฑวัฒนธรรมท่ีมีคุณคาทางสังคม มี ความหมาย เรื่องราว ในดานวฒั นธรรม อันเปนรากเหงาที่ไดรับการสืบสานสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ บง บอก อัตลกั ษณ และสามารถเพมิ่ มูลคาทางเศรษฐกจิ สรางเปน สินคาเชิงพาณิชย สรางรายไดใหกับ
78 ชุมชน และสรางความม่ันคงใหแกประเทศชาติ โดยแบงวัฒนธรรมออกเปน 2 กลุม คือ มรดกทาง วัฒนธรรม ไดแก โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และวัฒนธรรมแหงวิถีชีวิต และกลุมความเช่ือ และพิธีกรรม ภาษาวรรณกรรม และสุนทรียศาสตร และไดจําแนกผลิตภัณฑวัฒนธรรมไทย ออกเปน 5 กลุม ไดแก อาหาร ผาและผลิตภัณฑจากผา เครื่องประดับ ของใชและของตกแตง และ ศลิ ปะการแสดง ศลิ ปะการตอ สูและการละเลน สํานักวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี (2560) ระบุวาการสรางสรรคผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม เพ่ือนําทุนทางวัฒนธรรม มาตอยอดสรางสรรคผลิตภัณฑ โดยบูรณาการขับเคลื่อนใน ชุมชนคุณธรรม และมีความสอดคลองกับเอกลักษณและอัตลักษณของชุมชนอันจะนําไปสูการ สรางสรรคทนุ ทางวัฒนธรรมในเชิงเศรษฐกจิ ใหกับประชาชน ชมุ ชน และประเทศชาตติ อไป จากขอมูลขางตนจะเห็นไดวา หนวยงานและนักวิชาการทางวัฒนธรรม ไดให ความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑไวในแงมุมที่แตกตางกันอยางหลากหลาย โดยหมายถึง ขั้นตอนการวางแผน การเลือกใชวัสดุ วิธีการทํางานออกแบบตามวัตถุประสงคท่ีตองการเพื่อให สอดคลองกับรูปแบบลกั ษณะ และคุณสมบัติวัสดุตามความคิดสรางสรรค นอกจากนี้ รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ยังไดใหความหมายเพ่ิมเติมของการ ออกแบบผลิตภัณฑ หมายความถึง การรวบรวม หรือ การจัดองคประกอบเขาดวยกันอยางมี หลักเกณฑของรปู แบบงานท่เี ปนสองมิติ และสามมติ ิ โดยผูออกแบบจะตอ งคาํ นึงถึงคุณลักษณะสําคัญ ของการออกแบบ คือ ประโยชนใชสอย และความสวยงามท่ีถูกนํามาจัดองคประกอบ โดย กระบวนการนี้จะเปนการตอบสนองคุณประโยชนทางกายภาพ และสรางคานิยมทางความงามใหแก มนุษย (เรวัต สขุ สิกาญจน, สมั ภาษณ, 2565, มนี าคม 6) จากความหมายขางตน สอดคลองกษิรา ภิวงศกูร (2562) ไดใหนิยามความหมายของ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมไววา หมายถึง การสรางองคความรูทางภูมิปญญาเพื่องาน ออกแบบผลิตภัณฑ เนื่องจากความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถ่ิน จะมีลักษณะเปน ความรูที่มีอยูแลวในตัวบุคคล หรือ เปนความรูแบบฝงลึก ดังน้ัน ในการศึกษาขอมูลทางภูมิปญญา หรือศิลปวัฒนธรรมทองถ่ินนั้น นักออกแบบควรมีการลงพื้นท่ี และมีสวนรวมกับชุมชนโดยตองฝงตัว ในระดับที่สามารถทําได เชน สังเกตการณ หรอื ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ ศึกษา ทักษะงานหัตถกรรม รวมไปถงึ การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตที่เกี่ยวของ ที่สามารถนําประยุกตใชเปน แนวความคดิ ในการสรา งสรรคองคความรู โดยอาศัยทฤษฎีอันเปนกระบวนการทางสังคม และทฤษฎี ทเ่ี กี่ยวขอ งกบั การออกแบบ โดยทาํ งานอยา งมีสว นรวมระหวางนักออกแบบ และชางพื้นถ่ิน หรือ ชาง หัตถกรรม เพื่อใหเ กดิ มาเปนผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรมอยา งบรู ณาการ กลาวโดยสรุปวา การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการ ความรูทาง ภูมิปญญา หรอื ศลิ ปวฒั นธรรมทอ งถ่นิ เปน แนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบผลิตภัณฑโดย การมีสวนรวมกับชุมชน โดยบูรณาการการออกแบบภายใตขอจํากัดของชางพ้ืนถ่ิน และปฏิบัติงาน รว มกันในการสรางตน แบบ เพ่อื ใหเ กดิ ผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมที่สอดคลองกบั อตั ลกั ษณช ุมชน
79 2. หลักการและขนั้ ตอนออกแบบผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรม ในการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองอาศัยหลักการ และข้ันตอน ท่ีมีความ ชัดเจน และสามารถนําไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ ผูเขียนรวบรวมและสังเคราะห และสรุป สาระสําคญั นาํ เสนอดังตอ ไปนี้ 2.1 หลกั การออกแบบผลติ ภัณฑทางวัฒนธรรม การออกแบบทด่ี สี ง ผลถึงผลิตภัณฑท ี่ดี โดยทีน่ กั ออกแบบตองคํานึงถึงหลักการโดย ใชเ กณฑ เพือ่ กําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑวาควรมีองคประกอบเปนเชนไร พิจารณา แลวใชความคิดสรางสรรค เลือกทํางานตามกระบวนการ และวิธีการเพ่ือใหผลิตภัณฑมีความ เหมาะสมตามหลักการออกแบบ (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก อางใน วชั รินทร จรงุ จิตสนุ ทร, 2564) ประกอบดว ย 2.1.1 หนาท่ีใชสอย เปนขอสําคัญท่ีสุดในหลักการออกแบบผลิตภัณฑท่ี ผูออกแบบตองคํานึงถึงในอันดับแรก เพราะผลิตภัณฑทุกชนิดตองมีหนาท่ีใชสอยถูกตองตาม วตั ถุประสงคท ตี่ งั้ ไว และสามารถตอบสนองความตองการของผใู ชไดอยางมีประสทิ ธิภาพ 2.1.2 ความสวยงาม เปนสวนที่ทําใหเกิดการตัดสินใจซื้อ เพราะประทับใจในคร้ัง แรกที่พบซึง่ เปน สวนสําคญั ทผี่ บู รโิ ภคใหความสนใจ ไมนอ ยไปกวาหนา ทีใ่ ชสอย 2.1.3 ความสะดวกในการใช กรณที ่ผี ูอ อกแบบทาํ การออกแบบผลิตภัณฑประเภท ของใช หรือเฟอรนิเจอร จาํ เปนตอ งอาศยั การศึกษาดานกายวิภาคเชิงกลท่ีเก่ยี วของกับ ขนาด สัดสวน และขีดจํากดั ทีเ่ หมาะสมของอวยั วะตาง ๆ ในรางกายของมนษุ ย 2.1.4 ความปลอดภัย ผูออกแบบผลิตภัณฑควรคํานึงถึงความปลอดภัยของผูใช เพราะสิ่งอาํ นวยความสะดวกยิง่ อํานวยประโยชนม ากเพียงใด ก็อาจจะยอมมีโทษมากเพยี งนนั้ 2.1.5 โครงสรางความแข็งแรง จะตองมีอยูภายในผลิตภัณฑอยางเหมาะสม ซ่ึง การออกแบบควรอาศัยความรูดานคุณสมบัติ วัสดุ และจํานวน หรือปริมาณโครงสราง ในกรณีท่ีตอง ใชโครงสรา งเพอ่ื การรับน้ําหนัก โดยตอ งมคี วามเขา ใจ และไมท้งิ เรอื่ งของความสวยงามทางศลิ ปะ 2.1.6 ราคา ราคาควรพอเหมาะพอสม จากการกําหนดเรื่องของกลุมผูบริโภค และการตลาดความตอ งการของลกู คาเปาหมาย วาเปน กลุมใด มคี วามตองการเปนเชนไร เพ่ือกําหนด ราคาของการผลติ และราคาขายใหเหมาะสม ท้ังตนทนุ และกําไร 2.1.7 วัสดุ มีการพิจารณาถึงกระบวนการ และวิธีการผลิต เพราะในระบบการ ผลติ แบบอตุ สาหกรรมมีวสั ดสุ งั เคราะห และกระบวนการผลิตทหี่ ลากหลาย 2.1.8 กรรมวิธีการผลิต นักออกแบบควรออกแบบใหผลิตภัณฑทุกชนิดผลิตงาย สะดวก ประหยัด ไมซับซอน หรือออกแบบใหสอดคลองกับการผลิตของกลุมผูผลิต หรือ ผูประกอบการทม่ี อี ยู 2.1.9 การขนสง ตองคํานึงถึงการประหยัดคาขนสง สะดวกในการขนยาย ระยะทาง และวิธีการ เชน ขนสงทางบก ขนสงทางน้ํา ขนสงทางอากาศ หรือ แมแตบรรจุภัณฑตอง ปกปอ งผลติ ภัณฑภายในไมใ หเกดิ ความเสียหายระหวางขนสง กลาวโดยสรุป หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑใ นการกําหนดคณุ สมบัติการออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคประกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาท่ีใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวกในการใช 4) ความปลอดภยั 5) โครงสรา งความแข็งแรง 6) ราคา 7)
80 วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การขนสง ทั้งนี้ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชความคิด สรางสรรค ทํางานตามกระบวนการ เพ่ือใหผลิตภัณฑมีความเหมาะสมตามหลักการออกแบบ ซ่ึง หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมขางตน สอดคลองกับแนวคิดของดีเทอร ราม (Dieter Rams) นักออกแบบอุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ผูทํางานดานการออกแบบผลิตภัณฑภายใตแนวคิด ลัทธินิยมการใชงานไดจริง (Functionalism) ซ่ึงเปนที่รูจักในฐานะนักออกแบบท่ีปฏิวัติรูปแบบ เคร่อื งใชไ ฟฟาและเฟอรน เิ จอรท่ีผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีความเชื่อในหลักการออกแบบวา “การ ออกแบบท่ีนอยกวา แตดีกวา” ถือเปนลักษณะท่ี “ตัดทอนส่ิงไมจําเปน แตมีคุณภาพตอบสนองตอ ผใู ชแ บบเหนือกาลเวลา” (ฐปนัท แกว ปาน, สราวธุ อศิ รานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก, 2564) 2.2 ขั้นตอนออกแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑท างวัฒนธรรมอาจมกี ระบวนการที่แตกตา งจากการออกแบบ ผลิตภณั ฑอ ุตสาหกรรม ในชวงตน ทางของการออกแบบท่ีมุงเนนในรายละเอียดท่ีแตกตางกัน โดยการ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม จะมุงหาอัตลักษณ โดยการจัดการพรอมท้ังสรางสรรค ผลงาน ออกแบบท่ีดจี ะชวยปองกนั และแกป ญหา ผลกระทบทางลบท่ีจะเกิดขึ้นกับชุมชนไดอีกทางหน่ึง และ ยงั เปน การสรางผลกระทบทางบวกใหเ กิดข้ึนแกช มุ ชนได เชน ภาพลกั ษณ ชุมชน เรื่องราว คุณคาของ การสบื ทอดภมู ปิ ญญาจากอดตี ดา นแรงงานฝมอื การแกป ญหาเรื่องวัสดุในทองถ่ิน สิ่งแวดลอม ความ สามคั คใี นชมุ ชน ตลอดจนส่งิ บง ช้ีทางภูมิศาสตรท ส่ี งั เกตไดใ นตวั ผลติ ภณั ฑ (กษริ า ภวิ งศกรู , 2562) โดยทั่วไปนักออกแบบจะคํานึงถึงหลักการ โดยใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติของ การออกแบบผลิตภัณฑที่ดีจะตองมีองคประกอบอยางไร มีการคิด วิเคราะห และใชความคิด สรางสรรคหากกระบวนการและวิธีการออกแบบดี ยอมสงผลถึงผลิตภัณฑท่ีดี ดังนั้น การนํา ศลิ ปวัฒนธรรมโนรา มาเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม มีขั้นตอนใน การออกแบบ 4 ขัน้ ตอน ดงั ตอ ไปนี้ (เรวตั สุขสกิ าญจน, สมั ภาษณ, 2565, มนี าคม 6) 2.2.1 การรวบรวมขอมูลศิลปวัฒนธรรมโนรา การศึกษาเพื่อรวบรวมขอมูลท่ีจะ นํามาใชในการวิเคราะห เพื่อหาแนวทางในการออกแบบ นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนจะตอง ศึกษาศิลปวัฒนธรรมโนราอันเปนทุนทางวัฒนธรรม เพ่ือเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เชน การศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะ ทาํ นอง รวมไปถงึ พธิ กี รรมและความเช่ือ ในกระบวนการน้ี นกั วจิ ัย หรือ นักออกแบบจําเปนอยางยิ่งท่ี จะตองลงพ้ืนที่เกบ็ ขอมลู หรอื ฝงตัวอยูใ นชุมชน เพ่ือใหไ ดข อมูลที่เก่ียวของกับศิลปวัฒนธรรมโนราให ไดม ากท่ีสุด ทั้งจากการสัมภาษณ การจดบันทึก การถายภาพ หรือ สิ่งท่ีเกี่ยวของตาง ๆ ไมวาจะเปน สถานที่แสดง สภาพแวดลอม การทํางาน อุปกรณเครื่องดนตรีท่ีใชแสดง นอกจากนี้ยังตองหาขอมูล เพม่ิ เติมจากเอกสาร และงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ ง หรือ การคนควา อสิ ระทางอนิ เตอรเน็ต 2.2.2 การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราที่จะนํามาใชในการ ออกแบบ การสรุปความคิดรวบยอด หมายถึง การรวบรวมขอมูลท่ีไดจากเอกสารและงานวิจัยที่ เก่ียวของ และการเก็บขอมูลภาคสนาม และนํามาคิดวิเคราะห สังเคราะห เพื่อใหไดแนวทางที่จะ นําไปสแู นวคิดในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ถือเปนการสรุปผลการสังเคราะห เชิงคุณภาพ เพ่อื เปนแนวทางในการออกแบบภาพรางผลติ ภณั ฑใ นข้นั ตอไป 2.2.3 การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑที่สะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยท่ัวไป ผูวิจัย หรอื นักออกแบบจะตองทําการออกแบบภาพราง (Sketch design) ตามวัตถุประสงคท่ีไดวาง ไวในงานวจิ ัย หรอื ในกระบวนการออกแบบอยางนอยไมต่ํากวา 5 รูปแบบ หรืออาจมากกวาน้ัน ท้ังน้ี
81 เพอื่ ใชในการคัดเลือกแบบโดย ผูคัดเลือกอาจจะเปนบุคคลในชุมชนท่ีเกี่ยวของ หรือ เปนผูมีสวนรวม ในกระบวนการวิจยั หรอื งานออกแบบ และควรใหผเู ชย่ี วชาญดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ ประเมินรูปแบบของผลิตภัณฑ เพื่อใหไดรูปแบบภาพรางที่สมบูรณท่ีสุดเพียงชิ้นเดียว ท่ีเปนงาน ออกแบบทีเ่ หมาะสมทจ่ี ะนาํ ไปพัฒนาสรางเปน ตนแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรมตอไป 2.2.4 การสรางสรรคผลติ ภณั ฑต น แบบ ในข้ันตอนการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ จะทํางานภายใตการออกแบบภาพรางท่ีไดกําหนดไวในข้ันตอนแรก ผูวิจัย หรือ นักออกแบบ จะ วิเคราะหขอสรุปทั้งหมด เพ่ือนําไปสูการสรางตนแบบจริง ท้ังเร่ืองรูปแบบ โทนสี วัสดุ รวมไปถึง รปู แบบการใชงาน จากนัน้ ตอ งทําไปทดลองใชก บั กลุมตัวอยาง เพื่อใหงานออกแบบผลิตภัณฑสมบูรณ ตามท่วี ตั ถุประสงค 2.3 กรณศี ึกษางานวิจยั ดา นการออกแบบผลิตภณั ฑท างวัฒนธรรม เพ่ือใหผูอานไดมองเห็นภาพของหลักการและขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมทีส่ ะทอนศลิ ปวัฒนธรรมโนรา (Process Design) ผูเขียนจึงไดศึกษางานวิจัยที่เก่ียวของกับ การออกแบบผลติ ภัณฑท างวฒั นธรรม และสรุปสาระสําคญั ของงานวิจยั ไว 3 เรื่อง ดงั นี้ 3.1 กรณีศึกษางานวิจัยของศิรัมภา จุลนวล (2558) ทําการศึกษาศิลปะการแสดง โนราเพ่ือการออกแบบผลิตภัณฑตกแตงภายในที่อยูอาศัย ผูวิจัยไดกําหนดแนวทางการออกแบบ ผลิตภัณฑตกแตงบานสําหรับหองรับแขกที่สะทอนถึงอัตลักษณการแสดงโนรา ผูวิจัยเล็งเห็นวา “เทริด” เปน เครื่องสวมศีรษะของโนรา ซ่งึ เปนสวนสําคัญของเคร่ืองแตงกายและเปนเอกลักษณท่ีโดด เดนของการรําโนรา มีรูปทรงที่โดดเดนวิจิตร สงางาม ศักดิ์สิทธ์ิ และนาศรัทธา ผูวิจัยไดนํามาเปน แนวคิดหลักในการออกแบบ “โคมไฟสําหรับหองรับแขก” เปนลักษณะโคมไฟหอยเพดาน เพราะ เทริดเปนของสูง ไมขัดแยงกับความเช่ือศรัทธาที่มีตอโนราลักษณะการออกแบบมีการผสมผสาน ระหวางรูปทรงสเ่ี หล่ยี มขาวหลามตัด ซ่ึงเปนเอกลักษณที่โดดเดนของชุดโนรา และความเปนสี่เหลี่ยม มุมท่ีแสดงออกถึงอารมณหนักแนน แข็งแรง และออนชอยจากลักษณะใชครุย ดังน้ัน เพื่อใหเกิดมิติ และมุมมองทางดานองคประกอบศิลปจากแสงไฟ การจัดวางโคมไฟ จึงจัดวางเปนกลุมเล็ก กลาง ใหญ เพื่อใหความรูสึกอบอุน เปนครอบครัวตามวิถีชีวิตของชาวใต ผูวิจัยเลือกวัสดุประเภท “โลหะ” ดวยเหตุผลมีความแข็งแรง คงทนถาวร สามารถขึ้นรูปดวยวิธีตาง ๆ ไดงาย ไมเส่ียงตอการแตกหัก ทนทานตอ การผกุ รอ นไดดใี นสภาพอากาศที่ใชงานทวั่ ไป ซื้อหางา ยในทองตลาด และมีความเหมาะสม กบั การพัฒนาผลติ ภัณฑทกี่ าํ ลังจะผลิต (ดงั ภาพท่ี 1.1)
82 ภาพที่ 1.1 ภาพการออกแบบโคมไฟสาํ หรับหองรบั แขก ทมี่ า : (ศริ ัมภา จลุ นวล, 2558, p130) 3.2 กรณีศึกษางานวิจัยของวิมลิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรี คําพันธุ (2562) ทําการศึกษาอัตลักษณทางวัฒนธรรมมโนราห เพื่อประยุกตใชในการออกแบบ เครื่องประดบั ผวู จิ ัยสรปุ การวเิ คราะหข อ มูลอัตลกั ษณท างวฒั นธรรมมโนราหโดยแบงผลวิเคราะหเปน 3 ดาน คือ 1) ดานประวัติความเปนมา เช่ือวามโนราหเกิดข้ึนในภาคใต มีการผสมผสานวัฒนธรรม จากตางประเทศ เชน อินเดีย ชวา มลายูต้ังแตสมัยอาณาจักรศรีวิชัย 2) ดานการแสดงมโนราห องคประกอบการแสดงมโนราห คือ โรงแสดง หรือ พื้นท่ีใหการแสดง ตัวแสดง เครื่องดนตรี ทารํา เร่ืองที่แสดง เคร่ืองแตงกาย ความเช่ือในพิธีกรรม และวิถีชีวิตของมโนราห 3) ดานเครื่องแตงกาย มโนราห มีเอกลักษณชัดเจนแตกตางไปจากศิลปะการแสดงอื่น โดยเฉพาะสีสัน โทนสีที่ใช คือ ขาว แดง น้ําเงิน ฟา สม เขียว เหลือง และดํา ปจจุบันเพ่ิมสีมวงข้ึนมา และลวดลายเนนไปที่รูปแบบ เรขาคณิต สามเหลย่ี ม สเ่ี หลย่ี ม ลายลกู แกว ลายขาวหลามตัด และลายดอกไม ผูวิจัยทําการออกแบบ เคร่ืองประดับจากการประยุกตใชอัตลักษณทางวัฒนธรรมโนราตามกรอบการออกแบบเครื่องประดับ มีความสวยงาม มีความคิดสรางสรรค มีเอกลักษณ ใชวัสดุที่มีราคาและเหมาะสมในการผลิต เหมาะสมกับบุคลิกการแตงตัวของผูสวมใส ซึ่งเปนผูหญิงวัยทํางาน ต้ังแตอายุ 25 - 40 ปสอดคลอง กับสมัยนิยมในปจจุบันที่เคร่ืองประดับและแฟช่ันไดรับความนิยมมากข้ึน โทนสีจะเนนสีทอง และสี เงิน มีความวาว สรางความสวยงาม ดูแข็งแรง เสริมอัญมณีประเภทพลอยสีเขม เนนพ้ืนผิวของวัสดุ เคร่ืองประดับผสมผสานกับโลหะ และประยุกตลวดลายใหมโดยผสมผสานลวดลายด้ังเดิมกับเทคนิค การทาํ เครอื่ งประดับ (ดังภาพที่ 2.1) มกี ารออกแบบบรรจุภัณฑสําหรับเครื่องประดับ โดยนําลวดลาย ลูกแกว ลายขาวหลามตัด และกลุมโทนสีของมโนราหมาอยูบนบรรจุภัณฑ ประกอบดวย บรรจุภัณฑ สรอ ยคอ บรรจุภณั ฑสรอยขอมอื บรรจภุ ณั ฑแ หวนและตางหู (ดังภาพท่ี 2.2) ทั้งน้ีมีการวิเคราะหและ ออกแบบตราสินคา โดยใชชื่อวา โนรายา (Noraya) เปนการผสมผสานคําภาษาไทย คําวา โนราและ อารยะ หมายถงึ ความเจรญิ รงุ เรอื งและวัฒนธรรมของมโนราห (ดังภาพท่ี 2.3)
83 ภาพที่ 2.1 ภาพการออกแบบเครื่องประดับ ท่มี า : (วิมลิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินนี บรุ ีคําพนั ธุ, 2562) ภาพท่ี 2.2 ภาพการออกแบบบรรจภุ ัณฑสําหรับเคร่อื งประดับ ทม่ี า : (วิมลนิ สนั ตจิต, อรรถพร ฤทธิเกดิ และสุธาสินนี บุรีคาํ พันธุ, 2562) ภาพท่ี 2.3 ภาพการออกแบบตราสินคาแบรนด โนรายา หรือ Noraya ท่มี า : (วมิ ลิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธเิ กิด และสุธาสินนี บรุ คี าํ พนั ธ,ุ 2562) 3.3 กรณีศึกษางานออกแบบตราสัญลักษณการเสวนาเรื่อง โนรามรดกทางวัฒนธรรมสู เศรษฐกิจสรา งสรรคท ่ีสมดุลและยั่งยืน ผูอ อกแบบไดก ําหนดขอบเขตและ Mood & Tone ของงานได อยางชัดเจน เริ่มตนจากการออกแบบตราสัญลักษณของกิจกรรมการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทาง วัฒนธรรมสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและยั่งยืน ผูออกแบบนําแรงบันดาลใจจากรูปทรงของคลุม ไหลโ นรา และทบั ทรวงโนรา ผสมผสานกับรูปทรงสามเหล่ียม สี่เหลียม และส่ีเหลียมขาวหลามตัด ใช สีไทยโทน ประกอบดวย สีนํ้าตาลไหม แสดงถึงความเกาแก สีสมอิฐ แสดงถึงศิลปะพ้ืนถิ่น สีสมแสด แสดงถึงความรวมสมัย สีเหลืองนํ้าผ้ึง แสดงถึงความงดงาม สีขาวกะบัง และสีขาว แสดงถึงความ
84 บริสุทธ์ิทําดวยหัวใจ เม่ือสีไทยโทนท้ัง 5 สี อยูรวมกัน จะสามารถแสดงถึงความเปนวัฒนธรรมรวม สมยั และสะทอ นถงึ ศิลปะพืน้ ถ่ินทส่ี มบูรณแบบ นอกจากนี้ยังมีการตอยอดตราสัญลักษณคร้ังน้ี ไปอยู บนส่ือประชาสัมพันธตาง ๆ เชน โปสเตอร โบวชัว แบนเนอรเว็บไซด ของที่ระลึก เปนตน มีการ ประยุกตตัวอักษรคาํ วา โนรา ทีเ่ ปนคาํ สาํ คญั อันเปน ตน เรื่องของงานการเสวนาในคร้ังน้ี โดยใชรูปทรง และความออนชอยของเลบ็ ซง่ึ เปน หนึง่ ในเครอ่ื งแตงกายทใี่ ชใ นการแสดงโนรา ภาพท่ี 2.4 ภาพการออกแบบตราสญั ลักษณก จิ กรรมการเสวนาฯ ทีม่ า : (ตวงรกั รัตนพันธ,ุ 2565) ภาพที่ 2.5 ภาพส่อื ประชาสมั พนั ธก ิจกรรมการเสวนาฯ ทีม่ า : (ตวงรัก รัตนพนั ธ,ุ 2565)
85 ภาพท่ี 2.6 ภาพของท่รี ะลกึ กิจกรรมการเสวนาฯ ที่มา : (ตวงรกั รตั นพันธ,ุ 2565) 3. ปจ จัยทเี่ กยี่ วขอ งกับการเพ่มิ คณุ คา และมลู คาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค หากจะกลาวถึงปจจัยท่ีจะทําใหเกิดคุณคา และมูลคาทางเศรษฐกิจ ศิลปะ ถือเปนอีก หนึ่งปจจัยที่เกี่ยวของ ในการสรางสรรค หรือออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมน้ัน จําเปนอยางย่ิงที่ นักออกแบบตองทาํ ความเขา ใจถึงความสัมพนั ธของงานศิลปะท่ีมีตอวัฒนธรรม และเศรษฐกจิ ศลิ ปะกับวัฒนธรรม สวนที่แสดงลักษณะประจําชาติของตนแตกตางออกไปจากชาติอื่น ความจริงแลวมนุษยแตละเผาพันธุก็อาจแยกออกกันไดทางรูปลักษณะแหงสรีระ แตในความแตกตาง นั้นเอง ก็ยังมคี วามแตกตา งแมใ นกลุมชนที่เปนเผาพันธุใกลเคียงกัน เชน ไทย ลาว มาเลเซีย หรือ จีน ญ่ีปุน เกาหลี เปนตน จึงเห็นไดวารูปรางหนาตายังไมไดบอกเชื้อชาติท่ีสมบูรณนัก แตก็อาจจะรูได ชดั เจนวา เปน เช้อื ชาตใิ ด ก็โดยการใชภาษา หรือ การแตงกาย หรือ มารยาท และสิ่งท่ีแสดงใหเห็นได อยา งชัดเจนทสี่ ดุ โดยไมม ีปญหา คือ ศลิ ปะเพราะศิลปะเปน สิ่งทีแ่ สดงวัฒนธรรม ซึ่งยังแสดงใหเห็นถึง เช้ือชาติอีกดวย การท่ีศิลปะมีบทบาทสําคัญในการแสดงออกทางวัฒนธรรมของชาติ ก็เพราะศิลปะ ไดรบั การสรรหาจากสง่ิ ทเี่ ปนประจําอยูในชาตินนั้ ๆ เชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา วัสดุ และ ทรัพยากรธรรมชาติในทองถิ่น ตลอดจนความรูความสามารถวิธีการที่ถายทอดสูกันจากคนรุนหนึ่งสู คนอกี รุนหน่งึ ศิลปะกับเศรษฐกิจ บทบาทของศิลปะและเศรษฐกิจอันพ่ึงมีตอสังคม ในบรรดาผู ประกอบอาชีพทั้งหลายอาจกลาวไดว า ไมมีอาชีพใดท่ีมีคาตอบแทนสูงไปกวาศิลปน นักแสดง นักรอง นักดนตรี หรือ นักประพันธ แมในอดีตจะมีการเปรียบเปรยวาศิลปนยากจน แตปจจุบันศิลปนไมได ยากจนเหมอื นในอดีต สามารถจะมีฐานะม่ันคงเหมือนคนท่ีประกอบอาชีพอ่ืนเหมือนกัน แสดงใหเห็น วาการมีความรูความสามารถทางศิลปะ ไมใชเปนสิ่งเหลวไหล ยังสามารถรักษาฐานะทางเศรษฐกิจ ของตนและสังคมอยไู ดอยา งม่ันคง ศิลปะและการออกแบบที่มีผลตอเศรษฐกิจท้ังสวนตัวและสวนรวม อาจเปนส่ิงเล็กนอยจนเกือบไมเห็นเปนผลจริงจัง แตในอีกประการหน่ึงนั้น งานออกแบบผลิตภัณฑ ประเภทส่งิ ของ เครื่องใช โดยท่ัวไปแลว การออกแบบถือเปนงานศิลปะอยางสมบูรณที่มีความจําเปน อยางมาก ดังนั้น นักออกแบบผลิตภัณฑจะคํานึงถึงความสวยงามและประโยชนใชสอยดวย หาก สามารถสอดแทรกความเปนวัฒนธรรมเขาไปในงานออกแบบจะชวยกระตุนใหเกิดการตัดสินใจซ้ือ จากผบู รโิ ภคมากขนึ้
86 นักวิชาการและหนวยงานทางเศรษฐศาสตร ไดใหความหมายของเศรษฐกิจสรางสรรค (Creative Economy) ไวใ นหลายมติ ิ ดังนี้ สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2565) ไดใหคํานิยามเศรษฐกิจ สรางสรรค ไววาเปนการพัฒนาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของการสราง และใชองคความรู ความคิด สรางสรรค และทรัพยสินทางปญญาท่ีเชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรูของสังคม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการผลิตสนิ คาและบริการใหม เพื่อสรางมูลคาเพ่ิมทางเศรษฐกิจ หรือถา พูดใหเขาใจงาย ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค คือ การนําสินคา หรือ บริการมาเพ่ิมมูลคา โดยผานการคิด อยางสรางสรรค และนาํ เทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม ๆ รวมถึงพ้ืนฐานทางวัฒนธรรม สังคม เขามา ชวยในการสรา งสรรคผลงาน ประเทศไทยจะปรบั กลยุทธท างเศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณที่ เปลีย่ นแปลงไป โดยมงุ เนน ไปท่กี ารเพิ่มคุณคา สรางมูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมี ศกั ยภาพในการแขง ขนั อยูแลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพื่อหลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหนึ่งที่จะชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนา อยางสมดุล และยั่งยืน บนพ้ืนฐานความไดเปรียบของประเทศ ทั้งในดานความหลากหลายของ วฒั นธรรม และภมู ปิ ญญาดานงานศลิ ปหตั ถกรรมทีส่ ามารถนํามาตอยอดในเชิงความสรางสรรคได ซ่ึง ในปจจุบัน “เศรษฐกิจสรางสรรค” ไดถูกบรรจุเปนหนึ่งในสาขาภายใตระเบียบวาระแหงชาติ BCG Economy Model สาขาการทองเที่ยวและเศรษฐกิจสรางสรรคดวย (สํานักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกจิ และสังคมแหง ชาต,ิ 2565) เสาวรภย กุสุมา ณ อยุธยา (2553) ไดกลาวถึง ปจจัยที่กอใหเกิดเศรษฐกิจสรางสรรค ตองอาศัยหนวยงาน บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ประกอบดวย 1) นโยบายการ บริหารจัดการ (Policy, Management) ในระดับภาครัฐ หรือหนวยงานท่ีรับผิดชอบดานความคิด สรางสรรคในประเทศ สงเสริมและพัฒนาศักยภาพและปจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สรางสรรค เพื่อผลักดันใหเกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจ หนวยงานท่ีรับผิดชอบ เชน ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ (TCDC: Thailand Creative Design Center), สํานักงานสงเสริมเศรษฐกิจ สรางสรรค (CEA: Creative Economy Agency) 2) นักวิชาการ ชางฝมือ ปราชญชาวบาน (Knowledge, Know How) เปน แหลงสะสมองคความรู และทักษะฝมือ ความสามารถเฉพาะตัว ทั้ง ในเชงิ ชาง การผลิต และการออกแบบ 3) การผลิต (Production, Create) การผลิตในทุกระดับ เชน ชางฝมือ วิสาหกิจชุมชน ผูประกอบการ SMEs ฯลฯ สามารถผลิตช้ินงานออกมาไดมีทั้งปริมาณท่ี เพยี งพอ และคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2560) กลาววา เศรษฐกิจ สรางสรรค คือ ระบบเศรษฐกิจท่ีนําแรงบันดาลใจ ความคิดสรางสรรค องคความรู ศิลปวัฒนธรรม และคานิยมที่สั่งสมกันมาผานรุนสูรุน มาพัฒนาตอยอดเพ่ือสรางความแตกตาง แปลกใหม และสราง มูลคาเพม่ิ ใหก ับสินคาและบรกิ าร สามารถสรางรายไดใหแกผูผลิต ผูคิด นักประดิษฐ ตลอดจนบุคคล ท่ีเก่ียวของ นําไปสูการขยายตัวทางเศรษฐกิจกอเกิดอุตสาหกรรมสรางสรรค หรือ อุตสาหกรรมเชิง วัฒนธรรม เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวยอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมเปนหัวใจสําคัญ โดย UNCTAD แบง เปน 4 ประเภท ดงั นี้ 1) มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage or Cultural Heritage) เปนกลุมอุตสาหกรรม ประวัติศาสตร โบราณคดี วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและสภาพสังคม แบงออกเปนกลุมการ
87 แสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เชน ศิลปะและงานฝมือ เทศกาล งานเฉลิมฉลอง และกลุมที่ตั้ง ทางวฒั นธรรม เชน โบราณสถาน พพิ ิธภณั ฑ เปน ตน 2) ศิลปะ (Arts) เปนกลุมอุตสาหกรรมสรางสรรคบนพ้ืนฐานของศิลปะและวัฒนธรรม คอื กลมุ งานศลิ ปะ เชน ภาพวาด รูปปน วตั ถุโบราณ และกลุมศิลปะการแสดง เชนการแสดงดนตรี การแสดงละคร การเชดิ หุนกระบอก เปน ตน 3) ส่ือ (Media) เปนกลุมส่ือผลิตงานสรางสรรคที่สื่อสารกับคนกลุมใหญ แบงออกเปน งานสือ่ สิ่งพมิ พประเภทตาง ๆ และงานโสตทัศน เชน ภาพยนตร โทรทศั น วิทยุ เปนตน 4) ประโยชนใชสอย (Functional Creation) เปนกลุมของสินคาและบริการที่ ตอบสนองความตองการของลกู คา แบง เปน 3 กลุม คือ กลุมการออกแบบ กลุมส่ือสมัยใหม และกลุม บรกิ ารทางความคิดสรางสรรค กลาวโดยสรุป ในทุกสังคมของมนุษยจะตองมีศิลปะกับวัฒนธรรม และ ศิลปะกับ เศรษฐกิจ เพ่ือทําใหกลุมคนรุนหลังไดทราบวามีความเจริญทางภูมิปญญา และคนรุนหลังเหลาน้ัน สามารถสรางสรรคตอยอดตอไปตามความคิดและความสามารถในยุคของตนได ศิลปะเปนสิ่งแสดง วัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษยและแมวาจะเปนสิ่งที่ประเมินความเจริญดวยแลวแตก็มีคานิยม ตา งกนั เพราะวัฒนธรรมน้ันเปนคา นยิ มทางสญั ลักษณร ปู แบบลักษณะและความเช่ือ อุตสาหกรรมทาง ศลิ ปะเชิงวฒั นธรรมตองอาศัยความคดิ สรางสรรค และทุนทางปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและ บริการ (Outputs) ทั้งที่จับตองได (Tangible) และที่จับตองไมได (Intangible) โดยผลงาน สรางสรรคเหลาน้ัน จะตองมีศักยภาพทางการคา สามารถสรางรายไดผานการใชประโยชนจาก สนิ ทรัพยท างวฒั นธรรม และการผลิตสินคาและบรกิ ารท่ีมีความหมายเชิงสังคมวัฒนธรรม ดังนั้น การ เพิ่มมูลคาและคุณคาดานการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดยใชมรดกวัฒนธรรมโนราเปนแรง บันดาลใจ หรือเปนแนวทางท่ีมาของการออกแบบ ผูวิจัย หรือ ผูออกแบบตองสามารถ นําขอมูลท่ีได คนควาหาขอมูล ทง้ั การศกึ ษาองคประกอบของโนรา ไดแก เคร่ืองแตงกาย ทารํา จังหวะทํานอง รวม ไปถึงพิธีกรรมและความเชื่อ นํามาออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม หรือบริการทางวัฒนธรรมได อยางสมดลุ ซ่งึ จะนาํ ไปสคู วามย่งั ยืนของผลงานอยา งแทจ ริง บรรณานกุ รม กษริ า ภิวงศก รู. (2562). ภมู ิปญญาชนเผา หมบู า นกะเหรียงรวมมติ ร สูการออกแบบผลิตภณั ฑทาง วัฒนธรรม. ดษุ ฎีนพิ นธ, หลักสตู รปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาทศั นศิลปแ ละการ ออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั บรู พา ฐปนทั แกวปาน, สราวธุ อิศรานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก. (2563). หลกั การและแนวคิดในการ ออกแบบผลติ ภัณฑ. วารสารมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร, กรกฎาคม-ธันวาคม (2)22 มหาวิทยาลัยราชภัฎสรุ นิ ทร ปน บุตรี. (2564). ยเู นสโกข้ึนทะเบยี น “โนรา” เปนมรดกภูมปิ ญญาทางวัฒนธรรม. (ออนไลน) คน จาก : https://mgronline.com/travel/detail/9640000124066 (2565, กุมภาพนั ธ, 9) เรวตั สุขสกิ าญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยสาขาวชิ าการออกแบบผลิตภัณฑ, การ พฒั นาผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรม สมั ภาษณ
88 วิมสิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสุธาสินนี บรุ คี ําพันธุ. (2562). การศกึ ษาอตั ลักษณท าง วัฒนธรรมมโนราหเพอ่ื ประยุกตใ ชใ นการออกแบบเคร่อื งประดบั . วารสารครศุ าสตร อุตสาหกรรม, พฤษภาคม-สงิ หาคม (2)18 สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลาเจา คณุ ทหาร ลาดกระบัง ศริ มั ภา จุลนวล. (2558). การศกึ ษาศิลปะการแสดงโนรา เพ่อื การออกแบบผลิตภณั ฑตกแตง ภายในทอี่ ยอู าศัย. วารสารวชิ าการ ศิลปะและสถาปตยกรรมศาสตร, กรกฎาคม-ธันวาคม (6)2 มหาวทิ ยาลยั นเรศวร เสาวรภย กสุ มุ า ณ อยธุ ยา. (2563). Creative Economy ทางเลอื กใหม ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย. Executive Journal, (9)28. (ออนไลน) คนจาก : https%3A%2F%2Fwww.bu.ac.th%2Fknowledgecenter%2 Fexecutive_journal%2Fjan_mar_10%2Fpdf%2F23- 28.pdf&clen=1100879&chunk=true (2565, กุมภาพันธ, 9) สํานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาต.ิ (2560). Creative Economy พาเศรษฐกิจ ไทยกาวไกลสสู ากล. (ออนไลน) คนจาก : https://www.nxpo.or.th/th/9440/ (2565, กมุ ภาพนั ธ, 9) ผูเ ขยี น ตวงรกั รัตนพนั ธุ นักศกึ ษาปริญญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดุษฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศิลปะและวฒั นธรรมสรางสรรค คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช วชิรวิทย บวั ขาว นักศึกษาปริญญาเอก หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค คณะมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ดวงรตั น วงสส วา งศิริ นกั ศึกษาปรญิ ญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎบี ณั ฑติ สาขาการจดั การศลิ ปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผชู วยศาสตราจารย ดร.ฆนทั ธาตทุ อง อาจารยผสู อนระดับบณั ฑติ ศึกษา หลักสูตรปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต สาขาการจดั การศิลปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช
89 บรรณานุกรม กรมสงเสรมิ วฒั นธรรม. (2562). มรดกวัฒนธรรมภาคใต. กรุงเทพฯ: โรงพิมพช ุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย. กระทรวงการตา งประเทศ. (2564). โนราไดร บั การขึน้ ทะเบยี นเปนมรดกวฒั นธรรมท่จี ับตอ งไมไดข อง องคก ารยเู นสโก. สืบคน จาก https://mfa.go.th/th/content/nora161264?cate= 5d5bcb4e15e39c306000683d กองมรกดทางวฒั นธรรม. (2563). โนรา ศิลปะการรอง รํา ทผี่ ูกพันกับชวี ติ . กรุงเทพฯ : โรงพมิ พชมุ นุม สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย กองบรหิ ารงานวจิ ัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2559). พมิ พเ ขียวไทยแลนด 4.0. กรงุ เทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. กัลยาณมติ ร นรรัตนพุทธิ. (2565). วฒั นธรรม คุณคาสมู ูลคา . สบื คน จาก http://article.culture.go.th/ index.php/template-features/137-2019-07-02-06-14-35 กลอยใจ หทยั ศิลป (2565, มีนาคม 6) ศลิ ปน โนราโบราณ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรางสรรค ทม่ี นั่ คงและย่งั ยืน. สัมภาษณ กษริ า ภิวงศก ร.ู (2562). ภมู ิปญญาชนเผาหมบู านกะเหรียงรวมมติ ร สกู ารออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม. ดุษฎนี พิ นธ, หลกั สตู รปรัชญาดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาทศั นศลิ ปและการออกแบบ คณะ ศลิ ปกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยบรู พา จุฑามาศ ศรรี ตั นา. (2561). เศรษฐกิจสรางสรรคกบั ไทยแลนด 4.0. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(ฉบับพิเศษ), 208-217. ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก. (2563). หลกั การและแนวคิดในการออกแบบ ผลติ ภัณฑ. วารสารมนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร, กรกฎาคม-ธนั วาคม (2)22 มหาวทิ ยาลัยราชภัฎ สุรนิ ทร ธรรมนิตย นคิ มรัตน. (2547). สมญานามของโนรา. วารสารสาํ นักหอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ, 3(1), 28 - 35. ธีรวฒั น ชา งเสน. (2538). พรานโนรา. วิทยานิพนธศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ , จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย. นธิ มิ า ชูเมอื ง. (2594). การปรบั ตัวของส่ือพื้นบา นโนราในสังคมไทย. วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหาบณั ฑติ , จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. นพิ ัทธพร เพง็ แกว . (2555). โนราภาคใต. วัฒนธรรม, 51(2), 20-27. ปน บุตรี. (2564). ยูเนสโกข้ึนทะเบยี น “โนรา” เปน มรดกภมู ปิ ญ ญาทางวัฒนธรรม. (ออนไลน) คน จาก : https://mgronline.com/travel/detail/9640000124066 (2565, กมุ ภาพันธ, 9) พทิ ยา บษุ รารัตน. (2539). ตาํ นานโนรา : ความสัมพันธท างสงั คมและวัฒนธรรมบรเิ วณรอบลุมทะเลสาบ สงขลา. สงขลา : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ภาคใต. พิทยา บุษรารัตน. . (2565, มีนาคม 6) ผเู ชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพ้ืนบานภาคใต, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรา งสรรค ทมี่ ัน่ คงและย่ังยนื . สมั ภาษณ พทิ ยา บษุ รารตั น และเบญ็ จวรรณ บัวขวัญ. (2560). โนรา: การเปล่ยี นแปลงการปรับตวั และพลงั สรา งสรรคใน การดาํ รงอยขู องคีตนาฎยลกั ษณแ หง ภาคใต. สารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลกั ษณ, 16(2), 41 - 64.
90 ภมู ิ จิระเดชวงศ. (2565, มนี าคม 6) ผเู ช่ยี วชาญประวัติศาสตรโ นราและพธิ ก รรมโนรา, โนรา : มรดกทาง วฒั นธรรม สเู ศรษฐกจิ สรา งสรรค ท่มี ั่นคงและย่งั ยนื . สัมภาษณ มตชิ นออนไลน. (2564, ธนั วาคม 15). ยูเนสโกมีมติขนึ้ ทะเบยี นโนราเปน มรดกทางวัฒนธรรมแหง มนษุ ยชาติแลว. สบื คน จาก https://www.matichon.co.th/education/news_3088863 ร่ืนฤทัย รอดสุวรรณ. (2559). สถานภาพงานวจิ ัยโนราในรอบสามทศวรรษ (พ.ศ.2532-2558), น.262-376. ใน เอกสารประกอบการประชมุ รัฐ คนไท/ไทย ชายแดน และทศิ ทางใหมๆ ในไทยศกึ ษางานประชุม วิชาการประจาํ ป 2559. มหาวิทยาลยั เชียงใหม, เชยี งใหม. เรวตั สขุ สิกาญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยส าขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ, โนรา : มรดกทาง วัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรา งสรรค ทีม่ ั่นคงและยั่งยนื . สัมภาษณ วมิ สิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสธุ าสินนี บุรีคําพันธ.ุ (2562). การศกึ ษาอตั ลกั ษณท างวัฒนธรรม มโนราหเพ่อื ประยุกตใ ชในการออกแบบเครือ่ งประดบั . วารสารครุศาสตรอตุ สาหกรรม, พฤษภาคม-สงิ หาคม (2)18 สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบงั ศิรัมภา จลุ นวล. (2558). การศกึ ษาศิลปะการแสดงโนรา เพอ่ื การออกแบบผลิตภัณฑตกแตง ภายในทอี่ ยู อาศยั . วารสารวชิ าการ ศลิ ปะและสถาปตยกรรมศาสตร, กรกฎาคม-ธนั วาคม (6)2 มหาวิทยาลยั นเรศวร สกล เกษมพันธุ. (2544). โนราโรงครู พธิ ีกรรมผูกสายสัมพันธค นใต. สารคดี. 16(19), 82-98. เสาวรภย กุสมุ า ณ อยธุ ยา. (2563). Creative Economy ทางเลือกใหม ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ไทย. Executive Journal, (9)28. (ออนไลน) คนจาก : https%3A%2F%2Fwww.bu.ac.th%2Fknowledgecenter%2 Fexecutive_journal%2Fjan_mar_10%2Fpdf%2F23-28.pdf&clen=1100879&chunk=true (2565, กุมภาพันธ, 9) สาํ นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ. (2560). Creative Economy พาเศรษฐกิจไทยกา ว ไกลสูสากล. (ออนไลน) คนจาก : https://www.nxpo.or.th/th/9440/ (2565, กุมภาพันธ, 9) สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. (2552). รายงานประจาํ ป 2552. กรงุ เทพฯ : คณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ. สํานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดระนอง. (2558, 30 กันยายน). การแสดงมโนราห. สบื คน จาก : https://www.m- culture.go.th/ranong/ewt_news.php? nid=25&filename=index อรวรรณ สันโลหะ. (2542). โนราผูหญิง. วทิ ยานพิ นธศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต, จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย. Howkins, John. (2001). The Creative Economy. The Penguin Press. UNCTAD.2008. Creative Economy Report 2008. Geneva: UNCTAD.
91 ภาคผนวก ก. หนงั สอื เชญิ วิทยากร และหนว ยงานตา ง ๆ
92
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130