Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สรุปผลการสัมมนาวิชาการในหัวข้อเรื่อง โนรามรดกวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สมดุลและยั่งยืน

สรุปผลการสัมมนาวิชาการในหัวข้อเรื่อง โนรามรดกวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สมดุลและยั่งยืน

Published by Tuangrak Rattanapan, 2022-05-15 23:43:38

Description: สรุปผลการสัมมนาวิชาการในหัวข้อเรื่อง โนรามรดกวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่สมดุลและยั่งยืน

Search

Read the Text Version

43 ภาพที่ 3.7 โนราแขก ท่ีมา : (กองมรดกภูมปิ ญญาทางวัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563) ภาพท่ี 3.8 นายโรง หรือ เปา ะโนรา ที่มา : (กองมรดกภูมปิ ญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563)

44 มะโยง มะโยง เปน ละครพนื้ บา นแบบพิธีกรรม ที่ฝงรากลึกในหลายชุมชน ในพื้นที่ตอนใตสุดของ ไทยและตอนเหนือของมาเลเซีย การแสดงมะโยงมีความคลายคลึงกับโนรา ท้ังในรูปแบบ-ลําดับการ แสดง บทบาทหนา ท่ขี องการแสดงท่ีมีตอชุมชนและสังคม และมีตนกําเนิดที่คลุมเครือ แตมะโยงก็เปน พิธีกรรมการแสดงที่มีความแข็งแกรงมานานเกือบ 200 ป ในการเช่ือมโยงชุมชนในเขตจังหวัด นราธิวาสและปตตานี บริเวณตอนใตของไทยและชุมชนในหลายรัฐตอนเหนือของมาเลเซีย และยัง เช่ือมตอไปที่อินโดนีเซียและชุมชนจามในกัมพูชาการแสดงมะโยงส่ือสารกับวิญญาณพื้นถ่ินผาน เสียงดนตรแี ละการรายราํ ที่เชื่อมโยงกบั ตํานานทอ งถ่ินท่มี ีองคประกอบพุทธและพราหมณจากชวาแฝง อยู มะโยงใชทัง้ ภาษาไทยและยาวใี นการสอื่ สารกบั วิญญาณของชมุ ชน ในขนบด้ังเดิมผูแสดงมะโยงเปนผูหญิงลวน ยกเวนตัวตลกท่ีเปนผูชาย นักแสดงนําจะ แตงตัวเปนกษัตริยและราชินี นางกํานัล ตลก และลูกคูขับรองเพลงรายรําระหวางฉากแสดงและใน ตอนจบ มีการแสดงมะโยงท้ังในสยามและรัฐมลายู ในประเทศไทยยังมีการแสดงมะโยง เจาชายแหง รัฐกลันตันไดส รา งหมบู านวฒั นธรรมสําหรับการแสดงละครแบบด้ังเดิมซึ่งรวมถึงมะโยงดวย แตในชวง ทศวรรษท่ี 70 มะโยง กลายเปน การแสดงที่มีความงดงาม และเขาสูเสนทางธุรกิจบันเทิงในมาเลเซีย มี การแสดงนอกเขตรัฐกลนั ตันโดยเฉพาะทก่ี รุงกัวลาลัมเปอรแมวามะโยงใกลจะขาดผูสืบทอด แตการใช พิธีกรรมการแสดงในทองถ่ินยังคงดําเนินตอไป มะโยงไดรับการรับรองใหเปนมรดกภูมิปญญาทาง วัฒนธรรมแหงมวลมนุษยชาติ (จับตองไมได) โดยยูเนสโกของประเทศมาเลเชีย ในป 2548 และเพ่ิง ไดร ับอนญุ าตใหส ามารถเปด การแสดงตอสาธารณชนในรฐั กลันตันไดในป 2562 ทผ่ี า นมา ภาพท่ี 3.9 ศิลปะการแสดงมะโยง ประเทศมาเลเซีย ทมี่ า : (กองมรดกภูมิปญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563)

45 ภาพท่ี 3.10 ศลิ ปะการแสดงมะโยง ประเทศมาเลเซยี ท่ีมา : (กองมรดกภูมิปญญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563) มโนราหมาเลเซีย หนง่ึ ในพ้นื ทีห่ ลักนอกเขตประเทศไทยที่สรางชื่อเสียงใหการแสดงโนราเปนท่ีรูจักนั้นอยูที่ ชุมชนไทยในรัฐกลันตัน รัฐเกดะห รัฐปะลิส และปนัง ซ่ึงเปนรัฐตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ประเพณีการแสดงโนราในมาเลเซียนั้นเช่ือมโยงกับประวัติศาสตรของรัฐสยามในคริสตศตวรรษที่ 20 และยังใชคําวา เมโนราห หรือ เมโนรา (Menorah or Menora) ในการเรียกขานการแสดงโนราใน ชุมชนของตนชุมชนไทยในตอนเหนือของมาเลเซียมีความเขมแข็งและตั้งเปนคณะโนราต้ังแตตน คริสตศตวรรษท่ี 20 การแสดงประกอบดวยการทรงวิญญาณเพ่ือรักษาโรค การแกบน และสืบทอด รับรองศิลปนโนราคนใหม พิธีกรรมการแสดงจัดข้ึนในวัดพุทธศาสนาในวาระโอกาสตาง ๆ เชน การ ครบรอบการมรณภาพของภิกษุสงฆที่มีผูเคารพนับถือ หรือในงานตาง ๆ ของชุมชนไทย ท้ังที่เปนงาน มงคล และอวมงคล พธิ ีกรรมการแสดงจดั ทว่ี ัดไทยหรอื ในบานของผูที่ฐานะเชนเดียวกับการแสดงโนรา ในประเทศไทย รวมถึงการรายรําท่ีมีแบบแผนการขับรอง การเลนตลก และการแสดงละครตามเร่ือง ชาดกในพุทธศาสนาและตํานานทองถิ่น เครื่องแตงกายเปนชุดลูกปดอันประณีต เมโนราหในปนังมี ความแตกตา งออกไปเพราะนาํ ลักษณะเดน จากวัฒนธรรมมาเลยแ ละจนี มาใชใ นการแสดง ในรัฐกลันตนั การแสดงของเมโนราหผสมผสานขนบธรรมเนียมการแสดงท่ีพบในพ้ืนท่ีนั้น ไดแก มะโยง ดนตรีที่ใชในการแสดงน้ันเปนเครื่องผสมของเคร่ืองดนตรีท่ีพบในมาเลเซียมากกวาไทย ขับรองบทเพลงตาง ๆ เปนภาษาไทยและยาวี แมวาการรายรําจะยังคงแบบของไทยแตเรื่องและบท เจรจาคลายคลงึ กับมะโยง ในหลาย ๆ ตอน ในป พ.ศ. 2544 รัฐกลันตนั หามประชาชนแสดง มะโยง, เม โนราห และวายังกุลิต (หุนเงา) ในท่ีสาธารณะ เพราะเปนการละเมิดแนวทางและกฎระเบียบของ อสิ ลาม การแสดงเมโนราหในพ้นื ทส่ี าธารณะยังคงถูกหามปฏบิ ตั จิ นถึงปจ จบุ ัน

46 ภาพท่ี 3.11 เมโนราห หรอื เมโนราในประเทศมาเลเซีย ทมี่ า : (กองมรดกภูมิปญ ญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม, 2563) 3. การข้นึ ทะเบียนโนรา ในฐานะตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอองคการยูเนสโก ความพยายามเพื่อสงเสริมโนราในโลกกวางในชวงไมก่ีปที่ผานมาโนราไดรับการสงเสริม ใหไปแสดงในกจิ กรรมทางวฒั นธรรมและการแสดงทจ่ี ัดข้นึ โดยรัฐบาลไทยผา นสถานทูตไทยโดยเฉพาะ สถานทูตไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซ่ึงใหความสําคัญกับโนราในฐานะเปนสวนหนึ่งของ วัฒนธรรมไทย บางครัง้ โนรากเ็ ปดการแสดง และการเรียนการสอน การฝกอบรมในวดั พทุ ธของไทยใน ชมุ ชนไทยท่ัวโลกวัฒนธรรมการแสดงโนราดึงดูดความสนใจในงานเทศกาลเตนรํา การประชุมสัมมนา และการฝกอบรมนานาชาติในระดับภูมิภาค อาจารยธรรมนิตย นิคมรัตนและนักศึกษาจาก มหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา มีความสําคัญอยางย่ิงที่จะทําใหโนราเปนที่รูจักในระดับโลก นบั ตง้ั แตปรากฏตัวในงานเทศกาลที่จัดข้นึ ทีป่ ระเทศฟน แลนดใ นป พ.ศ. 2549 เพ่ือจัดแสดงการเตนรํา จากพ้ืนที่โดยรอบมหาสมุทรอินเดียท่ีไดรับผลกระทบจากการเกิดสึนามิเม่ือป พ.ศ. 2548 ตอจากนั้น ครูโนราธรรมนิตยก็ไดนําคณะลูกศิษยไปแสดงในเทศกาลละคร และการเตนรํานานาชาติที่จัดขึ้น หลายครั้งทั้งในสิงคโปร มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุน และสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกท้ังยังไดทําการ ฝกอบรมและสอนโนราในงานเทศกาลเตนรําและการประชุมในสิคโปรและมาเลเซียหลายครั้ง ทั้งน้ี ดว ยการผสมผสานรายรํา การขับรองและดนตรีท่ีเปนเอกลักษณของโนราน้ันมีความโดดเดน จึงสราง ความสนใจใหกับสถาบันทางศิลปวัฒนธรรมของภูมิภาคในความละมายคลายคลึงกันของ ศลิ ปะการแสดง หลังจากท่ีประเทศไทยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดก วัฒนธรรม ท่ีจับตองไมได เม่ือวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559 “โขน” เปนรายการแรกที่ประสบ ความสําเร็จ ในการขอขึ้นทะเบียนเปนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอ ยูเนสโก ในป พ.ศ. 2561 และ ตอมา “นวดไทย” กไ็ ดร บั ประกาศใหข้นึ ทะเบยี นฯ ในป พ.ศ. 2562

47 อกี เปนลําดบั ถัดมา รฐั บาลไทยจงึ มมี ติเห็นชอบใหเ สนอ “โนรา” เปนรายการตวั แทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับตองไมได ของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากนั้นยูเนสโก แจงตอผูแทนถาวรไทย ประจําองคการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ใหทราบวารายการโนรา มีลําดับอยูใน วาระการพิจารณา รอบป พ.ศ. 2564 และหากโนราไดขึ้นทะเบียนตอยูเนสโกจะชวยสงเสริมรูปแบบ ศิลปะท่ีโดดเดน และแบงปนความรูนี้ใหกับโลกในฐานะมรดกภูมิปญญาแหงมวลมนุษยชาติ วันที่ 15 ธันวาคม 2564 ท่ีประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่ จับตองไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) ครั้งที่ 16 ผานการประชุมทางไกลเต็มรูปแบบ มีมติใหข้ึนทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ในบัญชีรายการตัวแทนมรดก วัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – บัญชี RL) ภายใตอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมท่ีจับ ตองไมได ค.ศ. 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ หรือยูเนสโก โดย “โนรา” เปนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดขององคการยูเนสโกลําดับท่ีสามของไทย (มติชน ออนไลน, 2564) การข้ึนทะเบียนครั้งน้ีถือไดวาเปนความภาคภูมิใจของคนใตและของคนไทยท้ังประเทศ ซึ่งเปนการสรางความตระหนักรูในระดับสากลตอคุณคาและความสําคัญของ “โนรา” ในฐานะมรดก ทางวัฒนธรรมดานนาฏศิลปท่ีเปนภูมิปญญาทองถ่ินของคนใต อีกท้ังยังเปนการแสดงออกถึงความ หลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทยดว ย รวมทงั้ จะเปนการชวยสงเสริมบทบาทอันเข็มแข็งใหกับ ชุมชน ทจี่ ะตองชว ยกันสง เสริมการเรยี นรู เขา ถงึ พฒั นา และสงวนรักษาศิลปะและวัฒนธรรมไวใหคง อยแู กชนรุนหลงั สบื ไป (กระทรวงการตางประเทศ, 2564) จากสํานักงานใหญองคการยูเนสโก กรุงปารีส สาธารณรัฐฝร่ังเศส โดยคณะกรรมการ ระหวางรัฐบาลฯ พิจารณาข้ึนทะเบียนโนรา เนื่องจากมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑทั้ง 5 ขอของ การขึ้นทะเบยี นประเภท Representative List (ขาวชอง 8, 2564) ไดแก 1) มรดกนัน้ สอดคลองกับลักษณะของมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ตามท่ีนิยามไวใน อนุสัญญา มาตรา 2 2) มรดกนั้นเมื่อไดรับการขึ้นทะเบียนแลว จะสงเสริมความประจักษและตระหนักรูถึง ความสําคัญของมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได อีกท้ังกระตุนใหเกิดการแลกเปล่ียนความคิดเห็นเพื่อ นําไปสูการสะทอนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในระดับโลก และแสดงถึงความสรางสรรคของ มนษุ ยชาติ 3) มาตรการสงวนรักษาน้ัน ไดพิจารณากันมาอยางละเอียดรอบคอบเพื่อการปกปอง และสง เสริมมรดกน้นั 4) มรดกท่ีจะเสนอน้ัน เกิดจากชุมชน กลุมบุคคล หรือปจเจกบุคคลที่เก่ียวของ มีสวน รวมอยางกวางขวางที่สุดเทาท่ีจะเปนไปได พรอมกับไดรับความเห็นชอบซึ่งมาจากความรับรูเขาใจ อยางเปนอิสระเสยี กอ น 5) มรดกนั้นปรากฏและดํารงอยูในดินแดนของรัฐภาคีท่ีนําเสนอ โดยบรรจุอยูแลวใน บัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของรัฐภาคีน้ัน ตามที่นิยามไวในอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษา มรดกวฒั นธรรมทีจ่ ับตอ งไมได มาตรา 11 และ 12

48 ภาพท่ี 3.12 ขึ้นทะเบียนโนรามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจบั ตอ งไมไดข ององคการยเู นสโก ทมี่ า : (ขาวชอ ง 8, 2564) โนรามีคุณคาและความสําคัญในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมท่ีมีอัตลักษณโดด เดนทางดานศิลปะการแสดงที่มีพัฒนาการสืบทอดมาอยางยาวนานนับตั้งแตพุทธศตวรรษที่ 18-19 และมีลักษณะสอดคลองตามหลักเกณฑของมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดตามท่ีระบุไวในมาตรา 2 ของอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ถงึ 4 สาขา คือ 1) มขุ ปาฐะ 2) ศลิ ปะการแสดง 3) การปฏิบัติทางสังคม พิธกี รรม และงานเทศกาล 4) งานชา งฝมอื ดง้ั เดมิ โดยเปนศิลปะการแสดงซ่ึงเปนท่ีนิยมในพื้นที่ภาคใตมาชานาน มีรากฐานมาจากความ เชื่อและพิธกี รรมของชมุ ชนที่ใหความเคารพบูชาตอ บรรพบุรุษ มีการรายรําท่ีทรงพลังงดงาม ควบคูไป กับการขับบทรองเปนภาษาถิ่นใตที่ตองอาศัยปฏิภาณไหวพริบในการโตตอบ โดยมีดนตรีประกอบ จังหวะท่ีใหท ํานองเราใจ เรื่องราวทีแ่ สดงนํามาจากนิทาน ตํานาน และวรรณกรรมพื้นบาน สวนเคร่ือง แตงกายสะทอนใหเห็นถึงงานชางฝมือที่เปนเอกลักษณของทองถิ่น ปจจุบันมีคณะโนราอาชีพใน ประเทศไทย จํานวน 387 คณะ โดย 70% กระจุกตวั อยูม ากบริเวณรอบลุมนํ้าทะเลสาบสงขลา มีการ สืบทอดศิลปะทง้ั ดานการแสดง ชางฝมือ ดนตรี และพธิ กี รรม จากรุนสูรุนผานสายตระกูลโนรา ชุมชน วดั และเขา สหู ลกั สูตรการเรยี นการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับท่ัวภาคใต โนราเปนท้ังพิธีกรรม และศิลปะการแสดงเพ่ือความบันเทิง ที่มีรากฐานมาจากศรัทธาความเชื่อของชุมชน มีการถือปฏิบัติ สืบทอดอยา งยาวนาน มีความสําคัญทางวัฒนธรรมและสังคมอยางลึกซึ้ง ผูถือครองและผูปฏิบัติโนรา

49 ไดสงตอศรัทธาความรูท่ีไดรับจากบรรพบุรุษ เพื่อสืบทอดจริยธรรมแนวทางปฏิบัติตนเพื่อสรางความ สามัคคี ความเปนน้ําหน่ึงใจเดียวกัน เช่ือมโยงจารีตทางวัฒนธรรมผานศิลปะการแสดงท่ีมี ลักษณะเฉพาะของทองถ่ินภาคใต เปน “มหรสพการแสดงท่ีงดงาม ทรงพลัง และมีชีวิตชีวา” เปน “นาฏยลกั ษณของคนใต” การแสดงประกอบไปดวยการรายรําท่ีแข็งแรง กระฉับกระเฉง การขับกลอนดวย ทวงทํานองท่ีไพเราะ ใชปฏิภาณในการดนกลอนสด และเจรจาดวยสําเนียงทองถ่ินใต มีลูกคูและ ดนตรรี องรบั ดว ยจังหวะท่ีคึกคักฉับไว การไดรับการประกาศขึ้นทะเบียนจากองคการยูเนสโก ถือเปน ความรว มมอื ระหวางประเทศ และเปน การพฒั นาการสง เสริมรกั ษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของ ไทยใหเขมแข็ง นอกจากน้ียังทําใหคนในชาติเกิดจิตสํานึกความเปนเจาของรวมกันและยอมรับใน ความหลากหลายทางวัฒนธรรม จุดประกายใหเกิดความสนใจในมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรม กระตุนใหทุกคนมีสวนรวมในการสงวนรักษา อันจะนําไปสูความสามัคคีของคนในสังคม และการ พัฒนาที่ยัง่ ยนื กรมสงเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหนวยงานที่มีหนาที่สงเสริมและดําเนินงานปกปอง คุมครองมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรม ไดประกาศยกยองเชิดชูเกียรติศิลปนโนราในฐานะศิลปน แหงชาติ และสนับสนุนใหมีการจัดตั้งสหพันธสมาคมโนราแหงประเทศไทยขึ้น เพ่ือดําเนินโครงการ ถายทอดการแสดงพื้นบานโนราใหแกเยาวชน พรอมทั้งสนับสนุนทุนการศึกษาวิจัย และจัดใหมีเวที การแสดงโนราในระดับทองถ่ิน ระดับชาติ และระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังกําหนดจัดกิจกรรม เผยแพรประชาสัมพันธคุณคาความสําคัญของโนรา ในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมของ มนุษยชาติ โดยบูรณาการรวมกับหนวยงานภาคีเครือขายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหนวยงาน เพ่ือใหประชาชนชาวไทยไดภาคภูมิใจและตระหนักถึงคุณคาความสําคัญของโนราในลําดับตอไปโดย จัดกจิ กรรมตาง ๆ ประกอบดวย 1) การจัดกิจกรรมเพ่ือประชาสัมพันธ การประกาศขึ้นทะเบียนโนรา เปนรายการ ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมทจ่ี บั ตอ งไมไ ดของมนุษยชาติ 2) การสรางความตระหนักรับรูถึงคุณคาความสําคัญของโนราใหกับส่ือมวลชน ประชาชน เยาวชน โดยประชาสมั พนั ธเผยแพรอ งคความรูในรูปแบบตาง ๆ 3) การสรางการมีสวนรวมของศิลปน ชุมชนโนรา และสถาบันการศึกษาเพ่ือสงเสริม พฒั นาการสืบทอดโนรา และขยายฐานผปู ฏิบัติ ผูถือครองใหก วา งขวางและเขมแข็ง 4) การประกาศยกยองเชิดชูเกียรติบุคคล กลุมบุคคล ชุมชน องคกร ที่มีการสงเสริม การสบื สานโนรา

50 สรุป การสงเสริมและเผยแพรโนราในระดับทองถิ่นและระดับชาติใหเปนที่รูจักมากขึ้นใน ฐานะมรดกทางวฒั นธรรมดานนาฏศิลปท ี่เปนภมู ิปญญาทอ งถน่ิ ทไี่ ดรับการขึ้นเปนมรดกที่จับตองไมได ของมนุษยชาติ สูการสรางความรูในระดับนานาชาติ 1) โนราในวิถีรวมสมัย เม่ือพ้ืนที่การแสดงของ โนราตองปะทะกบั ความเปลี่ยนแปลงในชวี ติ สมัยใหม บทบาทของโนราในสังคมมคี วามแตกตางไปจาก บทบาทเดิม ๆ พื้นท่ีสําคัญ คือ การเปนศิลปนมืออาชีพ สรางความสุขความสนุกสนาน รองรํา ทํา เ ร่ื อ ง ร า ว ที่ ใ ห ส า ร ะ แ ล ะ ค ว า ม บั น เ ทิ ง เ ป น บ ท บ า ท ท่ี ศิ ล ป น โ น ร า ทั้ ง ผู ห ญิ ง แ ล ะ ผู ช า ย ทํ า ไ ด ดี นอกเหนือไปจากการแสดงในพิธีกรรมโรงครูคณะโนราหลายคณะสรางการแสดงท่ีแตกตาง เพ่ือสราง ความสนใจสําหรับผูชมรุนใหม ทําใหเกิดการแสดงท่ีหลากหลาย ผสมผสาน คัดสรรใหมีความเปน ตนเองที่แตกตางไปจากศิลปะพื้นบานแขนงอ่ืน ๆ วิถีของโนราโรงครูอันศักด์ิสิทธิ์เปดพ้ืนท่ีใหผูชมคน รนุ ใหม ทัง้ ไดร บั รูและรบั ทราบเรื่องราวเหนือคําอธิบายที่ถา ยทอดมาจากบรรพบุรุษของสายตระกูลทํา ใหมีผูคนสนใจ เขาใจชีวิต และความศรัทธาของโนรามากข้ึน ทําให “โนราแบบดั้งเดิม” ที่เคยเปน ความลบั ไดเชอ่ื มตอกบั ผูค นทง้ั เกา และใหม ศิลปนโนรารุนใหมเชื่อมตอพิธีกรรมไดเม่ือตนพรอม และ มีความชํานาญมากพอ 2) เครือขายวัฒนธรรมการแสดงโนราในเอเชียวตะวันออกเฉียงใต วัฒนธรรม โนราเปนสวนหนึ่งของเครือขายทางวัฒนธรรมท่ีรวบรวมการแสดงทองถิ่นในเอเชียตะวันออกเชียงใต ในฐานะพธิ ีกรรมของชุมชนและมหรสพท่ไี ดรบั ความนิยมแพรกระจายไปท่วั ภูมิภาคแหงนี้ต้ังแตภาคใต ของประเทศไทยและคาบสมุทรมาไรอยูเครือขายนี้รวบรวมประเพณีการแสดงท่ีหลากหลายมีความ คลา ยครง่ึ กนั ในฐานะเปนพธิ กี รรมการแสดง (กองมรดกภูมปิ ญญาทางวฒั นธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, 2563) มี 4 เครือขาย ไดแก โนราโกลน โนราแขก มะโยง และมโนราหมาเลเซีย 3) การข้ึนทะเบียน โนรา ในฐานะตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก โนรามีคุณคา และความสําคัญในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณโดดเดนทางดานศิลปะการแสดง ที่มีพัฒนาการสืบทอดมาอยางยาวนานนับต้ังแตพุทธศตวรรษที่ 18-19 และมีลักษณะสอดคลองตาม หลกั เกณฑของมรดกวัฒนธรรมทจ่ี ับตอ งไมไดตามที่ระบไุ วในมาตรา 2 ของอนุสัญญาวาดวยการสงวน รักษามรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได 4 สาขา คือ 1) มุขปาฐะ 2) ศิลปะการแสดง 3) การปฏิบัติทาง สังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล 4) งานชางฝมือด้ังเดิม ในฐานะมรดกภูมิปญญาทางวัฒนธรรมของ มนุษยชาติ โดยบูรณาการรวมกับหนวยงานภาคีเครือขายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหลายหนวยงาน เพื่อใหป ระชาชนชาวไทยไดภาคภูมิใจและตระหนกั ถึงคุณคาความสาํ คัญของโนรา

51 บทที่ 4 ประยกุ ตแนวคดิ โนรา สูเศรษฐกิจสรางสรรค จากประเด็นการเสวนาในเร่ืองของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ผูเขียน วิเคราะหจากขอคําถามที่วา “ในฐานะที่ โนรา ไดข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ของมนุษยชาติ เราสามารถจะตอยอดภูมิปญญาทองถิ่นใหเปนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองได เพ่ือ นําไปสูการเพ่ิมมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค” โดยจําแนกเปน 3 ประเด็น คือ 1) การ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 2) ขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 3) การเพิ่ม คุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรางสรรค มรี ายละเอยี ดดังน้ี 1. การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม นักวิชาการไดใหความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑไวในแงมุมท่ีแตกตางกันอยาง หลากหลาย โดยหมายถึง ขั้นตอนการวางแผน การเลือกใชวัสดุ วิธีการทํางานออกแบบตาม วัตถุประสงคที่ตองการเพ่ือใหสอดคลองกับรูปแบบลักษณะ และคุณสมบัติวัสดุตามความคิด สรางสรรค นอกจากน้ี รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ยังไดใหความหมายเพ่ิมเติมของการ ออกแบบผลิตภัณฑ หมายความถึง การรวบรวม หรือ การจัดองคประกอบเขาดวยกันอยางมี หลกั เกณฑของรูปแบบงานทเ่ี ปน สองมติ ิ และสามมติ ิ โดยผูออกแบบจะตองคํานึงถึงคุณลักษณะสําคัญ ของการออกแบบ คือ ประโยชนใชสอย และความสวยงามท่ีถูกนํามาจัดองคประกอบ โดย กระบวนการนี้จะเปนการตอบสนองคุณประโยชนทางกายภาพ และสรางคานิยมทางความงามใหแก มนษุ ย ดงั คํากลาวท่ีวา “การสรางสรรคงานหัตถกรรมควบคูไปกับระบบอุตสาหกรรม การทํางาน ควรมองไปถึงผลิตภัณฑที่เราใชงานรวมกับบริการ หมายถึง มันไมใชแคเราใชแลวเรา สบาย แตเม่ือเราใช เราตองไดรับการบริการท่ีทําใหเรารูสึกดีดวย ผมเองในฐานะนัก สรางสรรคเ ม่ือมองเห็นความเปน วัฒนธรรมกจ็ ะนํามาสรางสรรคต อ ใหเ ปนผลิตภัณฑหรือ บริการ ซึ่งตรงนี้ตองใชประสบการณของนักออกแบบ บางครั้งอาจจะสัมผัสไดถึง เรอ่ื งราวแลวนําจุดเดนตรงน้ันมาพัฒนา ผลงานที่ออกมาอาจจะไมตองซับซอน เพียงแค เหน็ สนิ คากร็ สู กึ ดี รสู ึกอยากได อยากเปนเจาของ อยากใชงาน มันมีผลกระทบทางจิตใจ ทางใดทางหน่งึ ” (เรวัต สุขสิกาญจน, 2565, มีนาคม 6) จากคํากลาวขางตน สอดคลองกับ ดร.กษิรา ภิวงศกูร ไดใหนิยามความหมายของ การ ออกแบบผลิตภณั ฑท างวฒั นธรรมไวว า หมายถงึ การสรา งองคความรูทางภูมิปญญาเพ่ืองานออกแบบ ผลติ ภณั ฑ เนอื่ งจากความรทู างภมู ิปญญา หรอื ศิลปวฒั นธรรมทองถิ่น จะมีลักษณะเปนความรูที่มีอยู แลวในตัวบุคคล หรือ เปนความรูแบบฝงลึก ดังนั้น ในการศึกษาขอมูลทางภูมิปญญา หรือ

52 ศิลปวัฒนธรรมทองถ่ินน้ัน นักออกแบบควรมีการลงพ้ืนท่ี และมีสวนรวมกับชุมชนโดยตองฝงตัวใน ระดับท่ีสามารถทําได เชน สังเกตการณ หรือ ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ ศึกษา ทักษะงานหัตถกรรม รวมไปถงึ การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตท่ีเก่ียวของ ที่สามารถนําประยุกตใชเปน แนวความคิดในการสรางสรรคองคความรู โดยอาศัยทฤษฎีอันเปนกระบวนการทางสังคม และทฤษฎี ทเี่ กย่ี วขอ งกับการออกแบบ โดยทํางานอยา งมสี วนรว มระหวางนักออกแบบ และชางพื้นถิ่น หรือ ชาง หตั ถกรรม เพ่ือใหเ กิดมาเปน ผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรมอยา งบูรณาการ (กษิรา ภิวงศก รู , 2562) กลาวโดยสรุปวา การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการการศึกษา ความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น เปนแนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบ ผลติ ภณั ฑโ ดยการมสี วนรวมกับชมุ ชน โดยบรู ณาการการออกแบบภายใตขอ จํากัดของชางพ้ืนถิ่น และ ปฏิบัติงานรวมกันในการสรางตนแบบ เพ่ือใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมที่สอดคลองกับอัตลักษณ ชุมชน 2. ขน้ั ตอนการออกแบบผลติ ภัณฑท างวัฒนธรรม รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดใหขอมูลวา โดยท่ัวไปนักออกแบบจะคํานึงถึง หลักการ โดยใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑท่ีดีจะตองมีองคประกอบ อยางไร มีการคิด วิเคราะห และใชความคิดสรางสรรคหากกระบวนการและวิธีการออกแบบดี ยอม สงผลถงึ ผลติ ภณั ฑท ี่ดี ดงั คาํ กลา วที่วา “เราจะสรางสรรคโนราตอยังไง ตรงน้ีผมมองเปน 2 ทางนะครับ ทางแรก คือเปนเรื่องของการออกแบบท่ีดี ทางสองเปนเรื่องของผลิตภัณฑที่ดี โนราส่ิงที่สัมผัสได คือ โนราคอนขางมี stories เยอะนะครับ ตรงน้ีผมวาเปนจุดเดนสามารถนํามาเปน แนวทางในการสรา งสรรค หรอื อยูในข้ันตอนของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ไดค รับ อยางที่คลองแดนมีตุกตาปูน หรือเราจะเรียกอีกอยางหน่ึงวาของท่ีระลึก ซึ่งเขาก็ทําตุกตาปูนมีลักษณะทาทางเหมือนทารําโนรา อันนี้เปนการแสดงออกทางดาน การออกแบบในแบบตรงตรง ไมคิดซบั ซอน ถือเปนจดุ ขายไดด เี ลยครับ นอกเหนือจากของท่ีระลึก ยังสามารถสรางสรรคในเชิงตกแตงสวน garden ดา นนอก หรอื จะเปนงานตกแตง ภายในพวก installation ศิลปะจัดวาง นําสิบ สองทารํามาออกแบบไดเลยครับ” (เรวัต สขุ สกิ าญจน, 2565 มีนาคม 6) ในการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองอาศัยหลักการ และขั้นตอน ที่มีความ ชัดเจน และสามารถนําไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ ผูเขียนรวบรวมและสังเคราะห และสรุป สาระสาํ คญั นําเสนอดังตอ ไปนี้ หลกั การออกแบบผลิตภัณฑท างวฒั นธรรม การออกแบบที่ดีสงผลถึงผลิตภัณฑที่ดี โดยท่ีนักออกแบบตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑ เพ่ือกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑวาควรมีองคประกอบเปนเชนไร พิจารณา

53 แลวใชความคิดสรางสรรค เลือกทํางานตามกระบวนการ และวิธีการเพ่ือใหผลิตภัณฑมีความ เหมาะสมตามหลักการออกแบบ (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก อางใน วัชรินทร จรุงจติ สุนทร, 2564) ประกอบดวย 2.1.1 หนาที่ใชสอย เปนขอสําคัญท่ีสุดในหลักการออกแบบผลิตภัณฑท่ี ผูออกแบบตองคํานึงถึงในอันดับแรก เพราะผลิตภัณฑทุกชนิดตองมีหนาท่ีใชสอยถูกตองตาม วัตถปุ ระสงคท ่ตี ง้ั ไว และสามารถตอบสนองความตอ งการของผใู ชไ ดอยางมีประสิทธภิ าพ 2.1.2 ความสวยงาม เปนสวนที่ทําใหเกิดการตัดสินใจซื้อ เพราะประทับใจในคร้ัง แรกที่พบซ่งึ เปนสวนสําคัญที่ผบู รโิ ภคใหความสนใจ ไมนอ ยไปกวาหนาท่ีใชสอย 2.1.3 ความสะดวกในการใช กรณที ผ่ี ูออกแบบทําการออกแบบผลิตภัณฑประเภท ของใช หรอื เฟอรนเิ จอร จาํ เปนตองอาศัยการศึกษาดา นกายวิภาคเชิงกลทเี่ ก่ยี วของกับ ขนาด สัดสวน และขดี จํากดั ทเ่ี หมาะสมของอวยั วะตาง ๆ ในรางกายของมนษุ ย 2.1.4 ความปลอดภัย ผูออกแบบผลิตภัณฑควรคํานึงถึงความปลอดภัยของผูใช เพราะสิง่ อาํ นวยความสะดวกยง่ิ อํานวยประโยชนมากเพยี งใด กอ็ าจจะยอ มมีโทษมากเพยี งนนั้ 2.1.5 โครงสรางความแข็งแรง จะตองมีอยูภายในผลิตภัณฑอยางเหมาะสม ซึ่ง การออกแบบควรอาศัยความรูดานคุณสมบัติ วัสดุ และจํานวน หรือปริมาณโครงสราง ในกรณีท่ีตอง ใชโครงสรา งเพือ่ การรบั นํ้าหนกั โดยตอ งมคี วามเขา ใจ และไมทงิ้ เรอื่ งของความสวยงามทางศลิ ปะ 2.1.6 ราคา ราคาควรพอเหมาะพอสม จากการกําหนดเรื่องของกลุมผูบริโภค และการตลาดความตองการของลกู คา เปา หมาย วา เปนกลมุ ใด มคี วามตองการเปนเชนไร เพ่ือกําหนด ราคาของการผลิต และราคาขายใหเ หมาะสม ทั้งตน ทุน และกาํ ไร 2.1.7 วัสดุ มีการพิจารณาถึงกระบวนการ และวิธีการผลิต เพราะในระบบการ ผลิตแบบอตุ สาหกรรมมวี สั ดุสงั เคราะห และกระบวนการผลติ ท่หี ลากหลาย 2.1.8 กรรมวิธีการผลิต นักออกแบบควรออกแบบใหผลิตภัณฑทุกชนิดผลิตงาย สะดวก ประหยัด ไมซับซอน หรือออกแบบใหสอดคลองกับการผลิตของกลุมผูผลิต หรือ ผูประกอบการทีม่ ีอยู 2.1.9 การขนสง ตองคํานึงถึงการประหยัดคาขนสง สะดวกในการขนยาย ระยะทาง และวิธีการ เชน ขนสงทางบก ขนสงทางน้ํา ขนสงทางอากาศ หรือ แมแตบรรจุภัณฑตอง ปกปองผลติ ภณั ฑภ ายในไมใหเ กิดความเสียหายระหวางขนสง กลาวโดยสรุป หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑใ นการกําหนดคณุ สมบัติการออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคประกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาที่ใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวกในการใช 4) ความปลอดภัย 5) โครงสรา งความแข็งแรง 6) ราคา 7) วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การขนสง ท้ังน้ี การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชความคิด สรางสรรค ทํางานตามกระบวนการ เพ่ือใหผลิตภัณฑมีความเหมาะสมตามหลักการออกแบบ ซึ่ง หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมขางตน สอดคลองกับแนวคิดของดีเทอร ราม (Dieter Rams) นักออกแบบอุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ผูทํางานดานการออกแบบผลิตภัณฑภายใตแนวคิด ลัทธินิยมการใชงานไดจริง (Functionalism) ซ่ึงเปนท่ีรูจักในฐานะนักออกแบบท่ีปฏิวัติรูปแบบ เคร่ืองใชไ ฟฟาและเฟอรน เิ จอรที่ผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีความเชื่อในหลักการออกแบบวา “การ ออกแบบท่ีนอยกวา แตดีกวา” ถือเปนลักษณะท่ี “ตัดทอนสิ่งไมจําเปน แตมีคุณภาพตอบสนองตอ ผูใ ชแ บบเหนือกาลเวลา” (ฐปนทั แกว ปาน, สราวธุ อศิ รานุวัฒน และจรยิ า แผลงนอก, 2564)

54 “จะเห็นไดจากงานสรางสรรค หรืองานวิจัยนะครับ นักออกแบบมี ประสบการณ ผนวกกับทักษะดานการออกแบบในระดับดี เขาจะฝงตัวรวมไปกับชุมชน เพื่อเก็บขอมูลของความเปนทองถิ่น และนํามาคล่ีคลายใหถึงรากดั่งเดิมของความเปน มรดกทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมควร impact ทางสังคมนะครับ โดยทั่วไปนักออกแบบรุนใหมจะนิยมทํางานภายใต 3 แนวคิด คือ แนวคิดเพ่ืออนุรักษ สิ่งแวดลอ ม แนวคิดการออกแบบอยางย่ังยืน และแนวคิดทางหัตถอุตสาหกรรม มันไมใช กระบวนการที่ตายตัว แตคานิยมเร่ืองทุนทางวัฒนธรรมท่ีกําลังมาแรง และไดรับความ สนใจจากนักออกแบบรุนใหมท่ีอยากทําทุนทางวัฒนธรรมบวกวัตถุดิบทองถิ่นมาพัฒนา ตอยอดสกู ารสรางแบรนด” (เรวตั สขุ สิกาญจน, 2565 มนี าคม 20) จากคํากลาวขางตน ผูเขียนสรุปข้ันตอนการนําศิลปวัฒนธรรมโนรา มาเปนแนวทางใน การออกแบบและพฒั นาผลติ ภัณฑทางวัฒนธรรม มี 4 ข้นั ตอนในการออกแบบดงั ตอ ไปนี้ ขน้ั ตอนในการออกแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรม 1) การรวบรวมขอมูลศิลปวัฒนธรรมโนรา นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนจะตอง ศึกษาศิลปวัฒนธรรมโนราอันเปนทุนทางวัฒนธรรม เพ่ือเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เชน การศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะ ทํานอง รวมไปถงึ พธิ กี รรมและความเชื่อ ในกระบวนการน้ี นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนอยางย่ิงที่ จะตอ งลงพ้นื ที่เก็บขอมูล หรือ ฝงตวั อยูใ นชมุ ชน เพ่ือใหไ ดข อมูลท่เี กี่ยวของกับศิลปวัฒนธรรมโนราให ไดมากท่สี ุด ทง้ั จากการสัมภาษณ การจดบันทึก การถายภาพ หรือ สิ่งท่ีเก่ียวของตาง ๆ ไมวาจะเปน สถานที่แสดง สภาพแวดลอม การทํางาน อุปกรณเคร่ืองดนตรีที่ใชแสดง นอกจากนี้ยังตองหาขอมูล เพม่ิ เตมิ จากเอกสาร และงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ ง หรือ การคนควา อิสระทางอินเตอรเน็ต 2) การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราท่จี ะนํามาใชใ นการออกแบบ การ สรุปความคิดรวบยอด หมายถึง การรวบรวมขอมูลท่ีไดจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ และการ เก็บขอมูลภาคสนาม และนํามาคิดวิเคราะห สังเคราะห เพื่อใหไดแนวทางท่ีจะนําไปสูแนวคิดในการ ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ถือเปนการสรุปผลการสังเคราะหเชิงคุณภาพ เพ่ือเปน แนวทางในการออกแบบภาพรา งผลิตภัณฑในขนั้ ตอไป 3) การออกแบบภาพรา งผลิตภัณฑท่ีสะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยท่ัวไปผูวิจัย หรือ นักออกแบบจะตองทําการออกแบบภาพราง (Sketch design) ตามวัตถุประสงคที่ไดว างไวในงานวิจัย หรือ ในกระบวนการออกแบบอยางนอยไมตํ่ากวา 5 รูปแบบหรืออาจมากกวาน้ัน ทั้งนี้ เพื่อใชในการ คัดเลือกแบบโดย ผูคัดเลือกอาจจะเปนบุคคลในชุมชนท่ีเก่ียวของ หรือ เปนผูมีสวนรวมใน กระบวนการวิจัย หรือ งานออกแบบ และควรใหผูเชี่ยวชาญดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ ประเมินรูปแบบของผลิตภัณฑ เพื่อใหไดรูปแบบภาพรางท่ีสมบูรณท่ีสุดเพียงชิ้นเดียว ที่เปนงาน ออกแบบทีเ่ หมาะสมที่จะนาํ ไปพัฒนาสรางเปนตนแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมตอไป 4) การสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ ในข้ันตอนการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ จะ ทํางานภายใตการออกแบบภาพรางท่ีไดกําหนดไวในข้ันตอนแรก ผูวิจัย หรือ นักออกแบบ จะ

55 วิเคราะหขอสรุปท้ังหมด เพ่ือนําไปสูการสรางตนแบบจริง ทั้งเร่ืองรูปแบบ โทนสี วัสดุ รวมไปถึง รปู แบบการใชง าน จากนน้ั ตอ งทาํ ไปทดลองใชกบั กลมุ ตัวอยาง เพื่อใหงานออกแบบผลิตภัณฑสมบูรณ ตามท่ีวัตถุประสงค ขอมูลตอไปนี้จะเปนกรณีศึกษาจากงานวิจัย เพื่อใหผูอานไดมองเห็นภาพของ กระบวนการการออกแบบ (Process Design) การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีสะทอน ศลิ ปวฒั นธรรมโนรา กรณีศึกษางานวิจัยของศิรัมภา จุลนวล (2558) ทําการศึกษาศิลปะการแสดงโนราเพ่ือ การออกแบบผลิตภัณฑตกแตงภายในที่อยูอาศัย ผูวิจัยไดกําหนดแนวทางการออกแบบผลิตภัณฑ ตกแตงบานสําหรับหองรับแขกท่ีสะทอนถึงอัตลักษณการแสดงโนรา ผูวิจัยเล็งเห็นวา “เทริด” เปน เครื่องสวมศีรษะของโนรา ซ่ึงเปนสวนสําคัญของเคร่ืองแตงกายและเปนเอกลักษณท่ีโดดเดนของการ รําโนรา มีรูปทรงที่โดดเดนวิจิตร สงางาม ศักดิ์สิทธิ์ และนาศรัทธา ผูวิจัยไดนํามาเปนแนวคิดหลักใน การออกแบบ “โคมไฟสาํ หรับหองรับแขก” เปน ลักษณะโคมไฟหอยเพดาน เพราะเทริดเปนของสูง ไม ขัดแยงกับความเช่ือศรัทธาที่มีตอโนราลักษณะการออกแบบมีการผสมผสานระหวางรูปทรงส่ีเหล่ียม ขาวหลามตัด ซึ่งเปนเอกลักษณที่โดดเดนของชุดโนรา และความเปนสี่เหลี่ยมมุมที่แสดงออกถึง อารมณหนักแนน แข็งแรง และออนชอยจากลักษณะใชครุย ดังน้ัน เพ่ือใหเกิดมิติ และมุมมอง ทางดานองคประกอบศิลปจากแสงไฟ การจัดวางโคมไฟ จึงจัดวางเปนกลุมเล็ก กลาง ใหญ เพ่ือให ความรสู กึ อบอนุ เปนครอบครัวตามวถิ ชี วี ติ ของชาวใต ผูวจิ ยั เลอื กวัสดุประเภท “โลหะ” ดวยเหตุผลมี ความแขง็ แรง คงทนถาวร สามารถขึ้นรูปดวยวิธีตาง ๆ ไดงาย ไมเส่ียงตอการแตกหัก ทนทานตอการ ผกุ รอนไดดีในสภาพอากาศท่ีใชงานท่ัวไป ซื้อหางายในทองตลาด และมีความเหมาะสมกับการพัฒนา ผลติ ภณั ฑที่กําลงั จะผลติ (ดังภาพที่ 1.1) ภาพที่ 4.1 ภาพการออกแบบโคมไฟสาํ หรบั หองรบั แขก ที่มา : (ศริ มั ภา จุลนวล, 2558, p130)

56 กรณีศึกษางานวิจัยของวิมลิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรีคําพันธุ (2562) ทําการศึกษาอัตลักษณทางวัฒนธรรมมโนราห เพื่อประยุกตใชในการออกแบบเครื่องประดับ ผูว ิจัยสรปุ การวิเคราะหขอ มลู อตั ลกั ษณทางวฒั นธรรมมโนราหโ ดยแบง ผลวิเคราะหเปน 3 ดาน คือ 1) ดานประวัติความเปนมา เชื่อวามโนราหเกิดขึ้นในภาคใต มีการผสมผสานวัฒนธรรมจากตางประเทศ เชน อนิ เดยี ชวา มลายูต้ังแตสมัยอาณาจักรศรีวิชัย 2) ดานการแสดงมโนราห องคประกอบการแสดง มโนราห คือ โรงแสดง หรือ พ้ืนท่ีใหการแสดง ตัวแสดง เคร่ืองดนตรี ทารํา เรื่องท่ีแสดง เครื่องแตง กาย ความเช่ือในพิธีกรรม และวิถีชีวิตของมโนราห 3) ดานเคร่ืองแตงกายมโนราห มีเอกลักษณ ชัดเจนแตกตางไปจากศิลปะการแสดงอื่น โดยเฉพาะสีสัน โทนสีท่ีใช คือ ขาว แดง น้ําเงิน ฟา สม เขียว เหลือง และดํา ปจจุบันเพิ่มสีมวงข้ึนมา และลวดลายเนนไปท่ีรูปแบบเรขาคณิต สามเหลี่ยม ส่ีเหลี่ยม ลายลกู แกว ลายขาวหลามตัด และลายดอกไม ผูวิจัยทําการออกแบบเครื่องประดับจากการ ประยุกตใชอัตลักษณทางวัฒนธรรมโนราตามกรอบการออกแบบเคร่ืองประดับ มีความสวยงาม มี ความคิดสรางสรรค มีเอกลักษณ ใชวัสดุท่ีมีราคาและเหมาะสมในการผลิต เหมาะสมกับบุคลิกการ แตงตวั ของผสู วมใส ซึ่งเปนผูหญิงวัยทํางาน ต้ังแตอายุ 25 - 40 ปสอดคลองกับสมัยนิยมในปจจุบันท่ี เครือ่ งประดับและแฟชน่ั ไดรบั ความนิยมมากขึ้น โทนสจี ะเนนสีทอง และสีเงิน มีความวาว สรางความ สวยงาม ดูแข็งแรง เสริมอัญมณีประเภทพลอยสีเขม เนนพื้นผิวของวัสดุเคร่ืองประดับผสมผสานกับ โลหะ และประยุกตลวดลายใหมโดยผสมผสานลวดลายดั้งเดิมกับเทคนิคการทําเครื่องประดับ (ดัง ภาพท่ี 2.1) มกี ารออกแบบบรรจุภณั ฑส าํ หรบั เครือ่ งประดบั โดยนําลวดลายลูกแกว ลายขาวหลามตัด และกลุม โทนสขี องมโนราหมาอยูบนบรรจุภัณฑ ประกอบดวย บรรจุภัณฑสรอยคอ บรรจุภัณฑสรอย ขอ มอื บรรจภุ ณั ฑแหวนและตางหู (ดงั ภาพที่ 2.2) ท้งั นี้มีการวิเคราะหและออกแบบตราสินคา โดยใช ช่ือวา โนรายา (Noraya) เปนการผสมผสานคําภาษาไทย คําวา โนราและอารยะ หมายถึง ความ เจรญิ รงุ เรืองและวัฒนธรรมของมโนราห (ดังภาพที่ 2.3) ภาพที่ 4.2 ภาพการออกแบบเครื่องประดับ ท่มี า : (วมิ ลนิ สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสธุ าสินนี  บรุ ีคาํ พนั ธุ, 2562)

57 ภาพที่ 4.3 ภาพการออกแบบบรรจภุ ณั ฑส าํ หรับเคร่ืองประดบั ท่มี า : (วมิ ลนิ สันตจิต, อรรถพร ฤทธเิ กดิ และสธุ าสินีน บรุ คี าํ พนั ธุ, 2562) ภาพท่ี 4.3 ภาพการออกแบบตราสนิ คาแบรนด โนรายา หรือ Noraya ทมี่ า : (วิมลิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธเิ กดิ และสธุ าสินนี  บุรีคาํ พนั ธุ, 2562) กรณีศึกษางานออกแบบตราสัญลักษณการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทางวัฒนธรรมสู เศรษฐกิจสรางสรรคทสี่ มดุลและยั่งยืน ผอู อกแบบไดกาํ หนดขอบเขตและ Mood & Tone ของงานได อยางชัดเจน เริ่มตนจากการออกแบบตราสัญลักษณของกิจกรรมการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทาง วัฒนธรรมสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและย่ังยืน ผูออกแบบนําแรงบันดาลใจจากรูปทรงของคลุม ไหลโ นรา และทบั ทรวงโนรา ผสมผสานกับรูปทรงสามเหล่ียม สี่เหลียม และสี่เหลียมขาวหลามตัด ใช สีไทยโทน ประกอบดวย สีนํ้าตาลไหม แสดงถึงความเกาแก สีสมอิฐ แสดงถึงศิลปะพื้นถ่ิน สีสมแสด แสดงถึงความรวมสมัย สีเหลืองนํ้าผ้ึง แสดงถึงความงดงาม สีขาวกะบัง และสีขาว แสดงถึงความ บริสุทธ์ิทําดวยหัวใจ เม่ือสีไทยโทนทั้ง 5 สี อยูรวมกัน จะสามารถแสดงถึงความเปนวัฒนธรรมรวม สมัย และสะทอ นถงึ ศิลปะพืน้ ถิ่นทส่ี มบูรณแบบ นอกจากน้ียังมีการตอยอดตราสัญลักษณครั้งนี้ ไปอยู บนสื่อประชาสัมพันธตาง ๆ เชน โปสเตอร โบวชัว แบนเนอรเว็บไซด ของท่ีระลึก เปนตน มีการ ประยุกตตวั อกั ษรคาํ วา โนรา ท่ีเปน คําสําคญั อนั เปนตนเรื่องของงานการเสวนาในคร้ังนี้ โดยใชรูปทรง และความออนชอยของเลบ็ ซง่ึ เปนหน่ึงในเคร่อื งแตงกายทใ่ี ชในการแสดงโนรา

58 ภาพท่ี 4.5 ภาพการออกแบบตราสญั ลักษณกิจกรรมการเสวนาฯ ท่ีมา : (ตวงรัก รตั นพันธ,ุ 2565) 3. การเพิ่มคณุ คา และมลู คาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรา งสรรค สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2565) ไดใหคํานิยามเศรษฐกิจ สรางสรรค (Creative Economy) ไวว าเปนการพัฒนาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของการสราง และใชองค ความรู ความคิดสรางสรรค และทรัพยสินทางปญญาที่เช่ือมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การส่ังสม ความรขู องสงั คม เทคโนโลยี และนวตั กรรม ในการผลิตสินคาและบริการใหม เพื่อสรางมูลคาเพ่ิมทาง เศรษฐกจิ หรอื ถาพดู ใหเ ขาใจงาย ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค คือ การนําสินคา หรือ บริการมาเพ่ิมมูลคา โดยผานการคิดอยางสรางสรรค และนําเทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม ๆ รวมถึงพื้นฐานทาง วัฒนธรรม สังคม เขามาชวยในการสรางสรรคผลงาน ประเทศไทยจะปรับกลยุทธทางเศรษฐกิจ ให สอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปท่ีการเพ่ิมคุณคา สรางมูลคา และสงเสริม ความสามารถใหสินคาไทยที่มีศักยภาพในการแขงขันอยูแลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพ่ือ หลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหน่ึงที่จะชวยขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย โดยเนนการพฒั นาอยางสมดุล และย่ังยืนบนพื้นฐานความไดเปรียบของประเทศ ท้ังใน ดา นความหลากหลายของวัฒนธรรม และภูมิปญญาดา นงานศลิ ปหัตถกรรมที่สามารถนํามาตอยอดใน เชิงความคิดสรางสรรคได ซ่ึงในปจจุบัน “เศรษฐกิจสรางสรรค” ไดถูกบรรจุเปนหนึ่งในสาขาภายใต ระเบียบวาระแหงชาติ BCG Economy Model สาขาการทองเท่ียวและเศรษฐกิจสรางสรรคดวย (สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ, 2565) สอดคลองกับคํากลาวของรอง ศาสตราจารยเ รวตั สุขสกิ าญจน ในเร่ืองของเศรษฐกจิ สรางสรรค ไวว า

59 “ในสวนของเศรษฐกิจสรางสรรค หรือ การสรางสรรคส่ิงท่ีเปนทุน วัฒนธรรมมนั สามารถขยายผลไดเปน รปู ธรรม ผมคดิ วา มันสามารถสรางความสมดุลและ ยังยนื ตาม Keyword ของการเสวนาท่ที มี งานทีต่ ั้งไวได เศรษฐกิจสรางสรรคที่จริงมันผานมาเกือบ 20 ป แลวมันเปนเฟรมเวิรค ของเขา แลวเราเรียกกันวา “นโยบายของรัฐบาล” ส่ิงที่มันจะขับเคลื่อนไปไดมันมาจาก ภาคท่ีเปนการบริหารจัดการ หมายถึง เปนผูสนับสนุนหลักที่ดี ดังนั้น รัฐบาลจึงต้ัง หนวยงานเพ่ือใหความรูดานการออกแบบยุคแรก ๆ เรียกวา Thailand Design Center” (เรวัต สขุ สิกาญจน, 2565 มนี าคม 6) เศรษฐกิจสรางสรรค คือ ระบบเศรษฐกิจที่นําแรงบันดาลใจ ความคิดสรางสรรค องค ความรู ศิลปวัฒนธรรม และคานิยมท่ีสั่งสมกันมาผานรุนสูรุน มาพัฒนาตอยอดเพ่ือสรางความ แตกตาง แปลกใหม และสรางมลู คา เพิ่มใหก บั สินคาและบริการ สามารถสรางรายไดใหแกผูผลิต ผูคิด นักประดิษฐ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวของ นําไปสูการขยายตัวทางเศรษฐกิจกอเกิดอุตสาหกรรม สรา งสรรค หรือ อุตสาหกรรมเชิงวฒั นธรรม เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวยอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมเปนหัวใจสําคัญ โดย UNCTAD แบง เปน 4 ประเภท ดงั นี้ 1) มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage or Cultural Heritage) เปนกลุมอุตสาหกรรมประวัติศาสตร โบราณคดี วัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือและ สภาพสังคม แบงออกเปนกลุมการแสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เชน ศิลปะและงานฝมือ เทศกาล งานเฉลมิ ฉลอง และกลุมที่ตงั้ ทางวัฒนธรรม เชน โบราณสถาน พิพิธภัณฑ เปนตน 2) ศลิ ปะ (Arts) เปนกลุมอุตสาหกรรมสรางสรรคบนพื้นฐานของศิลปะและวัฒนธรรม คือ กลุมงาน ศิลปะ เชน ภาพวาด รูปปน วัตถุโบราณ และกลุมศิลปะการแสดง เชนการแสดงดนตรี การแสดง ละคร การเชิดหุน กระบอก เปนตน 3) ส่ือ (Media) เปนกลุมสื่อผลิตงานสรางสรรคที่สื่อสารกับคนกลุมใหญ แบงออกเปน งานสื่อสิ่งพิมพ ประเภทตา ง ๆ และงานโสตทัศน เชน ภาพยนตร โทรทศั น วิทยุ เปนตน 4) ประโยชนใ ชสอย (Functional Creation) เปน กลมุ ของสนิ คา และบริการท่ีตอบสนองความตองการของลูกคา แบงเปน 3 กลุม คือ กลมุ การออกแบบ กลมุ สื่อสมยั ใหม และกลุมบริการทางความคิดสรา งสรรค กลาวโดยสรุป อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรม ตองอาศัยความคิดสรางสรรคและทุนทาง ปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและบริการ (Outputs) ท้ังที่จับตองได (Tangible) และที่จับตอง ไมไ ด (Intangible) โดยผลงานสรางสรรคเหลานั้น จะตองมีศักยภาพทางการคา สามารถสรางรายได ผานการใชประโยชนจากสินทรัพยทางวัฒนธรรม และการผลิตสินคาและบริการท่ีมีความหมายเชิง สงั คมและวัฒนธรรม ปจจัยของการเพิ่มมูลคา และคุณคาของมรดกวัฒนธรรมโนราอยางสมดุลและย่ังยืน รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดสะทอนมุมองของปจจัยท่ีกอใหเกิดการไหลเวียนตามแนวทาง

60 เศรษฐกิจสรางสรรค ควรไดรับการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน รวมไปถึง โรงแรม หางรานสรรพสินคา ท่ีจะเปดชองทางในการจัดจําหนายใหกับผูประกอบการ หรือ ผูผลิตใน ทุกระดับชั้น สอดคลองกับคุณภมิ จิระเดชวงศท่ีไดสะทอนมุมมองของระบบการศึกษา โดยกลาววา การจัดทําหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับช้ัน เริ่มตนจากระดับประถมศึกษา มธั ยมศึกษา และอุดมศึกษา ดังคาํ กลา วทีว่ า “สังคมที่เขาเรียกวามีความคิดสรางสรรค ปจจัยแรก คือ รัฐบาลตอง สนับสนุนเขาเรียกวาหนวยที่จะซัพพอรตใหเร่ืองมรดกทางวัฒนธรรมมันอยูในวิถีของ มนุษยสังคม เริ่มตนจากหนวยเล็ก ๆ น่ัน คือ ครอบครัวเร่ิมจากการท่ีศึกษาดูวามันเปน ยังไง ถายทอดไปสูลูกหลานอยางไร เลา ใหฟง จากรุนสรู นุ ” (เรวตั สุขสิกาญจน, 2565 มนี าคม 6) “เราจะพัฒนาไปสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและยังยืน สวนใหญคนจะ มองวาพัฒนาไปเปนสินคาหรือผลิตภัณฑ ผมมองในมุมมองวาความย่ังยืนของโนราเปน 3 ประเด็น ประเด็นแรก ใหคนเกิดความเชื่อศรัทธาและบอกวาโนราดีจริงชวยลูกหลาน ไดทุกเรื่อง ประเด็นที่สอง มีเวทีใหโนราไดแสดง แสดงไดอยางตอเน่ือง ประเด็นท่ีสาม ตองยอมรับครับวา โนราอยูไดเพราะยังมีอยูในสถาบันการศึกษา ถาบรรจุไดเปน หลักสูตรที่สงเสริมในระบบการศึกษาไทยไดโดยจะดีมากเลย ฝากไปยังหนวยงานท่ี เกี่ยวของ” (ภมู ิ จิระเดชวงศ, 2565 มนี าคม 6) จากขอ ความขางตนสอดคลองกับเสาวรภย กุสุมา ณ อยุธยา (2553) ไดกลาวถึง ปจจัย ที่กอใหเกิดเศรษฐกิจสรางสรรค ตองอาศัยหนวยงาน บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ประกอบดว ย 1) นโยบายการบรหิ ารจดั การ (Policy, Management) ในระดบั ภาครฐั หรือหนวยงาน ทร่ี บั ผดิ ชอบดานความคิดสรางสรรคในประเทศ สงเสริมและพัฒนาศักยภาพและปจจัยสนับสนุนการ พัฒนาเศรษฐกิจสรางสรรค เพ่ือผลักดันใหเกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจ หนวยงานที่ รับผิดชอบ เชน ศูนยสรางสรรคงานออกแบบ (TCDC: Thailand Creative Design Center), สาํ นกั งานสง เสรมิ เศรษฐกิจสรา งสรรค (CEA: Creative Economy Agency) 2) นักวิชาการ ชางฝมือ ปราชญชาวบาน (Knowledge, Know How) เปนแหลงสะสมองคความรู และทักษะฝมือ ความสามารถเฉพาะตัว ทั้งในเชิงชาง การผลิต และการออกแบบ 3) การผลิต (Production, Create) การผลติ ในทุกระดับ เชน ชางฝมือ วิสาหกิจชุมชน ผูประกอบการ SMEs ฯลฯ สามารถผลิต ช้นิ งานออกมาไดมีทงั้ ปรมิ าณท่ีเพยี งพอ และคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน ปจจยั ของการเพิ่มมลู คา และคุณคาของมรดกวัฒนธรรมโนราอยางสมดุลและยั่งยืน คือ การออกแบบ และส่ือทุกแขนง ท้ังที่เปนรูปธรรม เชน ตุกตาโนรา ลูกปด ภาพยนตร ละคร ฯลฯ เวที ระดบั ชาติ และนานาชาติ เชน เวทีประกวดมสิ ยูนิเวิรส มิสแกรนด เปนตน นามธรรม เชน ความรูสึก ปกปกรักษา ความเช่ือความเขาใจ รวมไปถึงชองทางการจัดจําหนาย ท่ีไหน ตลาดสด โรงแรม หางสรรพสินคา และการเปนผูนําแฟชั่นตองมีเวทีในการนําเสนอ Presenter, Net Idol นางแบบ นายแบบ สวมใส หรือใชงานใหเห็นผานสื่อประเภทตางๆ

61 กลา วโดยสรปุ การเพม่ิ มูลคาและคุณคาดานการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดย ใชมรดกวัฒนธรรมโนราเปนแรงบันดาลใจ หรือเปนแนวทางที่มาของการออกแบบ ผูวิจัย หรือ ผูออกแบบตองสามารถ นําขอมูลท่ีไดคนควาหาขอมูล ทั้งการศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะทํานอง รวมไปถึงพิธีกรรมและความเชื่อ นํามาออกแบบผลิตภัณฑทาง วฒั นธรรม หรือบริการทางวัฒนธรรมไดอยา งสมดุล ซึง่ จะนาํ ไปสูค วามย่ังยนื ของผลงานอยา งแทจริง 4. สรุป การประยุกตแนวคิดโนรา สูเศรษฐกิจสรางสรรค ผูเขียนสรุปไว 3 ประเด็น คือ 1) การ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑ คือ การกําหนดขั้นตอนวางแผน เลือกใช วสั ดุ และวธิ ีการทาํ งานออกแบบตามวัตถปุ ระสงคท ี่ตองการ ซงึ่ จะใกลเ คยี งกับการออกแบบผลิตภัณฑ ทางวัฒนธรรมที่ตองสอดแทรกแนวคิด โดยการสรางองคความรูทางภูมิปญญา เพ่ือการออกแบบ ผลิตภัณฑ เนื่องจากความรูทางภูมิปญญาหรือศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น จะมีลักษณะเปนความรูท่ีมีอยู แลว ในตวั บุคคล ดงั น้ัน ในการศกึ ษาขอมูลทางภูมิปญ ญาหรือศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น นักออกแบบควร มีการลงพื้นท่ี และมีสวนรวมกับชุมชน ทั้งการสังเกต ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ เพื่อใหเ กดิ การประยกุ ตใชแนวความคิดในการสรา งสรรค และอาศัยทฤษฎี เปนกระบวนการทางสังคม ที่เก่ยี วของกับการออกแบบมาทํางานอยางมีสวนรวม เพื่อใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมอยางบูรณา การ 2) ขนั้ ตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดยทั่วไปนักออกแบบจะตองคํานึงถึงหลักการ โดยใชเกณฑเพ่ือกําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑที่ดี หลักการออกแบบผลิตภัณฑ ประกอบดวย 9 ขอ คือ หนาทใ่ี ชส อย ความสวยงาม ความสะดวกในการใช ความปลอดภัย โครงสราง ความแข็งแรง ราคา วัสดุ กรรมวิธีการผลิต และการขนสง ขั้นตอนในการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม ประกอบดวย 4 ขนั้ ตอน คือ การรวบรวมขอมูลศลิ ปวฒั นธรรมโนรา การสรุปความคิดรวบ ยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราท่ีจะนํามาใชในการออกแบบ การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑท่ีสะทอน ศิลปวัฒนธรรมโนรา และการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ 3) การเพิ่มคุณคาและมูลคาตามแนวทาง เศรษฐกิจสรางสรรค ประเทศไทยปรับกลยุทธทางเศรษฐกิจใหสอดคลองกับสาระการท่ีเปลี่ยนแปลง ไป โดยมุงเนนไปในการเพ่ิมคุณคา และสรางมูลคา และสงเสริมความสามารถในสินคาไทยท่ีมี ศักยภาพในการแขง ขนั อยูแ ลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพ่ือหลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหน่ึงท่ีจะชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนา อยางสมดุลและย่ังยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบของประเทศ ท้ังในดานความหลากหลายของ วัฒนธรรม และภูมิปญญาดานงานศิลปหัตถกรรมที่สามารถนํามาตอยอดในเชิงความคิดสรางสรรค เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวย อุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมท่ีเปนหัวใจสําคัญโดยแบงเปน 4 ประเภท ดังนี้ 1) มรดกทางวฒั นธรรม 2) ศลิ ปะ 3) สือ่ และ 4) ประโยชนใ ชสอย

62 บทท่ี 5 บทความวิชาการ จากการดําเนนิ การในกจิ กรรมการสมั มนาทางวชิ าการเร่ือง โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรางสรรค ที่สมดุลและยังยืน ผูรับผิดชอบโครงการ โดยนักศึกษาปริญญาเอกสาขาวิชา การจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค ไดรวบรวม และสรุปองคความรูท่ีไดรับจากการสัมมนาใน รูปแบบบทความวิชาการ ท่ีสามารถสงเสริมใหโนราในระดับทองถิ่น และระดับชาติเปนที่รูจัก อัน เผยแพรผ านบทความทางวชิ าการ 2 เร่ือง อันประกอบดว ย 1. บทความวิชาการเรื่อง โนรา มรดกทางวฒั นธรรม สเู ศรษฐกิจสรางสรรคที่มั่นคงและ ย่ังยืน บทความนี้เปนการนําเสนอมุมมองของพิธีกรรม และศิลปะการแสดงพื้นบานโนราที่ผูกพันกับ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผูคนในพ้ืนที่ภาคใตของประเทศไทย การผสมผสานวัฒนธรรมในอดีตเขา กับสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงในปจจุบัน อันนําไปสูการข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมไดข องมนษุ ยชาติลาํ ดับที่ 3 ของประเทศไทย 2. บทความวิชาการ เรื่องการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม แรงบันดาลใจจาก ศิลปวัฒนธรรมโนรา บทความน้ีเปนการนําเสนอหลักการและขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมท่ีไดรับแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนะธรรมโนรา เพ่ือสะทอนมุมมองของนักวิชาการที่ เกี่ยวของกับการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม อันรวมไปถึงปจจัยที่เก่ียวของในการเพิ่มคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกจิ สรางสรรค

63 โนรา : มรดกทางวฒั นธรรม สูเศรษฐกจิ สรา งสรรค ที่มนั่ คงและยัง่ ยืน Nora : Cultural Heritage to the creative economy stable and sustainable วชริ วิทย บัวขาว* Washirawit Buakaw ตวงรัก รัตนพันธุ Tuangrak Rattanapan ดวงรัตน วงสส วา งศริ ิ Duangrat Wongsawangsiri ฆนทั ธาตทุ อง Kanut Thatthong คณะมนุษยศ าสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรธี รรมราช Faculty of Humanities and Social Sciences Nakhon Si Thammarat Rajabhat University E-mail: [email protected] บทคัดยอ บทความนเ้ี ปน การนาํ เสนอ มมุ มองของพธิ ีกรรมและศิลปะการแสดงพ้ืนบาน “โนรา” ที่ ผูกพันกับวฒั นธรรมและวิถีชีวิตผูคนในภาคใตของประเทศไทย ท่ีมีประวัติความเปนมาชานาน และมี การปรับตัวไปตามยุคสมัยเปนการผสมผสานวัฒนธรรมในอดีตใหเขากับสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงใน ปจจุบัน และมีการประยุกตใชโนราเพ่ือประโยชนดานอ่ืนๆ มากยิ่งขึ้น และเม่ือวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) คร้งั ที่ 16 ไดข ้ึนทะเบยี นเปน มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติอันดับ ที่ 3 ของไทยตอจากโขนและนวดไทย จากการขึ้นทะเบียนดังกลาวสงผลตอคนใตมีความภูมิใจและ ตระหนักในคุณคาของนโนรามากข้ึน จึงนาจะเปนโอกาสท่ีดีที่จะนํา “โนรา” มาปรับใชเปนกลยุทธ ทางเศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปที่การเพ่ิมคุณคา สราง มูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมีศักยภาพในการแขงขัน การสรางสรรคใหเกิดความ แตกตางเพ่อื หลกี หนีการแขง ขนั แบบเดมิ ๆ และชว ยขับเคลือ่ นเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนาอยาง สมดุล และยั่งยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบ ทั้งในดานความโดดเดนของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ สามารถนาํ มาตอ ยอดในเชิงความสรางสรรคไดอยา งสมดลุ และยง่ั ยนื ใหกบั ชุมชนและทองถน่ิ คาํ สาํ คญั : โนรา, มรดกทางวฒั นธรรม, เศรษฐกจิ สรา งสรรค, มัน่ คงและย่ังยืน

64 Abstract This article is a presentation Perspectives on the rituals and folk performing arts \"Nora\" that are connected to the culture and way of life of the people in the south of Thailand. with a long history and has adapted to the times, blending past cultures with today's changing society. And there are more applications of Nora for other benefits. and on December 15, 2021, the meeting of the Intergovernmental Panel on the Preservation of Intangible Cultural Heritage The 16th Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage (ICS-ICH) has been registered as Thailand's 3rd intangible cultural heritage in Thailand after Khon and Thai massage. As a result of such registration, people in the south are more proud and aware of Nanora's value. Therefore, it should be a good opportunity to apply \"Nora\" as an economic strategy. in accordance with the changing situation by focusing on adding value, creating value and promoting the ability of Thai products with competitive potential. Creating a difference to avoid traditional competition and help drive the Thai economy. by emphasizing balanced and sustainable development based on advantages both in terms of outstanding cultural heritage that can be brought forward in a creative, balanced and sustainable way for the community and local. Keyword : Nora, Cultural Heritage, Creative Economy, Stable and Sustainable

65 บทนํา “โนรา” เปน พธิ ีกรรมและศลิ ปะการแสดงพื้นบานทีผ่ กู พันกบั วัฒนธรรมและวิถีชีวิตผูคน ในภาคใตของประเทศไทย มเี อกลกั ษณเ ดน ในการรอ งและการรายราํ ซ่ึงสะทอนมรดกท่ีสืบทอดตอกัน มาของชาวบานรุนตอรุน“โนรา” ไดรับการยอมรับวาเปนศิลปะการแสดงอันวิจิตรงดงาม เปน ศิลปะการแสดงชน้ั สูงที่แพรหลายอยางมาก สามารถสะทอนใหเห็นถึงวิถีชีวิตและพลวัตของสังคมได หลากหลายแงมุม เพราะมีประวัติความเปนมาอยางยาวนานเปนสวนหน่ึงของวิถีชีวิตและความ เปนอยูของผูคนในภาคใต (กรมสงเสริมวัฒนธรรม, 2562) บทบาทของโนรามีหลายดาน เชน ดาน ความบันเทิง พิธีกรรม การสรางเอกภาพและสัมพันธภาพของผูคนในสังคม การถายทอดวัฒนธรรม เชิงพ้ืนท่ีในการสรางอัตลักษณ ศักยภาพ ภูมิปญญาทองถิ่น เปนตน และโนราจะมีบทบาทอยูในวิถี ชีวติ ของผูคนในทุก ๆ บรบิ ทสังคม (พิทยา บุษรารัตน และ เบ็ญจวรรณ บวั ขวัญ, 2560) หากผูคนเม่ือ เกิดปญหาทุกขรอนใจใด ๆ และไมอาจหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจหรือชวยบรรเทาความทุกขเหลาน้ันได ก็ จะตอ งมพี ิธีกรรมเพ่ือบนบานใหวิญญาณบรรพบุรุษท่ีลวงลับไปแลวมาชวยปดเปา โนราจึงเปนเหมือน ส่ือกลางในการรอ งเชิญครแู ละรา ยราํ เพอ่ื ประกอบพธิ ีกรรมดงั กลา ว จงึ กลาวไดวาโนราสามารถเขาถึง จติ ใจของผูคนในภาคใตไดเปนอยางดี (ธรรมนิตย นิคมรัตน, 2547) โดยการแสดงโนราแบงออกได 2 ประเภท คือ 1)โนราเพื่อความบันเทิง และ 2) โนราพิธีกรรมหรือโนราโรงครู ในการแสดงโนราจะมี การรา ยรําขับรอ งกลอนประกอบดนตรี บทเจรจา หรืออาจแสดงเปนเรื่องราว ในสวนของเครื่องแตง กาย โนราใชเครื่องทรงอยางกษัตริย ประกอบดวย เทริด เจียระบาด สรอยตาบหางหงส ปกนกแอน ปกเหนง เสื้อ 2 ช้ัน ชั้นในเปนผาธรรมดา สวนช้ันนอกรอยลูกปดคาดรอบอก รอบแขน สวมกําไลมือ และเทา สวมเล็บปลายแหลมงอนเรยี ว การสวมเคร่อื งแตงกายทุกคร้ังตองบริกรรมคาถา แปงท่ีใชทาก็ จะตองเสกดวยคาถาและลงอักขระ องคประกอบหลักสําหรับการแสดงโนรา คือ เคร่ืองแตงกายและ เครอ่ื งดนตรี (สาํ นักงานวัฒนธรรมจังหวัดระนอง, 2558; กรมสง เสริมวัฒนธรรม, 2562) โนรา : มรดกทางวฒั นธรรม ผลการศึกษาท่ีเก่ียวกับโนรา (ร่ืนฤทัย รอดสุวรรณ, 2559) พบวา สามารถแบงประเด็น การศกึ ษาออกเปน 6 ประเดน็ คือ 1. ความเชอื่ บทบาท และพฒั นาการของโนรา ความเชื่อท่เี ก่ยี วกับโนรามีหลายประการ เชน ความเช่ือเรื่องครูหมอโนรา ความเช่ือเร่ืองไสยศาสตร ความเชื่อเรื่องการแกบน ความเชื่อเรื่อง การเหยียบเสน และความเชื่อเร่ืองการรักษาอาการปวย ความเช่ือเหลาน้ีลวนมีความสัมพันธกับครู หมอโนราท้ังส้ิน เนื่องจากความเช่ือเก่ียวกับครูหมอ และความเช่ือเก่ียวกับพิธีกรรมโนราโรงครูเปน กลไกสําคัญในการสืบทอดการแสดงโนราสูลูกหลานรุนตอ ๆ ไป บทบาทของโนรา โนรามีสถานะเปน สื่อพื้นบาน ซ่ึงปจจุบันโนรามีบทบาทท้ังในดานการศึกษา การแจงขาวสาร การใหความบันเทิง และ วพิ ากษวิจารณส งั คม เอกลกั ษณของการแสดงโนราทย่ี ังคงไมเ ปลีย่ นแปลง คือ การมุงส่ือสารจากโนรา สคู นดู (นธิ มิ า ชูเมือง, 2544) โดยหนาท่ีหลักของโนรา คือ การตอบสนองดานความเช่ือ จิตใจ ศิลปะ และอารมณของคนในสังคม สวนสังคมก็นําโนราไปเปนสวนหนึ่งของเครื่องมือควบคุมสังคมและการ แสดงโนรายังนาํ ไปสกู ารคงไวซ ึ่งสถาบันทางสงั คมอกี ดว ย พฒั นาการของการแสดงโนรา การแสดงโนรามีมาอยางชานาน แตไมสามารถสรุปไดวา เกดิ ข้ึนครัง้ แรกท่ไี หน เม่ือไหร อยา งไร แตพอสรุปขอสันนิษฐานจากนักวิชาการท่ีสนใจศึกษาเรื่องนี้ได วามี 3 ขอสันนิษฐานใหญ ๆ ดวยกัน คือ 1) มีพัฒนาการหรือมีความเกี่ยวของกับวัฒนธรรมอินเดีย

66 โดยเริ่มพัฒนาการจากการเปนศิลปะการแสดงชั้นสูงท่ีเกิดข้ึนในราชสํานัก 2) เกิดจากวัฒนธรรมของ คนภาคใตด ้ังเดิม และ 3) เกิดจากวัฒนธรรมภาคกลาง พทิ ยา บุษรารัตน (2539) อธิบายวา โนรามีมา แตชานานสืบตอรบั ชวงกันมาจนถึงพวกราชครู หลังจากนน้ั ประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 เมืองสทิงพระ เร่มิ เส่ือมอํานาจลง ฝงตะวันตกของทะเลสาบสงขลาเกดิ เมอื งพทั ลุงที่โคกบางแกวอันเปนศูนยกลางทุก ดานแทน ทําใหโนราไดกลายเปนที่ยอมรับของราชสํานักประชาชนในหัวเมืองพัทลุงจนพัฒนาเปน ศิลปะชนั้ สูงแลว แพรกระจายไปยังชุมชนตา ง ๆ บริเวณลุมทะเลสาบสงขลาแลวขยายออกสูพ้ืนที่อ่ืน ๆ หลักฐานเกาแกเ ก่ียวกับโนรา อีกรปู แบบหนึง่ คอื ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดเกาะแกวสุทธาราม จังหวัด เพชรบรุ ี เปนภาพโนราชายหญงิ สองคนกําลงั ซดั ทา และทน่ี าสนใจ คอื จิตรกรรมชุดนี้มีจารึกอยูท่ีผนัง ดานหน่ึงระบุวาเขียนมาต้ังแตพ.ศ.2277 หรือ จ.ศ.1096 ในสมัยพระเจาอยูหัวบรมโกศ ครั้งกรุงศรี อยุธยาเปนราชธานีทําใหสามารถชี้ชัดไดวาอยางนอยในสมัยอยุธยาตอนปลาย มหรสพโนราเคย แพรหลายมาแลว และมิไดจํากัดวงอยูแตเฉพาะในภาคใต หากแพรหลายข้ึนมาถึงเมืองเพชรบุรี (นิพัทธพ ร เพ็งแกว . 2555) เหตุปจจัยท่ีทําใหโนราแสดงมีการปรับตัว ไดแก การเขามาของส่ือสมัยใหม ความนิยม ของคนดู และรายไดของโนรา การปรบั ตัวของสื่อพื้นบานโนราในปจจุบันเปนวัฒนธรรมที่เกิดจากการ ผสมผสานการแสดงโนราท่ีตกคางจากอดีตและวัฒนธรรมหลัก ไดแก การแสดงละครแบบสมัยใหม และการแสดงดนตรีลูกทุง ในสวนการปรับรูปแบบของการแสดงเปนการตัดทิ้ง และลดทอน วัฒนธรรมของการแสดงโนรารวมทงั้ แทนท่ี และตอเตมิ ดว ยวฒั นธรรมหลกั ในสว นเน้ือหาพบวา มีการ ปรับเน้ือหาในดานคํากลอนที่เปนกําพรัดและเปนมุตโตโดยการตัดท้ิงเนื้อหาเดิมนําเน้ือหาที่เกี่ยวของ กับเหตุการณปจจุบันมาแทนที่ เนื้อหาของการแสดงเร่ืองเปนการนําเสนอดวยเน้ือหาการแสดงเรื่อง แบบโบราณกลบั มาใช 2. การศึกษาเก่ียวกับบุคคลทม่ี ีบทบาทเกีย่ วของกับโนรา ไดแก นายโรง คือ ผูที่มีอํานาจ สูงสดุ ในคณะโนราในอดตี จะเปนผชู าย แตปจจุบันนายโรงสามารถเปนทั้งผูหญิงและผูชาย ซ่ึงนายโรง มกั มที ศั นะการดาํ เนนิ ชวี ิตตามวถิ ชี าวพทุ ธ และเปนผทู ีไ่ ดร ับการยอมรับวาเปนผูมีความสามารถ โนรา ใหญ คือ สถานะของโนราผูชายที่เคยผานพิธีตัดจุกครอบเทริดหรือพิธีผูกผาใหญมากอน โนราผูหญิง น้ันเพิ่งเกดิ ขึ้นเมอื่ ประมาณ 70 ปทผี่ า นมา (เทยี บกับปที่เผยแพรงานวิจัย) (อรวรรณ สันโลหะ, 2542) และตวั ละครทโี่ ดดเดน อีกตวั หนง่ึ คือ พรานโนรา โดยพรานโนราเปนตวั ละครท่พี ฒั นามาพรอมกับการ แสดงโนรา การรําของพราน มีทั้งแบบทาเฉพาะและทาประกอบการแสดง หนาพรานมีสองแบบ คือ หนาพรานผูชาย หรือที่เรียกกันวา พรานหนาแดง และหนาพรานผูหญิง หรือหนาทาสี ซึ่งจะมีสีขาว หรือสีเนื้อ ซึ่งจากการลงพื้นท่ีศึกษาของธีรวัตน ชางสาน (2538) ไมพบการแสดงของพรานผูหญิงอยู เลย และอีกบุคคลที่ขาดไมไดในพิธีกรรมเก่ียวกับโนราโดยเฉพาะโนราโรงครู คือ คนทรงในพิธีโนรา โรงครู โดยคนทรงจะมีทําหนาท่ีเสมือนผูเช่ือมระหวางครูหมอกับช าวบาน บรรพบุรุษกับลูกหลาน และสุดทาย คอื ลกู คู ลูกคูจะมีหนาที่เปนนักดนตรี มักมีจํานวน 5-6 คน ทําหนาท่ีเลนดนตรีและขาน รับกลอนกบั โนรา 3. การศกึ ษาเฉพาะประเภทโนรา ในการศกึ ษาเฉพาะประเภทท่เี นนโนราในพิธีกรรม พิธี โนราโรงครไู ดรับความนิยมในการศึกษาอยางมากในหลายประเด็นแตที่ชัดเจน คือ การศึกษาโนราโรง ครูที่ ตําบลทาแค อําเภอเมือง จังหมดพัทลุง และโนราโรงครูท่ีวัดทาคุระ ตําบลคลองรี อําเภอสทิง พระ จังหวัดสงขลา ซึ่งมีการจัดเปนประจําในทุก ๆ ป สําหรับที่มาแหงพิธีกรรมน้ันมีผูสันนิษฐานวา แตเดิมชาวบานนับถือตายายท่ีมีตัวตนและทําพิธีไหวผี เขาทรงตายายกันมาแตโบราณ จนการรายรํา

67 โนรา-นาฏศาสตรสายอินเดียเขา มาถึงคาบสมทุ รสทิงพระ จึงเกิดการผสมผสานระหวางความเชื่อเร่ือง ครูหมอโนราและตายายเปนพิธีโนราโรงครู (สกล เกษมพันธุ. 2544) ซ่ึงมีจุดประสงคหลักเพ่ือแสดง ความกตัญูตอบรรพบุรุษท่ีเรียกวา “ตายายโนรา” โดยอาศัยรางทรงและโนราเปนตัวกลาง นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพิธีครอบเทริดอันเปนพิธีเปลี่ยนผานจากการเปนโนราธรรมดาใหกลายเปน โนราใหญ โนราผูที่สามารถประกอบพิธีกรรมโนราโรงครูได ซึ่งนิยมจัดในพิธีโนราโรงครูใหญ และท่ี แตกตางออกไป คือ การศึกษาการรําเฆี่ยนพรายและการเหยียบลูกมะนาว ซ่ึงเปนสวนหน่ึงในการ แขง ขนั ประชันโรง ซึ่งเปนพิธีขม ขวญั คตู อ สู และเปนหนง่ึ ในพิธีกรรมท่ีมไี สยศาสตรเขา มาเกี่ยวของ 4. การศึกษาองคประกอบในการแสดงโนรา สามารถสรุปได 4 ประเภทใหญ ๆ คือ โรง โนรา โรงโนรามีทัง้ แบบโรงครซู ่งึ เปนแบบแผนเฉพาะและแบบเพื่อแสดงทั่วไปตามวาระโอกาส เครื่อง แตงกาย ประกอบดว ย เทริด เครือ่ งลกู ปด ปกนกแอน ซับทรวง ปก ผานุง หนาเพลา หนาผา ผาหอย กําไล และเล็บ เคร่ืองดนตรี ประกอบดวย ทับ กลอง ป โหมง ฉ่ิง และแตระ เครื่องประกอบอื่น ๆ เพ่ือประกอบพธิ กี รรมเฉพาะ สวนแมบ ทโนรานน้ั แบง เปน 2 สวน คอื บทรองแมบทโนราประกอบดวย บทครสู อน บทสอนรํา และบทประถม สวนที่สอง คือ ทารําแมบทโนรา ซ่ึงเปนทารําประกอบบทรอง แมบ ท โดยทา รําในบทครูสอนและทารําในบทสอนรําแตละคณะจะมีลักษณะใกลเคียงกัน แตทารําใน บทประถมอาจมีความแตกตางกันตามแตคณะ สวนการรําประสมทาแบบตัวออนน้ันเกิดจากการ คัดเลือกทารําโนราพ้ืนฐานบางทาและทาตัวออนมารอยเรียงโยงทารําเขาดวยกันตามความคิด สรางสรรคและความถนัดของแตละคน ทั้งน้ี เพ่ืออวดความสามารถพิเศษของตน ในปจจุบันการรํา ลักษณะนี้มีนอยลงเพราะผูรําตองมีรําตัวที่ออนและตองฝกเปนเวลานานกวาการฝกรําปกติ สําหรับ เพลงประกอบการแสดงโนราโรงครปู ระกอบดวย เพลงรําโนราใหญ เพลงรํา 12 ทาทํานอง 1 เพลงรํา 12 ทา ทํานอง 2 เพลงชกั ใบ และเพลงพัดชา 5. การศึกษาเพ่ือการอนุรักษ และสืบทอดการแสดงโนรา ดังนี้ คือ ควรใหความสําคัญ กับผูเช่ียวชาญทางดานโนรา โดยเฉพาะโนราพิธีกรรมผูซึ่งมีบทบาทสําคัญในระดับฐานรากในการ พัฒนาชุมชน และเปน บคุ คลสําคญั ในการสบื ทอดภูมิปญ ญาใหแ กค นรุนหลังตอไปอยางถูกตอง ภาครัฐ ควรลงทุนสนบั สนุนสงเสริมโดยไมคํานึงถึงมูลคาตอบแทน แตใหมุงความสําคัญในแงคุณคาที่จะทําให ลูกหลานไมลืมรากเหงาของตน ควรประชาสัมพันธและผลักดันใหสถานศึกษาจัดหลักสูตรการสอน อยางจริงจัง และควรสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมโนราใหคงอยูไดยาวนานและเปนรูปธรรมโดยการ จัดต้ังศูนยการเรียนรูหรือทําพิพิธภัณฑมีชีวิตจับตองได ท้ังน้ีควรนําเสนอวัฒนธรรมในหลายรูปแบบ ควรคูก ันไปดว ย 6. การประยุกตโนราเพ่ือประโยชนดานอื่น ๆ ไดแก ประโยชนดานการศึกษา การ ออกแบบ ศลิ ปะ และดา นสขุ ภาพ เปน การศกึ ษาทไี่ ดสรา งองคค วามรูใ หมดวยเน้ือหา วิธีวิจัย และการ นําเสนอผลการศึกษาที่แตกตาง ดวยการประยุกตองคความรูโนราใหเขากับศาสตรหรือสาขาอ่ืน ๆ หรือแมกระทั่งในกระบวนการแสดงโนราเอง อยางการสรางสรรคการแสดงที่แตกตางดวยทฤษฎี นาฏยประดษิ ฐบวกกบั การออกแบบและเทคนคิ การสรางสรรคองคประกอบการแสดงจากจารีตปฏิบัติ กอนหนา หรือการนําองคความรูโนรามาประมวลเปนหลักสูตรของแตละระดับการศึกษา หรือ แมกระทั่งการศึกษาเจาะลึกบางองคประกอบของโนรามาใชเปนสวนหนึ่งของหนวยการเรียนทองถ่ิน การประยุกตทารํามาใชเพื่อสุขภาพ และสิ่งหน่ึงที่ประยุกตองคความรูโนราเพื่อใหเกิดวิธีการนําเสนอ ใหม คือ การนําองคประกอบของโนรามาประยุกตใชในการออกแบบผลิตภัณฑ ทําใหเปนผลงานการ ออกแบบท่ีสวยงาม และยังสามารถถายทอดอัตลักษณโนราไดอีกทางหนึ่ง อีกยังมีการดึงความทรงจํา

68 และความประทับใจสวนตนท่ีมีตอการแสดงโนรามาสรางสรรคเปนผลงานศิลปะอยางจิตรกรรม ท่ี สามารถสะทอนอารมณความรูสึกที่มีตอโนรา แสดงถึงความสนใจและการเล็งเห็นความสําคัญของ โนราจากคนรุนใหมไดอกี ดว ย สรุปไดว าโนราเปน มรดกทางวัฒนธรรมท่มี ปี ระวตั คิ วามเปนมาชา นาน ไมส ามารถระบุได แนชัด โนราเปนสือ่ พน้ื บา นที่เกี่ยวขอ งกับความเชอื่ และพธิ กี รรมทีอ่ ยคู กู บั คนในชุมชน มีการปรับตัวไป ตามยุคสมยั เปน การผสมผสานวัฒนธรรมในอดตี ใหเ ขากบั สงั คมที่มกี ารเปลยี่ นแปลงในปจจุบัน และมี การประยุกตใ ชโ นราเพ่ือประโยชนด านอ่ืนๆ เชน การศกึ ษาและเศรษฐกิจมากยง่ิ ขึน้ โนรา : มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไ ดของมนุษยชาติ หลังจากที่ประเทศไทยไดเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดก วัฒนธรรม ที่จับตองไมได เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2559 “โขน” เปนรายการแรกที่ประสบ ความสําเร็จ ในการขอขึ้นทะเบียนเปนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติ ตอ ยเู นสโก ในป พ.ศ. 2561 และ ตอ มา “นวดไทย” ก็ไดรับประกาศใหข นึ้ ทะเบยี นฯ ในป พ.ศ. 2562 อีกเปน ลําดับถัดมา รัฐบาลไทยจึงมมี ตเิ หน็ ชอบใหเ สนอ “โนรา” เปนรายการตวั แทนมรดกวัฒนธรรม ที่จับตองไมได ของมนุษยชาติตอองคการยูเนสโก เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2562 หลังจากน้ันยูเนสโก แจงตอผูแทนถาวรไทย ประจําองคการยูเนสโก ณ กรุงปารีส ใหทราบวารายการโนรา มีลําดับอยูใน วาระการพิจารณา รอบป พ.ศ. 2564 และหากโนราไดข้ึนทะเบียนตอยูเนสโกจะชวยสงเสริมรูปแบบ ศิลปะที่โดดเดน และแบง ปน ความรูนใ้ี หกับโลกในฐานะมรดกภูมปิ ญญาแหง มวลมนษุ ยชาติ และเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการ สงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได (Intergovernmental Committee for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage: ICS-ICH) ครั้งที่ 16 ผานการประชุมทางไกล เตม็ รูปแบบ มมี ติใหขน้ึ ทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ใน บัญชีรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติ (Representative List of the Intangible Cultural Heritage of Humanity – บัญชี RL) ภายใตอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษา มรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมได ค.ศ. 2003 (2003 Convention for the Safeguarding of the Intangible Cultural Heritage) ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหง สหประชาชาติ หรอื ยเู นสโก โดย “โนรา” เปน มรดกทางวัฒนธรรมที่จับตองไมไดขององคการยูเนสโก ลําดับที่สามของไทย (มติชนออนไลน, 2564) การข้ึนทะเบียนครั้งนี้ถือไดวาเปนความภาคภูมิใจของ คนใตและของคนไทยท้ังประเทศซึ่งเปนการสรางความตระหนักรูในระดับสากลตอคุณคาและ ความสําคญั ของ “โนรา” ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมดานนาฏศลิ ปท เี่ ปนภูมิปญญาทองถิ่นของคนใต อีกทั้งยังเปนการแสดงออกถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมในประเทศไทยดวย รวมท้ังจะเปนการ ชวยสงเสริมบทบาทอันเข็มแข็งใหกับชุมชน ท่ีจะตองชวยกันสงเสริมการเรียนรู เขาถึง พัฒนา และ สงวนรักษาศลิ ปะและวฒั นธรรมไวใ หค งอยแู กชนรุน หลังสบื ไป (กระทรวงการตางประเทศ, 2564) ต้ังแตไทยเขารวมเปนภาคีอนุสัญญาวาดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรม ท่ีจับ ตองไมไ ด ในป 2564 “โนรา” ไดข ้นึ ทะเบยี นเปน มรดกวฒั นธรรมท่ีจับตองไมไดของมนุษยชาติอันดับ ท่ี 3 ของไทยตอจากโขนและนวดไทย จากการขึ้นทะเบียนดังกลาวสงผลตอคนใตมีความภูมิใจและ ตระหนกั ในคุณคา ของนโนรามากขึน้

69 โนรา : มรดกทางวฒั นธรรมสูเศรษฐกิจสรา งสรรค ในอดีตประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอยางตอเนื่องเนนการเกษตรกรรมแบบ ดั้งเดิมเนนอุตสาหกรรมเบาและพัฒนาสูอุตสาหกรรมท่ีซับซอนมากขึ้น แตสิ่งที่ประเทศไทยน้ันพบ ปญหาคือไมมีรากกฐานที่แข็งแรงของตนเอง ไมมีภูมิคุมภัยที่เพียงพอ ความแตกตางและเอกลักษณท่ี ชัดเจนเทานั้นท่ีสามารถทําใหเราอยูรอดได “ความคิดสรางสรรค”จึงกลายเปนปจจัยสําคัญในการ พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศตามแนวคิดเศรษฐกิจรูปแบบใหมที่เรียกวา “เศรษฐกิจไทยแลนด 4.0” (กองบริหารงานวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา, 2559) สํานักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและ สังคมแหงชาติ (2552) ไดกําหนดขอบเขตขนาดของเศรษฐกิจสรางสรรค โดยยึดตามรูปแบบของ องคการสหประชาชาติดวยการคาและการพัฒนา (UNCTAD) และปรับเพิ่มเติมตามรูปแบบของ ยูเนสโก โดยจําแนกประเภทอุตสาหกรรมสรางสรรคออกเปน 4 กลุมหลัก ดังนี้ 1) มรดกทาง วฒั นธรรม (cultural heritage) ไดแ ก งานฝม อื และหตั ถกรรม การทองเท่ียวเชิงวัฒนธรรมและความ หลากหลายทางชีวภาพ การแพทย แผนไทย และอาหารไทย 2) ศิลปะ (arts) ไดแกศิลปะการแสดง และ ทัศนศิลป 3) สื่อสมัยใหม(media) ไดแกภาพยนตรและวีดีทัศนการพิมพการกระจายเสียง และ ดนตรี 4) งานสรางสรรคและออกแบบ (functional creation) ไดแกการออกแบบ แฟช่ัน สถาปตยกรรม การโฆษณา และซอฟตแวร จะเห็นไดวาเศรษฐกิจสามารถกาวขามจากเรื่อง เศรษฐกิจไปสูเร่ืองวัฒนธรรม ไปสูเรื่องการออกแบบและในท่ีสุดจะไปสูทุกกิจกรรมของมนุษย ถาจะ เลือกพัฒนาประเทศตามแนวทางระบบเศรษฐกิจท่ีเนน การเพิม่ ประสิทธิภาพและสรางนวัตกรรม โดย การใชเศรษฐกิจสรางสรรคเปนแนวทาง เม่ือมีความสรางสรรคแลวก็ตองจําหนายได (จุฑามาศ ศรี รัตนา, 2561) ดังท่ี Howkins (2001) ไดอธิบายความเช่ือมโยงระหวางความคิดสรางสรรคกับ เศรษฐกิจวา“Everyone is creative. Creative needs freedom. Freedom is markets.” หมายถึง คนทกุ คนสามารถคิดสรา งสรรคไ ดอ ยางอิสระ โดยใหความสําคัญกับจินตนาการเพราะเปน ส่งิ ทาทายและสามารถสรรหาที่ดีกวา แตส ิ่งที่ควรคํานึงถงึ คือเรื่องของการหาตลาดจําหนายสินคาหรือ บริการ และสรางมูลคาทางเศรษฐกิจ ส่ิงน้ีเปน 3 ปจจัยสําคัญของเศรษฐกิจสรางสรรค โดยมุมมอง ของการตลาดควรเปล่ียนจากการเนนอุปทานเปนการเนนอุปสงค หรือเปลี่ยนจากการเนน กระบวนการผลิตเปนการเนนความตองการของผูบริโภค เนื่องจากในตลาดยังมีผูบริโภคอีกมากท่ีมี ความตอ งการสินคาและบรกิ ารท่มี คี วามคิดสรางสรรค เม่ือกระทรวงวัฒนธรรมเดินหนาใชมิติวัฒนธรรมขับเคล่ือนความเปนไทย การสราง รายไดสชู มุ ชนและทองถิน่ อยางเปนรูปธรรม โดยการนําทรพั ยากรหรอื ทนุ ทางวัฒนธรรมมาสรางสรรค เปนผลติ ภัณฑท างวฒั นธรรม ตอ ยอดเปน ผลติ ภัณฑและบริการในรูปแบบใหม เชน ชุมชนท่ีรวมตัวกัน สรางหมูบานเพ่ือการทองเท่ียวตามวิถีชาวบาน โดยนําวิถีชีวิตทองถิ่นมาเปนจุดขายและจัดการ ทองเที่ยวแบบพักอาศัยกับเจาบานหรือโฮมสเตย หรือกรณีผูที่เปนพนักงานถูกเลิกจางเปนผูท่ีมี ความคิดสรางสรรคทําการผลิตสินคาทํามือ (handmade) ท่ีบานแลวจําหนายทางเว็บไซตและตลาด ตาง ๆ เปนตน โดยผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมที่สรางสรรคสามารถตอบโจทยความตองการของตลาด ท้ังในและตางประเทศ สรางรายไดใหแกชุมชนและประเทศชาติ โดยบูรณาการเผยแพรวัฒนธรรม สรางภาพลักษณและเกียรติภูมิของไทยในเวทีโลก (จุฑามาศ ศรีรัตนา, 2561; กัลยาณมิตร นรรัตน พุทธิ, 2565) นําทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมมาเปนเครื่องมือและตอยอดในการสรางรายได เพ่ือใหเกิดการกระจายรายไดอยางสมดุลและนําไปสูความมั่งค่ังของประเทศอยางยั่งยืน สงเสริมการ ใชของไทย โดยเริ่มต้ังแตการรณรงคสงเสริมการใชผาไทยในชีวิตประจําวัน การสงเสริมเทศกาล

70 ประเพณีทองถ่ินท่ัวประเทศ การสงเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตรและวีดิทัศน การสงเสริมสนับสนุน ศิลปนแหงชาติ ศิลปนดาราและศิลปนพื้นบาน และการสงเสริมใหศิลปนพื้นบานมีพ้ืนท่ีในการแสดง ทางศิลปวัฒนธรรม การเปดถนนสายวัฒนธรรมทั่วประเทศ การจัดตลาดนัดศิลปะ การเปดหมูบาน วัฒนธรรมสรางสรรค การจัดศูนยบันดาลไทย ชุมชนคุณธรรม ชุมชนทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การ เผยแพรอาหารไทย การจัดกิจกรรมเผยแพรแลกเปล่ียนวัฒนธรรมกับตางประเทศ การออกแบบ ตน แบบผลิตภัณฑจ ากโบราณวตั ถุ การสงเสริมใหชุมชนนาํ องคความรูจากมรดกทางศิลปวัฒนธรรมไป ใชในการสรา งสรรคผ ลติ ภณั ฑแ ละบริการชุมชน ดวยการสรา งตน แบบและตอ ยอดผลิตภัณฑ ยกระดับ คณุ ภาพ ตามศักยภาพ ความเหมาะสมตอ เอกลักษณของแตล ะชุมชน การสาํ รวจและอนุรักษมรดกท่ีมี คุณคาทางประวัติศาสตรของชาติ และมรดกศิลปวัฒนธรรม เพ่ือนํามาสงเสริมใหเปนแหลงทองเที่ยว ทางประวัตศิ าสตรแ ละวัฒนธรรม เปนตน รวมถึงสง เสรมิ ตลาดงานวดั เพือ่ ใหว ัดกลับมาเปนศูนยกลาง และแหลงเรียนรูของชุมชน การสงเสริมสนับสนุนศิลปหัตถกรรม การอบรมการสรางสรรคผลิตภัณฑ วัฒนธรรม การเปดตลาดวัฒนธรรมออนไลนเพื่อสรางโอกาสทางธุรกิจ การสงเสริมตลาดประชารัฐ ตลาดวฒั นธรรม เปน ตน (กลั ยาณมิตร นรรัตนพทุ ธ,ิ 2565) จากแนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรค ท่ีจะมุงเนนมิติวัฒนธรรมเพ่ือขับเคลื่อนความเปนไทย ใหเกิดรายไดสูชุมชนและทองถ่ิน โดยการนําทรัพยากรหรือทุนทางวัฒนธรรมมาสรางสรรคเปน ผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรมมาตอ ยอดเปนผลติ ภัณฑและบริการ จึงนาจะเปนโอกาสท่ีดีที่จะนํา “โนรา” ซึ่งไดรับการข้ึนทะเบียนเปนมรดกวัฒนธรรมที่จับตองไมไดของมนุษยชาติ มาปรับใชเปนกลยุทธทาง เศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณท่ีเปลี่ยนแปลงไป โดยมุงเนนไปที่การเพ่ิมคุณคา สรางมูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมีศักยภาพในการแขงขัน โดยการสรางสรรคใหเกิดความ แตกตา งเพือ่ หลกี หนีการแขง ขันแบบเดมิ ๆ และชว ยขับเคลือ่ นเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนาอยาง สมดุล และยั่งยืน บนพื้นฐานความไดเปรียบ ท้ังในดานความโดดเดนของมรดกทางวัฒนธรรม ที่ สามารถนํามาตอยอดในเชงิ ความสรางสรรคไ ดอยา งสมดลุ และยั่งยืนใหกบั ชมุ ชนและทองถนิ่ โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรางสรรค ที่ม่ันคงและยั่งยนื รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ไดสะทอนมุมมองของปจจัยที่กอใหเกิดการ ไหลเวียนตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค ควรไดรับการสนับสนุนจากท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาค ประชาชน รวมไปถึงโรงแรม หางรานสรรพสินคา ท่ีจะเปดชองทางในการจัดจําหนายใหกับ ผูประกอบการ หรือ ผูผลิตในทุกระดับช้ัน สอดคลองกับคุณภูมิ จิระเดชวงศ ท่ีไดสะทอนมุมมองของ ระบบการศึกษา โดยกลาววา การจัดทําหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับชั้น เร่ิมตนจากระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ซ่ึงสังคมท่ีเรียกวามีความคิดสรางสรรค ปจจยั แรก คอื รัฐบาลตอ งสนับสนนุ ตอ งเปน หนวยท่จี ะซพั พอรตใหเร่ืองมรดกทางวัฒนธรรมอยูในวิถี ของมนุษยส ังคม โดยเรม่ิ ตน จากครอบครัว เร่ิมจากการท่ีศึกษาดูวาเปนยังไง จะสามารถถายทอดไปสู ลูกหลานจากรนุ สูรนุ ไดอยางไร (เรวัต สุขสกิ าญจน, สมั ภาษณ, 2565, มีนาคม 6) อาจารยภ ูมิ จิระเดชวงศ ไดเสนอความคดิ วา จะตองเปล่ียนความคิดความเช่ือเร่ืองโนรา จากความกลัวใหเห็นเปนความสวยงาม และจะตองมีเวทีใหโนราแสดงออกอยางตอเน่ือง ใหนํ้าหนัก ใหค ุณคา เปลย่ี นมมุ มอง ท่ีจะพฒั นาไปสเู ศรษฐกจิ สรา งสรรคท ส่ี มดลุ และยงั ยืน เพระสวนใหญแลวคน จะมองวาพัฒนาไปเปนสินคาหรือผลิตภัณฑ แตในมุมมองความยั่งยืนของโนรา มีประเด็นสําคัญ 3 ดาน ประเด็นแรก ตองทาํ ใหผ คู นเกิดความเชื่อและศรัทธา ใหเกิดความรูสึกวาโนราดีจริงสามารถชวย

71 ลูกหลานไดทุกเรื่อง ประเด็นท่ีสอง จะตองมีเวทีใหโนราไดแสดงและสามารแสดงไดอยางตอเน่ือง ประเด็นที่สาม โนราควรจะเขาไปอยูในสถาบันการศึกษา ตองผลักดันโนราใหไดรับการบรรจุเปน หลักสูตรท่ีสงเสริมในระบบการศึกษาของไทย เพ่ือใหโนราอยูไดอยางย่ังยืนและเกิดการสืบทอดไปสู ลูกหลานจากรุนสรู นุ (ภมู ิ จริ ะเดชวงศ, สัมภาษณ, 2565, มนี าคม 6) โนรากลอยใจ หทัยศิลป (2565) ไดเสนอแนวคิดการนําลูกปดโนรา ที่เปนวัสดุหลักท่ี สาํ คัญในการสรางสรรคช ดุ โนรา มาตอ ยอดเปนเคร่ืองประดับท่ีแปลกใหมและโดนใจลูกคา ซ่ึงพอจะมี ใหเห็นอยูบางในปจจุบัน ควรจะตอยอดใหเกิดความนิยมในวงกวาง และตองทําใหชุดโนราเปนสวน หน่ึงของการทองเที่ยวภาคใตของประเทศ ที่นักทองเที่ยวเกิดการรับรูวาการไดใสชุดโนรา เปนการ แสดงถึงเอกลักษณแ ละสัญลักษณของการทองเทยี่ วในภาคใต เพราะชุดโนราซ่ึง เปนนาฏศิลปพ้ืนบาน ของภาคใตชนิดเดียวที่ใชลูกปดในการแสดง หากสามารถพัฒนาตอยอดทําใหลูกปดโนราเพิ่มมูลคา ข้ึนมาได เชน ทําเปนสรอยคอ ตางหู ซึ่งตอนน้ีอาจจะมีใหเห็นกันอยูบาง แตถาหากสินคาเหลานี้ แพรหลายมากข้ึนและกระจายไปหลายจังหวัด มีคนเริ่มชื่นชอบ สามารถพัฒนาเพ่ิมเติมหรือทําอะไร ใหด ูแปลกตาแปลกใจมากยิ่งข้ึน โดยท่ีจะตอ งไมผ ิดหลกั ธรรมเนียมของโนรา ก็ถือไดวาเปนเอามาใชได อยางถูกตองตามหลักวัฒนธรรมและถูกใจลูกคา หรืออาจจะเปนการนําทารําที่เปนเอกลักษณ เฉพาะตัวของโนรา มาเปน จุดเดน จดุ ขาย เหมือนกบั ที่อาจารยภ ูมิ ไดเชิญฝร่ังมาออกพราน เปนส่ิงที่ดี มาก ๆ ถาวันขางหนาฝร่ังมาใสชุดโนรารองกลอนได ถือไดวาเปนสิ่งท่ีสุดยอด ท่ีจะทําใหคน ตางประเทศมาเท่ียวภาคใตของประเทศไทย เพราะเตาอยากมาเห็นโนรา อยากมารองโนรา อยาก สัมผัสความเปนโนรา หรือ อยากมาใสชุดโนรา เหมือนกับท่ี เราไปเกาหลีเราก็อยากใสชุดฮันบก ไป ญี่ปุนใสชุดกิโมโน แตถามาภาคใตของประเทศไทยตองไดใสชุดโนรา” (โนรากลอยใจ หทัยศิลป, สัมภาษณ, 2565, มีนาคม 6) อาจารยพิทยา บุษรารัตน (2565) ไดเสนอในมุมมองแงคิดวาท่ีสําคัญ เรื่องของคุณคา และมูลคาวาจะตองไปดวยกัน โดยจะตองเห็นคุณคากอนถึงจะไปสรางมูลคาได หากหนวยงาน ราชการมองอีกแบบ แตชาวบานมองอีกแบบ ก็เปนการยากที่จะลงตัวซึ่งเปนส่ิงท่ีสําคัญ การที่จะเกิด ย่ังยืนไดตองสงเสริมและถายทอดใหโนรา ดํารงอยู แลวเศรษฐกิจสรางสรรคก็จะตามมา เพราะวาใน ความโนรามอี งคป ระกอบหลายอยาง ไมว า จะเปนเครื่องแตงกาย เครื่องดนตรี ซึ่งจะเปนสิ่งท่ีสงผลตอ ชุมชน สงผลตอผูแสดง ในตอนน้ีเมื่อ โนรา ไดรับการข้ึนทะเบียนเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับตอง ไมไดเ ปน ทเี่ รียบรอ ยแลว ภาครฐั จะตอ งมีมาตรการในการสรา งสรรค โดยการนําเอาวัฒนธรรมทองถิ่น ไปใชใหเกิดประโยชน โนราสามารถเผยแพรในสังคมโลกได แตจะตองมีการสงเสริมใหเกิดความ เขมแข็งโดยเฉพาะอยางย่ิงในกลุมศิลปนและผูเก่ียวของ ควรมีการถายทอดความรูดานวิชาการ การศึกษา ใหก บั คนรนุ ใหม ในปจจุบันมีสื่อสมัยใหมหริอท่ีเรียกวาสื่อโซเชียล สามารถกระจายขอมูล และเรื่องราวของโนราออกไปงายและกวางข้ึน เราควรท่ีจะตองสรางการรับรูใหเกิดการแพรหลายใน วงกวาง สิ่งที่สําคัญอยางย่ิงควรจะมีงบประมาณเขามา ตองไดรับการสนับสนุนอยางจริงจังจาก หนวยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งสวนกลางและสวนภูมิภาค แตสิ่งนาเปนหวงอยางยิ่งคือ การ เขาอกเขาใจศิลปวัฒนธรรมและเอกลักษณหรือลักษณะจําเพาะของโนราเพื่อจะไดเผยแพรออกไปได อยางเหมาะสมและสงางาม จึงจําเปนตองอาศัยกิจกรรมในโอกาสตาง ๆ ท่ีจะไดแสดงและถายทอด ใหก บั สังคม” (พทิ ยา บษุ รารตั น, สัมภาษณ, 2565, มีนาคม 6) กลาวโดยสรุปไดวา “โนรา” เปนมรดกทางวัฒนธรรมที่เปนหน่ึงในทุนทางเศรษฐกิจท่ี สําคัญในยุคไทยแลนด 4.0 การพัฒนาเศรษฐกิจสรางสรรคดวยโนรา จะตองทําใหโนราเปนสวนหน่ึง

72 ของชีวติ คนไทย โดยตองอาศยั ความรวมมือจากภาครัฐและชุมชน โดยภาครัฐควรมีการจัดทํานโยบาย ในการสงเสริมใหมีหลักสูตรการแสดงโนราในสถาบันการศึกษาในทุกระดับช้ัน หรือการ ประชาสัมพันธใหนักทองเท่ียวไดรับรูวาชุดโนราเปนเอกลักษณของการทองเที่ยวภาคใตของไทย นอกจากนี้ชุมชนก็มีสวนสําคัญที่สงเสริมใหโนราเปนตัวขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจได เชน การจัดเวที แสดงโนราอยางตอเนื่องเพื่อเปล่ียนแปลงมุมมองใหคนเห็นคุณคาของโนรามากข้ึนและยังเปนการ สนับสนุนการทองเท่ียวเชิงวัฒนธรรมไดอีกทางหนึ่ง รวมถึงการสรางสรรคผลิตภัณฑจากชุดโนรามา ตอยอดเปนเครื่องประดับ เชน ใชลูกปดมาประดิษฐเปนตางหู สรอยคอ เพ่ือจําหนายใหกับคนไทย และตางประเทศ เปนตน ดังนั้นหากไดรับความรวมมือจากภาครัฐและชุมชนก็ชวยใหโนรากลายเปน สวนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนไทย และสงเสริมใหมีการพัฒนาตอยอดวัฒนธรรมเปนผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมท่ีตอบโจทยความตองการของตลาดทั้งในไทยและตางประเทศสรางรายไดใหแกชุมชนและ ประเทศชาติ โดยบูรณาการเผยแพรวฒั นธรรม สรางภาพลักษณของไทยในเวทโี ลก อางอิง กรมสง เสรมิ วัฒนธรรม. (2562). มรดกวัฒนธรรมภาคใต. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพชมุ นุมสหกรณ การเกษตรแหง ประเทศไทย. กระทรวงการตางประเทศ. (2564). โนราไดร ับการขนึ้ ทะเบียนเปนมรดกวัฒนธรรมท่จี ับตองไมไ ด ขององคการยูเนสโก. สบื คน จาก https://mfa.go.th/th/content/nora161264?cate= 5d5bcb4e15e39c306000683d กองบรหิ ารงานวจิ ัยและประกันคณุ ภาพการศึกษา. (2559). พมิ พเขยี วไทยแลนด 4.0. กรุงเทพฯ: กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. กัลยาณมิตร นรรัตนพทุ ธ.ิ (2565). วัฒนธรรม คณุ คา สมู ลู คา. สบื คน จาก http://article.culture.go.th/ index.php/template-features/137-2019-07-02-06-14-35 กลอยใจ หทัยศิลป (2565, มีนาคม 6) ศิลปน โนราโบราณ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเ ศรษฐกิจ สรา งสรรค ทีม่ ่นั คงและย่ังยนื . สัมภาษณ จฑุ ามาศ ศรรี ัตนา. (2561). เศรษฐกจิ สรางสรรคกบั ไทยแลนด 4.0. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(ฉบบั พิเศษ), 208-217. ธรรมนิตย นคิ มรตั น. (2547). สมญานามของโนรา. วารสารสาํ นกั หอสมุด มหาวทิ ยาลัยทกั ษณิ , 3(1), 28 - 35. ธรี วฒั น ชางเสน. (2538). พรานโนรา. วทิ ยานพิ นธศ ลิ ปศาสตรมหาบณั ฑติ , จุฬาลงกรณ มหาวทิ ยาลัย. นธิ มิ า ชูเมอื ง. (2594). การปรับตัวของส่ือพน้ื บานโนราในสังคมไทย. วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหา บัณฑิต, จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. นิพทั ธพร เพง็ แกว. (2555). โนราภาคใต. วฒั นธรรม, 51(2), 20-27. พทิ ยา บุษรารตั น. (2539). ตาํ นานโนรา : ความสมั พันธท างสงั คมและวัฒนธรรมบรเิ วณรอบลุม ทะเลสาบสงขลา. สงขลา : มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ ภาคใต. พทิ ยา บุษรารตั น. . (2565, มีนาคม 6) ผเู ชย่ี วชาญทางวฒั นธรรมและศิลปะการแสดงพื้นบานภาคใต, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกจิ สรา งสรรค ที่มั่นคงและยั่งยืน. สัมภาษณ

73 พิทยา บษุ รารัตน และเบ็ญจวรรณ บวั ขวัญ. (2560). โนรา: การเปลีย่ นแปลงการปรับตวั และพลงั สรางสรรคในการดํารงอยขู องคตี นาฎยลักษณแหง ภาคใต. สารอาศรมวัฒนธรรมวลยั ลักษณ, 16(2), 41 - 64. ภมู ิ จริ ะเดชวงศ. (2565, มีนาคม 6) ผูเชีย่ วชาญประวตั ิศาสตรโ นราและพิธกรรมโนรา, โนรา : มรดก ทางวัฒนธรรม สูเศรษฐกิจสรา งสรรค ทีม่ ่นั คงและยง่ั ยืน. สัมภาษณ มติชนออนไลน. (2564, ธันวาคม 15). ยูเนสโกมมี ติข้นึ ทะเบยี นโนราเปนมรดกทางวัฒนธรรมแหง มนษุ ยชาติแลว. สืบคน จาก https://www.matichon.co.th/education/news_3088863 รน่ื ฤทยั รอดสุวรรณ. (2559). สถานภาพงานวิจยั โนราในรอบสามทศวรรษ (พ.ศ.2532-2558), น. 262-376. ใน เอกสารประกอบการประชุม รัฐ คนไท/ไทย ชายแดน และทิศทางใหมๆ ใน ไทยศกึ ษางานประชุมวชิ าการประจาํ ป 2559. มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม, เชียงใหม. เรวัต สุขสกิ าญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยสาขาวิชาการออกแบบผลิตภณั ฑ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกจิ สรางสรรค ทมี่ ัน่ คงและยั่งยืน. สมั ภาษณ สกล เกษมพันธุ. (2544). โนราโรงครู พิธกี รรมผูกสายสมั พันธค นใต. สารคดี. 16(19), 82-98. สํานกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาต.ิ (2552). รายงานประจาํ ป 2552. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาต.ิ สาํ นักงานวัฒนธรรมจงั หวัดระนอง. (2558, 30 กนั ยายน). การแสดงมโนราห. สืบคน จาก : https://www.m- culture.go.th/ranong/ewt_news.php? nid=25&filename=index อรวรรณ สันโลหะ. (2542). โนราผหู ญิง. วิทยานพิ นธศ ลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต, จฬุ าลงกรณ มหาวิทยาลัย. Howkins, John. (2001). The Creative Economy. The Penguin Press. UNCTAD.2008. Creative Economy Report 2008. Geneva: UNCTAD. ผเู ขยี น วชริ วิทย บัวขาว นักศกึ ษาปรญิ ญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาการจัดการศลิ ปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ตวงรกั รัตนพันธุ นกั ศึกษาปรญิ ญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค คณะมนุษยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช ดวงรัตน วงสสวางศิริ นักศกึ ษาปริญญาเอก หลักสูตรปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจดั การศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค คณะมนุษยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรธี รรมราช ผูช วยศาสตราจารย ดร.ฆนทั ธาตทุ อง อาจารยผ ูสอนระดับบัณฑิตศึกษา หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรางสรรค บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช

74 การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม : แรงบนั ดาลใจจาก ศิลปวฒั นธรรมโนรา Cultural Product Design : Inspired by Nora Art and Culture ตวงรกั รัตนพนั ธ0ุ1 , วชิรวทิ ย บัวขาว1 ,ดวงรตั น วงสส วา งศิร1ิ และฆนัท ธาตทุ อง12 Tuangrak Rattanapan, Washirawit Buakaw, Duangrat Wongsawangsiri and Kanut Thatthong คณะมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช Faculty of Humanities and Social Sciences Nakhon Si Thammarat Rajabhat University ผปู ระสานงานหลัก : [email protected] บทคดั ยอ บทความนี้เปน การนาํ เสนอหลักการและขัน้ ตอนการออกแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมท่ี ไดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา มีวัตถุประสงคเพื่อสะทอนมุมมองจากนักวิชาการเก่ียวกับ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีเนนวิถีอัตลักษณ อันเกิดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรม โนรา ท่ีสามารถนํามาทําใหเกิดประโยชนสรางความแตกตาง มุมมองการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม คือ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการ ความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น เปนแนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบผลิตภัณฑโดยการมีสวน รวมกับชุมชน โดยบูรณาการการออกแบบภายใตขอจํากัดของชางพ้ืนถิ่น และปฏิบัติงานรวมกันใน การสรางตนแบบ เพื่อใหเกิดผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมท่ีสอดคลองกับอัตลักษณชุมชน โดยหลักการ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใชเกณฑในการกําหนดคุณสมบัติการ ออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคป ระกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาที่ใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวก ในการใช 4) ความปลอดภัย 5) โครงสรางความแข็งแรง 6) ราคา 7) วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การ ขนสง และขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติการ ออกแบบ มีการคิด วิเคราะห และใชความคิดสรางสรรค ใน 4 ขั้นตอน คือ 1)การรวบรวมขอมูลทาง ศิลปวัฒนธรรมโนรา 2) การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปะวัฒนะธรรมโนราเพื่อจะนํามาใชในการ ออกแบบ 3) การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑท่ีสะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา และ 4) การสรางสรรค ผลิตภัณฑตนแบบ ปจจัยที่เก่ียวของการเพ่ิมคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค ทุก สังคมของมนุษยจะตองมีศิลปะกับวัฒนธรรม และศิลปะกับเศรษฐกิจ เพื่อทําใหกลุมคนรุนหลังได ทราบวามีความเจริญทางภูมิปญญา และคนรุนหลังเหลานั้นสามารถสรางสรรคตอยอดตอไปตาม ความคิดและความสามารถในยุคของตนได อุตสาหกรรมทางศิลปะเชิงวัฒนธรรมตองอาศัยความคิด สรางสรรค และทุนทางปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและบริการ (Outputs) ท้ังที่จับตองได (Tangible) และที่จับตองไมได (Intangible) โดยผลงานสรางสรรคเหลานั้น จะตองมีศักยภาพทาง 1 นักศกึ ษาปรญิ ญาเอก หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการจดั การศิลปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค PhD student Doctor of Philosophy Program Creative Arts and Culture Management Program 2 ผชู ว ยศาสตราจารย ดร. หลกั สตู รปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาวชิ าการจดั การศิลปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค Assistant Professor Dr. Doctor of Philosophy Program Creative Arts and Culture Management Program

75 การคา สามารถสรา งรายไดผานการใชประโยชนจากสินทรัพยทางวัฒนธรรม และการผลิตสินคาและ บรกิ ารทม่ี คี วามหมายเชงิ สงั คมวฒั นธรรม คําสําคัญ : การออกแบบผลิตภัณฑท างวฒั นธรรม, ศิลปวัฒนธรรมโนรา Abstract This article presents the principles and procedures of cultural product design that Inspired by Nora culture. Its purpose is to reflect views from scholars on cultural product design that emphasizes identity. inspired by Nora art and culture that can be used to make a difference. Cultural product design perspective is cultural product design. is a process Knowledge of wisdom or local arts and culture It is a guideline for applying to product design by engaging with the community by integrating design under the limitations of local technicians and work together to create prototypes to create cultural products that are consistent with community identity. Cultural product design principles must take into account the principle using criteria to determine product design features There are 9 elements which are 1) functional function 2) beauty 3) ease of use 4) safety 5) strength structure 6) price 7) material 8) production process 9) transportation and in the process of designing cultural products, criteria must be used to determine design features. There are 4 steps of thinking, analyzing and creative thinking, namely 1) collecting Nora art and culture information; 2) summarizing the concept of art and culture. Nora to be used in the design, 3) product sketch design that reflects Nora art and culture, and 4) the creation of prototype products. Factors related to adding value and value in line with creative economy Every human society must have art and culture. and art and economy to make the next generation know that there is an intellectual prosperity and those following generations can be creative and continue to develop according to their ideas and abilities in the present. The cultural arts industry requires creativity. and intellectual capital (Inputs) in the production of goods and services (Outputs), both tangible and intangible by those creative works Must have commercial potential can earn through the utilization of cultural assets and the production of goods and services that are socially and culturally meaningful. Keyword : Cultural Product Design, Nora Art and Culture

76 บทนํา ในอดีตกาลมนุษยส ามารถออกแบบประดษิ ฐเ ครือ่ งมอื เคร่ืองใชได เร่ือยมาจนถึงยุคฟนฟู ศลิ ปะวทิ ยาการ เกดิ สมาคมชา งฝม ือและการคาที่ชวยสนับสนุนพัฒนาวิชาชีพศิลปะและการออกแบบ จวบจนกระทั่งยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มีกระบวนการผลิตและออกแบบดวยวิศวกรรมควบคูกับการ ผลิตแบบงานฝมือ ถือเปนการเปรียบเทียบทางเลือกของหลักและกระบวนการงานออกแบบดาน อุตสาหกรรมกับชางฝมือข้ึน (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก, 2563: 162) มีการจางแรงงานชางฝมือที่มีทักษะในราคาสูง และมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถแขงขันใน ระดับโลกได (วิมสิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรีคําพันธุ, 2562: 128) ทําให กระบวนการศึกษาองคความรทู างศลิ ปวัฒนธรรม กบั การออกแบบถกู ถายทอด สามารถนําไปใชในเชิง วิชาการ และเชงิ วิชาชีพทั้งในประเทศ และตางประเทศ แนวโนมงานออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมยังคงเปนที่ตองการของกลุม ผูบริโภค ผลิตภัณฑท่ีสะทอนอัตลักษณอันทรงคุณคาทางประวัติศาสตร และสะทอนวัฒนธรรมตาม แนวคิดเศรษฐกิจสรางสรรคมีมากขึ้น การออกแบบผลิตภัณฑท่ีสรางมูลคาเพ่ิมบนพ้ืนฐานของ วัฒนธรรมอันเช่ือมโยงกับเทคโนโลยที เ่ี หมาะสม ทั้งการออกแบบ การผลิต การตลาด และการจัดการ บนพนื้ ฐานของความคดิ สรา งสรรค คุณภาพสินคา และบริการ (วิมลิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธิเกิด และ สุธาสินีน บุรีคําพันธุ, 2562: 128) รวมไปถึงการศึกษาตอยอดนวัตกรรมการออกแบบและพัฒนา ผลิตภณั ฑจากภูมิปญ ญา อันเปนวัฒนธรรมทองถิ่น สูผูบริโภคในปจจุบันจนเปนที่ยอมรับในตลาดโลก กระบวนการออกแบบสวนใหญมาจากการใชประสบการณ และความเชี่ยวชาญท่ีพัฒนามาจากทักษะ ชา งฝม อื แมบ างคร้งั การออกแบบไมไ ดต อบสนองความตองการของกลุมลูกคาสมัยใหมท่ีเปล่ียนแปลง ไปอยางรวดเรว็ แรงบันดาลใจทางวัฒนธรรมของประเทศไทยมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งดาน ศิลปวัฒนธรรม ความเช่ือ ประเพณี ท่ีมีอัตลักษณเฉพาะตัว และสอดคลองกับวิถีการดํารงชีวิต พื้นท่ี ภาคใตมีศิลปวัฒนธรรมอันโดดเดนมากมายหน่ึงในนั้น คือ ศิลปวัฒนธรรมโนรา ถือไดวาเปนศิลปะที่ รจู กั กันอยางกวา งขวาง และมคี วามสาํ คัญตอสังคมในพ้ืนที่ภาคใต “โนรา” เปนการแสดงที่ไดรับความนิยมและเปนที่รูจักอยางแพรหลายโดยเฉพาะอยาง ยิ่งในเขตพ้นื ทจ่ี งั หวัดสงขลา พัทลงุ และนครศรีธรรมราช ถือเปนการละเลนของชาวไทยทางภาคใตที่ มกี ารสืบทอดกันมายาวนาน (ศิรัมภา จุลนวล, 2558: 121) มีการสืบทอดกันมายาวนานท้ังการรายรํา ที่มีเอกลักษณแข็งแรงแตแฝงดวยความออนชอยงดงาม การแตงกายท่ีมีโดดเดนสีสันฉูดฉาด และ ลวดลายเฉพาะบนเครื่องประดับรวมถึงความพลิ้วไหวของชายลูกปด ซึ่งสอดคลองกับจังหวะดนตรีที่ สนกุ สนาน ดวยเหตนุ ี้ โนราจึงไดรับการยอมรับวาเปนศิลปะการแสดงอันวิจิตรงดงามท่ีควรคาแกการ เผยแพรใหประชาคมโลกไดรับรู คณะกรรมการระหวางรัฐบาลวาดวยการสงวนรักษามรดกทาง วัฒนธรรมที่จับตองไมได มีมติใหขึ้นทะเบียน “โนรา” หรือ “Nora, Dance Drama in Southern Thailand” ในบญั ชรี ายการตวั แทนมรดกวฒั นธรรมทีจ่ บั ตอ งไมไดของมนุษยชาติ ภายใตอนุสัญญาวา ดวยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมท่ีจับตองไมได ค.ศ. 2003 ขององคการการศึกษา วิทยาศาสตร และวัฒนธรรมแหงสหประชาชาติ หรอื ยูเนสโก โดยจดั ใหโนราเปนมรดกทางวัฒนธรรมท่จี ับตองไมได ขององคการยูเนสโก ลําดับท่ี 3 ของประเทศไทย (ปน บตุ รี, 2564) บทความนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อสะทอนมุมมองจากนักวิชาการเกี่ยวกับการออกแบบ ผลติ ภัณฑท างวัฒนธรรมท่ีเนนวิถีอัตลักษณ อันเกิดแรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา ที่สามารถ

77 นํามาทาํ ใหเกิดประโยชนสรา งความแตกตาง การนาํ จุดเดน เรอื่ งราวอันเปน ศลิ ปวัฒนธรรมโนราในงาน ออกแบบผลิตภัณฑท างวัฒนธรรม นอกจากจะทาํ ใหเ กดิ รูปลักษณท่ีแตกตางแลว ยังเพิ่มมิติคุณคาทาง วัฒนธรรม และความหมายใหกับผลิตภัณฑ อีกท้ังยังนําไปสูการสรางองคความรูในการใชนวัตกรรม และความคดิ สรา งสรรค รวมไปถึงพื้นฐานทางวัฒนธรรมในการสรางคุณคา สรางมูลคาเพิ่ม และความ เหมาะสมกับยุคสมัยตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค บทความนี้จะขอนําเสนอในมิติท่ีเก่ียวของกับ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม แรงบันดาลใจจากศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยจําแนกเปน 3 ประเด็น คือ 1) มุมมองการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 2) หลักการและข้ันตอนการออกแบบ ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม 3) ปจจัยท่ีเก่ียวของการเพิ่มคุณคา และมูลคาตามแนวทางเศรษฐกิจ สรางสรรค 1. มมุ มองการออกแบบผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรม การสรางองคความรูทางภูมิปญญาเพ่ืองานออกแบบ เน่ืองจากความรูทางภูมิปญญา ทองถ่ินนี้จะมีลักษณะเปนความรูที่มีอยูแลวในตัวบุคคลหรือความรูแบบฝงลึก ดังน้ัน ในการศึกษา ขอมูลทางภูมิปญญานักออกแบบควรมีการลงพื้นที่ และมีสวนรวมกับชุมชน เชน สังเกตการณวัสดุ ทองถ่ิน การปฏิบัติการของชาง การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตท่ีเก่ียวของ เพื่อความเขาใจในคุณคา ของภมู ปิ ญญาทศ่ี ึกษา (กษริ า ภวิ งศกรู , 2562) หากจะกลาวถึงการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ไดมีนักวิชาการที่มีประสบการณ หลากหลาย ไดกลาวถึงและใหความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมไวหลากหลาย โดยสรปุ ดังน้ี ปณิธาร วงศาสลุ ักษณ (2561) อางในพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแหงชาติ พ.ศ.2485 ได ใหความหมายวัฒนธรรม หมายถึง ลักษณะท่ีแสดงความเจริญงอกงาม ความเปนระเบียบ ความกลม เกลียวกาวหนาของชาติ และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน สวนความหมาย วัฒนธรรม ตาม แนวทางในการรักษาสงเสริมและพัฒนาวัฒนธรรม พ.ศ. 2529 กลาววา วัฒนธรรม คือ วิถีชีวิต เปน วิถกี ารดําเนนิ ชีวติ ของสังคม เปน แบบแผนการประพฤตปิ ฏิบัติ และการแสดงออก ซ่ึงความรูสึกนึกคิด ในสถานการณตาง ๆ ที่สมาชิกในสังคมเดียวกัน สามารถแกไขและซาบซ้ึงรวมกัน ดังน้ัน วัฒนธรรม ไทย คือ วิถีชีวิตท่ีคนไทยไดสั่งสม เลือกสรร ปรับปรุง แกไข จนถือวาเปนส่ิงดีงามเหมาะสมกับ สภาพแวดลอมและไดใชเปนเคร่ืองมือ หรือเปนแนวทางในการปองกันและแกไขปญหาสังคม และ วัฒนธรรม คือ มรดกแหงสังคม ซึ่งสังคมปรับปรุงและรักษาไวใหเจริญ งอกงาม วัฒนธรรมเกิดจาก การประพฤติปฏบิ ตั ิรวมกัน เปนแนวเดยี วกันอยางตอเนื่องของสมาชิกในสังคม สืบทอดเปนมรดกทาง สงั คมตอ กันมาจากอดตี หรืออาจเปน สิ่งประดษิ ฐคดิ คนสรา งสรรคข ึน้ ใหม หรอื อาจรับเอาส่ิงท่ีเผยแพร มาจากสังคมอ่นื ๆ ทัง้ หมดน้หี ากสมาชิกยอมรับและยึดถือเปนแบบแผนประพฤติปฏิบัติรวมกัน ก็ยอม ถือวาเปนวัฒนธรรมของสังคมน้นั กระทรวงวัฒนธรรม (2560) ใหความหมายของ ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม (Cultural Product) ไววา หมายถึง ผลิตภัณฑที่นําวัฒนธรรมที่มีอยูในทองถิ่นมาเปนแรงบันดาลใจในการ ออกแบบประยุกต พัฒนาตอยอด สรางสรรคใหเปนผลิตภัณฑวัฒนธรรมท่ีมีคุณคาทางสังคม มี ความหมาย เรื่องราว ในดานวฒั นธรรม อันเปนรากเหงาที่ไดรับการสืบสานสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ บง บอก อัตลกั ษณ และสามารถเพมิ่ มูลคาทางเศรษฐกจิ สรางเปน สินคาเชิงพาณิชย สรางรายไดใหกับ

78 ชุมชน และสรางความม่ันคงใหแกประเทศชาติ โดยแบงวัฒนธรรมออกเปน 2 กลุม คือ มรดกทาง วัฒนธรรม ไดแก โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และวัฒนธรรมแหงวิถีชีวิต และกลุมความเช่ือ และพิธีกรรม ภาษาวรรณกรรม และสุนทรียศาสตร และไดจําแนกผลิตภัณฑวัฒนธรรมไทย ออกเปน 5 กลุม ไดแก อาหาร ผาและผลิตภัณฑจากผา เครื่องประดับ ของใชและของตกแตง และ ศลิ ปะการแสดง ศลิ ปะการตอ สูและการละเลน สํานักวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี (2560) ระบุวาการสรางสรรคผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม เพ่ือนําทุนทางวัฒนธรรม มาตอยอดสรางสรรคผลิตภัณฑ โดยบูรณาการขับเคลื่อนใน ชุมชนคุณธรรม และมีความสอดคลองกับเอกลักษณและอัตลักษณของชุมชนอันจะนําไปสูการ สรางสรรคทนุ ทางวัฒนธรรมในเชิงเศรษฐกจิ ใหกับประชาชน ชมุ ชน และประเทศชาตติ อไป จากขอมูลขางตนจะเห็นไดวา หนวยงานและนักวิชาการทางวัฒนธรรม ไดให ความหมายของการออกแบบผลิตภัณฑไวในแงมุมที่แตกตางกันอยางหลากหลาย โดยหมายถึง ขั้นตอนการวางแผน การเลือกใชวัสดุ วิธีการทํางานออกแบบตามวัตถุประสงคท่ีตองการเพื่อให สอดคลองกับรูปแบบลกั ษณะ และคุณสมบัติวัสดุตามความคิดสรางสรรค นอกจากนี้ รองศาสตราจารยเรวัต สุขสิกาญจน ยังไดใหความหมายเพ่ิมเติมของการ ออกแบบผลิตภัณฑ หมายความถึง การรวบรวม หรือ การจัดองคประกอบเขาดวยกันอยางมี หลักเกณฑของรปู แบบงานท่เี ปนสองมิติ และสามมติ ิ โดยผูออกแบบจะตอ งคาํ นึงถึงคุณลักษณะสําคัญ ของการออกแบบ คือ ประโยชนใชสอย และความสวยงามท่ีถูกนํามาจัดองคประกอบ โดย กระบวนการนี้จะเปนการตอบสนองคุณประโยชนทางกายภาพ และสรางคานิยมทางความงามใหแก มนุษย (เรวัต สขุ สิกาญจน, สมั ภาษณ, 2565, มนี าคม 6) จากความหมายขางตน สอดคลองกษิรา ภิวงศกูร (2562) ไดใหนิยามความหมายของ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมไววา หมายถึง การสรางองคความรูทางภูมิปญญาเพื่องาน ออกแบบผลิตภัณฑ เนื่องจากความรูทางภูมิปญญา หรือ ศิลปวัฒนธรรมทองถ่ิน จะมีลักษณะเปน ความรูที่มีอยูแลวในตัวบุคคล หรือ เปนความรูแบบฝงลึก ดังน้ัน ในการศึกษาขอมูลทางภูมิปญญา หรือศิลปวัฒนธรรมทองถ่ินนั้น นักออกแบบควรมีการลงพื้นท่ี และมีสวนรวมกับชุมชนโดยตองฝงตัว ในระดับที่สามารถทําได เชน สังเกตการณ หรอื ศึกษาวัสดุทองถ่ิน การปฏิบัติงานของชางฝมือ ศึกษา ทักษะงานหัตถกรรม รวมไปถงึ การศึกษาความเปนมาวิถีชีวิตที่เกี่ยวของ ที่สามารถนําประยุกตใชเปน แนวความคดิ ในการสรา งสรรคองคความรู โดยอาศัยทฤษฎีอันเปนกระบวนการทางสังคม และทฤษฎี ทเ่ี กี่ยวขอ งกบั การออกแบบ โดยทาํ งานอยา งมีสว นรวมระหวางนักออกแบบ และชางพื้นถ่ิน หรือ ชาง หัตถกรรม เพื่อใหเ กดิ มาเปนผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรมอยา งบรู ณาการ กลาวโดยสรุปวา การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เปนกระบวนการ ความรูทาง ภูมิปญญา หรอื ศลิ ปวฒั นธรรมทอ งถ่นิ เปน แนวทางในการประยุกตใชกับงานออกแบบผลิตภัณฑโดย การมีสวนรวมกับชุมชน โดยบูรณาการการออกแบบภายใตขอจํากัดของชางพ้ืนถ่ิน และปฏิบัติงาน รว มกันในการสรางตน แบบ เพ่อื ใหเ กดิ ผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรมที่สอดคลองกบั อตั ลกั ษณช ุมชน

79 2. หลักการและขนั้ ตอนออกแบบผลติ ภณั ฑท างวัฒนธรรม ในการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองอาศัยหลักการ และข้ันตอน ท่ีมีความ ชัดเจน และสามารถนําไปสูการปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพ ผูเขียนรวบรวมและสังเคราะห และสรุป สาระสําคญั นาํ เสนอดังตอ ไปนี้ 2.1 หลกั การออกแบบผลติ ภัณฑทางวัฒนธรรม การออกแบบทด่ี สี ง ผลถึงผลิตภัณฑท ี่ดี โดยทีน่ กั ออกแบบตองคํานึงถึงหลักการโดย ใชเ กณฑ เพือ่ กําหนดคุณสมบัติของการออกแบบผลิตภัณฑวาควรมีองคประกอบเปนเชนไร พิจารณา แลวใชความคิดสรางสรรค เลือกทํางานตามกระบวนการ และวิธีการเพ่ือใหผลิตภัณฑมีความ เหมาะสมตามหลักการออกแบบ (ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวัฒน และจริยา แผลงนอก อางใน วชั รินทร จรงุ จิตสนุ ทร, 2564) ประกอบดว ย 2.1.1 หนาท่ีใชสอย เปนขอสําคัญท่ีสุดในหลักการออกแบบผลิตภัณฑท่ี ผูออกแบบตองคํานึงถึงในอันดับแรก เพราะผลิตภัณฑทุกชนิดตองมีหนาท่ีใชสอยถูกตองตาม วตั ถุประสงคท ตี่ งั้ ไว และสามารถตอบสนองความตองการของผใู ชไดอยางมีประสทิ ธิภาพ 2.1.2 ความสวยงาม เปนสวนที่ทําใหเกิดการตัดสินใจซื้อ เพราะประทับใจในคร้ัง แรกที่พบซึง่ เปน สวนสําคญั ทผี่ บู รโิ ภคใหความสนใจ ไมนอ ยไปกวาหนา ทีใ่ ชสอย 2.1.3 ความสะดวกในการใช กรณที ่ผี ูอ อกแบบทาํ การออกแบบผลิตภัณฑประเภท ของใช หรือเฟอรนิเจอร จาํ เปนตอ งอาศยั การศึกษาดานกายวิภาคเชิงกลท่ีเก่ยี วของกับ ขนาด สัดสวน และขีดจํากดั ทีเ่ หมาะสมของอวยั วะตาง ๆ ในรางกายของมนษุ ย 2.1.4 ความปลอดภัย ผูออกแบบผลิตภัณฑควรคํานึงถึงความปลอดภัยของผูใช เพราะสิ่งอาํ นวยความสะดวกยิง่ อํานวยประโยชนม ากเพียงใด ก็อาจจะยอมมีโทษมากเพยี งนนั้ 2.1.5 โครงสรางความแข็งแรง จะตองมีอยูภายในผลิตภัณฑอยางเหมาะสม ซ่ึง การออกแบบควรอาศัยความรูดานคุณสมบัติ วัสดุ และจํานวน หรือปริมาณโครงสราง ในกรณีท่ีตอง ใชโครงสรา งเพอ่ื การรับน้ําหนัก โดยตอ งมคี วามเขา ใจ และไมท้งิ เรอื่ งของความสวยงามทางศลิ ปะ 2.1.6 ราคา ราคาควรพอเหมาะพอสม จากการกําหนดเรื่องของกลุมผูบริโภค และการตลาดความตอ งการของลกู คาเปาหมาย วาเปน กลุมใด มคี วามตองการเปนเชนไร เพ่ือกําหนด ราคาของการผลติ และราคาขายใหเหมาะสม ท้ังตนทนุ และกําไร 2.1.7 วัสดุ มีการพิจารณาถึงกระบวนการ และวิธีการผลิต เพราะในระบบการ ผลติ แบบอตุ สาหกรรมมีวสั ดสุ งั เคราะห และกระบวนการผลิตทหี่ ลากหลาย 2.1.8 กรรมวิธีการผลิต นักออกแบบควรออกแบบใหผลิตภัณฑทุกชนิดผลิตงาย สะดวก ประหยัด ไมซับซอน หรือออกแบบใหสอดคลองกับการผลิตของกลุมผูผลิต หรือ ผูประกอบการทม่ี อี ยู 2.1.9 การขนสง ตองคํานึงถึงการประหยัดคาขนสง สะดวกในการขนยาย ระยะทาง และวิธีการ เชน ขนสงทางบก ขนสงทางน้ํา ขนสงทางอากาศ หรือ แมแตบรรจุภัณฑตอง ปกปอ งผลติ ภัณฑภายในไมใ หเกดิ ความเสียหายระหวางขนสง กลาวโดยสรุป หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ตองคํานึงถึงหลักการโดยใช เกณฑใ นการกําหนดคณุ สมบัติการออกแบบผลิตภัณฑ โดยมีองคประกอบ 9 ขอ คือ 1) หนาท่ีใชสอย 2) ความสวยงาม 3) ความสะดวกในการใช 4) ความปลอดภยั 5) โครงสรา งความแข็งแรง 6) ราคา 7)

80 วัสดุ 8) กรรมวิธีการผลิต 9) การขนสง ทั้งนี้ การออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมตองใชความคิด สรางสรรค ทํางานตามกระบวนการ เพ่ือใหผลิตภัณฑมีความเหมาะสมตามหลักการออกแบบ ซ่ึง หลักการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมขางตน สอดคลองกับแนวคิดของดีเทอร ราม (Dieter Rams) นักออกแบบอุตสาหกรรมชาวเยอรมัน ผูทํางานดานการออกแบบผลิตภัณฑภายใตแนวคิด ลัทธินิยมการใชงานไดจริง (Functionalism) ซ่ึงเปนที่รูจักในฐานะนักออกแบบท่ีปฏิวัติรูปแบบ เคร่อื งใชไ ฟฟาและเฟอรน เิ จอรท่ีผลิตในประเทศอังกฤษ โดยมีความเชื่อในหลักการออกแบบวา “การ ออกแบบท่ีนอยกวา แตดีกวา” ถือเปนลักษณะท่ี “ตัดทอนส่ิงไมจําเปน แตมีคุณภาพตอบสนองตอ ผใู ชแ บบเหนือกาลเวลา” (ฐปนัท แกว ปาน, สราวธุ อศิ รานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก, 2564) 2.2 ขั้นตอนออกแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรม การออกแบบผลิตภัณฑท างวัฒนธรรมอาจมกี ระบวนการที่แตกตา งจากการออกแบบ ผลิตภณั ฑอ ุตสาหกรรม ในชวงตน ทางของการออกแบบท่ีมุงเนนในรายละเอียดท่ีแตกตางกัน โดยการ ออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม จะมุงหาอัตลักษณ โดยการจัดการพรอมท้ังสรางสรรค ผลงาน ออกแบบท่ีดจี ะชวยปองกนั และแกป ญหา ผลกระทบทางลบท่ีจะเกิดขึ้นกับชุมชนไดอีกทางหน่ึง และ ยงั เปน การสรางผลกระทบทางบวกใหเ กิดข้ึนแกช มุ ชนได เชน ภาพลกั ษณ ชุมชน เรื่องราว คุณคาของ การสบื ทอดภมู ปิ ญญาจากอดตี ดา นแรงงานฝมอื การแกป ญหาเรื่องวัสดุในทองถ่ิน สิ่งแวดลอม ความ สามคั คใี นชมุ ชน ตลอดจนส่งิ บง ช้ีทางภูมิศาสตรท ส่ี งั เกตไดใ นตวั ผลติ ภณั ฑ (กษริ า ภวิ งศกรู , 2562) โดยทั่วไปนักออกแบบจะคํานึงถึงหลักการ โดยใชเกณฑเพื่อกําหนดคุณสมบัติของ การออกแบบผลิตภัณฑที่ดีจะตองมีองคประกอบอยางไร มีการคิด วิเคราะห และใชความคิด สรางสรรคหากกระบวนการและวิธีการออกแบบดี ยอมสงผลถึงผลิตภัณฑท่ีดี ดังนั้น การนํา ศลิ ปวัฒนธรรมโนรา มาเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม มีขั้นตอนใน การออกแบบ 4 ขัน้ ตอน ดงั ตอ ไปนี้ (เรวตั สุขสกิ าญจน, สมั ภาษณ, 2565, มนี าคม 6) 2.2.1 การรวบรวมขอมูลศิลปวัฒนธรรมโนรา การศึกษาเพื่อรวบรวมขอมูลท่ีจะ นํามาใชในการวิเคราะห เพื่อหาแนวทางในการออกแบบ นักวิจัย หรือ นักออกแบบจําเปนจะตอง ศึกษาศิลปวัฒนธรรมโนราอันเปนทุนทางวัฒนธรรม เพ่ือเปนแนวทางในการออกแบบและพัฒนา ผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม เชน การศึกษาองคประกอบของโนรา ไดแก เครื่องแตงกาย ทารํา จังหวะ ทาํ นอง รวมไปถงึ พธิ กี รรมและความเช่ือ ในกระบวนการน้ี นกั วจิ ัย หรือ นักออกแบบจําเปนอยางยิ่งท่ี จะตองลงพ้ืนที่เกบ็ ขอมลู หรอื ฝงตัวอยูใ นชุมชน เพ่ือใหไ ดข อมูลที่เก่ียวของกับศิลปวัฒนธรรมโนราให ไดม ากท่ีสุด ทั้งจากการสัมภาษณ การจดบันทึก การถายภาพ หรือ สิ่งท่ีเกี่ยวของตาง ๆ ไมวาจะเปน สถานที่แสดง สภาพแวดลอม การทํางาน อุปกรณเครื่องดนตรีท่ีใชแสดง นอกจากนี้ยังตองหาขอมูล เพม่ิ เติมจากเอกสาร และงานวจิ ยั ที่เกีย่ วขอ ง หรือ การคนควา อสิ ระทางอนิ เตอรเน็ต 2.2.2 การสรุปความคิดรวบยอดของศิลปวัฒนธรรมโนราที่จะนํามาใชในการ ออกแบบ การสรุปความคิดรวบยอด หมายถึง การรวบรวมขอมูลท่ีไดจากเอกสารและงานวิจัยที่ เก่ียวของ และการเก็บขอมูลภาคสนาม และนํามาคิดวิเคราะห สังเคราะห เพื่อใหไดแนวทางที่จะ นําไปสแู นวคิดในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม ถือเปนการสรุปผลการสังเคราะห เชิงคุณภาพ เพ่อื เปนแนวทางในการออกแบบภาพรางผลติ ภณั ฑใ นข้นั ตอไป 2.2.3 การออกแบบภาพรางผลิตภัณฑที่สะทอนศิลปวัฒนธรรมโนรา โดยท่ัวไป ผูวิจัย หรอื นักออกแบบจะตองทําการออกแบบภาพราง (Sketch design) ตามวัตถุประสงคท่ีไดวาง ไวในงานวจิ ัย หรอื ในกระบวนการออกแบบอยางนอยไมต่ํากวา 5 รูปแบบ หรืออาจมากกวาน้ัน ท้ังน้ี

81 เพอื่ ใชในการคัดเลือกแบบโดย ผูคัดเลือกอาจจะเปนบุคคลในชุมชนท่ีเกี่ยวของ หรือ เปนผูมีสวนรวม ในกระบวนการวิจยั หรอื งานออกแบบ และควรใหผเู ชย่ี วชาญดานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ ประเมินรูปแบบของผลิตภัณฑ เพื่อใหไดรูปแบบภาพรางที่สมบูรณท่ีสุดเพียงชิ้นเดียว ท่ีเปนงาน ออกแบบทีเ่ หมาะสมทจ่ี ะนาํ ไปพัฒนาสรางเปน ตนแบบผลติ ภณั ฑทางวัฒนธรรมตอไป 2.2.4 การสรางสรรคผลติ ภณั ฑต น แบบ ในข้ันตอนการสรางสรรคผลิตภัณฑตนแบบ จะทํางานภายใตการออกแบบภาพรางท่ีไดกําหนดไวในข้ันตอนแรก ผูวิจัย หรือ นักออกแบบ จะ วิเคราะหขอสรุปทั้งหมด เพ่ือนําไปสูการสรางตนแบบจริง ท้ังเร่ืองรูปแบบ โทนสี วัสดุ รวมไปถึง รปู แบบการใชงาน จากนัน้ ตอ งทําไปทดลองใชก บั กลุมตัวอยาง เพื่อใหงานออกแบบผลิตภัณฑสมบูรณ ตามท่วี ตั ถุประสงค 2.3 กรณศี ึกษางานวิจยั ดา นการออกแบบผลิตภณั ฑท างวัฒนธรรม เพ่ือใหผูอานไดมองเห็นภาพของหลักการและขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรมทีส่ ะทอนศลิ ปวัฒนธรรมโนรา (Process Design) ผูเขียนจึงไดศึกษางานวิจัยที่เก่ียวของกับ การออกแบบผลติ ภัณฑท างวฒั นธรรม และสรุปสาระสําคญั ของงานวิจยั ไว 3 เรื่อง ดงั นี้ 3.1 กรณีศึกษางานวิจัยของศิรัมภา จุลนวล (2558) ทําการศึกษาศิลปะการแสดง โนราเพ่ือการออกแบบผลิตภัณฑตกแตงภายในที่อยูอาศัย ผูวิจัยไดกําหนดแนวทางการออกแบบ ผลิตภัณฑตกแตงบานสําหรับหองรับแขกที่สะทอนถึงอัตลักษณการแสดงโนรา ผูวิจัยเล็งเห็นวา “เทริด” เปน เครื่องสวมศีรษะของโนรา ซ่งึ เปนสวนสําคัญของเคร่ืองแตงกายและเปนเอกลักษณท่ีโดด เดนของการรําโนรา มีรูปทรงที่โดดเดนวิจิตร สงางาม ศักดิ์สิทธ์ิ และนาศรัทธา ผูวิจัยไดนํามาเปน แนวคิดหลักในการออกแบบ “โคมไฟสําหรับหองรับแขก” เปนลักษณะโคมไฟหอยเพดาน เพราะ เทริดเปนของสูง ไมขัดแยงกับความเช่ือศรัทธาที่มีตอโนราลักษณะการออกแบบมีการผสมผสาน ระหวางรูปทรงสเ่ี หล่ยี มขาวหลามตัด ซ่ึงเปนเอกลักษณที่โดดเดนของชุดโนรา และความเปนสี่เหลี่ยม มุมท่ีแสดงออกถึงอารมณหนักแนน แข็งแรง และออนชอยจากลักษณะใชครุย ดังน้ัน เพื่อใหเกิดมิติ และมุมมองทางดานองคประกอบศิลปจากแสงไฟ การจัดวางโคมไฟ จึงจัดวางเปนกลุมเล็ก กลาง ใหญ เพื่อใหความรูสึกอบอุน เปนครอบครัวตามวิถีชีวิตของชาวใต ผูวิจัยเลือกวัสดุประเภท “โลหะ” ดวยเหตุผลมีความแข็งแรง คงทนถาวร สามารถขึ้นรูปดวยวิธีตาง ๆ ไดงาย ไมเส่ียงตอการแตกหัก ทนทานตอ การผกุ รอ นไดดใี นสภาพอากาศที่ใชงานทวั่ ไป ซื้อหางา ยในทองตลาด และมีความเหมาะสม กบั การพัฒนาผลติ ภัณฑทกี่ าํ ลังจะผลิต (ดงั ภาพท่ี 1.1)

82 ภาพที่ 1.1 ภาพการออกแบบโคมไฟสาํ หรับหองรบั แขก ทมี่ า : (ศริ ัมภา จลุ นวล, 2558, p130) 3.2 กรณีศึกษางานวิจัยของวิมลิน สันตจิต, อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินีน บุรี คําพันธุ (2562) ทําการศึกษาอัตลักษณทางวัฒนธรรมมโนราห เพื่อประยุกตใชในการออกแบบ เครื่องประดบั ผวู จิ ัยสรปุ การวเิ คราะหข อ มูลอัตลกั ษณท างวฒั นธรรมมโนราหโดยแบงผลวิเคราะหเปน 3 ดาน คือ 1) ดานประวัติความเปนมา เช่ือวามโนราหเกิดข้ึนในภาคใต มีการผสมผสานวัฒนธรรม จากตางประเทศ เชน อินเดีย ชวา มลายูต้ังแตสมัยอาณาจักรศรีวิชัย 2) ดานการแสดงมโนราห องคประกอบการแสดงมโนราห คือ โรงแสดง หรือ พื้นท่ีใหการแสดง ตัวแสดง เครื่องดนตรี ทารํา เร่ืองที่แสดง เคร่ืองแตงกาย ความเช่ือในพิธีกรรม และวิถีชีวิตของมโนราห 3) ดานเครื่องแตงกาย มโนราห มีเอกลักษณชัดเจนแตกตางไปจากศิลปะการแสดงอื่น โดยเฉพาะสีสัน โทนสีที่ใช คือ ขาว แดง น้ําเงิน ฟา สม เขียว เหลือง และดํา ปจจุบันเพ่ิมสีมวงข้ึนมา และลวดลายเนนไปที่รูปแบบ เรขาคณิต สามเหลย่ี ม สเ่ี หลย่ี ม ลายลกู แกว ลายขาวหลามตัด และลายดอกไม ผูวิจัยทําการออกแบบ เคร่ืองประดับจากการประยุกตใชอัตลักษณทางวัฒนธรรมโนราตามกรอบการออกแบบเครื่องประดับ มีความสวยงาม มีความคิดสรางสรรค มีเอกลักษณ ใชวัสดุที่มีราคาและเหมาะสมในการผลิต เหมาะสมกับบุคลิกการแตงตัวของผูสวมใส ซึ่งเปนผูหญิงวัยทํางาน ต้ังแตอายุ 25 - 40 ปสอดคลอง กับสมัยนิยมในปจจุบันที่เคร่ืองประดับและแฟช่ันไดรับความนิยมมากข้ึน โทนสีจะเนนสีทอง และสี เงิน มีความวาว สรางความสวยงาม ดูแข็งแรง เสริมอัญมณีประเภทพลอยสีเขม เนนพ้ืนผิวของวัสดุ เคร่ืองประดับผสมผสานกับโลหะ และประยุกตลวดลายใหมโดยผสมผสานลวดลายด้ังเดิมกับเทคนิค การทาํ เครอื่ งประดับ (ดังภาพที่ 2.1) มกี ารออกแบบบรรจุภัณฑสําหรับเครื่องประดับ โดยนําลวดลาย ลูกแกว ลายขาวหลามตัด และกลุมโทนสีของมโนราหมาอยูบนบรรจุภัณฑ ประกอบดวย บรรจุภัณฑ สรอ ยคอ บรรจุภณั ฑสรอยขอมอื บรรจภุ ณั ฑแ หวนและตางหู (ดังภาพท่ี 2.2) ทั้งน้ีมีการวิเคราะหและ ออกแบบตราสินคา โดยใชชื่อวา โนรายา (Noraya) เปนการผสมผสานคําภาษาไทย คําวา โนราและ อารยะ หมายถงึ ความเจรญิ รงุ เรอื งและวัฒนธรรมของมโนราห (ดังภาพท่ี 2.3)

83 ภาพที่ 2.1 ภาพการออกแบบเครื่องประดับ ท่มี า : (วิมลิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกิด และสุธาสินนี  บรุ ีคําพนั ธุ, 2562) ภาพท่ี 2.2 ภาพการออกแบบบรรจภุ ัณฑสําหรับเคร่อื งประดับ ทม่ี า : (วิมลนิ สนั ตจิต, อรรถพร ฤทธิเกดิ และสุธาสินนี  บุรีคาํ พันธุ, 2562) ภาพท่ี 2.3 ภาพการออกแบบตราสินคาแบรนด โนรายา หรือ Noraya ท่มี า : (วมิ ลิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธเิ กิด และสุธาสินนี  บรุ คี าํ พนั ธ,ุ 2562) 3.3 กรณีศึกษางานออกแบบตราสัญลักษณการเสวนาเรื่อง โนรามรดกทางวัฒนธรรมสู เศรษฐกิจสรา งสรรคท ่ีสมดุลและยั่งยืน ผูอ อกแบบไดก ําหนดขอบเขตและ Mood & Tone ของงานได อยางชัดเจน เริ่มตนจากการออกแบบตราสัญลักษณของกิจกรรมการเสวนาเร่ือง โนรามรดกทาง วัฒนธรรมสูเศรษฐกิจสรางสรรคท่ีสมดุลและยั่งยืน ผูออกแบบนําแรงบันดาลใจจากรูปทรงของคลุม ไหลโ นรา และทบั ทรวงโนรา ผสมผสานกับรูปทรงสามเหล่ียม สี่เหลียม และส่ีเหลียมขาวหลามตัด ใช สีไทยโทน ประกอบดวย สีนํ้าตาลไหม แสดงถึงความเกาแก สีสมอิฐ แสดงถึงศิลปะพ้ืนถิ่น สีสมแสด แสดงถึงความรวมสมัย สีเหลืองนํ้าผ้ึง แสดงถึงความงดงาม สีขาวกะบัง และสีขาว แสดงถึงความ

84 บริสุทธ์ิทําดวยหัวใจ เม่ือสีไทยโทนท้ัง 5 สี อยูรวมกัน จะสามารถแสดงถึงความเปนวัฒนธรรมรวม สมยั และสะทอ นถงึ ศิลปะพืน้ ถ่ินทส่ี มบูรณแบบ นอกจากนี้ยังมีการตอยอดตราสัญลักษณคร้ังน้ี ไปอยู บนส่ือประชาสัมพันธตาง ๆ เชน โปสเตอร โบวชัว แบนเนอรเว็บไซด ของที่ระลึก เปนตน มีการ ประยุกตตัวอักษรคาํ วา โนรา ทีเ่ ปนคาํ สาํ คญั อันเปน ตน เรื่องของงานการเสวนาในคร้ังน้ี โดยใชรูปทรง และความออนชอยของเลบ็ ซง่ึ เปน หนึง่ ในเครอ่ื งแตงกายทใี่ ชใ นการแสดงโนรา ภาพท่ี 2.4 ภาพการออกแบบตราสญั ลักษณก จิ กรรมการเสวนาฯ ทีม่ า : (ตวงรกั รัตนพันธ,ุ 2565) ภาพที่ 2.5 ภาพส่อื ประชาสมั พนั ธก ิจกรรมการเสวนาฯ ทีม่ า : (ตวงรัก รัตนพนั ธ,ุ 2565)

85 ภาพท่ี 2.6 ภาพของท่รี ะลกึ กิจกรรมการเสวนาฯ ที่มา : (ตวงรกั รตั นพันธ,ุ 2565) 3. ปจ จัยทเี่ กยี่ วขอ งกับการเพ่มิ คณุ คา และมลู คาตามแนวทางเศรษฐกิจสรางสรรค หากจะกลาวถึงปจจัยท่ีจะทําใหเกิดคุณคา และมูลคาทางเศรษฐกิจ ศิลปะ ถือเปนอีก หนึ่งปจจัยที่เกี่ยวของ ในการสรางสรรค หรือออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรมน้ัน จําเปนอยางย่ิงที่ นักออกแบบตองทาํ ความเขา ใจถึงความสัมพนั ธของงานศิลปะท่ีมีตอวัฒนธรรม และเศรษฐกจิ ศลิ ปะกับวัฒนธรรม สวนที่แสดงลักษณะประจําชาติของตนแตกตางออกไปจากชาติอื่น ความจริงแลวมนุษยแตละเผาพันธุก็อาจแยกออกกันไดทางรูปลักษณะแหงสรีระ แตในความแตกตาง นั้นเอง ก็ยังมคี วามแตกตา งแมใ นกลุมชนที่เปนเผาพันธุใกลเคียงกัน เชน ไทย ลาว มาเลเซีย หรือ จีน ญ่ีปุน เกาหลี เปนตน จึงเห็นไดวารูปรางหนาตายังไมไดบอกเชื้อชาติท่ีสมบูรณนัก แตก็อาจจะรูได ชดั เจนวา เปน เช้อื ชาตใิ ด ก็โดยการใชภาษา หรือ การแตงกาย หรือ มารยาท และสิ่งท่ีแสดงใหเห็นได อยา งชัดเจนทสี่ ดุ โดยไมม ีปญหา คือ ศลิ ปะเพราะศิลปะเปน สิ่งทีแ่ สดงวัฒนธรรม ซึ่งยังแสดงใหเห็นถึง เช้ือชาติอีกดวย การท่ีศิลปะมีบทบาทสําคัญในการแสดงออกทางวัฒนธรรมของชาติ ก็เพราะศิลปะ ไดรบั การสรรหาจากสง่ิ ทเี่ ปนประจําอยูในชาตินนั้ ๆ เชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศาสนา วัสดุ และ ทรัพยากรธรรมชาติในทองถิ่น ตลอดจนความรูความสามารถวิธีการที่ถายทอดสูกันจากคนรุนหนึ่งสู คนอกี รุนหน่งึ ศิลปะกับเศรษฐกิจ บทบาทของศิลปะและเศรษฐกิจอันพ่ึงมีตอสังคม ในบรรดาผู ประกอบอาชีพทั้งหลายอาจกลาวไดว า ไมมีอาชีพใดท่ีมีคาตอบแทนสูงไปกวาศิลปน นักแสดง นักรอง นักดนตรี หรือ นักประพันธ แมในอดีตจะมีการเปรียบเปรยวาศิลปนยากจน แตปจจุบันศิลปนไมได ยากจนเหมอื นในอดีต สามารถจะมีฐานะม่ันคงเหมือนคนท่ีประกอบอาชีพอ่ืนเหมือนกัน แสดงใหเห็น วาการมีความรูความสามารถทางศิลปะ ไมใชเปนสิ่งเหลวไหล ยังสามารถรักษาฐานะทางเศรษฐกิจ ของตนและสังคมอยไู ดอยา งม่ันคง ศิลปะและการออกแบบที่มีผลตอเศรษฐกิจท้ังสวนตัวและสวนรวม อาจเปนส่ิงเล็กนอยจนเกือบไมเห็นเปนผลจริงจัง แตในอีกประการหน่ึงนั้น งานออกแบบผลิตภัณฑ ประเภทส่งิ ของ เครื่องใช โดยท่ัวไปแลว การออกแบบถือเปนงานศิลปะอยางสมบูรณที่มีความจําเปน อยางมาก ดังนั้น นักออกแบบผลิตภัณฑจะคํานึงถึงความสวยงามและประโยชนใชสอยดวย หาก สามารถสอดแทรกความเปนวัฒนธรรมเขาไปในงานออกแบบจะชวยกระตุนใหเกิดการตัดสินใจซ้ือ จากผบู รโิ ภคมากขนึ้

86 นักวิชาการและหนวยงานทางเศรษฐศาสตร ไดใหความหมายของเศรษฐกิจสรางสรรค (Creative Economy) ไวใ นหลายมติ ิ ดังนี้ สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2565) ไดใหคํานิยามเศรษฐกิจ สรางสรรค ไววาเปนการพัฒนาเศรษฐกิจบนพ้ืนฐานของการสราง และใชองคความรู ความคิด สรางสรรค และทรัพยสินทางปญญาท่ีเชื่อมโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม การสั่งสมความรูของสังคม เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในการผลิตสนิ คาและบริการใหม เพื่อสรางมูลคาเพ่ิมทางเศรษฐกิจ หรือถา พูดใหเขาใจงาย ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค คือ การนําสินคา หรือ บริการมาเพ่ิมมูลคา โดยผานการคิด อยางสรางสรรค และนาํ เทคโนโลยี หรือ นวัตกรรมใหม ๆ รวมถึงพ้ืนฐานทางวัฒนธรรม สังคม เขามา ชวยในการสรา งสรรคผลงาน ประเทศไทยจะปรบั กลยุทธท างเศรษฐกิจ ใหสอดคลองกับสถานการณที่ เปลีย่ นแปลงไป โดยมงุ เนน ไปท่กี ารเพิ่มคุณคา สรางมูลคา และสงเสริมความสามารถใหสินคาไทยท่ีมี ศกั ยภาพในการแขง ขนั อยูแลว มาสรางสรรคใหเกิดความแตกตาง เพื่อหลีกหนีการแขงขันแบบเดิม ๆ เศรษฐกิจสรางสรรค จึงเปนอีกทางเลือกหนึ่งที่จะชวยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเนนการพัฒนา อยางสมดุล และยั่งยืน บนพ้ืนฐานความไดเปรียบของประเทศ ทั้งในดานความหลากหลายของ วฒั นธรรม และภมู ปิ ญญาดานงานศลิ ปหตั ถกรรมทีส่ ามารถนํามาตอยอดในเชิงความสรางสรรคได ซ่ึง ในปจจุบัน “เศรษฐกิจสรางสรรค” ไดถูกบรรจุเปนหนึ่งในสาขาภายใตระเบียบวาระแหงชาติ BCG Economy Model สาขาการทองเที่ยวและเศรษฐกิจสรางสรรคดวย (สํานักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกจิ และสังคมแหง ชาต,ิ 2565) เสาวรภย กุสุมา ณ อยุธยา (2553) ไดกลาวถึง ปจจัยที่กอใหเกิดเศรษฐกิจสรางสรรค ตองอาศัยหนวยงาน บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน ประกอบดวย 1) นโยบายการ บริหารจัดการ (Policy, Management) ในระดับภาครัฐ หรือหนวยงานท่ีรับผิดชอบดานความคิด สรางสรรคในประเทศ สงเสริมและพัฒนาศักยภาพและปจจัยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สรางสรรค เพื่อผลักดันใหเกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจ หนวยงานท่ีรับผิดชอบ เชน ศูนย สรางสรรคงานออกแบบ (TCDC: Thailand Creative Design Center), สํานักงานสงเสริมเศรษฐกิจ สรางสรรค (CEA: Creative Economy Agency) 2) นักวิชาการ ชางฝมือ ปราชญชาวบาน (Knowledge, Know How) เปน แหลงสะสมองคความรู และทักษะฝมือ ความสามารถเฉพาะตัว ทั้ง ในเชงิ ชาง การผลิต และการออกแบบ 3) การผลิต (Production, Create) การผลิตในทุกระดับ เชน ชางฝมือ วิสาหกิจชุมชน ผูประกอบการ SMEs ฯลฯ สามารถผลิตช้ินงานออกมาไดมีทั้งปริมาณท่ี เพยี งพอ และคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ (2560) กลาววา เศรษฐกิจ สรางสรรค คือ ระบบเศรษฐกิจท่ีนําแรงบันดาลใจ ความคิดสรางสรรค องคความรู ศิลปวัฒนธรรม และคานิยมที่สั่งสมกันมาผานรุนสูรุน มาพัฒนาตอยอดเพ่ือสรางความแตกตาง แปลกใหม และสราง มูลคาเพม่ิ ใหก ับสินคาและบรกิ าร สามารถสรางรายไดใหแกผูผลิต ผูคิด นักประดิษฐ ตลอดจนบุคคล ท่ีเก่ียวของ นําไปสูการขยายตัวทางเศรษฐกิจกอเกิดอุตสาหกรรมสรางสรรค หรือ อุตสาหกรรมเชิง วัฒนธรรม เศรษฐกิจสรางสรรค ประกอบดวยอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมเปนหัวใจสําคัญ โดย UNCTAD แบง เปน 4 ประเภท ดงั นี้ 1) มรดกทางวัฒนธรรม (Heritage or Cultural Heritage) เปนกลุมอุตสาหกรรม ประวัติศาสตร โบราณคดี วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อและสภาพสังคม แบงออกเปนกลุมการ

87 แสดงออกทางวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม เชน ศิลปะและงานฝมือ เทศกาล งานเฉลิมฉลอง และกลุมที่ตั้ง ทางวฒั นธรรม เชน โบราณสถาน พพิ ิธภณั ฑ เปน ตน 2) ศิลปะ (Arts) เปนกลุมอุตสาหกรรมสรางสรรคบนพ้ืนฐานของศิลปะและวัฒนธรรม คอื กลมุ งานศลิ ปะ เชน ภาพวาด รูปปน วตั ถุโบราณ และกลุมศิลปะการแสดง เชนการแสดงดนตรี การแสดงละคร การเชดิ หุนกระบอก เปน ตน 3) ส่ือ (Media) เปนกลุมส่ือผลิตงานสรางสรรคที่สื่อสารกับคนกลุมใหญ แบงออกเปน งานสือ่ สิ่งพมิ พประเภทตาง ๆ และงานโสตทัศน เชน ภาพยนตร โทรทศั น วิทยุ เปนตน 4) ประโยชนใชสอย (Functional Creation) เปนกลุมของสินคาและบริการที่ ตอบสนองความตองการของลกู คา แบง เปน 3 กลุม คือ กลุมการออกแบบ กลุมส่ือสมัยใหม และกลุม บรกิ ารทางความคิดสรางสรรค กลาวโดยสรุป ในทุกสังคมของมนุษยจะตองมีศิลปะกับวัฒนธรรม และ ศิลปะกับ เศรษฐกิจ เพ่ือทําใหกลุมคนรุนหลังไดทราบวามีความเจริญทางภูมิปญญา และคนรุนหลังเหลาน้ัน สามารถสรางสรรคตอยอดตอไปตามความคิดและความสามารถในยุคของตนได ศิลปะเปนสิ่งแสดง วัฒนธรรมและอารยธรรมของมนุษยและแมวาจะเปนสิ่งที่ประเมินความเจริญดวยแลวแตก็มีคานิยม ตา งกนั เพราะวัฒนธรรมน้ันเปนคา นยิ มทางสญั ลักษณร ปู แบบลักษณะและความเช่ือ อุตสาหกรรมทาง ศลิ ปะเชิงวฒั นธรรมตองอาศัยความคดิ สรางสรรค และทุนทางปญญา (Inputs) ในการผลิตสินคาและ บริการ (Outputs) ทั้งที่จับตองได (Tangible) และที่จับตองไมได (Intangible) โดยผลงาน สรางสรรคเหลาน้ัน จะตองมีศักยภาพทางการคา สามารถสรางรายไดผานการใชประโยชนจาก สนิ ทรัพยท างวฒั นธรรม และการผลิตสินคาและบรกิ ารท่ีมีความหมายเชิงสังคมวัฒนธรรม ดังนั้น การ เพิ่มมูลคาและคุณคาดานการออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม โดยใชมรดกวัฒนธรรมโนราเปนแรง บันดาลใจ หรือเปนแนวทางท่ีมาของการออกแบบ ผูวิจัย หรือ ผูออกแบบตองสามารถ นําขอมูลท่ีได คนควาหาขอมูล ทง้ั การศกึ ษาองคประกอบของโนรา ไดแก เคร่ืองแตงกาย ทารํา จังหวะทํานอง รวม ไปถึงพิธีกรรมและความเชื่อ นํามาออกแบบผลิตภัณฑทางวัฒนธรรม หรือบริการทางวัฒนธรรมได อยางสมดลุ ซ่งึ จะนาํ ไปสคู วามย่งั ยืนของผลงานอยา งแทจ ริง บรรณานกุ รม กษริ า ภิวงศก รู. (2562). ภมู ิปญญาชนเผา หมบู า นกะเหรียงรวมมติ ร สูการออกแบบผลิตภณั ฑทาง วัฒนธรรม. ดษุ ฎีนพิ นธ, หลักสตู รปรัชญาดษุ ฎีบัณฑิต สาขาวิชาทศั นศิลปแ ละการ ออกแบบ คณะศิลปกรรมศาสตร มหาวิทยาลยั บรู พา ฐปนทั แกวปาน, สราวธุ อิศรานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก. (2563). หลกั การและแนวคิดในการ ออกแบบผลติ ภัณฑ. วารสารมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร, กรกฎาคม-ธันวาคม (2)22 มหาวิทยาลัยราชภัฎสรุ นิ ทร ปน บุตรี. (2564). ยเู นสโกข้ึนทะเบยี น “โนรา” เปนมรดกภูมปิ ญญาทางวัฒนธรรม. (ออนไลน) คน จาก : https://mgronline.com/travel/detail/9640000124066 (2565, กุมภาพนั ธ, 9) เรวตั สุขสกิ าญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยสาขาวชิ าการออกแบบผลิตภัณฑ, การ พฒั นาผลิตภณั ฑทางวัฒนธรรม สมั ภาษณ

88 วิมสิน สนั ตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสุธาสินนี  บรุ คี ําพันธุ. (2562). การศกึ ษาอตั ลักษณท าง วัฒนธรรมมโนราหเพอ่ื ประยุกตใ ชใ นการออกแบบเคร่อื งประดบั . วารสารครศุ าสตร อุตสาหกรรม, พฤษภาคม-สงิ หาคม (2)18 สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกลาเจา คณุ ทหาร ลาดกระบัง ศริ มั ภา จุลนวล. (2558). การศกึ ษาศิลปะการแสดงโนรา เพ่อื การออกแบบผลิตภณั ฑตกแตง ภายในทอี่ ยอู าศัย. วารสารวชิ าการ ศิลปะและสถาปตยกรรมศาสตร, กรกฎาคม-ธันวาคม (6)2 มหาวทิ ยาลยั นเรศวร เสาวรภย กสุ มุ า ณ อยธุ ยา. (2563). Creative Economy ทางเลอื กใหม ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย. Executive Journal, (9)28. (ออนไลน) คนจาก : https%3A%2F%2Fwww.bu.ac.th%2Fknowledgecenter%2 Fexecutive_journal%2Fjan_mar_10%2Fpdf%2F23- 28.pdf&clen=1100879&chunk=true (2565, กุมภาพันธ, 9) สํานกั งานสภาพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาต.ิ (2560). Creative Economy พาเศรษฐกิจ ไทยกาวไกลสสู ากล. (ออนไลน) คนจาก : https://www.nxpo.or.th/th/9440/ (2565, กมุ ภาพนั ธ, 9) ผูเ ขยี น ตวงรกั รัตนพนั ธุ นักศกึ ษาปริญญาเอก หลกั สตู รปรัชญาดุษฎีบณั ฑติ สาขาการจัดการศิลปะและวฒั นธรรมสรางสรรค คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครศรีธรรมราช วชิรวิทย บวั ขาว นักศึกษาปริญญาเอก หลกั สูตรปรัชญาดษุ ฎบี ัณฑิต สาขาการจัดการศลิ ปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค คณะมนษุ ยศาสตรและสงั คมศาสตร มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช ดวงรตั น วงสส วา งศิริ นกั ศึกษาปรญิ ญาเอก หลักสูตรปรัชญาดุษฎบี ณั ฑติ สาขาการจดั การศลิ ปะและวฒั นธรรมสรา งสรรค คณะมนษุ ยศาสตรแ ละสังคมศาสตร มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผชู วยศาสตราจารย ดร.ฆนทั ธาตทุ อง อาจารยผสู อนระดับบณั ฑติ ศึกษา หลักสูตรปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต สาขาการจดั การศิลปะและวัฒนธรรมสรา งสรรค บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยราชภฏั นครศรธี รรมราช

89 บรรณานุกรม กรมสงเสรมิ วฒั นธรรม. (2562). มรดกวัฒนธรรมภาคใต. กรุงเทพฯ: โรงพิมพช ุมนุมสหกรณก ารเกษตรแหง ประเทศไทย. กระทรวงการตา งประเทศ. (2564). โนราไดร บั การขึน้ ทะเบยี นเปนมรดกวฒั นธรรมท่จี ับตอ งไมไดข อง องคก ารยเู นสโก. สืบคน จาก https://mfa.go.th/th/content/nora161264?cate= 5d5bcb4e15e39c306000683d กองมรกดทางวฒั นธรรม. (2563). โนรา ศิลปะการรอง รํา ทผี่ ูกพันกับชวี ติ . กรุงเทพฯ : โรงพมิ พชมุ นุม สหกรณก ารเกษตรแหงประเทศไทย กองบรหิ ารงานวจิ ัยและประกันคุณภาพการศึกษา. (2559). พมิ พเ ขียวไทยแลนด 4.0. กรงุ เทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. กัลยาณมติ ร นรรัตนพุทธิ. (2565). วฒั นธรรม คุณคาสมู ูลคา . สบื คน จาก http://article.culture.go.th/ index.php/template-features/137-2019-07-02-06-14-35 กลอยใจ หทยั ศิลป (2565, มีนาคม 6) ศลิ ปน โนราโบราณ, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรางสรรค ทม่ี นั่ คงและย่งั ยืน. สัมภาษณ กษริ า ภิวงศก ร.ู (2562). ภมู ิปญญาชนเผาหมบู านกะเหรียงรวมมติ ร สกู ารออกแบบผลิตภัณฑทาง วัฒนธรรม. ดุษฎนี พิ นธ, หลกั สตู รปรัชญาดุษฎบี ัณฑติ สาขาวิชาทศั นศลิ ปและการออกแบบ คณะ ศลิ ปกรรมศาสตร มหาวิทยาลัยบรู พา จุฑามาศ ศรรี ตั นา. (2561). เศรษฐกิจสรางสรรคกบั ไทยแลนด 4.0. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(ฉบับพิเศษ), 208-217. ฐปนัท แกวปาน, สราวุธ อิศรานุวฒั น และจรยิ า แผลงนอก. (2563). หลกั การและแนวคิดในการออกแบบ ผลติ ภัณฑ. วารสารมนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร, กรกฎาคม-ธนั วาคม (2)22 มหาวทิ ยาลัยราชภัฎ สุรนิ ทร ธรรมนิตย นคิ มรัตน. (2547). สมญานามของโนรา. วารสารสาํ นักหอสมดุ มหาวทิ ยาลัยทักษิณ, 3(1), 28 - 35. ธีรวฒั น ชา งเสน. (2538). พรานโนรา. วิทยานิพนธศิลปศาสตรมหาบณั ฑติ , จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลัย. นธิ มิ า ชูเมอื ง. (2594). การปรบั ตัวของส่ือพื้นบา นโนราในสังคมไทย. วิทยานิพนธนิเทศศาสตรมหาบณั ฑติ , จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. นพิ ัทธพร เพง็ แกว . (2555). โนราภาคใต. วัฒนธรรม, 51(2), 20-27. ปน บุตรี. (2564). ยูเนสโกข้ึนทะเบยี น “โนรา” เปน มรดกภมู ปิ ญ ญาทางวัฒนธรรม. (ออนไลน) คน จาก : https://mgronline.com/travel/detail/9640000124066 (2565, กมุ ภาพันธ, 9) พทิ ยา บษุ รารัตน. (2539). ตาํ นานโนรา : ความสัมพันธท างสงั คมและวัฒนธรรมบรเิ วณรอบลุมทะเลสาบ สงขลา. สงขลา : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ภาคใต. พิทยา บุษรารัตน. . (2565, มีนาคม 6) ผเู ชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมและศิลปะการแสดงพ้ืนบานภาคใต, โนรา : มรดกทางวัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรา งสรรค ทมี่ ัน่ คงและย่ังยนื . สมั ภาษณ พทิ ยา บษุ รารตั น และเบญ็ จวรรณ บัวขวัญ. (2560). โนรา: การเปล่ยี นแปลงการปรับตวั และพลงั สรา งสรรคใน การดาํ รงอยขู องคีตนาฎยลกั ษณแ หง ภาคใต. สารอาศรมวัฒนธรรมวลัยลกั ษณ, 16(2), 41 - 64.

90 ภมู ิ จิระเดชวงศ. (2565, มนี าคม 6) ผเู ช่ยี วชาญประวัติศาสตรโ นราและพธิ ก รรมโนรา, โนรา : มรดกทาง วฒั นธรรม สเู ศรษฐกจิ สรา งสรรค ท่มี ั่นคงและย่งั ยนื . สัมภาษณ มตชิ นออนไลน. (2564, ธนั วาคม 15). ยูเนสโกมีมติขนึ้ ทะเบยี นโนราเปน มรดกทางวัฒนธรรมแหง มนษุ ยชาติแลว. สบื คน จาก https://www.matichon.co.th/education/news_3088863 ร่ืนฤทัย รอดสุวรรณ. (2559). สถานภาพงานวจิ ัยโนราในรอบสามทศวรรษ (พ.ศ.2532-2558), น.262-376. ใน เอกสารประกอบการประชมุ รัฐ คนไท/ไทย ชายแดน และทศิ ทางใหมๆ ในไทยศกึ ษางานประชุม วิชาการประจาํ ป 2559. มหาวิทยาลยั เชียงใหม, เชยี งใหม. เรวตั สขุ สิกาญจน. (2565, มีนาคม 6) รองศาสตราจารยส าขาวิชาการออกแบบผลิตภัณฑ, โนรา : มรดกทาง วัฒนธรรม สเู ศรษฐกิจสรา งสรรค ทีม่ ั่นคงและยั่งยนื . สัมภาษณ วมิ สิน สันตจติ , อรรถพร ฤทธิเกดิ และสธุ าสินนี  บุรีคําพันธ.ุ (2562). การศกึ ษาอตั ลกั ษณท างวัฒนธรรม มโนราหเพ่อื ประยุกตใ ชในการออกแบบเครือ่ งประดบั . วารสารครุศาสตรอตุ สาหกรรม, พฤษภาคม-สงิ หาคม (2)18 สถาบนั เทคโนโลยีพระจอมเกลาเจาคุณทหารลาดกระบงั ศิรัมภา จลุ นวล. (2558). การศกึ ษาศิลปะการแสดงโนรา เพอ่ื การออกแบบผลิตภัณฑตกแตง ภายในทอี่ ยู อาศยั . วารสารวชิ าการ ศลิ ปะและสถาปตยกรรมศาสตร, กรกฎาคม-ธนั วาคม (6)2 มหาวิทยาลยั นเรศวร สกล เกษมพันธุ. (2544). โนราโรงครู พธิ ีกรรมผูกสายสัมพันธค นใต. สารคดี. 16(19), 82-98. เสาวรภย กุสมุ า ณ อยธุ ยา. (2563). Creative Economy ทางเลือกใหม ในการพฒั นาเศรษฐกจิ ไทย. Executive Journal, (9)28. (ออนไลน) คนจาก : https%3A%2F%2Fwww.bu.ac.th%2Fknowledgecenter%2 Fexecutive_journal%2Fjan_mar_10%2Fpdf%2F23-28.pdf&clen=1100879&chunk=true (2565, กุมภาพันธ, 9) สาํ นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหง ชาติ. (2560). Creative Economy พาเศรษฐกิจไทยกา ว ไกลสูสากล. (ออนไลน) คนจาก : https://www.nxpo.or.th/th/9440/ (2565, กุมภาพันธ, 9) สํานักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ. (2552). รายงานประจาํ ป 2552. กรงุ เทพฯ : คณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหงชาติ. สํานักงานวัฒนธรรมจงั หวัดระนอง. (2558, 30 กันยายน). การแสดงมโนราห. สบื คน จาก : https://www.m- culture.go.th/ranong/ewt_news.php? nid=25&filename=index อรวรรณ สันโลหะ. (2542). โนราผูหญิง. วทิ ยานพิ นธศลิ ปศาสตรมหาบัณฑิต, จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลัย. Howkins, John. (2001). The Creative Economy. The Penguin Press. UNCTAD.2008. Creative Economy Report 2008. Geneva: UNCTAD.

91 ภาคผนวก ก. หนงั สอื เชญิ วิทยากร และหนว ยงานตา ง ๆ

92