เรอื ง วสั ดอุ ุปกรณใ์ นชวี ติ ประจาํ วนั จัดทําโดย ด.ญ.พิมพ์รพัทร ปลืมใจ ชันม.2/3 เลขที 30 เสนอ คุณครูภัทราวรรณ อูทธ สิงห์ โรงเรียนโพธิไทรพิทยาคาร
คํานาํ หนังสือเล่มนีเปนส่วนหนึง ของรายวิชาออกแบบ เทคโนโลยี ว22103 โดย เนือหาภายในเล่มนี ว่าด้วย เรืองวัสดุอุปกรณ์ในชีวิต ประจาํ วัน ผู้จัดทําหวังว่าหนังสือเล่มนี จะเปนประโยชน์ต่อผู้อ่าน และหากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ทีนีด้วย
สารบญั เรอื ง หนา้ ไมธ้ รรมชาติ ไมป้ ระกอบ 3 โลหะกล่มุ เหล็ก 4 โลหะนอกกล่มุ เหล็ก 5 เทอรโ์ มพลาสติก 6 เทอรโ์ มเซตติงพลาสติก 7 ยางธรรมชาติ 8 ยางสงั เคราะห์ 9 อ้างอิง 10 11
3 ไมธ้ รรมชาติ ไมเ้ ปนวสั ดธุ รรมชาติทีมนษุ ยร์ จู้ กั นาํ มาใชน้ าน แล้ว ในสมยั โบราณเมอื ยงั ไมย้ งั มปี รมิ าณ มาก และมรี าคาถกู มนษุ ยจ์ ะนาํ ไมธ้ รรมชาติมาส รา้ งทีอยูอ่ าศัยและเครอื งใชต้ ่างๆ ต่อมาเมอื จาํ นวนประชากรเพมิ มากขนึ ก็มกี ารนาํ ไมจ้ าก ธรรมชาติมาใชป้ ระโยชนม์ ากขนึ สง่ ผลไหป้ า ไมถ้ กู ทําลายและปรมิ าณไมจ้ ากธรรมชาติลด ลงอยา่ งรวดเรว็ ทําไหไ้ มจ้ ากธรรมชาติเปนวสั ดทุ ีหายากและ ราคาแพง มนษุ ยจ์ งึ พยายามหาวสั ดอุ ืนๆ มา ใชแ้ ทนไมผ้ า่ นกรรมวธิ ผี า่ นวศิ วกรรม เชน่ แผน่ ไวนลิ กระเบอื ง แผน่ ลามเิ นต ฯลฯ เปนต้น เเต่ความนยิ มในการใชไ้ มธ้ รรมชาติก็ ยงั คงมอี ยู่ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ การนาํ มาใชท้ ํา พนื บา้ น
4 ไมป้ ระกอบ หมายถึง ผลิตภัณฑ์ทียอ่ ยเปนชนิ ไส เปนฝอยหรอื แยกเปนเสน้ ใยแล้วนาํ มา อัดรวมกันเขา้ เปนชนิ เปนเปนทังนี โดย จะมวี ตั ถเุ ชอื มประสานดว้ ยหรอื ไมก่ ็ได้ จดั เปนอุตสาหกรรมทีใชไ้ มข้ นาดเล็ก ตลอดจนเศษไมป้ ลายไมไ้ หเ้ ปน ประโยชนอ์ ยา่ งสาํ คัญ
5 โลหะกล่มุ เหล็ก เปนวสั ดทุ ีมกี ําลังรกั การรบั แรงสงู มคี วาม คงทนตลอดอายุการใชง้ านหากมกี ารบาํ รงุ รกั ษาทีดี และมรี ปู ทรงมาตราฐานทีเมน้ ยาํ ไปเปลียนแปลงง่าย จงึ ถกู นาํ มาใชง้ านใน ดา้ นต่างๆ เชน่ เครอื งมอื กสกิ รรม เครอื ง มอื ชา่ ง ใชใ้ นงานก่อสรา้ ง หรอื งาน อุตสาหกรรม เปนต้า
6 โลหะนอกกล่มุ เหล็ก โลหะนอกกล่มุ เหล็ก หมายถึง โลหะที ไมม่ เี หล็กประกอบองค์ประกอบสว่ นใหญ่ เชน่ ทองเเดง อลมู เิ นยี ม แมกสเิ นยี ม สงั กะสี ฯลฯ ในทางวสิ าหกรรมและ อุตสาหกรรม จะใชโ้ ลหะนอกกล่มุ เหล็กใน ปรมิ าณนอ้ ยกวา่ โลหะในกล่มุ เหล็ก ทังนี เรอื งเพราะราคาทีสงู กวา่ โลหะนอกกล่มุ เหล็กนนั เอง ดงั นนั จงึ มกั ใชโ้ ลหะนอก กล่มุ เหล็กในกรณที ีจาํ เปน
7 เทอรโ์ มพลาสติก เทอรโ์ มพลาสติก เปนพลาสติกทีมี จุดหลอมเหลว และมจี ุดอ่อนตัว (ต่าง จากเทอรโ์ มเซท็ พลาสติก) มโี ครงสรา้ ง แบบสายยาว หรอื แบบสาขาสามารถนาํ มาใชใ้ หมไ่ ดอ้ ีก เทอรโ์ มพลาสติกจะเกิด การอ่อนตัวและหลอมเหลวเมอื ไดร้ บั ความรอ้ น และจะเกิดการแขง็ ตัวเมอื ไดร้ เยน็ ลง พลาสติกทีแขง็ ตัวแล้วสามารถนาํ มาซาํ ไดอ้ ีก
8 เทอรโ์ มเซตติงพลาสติก เปนพลาสติกทีมสี มบตั ิพเิ ศษ คือ ทนทาน ต่อการเปลียนแปลงอุณหภมู แิ ละทน ปฏิกิรยิ าเคมไี ดด้ ี เกิดคาบและเปอนไดย้ าก คนรปู หลังการผา่ นความรอ้ น หรอื แรงดนั เพยี งครงั เดยี ว เมอื เยน็ ลงจะแขง็ มาก ทน ความรอ้ นและความดนั ไมอ่ ่อนตัวและ เปลียนรปู รา่ งไมไ่ ด้
9 ยางธรรมชาติ คือ วสั ดพุ อลิเมอร์ ทีประกอบดว้ ย ไฮโดรเจนและคารบ์ อน ยางเปนวสั ดทุ ีมี ความยดื หยุน่ สงู ยางทีมตี ้นกําเนดิ จาก ธรรมชาติ จะมาจากของเหลวของพชื บาง ชนดิ ซงึ มลี ักษณะเปนของเหลวสขี าว คล้ายนาํ นม มสี มบตั ิเปนคอลลอยด์ อนภุ าค เล็ก มตี ัวกลางเปนนาํ
10 ยางสงั เคราะห์ การผลิตยางสงั เคราะห์ เปนการผลิตโดย การทําปฏิกิรยิ าพอลิเมอรไ์ รเซซนั (Polymerizaeion) ซงึ การพอลิเมอร์ ไรเซซนั คือ การปฎิกิรยิ าการเตรยี มพอลิ เมอร์ (polymer) จากมอนอเมอร์ (monomer) โดยพอลิเมอร์ ในทีนคี ือ ยางสงั เคราะหท์ ีต้องการผลิต ในสว่ นของ มอนอเมอรค์ ือสารตังต้นในสว่ นปฏิกิรยิ า นนั เอง
11 อ้างอิง https://th.m.wikipedia.org/wiki/ %E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A D %E0%B8%A3%E0%B9%8C %E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%9 E %E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A A %E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%8 1
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: