นาวาเอยี งเสียงกุกลุกข้ึนรอ้ ง มันดาลอ่ งนา้ ไปช่างไวเหลอื ไมเ่ หน็ หน้าสานุศษิ ย์ทช่ี ดิ เชอ้ื เหมือนเนือ้ เบอ้ื บา้ เลอะดเู ซอะซะ แต่หนพู ดั จดั แจงจุดเทยี นสอ่ ง ไม่เสียของขาวเหลืองเคร่ืองอฏั ฐะ ดว้ ยเดชะตบะบญุ กับคณุ พระ ชยั ชนะมารไดด้ ังใจปอง
ถอดคาประพนั ธบ์ ทที่ ๒๗ จอดเรอื ที่ขา้ งวดั พระเมรุซงึ่ รมิ วดั มีเรือจอดเรียงอยู่ บางลามีคนร้อง เลน่ เตน้ สนกุ สนาน บางลากร็ อ้ งเพลงเกีย้ วกนั บางลาฉลองผา้ ปา่ ด้วยการขับ เสภาและมคี นตรี ะนาดเหมอื นนายเสง็ (คนเกง่ ระนาดสมยั สุนทรภู่) มีโคมแขวน อยู่เรยี งรายเหมือนอย่สู ามเพ็ง เมอ่ื คราวเคร่งในพระศาสนาก็ไม่ไดด้ ู มีเรือลา หนึง่ กลอนมันมาก รอ้ งกลอนยาวลากเล้อื ยฟังแลว้ เหน่ือยหู กลอนไมจ่ บง่าย ลดเลย้ี วเหมอื นทางงู จนลูกคบู่ อกวา่ งว่ งนอน ไดฟ้ งั การละเล่นตา่ งๆ ทขี่ า้ งวดั พอดกึ กน็ อน ประมาณสามยามกม็ โี จรขึ้นเรือ พอมเี สียงกุกกักกล็ ุกขึน้ โวยวาย โจรก็รีบดาน้าไปอย่างว่องไว มองไปไมเ่ ห็นหน้าลูกศษิ ย์ก็รู้สกึ ทาอะไรไม่ถูก แตห่ นพู ดั จดุ เทยี นสอ่ งดวู ่ามอี ะไรหายไปบ้าง แต่ไมม่ ีเลยแม้แตเ่ ครือ่ งอฐั บรขิ าร ทั้งน้ีดว้ ยอานาจบญุ และคุณพระทีค่ ้มุ ครอง ทาให้ชนะมารได้
บทกลอนที่ ๒๘ ครั้นรุ่งเช้าเปน็ วันอโุ บสถ เจริญรสธรรมาบชู าฉลอง ไปเจดยี ท์ ีช่ ือ่ ภูเขาทอง ดสู ูงลอ่ งลอยฟา้ นภาลยั อยู่กลางทงุ่ รุ่งโรจน์สนั โดษเด่น เป็นทเ่ี ล่นนาวาคงคาใส ทพ่ี น้ื ลานฐานบทั ม์ถดั บนั ได คงคาลัยลอ้ มรอบเป็นขอบคัน มีเจดยี ว์ หิ ารเปน็ ลานวัด ในจงั หวดั วงแขวงกาแพงกนั้ ที่องค์ก่อยอ่ เหลี่ยมสลบั กัน เปน็ สามช้ันเชงิ ชานตระหงา่ นงาม บนั ไดมีสด่ี ้านสาราญรื่น ตา่ งชมชนื่ ชวนกันขนึ้ ชั้นสาม
ประทกั ษณิ จนิ ตนาพยายาม ไดเ้ สร็จสามรอบคานบั อภิวันท์ มหี อ้ งถา้ สาหรบั จดุ เทยี นถวาย ด้วยพระพายพัดเวยี นอยเู่ หยี นหัน เป็นลมทกั ษิณาวรรตนา่ อศั จรรย์ แต่ทกุ วันนช้ี ราหนักหนานัก ทั้งองค์ฐานรานร้าวถึงเกา้ แฉก เผยอแยกยอดทรดุ ก็หลดุ หกั โอเ้ จดีย์ทส่ี รา้ งยังรา้ งรกั เสยี ดายนกั นึกน่านา้ ตากระเดน็ กระนหี้ รือช่อื เสยี งเกียรติยศ จะมิหมดลว่ งหน้าทนั ตาเหน็ เป็นผดู้ มี ีมากแลว้ ยากเยน็ คิดกเ็ ป็นอนิจจังเสียทง้ั น้นั
ถอดคาประพันธบ์ ทท่ี ๒๘ วนั รงุ่ ขน้ึ เปน็ วนั พระจะไดบ้ ชู าพระธรรม จงึ ไปเจดียภ์ เู ขาทองซงึ่ ดสู ูง เสยี ดฟา้ อยู่กลางทุ่งดูโดดเดน่ มนี ้าใสอยู่รอบๆ ท่ีฐาน พนื้ ท่ีฐานถดั จากบนั ได มีนา้ ไหลล้อมรอบเปน็ ขอบ มีเจดีย์ มีวหิ ารทล่ี านวดั มกี าแพงกั้นอยู่ องคเ์ จดยี ์ ย่อเหลี่ยมสลับกัน เป็นสามช้ันอย่างงดงาม บันไดมี ๔ ด้าน ชวนกันขึ้นไป ชั้น ๓ ต้ังใจเดินวนขวาครบ ๓ รอบ แล้วกราบเจดีย์ มีห้องท่เี ป็นถา้ สาหรับ จุดเทียนถวาย ตอนนั้นบังเกิดสิ่งอัศจรรย์มีลมพัดเวียนขวาราวกับจะเวียน เทยี นดว้ ย ทกุ วันนพี้ ระเจดียเ์ กา่ และทรดุ โทรมมาก ทฐ่ี านรา้ วถงึ เกา้ แฉก ที่ ยอดก็หัก องค์พระเจดีย์ก็ทรุด เป็นเพราะเจดีย์ไม่มีคนคอยดูแล นึกแล้ว เสียดายจนนา่ รอ้ งไห้ แลว้ จะเทียบอะไรกับชื่อเสยี งเกียรติยศของมนษุ ย์ กค็ ง หมดไปในไมน่ าน เหมือนกบั เป็นผดู้ แี ล้วลาบาก คิดแลว้ ทกุ อยา่ งไมเ่ ทย่ี งแท้
บทกลอนที่ ๒๙ ขอเดชะพระเจดยี ค์ รี ีมาศ บรรจธุ าตทุ ตี่ ัง้ นรังสรรค์ ขา้ อตุ ส่าห์มาเคารพอภิวนั ท์ เปน็ อนันต์อานิสงสด์ ารงกาย จะเกดิ ชาติใดใดในมนษุ ย์ ใหบ้ รสิ ทุ ธส์ มจิตที่คดิ หมาย ทัง้ ทกุ ขโ์ ศกโรคภัยอยา่ ใกลก้ ราย แสนสบายบรบิ รู ณป์ ระยูรวงศ์ ทั้งโลโภโทโสและโมหะ ใหช้ นะใจได้อย่าใหลหลง ขอฟุ้งเฟอื่ งเรืองวิชาปญั ญายง ทั้งใหท้ รงศลี ขันธ์ในสนั ดาน อีกสองหญงิ สิง่ ร้ายและชายชว่ั อยา่ เมามัวหมายรักสมคั รสมาน ขอสมหวงั ตั้งประโยชน์โพธญิ าณ ตราบนพิ พานชาตหิ นา้ ให้ถาวร
ถอดคาประพันธ์บทที่ ๒๙ ขออานาจแหง่ เจดยี ภ์ เู ขาทองซึ่งบรรจพุ ระบรมสารกิ ธาตุ ขา้ อุตสา่ ห์ มากราบในคร้ังน้ี เพ่ือเป็นอานิสงส์ให้พ้นภัยต่างๆ ถ้าจะเกิดชาติใดก็ขอให้ ตนบริสุทธท์ิ ั้งกายและใจ ทั้งความทุกข์ความโศกอย่าได้มาใกล้ สบายอย่าง สมบูรณ์ ท้ังความโลภ โกรธ หลง ขอให้ตนชนะได้ ขอให้มีสติปัญญาหลัก แหลม ให้มีศีลธรรมอยู่ในใจ ท้ังผู้หญิงร้ายและผู้ชายช่ัวก็ขอให้อย่าได้รู้จัก คบหากัน ขอใหส้ มดังหวังแม้แตช่ าติหน้าก็ขอใหเ้ ป็นดงั หวัง
บทกลอนท่ี ๓๐ พอกราบพระปะดอกปทุมชาติ พบพระธาตุสถติ ในเกสร สมถวิลยินดชี ลุ ีกร ประคองช้อนเชญิ องค์ลงนาวา กับหนูพัดมสั การสาเรจ็ แล้ว ใสข่ วดแกว้ วางไวใ้ กลเ้ กศา มานอนกรงุ รุ่งข้ึนจะบชู า ไม่ปะตาตันอกย่งิ ตกใจ แสนเสยี ดายหมายจะชมบรมธาตุ ใจจะขาดคดิ มาน้าตาไหล โอบ้ ญุ น้อยลอยลบั ครรไลไกล เสียน้าใจเจยี นจะดน้ิ ส้ินชวี นั สุดจะอยดู่ อู ืน่ ในฝนื โศก กาเริบโรครอ้ นฤทยั เฝา้ ใฝฝ่ ัน พอตรตู่ รสู่ รุ ยิ ฉ์ ายขึน้ พรายพรรณ ใหล้ อ่ งวนั หนง่ึ มาถงึ ธานี
ถอดคาประพนั ธ์บทท่ี ๓๐ พอก้มลงกราบพระพุทธรูปเงยหน้าข้ึนมาก็เห็นดอกบัวและก็เห็น พระบรมสารีริกธาตุอย่ใู นเกสรก็ดีใจมากใช้มือช้อนประคองเชญิ องค์ลงเรือ กบั หนพู ัดเมอ่ื กราบไวเ้ สรจ็ แลว้ ใส่พระบรมสารรี ิกธาตไุ วใ้ นขวดแกว้ แลว้ ก็ วางไว้ใกล้ศรี ษะเมอ่ื นอน รุ่งเชา้ จะบูชาพระบรมสารีรกิ ธาตแุ ต่พอตื่นมามอง ไม่เห็นพระบรมสารีริกธาตุก็ตกใจอย่างมาก คิดไปคิดมานา้ ตาไหล คงเป็น เพราะบญุ นอ้ ยทาให้พระธาตุลอยหายไป คดิ วา่ ไมส่ ามารถอยู่ท่ีนตี่ ่อได้เพราะ จะย่ิงเศร้าโศกและร้อนใจย่ิงข้ึน พอเช้าตร่พู ระอาทิตย์ขึ้น ก็ล่องเรือกลับถึง เมืองโดยใชเ้ วลาเดนิ ทาง ๑ วัน
บทกลอนที่ ๓๑ ประทบั ทา่ หนา้ อรณุ อารามหลวง คอ่ ยสร่างทรวงทรงศีลพระชนิ สหี ์ นิราศเรอ่ื งเมอื งเกา่ ของเรานี้ ไวเ้ ป็นท่โี สมนสั ทศั นา ด้วยไดไ้ ปเคารพพระพทุ ธรปู ทัง้ สถปู บรมธาตพุ ระศาสนา เปน็ นิสยั ไว้เหมือนเตือนศรทั ธา ตามภาษาไม่สบายพอคลายใจ ใชจ่ ะมที ี่รกั สมคั รมาด แรมนิราศรา้ งมิตรพสิ มัย ซงึ่ ครวญคร่าทาทพี ริ พี้ ไิ ร ตามนสิ ัยกาพยก์ ลอนแต่ก่อนมา เหมือนแม่ครวั คั่วแกงพะแนงผัด สารพดั เพียญชนงั เครือ่ งมังสา อันพรกิ ไทยใบผักชีเหมอื นสกี า ต้องโรยหนา้ เสียสกั หน่อยอรอ่ ยใจ
จงทราบความตามจรงิ ทกุ สิ่งส้นิ อย่านกึ นินทาแถลงแหนงไฉน นักเลงกลอนนอนเปลา่ กเ็ ศรา้ ใจ จึงรา่ ไรเรือ่ งรา้ งเลน่ บา้ งเอย
ถอดคาประพนั ธ์บทท่ี ๓๑ ถงึ หนา้ วัดอรณุ กค็ อ่ ยสรา่ งจากความเศรา้ เพราะไดก้ ราบพระพทุ ธรปู เรื่องนริ าศภูเขาทองของเรานี้ เอาไวเ้ ปน็ ท่อี า่ นเมอื่ เศรา้ จะไดม้ คี วามสุข เพราะ ไดไ้ ปกราบไว้พระพทุ ธรปู ทั้งกราบไวพ้ ระบรมสารรี กิ ธาตุ เพราะคนทีน่ บั ถอื ศาสนาพทุ ธเมอ่ื ไมส่ บายใจกจ็ ะกราบไหวพ้ ระพทุ ธรปู เพอื่ ใหส้ บายใจ ไมม่ คี นรกั ไม่มีเพ่ือน แต่ท่ีคร่าครวญพิรี้พิไร ก็เพราะเป็นธรรมเนียมการแต่งนิราศแต่ โบราณ เหมือนแมค่ รวั จะแกงพะแนงนอกจากจะใสเ่ ครือ่ งปรงุ และเนือ้ สตั ว์ แล้วยังต้องใส่พริกไทย ใบผักชี เพ่ือเพ่ิมความอร่อย น่ารับประทาน การมี เรื่องของผ้หู ญิงในนิราศก็เหมือนพรกิ ไทย ใบผกั ชี ทมี่ เี พอ่ื ใหน้ ิราศน้ีนา่ อา่ น ขอให้รบั รู้ความจรงิ ทุกๆอยา่ งว่า ทจ่ี ริงแล้วไมไ่ ดม้ ีผู้หญงิ เลย ขออยา่ ไดน้ ินทา
ใหเ้ สยี หาย เพราะคนทมี่ คี วามสามรถในเชงิ กลอนจะนั่งๆนอนๆเฉยๆก็จะนา่ เบ่ือและเศร้าใจ จึงจะตอ้ งแตง่ กลอนเพอื่ คลายเหงาและคลายความเศรา้ ใจ
แหล่งอา้ งองิ - https://kruguitarskn.blogspot.com/
Search