48 เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น 1. การตดั สนิ การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น 1.1 การตัดสินผลการเรยี น ในกำรตดั สินผลกำรเรยี นของกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ กำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์และเขียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนำผู้เรยี นนน้ั ผู้สอนตอ้ งคำนึงถงึ กำรพฒั นำผเู้ รียนแต่ละคนเปน็ หลัก และต้อง เก็บขอ้ มลู ของผเู้ รยี นทกุ ด้ำนอยำ่ งสม่ำเสมอและตอ่ เนอื่ งในแตล่ ะภำคเรียน รวมทง้ั สอนซ่อมเสรมิ ผู้เรียนให้ พัฒนำจนเตม็ ตำมศกั ยภำพ ระดบั ประถมศึกษา (1) ผูเ้ รยี นตอ้ งมีเวลำเรียนไม่น้อยกว่ำรอ้ ยละ 80 ของเวลำเรยี นทง้ั หมด (2) ผเู้ รียนต้องได้รับกำรประเมินทกุ ตวั ชี้วดั และผ่ำนตำมเกณฑท์ ี่สถำนศกึ ษำ กำหนด (3) ผเู้ รียนตอ้ งไดร้ ับกำรตดั สินผลกำรเรียนทกุ รำยวชิ ำ (4) ผู้เรยี นต้องไดร้ ับกำรประเมิน และมผี ลกำรประเมินผ่ำนตำมเกณฑ์ที่ สถำนศกึ ษำกำหนด ในกำรอำ่ น คดิ วเิ ครำะห์และเขยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นำ ผ้เู รียน ระดบั มธั ยมศึกษา (1) ตดั สินผลกำรเรยี นเป็นรำยวิชำ ผูเ้ รยี นต้องมเี วลำเรียนตลอดภำคเรียนไมน่ ้อย กว่ำรอ้ ยละ 80 ของเวลำเรยี นทั้งหมดในรำยวชิ ำน้ัน ๆ (2) ผู้เรียนต้องไดร้ ับกำรประเมนิ ทกุ ตัวชีว้ ดั และผำ่ นตำมเกณฑ์ท่สี ถำนศึกษำ กำหนด (3) ผู้เรียนตอ้ งไดร้ ับกำรตดั สินผลกำรเรยี นทุกรำยวิชำ (4) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับกำรประเมิน และมีผลกำรประเมินผ่ำนตำมเกณฑ์ที่ สถำนศกึ ษำกำหนด ในกำรอ่ำน คดิ วิเครำะหแ์ ละเขยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นำ ผเู้ รยี น กำรพจิ ำรณำเลือ่ นช้ันทง้ั ระดบั ประถมศึกษำและมัธยมศกึ ษำ ถ้ำผเู้ รยี นมีข้อบกพรอ่ งเพยี งเล็กนอ้ ย และสถำนศึกษำพจิ ำรณำเห็นวำ่ สำมำรถพัฒนำและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยูใ่ นดลุ พนิ ิจของสถำนศกึ ษำที่จะ ผ่อนผนั ใหเ้ ล่ือนช้ันได้ แตห่ ำกผู้เรียนไมผ่ ำ่ นรำยวิชำจำนวนมำก และมแี นวโนม้ วำ่ จะเป็นปญั หำต่อกำรเรยี น ในระดบั ช้นั ทส่ี ูงข้ึน สถำนศึกษำอำจตง้ั คณะกรรมกำรพจิ ำรณำใหเ้ รียนซำ้ ช้นั ได้ ท้งั นใี้ หค้ ำนึงถึงวฒุ ิภำวะ และควำมรคู้ วำมสำมำรถของผู้เรียนเป็นสำคัญ แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณกื ารแพรร่ ะบาด ของโรคติดตอ่ เชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรยี นบา้ นยะพอ
49 เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรยี น 1. การตดั สนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน 1.2 การใหร้ ะดับผลการเรยี น ระดับประถมศกึ ษา ในกำรตดั สนิ เพ่อื ใหร้ ะดบั ผลกำรเรยี นรำยวิชำ สถำนศกึ ษำสำมำรถให้ ระดบั ผลกำรเรยี นหรอื ระดับคณุ ภำพกำรปฏิบตั ขิ องผ้เู รียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบร้อย ละ และระบบที่ใชค้ ำสำคญั สะท้อนมำตรฐำน กำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วิเครำะหแ์ ละเขียน และ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์นัน้ ใหร้ ะดับผล กำรประเมินเปน็ ดีเยี่ยม ดี และผ่ำน กำรประเมนิ กจิ กรรม พฒั นำผู้เรยี น จะต้องพิจำรณำท้งั เวลำกำรเขำ้ รว่ มกจิ กรรม กำรปฏิบตั ิกจิ กรรมและผลงำนของผ้เู รียน ตำม เกณฑท์ ี่สถำนศึกษำกำหนด และให้ผลกำรเข้ำร่วมกจิ กรรมเปน็ ผ่ำน และไม่ผำ่ น ระดบั มัธยมศึกษา ในกำรตดั สนิ เพ่ือให้ระดับผลกำรเรียนรำยวิชำ ให้ใชต้ ัวเลขแสดงระดบั ผลกำร เรียนเป็น 8 ระดับกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวเิ ครำะห์และเขยี น และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคน์ นั้ ให้ระดับ ผลกำรประเมนิ เป็น ดเี ย่ยี ม ดี และผำ่ นกำรประเมินกิจกรรมพฒั นำผ้เู รียน จะตอ้ งพจิ ำรณำท้ังเวลำกำร เขำ้ ร่วมกิจกรรม กำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและผลงำนของผเู้ รยี น ตำมเกณฑท์ ส่ี ถำนศึกษำกำหนด และใหผ้ ลกำร เขำ้ ร่วมกิจกรรมเป็นผำ่ น และไมผ่ ่ำน 1.3 การรายงานผลการเรยี น กำรรำยงำนผลกำรเรียนเปน็ กำรสอ่ื สำรให้ผปู้ กครองและผ้เู รยี นทรำบควำมก้ำวหนำ้ ในกำร เรียนรู้ของผเู้ รียน ซง่ึ สถำนศกึ ษำตอ้ งสรุปผลกำรประเมนิ และจดั ทำเอกสำรรำยงำนให้ผ้ปู กครองทรำบเปน็ ระยะ ๆ หรอื อยำ่ งน้อยภำคเรียนละ 1 คร้งั กำรรำยงำนผลกำรเรยี นสำมำรถรำยงำนเปน็ ระดับคณุ ภำพกำร ปฏิบัติของผู้เรียนทสี่ ะทอ้ นมำตรฐำนกำรเรียนรู้กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ แนวทางการจดั การเรียนการสอนในสถานการณกื ารแพรร่ ะบาด ของโรคติดต่อเชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรียนบา้ นยะพอ
50 เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรยี น 2. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา หลกั สูตรสถำนศกึ ษำโรงเรยี นบำ้ นยะพอ พุทธศักรำช 2560 ฉบับปรบั ปรงุ 2563 กำหนดเกณฑ์ กลำงสำหรับกำรจบกำรศึกษำเป็น ๓ระดบั คือ ระดบั ประถมศึกษำ ระดับมธั ยมศึกษำตอนต้น และระดบั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย 2.1 เกณฑก์ ารจบระดับประถมศึกษา (1) ผู้เรยี นเรยี นรำยวชิ ำพื้นฐำน และรำยวชิ ำ/กจิ กรรมเพมิ่ เติมตำมโครงสร้ำงเวลำเรียน ทห่ี ลกั สตู รแกนกลำงกำรศกึ ษำข้ันพนื้ ฐำนกำหนด (2) ผ้เู รยี นต้องมผี ลกำรประเมินรำยวชิ ำพื้นฐำน ผ่ำนเกณฑก์ ำรประเมนิ ตำมที่สถำนศึกษำ กำหนด (3) ผ้เู รียนมีผลกำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วิเครำะห์ และเขียนในระดบั ผำ่ นเกณฑ์ กำรประเมินตำมที่สถำนศึกษำกำหนด (4) ผูเ้ รียนมผี ลกำรประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ในระดับผำ่ นเกณฑ์กำรประเมิน ตำมทีส่ ถำนศกึ ษำกำหนด (5) ผู้เรียนเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผเู้ รยี นและมผี ลกำรประเมินผ่ำนเกณฑก์ ำรประเมิน ตำมท่ีสถำนศกึ ษำกำหนด 2.2 เกณฑ์การจบระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้ (1) ผเู้ รียนเรยี นรำยวชิ ำพ้นื ฐำนและเพ่มิ เติมไม่เกนิ 81 หน่วยกติ โดยเป็นรำยวิชำพนื้ ฐำน ๖๓ หน่วยกติ และรำยวชิ ำเพ่ิมเติมตำมทส่ี ถำนศกึ ษำกำหนด (2) ผูเ้ รยี นตอ้ งได้หนว่ ยกิตตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกว่ำ 77 หน่วยกิต โดยเปน็ รำยวชิ ำ พ้นื ฐำน ๖๓ หน่วยกติ และรำยวิชำเพ่ิมเตมิ ไม่นอ้ ยกวำ่ 14 หนว่ ยกิต (3) ผเู้ รยี นมผี ลกำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วิเครำะหแ์ ละเขียน ในระดับผำ่ น เกณฑ์ กำรประเมินตำมที่สถำนศึกษำกำหนด (4) ผเู้ รยี นมผี ลกำรประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผำ่ นเกณฑ์กำรประเมนิ ตำมที่สถำนศึกษำกำหนด (5) ผู้เรยี นเขำ้ รว่ มกจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี นและมผี ลกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์กำรประเมนิ ตำมที่ สถำนศกึ ษำกำหนด แนวทางการจดั การเรียนการสอนในสถานการณกื ารแพรร่ ะบาด ของโรคติดตอ่ เชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรยี นบา้ นยะพอ
51 เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลการเรยี น เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำ เปน็ เอกสำรสำคญั ทีบ่ นั ทึกผลกำรเรียน ขอ้ มูลและสำรสนเทศ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั พัฒนำกำรของผเู้ รยี นในด้ำนต่ำง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด 1.1 ระเบยี นแสดงผลกำรเรียน เป็นเอกสำรแสดงผลกำรเรยี นและรับรองผลกำรเรยี นของ ผเู้ รียนตำมรำยวิชำ ผลกำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วเิ ครำะห์และเขยี น ผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของสถำนศกึ ษำ และผลกำรประเมนิ กิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น สถำนศึกษำจะตอ้ งบันทกึ ขอ้ มลู และ ออกเอกสำรนใ้ี ห้ผ้เู รยี นเป็นรำยบุคคล เมื่อผ้เู รยี นจบกำรศึกษำระดับประถมศึกษำ (ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6) จบกำรศึกษำภำคบังคบั (ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี 3) ลำออกจำกโรงเรยี นบ้ำนยะพอในทกุ กรณี 1.2 ประกำศนียบัตร เป็นเอกสำรแสดงวุฒกิ ำรศึกษำเพือ่ รบั รองศกั ดแิ์ ละสทิ ธ์ิของผ้จู บ กำรศึกษำ ทโ่ี รงเรียนบำ้ นยะพอใหไ้ วแ้ ก่ผู้จบกำรศกึ ษำภำคบังคบั และผจู้ บกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำนตำม หลกั สูตรแกนกลำงกำรศกึ ษำขัน้ พน้ื ฐำน 1.3 แบบรำยงำนผู้สำเรจ็ กำรศกึ ษำ เปน็ เอกสำรอนุมตั กิ ำรจบหลักสตู รโดยบันทึกรำยช่ือและ ขอ้ มูลของผูจ้ บกำรศึกษำระดับประถมศกึ ษำ (ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 6) ผจู้ บกำรศึกษำภำคบงั คบั (ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3) 2. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษากาหนด เปน็ เอกสำรทสี่ ถำนศกึ ษำจดั ทำข้นึ เพอ่ื บันทึกพฒั นำกำร ผลกำรเรยี นรู้ และข้อมูลสำคญั เก่ียวกบั ผ้เู รยี น เช่น แบบรำยงำนประจำตัวนกั เรยี น แบบบนั ทกึ ผลกำรเรยี นประจำรำยวิชำ ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลกำรเรียน และ เอกสำรอ่ืน ๆ ตำมวตั ถปุ ระสงค์ของกำรนำเอกสำรไปใช้ รวมถงึ แบบบนั ทึก กำรมอบหมำยงำนนักเรียน กรณีท่ีนักเรียนรบั ใบงำนและเอกสำรในรำยวชิ ำที่ไม่ปรำกฎใหเ้ รยี นท่โี รงเรียน เพื่อไปศกึ ษำท่ีบ้ำน แนวทางการจดั การเรียนการสอนในสถานการณืการแพรร่ ะบาด ของโรคติดตอ่ เชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรยี นบา้ นยะพอ
52 เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรยี น เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา เอกสำรหลกั ฐำนกำรศกึ ษำ เปน็ เอกสำรสำคญั ทีบ่ นั ทึกผลกำรเรียน ขอ้ มูลและสำรสนเทศ ทเ่ี กี่ยวข้องกบั พัฒนำกำรของผเู้ รยี นในดำ้ นตำ่ ง ๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี 1. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาท่ีกระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด 1.1 ระเบียนแสดงผลกำรเรียน เป็นเอกสำรแสดงผลกำรเรยี นและรับรองผลกำรเรยี นของ ผเู้ รียนตำมรำยวิชำ ผลกำรประเมนิ กำรอำ่ น คดิ วเิ ครำะห์และเขยี น ผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ของสถำนศกึ ษำ และผลกำรประเมนิ กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น สถำนศึกษำจะตอ้ งบันทกึ ขอ้ มลู และ ออกเอกสำรนใ้ี ห้ผ้เู รยี นเปน็ รำยบุคคล เมื่อผ้เู รยี นจบกำรศึกษำระดับประถมศึกษำ (ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6) จบกำรศึกษำภำคบังคบั (ชน้ั มัธยมศึกษำปีท่ี 3) ลำออกจำกโรงเรยี นบ้ำนยะพอในทกุ กรณี 1.2 ประกำศนยี บัตร เป็นเอกสำรแสดงวุฒกิ ำรศึกษำเพือ่ รบั รองศกั ดแิ์ ละสทิ ธ์ิของผ้จู บ กำรศึกษำ ทีโ่ รงเรียนบำ้ นยะพอใหไ้ วแ้ ก่ผู้จบกำรศกึ ษำภำคบังคบั และผจู้ บกำรศึกษำขัน้ พน้ื ฐำนตำม หลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำน 1.3 แบบรำยงำนผู้สำเรจ็ กำรศกึ ษำ เปน็ เอกสำรอนุมตั กิ ำรจบหลักสตู รโดยบันทึกรำยช่ือและ ขอ้ มูลของผู้จบกำรศึกษำระดับประถมศกึ ษำ (ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 6) ผจู้ บกำรศึกษำภำคบงั คบั (ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 3) 2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทสี่ ถานศกึ ษากาหนด เป็นเอกสำรทส่ี ถำนศกึ ษำจดั ทำข้นึ เพอ่ื บันทึกพฒั นำกำร ผลกำรเรยี นรู้ และข้อมูลสำคญั เก่ียวกบั ผ้เู รยี น เช่น แบบรำยงำนประจำตัวนกั เรยี น แบบบนั ทกึ ผลกำรเรยี นประจำรำยวิชำ ระเบยี นสะสม ใบรบั รองผลกำรเรียน และ เอกสำรอ่ืน ๆ ตำมวตั ถปุ ระสงค์ของกำรนำเอกสำรไปใช้ รวมถงึ แบบบนั ทึก กำรมอบหมำยงำนนักเรียน กรณีท่ีนักเรียนรบั ใบงำนและเอกสำรในรำยวชิ ำที่ไม่ปรำกฎใหเ้ รยี นท่โี รงเรียน เพื่อไปศกึ ษำท่ีบ้ำน แนวทางการจดั การเรียนการสอนในสถานการณืการแพรร่ ะบาด ของโรคติดตอ่ เชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรยี นบา้ นยะพอ
53 บทบาทในการสอนของครู สอนนักเรียนตามปกติ ตามตารางสอนทโี่ รงเรยี นบ้านยะพอกาหนด ครูผสู้ อนในรายวิชาท่ีทางโรงเรยี นกาหนดให้เรียนท่บี ้านออกแบบใบงานหรือใบความรู้ เพ่อื ให้นกั เรยี นได้เรียนร้ทู บ่ี ้าน รวมถงึ ประสานกบั นกั เรยี นและผปู้ กครองเพอื่ ตดิ ตาม การเรยี นในรูปแบบที่โรงเรยี นบ้านยะพอกาหนด หมายเหตุ : กรณวี ันเปิดเรยี นครูท่วี า่ งจากการจดั การเรยี นการสอนรว่ มกบั ครเู วรในการคดั กรองนักเรยี น ตามมาตรการความปลอดภยั และป้องกนั การแพรร่ ะบาดของเชอ้ื ไว้รสั โคโรนา (Covid-19) แนวทางการจดั การเรียนการสอนในสถานการณืการแพรร่ ะบาด ของโรคติดต่อเชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรียนบา้ นยะพอ
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในสถานการณกื ารแพรร่ ะบาด ของโรคติดตอ่ เชอื้ ไวรสั โคโรนา่ 2019 โรงเรยี นบา้ นยะพอ
Search