Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือ ม.ปลาย สมบูรณ์

คู่มือ ม.ปลาย สมบูรณ์

Description: คู่มือ ม.ปลาย สมบูรณ์

Search

Read the Text Version

97 6. ปจ จยั ท่ีทําใหก ารพัฒนาอาชีพประสบความสําเร็จคือขอใด ก. การรวบรวมขอ มลู สารสนเทศ ข. การวิเคราะหอ าชพี ท่เี กยี่ วขอ ง ค. การกําหนดกจิ กรรมพฒั นาอาชีพ ง. การศึกษาความตองการของลูกคา 7. การวเิ คราะหป จ จยั ดา นการผลิต ตอ งวิเคราะหในเร่ืองใด ก. รูปแบบ ข. ภาวะผูนาํ ค. แหลงเงินทนุ ง. ตนทุนการผลติ 8. การวิจยั ตลาดเปน การคนควาขอ มลู เก่ียวกับขอใด ก. สนิ คา ข. บริการ ค. ลูกคา ง. คแู ขง 9. ขอ มูลท่ีไดจากการศกึ ษาพฤติกรรมของผูบรโิ ภคนําไปใชในขอใด ก. สํารวจตลาด ข. แบง สวนการตลาด ค. กําหนดขนาดตลาด ง. วางแผนทางการตลาด 10. การพฒั นาอาชพี มปี ระโยชนต อชุมชนอยางไร ก. ลดตนทุนการขนสง ข. ทาํ ใหค รอบครัวอบอนุ ค. มีการประชาสัมพนั ธอ ยางตอ เน่อื ง ง. ขยายตลาดกวา งขวางข้นึ ทาํ ใหธ ุรกจิ ชมุ ชนเจรญิ เตบิ โต 11. การวิเคราะหสภาพปญ หาในการประกอบอาชีพควรเริม่ จากขอ ใด ก. อะไรคอื ปญหา ข. สาเหตขุ องปญหา ค. เกดิ ปญหาข้ึนที่ไหน ง. เกิดปญ หาขึน้ เมอื่ ไร

98 12. วสิ าหกจิ ชุมชนมพี ้นื ฐานมาจากขอใด ก. แผนชมุ ชน ข. เกษตรทฤษฎีใหม ค. แผนการศึกษาแหงชาติ ง. แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ 13. การทาํ แผนปฏิบัติการทางอาชพี ขอใดคอื องคประกอบรว มท่ีถกู ตอ ง ก. การปฏิบัติงานพรอมปจจัยเขา ข. เหตุการณห รอื ขนั้ ตอนการทาํ งาน ค. การกําหนดแรงงานในแตล ะเหตุการณ ง. ระยะเวลาทไ่ี มส ามารถกาํ หนดเหตกุ ารณ 14. รูปแบบการขยายอาชพี มตี วั แปรรว มตามขอ ใด ก. แรงงาน ข. สภาพแวดลอ ม ค. การบริหารจัดการ ง. ปจ จัยนาํ เขา การผลิต 15. ขอใด ไมใช เหตุผลของการขยายขอบขายอาชพี ก. สภาพแวดลอมทางสังคม ข. สภาพแวดลอ มภูมปิ ระเทศ ค. สภาพแวดลอ มทางเศรษฐกจิ ง. สภาพแวดลอ มทางวัฒนธรรม 16. ขอใดตอไปนเ้ี ปน กิจกรรมทีเ่ จา ของธรุ กจิ ตองทํา ก. กาํ หนดขอบเขต และเปาหมาย ข. กาํ หนดวสิ ยั ทัศน และเปาหมาย ค. กาํ หนดขอบเขต และระยะเวลาดําเนินงาน ง. กําหนดวิสัยทศั น และจัดทาํ แผนพฒั นาอาชพี 17. ขอใด ไมใช ศักยภาพในการขยายอาชพี ทผ่ี ปู ระกอบการควรวิเคราะห ก. ทรัพยากรธรรมชาตใิ นแตละพน้ื ที่ ข. ภาษาทใี่ ชใ นการสื่อสารของแตละพ้นื ที่ ค. ภูมปิ ระเทศและทาํ เลทตี่ งั้ ของแตละพ้ืนที่ ง. ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวถิ ีชวี ิตของแตละพ้นื ท่ี

99 18. การตัดสนิ ใจในธรุ กจิ เปน บทบาทหนาท่ขี องผูใด ก. ผูจ ัดการธรุ กิจ ข. ผรู วมกจิ การ ค. เจา ของธุรกิจ ง. พนกั งานธุรกิจ 19. ผปู ระกอบอาชีพจาํ เปนตองคํานึงถงึ ผลกระทบทเี่ กดิ จากการใชทรัพยากรในขอ ใด ก. เลือกใชพ ลงั งานท่ีหายากและใชแ ลว หมดสิ้นไป ข. ไมนาํ วัสดทุ ช่ี ํารดุ นํามาใชใหมอ กี คร้งั ค. เลือกใชเ ครอ่ื งมอื และอุปกรณท ม่ี รี าคาถกู ง. ใชพลงั งานอยางประหยดั และคุมคา 20. ขอ ใดกลา วถึงตวั แปรรว มของรปู แบบการขยายอาชพี ไดอ ยางถกู ตอ ง ก. กระบวนการผลติ : ขยายชอ งทางการตลาด ข. แผนการตลาด : การใชเ ทคโนโลยที ีท่ นั สมัยในการผลิต ค. ผลผลติ : การผลิตสนิ คาไดต รงตามความตองการของตลาด ง. ปจ จัยนําเขา การผลติ : การผลิตสินคา ไดรูปลักษณท่ีสวยงาม

รายวิชาทักษะการขยายอาชพี รหสั วิชา อช31002 จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. นักศึกษาสามารถอธิบายทักษะท่ีเก่ียวของในกระบวนการผลิตและการตลาดท่ีใชนวัตกรรม เทคโนโลยใี นการขยายอาชีพทตี่ ัดสินใจเลอื กได 2. นักศึกษาสามารถตรวจสอบระบบความพรอ มในการขยายอาชีพใหม ีความมั่นคงได 3. นักศกึ ษาสามารถปฏิบัตกิ ารวเิ คราะหต นเองและพัฒนาทักษะการขยายอาชีพใหเปน ลกั ษณะนิสยั ได 4. นกั ศึกษาสามารถอธิบายความหมาย ความสาํ คญั ของการจดั การอาชีพ เพื่อการขยายอาชพี ได 5. นักศึกษาสามารถดําเนินการจัดทําและหรือปรับปรุงแผนธุรกิจดานการจัดการการผลิตหรือ การบริการและดา นการจดั การการตลาดตามแนวคดิ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได 6. นกั ศกึ ษาสามารถตรวจสอบระบบธรุ กิจเพ่ือการขยายอาชีพได 7. นกั ศึกษาสามารถปฏิบัติการจดั ทาํ แผนและโครงการขยายอาชีพได ขอบเขตเนอื้ หา มีความรู ความเขาใจทกั ษะในอาชีพ เพอื่ สรางความมั่นคงบนพ้นื ฐานความรู ในกระบวนการผลิตกระบวนการตลาดที่ใชนวัตกรรมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีความ หลากหลายทางชวี ภาพ พัฒนาตอ ยอดและประยุกตใ ชภูมิปญ ญา บทที่ 1 ทกั ษะในการขยายอาชีพ แหลงเรียนรูและสถานที่ฝกทักษะในการขยายอาชีพ การถายทอดภูมิปญญาจากเจาของ องคความรูไปสูบุคคลท่ีรับการถายทอด สวนใหญจะใหความสําคัญกับเทคนิค ขั้นตอน วิธีการของ การทํางานหรือการแกปญหาการตอยอดภูมิปญญายกระดับความรูใหสูงขึ้น เปนกระบวนการขั้นตอน การวิเคราะหภูมิปญญาทองถิ่น เพ่ือใหมีความรูเกิดความกระจางในองคความรูของภูมิปญญานําไป สูการวิเคราะห ระบุทฤษฎีแนวคิดยคุ ใหมใชยกระดับความรูใหสงู ข้ึน การสรางความหลากหลายในอาชีพ เปนภูมปิ ญญาเพอ่ื ใชสรางภูมคิ ุม กันใหก ับการดาํ รงชวี ติ ตามหลักทฤษฎใี หมข องในหลวงรชั กาลท่ี 9 บทที่ 2 การทาํ แผนธุรกจิ เพื่อการขยายอาชีพ แผนธุรกิจ คือแผนงานทางธุรกิจทแ่ี สดงกิจกรรมตาง ๆ ท่ีตอ งปฏิบัติในการลงทุนประกอบการ โดยมีจุดเริ่มตนวาจะผลิตสินคาและบริการอะไร มีกระบวนการปฏิบัติอยางไรและผลจากการปฏิบัติ ออกมาไดมากนอยแคไหน ใชงบประมาณและกําลังคนเทาไร เพอ่ื ใหเปนสินคาและบริการแกล ูกคา และ จะบริหารธุรกิจอยางไรธรุ กิจจึงจะอยรู อด

101 การวิเคราะหช ุมชน หมายถึง การนําขอ มูลท่ัวไปของชุมชนที่เราอาศยั อาจจะเปน หมูบาน ตําบล หรือ อําเภอ มาพิจารณาโดยจําแนกขอมูลตาง ๆ เพ่ือใหทราบถึงประเด็นปญหา ความตองการที่แทจริง ของชมุ ชน เพอ่ื จะนาํ มากําหนดแนวทางการขยายอาชพี ใหตอบสนองตรงกบั ความตอ งการของคนในชุมชน บทที่ 3 การจัดการความเส่ียง สภาวะท่ีจะทําใหเกิดความเสยี หาย หมายถงึ สภาพเงือ่ นไขท่ีเปนสาเหตทุ าํ ใหเกิดความเสยี หาย เพ่มิ สูงข้นึ โดยสภาวะตา งๆ ท้ังทางดานกายภาพและจติ สํานกึ องคประกอบการจัดการความเส่ียง มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรง อันตรายของภัยท่ีตอง ประสบมาตรการท่ปี องกันผรู ับภยั มิใหตองประสบภัยโดยตรง มาตรการลดความรนุ แรงของสถานการณ ฉุกเฉนิ มาตรการกภู ยั และมาตรการกลับคืนสภาพ การวิเคราะหป จจัยความเสีย่ งทางธุรกจิ จะใชธ ุรกิจเราเปน ตวั ตัง้ แลวมองสิ่งแวดลอมรอบธรุ กิจ และตัวธุรกิจเองวามีอะไรบา งเปนจุดสําคัญ ประโยชนของการวิเคราะหปจจัยความเส่ียง ประกอบดวย ความสามารถสรางเสริมความเขาใจการดําเนินการของธุรกิจและจัดทําแผนธุรกิจท่ีใกลเคียงกับ ความ เปนจริงมากขึ้นในเรื่องการประมาณการคาใชจายและระยะเวลาดําเนินการในการเพ่ิมพูน ความเขาใจความเส่ียงในธุรกิจมากขึ้น ซึ่งมีอิสระในการพิจารณาความเสี่ยงของธุรกจิ และทําใหยอมรับ ความเสี่ยงไดมากขึน้ บทที่ 4 การจัดการผลิตหรอื บรกิ าร การใชนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เปนการพัฒนาความสามารถในการผลิต ผลิตภัณฑ ของมนษุ ย ชวยในการแกป ญ หาและสนองความตองการของมนษุ ยอยางสรา งสรรค นวัตกรรม หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือส่ิงประดิษฐใหม ที่ยังไมเคยมีใชมากอนหรือ เปน การพฒั นาดัดแปลงมาจากของเดิมทมี่ อี ยูแลว กระบวนการเทคโนโลยีในการผลิต เปนกระบวนการท่ีเก่ียวกับการแกปญหา โดยการใช ความคิดริเร่มิ สรา งสรรคแ ละรอบคอบ บทที่ 5 การจดั การการตลาด การจัดการการตลาด การดําเนินกิจกรรมตางๆ ดานธุรกิจ ซ่ึงจะตองมีการวางแผนการผลิต การโฆษณาการประชาสัมพันธ การวิจัยการตลาด การสงเสริมการขาย การทําฐานขอมูลลูกคา การกระจายสินคา การกําหนดราคา การจัดจําหนาย ตลอดจนการดําเนินการทุกอยางเพื่อสนอง ความตองการ และบรกิ ารใหแ กผ ซู ้อื หรือผบู ริโภคพอใจ การนําแผนไปปฏิบัติและการควบคุม เปนกระบวนการท่ีผูทําการตลาด ตองดําเนินงานตาม แผนการตลาดทีว่ างไว ดว ยความมัน่ ใจวา สามารถบรรลุวตั ถุประสงคไ ด

102 บทท่ี 6 บญั ชีธรุ กจิ บัญชีธุรกิจ ระบบประมวลขอมูลทางการเงิน การจดบันทึกรายการคาตาง ๆ ท่ีเกี่ยวกับการรับ หรอื จายเงิน ส่งิ ของ และสิทธิทม่ี ูลคา เปน เงินไวใ นสมุดบญั ชอี ยา งสม่าํ เสมอ ความสาํ คัญของการทาํ บญั ชี เปนเครอ่ื งมือวัดความสาํ เร็จในการดําเนินธรุ กิจ เปน เคร่ืองมือชวย ใน การวางแผนและตดั สนิ ใจในธุรกิจ และเปนเคร่ืองมือในการวางแผนกาํ ไร ประเภทและขั้นตอนของการทําบัญชีธุรกิจ บัญชีการเงิน หมายถึง การเพิ่มขึ้นของประโยชน เชงิ ธรุ กิจในรอบระยะเวลาบัญชี ในรปู แบบของกระแสเขาหรอื การเพม่ิ ขึ้นของสนิ ทรัพย บญั ชีสินทรพั ย หมายถงึ ทรัพยากรทม่ี ีอยูใ นความควบคุมของกจิ การ บัญชรี ับ – จา ย หมายถึง การจดบนั ทกึ รายการขอ มูลดานการเงินของการปฏิบตั งิ าน ท้งั ท่เี ก่ยี วกับรายการทร่ี ับเขามาและรายการท่ตี อ งจา ยออกไป บทที่ 7 การขับเคลอื่ นธุรกจิ เพือ่ การขยายอาชีพ สิ่งท่ีตองวิเคราะหในแผนปฏิบัติการขยายธุรกิจ ความถูกตองนาเช่ือถือของขอมูลพ้ืนฐานท่ี จะนํามาใชกําหนดแผน ขอมูลท่ีไดมามีความเที่ยงตรงเพียงพอ การตรวจติดตามคุณภาพการทํางานมี การทบทวนโครงการ/กิจกรรม จัดทําแผนการตรวจติดตาม ทําความเขาใจรวมกันใหชัดเจน และ ประเมินคุณภาพการทาํ งานเขา ระบบการทํางาน บทที่ 8 โครงการขยายอาชีพ โครงการ แผนงานยอย แผนการดําเนินงานหรือกิจกรรมท่ีจะนําไปปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค ในการดาํ เนินงานท่ชี ดั เจน มรี ะยะเวลาเริม่ ตน มรี ะเบียบแบบแผนในการปฏบิ ตั ิ ประโยชนของโครงการ ชวยอํานวยความสะดวกแกผูอาน ชวยประหยัดเวลาแกผูอนุมัติ ชว ยใหก ารปฏิบัติงานตามโครงการเปนไปตามวตั ถุประสงค เปน การแสดงถึงประสบการณก ารทาํ งานของ ผูเขยี นโครงการ แผนปฏบิ ตั กิ าร คือ เครื่องคํ้าประกนั วา เปา หมายในการทาํ งาน มโี อกาสบรรลเุ ปาหมาย การตรวจสอบโครงการ หมายถงึ โครงการและตัวช้วี ดั ซง่ึ ใชสําหรบั ตรวจสอบความคืบหนา ของ โครงการ ตลอดอายุของโครงการ หมายเหตุ : ใหนักศึกษา ไดศึกษาเพ่ิมเติมจากหนังสือแบบเรียนรายวิชาทักษะการขยายอาชีพ รหัสวิชา อช31002

103 แบบทดสอบรายวิชาทักษะการขยายอาชพี อช31002 จงเลือกคาํ ตอบทถ่ี ูกตองทีส่ ดุ เพยี งคําตอบเดยี ว ใชส ถานการณตอ ไปน้ี ตอบคาํ ถามขอ 1 – 2 สมคิด ผลิตลูกชิ้นหมูขายสงใหกับรานขายกวยเตี๋ยวในอําเภอ ตอมามีรานขายกวยเตี๋ยวตาง อําเภอตองการลูกช้ินดวย จงึ ขยายกิจการโดยซื้อรถกระบะ จํานวน 1 คัน เพื่อบริการจัดสงลูกชิ้นใหกับ ลูกคาที่อยูตา งอําเภอ 1. ขอ ใดเปนองคป ระกอบทางธุรกิจดานทนุ ก. รถกระบะ ข. ลูกชิน้ หมู ค. รา นกว ยเตีย๋ วในอําเภอ ง. รา นกวยเตีย๋ วตา งอําเภอ 2. ขอใดเปน การดําเนินการเกยี่ วกบั องคประกอบทางธรุ กิจดา นผลติ ภณั ฑของสมคดิ เพื่อรองรบั การขยายกจิ การ ก. ออกแบบและสรา งเว็บไซตของโรงงาน ข. เขาพบธนาคารเพ่อื ขอกูเงนิ ในการขยายกิจการ ค. ลดราคาใหกบั รา นกวยเตี๋ยวท่ซี อ้ื ลกู ช้ินเกิน 50 กิโลกรมั ตอ วนั ง. หาขอมูลเก่ียวกับระเบยี บขอ ปฏิบตั ใิ นการสง ออกสินคาประเภทอาหาร 3. อาชพี หมายถงึ ขอใด ก. การคาขายหรอื การใหบริการ ข. การผลติ งานอตุ สาหกรรม ค. การดาํ รงชีวติ ใหม ีความสขุ ง. การทาํ งานสรา งรายไดอยางตอ เนอ่ื ง 4. รายได หมายถงึ ขอใด ก. รายรับทง้ั หมด ข. รายจา ยท้ังหมด ค. เงนิ ทุนหมนุ เวียน ง. ผลกาํ ไรจากการประกอบอาชพี

104 5. ความเส่ยี งในการประกอบอาชีพ คือขอใด ก. ความสามารถในการประกอบอาชพี ข. เกิดความลม เหลวในการประกอบอาชพี ค. สญั ญาณบอกเหตุและอปุ สรรคลว งหนา ง. ความพรอมในการแกปญ หาอปุ สรรคของอาชีพ 6. ขอใดหมายถงึ การใช SWOT วิเคราะหส ภาวะแวดลอมภายใน ก. โอกาส ข. อุปสรรค ค. จุดแข็ง ง. ปญหา 7. คณุ ภาพการผลติ มีความหมายในขอใด ก. มาตรฐานของผลติ ภัณฑสินคา ข. ความพอใจของลกู คา หรอื บรกิ าร ค. การทาํ ผลผลิตใหไ ดมาตรฐานท่กี ําหนดไว ง. ผลติ ภณั ฑท อี่ ยูในเกณฑม าตรฐานซ่ึงลูกคา พอใจ 8. ปจจัยภายในธุรกจิ คอื ก. การพัฒนาผลผลิต ข. การจดั การเงนิ ลงทนุ ค. โอกาสในการทาํ ธรุ กิจ ง. การสรา งเครือขา ยทางธรุ กจิ 9. การเขียนโครงการคาํ นึงถงึ ขอใด ก. การประเมินความเสย่ี ง ข. การวเิ คราะหค วามเปน ไปได ค. การรกั ษากฎหมาย ระเบียบ วนิ ัย ง. การศึกษาขอมูลเพือ่ ตดั สินใจ 10. หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งคอื ขอใด ก. เศรษฐกิจชุมชน ข. การพอมี พออยู พอกนิ ค. ประหยดั ตดั รายจายใหมเี งินเหลอื ไวอ อม ง. ความพอประมาณ ความมเี หตุผลและการสรางภมู ิคุมกนั ที่ดี

105 11. ความรูท่เี ช่อื มโยงกบั โลกของความเปนจรงิ ภายใตสภาพความเปน จริงทซี่ บั ซอน ก. ความรูเชิงทฤษฎี (Know-What) ข. ความรูระดบั ท่ีอธิบายเหตุผล (Know-How) ค. ความรเู ชงิ ทฤษฎีและเชงิ บริบท(Know-Why) ง. ความรูในระดับคุณคา ความเชือ่ (Care-Why) 12. วสิ ัยทศั น หมายถงึ ขอ ใด ก. การวางนโยบายในการทาํ งาน ข. ความฝน ที่เปนไปได เปา หมายทีเ่ ปน จรงิ ค. กระบวนการประกอบอาชีพ ง. ปจจัยในการประกอบอาชพี 13. ธรุ กจิ ขนาดยอม หรอื ภาษาอังกฤษอักษรยอวาอยางไร ก. EMS ข. SML ค. SMEs ง. OTOP 14. ขอ ใดเปนผลจากการใชเ ทคโนโลยี ก. อบุ ตั ิภยั สูงขน้ึ ข. การผลิตสูงข้นึ ค. การลงทนุ สงู ข้ึน ง. การตลาดเกิดปญหา 15. การวางแผน หมายถงึ ขอ ใด ก. การกาํ หนดปจจยั ในการทาํ งาน ข. การกาํ หนดนโยบายและวสิ ัยทัศน ค. การกําหนดวัตถุประสงคและเปา หมาย ง. การกําหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมเปน ขัน้ ตอน ใชส ถานการณตอ ไปน้ี ตอบคาํ ถามขอ 16 – 17 กลุมเกษตรกรปลูกมันเทศญ่ีปุน จังหวัดพิจิตร นอกจากมีรายไดจากการขายมันเทศแลว ตอ งการนํามา แปรรูปเปนผลติ ภัณฑมนั ฉาบหวาน โดยกําหนดราคาไวท ่ี ถุงละ 100 บาท

106 16. การสํารวจความตอ งการบริโภคมันฉาบหวานเปน กจิ กรรมการจดั การตลาดขอใด ก. โฆษณา ข. กระจายสินคา ค. วิจัยการตลาด ง. สง เสรมิ การขาย 17. ขอใดเปน การสงเสรมิ การขายที่ทําใหข ายมนั ฉาบหวานไดจํานวนมากใน 1 คร้ัง ก. ซอ้ื 2 ถุงลด 10% ข. ซือ้ 5 ถงุ แถม 1 ถงุ ค. ซ้ือ 5 ครง้ั แถม 1 ถงุ ง. ซอื้ 5 ถุงเปน เงิน 400 บาท 18. การทําบญั ชีธรุ กิจ หมายถงึ ขอ ใด ก. การทาํ งบดุล – กําไรขาดทุน ข. บญั ชเี งนิ สดหรอื บญั ชีทั่วไป ค. บัญชแี ยกประเภทหรอื บัญชปี ระเภทตาง ๆ ง. การบันทกึ รายรับ – รายจา ยในการจําหนา ยสินคา 19. แผนปฏิบตั ิการธรุ กจิ หมายถึงขอใด ก. เปา หมายของธรุ กจิ ข. สถานการณของตลาด ค. การศกึ ษาหาขอมลู พน้ื ฐานของธรุ กจิ ง. แนวทางการดําเนินงานธุรกจิ สูเ ปา หมาย 20. กลยทุ ธใ นการขยายธรุ กจิ พจิ ารณาขอใด ก. การผลติ ข. การตลาด ค. การแขง ขนั ง. การบรกิ าร

107 รายวิชาการพัฒนาอาชพี ใหม ีความมั่นคง รหัสวิชา อช31003 จุดประสงคก ารเรยี นรู 1. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย ความสําคัญ ความเขาใจในการพัฒนาอาชีพให มีผลิตภณั ฑหรอื งาน บรกิ าร สรา งรายไดพ อเพียงตอ การดํารงชวี ติ มีเงินออมและมีทุนในการขยายอาชพี 2. นักศึกษาสามารถวิเคราะหศักยภาพธุรกิจ การตลาด การผลิตหรือการบริการ แผนธุรกิจ เพอื่ สรา งธรุ กิจใหม คี วามมัน่ คง 3. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายวธิ ีการตรวจสอบการพฒั นาอาชพี ใหเขาสคู วามมน่ั คง 4. นกั ศึกษาสามารถปฏิบัติการจดั ทาํ แผนโครงการพัฒนาอาชพี ใหม คี วามมัน่ คง ขอบขายเน้อื หาวิชา บทที่ 1 ศกั ยภาพธรุ กจิ บทท่ี 2 การจัดทําแผนพัฒนาการตลาด บทที่ 3 การจดั ทําแผนพัฒนาการผลิตหรือการบริการ บทท่ี 4 การพฒั นาธุรกิจเชิงรุก บทท่ี 5 โครงการพฒั นาอาชพี ใหม ีความมัน่ คง บทท่ี 1 ศักยภาพธุรกจิ ความหมาย ความสําคญั และความจาํ เปน ของการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาอาชีพ หมายถึง การประกอบอาชีพท่ีมีการพัฒนาสินคาหรือผลิตภัณฑใหตรงกับ ความตองการของลูกคาอยูตลอดเวลา โดยมีสวนครองตลาดไดตามความตองการของผูผลิต แสดงถึง ความมน่ั คงในอาชพี ความมั่นคง หมายถึง การเกิดความแนนและทนทาน ความสําคัญและความจําเปนของ การพัฒนาอาชีพผูประกอบอาชีพจะตองมีวิสัยทัศนกวางไกล เพื่อพิจารณาแนวโนมของตลาด ความ ตองการของผูบริโภคเขาสูการแขงขันในตลาดใหได จึงจําเปนตองมีการพัฒนาอาชีพ ซ่ึงถือวา ลูกคา มคี วามสาํ คัญ ดังนัน้ การพฒั นาอาชพี จงึ มีความสาํ คัญและความจาํ เปน ดงั นี้ 1. เพือ่ ใหม ีสนิ คา ท่ีดีตรงตามความตอ งการของผบู ริโภค 2. เพื่อใหผ ูผลิตไดม กี ารคิดคน ผลติ ภณั ฑหรอื สนิ คาไดตลอดเวลา 3. มกี ารนาํ นวตั กรรมและเทคโนโลยีเขา มาใชใ นกระบวนการผลิต เพื่อใหส ินคา มีคุณภาพยิ่งข้ึน 4. ทําใหเศรษฐกจิ ชุมชนและของประเทศดีขน้ึ องคป ระกอบทมี่ ีความสัมพันธกบั ความมั่นคงของอาชีพ จะตอ งมีความตรงกันกับปจ จัยทส่ี งผลตอ ศกั ยภาพในอาชพี หากมอี งคป ระกอบทไ่ี มตรง จําเปนทจ่ี ะตองจัดการใหตรงกนั หรือสัมพนั ธกันก็จะทาํ ให

108 ศักยภาพของอาชีพสงู ข้ึนศักยภาพของอาชพี สามารถบอกเปนตวั เลขและอธบิ ายสภาพทีป่ รากฏ ไดจะทาํ ใหเรามองเห็นขอ บกพรอ งและสามารถแกไ ขขอบกพรอ งพฒั นาอาชีพสูความม่นั คงไดความหมาย ของศักยภาพในอาชพี ศกั ยภาพในอาชพี หมายถึง ภาวะแฝงหรืออํานาจแฝงทีม่ อี ยใู นดาํ เนินการอาชีพ ไดแ ก ทุน บคุ ลากร วสั ดอุ ุปกรณ และระบบการจดั การนํามาจดั การใหต รงกับองคป ระกอบความมัน่ คง ในอาชีพ จะสามารถทําใหอาชพี ม่นั คงและปรากฏใหประจกั ษได ศกั ยภาพของธุรกิจ หมายถงึ ธรุ กจิ ทท่ี ุกบุคคลทม่ี คี วามสามารถพฒั นาสินคา น้นั ๆ ใหอ ยใู นตลาด ไดอยา งม่ันคง ความจําเปนท่จี ะตอ งวิเคราะหศกั ยภาพของธรุ กิจ 1. ทาํ ใหส ามารถขยายตลาดไดก วา งขวางกวา เดมิ 2. ทาํ ใหล ดความเสี่ยงในการดาํ เนนิ ธุรกิจ 3. มแี นวทางในการดาํ เนินงานอยางรอบคอบ ปลอดภัยจากการขาดทนุ 4. เปนการสื่อสารเกี่ยวกับทิศทางของธุรกจิ ใหแกผูเก่ียวของหรือองคกรที่สนบั สนุนเงนิ ใหทราบ เพอ่ื ใหเกิดความมน่ั ใจ 5. ในการขยายธุรกจิ มีความเปนไปได ความคิดรวบยอด องคประกอบท่ีมีความสัมพันธกับความ มั่นคงของอาชีพจะตอ งมีความตรงกันกับปจจัยที่สง ผลตอศักยภาพในอาชพี หากมีองคป ระกอบที่ไมต รง จําเปนทจี่ ะตองจัดการใหตรงกันหรือสัมพันธกันก็จะทําใหศกั ยภาพของอาชีพสูงขึน้ ศักยภาพของอาชีพ สามารถบอกเปนตัวเลขและอธบิ ายสภาพที่ปรากฏไดจ ะทําใหเรามองเหน็ ขอ บกพรอ งและสามารถแกไข ขอ บกพรองพัฒนาอาชีพสูความม่ันคงได ความหมายของศักยภาพในอาชีพ ศักยภาพในอาชีพ หมายถึง ภาวะแฝงหรืออาํ นาจแฝงที่มีอยูในปจจัยดําเนินการอาชีพ ไดแก ทุน บุคลากร วัสดุอุปกรณ และระบบ การจัดการนํามาจัดการใหตรงกับองคประกอบความม่ันคงในอาชีพจะสามารถทําใหอาชีพม่ันคงและ ปรากฏใหประจักษได ลักษณะโครงสรางของศักยภาพในอาชีพ โครงสรางของศักยภาพในอาชีพเปน ความสัมพันธระหวางการจัดปจจัยดําเนินการของอาชีพกับองคประกอบของการพัฒนาอาชีพใหมั่นคง มลี กั ษณะโครงสรา งของความสัมพันธ ดงั น้ี บทที่ 2 การจัดทําแผนพัฒนาการตลาด การ จัดทํ าแ ผนพั ฒนา กา รตล าดเ ปนการ พัฒนาก ารต ลาด ขอ งสิน คาใ ห สาม ารถ แข งขันได โดยการกาํ หนดเปาหมายและกลยทุ ธตา ง ๆเพื่อใหบรรลุเปาหมายทางการตลาดที่กําหนดไว การกําหนดทศิ การตลาด เปา หมายกลยุทธในการขยายอาชพี การทําธุรกิจไมวา จะทําระดับใด จําเปนตองมีทิศทางใหมองเห็นผลสําเร็จ ภาระงานที่จะตอ งทํา และกลยุทธสูความสําเร็จใชเปนความคิดสูการปฏิบัติจริง จะทําใหเราวางธุรกิจอยูในความพอดีอยางมี ภูมิคมุ กนั ไมใชท ําไป คิดไป ลงทุนไป อยา งไรท ศิ ทาง

109 ขนั้ ตอนการดาํ เนนิ งาน จากแผนภมู ิ ทาํ ใหม องเหน็ วา การกําหนดทศิ ทาง กลยทุ ธ การขยายอาชีพ ประกอบดว ย 1. การคิดเขียนทศิ ทางธรุ กิจ ประกอบดวยวสิ ัยทัศนท ต่ี องการใหเ กิดอยางมีความพอดแี ละ พนั ธกจิ สําคญั ที่จะนาํ ไปสูความสาํ เร็จ 2. การคดิ เขยี นกลยุทธหรือวธิ กี ารสรางความสําเร็จตามพันธกิจ ซึง่ จะมีเปาหมายอยางชดั เจน 3. การคิดเขียนแผนกลยุทธดวยการนําเปาหมายกลยุทธมาวิเคราะหใหมองเห็นตัวบงช้ี ความสําเร็จ ปจจัยนําเขาที่สําคัญและกิจกรรมท่ีจําเปนตองทําเปนแผนทิศทางไปสูความสําเร็จของ การดาํ เนินธรุ กจิ การวเิ คราะหกลยทุ ธ ใชเปนแผนภาพรวมของการขยายอาชีพเปนเครื่องมือควบคุม ภาพรวมของการจัดการขยาย อาชีพที่ประกอบดวยเหตุผลทจี่ ะทําใหการขยายอาชพี สําเร็จกับองคประกอบดา นการควบคมุ เชิงกลยุทธ ทาํ ใหเกดิ 16 ตาราง บรรจุเงื่อนไขสูความสาํ เร็จไวสาํ หรบั จัดทําแผนปฏิบตั ิการและควบคุมภาพรวมของ การดําเนนิ งาน การกําหนดกิจกรรมและแผนการพัฒนาการตลาด การกําหนดกิจกรรมเพือ่ พัฒนาการตลาดมคี วามสาํ คญั กับผลสําเรจ็ ตอการบรรลเุ ปา หมายสดุ ทา ย ของการดาํ เนินธุรกิจ ธุรกจิ ตองเร่ิมดว ยการศกึ ษาความตองการทแ่ี ทจ รงิ ของลูกคา จากน้ันจึงทาํ การสรา ง สินคา หรือบริการทีท่ ําใหล ูกคา เกดิ ความพอใจสูงสุดดวยการคํานึงถงึ ในเร่ืองตอไปน้ี 1. กิจกรรมการพฒั นาสินคา ใหต รงกบั ความตองการของลกู คา 2. กิจกรรมดา นราคาผูผลิตตอ งกําหนดราคาท่ีเหมาะสมกับกําลังซื้อของผูบริโภค และเหมาะสม กบั คณุ ภาพของสินคา

110 3. กิจกรรมดานสถานท่ี ตองคิดวา จะสงของสินคา ใหกับผูบริโภคไดอ ยางไร หรือตองมีการปรับ สถานทีข่ าย ทาํ เลทต่ี ้ังขายสนิ คา 4. กจิ กรรมสงเสรมิ การขาย จะใชว ิธกี ารใดท่ที ําใหล กู คารจู กั สนิ คาของเรา บทที่ 3 การจัดทําแผนพฒั นาการผลิตหรอื การบรกิ าร การกําหนดคุณภาพผลผลติ หรือการบรกิ าร การกําหนดคุณภาพผลผลิตหรือการบริการใหสอดคลองกับความตองการของตลาดขึ้นอยูกับ เปาหมาย คือ ลกู คา เปนกลมุ ใด วัยใด เพศใด อาชพี ใด มีระดับการศกึ ษาใด คณุ ภาพของงานบริการ(Service Quality) ปจ จยั ทบี่ ง ช้คี ุณภาพของการบริการ ไดแ ก 1. สามารถจับตองได โดยปกติบริการเปนสิ่งท่ีจับตองไมได ทําใหการรับรูในคุณภาพคอนขาง ไมช ัดเจน ดังนัน้ บรกิ ารท่ดี คี วรสรางหลกั ฐานใหเห็นชัดเจนวา บรกิ ารนั้นมีคณุ ภาพหลักฐานทีจ่ ะสรางนั้น ไดแก อาคาร อุปกรณ เคร่ืองอํานวยความสะดวก และบุคลากร เชน การจัดท่ีน่ังคอยการบริการ การบริการอยางดี 2. นาเช่ือถือ ในที่นี้หมายถึง ความถูกตองในการคิดคาบริการ รานอาหารท่ีคิดราคาตรงกับ จาํ นวนอาหารท่ลี ูกคาสง่ั ลกู คา ใหความเชื่อถอื และจะกลับไปรับประทานอาหารที่รา นน้ันอีกตรงกันขาม กบั รา นอาหารที่คิดเงินเกินกวาความเปนจริง ยอมทําใหลูกคาหมดความเชื่อถือ และไมกลับไปใชบริการ ทร่ี า นอาหารนนั้ อกี เปน ตน 3. มีความรู ผูใหบริการท่ีมีคุณภาพตองเปนผูมีความรูในเร่ืองนั้น เชน ชางซอมรองเทาตอง มีความรูในเรอ่ื งการซอมรองเทาทาทางขณะซอมรองเทาตองดวู ามีความสามารถ มีความกระฉับกระเฉง คลองแคลว ซง่ึ ทาํ ใหผ ูเอารองเทาไ ปซอมเกิดความม่ันใจ เปนตน 4. มีความรับผิดชอบ ตัวอยางเชน อูซอมรถยนตสัญญากับลูกคาวา จะซอมรถยนตใหเสร็จ ภายใน 3 วัน อูแหงน้ันจะตองทําใหเสร็จภายในเวลา 3 วัน ชางซอมทีวีท่ีซอมผิด ทําใหทีวีเสีย ตองรบั ผดิ ชอบใหอยใู นสภาพท่ีดี โดยไมป ด ความผดิ ใหเ จาของทีวี 5. มีจิตใจงาม ผูใหบริการที่มีคุณภาพตองเปนผูมจี ิตใจงาม จึงจะเปนผูกระตือรือรนในการให บริการผอู ่ืน เต็มใจชว ยเหลอื โดยไมรงั เกยี จ การวิเคราะหทนุ ปจจยั การผลิตหรอื การบริการ ทุน หมายถึง เงินลงทุนในการดําเนินงานธุรกิจ(ผลิตหรือบริการ)ทุนถือวาเปนปจจัยสําคัญใน การประกอบกิจการอาชีพใหด าํ เนนิ งานไปอยา งมปี ระสิทธิภาพและมีความเจรญิ เตบิ โตอยา งตอ เน่อื ง ตน ทนุ การผลติ หมายถงึ ทนุ ในการดาํ เนนิ กจิ การ แบงได 2 ประเภท คอื 1. ทนุ คงท่คี ือการทีผ่ ูประกอบการจัดหาทุน เพ่อื ใชในการจัดหาสินทรพั ยถ าวร เชน ดอกเบ้ียเงนิ กู ที่ดิน อาคาร เครอื่ งจักร เปนตน ทุนคงท่ี สามารถแบง ได 2 ลกั ษณะ คือ

111 1.1 ทุนคงท่ีที่เปนเงินสด เปนจํานวนเงินที่ตองจายเปนคาดอกเบ้ียเงินกู เพ่ือนํามาใช ในการดําเนนิ งานธุรกิจ 1.2 ทุนคงท่ีท่ีไมเปนเงินสด ไดแก พื้นที่ อาคารสถานท่ี โรงเรือน รวมถึงคาเสื่อมของ เคร่อื งจักร 2. ทุนหมุนเวียน คือ การท่ีผูประกอบการจัดหาทุน เพ่ือใชในการดําเนินการจัดหาสินทรัพย หมุนเวียน เชน วัตถดุ บิ ในการผลิต ผลผลติ หรอื การบริการ วัสดสุ ้ินเปลือง คาแรงงาน คาขนสง คาไฟฟา คาโทรศพั ท เปน ตน การกําหนดเปาหมายการผลิตหรือการบริการ เปาหมายการผลิตหรือการบริการ เปนคําตอบของผูประกอบการมากท่ีสุด โดยมีปจจัยที่ทําให ประสบความสําเรจ็ ประกอบดวยปจ จัยตอไปนี้ 1. การกาํ หนดกลุมลกู คา เปา หมายใหช ัดเจน 2. เสริมสรา งสวนประสมทางการตลาด 3. คํานงึ ถงึ สภาวะแวดลอมทคี่ วบคุมไมได 4. สามารถตอบคาํ ถามตอไปน้ไี ดทุกขอ สวนของลูกคา ประกอบดวย 1. ใครคอื กลุม ลกู คาเปาหมายสาํ หรบั ผลผลิตทผ่ี ลติ ขึน้ หรือการบริการ 2. ลูกคาเปา หมายดังกลาวอยู ณ ท่ใี ด 3. ในปจจุบันลูกคา เหลานซี้ ือ้ ผลผลิตหรือการบริการไดจากท่ใี ด 4. ลกู คา ซื้อผลผลิตหรือการบรกิ ารบอ ยแคไ หน 5. อะไรคือสิง่ จงู ใจทีท่ ําใหล กู คาเหลานั้นตดั สินใจใชบ รกิ าร 6. ลกู คาใชอ ะไร หรอื ทําไมลูกคา ถงึ ใชผ ลผลติ หรือบริการของเรา 7. ลกู คา เหลานน้ั ชอบและไมช อบผลผลิตหรือบริการอะไรท่ีเรามอี ยบู าง สวนของผลผลิตหรือการบรกิ าร ประกอบดวย 1. ลูกคา ตองการผลผลิตหรือบริการอะไร 2. ลกู คาอยากจะใหมผี ลผลติ หรือบรกิ ารในเวลาใด 3. เฉพาะการบริการ ควรตงั้ ชื่อวาอะไร เพือ่ เปน ส่งิ ดงึ ดูดใจไดมากทสี่ ดุ นอกจากนี้ ผูประกอบการตองคํานึงถงึ ความเปนไปไดและองคป ระกอบดานอน่ื ๆ ทส่ี ําคญั ดงั นี้ 1. แรงงาน ตองใชแรงงานมากนอยเทาไหรและเพียงพอหรือไม ถาไม เพียงพอ จะทาํ อยา งไร

112 2. เงนิ ทนุ ตองใชเ งินทนุ มากนอยเพียงไร ถาไมเ พียงพอจะทําอยางไร 3. เครื่องมือ/อุปกรณตองใชอะไร จํานวนเทาไหร เพียงพอหรือไม ถาไมเพียงพอ จะทําอยา งไร 4. วัตถดุ ิบ ตอ งพิจารณาวาจะหาซ้อื วตั ถดุ ิบจากทีใ่ ด ราคาเทา ไหร และโดยวธิ ีใด 5. สถานทใ่ี หมคี วามเหมาะสม สะอาด และเดินทางสะดวก บทที่ 4 การพัฒนาธุรกิจเชงิ รุก ความจําเปนและคณุ คาของธรุ กิจเชงิ รุก การพัฒนาธุรกิจเชงิ รกุ เปนการกําหนดวิธกี ารหรือแนวทางในการดําเนินงานและกิจกรรมตาง ๆ ขององคกรเพื่อใหบรรลุถึงวัตถปุ ระสงคที่กําหนด การกําหนดแนวทางในการดําเนินงานน้ี ผูประกอบการ ตอ งทําการวิเคราะหและประเมินปจจยั ตาง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองคกร เพ่ือคิดหาแนวทางในการ ดําเนินงานท่ีเหมาะสมท่ีสุด ทามกลางการเปล่ียนแปลงของปจจัยตาง ๆ นําไปสูการพัฒนาอาชีพใหมี ความม่ันคง เขมแข็ง ย่ังยืน คือ พออยูพอกินมีรายได มีการออมและมีทุนในการขยายอาชีพ จึงมีความ จาํ เปนทต่ี อ งใชธ ุรกิจเชงิ รุกเขามาใชใ นการพัฒนาอาชพี ดงั น้ี คือ 1. การแขงขนั ที่ไรพรมแดนการแขงขันท่ีไรพรมแดนเปน ปรากฏการณท่เี กิดขน้ึ เม่ือสินคา แรงงาน เทคโนโลยี ฯลฯ สามารถเคลอ่ื นยายไปมาระหวา งประเทศไดอยางเสรีมากข้ึนมีผลทําใหมีการแขงขันที่มี ความรุนแรงมากข้นึ 2. การเปล่ียนแปลงทางนวัตกรรม เทคโนโลยีโลกยุคใหมมีความกาวหนาทางวิทยาศาสตร เทคโนโลยีมากขน้ึ อตั ราการเปล่ียนแปลงและการใชเ ทคโนโลยีจะเพิ่มข้ึนในอตั ราท่ีรวดเร็วขนึ้ ทําใหว งจร ชวี ิตของสินคา และการบรกิ ารมรี ะยะเวลาสน้ั ลงเทคโนโลยใี หม ๆ สามารถทดแทนเทคโนโลยเี ดิมไดอยา ง รวดเรว็ การแทรกความนิยมเขา สูความตองการของผูบริโภค ความสาํ คัญและความตองการของผูบรโิ ภคการวางแผนการขายสนิ คา หรือบริการใด ๆ ผูบริหาร จะตอ งมีขอ มูลมาประกอบการตัดสนิ ใจ ขอมูลเก่ียวกับผูบรโิ ภคจะถูกนํามาใชเปนขอมูลในการวิเคราะห และการวางแผนการตลาดและนักการตลาดจาํ เปนตองใหความสนใจเกีย่ วกบั ผูบรโิ ภคและความตอ งการ ของผูบริโภค เพราะผูผลติ สวนใหญจะผลิตสินคา ท่ีคลายคลงึ กนั และขายใหกบั ผูบริโภคกลุมเดียวกนั การ กําหนดรูปแบบผลิตภัณฑตราย่ีหอโดยยึดถือความตองการของผูบริโภคจะเปนเคร่ืองชวยใหผูบริโภค ตัดสินใจไดงายขึ้น นักการตลาดตองมีความเขาใจถึงความตองการของผูบริโภค ซ่ึงชี้ใหเห็นวาความ ตองการเกดิ ข้นึ จากอะไรความตองการของผบู รโิ ภคแบง ออกได 2 ประเภทใหญๆ คอื

113 1. ความตองการทางดา นรา งกาย คือ ความหวิ การนอน การพักผอน การอบอนุ 2. ความตองการดานอารมณหรอื จติ วิทยา คือ ความปลอดภยั ความรัก การยอมรับ ความพอใจ ความงาม ฉะนน้ั นักการตลาดจงึ ตอ งเขาใจลกึ ซงึ้ ถึงรายละเอยี ดของความตองการทงั้ สองประเภทเพื่อเอา มาเปนจดุ ขายสินคาและเปน สวนหนง่ึ ของกลยุทธทางการตลาดดา นการโฆษณา การสรางรูปลักษณคุณภาพสนิ คา ใหม การทําธุรกิจทุกขนาดจะตองทําการแบงสวนตลาดเปาหมายได เมื่อถึงเวลาท่ีจะพัฒนาและ นําผลิตภัณฑออกสูตลาด ฝายการตลาดตองแสดงบทบาทสําคัญในกระบวนการน้ี ไมใชฝายวิจัยและ พฒั นาอยางเดียวเปนผูรับผิดชอบการพัฒนาผลิตภัณฑใหม ซึ่งฝายการตลาดมีสวนเก่ยี วของอยางมาก ทุกข้ันตอนในการพัฒนาผลิตภัณฑธุรกิจ ทุกธุรกิจมีการพัฒนาผลิตภัณฑอยูตลอดเวลา การออกแบบ ผลิตภัณฑใหมแทนที่ผลิตภัณฑเดิมจะทําเพื่อเพ่ิมยอดขายในอนาคตและลูกคาเองก็ตองการผลิตภัณฑ ใหม ซึ่งธุรกิจคูแขง ก็ใชความพยายามที่จะผลิตสินคาทตี่ รงกบั ความตอ งการของลกู คา ออกจําหนายและ จะออกผลิตภัณฑใหมไดจากการเขา ครอบครองสว นแบงตลาด จากการพฒั นาผลิตภณั ฑใหม การยดึ หลักคุณธรรม การยึดหลักคณุ ธรรม เปนพฤติกรรมภายในของผูประกอบอาชีพ สงผลตอความมั่นคงของอาชีพ ดงั น้ี คณุ ธรรมทั้ง 4 ประการ เปนเรื่องทตี่ องปลูกฝงมาแตเยาววยั จึงจะเกิดขึ้นได ความเช่ือน้ีเปนจริง แตมนุษยเราสามารถเรียนรู สรางความเขาใจ มองเห็นคุณคา ปรับเปล่ียนและตกแตงพฤติกรรม เพ่ือใชเ ปนเครื่องมือสรา งความสําเรจ็ ใหกับตนเองได 1. ความขยัน มลี ักษณะพฤติกรรมของการทําอะไรอยางเอาจริงเอาจัง ไมเกียจครานผูประกอบ อาชพี เปนอยางนี้ เขาจะมองเหน็ งานทม่ี ุงมั่นยกระดับความสาํ เรจ็ อยา งตอเนือ่ ง ความม่ันคงก็จะเกิดข้นึ 2. ความประหยัด เปนพฤติกรรมของการระมัดระวังการใชจายใหพอ สรางความคุมคาใหมี ความเสยี หายนอยที่สุด พฤตกิ รรมเชน นี้เปน เรือ่ งของความรอบคอบในการทาํ งาน

114 3. ความซ่ือสัตย เปนลักษณะการประพฤติตรงและจริงใจตอลูกคา ทีมงานไมคิดทรยศ คดโกง หลอกลวงคคู า ผูรว มทุนเปน พฤติกรรมทส่ี รา งความภักดี ความไวว างใจตอลกู คา ทีมงานและหนุ สว น 4. ความอดทน มีลักษณะพฤติกรรมท่ีสามารถอดกล้ัน งดเวน ทนอยูไดกับความยากลําบาก ไมท ง้ิ งาน ไมย กเลกิ ขอตกลงงายๆ ความมนั่ คงในอาชีพ เปนการจัดการทางจติ ใจของผูประกอบการและระบบงานใหการประกอบ อาชีพดําเนินไปอยางมีความแนนอน โดยอาศัยพ้ืนฐานของการคิดเปนบนองคประกอบของการพัฒนา อาชีพ สูค วามมัน่ คง ดงั น้ี 1. ดา นตนเอง อยบู นฐานของคณุ ธรรม 2. ดา นสังคม อยบู นฐานของการพฒั นา 3. ดานวชิ าการ อยูบนฐานของการลดความเส่ียงผลผลิต ซึ่งเปนกระบวนการที่ตองใชขอมูลการ รบั รเู ขามาคิดวเิ คราะห สรา งสรรค และตดั สนิ ใจอยางเปน ระบบจะนําอาชีพไปสคู วามมนั่ คง บทท่ี 5 โครงการพฒั นาอาชพี ใหมีความม่นั คง การกํากับ ดูแลการขยายอาชีพ การกํากับ ดูแลการขยายอาชีพเปนกิจกรรมของผูประกอบการท่ีจะตองมีระบบสารสนเทศ ใหมองเห็นความกาวหนาความสําเรจ็ ของงานเวนแตล ะภารกิจวาไปถงึ ไหนดวยการทํากิจกรรม ลกั ษณะ ความสาํ เรจ็ ในแผนกลยุทธมากาํ หนดระยะเวลาท่ีตองใชจ ริง เขียนเปนผังการไหลของงานใชเ ฝา ระวังการ ดําเนนิ งาน กรอบแนวคดิ การควบคมุ ตรวจสอบการขยายอาชีพสูความม่ันคง การควบคุมตรวจสอบการทํางานเปน กิจกรรมที่ใหการทํางานเปนไปตามขอตกลงหรือขอ กาํ หนด พจิ ารณาดูความถูกผดิ หาขอเท็จจริง ประมาณคา และบนั ทึกสรุปเร่ืองราวของการดําเนนิ งานขยายอาชีพ และผลท่ีเกิด เพ่อื นําไปสกู ารวางแผนพัฒนาการขยายอาชพี ใหม คี วามมนั่ คงมากยิ่งขึน้ การตรวจสอบการดาํ เนนิ งานขยายอาชพี การตรวจสอบเปนการดําเนินการเพื่อปกปองรักษาอาชีพใหเขมแข็งคงอยูได ดวยการพิจารณา ความเรยี บรอย พิจารณาวาถกู หรือผิดและหาขอเทจ็ จรงิ แลวดําเนินการจัดการใหค วามไมเรียบรอยหรือ ความผดิ บกพรอ งหมดไป การเขยี นโครงการพัฒนาอาชีพสูความมน่ั คง การทําโครงการพฒั นาอาชีพสูความมั่นคงในการเรียนรเู ปนเร่อื งของการทาํ แผนธุรกจิ ตามปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียงท่ีใหความสําคัญกับการใชเหตุผล การกําหนดทิศทางธุรกิจใหมีความพอดีและมี ภูมิคุมกัน การกําหนดแผนปฏบิ ัติสรางความรอบรูและขบั เคลื่อนแผนสูความสําเร็จอยางมีคุณธรรม ซ่ึง เปนเรอื่ งภายในของผูประกอบการขยายอาชีพเทานน้ั แตก ารทําธุรกิจที่จะตองพัฒนาออกไปจําเปนตอง

115 ใชทุนเพิ่มเติม การใหความชวยเหลือดังกลาว ผูใหตองการทราบรายละเอียดการดําเนินงานชวยเหลือ จากภาครฐั หรือเอกชน การใหความชวยเหลือดังกลา ว ผูใหตองการทราบรายละเอียดการดําเนินงานมี ผลลัพธเ ปนอยางไร มผี ลกระทบตอสงั คมชมุ ชนอยางไร คุมคาท่ีจะใหการสนับสนุนหรือไม หรือมโี อกาสที่ จะสรางกําไร นํารายไดมาคืนสถาบันทางการเงินไดหรือไม ดังน้ัน จึงมีความจําเปนท่ีจะตองมีความรู ความเขาใจในการเขียนโครงการพฒั นาอาชีพ เพอื่ นําเสนอขอรับความชวยเหลอื หรือสรา งความเช่ือม่ันให กับแหลง ทนุ หมายเหตุ : ใหนักศกึ ษา ไดศ กึ ษาเพม่ิ เตมิ จากหนังสอื แบบเรียน รายวชิ าการพฒั นาอาชีพใหมีความม่ันคง (อช31003) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

116 แบบทดสอบรายวิชาการพฒั นาอาชพี ใหม คี วามมั่นคง (อช31003) จงเลอื กคําตอบทถี่ ูกตอ งทสี่ ดุ เพียงคาํ ตอบเดยี ว 1. ขอ ใดเปนการพฒั นาอาชีพในสถานประกอบการ ก. บรษิ ทั ดิน พัฒนาดา นสิง่ แวดลอมทัง้ ภายนอกและภายใน ข. บริษทั นา้ํ ดาํ เนินการพัฒนาธุรกิจโดยลดความเสี่ยงในการขายสนิ คา ค. บริษัท ลม ลดกาํ ลังการผลติ เน่อื งจากสถานการณโ ควดิ 19 ง. บรษิ ัท ไฟ พัฒนาสนิ คา ใหต รงกบั ความตองการของผบู รโิ ภค 2. เหตผุ ลขอ ใดทีท่ ําใหผปู ระกอบอาชพี ตองทําการวิเคราะหศ ักยภาพธรุ กิจกอ นดําเนินการ ก. เพื่อความกา วหนาในอาชพี ของบคุ ลากร ข. เพือ่ ลดความเส่ียงในการดาํ เนนิ ธุรกิจ ค. เพ่อื สรางภาพลักษณท่ดี ีขององคก ร ง. เพื่อลดการวางงานของบุคลากร 3. ขอ ใดคือสิ่งท่ตี องกําหนดในการวางแผนประกอบธุรกิจเพ่อื ใหผลลพั ธเ ปน ไปตามวสิ ยั ทัศน ก. กาํ หนดพันธกจิ ข. กําหนดกลยุทธ ค. กําหนดเปาหมาย ง. กําหนดแผนปฏบิ ตั งิ าน 4. การกําหนดเปาหมายการตลาด ผูประกอบการควรคํานงึ ถึงสิ่งใด ก. กระบวนการผลิต ข. พฤตกิ รรมผูบ รโิ ภค ค. การสง เสริมการขาย ง. สถานทจ่ี าํ หนายสินคา 5. กลยุทธโ ดยท่ัวไปทใี่ ชใ นการสง เสรมิ การตลาดสวนใหญใชวธิ ีใด ก. ทาํ การวิจยั ตลาด ข. ใหพนักงานเดินตลาด ค. การโฆษณาประชาสัมพนั ธ ง. สาํ รวจความตองการของผบู รโิ ภค

117 6. บคุ คลใดสามารถกําหนดกลยุทธสเู ปาหมายการขยายตลาดไดเ หมาะสมมากที่สุด ก. ปย ะเชาพืน้ ทเ่ี ปด รา นกาแฟในราคาแพงเพ่อื ดึงดูดลกู คาท่มี ีรสนยิ ม ข. ปาหนนั เพ่ิมคอรสสอนภาษาจีนในโรงเรียนสอนภาษาของตนเอง ค. ใบหยกใชสารฟอกขาวเพื่อใหหนอ ไมมีสขี าวขายไดร าคาดี ง. มังกรใชส ารเรง การเจริญเตบิ โตเพ่ือใหห มใู นฟารมโตเร็ว 7. ขอ ใดไมใ ชก ระบวนการข้นั ดําเนินการในการวางแผนพัฒนาการตลาดสกู ารปฏิบตั ิ ก. กําหนดเปา หมายในการขาย ข. การโฆษณา ประชาสัมพนั ธ ค. การจดั ทาํ ฐานขอ มลู ลกู คา ง. ทาํ การวจิ ัยตลาด 8. ผูป ระกอบการจะตองดาํ เนนิ การตามขอ ใดเพอ่ื ใหบรกิ ารทม่ี ีคุณภาพ ก. มีสินคา มีผูซ ื้อ มีผขู าย ข. มแี ผนงาน มีราคา มปี ระโยชน ค. มคี วามรู นาเชอ่ื ถอื มีความรับผิดชอบ ง. มีประโยชน มีเวลา มเี หตุผล มีคณุ ภาพ 9. ขอ ใดคือทุนหมุนเวยี น ก. คา ซอ้ื ทด่ี นิ ข. คา จา งแรงงาน ค. ดอกเบี้ยเงินกูธนาคาร ง. คาเส่อื มราคาของเครอื่ งจักร 10. ขอใดไมใชป จจัยการผลติ ทส่ี ําคัญทีผ่ ปู ระกอบการธรุ กจิ ตองคํานงึ ถึง ก. เงินทนุ คาจางแรงงาน ข. เคร่อื งมอื อุปกรณ ค. วตั ถุดบิ สถานที่ ง. สภาพอากาศ 11. การสรางความพงึ พอใจใหลกู คาช่ืนชอบในสินคา ผปู ระกอบธุรกิจตองคาํ นงึ ถงึ สงิ่ ใด ก. พฒั นาสนิ คาใหท ันสมยั ข. ขายสินคา ราคาถกู มากเปนพเิ ศษ ค. ผลติ สนิ คาไดต รงตามความตองการของลูกคา ง. จํากดั จาํ นวนของสนิ คา ท่ีจะวางจําหนายใหก ับลูกคา

118 12. ปจจัยทเ่ี ก่ยี วของกับลูกคาทสี่ งผลใหป ระสบความสําเร็จในการผลิตและการบริการ ก. มีสิง่ จงู ใจใหลูกคา ข. การสง สนิ คาใหก ับลกู คา ค. การสาํ รวจความตองการของลูกคา ง. กําหนดสินคาตามความพงึ พอใจของลูกคา 13. ขอใดไมใ ชห ลักการตดั สนิ ใจ ก. การทาํ วจิ ัย ข. ประสบการณ ค. การทาํ การทดลอง ง. การตรวจสอบความตอ งการ 14. การดําเนินการในขอใดถือเปนการพฒั นาระบบการผลิตหรอื การบรกิ าร ก. ใหเ กียรติผอู นื่ จริงใจ มีนํ้าใจ ข. ใชเทคโนโลยที ่ีทันสมัยในการผลิต ค. การวิเคราะหขอมูลการตลาดอยางสมาํ่ เสมอ ง. ใชร ะบบการทํางานทีส่ ามารถตรวจสอบไดตลอดเวลา 15. เหตใุ ดจึงตองมีการวิเคราะหความเปนไปไดข องแผนพัฒนาธุรกจิ เชงิ รกุ ก. เพอื่ ใหด าํ เนินงานบรรลุตามวัตถปุ ระสงค ข. เพื่อใหบคุ ลากรสามารถปฏบิ ตั งิ านตรงตามแผน ค. เพือ่ เตรียมรับสถานการณทอ่ี าจเกดิ ขนึ้ ไดใ นอนาคต ง. เพื่อตรวจสอบความเปนไปไดกอนท่จี ะเขยี นโครงการ 16. เปา หมายสาํ คญั ของธุรกิจเชงิ รุกควรเปน อยางไร ก. รา น กุง ปลอ ยขา วโจมตีคแู ขง ข. รา น ตู หาจุดออนของรา นคา คูแขง ค. ราน หนึง่ มโี ปรโมช่ันลดราคาเพื่อดงึ ดดู ลูกคา ง. รา น ตุก สํารวจความตองการและชงิ สว นแบง การตลาดจากรา นคูแ ขง 17. การปรับปรุงคณุ ภาพโครงการสามารถดาํ เนนิ การไดใ นชวงใด ก. สน้ิ สุดโครงการ ข. กอนดําเนินโครงการ ค. ระหวางการดําเนนิ โครงการ ง. กอน ระหวาง และสน้ิ สดุ โครงการ

119 18. จากการประเมินโครงการพบวา โครงการไมบรรลวุ ัตถุประสงค ควรดําเนินการอยางไร ก. ตง้ั คณะกรรมการเพ่อื แกไขแผนโครงการ ข. แผนโครงการเปนสง่ิ ท่ีตายตวั ไมส ามารถแกไ ขได ค. ยกเลิกข้ันตอนเดมิ แลว ดําเนินการตามข้นั ตอนใหม ง. เพิม่ เตมิ โครงสรา งเพื่อควบคุมมาตรฐานและดแู ลคุณภาพไดง า ยข้นึ 19. การเขียนโครงการพัฒนาอาชีพควรกลาวถึงความสําคัญของโครงการหรือแนวคิดสาํ คัญทตี่ องการให เกดิ การพัฒนาอาชีพไวในขั้นตอนใด ก. ชอ่ื โครงการ ข. วตั ถปุ ระสงค ค. วธิ ดี ําเนนิ การ ง. หลกั การและเหตุผล 20. ขอ ใดตอ ไปนแ้ี สดงใหเหน็ วาอาชพี ยงั ขาดความม่ันคง ก. สนิ คาไดร ับความนิยมจากผซู อื้ ข. มสี นิ คาทห่ี ลากหลายและมีคุณภาพ ค. รายไดข ้นึ อยูกับยอดขายในแตละชวงการผลิต ง. มีการผลติ สนิ คา ทีไ่ ดรับความนิยมออกสตู ลาดอยา งสม่ําเสมอ

รายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง รหัสวิชา ทช31001 จุดประสงคก ารเรยี นรู 1. นักศึกษาสามารถอธบิ ายแนวคดิ หลกั การ ความหมาย ความสาํ คญั ของปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. นักศกึ ษาบอกแนวทางการนําปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยกุ ตใ ชในการดาํ เนินชวี ติ 3. นกั ศึกษาเหน็ คุณคา และปฏบิ ัติตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. นักศึกษาปฏิบตั ิตนเปน แบบอยางในการดาํ เนินชวี ิต และมสี วนรวมในชมุ ชนในการปฏิบัติตนตาม หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในชุมชน ขอบเขตเน้ือหา ความพอเพยี ง ชมุ ชนพอเพยี ง การแกป ญหาชุมชน สถานการณของประเทศกับความพอเพยี ง และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงกบั วิกฤตโควิด-19 บทที่ 1 ความพอเพยี ง ความเปน มา ความหมาย หลกั แนวคิด เศรษฐกิจพอเพียง เปนปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพติ ร (รัชกาลที่ 9) ทรงมีพระราชดํารสั ชแ้ี นะแนวทางการดํารงอยู และการปฏบิ ัติตน ของประชาชนในทุกระดับใหดําเนินชวี ิตทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจเพ่ือใหกาวทันตอ โลกยคุ โลกาภวิ ัตน เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน การยึดหลกั 5 ประการ ท่ีสาํ คญั ในการดําเนนิ การ ไดแ ก 1. ทางสายกลางในการดําเนินชีวิต ต้ังแตระดับครอบครัว ชุมชน และระดับรัฐ รวมถึงเศรษฐกิจ ในทกุ ระดับ 2. มคี วามสมดลุ ระหวา งคน สงั คม สิง่ แวดลอ ม และเศรษฐกิจ 3. มีความพอประมาณ ความพอเพียงในการผลิตและการบริโภค บนพื้นฐานของ ความพอประมาณอยางมีเหตผุ ล 4. มรี ะบบภมู ิคมุ กัน มภี มู ิคมุ กันในการดํารงชวี ิต มสี ุขภาพดี มศี ักยภาพ มที ักษะในการแกไขปญหา 5. รเู ทาทันโลก มีความรู มีสติปญญา ความรอบคอบ มคี วามเพียร มีจิตสํานกึ ในคุณธรรมและ ความซื่อสตั ย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมีมติ ิ 4 ดาน ดังนี้ 1. มิติดา นเศรษฐกจิ : เศรษฐกิจพอเพยี งเปนเศรษฐกิจแบบพออยูพอกนิ มคี วามขยันหมั่นเพียร ประกอบสมั มาอาชพี เพอ่ื ใหพ ึ่งตนเองได

121 2. มิติดานจิตใจ : ยึดเสนทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) เนนที่จิตใจที่รูจักพอ คือ พอดี พอประมาณ และพอใจในสิง่ ท่ีมี 3. มิตดิ า นสงั คม : สังคมทีม่ ีความสุขสงบประชาชนมคี วามเมตตาเอ้อื อาทรชว ยเหลอื ซึ่งกันและกัน 4. มิติดานวัฒนธรรม : เศรษฐกิจพอเพียงมุงใหเกิดวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตท่ีประหยัด อดออม มชี ีวติ ทเ่ี รียบงา ยไมฟมุ เฟอ ย บทที่ 2 ชมุ ชนพอเพยี ง โครงสรางของชมุ ชน ประกอบดวย 3 สว น คอื 1. กลมุ คน หมายถึง การท่ีคน 2 คนหรือมากกวา น้ันเขามาตดิ ตอเกี่ยวขอ งกนั และมีปฏสิ ัมพนั ธ ตอ กันทางสงั คมในชว งเวลาหน่งึ ดว ยความมงุ หมายอยา งใดอยางหนงึ่ รว มกัน 2. สถาบันทางสังคม เม่ือคนมาอยูรวมกันเปนกลุมแลว และมีวิวัฒนาการไปถึงข้ันตั้ง องคกรทางสังคมแลว ก็จะมีการกําหนดแบบแผนของการปฏิบัติตอกันของสมาชิกในกลุม เพ่ือสามารถ ดาํ เนินการตามภารกิจ 3. สถานภาพและบทบาท สถานภาพ หมายถึง ตําแหนงทางสังคมของคนในกลุม หรือสังคม บทบาท หมายถงึ พฤติกรรมท่คี นในสงั คมตองทาํ ตามสถานภาพในกลุม หรอื สังคม การบริหารจัดการชุมชน หมายถึง การนําวิธีการตาง ๆ มาใชเพื่อชวยในการดําเนินงาน ในชุมชนเปนไปตามแผนชุมชนที่กําหนด เนน การดําเนินการ โดยการมีสว นรวมของประชาชน การปฏิบัติ เพอ่ื กระทาํ สง่ิ ตา ง ๆ และการวัดผลความสาํ เร็จของชมุ ชน กระบวนการชมุ ชน ประกอบดวย 1. วิเคราะหช ุมชน 2. การเรยี นรแู ละการตดั สินใจของชุมชน 3. การวางแผนชมุ ชน 4. การดําเนินกจิ กรรมชุมชน 5. การประเมินผลการดําเนินงานของชุมชน องคป ระกอบการขับเคลอ่ื นชุมชน มดี ังน้ี 1. โครงสรา งพืน้ ฐานทางสงั คมของชมุ ชน 2. ความคิดพืน้ ฐานของประชาชน 3. บรรทัดฐานของชมุ ชน 4. วิถีประชาธิปไตย

122 บทที่ 3 การแกปญหาชมุ ชน ปญหาชุมชน แตละชุมชนจะมีปญหาที่แตกตางกันออกไปขึ้นอยูกับบริบทของชุมชน เชน ดานการศึกษา ดานสุขภาพอนามัย ดานสังคมการเมืองการปกครอง ดานสิ่งแวดลอมและ ทรัพยากรธรรมชาติ และดานศาสนาศลิ ปวฒั นธรรม การพัฒนาชุมชน เปนการแกปญหาชุมชนท่ีเปนรูปแบบและข้ันตอน ชุมชนจะตอง มีคณะทํางานที่มาจากหลายภาคสวนเขามามีสวนรวมในการแกปญหาของชุมชนดวยตนเอง จัดลําดับ และแนวทางการแกไ ขมารวมพจิ ารณาปญ หา การมีสวนรวม แกปญหาหรือพัฒนาชุมชน ประยุกตใ ชเศรษฐกจิ พอเพียง เพื่อแกปญหาชมุ ชน การประยกุ ตใชป รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง แนวทางการแกป ญ หาชุมชน มดี งั นี้ 1. เนนเรื่องปญหา เปนการเปล่ียนแปลงที่เอาปญหามาเปนตัวตั้ง แลวหาแนวทางจัดการหรือ แกป ญหานัน้ ๆ ชุมชนเปลย่ี นแปลงไปหรอื ไมอ ยา งไร ดูทป่ี ญ หาวามีอยูและแกไ ขไปอยางไร 2. เนนเรอื่ งอาํ นาจ เปน การเปลย่ี นแปลงทีม่ องตวั อํานาจเปน สําคัญ ชุมชนเปลี่ยนแปลงไปหรอื ไม อยางไร ดูที่ใครเปนคนจัดการอํานาจในการเปล่ียนแปลงอยูท่ีไหน ศกั ยภาพในการเปลี่ยนแปลงเพ่ิมขึ้น หรอื ไม และสดุ ทายมกี ารเปลี่ยนโครงสรางอาํ นาจหรอื ไม 3. เนนการพฒั นา เปนการเปลี่ยนแปลงทเ่ี นนท่ีพลังจากภายในชมุ ชน ดําเนนิ การเปล่ียนแปลงชุมชน โดยการตัดสินใจการกระทําของคนในชมุ ชนเอง ไมไดไปเปลี่ยนท่ีคนอื่น หากเปนการเปล่ียนท่ีชุมชนและไมได เอาตวั ปญหาเปนตัวต้ัง แตเปน ความพยายามทีจ่ ัดสรา งชมุ ชนทีพ่ ง่ึ ตนเอง และสามารถยืนอยูไดด ว ยตนเอง การประยกุ ตใ ชเ ศรษฐกจิ พอเพยี งเพอื่ แกป ญหาชมุ ชน มดี ังน้ี ดานจิตใจ มีจิตใจเขมแข็ง พ่ึงตนเองได/มีจิตสํานึกที่ดี/เอื้ออาทร/ประนีประนอม นึกถึง ผลประโยชน สว นรวมเปนหลกั ดานสังคม ชวยเหลือเก้ือกลู กัน/รูรักสามคั ค/ี สรา งความเขม แขง็ ใหครอบครัวและชมุ ชน ดา นทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รูจักใชแ ละจดั การอยา งฉลาดและรอบคอบ/เลือกใช ทรพั ยากรที่มอี ยูอ ยางคมุ คาและเกดิ ประโยชนสูงสุด/ฟน ฟูทรพั ยากรเพื่อใหเกิดความย่ังยนื สงู สุด ดานเทคโนโลยี รูจกั ใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคลองกับความตองการและสภาพแวดลอม (ภมู ิสงั คม)/พฒั นาเทคโนโลยจี ากภูมปิ ญ ญาชาวบานเองกอ น/กอใหเ กิดประโยชนกบั คนหมูมาก

123 บทท่ี 4 สถานการณข องประเทศกบั ความพอเพยี ง สถานการณของประเทศกบั ความพอเพยี ง ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุงเนนใหเกิดการพิจารณาอยางรอบคอบ มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการวางแผน และการดําเนินงานทุกข้ันตอน เพ่ือมิใหเกิดความเสียหายตอการพัฒนา แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบบั ท่ี 9 เนน กระบวนการมีสวนรวมของประชาชนในทกุ ระดับ ทุกข้นั ตอน โดยยึดหลักรวมกันคิด รวมกันทํา และรวมกันรับผิดชอบในลักษณะเปนเครือขายการพฒั นา ยึ ด ห ลั ก ป รั ช ญ า ข อ ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พ อ เ พี ย ง เ ป น ป รั ช ญ า นํ า ท า ง ใ น ก า ร พั ฒ น า ป ร ะ เ ท ศ ใ ห เ ข า สู สั ง ค ม ที่ยึดหลักทางสายกลาง แบงเปน 4 ดาน ไดแก ดานสังคม ดานเศรษฐกิจ ดานทรัพยากรธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ ม ดานการบรหิ ารจัดการทรัพยากร ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งกับวกิ ฤตโควิด-19 ผลของโควิด-19 กระทบไปท่ัวโลกอยางรนุ แรง ทาํ ใหก ารทองเท่ียวซบเซา การสงออกทาํ ยาก ขึ้น บริษทั ใหญ ๆ หลายแหง ตอ งปดตวั ปรับลด และปลดคนงาน เศรษฐกิจตกตํ่าอยา งไมเคยเปนมากอ น สาํ หรับประเทศไทยแมวาภาครัฐจะออกมาตรการมาชวยเหลอื เยียวยาหลาย ๆ มาตรการ ไมวาจะเปน มาตรการชวยเหลือผูมีรายไดนอยและคนตกงานจากภาวะโควิด-19 มาตรการชวยเหลือเกษตรกร มาตรการเยียวยาแรงงานที่ไมอยูในระบบประกันสังคม มาตรการดูแลและเยียวยาผูประกอบการ และ มาตรการดานภาษี เปนตน แตมาตรการดังกลาวเปนการเยียวยาในระยะส้ัน ๆ สวนในระยะยาวการท่ี เราจะอยูรอดไดในภาวะโควิด-19 จําเปนตองพึ่งพาตัวเองเปนหลัก ตองปรับเปล่ียนวิถีการใชชีวิต ใหเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในภาวะวิกฤตเชนน้ี ดังน้ัน จึงตองปรับตัวลดคาใชจายท่ี ไมจาํ เปน ประหยัด อดออม และหันกลับมาดํารงชีวิตอยางพอมี พอกนิ ด่ังพระราชดําริวาดวยเศรษฐกิจ พอเพียง ท่วี า“...การพฒั นาประเทศจําเปนตองทาํ ตามลําดับขั้น ตองสรา งพน้ื ฐานคอื ความพอมี พอกิน พอใชของประชาชนสวนใหญเบ้ืองตนกอน โดยใชวิธีการและอุปกรณที่ประหยัดแตถูกตองตามหลัก วิชาการ เมือ่ ไดพนื้ ฐานความม่ันคงพรอ มพอสมควร และปฏบิ ัตไิ ดแ ลว จงึ คอยสรางคอ ยเสรมิ ความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นท่ีสูงขึ้นโดยลาํ ดับตอไป...” (18 กรกฎาคม 2517) “...คนอ่ืนจะวาอยางไรก็ ชางเขา จะวาเมืองไทยลา สมัย วาเมืองไทยเชย วาเมืองไทยไมมีสิ่งท่ีสมัยใหมแตเราอยูพอมีพอกิน และ ขอใหทุกคนมีความปรารถนาที่จะใหเมืองไทย พออยูพอกิน มีความสงบ และทํางานตั้งจิตอธิษฐานต้ัง ปณิธานท่ีจะใหเมืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใชวาจะรุงเรืองอยางยอด แตวามีความพออยูพอกิน มคี วามสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถาเรารักษาความพออยูพอกนิ นไ้ี ด เราก็จะยอดย่งิ ยวดได...” (4 ธันวาคม 2517) พระบรมราโชวาทนี้ ทรงเห็นวาแนวทางการพฒั นาท่ีเนนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศเปน หลักแตเพียงอยา งเดียวอาจจะเกิดปญหาได จึงทรงเนนการมีพอกินพอใชของประชาชน สว นใหญ ในเบื้องตนกอน เมื่อมีพื้นฐานความม่ันคงพรอมพอสมควรแลว จึงสรางความเจริญและฐานะ

124 ทางเศรษฐกิจใหสูงข้ึน(มูลนิธิชัยพัฒนา, 2563) การพ่ึงพาตนเองและหันกลับมาใชชีวิตอยางพอมี พอกนิ พอใช จึงเปนอีกทางเลือกทางรอดของไทยในภาวะวิกฤตโควิด-19 ท่ีจะชวยใหประชาชนคนไทย ดํารงชีพอยูไดอยางมีรากฐานม่ันคง มีสุขภาพกายท่ีดี และสุขภาพใจท่ีเต็มเปยมไปดวยความสุขอยาง ยัง่ ยืนแทจรงิ หมายเหตุ : ใหน ักศึกษาไดศกึ ษาเพิ่มเตมิ จากหนังสอื แบบเรียนรายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช31001 วิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

125 แบบทดสอบรายวชิ าเศรษฐกิจพอเพียง ทช31001 จงเลือกคําตอบท่ีถูกตอ งท่สี ุดเพยี งคาํ ตอบเดยี ว 1. แนวทางเศรษฐกิจพอเพยี งสงเสริมใหป ระชาชน ดาํ เนินชีวติ ในลกั ษณะใด ก. ดาํ เนนิ ชีวิตอยางหรหู รา ข. ดาํ เนินชีวติ อยา งเครงครดั ค. ดําเนนิ ชวี ติ ทางสายกลางยดึ ความพอดี ง. ดําเนนิ ชีวิตเพื่อสรางความสะดวกสบายตนเอง 2. กรอบแนวคิดใดถูกตอ งเก่ยี วกบั เศรษฐกิจพอเพียง ก. มองโลกใบเล็ก ข. มองโลกใหแคบ ค. มองไปขางหนา ง. มองโลกในเชงิ ท่มี ีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลา 3. ขอใดเปนการปฏิบตั ิหนาทอี่ ยูบ นพ้ืนฐานของทางสายกลาง ก. ปฏิบัตติ นตามหลกั ศาสนาของตนเอง ข. วางแผนการปฏิบตั ิงานโดยเนนผลลพั ธ ณ ปจจบุ นั ค. ตัดสนิ ใจแกปญหาโดยยดึ ความคิดของตนเองเปนหลัก ง. เลอื กวิธกี ารพฒั นาผลิตภัณฑตามวัฒนธรรมของหมูบ านใกลเคียง 4. การใชอนิ เตอรเ น็ตและโทรศัพทม อื ถือใหเ กดิ ประโยชนส ูงสดุ และคุมคา มากท่สี ดุ ควรยดึ หลักใด ก. ความมวี นิ ัย ข. ความมเี หตผุ ล ค. ความพอเพียง ง. ความพอประมาณ 5. หากเกดิ อุบัตภิ ัยขน้ึ ในชมุ ชนท่มี กี ารปฏบิ ัติตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ขอ ใดจะไมเกดิ ขึน้ กับชุมชนน้ี ก. ฟน ตวั เรว็ ข. มภี ูมิคุม กัน ค. ชวยเหลือตวั เองได ง. รอความชวยเหลือจากรฐั บาลเทาน้นั

126 6. ขอ ใดสัมพนั ธก ันระหวางวธิ กี ารนาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใช ก. พอ สอนใหลูกรูจักการใหอ ภัยเพื่อนที่ทําผดิ - การมภี ูมิคมุ กันทด่ี ใี นตวั ข. การตัดสนิ ใจผลติ สินคาตามความตองการของหวั หนางาน - ความมีเหตผุ ล ค. การเตรียมตัวพรอ มรบั ผลกระทบและการเปลีย่ นแปลงดานตาง ๆ - การมีภมู คิ ุม กนั ทด่ี ี ง. ผูอํานวยการสถานศึกษาจดั เล้ียงครทู ่มี ผี ลงานดีเยีย่ มเดือนละ 1 ครงั้ – ความพอประมาณ 7. การบรหิ ารจัดการชุมชน องคกร ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีประโยชนหรือสงผลดีตาม ขอใด ก. เยาวชนในชมุ ชนสนใจใฝเ รยี นรมู ากข้ึน ข. มผี ูนาํ ท่ีดใี นชุมชนเพื่อการบรหิ ารจัดการชมุ ชน ค. คนในชมุ ชนทาํ งานมากขึ้นเพราะทกุ ชุมชนมีผลิตภัณฑเ ปนของตนเอง ง. ชมุ ชนมคี วามเขมแข็งดา นการผลิตสนิ คาจากทรพั ยากรธรรมชาติในทองถ่ินของตน 8. ขอใดเปน ปญ หาของชุมชนดา นสงั คม ก. ชมุ ชนหาดาว มกี ลุมเด็กเรรอ นอาศัยอยู ข. ชมุ ชนขน้ั เทพ มพี อคาคนกลางชว ยในการสงตอสินคา ค. ชมุ ชนเปน ตอ คนในชุมชนไดรบั การศกึ ษาไมเทา เทยี มกัน ง. ชุมชนไมขาว ผใู หญบานจัดสรรพ้นื ท่ีใหค นในชุมชนปลูกผลไม 9. ขอใดเปนแนวทางการพฒั นาชมุ ชนที่เหมาะสมและควรปฏบิ ตั ลิ ําดับแรก ก. วัยรุนปฏบิ ตั ติ ามคานยิ มตางชาติ – ครอบครัวพดู คุยกนั มากขึ้น ข. คนในชุมชนมหี นี้สนิ จากการพนัน - ต้ังสหกรณเ พ่ือใหค นในชุมชนยมื เงนิ ค. ความเหลื่อมลาํ้ ทางสังคม - การกระจายอาํ นาจใหคนในชมุ ชนบริหารชุมชน ง. ความขดั แยงทางการเมอื ง - ชุมชนพัฒนารปู แบบการปกครองเฉพาะชุมชนตนเอง 10. การมีสวนรว มของประชาชนในการแกป ญหาชุมชน ขอใดเปน ข้นั ตอนแรกท่ีควรดําเนินการ ก. ผนู ําชมุ ชนรวมกนั แกป ญ หากับครอบครวั ที่เกดิ ปญ หาโดยตรง ข. เมื่อเกิดปญ หาใหแกไขปญหาดว ยตนเองกอ น หากไมส าํ เร็จคอยมาแจงผนู ําชมุ ชน ค. รวบรวมปญ หาท่ีเกดิ ขนึ้ ใหไ ดจํานวนมาก ๆ แลวใหคนในชมุ ชนรว มกันแกปญหาพรอมกนั ง. ทกุ ปญ หาท่ีเกิดข้ึนในชมุ ชนตองใหคนในชุมชนรวมกันลําดบั ความสําคัญของปญหา และแกไขตาม ความสาํ คญั

127 11. หลกั การเศรษฐกิจพอเพียงจะใชไดเ ตม็ ท่ีตอเมื่อประชาชนสว นใหญในประเทศปฏิบตั ติ นตามขอใด ก. ใชเทคโนโลยที นั สมัยท่ีสดุ ข. ผลติ พชื ผลหลายชนิดเพื่อกระจายความเสีย่ ง ค. ผลติ พชื ผลที่ประเทศมคี วามชาํ นาญมากท่สี ุด ง. ผลิตตามประเทศอุตสาหกรรมกาวหนาทงั้ หลาย 12. ในขณะท่ีประเทศประสบปญหาเศรษฐกิจตกต่ํารุนแรง รฐั บาลควรใชมาตรการใดลดความรุนแรงของ ปญ หา ก. ลดปริมาณเงิน ข. ไถถอนพนั ธบตั รเกา ค. ชักชวนเอกชนประหยัด ง. รัฐบาลลงทุนโครงการใหญ 13. การกระจายอาํ นาจการบรหิ ารจดั การประเทศสูภูมิภาค ทองถน่ิ และชมุ ชนมีความสําคญั อยา งไร ก. สงเสริมภาคเอกชนใหม ีความเขม แขง็ ข. สรา งความเจรญิ ทางเศรษฐกิจและสงั คม ค. เสรมิ สรางความเขมแข็งภาคประชาชน ง. เสรมิ สรา งศกั ยภาพของชมุ ชนในการอยูรวมกนั 14. ชมุ ชนในขอ ใดมีการบริหารจัดการชมุ ชนตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ก. ชุมชนท่ใี ชท ุนในชุมชนมากท่สี ุด ข. ชมุ ชนมีความกาวหนา ทางเศรษฐกจิ ค. ชมุ ชนมีการประกอบธุรกจิ ทมี่ ัง่ คงั่ กวาชมุ ชนอ่ืน ง. ชุมชนมกี ารทํากิจกรรมจนนําไปสกู ารพัฒนาท่ีสมดลุ 15. การทาํ ธรุ กจิ แบบใดสอดคลอ งกบั การบริหารจัดการตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ก. ธรุ กจิ ท่มี ีเจาของธุรกิจเปน ผูนาํ ชุมชน ข. ธุรกจิ ทมี่ ผี ูรว มลงทุนเปนคนไทยเทานัน้ ค. ธุรกิจทีม่ ีการแขง ขันแบบเสรแี ละเปนธรรม ง. ธุรกจิ ท่มี ีการประกอบกิจการเพยี งเจาเดียวในตลาด

128 16. การท่ีชาวนาจาํ นวนหนึ่งไมไ ดรับเงินตามโครงการรับจํานาํ ขาว ทําใหชาวนาไมมีรายไดเพียงพอตอ การดํารงชวี ติ จดั เปนปญหาดา นใดมากท่สี ดุ ก. ปญ หาดานเศรษฐกจิ ข. ปญ หาดา นการศกึ ษา ค. ปญหาดา นการเกษตร ง. ปญ หาดา นความมัน่ คง 17. ในการพัฒนาชุมชนจะตอ งทาํ ส่งิ ใดเปน ลําดับแรก ก. ขอความรวมมือจากองคกรเอกชน ข. ทาํ ความเขาใจกับคนในชมุ ชนใกลเ คยี ง ค. ขอความสนบั สนุนงบประมาณจากรัฐบาล ง. ทําประชาคมเพอื่ ทราบและวเิ คราะหปญหา 18. คุณธรรมพ้นื ฐานท่ชี วยสง เสรมิ การมสี ว นรว มของคนในชุมนคอื ขอ ใด ก. ความมีวินยั ข. ความสุภาพ ค. ความสามคั คี ง. ความประหยดั 19. กระบวนการทสี่ าํ คญั ของการบริหารจัดการชมุ ชนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงคือขอ ใด ก. คนในชุมรว มวางแผน รว มปฏบิ ตั ิและรวมประเมินผล ข. คนในชุมชนรว มกนั เลอื กผูนําชุมชนทีม่ คี วามสามารถ ค. คนในชุมชนรวมระดมเงนิ เพือ่ จางนกั วชิ าการมาดําเนนิ งาน ง. คนในชุมชนรวมพฒั นาระบบขนสง สาธารณะท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ 20. การสรา งความสมดุลของแนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพียงเนน ใหเกิดกับส่ิงใดมากท่ีสุด ก. ความสมดุลระหวางมนุษยก ับส่งิ แวดลอ ม ข. ความสมดุลระหวา งอุตสาหกรรมกับเกษตรกรรม ค. ความสมดลุ ระหวา งสินคาตางประเทศกับสินคา ไทย ง. ความสมดุลของความเจรญิ ทางเทคโนโลยีกับภูมปิ ญ ญาไทย

รายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา รหัสวิชา ทช 31002 จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. นักศกึ ษาสามารถอธิบายการทาํ งานของระบบตา ง ๆ ในรา งกายไดถูกตอง 2. นกั ศึกษาสามารถวางแผนเปาหมายชวี ติ ตลอดจนเรื่องปญหาเก่ียวกับเพศศกึ ษาได 3. นักศึกษาสามารถเรียนรูเ รื่องการวางแผนในการสรา งเสรมิ สุขภาพเกยี่ วกับอาหารได 4. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายถึงโรคทถี่ ายทอดทางพันธุกรรมได 5. นักศกึ ษาสามารถวางแผนปอ งกนั เกย่ี วกับอบุ ัตเิ หตุ อบุ ัติภยั ไดอยางถูกตอง 6. นกั ศกึ ษามีความรใู นการพฒั นาทักษะชีวิตใหดไี ด ขอบเขตเนอ้ื หา ระบบตาง ๆ ของรางกาย เปาหมายชีวิต ปญหาเกี่ยวกับเพศศึกษา อาหารและโภชนาการ เสริมสรางสุขภาพ โรคที่ถายทอดทางพันธุกรรม ปลอดภัยจากการใชยา ผลกระทบจากสารเสพติด อนั ตรายรอบตัว และทักษะชวี ติ เพื่อสขุ ภาพจติ เพ่อื ใชป ระโยชนในการวางแผนพฒั นาสขุ ภาพของตนเอง และครอบครัวนําไปประยุกตใชในชีวิตประจําวันในการดําเนินชีวิตของตนเอง และครอบครัวได อยา งเหมาะสมปลอดภยั บทท่ี 1 ระบบตา ง ๆ ของรางกาย 1.1 การทาํ งานของระบบยอยอาหาร มนุษยเปนผูบริโภคโดยการรับประทานอาหารเพ่ือใหร า งกายเตบิ โตดํารงอยูได และซอ มแซม สวนที่สึกหรอ มนุษยจึงมีระบบการยอยอาหารเพื่อนําสสาร แรธาตุ และนํ้า ใหเปนพลังงานเพ่ือใชใน การดํารงชีวิตการยอยอาหารมี 3 ข้ันตอน คือการยอยอาหารในปาก การยอยอาหารในกระเพาะอาหาร การยอ ยอาหารในลาํ ไส 1.2 การทํางานของระบบขบั ถาย การขับถายเปนกระบวนการกําจัดของเสียที่รางกายไมตองการออกมาภายนอกรางกาย เรียกวา การขับถายของเสีย อวัยวะที่เกี่ยวของกับการกําจัดของเสีย ไดแก ปอด ผิวหนัง กระเพาะ ปส สาวะ และลําไสใ หญเ ปน ตน 1.3 การทํางานของระบบประสาท ระบบประสาท (Nervous System) การทํางานของระบบประสาทเปนกระบวนการท่ี สลับซับซอนมาก และเปนระบบท่ีมีความสัมพันธกับการทํางานของระบบกลามเนื้อ เพ่ือใหรางกาย สามารถปรับตัวใหเขากับสภาพแวดลอม ทั้งภายในภายนอกรางกาย ระบบประสาทนี้สามารถแบงแยก ออก 3 สว น ดงั น้ี

130 1. ระบบประสาทสว นกลางระบบสว นน้ี ประกอบดวย สมอง และไขสนั หลงั 2. ระบบประสาทสว นปลาย เปน สวนทีแ่ ยกออกมาจากระบบประสาทสว นกลาง คือสวน ทแี่ ยกออกมาจากสมองเรียกวา เสน ประสาทสมอง และสวนทีแ่ ยกออกมาจากไขสันหลัง เรียกวา เสน ประสาทไขสันหลงั 3. ระบบประสาทอัตโนมัตทิ ําหนาที่ควบคุมการทํางานของอวัยวะภายในและทํางานอยู นอกอาํ นาจจติ ใจ 1.4 การทาํ งานของระบบสบื พันธุ การสืบพันธุเปนส่ิงท่ีทําใหมนษุ ยดาํ รงเผาพนั ธุอยูได ซึ่งตอ งอาศัยองคป ระกอบสาํ คัญ เชน เพศชายและเพศหญิง แตละเพศจะมีโครงสรางของเพศ และการสืบพันธุ ศกึ ษาความรูเพมิ่ เติมจาก QR-Code ซง่ึ แตกตา งกนั 1.5 การทาํ งานของระบบตอมไรท อ 1. ตอมมีทอ (Exocrine Gland) เปนตอ มท่ีสรางสารเคมีออกมาแลว สง ไปยงั ตําแหนง ออกฤทธ์ิ โดยอาศัยทอ ลาํ เลียงของตอ มโดยเฉพาะ บทที่ 1 การทํางานของระบบในรางกาย 2. ตอมไรทอ (Endocrine Gland) เปนตอมที่สรางสารเคมีข้ึน มาแลวสงไปออกฤทธ์ิยังอวัยวะเปาหมาย โดยอาศัยระบบหมุนเวียนเลือดเน่ืองจากไมมีทอลําเลียงของ ตอมโดยเฉพาะ บทท่ี 2 ปญ หาเพศศึกษา 2.1 ทกั ษะการจัดการปญ หาทางเพศ พัฒนาการเรื่องเพศในเด็กและวัยรุนเก่ียวของกับชีวิตต้ังแตเด็กจนโตการท่ีบุคคลไดเรียนรู ธรรมชาติ ความเปนจริงทางเพศ จะชวยใหมีความรู มีทัศนคติ สามารถปรับตัวตามพัฒนาการของชีวิต อยางเหมาะสม และมีพฤติกรรมถูกตองในเร่ืองเพศ สามารถสอนไดต้ังแตเด็กยังเล็ก สอดแทรกไปกับ การสงเสริมพัฒนาการดานอ่ืน ๆ ผูเรียนควรจะไดเรียนรูถึงวิธีการจัดการกับอารมณทางเพศอยาง เหมาะสม ไมตกเปนทาสของอารมณเ พศ ซ่งึ การจัดการกับอารมณท างเพศอาจแบงตามความรุนแรงได เปน 3 ระดับ ดังน้ี ระดับท่ี 1 การควบคุมอารมณทางเพศ ระดับที่ 2 การเบ่ียงเบนอารมณทางเพศ ระดบั ที่ 3 การปลดปลอ ย หรือระบายอารมณทางเพศ 2.2 ปญหาทางเพศในเดก็ และวยั รุน ปญหาทางเพศในเด็กและวัยรุนแบงตามประเภทตาง ๆ ไดดังน้ีความผิดปกติในเอกลักษณ ทางเพศ รักรวมเพศ พฤติกรรมกระตุนตนเองทางเพศในเด็ก และการเลนอวัยวะเพศตนเอง พฤติกรรม กระตนุ ตนเองทางเพศในวยั รนุ พฤติกรรมทางเพศท่ีวปิ ริต

131 2.3 กฎหมายท่ีเก่ยี วของกบั การละเมิดทางเพศ ศึกษาความรูเพม่ิ เติมจาก QR-Code คดีความผิดเก่ียวกับเพศ โดยเฉพาะความผิดฐานขมขื่นกระทํา บทท่ี 2 ปญ หาเพศศกึ ษา ชําเรา ถือเปนความผิดที่รุนแรงและเปนท่ีหวาดกลัวของผูหญิงจํานวนมาก รวมทั้งผูปกครองของเด็ก ไมวาจะเปนเด็กหญิงหรือเด็กชาย กฎหมายที่ บัญญัติไวเพ่ือคุมครองผูหญิงและผูเสียหายจากการลวงละเมิดทางเพศ มบี ัญญัตอิ ยูในลกั ษณะความผดิ เกยี่ วกับเพศในมาตราตา งๆ บทที่ 3 อาหารและโภชนาการ ถา รางกายของคนเราไดร ับสารอาหารไมครบถว น หรือปริมาณไมเพียงพอกับความตองการของ รางกาย จะทําใหเกิดความผิดปกติและเกิดโรคขาดสารอาหารได โรคขาดสารอาหารที่สําคัญ และพบบอยในประเทศไทย ไดแก โรคขาดโปรตีนและแคลอร่ี เปน ตน ฉะน้ัน โรคขาดโปรตีนและแคลอรี่ เปนโรคท่ีเกิดจากรางกายไดรับสารอาหารประเภทโปรตีน คารโบไฮเดรตและไขมันท่ีมีคุณภาพดี ไมเพียงพอ การสุขาภิบาลอาหารเปนการดําเนินการดวยวิธีการตาง ๆ ที่จัดการเกี่ยวกับอาหาร ดานการปรับปรุง การบํารุงรักษา และแกไขเพ่ือใหอาหารที่บริโภคเขาสูรางกายแลวมีผลดีตอสุขภาพ ท้ังนี้เน่ืองจากอาหารมีความสําคัญตอชีวิต โดยใชในการสรางพลังงาน ชวยใหรางกายเกิด ความกระปกระเปรา และชวยใหรางกายมีความแข็งแรงตานทานโรคภัยตาง ๆ สามารถดําเนินชีวิตได อยา งปกตสิ ุข สารอาหาร มีความจําเปนตอรางกาย โปรตีน คารโ บไฮเดรต และไขมัน เปนสสารทใ่ี หพลังงาน และรางกายมีความตองการเปน ปริมาณมาก สว นวิตามินและแรธาตุ บางชนิด ไมใหพลังงาน แตจําเปนสําหรับการทํางานของระบบตาง ๆ ในรางกายชวย ศึกษาความรูเพมิ่ เตมิ จาก QR-Code ปอ งกันโรคภยั ไขเจ็บ ทําใหดาํ รงชีวิตอยไู ดอยางมีความสขุ มนุษยแ ตละเพศแต ละวยั แตล ะสภาพท่ตี องการพลงั งาน และสารอาหารประเภทตาง ๆ ในปรมิ าณ ไมเทากัน ดังนั้น ในการเลือกกินอาหาร จึงควรเลือกใหพอเหมาะกับเพศ วัย และสภาพของแตละบคุ คลดวย เพื่อรา งกายจะไดเติบโตอยางสมบูรณ บทที่ 3 อาหารและโภชนาการ บทท่ี 4 เสรมิ สรา งสขุ ภาพ ความหมายของคําวา สุขภาพ (Health) ขององคการอนามัยโลก คือภาวะแหงความสมบูรณ ของรางกาย จิตใจและสามารถอยูในสังคมไดอยางเปนสุขมิใชเพียงความปราศจากโรคและความพิการ เทาน้ันท่ีสําคญั คือสภาพความสมบรู ณของรา งกายและจติ ใจสุขภาพมคี วามสําคญั ตอการดํารงชวี ติ มนุษย เปนอยางยิ่ง เพราะความสุขหรือความทุกขของมนุษยขึ้นอยูกับสุขภาพเปนสําคัญ ความสําคัญของ สขุ ภาพสรปุ ไดเ ปน 3 ระดบั ไดแ ก

132 1. ความสาํ คญั ตอตนเอง 2. ความสําคัญตอ ครอบครัว 3. ความสาํ คญั ตอ สงั คม ลักษณะของผูท่ีมีสุขภาพจิตท่ีดี ผูท่ีมีสุขภาพที่ดีจะตองมีท้ังสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี หมายถึง คนที่มีรางกาย ทั้งอวัยวะตางๆ และระบบการทํางานอยูในสภาพท่ีสมบูรณ แข็งแรง และ สามารถทาํ งานไดอยางมีประสทิ ธิภาพเปน ปกติ การออกกําลังกายแตละประเภทมีลักษณะเฉพาะท่ีผูออกกําลังกายตองคํานึงถึง เชน การขี่ จักรยาน มีจุดท่ีควรระมัดระวังอยูที่หัวเขา ผูที่ขอเขาไมแข็งแรงหรือมีการ ศกึ ษาความรูเพม่ิ เตมิ จาก QR-Code อักเสบ ถาออกกาํ ลงั กายดวยการขี่จกั รยาน จะทําใหเกดิ การอักเสบมากย่ิงขึ้น ฉะนั้น การเลือกวิธีการออกกําลังกายจะตองคํานึงถึง ขอจํากัดของสภาพ รางกาย โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใชอวัยวะสวนที่เสี่ยงอันตรายของตนเองให นอ ยท่ีสุดหรือรักษาใหหายดีกอนจึงคอ ยออกกําลงั โดยเริ่มจากเบาๆ แลวเพ่ิม บทที่ 4 การเสรมิ สรา งสขุ ภาพ ความหนักทลี ะนอ ย บทที่ 5 โรคท่ถี า ยทอดทางพนั ธกุ รรม โรคท่ีถายทอดทางพันธุกรรม ความผิดปกติท่ีถายทอดทางพันธุกรรมสามารถเกิดข้ึนได ท้ังสองเพศ บางชนิดถายทอดเฉพาะเพศชาย บางชนิดถายทอดเฉพาะในเพศหญิง ซ่ึงควบคุมโดยหนวย พนั ธกุ รรมหรอื ยนี เดน และหนวยพันธกุ รรมหรือยีนดอ ยบนโครโมโซมของมนุษย โรคทางพนั ธุกรรมท่ีสําคัญ โรคท่ีถายทอดทางพันธุกรรมท่พี บโดยทั่วไป ไดแก โรคธาลัสซีเมีย , โรคฮีโมเลีย ,โรคตาบอดสี ,โรคคนเผือก ,โรคเบาหวาน รวมถึงกลุมอาการดาวนชินโดรม (Down’ s syndrome) หรอื โรคปญญาออน โรคถายทอดทางพันธุกรรมนับวาเปนปญหาที่สําคัญ ซึ่งอาจทําใหผูปวยเสียชีวิตต้ังแต คลอดออกมา หรือไดรบั ความทรมานจากโรค เม่ือเกิดอาการแลว ไมมีทางรักษา ศกึ ษาความรูเพมิ่ เตมิ จาก QR-Code ใหหายขาดได มเี พียงรักษา เพ่ือบรรเทาอาการเทาน้ัน หรอื ควบคุมใหโรคแสดง อาการออกมา ดังนั้น การตรวจสอบโรคทางพันธุกรรมและการใหคําปรึกษา ทางดานพันธุศาสตรแกคูสมรส รวมทั้งการตรวจสุขภาพกอนการแตงงาน จึงมีความสําคัญอยางย่ิง เพราะจะเปนการปองกันกอนการต้ังครรภ ซ่ึงแพทย บทที่ 5 โรคที่ถายทอดทางพันธกุ รรม ตามสถานพยาบาล สามารถใหคาํ แนะนาํ ปรึกษาได

133 บทท่ี 6 ความปลอดภยั จากการใชย า ศกึ ษาความรเู พมิ่ เตมิ จาก QR-Code หลักการและวิธีการใชยาที่ถกู ตอง การใชยาท่ีถูกตองมีหลกั การดังนี้ อานฉลากยาใหละเอียดกอนการใชทุกคร้ัง ใชยาใหถูกชนิดและประเภทของ ยา ใชยาใหถูกขนาด ใชยาใหถูกเวลา ใชยาใหถูกวิธี ใชยาใหถูกกับบุคคล ไมควรใชยาที่หมดอายุหรอื เส่อื มคุณภาพ บทท่ี 6 ความปลอดภัยจากการใชยา อันตรายจากการใชย า ยาทุกชนิดมีท้ังคุณและโทษ ดังนน้ั เพ่ือหลกี เลยี่ งอันตรายจากการใชยา จึงควรใชยาอยางระมัดระวังและใชเทาที่จําเปนจริง ๆ เทาน้ัน อันตรายจากการใชยามีสาเหตุท่ีสําคัญ ดงั นี้ ใชย าไมถ กู ตอ ง ถอนหรือหยุดยาทันท่ีใชย ารวมกนั หลายขนาน บทที่ 7 ผลกระทบจากสารเสพติด ประเภทของสารเสพตดิ ยาเสพตดิ ใหโทษแบง ได 5 ประเภท ไดแก ประเภท 1 ยาเสพติดใหโทษชนิดรายแรง เชน เฮโรอีน, แอมเฟตามีน, แมทแอมเฟตามีน, เอก็ ซตาซี, แอลเอสด,ี เคนมผง ประเภท 2 ยาเสพติดใหโ ทษทัว่ ไป เชน มอรฟ น , โคคาอนี , โคเดอีน และฝน ยา ประเภท 3 ยาเสพติดใหโทษท่ีมีลักษณะเปนตาํ รับยา และมียาเสพติดใหโทษในประเภท 2 ผสมอยูดวย คือยารักษาโรคท่ีมียาเสพติด ประเภท 2 เปนสวนประกอบอยูในสูตร เชน ยาแกไอ ยาแกท องเสีย ประเภท 4 สารเคมีที่ใชในการผลิตยาเสพติดใหโทษประเภท 1 หรือประเภท 2 เชน อาเซตคิ แอนไฮไดรด และอาเซติลคลอไรด ประเภท 5 ยาเสพติดใหโ ทษทม่ี ิไดเ ขาอยูในประเภท 1 ถึงประเภท 4 เชน กญั ชา กระทอ ม ผลกระทบจากสารเสพตดิ 1. ดานสุขภาพอนามยั 2. ดา นเศรษฐกจิ 3. ดา นสงั คม 4. ดานความมน่ั คงของชาติ สาเหตุของการติดสารเสพติด สาเหตุทเ่ี กิดจากความรูเทาไมถึงการณ สาเหตุทีเ่ กิดจากการถูก หลอกลวง สาเหตุทเี่ กิดจากความเจ็บปวย และสาเหตอุ น่ื ๆ ศึกษาความรูเพมิ่ เตมิ จาก QR-Code แนวทางการปองกัน การปองกันขั้นพ้ืนฐานนี้เปนการปองกันมิให มีการทดลองใชยา การใชย าในทางที่ผิดหรือมิใหมีผเู สพติดรายใหม ๆ เกิดข้ึน การปองกนั ข้นั ที่สองเปนการเรงรีบนําผูท่ีตดิ ยาแลว ไปบาํ บัดรักษา และการท่ี จะทําการปองกันการเสพติดไดอยางมีประสิทธิภาพน้ันจําเปนตองมีความ บทท่ี 7 ผลกระทบจากสารเสพตดิ เขาใจในสาเหตุและองคประกอบของปญหาการเสพติดเสียกอน องคประกอบทําใหเกิดการติดยาน้ัน ไดแ ก คน ยา และปจจยั ท่ีเอ้ืออํานวยใหมีการติดยาการวางแผนแกไ ขและปองกนั

134 บทที่ 8 เรื่อง ทกั ษะชีวติ เพ่อื สุขภาพจิต ทักษะการจัดการกับอารมณ อารมณเปนพลังที่ทรงอํานาจอยางหน่ึงของมนุษย อารมณ อาจเปนตนเหตขุ องสงครามอาชญากรรม ความขัดแยงเรอื่ งเช้ือชาติ และความขดั แยง อน่ื ๆ อกี หลายชนิด ระหวางมนุษยดวยกันในทางตรงกันขามอารมณเปนนํ้าทิพยของชีวิต ทําใหทุกส่ิงทุกอยางสวยงามและ นา อภิรมย ความรัก ความสนุกสนาน ความเพลดิ เพลิน ความพอใจ หรือความตลกขบขัน ลวนแตทําให ชีวติ มีคณุ คาและความหมายทั้งสิ้น อารมณมีความสําคัญเชน เดยี วกบั การจูงใจ อารมณคือหลายส่ิงหลาย อยางในทัศนะหน่ึง อารมณ คือสภาวะของรางกายซึ่งถูกย่ัวยุจนเกิดมีการเปล่ียนแปลงทางสรีระวิทยา หลายๆ อยา งเชน ใจสนั่ ชีพจรเตนเร็ว การหายใจเร็วและแรงข้นึ หนา แดง เปน ตน ในอกี ทศั นะหนึ่ง อารมณ คอื ความรูสกึ ซงึ่ เกิดขึ้นเพียงบางสว นจากสภาวะของรา งกาย ที่ ถูกย่ัวยุ อาจเปนความรูสึกพอใจหรือไมพอใจก็ได อารมณยังเปนส่ิงที่คนเราแสดงออกมาดวยนํ้าเสียง คําพูด สหี นา หรอื ทา ทาง วธิ ีจดั การกับอารมณ 1. มองโลกในแงดี เม่ือเรามีความคิดท่ีทําใหซึมเศรา เชน “ฉันทําวิชาคณิตศาสตรไมได” ใหคิดใหมว า “ถา ฉันไดร ับความชวยเหลอื ท่ีถูกตองฉันกจ็ ะทาํ ได” แลวไปหาครู หรือใหเ พ่ือนชวยติวให 2. หาสมดุ บันทึกสักเลมไวเขียนกอนเขานอนทุกวัน ในสมุดบันทึกเลมน้ี หามเขียนเรื่องไมดี จงเขยี นแตเรื่องดี ๆ ทีเ่ กดิ ขน้ึ ในวันนนั้ ตอนแรกอาจจะยากหนอย แตใหเขียน เชน มีคนแปลกหนาย้ิมให ถา ไดลองต้ังใจทาํ มันจะเปลี่ยนความคิดใหเรามองหาแตเร่ืองดี ๆ จากการศึกษาพบวา คนท่ีคิดฆาตัวตาย มอี าการดขี ึน้ หลงั จากเร่ิมเขยี นบนั ทกึ เรื่องดี ๆ ไดเพยี ง 2 สัปดาห 3. ใชเ วลาอยูกับคนทีท่ าํ ใหเ ธอหวั เราะได 4. ใสใจกับความรูสึกของตนเองในเวลาแตละชวงวัน การตระหนักรูถึงอารมณของตัวเอง จะทําใหเ ราจบั คูงานท่ีเราตองทํากับระดับพลงั งานในตัวไดอยา งเหมาะสม เชน ถาเรารูสึกดีที่สุดตอนเชา แสดงวา ตอนเชา คอื เวลาจัดการกับงานเครียด ๆ เชน ไปเจอเพือ่ นทที่ าํ รายจติ ใจเรา หรือคยุ กับครทู ่ีเราคิด วา ใหเกรดเราผิด ถาปกติเราหมดแรงตอนบาย ใหเก็บเวลาชวงนั้นเอาไวทํากิจกรรมท่ีไมตอ งใชพลังทาง อารมณมาก เชน อานหนงั สอื หรอื อยกู ับเพื่อน อยาทําอะไรเครยี ด ๆ เวลาเหนอ่ื ย หรอื เครยี ด 5. สังเกตอารมณตัวเองในเวลาชวงตาง ๆ ของเดือน ผูหญิงบางคนพบวาชวงเวลาท่ีตัวเอง อารมณไมด สี มั พนั ธกบั รอบเดอื น 6. ออกกําลังกาย การออกกําลังกายชวยใหเราแข็งแรงทัง้ รางกายและจิตใจ การออกกําลัง กายอยางนอยแควันละ 30 นาทีสามารถทําใหรสู ึกสงบและมีความสุขได การออกกําลังกายจะชวยเพ่ิม การผลิตเอนดอรฟนของรางกายดวย เอนดอรฟนเปนสารเคมีในรางกายท่ีทําใหเกิดความรูสึกดีและ มีความสุขตามธรรมชาติ โดยไมตอ งพ่ึงยาเสพตดิ 7. รูจักไตรต รองแยกแยะ

135 8. ฟงเพลง งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบวา จังหวะของเสียงเพลงชวยจัดระเบียบความคิดและ ความรสู กึ มั่นคงภายในจิตใจ และชวยลดความตงึ เครียดของกลามเนื้อ 9. โทรหาเพ่ือน การขอความชวยเหลอื ทําใหคนเรารูสกึ ผกู พนั กับคนอน่ื และรสู กึ โดดเดย่ี วนอยลง 10. การโอบกอดชวยใหรา งกายหลั่งฮอรโมนท่ีทาํ ใหร สู กึ ดีออกมาก ซงึ่ จะชวยใหเ รารับมอื กับ อารมณไดอยทู า มกลางคนทม่ี ีความสุข อารมณดีเปนโรคติดตอ แนวทางในการจดั การกบั อารมณทางเพศของวัยรุน การจัดการกับอารมณทางเพศของวัยรุน มีแนวทางการปฏิบัติท่ีสําคัญอยู 2 ลักษณะ ประกอบดวยแนวทางการปฏิบัติเพื่อระงับอารมณทางเพศ และแนวทางการปฏิบัติเพ่ือผอนคลายความ ตองการทางเพศ ทักษะการจัดการความเครียด ความเครียดคือการหดตัวของกลามเนื้อสวนใดสวนหน่ึงหรือ หลายสวนของรางกายน่ันเองซึ่งทุกคนจาํ เปนตองมีอยเู สมอในการดํารงชีวติ เชน การทรงตัวเคล่ือนไหว ทัว่ ๆ ไป มกี ารศึกษาพบวาทุกครั้งที่เราคิดหรือมีอารมณบางอยา งเกิดขึน้ จะตองมีการหดตัว เคลอื่ นไหว ของกลามเนื้อแหงใดแหงหนึ่งในรางกายเกิดข้ึนควบคูเสมอ ความเครียดมีท้ังประโยชนและโทษ แตความเครียดที่เปนโทษนั้น เปนความเครียดชนิดท่ีเกินความจําเปน แทนท่ีจะเปนประโยชนกลับ กลายเปน อุปสรรคและอันตรายตอชีวิต เมอื่ คนเราอยูใ นภาวะตึงเครยี ดรางกายจะเกิดความเตรยี มพรอม ทจี่ ะ “สู” หรอื “หน”ี โดยทรี่ างกายมกี ารเปลยี่ นแปลงตาง ๆ เชน หัวใจเตนแรงและเร็วข้ึน เพ่อื ฉีดเลอื ด ซง่ึ จะนําออกซิเจนและสารอาหารตาง ๆ ไปเล้ียงเซลลทว่ั รางกายพรอมกับขจัดของเสียออกจากกระแส เลือดอยางเร็ว การหายใจดีข้ึน แตเปนการหายใจตื้น ๆ มีการขับอะดรีนาลีนและฮอรโมนอ่ืน ๆ เขาสูกระแสเลือด มานตาขยาย เพ่ือใหไดรับแสงมากขึ้นกลามเน้ือหดเกร็ง เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว เสนเลือดบริเวณอวัยวะยอยอาหารหดตัว เหงื่อออก ศกึ ษาความรเู พมิ่ เติมจาก QR-Code เพราะมีการเผาผลาญอาหารมากข้ึน ทําใหอุณหภูมิของรางกายเพิ่มขึ้น เมื่อวิกฤติการณผานพนไปรางกายจะกลับสูสภาวะปกติ แตความเครียดท่ีเปน อันตราย คือความเครียดท่ีเกิดข้ึนมากเกินความจําเปน เมื่อเกิดแลวคงอยูเปน บทท่ี 8 ทกั ษะชวี ิตเพอ่ื สขุ ภาพจิต ประจําไมลดหรือาจหายไปตามปกติ หรือเกิดข้ึนโดยไมมีเหตุการณท่ีเปน การคุกคามจริงๆ หมายเหตุ : ใหนักศกึ ษา ไดศ ึกษาเพม่ิ เติมจากหนงั สอื แบบเรียนรายวชิ าสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ทช 31002 หนังสอื แบบเรยี นรายวิชาสขุ ศกึ ษา พลศึกษา ทช 31002

136 แบบทดสอบรายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา ทช31002 จงเลอื กคาํ ตอบท่ีถกู ตองที่สุดเพยี งคาํ ตอบเดยี ว 1. ถงุ นํา้ ดีเปน อวัยวะท่ีเหมาะตอการยอยอาหารประเภทใด ก. คารโ บไฮเดรต ข. โปรตนี ค. นํ้าตาล ง. ไขมนั 2. ขอ ใดคือการดูแลระบบขับถายปส สาวะท่ีถกู ตอ ง ก. หลกี เลย่ี งการทานผกั แพว ซะพลู และหนอไม ข. ด่ืมนาํ้ ใหนอยกวา 6 แกวตอวนั ค. รบั ประทานอาหารรสเค็มจดั ง. กลัน้ ปส สาวะเปนเวลานาน ๆ 3. ขอ ใดคือหนาที่ของตับออ น ก. ผลิตนาํ้ ยอ ย ฮอรโมนอินซลู ิน ข. ขับของเสียออกจากรา งกาย ค. เปนแหลง สะสมธาตเุ หลก็ ง. ควบคุมคอเลสเตอรอล 4. สมองและไขสนั หลงั เปน สวนทอ่ี ยูในระบบประสาทสว นใด ก. ระบบประสาทสวนหนา ข. ระบบประสาทสว นกลาง ค. ระบบประสาทสว นปลาย ง. ระบบประสาทตอนตน 5. การดูแลสุขภาพขอใดเหมาะสมกบั บคุ คลวยั ทํางาน ก. ออกกําลังกายเมื่อมีเวลาวาง ข. สูบบุหรเ่ี มื่อมีความเครยี ด ค. เลือกรับประทานอาหารไขมันสูง ง. ดม่ื แอลกอฮอลเ พ่อื กจิ กรรมทางสังคม

137 6. ขอ ใดการทําเปน อนั ดับแรกทจ่ี ะปองกนั ดแู ลเองใหพ น จากการถกู ลวงละเมดิ ทางเพศ ในสถานการณค ับขนั ก. ต้งั สตคิ ิดหาวิธีการ ข. ยินยอมทําตามคําสั่ง ค. ทุบตี รองตะโกนใหค นชว ย ง. สบประมาทดวยถอยคําหยาบคาย 7. การคบเพื่อนตา งเพศขอใดทสี่ งผลใหเกิดปญ หาทางเพศนอ ยท่สี ุด ก. คบตามความพอใจของทงั้ สองฝาย ข. คบกันแบบคูร กั ใกลชิดสนิทสนม ค. คบแบบเพ่ือนสนิทไปไหนไปกัน ง. คบแบบใหเกยี รติซึ่งกันและกนั 8. หากทานเปนแผลหรือรอยแตกที่มมุ ปากทั้งสองขาง มีอาการแสบคนั เปนประจาํ ทา นควรรบั ประทาน อาหารตามขอ ใด ก. นํ้าสม คั้น ข. มะละกอสกุ ค. น้ํามะเขอื เทศ ง. น้ํานมถ่ัวเหลอื ง 9. ขอใดเปน วธิ กี ารปฏบิ ัตติ วั ท่เี หมาะสมภายหลงั การเขาเสน ชัยในการวง่ิ มาราธอนระยะไกล ก. นั่งพักทันที ข. ด่ืมนํา้ ในปรมิ าณมาก ๆ ค. เขา ไปในหองปรับอากาศ ง. ดืม่ เครือ่ งด่มื เกลือแรท ี่เย็นจดั 10. การตรวจเลือดกอนการสมรสหรอื ตั้งครรภมีประโยชนอ ยา งไร ก. เตรยี มความพรอ มในการใชช วี ิตคู ข. สรางความมน่ั ใจในการใชช วี ิตรวมกนั ค. ตรวจหาโรคติดตอ ทางเพศสมั พันธ ง. ตรวจความสมบูรณข องรางกายทวั่ ไป

138 11. ผูเรียนรับประทานยาปฏิชีวนะชนิดแคปซูลสีแดงดํา แลวมีอาการคล่ืนไส แตไมอาเจียน มีผ่ืนขึ้นที่ แขนเล็กนอ ย ควรปฏบิ ตั ติ ามขอ ใด ก. รีบดม่ื น้าํ มากๆ ข. รบั ประทานยาเมด็ แกแพ ค. งดรบั ประทานยาทั้งหมดและไปพบแพทย ง. สังเกตอาการเม่ือรับประทานยานีใ้ นคร้งั ตอไป 12. หากผเู รียนพบวามคี นในชมุ ชนปลกู ตนกญั ชา ควรปฏบิ ตั ิตามขอใด ก. ทําเปน ไมสนใจ ข. นําเอกสารเกยี่ วกับกญั ชามาให ค. แจง ผนู าํ ชมุ ชนใหดําเนินการแกไข ง. ถา ยรูปและนาํ ไปเผยแพรไ วในสอื่ ออนไลน 13. การสบู บุหรภ่ี ายในบานสงผลกระทบตอ ครอบครวั ตามขอใดมากที่สุด ก. คนในครอบครัวมโี อกาสเปน โรคมะเรง็ ปอด ข. เปนจดุ เร่มิ ตนของปญ หาอาชญากรรมในชุมชน ค. กระทําผดิ กฎหมายคุมครองสขุ ภาพผไู มสูบบุหร่ี ง. เพิ่มรายจายของครอบครัวจากการซอื้ บหุ รีม่ าสบู 14. ทานเรียนไมเกงในวิชาคํานวณทําใหไดคะแนนนอยทุกคร้ังท่ีมีการสอบจนรูสึก ซึมเศรา ทา นจะแกปญ หานีอ้ ยางไร ก. เดินไปหาเพื่อนชวยตวิ วชิ าคํานวณให ข. ทํางานอดเิ รกทช่ี อบเพอ่ื ลดความรสู ึกเครียด ค. แยกตวั ออกมาน่งั สงบสติอารมณเ พ่อื คดิ หาวธิ ีการแกไ ข ง. มองโลกในแงด ี พิจารณาวาตนเองไมเกงวชิ าคํานวณแตเกง วชิ าอื่น 15. ขอใดอธิบายความหมายของ Self-Awareness ทกั ษะการตระหนกั รใู นตนไดถ กู ตอ ง ก. เขา ใจความเหมอื นและแตกตางระหวางบุคคล ข. สามารถตดั สนิ ใจส่งิ ตา ง ๆ ในชวี ิตไดอยางมีระบบ ค. รับรอู ารมณต นเองและหาวธิ ีจัดการอยา งเหมาะสม ง. ความสามารถรจู ักและเขา ใจตนเอง เชน รขู อดี ขอ เสีย

139 16. ขอใดไมใชว ธิ กี ารท่ีถูกตองในการจัดการอารมณ ก. ฟง เพลง ข. เลน การพนัน ค. ออกกําลงั กาย ง. รูจักไตรต รอง แยกแยะ 17. ขอ ใดไมใ ชส าเหตขุ องความเครียด ก. จากสภาพแวดลอมทัว่ ไป ข. จากสภาพรสนิยมความชอบ ค. จากสภาพแวดลอมทางสงั คม ง. จากสภาพการเงิน เศรษฐกจิ 18. ยาเสพติดใหโทษแบง ออกเปนกปี่ ระเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 19. ผทู ่ผี ลิตหรอื จําหนายยาเสพติดชนดิ รา ยแรง เชน ฝนุ เฮโรอีน มโี ทษอยางไร ก. ตองระวางโทษ 1 ปถงึ ประหารชีวติ ข. ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเกิน 10 ป ค. ตอ งระวางโทษจําคกุ ไมเกิน 5 ป ง. โทษจําคุกตลอดชวี ิต 20. Critical Thinking คือความสามารถในการคิด วิเคราะหขอมูลตางๆ มีผลตอการดําเนินชีวิต จัดวา เปน ทกั ษะดา นใด ก. ทกั ษะการสอื่ สารอยางมปี ระสิทธิภาพ ข. ทักษะการคิดอยางมวี ิจารณญาณ ค. ทักษะการคิดวเิ คราะห ง. ทกั ษะการแกปญหาผลตอการดาํ เนนิ ชวี ิต

รายวิชาศิลปศึกษา รหัสวิชา ทช31003 จุดประสงคการเรยี นรู นักศึกษาอธิบายความหมาย ความสําคัญ ความเปนมา ของทัศนศิลปสากล ดนตรีสากล และ นาฏศิลปส ากล และสามารถวพิ ากษว ิจารณไดอยา งเหมาะสม ขอบเขตเนอ้ื หา ความเปนมาของทัศนศิลปสากล การวิพากษ วิจารณงานทัศนศิลปสากล ทัศนศิลปสากล ทีเ่ กิดจากความงามตามธรรมชาติและธรรมชาติกับทัศนศิลป ประวัติและความเปนมาของดนตรีสากล ประเภทของเครื่องดนตรี คณุ คา และความไพเราะของดนตรีสากล สนุ ทรยี ะทางนาฏศิลป ประเภทของ ละครสากล และการลีลาศสากล บทที่ 1 ทศั นศิลปสากล ศิลปะ หมายถึง ผลแหงความคิดสรางสรรคของมนุษยที่แสดงออกมาในรูปลักษณตาง ๆ ใหปรากฏซ่ึงความสุนทรยี ภาพ ความประทับใจ หรือความสะเทอื นอารมณ ตามประสบการณ รสนยิ ม และทกั ษะของบุคคลแตล ะคน ประเภทของงานทัศนศิลป สามารถแบงออกเปน 4 ประเภท คือ 1. งานจิตรกรรม เปนงานศิลปะที่แสดงออกดวยการวาด ระบายสี และการจัดองคประกอบ ความงาม เพอื่ ใหเกดิ ภาพ 2 มติ ิ ไมม ีความลึกหรอื นูนหนา 2. งานประติมากรรม เปนผลงานดานศิลปะที่แสดงออกดว ยการสรางรูปทรง 3 มติ ิ ทีม่ คี วามลึก หรือนูนหนา และมีน้ําหนัก โดยการใชวัสดุชนิดตางๆ สรางสรรคผลงาน เพ่ือส่อื ถึงส่ิงตางๆ สภาพสงั คม วัฒนธรรม รวมถึงจติ ใจของมนษุ ย ทําได 4 วิธี คือ การปน (Casting), การแกะสลกั (Carving), การหลอ (Molding) และการประกอบขนึ้ รปู (Construction) 3. สถาปต ยกรรม เปน การออกแบบผลงานทางทัศนศิลป เปนการกอสรา งสิ่งตา งๆ ทค่ี นทวั่ ไป อยูอาศัยไดและอยูอาศัยไมได เชน สถูป เจดีย อนุสาวรีย บานเรือนตาง ๆ เปนตน รวมถึงการกําหนด ผงั บรเิ วณตาง ๆ เพ่อื ใหเกิดความสวยงามและเปน ประโยชนแกก ารใชส อย 4. ศิลปะภาพพิมพ เปนรปู ภาพท่ีสรางขน้ึ มาโดยวธิ ีการพิมพ เปนผลงานสรางสรรคทศ่ี ลิ ปนมที ั้ง เจตนาและความเชย่ี วชาญในการใชคุณลักษณะพิเศษเฉพาะของเทคนคิ วิธีการทาง ภาพพมิ พแตละชนิด มาใชใ นการถา ยทอดจินตนาการ ความคิด และอารมณ ความรูสกึ ออกมาในผลงานไดโดยตรง องคป ระกอบทสี่ าํ คญั ในงานศิลปะ 1. รปู แบบ เปน รปู รางลักษณะท่ศี ลิ ปนถายทอดออกมาใหปรากฏเปน รปู ธรรม 2. เนอื้ หา เปนการสะทอนเร่อื งราวลงไปในรปู แบบดังกลาว เชน กลางวัน กลางคืน

141 3. เทคนิค เปนขบวนการเลือกสรรวัสดุ ตลอดจนวธิ ีการสรา งสรรคนาํ มาสรา งงานศลิ ปะ 4. สนุ ทรยี ศาสตร มี 3 อยาง คอื ความงาม, ความแปลกหแู ปลกตา และความนา ทงึ่ 5. จุด เสน สี แสง เงา รปู รา ง รปู ทรง จุด คือ องคประกอบท่ีเล็กที่สุด จุดเปนส่ิงท่ีสามารถบอกตําแหนงและทิศทางโดยการนําจุดมาเรียง ตอ กนั ใหเ ปน เสน การรวมกันของจดุ จะเกิดนา้ํ หนักท่ใี หปริมาตรแกรปู ทรง เปนตน เสน หมายถึง จดุ หลายๆ จดุ ที่เรยี งชดิ ตดิ กันเปนแนวยาว โดยการลากเสนจากจุดหนึ่งไปยังอกี จดุ หน่ึง ในทิศทางที่แตกตางกัน โดยจําแนกออกไดเปนลักษณะใหญ ๆ คือ เสนตั้ง เสนนอน เสนเฉียง เสนโคง เสนหยัก เสน ซิกแซก สี หมายถึง หลักวิชาในเร่ืองของสีที่สามารถมองเห็นไดดวยตา และเม่ือสามรอยกวาปท่ีผานมาแสง สขี าวจะกระจายออกเปนสีรุงเรียกวา สเปคตรัม มี 7 สี ไดแก มวง คราม นํ้าเงิน เขียว เหลือง สม แดง และไดกาํ หนดใหเ ปนทฤษฎสี ีของแสง แสงและเงา หมายถึง แสงที่สองมากระทบพ้ืนผิวท่ีมีสีออนแกและพ้ืนผิวสูง ต่ํา โคง นูน เรียบ หรือ ขรุขระ ทาํ ใหปรากฏแสงและเงาแตกตา งกนั ทฤษฎกี ารสรา งงานศิลปะ ผูวิจารณงานทัศนศิลปสากลควรมีความรูในเรื่อง ทฤษฎีการสรางงานทัศนศิลปสากล ซึ่งจัดเปน 4 ลักษณะ ดังนี้ 1. นิยมการเลียนแบบ (Imitationalism Theory) เปน การเห็นความงามในธรรมชาติแลวเลยี นแบบ ไวใ หเหมือนทง้ั รปู รา ง รูปทรง สีสนั ฯลฯ 2. นยิ มสรา งรปู ทรงที่สวยงาม (Formalism Theory) เปนการสรางสรรครูปทรงใหมใหสวยงามดวย ทัศนธาตุ (เสน รูปรา ง รูปทรง สี น้ําหนัก พ้นื ผวิ บริเวณวา ง) และเทคนคิ วธิ ีการตา งๆ 3. นิยมแสดงอารมณ (Emotional Theory) เปนการสรางงานใหดูมีความรูสึกตางๆ ท้ังท่ีเปน อารมณอ นั เนือ่ งมาจากเรือ่ งราว และอารมณข องศลิ ปน ทถี่ ายทอดลงไปในชิน้ งาน

142 4. นิยมแสดงจินตนาการ (Imagination Theory) เปนงานท่ีแสดงภาพจินตนาการ แสดงความคิด ฝน ทีแ่ ตกตางไปจากธรรมชาติ และสิ่งที่พบเห็นอยเู ปนประจาํ หลกั การและวิธีการการวิพากษว ิจารณง านทศั นศลิ ปสากล 1. ขั้นระบุขอมูลของผลงาน เปนขอมูลรายละเอียดสังเขปเก่ียวกับประเภทของงาน ช่ือผลงาน ชื่อศิลปน ขนาด วัสดุ เทคนิค วิธีการ สรางเม่ือ พ.ศ.ใด ปจจุบันติดตั้งอยูท่ีไหน รูปแบบการสรางสรรค เปน แบบใด 2. ขน้ั พรรณนาผลงาน เปนการบันทึกขอมูลจากการมองเห็นภาพผลงานในขัน้ ตนวาเปน ภาพอะไร เชน ภาพคน ภาพสตั ว ภาพทิวทัศน ภาพหนุ นิง่ เปน ตน มเี ทคนิคในการสรางสรรคแบบใด 3. ขัน้ วิเคราะห เปนการดลู ักษณะภาพรวมของผลงานวาจัดอยูในประเภทใด พจิ ารณารูปแบบการ ถายทอดเปนแบบใด จําแนกทัศนธาตุและองคประกอบศิลปออกจากภาพรวมเปนสวนยอยใหเห็นวา มหี ลักการจดั ภาพทก่ี ลมกลืนหรอื ขดั แยง อยางไร 4. ข้ันตีความ เปนการคนหาความหมายของผลงานวา ศิลปนหรือผูสรางสรรคตองการส่ือ ใหผชู มผลงานไดรบั รเู กีย่ วกบั อะไร เชน สภาพปญ หาในชมุ ชน สังคม และภมู ิปญ ญาทองถนิ่ เปน ตน 5. ข้นั ประเมนิ ผล เปน การประเมินคุณคา ของผลงานศิลปะช้ินนั้นจากการพจิ ารณาทุกขอในเบ้ืองตน สรุปใหเห็นขอดแี ละขอดอยในดานเนือ้ หาและเร่อื งราว หลักทัศนธาตแุ ละหลักการจัดองคประกอบศิลป ทกั ษะ ฝมอื และการถา ยทอดความงาม เพ่ือการพฒั นาหรอื ตัดสนิ ผลงานช้นิ นัน้ บทท่ี 2 ดนตรีสากล ประวัตคิ วามเปนมาของดนตรสี ากล ดนตรีสากลเปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติตะวันตก ในระยะเริ่มแรกมีการนําดนตรีสากล มาใชในกิจกรรมทางศาสนาเพ่ือสรางความศรัทธาเชื่อในพระผูเปนเจา ตอมาดนตรีถูกนํามาใชใน ชีวติ ประจาํ วนั มากขน้ึ มีการขับรองและนําเครอ่ื งดนตรมี าเลน เพือ่ ปลกุ ความรสู กึ และเพอ่ื ความบนั เทงิ นกั ปราชญท างดนตรไี ดแ บง ดนตรีสากลออกเปนยุคตาง ๆ ดังนี้ 1. Polyphonic Perio (ค . ศ . 1200-1650) ยุ ค นี้ เ ป น ยุ ค แ ร ก วิ วั ฒ น า ก า ร ม า เ ร่ื อ ย ๆ จนมีแบบฉบับและหลักวิชาการดนตรีขึ้น วงดนตรีอาชีพตามโบสถ ตามบานเจานาย และมีโรงเรียน สอนดนตรี 2. Baroque Period (ค.ศ. 1650-1750) ยุคนี้วิชาดนตรีไดเปนปกแผน มีแบบแผนการเจริญดาน นาฏดุริยางคมีมากข้ึน มีโรงเรียนสอนเก่ียวกับอุปรากร (โอเปรา) เกดิ ขึ้น มีนกั ดนตรีเอกของโลก 2 ทาน คอื J.S. Bach และG.H. Handen

143 3. Classical Period (ค.ศ. 1750-1820) ยุคนี้เปนยุคที่ดนตรีเร่ิมเขาสูยุคใหม มีความรุงเรือง มากขึน้ มนี ักดนตรเี อก 3 ทาน คือ Haydn Gluck และMozart 4. Romantic Period (ค.ศ. 1820-1900) ยุคนี้มีการใชเสียงดนตรีท่ีเนนอารมณอยางเดนชัด เปน ยุคที่ดนตรีเจริญถงึ ขดี สดุ เรยี กวา ยคุ ทองของดนตรี 5. Modern Period (ค.ศ. 1900-ปจจุบัน) เปนยุคที่ดนตรีเปลี่ยนแปลงไปมาก ดนตรีประเภท แจส (Jazz) กลับมามีอิทธพิ ลมากขึน้ เรอื่ ย ๆ จนถึงปจจุบนั ดนตรีสากลประเภทตา งๆ การเทยี บเสยี งในวงดนตรีประเภทตาง ๆ นิยมใชเ ครือ่ งมอื ที่มีเสียงหลกั อยู บนบันไดเสียง c เปนหลักในการต้ังเสียง ทําใหเคร่ืองดนตรีชนิดอ่ืน ๆ เทียบเสยี งตามหรือเทียบเสียงให เขา กับเครอ่ื งท่ีใชเ ปนหลักประเภทของเครื่องดนตรี มีดังน้ี - เคร่ืองดนตรีสากลประเภทเครื่องสาย เชน ไวโอลิน วิโอลา เชลโล ดับเบิลเบส กีตาร เปนตน - เครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเคร่อื งลมไม เชน แคลริเนต แซกโซโฟน ฟลตุ ปคโคโล เปน ตน - เครื่องดนตรสี ากลประเภทลมทองเหลอื ง เชน ทรมั เปต ทบู า ยูโฟเนยี ม ทรอมโบน เปนตน - เครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเครือ่ งลม่ิ นิ้ว เชน เปยโน ออรแ กน ฮารพซิคอรด คลาวคิ อรด เปนตน - เครือ่ งดนตรีประเภทเคร่อื งตีกระทบ เชน กลองใหญ กลองเล็ก กลองทมิ ปานี กลองบองโก แทมบูรีน ฉาบ ไซโลโฟน เปนตน องคประกอบของดนตรีสากล ไดแก เสียง (Tone), จังหวะ (Rhythm), ทํานอง (Melody), เสียงประสาน (Harmony), รูปพรรณหรือพื้นผิว (Texture), รูปแบบ (Form) และสีสันของเสียง (Tone Color) คณุ คา ทางดนตรี ดนตรีเปนผลงานสรางสรรคของมนุษยท่ีส่ือถึงอารมณความรูสึกนึกคิดท่ีมีตอสิ่งแวดลอม ธรรมชาติ วิถีชีวิต จึงสะทอนใหเห็นถึงความเปนอยูลักษณะนิสัย ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจน ภูมิปญญาของผูคนทองถ่ินตาง ๆ ในยุคสมัยตางกัน ดังนั้น ดนตรีจึงเปนหลักฐานทางประวัติศาสตร อยางหน่ึงที่สามารถนําไปอางอิงได และนับไดวาเปนมรดกทางศิลปวัฒนธรรมท่ีมีคุณคาควรไดรับ การบาํ รงุ รักษา เพือ่ คงความเปน เอกลกั ษณข องชาติตอ ไป การท่ีดนตรสี ามารถถายทอดอารมณค วามรูส ึก ตาง ๆ ตลอดจนนําไปประยกุ ตใ ชในชีวิตประจาํ วัน บทที่ 3 นาฏศิลปสากล การกาํ เนดิ ของนาฏศิลปโลกหรอื นาฏศลิ ปส ากลเกดิ ขนึ้ จากอะไร การกําเนิดของนาฏศิลปโลกหรือนาฏศิลปสากล เกิดขึ้นจาก 2 ส่ิงคือ ธรรมชาติและความเช่ือถือ ศรทั ธาในส่งิ ศกั ดสิ์ ทิ ธิ์ทั้งหลาย ดังนี้

144 นาฏศลิ ปกาํ เนิดจากธรรมชาติ เริ่มจากมนุษยรูจักการเตนรํา จากการเลียนแบบการเคล่ือนไหวของสิ่งมีชีวิตในโลกทั้งจากสัตว พชื และมนุษยดวยกันเอง จากน้ันไดม ีการพัฒนาทาทาง และการเคล่อื นไหวรางกายตามความรูสึกของ มนุษยท ่ีแสดงถึงอารมณ เชน ดใี จ เสียใจ โกรธ หวิ โหย และอิริยาบถตาง ๆ ของมนุษยต ามความเปนจริง ซง่ึ เปนท่มี าของการแสดงละครท่ีเริ่มตนจากละครพูด โดยการพูด ทาํ ทาทาง การแสดงอารมณตาง ๆ และ การสวมเคร่ืองแตงกายตามบทละคร ซ่ึงเปนเรื่องราวท่ีมาจากชีวิตจริงของมนุษย แตกตางกันไปตาม ความเชื่อ คา นยิ ม และอารยธรรมของแตละชนชาติ นาฏศลิ ป กําเนิดจากความเชือ่ ศรัทธาในสงิ่ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ มนุษยมีสัญชาตญาณแหงความกลัวจึงทําใหมนุษยพยายามหาส่ิงยึดเหนี่ยวจิตใจ ดวยการนับถือ สิง่ ศักดิ์สิทธเ์ิ ทวดา เทพเจา และอํานาจล้ีลับตาง ๆ กัน โดยมีการเซนไหวบูชาใหสงิ่ ศักดสิ์ ิทธ์คิ ุมครองให ปลอดภัยหรือขอใหส่ิงศักด์ิสิทธิ์ชวยดลบันดาลให สมปรารถนา เชน พิธีบูชายัญของชนเผาตาง ๆ ในดินแดนตะวันตกเม่อื อดตี กาลซึ่งจะมีการบรรเลงดนตรีพ้นื เมือง และเตนราํ ประกอบเปนสงิ่ เรมิ่ ตน ของ นาฏศิลปทเ่ี กิดจากความศรัทธา สุนทรียะทางนาฏศิลปสากล สุนทรียะทางนาฏศิลปสากล หมายถึง ความวิจิตรงดงามของการแสดงนาฏศิลปสากล ซึ่งประกอบไปดวย ระบํา รํา ฟอน ละครอันมีลีลาทารําและการเคล่ือนไหวที่ประกอบดนตรี บทรอง ตามลกั ษณะและชนดิ ของการแสดงแตละประเภท ละครทไ่ี ดร ับอิทธพิ ลของวฒั นธรรมตะวันตก การละครมีมาต้ังแตสมัยดึกดําบรรพคูกับมนุษยชาติ ทุกชาติ ทุกภาษา จัดการแสดงเพื่อเปน การสรรเสริญพระผูเปนเจาและยอพระเกียรติพระมหากษัตริย ชาติที่มอี ารยธรรมที่เกา แก จะมีตํานาน แสดงถึงกําเนิดแหงการละครประจําชาติ ท้ังนี้ใหเยาวชนไดศึกษาคนควา ซ่ึงอาจจะเปนภาพเขียน ศิลาจารึก คมั ภรี  ตาํ รา ตลอดจนเอกสารสง่ิ พิมพห รอื ภาพถา ยตางๆ ประเภทของละคร การแบงประเภทของละคร นักทฤษฎีจัดแบงประเภทของละครข้ึนเพื่อประโยชนในการศึกษา เพือ่ ใหผูศ กึ ษาทฤษฎีการละครมีความเขาใจพื้นฐานของวิชาการละคร ซ่ึงจะชวยใหผ ูศึกษาไดรคู ุณคา ของ ศิลปะการละคร เพื่อนําความรูมาเปนแนวทางในการสรางสรรคผลงานการแสดงละครใหพัฒนาละคร แบงออกเปนประเภทโศกนาฏกรรม และสุขนาฏกรรม โดยเฉพาะละครนาฏกรรมแบบรักโศกจะเปน ความบันเทิงอยางหน่ึง ซึ่งเปนที่นิยมชมชอบของผูดูเปนอยางมาก เน่ืองจากเปนความบันเทิง ราคาถูกหาชมไดง า ย

145 ละครกบั ภูมิปัญญาสากล จากหลักฐานทางประวัติศาสตรพบวา ชาติท่ีมีอารยธรรมเกาแกจะมีตํานานแสดงถึงผลงาน การสรางสรรคละคร โดยมีจุดมุงหมายเพ่ือใชประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเพ่ือรับใชส งั คมใหความรู ใหบทเรยี น กระตนุ จิตสํานึกของผูชมละคร ใหต ระหนักในภารกิจหนาทขี่ องตน ปจ จุบันมีการนําละครมา เปนส่ือรับใชสังคมมากข้ึน ดังนั้น ละครจึงมีอิทธิพลท่ีจะเปล่ียนแปลงแนวคิด และพฤติกรรมมนุษยได เปน อยางดี ลีลาศแบงไดเปน 3 ประเภท คือ 1. การลลี าศทเี่ ปน จงั หวะมาตรฐานสากลนิยม - การลีลาศแบบบอลรูม (Ballroom หรือ Standard) มี 5 จังหวะ ไดแก วอลทซ (Waltz), แทงโก (Tango), สโลว ฟอกซทรอท (Slow Foxtrot), เวยี นนี วอลซ (Viennese Waltz) และควิกสเต็ป (Quick Step) 2. การลีลาศแบบละติน – อเมริกา (Latin-Amarican) เปนที่นิยมแพรหลายเน่ืองจากเปน จังหวะที่สนกุ สนาน คกึ คัก และในบางจงั หวะสามารถเตนได โดยไมม ีพื้นที่กวา งนัก การลีลาศ และลาติน- อเมริกา มีจังหวะท่ีเปนมาตรฐาน 5 จังหวะ คือ ชา ชา ชา (Cha Cha Cha), แซมบา (Samba), คิวบิน รัมบา (Cuban Rumba), พาโซโดเบล (Paso Doble) และ จังหวะไจวฟ (Jive) 3. การลีลาศแบบไมเปน มาตรฐานหรอื การลลี าศเพ่ือเขาสงั คม มีการพัฒนามาจากการเตน ระบํา พ้นื เมืองมีอยู 3 รปู แบบ คอื แบบละติน- อเมริกา, แบบอเมรกิ ันสไตลเปนการเตนแบบบอลรูมและละติน และแบบโอลดไทมแดนซ หมายเหตุ : ใหนักศกึ ษา ไดศกึ ษาเพิ่มเตมิ จากหนังสอื แบบเรียนรายวชิ าศิลปศึกษา ทช31003 วชิ าศิลปศกึ ษา

146 แบบทดสอบรายวิชาศิลปศกึ ษา ทช31003 จงเลือกคําตอบทีถ่ ูกตองท่ีสดุ เพยี งคําตอบเดยี ว 1. องคประกอบทางทศั นศิลปในขอใดเปน สว นทีเ่ ลก็ ทส่ี ดุ ซึ่งเปนสว นเร่ิมตน ไปสูส ว นอน่ื ๆ ก. สี ข. จดุ ค. เสน ง. พ้นื ผวิ 2. ขอใดคือการใชส ีตดั กนั ไดอ ยา งถกู ตอ ง ก. สสี ม ตรงขามกับ สแี ดง ข. สสี ม ตรงขา มกบั สนี า้ํ เงิน ค. สีแดง ตรงขา มกบั สเี หลอื ง ง. สแี ดง ตรงขางกับ สมี วงเขม 3. การถา ยทอดภาพดอกทานตะวันใหมรี ปู แบบเหมอื นจรงิ ควรเลอื กสรางผลงานประเภทใด ก. การปน ข. ภาพพมิ พ ค. จติ รกรรม ง. ประติมากรรม 4. ภาพเขียนฝาผนงั โบสถจ ัดเปน งานจิตกรรมประเภทใด ก. เปน ภาพเหมอื นจริง ข. เปน ภาพจินตนาการ ค. เปน ภาพเขียนวิจติ รศิลป ง. เปน ภาพเขยี นประยุกตศ ลิ ป 5. การพมิ พล งบนเส้ือยดื หรอื เส้ือกฬี าเปน การใชแมพมิ พล ักษณะใด ก. แมพ มิ พฉลุ ข. แมพมิ พน ูน ค. แมพ ิมพร องลกึ ง. แมพิมพพ ืน้ ราบ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook