การบัญชเี บือ้ งตน้ 1 โดย กานตน ภัส บุญลึก สงวนลิขสิทธใ์ิ นประเทศไทยตาม พ.ร.บ. ลขิ สทิ ธิ์ © พ.ศ. 2557 โดย กานตน ภัส บุญลึก หามคัดลอก ลอกเลียน ดัดแปลง ทําซํา้ จัดพมิ พ หรือกระทาํ อืนใด โดยวธิ กี ารใดๆ ในรปู แบบใดๆ ไมวา สว นหนงึ่ สวนใดของหนังสอื เลม น้ี เพือเผยแพรในสือทกุ ประเภท หรือเพอื วัตถุประสงคใดๆ นอกจากจะไดร บั อนญุ าต ขอ มลู ทางบรรณานุกรมของหอสมุดแหง ชาติ กานตน ภสั บญุ ลึก. การบัญชีเบื้องตน 1. -- กรุงเทพฯ : ซเี อด็ ยูเคช่นั , 2557. 1. การบญั ช.ี I. ชอื เรือง. 657 ISBN (e-book) : 978-616-08-1951-5 ผลิตและจัดจําหนายโดย อาคารทีซไี อเอฟ ทาวเวอร ชัน้ 19 เลขที่ 1858/87-90 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กรงุ เทพฯ 10260 โทรศพั ท 0-2739-8000 [หากมีคําแนะนําหรือติชม สามารถติดตอไดท่ี comment@se–ed.com]
12 บัญชเี บือ้ งตน้ 1 1.1 ความหมายและวัตถปุ ระสงคข์ องการบัญชี 1.1.1 ความหมายของการบัญชี เมอ่ื พดู ถงึ “การบญั ช”ี บคุ คลทวั่ ไปจะนกึ ถงึ ตวั เลข และคดิ วา่ ยาก บางคนไมอ่ ยากเรยี นบญั ชี เพราะคิดว่าตนเองไม่เก่งคณิตศาสตร์ ไม่ถนดั ในเรือ่ งการคดิ คา� นวณ ซึง่ ในความเปน็ จริงการเรียน วชิ าบญั ชไี มไ่ ดย้ ากอยา่ งทห่ี ลายคนคดิ ความหมายของการบญั ชมี คี า� จา� กดั ความมากมายตามหลกั วิชาการ แตท่ ่ีเปน็ ทย่ี อมรับกนั ในปจั จุบันและใชก้ นั โดยทั่วไปคอื ทสี่ มาคมนักบัญชีและผสู้ อบบัญชี รบั อนญุ าตแห่งประเทศไทย (สบช.) ไดใ้ ห้คา� จา� กดั ความของการบัญชีไว้ มดี งั น้ี การบัญชี (Accounting) หมายถึงศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จ�าแนก และท�าสรุป ข้อมูลอนั เกย่ี วกบั เหตุการณ์ทางเศรษฐกจิ ในรปู ตัวเงนิ และผลงานข้นั สดุ ท้ายของการบัญชีคือ การ ใหข้ อ้ มลู ทางการเงิน ซง่ึ เป็นประโยชนแ์ กบ่ ุคคลหลายฝา่ ย และผทู้ ่ีสนใจในกิจกรรมของกิจการ สมาคมนกั บญั ชแี ละผสู้ อบบญั ชรี บั อนญุ าตของสหรฐั ฯ (The American Institute of Certified Public Accountants; AICPA) ไดใ้ หค้ วามหมายของการบญั ชไี วว้ า่ “การบญั ชเี ปน็ ศลิ ปะของการจด บันทึกรายการหรือเหตุการณ์ท่ีเกี่ยวกับการเงินไว้ในรูปของเงินตรา จัดหมวดหมู่รายการเหล่าน้ัน สรุปผล พร้อมทัง้ ตีความหมายของผลดงั กลา่ ว” โดยการบัญชีมคี วามหมายที่สรปุ ได้ 2 ขอ้ ดงั นี้ 1. การท�าบญั ช ี (Book Keeping) เปน็ หนา้ ท่ีของผู้ท�าบัญชี (Book Keeper) มีลา� ดบั ข้นั ตอนดงั น้ี 1. การรวบรวม (Collecting) หมายถึงการรวบรวมข้อมลู หรือรายการคา้ ท่เี กดิ ขึน้ ประจา� วัน และหลกั ฐานท่ีเก่ียวกบั การด�าเนนิ ธุรกิจ เชน่ การซอื้ ขายและการรับจ่ายเงิน เป็นตน้ 2. การจดบันทึก (Recording) หมายถึงการน�ารายการค้าท่ีเกิดขึ้นมาบันทึกในสมุด รายวันข้ันต้นให้ถูกตอ้ งตามหลกั บญั ชีท่รี บั รองทัว่ ไป
บทท่ี 1 ความรู้เบือ้ งตน้ เกี่ยวกบั การบญั ชี 13 3. การจา� แนก (Classifying) หมายถึงการน�ารายการค้าท่ีบันทึกในสมุดรายวนั ขั้นตน้ มา จา� แนกเปน็ หมวดหมูข่ องประเภทบญั ชตี ่างๆ เช่น สนิ ทรัพย์ หน้สี ิน ส่วนของเจา้ ของ รายได้ และ ค่าใชจ้ า่ ย 4. การสรปุ ผลขอ้ มลู (Summarizing) หมายถงึ การน�าประเภทหมวดหมทู่ างการบญั ชที ่ี เกิดข้นึ จากการบันทึกรายการค้านน้ั ๆ เพ่อื ใหท้ ราบผลการดา� เนนิ งานและฐานะการเงินของกิจการ 2. การใหข้ อ้ มลู ทางการเงนิ เพอื่ ประโยชนแ์ กบ่ คุ คลทเี่ กย่ี วขอ้ งหลายฝา่ ย เชน่ ผบู้ รหิ าร ผูใ้ หก้ ู้ เจ้าหน้ี รัฐบาล และนกั ลงทุน เป็นต้น นอกจากนีข้ ้อมลู ทางการเงนิ สามารถน�าไปใชป้ ระโยชน์ ในการวเิ คราะหท์ างด้านการเงิน การจดั ท�างบประมาณ และการปรบั ปรุงบญั ชี เป็นตน้ 1.1.2 วัตถุประสงคข์ องการบญั ชี วตั ถปุ ระสงค์ของการบัญชี มีหลักส�าคัญดงั นี้ 1. เพ่ือจดบันทึกรายการเก่ียวกับการเงินที่เกิดขึ้นเรียงตามล�าดับก่อนหลังไว้เป็นหลักฐาน อ้างอิง 2. เพอื่ ควบคมุ รกั ษาสนิ ทรพั ยข์ องกจิ การได้ โดยตอ้ งรบั ผดิ ชอบสนิ ทรพั ยใ์ หอ้ ยคู่ รบตามยอด คงเหลือในบญั ชี 3. เพ่อื ทราบผลการดา� เนนิ งานของกิจการ วา่ มกี �าไรหรอื ขาดทนุ เท่าใด 4. เพ่ือทราบฐานะทางการเงินของกิจการอยู่ตลอดเวลา เพราะมีการบันทึกบัญชีสินทรัพย์ หนี้สนิ และสว่ นของเจา้ ของ 5. เป็นการรวบรวมสถิติอันเป็นประโยชน์แก่ฝ่ายบริหาร ท่ีจะให้ข้อมูลในการวางแผนการ ด�าเนินงาน และควบคมุ กจิ การใหม้ ีประสทิ ธิภาพและประสบผลสา� เร็จตามความมุ่งหมาย 6. เพอ่ื รายงานตอ่ หนว่ ยงานภายนอกทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เชน่ กรมสรรพากร กรมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ และผสู้ อบบญั ชรี ับอนุญาต เปน็ ตน้
14 บัญชีเบ้ืองตน้ 1 1.2 ประวตั ขิ องการบญั ชี ในปี ค.ศ. 1494 ลกู า ปาซโิ อลิ (Luca Pacioli) ชาวอติ าเลยี่ น ไดเ้ ขยี นหนงั สอื เชงิ คณติ ศาสตร์ เรื่อง Summa de Arithmetica Geometrica Proprtionalita ซึ่งส่วนหนง่ึ ได้กลา่ วถึงหลักการบญั ชคี ู่ โดยก�าหนดศพั ทท์ ม่ี าของคา� ว่า “Debito หมายถึงเป็นหนงึ่ ” และ “Credito หมายถึงเชอื่ ถอื ” อนั เปน็ พน้ื ฐานทม่ี าของคา� วา่ Debit (เดบติ ) และ Credit (เครดติ ) ตามหลกั การบญั ชคี ู่ ซง่ึ เปน็ ทย่ี อมรบั และ ถือปฏิบัตมิ าจนถงึ ทกุ วันน้ี ลกู า ปาซิโอลิ ไดร้ บั การยกยอ่ งวา่ เป็นบดิ าแหง่ การบญั ชี ส�าหรับประเทศไทย การบัญชีเริ่มต้นเมื่อมีการเปล่ียนแปลงการปกครอง (เม่ือวันท่ี 24 มิถนุ ายน พ.ศ. 2475) ซึ่งส่งผลกระทบตอ่ สภาพเศรษฐกจิ โดยสว่ นรวม โดยมีการออกกฎหมายให้ มกี ารจดั เกบ็ ภาษีเงนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดาและนิตบิ คุ คล ตาม พ.ร.บ. การบญั ชี พ.ศ. 2482 โดยผูท้ ่เี ผย แพรค่ วามรู้ทางด้านการบัญชีในระยะแรกคอื พระยาไชยยศสมบัติ (เสรมิ กฤษณามระ) และหลวง ด�ารอิ ิศรานวุ รรต (ม.ล. ด�าริ อศิ รางกูร ณ อยุธยา) ได้จัดท�าหลกั สูตรการเรยี นการสอนวิชาการบัญชี เพอ่ื เผยแพร่ ทา� ให้คนไทยมีความรทู้ างดา้ นการบัญชี 1.3 ข้อสมมตติ ามแมบ่ ทการบญั ชี (Assumption) แมบ่ ทการบญั ชเี ปน็ แนวคดิ สา� หรบั การจดั ทา� และนา� เสนองบการเงนิ จดั ทา� โดยคณะกรรมการ มาตรฐานการบญั ชี ของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบญั ชรี บั อนญุ าตแห่งประเทศไทย (สภาวชิ าชีพ บญั ชี) ซง่ึ ไดจ้ ัดทา� ข้ึนโดยยกเลกิ มาตรฐานการบัญชีฉบบั ท่ี 1 และใหใ้ ชแ้ มบ่ ทการบัญชฉี บับนีแ้ ทน โดยแม่บทการบญั ชีไดก้ �าหนดขอ้ สมมติไว้ 2 ขอ้ คอื 1. เกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีจะรับรู้เมื่อเกิดข้ึน มิใช่เม่ือมีการรับหรือจ่ายเงินสด โดยรายการต่างๆ จะบันทึกและแสดงในงบการเงินตามงวดท่ี เกีย่ วขอ้ ง เชน่ การบนั ทึกบัญชรี ายได้และคา่ ใชจ้ ่ายด้วยการยึดหลกั ว่า รายไดแ้ ละคา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กิด ขึน้ ในงวดบัญชีใด ใหถ้ ือเป็นรายไดแ้ ละค่าใชจ้ ่ายของงวดบญั ชนี น้ั ๆ ไม่วา่ จะรับหรือจา่ ยเปน็ เงนิ สด หรอื ไมก่ ต็ าม โดยงบการเงนิ ทีจ่ ัดท�าข้ึนตามเกณฑค์ งคา้ งให้ข้อมลู แก่ผูใ้ ช้งบการเงิน 2 อยา่ งคือ 1. ใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั รายการคา้ ในอดีตท่เี ก่ียวข้องกับรายรบั และจ่ายเงินสด 2. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาระผูกพันที่กิจการต้องจ่ายเป็นเงินสดในอนาคต และข้อมูลเกี่ยวกับ ทรพั ยากรทจี่ ะไดร้ บั เปน็ เงินสดในอนาคตดว้ ย
บทท่ี 1 ความรเู้ บ้อื งตน้ เกี่ยวกบั การบัญชี 15 2. การดา� เนินงานตอ่ เนอื่ ง (Going Concern) งบการเงนิ ทจี่ ัดท�าขึน้ ภายใตข้ อ้ สมมติ ทีว่ า่ กจิ การจะด�าเนนิ งานอย่างต่อเน่ืองและดา� รงอยตู่ อ่ ไปในอนาคต หากกจิ การมเี จตนาจะลม้ เลกิ กจิ การหรือลดขนาดของกจิ การอย่างมนี ัยสา� คัญ งบการเงินต้องจัดท�าขนึ้ โดยใชเ้ กณฑ์อนื่ และต้อง เปิดเผยหลักเกณฑ์ทใ่ี ช้ในงบการเงินนัน้ ๆ 1.4 พระราชบญั ญัตกิ ารบัญชี พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 เป็นกฎหมายใหม่ท่ีประกาศใช้ทดแทนพระราช บญั ญัตผิ ูส้ อบบัญชี พ.ศ. 2505 มีทัง้ หมด 78 มาตรา จดั แบ่งเป็น 9 หมวดและบทเฉพาะกาล สรุป สาระส�าคญั ไดด้ ังนี้ คา� นยิ ามของ “วชิ าชีพบัญช”ี หมายถึงวิชาชีพในดา้ นการทา� บัญชี ดา้ นการสอบบัญชี ด้าน การบญั ชบี รหิ าร ดา้ นการวางระบบบญั ชี ดา้ นการบญั ชภี าษอี ากร และดา้ นการศกึ ษาและเทคโนโลยี การบัญชี ท้ังน้ีในภายหน้าหากเห็นว่ามีบริการเก่ียวกับการบัญชีด้านใดท่ีมีความส�าคัญ รัฐมนตรี วา่ การกระทรวงพาณชิ ยอ์ าจออกกฎกระทรวงกา� หนดบรกิ ารเกย่ี วกบั การบญั ชดี า้ นนน้ั เพม่ิ เตมิ ขนึ้ ใน ค�านยิ ามวชิ าชีพบญั ชีกไ็ ด้ เชน่ การตรวจสอบภายใน เป็นตน้ 1.4.1 หมวด 1 สภาวิชาชพี บัญชี สภาวิชาชีพบัญชีมีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชี และมอี า� นาจหน้าทด่ี งั ต่อไปนี้ 1. ส่งเสรมิ การศกึ ษา การอบรม และการวจิ ยั เกย่ี วกบั วชิ าชีพบัญชี 2. สง่ เสรมิ ความสามคั คแี ละผดงุ เกยี รตขิ องสมาชกิ จดั สวสั ดกิ ารและการสงเคราะหร์ ะหวา่ ง สมาชิก 3. ก�าหนดมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอืน่ ทเี่ กี่ยวกับวชิ าชพี บัญชี 4. ก�าหนดจรรยาบรรณผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี 5. รบั ข้นึ ทะเบียนการประกอบวิชาชีพบัญชี ออกใบอนุญาต พกั ใช้ หรอื เพกิ ถอนใบอนุญาต ผู้ประกอบวชิ าชพี บญั ชี
16 บญั ชีเบื้องต้น 1 6. รับรองปริญญาหรือประกาศนียบัตรในวิชาการบัญชีของสถาบันการศึกษาต่างๆ เพ่ือ ประโยชน์ในการรบั สมัครเปน็ สมาชิก 7. รบั รองความรู้ความชา� นาญในการประกอบวชิ าชีพบญั ชี 8. รบั รองหลักสูตรการฝกึ อบรมเปน็ ผู้ชา� นาญการ และการศึกษาตอ่ เนอ่ื งในด้านตา่ งๆ ของ ผ้ปู ระกอบวิชาชพี บัญชี 9. ควบคมุ ความประพฤตแิ ละการด�าเนนิ งานของสมาชกิ และผูข้ ึ้นทะเบยี น อันเก่ยี วกับการ ประกอบวชิ าชีพบญั ชใี ห้ถกู ตอ้ งตามจรรยาบรรณแหง่ วชิ าชพี บัญชี 10. ชว่ ยเหลือ แนะนา� เผยแพร่ และใหบ้ รกิ ารวชิ าการแกป่ ระชาชนเกี่ยวกบั วิชาชพี บญั ชี 11. ออกขอ้ บงั คับสภาวชิ าชีพบัญชี 12. เปน็ ตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี 13. ใหค้ า� ปรึกษาและเสนอแนะตอ่ รฐั บาลเกีย่ วกับนโยบายและปัญหาของวิชาชีพบัญชี 14. ด�าเนินการอ่ืนเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอ�านาจหน้าท่ีของสภาวิชาชีพบัญชี ตามพระราชบญั ญตั วิ ิชาชพี บัญชี พ.ศ. 2547 โครงสร้างองค์กรตาม พ.ร.บ. วิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 ก�าหนดให้มีคณะกรรมการต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการก�ากับดูแล การพัฒนาความรู้ ส่งเสริมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพบัญชีให้ มีคุณภาพ และควบคุมจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซ่ึงคณะกรรมการต่างๆ ได้แก่ คณะกรรมการกา� กบั ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บญั ชี คณะกรรมการสภาวชิ าชพี บญั ชี คณะกรรมการ กา� หนดมาตรฐานการบัญชี คณะกรรมการจรรยาบรรณ คณะกรรมการวิชาชพี บัญชแี ต่ละดา้ น และ คณะกรรมการอนื่ ๆ ซงึ่ มโี ครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของคณะกรรมการแตล่ ะชดุ ดงั แสดงในรปู ที่ 1.1
โครงสร้างองค์กรตาม พ.ร.บ. วชิ าชพี บัญชี พ.ศ. 2547 คณะกรรมการจรรยาบรรณ 9-15 คน คณะกรรมการก�ากับดูแลการประกอบวิชาชีพบญั ชี (หมวด 8 มาตรา 59) แต่งตั้งโดยคณะกรรมการสภาวิชาชีพ ปลดั กระทรวงพาณิชย์ + อธิบดีกรมการประกนั ภยั + นายกสภาวชิ าชพี บญั ชี + อธบิ ดีกรมสรรพากร + ประธานสภาอุตสาหกรรมแหง่ ประเทศไทย + ผ้วู า่ การตรวจเงนิ แผ่นดิน + ประธานสมาคมธนาคารไทย บญั ชี โดยมคี วามเห็นชอบของที่ ประชมุ ใหญส่ ภาวิชาชพี บญั ชี นายก + ผู้วา่ การธนาคารแหง่ ประเทศไทย + ประธานกรรมการหอการคา้ ไทย + สภาวิชาชีพบญั ชี หรอื กรรมการหรอื เลขาธกิ ารสา� นกั งานคณะกรรมการ ก.ล.ต. + ผ้ทู รงคุณวุฒิดา้ นบัญชี 2 คน และดา้ นกฎหมาย 1 คน อนกุ รรมการอน่ื ตาม พ.ร.บ. น้ี จะตอ้ งไม่ + อธิบดีกรมพฒั นาธรุ กจิ การค้า ด�ารงตา� แหน่งในคณะกรรมการ (รวม 14 คน) จรรยาบรรณตา� แหน่ง (มาตรา 50) สภาวิชาชีพบญั ชี คณะกรรมการสภาวชิ าชีพบญั ช ี (หมวด 3 มาตรา 22) บทท่ี 1 ความร้เู บื้องต้นเกี่ยวกบั การบัญชี 17 นายกสภาวชิ าชพี บญั ชี (เลอื กตั้ง) + ประธานคณะกรรมการวชิ าชพี บญั ชีของแต่ละดา้ น (เลอื กตัง้ ) + ประธานคณะกรรมการกา� หนดมาตรฐานการบัญชี + ประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณ + กรรมการผูท้ รงคุณวุฒดิ า้ นบญั ชี 2 คน ดา้ นกฎหมาย 1 คน + กรรมการ (เลือกต้ัง) 5 คน (รวม 13-17 คน) คณะกรรมการวชิ าชีพบัญชขี องแต่ละดา้ น คณะกรรมการก�าหนดมาตรฐานการบญั ช ี ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ 7-11 คน (แต่งตง้ั ) + (หมวด 3 มาตรา 32) ผู้แทนกรมการประกันภยั + ผู้แทนกรมพัฒนาธุรกิจการคา้ + ผแู้ ทนกรมสรรพากร + ผูแ้ ทนธนาคารแห่งประเทศไทย + ผู้แทนส�านักงานการตรวจเงนิ แผ่นดิน + ผู้แทนส�านกั งานคณะกรรมการ ก.ล.ต. (หมวด 4 มาตรา 33) (รวม 13-17 คน) รูปท ่ี 1.1 โครงสร้างองค์กรตาม พ.ร.บ. วชิ าชีพบัญชี พ.ศ. 2547
18 บัญชีเบ้อื งตน้ 1 1.4.2 หมวด 2 สมาชกิ สภาวิชาชพี บญั ชี สมาชกิ สภาวิชาชพี บัญชีแบง่ เป็น 4 ประเภท ดังน้ี 1. สมาชกิ สามญั ต้องเปน็ ผูม้ สี ัญชาติไทย อายไุ มต่ า่� กวา่ 20 ปี และสา� เร็จการศึกษาใน ระดับไม่ต่�ากวา่ ปรญิ ญาตรหี รอื เทยี บเทา่ ทางการบัญชี หรือสาขาอน่ื ตามท่สี ภาวชิ าชพี กา� หนด 2. สมาชกิ วิสามญั 1. กรณเี ป็นผ้มู สี ญั ชาตไิ ทย ตอ้ งมีอายไุ ม่ตา�่ กวา่ 20 ปี และสา� เรจ็ การศึกษาในระดบั ไมต่ �่า กว่าปริญญาตรีหรือเทยี บเท่าทางบริหารธุรกิจ พาณิชยศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรอื สาขาอ่ืนที่คณะ กรรมการสภาวิชาชพี บัญชีพิจารณาเหน็ วา่ มีความเกย่ี วขอ้ งกบั การประกอบวิชาชีพบัญชี 2. กรณีเป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย ต้องเป็นบุคคลซ่ึงมีสัญชาติของประเทศท่ียินยอมให้ผู้มี สัญชาตไิ ทยประกอบอาชพี สอบบญั ชใี นประเทศน้ันได้ อายไุ ม่ต่�ากวา่ 20 ปี และสา� เรจ็ การศกึ ษาใน ระดบั ไมต่ �่ากว่าปริญญาตรที างการบัญชี 3. สมาชกิ สมทบ ตอ้ งเป็นผู้มสี ัญชาติไทย อายไุ ม่ต�่ากว่า 18 ปี และส�าเร็จการศกึ ษาใน ระดับท่ตี ่�ากวา่ ปรญิ ญาตรี แต่ไม่ต่�ากวา่ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.) ทางการบัญชี 4. สมาชกิ กติ ตมิ ศกั ด ิ์ คอื ผทู้ รงคณุ วฒุ ซิ งึ่ ไดร้ บั เชญิ เปน็ สมาชกิ ตามมตขิ องคณะกรรมการ สภาวชิ าชีพบญั ชี สทิ ธิและหนา้ ทีข่ องสมาชิกสามญั มดี งั ต่อไปน้ี (1) แสดงความคดิ เหน็ ในการประชมุ ใหญ่ (2) ออกเสยี งลงคะแนนในการประชุมใหญ่ (3) เลือกตั้ง รับเลือกตั้ง หรือรับแต่งต้ัง เป็นกรรมการหรือด�ารงต�าแหน่งอื่นอันเก่ียวกับ กจิ การของสภาวชิ าชพี บญั ชี (4) สมาชิกสามญั ไมน่ อ้ ยกว่า 100 คน เขา้ ช่ือเสนอร่างข้อบงั คบั ต่อสภาวชิ าชพี บญั ชไี ด้ (5) สมาชกิ สามญั ไมน่ อ้ ยกวา่ 100 คน เขา้ ชอ่ื กนั ทา� หนงั สอื รอ้ งขอใหน้ ายกสภาวชิ าชพี บญั ชี เรียกประชุมใหญว่ สิ ามญั ได้
บทที่ 1 ความรู้เบอ้ื งตน้ เกีย่ วกับการบญั ชี 19 (6) ชา� ระค่าบา� รุงสมาชกิ หรอื ค่าธรรมเนยี ม (7) ผดงุ ไวซ้ งึ่ เกยี รตศิ กั ดแิ์ หง่ วชิ าชพี บญั ชี และปฏบิ ตั ติ นตามบทบญั ญตั แิ หง่ พระราชบญั ญตั ิ วชิ าชพี บญั ชี พ.ศ. 2547 (8) สทิ ธิและหน้าท่อี ่นื ตามทสี่ ภาวิชาชพี บญั ชีกา� หนด สมาชกิ วิสามญั สมาชกิ สมทบ และสมาชิกกิตตมิ ศักดิ์ มสี ิทธิและหน้าที่ตามขอ้ ท่ี (1), (6), (7) และ (8) 1.4.3 หมวด 3 คณะกรรมการสภาวชิ าชีพบญั ชี มาตรา 22 ให้มคี ณะกรรมการสภาวิชาชีพประกอบด้วย 1. นายกสภาวิชาชีพ ซึ่งทปี่ ระชมุ ใหญ่เลือกต้งั จากสมาชกิ สามญั 2. กรรมการโดยต�าแหน่ง ได้แก่ ประธานกรรมการวชิ าชีพบัญชที กุ ดา้ น 3. กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ 4. กรรมการซง่ึ ทป่ี ระชุมใหญเ่ ลอื กต้ังจากสมาชิกสามญั ไมเ่ กนิ 5 คน 1.4.4 หมวด 4 คณะกรรมการก�าหนดมาตรฐานการบญั ชี คณะกรรมการก�าหนดมาตรฐานการบัญชีประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะกรรมการ สภาวิชาชพี บญั ชแี ต่งต้ังจากผู้มีความรคู้ วามช�านาญ และประสบการณเ์ กีย่ วกบั การบญั ชี มจี า� นวน ไมน่ ้อยกว่า 7 คน แตไ่ มเ่ กนิ 11 คน และผูแ้ ทนจากหน่วยงานทีเ่ ก่ยี วข้องอกี 6 หน่วยงาน ท�าหนา้ ท่ี กา� หนดมาตรฐานการบัญชี แนวทางในการก�าหนดมาตรฐานการบัญชขี องคณะกรรมการ มีดงั น้ี 1. มาตรฐานการบญั ชีต้องจดั ทา� เป็นภาษาไทย 2. มาตรฐานการบญั ชที ีค่ ณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีกา� หนดและปรบั ปรงุ จะใชบ้ งั คบั ไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื ไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการกา� กบั ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บญั ชี และประกาศ ในราชกิจจานเุ บกษาแลว้
20 บญั ชเี บอ้ื งตน้ 1 3. หากคณะกรรมการก�าหนดมาตรฐานการบัญชีได้รับแจ้งจากผู้ท�าบัญชี ผู้มีหน้าท่ีจัดท�า บัญชี ผู้ใช้ข้อมูลทางการเงิน หรือหนว่ ยงานอ่ืนใด ว่ามปี ัญหาเกย่ี วกบั การปฏบิ ัตติ ามมาตรฐานการ บัญชีท่ีก�าหนดไว้ ซ่ึงอาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีดังกล่าว ท�าให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ หรือเป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการ คณะ กรรมการต้องด�าเนนิ การตรวจสอบและรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผทู้ ่เี ก่ียวขอ้ ง และกา� หนด ปรบั ปรงุ หรอื พัฒนามาตรฐานการบัญชีโดยเร็วทสี่ ุด ในเบ้ืองต้น พระราชบญั ญตั ิวชิ าชพี บญั ชี พ.ศ. 2547 ก�าหนดใหม้ ีการควบคุมการประกอบ วิชาชีพบัญชี 2 ด้านก่อนคอื ดา้ นการสอบบัญชี และด้านการท�าบญั ชี แตใ่ นภายหน้าหากมีความ จา� เปน็ อาจมกี ารตราพระราชกฤษฎกี ากา� หนดให้การประกอบวิชาชพี ด้านนน้ั ๆ ตอ้ งมกี ารควบคุม เพม่ิ ขึ้นได้ โดย 1. วชิ าชพี ดา้ นการสอบบญั ชี ผทู้ จ่ี ะประกอบวชิ าชพี สอบบญั ชจี ะตอ้ งเปน็ สมาชกิ สามญั ของสภาวชิ าชพี บญั ชี และตอ้ งมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามทก่ี ฎหมายกา� หนด และตอ้ ง ไดร้ บั ใบอนญุ าตจากสภาวชิ าชพี บญั ชี ซง่ึ ใบอนญุ าตผสู้ อบบญั ชไี มม่ อี ายุ แตต่ อ้ งชา� ระคา่ ธรรมเนยี ม ใบอนญุ าตเปน็ รายปี ปลี ะ 1,000 บาท ทงั้ น้ใี บอนญุ าตผู้สอบบญั ชอี าจส้ินผลไดใ้ นหลายกรณี เช่น ขาดจากสมาชกิ สภาวชิ าชพี บญั ชี ขาดคณุ สมบตั ิ ถกู เพกิ ถอนใบอนญุ าต ไมช่ า� ระคา่ ธรรมเนยี ม หรอื ไมเ่ ข้ารบั การอบรมตามหลกั เกณฑ์ทสี่ ภาวิชาชีพบญั ชีก�าหนด เป็นตน้ 2. วชิ าชพี ดา้ นการทา� บญั ช ี ผทู้ จี่ ะประกอบวชิ าชพี เปน็ ผทู้ า� บญั ชี จะตอ้ งเปน็ สมาชกิ สภา วิชาชีพบัญชี หรือข้ึนทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชีอย่างใดอย่างหน่ึงก่อน จึงจะสามารถประกอบ วชิ าชพี ได้ และตอ้ งมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งหา้ มตามทก่ี ฎหมายกา� หนด ทงั้ นคี้ า่ ธรรมเนยี ม การข้ึนทะเบียนผทู้ า� บัญชปี ีละ 500 หรอื 300 บาท แลว้ แตค่ ณุ วฒุ กิ ารศกึ ษาเช่นเดยี วกบั การเปน็ สมาชิก ส�าหรับผู้ท�าบัญชีท่ีไม่มีคุณวุฒิด้านบัญชีโดยตรง แต่เป็นผู้ท�าบัญชีตามมาตรา 42 วรรค สอง แหง่ พระราชบัญญัตกิ ารบัญชี พ.ศ. 2543 ทีแ่ จ้งการท�าบัญชตี อ่ กรมพฒั นาธรุ กิจการคา้ ซึ่งจะ สามารถท�าบญั ชใี ห้แกธ่ ุรกิจไดจ้ นถงึ วันท่ี 9 สงิ หาคม พ.ศ. 2551 ก็ต้องไปขอขึน้ ทะเบยี นต่อสภา วชิ าชีพบัญชี และกรณีผู้ท�าบัญชีกลุ่มน้ีมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกวิสามัญได้ ก็สามารถเลือกการเป็น สมาชิกแทนการขึ้นทะเบยี นกับสภาวชิ าชีพบัญชีก็ได้ แต่หากไมศ่ ึกษาต่อเพ่อื ให้มีคณุ วุฒิทางบัญชี
บทที่ 1 ความร้เู บือ้ งตน้ เก่ียวกับการบญั ชี 21 โดยตรง ไมว่ ่าจะเป็นสมาชิกวิสามญั หรือข้ึนทะเบียน กจ็ ะทา� บญั ชีไดจ้ นถึงวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เท่านน้ั ทั้งนีผ้ ้ทู �าบญั ชมี หี น้าทีต่ ้องปฏบิ ัตติ ามทง้ั พระราชบญั ญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และ พระราชบัญญัติวชิ าชพี บัญชี พ.ศ. 2547 โดยเมือ่ จะเรม่ิ ท�าบัญชตี อ้ งไปเป็นสมาชิกหรือขึ้นทะเบยี น กบั สภาวชิ าชพี บญั ชกี อ่ น แลว้ ภายใน 60 วนั นบั แตว่ นั เรม่ิ ท�าบญั ชี ตอ้ งไปแจง้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั การท�า บญั ชีท่ีกรมพฒั นาธุรกิจการคา้ ซ่งึ จะได้รบั หมายเลขรหัสผู้ท�าบญั ชตี ่อไป 1.4.5 หมวด 5 การควบคมุ การประกอบวชิ าชพี ด้านการสอบบญั ชี มาตรา 37 ในกรณีท่ีกฎหมายบัญญัตใิ ห้มีการสอบบญั ชหี รอื ให้เอกสารใด ต้องมผี สู้ อบบัญชี ลงลายมือชื่อรับรองหรือแสดงความเห็น ห้ามมิให้ผู้ใดลงลายมือช่ือรับรองการสอบบัญชี รับรอง เอกสาร หรือแสดงความเห็นในฐานะผู้สอบบัญชี เว้นแต่เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือเป็นการ กระท�าในอ�านาจหนา้ ที่ทางราชการ 1.4.6 หมวด 6 การควบคุมการประกอบวิชาชพี ด้านการท�าบัญชี มาตรา 45 ผทู้ �าบญั ชีทจี่ ะขนึ้ ทะเบยี นกบั สภาวชิ าชพี บญั ชี ตอ้ งมคี ณุ สมบตั แิ ละไมม่ ลี กั ษณะ ตอ้ งหา้ มดังตอ่ ไปน้ี 1. มีภมู ิลา� เนาหรือถิน่ ท่ีอยใู่ นราชอาณาจักร 2. มีความร้ภู าษาไทยเพยี งพอท่จี ะทา� บัญชีเปน็ ภาษาไทยได้ 3. ไม่เคยต้องคา� พพิ ากษาถึงทสี่ ุดให้จ�าคกุ 4. มคี ุณวุฒกิ ารศึกษาตามท่ีก�าหนดในขอ้ บังคบั สภาวิชาชีพบญั ชี 5. ไม่มีลกั ษณะต้องหา้ มอนื่ ตามทก่ี า� หนดในข้อบังคบั สภาวชิ าชพี 1.4.7 หมวด 7 จรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชพี บัญชี 1. ข้อก�าหนดในเรือ่ งจรรยาบรรณ (1) ผปู้ ระกอบวชิ าชีพบญั ชหี รือผซู้ ึง่ ขึน้ ทะเบยี นไว้กบั สภาวิชาชพี บัญชี มหี น้าที่ตอ้ งปฏบิ ตั ิ ตามจรรยาบรรณของผู้ประกอบวชิ าชีพบัญชี และตอ้ งปฏิบัติหนา้ ท่ีของตนตามมาตรฐานการบญั ชี มาตรฐานการสอบบัญชี หรือมาตรฐานอ่นื ใดทเ่ี กี่ยวขอ้ งตามทก่ี า� หนดไวใ้ นพระราชบัญญัติน้ี
22 บญั ชีเบ้ืองตน้ 1 (2) สภาวชิ าชพี บญั ชเี ปน็ ผจู้ ดั ทา� จรรยาบรรณของผปู้ ระกอบวชิ าชพี บญั ชขี นึ้ เปน็ ภาษาไทย และอย่างนอ้ ยต้องประกอบดว้ ยข้อกา� หนดในเรื่อง •• ความโปร่งใส ความเป็นอิสระ ความเทยี่ งธรรม และความซ่ือสัตย์สุจริต •• ความรคู้ วามสามารถและมาตรฐานในการปฏิบตั งิ าน •• ความรับผิดชอบต่อผรู้ บั บรกิ ารและการรกั ษาความลับ •• ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือบุคคลหรือนิติบุคคลที่ผู้ประกอบ วิชาชีพบญั ชปี ฏบิ ตั ิหน้าท่ีให้ (3) การกระท�าดงั ต่อไปนี้ ถอื วา่ เปน็ การประพฤตผิ ิดจรรยาบรรณ •• ไมป่ ฏิบัตติ ามจรรยาบรรณของผ้ปู ระกอบวิชาชพี บัญชี •• ไม่ปฏิบัติหน้าท่ีของตนตามมาตรฐานการบัญชี มาตรฐานการสอบบัญชี หรือ มาตรฐานอ่ืนใดท่ีเกี่ยวข้องทก่ี �าหนดตามพระราชบัญญตั ิน้ี •• ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรายงานผลการสอบบัญชีโดยระบุข้อความใด อันแสดงว่าตน ไม่รับผิดชอบในผลการตรวจสอบ หรือแสดงความไม่ชัดเจนในผลการตรวจสอบ เพราะเหตทุ ต่ี นมไิ ดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทโ่ี ดยครบถว้ นทพ่ี งึ คาดหวงั ได้ หรอื โดยครบถว้ นตาม มาตรฐานการสอบบญั ชี 2. โทษของการประพฤติผิดจรรยาบรรณ ไดก้ �าหนดตามลา� ดบั ชนั้ จากโทษเบาถึงโทษหนกั ดังต่อไปนี้ (1) ตักเตือนเป็นหนงั สอื (2) ภาคทณั ฑ์ (3) พกั ใชใ้ บอนญุ าต พกั การขน้ึ ทะเบยี น หรอื หา้ มการประกอบวชิ าชพี บญั ชดี า้ นทป่ี ระพฤติ ผิดจรรยาบรรณโดยมีก�าหนดเวลาแตไ่ ม่เกิน 3 ปี (4) เพกิ ถอนใบอนุญาต เพิกถอนการขึ้นทะเบียน หรือสง่ั ให้พ้นจากการเป็นสมาชกิ 3. การพจิ ารณาและการลงโทษ เมอื่ มผี ูก้ ล่าวหาหรือปรากฏต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีหรือผู้ซึ่งข้ึนทะเบียนไว้กับสภาวิชาชีพบัญชีประพฤติผิดจรรยาบรรณ
บทท่ี 1 ความรู้เบื้องตน้ เกยี่ วกับการบญั ชี 23 คณะกรรมการจรรยาบรรณจะดา� เนนิ การสอบสวนพิจารณาโดยเรว็ หากผลการสอบสวนปรากฏวา่ ผู้น้ันประพฤติผิดจรรยาบรรณ คณะกรรมการจรรยาบรรณจะมีค�าส่ังลงโทษตามข้อท่ี 2 ทั้งนี้การ ออกค�าสั่งลงโทษหรือออกค�าสั่งยกค�ากล่าวหา ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้กล่าวหาทราบเป็น หนังสือโดยเร็วด้วย 4. ผกู้ ลา่ วหาหรอื ผซู้ งึ่ ถกู คณะกรรมการจรรยาบรรณสง่ั ลงโทษ มสี ทิ ธอ์ิ ทุ ธรณค์ า� สงั่ ตอ่ คณะ กรรมการกา� กบั ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บญั ชผี า่ นทางกรมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ ไดภ้ ายใน 30 วนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ ับคา� ส่ังตามหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารท่ีคณะกรรมการกา� กับดแู ลการประกอบวชิ าชพี บัญชี ก�าหนด และการอุทธรณ์ค�าสั่งไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามค�าสั่งลงโทษ เว้นแต่คณะกรรมการ กา� กบั ดแู ลการประกอบวชิ าชพี บญั ชจี ะสงั่ เปน็ อยา่ งอนื่ ทง้ั นค้ี า� วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการกา� กบั ดแู ล การประกอบวิชาชีพบญั ชีให้ถอื เป็นทีส่ ุด 1.4.8 หมวด 8 การกา� กับดูแล ถึงแม้ว่าพระราชบัญญัติจะก�าหนดให้มีสภาวิชาชีพบัญชีเป็นศูนย์รวมในการก�ากับดูแลผู้ ประกอบวิชาชีพบัญชีแล้ว แต่ก็ยังมีความจ�าเป็นท่ีจะต้องมีภาครัฐเข้าไปก�ากับดูแลองค์กรวิชาชีพ อีกช้ันหน่ึง เพ่ือรักษาความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ โดยมีคณะกรรมการก�ากับดูแลการ ประกอบวชิ าชีพบญั ชีท�าหน้าทก่ี �ากับดา้ นนโยบายจา� นวน 14 คน ประกอบดว้ ยหนว่ ยงานทง้ั ภาค รัฐและเอกชน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านบัญชีและกฎหมาย ท�าหน้าที่ก�ากับดูแลการท�างานของสภา วชิ าชีพบญั ชเี ฉพาะเรอ่ื งทีส่ า� คญั และมผี ลกระทบต่อสาธารณชน โดยเร่อื งท่ตี อ้ งผ่านการพิจารณา ของคณะกรรมการก�ากับดแู ลการประกอบวชิ าชีพบญั ชีคอื 1. ให้ความเห็นชอบข้อบังคับเก่ียวกับค่าธรรมเนียมและ/หรือค่าบ�ารุงสมาชิก หลักเกณฑ์ การฝกึ อบรม คณุ สมบตั แิ ละลกั ษณะตอ้ งหา้ มของนายกสภาวชิ าชพี บญั ชี และกรรมการสภาวชิ าชพี บัญชี เป็นต้น 2. พิจารณาค�าขออุทธรณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ซ่ึงคณะกรรมการจรรยาบรรณสั่ง ลงโทษ 3. พจิ ารณาค�าขออุทธรณ์กรณีสภาวชิ าชีพบัญชีไมอ่ อกใบอนญุ าตให้แก่ผูย้ ่นื ค�าขอ 4. ให้ความเหน็ ชอบมาตรฐานการบัญชีท่เี สนอโดยสภาวชิ าชพี บัญชี
24 บญั ชเี บ้ืองตน้ 1 นิติบุคคลที่ประกอบกิจการให้บริการด้านการสอบบัญชีหรือด้านการท�าบัญชี ต้อง ดา� เนนิ การดังต่อไปน้ี 1. นิตบิ ุคคลต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชพี บญั ชตี ามเงือ่ นไข ดังนี้ (1) นติ บิ คุ คลทใ่ี หบ้ รกิ ารการสอบบญั ชี หรอื การทา� บญั ชอี ยกู่ อ่ นวนั ทพี่ ระราชบญั ญตั วิ ชิ าชพี บญั ชี พ.ศ. 2547 ใชบ้ ังคบั ให้ยนื่ จดทะเบียนต่อสภาวชิ าชพี บัญชภี ายใน 1 ปี นับแตว่ ันทพ่ี ระราช บญั ญตั นิ ใ้ี ชบ้ งั คบั คอื ภายในวนั ท่ี 22 ตลุ าคม พ.ศ. 2548 แตห่ ากใหบ้ รกิ ารภายหลงั จากวนั ทพ่ี ระราช บญั ญตั นิ ใี้ ช้บงั คบั ใหย้ ื่นขอจดทะเบยี นตอ่ สภาวชิ าชีพบัญชภี ายใน 30 วัน หลังจากการจดทะเบียน จดั ตง้ั นติ บิ คุ คลทก่ี รมพฒั นาธรุ กจิ การคา้ กระทรวงพาณชิ ยแ์ ลว้ เสรจ็ โดยสภาวชิ าชพี บญั ชไี ดก้ า� หนด คา่ จดทะเบียนนติ ิบุคคลไวร้ ายละ 2,000 บาท และต้องยน่ื ขอตอ่ อายุทุก 3 ปี นบั จากวนั จดทะเบียน กบั สภาวิชาชพี บัญชี โดยดา� เนนิ การต่ออายภุ ายใน 3 เดอื นก่อนใบทะเบียนหมดอายุ (2) นติ บิ คุ คลนนั้ ตอ้ งจดั ใหม้ หี ลกั ประกนั เพอ่ื ประกนั ความรบั ผดิ ตอ่ บคุ คลทส่ี ามตามประเภท จ�านวน หลกั เกณฑ์ และวิธกี ารที่ก�าหนดโดยกฎกระทรวง (3) ในกรณนี ติ บิ คุ คลนนั้ ประกอบกจิ การใหบ้ รกิ ารสอบบญั ชี บคุ คลซงึ่ มอี า� นาจลงนามผกู พนั นิติบุคคลในการให้บริการสอบบัญชีต้องเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ทั้งน้ีในกรณีที่นิติบุคคลน้ันให้ บริการการสอบบัญชีหรือการท�าบัญชีอยู่ก่อนวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ซ่ึงเป็นวันท่ีกฎหมาย ฉบบั น้ใี ชบ้ งั คับ นอกจากกา� หนดใหจ้ ดทะเบียนตอ่ สภาวิชาชีพบัญชีแล้ว •• นติ บิ ุคคลน้ันตอ้ งจัดใหม้ ีหลักประกนั เพือ่ ประกันความรับผดิ ตอ่ บุคคลที่สามใหค้ รบ ถว้ นภายในระยะเวลาตามท่กี า� หนดในกฎกระทรวง ซ่ึงตอ้ งไมเ่ กนิ กวา่ 3 ปี •• กรณีที่เป็นนิติบุคคลท่ีให้บริการสอบบัญชี ก็ต้องด�าเนินการให้บุคคลซ่ึงมีอ�านาจลง นามผกู พนั นติ ิบคุ คลในการใหบ้ ริการสอบบญั ชี ต้องเปน็ ผสู้ อบบัญชีภายใน 3 ปีนบั แต่วนั ทพี่ ระราชบญั ญตั ินใ้ี ชบ้ งั คับ ก็คอื ภายในวันท่ี 22 ตลุ าคม พ.ศ. 2550 น่นั เอง 2. ในกรณีผู้สอบบัญชีต้องรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม นิติบุคคลซึ่งผู้สอบบัญชีนั้นสังกัดอยู่ ต้องร่วมรับผิดด้วยอย่างลูกหน้ีร่วม และหากยังไม่สามารถช�าระค่าเสียหายได้ครบจ�านวน ให้หุ้น ส่วนหรือกรรมการผู้มีอ�านาจผูกพันนิติบุคคลน้ันต้องร่วมรับผิดจนครบจ�านวน เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า ตนมิไดม้ ีสว่ นรู้เหน็ หรอื ยนิ ยอมในการกระท�าผดิ ทตี่ อ้ งรับผิด
บทที่ 1 ความรูเ้ บื้องต้นเกีย่ วกับการบัญชี 25 1.4.9 หมวด 9 บทกา� หนดโทษ บทก�าหนดโทษตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 น้ี มีทั้งโทษฐานประพฤติ จรรยาบรรณตามทไ่ี ดก้ ลา่ วมาแล้วในหวั ข้อที่ 1.4.7 และโทษทางอาญาซงึ่ มที ้งั โทษปรบั และจ�าคุก บทเฉพาะกาล มาตรา 74 ในวาระเรม่ิ แรก ใหค้ ณะกรรมการสมาคมนกั บญั ชแี ละผสู้ อบบญั ชี รับอนุญาตแห่งประเทศไทย ท�าหน้าที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชีจนกว่าคณะกรรมการสภา วิชาชีพบัญชีตามพระราชบัญญัติเข้ารับหน้าที่ และให้ถือว่านายกสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชี รบั อนญุ าตแห่งประเทศไทย เป็นนายกสภาวิชาชพี บญั ชจี นกวา่ จะมกี ารเลอื กตั้งนายกสภาวชิ าชีพ บญั ชีตามพระราชบัญญัตนิ ้ี แต่ต้องไมเ่ กนิ 180 วัน นบั แตว่ นั ทพี่ ระราชบญั ญตั นิ ีบ้ ังคับใช้
26 บัญชีเบื้องตน้ 1 ข้อแนะนา� ในการเรยี นวชิ าบญั ชี มขี ้อแนะน�าหรือแนวทางการปฏบิ ัตใิ นการเรียนวชิ าบัญชดี ังน้ี 1. ตอ้ งมเี ครอื่ งคดิ เลขแบบ 12 หลกั ขน้ึ ไปเปน็ ของตวั เอง และนา� มาเรยี นทกุ ครง้ั ทเ่ี รยี น บัญชี 2. เมื่ออาจารย์สอนเกย่ี วกบั ตวั เลข ใหก้ ดเคร่ืองคิดเลขตามทกุ คร้ัง และหากไมเ่ ข้าใจ หรือคิดไม่ตรงกับคา� ตอบของอาจารย์ ใหถ้ ามทนั ที 3. ตอ้ งมคี วามกลา้ ทจ่ี ะถาม หากไมเ่ ขา้ ใจในเนอ้ื หาทเ่ี รยี น ตอ้ งถามใหเ้ ขา้ ใจในแตล่ ะ เรอ่ื ง หา้ มเก็บขอ้ สงสัยท่เี รียนไวใ้ นใจ 4. ทา� แบบฝึกหดั ทุกขอ้ ดว้ ยตนเองอย่างสม่�าเสมอ 5. ไมจ่ �าเปน็ ต้องเรียนเก่ง แต่ตอ้ งอาศยั ความขยัน มุง่ มัน่ และพยายาม 6. เขยี นตัวเลขและตัวหนงั สอื ใหอ้ า่ นง่าย สะอาด ชัดเจน ละเอียด และเรียบร้อย 7. เม่ือเขียนตัวเลขผิด ห้ามลบ แต่ให้ขีดตัวเลขท่ีผิดด้วยหมึกสีเดียวกัน แล้วเขียน ตัวเลขท่ถี กู บนตัวเลขที่ผิด และเซน็ ชื่อกา� กบั ขา้ งตัวเลขท่ีผดิ
บทท่ี 1 ความร้เู บ้ืองตน้ เกย่ี วกับการบญั ชี 27 คา� ศพั ท์เฉพาะ Accounting (การบัญชี) Accrual Basis (เกณฑค์ งคา้ ง) Assumption (ข้อสมมตติ ามแม่บทการบญั ชี) Book Keeper (ผทู้ า� บัญชี) Book Keeping (การทา� บัญชี) Classifying (การจา� แนก) Collecting (การรวบรวม) Going Concern (การด�าเนินงานตอ่ เนอ่ื ง) Recording (การจดบันทึก) Summarizing (การสรปุ ผลข้อมลู )
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: