การออกแบบการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชา กระบวนการจดั ทาบญั ชี ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 6 จดั ทาโดย นางสาวปัทมา ปลัง่ เปล่ือง ตาแหนง่ ครู โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 ตาบลชา่ งเคิ่ง อาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชยี งใหม่ สานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สานักงานการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
คาอธบิ ายรายวชิ า รายวชิ า กระบวนการจดั ทาบัญชี ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1/2564 จานวน 100 ชัว่ โมง จานวน 2.5 หน่วยกิต คาอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏบิ ัตเิ ก่ยี วกับพระราชบญั ญตั ิการบญั ชี พ.ศ.2542 กระบวนการจดั ทาบญั ชีตามวงจรบญั ชี ของธรุ กจิ บรกิ าร ธุรกจิ ซ้ือขายสนิ ค้า และธุรกิจอุตสาหกรรม การจดทะเบียนธรุ กจิ และการจดั การ เอกสารที่ เกย่ี วข้อง การวเิ คราะห์รายการคา้ จากเอกสาร จัดทางบการเงินตามประกาศกรมพฒั นาธุรกจิ การคา้ ผลการเรยี นรู้ 1. เขา้ ใจกฎหมายเก่ียวกับการทาบญั ชีและกระบวนการปฏบิ ตั งิ านบัญชีของธรุ กิจบรกิ าร ธุรกิจซื้อขาย สนิ คา้ และธุรกจิ อุตสาหกรรมในรูปแบบของกิจการเจ้าของคนเดยี ว หา้ งหนุ้ สว่ น และบรษิ ทั จากดั 2. มีทกั ษะการปฏบิ ตั งิ านบญั ชตี ามข้นั ตอนการจดั ทาบญั ชีและนาเสนองบการเงนิ ในการปฏิบตั งิ าน ทางวิชาชพี บญั ชี 3. มกี จิ นสิ ยั มีระเบียบ ละเอยี ดรอบคอบ ซ่ือสตั ย์ มวี นิ ัยตรงต่อเวลา และมีเจตคติที่ดตี อ่ วชิ าชพี บัญชี รวมท้งั หมด 3 ผลการเรยี นรู้
ผังมโนทศั น์ รายวชิ า กระบวนการจัดทาบัญชี ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 ช่อื หน่วยท่ี 1 พระราชบญั ญตั ิการ หน่วยท่ี 2 รปู แบบของธรุ กจิ ชื่อหน่วยที่ 3 การจดทะเบยี น บัญชี พ.ศ. 2543 จานวน 5 ชั่วโมง พาณิชยแ์ ละการจดั การเอกสารที่ จานวน 5 ชัว่ โมง เกี่ยวขอ้ ง ชอื่ หนว่ ยที่ 11 การกรอกแบบแสดง จานวน 5 ชั่วโมง รายการภาษปี ระเภทต่างๆ ประมวล ชอ่ื หน่วยท่ี 4 การจดทะเบียน รัษฎากร ห้างหุ้นสว่ น จานวน 10 ช่ัวโมง จานวน 5 ชว่ั โมง ชื่อหน่วยที่ 10 การยน่ื งบการเงนิ ตามกฎหมายตอ่ กรมพฒั นาธุรกจิ รายวชิ าการกระบวนการจัดทา บัญชี การค้า จานวน 10 ช่วั โมง ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 6 จานวน 100 ชัว่ โมง ช่อื หนว่ ยท่ี 9 การจดั ทางบ การเงินตามประกาศกรมพัฒนา ชือ่ หน่วยที่ 5 การจดทะเบยี น บริษัทจากัดและการจดั การเอกสาร ธุรกจิ การคา้ จานวน 5 ชว่ั โมง ที่เกย่ี วข้อง จานวน 10 ช่วั โมง ชอ่ื หนว่ ยท่ี 8 กระบวนการจัดทาบัญชี ตามวงจรบญั ชี ชือ่ หนว่ ยท่ี 7 การวิเคราะห์ ช่อื หนว่ ยท่ี 6 การจดั การเอกสาร จานวน 15 ช่ัวโมง รายการคา้ จากเอกสาร ทเี่ กย่ี วข้องในการดาเนนิ งาน จานวน 15 ชวั่ โมง ธุรกจิ จานวน 15 ช่ัวโมง
รายวชิ า กระบวนการจดั ทาบญั ชี ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 7 เรื่อง การวเิ คราะหร์ ายการค้าจากเอกสาร จานวน 15 ชว่ั โมง : 10 คะแนน ช่อื เรอื่ ง รปู แบบของธุรกจิ จานวน 15 ชั่วโมง : 10 คะแนน หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 7 เรื่อง การวเิ คราะห์รายการคา้ จากเอกสาร จานวน 15 ชัว่ โมง ช่ือเรือ่ ง การวเิ คราะหเ์ อกสารท่ีใช้ในการ ชอ่ื เรอ่ื ง การวเิ คราะห์และบนั ทกึ บัญชเี อกสาร บนั ทกึ บัญชี ของกจิ การ จานวน 7 ช่ัวโมง : 5 คะแนน จานวน 8 ชว่ั โมง : 5 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 7 เรื่อง การวเิ คราะหร์ ายการค้าจากเอกสาร แผนจัดการเรียนรู้ท่ี 8 เรอื่ ง การวิเคราะห์เอกสารท่ใี ชใ้ นการบันทกึ บญั ชี รายวิชา กระบวนการจัดทาบญั ชี ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 นา้ หนักเวลาเรียน 2.5 (นน./นก.) เวลาเรยี น 5 ชั่วโมง/สปั ดาห์ เวลาท่ใี ชใ้ นการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 7 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... แนวคิด การวเิ คราะหร์ ายการคา้ นนั้ เป็นข้นั แรกของการจัดทาบญั ชซี งึ่ สาคญั มาก โดยการวิเคราะหร์ ายการคา้ จาก เอกสาร (Analysis of transactions from the document) ซงึ่ เป็นหลกั ฐานตา่ งๆ ทางบัญชกี อ่ นแลว้ จงึ จะนาไป บนั ทึกรายการในสมดุ บัญชีต่าง ๆ ได้ โดยตอ้ งปฏิบัตใิ หเ้ ปน็ ไปตามหลกั กฎหมายบญั ชแี ละกฎหมายภาษีอากร อย่างถูกตอ้ ง ซงึ่ แต่ละกิจการจะมวี งจรการปฏิบัตงิ านทางบัญชที แ่ี ตกต่างกันไปตามลกั ษณะ ประเภทของ กจิ การ หากวเิ คราะห์รายการค้าผิด กจ็ ะทาใหข้ ้ันตอนตอ่ ไปผดิ ไปด้วย หากมีความผดิ พลาดเกดิ ข้ึนแล้วกจ็ ะทา ใหผ้ ใู้ ชข้ อ้ มลู ทางการบญั ชีนัน้ ตัดสินใจผดิ พลาดดว้ ย ดงั นน้ั ถึงแมว้ ่าการวเิ คราะหร์ ายการคา้ จะเป็นเพียงขั้น เรม่ิ ตน้ ของการทาบัญชี แต่กค็ วรให้ความสนใจและทาความเข้าใจให้ถกู ตอ้ ง โดยก่อนที่จะวเิ คราะห์รายการค้า จะตอ้ งมีความเข้าใจเก่ยี วกบั รายการคา้ ใหม้ ากที่สุด อยา่ งไรกต็ ามกจิ การต้องคานงึ ถึงความถูกต้องเพ่ือ ประโยชนต์ ่อกจิ การของตนเองและสังคมส่วนรวมตอ่ ไป ผลการเรยี นรู้ทคี่ าดหวัง 1. อธิบายและวเิ คราะหเ์ อกสารทใี่ ชใ้ นการบันทกึ บญั ชไี ด้ สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เกยี่ วกับกระบวนกาปฏบิ ตั ิงานบญั ชีตามขัน้ ตอนการจัดทาบญั ชแี ละนาเสนองบการเงิน ในการปฏิบัติงานทางวิชาชพี บัญชี 2. บันทกึ บญั ชีจากเอกสารการเงินสาหรับธรุ กิจบริการ ธุรกิจซือ้ ขายสนิ ค้า และธุรกิจอุตสาหกรรมตาม ขั้นตอนการจัดทาบญั ชที ่ีระบุในกฎหมายทางการบัญชที ่ีเก่ียวข้อง 3. จัดทางบการเงินและรายงานท่ีเกีย่ วข้อง สาระการเรียนรู้ 1. เอกสารที่ใชใ้ นการบันทกึ บัญชี
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ขนั้ นาเข้าสู่บทเรียน 1. ครพู ูดคุยกบั ผู้เรียนเรื่องเอกสารท่ีใช้ในการบันทึกบัญชกี ็คือ รายการค้าท่ีเกดิ จากการซอื้ ขายสนิ ค้าใน แตล่ ะวนั โดยกจิ การจะนารายการค้านน้ั มาวเิ คราะหก์ อ่ นทีจ่ ะนาไปบันทึกบัญชี 2. ครแู ละผเู้ รียนทบทวนเรอื่ การวเิ คราะห์รายการค้า (Business transaction analysis) คอื การ วเิ คราะห์รายการคา้ ที่เกดิ ข้ึนจากการดาเนินธรุ กิจในแตล่ ะวัน วา่ จะมผี ลกระทบตอ่ สินทรพั ย์ หนส้ี นิ ส่วนของ เจ้าของ รายไดแ้ ละคา่ ใช้จา่ ยอยา่ งไร และผลกระทบต่อการเปลีย่ นแปลงนน้ั จะแสดงให้เหน็ ถงึ ฐานะการเงนิ และ ผลการดาเนนิ งานของกิจการได้ 3. ครูแนะนารูปแบบการเรยี นการสอนแบบอภิปราย (Discussion Method) ในสัปดาห์น้ี ข้ันสอน 4. ครใู ชเ้ ทคนคิ การจัดการเรียนรแู้ บบอภปิ ราย (Discussion Method) เพ่ือมงุ่ ใหผ้ ู้เรียนมีโอกาส สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือระดมความคิดในเรื่องเอกสารที่ใช้ในการบนั ทึกบญั ชี โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อหาคาตอบ แนวทางหรอื แก้ปญั หารว่ มกนั เน้นใหผ้ ู้เรยี นมสี ่วนรว่ มในการเรียนรู้ คอื ร่วมคิด รว่ มวางแผน ร่วมตดั สนิ ใจ ร่วมปฏบิ ัติงานและช่ืนชมผลงานรว่ มกนั 5. ครแู สดงเอกสารที่นามาใชป้ ระกอบในการบันทึกบญั ชเี กยี่ วกับการซือ้ ขายสนิ คา้ โดยใช้ Power Point เปน็ ส่อื เพอ่ื ให้ผูเ้ รียนเข้าใจได้ยง่ิ ขนึ้ 6. ครูและผ้เู รยี นชว่ ยกันสาธติ โดยวเิ คราะห์จากเอกสารเพอ่ื นาไปบนั ทึกบญั ชี ซง่ สามารถแบง่ ได้ดังนี้ 6.1 เอกสารท่เี ก่ยี วกบั การขายสนิ ค้า ซึ่งออกโดยผูป้ ระกอบการ เชน่ ใบส่งของ ใบกากบั สนิ ค้าหรอื บลิ เกบ็ เงนิ บลิ ขายสด ใบรบั คืนสนิ ค้า ใบรับคาส่ังซื้อ ใบลดหน้ี รายงานขาย เปน็ ต้น
1.1 การขายสนิ ค้าเปน็ เงนิ สด ก. บนั ทกึ ในสมุดรายวนั รบั เงิน เชน่ ใบเสร็จรบั เงิน ใบเสร็จรับเงนิ /ใบกากบั ภาษีโดยเรียง เลขที่ใบเสรจ็ รับเงินหรอื กาหนดเลขทข่ี น้ึ มาใหม่เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ ข. สมดุ รายวันรับคนื สนิ ค้า เชน่ ใบรบั คนื สนิ ค้าและใบลดหน้ี เอกสารที่ใช้บนั ทกึ การขายสนิ คา้ เปน็ เงินสด ในกรณนี ถี้ อื วา่ ใบเสรจ็ รับเงินเป็น ใบกำกับภำษีด้วย เนอื่ งจากมกี ารขายสินค้าและส่งมอบสนิ ค้าแล้วและใชเ้ ป็นหลกั ฐานในการยืน่ ชาระภาษี การบันทึกรายการดงั น้ี เดบิต เงินสด XX เครดติ ขายสินค้า XX ภาษีขาย XX 1.2 การขายสินคา้ เป็นเงินเชื่อ จะบนั ทกึ บญั ชีในสมุดรายวันขาย เช่น ใบกากับสนิ ค้า ใบสง่ ของ/ ใบกากับภาษี โดยเรยี งเลขทีต่ ามใบกากบั สนิ ค้าที่ออก เอกสารท่ีใช้บันทกึ รายการขายสินค้าเป็นเงินเชอ่ื กรณที ่ีเอกสำรไม่ได้ออกเป็นชดุ เมื่อมีกำรขำยสนิ ค้ำ (ข้อสงั เกต ความรบั ผดิ ในภาษีจะเกิดขึ้นเม่อื มกี ารขายหรอื ส่งมอบสินค้า ไมว่ ่าจะมีการชาระ เงนิ โดยทนั ทหี รือไมก่ ต็ าม ดงั นัน้ ใบสง่ ของหรือใบกากบั สนิ คา้ จะต้องแสดงเปน็ ใบกากับภาษีดว้ ย เพื่อเปน็ หลักฐานในการยืน่ ชาระภาษีในเดือนทีม่ ีการขายหรือส่งมอบสนิ คา้ ) การบนั ทกึ รายการดงั น้ี เดบิต ลูกหนี้การค้า XX เครดติ ขายสินค้า XX ภาษขี าย XX ขายสนิ ค้าเป็นเงนิ เช่อื เอกสารที่ใช้บันทึกรายการขายสินค้าเปน็ เงนิ เชื่อ กรณที ่เี อกสารไมไ่ ด้ออกเปน็ ชดุ เมื่อมกี ารรับชาระเงิน (ขอ้ สังเกต ใบเสร็จรับเงินจะไมม่ ีข้อความแสดงเปน็ ใบกากับภาษอี กี เนอื่ งจากใบกากับ ภาษีแสดงอยูใ่ นเอกสารใบสง่ ของหรือใบกากับสินค้าเมือ่ มกี ารขายหรอื ส่งมอบสนิ ค้าแลว้ ในกรณนี ี้ ใบเสรจ็ รับเงนิ ใช้เปน็ หลักฐานในการเรยี กเกบ็ เงินและบนั ทกึ บญั ชีเท่าน้นั ไมไ่ ด้ใช้เปน็ หลักฐานในการชาระภาษี) การบนั ทกึ รายการดงั น้ี เดบิต เงนิ สด XX เครดติ ลูกหนก้ี ารคา้ XX ได้รับชาระหน้ี 6.2 เอกสารทบี่ นั ทึกรายการเกย่ี วกบั การซื้อสนิ ค้า ซง่ึ ได้รบั จากบคุ คลภายนอก 2.1 ซื้อสินค้าเป็นเงินสด
ก. บันทึกในสมุดรายวันจา่ ยเงิน เชน่ ใบเสร็จรบั เงนิ ใบกากับภาษี ท่ีออกโดยบุคคลภายนอก ซ่งึ จะตอ้ งนาเลขท่เี อกสารมากาหนดขน้ึ มาใหมเ่ ช่นเดยี วกัน ข. สมดุ รายวนั ส่งคนื เชน่ ใบส่งคนื สนิ ค้าและใบเพ่ิมหนี้ การบนั ทึกบญั ชเี ป็นดังน้ี เดบิต ซอื้ สนิ ค้า XX ภาษซี ้ือ XX เครดิต เงินสด XX ซื้อสินคา้ เป็นเงินสด 2.2 ซือ้ สินค้าเป็นเงินเชื่อ บันทกึ ในสมดุ รายวันซอื้ เช่น ใบกากบั สนิ คา้ ใบส่งของ ใบกากบั ภาษี ใบรบั คนื สินคา้ ใบส่งคนื สนิ คา้ เปน็ ตน้ ซงึ่ จะเรียงลาดบั เลขทข่ี น้ึ มาใหม่โดยเขียนทมี่ ุมขวำมือของเอกสำร การ ให้เลขรหัสขน้ึ อยู่กับผู้บนั ทกึ บัญชีว่าจะกาหนดอย่างไร ท้งั น้จี ะตอ้ งสื่อความหมายถงึ เอกสารท่ีเกยี่ วข้องได้เป็น อย่างดี เนอื่ งจากเลขท่จี ากเอกสารเปน็ การออกเอกสารจากหลายบริษทั เลขท่ีเอกสารจะไมต่ รงกันทาใหไ้ ม่ สะดวกในการค้นหาและตรวจสอบเอกสาร การบันทกึ บญั ชีเปน็ ดงั น้ี เดบติ ซื้อสินค้า XX ภาษซี ้ือ XX เครดติ เจา้ หนกี้ ารคา้ XX ซื้อสนิ คา้ เปน็ เงนิ เชื่อ 6.3 เอกสารอ่ืนๆ ทีเ่ กย่ี วข้องในการบันทกึ บญั ชี ก. บนั ทึกในสมดุ รายวันรบั เงิน เชน่ ใบสาคญั รบั ใบรบั รองภาษีเงินไดห้ ัก ณ ทีจ่ า่ ยท่ีกิจการ ออกให้บุคคลอ่ืน เชน่ เมอื่ รบั ชาระค่าซอ่ มแซมสนิ ค้า (เปน็ รายไดค้ ่าซ่อมแซม) การบนั ทกึ บญั ชีเป็นดงั นี้ เดบติ เงนิ สด XX เครดติ รายได้ค่าซ่อมแซม XX ภาษขี าย XX รบั ชาระค่าซ่อมแซม กรณที ม่ี ีภาษีเงินไดห้ ัก ณ ทจ่ี ่าย เมือ่ กจิ การมีเงินได้จากการให้บรกิ าร ซึ่งผู้จ่ายเงนิ มี หนา้ ทห่ี ักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมายและจะออกหนงั สอื รบั รองการหักภาษี ณ ทจี่ ่าย ซ่งึ เปรยี บเสมือนกับ กิจการถูกหักภาษไี ว้ล่วงหน้า จะต้องนาภาษนี ี้ไปหกั ยอดภาษีเงนิ ได้ในตอนสิ้นปี ภาษเี งินไดห้ กั ณ ที่จ่ายจะมี ยอดอยู่ด้านเดบิตถือเป็นสนิ ทรัพย์
การบันทกึ บญั ชีเปน็ ดังน้ี เดบติ เงินสด XX ภาษเี งินได้หัก ณ ท่จี ่าย XX เครดติ รายได้คา่ ซอ่ มแซม XX XX ภาษขี าย รบั ชาระคา่ ซ่อมแซม และถกู หกั ภาษเี งินได้ ณ ทจ่ี ่าย ข. บนั ทกึ ในสมดุ รายวันจ่ายเงนิ เช่น ใบสาคญั จา่ ย เอกสารใบเสรจ็ ค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ เชน่ ใบเสร็จคา่ น้า คา่ ไฟฟา้ ใบรบั รองการหกั ภาษีทผ่ี ูอ้ ืน่ ออกให้ กิจการขนสง่ สินคา้ จะไดร้ บั การยกเว้นไมต่ ้องเสยี ภาษมี ลู ค่าเพิม่ แต่ตอ้ งเสยี ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอตั รารอ้ ยละ 1 ของจานวนเงนิ ท่ีเกินกว่า 1,000 บาท โดยผู้ท่จี ่ายเงินมหี นา้ ทีห่ ักตามกฎหมาย และตอ้ งออก ใบรบั รองภาษหี กั ณ ท่จี า่ ยใหก้ ับบริษัททีใ่ ห้บรกิ ารขนส่ง กิจการมหี น้าท่ีหักภาษี ณ ท่ีจา่ ย และนาส่งสรรพากรภายใน 7 วันนบั แต่วันสิ้นเดือน ดงั นนั้ กจิ การมี ภาระท่ีจะต้องนาสง่ ภาษี บญั ชภี าษหี ัก ณ ทีจ่ ่ายจึงมียอดทางด้านเครดิต การบนั ทึกบัญชเี ป็นดงั นี้ เดบิต ค่าขนสง่ เข้า XX เครดิต เงินสด XX XX ภาษเี งินไดห้ ัก ณ ท่ีจ่าย (1,800X1%) จ่ายค่าขนสง่ เข้า และหักภาษเี งินได้ ณ ที่จ่าย ค. บันทกึ ในสมุดรายวนั ท่ัวไป เช่น ใบแจ้งหนี้ ใบรับคืนและส่วนลด ใบสง่ คนื และเพ่มิ หน้ี (กรณีท่ีกิจการมรี ายการประเภทน้ไี มม่ ากนกั และไม่ไดเ้ ปิดสมุดรายวันเฉพาะ) ตวั อยา่ งใบแจง้ หนค้ี า่ บรกิ ารท่ีมีภาษมี ูลค่าเพม่ิ กรณกี ารใหบ้ รกิ ารจะเกดิ เมื่อมกี ารชาระ เงินสดเทา่ นั้น เมือ่ ได้รบั ใบแจง้ หน้ีจงึ ยังไม่ถอื วา่ ตอ้ งชาระภาษภี ายในเดอื นทไี่ ดร้ บั ใบแจง้ หน้ี ความรับผดิ ชอบ จะเกดิ ขนึ้ เมอ่ื มีการชาระเงิน เม่อื ได้รับใบแจง้ หนจ้ี ะบันทึกเป็นภาษีท่ยี ังไม่ถงึ กาหนดชาระ การบันทึกบญั ชีเปน็ ดังน้ี เดบิต คา่ รักษาความสะอาด XX ภาษซี ื้อ (ยังไม่ครบกาหนดชาระ) XX เครดิต เจ้าหนี้การค้า XX ไดร้ บั ใบแจ้งหนี้ค่ารักษาความสะอาด 7. ผูเ้ รยี นศกึ ษาข้อมูลโดยผ่านกรณีศึกษาท่ีครกู าหนดให้ เพอ่ื จดั ทากรณีดงั ตอ่ ไปนี้
7.1 บันทกึ รายการในสมุดรายวันซื้อ สมุดรายวันขาย สมดุ รายวันรับเงิน สมุดรายวันจ่ายเงินและ สมุดรายวันท่วั ไป 7.2 ผา่ นรายการไปบญั ชีแยกประเภททั่วไป บัญชีแยกประเภทลกู หนแี้ ละเจา้ หนีร้ ายตัว 73 จัดทารายละเอยี ดลูกหนี้รายตัวและเจ้าหน้ีรายตัว 7.4 จัดทารายงานภาษีซอ้ื และรายงานภาษขี าย 7.5 จัดทาบัญชีคุมสินคา้ และทารายละเอยี ดสนิ ค้าคงเหลอื ต่อไปนี้เปน็ เอกสารเก่ียวกับการซ้อื ขายสินคา้ ของบริษทั กรุงเทพภณั ฑ์ จากดั เฉพาะเดือนตุลาคม 2559บรษิ ัทมวี ธิ ีการบันทกึ บญั ชีและจดั เรยี งเอกสารเขา้ แฟ้มดังนี้ 1. เอกสารเกี่ยวกับการขายสดและขายเช่อื เมอ่ื บันทึกบญั ชแี ลว้ ใหล้ งลายมือชอื่ ผบู้ ันทกึ บัญชีลง ในเอกสารใหน้ าเอกสารนัน้ จดั เข้าแฟ้มภาษีขายโดยเรยี งลาดับตามวนั ที่ของเอกสาร และใหก้ าหนดรหสั ของ เอกสารขึ้นใหมเ่ รมิ่ ตน้ ด้วยรหสั ภข.10/01 2. เอกสารเกยี่ วกับการซื้อสดและซ้อื เชื่อ เมื่อบันทึกบญั ชแี ลว้ ใหล้ งลายมอื ชอื่ ผู้บันทึกบญั ชลี งใน เอกสาร ใหน้ าเอกสารนั้นจัดเขา้ แฟ้มภาษีซือ้ โดยเรียงลาดับตามวนั ท่ขี องเอกสาร และให้กาหนดรหสั ของ เอกสารข้ึนใหมเ่ รมิ่ ต้นดว้ ยรหสั ภซ.10/01 3. เอกสารอนื่ ๆ ถ้ามนี อกจากเอกสารการซือ้ ขายสินค้า ซ่งึ มจี านวนไม่มาก เม่อื บนั ทึกบญั ชแี ลว้ ให้ ลงลายมอื ชื่อผูบ้ นั ทกึ บญั ชีลงในเอกสาร ใหน้ าเอกสารนน้ั จัดเก็บเขา้ แฟ้มโดยเรียงลาดบั ตามวนั ที่ของเอกสาร กาหนดรหัสเอกสารขน้ึ ใหม่เริ่มต้นด้วย บท.10/01 4. ให้ทาสาเนาเอกสารเกี่ยวกับการซอื้ ขายสินค้า นาไปบันทกึ ในบญั ชีสนิ ค้าคงเหลือรายตวั เมอ่ื บนั ทกึ บัญชีแล้วให้ลงลายมอื ชอ่ื ผู้บันทกึ ลงในเอกสาร ใหน้ าเอกสารนนั้ จดั เก็บเข้าแฟม้ โดยเรยี งลาดบั ตามวันที่ ของเอกสาร กาหนดรหสั เอกสารขนึ้ ใหม่ ถา้ เปน็ การซอื้ สนิ ค้าให้ใช้รหัสเริ่มตน้ ดว้ ย ร.10/01 ขายสินค้าให้ใช้ รหัสเริ่มต้นด้วย จ.10/01 5. การตีราคาสินค้าคงเหลือให้ใช้วิธี FIFO (First in–First out) 8. ครเู นน้ ความรู้เรือ่ งความพอเพยี งของเศรษฐกจิ พอเพียง จะตอ้ งประกอบดว้ ยคณุ ลักษณะ 3 ประการ คอื ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมภี มู คิ ้มุ กันทด่ี ใี นตวั โดยความหมายของความ พอประมาณน้นั หมายถึง ความพอดี ท่ีไมน่ ้อยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบยี นตนเองและผอู้ ืน่ เช่น การผลิตและการบริโภคทอ่ี ยู่ในระดับพอประมาณ 9. ผู้เรียนฝึกปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในกรณีศกึ ษา ขั้นสรุปและการประยุกต์ 10. ผู้เรียนวิเคราะหร์ ายการ และบนั ทึกบญั ชเี กยี่ วกับเอกสารทีใ่ ชใ้ นการบันทึกบัญชี 11. ผู้เรียนทาแบบประเมินผลการเรยี นรู้ 12. ผู้เรียนทากจิ กรรมโดยผ่านกจิ กรรม
ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนวชิ ากระบวนการจดั ทาบัญชี (20201-2008) ของสานกั พมิ พเ์ อมพนั ธ์ 2. กิจกรรม, กรณศี กึ ษา 3. กรมพฒั นาธุรกจิ การค้า กระทรวงพาณิชย์ หรอื http://www.dbd.go.th 4. กรมสรรพากร กระทรวงการคลงั http://www.rd.go.th 5. มาตรฐานการบัญชี หลกั ฐาน 1.บนั ทกึ การสอน 2. ผลงานของผเู้ รียน 3. แผนจดั การเรียนรู้ การวดั ผลและการประเมินผล วิธวี ดั ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล 2. ตรวจกิจกรรม 3. ตรวจแบบฝกึ ปฏิบตั ิ 4. ตรวจแบบประเมินผลการเรยี นรู้ 5. ประเมินกิจกรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสาคัญ และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ 6. ประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุม่ 7. สงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลมุ่ 8. การสังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เครอื่ งมือวัดผล 1. แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 2. แบบประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู) 3. แบบสงั เกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ (โดยผู้เรียน) 4. แบบประเมนิ กจิ กรรม 5. แบบประเมินแบบฝกึ ปฏิบตั ิ 6. แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้ 7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผเู้ รียนเป็นสาคัญ และส่งเสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ 8. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครูและผู้เรยี น รว่ มกนั ประเมิน เกณฑ์การประเมินผล 1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรบั ปรงุ 2. เกณฑผ์ า่ นการประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม คอื ปานกลาง (50 % ข้ึนไป)
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลมุ่ คอื ปานกลาง (50% ขน้ึ ไป) 4. กิจกรรม เกณฑผ์ า่ น คอื 50% 5. กิจกรรมฝกึ ปฏิบตั ิ เกณฑผ์ า่ น คอื 50% 6. แบบประเมินผลการเรยี นรูม้ เี กณฑผ์ ่าน 50% 7. แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะผู้เรียนเป็นสาคัญและสง่ เสริมคุณธรรมนาความรูผ้ า่ น 50% 8. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขน้ึ อยู่กับการ ประเมนิ ตามสภาพจรงิ กิจกรรมเสนอแนะ 1. ทากจิ กรรมและแบบประเมินผลการเรียนรู้ 2. บันทึกการรับ-จา่ ย 3. กิจกรรมเสนอแนะผ้เู รยี นเป็นสาคญั และสง่ เสรมิ คณุ ธรรมนาความรู้ 4. ศึกษาความรู้เพม่ิ เติมจากกรมพัฒนาธุรกิจการคา้ กระทรวงพาณชิ ย์ หรอื http://www.dbd.go.th 5. ศึกษาความร้เู พม่ิ เติมจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลงั http://www.rd.go.th 6. ศกึ ษามาตรฐานการบัญชีเพิม่ เติม
การบูรณาการตามจดุ เนน้ ของโรงเรียน หลักปรชั ญาเศรษฐกิจ ครู ผู้เรยี น พอเพยี ง รูจ้ ักใช้เทคโนโลยีท่ีทนั สมัยในการ กาหนดให้ทุกคนเข้าเรยี น เลิกเรียน 1. ความพอประมาณ จดั การเรยี นการสอน ตรงเวลาและปฏบิ ตั งิ านเสร็จทันตาม กาหนดเวลา 2. ความมเี หตุผล ยดึ ถือการประกอบอาชพี ดว้ ยความ ปฏิบตั ิงานได้อยา่ งถูกต้อง และสาเรจ็ 3. มีภมู คิ ุมกันในตัวทีด่ ี ถูกต้อง สุจรติ ภายในเวลาที่กาหนด 4. เงอื่ นไขความรู้ มคี วามรู้ รอบคอบ และ มีความรู้เกิดความรับผดิ ชอบการตรง 5. เงื่อนไขคณุ ธรรม ตรงต่อเวลา ต่อเวลา สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น - การเกดิ ช้ินงานแต่ละกรณี เขา้ ใจผเู้ รียนเปน็ รายบคุ คล ในการจดั มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ สามารถอธบิ าย กจิ กรรมการเรยี นการสอน การ สว่ นในทุน สว่ นในกาไรขาดทนุ และ คานวณส่วนในทุน สว่ นในกาไรขาดทุน การบันทึกบญั ชวี ธิ ที นุ คงท่ี และการบนั ทึกบญั ชวี ธิ ีทุนคงท่ี เปลย่ี นแปลง เปลีย่ นแปลง มีความตระหนักใน คุณธรรม มคี วาม มีความตระหนักใน คณุ ธรรม มีความ ซือ่ สตั ยส์ จุ รติ และมีความอดทน มี ซือ่ สัตย์สจุ รติ และมีความอดทน มี ความเพียรใช้สตปิ ญั ญาในการทางาน ความเพยี รใช้สติปัญญาในการทางาน ครู ผเู้ รียน - ปัจจัยที่มีผลตอ่ การเกิดชน้ิ งาน - ระบปุ จั จยั ทม่ี ีผลตอ่ การเกดิ ชน้ิ งาน ส่งิ แวดลอ้ ม ครู ผเู้ รยี น - การเลอื กใชอ้ ณุ หภูมิของ - การใชอ้ ุปกรณ์ส่อื / เทคนิควธิ ีการ - ใช้อุปกรณก์ ารเรียน/ เครอื่ งปรบั อากาศอยา่ งถูกวิธี สอน เคร่อื งปรับอากาศอย่างถูกวิธี - การอนรุ กั ษ์พลังงาน - กระบวนการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน - แสนอแนะแนวทางอนุรักษพ์ ลงั งาน
คาช้แี จง ใหพ้ ิจารณาและจัดทาเอกสารในแต่ละข้อดงั ต่อไปน้ี
แบบประเมนิ แผนการจดั การเรยี นรู้ แผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 8 เรอ่ื ง การวิเคราะห์เอกสารทีใ่ ชใ้ นการบนั ทกึ บญั ชี รายวชิ า กระบวนการจัดทาบญั ชี ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 6 ช่อื -สกลุ ครูผู้สอน นางสาวปทั มา ปลั่งเปลอื่ ง ********************* คาชีแ้ จง แบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ ฉบับนี้ มวี ตั ถุประสงค์เพอ่ื ให้ทา่ นซ่งึ เปน็ ผนู้ ิเทศได้กรณุ าพิจารณา ความเหมาะสม และความสอดคลอ้ งระหวา่ งองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจัดการเรยี นรู้ แบบประเมินแบ่งเป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรูเ้ ปน็ การพิจารณาองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของแผนการจดั การเรยี นรูว้ ่ามีความเหมาะสมเพยี งใด ตอนที่ 2 แบบประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรู้ เป็นการพจิ ารณาองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของแผนการจัดการเรยี นร้วู ่ามีความสอดคลอ้ งกนั เพียงใด ตอนท่ี 1 แบบประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรยี นรู้ คาช้ีแจง โปรดทาเคร่อื งหมาย √ ในช่องระดบั ความเหมาะสมที่ตรงกบั ความคดิ เหน็ ของทา่ น และขอความ กรณุ าเขียนขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ เพ่ือเป็นแนวทางในการปรับปรงุ แผนการจัดการเรยี นรตู้ อ่ ไป ข้อ รายการประเมนิ ระดบั ความคดิ เห็น ใช่ ไม่ใช่ 1 แผนการจดั การเรยี นรู้มีองค์ประกอบสาคญั ครบถ้วนตามแบบฟอร์มทโ่ี รงเรยี นกาหนด 2 การเขียนสาระสาคัญในแผนการจัดการเรยี นร้มู ีความถกู ต้อง 3 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรรู้ ะบพุ ฤตกิ รรมชัดเจน สามารถวัดได้ 4 สาระการเรยี นรู้ครบถว้ น สัมพันธก์ ับตัวชวี้ ัด/ผลการเรยี นรู/้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 5 ระบวุ ธิ กี ารวัดผลประเมนิ ผลอยา่ งชดั เจน 6 ระบเุ ครือ่ งมือสาหรบั การวัดผลประเมินผลอยา่ งชัดเจน 7 ระบุเกณฑ์การวดั ผลประเมนิ ผลอย่างชดั เจน 8 กิจกรรมการเรียนร้มู คี วามเหมาะสม ครบถ้วนทุกข้นั ตอนตามวิธสี อน หรือกระบวนการ หรอื เทคนิคการสอนท่รี ะบไุ ว้ในแผนการจดั การเรียนรู้ 9 ระบุการใช้ส่ือ นวตั กรรม/แหลง่ เรียนรู้สัมพันธส์ อดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้ 10 มหี ลักฐานประกอบ เชน่ สือ่ ใบกจิ กรรม ใบความรู้ เครือ่ งมือวดั ฯ ที่ปรากฏใน แผนการจดั การเรยี นร้คู รบถ้วน
ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสอดคล้ององคป์ ระกอบของแผนการจดั การเรียนรู้ คาช้ีแจง โปรดทาเครือ่ งหมาย ลงในช่องที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน ขอ้ ที่ รายการประเมนิ สอดคลอ้ ง ไม่แนใ่ จ ไมส่ อดคลอ้ ง (1) (0) (-1) 1 การเขยี นสาระสาคัญมีความสัมพนั ธส์ อดคล้องกับตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นร้/ู จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2 จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูม้ คี วามสอดคลอ้ งสมั พันธ์กบั สาระการเรยี นรู้ 3 หลกั ฐานการเรียนรู้มีความสัมพนั ธ์ สอดคลอ้ งกบั สาระ การเรียนรู้ ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้ จุดประสงค์การเรยี นร/ู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ 4 วธิ ีการวดั ผลประเมนิ ผลมีความสมั พนั ธ์กับสาระการเรยี นรู้ ตวั ชี้วัด/ผลการ เรยี นรู้ 5 เครอื่ งมือวัดผลประเมนิ ผล มคี วามสมั พนั ธก์ บั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ของผ้เู รยี น 6 เครอ่ื งมอื วัดผลประเมินผล มคี วามสัมพนั ธ์กบั สมรรถนะท่สี าคญั ของผเู้ รียน 7 กิจกรรมการเรียนร้มู คี วามสัมพันธส์ อดคลอ้ งกับสาระการเรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั / ผลการเรยี นรู้ 8 กจิ กรรมการเรยี นรู้มีความสัมพันธส์ อดคล้องกบั คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ของผเู้ รยี น 9 กิจกรรมการเรยี นรมู้ คี วามสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งสมรรถนะทีส่ าคญั ของผ้เู รยี น 10 สอ่ื -นวตั กรรม/อุปกรณ์/แหลง่ เรยี นรู้ มคี วามสมั พนั ธ์สอดคลอ้ งกบั กิจกรรม การเรียนรู้ 11 แผนการจัดการเรยี นรู้มกี ิจกรรมบรู ณาการกับงานสวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน 12 แผนการจดั การเรียนรู้มกี จิ กรรมบรู ณาการกับหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 13 แผนการจัดการเรียนรู้มีกจิ กรรมบรู ณาการกบั งานสง่ิ แวดล้อม เกณฑ์การประเมิน ความสอดคลอ้ งของแผนการจดั การเรียนรู้ คา่ ความสอดคลอ้ งตอ้ งมคี า่ ต้ังแต่ 0.50 ขึน้ ไป ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ คะแนนระหวา่ ง 1 - 4 ระดับคณุ ภาพ ต้องปรับปรงุ คะแนนระหว่าง 5 - 8 ระดับคุณภาพ พอใช้ คะแนนระหว่าง 9 - 13 ระดบั คุณภาพ ดี ()
ผ้ปู ระเมนิ
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: