Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตัวเหนี่ยวนำ

ตัวเหนี่ยวนำ

Published by พรชัย ศรีวิจารณ์, 2023-06-29 07:11:29

Description: หน่วย 6

Search

Read the Text Version

งานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น หน่วยที่ 6 ตัวเหนี่ยวนำ พ ร ชั ย ศ รี วิ จ า ร ณ์ ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร

แผนการจดั การเรยี นรมู้ ุ้งเนน้ สมรรถนะ หนว่ ยท่ี 6 สอนครั้งที่ 7 ชื่อหน่วย จำนวน 4 ช่ัวโมง ตัวเหน่ียวนำ 1. หัวขอ้ เรื่อง 6.1 ชนิดของตัวเหนีย่ วนำ 6.2 การอ่านคา่ ตวั เหนี่ยวนำ 6.3 การวัดค่าตัวเหนี่ยวนำ 2. สาระสำคญั ตัวเหนี่ยวนำ (Inductor) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเหนี่ยวนำไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการสนามแม่เหล็ก ตัดผ่านขดลวด จะทำให้เกิดการไหลของกระแสไฟฟ้าในขดลวด ซึ่งจะทำให้เกิดการเหนี่ยวนำขึ้น ตัวเหนี่ยวนำ แบง่ ออกเป็น 2 ชนิดคอื แบบคา่ คงทแ่ี ละแบบปรับค่าได้ ตัวเหนยี่ วนำเรียกอกี อย่างหน่งึ ว่า อนิ ดกั เตอรห์ รือเรียก ยอ่ ๆ ว่าตวั แอล (L) หนว่ ยของการเหนี่ยวนำคอื เฮนร่ี (Henry) 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหนว่ ย) แสดงความรูเ้ ก่ยี วกับตวั เหนีย่ วนำ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะท่วั ไป (ทฤษฎี) 1. แสดงความรูเ้ กี่ยวกับชนดิ ของตวั เหนย่ี วนำ สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ (ทฤษฎี) เมอื่ ผู้เรยี นไดศ้ ึกษาเน้ือหาในบทน้แี ล้ว ผูเ้ รียนสามารถ 1. บอกชนดิ ของตัวเหน่ียวนำไดถ้ ูกต้อง สมรรถนะทั่วไป (ปฏิบตั ิ) 1. แสดงทกั ษะการอา่ นคา่ ตวั เหนี่ยวนำ 2. แสดงทักษะการวดั ค่าตัวเหน่ียวนำ สมรรถนะท่พี ึงประสงค์ (ปฏบิ ัติ) เมือ่ ผู้เรยี นไดฝ้ ึกปฏบิ ัตใิ นบทนแี้ ลว้ ผ้เู รยี นจะมีทกั ษะ 1. อ่านคา่ ตัวเหนยี่ วนำไดถ้ ูกต้อง 2. วัดคา่ ตวั เหน่ยี วนำไดถ้ กู ต้อง

แผนการจัดการเรยี นร้มู ุง้ เนน้ สมรรถนะ หน่วยท่ี 6 สอนครง้ั ที่ 8 ชือ่ หน่วย จำนวน 4 ช่ัวโมง ตัวเหนี่ยวนำ 5. กจิ กรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรยี นการสอนรายวิชางานไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น ได้กำหนดกจิ กรรมการ เรียนการสอนให้ผู้เรียนไดเ้ กิดการเรยี นร้โู ดยใช้กระบวนการจดั การเรียนการสอนแบบ MIAP และใช้เทคนคิ การ จัดการเรยี นรแู้ บบ Active Learning แบบการเรยี นรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) โดยมี ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดงั น้ี กจิ กรรมการเรียนการสอน (สอนครง้ั ที่ 7 ) เวลา 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ 1. ครผู สู้ อนช้แี จงรายละเอยี ดเกี่ยวกับ ช่อื หน่วยการเรยี นรู/้ หวั ข้อการเรยี นรู้ สมรรถนะการเรยี นรู้ ประจำหนว่ ย การวัดและประเมินผลการเรยี น คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และข้อตกลงในการ จดั การเรียนการสอน 2. ครูผสู้ อนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับตวั เหนีย่ วนำ 3. ครูผสู้ อนถ่ายทอดความรู้ ในหนว่ ยท่ี 6 เรื่องตัวเหนยี่ วนำ 4. ครูผสู้ อนแสดงใบงานการอา่ นและการวัดค่าตัวเหนย่ี วนำพร้อมอธิบายขนั้ ตอนการปฏิบัติตามใบงาน 5. ครูผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นแบ่งกลมุ่ และปฏบิ ัติตามข้ันตอนใบงานตัวเหน่ยี วนำ 6. ครูผ้สู อนประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านของผู้เรียน และให้ผ้เู รียนช่วยกนั สรปุ สาระสำคญั ของเรอื่ งที่ เรยี นประจำสัปดาห์ ครเู นน้ ย้ำให้ผู้เรียนตระหนักถึงหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในสว่ นของความ รบั ผดิ ชอบในด้านการเรียน ตระหนกั ถึงความมวี นิ ยั ตรงต่อเวลา และมีจติ อาสาในการปฏิบตั ิงาน ร่วมกนั ในการทำงานในเร่ืองตัวเหนยี่ วนำ

แผนการจดั การเรยี นรมู้ งุ้ เนน้ สมรรถนะ หนว่ ยที่ 6 สอนครัง้ ที่ 7 ชอื่ หน่วย ชวั่ โมงรวม 4 ชัว่ โมง ตัวเหนย่ี วนำ 6. สอ่ื การสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. เอกสารประกอบการเรยี น 3. สือ่ นำเสนอ Power Point 7. งานที่มอบหมาย /กิจกรรม ใหน้ กั เรยี นทำแบบฝึกหัดเสริมทกั ษะ ทา้ ยหน่วยการเรยี นท่ี 6 8. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ วัดผล/ประเมนิ ผล -ทำแบบฝึกหัดเสริม -แบบฝึกหดั เสรมิ ทักษะ -ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 สมรรถนะที่พงึ ประสงค์ ทกั ษะท้ายหนว่ ย ทา้ ยหนว่ ย 2.คณุ ลักษณะอนั พึง ประสงค์ -ปฏิบตั ติ ามใบงาน -แบบประเมนิ ผลการ ปฏบิ ตั งิ าน -ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั -แบบประเมิน -ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 80 พึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

ตวั เหนี่ยวนำ เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้ 6.1 คณุ สมบตั ิของตวั เหนี่ยวนา ตวั เหน่ียวนำ (Inductor) เป็ นอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้งำนทำงด้ำนไฟฟ้ำและอิเล็กทรอนิกส์อย่ำง แพร่หลำยในหลำยงำนและหลำยหน้ำท่ี คุณสมบัติของตัวเหน่ียวนำมี 2 สภำวะ คือ จะให้ กำเนิด สนำมแม่เหล็กไฟฟ้ำ (Electromagnetic Field) ข้ึนมำ เม่ือมีกระแสไหลผ่ำนในตวั เหนี่ยวนำ และจะให้กำเนิด แรงเคลื่อนไฟฟ้ำเหน่ียวนำ (Induce Electro Motive Force ; EMF) ข้ึนมำ เม่ือมีสนำมแม่เหลก็ เคล่ือนที่ตดั ผำ่ น ตวั เหนี่ยวนำ ตวั เหนี่ยวนำท่ีถูกผลิตข้ึนมำใชง้ ำนมีหลำยขนำดและหลำยรูปแบบแตกต่ำงกนั ตวั เหน่ียวนำแบบ ตำ่ งๆ แสดงดงั รูปท่ี 6.1 รูปท่ี 6.1 ตวั เหน่ียวนำแบบต่ำงๆ ตวั เหนี่ยวนำสำมำรถเรียกไดห้ ลำยช่ือ เช่น ขดลวด (Coil) หรือ โชก้ (Choke) เป็นตน้ สร้ำงข้ึนจำก กำรนำเส้นลวดทองแดงอำบน้ำยำฉนวน พนั เป็ นขดวงกลมหลำยๆ วงเรียงซ้อนกนั จำนวนรอบของกำรพนั ขดลวดตวั เหนี่ยวนำมีผลทำให้ค่ำควำมเหนี่ยวนำ (Inductance) ท่ีเกิดข้ึนในตวั เหน่ียวนำแตกต่ำงกนั ไปมีค่ำ ดงั น้ี พนั ขดลวดจำนวนรอบนอ้ ยเกิดควำมเหนี่ยวนำค่ำนอ้ ย พนั ขดลวดจำนวนรอบมำกเกิดควำมเหน่ียวนำ ค่ำมำก จำนวนรอบที่พันยงั มีผลต่อปริมำณสนำม แม่เหล็กท่ีเกิดข้ึนด้วย พันขดลวดจำนวนรอบน้อย สนำมแม่เหล็กเกิดข้ึนนอ้ ย พนั ขดลวดจำนวนรอบมำกสนำมแม่เหล็กเกิดข้ึนมำก ค่ำท้งั สองมีควำมสัมพนั ธ์ ซ่ึงกนั และกนั

ตวั เหน่ียวนำ เส้นลวดตวั นำเมื่อนำมำพนั เป็ นขดลวด จะส่งผลใหเ้ ส้นแรงแม่เหล็กที่เกิดข้ึนรอบเส้นลวด ตวั นำเกิด กำรเสริมแรงกนั เกิดเป็นสนำมแม่เหลก็ ข้ึนรอบขดลวด และสนำมแม่เหลก็ ท่ีเกิดข้ึนมีควำมเขม้ เพิ่มมำกข้นึ ตำมจำนวนรอบที่พนั ลกั ษณะกำรเกิดสนำมแม่เหลก็ แสดงดงั รูปท่ี 6.2 SN รูปท่ี 6.2 กำรเกิดสนำมแมเ่ หลก็ เสริมแรงในตวั เหนี่ยวนำ ควำมเขม้ ของสนำมแม่เหลก็ ไฟฟ้ำท่ีเกิดข้ึนในขดลวดข้ึนอยกู่ บั ส่วนประกอบต่ำงๆ ดงั น้ี 1. จำนวนรอบของกำรพนั เส้นลวดตวั นำ พนั รอบน้อยเกิดสนำมแม่เหล็กน้อย พนั รอบมำกเกิด สนำมแม่เหลก็ มำก 2. ปริมำณกำรไหลของกระแสผ่ำนเส้นลวดตวั นำ กระแสไหลนอ้ ยสนำมแม่เหล็กเกิดน้อย กระแส ไหลมำกสนำมแมเ่ หลก็ เกิดมำก 3. ชนิดของวสั ดุที่ใชท้ ำแกนแม่เหลก็ ไฟฟ้ำ แกนอำกำศใหค้ วำมเขม้ สนำมแม่เหลก็ นอ้ ย แกนท่ีทำมำ จำกโลหะใหค้ วำมเขม้ ของสนำมแมเ่ หลก็ มำก 4. ขนำดของแกนท่ีนำมำใช้งำน แกนขนำดเล็กเกิดสนำมแม่เหล็กข้ึนน้อย แกนขนำดใหญ่เกิด สนำมแม่เหลก็ ข้ึนมำก ตวั เหนี่ยวนำท่ีผลิตมำใชง้ ำน แบ่งตำมลกั ษณะกำรเหน่ียวนำสนำมแม่เหลก็ แบ่งออกไดเ้ ป็น 2 แบบ คือ แบบตวั เหนี่ยวนำขดเดียว หรือแบบกำรเหน่ียวนำตวั เอง (Self Induction) และแบบตวั เหนี่ยวนำหลำยขด หรือแบบกำรเหน่ียวนำขำ้ มขด (Mutual Induction)

ตวั เหนี่ยวนำ 6.2 ตัวเหนีย่ วนาแบบขดเดียว ตวั เหน่ียวนำแบบขดเดียว เป็ นตวั เหนี่ยวนำที่มีขดลวดพนั ไวเ้ พียงขดเดียว กำรเหนี่ยวนำที่เกิดข้ึน ภำยในขดลวดเป็ นกำรเหน่ียวนำตัวเอง จึงเรียกตัวเหน่ียวนำแบบน้ีว่ำ ขดลวด หรือโช้ก ซ่ึงกำรเหนี่ยวนำ สนำมแม่เหล็กจะเกิดข้ึนภำยในตวั เองเท่ำน้ัน ค่ำแรงเคล่ือนไฟฟ้ำเหนี่ยวนำ (EMF) ท่ีเกิดข้ึน มีท้งั เสริมและ หกั ลำ้ งกบั แรงดนั ที่ป้อนเขำ้ มำ นิยมนำไปใชง้ ำนเกี่ยวกบั ควำมถ่ีต่ำงๆ และกำรกำจดั สัญญำณรบกวนท่ีเกิดข้ึน ตวั เหนี่ยวนำแบบน้ีแบง่ ออกไดต้ ำมชนิดของแกนท่ีใชร้ องรับขดลวด ไดแ้ ก่ ชนิดแกนอำกำศ (Air Core Type) ชนิดแกนสำรเฟอร์โรแมกเนติก (Ferromagnetic Core Type) และชนิดแกนปรับค่ำได้ (Variable Core Type) 6.2.1 ตวั เหนยี่ วนาชนิดแกนอากาศ (Air Core Inductor) ตวั เหน่ียวนำชนิดแกนอำกำศ เป็นตวั เหนี่ยวนำชนิดที่พนั ขดลวดไวล้ อยๆ โดยไม่มีฐำนรอง หรือใชแ้ กนฐำนรองขดลวดทำมำจำกวสั ดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้ำ เช่น ไฟเบอร์ พลำสติก หรือคำร์บอน เป็นตน้ ตวั เหนี่ยวนำชนิดน้ีนิยมนำไปใชง้ ำนกบั ควำมถี่สูง (High Frequency) หรือควำมถี่วิทยุ (Radio Frequency ; RF) จึงมกั เรียกตวั เหนี่ยวนำชนิดน้ีวำ่ RF โชก้ ตวั เหนี่ยวนำแกนอำกำศเป็นตวั เหน่ียวนำที่มีค่ำควำมเหน่ียวนำต่ำ เพรำะแกนไม่สำมำรถช่วยเสริมคำ่ ควำมเหน่ียวนำได้ กำรจะทำใหค้ ่ำควำมเหน่ียวนำเพิ่มมำกข้ึน ตอ้ งใชว้ ิธี พนั จำนวนรอบของขดลวดมำกข้ึน ลกั ษณะตวั เหน่ียวนำชนิดแกนอำกำศ แสดงดงั รูปท่ี 6.3 (ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์ รูปท่ี 6.3 ตวั เหน่ียวนำชนิดแกนอำกำศ

ตวั เหน่ียวนำ 8.2.2 ตวั เหนย่ี วนาชนดิ แกนสารเฟอร์โรแมกเนตกิ (Ferromagnetic Core Inductor) ตวั เหนี่ยวนำชนิดแกนสำรเฟอร์โรแมกเนติก เป็ นตวั เหน่ียวนำที่พนั ขดลวดบนแกนหรือ ฐำนรองทำมำจำกวสั ดุประเภทสำรเฟอร์โรแมกเนติก สำมำรถเกิดอำนำจแม่เหล็กข้ึนในตวั เองได้ และช่วย เสริมอำนำจแม่เหล็กให้กำเนิดได้มำกข้ึน วสั ดุที่นิยมนำมำใช้ผลิตทำแกน เช่น เฟอร์ไรต์ ผงเหล็กอดั ทอ รอยด์ และเหลก็ แผน่ บำง เป็นตน้ ตวั เหนี่ยวนำชนิดน้ีนำไปใชง้ ำนไดก้ บั ท้งั ควำมถ่ีต่ำและควำมถ่ีสูง เป็นตวั เหนี่ยวนำชนิดท่ีผลิตให้มีค่ำควำมเหนี่ยวนำจำนวนมำกๆ ได้ ตวั เหน่ียวนำชนิดแกนสำรเฟอร์โรแมกเนติก แบ่งยอ่ ยออกไดห้ ลำยชนิด ดงั น้ี 1. ตัวเหนี่ยวนาแกนเฟอร์ไรต์ (Ferrite Core Inductor) เป็ นตวั เหนี่ยวนำที่ใช้แกนรอง ขดลวดทำมำจำกวสั ดุประเภทเฟอร์ไรตอ์ ดั ข้ึนรูปในลกั ษณะต่ำงๆ ซ่ึงสำรเฟอร์ไรตม์ ีส่วนผสมท่ีแตกต่ำงกนั ไป โดยมีส่วนผสมหลกั เป็นสนิมเหลก็ และผสมร่วมกบั สำรอ่ืนๆ อีกหลำยชนิด เช่น อะลูมิเนียม แมกนีเซียม นิกเกิล โคบอลต์ และสังกะสี เป็นตน้ กำรใชส้ ่วนผสมแตกต่ำงกนั มีผลต่อค่ำควำมเหนี่ยวนำท่ีไดอ้ อกมำมีค่ำ มำกนอ้ ยแตกต่ำงกนั ขอ้ ดีของตวั เหนี่ยวนำแกนเฟอร์ไรต์ คือสำมำรถสร้ำงให้แกนมีรูปร่ำงหลำกหลำยลกั ษณะ แตกต่ำงกนั ไปตำมควำมตอ้ งกำร นำไปใชง้ ำนไดด้ ีท้งั ย่ำนควำมถี่ต่ำและยำ่ นควำมถ่ีสูง ถูกผลิตข้ึนมำใชง้ ำน มำกมำยหลำกหลำยรูปแบบ และถูกนำไปใชง้ ำนอย่ำงแพร่หลำย ลกั ษณะตวั เหน่ียวนำแกนเฟอร์ไรต์ แสดง ดงั รูปท่ี 6.4 (ก) รูปร่ำง (ข) สญั ลกั ษณ์ รูปที่ 6.4 ตวั เหน่ียวนำแกนเฟอร์ไรต์

ตวั เหนี่ยวนำ 2. ตัวเหนี่ยวนาแกนผงเหล็กอัด (Iron Powder Core Inductor) เป็ นตวั เหน่ียวนำท่ีใช้ แกนรองขดลวดทำมำจำกวสั ดุประเภทผงเหลก็ ชนิดอดั แน่น โดยนำผงเหลก็ ผสมกบั กำวอดั แน่นเป็นรูปร่ำง ตำ่ งๆ ตำมตอ้ งกำร สำมำรถกำหนดรูปแบบไดอ้ ยำ่ งหลำกหลำย ขอ้ ดีของตวั เหนี่ยวนำแกนผงเหลก็ อดั คือสำมำรถช่วยลดกำรสูญเสียกำรไหลของกระแส สัญญำณภำยในขดลวดจำกกระแสไหลวน (Eddy Current) ลงได้ ทำให้กระแสสัญญำณส่งผ่ำนตวั เหน่ียวนำ แกนผงเหล็กอดั ไดส้ ูงข้ึน เกิดกำรสูญเสียสัญญำณภำยในตวั เหน่ียวนำลดลง ใช้งำนได้ดีในย่ำนควำมถี่สูง สำมำรถสร้ำงให้มีค่ำควำมเหนี่ยวนำสูงข้ึนได้ แต่มีขนำดตวั เหน่ียวนำเล็กลง ลกั ษณะตวั เหนี่ยวนำแกนผง เหลก็ อดั แสดงดงั รูปที่ 6.5 (ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์ รูปท่ี 6.5 ตวั เหน่ียวนำแกนผงเหลก็ อดั 3. ตัวเหน่ียวนาแกนทอรอยด์ (Toroidal Core Inductor) เป็ นตัวเหนี่ยวนำท่ีใช้แกนรอง ขดลวดทำมำจำกวสั ดุประเภทเฟอร์ไรต์ หรือทำจำกผงเหลก็ ชนิดอดั แน่น โดยสร้ำงแกนข้ึนเป็นวงกลมรูปวง แหวน นำขดลวดพนั โดยรอบแกนวงแหวน ขอ้ ดีของตวั เหนี่ยวนำแกนทอรอยด์ คือเส้นแรงแม่เหล็กจะไม่แพร่กระจำยออกไปภำยนอก และสนำมแม่เหล็กจำกภำยนอกก็ไม่เขำ้ มำรบกวน สำมำรถทำให้ตวั เหน่ียวนำมีควำมเหน่ียวนำสูงข้ึน โดยมี ขนำดตวั เหนี่ยวนำเล็กลง และใชจ้ ำนวนรอบในกำรพนั ขดลวดนอ้ ยลง นิยมนำไปใชง้ ำนกบั ยำ่ นควำมถี่สูง ท่ี ตอ้ งกำรค่ำควำมเหนี่ยวนำสูง และมีสนำมแม่เหลก็ รบกวนต่ำ ลกั ษณะตวั เหนี่ยวนำแกนทอรอยด์ แสดงดงั รูปที่ 6.6

ตวั เหนี่ยวนำ (ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์ รูปที่ 6.6 ตวั เหนี่ยวนำแกนทอรอยด์ 4. ตวั เหนย่ี วนาแกนเหลก็ แผ่นบาง (Laminated Iron Core Inductor) เป็นตวั เหน่ียวนำที่ใช้ แกนรองขดลวดทำมำจำกวสั ดุประเภทเหล็กรีดใหเ้ ป็นแผน่ บำง (Lamination) ตดั ข้ึนรูปเหล็กแต่ละแผน่ เป็น รูปร่ำงต่ำงๆ นำมำวำงซ้อนกนั เป็ นแกนรองขดลวด โดยท่ีเหล็กแผ่นบำงแต่ละแผ่นถูกเคลือบฉนวนไว้ เพ่อื ใหเ้ หลก็ แต่ละแผน่ ถกู แยกตวั ออกจำกกนั ขอ้ ดีของตวั เหนี่ยวนำแกนเหลก็ แผ่นบำง คือช่วยลดกำรสูญเสียเน่ืองจำกกระแสไหลวน ช่วย ลดควำมร้อนจำกกำรเหนี่ยวนำ และช่วยทำใหค้ ่ำควำมเหน่ียวนำเพม่ิ มำกข้นึ กำรใชง้ ำนนิยมนำไปใชง้ ำนใน ย่ำนควำมถ่ีต่ำ และย่ำนควำมถ่ีเสียง (Audio Frequency ; AF) จึงมักเรียกตวั เหนี่ยวนำชนิดน้ีว่ำ AF โช้ก นำไปใช้งำนได้หลำยชนิด เช่น ใช้เป็ นตวั กรองสัญญำณไฟฟ้ำ (Filter) ใช้ได้ท้งั แรงดันไฟสลบั และเป็ น แรงดนั ไฟตรง เป็นตน้ ลกั ษณะตวั เหน่ียวนำแกนเหลก็ แผน่ บำง แสดงดงั รูปที่ 6.7 (ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์ รูปที่ 6.7 ตวั เหนี่ยวนำแกนเหลก็ แผน่ บำง

ตวั เหน่ียวนำ 8.2.3 ตวั เหนยี่ วนาชนิดแกนปรับเปลยี่ นค่าได้ (Variable Core Inductor) ตวั เหนี่ยวนำชนิดแกนปรับเปล่ียนค่ำได้ เป็นตวั เหน่ียวนำท่ีขดลวดถูกพนั รอบฐำนรองโดย ถูกยึดติดคงที่ ฐำนรองเป็ นฉนวนมีร่องเกลียวอยู่ภำยใน ตอนกลำงของฐำนรองขดลวดมีแกนเฟอร์ไรต์มีร่อง เกลียวสัมผสั อยกู่ บั ตอนกลำงของฐำนรอง แกนเฟอร์ไรตส์ ำมำรถปรับเคลื่อนท่ี ได้ กำรปรับแกนเฟอร์ไรต์เป็ น กำรปรับเปลี่ยนค่ำควำมเหนี่ยวนำของตวั เหนี่ยวนำให้มำกข้ึนหรือน้อยลงได้ตำมตอ้ งกำร นำไปใช้งำนกับ ควำมถ่ีสูงย่ำนควำมถ่ีวิทยุ (RF) เช่น ในวงจรเคร่ืองรับวิทยุ วงจรเครื่องรับโทรทศั น์ และวงจรเคร่ืองรับส่งวิทยุ เป็นตน้ ลกั ษณะตวั เหนี่ยวนำชนิดแกนปรับ เปลี่ยนค่ำได้ แสดงดงั รูปที่ 6.8 (ก) รูปร่ำง (ข) สัญลกั ษณ์ รูปท่ี 6.8 ตวั เหนี่ยวนำแกนปรับคำ่ ได้

ตวั เหนี่ยวนำ 6.3 หน่วยความเหน่ยี วนา ตวั เหน่ียวนำท่ีผลิตข้ึนมำใชง้ ำนจะมีค่ำควำมเหน่ียวนำบอกกำกบั ไว้ ค่ำควำมเหนี่ยวนำน้ีเป็ นค่ำท่ี แสดงถึงคุณสมบตั ิของตวั เหนี่ยวนำ ต่อกำรตอบสนองต่อกระแสและแรงดนั ท่ีเกิดข้ึนภำยในตวั เหน่ียวนำ โดยสำมำรถทำให้เกิดแรงเคล่ือนไฟฟ้ำชกั นำ (EMF) ข้นึ มำไดน้ อ้ ยหรือมำกเพียงไร ค่ำควำมเหน่ียวนำมีหน่วย มำตรฐำนเป็ นเฮนรี (Henry ; H) ค่ำควำมเหน่ียวนำ 1 เฮนรี (H) คือ ค่ำท่ีจ่ำยกระแสไหลเขำ้ ไปในขดลวด 1 แอมแปร์ (A) ไหลเปลี่ยนแปลงในเวลำ 1 วินำที (s) ทำใหเ้ กิดแรงเคล่ือนไฟฟ้ำเหน่ียวนำตำ้ นกลบั (Counter Electro Motive Force) 1 โวลต์ (V) ตวั เหน่ียวนำที่ผลิตออกมำใชง้ ำน มีหลำยขนำดหลำยค่ำควำมเหนี่ยวนำ ต้งั แต่ค่ำควำมเหนี่ยวนำต่ำ ไปจนถึงควำมเหน่ียวนำสูง ทำให้กำรใชห้ น่วยบอกค่ำเป็นเฮนรี (H) อยำ่ งเดียว มีควำมไม่สะดวกในกำรใช้ งำน จึงไดแ้ บ่งหน่วยบอกค่ำควำมเหนี่ยวนำออกเป็ นหน่วยย่อยๆ เป็ น มิลลิเฮนรี (Millihenry ; mH) และ หน่วยไมโครเฮนรี (Microhenry ; H) หน่วยใชง้ ำนท้งั หมด เขยี นควำมสมั พนั ธ์กนั ออกมำไดด้ งั น้ี 1 เฮนรี (H) = 1,000 มิลลิเฮนรี (mH) = 1  103 mH = 1,000,000 ไมโครเฮนรี (H) = 1  106 H 1 มิลลิเฮนรี (mH) = 1,000 ไมโครเฮนรี (H) = 1  103 H = 1  10-3 H = 1 เฮนรี (H) = 1  10-3 mH 1,000 = 1  10-6 H 1 1 ไมโครเฮนรี (H) = 1,000 มิลลิเฮนรี (mH) = 1 เฮนรี (H) 1,000,000 ตวั อย่างท่ี 6.1 จงแปลงหน่วยคำ่ ควำมเหนี่ยวนำต่อไปน้ีให้ถูกตอ้ ง (ก) 56,400 mH ใหเ้ ป็นหน่วย H (ข) 2.56 H ให้เป็นหน่วย mH (ค) 41,986,000 H ใหเ้ ป็นหน่วย H (ง) 21.20 mH ใหเ้ ป็นหน่วย H (จ) 0.0825 H ใหเ้ ป็นหน่วย H (ฉ) 65,125 H ใหเ้ ป็นหน่วย mH

ตวั เหน่ียวนำ วิธีทำ = 56,400  1 H = 56.4 H (ก) 56,400 mH 1,000 (ข) 2.56 H (ค) 41,986,000 H = 2.56  1,000 mH = 2,560 mH (ง) 21.20 mH (จ) 0.0825 H = 41,986,000  1 H = 41.986 H (ฉ) 65,125 H 1,000,000 = 21.20  1,000 H = 21,200 H = 0.0825  1,000,000 H = 82,500 H = 65,125  1 mH = 65.125 mH ตอบ 1,000

201010050 ไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคชุมพร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook