๔๗ บทประพนั ธ์ ต่างก็ บ คลา ณสภาคา แม้พระทวาร บุรทวั่ ไป รอบทิศด้าน และทวารใด เห็นนรไหน สจิ ะปดิ มี ถอดความไดว้ า่ ต่างองค์ไม่เสด็จไปทีป่ ระชุม แมแ้ ตป่ ระตเู มอื งรอบทศิ ทุกบานก็ไม่มี ผู้ใดปิด สทั ทลู วกิ กฬี ติ ฉนั ท์ ๑๙ บทประพนั ธ์ จอมทัพมาคธราษฎรธ์ ยาตรพยุหกรี ธาสู่วิสาลี นคร โดยทางอนั พระทวารเปดิ นรนิกร ฤๅรอต่อรอน อะไร ถอดความไดว้ า่ จอมทพั แหง่ แคว้นมคธกรีธาทพั เข้าเมืองเวสาลที างประตูเมืองทเ่ี ปดิ อยู่โดยไมม่ ีผคู้ นหรือทหารต่อส้ปู ระการใด
๔๘ บทประพนั ธ์ เบ้ืองนน้ั ท่านคุรุวสั สการทิชกไ็ ป นาทพั ชเนนทร์ไท มคธ เขา้ ปราบลิจฉวขิ ตั ตยิ ร์ ัฐชนบท สู่เงอ้ื มพระหัตถห์ มด และโดย ถอดความไดว้ า่ ขณะน้ันวัสสการพราหมณ์ผเู้ ป็นอาจารย์กไ็ ปนาทัพของกษตั ริยแ์ ห่ง มคธเข้ามาปราบกษตั รยิ ์ลจิ ฉวี อาณาจกั รทงั้ หมดก็ตกอยู่ในเง้ือม พระหัตถ์ บทประพนั ธ์ ไปพ่ กั ต้องจะกะเกณฑ์นกิ ายพหลโรย แรงเปลอื งระดมโปรย ประยทุ ธ์ ราบคาบเสรจ็ ธเสด็จลุราชคฤหอตุ คมเขตบุเรศดุจ ณเดมิ ถอดความไดว้ า่ โดยทกี่ องทพั ไมต่ ้องเปลอื งแรงในการต่อสู้ ปราบราบคาบแลว้ เสดจ็ ยงั ราชคฤหเ์ มืองย่งิ ใหญด่ ังเดมิ
๔๙ บทประพนั ธ์ เรือ่ งตน้ ยุกติก็แต่จะตอ่ พจนเตมิ ภาษิตลิขิตเสริม ประสงค์ ปรุงโสตเปน็ คตสิ ุนทราภรณจง จับข้อประโยชนต์ รง ตรดิ ู ถอดความไดว้ า่ เน้ือเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้ แต่ประสงค์จะแตง่ สภุ าษติ เพ่มิ เติมให้ ไดร้ ับฟังเพ่ือเป็นคติอนั ทรงคุณค่านาไปคดิ ไตรต่ รอง อนิ ทรวเิ ชยี รฉนั ท์ ๑๑ บทประพนั ธ์ อนั ภูบดีรา ชอชาตศตั รู ไดล้ ิจฉวภี ู วประเทศสะดวกดี แลสรรพบรรดา วรราชวัชชี ถงึ ซ่งึ พบิ ตั ิบี ฑอนตั ถพ์ ินาศหนา ถอดความไดว้ า่ พระเจ้าอชาตศัตรไู ด้แผน่ ดนิ วัชชอี ย่างสะดวก และกษัตริยล์ จิ ฉวี ทั้งหลายก็ถึงซง่ึ ความพินาศลม่ จม
๕๐ บทประพนั ธ์ เห้ียมน้ันเพราะผนั แผก คณะแตกและตา่ งมา ถือทฐิ มิ านสา หสโทษพโิ รธจอง แยกพรรคสมรรคภนิ ทนสิน้ บปรองดอง ขาดญาณพจิ ารณ์ตรอง ตริมลกั ประจกั ษเ์ จอื ถอดความไดว้ า่ เหตเุ พราะความแตกแยกกันต่างกม็ คี วามยดึ มั่นในความคิดของตน ผกู โกรธซง่ึ กันและกัน ตา่ งแยกพรรค แตกสามคั คีกัน ไม่ ปรองดองกนั ขาดปัญญาทีจ่ ะพจิ ารณาไตรต่ รอง บทประพนั ธ์ เชื่ออรรถยุบลเอา รสเล่าก็ง่ายเหลือ เหตหุ าก ธ มากเมอื คตโิ มหเปน็ มลู จง่ึ ดาลประการหา ยนภาวอาดรู เสยี แดนไผทสูญ ยศศักดิเสื่อมนาม ถอดความไดว้ า่ เช่ือถ้อยความของบรรดาพระโอรสอยา่ งง่ายดาย เหตทุ เี่ ปน็ เชน่ นัน้ เพราะกษตั ริยแ์ ตล่ ะพระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง จึงทาใหถ้ งึ ซ่ึงความฉบิ หาย มภี าวะความเป็นอย่อู ันทกุ ข์ระทม เสียท้ังแผ่นดิน เกยี รตยิ ศ และช่ือเสยี งท่ีเคยมอี ยู่
๕๑ บทประพนั ธ์ ควรชมนยิ มจัด ครุ ุวัสสการพราหมณ์ เป็นเอกอบุ ายงาม กลงากระทามา พทุ ธาทิบัณฑิต พิเคราะหค์ ดิ พนิ ิจปรา รภสรรเสรญิ สา ธสุ มัครภาพผล ถอดความไดว้ า่ สว่ นวัสสการพราหมณ์น้นั นา่ ช่นื ชมอยา่ งยงิ่ เพราะเป็นเลิศในการ กระทากลอุบายผ้รู ทู้ งั้ หลายมีพระพทุ ธเจ้าเป็นตน้ ไดใ้ ครค่ รวญ พจิ ารณากลา่ วสรรเสริญว่าชอบแล้วในเร่ืองผลแห่งความพรอ้ ม เพรียงกนั บทประพนั ธ์ ว่าอาจจะอวยผา สุกภาวมาดล ดสี ู่ ณ หมูต่ น บ นริ าศนิรันดร หมู่ใดผิสามคั คยพรรคสโมสร ไปป่ ราศนิราศรอน คณุ ไร้ไฉนดล ถอดความไดว้ า่ ความสามคั คอี าจอานวยใหถ้ งึ ซงึ่ สภาพแหง่ ความผาสุก ณ หม่ขู อง ตนไมเ่ สือ่ มคลายตลอดไป หากหมู่ใดมคี วามสามคั คีรว่ มชุมนมุ กนั ไม่ หา่ งเหินกัน สงิ่ ที่ไรป้ ระโยชนจ์ ะมาสไู่ ด้อย่างไร
๕๒ บทประพนั ธ์ พรอ้ มเพรียงประเสรฐิ ครนั เพราะฉะนน้ั แหละบุคคล ผ้หู วงั เจรญิ ตน ธุระเก่ียวกะหมู่เขา พึงหมายสมคั รเปน็ มุขเป็นประธานเอา ธรู ทวั่ ณตวั เรา บ มิเห็นณฝา่ ยเดียว ถอดความไดว้ า่ ความพร้อมเพรียงนน้ั ประเสริฐย่งิ นกั เพราะฉะนั้นบคุ คลใดหวงั ที่ จะได้รับความเจรญิ แห่งตนและมกี จิ ธุระอันเปน็ ส่วนรวม ก็พงึ ตั้งใจ เปน็ หัวหนา้ เอาเปน็ ธุระด้วยตัวของเราเองโดยมิเห็นประโยชน์ตนแต่ ฝ่ายเดียว บทประพนั ธ์ ควรยกประโยชนย์ น่ื นรอ่นื กแ็ ลเหลียว ดูบ้างและกลมเกลยี ว มิตรภาพผดงุ ครอง ย้ังทิฐิมานหยอ่ น ทมผอ่ นผจงจอง อารมี ิมหี มอง มนเมอื่ จะทาใด ถอดความไดว้ า่ ควรยกประโยชนใ์ ห้บคุ คลอน่ื บา้ ง นกึ ถงึ ผู้อืน่ บ้าง ตอ้ งกลมเกลยี ว มี ความเปน็ มิตรกนั ไว้ ตอ้ งลดทฐิ มิ านะ รู้จักข่มใจ จะทาส่ิงใดก็ เอื้อเฟือ้ กันไม่มีความบาดหมางใจ
๕๓ บทประพนั ธ์ ลาภผลสกลบรร ลุก็ปนั กแ็ บง่ ไป ตามน้อยและมากใจ สุจริตนิยมธรรม์ พึงมรรยาทยดึ สุประพฤตสิ งวนพรรค์ รอื้ ริษยาอัน อุปเฉทไมตรี ถอดความไดว้ า่ ผลประโยชนท์ ัง้ หลายท่เี กดิ ข้นึ ก็แบ่งปนั กันไป มากบา้ งน้อยบ้าง อย่างเป็นธรรม ควรยึดม่ันในมารยาทและความประพฤตทิ ดี่ งี าม รักษาหม่คู ณะโดยไมม่ คี วามรษิ ยากนั อันจะตัดรอนไมตรี บทประพนั ธ์ ดง่ั น้นั ณ หมใู่ ด ผิ บ ไรส้ มัครมี พรอ้ มเพรียงนพิ ทั ธน์ ี รวิวาทระแวงกัน หวงั เทอญมติ อ้ งสง สยคงประสบพลัน ซงึ่ สขุ เกษมสนั ต์ หิตะกอบทวิการ ถอดความไดว้ า่ ดังนน้ั ถ้าหมคู่ ณะใดไม่ขาดซงึ่ ความสามัคคี มีความพร้อมเพรียงกนั อยู่เสมอ ไมม่ ีการววิ าท และระแวงกนั ก็หวงั ไดโ้ ดยไมต่ อ้ งสงสยั วา่ คงจะพบซงึ่ ความสุข ความสงบ และประกอบด้วยประโยชน์ มากมาย
๕๔ บทประพนั ธ์ ใครเล่าจะสามารถ มนอาจระรานหาญ หักลา้ งบแหลกลาญ กเ็ พราะพร้อมเพราะเพรียง กนั ป่วยกลา่ วอะไรฝูง นรสงู ประเสรฐิ ครัน ฤๅสรรพสตั ว์อนั เฉพาะมีชีวคี รอง ถอดความไดว้ า่ ใครเล่าจะมีใจกลา้ คิดทาสงครามดว้ ย หวังจะทาลายลา้ งก็ไม่ได้ ท้ังน้ีเพราะความพร้อมเพรยี งกันนั่นเอง กลา่ วไปไยกับมนุษย์ผู้ ประเสริฐหรอื สรรพสตั วท์ มี่ ชี ีวิต บทประพนั ธ์ แมม้ ากผิก่ิงไม้ ผิวใครจะใคร่ลอ มดั กากระนัน้ ปอง พลหักกเ็ ตม็ ทน เหลา่ ไหนผิไมตรี สละล้ี ณ หมูต่ น กจิ ใดจะขวายขวน บ มิพร้อมมเิ พรียงกัน ถอดความไดว้ า่ แมแ้ ต่กิ่งไม้หากใครจะใคร่ลองเอามามดั เปน็ กา ตั้งใจใช้กาลงั หักก็ ยากเตม็ ทน หากหมใู่ ดไม่มีความสามัคคีในหมู่คณะของตน และ กจิ การอันใดทจ่ี ะต้องขวนขวายทาก็มพิ ร้อมเพรยี งกัน
๕๕ บทประพนั ธ์ อยา่ ปรารถนาหวงั สขุ ทั้งเจรญิ อนั มวลมาอุบัติบรร ลไุ ฉน บ ไดม้ ี วงทุกข์พบิ ตั สิ รร พภยนั ตรายกลี แม้ปราศนิยมปรี ตปิ ระสงคก์ ค็ งสม ถอดความไดว้ า่ กอ็ ย่าไดห้ วังเลยความสขุ ความเจริญจะเกิดข้ึนได้อยา่ งไร ความ ทกุ ขพ์ บิ ัตอิ นั ตรายและความช่ัวรา้ ยทง้ั ปวง ถงึ แมจ้ ะไมต่ อ้ งการก็ จะตอ้ งได้รับเป็นแนแ่ ท้ บทประพนั ธ์ ควรชนประชมุ เชน่ คณะเปน็ สมาคม สามัคคิปรารม ภนิพทั ธราพึง ไป่มีก็ให้มี ผวิ มีกค็ านึง เน่อื งเพื่อภิยโยจงึ จะประสบสขุ าลยั ถอดความไดว้ า่ ผ้ทู ีอ่ ยรู่ วมกนั เป็นหมู่คณะหรอื สมาคม ควรคานึงถึงความสามัคคี อยเู่ ป็นนจิ ถา้ ยงั ไมม่ ีกค็ วรจะมขี นึ้ ถา้ มอี ย่แู ล้วกค็ วรให้ เจรญิ รงุ่ เรืองย่งิ ขน้ึ ไปจึงจะถงึ ซงึ่ ความสขุ ความสบาย
๕๖ อธบิ ายคาศพั ทย์ าก กถา ถอ้ ยคา กลหเ์ หตุ เหตุแหง่ การทะเลาะ กสิก ชาวนา ไกวล ทว่ั ไป ขัตติย์ พระเจ้าแผ่นดนิ คดี เร่อื ง คม ไป ชเนนทร์ ผเู้ ปน็ ใหญ่ในชมุ ชน ทม ความข่มใจ ทลิทภาว ยากจน ทั่วบุรคาม ท่ัวบ้านทว่ั เมือง ทิช ผเู้ กดิ สองครัง้ คอื พราหมณก์ ล่าวคือเกดิ เปน็ คน โดยท่ัวไปครั้งหนึ่งและเกดิ เป็นพราหมณ์โดยตาแหนง่ อีกครั้งหนึง่ ทนิ วัน นครบร เมืองของข้าศึก นย,นยั เค้าความความหมาย นยมาน ใจความสาคญั นรนิกร ฝูงชน
๕๗ นฤพัทธ,นพิ ทธ์ เนอื งๆ เสมอ เนือ่ งกัน นฤสาร ไมม่ ีสาระ นวิ ตั กลับ นรี ผล ไม่เปน็ ผล ประเด มอบให้หมด ประศาสน์ การสัง่ สอน ปรากรม ความเพียร ปรงุ โสต ตกแตง่ ใหไ้ พเราะน่าฟัง ปลาต หายไป ปวตั น์ ความเปน็ ไป พฤฒิ ผเู้ ฒ่า วัสสการพราหมณ์ พเิ ฉท ทาลายตดั ขาด พิชากร วิชาความรู้ พุทธาทบิ ัณฑิต ผ้รู ู้ มีพระพทุ ธเจา้ เป็นตน้ ภัต ข้าว ภาโรปกรณ์ เครื่องมอื ตามทไี่ ด้รบั มอบหมาย ภินท์พทั ธสามัคคิย การแตกสามคั คีภนิ ท์ แปลว่าแตกแยก พทั ธ แปลว่า ผกู พัน สามคั คิย แปลว่า สามัคคี ภยิ โย ยิ่งขึ้นไป
๕๘ ภีรกุ ขลาด กลัว ภมู ศิ พระราชา มน ใจ มนารมณ์ สมดังที่คดิ หรือสมดงั ใจ มาน ความถือคัว ยกุ ติ ยตุ ิ จบสน้ิ รหฐุ าน. ที่สงัด ทีล่ บั ลกั ษณสาสน จดหมาย เลา รปู ความ ข้อความ เคา้ วญั จโนบาย อบุ ายหลอกลวง วลั ลภชน. คนสนิท วิรุธ ผิดปกติ สมรรคภนิ ทน การแตกสามัคคี สมัครภาพ ความสมคั รสมานสามัคคี สหกรณ หมู่เหล่า ส่า หมู่ พวก สกิ ขสภา หอ้ งเรียน สขุ าลยั ทท่ี ่ีมีความสุข
๕๙ เสาวน ฟัง เสาวภาพ สภุ าพ ละมุนละม่อม หายน์ หายน ความเส่ือม หติ ะ ประโยชน์ เหี้ยมนน้ั เหตุนั้น อนัตถ์ ไมเ่ ปน็ ประโยชน์ อนกุ รม ตามลาดับ อภเิ ผา้ ผู้เป็นใหญ่ อาคม มา มาถงึ อุปเฉทไมตรี ตัดไมตรี อุรส โอรส ลกู ชาย อุฬมุ ป์เวฬุ แพไมไ้ ผ่ เอาธรู เอาใจใสเ่ ป็นธุระ เอาภาร รบั ภาระ รับผดิ ชอบ อนาวรณญาณ ความรู้อนั ไม่มสี งิ่ ใดเป็นเคร่ืองขดั ขอ้ ง
๖๐ คณุ คา่ ของวรรณคดี คณุ คา่ ดา้ นสงั คม สะทอ้ นวัฒนธรรมของคนในสงั คม สะทอ้ นภาพการปกครองโดย ระบอบสามัคคีธรรม เนน้ โทษของการแตกความสามคั คี ในหมูค่ ณะ และเน้นถงึ หลักธรรม อปรหิ านยิ ธรรม 7 ประการ ซง่ึ เป็น หลกั ธรรมทีส่ ่งผล ให้เกดิ ความเจรญิ -ของหมู่คณะ ปราศจากความ เส่ือม ได้แก่ ❖ไมเ่ บื่อหน่ายการประชมุ เมอ่ื มภี ารกิจก็ประชุมปรึกษาหารอื กัน เพ่อื ช่วยกนั คดิ หาทางแกไ้ ขปญั หา ❖เข้าประชมุ พร้อมกัน เลิกประชุมพร้อมกนั รว่ มกันประกอบกจิ อัน ควรกระทา - มีความสามัคคีกนั ❖ยึดม่นั ในจารตี ประเพณีอนั ดงี าม และประพฤตดิ ีปฏบิ ตั ติ ามสิ่งที่ บญั ญัตไิ ว้ ❖แสดงให้เห็นถึงโทษของการแตกความสามคั คีในหมู่คณะ ➢ถา้ ไม่สามัคคีเปน็ อันหนงึ่ อนั เดยี วกนั กจ็ ะนาบ้านเมอื งไปสูค่ วาม หายนะได้ (ฝา่ ยตรงขา้ มสามารถใชจ้ ดุ อ่อนในเรอ่ื งนี้เพ่ือโจมตไี ด้ งา่ ย) คณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ ❖กวมี คี วามเชี่ยวชาญในการแตง่ คาประพันธ์เป็นอยา่ งมาก และ สามารถใช้ฉันทลักษณไ์ ดอ้ ยา่ ง งดงามเหมาะสม โดยเลอื กฉนั ทช์ นิด
๖๑ ต่าง ๆ มาใช้สลับกนั ตามความเหมาะสมกับเนื้อเรือ่ ง ทาให้ เน้อื เรอ่ื ง น่าจดจา และมคี วามไพเราะสละสลวย ❖นทิ านสุภาษติ เร่อื งสามคั คีเภทคาฉนั ท์มกี ารประพันธท์ ีใ่ ช้ภาษา เขา้ ใจงา่ ย ทาให้ผอู้ า่ นเห็นภาพที่ ผู้ประพันธ์ต้องการจะส่อื ไดอ้ ย่าง ชดั เจน ❖เป็นวรรณคดทีไ่ ด้รับการยกยอ่ งว่ามคี วามไพเราะงดงามเปน็ ท่ี นิยม เนื่องจากมกี ารเลน่ สัมผสั ใน ทั้งสัมผัสอักษรและสมั ผัสสระ อยา่ งไพเราะ ❖ใชค้ าทีม่ เี สยี งเสนาะเสยี งเสนาะเกิดจากการใช้คาเลยี นเสียง ธรรมชาติ มีการย้าคา ใช้คาท่ีกอ่ ให้เกดิ ความรู้สึก เช่น ตอนชม กระบวนชา้ ง “แพร้วแพรว้ พรายพรายขา่ ยกรอง ก่องสกาวดาวทองท้ังพู่ สพุ รรณสรรถกล” คา แพรว้ แพรว้ และพรายพรายกอ่ ให้เกิดความรสู้ กึ ในดา้ นความโอ่ อา่ งดงามได้อยา่ งดี คณุ คา่ ดา้ นในการใชช้ วี ติ ❖ควรใชส้ ตปิ ญั ญาไตร่ตรองในการแกไ้ ขปญั หามากกว่าการใช้ กาลงั ❖ควรฟงั เสียงข้างมากมากกว่าความคิดของตนเอง ❖มีความสามัคคี เพราะความสามคั คกี ็เปน็ หลักธรรมสาคัญในการ ทางาน ร่วมกันเปน็ หมูค่ ณะ
๖๒ บรรณานกุ รม กษตั ริยล์ จิ ฉวแี ตกสามัคคี-สามัคคเี ภทคาฉันท.์ //(๒๕๕๖).//สืบคน้ เมื่อ ๕ มถิ ุนายน ๒๕๖๔./จาก/ http://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/12/blog-post_3584.html กัลยาณี ถนอมแก้ว.//(๒๕๕๓).//คาสมาสในคาสามัคคเี ภทคา ฉันท.์ //สืบคน้ เมอ่ื ๑๑ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔./จาก/ https://www.gotoknow.org/posts/298777 กาญจนา ปิณฑวิหค.//(๒๕๕๓).//สามัคคเี ภทคาฉนั ท์.//สบื ค้นเมอื่ ๕ มถิ ุนายน ๒๕๖๔./จาก/ https://www.gotoknow.org/posts/406381 ปิยะฤกษ์ บุญโกศล.//(๒๕๕๔).//วิชชุมมาลาฉนั ท์ ๘.// สืบค้นเมื่อ ๕ มิถนุ ายน ๒๕๖๔./จาก/ https://krupiyarerk.wordpress.com/author/krupiyarerk/ ปิยะฤกษ์ บญุ โกศล.//(๒๕๕๔).//อินทรวเิ ชยี รฉันท์ ๑๑.// สบื คน้ เม่ือ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๔./จาก/ https://krupiyarerk.wordpress.com/author/krupiyarerk/ พระเจา้ อชาตศตั รยู ึดครองแควน้ วชั ชีไดส้ าเรจ็ -สามัคคีคาฉนั ท์.// (๒๕๕๖).//สืบค้นเม่อื ๕ มิถุนายน ๒๕๖๔./ จาก/http://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/12/blog-post_4301.html
๖๓ มหัทธโน.//(๒๕๖๓).//วสั สการพราหมณ์ บา่ งชา่ งยุ กบั โทษของ การแตกสามัคคี เหตใุ ดพระพุทธองคจ์ รึง ทรงให้ธรรม จนวัสสการพราหมณไ์ ดอ้ บุ าย.//สบื ค้นเมื่อ ๑๑ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔./จาก/ https://www.trueplookpanya.com/blog/content/86930/-dhart- วัสสการพราหมณใ์ ข้ความไวใ้ จเป็นอุบายทาลายความสามัคคี- สามคั คีเภทคาฉนั ท.์ //(๒๕๕๖).//สืบคน้ เมอ่ื ๕ มิถนุ ายน ๒๕๖๔./จาก/ http://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/12/blog- post_4301.html อทุ าหรณส์ อนใจให้คดิ -สามคั คีเภทคาฉนั ท.์ //(๒๕๕๖).//สืบค้นเม่อื ๕ มถิ นุ ายน ๒๕๖๔./จาก/ http://samakkeepeatchant.blogspot.com/2013/12/blog-post_2653.html
Search