Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารประกอบการอบรม [กศน.] 105 ชุด

เอกสารประกอบการอบรม [กศน.] 105 ชุด

Description: เอกสารประกอบการอบรม [กศน.] 105 ชุด

Search

Read the Text Version

144 58 7. สร้างเน้ือหาบทเรียน โดยคลิกเลือกโพสตแ์ บบ เนื้อหา กรอกช่ือเน้ือหา เลือกหัวขอ้ ที่จะวางเน้ือหา และเลือกไฟล์ที่ตอ้ งการแนบ ซ่ึงเลือกได้ มากกว่า 1 รูปแบบ โดยไฟลแ์ นบจะมีใหเ้ ลือก 4 รูปแบบ คือ - แทรกไฟล์แนบ เช่น ไฟล์เอกสาร เช่น .docx, .pdf ไฟล์รูปภาพ เป็ นตน้ โดยลาก ไฟลเ์ ขา้ มาหรือคลิก เลือกไฟล์จากอปุ กรณ์ และหากตอ้ งการเพม่ิ มากกวา่ 1 ไฟล์ กค็ ลิกทีป่ ่ มุ เพม่ิ ไฟล์อกี เสร็จแลว้ คลิกป่ มุ อปั โหลด

145 59 - แทรกไฟลท์ ี่อยใู่ น Google Drives - แทรกไฟลว์ ิดีโอจากเวบ็ ไซต์ YouTube โดยเลือกคน้ หาวิดีโอหรือคดั ลอก URL มา ใส่ แลว้ คลิกป่ ุม เพม่ิ

146 60 - แทรกลิงก์เวบ็ เพจ โดยคดั ลอกลิงกเ์ วบ็ เพจมาวาง แลว้ คลิกป่ มุ เพม่ิ ลงิ ก์ เม่ือแนบไฟลเ์ รียบร้อยแลว้ คลิกทป่ี ่ มุ โพสต์ 8. สร้างคาถาม โดยคลิกเลือกโพสตแ์ บบ คาถาม

147 61 ต้งั คาถาม แลว้ เลือกรายละเอยี ดของคาถาม ดงั น้ี - ช่องคะแนน กรอกคะแนนหรือถา้ ไม่ใหค้ ะแนน ใหเ้ ลือกเป็น “ยงั ไม่ไดใ้ หค้ ะแนน” - วนั ครบกาหนด เลือกวนั และเวลากาหนดส่งงาน หรือถา้ ไม่กาหนด เลือก “ไม่มีวนั ที่ ครบกาหนด” - หวั ข้อ เลือกหวั ขอ้ ในการจดั วางคาถาม - คาตอบส้ันๆ เลือกรูปแบบคาถาม มี 2 แบบ คือ คาตอบส้ันๆ และปรนยั - สิทธ์ิในการตอบคาถาม โดยจะให้นกั เรียนสามารถตอบกลบั ระหว่างกนั หรือแก้ไข คาตอบไดห้ รือไม่ หากตอ้ งการแนบไฟล์ สามารถทาได้เช่นเดียวกบั การสร้างเน้ือหา เมื่อใส่รายละเอียด เสร็จแลว้ คลิกป่ มุ ถาม

148 62 9. สร้างใบงาน โดยคลิกเลือกโพสตแ์ บบ งาน กรอกรายละเอยี ดของงาน ตวั อยา่ งดงั รูป เสร็จแลว้ คลิกป่ มุ มอบหมาย

149 63 10. สร้างแบบทดสอบ โดยคลิกเลือกโพสตแ์ บบ งานแบบทดสอบ กรอกรายละเอียด แล้วคลิกท่ี Blank Quiz เพ่ือเปิ ด Google Form ข้ึนมาสร้างฟอร์ม แบบทดสอบใหม่ (ในที่น้ีขอขา้ มข้นั ตอนการสร้าง Form) หรือถา้ มีแบบทดสอบ Google Form อยแู่ ลว้ ใหค้ ลิกที่ เพ่ือเปิ ดไฟลท์ ีอ่ ยใู่ น Google Drive

150 64 11. สร้างโพสตซ์ ้า เป็นการนาโพสตเ์ ก่ามาโพสตใ์ หม่อีกคร้ัง โดยคลิกเลือกโพสตแ์ บบ ใช้โพสต์ ซา้ คลิกเลือกช้นั เรียนที่ตอ้ งการใชโ้ พสต์ซ้า โดยจะแสดงท้งั ช้นั เรียนปัจจุบนั และช้นั เรียนท่ี เกบ็ ซ่อนเอาไวใ้ นคลงั ซ่ึงจะแสดงขอ้ ความขา้ งหลงั ช้นั เรียนว่า “(เกบ็ อย)ู่ ” คลิกเลือกโพสตท์ ่ตี อ้ งการโพสตซ์ ้า แลว้ คลิกป่ มุ ใช้ซ้า

151 65 12. ดูปฏิทนิ กิจกรรมในช้นั เรียน ไดจ้ ากเมนู Google ปฏทิ นิ

152 66 โดยผสู้ อนสามารถเลือกดูกิจกรรมในมุมมองรายวนั รายเดือน หรือรายปี และสามารถ เลือกรูปแบบกิจกรรมทแ่ี สดงได้ 13. เรียกดูไฟลข์ องช้นั เรียน ไดจ้ ากเมนู โฟลเดอร์ไดรฟ์ ของช้ันเรียน ในการสร้างช้นั เรียน เมื่อมี การอปั โหลดไฟลต์ ่างๆ ระบบจะทาการบนั ทกึ ไฟลไ์ ปไวใ้ น Google Drive ใหโ้ ดยอตั โนมตั ิ

153 67

154 68 การเพม่ิ ผ้สู อนร่วม / การเพม่ิ นักเรียนเข้าช้ันเรียน 1. คลิกแทบ็ ผ้คู น 2. เพ่มิ ครู โดยคลิกที่ กรอกช่ือหรืออเี มล แลว้ คลิกป่ มุ เชิญ 3. เพ่มิ นกั เรียน มี 2 วธิ ี 3.1 ครูเพม่ิ นักเรียน โดยคลิกท่ี กรอกชื่อหรืออีเมล (Gmail เท่าน้นั ) ถา้ อีเมลถูกตอ้ ง จะปรากฏช่ือของบุคคลดงั กล่าว คลิกเลือกรายชื่อน้นั แลว้ คลิกป่ ุม เชิญ นกั เรียนจะไดร้ ับอีเมล แลว้ คลิกเขา้ ร่วมช้นั เรียน

155 69 3.2 นักเรียนเข้าร่วมช้ันเรียนด้วยตนเอง โดยผูส้ อนคดั ลอกรหัสของช้นั เรียนส่งไปให้ นกั เรียน หรือแสดงรหัสให้นกั เรียนกรอกรหสั เขา้ ร่วมช้นั เรียนเอง ไดไ้ ปท่ีมุมมอง สตรีม คลิก ขยายรหัสของช้ันเรียน เพอื่ ใหน้ กั เรียนกรอก

156 70 การเข้าร่วมช้ันเรียนและทาใบงานหรือแบบทดสอบของนกั เรียน 1. ให้นักเรียนเขา้ เว็บไซต์ https://www.google.com/ แลว้ ล็อกอินดว้ ยบญั ชี Gmail กรอกอีเมล์ และรหสั ผา่ น 2. กรณที ่ี 1 เมื่ออาจารยเ์ พ่มิ นกั เรียนเอง นกั เรียนจะตอ้ งคลิกที่ไอคอน แลว้ เลือก Gmail เพื่อเปิ ดอา่ นอเี มล และกดป่ มุ เข้าร่วม เพื่อยนื ยนั การเขา้ ร่วมช้นั เรียน ระบบจะนานกั เรียนเขา้ ไปยงั หนา้ ช้นั เรียนโดยอตั โนมตั ิ 3. กรณที ่ี 2 นกั เรียนกรอกรหสั ของช้นั เรียนเพื่อเขา้ ร่วมช้นั เรียนเอง นกั เรียนจะตอ้ งคลิกที่ไอคอน แลว้ เลือก Classroom เมื่อเขา้ มาหนา้ แรก แลว้ คลิกเมนู + เข้าร่วมช้ันเรียน

157 71 กรอกรหสั ของช้นั เรียน แลว้ คลิก เข้าร่วม 4. นักเรียนสามารถเขา้ เรียนเน้ือหา และทาใบงานหรือแบบทดสอบได้ในมุมมองเดียวกับ ครูผสู้ อน แต่ไม่สามารถแกไ้ ขโพสตต์ ่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น นกั เรียนตอบคาถามโดยคลิกท่ีโพสต์ แลว้ เลือก ดคู าถาม เพื่อตอบคาถาม / เพ่มิ ความคิดเห็นส่วนตวั แลว้ คลิกป่ มุ ส่ง

158 72 ตัวอย่างการทาแบบทดสอบท่ีสร้างจาก Google Form โดยคลิกที่แบบทดสอบ ทา แบบทดสอบ แลว้ คลิกป่ มุ ส่ง

159 73 5. นกั เรียนเปิ ดดูใบงานหรือแบบทดสอบท้งั หมดในช้นั เรียน ไดจ้ ากเมนู แลว้ เลือก สิ่งที่ ต้องทา - ใบงานหรือแบบทดสอบท่ียงั ไม่ไดท้ า จะอยใู่ นแทบ็ สิ่งทต่ี ้องทา - ใบงานหรือแบบทดสอบท่ีทาแลว้ จะอยใู่ นแทบ็ เสร็จสิ้น

160 74 การให้คะแนนนักเรียน แลว้ เลือก ส่ิงทต่ี ้องทา 1. ครูผสู้ อนเปิ ดดูงานท่ีนกั เรียนส่งเขา้ มาในช้นั เรียน ไดจ้ ากเมนู 1.1 รอการตรวจ สาหรับงานทยี่ งั ไม่ไดต้ รวจ 1.2 ตรวจแล้ว สาหรับงานทตี่ รวจแลว้ 2. ตรวจคาตอบ โดยคลิกเขา้ ไปท่ีงานทมี่ อบหมายใหน้ กั เรียน เพ่ือดูคาตอบ ใหค้ ะแนน และส่ง ขอ้ ความไปยงั นกั เรียน

161 75 สาหรับงานที่เป็นแบบทดสอบ ผสู้ อนสามารถเขา้ ไปดูคะแนนของนกั เรียนไดจ้ ากคาสั่ง ดกู ารตอบกลบั 3. คาถามใดทีต่ รวจคาตอบเสร็จครบทุกคนแลว้ ใหย้ า้ ยไปยงั แทบ็ ตรวจแล้ว

162 ภาคผนวก

163 พระราชบญั ญตั ิ ขอ้ มูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 --------------------------------------------- ภมู ิพลอดลุ ยเดช ป.ร. ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๒ กนั ยายน พ.ศ.๒๕๔๐ เป็ นปี ท่ี ๕๒ ในรชั กาลปจั จุบนั พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยท่เี ป็นการสมควรใหม้ กี ฎหมายวา่ ดว้ ยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ขิ นึ ไวโ้ ดยคาํ แนะนาํ และยนิ ยอมของรฐั สภา ดงั ต่อไปนี มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ เี รยี กวา่ “พระราชบญั ญตั ขิ อ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐” มาตรา ๒ พระราชบญั ญตั นิ ใี หใ้ ชบ้ งั คบั เม่อื พน้ กาํ หนดเกา้ สบิ วนั นบั แต่วนั ประกาศในราชกจิ จา นุเบกษาเป็นตน้ ไป มาตรา ๓ บรรดากฎหมาย กฎ ระเบยี บ และขอ้ บงั คบั อ่นื ในสว่ นท่บี ญั ญตั ไิ วแ้ ลว้ ใน พระราชบญั ญตั นิ ี หรอื ซ่งึ ขดั หรอื แยง้ กบั บทแห่งพระราชบญั ญตั นิ ใี หใ้ ชพ้ ระราชบญั ญตั นิ แี ทน มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั นิ ี “ขอ้ มลู ขา่ วสาร” หมายความวา่ ส่งิ ท่สี ่อื ความหมายใหร้ ูเ้ร่อื งราวขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ มลู หรอื ส่งิ ใดๆ ไมว่ า่ การส่อื ความหมายนนั จะทาํ ไดโ้ ดยสภาพของส่งิ นนั เองหรอื โดยผา่ นวธิ กี ารใดๆ และไมว่ า่ จะไดจ้ ดั ทาํ ไวใ้ นรูป ของเอกสาร แฟ้ม รายงาน หนงั สอื แผนผงั แผนท่ี ภาพวาด ภาพถา่ ย ฟิลม์ การบนั ทกึ ภาพหรอื เสยี ง การ บนั ทกึ โดยเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ หรอื วธิ อี ่นื ใดท่ที าํ ใหส้ ่งิ ท่บี นั ทกึ ไวป้ รากฏได้ “ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ” หมายความวา่ ขอ้ มลู ขา่ วสารท่อี ยู่ในความครอบครองหรอื ควบคมุ ดูแลของ หน่วยงานของรฐั ไมว่ า่ จะเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั การดาํ เนนิ งานของรฐั หรอื ขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั เอกชน

164 “หน่วยงานของรฐั ” หมายความวา่ ราชการสว่ นกลาง ราชการส่วนภมู ภิ าค ราชการส่วนทอ้ งถ่นิ รฐั วสิ าหกจิ สว่ นราชการสงั กดั รฐั สภา ศาลเฉพาะในสว่ นท่ไี มเ่ ก่ยี วกบั การพจิ ารณาพพิ ากษาคดี องคก์ ร ควบคมุ การประกอบวชิ าชพี หน่วยงานอสิ ระของรฐั และหน่วยงานอ่นื ตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง “เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ” หมายความวา่ ผูซ้ ่งึ ปฏบิ ตั งิ านใหแ้ ก่หน่วยงานของรฐั “ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คล” หมายความวา่ ขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั ส่งิ เฉพาะตวั ของบคุ คล เช่น การศึกษา ฐานะการเงนิ ประวตั สิ ุขภาพ ประวตั อิ าชญากรรม หรอื ประวตั กิ ารทาํ งาน บรรดาท่มี ชี ่อื ของผู ้ นนั หรอื มเี ลขหมาย รหสั หรอื ส่งิ บอกลกั ษณะอ่นื ท่ที าํ ใหร้ ูต้ วั ผูน้ นั ได้ เช่น ลายพมิ พน์ วิ มอื แผน่ บนั ทกึ ลกั ษณะเสยี งของคนหรอื รูปถา่ ย และใหห้ มายความรวมถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั ส่งิ เฉพาะตวั ของผูท้ ่ถี งึ แก่ กรรมแลว้ ดว้ ย “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ “คนต่างดา้ ว” หมายความวา่ บคุ คลธรรมดาท่ไี มม่ สี ญั ชาตไิ ทยและไมม่ ถี ่นิ ท่อี ยู่ ในประเทศไทย และนติ บิ คุ คลดงั ต่อไปนี (๑) บรษิ ทั หรอื หา้ งหนุ้ สว่ นท่มี ที นุ เกนิ ก่งึ หน่งึ เป็นของคนต่างดา้ ว ใบหนุ้ ชนดิ ออกใหแ้ ก่ผูถ้ อื ใหถ้ อื วา่ ใบ หนุ้ นนั คนต่างดา้ วเป็นผูถ้ อื (๒) สมาคมท่มี สี มาชกิ เกนิ ก่งึ หน่งึ เป็นคนต่างดา้ ว (๓) สมาคมหรอื มลู นธิ ทิ ่มี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พ่อื ประโยชนข์ องคนต่างดา้ ว (๔) นติ บิ คุ คลตาม (๑) (๒) (๓) หรอื นติ บิ คุ คลอ่นื ใดท่มี ผี ูจ้ ดั การหรอื กรรมการเกนิ ก่งึ หน่งึ เป็นคนต่าง ดา้ ว นติ บิ คุ คลตามวรรคหน่งึ ถา้ เขา้ ไปเป็นผูจ้ ดั การหรอื กรรมการ สมาชกิ หรอื มที นุ ในนติ บิ คุ คลอ่นื ให้ ถอื วา่ ผูจ้ ดั การหรอื กรรมการ หรอื สมาชกิ หรอื เจา้ ของทนุ ดงั กลา่ วเป็นคนต่างดา้ ว มาตรา ๕ ใหน้ ายกรฐั มนตรรี กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ี และมอี าํ นาจออกกฎกระทรวง เพ่อื ปฏบิ ตั ิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี กฎกระทรวงนนั เม่อื ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้ มาตรา ๖ ใหจ้ ดั ตงั สาํ นกั งานคณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการขนึ ในสงั กดั สาํ นกั งานปลดั สาํ นกั นายกรฐั มนตรี มหี นา้ ท่ปี ฏบิ ตั งิ านเก่ยี วกบั งานวชิ าการและธุรการใหแ้ ก่คณะกรรมการและคณะกรรมการ วนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร ประสานงานกบั หน่วยงานของรฐั และใหค้ าํ ปรกึ ษาแก่เอกชนเก่ยี วกบั การ ปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี

165 หมวด ๑ การเปิ ดเผยขอ้ มูลข่าวสาร _______________ มาตรา ๗ หน่วยงานของรฐั ตอ้ งส่งขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการอย่างนอ้ ยดงั ต่อไปนลี งพมิ พใ์ นราชกจิ จา นุเบกษา (๑) โครงสรา้ งและการจดั องคก์ รในการดาํ เนนิ งาน (๒) สรุปอาํ นาจหนา้ ท่ที ่สี าํ คญั และวธิ กี ารดาํ เนนิ งาน (๓) สถานท่ตี ดิ ต่อเพ่อื ขอรบั ขอ้ มลู ขา่ วสาร หรอื คาํ แนะนาํ ในการตดิ ต่อกบั หน่วยงานของรฐั (๔) กฎ มตคิ ณะรฐั มนตรี ขอ้ บงั คบั คาํ สง่ั หนงั สอื เวยี น ระเบยี บ แบบแผน นโยบาย หรอื การ ตคี วาม ทงั นี เฉพาะท่จี ดั ใหม้ ขี นึ โดยมสี ภาพอย่างกฎ เพ่อื ใหม้ ผี ลเป็นการทว่ั ไปต่อเอกชนท่เี ก่ยี วขอ้ ง (๕) ขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ตามท่คี ณะกรรมการกาํ หนด ขอ้ มลู ขา่ วสารใดท่ไี ดม้ กี ารจดั พมิ พเ์ พ่อื ใหแ้ พร่หลายตามจาํ นวนพอสมควรแลว้ ถา้ มกี ารลงพมิ พใ์ นราช กจิ จานุเบกษาโดยอา้ งองิ ถงึ ส่งิ พมิ พน์ นั กใ็ หถ้ อื วา่ เป็นการปฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั วิ รรคหน่งึ แลว้ ใหห้ น่วยงานของรฐั รวบรวมและจดั ใหม้ ขี อ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ไวเ้ผยแพร่เพ่อื ขายหรอื จาํ หน่าย จ่ายแจก ณ ท่ที าํ การของหน่วยงานของรฐั แหง่ นนั ตามท่เี หน็ สมควร มาตรา ๘ ขอ้ มลู ขา่ วสารท่ตี อ้ งลงพมิ พต์ ามมาตรา ๗ (๔) ถา้ ยงั ไมไ่ ดล้ งพมิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษา จะนาํ มาใชบ้ งั คบั ในทางท่ไี มเ่ ป็นคณุ แก่ผูใ้ ดไมไ่ ด้ เวน้ แต่ผูน้ นั จะไดร้ ูถ้ งึ ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ตามความเป็นจรงิ มา ก่อนแลว้ เป็นเวลาพอสมควร มาตรา ๙ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ หน่วยงานของรฐั ตอ้ งจดั ใหม้ ขี อ้ มลู ขา่ วสาร ของราชการอย่างนอ้ ยดงั ต่อไปนไี วใ้ หป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูได้ ทงั นี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ี คณะกรรมการกาํ หนด (๑) ผลการพจิ ารณาหรอื คาํ วนิ จิ ฉยั ท่มี ผี ลโดยตรงต่อเอกชน รวมทงั ความเหน็ แยง้ และคาํ สง่ั ท่เี ก่ยี วขอ้ ง ในการพจิ ารณาวนิ จิ ฉยั ดงั กลา่ ว (๒) นโยบายหรอื การตคี วามท่ไี มเ่ ขา้ ขา่ ยตอ้ งลงพมิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษา ตามมาตรา ๗ (๔) (๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจาํ ปีของปีท่กี าํ ลงั ดาํ เนนิ การ (๔) คู่มอื หรอื คาํ สง่ั เก่ยี วกบั วธิ ปี ฏบิ ตั งิ านของเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ซ่งึ มผี ลกระทบถงึ สทิ ธหิ นา้ ท่ขี องเอกชน (๕) ส่งิ พมิ พท์ ่ไี ดม้ กี ารอา้ งองิ ถงึ ตามมาตรา ๗ วรรคสอง

166 (๖) สญั ญาสมั ปทาน สญั ญาท่มี ลี กั ษณะเป็นการผูกขาดตดั ตอนหรอื สญั ญาร่วมทนุ กบั เอกชนในการ จดั ทาํ บรกิ ารสาธารณะ (๗) มตคิ ณะรฐั มนตรี หรอื มตคิ ณะกรรมการท่แี ต่งตงั โดยกฎหมาย หรอื โดยมตคิ ณะรฐั มนตรี ทงั นี ใหร้ ะบรุ ายช่อื รายงานทางวชิ าการ รายงานขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื ขอ้ มลู ขา่ วสารท่นี าํ มาใชใ้ นการพจิ ารณาไวด้ ว้ ย (๘) ขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ตามท่คี ณะกรรมการกาํ หนด ขอ้ มลู ขา่ วสารท่จี ดั ใหป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูไดต้ ามวรรคหน่งึ ถา้ มสี ่วนท่ตี อ้ งหา้ มมใิ หเ้ปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๕ อยู่ดว้ ย ใหล้ บหรอื ตดั ทอนหรอื ทาํ โดยประการอ่นื ใดท่ไี มเ่ ป็นการเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร นนั บคุ คลไมว่ า่ จะมสี ว่ นไดเ้สยี เก่ยี วขอ้ งหรอื ไมก่ ็ตาม ย่อมมสี ทิ ธเิ ขา้ ตรวจดู ขอสาํ เนาหรอื ขอสาํ เนาท่มี คี าํ รบั รองถกู ตอ้ งของขอ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ได้ ในกรณีท่สี มควรหน่วยงานของรฐั โดยความเหน็ ชอบของ คณะกรรมการ จะวางหลกั เกณฑเ์ รยี กค่าธรรมเนยี มในการนนั กไ็ ด้ ในการนใี หค้ าํ นงึ ถงึ การช่วยเหลอื ผูม้ ี รายไดน้ อ้ ยประกอบดว้ ย ทงั นี เวน้ แต่จะมกี ฎหมายเฉพาะบญั ญตั ไิ วเ้ป็นอย่างอ่นื คนต่างดา้ วจะมสี ทิ ธติ ามมาตรานเี พยี งใดใหเ้ป็นไปตามท่กี าํ หนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๑๐ บทบญั ญตั มิ าตรา ๗ และมาตรา ๙ ไมก่ ระทบถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่มี ี กฎหมายเฉพาะกาํ หนดใหม้ กี ารเผยแพร่หรอื เปิดเผย ดว้ ยวธิ กี ารอย่างอ่นื มาตรา ๑๑ นอกจากขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่ลี งพมิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษาแลว้ หรอื ท่จี ดั ไวใ้ ห้ ประชาชนเขา้ ตรวจดูไดแ้ ลว้ หรอื ท่มี กี ารจดั ใหป้ ระชาชนไดค้ น้ ควา้ ตามมาตรา ๒๖ แลว้ ถา้ บคุ คลใดขอขอ้ มลู ขา่ วสารอ่นื ใดของราชการและคาํ ขอของผูน้ นั ระบขุ อ้ มลู ขา่ วสารท่ตี อ้ งการในลกั ษณะท่อี าจเขา้ ใจไดต้ ามควร ให้ หน่วยงานของรฐั ผูร้ บั ผดิ ชอบจดั หาขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ใหแ้ ก่ผูข้ อภายในเวลาอนั สมควร เวน้ แต่ผูน้ นั ขอจาํ นวน มากหรอื บอ่ ยครงั โดยไมม่ เี หตผุ ลอนั สมควร ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการใดมสี ภาพท่อี าจบบุ สลายงา่ ย หน่วยงานของรฐั จะขอขยายเวลาในการจดั หา ใหห้ รอื จะจดั ทาํ สาํ เนาใหใ้ นสภาพอย่างหน่งึ อย่างใด เพ่อื มใิ หเ้กดิ ความเสยี หายแก่ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ก็ได้ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่หี น่วยงานของรฐั จดั หาใหต้ ามวรรคหน่งึ ตอ้ งเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารท่มี อี ยู่แลว้ ใน สภาพท่พี รอ้ มจะใหไ้ ด้ มใิ ช่เป็นการตอ้ งไปจดั ทาํ วเิ คราะห์ จาํ แนก รวบรวม หรอื จดั ใหม้ ขี นี ใหม่ เวน้ แต่เป็น การแปรสภาพเป็นเอกสารจากขอ้ มลู ขา่ วสารท่บี นั ทกึ ไวใ้ นระบบการบนั ทกึ ภาพหรอื เสยี ง ระบบคอมพวิ เตอร์ หรอื ระบบอ่นื ใด ทงั นี ตามท่คี ณะกรรมการกาํ หนด แต่ถา้ หน่วยงานของรฐั เหน็ วา่ กรณีท่ขี อนนั มใิ ช่การ แสวงหาผลประโยชนท์ างการคา้ และเป็นเร่อื งท่จี าํ เป็นเพ่อื ปกป้องสทิ ธเิ สรภี าพสาํ หรบั ผูน้ นั หรอื เป็นเร่อื งท่จี ะ เป็นประโยชนแ์ ก่สาธารณะ หน่วยงานของรฐั จะจดั หาขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ใหก้ ็ได้

167 บทบญั ญตั วิ รรคสามไมเ่ ป็นการหา้ มหน่วยงานของรฐั ท่จี ะจดั ใหม้ ขี อ้ มลู ขา่ วสารของราชการใดขนึ ใหม่ ใหแ้ ก่ผูร้ อ้ งขอ หากเป็นการสอดคลอ้ งดว้ ยอาํ นาจหนา้ ท่ตี ามปกตขิ องหน่วยงานของรฐั นนั อยู่แลว้ ใหน้ าํ ความในมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี มาใชบ้ งั คบั แก่การจดั หาขอ้ มลู ขา่ วสารให้ ตามมาตรานี โดยอนุโลม มาตรา ๑๒ ในกรณีท่มี ผี ูย้ ่นื คาํ ขอขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา ๑๑ แมว้ า่ ขอ้ มลู ขา่ วสารท่ี ขอจะอยู่ในความควบคมุ ดูแลของหน่วยงานส่วนกลาง หรอื ส่วนสาขาของหน่วยงานแหง่ นนั หรอื จะอยู่ในความ ควบคมุ ดูแลของหน่วยงานของรฐั แห่งอ่นื กต็ าม ใหห้ น่วยงานของรฐั ท่รี บั คาํ ขอใหค้ าํ แนะนาํ เพ่อื ไปย่นื คาํ ขอต่อ หน่วยงานของรฐั ท่คี วบคมุ ดูแลขอ้ มลู ขา่ วสารนนั โดยไมช่ กั ชา้ ถา้ หน่วยงานของรฐั ผูร้ บั คาํ ขอเหน็ วา่ ขอ้ มลู ขา่ วสารท่มี คี าํ ขอเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารท่จี ดั ทาํ โดยหน่วยงานของ รฐั แห่งอ่นื และไดร้ ะบหุ า้ มการเปิดเผยไวต้ ามระเบยี บท่กี าํ หนดตามมาตรา ๑๖ ใหส้ ่งคาํ ขอนนั ใหห้ น่วยงาน ของรฐั ผูจ้ ดั ทาํ ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั พจิ ารณาเพ่อื มคี าํ สง่ั ต่อไป

168 มาตรา ๑๓ ผูใ้ ดเหน็ วา่ หน่วยงานของรฐั ไมจ่ ดั พมิ พข์ อ้ มลู ขา่ วสารตามมาตรา ๗ หรอื ไมจ่ ดั ขอ้ มลู ขา่ วสารไวใ้ หป้ ระชาชนตรวจดูไดต้ ามมาตรา ๙ หรอื ไมจ่ ดั หาขอ้ มลู ขา่ วสารใหแ้ ก่ตนตามมาตรา ๑๑ หรอื ฝ่าฝืน หรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี หรอื ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ลี า่ ชา้ หรอื เหน็ วา่ ตนไมไ่ ดร้ บั ความสะดวกโดยไมม่ เี หตอุ นั สมควร ผูน้ นั มสี ทิ ธริ อ้ งเรยี นต่อคณะกรรมการ เวน้ แต่เป็นเร่อื งเก่ยี วกบั การมคี าํ สง่ั มใิ หเ้ปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร ตามมาตรา ๑๕ หรอื คาํ สง่ั ไมร่ บั ฟงั คาํ คดั คา้ นตามมาตรา ๑๗ หรอื คาํ สง่ั ไมแ่ กไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบ ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลตามมาตรา ๒๕ ในกรณีท่มี กี ารรอ้ งเรยี นต่อคณะกรรมการตามวรรคหน่งึ คณะกรรมการตอ้ งพจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ท่ไี ดร้ บั คาํ รอ้ งเรยี น ในกรณีท่มี เี หตจุ าํ เป็นใหข้ ยายเวลาออกไปได้ แต่ตอ้ งแสดง เหตผุ ลและรวมเวลาทงั หมดแลว้ ตอ้ งไมเ่ กนิ หกสบิ วนั หมวด ๒ ขอ้ มูลข่าวสารท่ไี ม่ตอ้ งเปิ ดเผย _______________ มาตรา ๑๔ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่อี าจก่อใหเ้กดิ ความเสยี หายต่อสถาบนั พระมหากษตั รยิ จ์ ะ เปิดเผยมไิ ด้ มาตรา ๑๕ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่มี ลี กั ษณะอย่างหน่งึ อย่างใดดงั ต่อไปนี หน่วยงานของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั อาจมคี าํ สง่ั มใิ หเ้ปิดเผยกไ็ ด้ โดยคาํ นงึ ถงึ การปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ตี ามกฎหมายของหน่วยงานของรฐั ประโยชนส์ าธารณะ และประโยชนข์ องเอกชนท่เี ก่ยี วขอ้ งประกอบกนั (๑) การเปิดเผยจะก่อใหเ้กดิ ความเสยี หายต่อความมน่ั คงของประเทศ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งประเทศ และความมน่ั คงในทางเศรษฐกจิ หรอื การคลงั ของประเทศ (๒) การเปิดเผยจะทาํ ใหก้ ารบงั คบั ใชก้ ฎหมายเส่อื มประสทิ ธภิ าพ หรอื ไมอ่ าจสาํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ ได้ ไมว่ า่ จะเก่ยี วกบั การฟ้องคดี การป้องกนั การปราบปราม การทดสอบ การตรวจสอบ หรอื การรู ้ แหลง่ ท่มี าของขอ้ มลู ขา่ วสารหรอื ไมก่ ต็ าม (๓) ความเหน็ หรอื คาํ แนะนาํ ภายในหน่วยงานของรฐั ในการดาํ เนนิ การเร่อื งหน่งึ เร่อื งใด แต่ทงั นไี ม่ รวมถงึ รายงานทางวชิ าการ รายงานขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื ขอ้ มลู ขา่ วสารท่นี าํ มาใชใ้ นการทาํ ความเหน็ หรอื คาํ แนะนาํ ภายในดงั กลา่ ว (๔) การเปิดเผยจะก่อใหเ้กดิ อนั ตรายต่อชวี ติ หรอื ความปลอดภยั ของบคุ คลหน่งึ บคุ คลใด

169 (๕) รายงานการแพทยห์ รอื ขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลซ่งึ การเปิดเผยจะเป็นการรุกลาํ สทิ ธสิ ว่ นบคุ คลโดย ไมส่ มควร (๖) ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่มี กี ฎหมายคมุ้ ครองมใิ หเ้ปิดเผย หรอื ขอ้ มลู ขา่ วสารท่มี ผี ูใ้ หม้ าโดยไม่ ประสงคใ์ หท้ างราชการนาํ ไปเปิดเผยต่อผูอ้ ่นื (๗) กรณีอ่นื ตามท่กี าํ หนดใหพ้ ระราชกฤษฎกี า คาํ สง่ั มใิ หเ้ปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการจะกาํ หนดเง่อื นไขอย่างใดกไ็ ด้ แต่ตอ้ งระบไุ วด้ ว้ ยวา่ ท่ี เปิดเผยไมไ่ ดเ้พราะเป็ขอ้ มลู ขา่ วสารประเภทใดและเพราะเหตใุ ด และใหถ้ อื วา่ การมคี าํ สง่ั เปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการเป็นดลุ พนิ จิ โดยเฉพาะของเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ตามลาํ ดบั สายการบงั คบั บญั ชา แต่ผูข้ ออาจ อทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารไดต้ ามท่กี าํ หนดในพระราชบญั ญตั นิ ี มาตรา ๑๖ เพ่อื ใหเ้กดิ ความชดั เจนในทางปฏบิ ตั วิ า่ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการจะเปิดเผยต่อบคุ คลใดได้ หรอื ไมภ่ ายใตเ้ง่อื นไขเช่นใด และสมควรมวี ธิ รี กั ษามใิ หร้ ว่ั ไหลใหห้ น่วยงานของรฐั กาํ หนดวธิ กี ารคมุ้ ครอง ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ทงั นี ตามระเบยี บท่คี ณะรฐั มนตรกี าํ หนดวา่ ดว้ ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ มาตรา ๑๗ ในกรณีท่เี จา้ หนา้ ท่ขี องรฐั เหน็ วา่ การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการใดอาจกระทบถงึ ประโยชนไ์ ดเ้สยี ของผูใ้ ด ใหเ้จา้ หนา้ ท่ขี องรฐั แจง้ ใหผ้ ูน้ นั เสนอ คาํ คดั คา้ นภายในเวลาท่กี าํ หนด แต่ตอ้ งใหเ้วลาอนั สมควรท่ผี ูน้ นั อาจเสนอคาํ คดั คา้ นได้ ซ่งึ ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สบิ หา้ วนั นบั แต่วนั ท่ไี ดร้ บั แจง้ ผูท้ ่ไี ดร้ บั แจง้ ตามวรรคหน่งึ หรอื ผูท้ ่ที ราบวา่ การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการใดอาจกระทบถงึ ประโยชนไ์ ดเ้สยี ของตน มสี ทิ ธคิ ดั คา้ นการเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ไดโ้ ดยทาํ เป็นหนงั สอื ถงึ เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ผูร้ บั ผดิ ชอบ ในกรณีท่มี กี ารคดั คา้ น เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ผูร้ บั ผดิ ชอบตอ้ งพจิ ารณาคาํ คดั คา้ นและแจง้ ผลการพจิ ารณา ใหผ้ ูค้ ดั คา้ นทราบโดยไมช่ กั ชา้ ในกรณีท่มี คี าํ สง่ั ไมร่ บั ฟงั คาํ คดั คา้ น เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั จะเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร นนั มไิ ดจ้ นกวา่ จะลว่ งพน้ กาํ หนดเวลาอทุ ธรณต์ ามมาตรา ๑๘ หรอื จนกวา่ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผย ขอ้ มลู ขา่ วสารไดม้ คี าํ วนิ จิ ฉยั ใหเ้ปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ได้ แลว้ แต่กรณี

170 มาตรา ๑๘ ในกรณีท่เี จา้ หนา้ ท่ขี องรฐั มคี าํ สง่ั มใิ หเ้ปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารใดตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๕ หรอื มคี าํ สง่ั ไมร่ บั ฟงั คาํ คดั คา้ นของผูม้ ปี ระโยชนไ์ ดเ้สยี ตามมาตรา ๑๗ ผูน้ นั อาจอทุ ธรณต์ ่อ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารภายในสบิ หา้ วนั นบั แต่วนั ท่ไี ดร้ บั แจง้ คาํ สง่ั นนั โดยย่นื คาํ อทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการ มาตรา ๑๙ การพจิ ารณาเก่ยี วกบั ขอ้ มลู ขา่ วสารท่มี คี าํ สง่ั มใิ หเ้ปิดเผยนนั ไมว่ า่ จะเป็นการพจิ ารณาของ คณะกรรมการ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารหรอื ศาลก็ได้ จะตอ้ งดาํ เนนิ กระบวนการ พจิ ารณาโดยมใิ หข้ อ้ มลู ขา่ วสารนนั เปิดเผยแก่บคุ คลอ่นื ใดท่ไี มจ่ าํ เป็นแก่การพจิ ารณาและในกรณีท่จี าํ เป็นจะ พจิ ารณาลบั หลงั คู่กรณีหรอื คู่ความฝ่ายใดกไ็ ด้ มาตรา ๒๐ การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารใด แมจ้ ะเขา้ ขา่ ยตอ้ งมคี วามรบั ผดิ ชอบตามกฎหมายใด ใหถ้ อื วา่ เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ไมต่ อ้ งรบั ผดิ หากเป็นการกระทาํ โดยสุจรติ ในกรณีดงั ต่อไปนี (๑) ขอ้ มลู ขา่ วสารตามมาตรา ๑๕ ถา้ เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ไดด้ าํ เนนิ การโดยถกู ตอ้ งตามระเบยี บตามมาตรา ๑๖ (๒) ขอ้ มลู ขา่ วสารตามมาตรา ๑๕ ถา้ เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ในระดบั ตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวงมคี าํ สง่ั ให้ เปิดเผยเป็นการทว่ั ไปหรอื เฉพาะแก่บคุ คลใด เพ่อื ประโยชนอ์ นั สาํ คญั ย่งิ กวา่ ท่เี ก่ยี วกบั ประโยชนส์ าธารณะ หรอื ชวี ติ ร่างกาย สุขภาพ หรอื ประโยชนอ์ ่นื ของบคุ คล และคาํ สง่ั นนั ไดก้ ระทาํ โดยสมควรแก่เหตุ ในการนี จะมกี ารกาํ หนดขอ้ จาํ กดั หรอื เง่อื นไขในการใชข้ อ้ มลู ขา่ วสารนนั ตามความเหมาะสมก็ได้ การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ไมเ่ ป็นเหตใุ หห้ น่วยงานของรฐั พน้ จากความรบั ผดิ ตาม กฎหมายหากจะพงึ มใี นกรณีดงั กลา่ ว หมวด ๓ ขอ้ มูลข่าวสารสว่ นบคุ คล ______________ มาตรา ๒๑ เพ่อื ประโยชนแ์ หง่ หมวดนี “บคุ คล” หมายความวา่ บคุ คลธรรมดา ท่มี สี ญั ชาตไิ ทย และบคุ คลธรรมดาท่ไี มม่ สี ญั ชาตไิ ทยแต่มถี ่นิ ท่อี ยู่ในประเทศไทย

171 มาตรา ๒๒ สาํ นกั ขา่ วกรองแห่งชาติ สาํ นกั งานสภาความมน่ั คงแห่งชาติ และหน่วยงานของรฐั แห่ง อ่นื ตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง อาจออกระเบยี บโดยความเหน็ ชอบของคณะกรรมการกาํ หนดหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเง่อื นไขท่มี ใิ หน้ าํ บทบญั ญตั วิ รรคหน่งึ (๓) ของมาตรา ๒๓ มาใชบ้ งั คบั กบั ขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ น บคุ คลท่อี ยู่ในความควบคมุ ดูแลของหน่วยงานดงั กลา่ วกไ็ ด้ หน่วยงานของรฐั แห่งอ่นื ท่จี ะกาํ หนดในกฎกระทรวงตามวรรคหน่งึ นนั ตอ้ งเป็นหน่วยงานของรฐั ซ่งึ การ เปิดเผยประเภทขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่งึ (๓) จะเป็นอปุ สรรครา้ ยแรงต่อการ ดาํ เนนิ การของหน่วยงานดงั กลา่ ว มาตรา ๒๓ หน่วยงานของรฐั ตอ้ งปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกบั การจดั ระบบขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลดงั ต่อไปนี (๑) ตอ้ งจดั ใหม้ รี ะบบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลเพยี งเท่าท่เี ก่ยี วขอ้ ง และจาํ เป็นเพ่อื การดาํ เนนิ งานของ หน่วยงานของรฐั ใหส้ าํ เรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคเ์ ท่านนั และยกเลกิ การจดั ใหม้ รี ะบบดงั กลา่ วเม่อื หมดความจาํ เป็น (๒) พยายามเก็บขอ้ มลู ขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของขอ้ มลู โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในกรณีท่จี ะกระทบถงึ ประโยชนไ์ ดเ้สยี โดยตรงของบคุ คลนนั (๓) จดั ใหม้ กี ารพมิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษา และตรวจสอบแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ งอยู่เสมอเก่ยี วกบั ส่งิ ดงั ต่อไปนี (ก) ประเภทของบคุ คลท่มี กี ารเก็บขอ้ มลู ไว้ (ข) ประเภทของระบบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คล (ค) ลกั ษณะการใชข้ อ้ มลู ตามปกติ (ง) วธิ กี ารขอตรวจดูขอ้ มลู ขา่ วสารของเจา้ ของขอ้ มลู (จ) วธิ กี ารขอใหแ้ กไ้ ขเปล่ยี นแปลงขอ้ มลู (ฉ) แหลง่ ท่มี าของขอ้ มลู (๔) ตรวจสอบแกไ้ ขขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลในความรบั ผดิ ชอบใหถ้ กู ตอ้ งอยู่เสมอ (๕) จดั ระบบรกั ษาความปลอดภยั ใหแ้ ก่ระบบขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คล ตามความเหมาะสม เพ่อื ป้องกนั มใิ หม้ กี ารนาํ ไปใชโ้ ดยไมเ่ หมาะสมหรอื เป็นผลรา้ ยต่อเจา้ ของขอ้ มลู ในกรณีท่เี ก็บขอ้ มลู ขา่ วสารโดยตรงจากเจา้ ของขอ้ มลู หน่วยงานของรฐั ตอ้ งแจง้ ใหเ้จา้ ของขอ้ มลู ทราบ ลว่ งหนา้ หรอื พรอ้ มกบั การขอขอ้ มลู ถงึ วตั ถปุ ระสงคท์ ่จี ะนาํ ขอ้ มลู มาใช้ ลกั ษณะการใชข้ อ้ มลู ตามปกติ และ กรณีท่ขี อขอ้ มลู นนั เป็นกรณีท่อี าจใหข้ อ้ มลู ไดโ้ ดยความสมคั รใจหรอื เป็นกรณีมกี ฎหมายบงั คบั หน่วยงานของรฐั ตอ้ งแจง้ ใหเ้จา้ ของขอ้ มลู ทราบในกรณีมกี ารใหจ้ ดั ส่งขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลไปยงั ท่ี ใดซ่งึ จะเป็นผลใหบ้ คุ คลทว่ั ไปทราบขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ได้ เวน้ แต่เป็นไปตามลกั ษณะการใชข้ อ้ มลู ตามปกติ

172 มาตรา ๒๔ หน่วยงานของรฐั จะเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลท่อี ยู่ในความควบคมุ ดูแลของตนต่อ หน่วยงานของรฐั แห่งอ่นื หรอื ผูอ้ ่นื โดยปราศจากความยนิ ยอมเป็นหนงั สอื ของเจา้ ของขอ้ มลู ท่ใี หไ้ วล้ ว่ งหนา้ หรอื ในขณะนนั มไิ ด้ เวน้ แต่เป็นการเปิดเผยดงั ต่อไปนี (๑) ต่อเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ในหน่วยงานของตน เพ่อื การนาํ ไปใชต้ ามอาํ นาจหนา้ ท่ขี องหน่วยงานของรฐั แห่ง นนั (๒) เป็นการใชข้ อ้ มลู ตามปกตภิ ายในวตั ถปุ ระสงคข์ องการจดั ใหม้ รี ะบบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลนนั (๓) ต่อหน่วยงานของรฐั ท่ที าํ งานดว้ ยการวางแผน หรอื การสถติ ิ หรอื สาํ มะโนต่างๆ ซ่งึ มหี นา้ ท่ตี อ้ ง รกั ษาขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลไวไ้ มใ่ หเ้ปิดเผยต่อไปยงั ผูอ้ ่นื (๔) เป็นการใหเ้พ่อื ประโยชนใ์ นการศึกษาวจิ ยั โดยไมร่ ะบชุ ่อื หรอื สว่ นท่ที าํ ใหร้ ูว้ า่ เป็นขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ น บคุ คลท่เี ก่ยี วกบั บคุ คลใด (๕) ต่อหอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรมศิลปากร หรอื หน่วยงานอ่นื ของรฐั ตามมาตรา ๒๖ วรรคหน่งึ เพ่อื การตรวจดูคณุ ค่าในการเก็บรกั ษา (๖) ต่อเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั เพ่อื การป้องกนั การฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย การสบื สวน การ สอบสวน หรอื การฟ้องคดี ไมว่ า่ เป็นคดปี ระเภทใดกต็ าม (๗) เป็นการใหซ้ ่งึ จาํ เป็น เพ่อื การป้องกนั หรอื ระงบั อนั ตรายต่อชวี ติ หรอื สุขภาพของบคุ คล (๘) ต่อศาล และเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั หรอื หน่วยงานของรฐั หรอื บคุ คลท่มี อี าํ นาจตามกฎหมายท่จี ะขอ ขอ้ เทจ็ จรงิ ดงั กลา่ ว (๙) กรณีอ่นื ตามท่กี าํ หนดในพระราชกฤษฎกี า การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลตามวรรคหน่งึ (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ใหม้ กี ารจดั ทาํ บญั ชแี สดงการเปิดเผยกาํ กบั ไวก้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๕ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ บคุ คลย่อมมสี ทิ ธทิ ่จี ะไดร้ ูถ้ งึ ขอ้ มลู ขา่ วสาร สว่ นบคุ คลท่เี ก่ยี วกบั ตน และเม่อื บคุ คลนนั มคี าํ ขอเป็นหนงั สอื หน่วยงานของรฐั ท่คี วบคมุ ดูแลขอ้ มลู ขา่ วสาร นนั จะตอ้ งใหบ้ คุ คลนนั หรอื ผูก้ ระทาํ การแทนบคุ คลนนั ไดต้ รวจดูหรอื ไดร้ บั สาํ เนาขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ นบคุ คลสว่ น ท่เี ก่ยี วกบั บคุ คลนนั และใหน้ าํ มาตรา ๙ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม การเปิดเผยรายงานการแพทยท์ ่เี ก่ยี วกบั บคุ คลใด ถา้ กรณีมเี หตอุ นั ควรเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั จะเปิดเผยต่อ เฉพาะแพทยท์ ่บี คุ คลนนั มอบหมายกไ็ ด้ ถา้ บคุ คลใดเหน็ วา่ ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลท่เี ก่ยี วกบั ตนสว่ นใดไมถ่ กู ตอ้ งตามท่เี ป็นจรงิ ใหม้ สี ทิ ธยิ ่นื คาํ ขอเป็นหนงั สอื ใหห้ น่วยงานของรฐั ท่คี วบคมุ ดูแลขอ้ มลู ขา่ วสารแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบขอ้ มลู ขา่ วสารสว่ น นนั ได้ ซ่งึ หน่วยงานของรฐั จะตอ้ งพจิ ารณาคาํ ขอดงั กลา่ ว และแจง้ ใหบ้ คุ คลนนั ทราบโดยไมช่ กั ชา้

173 ในกรณีท่หี น่วยงานของรฐั ไมแ่ กไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบขอ้ มลู ขา่ วสารใหต้ รงตามท่มี คี าํ ขอ ใหผ้ ูน้ นั มี สทิ ธอิ ทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ไดร้ บั แจง้ คาํ สง่ั ไม่ ยนิ ยอมแกไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบขอ้ มลู ขา่ วสาร โดยย่นื คาํ อทุ ธรณต์ ่อคณะกรรมการ และไมว่ า่ กรณีใดๆ ใหเ้จา้ ของขอ้ มลู มสี ทิ ธริ อ้ งขอใหห้ น่วยงานของรฐั หมายเหตคุ าํ ขอของตนแนบไวก้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลท่ี เก่ยี วขอ้ งได้ ใหบ้ คุ คลตามท่กี าํ หนดในกฎกระทรวงมสี ทิ ธดิ าํ เนนิ การตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรานแี ทน ผูเ้ยาว์ คนไรค้ วามสามารถ คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ หรอื เจา้ ของขอ้ มลู ท่ถี งึ แก่กรรมแลว้ กไ็ ด้ หมวด ๔ เอกสารประวตั ศิ าสตร์ ___________ มาตรา ๒๖ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่หี น่วยงานของรฐั ไมป่ ระสงคจ์ ะเกบ็ รกั ษาหรอื มอี ายุครบ กาํ หนดตามวรรคสองนบั แต่วนั ท่เี สรจ็ สนิ การจดั ใหม้ ขี อ้ มลู ขา่ วสารนนั ใหห้ น่วยงานของรฐั สง่ มอบใหแ้ ก่หอ จดหมายเหตแุ หง่ ชาติ กรมศิลปากรหรอื หน่วยงานอ่นื ของรฐั ตามท่กี าํ หนดในพระราชกฤษฎกี า เพ่อื คดั เลอื กไว้ ใหป้ ระชาชนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ กาํ หนดเวลาตอ้ งสง่ ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามวรรคหน่งึ ใหแ้ ยกประเภท ดงั นี (๑) ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา ๑๔ เม่อื ครบเจด็ สบิ หา้ ปี (๒) ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามมาตรา ๑๕ เม่อื ครบย่สี บิ ปี กาํ หนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปไดใ้ นกรณีดงั ต่อไปนี (๑) หน่วยงานของรฐั ยงั จาํ เป็นตอ้ งเกบ็ รกั ษาขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการไวเ้องเพ่อื ประโยชนใ์ นการใช้ สอย โดยตอ้ งจดั เกบ็ และจดั ใหป้ ระชาชนไดศ้ ึกษาคน้ ควา้ ตามท่จี ะตกลงกบั หอจดหมายเหตแุ ห่งชาติ กรม ศิลปากร (๒) หน่วยงานของรฐั เหน็ วา่ ขอ้ มลู ขา่ วสารนนั ยงั ไมค่ วรเปิดเผย โดยมคี าํ สง่ั ขยายเวลากาํ กบั ไวเ้ป็น การเฉพาะราย คาํ สง่ั การขยายเวลานนั ใหก้ าํ หนดระยะเวลาไวด้ ว้ ย แต่จะกาํ หนดเกนิ คราวละหา้ ปีไมไ่ ด้ การตรวจสอบหรอื ทบทวนมใิ หม้ กี ารขยายเวลาไมเ่ ปิดเผยจนเกนิ ความจาํ เป็น ใหเ้ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารท่กี าํ หนดในกฎกระทรวง

174 บทบญั ญตั ติ ามมาตรานี มใิ หใ้ ชบ้ งั คบั กบั ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการตามท่คี ณะรฐั มนตรอี อกระเบยี บ กาํ หนดใหห้ น่วยงานของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั จะตอ้ งทาํ ลายหรอื อาจทาํ ลายไดโ้ ดยไมต่ อ้ งเกบ็ รกั ษา หมวด ๕ คณะกรรมการขอ้ มูลข่าวสารของราชการ ______________ มาตรา ๒๗ ใหม้ คี ณะกรรมการขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ ประกอบดว้ ยรฐั มนตรี ซ่งึ นายกรฐั มนตรมี อบหมายเป็นประธาน ปลดั สาํ นกั นายกรฐั มนตรี ปลดั กระทรวงกลาโหม ปลดั กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ปลดั กระทรวงการคลงั ปลดั กระทรวงการต่างประเทศ ปลดั กระทรวงมหาดไทย ปลดั กระทรวงพาณิชย์ เลขาธกิ ารคณะกรรมการกฤษฎกี า เลขาธกิ ารคณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น เลขาธกิ ารสภาความมน่ั คงแห่งชาติ เลขาธกิ ารสภาผูแ้ ทนราษฎร ผูอ้ าํ นวยการสาํ นกั ขา่ วกรองแหง่ ชาติ ผูอ้ าํ นวยการสาํ นกั งบประมาณ และผูท้ รงคณุ วุฒอิ ่นื จากภาครฐั และภาคเอกชน ซ่งึ คณะรฐั มนตรแี ต่งตงั อกี เกา้ คนเป็นกรรมการ ใหป้ ลดั สาํ นกั นายกรฐั มนตรแี ต่งตงั ขา้ ราชการของสาํ นกั งานปลดั สาํ นกั นายกรฐั มนตรคี นหน่งึ เป็น เลขานุการ และอกี สองคนเป็นผูช้ ่วยเลขานุการ มาตรา ๒๘ คณะกรรมการมอี าํ นาจหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปนี (๑) สอดสอ่ งดูแล และใหค้ าํ แนะนาํ เก่ยี วกบั การดาํ เนนิ งานของเจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั และหน่วยงานของรฐั ในการปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี (๒) ใหค้ าํ ปรกึ ษาแก่เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั หรอื หน่วยงานของรฐั เก่ยี วกบั การปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี ตามท่ไี ดร้ บั คาํ ขอ (๓) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎกี า และการออกกฎกระทรวง หรอื ระเบยี บของคณะรฐั มนตรี ตามพระราชบญั ญตั นิ ี (๔) พจิ ารณาและใหค้ วามเหน็ เร่อื งรอ้ งเรยี นตามมาตรา ๑๓ (๕) จดั ทาํ รายงานเก่ยี วกบั การปฏบิ ตั ติ ามพระราชบญั ญตั นิ ี เสนอคณะรฐั มนตรเี ป็นครงั คราวตาม ความเหมาะสม แต่อย่างนอ้ ยปีละหน่งึ ครงั (๖) ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่อี ่นื ตามท่กี าํ หนดในพระราชบญั ญตั นิ ี (๗) ดาํ เนนิ การเร่อื งอ่นื ตามท่คี ณะรฐั มนตรหี รอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย

175 มาตรา ๒๙ กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒซิ ่งึ ไดร้ บั แต่งตงั ตามมาตรา ๒๗ มวี าระอยู่ในตาํ แหน่งคราวละ สามปีนบั แต่วนั ท่ไี ดร้ บั แต่งตงั ผูท้ ่พี น้ จากตาํ แหน่งแลว้ อาจไดร้ บั แต่งตงั ใหมไ่ ด้ มาตรา ๓๐ นอกจากการพน้ จากตาํ แหน่งตามวาระ กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒซิ ่งึ ไดร้ บั แต่งตงั ตาม มาตรา ๒๗ พน้ จากตาํ แหน่ง เม่อื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรฐั มนตรใี หอ้ อกเพราะมคี วามประพฤตเิ ส่อื มเสยี บกพร่อง หรอื ไมส่ ุจรติ ต่อหนา้ ท่ี หรอื หย่อนความสามารถ (๔) เป็นบคุ คลลม้ ละลาย (๕) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ (๖) ไดร้ บั โทษจาํ คกุ โดยคาํ พพิ ากษาถงึ ท่สี ุดใหจ้ าํ คกุ เวน้ แต่เป็นโทษสาํ หรบั ความผดิ ท่ไี ดก้ ระทาํ โดย ประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ มาตรา ๓๑ การประชมุ ของคณะกรรมการ ตอ้ งมกี รรมการมาประชมุ ไมน่ อ้ ยกวา่ ก่งึ หน่งึ ของจาํ นวน กรรมการทงั หมดจงึ จะเป็นองคป์ ระชมุ ใหป้ ระธานกรรมการเป็นประธานในท่ปี ระชมุ ถา้ ประธานกรรมการไมม่ าประชมุ หรอื ไมอ่ าจปฏบิ ตั ิ หนา้ ท่ไี ด้ ใหก้ รรมการท่มี าประชมุ เลอื กกรรมการคนหน่งึ เป็นประธานในท่ปี ระชมุ การวนิ จิ ฉยั ชขี าดของท่ปี ระชมุ ใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก กรรมการคนหน่งึ ใหม้ เี สยี งหน่งึ ในการลงคะแนน ถา้ คะแนนเสยี งเท่ากนั ใหป้ ระธานในท่ปี ระชมุ ออกเสยี งเพ่มิ ขนึ อกี เสยี งหน่งึ เป็นเสยี งชขี าด มาตรา ๓๒ ใหค้ ณะกรรมการมอี าํ นาจเรยี กใหบ้ คุ คลใดมาใหถ้ อ้ ยคาํ หรอื ใหส้ ง่ วตั ถุ เอกสาร หรอื พยานหลกั ฐานมาประกอบการพจิ ารณาได้ มาตรา ๓๓ ในกรณีท่หี น่วยงานของรฐั ปฏเิ สธวา่ ไมม่ ขี อ้ มลู ขา่ วสารตามท่มี คี าํ ขอไมว่ า่ จะเป็นกรณี มาตรา ๑๑ หรอื มาตรา ๒๕ ถา้ ผูม้ คี าํ ขอไมเ่ ช่อื วา่ เป็นความจรงิ และรอ้ งเรยี นต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ ใหค้ ณะกรรมการมอี าํ นาจเขา้ ดาํ เนนิ การตรวจสอบขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการท่เี ก่ยี วขอ้ งได้ และแจง้ ผล การตรวจสอบใหผ้ ูร้ อ้ งเรยี นทราบ หน่วยงานของรฐั หรอื เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั ตอ้ งยนิ ยอมใหค้ ณะกรรมการหรอื ผูซ้ ่งึ คณะกรรมการมอบหมาย เขา้ ตรวจสอบขอ้ มลู ขา่ วสารท่อี ยู่ในความครอบครองของตนได้ ไมว่ า่ จะเป็นขอ้ มลู ขา่ วสารท่เี ปิดเผยไดห้ รอื ไมก่ ็ ตาม มาตรา ๓๔ คณะกรรมการจะแต่งตงั คณะอนุกรรมการเพ่อื พจิ ารณาหรอื ปฏบิ ตั งิ านอย่างใดอย่างหน่งึ ตามท่คี ณะกรรมการมอบหมายก็ไดแ้ ละใหน้ าํ ความในมาตรา ๓๑ มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม

176 หมวด ๖ คณะกรรมการวนิ ิจฉยั การเปิดเผยขอ้ มูลข่าวสาร ________________ มาตรา ๓๕ ใหม้ คี ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารสาขาต่างๆ ตามความเหมาะสม ซ่งึ คณะรฐั มนตรแี ต่งตงั ตามขอ้ เสนอของคณะกรรมการ มอี าํ นาจหนา้ ท่พี จิ ารณาวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณค์ าํ สง่ั มใิ ห้ เปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารตามมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๕ หรอื คาํ สง่ั ไมร่ บั ฟงั คาํ คดั คา้ นตามมาตรา ๑๗ และ คาํ สง่ั ไมแ่ กไ้ ขเปล่ยี นแปลงหรอื ลบขอ้ มลู ขา่ วสารส่วนบคุ คลตามมาตรา ๒๕ การแต่งตงั คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ใหแ้ ต่งตงั ตามสาขาความ เช่ยี วชาญเฉพาะดา้ นของขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ เช่น ความมน่ั คงของประเทศ เศรษฐกจิ และการคลงั ของประเทศ หรอื การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย มาตรา ๓๖ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร คณะหน่งึ ๆ ประกอบดว้ ยบคุ คลตาม ความจาํ เป็น แต่ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สามคน และใหข้ า้ ราชการท่คี ณะกรรมการแต่งตงั ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่เี ป็นเลขานุการ และผูช้ ่วยเลขานุการ ในกรณีพจิ ารณาเก่ยี วกบั ขอ้ มลู ขา่ วสารของหน่วยงานของรฐั แหง่ ใด กรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารซ่งึ มาจากหน่วยงานของรฐั แหง่ นนั จะเขา้ ร่วมพจิ ารณาดว้ ยไมไ่ ด้ กรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร จะเป็นเลขานุการหรอื ผูช้ ่วยเลขานุการไมไ่ ด้ มาตรา ๓๗ ใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาสง่ คาํ อทุ ธรณใ์ หค้ ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร โดยคาํ นงึ ถงึ ความเช่ยี วชาญเฉพาะดา้ นของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารแต่ละ สาขาภายในเจด็ วนั นบั แต่วนั ท่คี ณะกรรมการไดร้ บั คาํ อทุ ธรณ์ คาํ วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารใหเ้ป็นท่สี ุด และในการมคี าํ วนิ จิ ฉยั จะมี ขอ้ สงั เกตเสนอต่อคณะกรรมการเพ่อื ใหห้ น่วยงานของรฐั ท่เี ก่ยี วขอ้ งปฏบิ ตั เิ ก่ยี วกบั กรณีใดตามท่เี หน็ สมควรก็ ได ้ ใหน้ าํ ความในมาตรา ๑๓ วรรคสอง มาใชบ้ งั คบั แก่การพจิ ารณาอทุ ธรณข์ องคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารโดยอนุโลม มาตรา ๓๘ อาํ นาจหนา้ ท่ขี องคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสาร แต่ละสาขา วธิ ี พจิ ารณาและวนิ จิ ฉยั และองคค์ ณะในการพจิ ารณาและวนิ จิ ฉยั ใหเ้ป็นไปตามระเบยี บท่คี ณะกรรมการ กาํ หนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

177 มาตรา ๓๙ ใหน้ าํ บทบญั ญตั มิ าตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๒ และบทกาํ หนดโทษท่ปี ระกอบ กบั บทบญั ญตั ดิ งั กลา่ วมาใชบ้ งั คบั กบั คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั การเปิดเผยขอ้ มลู ขา่ วสารโดยอนุโลม หมวด ๗ บทกาํ หนดโทษ _______________ มาตรา ๔๐ ผูใ้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามคาํ สง่ั ของคณะกรรมการท่สี ง่ั ตามมาตรา ๓๒ ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กนิ สามเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หา้ พนั บาท หรอื ทงั จาํ ทงั ปรบั มาตรา ๔๑ ผูใ้ ดฝ่าฝืนหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ จาํ กดั หรอื เง่อื นไขท่เี จา้ หนา้ ท่ขี องรฐั กาํ หนดตามมาตรา ๒๐ ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กนิ หน่งึ ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ สองหม่นื บาท หรอื ทงั จาํ ทงั ปรบั บทเฉพาะกาล _____________ มาตรา ๔๒ บทบญั ญตั มิ าตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ มใิ หใ้ ชบ้ งั คบั กบั ขอ้ มลู ขา่ วสารของ ราชการท่เี กดิ ขนึ ก่อนวนั ท่พี ระราชบญั ญตั นิ ใี ชบ้ งั คบั ใหห้ น่วยงานของรฐั จดั พมิ พข์ อ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ หรอื จดั ใหม้ ขี อ้ มลู ขา่ วสารตามวรรคหน่งึ ไว้ เพ่อื ใหป้ ระชาชนเขา้ ตรวจดูได้ แลว้ แต่กรณี ทงั นี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่คี ณะกรรมการจะไดก้ าํ หนด มาตรา ๔๓ ใหร้ ะเบยี บวา่ ดว้ ยการรกั ษาความปลอดภยั แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ ในส่วนท่เี ก่ยี วกบั ขอ้ มลู ขา่ วสารของราชการ ยงั คงใชบ้ งั คบั ต่อไปไดเ้ท่าท่ไี มข่ ดั หรอื แยง้ ต่อพระราชบญั ญตั นิ ี เวน้ แต่ระเบยี บท่ี คณะรฐั มนตรกี าํ หนดตามมาตรา ๑๖ จะไดก้ าํ หนดเป็นอย่างอ่นื ผูร้ บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก ชวลติ ยงใจยุทธ นายกรฐั มนตรี หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั นี คอื ในระบอบประชาธปิ ไตย การใหป้ ระชาชน มโี อกาสกวา้ งขวางในการไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสารเก่ยี วกบั การดาํ เนนิ การต่างๆ ของรฐั เป็นส่งิ จาํ เป็น เพ่อื ท่ี

เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๒๗ ก 178 ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ หนา ๔ ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญัติ วาดว ยการกระทาํ ความผิดเกีย่ วกบั คอมพิวเตอร พ.ศ. ๒๕๕๐ ภมู ิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ ว ณ วนั ที่ ๑๐ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เปน ปท ่ี ๖๒ ในรชั กาลปจจุบนั พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลา ฯ ใหป ระกาศวา โดยทเ่ี ปนการสมควรมกี ฎหมายวาดว ยการกระทาํ ความผดิ เกี่ยวกับคอมพวิ เตอร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานิติบัญญัตแิ หง ชาติ ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติวาดวยการกระทําความผิดเกี่ยวกับ คอมพวิ เตอร พ.ศ. ๒๕๕๐” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับเม่ือพนกําหนดสามสิบวันนับแตวันประกาศ ในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตน ไป มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั นิ ้ี “ระบบคอมพิวเตอร” หมายความวา อุปกรณหรอื ชุดอปุ กรณของคอมพิวเตอรท่ีเชื่อมการทํางาน เขาดวยกัน โดยไดมีการกําหนดคําสั่ง ชุดคําส่ัง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานใหอุปกรณ หรือชดุ อปุ กรณท ําหนาท่ีประมวลผลขอมูลโดยอัตโนมตั ิ

179 เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา ๕ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา “ขอ มลู คอมพิวเตอร” หมายความวา ขอมูล ขอความ คําสั่ง ชุดคําส่ัง หรือสิ่งอื่นใดบรรดา ทอ่ี ยูใ นระบบคอมพวิ เตอรในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอรอาจประมวลผลได และใหหมายความรวมถึง ขอมูลอิเล็กทรอนกิ สตามกฎหมายวาดวยธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ สด วย “ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร” หมายความวา ขอมูลเก่ียวกับการติดตอส่ือสารของระบบ คอมพิวเตอร ซ่ึงแสดงถึงแหลงกําเนิด ตนทาง ปลายทาง เสนทาง เวลา วันที่ ปริมาณ ระยะเวลา ชนิดของบรกิ าร หรืออืน่ ๆ ที่เกีย่ วขอ งกบั การติดตอ สอื่ สารของระบบคอมพวิ เตอรนัน้ “ผใู หบริการ” หมายความวา (๑) ผูใหบริการแกบุคคลอ่ืนในการเขาสูอินเทอรเน็ต หรือใหสามารถติดตอถึงกันโดย ประการอื่น โดยผานทางระบบคอมพวิ เตอร ท้งั นี้ ไมวา จะเปนการใหบริการในนามของตนเอง หรือ ในนามหรือเพอื่ ประโยชนของบคุ คลอน่ื (๒) ผใู หบรกิ ารเก็บรักษาขอมลู คอมพิวเตอรเ พอ่ื ประโยชนของบคุ คลอนื่ “ผูใชบ รกิ าร” หมายความวา ผใู ชบริการของผใู หบรกิ ารไมวาตอ งเสยี คาใชบรกิ ารหรอื ไมก็ตาม “พนักงานเจาหนาที”่ หมายความวา ผซู ่งึ รฐั มนตรีแตงต้ังใหป ฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ “รัฐมนตร”ี หมายความวา รัฐมนตรผี รู ักษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๔ ใหรัฐมนตรวี า การกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และใหมอี าํ นาจออกกฎกระทรวงเพอื่ ปฏิบัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี กฎกระทรวงนน้ั เมือ่ ไดประกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลวใหใชบ งั คับได หมวด ๑ ความผดิ เก่ียวกับคอมพวิ เตอร มาตรา ๕ ผูใดเขาถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอรท่ีมีมาตรการปองกันการเขาถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมไิ ดม ไี วสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหกเดือน หรือปรับไมเกิน หนึ่งหมนื่ บาท หรือท้ังจําทั้งปรบั มาตรา ๖ ผูใดลวงรูมาตรการปองกนั การเขาถึงระบบคอมพวิ เตอรท่ีผอู ืน่ จัดทําขึน้ เปนการเฉพาะ ถานํามาตรการดังกลา วไปเปด เผยโดยมิชอบในประการท่นี าจะเกิดความเสียหายแกผูอ่ืน ตองระวางโทษจําคุก ไมเกนิ หนึ่งป หรอื ปรบั ไมเกินสองหมน่ื บาท หรอื ท้งั จําท้งั ปรบั

180 เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หนา ๖ ๑๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๗ ผใู ดเขาถงึ โดยมิชอบซงึ่ ขอ มูลคอมพิวเตอรที่มีมาตรการปองกันการเขาถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิไดมีไวสําหรับตน ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสองปหรือปรับไมเกินส่ีหมื่นบาท หรอื ทั้งจาํ ท้งั ปรบั มาตรา ๘ ผใู ดกระทําดว ยประการใดโดยมชิ อบดว ยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกสเพ่ือดักรับไว ซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรของผูอ่ืนท่ีอยูระหวางการสงในระบบคอมพิวเตอร และขอมูลคอมพิวเตอรน้ัน มิไดมีไวเพื่อประโยชนสาธารณะหรือเพ่ือใหบุคคลท่ัวไปใชประโยชนไดตองระวางโทษจําคุกไมเกิน สามป หรือปรบั ไมเกินหกหมนื่ บาท หรอื ท้ังจําทัง้ ปรบั มาตรา ๙ ผใู ดทาํ ใหเ สยี หาย ทําลาย แกไข เปล่ียนแปลง หรือเพ่ิมเติมไมวาทั้งหมดหรือ บางสวน ซึง่ ขอ มูลคอมพิวเตอรข องผอู ่ืนโดยมชิ อบ ตอ งระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกิน หน่ึงแสนบาท หรือท้งั จาํ ทง้ั ปรบั มาตรา ๑๐ ผูใดกระทาํ ดว ยประการใดโดยมชิ อบ เพ่ือใหการทํางานของระบบคอมพิวเตอร ของผอู ่นื ถูกระงับ ชะลอ ขดั ขวาง หรือรบกวนจนไมสามารถทํางานตามปกติไดตองระวางโทษจําคุก ไมเ กนิ หาป หรอื ปรับไมเ กินหนงึ่ แสนบาท หรอื ทง้ั จําท้ังปรบั มาตรา ๑๑ ผูใดสงขอมูลคอมพิวเตอรหรือจดหมายอิเล็กทรอนิกสแกบุคคลอ่ืนโดยปกปด หรอื ปลอมแปลงแหลงทมี่ าของการสง ขอมูลดังกลา ว อนั เปน การรบกวนการใชระบบคอมพิวเตอรของ บคุ คลอ่นื โดยปกตสิ ขุ ตองระวางโทษปรบั ไมเ กินหนึ่งแสนบาท มาตรา ๑๒ ถาการกระทาํ ความผิดตามมาตรา ๙ หรอื มาตรา ๑๐ (๑) กอใหเกิดความเสียหายแกประชาชน ไมวาความเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นในทันทีหรือ ในภายหลังและไมวาจะเกิดขึ้นพรอมกันหรือไม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสิบป และปรับไมเกิน สองแสนบาท (๒) เปนการกระทําโดยประการที่นาจะเกิดความเสียหายตอขอมูลคอมพิวเตอร หรือระบบ คอมพิวเตอรท ี่เก่ียวกับการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความม่ันคง ในทางเศรษฐกจิ ของประเทศ หรอื การบรกิ ารสาธารณะ หรือเปน การกระทาํ ตอ ขอมลู คอมพิวเตอรหรือ ระบบคอมพิวเตอรที่มีไวเพื่อประโยชนสาธารณะ ตองระวางโทษจําคุกต้ังแตสามปถึงสิบหาป และ ปรบั ตั้งแตห กหม่ืนบาทถงึ สามแสนบาท ถา การกระทาํ ความผิดตาม (๒) เปนเหตุใหผูอ่ืนถึงแกความตาย ตองระวางโทษจําคุกตั้งแต สบิ ปถ งึ ย่ีสบิ ป

181 เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หนา ๗ ๑๘ มถิ นุ ายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๑๓ ผูใดจําหนายหรือเผยแพรช ดุ คําสั่งทีจ่ ัดทําข้ึนโดยเฉพาะเพื่อนําไปใชเปนเคร่ืองมือ ในการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือ มาตรา ๑๑ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเกินหนึง่ ป หรือปรับไมเกินสองหมืน่ บาท หรือท้งั จาํ ทง้ั ปรับ มาตรา ๑๔ ผใู ดกระทาํ ความผดิ ที่ระบุไวดังตอไปนี้ ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือ ปรับไมเ กนิ หนงึ่ แสนบาท หรอื ท้งั จาํ ทั้งปรบั (๑) นําเขา สรู ะบบคอมพวิ เตอรซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรปลอมไมวาท้ังหมดหรือบางสวน หรือ ขอ มลู คอมพิวเตอรอ นั เปนเทจ็ โดยประการท่นี า จะเกดิ ความเสยี หายแกผ ูอน่ื หรือประชาชน (๒) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จ โดยประการที่นาจะเกิด ความเสียหายตอ ความม่นั คงของประเทศหรือกอใหเกิดความตื่นตระหนกแกประชาชน (๓) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซ่ึงขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ อันเปนความผิดเกี่ยวกับความม่ันคง แหง ราชอาณาจกั รหรือความผดิ เกี่ยวกับการกอ การรายตามประมวลกฎหมายอาญา (๔) นําเขาสูระบบคอมพิวเตอรซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรใด ๆ ท่ีมีลักษณะอันลามกและ ขอมลู คอมพิวเตอรนน้ั ประชาชนท่ัวไปอาจเขา ถึงได (๕) เผยแพรหรือสง ตอ ซ่งึ ขอ มูลคอมพิวเตอรโดยรูอยูแลววาเปนขอมูลคอมพิวเตอรตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๕ ผใู หบ รกิ ารผใู ดจงใจสนบั สนนุ หรือยนิ ยอมใหมีการกระทําความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอรท่ีอยูในความควบคุมของตน ตองระวางโทษเชนเดียวกับผูกระทําความผิดตาม มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ ผูใดนําเขาสูระบบคอมพิวเตอรที่ประชาชนท่ัวไปอาจเขาถึงไดซ่ึงขอมูล คอมพิวเตอรที่ปรากฏเปนภาพของผูอื่น และภาพนั้นเปนภาพท่ีเกิดจากการสรางขึ้น ตัดตอ เติม หรอื ดดั แปลงดว ยวธิ กี ารทางอเิ ล็กทรอนิกสหรือวิธีการอื่นใด ท้ังนี้ โดยประการที่นาจะทําใหผูอ่ืนนั้น เสียชอ่ื เสยี ง ถูกดหู ม่ิน ถูกเกลียดชัง หรือไดรับความอับอาย ตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือ ปรับไมเกนิ หกหมืน่ บาท หรอื ทง้ั จําท้งั ปรบั ถาการกระทาํ ตามวรรคหน่ึง เปนการนําเขาขอ มลู คอมพวิ เตอรโดยสุจริต ผกู ระทําไมมีความผิด ความผิดตามวรรคหนง่ึ เปน ความผิดอันยอมความได ถาผูเสียหายในความผิดตามวรรคหนึ่งตายเสียกอนรองทุกข ใหบิดา มารดา คูสมรส หรือ บตุ รของผเู สยี หายรอ งทุกขได และใหถอื วา เปน ผเู สยี หาย มาตรา ๑๗ ผใู ดกระทาํ ความผิดตามพระราชบญั ญตั นิ นี้ อกราชอาณาจักรและ

182 เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา ๘ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานเุ บกษา (๑) ผูกระทําความผิดน้ันเปนคนไทย และรัฐบาลแหงประเทศที่ความผิดไดเกิดขึ้นหรือ ผูเสียหายไดรองขอใหลงโทษ หรอื (๒) ผูกระทําความผิดน้ันเปนคนตางดาว และรัฐบาลไทยหรือคนไทยเปนผูเสียหายและ ผูเสียหายไดรองขอใหล งโทษ จะตอ งรับโทษภายในราชอาณาจักร หมวด ๒ พนักงานเจาหนา ที่ มาตรา ๑๘ ภายใตบังคับมาตรา ๑๙ เพื่อประโยชนใ นการสืบสวนและสอบสวนในกรณีท่ีมี เหตอุ นั ควรเชอื่ ไดว า มกี ารกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาท่ีมีอํานาจอยางหนึ่ง อยางใด ดังตอไปน้ี เฉพาะที่จําเปนเพ่ือประโยชนในการใชเปนหลักฐานเกี่ยวกับการกระทําความผิด และหาตวั ผกู ระทําความผดิ (๑) มีหนังสอื สอบถามหรือเรียกบุคคลทีเ่ กี่ยวของกับการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติ น้มี าเพ่อื ใหถอ ยคํา สงคาํ ชีแ้ จงเปน หนงั สอื หรอื สง เอกสาร ขอมลู หรือหลักฐานอ่ืนใดท่ีอยูในรูปแบบ ท่ีสามารถเขา ใจได (๒) เรียกขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรจากผูใหบริการเก่ียวกับการติดตอส่ือสารผานระบบ คอมพิวเตอรห รือจากบุคคลอ่ืนทเ่ี กี่ยวขอ ง (๓) สงั่ ใหผใู หบ รกิ ารสงมอบขอมูลเกี่ยวกับผูใชบริการที่ตองเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือท่ีอยู ในความครอบครองหรือควบคมุ ของผูใหบ รกิ ารใหแ กพ นกั งานเจา หนา ท่ี (๔) ทําสําเนาขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร จากระบบคอมพิวเตอร ที่มีเหตอุ ันควรเชอ่ื ไดว า มีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอรน้ันยัง มิไดอยใู นความครอบครองของพนกั งานเจาหนาที่ (๕) สั่งใหบุคคลซ่ึงครอบครองหรือควบคุมขอมูลคอมพิวเตอร หรืออุปกรณที่ใชเก็บ ขอมูลคอมพวิ เตอร สงมอบขอ มลู คอมพิวเตอร หรืออุปกรณด งั กลา วใหแ กพนักงานเจาหนา ท่ี (๖) ตรวจสอบหรือเขา ถึงระบบคอมพิวเตอร ขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอร หรอื อุปกรณท ี่ใชเ ก็บขอ มูลคอมพิวเตอรของบคุ คลใด อันเปน หลักฐานหรอื อาจใชเ ปน หลกั ฐานเก่ียวกับ การกระทําความผดิ หรือเพือ่ สบื สวนหาตัวผูกระทําความผิดและส่ังใหบุคคลน้ันสงขอมูลคอมพิวเตอร ขอ มลู จราจรทางคอมพวิ เตอร ที่เกยี่ วขอ งเทาที่จําเปนใหดว ยกไ็ ด

183 เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หนา ๙ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา (๗) ถอดรหัสลับของขอมูลคอมพิวเตอรของบุคคลใด หรือส่ังใหบุคคลที่เกี่ยวของกับการ เขา รหสั ลบั ของขอมูลคอมพิวเตอร ทําการถอดรหัสลับ หรือใหความรวมมือกับพนักงานเจาหนาท่ีใน การถอดรหัสลับดงั กลาว (๘) ยึดหรืออายดั ระบบคอมพวิ เตอรเทา ทจี่ าํ เปน เฉพาะเพ่อื ประโยชนใ นการทราบรายละเอียด แหงความผิดและผูก ระทําความผดิ ตามพระราชบัญญตั นิ ้ี มาตรา ๑๙ การใชอํานาจของพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ใหพนักงานเจาหนาท่ียื่นคํารองตอศาลท่ีมีเขตอํานาจเพ่ือมีคําส่ังอนุญาตใหพนักงานเจาหนาที่ ดาํ เนนิ การตามคํารอง ทัง้ น้ี คาํ รอ งตองระบุเหตอุ ันควรเชอ่ื ไดว า บคุ คลใดกระทําหรือกาํ ลังจะกระทําการ อยางหน่ึงอยางใดอันเปนความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ เหตุท่ีตองใชอํานาจ ลักษณะของการกระทํา ความผิด รายละเอียดเก่ียวกับอุปกรณท่ีใชในการกระทําความผิดและผูกระทําความผิด เทาที่สามารถ จะระบไุ ด ประกอบคาํ รอ งดว ยในการพิจารณาคํารอ งใหศ าลพิจารณาคาํ รอ งดังกลา วโดยเรว็ เมือ่ ศาลมีคําสงั่ อนุญาตแลว กอนดําเนนิ การตามคําส่งั ของศาล ใหพ นกั งานเจา หนาที่สงสําเนา บันทึกเหตุอันควรเช่ือที่ทําใหตองใชอํานาจตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มอบให เจาของหรือผูครอบครองระบบคอมพิวเตอรน้ันไวเปนหลักฐาน แตถาไมมีเจาของหรือผูครอบครอง เคร่ืองคอมพิวเตอรอยู ณ ท่ีน้ัน ใหพนักงานเจาหนาที่สงมอบสําเนาบันทึกนั้นใหแกเจาของหรือ ผคู รอบครองดงั กลาวในทนั ทที ี่กระทาํ ได ใหพ นักงานเจาหนาที่ผูเปนหัวหนาในการดาํ เนนิ การตามมาตรา ๑๘ (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) สงสําเนาบันทึกรายละเอียดการดําเนินการและเหตุผลแหงการดําเนินการใหศาลที่มีเขตอํานาจ ภายในส่ีสิบแปดช่ัวโมงนับแตเวลาลงมือดําเนินการ เพือ่ เปนหลกั ฐาน การทาํ สําเนาขอ มลู คอมพิวเตอรตามมาตรา ๑๘ (๔) ใหก ระทําไดเฉพาะเม่ือมีเหตุอันควรเชื่อ ไดวามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ และตองไมเปนอุปสรรคในการดําเนินกิจการของ เจา ของหรือผูครอบครองขอ มลู คอมพิวเตอรนั้นเกินความจาํ เปน การยึดหรืออายัดตามมาตรา ๑๘ (๘) นอกจากจะตองสงมอบสําเนาหนังสือแสดงการยึดหรือ อายัดมอบใหเจา ของหรือผูครอบครองระบบคอมพิวเตอรน้ันไวเปนหลักฐานแลวพนักงานเจาหนาที่จะ ส่งั ยดึ หรอื อายัดไวเกินสามสิบวันมิได ในกรณีจําเปนที่ตองยึดหรืออายัดไวนานกวานั้น ใหย่ืนคํารอง ตอศาลที่มีเขตอํานาจเพ่ือขอขยายเวลายึดหรืออายัดได แตศาลจะอนุญาตใหขยายเวลาครั้งเดียวหรือ หลายครั้งรวมกันไดอีกไมเกินหกสิบวัน เม่ือหมดความจําเปนท่ีจะยึดหรืออายัดหรือครบกําหนดเวลา ดงั กลา วแลว พนกั งานเจา หนา ทตี่ อ งสง คนื ระบบคอมพวิ เตอรท ี่ยึดหรือถอนการอายัดโดยพลัน

184 เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา ๑๐ ๑๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานเุ บกษา หนังสอื แสดงการยึดหรอื อายดั ตามวรรคหา ใหเ ปนไปตามทกี่ าํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๐ ในกรณีท่ีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้เปนการทําใหแพรหลาย ซ่ึงขอมูลคอมพวิ เตอรทอี่ าจกระทบกระเทอื นตอ ความมัน่ คงแหงราชอาณาจักรตามท่ีกําหนดไวในภาคสอง ลักษณะ ๑ หรือลกั ษณะ ๑/๑ แหงประมวลกฎหมายอาญา หรือท่ีมีลักษณะขัดตอความสงบเรียบรอย หรือศลี ธรรมอันดขี องประชาชน พนักงานเจาหนาท่โี ดยไดร ับความเห็นชอบจากรัฐมนตรอี าจย่ืนคํารอง พรอมแสดงพยานหลักฐานตอศาลท่ีมีเขตอํานาจขอใหมีคําสั่งระงับการทําใหแพรหลายซ่ึงขอมูล คอมพวิ เตอรน ัน้ ได ในกรณีท่ีศาลมีคําสั่งใหระงับการทําใหแพรหลายซึ่งขอมูลคอมพิวเตอรตามวรรคหน่ึง ให พนักงานเจาหนาที่ทําการระงับการทําใหแพรหลายนั้นเอง หรือส่ังใหผูใหบริการระงับการทําให แพรหลายซ่ึงขอมูลคอมพวิ เตอรนน้ั กไ็ ด มาตรา ๒๑ ในกรณีที่พนักงานเจาหนาที่พบวา ขอมูลคอมพิวเตอรใดมีชุดคําส่ังไมพึง ประสงครวมอยูดวย พนักงานเจาหนาท่ีอาจยื่นคํารองตอศาลที่มีเขตอํานาจเพื่อขอใหมีคําส่ังหาม จาํ หนายหรือเผยแพร หรือส่ังใหเจาของหรือผูครอบครองขอมูลคอมพิวเตอรน้ันระงับการใช ทําลาย หรือแกไขขอมูลคอมพิวเตอรนั้นได หรือจะกําหนดเงื่อนไขในการใช มีไวในครอบครอง หรือ เผยแพรชุดคาํ ส่ังไมพงึ ประสงคด ังกลาวกไ็ ด ชุดคําสั่งไมพ ึงประสงคตามวรรคหน่ึงหมายถึงชุดคําสั่งท่ีมีผลทําใหขอมูลคอมพิวเตอร หรือ ระบบคอมพิวเตอรหรือชุดคําส่ังอื่นเกิดความเสียหาย ถูกทําลาย ถูกแกไขเปล่ียนแปลงหรือเพิ่มเติม ขดั ขอ ง หรือปฏบิ ัตงิ านไมต รงตามคําส่งั ทกี่ าํ หนดไว หรอื โดยประการอ่นื ตามท่กี ําหนดในกฎกระทรวง ท้งั น้ี เวน แตเปนชุดคําส่ังท่ีมุงหมายในการปองกันหรือแกไขชุดคําส่ังดังกลาวขางตน ตามที่รัฐมนตรี ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๒๒ หามมิใหพนักงานเจาหนาที่เปดเผยหรือสงมอบขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูล จราจรทางคอมพวิ เตอร หรือขอ มลู ของผูใ ชบ ริการ ที่ไดมาตามมาตรา ๑๘ ใหแกบุคคลใด ความในวรรคหน่งึ มิใหใ ชบงั คบั กับการกระทําเพื่อประโยชนในการดําเนินคดีกับผูกระทําความผิด ตามพระราชบญั ญัตินี้ หรอื เพ่อื ประโยชนในการดาํ เนินคดีกับพนักงานเจาหนาท่ีเกี่ยวกับการใชอํานาจหนาท่ี โดยมชิ อบ หรือเปนการกระทาํ ตามคําส่งั หรอื ทไี่ ดร บั อนญุ าตจากศาล พนักงานเจาหนาที่ผูใดฝาฝนวรรคหนึ่งตองระวางโทษจําคุกไมเกินสามป หรือปรับไมเกิน หกหมน่ื บาท หรือทั้งจาํ ทัง้ ปรบั

185 เลม ๑๒๔ ตอนท่ี ๒๗ ก หนา ๑๑ ๑๘ มิถนุ ายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๒๓ พนักงานเจาหนา ทผี่ ูใดกระทําโดยประมาทเปนเหตุใหผูอ่ืนลวงรูขอมูลคอมพิวเตอร ขอมลู จราจรทางคอมพิวเตอร หรอื ขอ มูลของผูใชบรกิ าร ทไ่ี ดม าตามมาตรา ๑๘ ตองระวางโทษจําคุก ไมเ กนิ หนึ่งป หรือปรับไมเ กนิ สองหม่นื บาท หรือทัง้ จาํ ทงั้ ปรบั มาตรา ๒๔ ผูใดลวงรูขอมูลคอมพิวเตอร ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรหรือขอมูลของ ผใู ชบ รกิ าร ทพ่ี นักงานเจาหนาทไ่ี ดมาตามมาตรา ๑๘ และเปด เผยขอมูลน้ันตอผูหน่ึงผูใด ตองระวางโทษ จาํ คกุ ไมเกินสองป หรือปรับไมเ กินสหี่ ม่นื บาท หรือท้งั จาํ ท้งั ปรับ มาตรา ๒๕ ขอ มูล ขอมลู คอมพวิ เตอร หรอื ขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรที่พนักงานเจาหนาท่ี ไดม าตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ใหอ างและรับฟงเปนพยานหลักฐานตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมาย วธิ พี ิจารณาความอาญาหรอื กฎหมายอน่ื อันวา ดวยการสบื พยานได แตตอ งเปนชนิดท่ีมิไดเกิดข้ึนจากการจูงใจ มคี าํ ม่ันสัญญา ขเู ขญ็ หลอกลวง หรอื โดยมิชอบประการอ่นื มาตรา ๒๖ ผูใหบรกิ ารตอ งเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไวไมนอยกวาเกาสิบวัน นบั แตวันทีข่ อ มูลนัน้ เขา สูระบบคอมพวิ เตอร แตในกรณีจําเปนพนักงานเจาหนาที่จะสั่งใหผูใหบริการ ผใู ดเก็บรักษาขอมูลจราจรทางคอมพิวเตอรไวเกินเกาสิบวันแตไมเกินหนึ่งปเปนกรณีพิเศษเฉพาะราย และเฉพาะคราวกไ็ ด ผูใหบ ริการจะตอ งเก็บรักษาขอ มูลของผูใชบริการเทาท่ีจําเปนเพ่ือใหสามารถระบุตัวผูใชบริการ นับตงั้ แตเ ริม่ ใชบริการและตอ งเก็บรักษาไวเ ปน เวลาไมน อยกวาเกา สิบวันนบั ต้งั แตการใชบ ริการสิ้นสดุ ลง ความในวรรคหน่ึงจะใชก บั ผูใหบ ริการประเภทใด อยางไร และเมือ่ ใด ใหเปนไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ผใู หบริการผูใดไมป ฏบิ ัติตามมาตรานี้ ตอ งระวางโทษปรับไมเกินหาแสนบาท มาตรา ๒๗ ผูใดไมปฏิบัติตามคําสั่งของศาลหรือพนักงานเจาหนาที่ท่ีส่ังตามมาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๒๐ หรอื ไมปฏบิ ตั ิตามคาํ ส่ังของศาลตามมาตรา ๒๑ ตอ งระวางโทษปรบั ไมเ กินสองแสนบาท และปรบั เปนรายวนั อกี ไมเ กินวันละหาพนั บาทจนกวาจะปฏบิ ัตใิ หถูกตอง มาตรา ๒๘ การแตงต้ังพนกั งานเจา หนา ทตี่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหรัฐมนตรแี ตง ต้ังจากผมู ีความรู และความชาํ นาญเก่ยี วกับระบบคอมพิวเตอรและมคี ุณสมบตั ิตามทร่ี ัฐมนตรกี ําหนด มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ใหพนักงานเจาหนาท่ีเปนพนักงาน ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชั้นผูใหญตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีอํานาจรับคํารองทุกข หรือรบั คาํ กลาวโทษ และมอี ํานาจในการสบื สวนสอบสวนเฉพาะความผิดตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี

186 เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หนา ๑๒ ๑๘ มถิ ุนายน ๒๕๕๐ ราชกิจจานุเบกษา ในการจับ ควบคุม คน การทําสํานวนสอบสวนและดําเนินคดีผูกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ บรรดาที่เปนอํานาจของพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจชั้นผูใหญ หรือพนักงาน สอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ใหพ นักงานเจาหนาที่ประสานงานกับพนักงาน สอบสวนผรู ับผดิ ชอบเพ่อื ดําเนนิ การตามอาํ นาจหนา ทต่ี อไป ใหน ายกรฐั มนตรีในฐานะผกู าํ กับดูแลสาํ นักงานตํารวจแหงชาติและรัฐมนตรีมีอํานาจรวมกัน กําหนดระเบียบเกี่ยวกบั แนวทางและวธิ ีปฏิบตั ิในการดําเนินการตามวรรคสอง มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหนาท่ี พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตรประจําตัวตอบุคคล ซงึ่ เกี่ยวของ บัตรประจาํ ตวั ของพนกั งานเจา หนาท่ีใหเปนไปตามแบบทรี่ ัฐมนตรปี ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษา ผรู บั สนองพระบรมราชโองการ พลเอก สุรยุทธ จุลานนท นายกรฐั มนตรี

187 เลม ๑๒๔ ตอนที่ ๒๗ ก หนา ๑๓ ๑๘ มิถนุ ายน ๒๕๕๐ ราชกจิ จานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เน่ืองจากในปจจุบันระบบคอมพิวเตอรไดเปน สวนสําคัญของการประกอบกิจการและการดํารงชีวิตของมนุษย หากมีผูกระทําดวยประการใด ๆ ใหระบบ คอมพิวเตอรไ มสามารถทํางานตามคําสั่งท่ีกําหนดไวหรือทําใหการทํางานผิดพลาดไปจากคําสั่งท่ีกําหนดไว หรือ ใชวิธีการใด ๆ เขาลวงรูขอมูล แกไข หรือทําลายขอมูลของบุคคลอ่ืนในระบบคอมพิวเตอรโดยมิชอบ หรือ ใชระบบคอมพิวเตอรเพื่อเผยแพรขอมูลคอมพิวเตอรอันเปนเท็จหรือมีลักษณะอันลามกอนาจาร ยอมกอใหเกิด ความเสียหาย กระทบกระเทือนตอเศรษฐกิจ สังคม และความม่ันคงของรัฐ รวมท้ังความสงบสุขและศีลธรรม อันดีของประชาชน สมควรกําหนดมาตรการเพ่ือปองกันและปราบปรามการกระทําดังกลาว จึงจําเปน ตองตราพระราชบญั ญตั นิ ี้

เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๑๐ ก 188 ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ หน้า ๒๔ ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญัติ วา่ ด้วยการกระทําความผิดเก่ยี วกับคอมพิวเตอร์ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นปที ี่ ๒ ในรัชกาลปจั จุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศวา่ โดยทีเ่ ปน็ การสมควรแก้ไขเพิม่ เตมิ กฎหมายว่าด้วยการกระทําความผดิ เกี่ยวกบั คอมพิวเตอร์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติข้ึนไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของ สภานติ บิ ญั ญัติแห่งชาติ ดงั ตอ่ ไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐” มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนดหน่ึงร้อยย่ีสิบวันนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานเุ บกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เก่ียวกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคมรักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอํานาจแต่งต้ังพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงและประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญตั ิน้ี กฎกระทรวงและประกาศนนั้ เม่อื ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ให้ใช้บังคับได้” มาตรา ๔ ให้เพิ่มความตอ่ ไปน้เี ปน็ วรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติ วา่ ดว้ ยการกระทาํ ความผิดเกย่ี วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

189 เล่ม ๑๓๔ ตอนที่ ๑๐ ก หนา้ ๒๕ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ ราชกจิ จานุเบกษา “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นอันมีลักษณะเป็นการก่อให้เกิด ความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพ่ือปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองแสนบาท ให้รัฐมนตรีออกประกาศกําหนดลักษณะและวิธีการส่ง รวมทั้งลักษณะและปริมาณของ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรําคาญแก่ผู้รับ และลักษณะอนั เปน็ การบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพ่ือปฏิเสธการตอบรบั ไดโ้ ดยง่าย” มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปน้ีแทน “มาตรา ๑๒ ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ หรือมาตรา ๑๑ เป็นการกระทําต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ท่ีเกี่ยวกับการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความม่ันคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพ้ืนฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับต้ังแต่ สองหม่นื บาทถงึ หนึ่งแสนส่ีหมนื่ บาท ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หน่ึงปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท ถ้าการกระทําความผิดตามมาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๐ เป็นการกระทําต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพวิ เตอรต์ ามวรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับต้ังแต่หกหม่ืนบาท ถงึ สามแสนบาท ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามโดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอื่น ถึงแกค่ วามตาย ต้องระวางโทษจําคุกตง้ั แตห่ ้าปีถึงย่ีสบิ ปี และปรบั ต้งั แต่หน่ึงแสนบาทถึงส่แี สนบาท” มาตรา ๖ ให้เพ่ิมความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๑๒/๑ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทํา ความผิดเกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ “มาตรา ๑๒/๑ ถ้าการกระทาํ ความผิดตามมาตรา ๙ หรอื มาตรา ๑๐ เป็นเหตุให้เกิดอันตราย แก่บคุ คลอื่นหรือทรัพย์สนิ ของผ้อู ื่น ต้องระวางโทษจาํ คุกไมเ่ กนิ สบิ ปี และปรบั ไมเ่ กนิ สองแสนบาท ถา้ การกระทําความผดิ ตามมาตรา ๙ หรอื มาตรา ๑๐ โดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็นเหตุให้บุคคลอื่น ถึงแกค่ วามตาย ตอ้ งระวางโทษจําคุกตัง้ แต่หา้ ปถี ึงยส่ี ิบปี และปรบั ตัง้ แต่หนึง่ แสนบาทถึงสแ่ี สนบาท” มาตรา ๗ ให้เพ่ิมความตอ่ ไปน้เี ปน็ วรรคสอง วรรคสาม วรรคส่ี และวรรคห้าของมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบญั ญัตวิ า่ ด้วยการกระทําความผิดเกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

190 เล่ม ๑๓๔ ตอนท่ี ๑๐ ก หน้า ๒๖ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษา “ผู้ใดจําหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคําสั่งท่ีจัดทําข้ึนโดยเฉพาะเพ่ือนําไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการกระทํา ความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินส่ีหมื่นบาท หรอื ทง้ั จาํ ทงั้ ปรับ ผู้ใดจําหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคําส่ังท่ีจัดทําขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนําไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการกระทํา ความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑ หากผู้นําไปใช้ได้กระทําความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึงหรือวรรคสาม หรือต้องรับผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคสองหรือวรรคส่ี หรือมาตรา ๑๒/๑ ผู้จําหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคําส่ังดังกล่าวจะต้องรับผิดทางอาญา ตามความผดิ ทมี่ กี ําหนดโทษสงู ข้ึนด้วย ก็เฉพาะเมื่อตนไดร้ หู้ รืออาจเล็งเหน็ ไดว้ ่าจะเกิดผลเช่นทเี่ กดิ ขน้ึ นนั้ ผู้ใดจําหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคําสั่งท่ีจัดทําขึ้นโดยเฉพาะเพ่ือนําไปใช้เป็นเคร่ืองมือในการกระทํา ความผดิ ตามมาตรา ๑๒ วรรคหนงึ่ หรอื วรรคสาม หากผ้นู ําไปใช้ได้กระทาํ ความผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคหน่ึง หรือวรรคสาม หรือต้องรับผิดตามมาตรา ๑๒ วรรคสองหรือวรรคส่ี หรือมาตรา ๑๒/๑ ผู้จําหน่าย หรือเผยแพร่ชุดคาํ สง่ั ดังกล่าวต้องรบั ผดิ ทางอาญาตามความผดิ ท่ีมีกําหนดโทษสูงข้ึนน้ันดว้ ย ในกรณที ่ีผู้จําหนา่ ยหรอื เผยแพร่ชุดคําส่ังผู้ใดต้องรับผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง และตามวรรคสาม หรอื วรรคสด่ี ้วย ใหผ้ ูน้ นั้ ต้องรับโทษทมี่ อี ัตราโทษสูงท่สี ดุ แตก่ ระทงเดยี ว” มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทําความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปน้ี ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรบั ไม่เกินหนงึ่ แสนบาท หรอื ท้ังจําท้ังปรับ (๑) โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีบิดเบือน หรอื ปลอมไมว่ ่าทั้งหมดหรอื บางสว่ น หรอื ข้อมูลคอมพิวเตอรอ์ ันเป็นเทจ็ โดยประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหาย แกป่ ระชาชน อันมใิ ช่การกระทาํ ความผิดฐานหมิน่ ประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา (๒) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความต่ืนตระหนกแกป่ ระชาชน (๓) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเก่ียวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจกั รหรือความผดิ เก่ียวกับการกอ่ การรา้ ยตามประมวลกฎหมายอาญา (๔) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ท่ีมีลักษณะอันลามกและข้อมูล คอมพวิ เตอรน์ ้นั ประชาชนทัว่ ไปอาจเข้าถึงได้

191 เลม่ ๑๓๔ ตอนท่ี ๑๐ ก หนา้ ๒๗ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษา (๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) ถ้าการกระทําความผิดตามวรรคหน่ึง (๑) มิได้กระทําต่อประชาชน แต่เป็นการกระทําต่อบุคคลใด บุคคลหน่ึง ผู้กระทํา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรอื ปรบั ไม่เกินหกหม่นื บาท หรอื ทั้งจาํ ทงั้ ปรบั และให้เป็นความผดิ อนั ยอมความได”้ มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และใหใ้ ช้ความตอ่ ไปนแี้ ทน “มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทําความผิด ตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ท่ีอยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทําความผิด ตามมาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีออกประกาศกําหนดข้ันตอนการแจ้งเตือน การระงับการทําให้แพร่หลายของ ขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์ และการนําข้อมูลคอมพวิ เตอร์นน้ั ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ถ้าผู้ให้บริการพิสูจน์ได้ว่าตนได้ปฏิบัติตามประกาศของรัฐมนตรีท่ีออกตามวรรคสอง ผู้น้ันไม่ต้อง รับโทษ” มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิด เกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปนีแ้ ทน “มาตรา ๑๖ ผู้ใดนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ ท่ีปรากฏเป็นภาพของผู้อ่ืน และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการท่ีน่าจะทําให้ผู้อ่ืนน้ันเสียช่ือเสียง ถูกดูหมิ่น ถกู เกลยี ดชัง หรอื ได้รบั ความอับอาย ต้องระวางโทษจําคกุ ไม่เกนิ สามปี และปรับไม่เกนิ สองแสนบาท ถ้าการกระทาํ ตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทําตอ่ ภาพของผู้ตาย และการกระทําน้ันน่าจะทําให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียช่ือเสียง ถูกดูหม่ิน หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ผูก้ ระทาํ ต้องระวางโทษดังทบ่ี ญั ญัติไวใ้ นวรรคหนึ่ง ถ้าการกระทําตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง เป็นการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยสุจริตอันเป็น การตชิ มด้วยความเป็นธรรม ซ่งึ บคุ คลหรือสง่ิ ใดอนั เป็นวสิ ัยของประชาชนยอ่ มกระทาํ ผกู้ ระทําไมม่ คี วามผดิ ความผิดตามวรรคหน่งึ และวรรคสองเปน็ ความผิดอนั ยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายในความผิดตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสองตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบตุ รของผู้เสยี หายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเปน็ ผูเ้ สยี หาย” มาตรา ๑๑ ให้เพิ่มความต่อไปน้ีเป็นมาตรา ๑๖/๑ และมาตรา ๑๖/๒ แห่งพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทาํ ความผดิ เก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐

192 เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๑๐ ก หนา้ ๒๘ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ ราชกจิ จานุเบกษา “มาตรา ๑๖/๑ ในคดีความผิดตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๖ ซึ่งมีคําพิพากษาว่าจําเลย มีความผดิ ศาลอาจสัง่ (๑) ใหท้ ําลายข้อมลู ตามมาตราดงั กล่าว (๒) ใหโ้ ฆษณาหรือเผยแพร่คําพิพากษาทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในส่ืออิเล็กทรอนิกส์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นใด ตามที่ศาลเห็นสมควร โดยให้จําเลยเป็นผู้ชําระค่าโฆษณา หรือเผยแพร่ (๓) ให้ดําเนินการอื่นตามท่ีศาลเห็นสมควรเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทํา ความผิดน้นั มาตรา ๑๖/๒ ผู้ใดรู้ว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ในความครอบครองของตนเป็นข้อมูลที่ศาลสั่งให้ทําลาย ตามมาตรา ๑๖/๑ ผู้น้ันต้องทําลายข้อมูลดังกล่าว หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษกึ่งหน่ึงของโทษท่ีบัญญัติไว้ ในมาตรา ๑๔ หรอื มาตรา ๑๖ แล้วแตก่ รณ”ี มาตรา ๑๒ ให้เพ่ิมความต่อไปนเ้ี ป็นมาตรา ๑๗/๑ ในหมวด ๑ ความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ แหง่ พระราชบญั ญัตวิ ่าดว้ ยการกระทาํ ความผิดเกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ “มาตรา ๑๗/๑ ความผิดตามมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๖/๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๗ ให้คณะกรรมการเปรียบเทียบท่ีรัฐมนตรีแต่งต้ัง มีอํานาจเปรยี บเทยี บได้ คณะกรรมการเปรียบเทียบท่ีรัฐมนตรีแต่งตั้งตามวรรคหนึ่งให้มีจํานวนสามคนซ่ึงคนหน่ึงต้องเป็น พนกั งานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบได้ทําการเปรียบเทียบกรณีใดและผู้ต้องหาได้ชําระเงินค่าปรับ ตามคําเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการเปรียบเทียบกําหนดแล้ว ให้ถือว่าคดีน้ันเป็นอันเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา ในกรณที ผ่ี ตู้ อ้ งหาไม่ชําระเงินค่าปรับภายในระยะเวลาที่กําหนด ให้เริ่มนับอายุความในการฟ้องคดีใหม่ นบั ต้งั แต่วนั ท่คี รบกาํ หนดระยะเวลาดังกล่าว” มาตรา ๑๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใชค้ วามต่อไปนี้แทน “มาตรา ๑๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๙ เพ่ือประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนในกรณีท่ีมี เหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ี หรือในกรณีท่ีมีการร้องขอตามวรรคสอง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจอย่างหน่ึงอย่างใด ดังต่อไปน้ี เฉพาะท่ีจําเป็นเพ่ือประโยชน์ในการใช้เป็น หลักฐานเกี่ยวกับการกระทาํ ความผิดและหาตัวผู้กระทําความผดิ

193 เลม่ ๑๓๔ ตอนที่ ๑๐ ก หนา้ ๒๙ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ ราชกิจจานุเบกษา (๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดมาเพื่อให้ถ้อยคํา ส่งคาํ ชี้แจงเปน็ หนังสือ หรือสง่ เอกสาร ข้อมูล หรอื หลกั ฐานอ่ืนใดทอ่ี ยู่ในรปู แบบทส่ี ามารถเข้าใจได้ (๒) เรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอรจ์ ากผู้ใหบ้ ริการเก่ยี วกับการติดต่อสอ่ื สารผ่านระบบคอมพิวเตอร์ หรอื จากบคุ คลอื่นท่เี กี่ยวข้อง (๓) สั่งให้ผู้ให้บริการส่งมอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการที่ต้องเก็บตามมาตรา ๒๖ หรือที่อยู่ ในความครอบครองหรือควบคุมของผูใ้ ห้บริการให้แกพ่ นักงานเจ้าหน้าทหี่ รือให้เก็บขอ้ มูลดงั กล่าวไว้กอ่ น (๔) ทําสําเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากระบบคอมพิวเตอร์ที่มี เหตุอันควรเช่ือได้ว่ามีการกระทําความผิด ในกรณีที่ระบบคอมพิวเตอร์นั้นยังมิได้อยู่ในความครอบครอง ของพนกั งานเจา้ หนา้ ที่ (๕) ส่ังใหบ้ ุคคลซึง่ ครอบครองหรอื ควบคุมขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์ หรืออุปกรณ์ท่ีใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งมอบขอ้ มลู คอมพวิ เตอร์ หรอื อุปกรณด์ งั กล่าวให้แกพ่ นักงานเจ้าหนา้ ท่ี (๖) ตรวจสอบหรือเข้าถงึ ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมลู คอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ท่ีใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ของบุคคลใด อันเป็นหลักฐานหรืออาจใช้เป็นหลักฐานเก่ียวกับ การกระทําความผิด หรือเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทําความผิดและสั่งให้บุคคลน้ันส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ขอ้ มูลจราจรทางคอมพวิ เตอร์ ท่ีเกยี่ วข้องเท่าทจ่ี าํ เป็นให้ดว้ ยกไ็ ด้ (๗) ถอดรหสั ลบั ของขอ้ มูลคอมพวิ เตอร์ของบุคคลใด หรือสั่งให้บุคคลท่ีเกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสลับ ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทําการถอดรหัสลับ หรือให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการถอดรหัสลับ ดังกลา่ ว (๘) ยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์เท่าที่จําเป็นเฉพาะเพ่ือประโยชน์ในการทราบรายละเอียด แห่งความผดิ และผ้กู ระทาํ ความผดิ เพ่ือประโยชน์ในการสืบสวนและสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ในบรรดาความผิดอาญาต่อกฎหมายอื่นซ่ึงได้ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ใช้เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหรือเป็นส่วนหนึ่งในการกระทําความผิด หรือมีข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดอาญาตามกฎหมายอ่ืน พนักงานสอบสวน อาจร้องขอให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีตามวรรคหน่ึงดําเนินการตามวรรคหน่ึงก็ได้ หรือหากปรากฏข้อเท็จจริง ดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เนื่องจากการปฏิบัติหน้าท่ีตามพระราชบัญญัติน้ี ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ี รีบรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานแล้วแจ้งไปยงั เจ้าหนา้ ทีท่ เ่ี กีย่ วขอ้ งเพือ่ ดาํ เนนิ การต่อไป ให้ผู้ได้รับการร้องขอจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) และ (๓) ดําเนินการ ตามคําร้องขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคําร้องขอ หรือภายในระยะเวลาท่ีพนักงาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook