โคลงทวาทศมาส
โครงงานภาษาไทย การจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ “โคลงทวาทศมาส” ผู้จัดทำ เลขที่ ๔ นายณัฐชัย บัวสอน นายคณพศ เนวลา เลขที่ ๙ นายธนวัฒน์ โอบอ้วน เลขที่ ๑๔ นางสาวนันทิชา ภิญโญภาค เลขที่ ๒๑ นางสาวภาวิณี จงจีน เลขที่ ๒๒ นางสาวชลดา รุ่งชลชวลิต เลขที่ ๓๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑๐ ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางกรรณิการ์ พลพวก โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี รายงานนี้เป็นส่วนประกอบโครงงานวิชา ท๓๑๑๐๒ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔
คำนำ โครงงานภาษาไทย เรื่องการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(e-book) ส่งเสริม การอ่านวรรณคดีไทย ชื่อหนังสือ โคลงทวาทศมาส มีจุดประสงค์เพื่อศึกษา หาความรู้และข้อคิดที่ได้จากเรื่องโคลงทวาทศมาส คณะผู้จัดทำจึงได้ทำการศึกษา เรื่องโคลงทวาทศมาสขึ้น เพื่อทำหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์(e-book)ส่งเสริมการอ่านวรรณคดีไทยและเผยแพร่ต่อไป เพื่อ ให้ผู้ที่สนใจหรือต้องการศึกษา ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโคลงทวาทศมาส ผู้จัดทำหวังอย่างยิ่งว่า โครงงานนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้สนใจ ศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับโคลงทวาทศมาส และได้ความรู้จากโครงงานนี้ ตามสมควร หากมีจ้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำ ขอน้อมรับความผิดไว้ ณ ที่นี้ คณะผู้จัดทำ
สารบัญ ๑ ๒ โคลงทวาทศมาส ๒ ประวัติผู้แต่งและสมัยที่แต่ง ๓ วัตถุประสงค์ในการแต่ง ๔ ลักษณะคำประพันธ์ ๖ เนื้อเรื่องย่อ ๘-๑๑ คุณค่าของวรรณคดี ๑๒ บทวิเคราะห์วรรณคดี บรรณานุกรม
๑ โคลงทวาทศมาส โคลงทวาทศมาส เป็นโคลงโบราณ นับถือเป็นตำรากันมาแต่ก่อนเรื่องหนึ่ง ด้วยกวีผู้แต่งได้ริเริ่มประพันธ์วรรณคดีโคลงดั้นทำนองนิราศพรรณนาถึงความ อาลัยรักที่ต้องจากนาง โดยการใช้ฤดูกาลต่าง ๆ ใน ๑๒ เดือน เป็นพื้นฐาน (“ทวา-ทศมาส” แปลตามศัพท์ว่า “๑๒ เดือน”) กระบวนสำนวนโวหาร การดำเนิน ความเริ่มจากกล่าวถึงเทพเจ้าและพระมหากษัตริย์อย่างสั้น ๆ แล้วครวญถึงนาง ที่รักในเชิงชมโฉม พาดพิงถึงกิจกรรมที่เคยทำร่วมกัน เปรียบเปรยการ พลัดพรากระหว่างตนและนางกับเรื่องนิทานต่าง ๆ แล้วจึงพรรณนาธรรมชาติ ตามฤดูกาลเริ่มแต่เดือนห้าฤดูร้อนเป็นต้นไปจนบรรจบปีในเดือนสี่ด้วยความ โศกศัลย์อาดูร
ประวัติผู้แต่งและสมัยที่แต่ง ๒ ยุคสมัยที่แต่งคือสมัยอยุธยา ซึ่งกวีในสมัยต่อมามักนิยมแต่งตามกันมาก แต่ อย่างไรก็ดี โคลงทวาทศมาสนี้ ยังมีข้อถกเถียงไม่เป็นที่ยุติถึงเรื่องผู้แต่งและสมัยที่ แต่ง ซึ่งมีความคิดแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย คือ บ้างก็ว่า พระเยาวราชเป็นผู้ทรงพระนิพนธ์ โดยมี ขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกวีราช และขุนสารประเสริฐ เป็นผู้ช่วยแก้เกลาสำนวน บ้างก็ว่า ขุนพรหมมนตรี ขุนศรีกวีราช และขุนสารประเสริฐ เป็นผู้ช่วยกันนิพนธ์ เพื่อ ถวายสมเด็จพระยุพราช ส่วนสมัยที่แต่งนั้น อาจจะเป็นสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลก นาถ หรือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัตถุประสงค์ในการแต่ง ๑.เพื่อแสดงความสามารถในเขิงกวีของตน ๒.เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ตามธรรมเนียมการเขียน
ลักษณะคำประพันธ์ ๓ โคลงทวาทศมาสได้ถูกแต่งด้วยโคลงดั้นวิวิธมาลี ๒๕๙ บท ส่วนบทสุดท้าย ที่ ๒๖๐ เป็นร่ายสุภาพสั้น ๆ ทำนองนิราศ
เนื้อเรื่องย่อ “โคลงทวาทศมาส” ๔ โคลงเรื่องนี้ได้ชื่อว่าทวาทศมาส เพราะพรรณนาถึงความรักความอาลัยรัก และ พิธีกรรมต่าง ๆ ในรอบสิบเดือน ทวาทศมาสแปลว่าสิบสองเดือน ตอนต้นสรรเสริญ เทพเจ้า และพระเจ้าแผ่นดิน ชมความงามของนางที่ต้องจากมา กล่าวถึงบุคคลใน วรรณคดี เช่น พระอนิรุทธ์ พระสมุทรโฆษ พระสุธนู พระสูตรธนู แล้วแสดงความ น้อยใจที่ตนไม่อาจไปอยู่ร่วมกับนางอีกอย่างบุคคลเหล่านั้น ตอนต่อไปนำ เหตุการณ์ต่าง ๆ และลมฟ้าอากาศในรอบปีหนึ่งๆ ตั้งแต่เดือน ๕ ถึง เดือน ๔ มา พรรณนา เดือนใดมีพิธีอะไรก็นำมากล่าวไว้ละเอียดละออ เช่น เดือนสิบเอ็ดมีพิธีอา ศวยุช เดือนสิบสองมีพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป เดือนยี่ประกอบพิธีตรียัมปวาย และเดือนสี่กระทำพิธีตรุษ เป็นต้น ต่อจากนั้นถามข่าวคราวของนางจาก ปี เดือน วัน และยาม ขอพระเทพเจ้าให้ได้พบนาง ตอนสุดท้ายกล่าวสรรเสริญพระบารมี พระเจ้าแผ่นดิน
ตัวอย่างโคลง** ๕ ๏ กรจบบทมาศไท้ ธาศรี ศากยแฮ หัตถ์บังคมฟูมไนย เลือดย้อย บวงสรวงสุมาลี นานไฝ่ สมแฮ เดือนใฝ่หาละห้อย ใฝ่หา ฯ ๏ รายนุชเป็นเนตรล้า เป็นองค พี่แม่ จับจึงมาข่มเข็ญ ขึ้นไส้ รลวงพิไลจง จักแม่ ดยวแม่ เดือนแปดแปดยามไห้ ร่ำโหย ฯ ในการนิพนธ์นั้น เริ่มด้วยการไหว้พระพรหม พระนารายณ์ เทพยดา พระมหา กษัตริย์ แล้วเริ่มกล่าวถึงนางที่รัก อันต้องจากไกล แล้วพรรณนาอาลัย ตั้งแต่เดือน 5 เป็นลำดับไป การพรรณนารักนั้นเคล้าไปกับอากาศธาตุและเหตุการณ์ต่าง ๆ อัน เกิดขึ้นในเดือนนั้น ๆ เมื่อครบสิบสองเดือนแล้วจึงพรรณนาพระเกียรติยศ กล่าว ถวายพระพรและแสดงความมุ่งหมายในการนิพนธ์
คุณค่าของวรรณคดี “โคลงทวาทศมาส” ๖ • ในด้านอักษรศาสตร์ มีการใช้ถ้อยคำสำนวนพรรณนาถึงความรักอย่างซาบซึ้ง โดยใช้ เหตุการณ์และฤดูกาลที่เกิดขึ้นในเดือนต่าง ๆ มาเปรียบเทียบ • ในด้านวัฒนธรรมประเพณี ทำให้รู้ว่าชาวไทยนั้นมีวัฒนธรรมประเพณีที่ หลากหลาย
บทวิเคราะห์วรรณคดี ๗ ๑. คุณค่าด้านคุณค่าด้านเนื้อหา โคลงทวาทศมาส เป็นวรรณกรรมที่มีเนื้อหาพรรณนาถึงความรักความอาลัยรัก และพิธีกรรมต่าง ๆ ในรอบสิบเดือน ตอนต้นสรรเสริญเทพเจ้า และพระเจ้าแผ่นดิน ชม ความงามของนางที่ต้องจากมา ตอนสุดท้ายกล่าวสรรเสริญพระบารมีพระเจ้าแผ่นดิน เมื่อวิเคราะห์คุณค่าทางด้านเนื้อหา จะสามารถแบ่งตอนของโคลงทวาทศมาสได้ดังต่อ ไปนี้ ๑.๑ ในตอนแรก โคลงทวาทศมาส สรรเสริญเทพเจ้า เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ดังบท ประพันธ์ที่ว่า \"จักรีจักรกฤษณเกล้า จักรพรรดิ เสวยภิรมย์สงสาร เษกสร้อง กามาฤดีรัตน์ รมเยศ รมยวิธีธารคล้อง ห่วงกาม ฯ เทวาเทเวศถ้วน เทวินทร์ เสวยสุขรมย์ย่ำยาม ยั่วเย้า วิไลยวิลาพินทุ์ เพาโพธ สุขภิรมย์สมเหน้า แน่งมาลย์ ฯ จักรพาฬภูวนาถเกล้า กรุงกษัตร ผายผ่านภุดาธาร แผ่นแผ้ว ภูวไนยวนานัต กมุทมาศ โอนมกุฎิเกล้าแก้ว เกือบเศียร ฯ \" ๑.๒ โคลงทวาทศมาส มีการพรรณนาถึงความงาม ความรัก ความอาลัยรักของนาง ผู้เป็นที่รัก ดังบทประพันธ์ที่ว่า \"เรียมรักรัตนน้อง นางเดียว เบญจฤดีดัษกาม เกศกลั้ว สงวนศรีสุมาลย์เกลียว กลมสวาท เยียวรำเพยพานตั้ว ด่วนหมอง ฯ สงวนสร้อยเสาวภาคย์เนื้อ นวลนาง ฤาห่อนาสาสอง ห่างหั้น ในทิพย์บรรจฐรณ์กลาง ชนม์ชีพ ฤาห่างองค์แก้วกั้น กึ่งกร ฯ \"
๘ ๑.๓ พรรณาถึงเดือนและฤดูกาลต่าง ๆ ที่ผ่านพ้นไป แต่ความรักและความงามของนางก็ ยังคงอยู่ตลอด ดั่งบทประพันธ์ที่ว่า \"เดือนเจ็ดจรหลํ่าฟ้า เฟือนฟอน สวาดินา เจียรจากนุชแดยรร หย่อนไส้ ราตรีสงัดนอน เสียงเน่ง แล้วแฮ เรียมนิรารสได้ โตรดตรอม ฯ ราตรีตระหง่องเหงี้ย ฟังยาม อกกระอุทรวงทอม ถ่อมถ้า บอืออืดใจจาม เสียงเน่ง นอนนา เดือนแปดมาแล้วหม้า แม่ผ้ายลองใด ฯ \" ๑.๔ พรรณนาถึงประเพณีต่าง ๆ ที่เกิดในแต่ละเดือน เช่น ประเพณีตรียามปวาย ที่มีขึ้น ในเดือนอ้าย ประมาณเดือนธันวาคม ดังบทประพันธ์ที่ว่า \"มฤคเศียรสาโรชเรื้อง เพ็ญพักตร์ จันทร์แจ่มจันทร์จรเมลือง ล่งฟ้า ตรียามพวายชัก ชวนเพื่อน เพาแฮ โอ้ดนัยเดียวหม้า ใหม่ฤๅ ฯ แขวนขดาน ปางทวิชเริ่มแรกตั้ง ดอกไม้ ขดานดั่งดวงดือ สายโยค กรรแสกรรแสงสาร เร่งถวิล ฯ \" โอ้อกเรียมคิดได้ ๑.๕ พรรณายกย่องเกียรติคุณของพระมหากษัตริย์ในตอนท้ายของเรื่อง ดังบท ประพันธ์ที่ว่า \"กษัตริย์สุริยเดชล้ำ ดินบน พื้นแผ่นภพเปรมแปร กราบเกล้า เดโชชโยรณ ฤทธิ์เดช พระนา ถวายรัชมาลย์เท้า ทั่วท้าวมามือ[๒๓๓] ฯ โสฬศเลื่องโลกฟ้า ดินดาล เดชนา ทุกทั่วไตรภพฦๅ ล่งฟ้า จักรพรรดิปิ่ นจักรพาฬ พันเดช อัครราชเสวยรมย์หล้า เรื่อยรมย์ ฯ \"
๒. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๙ ๒.๑ การเลือกใช้โวหาร พรรณนาโวหาร คือ เป็นวรรณกรรมที่เลือกใช้คำ ทำให้ผู้อ่าน เกิดอารมณ์ซาบซึ้งเพลิดเพลินไปกับข้อความหรือบทกลอนนั้น ในโคลงทวาทศมาสก็ใช้หลัก พรรณนาโวหาร ในการดำเนินเรื่องราวเช่นกัน ทำให้ผู้อ่านเกิดจินตภาพในการอ่าน ดั่งบท ประพันธ์ต่อไปนี้ \"อัมพรมัวเมฆคล้าย คลั่งฝน แม่ฮา เซงซ่าชลโชรมชรอม ฉ่ำหล้า ธาราน่านนองชล ชิงเชี่ยว แม่ฮา เรียมรลุงแลถ้า ไป่เห็น ฯ ครรชิตรัชนิฟ้า เฟ็ดโพยม วายุโอบพรุณเปน เมฆกลุ้ม ชีสามุ่งใจโจม จรจ่อม เอานา ในเมฆอันคลุ้มคลุ้ม โอบมา ฯ \" บทประพันธ์ พรรณาถึงท้องฟ้าในเดือนเก้า ที่มืดมัว ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้พื้นดินชื่น ชะอุ่ม น้ำในแม่น้ำ ลำธารไหลเชี่ยวและเจิ่งนอง ฟ้ามืดดั่งกลางคืน เสียงฟ้าร้องอยู่หวั่น ๆ ลม โอบเมฆมาอยู่คลุ้ม ๆ ทำให้ฝนตก ๒.๒ รสวรรณคดี โคลงทวาทศมาส ส่วนใหญ่เลือกใช้รสวรรณคดี เสาวรจนีย์ คือ บทชม โฉม โดยเลือกใช้ชมความงามของนางในจินตนาการ และชมความงามของสภาพสังคมใน สมัยนั้น ดั่งบทประพันธ์ต่อไปนี้ \"เรียมรักรัตนน้อง นางเดียว เบญจฤดีดัษกาม เกศกลั้ว สงวนศรีสุมาลย์เกลียว กลมสวาท เยียวรำเพยพานตั้ว ด่วนหมอง ฯ สงวนสร้อยเสาวภาคย์เนื้อ นวลนาง ฤาห่อนาสาสอง ห่างหั้น ในทิพย์บรรจฐรณ์กลาง ฤาห่างองค์แก้วกั้น ชนม์ชีพ กึ่งกร ฯ บไกลอกอาสน์อ้า อกองค์ หนึ่งเลย ฤาด่วนมาจำจร จากข้าง คิดถึงศรีสมบูรณ์บง กชมาศ กูเอย รสภิรมย์แรมร้าง เร่งตรอม ฯ\"
๒.๓ การใช้โวหารภาพพจน์ เช่น ๑๐ ๒.๓.๑ อุปมา เปรียบสิ่งนั้นว่า เหมือน คล้าย ดุจ สิ่งนี้ ดั่งบทประพันธ์ \"คิดเคยเยาวราชท้าว พาลสอง โสดแฮ แนบกำโบลปรางเปรม เปรียบแก้ม คิดสินธุภุชงค์ฉลอง บัวมาศ ตฤบเตรียมรสยำ้แย้ม ย่องกาม ฯ\" ๒.๓.๒ คติพจน์ คือการกล่าวเกินความเป็นจริง เช่น “สหัสสุริเยศเรื้อง รังสี ผลาญแผ่นไตรภพสรรพ์ เษกไหม้ กำเดากำดาลตรี ภพนาศ ร้อนไป่ปานน้องไท้ จากจร ฯ ไตรยุคทั้งสี่ร้อน รนอก โลกประชารากร หล่อหล้ม ร้อนเรียมราสพันพก แสนส่วน ไตรกำเดาดาลต้ม แตกทรวง ฯ ธรณีธรณิศแล้ง เลอหาว แห้งแล ใบบัดพฤกษาดวง เหี่ยวแห้ง ลดากระหวัดราว รุกขมาศ วัลย์เวี่ยไม้ไหล้แล้ง ช่วยตรอม ฯ\" ๒.๓.๓ สัญลักษณ์ เป็นการเรียกชื่อสิ่งๆหนึ่งโดยใช้คำอื่นมาแทน ไม่เรียกตรง ๆ เช่น \"ดวงเดียวสุดสวาดิเกล้า สงสาร พี่เอย กลิ่นกำจรหอมหรรษ์ หื่นห้า อัปสรบ่ดลสถาน สามโลก ๒.๓.๔. สัทพจน์ หมเาทยียถึรงไปภ่ปาพานพนจุชน์หที่นเ้ลาียนเสียงธรรมแชข่างติแขเช่ฯน\" \"กรรดึกเดือนตั้งแ ต่ง โคมถวาย ทุกท่วยหญิงชายแส วง ล่องเหล้น ขับซอปี่ แคนหลาย เพลงพาทย์ ติ้งติ่งนิ้วน้าวเต้น ร่อนรำ ฯ\"
๒.๓.๕ อุปมา หมายถึง การเปรียบเป็นสิ่งต่าง ๆ เช่น ๑๑ \"รอยนุชเป็นเนตรรื้อ เป็นองค์ พี่แม่ จับจึ่งมาข่มเขญ ขื่นไส้ รลวงพิไรจง จอดแม่ เดียวแม่ เดือดแปดแปดยามไห้ รํ่าโหย ฯ\" ๒.๓.๖ บุคลาธิษฐาน คือการสมมติสิ่งไม่มีชีวิต ให้มีอารมณ์เหมือนสิ่งมีชีวิต เช่น \" พระสุริยผายผาดม้า แมนสวรรค์ รถวิมานชูชม ช่อแก้ว ขอเสด็จร่วมรมย์จันทร์ มูลเมฆ ไปนา สมสู่องค์จงแล้ว สว่างร้อนเรียมตรอม\" ๓. การเล่นเสียง มีการเล่นเสียงพยัญชนะ ดั่งบทประพันธ์ \"รเร่รร่ายร้อง เรียมตรอม อึงแอกเสียงเรียมแปร ป่วนไส้ ขึ้นยะยรรดอม เดียวสวาดิ พรายทั่วฟ้าอกไหม้ ม่าวถวิล \" จากบทประพันธ์จะพบว่า มีการเล่นเสียงพยัญชนะ ร , ย \" สุริยแสงส่งสร้อยส่อง สุมามาลย์ คือศศิสุริยเดิร ผาดผ้าย ถวิลทิพยสุดาดาล เสด็จยาตร มาแม่ ในสุธาราคล้าย เร่งยวนใจยวน ฯ\" จากบทประพันธ์จะพบว่า มีการเล่นเสียงพยัญชนะเสียง ส (ส,ศ)
๑๒ บรรณานุกรม “โคลงทวาทศมาส วัชรญาณ.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก:https://vajirayana.org/ สืบค้น ๓ มกราคม ๒๕๖๖ “วรรณคดีสมัยอยุธยาตอนต้น.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก:elfhs.ssru.ac.th/ สืบค้น ๓ มกราคม ๒๕๖๖ “นามานุกรมวรรณคดีไทย.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก:https://www.sac.or.th/databases/thailitdir/detail.php? meta_id=79/ สืบค้น ๓ มกราคม ๒๕๖๖ “โคลงทวาทศมาส.” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้ จาก:https://th.m.wikipedia.org/wiki/โคลงทวาทศมาส/ สืบค้น ๓ มกราคม ๒๕๖๖ “วรรณคดีไทยในสมัยอยุธยาตอนต้น โคลงทวาทศมาส.” [ออนไลน์]. เข้า ถึงได้ จาก:https://sites.google.com/site/wannakhadeethaigzm/kholng -thwaths-mas/ สืบค้น ๓ มกราคม ๒๕๖๖
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: