Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การจัดการกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพ

การจัดการกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพ

Description: การจัดการกลุ่มเพื่อพัฒนาอาชีพ

Search

Read the Text Version

39 8. มีความสามารถในการบรหิ ารงาน และเปน็ ผู้นาํ ทีด่ ี มลี กั ษณะการเปน็ ผ้นู าํ รูห้ ลักการ บริหารงาน เมอื่ ต้องทาํ งานร่วมกับคนหลายระดับในภาวะท่แี ตกตา่ งกันออกไป ของการเตบิ โตทาง เศรษฐกจิ ลักษณะของความเป็นผู้นาํ ก็ย่อมแตกตา่ งกนั ไป โดยเฉพาะระยะเร่ิมทําธรุ กจิ จะต้องรบั บท เป็นผนู้ ํา ที่ลงมือทําทุกอยา่ งด้วยตนเอง ทํางานหนกั เพ่อื ใหบ้ รรลุความสาํ เร็จเอาใจใส่ผรู้ ว่ มงานวางแนวทางการ ทํางานพร้อมให้คาํ แนะนําผู้รว่ มงานรบั คาํ ส่ังด้วยความเตม็ ใจปฏบิ ัตเิ ขาจะเปน็ ผ้กู ํากบั ดแู ลอย่างใกลช้ ดิ และเป็น กนั เองผลงานดาํ เนินไปด้วยดี ต่อมากจิ การเตบิ โตข้ึน การบรหิ ารงานก็เปลี่ยนแปลงไป ลกู น้องมกี ารเปลีย่ นแปลงและ เช่ือม่ันได้มากขึ้น ไวใ้ จและแบ่งความรบั ผดิ ชอบใหล้ ูกน้องมากขึน้ จนถงึ ปล่อยให้ดําเนินการเอง สว่ นตนเองจะได้มเี วลาใช้ ความคิดพฒั นาผลิตภัณฑ์ ขยายกิจการหรือลงทุนใหม่ มีการวางแผนสั่งการตดั สินใจทาํ งานตามท่ีวางไว้ กล้าลงทนุ จา้ ง ผู้บริหารมาช่วยงานมากกว่าเป็นธุรกจิ เครอื ญาติ รู้จกั ปรับเปลีย่ นแปลงการบริหารสามารถทาํ ใหธ้ รุ กิจประสบความสาํ เรจ็ ได้ 9. มีความเชอ่ื ม่นั ตนเองผปู้ ระสบความสาํ เรจ็ มักจะเป็นผู้ทม่ี คี วามเชื่อม่นั ในความสามารถของตนเอง ชอบ อสิ ระและพ่ึงตนเอง มีความม่ันใจ ตง้ั ใจเดด็ เด่ยี ว เข้มแข็งมลี ักษณะเป็นผูน้ ํา และมคี วามเชอื่ ม่นั ที่จะพชิ ิตเอาชนะ สิง่ แวดล้อมทนี่ า่ สะพรึงกลวั ได้ มีความทะเยอทะยาน มักจะประเมนิ ความสามารถของตนเองสูงเกนิ ไป เชอ่ื ม่ันตัวเอง มากเกินไปจงึ ไม่แปลกที่ผปู้ ระกอบการท่ีประสบความสําเรจ็ เคยมีประวัตคิ วามลม้ เหลวมาแล้วหลายครงั้ โดยเฉพาะช่วงแรก ของชวี ิตการทาํ งานแตเ่ ขาไมเ่ ลิกลม้ ความล้มเหลวทําใหเ้ ขาไมห่ ยุดกา้ วต่อไป กลา้ นาํ บทเรียนน้นั มาแกไ้ ขปรับปรุง จน สามารถตอ่ สู้ปัญหาอปุ สรรคต่างๆไดส้ ําเรจ็ เขาเชอ่ื มัน่ ว่าไมว่ า่ สถานการณอ์ ย่างไรเขาต้องพึ่งตนเองได้ ปัจจัยอน่ื ๆ เป็น ปจั จัยเสริมเทา่ น้ันการทํางานหนักความทะเยอทะยาน และการแข่งขนั จะเป็นส่งิ สนับสนุนตนเองได้ดีทีส่ ุด 10. มีวสิ ยั ทศั นก์ วา้ งไกล เปน็ ผ้ทู ม่ี ปี ระสบการณ์สามารถทจ่ี ะวิเคราะห์เหตุการณใ์ นอนาคตข้างหน้าได้ อยา่ งแม่นยําและพร้อมรับเหตุการณ์ท่ีจะเปล่ยี นแปลง 11. มีความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบต่องานท่ีทําเปน็ อยา่ งดี เป็นผู้นาํ ในการทําสิ่งต่างๆ เขามักจะมี ความคดิ ริเริ่มแลว้ ลงมือทาํ เอง หรอื มอบหมายใหผ้ ้อู ่ืนทาํ และเขาจะเป็นผู้ดแู ลจนงานสําเร็จไปตามเปา้ หมายที่วาง ไว้ เขากจ็ ะรับผิดชอบตัดสนิ ใจในผลงานน้ันไมว่ า่ จะผลออกมาจะดีหรอื ไม่ เขาเชอื่ ว่าความสาํ เร็จเกิดจากความเอาใจใส่ ความ พยายาม ความรบั ผดิ ชอบมิใช่เกิดจากโชคหรือส่งิ ศักด์ิสทิ ธ์ิทาํ ใหเ้ กดิ ขน้ึ เทา่ นั้น 12. มคี วามกระตือรอื ร้น และไมห่ ยดุ น่ิง แสดงให้เหน็ การทํางานเต็มไปด้วยพลงั มีชวี ติ ชีวาทยี่ ากจะทดั ทาน มี ความกระตือรือรน้ ทาํ งานทุกอยา่ งรวดเรว็ ทํางานหนกั มากกวา่ วนั ละ 18 ชั่วโมง เกนิ กวา่ คนปกติทว่ั ไป เรง่ รัดตวั เองทุก วัน มีพลังผูกพันตัวเองไม่อยู่นิ่งด้วยการฆ่าเวลาให้หมดไปวนั หน่ึงๆเบือ่ หนา่ ยต่องานซาํ้ ซากจําเจ 13. ใฝ่หาความรู้เพิม่ เตมิ ถึงแม้จะเชีย่ วชาญชํานาญในการผลิตแตค่ วามรู้และประสบการณอ์ ย่างอ่ืนหรอื ทมี่ อี ยู่ยังไม่ เพียงพอ ก็ต้องหาความร้เู พม่ิ เติมอยูต่ ลอดโดยเฉพาะความรขู้ อ้ มูลทางการตลาดเศรษฐกจิ การเมือง กฎหมาย ทง้ั ในและ ตา่ งประเทศ ขอ้ มลู เหล่าน้จี ะช่วยให้เขาวเิ คราะห์สถานการณท์ ีเ่ ปล่ยี นแปลงความร้ไู ม่มวี ันเรยี นจบ ความรู้อาจจะได้จาก การสมั มนาฝกึ อบรม อา่ นหนังสือทาํ ใหม้ คี วามรู้เพ่มิ ขึน้ และปรึกษาผู้เชยี่ วชาญ มาช่วยให้ข้อคิดเหน็ แกไ้ ข ปัญหา สิง่ เหลา่ นี้จะเปน็ วิธหี น่งึ ท่จี ะชว่ ยใหง้ านสาํ เร็จเร็วข้นึ

40 14. กลา้ ตัดสินใจและมีความมมุ านะพยายาม กล้าตดั สนิ ใจมคี วามหนักแนน่ ไมห่ วาดหวน่ั เชื่อมน่ั ในตนเองกับงานทีท่ ํา มจี ิตใจของนกั ตอ่ สู้ แมง้ านจะหนักกท็ ุม่ เทใหส้ ดุ ความสามารถ ไมก่ ลวั งานหนกั ถอื ว่างานหนักนน้ั เป็นงานท้าทายใช้ความรู้ สติปญั ญา ความสามารถของเขาในการทํางาน เขาจะภมู ิใจเมอ่ื ทาํ ได้สําเร็จ ความมมุ านะพยายามนน้ั เป็นการทุ่มเทชีวิตจติ ใจ ทําแข่งขันกบั ตัวเองและแข่งขนั กับเวลา ขวนขวายหาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคจนสามารถบรรลุความสาํ เร็จ 15. อย่าต้งั ความหวังไว้กับผู้อื่น ผ้ปู ระกอบการทเี่ พิง่ เร่ิมทาํ ธรุ กิจ มกั ใช้นา้ํ พักนํา้ แรงที่มาจาก ตนเอง จึงมีการผลกั ดนั ใหผ้ ทู้ อ่ี ยู่รอบดา้ น ลูกน้องทํางานหนักอย่างเต็มท่เี ช่นเดยี วกบั ตนเพ่ือใหง้ าน สําเรจ็ บางคร้ังเข้าไปควบคมุ กํากับอยา่ งใกล้ชดิ ทาํ ให้ดเู หมอื นไม่ไวว้ างใจผรู้ ่วมงาน แตเ่ ขาหวงั เพียง ความสาํ เรจ็ 16. มองเหตุการณป์ จั จุบนั เปน็ หลักผู้ประกอบการบางคนมกั จะฝังใจในอดตี ซ่ึงบางคนประสบ ความสําเรจ็ บางคนลม้ เหลวแลว้ ไม่สามารถปรบั ตวั เองได้ บางคนปรับตวั ไดโ้ ดยพยายามเข้าใจใน อดตี บางคนมีแตโ่ ลกแหง่ ความฝัน สรา้ งวิมานในอากาศ แลว้ ไมล่ งมอื ทํา จึงไมบ่ รรลเุ ป้าหมายทีว่ าง ไว้ ดังนนั้ จงทํางานปัจจุบันใหด้ ที ่สี ุดคิดถึงอนาคตด้วยการวางแผนไว้อย่างรอบคอบ แต่มุ่งทาํ ปัจจุบนั ให้ สาํ เร็จ ไมต่ ้องไปกังวลอยา่ งอื่นจนทําอะไรไมไ่ ด้ 17. สามารถปรับตัวเข้ากับส่ิงแวดลอ้ ม ต้องเชือ่ มัน่ ในความสามารถของตนท่จี ะปรบั ตนเองให้เป็นไป ตามต้องการของสภาพแวดล้อมมากกวา่ ปล่อยใหท้ ุกอย่างเป็นไปตามท่คี วบคุมไม่ได้ หรอื ขน้ึ อยกู่ ับโชคหรือ ดวง ถ้าพดู ถงึ โชค หรอื ดวงนนั้ ผ้ปู ระกอบการทปี่ ระสบความสําเร็จใหค้ วามเห็นว่า \"เป็นเพียงสว่ นหน่งึ เท่าน้ันไม่ใช่ เป็นหลกั แตท่ ้งั น้ีอยทู่ ่กี ารกระทําของตนเองต้องใช้ความรู้ความสามารถผลกั ดนั ตนเองจึงจะประสบความสําเร็จไมใ่ ช่ไปดู หมอดู\" 18. ทาํ อะไรเกนิ ตวั คือความล้มเหลว การทาํ อะไรรูจ้ กั ประมาณตนเอง ไมท่ าํ สิง่ ใดเกินตัว เกิน ความสามารถ จะได้ไมป่ ระสบกับความล้มเหลวในการลงทนุ ทาํ ธรุ กิจ ในระยะแรกการคาดการณ์ ตลาด ยงั ไม่ชัดเจน แต่ทําธุรกจิ แบบใจใหญ่ แทนท่ีจะเรมิ่ เลก็ ๆ ไปกอ่ น แต่กลับไปลงทุนใหญ่ทเ่ี ดยี ว ผลลัพธ์ ไม่สามารถหาตลาดได้ สนิ คา้ ทผ่ี ลิตไดก้ ็ไมส่ ามารถจะระบายออกไปได้ ผลสดุ ทา้ ยมีสนิ คา้ ค้างสต็อก มาก เงินทง้ั หมดก็มาจมอยู่ ไมส่ ามารถหาเงินลงทุนตอ่ ไปได้ นเ่ี ป็นสาเหตขุ องความเกินตวั ทําให้ธรุ กิจ ลม้ เหลวได้ 19. ตอ้ งมีความรว่ มมือและแข่งขนั การทาํ ธุรกิจย่อมมจี ุดมุ่งหมายเดียวกนั คอื เพ่อื กําไร แมว้ า่ จดุ มง่ หมายเดียวกนั ก็ไมจ่ ําเป็นตอ้ งแขง่ ให้ลม้ ไปขา้ งหนงึ่ ยังมีวิธีการทจ่ี ะมงุ่ สู่ความสาํ เรจ็ ในการดําเนินธรุ กจิ ประเภทเดียวกนั ด้วยวธิ กี ารท่แี ตกต่างกนั ออกไป ผปู้ ระกอบการทีด่ าํ เนินธรุ กจิ ประเภทเดียวกนั จะต้องไม่ พยายามทําธุรกจิ ให้เกดิ ผูแ้ พผ้ ู้ชนะ แตต่ ้องดาํ เนินให้เกดิ เพยี งผูช้ นะอย่างเดียว รว่ มมือกันพ่งึ พาอาศัยกัน เพอื่ ใหธ้ รุ กจิ อยูร่ อดโดยร่วมกนั ตงั้ เป็นสมาคม ชมชม เพื่อช่วยเหลอื กัน การทําธรุ กจิ ต้องมกี ารแข่งขัน ควร แข่งขนั ในเรอื่ งพัฒนาผลติ ภณั ฑ์ คุณภาพ บรกิ าร ดา้ นลดต้นทุนการผลติ ถ้าไม่มีการแขง่ ขัน กจ็ ะไม่มีการ พฒั นาเกิดข้ึน

41 20. ประหยัดเพอ่ื อนาคตการดําเนินธรุ กิจตอ้ งใชร้ ะยะเวลายาวนานกว่าจะบรรลุเปา้ หมาย การ ดาํ เนินงานระยะสัน้ ยังไมเ่ ห็นผล ผู้ประกอบการตอ้ งมีการประหยดั อดออมไว้เพอื่ นําไปขยายกิจการใน อนาคต ตอ้ งรู้จักหา้ มใจทจ่ี ะหาความสขุ ความสบายในช่วงทธี่ ุรกิจพึ่งจะตง้ั ตวั อดเปรยี้ วไวก้ ินหวาน เพ่ือ อนาคตขา้ งหน้า 21. มีความซื่อสัตย์ ต้องมคี วามซอื่ สตั ย์ต่อลูกคา้ ในดา้ นคณุ ภาพสินคา้ และต้องสรา้ งความเชอื่ ถือของ ตวั เองในการเป็นลกู หนี้ที่ดีของธนาคาร เปน็ นายที่ดีของลูกนอ้ ง โดยสัญญาจะใหโ้ บนัสกับเขาก็ต้องให้ มี ความซ่ือสัตย์ต่อเพื่อนรว่ มหนุ้ ต่อครอบครวั และตอ่ ตนเอง

42 กิจกรรมท้ายบทที่ 3 เร่อื ง การบรหิ ารจัดการกลมุ่ 1.ใหน้ ักศกึ ษาอธิบาย ปจั จัยเก่ียวกบั การธุรกจิ ว่ามอี ะไรบา้ งและสําคญั อยา่ งไร ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 2. ให้นกั ศกึ ษาอธิบายประเภทของเงินทุนพรอ้ มวธิ กี ารจดั หาเงนิ ทนุ พอสงั เขป ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

43 3. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายความสําคัญ ของการบรหิ ารการผลติ ท่ีมีผลต่อการบริหารจดั การกลุ่ม ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 4. ให้ผู้เรียนอธิบายความสําคัญ ของการบริหารการตลาดและการบริหารงานบุคล ท่ีมีผลต่อการบริหาร จัดการกล่มุ มาพอเข้าใจ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ 5. ใหผ้ ู้เรียนอธิบายวา่ การ วิเคราะหป์ จั จยั สูค่ วามสําเร็จ จาํ เป็นตอ่ การบรหิ ารจดั การกลุม่ มาพอเข้าใจ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................

44 บทท่ี 4 ปัจจัยที่ทาํ ใหก้ ลุ่มอาชพี ประสบความสําเร็จ และความเส่ยี งในการดาํ เนนิ งาน เรอื่ งท่ี 1 ปจั จยั ภายในทส่ี ่งผลใหก้ ลุ่มประสบความสาํ เร็จ ปัจจยั ภายในหรอื ปัจจัยทส่ี ามารถควบคมุ ได้ ปัจจยั ภายในหรอื ปจั จัยที่สามารถควบคมุ ได้ หมายถึง ปัจจยั ทางการตลาดทีน่ กั การตลาดสามารถ ควบคุมหรอื ปรับเปลยี่ นใหเ้ ปน็ ไปตามความต้องการของธุรกจิ ได้ ประกอบดว้ ย 1.1 ผลติ ภัณฑ์ (Product ) หมายถึงตวั สินคา้ หรือบรกิ ารธุรกิจไดผ้ ลติ ขึน้ หรอื จดั หามาเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของตลาดเปา้ หมาย เปน็ ปจั จยั แรกทม่ี ีความสําคญั ตอ่ การดาํ เนินงานทางการตลาด เพราะการผลติ หรอื การจดั หาผลิตภัณฑไ์ ดต้ รงความต้องการของตลาดเป้าหมาย จะทําใหผ้ ลติ ภณั ฑ์เป็นท่ี ยอมรับแกต่ ลาดหรือผบู้ ริโภคนํามาซึ่งการตอบสนองของผู้บรโิ ภคโดยการซอ้ื สินคา้ หรอื บรกิ าร ทําให้ องคก์ ารประสบความสําเรจ็ ฉะน้นั นักการตลาดต้องให้ความสาํ คัญกับการจัดการเกี่ยวกับผลติ ภณั ฑ์ ในด้าน การออกแบบ การพฒั นา การจดั มาตรฐาน การจดั กลุม่ ผลิต๓ณฑแ์ ละการเพิ่มหรอื ลดสายผลติ ภณั ฑ์ ให้ มีความสอดคลอ้ งกับความต้องการของตลาดเปา้ หมาย 1.2 ราคา (Price) หมายถึง มลู ค่าของสินคา้ มลู คา่ จะต้องสอดคลอ้ งกับอรรถประโยชนข์ อง ผลติ ภัณฑน์ ัน้ เป็นสําคัญ เหมาะสมกบั ลักษณะของกลุม่ ตลาดเป้าหมายโดยพจิ ารณาอํานาจการซื้อ พฤตกิ รรมการซ้ือ 1.3 การกาํ หนดช่องทางในการจัดจาํ หนา่ ย (Place) หมายถึงกจิ กรรมในการทาํ ใหส้ ินค้าหรือบรกิ าร เคลอ่ื นยา้ ยจากผู้ผลิตไปสผู่ บู้ ริโภคหรอื ผใู้ ชอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม การสร้างประสทิ ธภิ าพใหก้ ับช่องทาง การจดั จาํ หน่ายสนิ คา้ หรอื บรกิ าร ต้องอาศัยปจั จัยทีส่ าํ คญั 2 ประการคือ 3.1 พอ่ คา้ คนกลาง (Middlemen) หมายถึงบคุ คลทที่ าํ หน้าทใี่ นการนําสนิ ค้า จากแหล่งผลติ ไปสู่ผูบ้ รโิ ภค ในระดบั ต่าง ๆ ได้แก่ พ่อค้าขายปลกี พ่อคา้ ส่ง นายหน้า ตวั แทนจาํ หนา่ ย 3.2 เคร่อื งมอื ในการกระจายสนิ คา้ หมายถึงสิง่ ทีจ่ ะช่วยทําใหส้ ินค้า ไปถึงมอื ผบู้ ริโภคได้อย่าง รวดเรว็ ทัว่ ถงึ และทนั เวลาทตี่ ้องการ เช่น การขนสง่ การจดั เก็บรกั ษา การตรวจนบั สนิ คา้ 1.4การสง่ เสรมิ การตลาด (Promotion) หมายถงึ กจิ กรรมในการติดตอ่ สื่อสารข้อมูลทง้ั หมด เก่ยี วกับสินค้า หรอื บริการทกี่ ิจการนําเสนอแกต่ ลาดเปา้ หมายเพอื่ ใหผ้ บู้ ริโภคมีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ียวกบั สินคา้ ที่นาํ เสนอ วา่ สินค้า มีอะไรบ้าง มปี ระโยชนอ์ ย่างไร จําหนา่ ยที่ไหน ราคาเทา่ ไร

45 บทเรียนท่ีได้จากกลุ่มอาชพี ที่ดําเนนิ งานประสบผลสาํ เรจ็ (องค์กร) 1. ผนู้ ํา มที งั้ ผ้นู าํ ทเ่ี ป็นทางการและผูน้ าํ ตามธรรมชาติ จะเปน็ ผู้สนใจใฝ่รู้ กลา้ คดิ เร่ืองใหมๆ่ กลา้ ตัดสนิ ใจ เสียสละ รับฟงั ความคิดเห็นจากสมาชกิ ประสานความรว่ มมอื ร่วมใจในหมสู่ มาชกิ ได้ ไม่เอา เปรียบ มีนา้ํ ใจ อทุ ศิ เวลาเพอ่ื ส่วนรวม เออ้ื อาทรต่อผ้อู ืน่ 2. สมาชกิ พรอ้ มใหค้ วามรว่ มมือ ร่วมแรง ร่วมใจ เสียสละ ทงั้ แรงงาน และทุน ในการทาํ งาน ร่วมกนั สามารถเปลย่ี นบทบาทเปน็ ผู้นําได้ 3. การบริหารจัดการกลุ่ม มคี วามเสมอภาค ทางความคิด สมาชิกทุกคนมสี ทิ ธิเสมอภาคกนั สามารถแลกเปลีย่ นความคิดเห็น แกไ้ ขปญั หาร่วมกนั (เกดิ การพัฒนาองค์กรในแนวราบมากกว่าแนวด่งิ ) 4. มีกฎกติกาภายในองคก์ ร สมาชิกยอมรบั ในกฎกตกิ าท่ีตัง้ ข้ึน เคารพการตัดสินใจซ่งึ กนั และ กนั ทง้ั ท่เี ป็นเร่อื งส่วนร่วมและส่วนตวั 5. มีการแบง่ บทบาทหนา้ ทใ่ี นการบริหารกลมุ่ อยา่ งชดั เจน 6. มีองค์กรทหี่ ลากหลายภายในกลมุ่ บุคคลเปน็ สมาชกิ ของหลายกล่มุ เกดิ การแลกเปลยี่ น ความรแู้ ละเชอื่ มประสานของคนในชมุ ชน 7. พลังขององคก์ รในชมุ ชนตา่ งๆ สามารถนาํ มาบรู ณาการ เพือ่ การพัฒนาได้ พระสงฆ์ ครู กลุม่ สตรีกลุ่มเยาวชน อบต.

46 เรือ่ งที่ 2 ปัจจยั ภายนอก ปัจจัยภายนอกหรือปัจจัยท่ีควบคุมไม่ได้ หมายถึง ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลกระทบหรือเกี่ยวข้องกับ การดําเนินงานทางการตลาดในด้านต่าง ๆ เป็นปัจจัยท่ีกิจการไม่สามารถควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงให้ เป็นไปในทิศทางทก่ี จิ การตอ้ งการได้ ประกอบดว้ ยปัจจยั ท่ีสาํ คัญ คอื 2.1 ปัจจัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคม (Cultural and Social Factors) เป็นปัจจัยที่อยู่ นอกเหนืออํานาจท่ีนักการตลาดจะควบคุมได้ แต่เป็นปัจจัยที่มีความเกี่ยวข้องกับคนในสังคมที่เป็นกลุ่ม ตลาดเป้าหมาย เป็นผลกระทบทําให้การดําเนินงานการตลาดประสบความสําเร็จหรือส้มเหลวได้ ทั้งน้ี ข้ึนอยู่กับความสามารถของนักการตลาดในการศึกษาและทําความเข้าใจเก่ียวกับวัฒนธรรมและสังคมของ ตลาดอย่างถูกตอ้ ง 2.2 ปัจจัยเก่ียวกับการเมืองและกฎหมาย (Political and Legal Factors) ปัจจัยทางการเมือง และกฎหมาย ข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานท้ังในและต่างประเทศ เป็นส่ิงที่มีความสัมพันธ์กับการ ดําเนินกจิ กรรมตา่ ง ๆ ทางธุรกจิ เพราะธรุ กจิ ทกุ ชนดิ ทุกประเภท ต้องดําเนินงานภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ีก่ าํ หนด 2.3 ปัจจัยเก่ียวกับเศรษฐกิจ (Economic Factor) การเปล่ียนแปลงของภาวะเศรษฐกิจเป็น ปัจจัยที่สําคัญท่ีมีผลต่อการตัดสินใจทางการตลาดเพราะสภาวะทางเศรษฐกิจจะมีผลกระทบโดยตรงต่อ อาํ นาจซ้อื ของผบู้ ริโภค กล่าวคือ ถ้าหากสภาวะทางเศรษฐกิจเติบโตประชากรจะมีอํานาจซื้อสูง การตลาด จะเกิดการขยายตัว การศึกษาภาวะเศรษฐกิจ ฉะนั้นนักการตลาดจึงควรติดตามความเปลี่ยรแปลงของ สภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นสามารถพิจารณาได้จากรายได้ประชาชาติ อัตราการว่างงาน ภาวะเงินเฟ้อ การ ใช้จ่ายของผ้บู รโิ ภค การให้สินเช่อื แก่ผบู้ รโิ ภค การกาํ หนดอัตราดอกเบยี้ เป็นตน้ 2.4 ปจั จัยเก่ียวกับการแข่งขัน (Competition Factor) ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม นักธุรกิจ รู้ดีว่าสิ่งท่ีหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการดําเนินงาน คือ การแข่งขัน เพราะในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เป็น ระบบทป่ี ดิ โอกาสให้ธุรกิจต่าง ๆ เข้ามาดําเนนิ การได้อย่างกวา้ งขวาง 2.5 ปัจจัยเก่ียวกับความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี (Technology Factor) ในปัจจุบันพบว่าความ กว้าหน้าทางเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสําคัญอย่างมากต่อการดําเนินงานทางการตลาด การผลิต หรือ การดําเนินธุรกิจทุกประเภทเพราะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จะเป็นการอํานวยความสะดวกทําให้ การ ผลิต การตลาด มปี ระสทิ ธิภาพมากขึ้น 2.6 ปัจจัยเก่ียวกับคนกลางทางการตลาด(Middlemen Factor) คนกลางทางการตลาดเป็น ปัจจัยสําคัญในการจัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์ไปสู่ตลาดเป้าหมาย คนกลางทางการตลาดมีหลายประเภท แต่ ละประเภทจะทํางานเป็นอิสระมากหรือน้องเพียงใดขึ้นอยู่กับลักษณะการดําเนินงาน ในขณะที่นักการ

47 ตลาดจําเป็นต้องอาศัยคนกลางในการจําหน่ายสินค้า นักการตลาดจึงจําเป็นต้องเสนอเง่ือนไขและ ผลตอบแทนทคี่ นกลางพอใจ 2.7 ปัจจัยเกี่ยวกับกลุ่มผู้ผลิตหรือผู้จัดจําหน่ายวัตถุดิบและเครือข่ายธุรกิจ (Suppliers Factor) ผู้ประกอบต้องร้จู กั องค์กรและหน่วยงานตา่ ง ๆทัง้ ในภาครัฐบาล และเอกชนที่สามารถให้การสนับสนุนและ ช่วยเสรมิ สร้างความสามารถในการดําเนินธรุ กิจ 2.8 ปัจจัยเก่ียวกับตลาดหรือผู้บริโภค (Market or Customer Factors) ปัจจัยทางด้าน การตลาดหรือผู้บริโภค เป็นปัจจัยท่ีมีความสําคัญอย่างย่ิงต่อการตัดสินใจในการดําเนินงานทางการตลาด ในขณะเดียวกันตลาดหรือผู้บริโภค เป็นสิ่งท่ีนักการตลาดไม่สามารถควบคุมความต้องการได้ แต่ต้อง ตอบสนองความตอ้ งการของตลาดฉะน้ันนกั การตลาดต้องศึกษาตลาด หรือผู้บริโภค ให้มากท่ีสุด นําข้อมูล ที่ได้ มากําหนดหน้าที่หรือกิจกรรมทางการตลาดเพ่ือดึงดูดจูงใจให้ผู้บริโภคหรือตลาด เกิดความสนใจใน ผลิตภณั ฑ์

48 เร่อื งที่ 3 การจดั การความเสี่ยงของการดาํ เนนิ งาน 3.1 นิยามความเสยี่ ง ความเสี่ยง (Risk) คือ การวดั ความสามารถ ทีจ่ ะดําเนนิ การใหว้ ตั ถปุ ระสงคข์ องงานประสบ ความสําเร็จ ภายใตก้ ารตัดสินใจ งบประมาณ กาํ หนดเวลา และขอ้ จาํ กดั ดา้ นเทคนคิ ทเี่ ผชิญอยู่ อย่างเชน่ การจัดทําโครงการเปน็ ชุดของกิจกรรม ที่จะดําเนินการเร่ืองใดเรื่องหนง่ึ ในอนาคต โดยใช้ทรัพยากรทมี่ ีอยู่ อย่างจํากดั มาดําเนนิ การใหป้ ระสบความสําเรจ็ ภายใตก้ รอบเวลาอันจํากดั ซ่ึงเป็นกาํ หนดการปฏิบัตกิ าร ในอนาคต ความเสีย่ งจงึ อาจเกิดขนึ้ ไดต้ ลอดเวลา อนั เนอื่ งมาจากความไม่แนน่ อน และความจาํ กัดของ ทรัพยากรโครงการ ผบู้ รหิ ารโครงการจงึ ต้องจดั การความเส่ยี งของโครงการ เพอื่ ใหป้ ญั หาของโครงการลด น้อยลง และสามารถดําเนนิ การให้ประสบความสําเร็จ ตามเปา้ หมายท่ตี ้ังไวอ้ ย่างมีประสทิ ธิผลและ ประสทิ ธิภาพ เราสามารถแบง่ ความเสี่ยงออกไดเ้ ปน็ 4 ประเภท คือ 1. ความเส่ียงทางธรุ กจิ (Business Risk) คือ ความเส่ยี งที่เกดิ จากการเปลย่ี นแปลงความสามารถ ในทาํ กําไรของบริษทั อันเปน็ เหตใุ ห้ผู้ลงทนุ ตอ้ งสูญเสียรายได้ หรือเงนิ ลงทุน ประกอบดว้ ย ความเส่ียงทาง การเงิน ความเส่ยี งด้านการบริหารจัดการ และความเสยี่ งในระดบั อุตสาหกรรม 2. ความเส่ยี งทางตลาด (Market Risk) คือ การสญู เสียเงนิ ลงทนุ อนั เน่ืองมาจากการเปลีย่ นแปลง ราคาของหลักทรัพยท์ ล่ี งทุน ซ่งึ เปน็ ไปตามอปุ สงค์ และอปุ ทานของตลาด 3. ความเส่ยี งในอตั ราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) คอื ความเส่ยี งที่เกดิ จากการเปลยี่ นแปลงใน อัตราผลตอบแทนจากการลงทนุ อันเน่ืองมาจากการเปล่ยี นแปลงในอตั ราดอกเบีย้ ในตลาด 4. ความเสยี่ งจากอาํ นาจซ้อื (Purchasing Power Risk) คือ ความเส่ยี งทีเกดิ จากอาํ นาจซ้อื ของ เงินที่ลดลง ซ่งึ สาเหตุสําคัญทสี่ ง่ ผลตอ่ อาํ นาจซอ้ื คือ ภาวะเงินเฟอ้ กรอบความเส่ยี งของธุรกิจ (Business Risk Model Framework) น้นั จะชว่ ยใหห้ น่วยงานทกุ ระดบั ภายในบริษทั สามารถระบุถึงความเสี่ยงไดง้ า่ ยขน้ึ โดยความเสีย่ งทอี่ าจจะเกิดขึ้นกับบรษิ ัทนั้นอาจแบง่ ได้เปน็ 4 ประเภท คอื 1. ความเส่ียงดา้ นกลยทุ ธ์ (Strategic Risk) 2. ความเสย่ี งดา้ นปฏบิ ัตกิ าร(Operational Risk) 3. ความเสี่ยงดา้ นการเงนิ (Financial Risk) 4. ความเสี่ยงดา้ นสารสนเทศ (Information Risk) ความเสย่ี ง สามารถแบง่ ออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ความเสี่ยงท่เี ปน็ ระบบ และความเสย่ี งที่ไมเ่ ปน็ ระบบ

49 ความเสี่ยงทเ่ี ป็นระบบ (Systematic Risk) เปน็ ความเสย่ี งท่มี ีผลกระทบต่อตลาดท้ังระบบ มักจะ เรียกอีกช่อื วา่ Market Risk หรอื Undiversificable Risk เป็นความเสีย่ งท่ไี ม่สามารถทําให้ลดลงไดจ้ าก การกระจายการลงทุน ความเสีย่ งทไ่ี มเ่ ป็นระบบ (Unsystematic Risk)เป็นความเสย่ี งท่ีเกิดเฉพาะตัวกับธรุ กจิ หรอื หลักทรัพย์น้นั ๆ นักลงทุนสามารถลดความเสย่ี งน้ีลงไดด้ ว้ ยการจัดพอรต์ ลงทนุ ของตนเองให้มีการกระจาย การลงทุนที่เหมาะสม 3.2 กลยทุ ธ์ในการจัดการความเส่ียง การจัดการความเส่ียง หรือ การบริหารความเสี่ยง (อังกฤษ: risk managment) คือ การจัดการ ความเส่ียง ทั้งในกระบวนการในการระบุ วิเคราะห์(en:risk analysis) ประเมิน(en:risk assessment) ดแู ล ตรวจสอบ และควบคมุ ความเสี่ยงท่สี ัมพันธ์กับ กิจกรรม หนา้ ทแี่ ละกระบวนการทํางาน เพือ่ ให้องค์กร ลดความเสียหายจากความเส่ียงมากที่สุด อันเนื่องมาจากภัยท่ีองค์กรต้องเผชิญในช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง หรือเรยี กวา่ อบุ ตั ภิ ยั (Accident ) ความเสย่ี งมคี วามหมายในหลากหลายแง่มุม เชน่ ความเสี่ยง 1คอื 1. โอกาสทีเ่ กดิ ขึน้ แล้วธรุ กจิ จะเกดิ ความเสยี หาย (Chance of Loss) 2. ความเปน็ ไปได้ที่จะเกดิ ความเสียหายตอ่ ธุรกจิ (Possibility of Loss) 3. ความไมแ่ น่นอนของเหตุการณท์ จี่ ะเกดิ ขึ้น (Uncertainty of Event)และ การ คลาดเคล่ือนของการ คาดการณ์ (Dispersion of Actual Result) 4. ภยั (Peril) คอื สาเหตุของความเสียหาย ซึ่งภัยสามารถเกิดข้นึ ไดจ้ ากภัยธรรมชาติ เช่นเกิดพายุ สึนามิ น้ําท่วม แผน่ ดนิ ไหว เป็นต้น ภยั นอกจากจะเกิดขึน้ ไดจ้ ากภัยธรรมชาตแิ ล้ว ภยั นัน้ ยงั เกดิ ขน้ึ จากการ กระทําของมนษุ ย์ เช่น อัคคภี ัย จลาจล ฆาตกรรม เป็นตน้ สาํ หรบั สาเหตุสุดทา้ ยทีจ่ ะเกดิ ภยั ได้นนั้ คอื ภยั ที่ เกิดขนึ้ จากภาวะเศรษฐกิจ เพราะภยั ท่เี กิดจากภาวะเศรษฐกจิ เปน็ อกี สาเหตทุ สี่ าํ คญั เพราะเมอื่ เกิดขึน้ แลว้ คนท้งั ประเทศ หรอื ทงั้ ภูมภิ าคจะได้รบั ผลกระทบอย่างกว้างขวาง 5. ความเสย่ี ง (Risk) คอื ความไมแ่ นน่ อนของเหตกุ ารณ์ ซงึ่ ไมส่ ามารถคาดเดาได้ว่าจะเกดิ ขนึ้ เม่อื ใด แต่ความเส่ยี งนน้ั ๆ จะมีแนวโน้มทีเ่ กดิ ขึ้นไมม่ ากกน็ อ้ ยในบรษิ ทั 6. สภาวะที่จะทําให้เกดิ ความเสียหาย (Hazard) คือ สภาพเง่ือนไขทเ่ี ป็นสาเหตุทที่ าํ ให้ความ เสียหายเพิ่มสงู ข้ึน โดยสภาวะต่าง ๆ นสี้ ามารถแบง่ ออกได้เปน็ สภาวะทางด้านกายภาพ (Physical) คือ สภาวะของโอกาสทจ่ี ะเกิดความเสยี หาย เชน่ ชนดิ และทาํ เลที่ต้งั ของสิ่งปลกู สร้าง อาจเอ้ือตอ่ การเกดิ เพลงิ ไหม้ สภาวะทางด้านศีลธรรม (Moral) คอื สภาวะของโอกาสทีจ่ ะเกิดขึ้นจากความไม่ซ่ือสตั ย์ตอ่ หน้าท่ีการ งาน เช่น การฉ้อโกงของพนักงาน และสภาวะด้านจติ สาํ นกึ ในการปอ้ งกันความเสีย่ ง (Morale) คือ สภาวะ ทีไ่ มป่ ระมาทและเลินเลอ่ หรอื การไมเ่ อาใจใส่ในการป้องกนั ความเสยี่ ง เช่น การทพ่ี นกั งานปลอ่ ยให้ เคร่ืองจักรทํางานโดยไม่ควบคมุ

50 องค์ประกอบการบรหิ ารความเสีย่ ง 1. การระบุชีว้ า่ องค์กรกําลงั มภี ัย เป็นการระบุชวี้ ่าองค์กรมีภยั อะไรบา้ งทม่ี าเผชญิ อยู่ และอยู่ใน ลักษณะใดหรอื ขอบเขตเปน็ อย่างไร นบั เป็นขัน้ ตอนแรกของการบริหารความเสีย่ ง 2. การประเมินผลกระทบของภัย เปน็ การประเมินผลกระทบของภยั ที่จะมีต่อองค์กรซ่ึงอาจเรยี ก อกี อยา่ งหนงึ่ ว่า การประเมินความเสยี่ งทีอ่ งค์กรตอ้ งเตรยี มตัวเพ่ือรบั มือกบั ภยั แต่ละชนิดได้อย่าง เหมาะสมมากที่สดุ 3. การจัดทํามาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงจากภยั การจดั ทํามาตรการตอบโต้ตอบความเสย่ี ง เป็นมาตรการทจี่ ดั เรียงลําดบั ความสาํ คัญแล้วในการประเมินผลกระทบของภยั มาตรการตอบ โตท้ ่ีนิยมใชเ้ พ่ือการรับมอื กบั ภยั แต่ละชนิด อาจจําแนกดงั น้ี 3.1 มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรงของความอนั ตรายของภยั ทีต่ อ้ งประสบ 3.2 มาตรการทีป่ อ้ งกันผ้รู ับภยั มใิ ห้ต้องประสบภยั โดยตรง เช่น ภัยจากการทต่ี ้องปนี ไปในที่ สูงกม็ ีมาตรการป้องกันโดยต้องติดเขม็ ขัดนิรภัยกันการพลาดพลั้งตกลงมา ภัยจากไอระเหยหรอื สารพษิ ก็ปอ้ งกัน โดยออกมาตรการให้สวมหนา้ กากปอ้ งกันไอพษิ เปน็ ต้น มาตรการลดความรุนแรงของสถานการณ์ฉกุ เฉิน เช่น กรณีเกิดเพลิงไหมใ้ นอาคาร ได้มีการขจดั และลดความรุนแรง โดยออกแบบตัวอาคารให้มผี นงั กันไฟ กันเพลิงไหม้รนุ ลามไปยงั บรเิ วณใกล้เคยี ง และมีการตดิ ตั้งระบบสปริงเกอร์ ก็จะช่วยลดหรือหยดุ ความ รุนแรงของอุบัตภิ ยั ลงได้มาตรการกู้ภัยกเ็ ปน็ การลดความสญู เสยี โดยตรง ลงได้มากมาตรการกลับคืนสภาพ ก็เป็นอีกมาตรการในการลดความเสยี หายตอ่ เน่อื งจากภัยหรอื อบุ ตั ภิ ยั แต่ละคร้ังลงได้ มาตรการรบั มอื กบั ภยั 5 มาตรการ (5R) R1 Readiness ความเตรยี มพร้อม องคก์ รตอ้ งเตรียมความพร้อมระบบการบรหิ ารความเสย่ี งให้ มีความพรอ้ มในการจดั ทํามาตรการขจัดหรือควบคุมภยั ตา่ งๆเอาไว้ล่วงหนา้ R2 Response การตอบสนองอยา่ งฉับไว เมื่อเกดิ อบุ ตั ภิ ัยข้ึนระบบตอ้ งมีสมรรถนะท่ดี ีพอในการ ตอบโตภ้ ัยแต่ละชนิดอย่างได้ผลและทนั เวลา R3 Rescue การช่วยเหลอื กภู้ ยั เปน็ กระบวนการปกป้องชีวติ และทรัพย์สนิ ขององค์กร ทีไ่ ดผ้ ล และทนั เวลา R4 Rehabilitation การกลับเข้าไปทํางาน เมื่ออุบัติภัยส้ินสุดลงแล้วต้องกลับเข้าไปท่ีเดิมให้เร็ว ที่สุดเพ่ือ การซ่อมแซม การเปลี่ยนใหม่ หรือการสร้างข้ึนใหม่ (Rebuild) เพ่ือให้อาคารสถานท่ีพร้อมท่ีจะ ดําเนินกจิ การต่อไปได้ อาจรวมไปถงึ การประกันภัยด้วย R5 Resumption การกลบั คนื สสู่ ภาวะปกติ องคก์ รสามารถเปิดทาํ การ หรอื ดาํ เนินธรุ กจิ ตอ่ ไป ตามปกตไิ ดเ้ สมือนว่าไมม่ อี ุบัติภยั มาก่อน

51 กจิ กรรมทา ยบทที่ 4 เรื่อง ปจั จยั ทีท่ าํ ใหก้ ลุม่ อาชพี ประสบความสาํ เรจ็ และความเสย่ี งในการดําเนนิ งาน 1. จงอธิบายปจจยั ภายในทส่ี ง ผลใหก ลุม อาชพี ประสบความสาํ เรจ็ .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ………………………………………………………………………………………………… 2. จงอธบิ ายปจ จยั ภายนอกท่สี ง ผลกระทบตอการจดั การกลมุ อาชพี .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ………………………………………………………………………………………………… 3. จงอธบิ ายการจัดการความเสี่ยงของการดาํ เนนิ งานกลุมอาชีพ ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………

แบบทดสอบหลังเรียน 1. ลักษณะของกลุม่ อาชีพ หมายถงึ ขอ้ ใด ก. การจาํ หนา่ ยสินค้าประเภทเดยี วกัน ข. การรวมกลมุ่ เพอ่ื ทําธรุ กิจเดียวกนั ค. การรวมกันจาํ หนา่ ยสนิ ค้าประเภทเดียวกนั ง. การรวมกลุม่ ของผทู้ ม่ี ีอาชีพเหมอื นกัน 2. กลมุ่ ขยายอาชีพแบง่ ออกเปน็ ก่ีประเภท ก. 3 ประเภท ข. 4 ประเภท ค. 5 ประเภท ง. 6 ประเภท 3. เงินทุนมีกป่ี ระเภท ก. 2 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 4 ประเภท ง. 5 ประเภท 4. ข้อใดกล่าวถูกตอ้ งทีส่ ดุ เกย่ี วกับเงนิ ทุน ก. เงินทนุ หมายถึง เงินสดเทา่ น้นั ข. เงินทนุ คอื เงนิ ตราทธ่ี รุ กจิ จดั หามาเพือ่ ใช้ดาํ เนนิ งาน ค. เงินทุน ใช้สําหรบั การลงทุนในสินทรพั ยถ์ าวรเทา่ น้นั ง. เงนิ ทุนคงที่ คอื เงนิ ทนุ ท่ใี ช้ในการใชจ้ า่ ยประจําวัน 5. ปัจจยั ในการดาํ เนินธรุ กิจใดมคี วามสําคญั มากทส่ี ุดในการประกอบธุรกิจ ก. คน (Man) ข. เงิน (Money) ค. วตั ถดุ ิบ (Material) ง. วธิ ีปฎบิ ัตงิ าน (Method)

53 6. ข้อใดคือการรวมกลมุ่ อาชพี ทีถ่ กู ต้อง ก. มสี มาชกิ มีประธาน จดทะเบียนจดั ตง้ั กล่มุ ข. มีสมาชกิ มีห้นุ จดทะเบยี นจัดต้ังกลุ่ม ค. มสี มาชิก มีหนุ้ จดทะเบยี นจดั ตง้ั กลุม่ ง. มสี มาชิก มีประธาน มีหุ้น จดทะเบียนจดั ตง้ั กลุม่ 7. ขอ้ ใดคอื ประโยชนข์ องการวิเคราะหป์ ัจจัยเบอื้ งต้นเกี่ยวกบั การธุรกิจของกลุ่ม ก. เพื่อทราบความต้องการของกล่มุ ลูกคา้ เปา้ หมาย ข. เพื่อควบคุมข้ันตอนการผลติ ค. เพ่อื การจําหนา่ ยสนิ คา้ ของกลุ่มให้เปน็ ไปตามเปา้ หมาย ง. เพ่ือความปลอดภัยในการทําธุรกิจของกลมุ่ 8. ขั้นตอนสุดทา้ ยของการวเิ คราะหก์ ลมุ่ ลกู คา้ เปา้ หมายคือ ขอ้ ใด ก. ปจั จยั อะไรที่ เปน็ ตวั กระตุน้ การซ้ือสนิ ค้า ข. กระบวนการตดั สนิ ใจของลกู ค้าต่อการซ้อื สนิ คา้ ค. ของสินคา้ และการใช้บรกิ ารทีล่ ูกคา้ ต้องการ ง. ราคาสนิ คา้ ที่ลกู ค้าตดั สนิ ใจซื้อสินคา้ 9. ขอ้ ใดคือเงินทนุ เบือ้ งตน้ ทีก่ ลมุ่ อาชพี ใชบ้ รหิ ารกลมุ่ ก. เงนิ กองทุน ข. เงนิ ห้นุ สมาชิกกลุ่ม ค. เงนิ ออมทรัพยข์ องกลมุ่ ง. ถูกทกุ ขอ้ 10. ขอ้ ใดคอื ประโยชนข์ องการบริหารเงนิ ทนุ ของกลุ่มอาชพี ก. มเี งินทุนสนับสนนุ การประกอบอาชพี ข. ชาวบา้ นมีกองทุนการเงนิ เพ่ือพง่ึ พาตนเอง ค. สมาชกิ รวมน้าํ ใจรวมทนุ ช่วยเหลือซ่งึ กนั และกัน ง. มเี งินทนุ หมุนเวยี นภายในกล่มุ 11. ข้อใดคือวัตถปุ ระสงค์ในการบรหิ ารการผลติ ก. ให้ไดผ้ ลผลติ ทอ่ี อกมามีคุณภาพ ข. ผลผลติ ตรงตามความต้องการของลูกคา้ ค. การใชท้ รพั ยากรท่ีมีอยูใ่ ห้เกิดประโยชนส์ ูงสุด ง. ถกู ทกุ ข้อ

54 12. การบรหิ ารการตลาดมกี ีข่ ั้นตอน ก. 2 ข้ันตอน ข. 3 ขน้ั ตอน ค. 4 ขนั้ ตอน ง. 5 ข้ันตอน 13. การเลือกตลาดเปา้ หมายและอัตราความตอ้ งการซอ้ื ของตลาด อยใู่ นกระบวนการใดของการบริหารการตลาด ก. การวางแผนการตลาด ข. การปฏิบัตกิ ารทางการตลาด ค. การประเมนิ ผลการทาํ งานทางการตลาด ง. การจัดองคก์ รทางการตลาด 14. การจัดการกลุ่มเพื่อพฒั นาอาชพี จําเป็นจะตอ้ งมีความรูใ้ นเรอ่ื งการบรหิ ารงานบุคคลเพอื่ ประโยชนใ์ นข้อใด ก. การจัดการเกี่ยวกบั บคุ คลในกลุม่ ข. ความจําเปน็ ในการเลอื กคนใหเ้ หมาะสมกับงาน ค. คนเป็นปจั จยั สําคญั ในการบรหิ ารงาน ง. การรู้จกั ใช้คนอย่างมีประสิทธิภาพ 15. ขั้นตอนทสี่ ําคัญทส่ี ดุ ของกระบวนการบรหิ ารงานบุคคลคือขอ้ ใด ก. การสรรหาบคุ คล ข. การใชบ้ คุ คล ค. การพัฒนาบคุ ลากร ง. การธํารงรักษาบคุ คล 16. ความจําเปน็ ต่อการวิเคราะห์ปัจจยั สู่ความสําเรจ็ ของกลุ่มคือข้อใด ก. ความย่ังยนื อยู่รอดของกลุ่ม ข. ผลกําไรท่จี ะเกดิ ข้นึ กบั กลุ่ม ค. การจดั การกลมุ่ เพื่อการพัฒนา ง. การจดั การกล่มุ เพือ่ คุณภาพของสนิ ค้า

55 17. ปจั จยั ภายในทคี่ วบคมุ ไดม้ กี ่ีปจั จยั ก. 2 ปจั จัย ข. 3 ปัจจัย ค. 4 ปัจจัย ง. 5 ปัจจัย 18. ปจั จยั ภายนอกท่ีควบคมุ ไม่ได้มีก่ปี จั จัย ก. 7 ปัจจัย ข. 8 ปัจจยั ค. 9 ปจั จยั ง. 10 ปจั จัย 19. ภัยทีเ่ กิดจากภาวะเศรษฐกจิ จะส่งผลอะไรตอ่ กลุ่มอาชีพ ก. ความเสย่ี งในการจําหนา่ ยสนิ ค้า ข. ความเสย่ี งในการดาํ เนินงาน ค. ความเสย่ี งในการผลติ สินค้า ง. ถูกทกุ ขอ้ 20. ข้อใดคอื ความหมายของการจดั การความเส่ียงของการดําเนินงาน ก. เพือ่ ใหอ้ งค์กรลดความเสยี หายจากความเส่ยี งมากท่สี ดุ ข. เพ่อื ให้องคก์ รหลุดพน้ จากความเสียหายทีเ่ กดิ จากความเสยี่ ง ค. เพื่อให้องค์กรเผชิญความเสีย่ งนอ้ ยท่สี ุด ง. เพ่ือให้องค์กรมกี ารควบคุมความเสีย่ งมากที่สุด

56 เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น-หลังเรียน 1. ข 11. ง 2. ง 12. ข 3. ก 13. ก 4. ข 14. ก 5. ก 15. ก 6. ข 16. ค 7. ง 17. ค 8. ข 18. ข 9. ข 19. ข 10. ง 20. ก

57 เอกสารอา้ งอิง สคุ นธจรนิ ทร์ ไกรศรวชั ร. หลกั การตลาด. บรษิ ทั ศนู ยห์ นังสอื เมืองไทย จาํ กัด นนทบุรี 2549 กรมการศึกษานอกโรงเรยี น กระทรวงศึกษาธกิ าร. ชุดวชิ าการศกึ ษานอกโรงเรียน หมวดวิชาพฒั นา อาชีพระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย หลกั สูตรการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2544. เอกสารประกอบการฝึกอบรมพัฒนาผ้มู ีศักยภาพเพ่ือประกอบธุรกิจ SMEs

คณะผจู้ ดั ทํา ท่ปี รกึ ษา ชาญพิชติ ผอ.สํานกั งาน กศน.จงั หวดั สุโขทัย มเี จริญ รอง ผอ.สํานักงาน กศน.จังหวดั สโุ ขทยั 1. นายสังวาลย์ พันธ์ุโอภาส ผอ. กศน.อาํ เภอสวรรคโลก 2. นางสาวศรโี สภา ธนาทิพยกลุ ผอ. กศน.อาํ เภอกงไกรลาศ 3. นายกติ ตศิ กั ดิ์ คงเมือง ผอ. กศน.อําเภอท่งุ เสลีย่ ม 4. นายแฉลม้ บญุ เกิด ผอ. กศน.อาํ เภอคีรมี าศ 5. นายชนัญ คงเรือง ผอ. กศน.อาํ เภอเมืองสุโขทยั 6. นายสาํ อางค์ โตนชยั ภูมิ ผอ. กศน.อําเภอศรสี ชั นาลัย 7. นายสมมาตร เตชะบุญบนั ดาล ผอ. กศน.อําเภอศรนี คร 8. นายรามณรงค์ ใจดา ผอ. กศน.อําเภอบ้านดา่ นลานหอย 9. นายธรรมรตั น์ ผลนาค ผอ. กศน.อําเภอศรสี ําโรง 10. นายสําราญ 11. นายจิรพงศ์ นกั วิชาการสหกรณ์ชํานาญการ ผู้เชีย่ วชาญเนื้อหา ครู กศน.ตาํ บล ครูอาสาสมัคร 1. นายประทีป จตุรพงศธร ผ้จู ัดทาํ เนื้อหา 1 นางลําแพน ทรัพยพ์ รอ้ ม 2. นางภารดี กงิ่ แกว้

คณะกรรมการบรรณาธกิ าร 1. นายจิรพงศ์ ผลนาค ผอ. กศน.อําเภอศรสี ําโรง 2. นางยุณรี ัตน์ เปลี่ยนทอง ครชู ํานาญการ 3. นางบาํ เพญ็ อิสระไพจติ ร ครูอาสาสมัคร 4. นางสาวกัลญารตั น์ ถาแก้ว ครูอาสาสมัคร 5. นางวนิดา ออมสิน ครู กศน.ตาํ บล 6. นางสาวสุรินทร์ อ่อนใจ ครู กศน.ตาํ บล 7. นางสาวนงค์นชุ บัวเพ็ง ครู กศน.ตาํ บล 8. นางสาวขวัญนภา ภูทวี ครู กศน.ตาํ บล 9. นางสาวยพุ ิน อยเู่ ปีย ครู กศน.ตาํ บล 10. นางสาวจุฑามาศ ลว้ นงาม ครู กศน.ตําบล 11. นางสาวปิยวรรณ สวุ รรณวงศ์ ครู กศน.ตําบล 12. นางสาวสาํ เนยี ง หยอมแหยม ครู กศน.ตาํ บล 13. นายคริเมศย์ แสงบุญ ครู กศน.ตําบล 14. นายสุรชัย ประยูร ครู กศน.ตาํ บล 15. นางมัชฌิมา ชา่ งผาสกุ ครู กศน.ตาํ บล 16. นางสาวอุมาพร ชมกลิน่ ครู กศน.ตําบล 17. นายประเสรฐิ ศักดิ์ เดชศรวี ศิ ลั ย์ ครู กศน.ตาํ บล ผอู้ อกแบบปก บัวเพง็ ครู กศน.ตาํ บล 1. นางสาวนงค์นุช