ปัจจยั ท่มี ีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาล ช้นั ปี ที่ 1 มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนนั ทา สาริกา ภาคนอ้ ย1, อริสา ดิษฐประยูร1 วานิช สุขสถาน2*, ลกั ษณว์ ิรุฬ โชตศิ ิริ2 บทคดั ยอ่ ความเครียดสามารถเกิดข้ ึนไดก้ บั บุคคลทุกเพศทุกวยั รวมท้ังอาจเกิดข้ ึนไดก้ ับ นักศึกษาพยาบาลดว้ ย ถา้ นักศึกษาพยาบาลเกิดความเครียดก็อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพ ชีวิตท้ังต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของนักศึกษาได้ การวิจัยคร้ังน้ ีเป็ นการวิจัย เชิงพรรณนา มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาระดับความเครียดและปัจจยั ที่มีความสัมพนั ธ์กบั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ท่ี 1 วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา ศึกษาในนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ช้ันปี ที่ 1 ภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2560 จานวน 120 คน ทาการเก็บรวบรวมขอ้ มลู โดยใช้ แบบสอบถามชนิดตอบดว้ ยตนเอง ซ่ึงใชแ้ บบสอบถามปัจจัยที่มีผลต่อความเครียด และ แบบสอบถามระดับความเครียด โดยมีค่าความเชื่อมนั่ (Cronbach’s alpha coefficient) เท่ากับ 0.81 และ 0.87 ตามลาดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไคสแควร์ (Chi – square test) ผลการศึกษาพบวา่ นักศึกษา พยาบาลศาสตรบัณฑิต ช้ันปี ท่ี 1 มีความเครียดโดยรวมอยู่ในระดับปกติ รอ้ ยละ 54 สว่ นการศึกษาปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธ์กบั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาล พบวา่ ในดา้ น บุคลิกภาพ (p = 0.000) ดา้ นสุขภาพ (p = 0.002) และดา้ นการเรียน(p = 0.005) มีความสมั พนั ธก์ นั อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติ ผูบ้ ริหารและอาจารย์สามารถนาผลงานวิจยั ไปใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน รวมถึงการจดั กิจกรรมส่งเสริมดา้ นบุคลิกภาพ และสุขภาพ เพ่ือช่วยใหน้ ักศึกษาสามารถจดั การกบั ความเครียดไดอ้ ยา่ งเหมาะสม คาสาคญั : ระดบั ความเครียด, นักศึกษาพยาบาลชน้ั ปี ที่1, บุคลิกภาพ 1นักศึกษาหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา 2อาจารย์ วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา *Corresponding author E-mail : [email protected]
46 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) Factors Associated with Stress among First-year Nursing Students, Suan Sunundha Rajabhat University Sarika Pacnoy B.N.S.1, Arisa Dithprayoon B.N.S1 Wanich Suksatan MSc, RN. 2*, Luckwirun Chotisiri Ph.D., RN.2 Abstract Stress can occur with people of all ages. Ii may also happen to nursing students if nursing students have stress, in can affect the quality of life for both physical and mental health of students. The purpose of this descriptive study was to examine the level of stress and factors associated with stress among first-year nursing students in College of Nursing and Health, Suan Sunundha Rajabhat University. The subjects were 120 first-year nursing students in the second semester of the academic year 2017. The data were collected by using self-administered questionnaires which consisted of questions about the levels of stress and factors associated with stress of the students. The reliabilities of the study instrument tested by Cronbach’s alpha coefficient were 0.81 and 0.87 respectively. The data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation, and Chi-square test. The findings of the study revealed that 54.2% of the first-year nursing students had their stress in the normal level, while the factors associated with stress had significant relation to students’ personality (p = 0.000), health (p = 0.002), and learning (p = 0.005). It could be suggested that the university administrators and teachers are able to use the results of this study to design learning activities as well as personality and health promotion activities in order to help the students manage their stress appropriately. Keywords: level of stress, first-year nursing students, personality 1 Bachelor of Nursing Science Student, College of nursing and health, Suan Sunandhat Rajabhat University 2 Lecturer, College of nursing and health, Suan Sunandhat Rajabhat University * Corresponding author E-mail : [email protected]
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 47 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา ความเครียดของบุคคลเป็ นสิ่งท่ีหลีกเลี่ยงไมไ่ ดแ้ ละเกิดข้ ึนไดต้ ลอดเวลาจากสภาพ การดาเนินชีวิตประจาวนั ท่ีตอ้ งพบกบั อุปสรรคหรือความกดดนั ความเครียดท่ีเกิดข้ นึ น้ันมี ท้ังประโยชน์และโทษ ซ่ึงประโยชน์ที่เกิดข้ ึนจากความเครียดน้ันจะช่วยกระตน้ ใหบ้ ุคคล เกิดความสนใจ ต้งั ใจ คิดคน้ กระตือรือรน้ ในการแกไ้ ขปัญหาหรืออุปสรรค ส่วนโทษท่ีเกิด จ า ก ค ว า ม เ ค รี ย ด น้ั น จ ะ ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ สุ ภ า พ ท า ง ก า ย แ ล ะ จิ ต ใ จ ข อ ง บุ ค ค ล น้ั น ไ ด้ ความเครียดเป็ นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปล่ียนแปลงไป เป็ นผลจากการที่บุคคลตอ้ ง ปรบั ตวั ต่อส่ิงกระตุน้ หรือสิ่งเรา้ ต่างๆ ในส่ิงแวดลอ้ มท่ีกดดนั หรือคุกคามใหเ้ กิดความทุกข์ และความไมส่ บายใจ1 ความเครียดที่พบในนักศึกษามีปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งหลายประการ2 เช่น ความยากของการเรียน สัมพันธภาพกับบุคลในมหาวิทยาลัยและบุคคลในครอบครัว ปัญหาเก่ียวกบั การเงิน ปัญหาดา้ นสุขภาพ รวมไปถึงคุณภาพชีวิต ซ่ึงองคก์ ารอนามยั โลก3 ไดแ้ บ่งความเครียดออกเป็ น 4 ดา้ นคือดา้ นร่างกาย จิตใจ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม รวมท้งั ในปัจจุบนั มีการแข่งขนั สูงในตลาดแรงงาน ดงั น้ันนักศึกษาจึงตอ้ งปรบั ตวั ตลอดเวลาเพ่ือ ผลการเรียนที่ดีและมีความสามารถ ซ่ึงเมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วก็สามารถที่จะ ปฏิบตั ิงานไดแ้ ละหางานทาได้ ความเครียดเป็ นสภาวะที่ร่างกาย และจิตใจตอบสนองต่อส่ิงคุกคามที่พบไดบ้ ่อยใน การศึกษาทางการพยาบาลท้งั ในประเทศ4 และต่างประเทศ5,6,7 อย่างไรก็ตามการสารวจ ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลในรอบหลายปี ที่ผ่านมาก็ยงั ปรากฏใหเ้ ห็นว่า นักศึกษา พยาบาลมีความเครียดท่ีต้องการการช่วยเหลือจากผู้สอน และสถาบันการศึกษา จากการศึกษาระดับความเครียดของนักศึกษาพยาบาลในหลายๆ ประเทศแถบภูมิภาค เอเชีย เช่น ฮ่องกง5 มาเก๊า6 และจอรแ์ ดน7 เป็ นตน้ พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษาพยาบาลมี ความเครียดอยูใ่ นระดบั ปานกลาง ซ่ึงจากผลการสารวจของสถาบนั วิจยั และบริการวิชาการ มหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั (เอยูโพล)4 เปิ ดเผยผลวิจยั เชิงสารวจเร่ืองดชั นีความเครียดของคน ไทย กรณีศึกษาตวั อยา่ งประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและหวั เมืองใหญ่ จานวนท้งั ส้ ิน 2,000 ตวั อย่าง ดาเนินโครงการระหวา่ งวนั ท่ี 1-31ตุลาคม 2559 ท่ีผ่านมา พบว่ากลุ่ม ตัวอย่างท่ีเป็ น Gen Z (อายุ 15 - 18 ปี ) มีความเครียดในเร่ืองของการเรียนมากที่สุด รองลงมาเครียดเร่ืองตวั เองและเร่ืองสิ่งแวดลอ้ ม เช่น ในการสอบคดั เลือกเขา้ มหาวิทยาลยั ที่มีการแขง่ ขนั สูง นักเรียนจะรูส้ ึกเครียด เพราะการสอบน้ันอาจไมไ่ ดผ้ ลตามท่ีคาดหวงั ไว้8 (คะแนนความเครียดเฉล่ียเท่ากบั 3, 2.6 และ 2 คะแนน ตามลาดับ) และกลุ่มตวั อย่าง ที่เป็ น Gen M (อายุ 19 - 24 ปี ) มีความเครียดในเร่ืองการเรียนมากท่ีสุด รองลงมา
48 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) เครียดเรื่องการงาน และเครียดเร่ืองเศรษฐกิจ/การเงิน ตามลาดบั (คะแนนความเครียด เฉล่ียเท่ากับ 3, 3 และ 3 คะแนน ตามลาดับ) ซึ่งสอดคลอ้ งกับการศึกษาของ สุธีรา เทิดวงศว์ รกุล9 พบว่า นักศึกษาเกิดความเครียดจากการปรบั ตวั ใน 4 ดา้ น คือ การปรบั ตวั ดา้ นการเรียน การปรบั ตวั ดา้ นผูส้ อน การปรบั ตวั ดา้ นเพื่อนและจากกิจกรรมของนักศึกษา สอดคล้องกับผลการศึกษาของ สุวรรณา สี่สมประสงค์10 ที่พบว่า นักศึกษาแพทย์ เกิดความเครียดจากความขัดแยง้ ของสมาชิกในครอบครัว การเรียน ขอ้ บังคับของ สถานศึกษา เพื่อนต่างเพศหรือคนรัก เพื่อน อาจารย์ และบุคลากรทางการแพทย์ จากการศึกษาของ วัลลภา ตันติสุนทร11 พบว่า นักศึกษาพยาบาลช้ันปี ท่ี 1 วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ มีความเครียดสูงกว่านักศึกษาพยาบาลช้นั ปี อ่ืนๆ และ จากการศึกษาของ กมลรัตน์ ทองสว่าง12 ความสัมพันธ์ระหว่างปั จจัยส่วนบุคคล ความเครียด ความฉลาดทางอารมณ์ กับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษาคณะ พยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ชัยภูมิ พบวา่ นักศึกษามีคะแนนระดบั ความเครียด อยู่ในระดบั สูงมีคะแนนความฉลาดทางอารมณโ์ ดยรวมเฉลี่ยอยูใ่ นเกณฑป์ กติช้นั ปี ที่ศึกษา จานวนพ่ีนอ้ ง ความเห็นใจผูอ้ ่ืน การรบั ผิดชอบ และความฉลาดทางอารมณม์ ีความสมั พนั ธ์ กบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็ นมหาวิทยาลยั ของรัฐ ต้งั อยู่ท่ีเลขท่ี 1 ถนน อู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โดยมีท้ังหมด 4 วิทยาเขต 6 คณะ 8 วิทยาลัย สภาพทัว่ ไป เป็ นมหาวิทยาลัยราชภัฏขนาดใหญ่ มีความร่มร่ืน แต่ มีเน้ ือท่ีจากดั ทาใหเ้ กิดความแออดั เพราะมีนักศึกษาจานวนมาก การเดินทางมีรถประจา ทางผ่านหลายสาย แต่มีการจราจรท่ีค่อนขา้ งติดขดั เนื่องจากอยู่ใกลก้ บั สถานท่ีราชการ หลายแห่ง ในการรับนักศึกษาใหม่จะมีการจัดกิจกรรมรับน้อง โดยจัดข้ ึนในช่วงเดือน สิงหาคม ของทุกปี เพื่อใหน้ ักศึกษาแต่ละคณะไดท้ ากิจกรรมรว่ มกนั ทาใหน้ ักศึกษาชน้ั ปี ที่ 1 ไดท้ ราบแนวทางการใชช้ ีวิตในระดบั อุดมศึกษา โดยวิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ จะรบั นักศึกษาเขา้ ศึกษาปี ละ 120 คน โดยทางวิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มีนโยบายให้ นักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ที่ 1 ทุกคน ตอ้ งอาศยั ร่วมกนั ในหอพกั ที่ทางวิทยาลยั พยาบาลและ สุขภาพจดั ให้ ซ่ึงมีระยะทางไกลจากมหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา และพบว่าส่วนใหญ่ นักศึกษามาจากภูมิลาเนาท่ีแตกต่างกนั มรี ูปแบบการใชช้ ีวิตท่ีแตกต่างกนั นักศึกษาตอ้ งมี เรียนรูก้ ารใชช้ ีวิตดว้ ยตนเอง ซ่ึงอาจทาใหน้ ักศึกษาท่ียงั ไม่สามารถปรบั ตวั ไดเ้ กิดความวติ ก กงั วล ความเครียด ในส่ิงแวดลอ้ มที่เปลี่ยนแปลงไป ดา้ นการศึกษานักศึกษาช้ันปี ท่ี 1 จะเรียนท้งั หมด 3 ภาคเรียน โดยแต่ละภาคเรียนจะมีการจดั การเรียนการสอน 7 - 8 วชิ า
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 49 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) และเรียน 5 วนั ต่อสปั ดาห์ คือ วนั จนั ทร์ ถึง วนั ศุกร์ ทาใหน้ ักศึกษามีภาระงานท่ีเพ่ิมข้ ึน และเวลาในการพกั ผ่อนนอ้ ยลง ดงั น้ันผูว้ ิจยั จึงสนใจท่ีจะศึกษาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ที่มีผลต่อความเครียด ในนักศึกษาพยาบาล ช้ันปี ที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา เพ่ือนาผลที่ไดม้ าเป็ นขอ้ มูลพ้ ืนฐาน และแนวทางในการลดปัจจัยที่มีผลต่อ ความเครียดใหก้ บั นักศึกษาพยาบาล ในการเตรียมความพรอ้ ม เพื่อรบั สถานการณท์ ่ีกดดนั ท้งั ในปัจจุบนั และในอนาคต ที่นักศึกษาตอ้ งปรบั ตวั อีกท้งั มีการเรียนวิชาที่ซบั ซอ้ นมากข้ ึน เช่น วิชาสรีรวิทยาพ้ ืนฐาน วิชาเภสัชวิทยา วิชาพยาธิวิทยา วิชาทางการพยาบาล ที่นักศึกษาจะตอ้ งนาไปใชใ้ นการฝึกปฏิบตั ิ ซึ่งหากนักศึกษาสามารถจดั การกบั ความเครียด ไดอ้ ย่างเหมาะสมก็จะทาใหน้ ักศึกษามีความสุขในการศึกษาในระดับอุดมศึกษาและ สามารถจบการศึกษาไดต้ ามระยะเวลาท่ีกาหนด กรอบแนวคดิ การวิจยั ตวั แปรอิสระ (Independent Variables) ตวั แปรตาม(Dependent Variables) ปัจจยั สว่ นบุคคล ระดบั ความเครียดของ นักศึกษาพยาบาล - เพศ ช้นั ปี ท่ี 1 - เกรดเฉลี่ยสะสม - รายไดข้ องครอบครวั ไดร้ บั ต่อ เดือน - การพกั อาศยั ปัจจยั ทางสงั คมและเศรษฐกิจ - ดา้ นครอบครวั - ดา้ นการเรียน - ดา้ นบุคลิกภาพ - ดา้ นสุขภาพ - ดา้ นการเงนิ - ดา้ นความสมั พนั ธก์ บั บุคคลอ่นื ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดการวิจยั
50 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) วตั ถุประสงคข์ องงานวิจยั เพื่อศึกษาระดับความเครียด และปัจจัยท่ีมีความสมั พันธ์กบั ระดับความเครียด ของนักศึกษาพยาบาลช้ันปี ที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา วิธีดาเนินการวิจยั ประชากรท่ศี ึกษา ประชากร คือ นักศึกษาหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิต ช้นั ปี ที่ 1 ภาคการศึกษา ที่ 2 ปี การศึกษา 2560 วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ช้ันปี ท่ี 1 ภาคการศึกษาท่ี 2 ปี การศึกษา 2560 วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา ซ่ึงมีจานวนประชากรท้ังหมด 120 คน ไดจ้ ากการกาหนดกลุ่ม ประชากรแบบ Consensus เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นงานวิจยั ส่วนที่ 1 ข้อมูลทัว่ ไปของนักศึกษา จานวน 4 ข้อ ซึ่งประกอบไปด้วย เพศ เกรดเฉลี่ยสะสม รายไดข้ องครอบครวั ต่อเดือน และการพกั อาศยั ส่วนที่ 2 แบบสอบถามปั จจัยที่มีผลต่อความเครียดของนักศึกษา ผู้วิจัย ใช้ แบบสอบถามความเครียดของ หงษ์ศิริ ภิยโยดิลกชยั และคณะ13 จานวน 17 ขอ้ ลกั ษณะ คาถามเป็ นแบบมาตรประเมินค่า (Rating Scale) มีขอ้ ใหเ้ ลือกตอบ 3 ระดับ (1 - 3 คะแนน) แบ่งเป็ น 6 ด้าน ได้แก่ ด้านครอบครัว ด้านการเรียน ด้านบุคลิกภาพ ดา้ นสุขภาพ ดา้ นการเงิน และดา้ นความสมั พนั ธก์ บั บุคคลอ่ืน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ระดบั ความเครียด 1 คะแนน หมายถึง ไมร่ สู้ ึกเครียด ระดบั ความเครียด 2 คะแนน หมายถึง รสู้ ึกเครียดปานกลาง ระดบั ความเครียด 3 คะแนน หมายถึง รสู้ ึกเครียดมาก การแปลความหมาย นาผลคะแนนท่ีไดม้ าวเิ คราะหห์ าค่าเฉล่ียเลขคณิต โดยใชส้ ตู รการแจกแจงความถ่ีเป็ นอตั ราภาคชน้ั ในการแปลความหมาย โดยแบ่งออกเป็ น 3 ระดบั ดงั น้ ี
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 51 ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ระดบั คะแนน ความหมาย 1.00 – 1.66 เป็ นสาเหตุท่ีทาใหเ้ กิดความเครียดน้อย 1.67 – 2.33 เป็ นสาเหตุที่ทาใหเ้ กิดความเครียดปานกลาง 2.34 – 3.00 เป็ นสาเหตุท่ีทาใหเ้ กิดความเครียดมาก ส่วนท่ี 3 แบบสอบถามระดบั ความเครียด ผูว้ ิจยั ใชแ้ บบวดั ความเครียดดว้ ยตนเอง ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข14 เป็ นแบบสอบถามมาตรประมาณค่า 4 ระดับ จานวน 20 ขอ้ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน อาการ พฤติกรรม หรือ ความรสู้ ึก 0 หมายถึง ไมเ่ คยเลย อาการ พฤติกรรม หรือ ความรสู้ ึก 1 หมายถึง เป็ นคร้งั คราว อาการ พฤติกรรม หรือ ความรสู้ ึก 2 หมายถึง เป็ นบ่อย อาการ พฤติกรรม หรือ ความรสู้ ึก 3 หมายถึง เป็ นประจา การแปลความหมาย ระดบั คะแนน 0 - 5 หมายถึง มีความเครียดอยใู่ นระดบั ตา่ กวา่ ปกติ อยา่ งมาก ระดบั คะแนน 6 – 17 หมายถึง มคี วามเครียดอยใู่ นระดบั ปกติ ระดบั คะแนน 18 – 25 หมายถึง มีความเครียดอยใู่ นระดบั สูงกวา่ ปกติ เล็กน้อย ระดบั คะแนน 26 – 29 หมายถึง มคี วามเครียดอยใู่ นระดบั สงู กวา่ ปกติ ปานกลาง ระดบั คะแนน 30 – 60 หมายถึง มีความเครียดอยูใ่ นระดบั สูงกวา่ ปกติมาก การตรวจสอบคุณภาพของเครือ่ งมือ การวิจยั คร้งั น้ ีผูว้ จิ ยั ไดน้ าแบบสอบถามท่ีผ่านการตรวจสอบและปรบั ปรุงแกไ้ ขจาก ผูท้ รงคุณวุฒิ แลว้ นาไปทดลองใชก้ ับกลุ่มตัวอย่าง โดยเลือกนักศึกษา ช้ันปี ที่ 1 ซึ่งมี ลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั กลุ่มตัวอย่าง ในมหาวิทยาลยั ราชภัฎสวนสุนันทา จานวน 30 คน ท่ีไม่ใช่กลุ่มประชากรในการศึกษาคร้งั น้ ี ไดต้ รวจสอบความเช่ือมนั่ ของแบบสอบถาม โดย นาแบบสอบถามปัจจัยที่มีผลต่อความเครียดของนักศึกษา และแบบสอบถามระดับ ความเครียด ไปทดลองใชก้ บั กลุ่มนักศึกษาท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคลึงกบั กลุ่มตวั อย่าง จานวน 30 ราย ในมหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา จากน้ันนามาวิเคราะหห์ าค่าความเช่ือมนั่ (Cronbach’s alpha coefficient) ไดเ้ ท่ากบั 0.81 และ 0.87 ตามลาดบั
52 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) วิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล ดาเนินงานประสานงานกบั กลุ่มตวั อยา่ งพรอ้ มอธิบายรายละเอียดงานวิจยั และขอ อนุญาตในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลดาเนินการแจกแบบสอบถามปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลช้ันปี ที่ 1 ให้กับนักศึกษาพยาบาลช้ันปี ที่ 1 ภาคการศึกษาที่ 2 ปี การศึกษา 2560 วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา โดยแจกแบบสอบถามใหก้ ลุ่มประชากรและขอรบั แบบสอบถามคืนดว้ ยตนเอง เก็บรวบรวมแบบประเมิน เพ่ือนาขอ้ มูลที่ไดม้ าวิเคราะหเ์ พื่อหาความสมั พนั ธข์ องขอ้ มูลใน ครง้ั น้ ีต่อไป วิเคราะหข์ อ้ มูล วิเคราะหข์ อ้ มูลโดยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเร็จรูป โดยวิเคราะห์ ขอ้ มูล ทวั่ ไป สาเหตุของความเครียด และระดบั ความเครียดโดยสถิติเชิงพรรณนา วเิ คราะห์หาค่า รอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ต่างๆ กบั ระดบั ความเครียดโดยสถิติไคสแควร์ (Chi – square test) ผลการวิจยั กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็ นเพศหญิง คิดเป็ นรอ้ ยละ 91 และเพศชาย คิดเป็ น รอ้ ยละ 9 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อาศยั อยู่กบั บิดาและมารดาคิดเป็ นรอ้ ยละ 77 รองลงมา พบว่า อาศัยอยู่กับบิดาหรือมารดา คิดเป็ นร้อยละ 2.5 ส่วนใหญ่มีรายได้เฉล่ียของ ครอบครวั ต่อเดือนอยู่ในระหว่าง 15,001 - 30,000 บาท คิดเป็ นรอ้ ยละ 53 และส่วน ใหญ่มผี ลการเรียนมากกวา่ 3 คิดเป็ นรอ้ ยละ 56 รองลงมา น้อยกว่า 3 คิดเป็ นรอ้ ยละ 44 ตามลาดบั จากการวิเคราะห์ พบวา่ นักศึกษาส่วนใหญ่มีความเครียดอยูใ่ นระดบั ปกติ จานวน 65 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 54 ความเครียดสูงกว่าปกติเล็กน้อย จานวน 28 คน คิดเป็ น ร้อยละ 23 ความเครียดสูงกว่าปกติมาก มีจานวน 11 คน คิดเป็ นร้อยละ 9 และ ความเครียดตา่ กวา่ ปกติมาก จานวน 10 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 8 ดงั ตารางท่ี 1
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 53 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ตารางที่ 1 แสดง จานวน รอ้ ยละ และระดบั ความเครียด ของนักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ที่ 1 (n = 120) ระดบั ความเครยี ด จานวน รอ้ ยละ มีความเครียดตา่ กว่าปกติมาก 10 8.3 มคี วามเครียดปกติ 65 54.2 มีความเครียดสงู กวา่ ปกติเล็กนอ้ ย 28 23.3 มีความเครียดสูงกวา่ ปกติปานกลาง 6 5.0 มีความเครียดสูงกวา่ ปกติมาก 11 9.2 จากการวเิ คราะห์ พบวา่ ปัจจยั ที่มีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึก พบวา่ มี ความสัมพันธ์อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ในดา้ นบุคลิกภาพ (p = 0.000) ดา้ นสุขภาพ (p = 0.002) และดา้ นการเรียน (p = 0.005) ดงั ตารางที่ 2 ตารางท่ี 2 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ส่วนบุคคลและปัจจยั ดา้ นสงั คมและเศรษฐกิจ กบั ระดบั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลชน้ั ปี ท่ี 1 (n = 120) ระดบั ความเครียดของนกั ศึกษาพยาบาล ปัจจยั สูงกว่าปกติ สูงกว่า สูงกว่าปกติ P-value ตา่ กว่าปกติ ปกติ เลก็ นอ้ ย ปกติปาน มาก กลาง ปัจจยั สว่ นบคุ ล เพศ ชาย 0(0.0) 3(27.27) 4(36.37) 1(9.09) 3(27.27) 0.083 หญิง 10(9.17) 62(56.88) 24(22.02) 5(4.59) 8(7.34) เกรดเฉล่ียสะสม 6(11.32) 24(45.28) 12(22.64) 3(5.7) 8(15.09) 0.189 ตา่ กวา่ ≤ 3.00 4(5.97) 41(61.19) 16(23.88) 3(4.48) 3(4.48) สูงกวา่ ≥ 3.01 รายไดเ้ ฉลี่ยของครอบครวั ตอ่ เดือน ≤ 15000 บาท 3(12.5) 10(41.67) 6(25.0) 1(4.17) 4(16.67) 0.354 15001 – 30000 บาท 3(4.92) 38(62.30) 14(22.95) 4(6.56) 2(3.28) ≥ 30001 4(11.43) 48.57) 8(22.86) 1(2.86) 5(14.29) อาศยั อยกู่ บั บิดา มารดา 10(10.87) 51(55.44) 17(18.48) 5(5.43) 9(9.78) 0.114 อนื่ ๆ บิดาหรือมารดา 0(0.0) 14(50.0) 11(39.29) 1(3.57) 2(7.14)
54 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ตารางที่ 2 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั สว่ นบุคคลและปัจจยั ดา้ นสงั คมและเศรษฐกิจ กบั ระดบั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลชน้ั ปี ที่ 1 (n = 120) ระดบั ความเครยี ดของนกั ศึกษาพยาบาล ปัจจยั สูงกว่าปกติ สูงกว่า สูงกว่าปกติ P-value ตา่ กว่าปกติ ปกติ เล็กนอ้ ย ปกตปิ าน มาก กลาง ปัจจยั ดา้ นสงั คมและเศรษฐกิจ ดา้ นครอบครวั น้อย 3(10.71) 17(60.72) 5(17.86) 2(7.14) 1(3.57) 0.296 ปานกลาง 7(8.05) 47(54.02) 21(24.14) 4(4.60) 8(9.20) มาก 0(0.0) 1(20.0) 2(40.0) 0(0.0) 2(40.0) ดา้ นการเรียน น้อย 10(9.09) 9(81.82) 1(9.09) 0(0.0) 0(0.0) 0.005* ปานกลาง (9.78) 53(57.61) 19(20.65) 3(3.26) 8(8.70) มาก (0.0) 3(17.65) 8(47.06) 3(17.65) 3(17.65) ดา้ นบุคลิกภาพ นอ้ ย 9(17.31) 30(57.69) 10(19.23) 1(1.92) 2(3.85) 0.000* ปานกลาง 1(1.85) 32(59.26) 15(27.78) 3(5.56) 3(5.56) มาก 0(0.0) 3(21.43) 3(21.43) 2(14.29) 6(42.86) ดา้ นสขุ ภาพ นอ้ ย 9(16.67) 35(64.82) 8(14.81) 0(0.0) 2(3.70) 0.002* ปานกลาง 1(1.82) 25(45.45) 18(32.73) 5(9.09) 6(10.91) มาก 0(0.0) 5(45.45) 2(18.18) 1(9.09) 3(27.28) ดา้ นการเงิน น้อย 7(11.86) 39(66.10) 10(16.95) 1(1.69) 2(3.40) 0.015 ปานกลาง 3(6.12) 22(44.90) 13(26.53) 5(10.20) 6(12.25) มาก 0(0.0) 4(33.33) 5(41.67) 0(0.0) 3(25.0) ดา้ นความสมั พนั ธก์ บั บุคคลอน่ื น้อย 9(9.18) 58(59.18) 21(21.43) 4(4.09) 6(6.12) 0.032 ปานกลาง 1(5.88) 5(29.41) 7(41.18) 1(5.88) 3(17.65) มาก 0(0.0) 2(40.0) 0(0.0) 1(20.0) 2(40.0) *p <0.05
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 55 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) อภิปรายผล จากการศึกษาพบว่านักศึกษาส่วนใหญ่มีความเครียดอยู่ในระดับปกติ จานวน 65 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 54 หมายความว่านักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ท่ี 1 ส่วนใหญ่ สามารถ ปรบั ตวั ไดแ้ ลว้ เพราะใน ภาคการศึกษาท่ี 2 ปี การการศึกษา 2560 นักศึกษาเริ่มมีสมั พนั ธ์ ภาพที่ดีกบั เพ่ือนในหอ้ งเรียน ไดท้ ราบแนวทางการใชช้ ีวิตในระดบั อุดมศึกษามากข้ ึน และ มีรุ่นพี่ของนักศึกษาพยาบาลที่เป็ นสายรหัสใหค้ าแนะนาและคอยช่วยเหลือ ในเรื่อง การเรียนและการทากิจกรรมต่างๆ ทาใหน้ ักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ที่ 1 มีความเครียดอยู่ใน ระดับปกติ และจากการศึกษายังพบว่า นักศึกษาบางส่วนมี ความเครียดสูงกว่าปกติ เล็กนอ้ ย จานวน 28 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 23 ความเครียดสงู กวา่ ปกติมาก มีจานวน 11 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 9 ความเครียดตา่ กวา่ ปกติมาก จานวน 10 คน คิดเป็ นรอ้ ยละ 8 เม่ือพิจารณาวา่ ปัจจยั ท่ีมีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาลช้นั ปี ที่ 1 วทิ ยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา พบวา่ ดา้ นบุคลิกภาพ (p = 0.000) ดา้ นสุขภาพ (p = 0.002) และดา้ นการเรียน (p = 0.005) มคี วามสมั พนั ธ์ กบั ความเครียดของนักศึกษาพยาบาล อย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ี (p <0.05) ส่วนเพศ ผลการเรียน การพักอาศัย รายได้ของครอบครัว ปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจ คือ ดา้ นครอบครวั ดา้ นการเงิน และดา้ นความสมั พนั ธก์ บั บุคคลอ่ืน มีความสมั พนั ธก์ นั อย่าง ไมม่ ีนัยสาคญั ทางสถิติ (p <0.05) การศึกษาครง้ั น้ ีพบวา่ ดา้ นบุคลิกภาพมีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึกษา อธิบายได้ว่านักศึกษาที่มีบุคลิกภาพชอบเก็บตัว ไม่กลา้ แสดงออก ไม่มีความมัน่ ใจ ในตนเอง จะมีความเครียดในระดับสูงกว่านักศึกษาท่ีกลา้ แสดงออกหรือมีความมนั่ ใจ ในตนเองเม่ือตอ้ งออกไปทากิจกรรมหน้าช้นั เรียนหรือในที่ท่ีมีคนจานวนมาก ซึ่งวิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพมีการจดั กิจกรรมที่ตอ้ งการใหน้ ักศึกษามีความกลา้ แสดงออก มีความ เป็ นผูน้ า กลา้ คิดและกลา้ ทาและยงั มีเกณฑใ์ นการรบั นักศึกษาเขา้ เรียนที่ตอ้ งมีส่วนสูงและ น้าหนักท่ีสัมพนั ธ์กัน ซ่ึงทาใหน้ ักศึกษาบางคนที่มีรูปร่างอว้ นไม่มีความมนั่ ใจในตนเอง หรือไมม่ ีความกลา้ แสดงออก ซ่ึงอาจส่งผลใหเ้ กิดความเครียดได้ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การศึกษา ของสุรีย์ หว้ ยธาร15 ศึกษาในนักศึกษาวิทยาลยั พยาบาล สงั กดั กระทรวงกลาโหม ไดแ้ ก่ วิทยาลยั พยาบาลกองทพั บก วิทยาลยั พยาบาลกองทพั เรือ และวิทยาลยั ทหารอากาศ ช้นั ปี ท่ี 1 - 4 จานวน 253 คน พบวา่ นักศึกษาพยาบาลมีบุคลิกภาพแบบท่ีชอบแสดงตวั 59% บุคลิกภาพแบบท่ีชอบเก็บตัว 41% บุคลิกภาพแบบที่ไม่มีความมนั่ คงทางอารมณ์ 54%
56 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) และบุคลิกภาพแบบท่ีมคี วามมนั่ คงทางอารมณ์ 46% ซ่ึงนักศึกษาพยาบาลที่มีความเครียด ระดับสูง มีบุคลิกภาพแบบเก็บตัวและแบบที่ไม่มีความมัน่ คงทางอารมณ์ นักศึกษา พยาบาลท่ีมีความเครียดระดบั ปานกลาง มีบุคลิกภาพแบบท่ีชอบแสดงตวั และแบบที่ไม่มี ความมัน่ คงทางอารมณ์ และจะเห็นไดว้ ่านักศึกษาพยาบาลที่มีความเครียดระดับตา่ มีบุคลิกภาพแบบท่ีชอบแสดงตวั และแบบที่มีความมนั่ คงทางอารมณ์ ในการศึกษาคร้งั น้ ีพบวา่ ดา้ นสุขภาพมีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดของนักศึกษา อธิบายไดว้ า่ สุขภาพมีความสมั พนั ธอ์ ยา่ งย่ิง ซึ่งถา้ นักศึกษาท่ีมีสุขภาพกายและจิตที่ดี เช่น นักศึกษาท่ีไมม่ ีโรคประจาตวั สุขภาพแข็งแรง ไดพ้ กั ผ่อนอย่างเพียงพอ มีอารมณข์ นั และ มองโลกในแง่บวก ก็จะทาใหน้ ักศึกษาไมเ่ กิดความเครียดหรืออาจมคี วามเครียดท่ีไม่รุนแรง แต่ถา้ นักศึกษาท่ีมีการเจ็บไขไ้ ดป้ ่ วยท้งั ทางกายและทางจิตหรือมีโรคประจาตวั และยงั รูส้ ึก เบื่อหน่ายมองโลกในแง่ลบก็อาจส่งผลทาใหน้ ักศึกษาเกิดความเครียดมากข้ ึน ซึ่งสอดคลอ้ ง กบั งานวิจยั ของ อรุณี ม่ิงประเสริฐ16 ศึกษาในนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตร์ มหาวิทยาลยั รงั สิต ปี การศึกษา 2555 ช้นั ปี ท่ี 1 - 4 จานวน 277 คน พบวา่ สุขภาพจิตมคี วามสมั พนั ธ์ ทางบวกกบั ความเครียดของนักศึกษาคณะเภสชั ศาสตรอ์ ย่างมีนัยสาคญั ทางสถิติท่ีระดับ 0.001 จากการศึกษาพบว่า ดา้ นการเรียนมีความสมั พนั ธ์กบั ความเครียดของนักศึกษา อธิบายไดว้ ่า เน่ืองจากการศึกษาของนักศึกพยาบาลศาสตรบณั ฑิต ช้นั ปี ที่ 1 ตอ้ งมีการ ปรับตัวหลายอย่างท่ีแตกต่างจากการเรียนในระดับมัธยมศึกษา เพราะตอ้ งเรียนและ ทากิจกรรมควบคู่กัน โดยมีวิชาท่ีเรียนมีความซับซอ้ นและความยากมากข้ ึน เช่น วิชา กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy) และวิชาสรีรวิทยา (Physiology) ท่ีตอ้ งมีทกั ษะดา้ นความจา และความเขา้ ใจอย่างมาก นอกจากน้ ีนักศึกษาช้นั ปี 1 ยงั ตอ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมบงั คับของ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา อาจส่งผลทาใหไ้ ม่มีเวลาวา่ งในการอ่านหนังสือ และการ ทางานที่ได้รับมอบหมายจากอาจารย์ จึงส่งผลทาให้นักศึกษาเกิดความเครียด ซึ่งสอดคลอ้ งกับการศึกษาของ ธัญญารัตน์ จนั ทรเสนา17 ศึกษาในนักศึกษา ช้นั ปี ท่ี 1 มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ จานวน 380 คน พบวา่ ดา้ นการเรียนมีความสมั พนั ธก์ บั ความเครียดอยูใ่ นระดบั ปานกลาง ท้ังน้ ีเนื่องจากนิสิตช้นั ปี ท่ี 1 เพ่ิงเขา้ สู่การเรียนการสอน ในระดับอุดมศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของช้นั ปี ท่ี 1 เป็ นการจดั การเรียนการ สอนในวิชาทัว่ ไปซ่ึงนิสิตทุกกลุ่มคณะตอ้ งเรียนวิชาพ้ ืนฐานที่เหมือนกันและสอบวิชา พ้ ืนฐานที่เหมือนกันซ่ึงยังไม่เน้นวิชาเอกจึงทาใหน้ ักศึกษาช้ันปี ท่ี 1 มีความเครียด
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 57 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ไมม่ ากนัก และยงั สอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ สืบตระกูล ตนั ตลานุกุล18 ที่ศึกษาความเครียด และการจัดการความเครียดของนักศึกษาพยาบาล พบว่าความเครียดของนักศึกษา พยาบาลมีความสมั พนั ธก์ บั การเรียนการสอนภาคทฤษฎี ภาคทดลอง และภาคปฏิบตั ิ ซ่ึง การจดั การเรียนการสอนทุกรูปแบบ ทาใหน้ ักศึกษาพยาบาลมีความเครียดและความวิตก กงั วลสูง อีกท้ังยงั สอดคลอ้ งกบั การศึกษาของ ศิริวลั ห์ วฒั นสินธุ์19 ที่ศึกษาในนักศึกษา พยาบาลคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั บูรพา ช้นั ปี ท่ี 1 - 4 จานวน 447 คน พบว่า ความเครี ยดของนั กศึ กษาพยาบาลมีความสัมพันธ์กับการเรีย นภาคทฤ ษ ฎีมากที่ สุ ด คิดเป็ นรอ้ ยละ 77.5 โดยเน้ ือหาวิชาท่ีมากจนเกินไป เป็ นตน้ เหตุความเครียดมากท่ีสุดถึง รอ้ ยละ 82 ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การวิจยั คร้งั ตอ่ ไป 1. ควรศึกษาระดับความเครียดและสาเหตุท่ีทาใหเ้ กิดความเครียดของนักศึกษา ทุกคณะในมหาวิทยาลยั ว่ามีความเครียดต่างกนั หรือไม่ แลว้ นาผลมาเปรียบเทียบระดับ ความเครียดของแต่ละสาขาแลว้ นามาสรุปในภาพรวม 2. ควรศึกษาตวั แปรอื่นๆ ที่มีผลต่อความเครียดของนักศึกษา เช่น ควรศึกษากบั นักศึกษาในระดบั ชน้ั ปี อื่นๆ 3. ควรศึกษาระดับความเครียดของนักศึกษา โดยการเปรียบเทียบกลุ่มศึกษาใน สถาบนั เดียวกนั แต่อยู่ในสถานท่ีต่างกนั เป็ นไปไดอ้ าจศึกษาแบบเจาะลึกในเชิงคุณภาพ เพื่อใหท้ ราบถึงสาเหตุที่แทจ้ ริงในเชิงลึก กิตตกิ รรมประกาศ งานวิจยั ฉบบั น้ ีสาเร็จไดด้ ว้ ยความกรุณาและความช่วยเหลือจากอาจารยท์ ่ีปรึกษา อาจารยว์ านิช สุขสถาน อาจารยป์ ระจาวิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา ผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดจนนักศึกษาพยาบาลช้ันปี ที่ 1 ทุกท่านท่ีตอบ แบบสอบถาม รวมถึงผูท้ ี่เก่ียวขอ้ งทุกท่านที่มีส่วนช่วยใหก้ ารจัดทาโครงการวิจัยฉบบั น้ ี สาเร็จลุล่วงไปดว้ ยดี
58 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) เอกสารอา้ งอิง 1. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. คูม่ ือสง่ เสริมสุขภาพวยั ทางาน. นนทบุรี: กรม สุขภาพจิต; 2548. 2. กิติพงษ์ ขตั ิยะ. การศึกษาความเครียดของนักศึกษาชน้ั ปี ท่ี 1 ปี การศึกษา 2543 มหาวิทยาลยั แมโ่ จ.้ กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการวิจยั แห่งชาติ; 2543. 3. Murphy B, Herrman H, Hawthorne G, Pinzone T, Evert H. Australian WHOQOL Instruments: user’s manual and interpretation guide. Melbourne: Australia WHOQOL Field Study Centre; 2000. 4. สถาบนั วิจยั และบริการวิชาการมหาวิทยาลยั อสั สมั ชญั . ดชั นีความเครียดของคนไทย [อินเตอรเ์ น็ต]. 2559 [เขา้ ถึงเม่ือ 27 กรกฎาคม 2560]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: https://www.ryt9.com/s/abcp/2839560. 5. Chan CKL, Winnie KW, Fong DYT. HongKong baccalaureate nursing students’ stress and their coping strategies in clinical practice. J Prof Nurs. 2009;25(5):307-13. 6. Liu M, Gu K, Wong TKS, Luo MZ, Chan MY. Perceived stress among Macao nursing students in the clinical learning environment. Inter J Nurs Sci. 2015;2(2):128-33. 7. Khater WA, Akhu-Zaheya LM, Shaban IA. Sources of stress and coping behaviors in clinical practice among baccalaureate nursing students. Int J Humanit Soc Sci. 2014;4(6):194-202. 8. พนม เกตุมาน. ความรเู้ ร่ืองโรคทางจิตเวชและปัญหาพฤติกรรม [อินเตอรเ์ น็ต]. 2550 [เขา้ ถึงเมื่อ 21 กนั ยายน 2560]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.psyclin.co.th/ new_page_3.htm 9. สุธีรา เทิดวงศว์ รกุล. การศึกษาการปรบั ตวั และสุขภาพจิตของนิสิต คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรก์ าแพงแสน [วิทยานิพนธป์ ริญญานิพนธ์ จิตวิทยาพฒั นาการมหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ; 2547. 10. สุวรรณา ส่ีสมประสงค.์ การศึกษาความเครียดของนักศึกษาแพทยร์ ะดบั ชนั ปี ที 4-6 [วทิ ยานิพนธป์ ริญญานิพนธจ์ ิตวทิ ยาการแนะแนวมหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ; 2552.
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 59 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) 11. วลั ลภา ตนั ติสุนทร. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั ที่คดั สรรกบั ความเครียด และระหวา่ ง ความเครียดกบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการศึกษาของนักศึกษาพยาบาลวิทยาลยั พยาบาล อุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธป์ ริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั มหิดล; 2532. 12. กมลรตั น์ ทองสวา่ ง. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปัจจยั สว่ นบุคคล ความเครียด ความฉลาด ทางอารมณก์ บั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของนักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ชยั ภมู ิ. วารสารพยาบาลทหารบก. 2560;18(2):91-100. 13. Hongsiri Piyayodilokchai, Arunwan Kampusiripong, Mayuree Sawamuang, Tasanee Chandrapas. Stress and stress Coping of Business Information Technology Students of Rajamangala University of Technology Rattanakosin. Bophit Phimuk Chakkrawat; 2014. 14. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. แบบประเมินวิเคราะหค์ วามเครียดดว้ ยตนเอง [อินเตอรเ์ น็ต]. 2560 [เขา้ ถึงเมื่อวนั ที่ 26 เมษายน 2560]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.saddhadhamma.org/sattatam25/page4.htm 15. สุรีย์ หว้ ยธาร. บุคลิกภาพกบั ความเครียด ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลยั พยาบาล สงั กดั กระทรวงกลาโหม. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั ; 2535. 16. อรุณี มิ่งประเสริฐ. การศึกษาสุขภาพจิตและความเครียดของนักศึกษา คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั รงั สิต. วารสารสงั คมศาสตรแ์ ละมนุษยศาสตร.์ 2557;40(2):211-27. 17. ธญั ญารตั น์ จนั ทรเสนา. เร่ืองความเครียดของนิสิตปริญญาตรี ชน้ั ปี ท่ี 1 มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ [วทิ ยานิพนธป์ ริญญานิพนธก์ ารอุดมศึกษามหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ; 2555. 18. Suttharangsee W, Petcharat B, Intanon T. Stress management behaviours and related factors among nursing students, Faculty of Nursing, Prince of Songkla University [Research report]. Songkla: Prince of Songkla University; 2004. 19. Siriwan Vatanasin. Perceived stress level and Sources of Stress among Nursing Students at Faculty of Nursing, Burapha University. The Journal of Nursing Burapha University. 2010;17:48-59.
การพยาบาลผปู้ ่ วยเด็กปอดอกั เสบ ท่มี ีภาวะโพรงเยอื่ หมุ้ ปอด มีอากาศ และทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั รว่ มกบั ภาวะช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิต : กรณีศกึ ษา วีระนุช มยเุ รศ พย.ม.* บทคดั ยอ่ โรคปอดอักเสบ เป็ นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคติดเช้ ืออันดับหนึ่ งในเด็ก ปอดอักเสบรุนแรง จะส่งผลใหผ้ ูป้ ่ วยมีภาวะหายใจวาย และภาวะแทรกซอ้ นรุนแรง อาทิ ทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั (ARDS) โพรงเย่ือหุม้ ปอดมีอากาศได้ ซ่ึงถือเป็ นภาวะ วิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อท้งั ผูป้ ่ วยเด็กและครอบครวั จากการศึกษาผูป้ ่ วยเด็กชายอายุ 3 ปี 1 ราย มาโรงพยาบาลดว้ ยโรคปอดอักเสบ และมีภาวะหายใจวาย การรักษาและดูแล ประกอบด้วย 3 ระยะ ระยะแรกรับ คือ ใส่เคร่ืองช่วยหายใจ ดูแลใหย้ าปฏิชีวนะ และ ใหส้ ารน้าทางหลอดเลือดดา รวมท้ังได้ใหข้ อ้ มูลกับผูด้ ูแล ระยะที่ 2เป็ นระยะต่อเนื่อง ผูป้ ่ วยมีภาวะช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิต, ภาวะทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั , โพรงเย่ือหุม้ ปอดมีอากาศ, โปแทสเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดตา่ ผูป้ ่ วยไดร้ บั การช่วย หายใจโดยเคร่ืองชว่ ยหายใจชนิดความถ่ีสูง ยาปฏิชีวนะ และยากระตุน้ การบีบตวั ของหวั ใจ ใส่สายระบายทรวงอก รวมท้งั ไดร้ บั การแกไ้ ขภาวะโปแทสเซียมและฟอสฟอรสั ในเลือดตา่ ต่อมาอาการของผู้ป่ วยดี ข้ ึนแต่ไม่สามารถถอดท่ อช่วยหายใจได้ จึงได้รับการ ทา Tracheostomy สาหรับระยะสุดท้ายเป็ นระยะก่อนจาหน่าย มารดาผู้ป่ วยมีความ วิตกกงั วลเก่ียวกบั การดูแลต่อเนื่องท่ีบา้ น อาทิ การทาแผล Tracheostomy การดูดเสมหะ และการป้องกันการติดเช้ ือ มารดาจึงไดร้ ับคาแนะนาและฝึกทักษะ จนกระทัง่ มารดา มีความรู้ ความมัน่ ใจในการดูแลต่อเน่ืองท่ีบ้าน ผลการดูแลรักษาคือผู้ป่ วยไดร้ ับการ เจาะคอ ทุเลาจากโรค สามารถกลบั ไปใชช้ ีวิตอยูใ่ นครอบครวั และชุมชนไดอ้ ย่างมีความสุข ตามอัตภาพ แมก้ ารพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กรายน้ ีมีความยุ่งยาก ซับซอ้ นแต่ก็ไดผ้ ลลัพธ์ที่ดี เน่ื องจากมีความร่วมมือจากสหวิชาชีพและดูแลอย่างใกล้ชิด ของพยาบาลวิชาชีพ เพื่อความปลอดภยั ของผูป้ ่ วยและประสิทธิภาพการพยาบาล พยาบาลวิชาชีพไดใ้ ชค้ วามรู้ * กลุ่มงานการพยาบาลผปู้ ่ วยกมุ ารเวชกรรม กลุ่มภารกิจดา้ นการพยาบาล โรงพยาบาลสรรพสิทธิ ประสงค์
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 61 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ความเขา้ ใจเกี่ยวกับโรค แนวทางการดูแลรักษา การดูแลผู้ป่ วยใชเ้ ครื่องช่วยหายใจ ความถ่ีสงู การดูแลใหผ้ ูป้ ่ วยไดร้ บั ยากลุ่มเสี่ยงสงู เป็ นตน้ รายงานการศึกษาน้ ี สามารถใชเ้ ป็ นแนวทางในการวางแผนการพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กปอด อกั เสบ ท่ีมีภาวะโพรงเย่ือหุม้ ปอดมีอากาศ และทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั ร่วมกบั ภาวะช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิตได้ คาสาคญั : การพยาบาล, ปอดอกั เสบ, ภาวะโพรงเยอ่ื หุม้ ปอดมีอากาศ, ทางเดินหายใจ ลม้ เหลวเฉียบพลนั , ภาวะช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิต
62 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) Nursing Care for Children with Pneumonia, Pneumothorax, Acute Respiratory Distress Syndrome and Septic Shock: Case Study Weeranuch Mayuret MSN.* Abstract Pneumonia is the leading cause of death in children. Pneumonia may cause respiratory failure and severe complications such as Acute Respiratory Distress Syndrome (ARDS) and Pneumothorax. This is a crisis that affects in both pediatric patients and families. In case study, a 3-year-old boy with pneumonia and respiratory failure was admitted. The treatment and care for the patient included three phases. First, the patient was treated with respirator, antibiotics, and intravenous fluid. Health team also gave health information with caregivers. Second, the patient was septic shock, ARDS, pneumothorax, hypokalemia, and hypophosphatemia. The patient was treated with high frequency oscillator ventilation, antibiotics, inotropic drugs, intercostal drainage. Moreover, the patient was received drugs to correct hypokalemia and hypophosphatemia. Then, the patient was better, but did not take off the ventilator. The patient was treated with tracheostomy. Lastly, the patient was discharged. In pre-discharge phase, the patient’s mother as caregiver was worry about how to care the patient at home such as tracheostomy, suction, and infection prevention. The caregiver was informed and trained from health team to make her confident in continuing care. Outcomes were in that the patient with tracheostomy was better and could live in his home with family and community. From the case study, although it was complicated, outcomes were better. The key indications include co-operation with multidisciplinary team, and intensive care with registered nurses. To reach patent safety and effective care, the registered nurses have to have knowledge about diseases, guidelines of care, and special care of the patients with high frequency oscillator ventilation and high alert drug. This study report can be used as a guideline for nursing care plan for pediatric * Nursing Department, Sunpasitthiprasong Hospital
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 63 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) patients with pneumonia, pneumothorax, acute respiratory distress syndrome, and septic shock. Keywords: nursing care, pneumonia, pneumothorax, acute respiratory distress syndrome, septic shock
64 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) บทนา โรคปอดอกั เสบ พบไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 8-10 ของผูป้ ่ วยที่มีการติดเช้ ือเฉียบพลนั ระบบหายใจ1เป็ นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคติดเช้ ืออนั ดับหน่ึงในเด็ก2 ผูป้ ่ วยเด็กท่ีป่ วย ดว้ ยโรคปอดอักเสบรุนแรง จะส่งผลใหเ้ กิดภาวะแทรกซอ้ นที่เป็ นอนั ตรายได้ อาทิ ภาวะ หายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั ภาวะโพรงเย่ือหุม้ ปอดมีอากาศ ภาวะติดเช้ ือในกระแสโลหิต1 ภาวะติดเช้ ือที่รุนแรงจะก่อให้เกิดภาวะช็อกได้ (Septic Shock) ร่วมกับการท่ีผูป้ ่ วยเด็ก มีภาวะหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั จะทาใหม้ ีโอกาสเสียชีวิตไดส้ ูง หากไดร้ บั การดูแลรกั ษา ที่ไม่ถูกตอ้ ง ไมท่ นั ท่วงที การดูแลรกั ษา และการพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กปอดอกั เสบ ที่มีภาวะ โพรงเยื่อหุม้ ปอดมีอากาศ และทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั ร่วมกบั ภาวะช็อกจาก การติดเช้ ือในกระแสโลหิต ถือวา่ เป็ นภาวะวกิ ฤติของชีวติ จากรายงานประจาปี ปี งบประมาณ 2560 ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ พบว่ามีผูป้ ่ วยเด็กเสียชีวิตจากโรคปอดอกั เสบรุนแรงร่วมกบั ภาวะติดเช้ ือในกระแสโลหิต 33 และ 37 ราย มีภาวะหายใจลม้ เหลวเฉียบพลัน 8 และ 6 ในปี 2559 และ 2560 ตามลาดับ3 จะเห็นได้ว่า โรคดังกล่าวมีความรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูง การดูแลผูป้ ่ วยเด็กกลุ่มน้ ีจึงมี ความซบั ซอ้ นตอ้ งใชเ้ ครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ข้ันสูง ต้องมีทีมบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และความชานาญในเร่ืองโรค แนวทางการรกั ษา แนวทางการดูแลผูป้ ่ วยใชเ้ ครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูง ส่วนพยาบาล ตอ้ งสามารถประเมินอาการผูป้ ่ วยไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งรวดเร็ว เฝ้าติดตามอาการของผูป้ ่ วยอยา่ ง ใกลช้ ิด รายงานแพทย์เม่ือผู้ป่ วยมีอาการเปล่ียนแปลง มีการวางแผน ปรบั เปล่ียนแผน การพยาบาลใหส้ อดคลอ้ งกบั ปัญหาและความตอ้ งการของผูป้ ่ วย ประเมินผลการพยาบาล อยา่ งครอบคลุมตามกระบวนการพยาบาล รวมท้งั ตอ้ งดูแลดา้ นจิตใจ สงั คมของผูป้ ่ วยและ ครอบครัว ใหส้ ามารถปรับตัวในภาวะเครียดได้อย่างเหมาะสม เสริมสรา้ งพลังอานาจ ใหผ้ ู้ดูแลมีความมนั่ ใจในการดูแลผูป้ ่ วยที่ไดร้ บั การเจาะคออย่างต่อเนื่อง สามารถดูแล ตนเองต่อเนื่องที่บา้ นได้ จึงจะสามารถช่วยใหผ้ ูป้ ่ วยปลอดภยั วตั ถุประสงค์ เพ่ือศึกษาการพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กปอดอกั เสบ ที่มีภาวะโพรงเยอ่ื หุม้ ปอดมีอากาศ และทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั ร่วมกบั ภาวะช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิต
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 65 ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั เป็ นแนวทางในการวางแผน และการปฏิบตั ิการพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กปอดอกั เสบ ท่ีมีภาวะโพรงเยื่อหุม้ ปอดมีอากาศ และทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลัน ร่วมกบั ภาวะ ช็อกจากการติดเช้ ือในกระแสโลหิต ใหม้ ีความถูกตอ้ ง เหมาะสม และครอบคลุมองคร์ วม กรณีศกึ ษา ผูป้ ่ วยเด็กชายไทย อายุ 3 ปี 6 เดือน น้าหนัก 11 กก. รบั ไวร้ กั ษาในโรงพยาบาล 7 ก.ย. 2559 จาหน่ายกลับบา้ น 15 พ.ย. 2559 รวมระยะเวลาท่ีรกั ษาในโรงพยาบาล 70 วนั การรวบรวมขอ้ มูล อาการสาคญั ที่นามาโรงพยาบาล มีไขส้ งู ไอมีเสมหะ หายใจหอบ เป็ นมา 3 ชวั่ โมง ประวตั กิ ารเจบ็ ป่ วยในปัจจบุ นั 4 วนั ก่อนมา มีไขส้ ูง ไอมีเสมหะ อาเจียนเป็ นเศษอาหาร 1 คร้งั ญาตินาส่ง โรงพยาบาลชุมชน วินิจฉัยโรค Viral Pneumonia ไดร้ บั การรกั ษาโดยการพ่นยา Ventolin 0.3 ml + NSS 3 ml ทุก 4 ชวั่ โมง Ceftriaxone 600 mg IV O.D Admit โรงพยาบาลชุมชน 1 วนั อาการไมด่ ีข้ นึ 3 ชัว่ โมงก่อนมา หายใจหอบมากข้ ึน มี Subcostal retraction ได้รับการ on ETT No. 4.5 depth 14 cm refer มาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ประวัติการเจ็บป่ วยในอดีต : ผูป้ ่ วยมีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่เคยมีประวตั ิการ เจ็บป่ วยดว้ ยโรคติดต่อ โรครา้ ยแรงใด ๆ มีพฒั นาการตามวยั ไดร้ บั วคั ซีนตามเกณฑ์ คือ เมื่ออายุ 2,4,6 เดือน และลา่ สุดตอนอายุ 2 ปี 6 เดือน ไมม่ ปี ระวตั ิการแพย้ า แพอ้ าหาร ประวัติการเจ็บป่ วยในครอบครวั : ทุกคนในครอบครวั มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เคย เจ็บป่ วยดว้ ยโรคติดต่อหรือโรครา้ ยแรงใด ๆ สภาพทวั่ ไปแรกรบั และการตรวจร่างกายแรกรบั การตรวจร่างกาย : เด็กชายไทย รูส้ ึกตัว ใส่ท่อช่วยหายใจ ขนาด 4.5 ขีด 14 ส่ือสารทาตามคาบอกได้ เหนื่อยอ่อนเพลีย อุณหภูมิร่างกาย = 39.0oC, หายใจดว้ ยการ บีบ Ambu bag, อตั ราการเตน้ ของหวั ใจ = 160 คร้งั ต่อนาที, ความดนั โลหิต = 102/83 มิลลิเมตร ปรอท
66 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การตรวจร่างกายระบบ HEENT: not pale conjunctiva, Heart: normal S1, S2 no murmur, Lung: subcostal retraction, coarse crepitation both lung, expiratory wheezing, Abdomen: no distension, abdominal wall soft, not tender Extremities: no rash no petechia, Neuromuscular: no stiff neck ผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั ิการ ผลการตรวจที่ผิดปกติ ไดแ้ ก่ หน่วย คา่ ปกติ 7 ก.ย. 2559 8 ก.ย. 2559 11 ก.ย. 2559 CBC Hct % 37 - 52 27.3 34 WBC mm3 4,000 – 9,270 13,500 11,000 Neutrophils % 40 – 74 50 50 Lymphocyte % 19 – 48 44 37 Monocyte % 3.4 – 9 5 8 Platelet count Cell/mm 150,000 - 334,000 543,000 440,000 Blood chemistry Sodium mEq/L 140 – 150 137 - 141 Chloride mEq/L 100 – 115 104 - 98 Potassium mEq/L 3.5 – 5 4.0 - 2.2 CO2 Content mEq/L 23 – 29 18 - 33 Phosphorus mg/dl 2.7 - 4.5 - 1.5 Vein หน่วย คา่ ปกติ 7 ก.ย. 9 ก.ย. 13 ก.ย. 14 ก.ย. 22 ก.ย. blood 2559 2559 2559 2559 2559 gas 7.35 - 7.45 pH mmHg 32.0 - 45.0 7.290 7.292 7.159 7.015 7.365 pCO2 mmHg 75 - 100 40.6 57.7 92.9 160 31.7 pO2 mmol/l 37.3 52.2 69.7 59.2 125 HCO3 mmol/L 22 - 26 18.6 24.6 26.4 29.0 18.9 ผล Throat swab culture วนั ท่ี 10 ก.ย. 2559: Pseudomonas spp. ผล chest X-rays วนั ที่ 7 ก.ย. 2559: Right lower lobe infiltration
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 67 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) วนั ที่ 9 ก.ย. 2559: Patchy infiltration both วนั ท่ี 10 ก.ย. 2559: Bilateral pleural infiltration with infiltration การประเมินสภาพดา้ นจติ ใจและสงั คม ปกติเป็ นเด็กอารมณด์ ี ร่าเริง แจ่มใส อาศยั อยูก่ บั ตา และยาย เป็ นคนเล้ ียง มารดา แยกทางกบั บิดา ปัจจุบนั มารดาพกั อาศยั อยู่ ที่ต่างประเทศ การวินิจฉยั โรค : Pneumonia with Respiratory Failure with Pneumothorax with Acute Respiratory Distress Syndrome with Septic Shock การรกั ษาทไ่ี ดร้ บั : 1. Ventilator conventional PCV Mode FiO2 1.0 MR 40 PIP 15/5 (7 - 9 ก.ย., 19 ก.ย. - 25 พ.ย. 2559) 2. Ventolin 0.3 ml+ NSS 3 ml พน่ ทุก 4 ชวั่ โมง (7 ก.ย. – 3 พ.ย. 2559) 3. Ceftriaxone 600 mg IV O.D (7 - 9 ก.ย. 2559) 4. 5%D/N/3 500 ml IV drip 45 ml/hr (7 ก.ย. - 21 ต.ค. 2559) 5. Dopamine 132 mg + 5% D/W to 20 ml IV drip 2 ml/hr (8- 21ก.ย.2559) 6. Dobutamine 132 mg + 5% D/W to 20 ml IV drip 1.0 ml/hr (8- 21 ก.ย.2559) 7. Meropenem 300 mg IV q 8 hr (9 ก.ย. -2 ต.ค. 2559) 8. Amikin 165 mg IV O.D (10 ก.ย. -2 ต.ค. 2559) 9. Sulperazone 880 mg + 5% D/W 50 ml IV drip in 24 hr (10 ก.ย.- 2 ต.ค. 2559) 10.Vancomycin 750 mg + NSS 100 ml IV drip in 24 hr (14 ก.ย. - 4 ต.ค. 2559) 11.High Frequency Oscillatory Ventilation FiO2 1.0 MAP 32, Amp 50,Hz 8 (10-18 ก.ย. 2559) 12.5% D/N/3 500 ml +K2PO4 30 mEq IV drip 35 ml/hr (15 - 21 ก.ย. 2559)
68 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) สรุปปัญหาทางการพยาบาลทสี่ าคญั ดงั น้ ี การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล การพยาบาลระยะแรกรบั ปัญหาที่ 1 มีโอกาสเกดิ ภาวะ 1. เฝ้าระวงั สญั ญาณชีพ อาการแสดงของ 1. หลงั ต่อเครื่องชว่ ยหายใจ เน้ ือเยอื่ พร่องออกซิเจน ภาวะพร่องออกซเิ จน อยา่ งนอ้ ยทุก1 ชม. ผปู้ ่ วยหายใจเร็วกว่าเคร่ือง เนื่องจากการแลกเปลี่ยนกา๊ ซ ไดแ้ ก่ หายใจหอบ หายใจลาบาก สีผิวซดี เล็กนอ้ ย 40-50 คร้งั /min ไม่มปี ระสิทธิภาพ หรือเขยี ว หวั ใจเตน้ เร็ว กระสบั กระส่าย อตั ราการเตน้ ของหวั ใจยงั เร็ว ขอ้ มลู สนบั สนุน O2 Saturation ตา่ ลง เป็ นตน้ 4 แต่ลดลงจากแรกรบั 130 – O: subcostal retraction 2. ดแู ลใหไ้ ดร้ บั ออกซิเจนเพียงพอ โดยต่อ 150 คร้งั /min ความดนั O: เสียงปอด: Coarse เคร่ืองช่วยหายใจ Mode CMV FiO2 1.0 โลหติ อยใู่ น เกณฑป์ กติ crepitation and Rhonchi MR 40 คร้งั /นาที PIP 15 PEEP 5 ดูแล 90/60 - 100/70 mmHg both lungs การทางานของเครื่องชว่ ยหายใจใหม้ ี 2. ผปู้ ่ วยรูส้ ึกดี ไมม่ ีอาการ O: Chest X-Rays7ก.ย. ประสิทธิภาพ ดแู ลใหส้ าย, ขอ้ ตอ่ ของ กระสบั กระส่าย เหงือ่ ออก 2559: Right lower lobe เคร่ืองช่วยหายใจอยใู่ นตาแหน่งที่เหมาะ ตวั เยน็ หลบั ไดเ้ ป็ นพกั ๆ infiltration สมไม่หกั พบั งอ4 3. สีผิวปกติ ไมม่ ีภาวะเขยี ว O: CBC วนั ท่ี 7 ก.ย 2559: 3. ดแู ลใหม้ ีความช้ ืนในระบบของเครื่องช่วย หรือซีด ผล WBC 13,500mm3 หายใจตลอดเวลา4 4. คา่ ความอิม่ ตวั ของ วตั ถปุ ระสงค์ 4. จดั ผปู้ ่ วยนอนในทา่ ศีรษะสูง 30-45o ออกซิเจนในเลือดจาก Pulse เพอ่ื ป้องกนั ภาวะเน้ ือเยอื่ เพื่อใหป้ อดขยายไดเ้ ต็มที่4 Oximetry 98 – 99 % พร่องออกซิเจน 5. ดแู ลทางเดินหายใจใหโ้ ล่ง โดยดูด 5. ผล CBC วนั ท่ี 9 ต.ค. เป้าหมาย เสมหะเม่ือมขี อ้ บ่งช้ ีในการดดู เสมหะ5 2559: WBC 9,500 mm3 ผปู้ ่ วยไม่มภี าวะเน้ ือเยอื่ พร่อง 6. ดแู ลใหผ้ ปู้ ่ วยสุขสบาย และพกั ผ่อน ออกซเิ จน เพยี งพอ เพ่อื ลดการใชอ้ อกซเิ จน4 7. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยาพน่ Ventolin 0.3 ml +NSS 3 ml ทุก 4 ชวั่ โมง ตามแผนการ รกั ษา2 ปัญหาท่ี 2 มไี ขส้ ูง เนื่องจาก 8. ติดตามผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ 1. BT ลดเหลือ 37.7 oC มีการติดเช้ ือในระบบหายใจ 1. Complete bed bath,เช็ดตวั ลดไข้ 2. H.R เร็วเล็กนอ้ ย 130 – ขอ้ มลู สนับสนุน เปลี่ยนเส้ ือผา้ จดั ใหน้ อนในท่าที่สบาย4 150 คร้งั /min ความดนั S: ผดู้ แู ลบอกวา่ ตวั รอ้ น ตอ้ ง 2. ดแู ลใหย้ าลดไข้ Paracetamol Syrup 1 โลหิตอยใู่ นเกณฑป์ กติ คือ เช็ดตวั ให้ ชอ้ นชา เมือ่ BT≥ 38o C 90/60 - 100/70 mmHg O: BT 39 ๐C 3. ประเมนิ BT ทุก 4 ชวั่ โมง เพ่อื ติดตาม 3. ผปู้ ่ วยหายใจเร็วกวา่ เครื่อง O: H.R 170 คร้งั /min ภาวะมีไขแ้ ละการติดเช้ อื เล็กน้อย 40คร้งั /min
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 69 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล 0: หายใจหอบ 50 คร้งั /min 4. ประเมนิ สญั ญาณชีพอยา่ งนอ้ ยทุก 1 4. นอนหลบั พกั ผ่อนไดเ้ ป็ น วตั ถปุ ระสงค์ ชวั่ โมง ไดแ้ ก่ H.R เร็วผิดปกติ หายใจเร็ว พกั ๆ เพ่อื ลดการใชอ้ อกซิเจนของ และหอบ เป็ นตน้ ถา้ พบอาการผิดปกติ ร่างกายจากภาวะไขส้ งู ดงั กล่าว รีบรายงานแพทย4์ เป้าหมาย ผปู้ ่ วยไมม่ ีไข้ ปัญหาที่ 3 ผดู้ ูแลมคี วามวิตก 1. สรา้ งสมั พนั ธภาพกบั ผปู้ ่ วย,ผดู้ ูแล 1. ผดู้ ูแล มีสีหนา้ คลายความ กงั วลสูง เนื่องจากผปู้ ่ วยใส่ท่อ พดู คุยดว้ ยน้าเสียงสุภาพ ท่าทีเป็ นมิตร วติ กกงั วลท่าทีผ่อนคลาย ช่วยหายใจ อยใู่ นICUและมี 2. ประสานงานกบั แพทยผ์ รู้ กั ษา เพ่ือให้ 2. ผดู้ แู ล เขา้ ใจสาเหตุของ อาการเหน่ือยอ่อนเพลีย ขอ้ มลู ผดู้ แู ลเกย่ี วกบั สาเหตุของภาวะปอด ภาวะปอดอกั เสบ แนว ขอ้ มลู สนบั สนุน อกั เสบ ภาวะหายใจลม้ เหลว แนวทางการ ทางการดูแลรกั ษา และให้ S: ผดู้ แู ลถามว่าหลาน จะมี ดแู ลรกั ษา ความร่วมมอื ในการรกั ษา อนั ตรายหรอื ไม่ 3. เปิ ดโอกาสใหผ้ ดู้ แู ลพดู คุย ถามปัญหา พยาบาล O: ผดู้ ูแล มสี ีหน้าวิตกกงั วล 4. ช่วยอธบิ ายเพม่ิ เติมเกีย่ วกบั แนวทางการ วตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ใหผ้ ดู้ แู ลคลายความวิตก ดแู ล กฎระเบียบการเยยี่ ม การปฏบิ ตั ิตวั กงั วล ขณะเขา้ เยย่ี ม เป้าหมาย 5. รบั ฟังปัญหาและคาบอกเล่าของผดู้ ูแล ผดู้ ูแลคลายความวิตกกงั วล ดว้ ยท่าทีสนใจ 6. เปิ ดโอกาสใหผ้ ดู้ แู ลไดเ้ ขา้ เยย่ี มเมอ่ื ตอ้ งการ การพยาบาลระยะตอ่ เน่ือง ปัญหาท่ี 4 ผปู้ ่ วยมภี าวะ 1. ดูแลใหเ้ ลือดไหลเวยี นไดด้ ี โดย จดั ให้ 1.หลงั ไดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยา ระบบไหลเวียนในร่างกาย ผปู้ ่ วยนอนหงายราบ ดูแลใหร้ ่างกายไดร้ บั ปฏชิ ีวนะ ยาเพม่ิ ประสิทธิภาพ ลดลง เน่ืองจากสารพิษจาก ความอบอุน่ ประเมนิ ภาวะขาดออกซิเจน การบบี ตวั ของหวั ใจ ผปู้ ่ วย เช้ ือแบคทีเรียมผี ลต่อการ โดยสงั เกตภาวะเขยี วปลายมอื ปลายเทา้ ริม อาการดีข้ นึ ตามลาดบั HR = ขยายตวั ของหลอดเลือด และ ฝีปาก6 140-150/min, BP = ทาใหม้ กี ารซมึ ผ่านของสารน้า 2. ดูแลใหไ้ ดร้ บั O2 จากเครือ่ งชว่ ยหายใจ 90/60-110/70 mmHg ออกนอกหลอดเลือดขอ้ มลู ตามแผนการรกั ษา7 2. ผปู้ ่ วยไมม่ ีภาวะเน้ ือเยอื่ ขาด สนับสนุน 3. ดแู ลใหไ้ ดร้ บั สารน้า NSS 220 ml load ออกซิเจน ไม่มีภาวะ in 20 min.x3 dose,ยาปฏชิ วี นะ Cyanosis Meropenem 300 mg IV q 8 hr, Amikin 3. ไม่มตี วั ลาย กระสบั กระ 165 mg IV O.D, Sulperazone 880 mg ส่าย เหง่ือออก ตวั เยน็
70 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล O: ชีพจร เบา เร็ว 160- +5% D/W 50 ml IV drip in 24 hr. 4. ปัสสาวะออกมาก กวา่ 0.5 170 คร้งั /min, B.P 75/44 Vancomycin 750 mg + NSS 100 ml IV ml/kg/hr. เฉลี่ยวนั ละ 340- mmHg drip in 24 hr. ตามแผนรกั ษาเฝ้าระวงั 1000 ml O: ซมึ ลง อาการขา้ งเคียงของยา 5. Capillary refill อยใู่ นเกณฑ์ O: ตวั ลาย ปลายมอื ปลาย 4. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยาเพมิ่ ประสิทธิภาพการบีบ ปกติ <2 วนิ าที เทา้ เยน็ ตวั ของหวั ใจ Dopamine 132 mg + 5% 6. ผล Serum lactate วนั ท่ี O: Capillary refill 4 sec. D/W to 20 ml iv drip 2 ml/hr, 16 ต.ค. 2559 = 1.3 O: Serum lactate 4.9 Dobutamine 132 mg + 5% D/W to 20 7. ผล VBG วนั ที่ 12ต.ค. O: O2 Saturation 81% ml iv drip 1.0 ml/hr เฝ้าระวงั การเกิด 2559 pH 7.38 PCO2 33.2 O: ผล VBG; pH 7.08 Pco2 Extravasation และอาการขา้ งเคยี งของยา7 HCO3 20.4 BE-4.9 45.4 HCO3 13.0 BE-10.2 5. เฝ้าระวงั และประเมินภาวะช็อกโดย 8. คา่ CVP อยรู่ ะหว่าง 12- O: urine ออก 300 mlใน 8 ประเมินระดบั ความรสู้ ึกตวั สญั ญาณชีพ 15 cmH2O ชม. ความแรงของชีพจร capillary refill CVP วตั ถปุ ระสงค์ อยา่ งน้อยทุก 1 ช.ม.ถา้ พบความผิดปกติ เพ่ือใหผ้ ปู้ ่ วยปลอดภยั จาก รีบรายงานแพทยท์ ราบ6 ภาวะช็อก 6. Retained foley’s cath บนั ทกึ จานวน เป้าหมาย ปัสสาวะ,Intake output ถา้ ปัสสาวะนอ้ ย ผปู้ ่ วยปลอดภยั จากภาวะช็อก กว่า 0.5 cc/kg/hr รายงานแพทย6์ 7. ติดตามผล serum lactate,ABG/VBG และรายงานแพทยท์ ราบ7 ปัญหาท่ี 5 มีโอกาสเกดิ ภาวะ 1. เฝ้าระวงั อาการ สญั ญาณชพี O2 1. ผปู้ ่ วยใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจ เน้ ือเยอ่ื ของร่างกายไดร้ บั saturation อยา่ งนอ้ ยทุก 1 ชวั่ โมง ถา้ พบ ความถ่ีสูง 10 – 18 ก.ย. ออกซเิ จนไมเ่ พยี งพอ จาก ค่าและอาการผิดปกติ รบี รายงานใหแ้ พทย์ 2560 แลว้ เปล่ียนเป็ น ภาวะทางเดินหายใจลม้ เหลว ทราบเพ่อื ใหก้ ารช่วยเหลือ8 Conventional ventilator มี เฉียบพลนั (ARDS) 2. ดูแลใหใ้ ส่เครื่องชว่ ยหายใจชนิดความถ่ี H.R เร็วเล็กนอ้ ย130 – 160 ขอ้ มลู สนบั สนุน สูงตามแผนการรกั ษา ดูแลการทางานของ คร้งั /min R.R ตาม HFOV 1. ผปู้ ่ วยซมึ ลง หายใจหอบ เคร่ืองใหม้ ปี ระสิทธิภาพ โดยดูแลสายขอ้ ต่อ 2. ไมม่ ีภาวะ Cyanosis, 66 คร้งั /min ไม่ใหห้ ลุด หกั พบั งอ ไมป่ ลดเครื่องชว่ ย หายใจหอบ หยดุ หายใจ 2. HR เร็ว178 คร้งั /min หายใจโดยไม่จาเป็ น 3. ไมม่ อี าการของภาวะ 3.O2 saturation 88 % 3. ติดตามผล VBG, CxR เพื่อประเมิน เน้ ือเยอื่ ขาดO2 ไดแ้ ก่ 4. ผล VBG PH 7.159 ภาวะแทรกซอ้ น และรายงานแพทย์ กระสบั กระส่าย ตวั เยน็ PaCO2 92.9 HCO3 26.4 4. O2 Saturation 98 – 100%
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 71 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล 5. CxR 13 ก.ย. 2561: 4. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยา sedative ตามแผน การ 5. ผล VBG วนั ที่ 30 ต.ค. bilateral pleural effusion รกั ษา Fentanyl 275 mcg +5% D/W25 2559 เร่ิมเขา้ ส่เู กณฑป์ กติ วตั ถปุ ระสงค์ ml IV drip 2ml/hr เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ่ วยไดพ้ กั ผ่อน8 เพื่อใหเ้ น้ ือเยอ่ื ไดร้ บั ออกซเิ จน 5. จดั ระบบกิจกรรมการพยาบาลใหเ้ ป็ น เพียงพอ เวลาเดียวกนั รบกวนผปู้ ่ วยใหน้ อ้ ยท่ีสุด เป้าหมาย เน้ ือเยอ่ื ไดร้ บั ออกซิเจน เพียงพอ ปัญหาที่ 6 มโี อกาสเกดิ 1. ประเมินสญั ญาณชีพ อาการ, O2 1. วนั ที่ 11 ก.ย. 2559 หลงั ภาวะเน้ ือเยอ่ื ของร่างกาย saturation อยา่ งใกลช้ ิด8 On ICD ชนิด3 ขวด จานวน 3 ไดร้ บั ออกซเิ จนไมเ่ พียงพอ สาย ในระยะแรก H.R เร็ว จากภาวะโพรงเยอื่ หมุ้ ปอดมี 2. จดั เตรียมอุปกรณส์ าหรบั ใส่สายระบาย เล็กน้อย 130 - 150 คร้งั / อากาศ ส่งผลใหก้ าร min แลกเปลี่ยนกา๊ ซไมม่ ี ลมในช่องเยอื่ หมุ้ ปอด 2. ไม่มภี าวะ Cyanosis ไมม่ ี ประสิทธิภาพ ภาวะหายใจหอบ ขอ้ มูลสนบั สนุน 3. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยา sedative กอ่ นทา 3. วนั ที่ 7 ต.ค. 2559 ผล 1. หายใจเหน่ือยหอบ หตั ถการ Dormicum 1 mg IV stat CxR : No air แพทย์ Off ICD 4. ชว่ ยแพทยใ์ นการทาหตั ถการใสส่ าย สญั ญาณชีพเริ่มเขา้ ส่เู กณฑ์ 2. CxR 10 ก.ย. 2559 พบ ระบายลมในช่องเยอ่ื หมุ้ ปอด ปกติ H.R 110 - 130 คร้งั / 5. ดูแลการทางานของ ICD ใหม้ ี Air tap at RLL ประสิทธิภาพอยเู่ สมอ พรอ้ มท้งั สงั เกต content ลมปุด จากขวด ICD9 3.Right needle thoracotomy 6. ส่งนัด CxR หลงั ทา ICD และติดตามผล ไดล้ ม เพอื่ ประเมนิ ตาแหน่ง ระดบั ของสายว่าอยู่ min R.R 25 – 30 คร้งั /min 4. H.R 80 คร้งั /min ในตาแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่9 4. O2 Saturation อยใู่ นเกณฑ์ 5. O2 saturation 40% ปกติ 98 – 100 % วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ใหเ้ น้ ือเยอื่ ได้ รบั ออกซิเจนเพียงพอ เป้าหมาย เน้ ือเยอ่ื ไดร้ บั ออกซเิ จน เพียงพอ ปัญหาที่ 7 มีโอกาสเกดิ 1. ดูแลสายระบายทรวงอกใหเ้ ป็ นระบบปิ ด 1. ผปู้ ่ วยไม่มอี าการแสดงของ ภาวะแทรกซอ้ นจากการใส่ท่อ และปลอดเช้ ือ สงั เกตการกระเพือ่ มของน้า ภาวะ cardiac tamponade ระบายทรวงอก ในแท่งแกว้ บีบสายระบายเบาๆ อยา่ งน้อย ไดแ้ ก่ B.P อยใู่ นเกณฑป์ กติ
72 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล ขอ้ มลู สนบั สนุน ทุก 1-2 ชวั่ โมง หา้ มรดู หรือรีดสายแรง 90/ 60 - 110/70 O: ผปู้ ่ วยมี pneumothorax ท่ี และยาว9 มลิ ลิเมตรปรอท, H.R เร็ว ตาแหน่ง Right and Left 2. สังเกตและบนั ทึกปริมาณเลือดออกจาก เล็กนอ้ ย 130 - 150 คร้งั ต่อ Lower Lobe ไดร้ บั การใส่ท่อ ท่อระบาย รายงานแพทยถ์ า้ เลือดออก > 8 นาที ไมม่ ีภาวะdyspnea ระบายทรวงอก 3 สาย วนั ที่ ml/kg/hr. ใน 1 ชวั่ โมง9 2. ผปู้ ่ วยไมม่ ีภาวะ 11 ก.ย. 2559 3. สงั เกตการไหลของของเหลว ดแู ล Subcutaneous emphysema วตั ถปุ ระสงค์ ป้องกนั ไม่ใหส้ ายหกั พบั งอ อดุ ตนั ดึงร้งั ไดแ้ ก่ เสียงกรอบแกรบรอบ เพอื่ ใหผ้ ปู้ ่ วยไมเ่ กิด หรือสายยางตกทอ้ งชา้ ง เคล่ือนยา้ ยหรือ แผล หรือบวมท่ีอก แขนและ คอ ภาวะแทรกซอ้ นจากการใส่ พลิกตวั ดว้ ยความระมดั ระวงั 9 3. ผปู้ ่ วยไม่มีอาการ กระสบั กระส่าย เหงอ่ื ออก สายระบายทรวงอก 4. ตรวจสอบลมรวั่ ในระบบอยา่ งน้อยทุก ตวั เยน็ เป้าหมาย เวร ผปู้ ่ วยไมเ่ กิดภาวะแทรกซอ้ น 5. สงั เกตภาวะ cardiac tamponade ไดแ้ ก่ จากการใส่สายระบายทรวงอก B.P ตา่ Pulse pressure แคบ tachycardia dyspnea ไมม่ เี ลือดออก มีเลือดซมึ รอบๆ สาย CVP สูง เป็ นตน้ 9 6. ทาแผลเมอ่ื ซมึ มาก ประเมนิ และสงั เกต อาการแสดงของการติดเช้ ือ 7. สงั เกตลมรวั่ ใตผ้ ิวหนัง หรือบวมที่อก แขนและคอ9 ปัญหาที่ 8 ผปู้ ่ วยมีภาวะติด 1. ประเมินสญั ญาณชีพโดยเฉพาะอณุ หภูมิ 1. หลงั วนั ท่ี 19 ก.ย. 2559 เช้ ือและเสี่ยง ต่อการติดเช้ ือ ร่างกาย ทุก 4 ชวั่ โมง ผปู้ ่ วยไมม่ ีไข้ อณุ หภูมิร่างกาย เพม่ิ 2. ดแู ล tepid sponge เม่ือ BT ≥37.5oC 36.5-37.5 องศาเซลเซยี ส ขอ้ มูลสนบั สนุน และใหย้ าลดไข้ Paracetamol Syrup 1 ชอ้ น 2. ผล CBC วนั ที่ 4 พ.ย. O: BT = 39๐C ชา เม่ือBT ≥38oCตามแผนการรกั ษา 2559 เริ่มเขา้ เกณฑป์ กติ ค่า O: ผล CBC 8/10/59: 3. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยาMeropenem 300 mg IV WBC 10, 660 /UL WBC = 13,540 cell/mm3 q 8 hr, Amikin 165 mg IV O.D, Neutrophil 50 % Neutrophils = 71 Sulperazone 880 mg + 5% D/W 50 ml 3. ผล Hemoculture TSC :ไม่ O: ผล CxR 07/9/59: Right IV drip in 24 hr, Vancomycin 750 mg + พบเช้ ือ lower lobe infiltration NSS 100 ml IV drip in 24 hr. ตามแผน 4. เสมหะสีขาวใส O: เสมหะสีเหลืองขนุ่ ปริมาณ รกั ษา, เฝ้าระวงั อาการขา้ งเคยี งของยา 5. แผลรอบ Tracheostomy, มาก ไดแ้ ก่ Tachycardia, Bradycardia, Red man Central line ไมบ่ วมแดง O: ผล TSC 10/09/2559: syndrome คอื มี ผื่นแดงบริเวณหน้า คอ Pseudomonas ลาตวั B.P drop เป็ นตน้
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 73 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล O: on invasive line 4. ประเมนิ ลกั ษณะการติดเช้ ือ เช่นไขส้ งู วตั ถปุ ระสงค์ ออ่ นเพลีย ซึมลง เสมหะเปลี่ยนสี ถา้ พบ เพ่ือใหผ้ ปู้ ่ วยปลอดภยั จาก อาการผิดปกติรายงานแพทย1์ 0 ภาวะติดเช้ ือ และไม่มภี าวะ 5. ดูแลรกั ษาความสะอาดร่างกายและ ติดเช้ ือเพิ่มเติม ส่ิงแวดลอ้ มรอบๆ ตวั ผปู้ ่ วย เพอื่ ป้องกนั การ เป้าหมาย ติดเช้ ือในระบบทางเดินหายใจซา้ ผปู้ ่ วยปลอดภยั จากภาวะติด 6. ทาแผล โดยยดึ หลกั Aseptic เช้ ือ และไมม่ ภี าวะติดเช้ ือ Technique ระวงั ไมใ่ หแ้ ผลถูกน้า เพ่มิ เติม 7. ติดตามผลการตรวจทางหอ้ ง ปฏบิ ตั ิการ ไดแ้ ก่ TSC CBC U/A และ CxR ปัญหาท่ี 9 มภี าวะ 1. ประเมินสญั ญาณชีพ monitor EKG ทุก 1. H.R เร็วเล็กน้อย 110 - Hypokalemia 1 ชม. เฝ้าระวงั ภาวะ arrhythmia 130 คร้งั /min ไมม่ ีภาวะหวั ขอ้ มูลสนบั สนุน 2. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยาและสารน้าตามแผนการ ใจเตน้ ผิดปกติ O: ผล Blood chemistry วนั ท่ี รกั ษา 5%DN/3 500 ml + K2PO4 30 2. ผปู้ ่ วยไม่มีอาการแสดงของ 11 ก.ย. 2559 คา่ K = 2.2 mEq IV drip 35 ml/hr., KCL 10 mEq + ภาวะโปแทสเซยี ม ฟอสฟอรสั mEq/L NSS to 100 ml IV drip in 4 hr. ในร่างกายตา่ ไดแ้ ก่ ไมเ่ ป็ น O:ผปู้ ่ วยมีอาการเหน่ือย ตะคริว กลา้ มเน้ ือกระตุก หวั อ่อนเพลีย 3. ควบคุมอตั ราการไหลของสารน้าให้ ใจเตน้ ผิดปกติหรือหยุดเตน้ O: มีประวตั ิ H.R ชา้ 80 - สมา่ เสมอผ่าน Infusion Pump ;5%DN/3 เบื่ออาหาร กลา้ มเน้ ือออ่ นแรง 90 คร้งั /min เป็ นชว่ งๆ 3. ผล Blood chemistry ระหวา่ ง 11 - 12 ก.ย. 500 ml + K2PO4 30 mEq IV drip 35 วนั ที่ 4 พ.ย. 2559 ค่า K อยู่ 2559 ในเกณฑป์ กติ = 4.5 mEq/L วตั ถปุ ระสงค์ ml/hr. ,KCL 10 mEq + NSS to 100 ml เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ่ วยมภี าวะ Potassiumในร่างกายสมดุล IV drip in 4 hr. หา้ มให้ KCL ทางหลอด เป้าหมาย ผปู้ ่ วยมีภาวะPotassiumใน เลือดดาโดยตรง ร่างกายสมดุล 4. สงั เกตอาการผิดปกติจากภาวะ Hypokalemia ไดแ้ ก่ อาการออ่ นเพลีย เป็ นตะครวิ กลา้ มเน้ ือกระตุก หวั ใจเตน้ ผิดปกติหรือหยดุ เตน้ ได1้ 0 5. เจาะเลือดส่งตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั ิการ และติดตามผล เพ่ือประเมินหลงั การแกไ้ ข
74 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล ปัญหาที่ 10 มภี าวะ 1. ประเมินสญั ญาณชีพอยา่ งน้อยทุก1ชม. 1. H.R เร็วเล็กนอ้ ย 110 - Hypophosphatemia 2. ดูแลใหไ้ ดร้ บั ยา ตามแผนการรกั ษา 130 คร้งั /min ไม่มภี าวะหวั ใจเตน้ ผิดปกติ ขอ้ มลู สนบั สนุน - 5% DN/3 500 ml + K2PO4 30 mEq 2. ผปู้ ่ วยไม่มอี าการแสดงของ ภาวะPhosphorusในร่างกาย O: ผล Blood chemistry 11 IV drip 35 ml/hr ควบคุมอตั ราการไหล ตา่ ไดแ้ ก่ กลา้ มเน้ ือออ่ นแรง 3. ผล Blood chemistry วนั ที่ พ.ย. 2559 ค่า PO4 = 1.5 ของสารน้าใหส้ มา่ เสมอผ่าน Infusion 4 พ.ย. 2559 คา่ PO4 อยใู่ น เกณฑป์ กติ = mEq/L Pump 4. 3 mEq/L วตั ถปุ ระสงค์ 3. สงั เกตอาการผิดปกติจากภาวะ เพ่ือใหผ้ ปู้ ่ วยมีภาวะ Hypophosphatemia ไดแ้ ก่ ออ่ นเพลีย เบื่อ Phosphorus ในร่างกายสมดุล อาหาร กลา้ มเน้ ือออ่ นแรง10 เป้าหมาย 4. เจาะเลือดเก็บส่ิงส่งตรวจทาง ผปู้ ่ วยมีภาวะPhosphorus ใน หอ้ งปฏบิ ตั ิการ และติดตามผล เพอื่ ร่างกายสมดุล ประเมินหลงั การแกไ้ ข ปัญหาที่ 11 อาจเกดิ ภาวะ 1. ดแู ลใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ บั นมทางสายยางไดแ้ ก่ 1. ผปู้ ่ วยไมม่ อี าการของภาวะ ขาดสารน้า สารอาหาร นม 20 แคลอรีต่อออนซ์ 120 ซซี ี ทุก 4 ขาดน้า ไดแ้ ก่ อตั ราการเตน้ เนื่องจากไมส่ ามารถ ชวั่ โมง เม่ือแพทยพ์ จิ ารณาใหน้ ม ของหวั ใจ ไม่มปี ากแหง้ รบั ประทานอาหารทางปากได้ 2. ดแู ลใหผ้ ปู้ ่ วยไดร้ บั สารน้าทางหลอด ผิวหนังมี ความตึงตวั ดี ขอ้ มูลสนบั สนุน เลือดดา 5%D/N/3 500 ml IV drip 40 ตาไมล่ ึกโหล O: ผปู้ ่ วยงดน้าและอาหาร 30 ml/hr ตามแผนการรกั ษา 2. ผปู้ ่ วยรบั ประทานอาหาร วนั 3. สงั เกตและบนั ทึกปริมาณนม อาหารทาง ทางปากไดเ้ อง วนั ที่ 4 พ.ย. O: ผปู้ ่ วย On NG Feed นมถวั่ สายยาง ที่ผปู้ ่ วยไดร้ บั ในแต่ละวนั 2559 และเร่ิมรบั ประทาน เหลือง 30mlx4feed 4. บนั ทึกปริมาณน้าเขา้ -ออกจากร่างกาย อาหารไดม้ ากข้ นึ เรื่อยๆ O: ผล Blood Chemistry ทุก 8 ชวั่ โมง น้าหนักเพิม่ จาก 9 กก. เป็ น วนั ที่ 11 ก.ย. 2560 ค่า 5. ติดตามประเมนิ ภาวะที่ทาใหผ้ ปู้ ่ วยตอ้ ง 10 กก. ในวนั ที่ 9 พ.ย. Albumin 2.5 mg/dl สญู เสียพลงั งาน เช่นมีไข้ เพอ่ื รบี ใหก้ าร 2559 O: น้าหนักลดจาก 11 กก. ช่วยเหลือ 3. ผลตรวจ Blood Chemistry เหลือ 9 กก. ภายในเวลา 1 6. สงั เกตอาการแสดงของภาวะขาดน้า 4 พ.ย. 2559 ค่า Albumin เดือน ไดแ้ ก่ อตั ราการเตน้ ของหวั ใจเร็ว ปาก อยใู่ นเกณฑป์ กติ 3.5 mg/dl O: ผิวหนังค่อนขา้ งแหง้ ความ แหง้ ผิวหนังไม่มคี วามตึงตวั กระหมอ่ มบุ๋ม ตึงตวั น้อย ตาลึกโหล เป็ นตน้ ถา้ พบอาการผิดปกติ วตั ถปุ ระสงค์ รายงานแพทยท์ ราบ2 เพ่ือป้องกนั การเกิดภาวะขาด 7. ติดตามประเมินผล lab albumin สารน้า สารอาหาร 8. ชงั่ น้าหนักสปั ดาหล์ ะ 1 คร้งั
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 75 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) การวินิจฉยั การพยาบาล กิจกรรมการพยาบาล ประเมินผลการพยาบาล เป้าหมาย ผปู้ ่ วยไดร้ บั สารน้า และ สารอาหารเพยี งพอต่อความ ตอ้ งการของร่างกาย การพยาบาลระยะก่อนจาหน่าย ปัญหาที่ 12 มารดามคี วาม 1.ประสานงานใหม้ ารดา และญาติไดพ้ ดู คุย 1. มารดาสามารถตอบคาถาม วติ กกงั วลเนื่องจากขาดความรู้ กบั แพทย์ เกยี่ วกบั การวางแผนทา เมื่อถามเกีย่ วกบั วธิ ีการดูแล ความมนั่ ใจในการดูแลเด็กที่ Tracheostomy ช่วยอธิบายถึงเหตุผล ความ แผล Tracheostomy วิธีการ ใส่ท่อ Tracheostomy จาเป็ นในการทา Tracheostomy ดดู เสมหะ และการดูแลผปู้ ่ วย ขอ้ มลู สนบั สนุน 2. แนะนาใหไ้ ดพ้ ดู คุยกบั ญาติผปู้ ่ วยที่ไดร้ บั ท่ีบา้ นไดถ้ ูกตอ้ ง O: Try off ET-Tube 2 คร้งั การทา Tracheostomy เพ่อื ใหค้ ลายความ 2. มารดามีความมนั่ ใจ ผปู้ ่ วยไมส่ ามารถหายใจไดเ้ อง กงั วล สามารถทาแผล แพทยพ์ ิจารณาทา 3. ประเมนิ ความกงั วลใจ ความไมม่ นั่ ใจใน Tracheostomy ดดู เสมหะ Tracheostomy การดแู ลผปู้ ่ วย หลงั ทา Tracheostomy ป้อนอาหาร ดูแลสุขวิทยา S: มารดาบอกว่าไม่กลา้ ดูด 4. เปิ ดโอกาสใหม้ ารดาไดร้ ะบายความ ผปู้ ่ วยไดด้ ว้ ยตวั เอง เสมหะ ไม่กลา้ ทาแผล รสู้ ึก และรบั ฟังดว้ ยท่าทีเหน็ อกเห็นใจ Tracheostomy ทาไม่เป็ น 5. โนม้ นา้ ว ช้ ีใหเ้ ห็นถึงความจาเป็ นที่ตอ้ ง และกลวั ลูกติดเช้ ือ ดแู ลบุตรต่อเน่ืองที่บา้ น ปฏบิ ตั ิใหเ้ ป็ น วตั ถปุ ระสงค์ ตวั อยา่ งและใหล้ องฝึกปฏบิ ตั ิ เพื่อใหม้ ารดามคี วามรู้ ความ 6. เสริมสรา้ งพลงั อานาจแก่มารดา มนั่ ใจในการดแู ลบุตรต่อเน่ือง ที่บา้ นได้ เป้าหมาย มารดา มีความรู้ ความมนั่ ใจ สามารถดแู ลผปู้ ่ วยทีบ่ า้ นได้ แผนการจาหน่าย ไดเ้ ตรียมความพรอ้ มใหม้ ารดา ผูด้ ูแล มีความรู้ ความมนั่ ใจใน การดูแลผูป้ ่ วยเจาะคอ สามารถดูแลผูป้ ่ วยเมื่อกลบั ไปอยูท่ ่ีบา้ นไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ ตามแนวคิด D - METHOD ดงั น้ ี Disease ให้ความรูเ้ ร่ืองโรคของผู้ป่ วย แก่มารดา ผู้ดูแล คือโรคปอดอักเสบ ทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั และภาวะติดเช้ ือในกระแสโลหิต ซ่ึงผูป้ ่ วยทุเลาจากโรค แลว้ แต่ไดร้ บั การเจาะคอ ซ่ึงตอ้ งระมดั ระวงั การติดเช้ ือ การสงั เกตอาการผิดปกติ ท่ีตอ้ งรีบ
76 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) มาพบแพทย์ ไดแ้ ก่ มีไขส้ ูง ไมล่ ด หายใจหอบมากข้ ึน ไอมาก เสมหะเปล่ียนสี หรือผูป้ ่ วย ซึมลง เป็ นตน้ Medicine ยาท่ีผูป้ ่ วยตอ้ งรบั ประทาน และพ่นต่อที่บา้ น ไดแ้ ก่ Folic a ½ tab oral O.D MTV Syrup 1 ml oral B.I.D Seretide 1 puff B.I.D แนะนาการรบั ประทานยาและพ่น ยาท่ีถูกวิธี Environment การจดั ส่ิงแวดลอ้ มท่ีบา้ นและบริเวณรอบบา้ นใหส้ ะอาด หลีกเล่ียงให้ ผูป้ ่ วยเจอฝ่ ุน ควนั ต่างๆ Treatment ฝึกทกั ษะ การดูดเสมหะจากท่อเจาะคอ การทาแผลเจาะคอ การดูแล ความสะอาดร่างกาย ระมดั ระวงั น้าเขา้ ไปในท่อเจาะคอ Health การฟ้ ื นฟูสภาพร่างกาย จิตใจ โดยการอยู่ใกลช้ ิดกบั เด็ก ใหค้ วามรกั ความ อบอุ่น ให้เกิดความมัน่ ใจ ส่งเสริมการออกกาลังกาย การได้พบปะญาติ เพื่อน แต่ ระมดั ระวงั ไมใ่ หผ้ ูเ้ จ็บป่ วยโรคติดต่อ เขา้ ใกลช้ ิดผูป้ ่ วย Out Patient แนะนาการมาตรวจตามนัดทุกคร้งั และถา้ มีอาการผิดปกติ ใหร้ ีบไป พบเจา้ หนา้ ที่สาธารณสุขใกลบ้ า้ น Diet การจดั หาอาหารมาใหผ้ ูป้ ่ วยรบั ประทาน โดยใหเ้ ป็ นอาหารครบหลกั 5 หมู่ ย่อยง่าย เน้นอาหารท่ีมีโปรตีนสูง และเน้นเรื่องการปรุงอาหารใหส้ ะอาด แผนการดูแล ท่ีบา้ น ติดตามเยี่ยมคร้งั ที่ 1 วนั ที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ผูป้ ่ วยเดินไดเ้ อง สีหนา้ สดชื่น On tracheostomy with room air หายใจไม่หอบ เสมหะสีขาว ใส ไม่มาก ไอออกเองได้ แผลรอบคอไมบ่ วมแดง น้าหนัก 10 กก. ติดตามเยย่ี มครง้ั ท่ี 2 วนั ท่ี 20 ธนั วาคม 2559 ผูป้ ่ วยเดินเร็วข้ ึน วิ่งเล่นได้ สีหนา้ สดช่ืน ย้ ิม หวั เราะ On tracheostomy with room air หายใจไม่หอบ เสมหะสีขาว ปริมาณ นอ้ ยแผลรอบคอไมบ่ วมแดง น้าหนัก 11 กก. อภปิ รายผลกรณีศกึ ษา โรคปอดอกั เสบ เป็ นสาเหตุการตายอนั ดับหนึ่งของโรคติดเช้ ือในเด็ก ปอดอกั เสบ รุนแรง จะส่งผลใหผ้ ูป้ ่ วยขาดประสิทธิภาพในการหายใจ เกิดภาวะหายใจวาย รวมท้งั อาจ ทาใหเ้ กิดภาวะแทรกซอ้ นได้ ผูป้ ่ วยรายน้ ีมาถึงโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ พบว่ามี ภาวะหายใจวาย ต่อมาเกิดภาวะทางเดินหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั และภาวะช็อก ตอ้ งใช้ เคร่ืองช่วยหายใจชนิดความถ่ีสงู ใหย้ าเพิ่มประสิทธิภาพการบีบตวั ของหวั ใจ ใหส้ ารน้าทาง
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 77 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) หลอดเลือดดา และยาปฏิชีวนะ ผูป้ ่ วยไดร้ ับการรักษาและเฝ้าระวงั อาการอย่างใกลช้ ิด ต่อเนื่อง จนกระทงั่ อาการดีข้ ึนตามลาดบั แต่ไมส่ ามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ แพทยไ์ ดท้ า Tracheostomy ไดส้ อน แนะนา ฝึกทกั ษะ จนมารดามีความรู้ ความมนั่ ใจในการดูแลผูป้ ่ วย ต่อเนื่องที่บา้ น ผูป้ ่ วยจาหน่ายกลบั บา้ นหลงั นอนโรงพยาบาลนาน 70 วนั แสดงใหเ้ ห็นถึง ความสาเร็จของทีมบุคลากรที่ใหก้ ารรกั ษาพยาบาล ความพรอ้ มของสถานท่ี อุปกรณ์ เครื่องมอื และความกา้ วหนา้ ในการรกั ษาพยาบาล สรุปกรณีศกึ ษา ผูป้ ่ วยเด็กชายไทยวยั 3 ปี 6 เดือน มาโรงพยาบาลดว้ ยอาการ ไขส้ ูง ไอมีเสมหะ หายใจหอบ เป็ นมา 3 ชม.ญาตินาส่งโรงพยาบาลชุมชน หายใจหอบมากข้ ึน ไดร้ บั การใส่ ท่อช่วยหายใจ และส่งตัวมาท่ีโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ วันท่ี 7 ก.ย. 2559 วินิจฉัยโรคปอดอกั เสบและหายใจวาย ไดร้ บั การรกั ษาดว้ ยยาปฏิชีวนะ และต่อเคร่ืองช่วย หายใจ วนั ต่อมามีภาวะ Septic shock ไดร้ บั ยากระตุน้ การบีบตวั ของหวั ใจ เปลี่ยนชนิดยา ปฏิชีวนะ วันที่ 9 ก.ย.2559 หายใจหอบมากข้ ึน CXR: Patchy infiltration both lungs วินิจฉยั ภาวะหายใจลม้ เหลวเฉียบพลนั (ARDS) เปลี่ยนเคร่ืองช่วยหายใจเป็ นชนิดความถี่ สูง (HFOV) Retain foley,s catheter ใหส้ ารน้าทางหลอดเลือดดา วนั ท่ี 11 ก.ย. 2559 ผูป้ ่ วยมีอาการหอบเหนื่อย Desaturation 80 % พบว่ามี Pneumothorax ไดร้ บั การใส่ ICD 3 สาย อาการของผู้ป่ วยดีข้ ึนตามลาดับ แต่ยงั ไม่สามารถถอดท่อช่วยหายใจได้ แพทย์ พิจารณาทา Tracheostomy ในวนั ที่ 22 ต.ค.2559 และลด O2 ลงเรื่อยๆ เริ่มใหค้ วามรู้ และฝึกทักษะมารดา เรื่อง การทาแผล Tracheostomy, การดูดเสมหะ จนกระทัง่ มารดา สามารถปฏิบัติได้เอง ยา้ ยไปหอผู้ป่ วยสามัญวันท่ี 2 พ.ย.2559 ก่อนจาหน่าย ผู้ป่ วย สามารถเดินไดช้ า้ ๆ รบั ประทานอาหารได้ สีหน้าสดชื่น จาหน่ายจากโรงพยาบาล วนั ท่ี 15 พ.ย. 2559 LOS = 70 วนั ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะต่อผูป้ ่ วยและญาติ 1. ควรดแู ลสุขภาพเด็กใหแ้ ข็งแรง รบั ประทานอาหารใหค้ รบ 5 หมู่ และป้องกนั การเกิดโรคปอดบวม เช่น การรักษาสุขอนามัย ดูแลร่างกายให้อบอุ่นเม่ืออากาศ เปล่ียนแปลง เมื่อไมส่ บายควรรีบไปพบแพทย์ 2. ควรพาผูป้ ่ วยไปรบั วคั ซีน เพ่ิมภมู คิ ุม้ กนั โรคตามเกณฑ์
78 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ขอ้ เสนอแนะต่อโรงพยาบาล 1. ควรสนับสนุนใหบ้ ุคลากรมกี ารพฒั นาความรู้ ความสามารถอยูเ่ สมอ เพื่อให้ ทนั กบั วิทยาการทางการแพทยท์ ่ีมีความกา้ วหน้า อนั จะสามารถนามาปรบั ใช้ เพื่อใหก้ าร ดูแลรกั ษาผูป้ ่ วยมคี วามปลอดภยั 2. ควรสนับสนุนใหม้ ีการทาวิจยั ดา้ นการดูแลรกั ษา การพยาบาล หรือนาแนวปฏิบตั ิ ทางคลินิก มาประยุกตใ์ ชใ้ นการดแู ลผูป้ ่ วย บทสรุป โรคปอดอกั เสบ พบไดป้ ระมาณรอ้ ยละ 8-10 ของผูป้ ่ วยที่มีการติดเช้ ือเฉียบพลนั ระบบ หายใจ โรคปอดอกั เสบรุนแรง ส่งผลใหผ้ ูป้ ่ วยเกิดภาวะหายใจวาย และเกิดภาวะแทรกซอ้ น ได้ ดังน้ัน พยาบาลจึงตอ้ งมีความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั โรค อาการ แนวทางการรกั ษา และการพยาบาล การดูแลผู้ป่ วยใชเ้ คร่ืองช่วยหายใจชนิดความถ่ีสูง การบริหารยากลุ่ม เส่ียงสูง ท้งั น้ ีเพ่ือสามารถใหก้ ารพยาบาลผูป้ ่ วยไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม มีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยใหผ้ ู้ป่ วยปลอดภัย สามารถกลับไปใชช้ ีวิตอยู่ในครอบครัว สังคม ได้อย่าง มคี วามสุขตามอตั ภาพต่อไป เอกสารอา้ งอิง 1. สานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. โรคปอดอกั เสบ [อินเตอรเ์ น็ต]. 2559 [เขา้ ถึงเมื่อวนั ท่ี 30 มนี าคม 2560]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http//www.boe.moph.go.th/Pneumonia 2. อรุณวรรณ พฤทธิพนั ธุ,์ พนิดา ศรีสนั ต,์ กวีวรรณ ล้ ิมประยรู และ สนิตรา ศิริธางกุล, บรรณาธิการ. Common Pediatric Respiratory Disease 2016. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอนเทอรไ์ พรซ;์ 2559. 3. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค.์ รายงานประจาปี ปี งบประมาณ 2560. อุบลราชธานี: อุบลกิจออฟเซทการพิมพ;์ 2560. หนา้ 265-70. 4. เกศรา เสนงาม. การพยาบาลผูป้ ่ วยเด็กภาวะวิกฤตของระบบหายใจ. สงขลา: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร;์ 2551 5. Brenda M. Morrow and Andrew C. Argent. A Comprehensive review of pediatric endotracheal suctioning: Effects, indications and clinical practice. Pediatr Crit Care Med 2008. vol.9 No.5.
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 79 ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) 6. วลั ภา คุณทรงเกียรติ. ภาวะช็อคและการพยาบาล. พิมพค์ รง้ั ท่ี 3. กรุงเทพฯ: บริษัทพี เพรส จากดั ; 2551. 7. Dellinger RP, Carlet JM, Masur H, et al. Surviving sepsis campaign guidelines for Management of severe sepsis and septic shock. Crit Care Med. 2004;32(3):858-73. 8. สุขเกษม โฆษิตเศรฐ, ศุกระวรรณ อินทรขาว, สุดาทิพย์ ผาติชีพ และ พชรพรรณ สุรพลชยั . ภาวะวกิ ฤติในกุมารเวชศาสตร์ I. กรุงเทพฯ: ไอกรุป๊ เพรส; 2557. 9. อวยพร กิตติเจริญรตั น์ และศิริพร สงั ขมาลย.์ การสรา้ งมาตรฐานการพยาบาล ผูป้ ่ วยเด็กท่ีไดร้ บั การผ่าตดั หวั ใจชนิดเปิ ด. กรุงเทพฯ: กลุม่ ภารกิจบริการวิชาการ สถาบนั สุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี; 2554. 10.พรทิพย์ ศิริบรู ณพ์ ิพฒั นา. การพยาบาลเด็ก. เลม่ 2. นนทบุรี: โครงการสวสั ดิการ วชิ าการสถาบนั พระบรมราชชนกกระทรวงสาธารณสุข; 2555.
การตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาลของนกั ศึกษาพยาบาล มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา เยาวลกั ษณ์ พรมสงิ ห1์ , อนุชา ตนิ ะลา1 อภญิ ญา กุลทะเล2 บทคดั ยอ่ การวิจยั คร้งั น้ ีเป็ นการวิจัยเชิงสารวจ มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาขอ้ มูลพ้ ืนฐานและ ปัจจัยการเลือกเขา้ ศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและ สุขภาพ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาลช้ันปี ที่ 1 จานวน 119 คน แบบสอบถาม เก่ียวกับปัจจัยในการเลือกศึกษาในหลักสูตรหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัย พยาบาลและสุขภาพ สถิติที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล ไดแ้ ก่ การแจกแจงความถี่ รอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงมาตรฐาน ผลการวิจยั พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีผลการศึกษา เมื่อจบมธั ยมปลายหรือเทียบเท่า โดยส่วนใหญ่มีเกรดเฉล่ียสะสม 3.01-3.50 คิดเป็ น ร้อยละ 41.20 มาจากโรงเรียนรัฐบาล ร้อยละ 90.00 มีภูมิลาเนาภาคตะวันออก เฉียงเหนือ รอ้ ยละ 43.80 ปัจจัยดา้ นการตัดสินใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาลของ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา แบ่งออกเป็ น 4 ดา้ น ดงั น้ ี 1) ดา้ นหลกั สูตรการเรียน 2) ดา้ นค่าใชจ้ า่ ย 3) ดา้ นทาเลท่ีต้งั และ 4) ดา้ นชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลัย โดยภาพรวมพบว่านักศึกษามีระดับการ ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อวิชาชีพการพยาบาลอยู่ในระดับมาก ด้านหลักสูตรการเรียน โดยรวม พ บว่ามีระดับการตัดสิน ใจอยู่ในระดับมาก (Mean = 3.79, SD = .72) ดา้ นค่าใชจ้ ่าย โดยรวมพบว่ามีระดับการตัดสินใจอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 3.01, SD = .97) ด้านทาเลที่ต้ัง โดยรวมพบว่ามีระดับการตัดสินใจอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 3.19, SD = .94) และดา้ นชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลยั โดยรวมพบว่ามี ระดบั การตดั สินใจอยูใ่ นระดบั มาก (Mean = 3.61, SD = .88) คาสาคญั : การตดั สินใจเลือก, วชิ าชีพพยาบาล, นักศึกษาพยาบาล 1 นักศึกษาหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา 2 อาจารย์ วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 81 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) Nursing Professional Decision Making in Nursing Students, Suan Sunundha Rajabhat University Yaowalak Promsing1, Anucha Tinala1 Apinya Koontalay2 Abstracts The purpose of this survey research was to examine the fundamental data and factors that influenced individual’s decision to study for a Bachelor of Nursing Sciences, College of Nursing and Health Science. The variables examined included age, gender, highest level of education, and domiciles. There were 119 people in this study. Questionnaires included questions that concern the factors that the decision to study for a Bachelor of Nursing Sciences, College of Nursing and Health Science. The statistical methods applied in the research included frequency distributions, percentage, means, and standard deviation. The results of this study showed that there were had a high school graduation or equivalent and most of them had a cumulative grade point average of 3.01-3.50, or 41.20 percent, from the government school 90.00 percent, and 43.80 percent from northeastern. Factors related to nursing professional decision making in nursing students a College of Nursing and Health Suan Sunandha Rajabhat University is divided into 1) the curriculum, 2) the cost, 3) the location, and 4) the reputation and quality of the college. The students had a high level of decision making in the nursing profession. The overall curriculum had a high level of decision making (Mean = 3.79, SD=.72). Cost of the decision level is in the middle ( Mean = 3.01, SD = .97). The overall location was found to be at a moderate level (Mean = 3.19, SD = .944) and the overall reputation and quality of the college was found to be at a high level (Mean = 3.61, SD = .88) Keyword: decision making, nursing professional, nursing student 1 Senior students, College of Nursing and Health, Suansunandha Rajabhat University 2 Instructor, College of Nursing and Health, Suansunandha Rajabhat University
82 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) บทนา วชิ าชีพการพยาบาลเป็ นวิชาชีพท่ีใหบ้ ริการแก่สังคมท่ีเก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั สุขภาพ อนามัยและความปลอดภัยของชีวิตมนุษย์ โดยมีเป้าหมายสาคัญของการบริการ คือ การส่งเสริมและคงไวซ้ ึ่งสุขภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบนั การพยาบาลและวิชาชีพการพยาบาลไดร้ บั การพฒั นาใหม้ ีความรูค้ วามสามารถทางการพยาบาลตามมาตรฐานการศึกษาปริญญาตรี และมีสถานะทางสงั คมเท่าเทียมผูส้ าเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีทางการพยาบาล สังคมยกย่องว่าเป็ นวิชาชีพของผู้มีคุณธรรม3 เป็ นวิชาชีพท่ีได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ท้ังในยามสุขภาพดีและยามเจ็บป่ วย เป็ นอาชีพที่ไดส้ รา้ งบุญสรา้ งกุศล มีประโยชน์มาก ท้ังต่อตนเอง ครอบครวั สังคม และประเทศชาติ แต่พบว่าสภาพการบริการดา้ นสุขภาพ อนามยั ในปัจจุบันของประเทศไทยประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและปัญหาดา้ น การผลิตพยาบาลของสถาบันการศึกษาที่ไม่สามารถผลิตพยาบาลใหม้ ากข้ ึนตามความ ตอ้ งการของประเทศไทยได้ 4 การเปล่ียนแปลงทางสงั คมและการขยายตัวทางเศรษฐกิจประกอบกบั การระบาด ของโรคเอดสแ์ ละโรคติดต่อที่รุนแรงอ่ืนๆ จึงมีผลทาใหเ้ กิดสภาพการขาดแคลนพยาบาลข้ ึน ในประเทศไทย เริ่มต้งั แต่ปี พ.ศ. 2530 เป็ นตน้ มาและมีความรุนแรงเพ่ิมมากข้ ึนเร่ือยๆ เน่ืองจาก อตั ราการลาออกโอนยา้ ยที่เพ่ิมมากข้ ึนและระยะเวลาการทางานอยู่ในวิชาชีพ ของพยาบาลมีอตั ราส้นั ลง เพราะพยาบาลมีทางเลือกและความนิยมในการประกอบอาชีพ อ่ืนเพ่ิมมากข้ ึน การแกไ้ ขปัญหาการขาดแคลนพยาบาลวิธีหน่ึงคือ การสรา้ งพยาบาลใหม่ ข้ นึ มาทดแทน นอกจากน้ ีวิชาชีพพยาบาลยงั ประสบปัญหาขาดผูอ้ ยากเรียนอีกดว้ ย ซึ่งเป็ น ผลกระทบส่วนหน่ึงที่ทาใหเ้ กิดปัญหาการขาดแคลนพยาบาล ปั ญหาการขาดผูอ้ ยากเรียน วิชาชีพการพยาบาลมีความชัดเจน ดังจะเห็นไดจ้ ากจานวนผูส้ มัครสอบสาขาพยาบาล ศาสตรข์ องกระทรวงสาธารณสุขที่ลดลงทุกปี และมีการปฏิเสธเขา้ เรียนในหลายๆ รูปแบบ เช่น การสละสิทธ์ิเม่ือสอบขอ้ เขียนได้ การไม่ไปสอบสมั ภาษณ์ และไม่ไปรายงานตวั หลงั ประกาศผลสอบสมั ภาษณแ์ ลว้ หรือ การลาออกขณะเรียนแลว้ กลบั ไปสอบเขา้ มหาวิทยาลยั ใหม5่ จากสถิติของทบวงมหาวิทยาลยั เก่ียวกบั จานวนผูส้ มคั รเขา้ เรียนคณะพยาบาลศาสตร์ ในปี การศึกษา 2558 - 2559 พบว่าในปี การศึกษา 2558 มีจานวนผูส้ มัครเขา้ เรียน คณะพยาบาลในมหาวิทยาลยั สงั กัดทบวงมหาวิทยาลยั 27,674 คน และในปี การศึกษา
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 83 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) 2559 มีจานวน 27,221 คน จะเห็นไดว้ ่าจานวนผูส้ มคั รเขา้ ศึกษาต่อในคณะพยาบาล ศาสตรม์ ีแนวโนม้ ลดลง วิท ยาลัยพ ยาบาลและสุ ขภ าพ ม ห าวิท ยาลัยราชภัฎ สวน สุ นั น ท า เป็ น สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ผลิตบุคลากรทางการพยาบาล เพื่อสนับสนุนการ บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพการป้องกันโรค การรักษาพยาบาล และฟ้ ื นฟูสุขภาพ ใหบ้ ริการแก่ประชาชนทัว่ ไป และการนาผลวิจัยมาใชเ้ ป็ นแนวทางในการพัฒนาและ ปรบั ปรุงหลกั สูตรวิธีการจดั การเรียนการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพและสอดคลอ้ งกบั ความ ตอ้ งการของตลาดแรงงานหรือผูร้ บั บริการ วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ ไดร้ บั การอนุมตั ิ จากสภาพยาบาลใหเ้ ปิ ดหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเมื่อปี 2550 จวบจนปัจจุบัน วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ ได้มุ่งมัน่ พัฒนางานท้ังด้านวิชาการและการบริการให้ เจริญ ก้าวหน้ามาเป็ นลาดับ ตลอดระยะเวลายาวนาน กว่า 13 ปี สามารถสร้าง คุณประโยชน์ใหแ้ ก่สงั คมอยา่ งมีประสิทธิภาพ จากวิสยั ทศั น์ วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ เป็ นสถาบนั ที่เป็ นเลิศทางการศึกษาพยาบาลและสาธารณสุข ในระดับประเทศ หลกั สูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ เป็ นวิชาชีพหน่ึงที่น่าสนใจใน การศึกษาต่อเน่ืองจากผูเ้ รียนสามารถสาเร็จการศึกษาภายในระยะเวลา 4 ปี สามารถ ทางานไดอ้ ย่างรวดเร็ว มีรายไดเ้ ล้ ียงตนเองและครอบครวั เป็ นวิชาชีพท่ีมีเกียรติ มีงานทา ท่ีแน่นอนและมีความมนั่ คง จึงทาใหเ้ ป็ นที่น่าสนใจและดึงดูดใหม้ ีผูส้ นใจเขา้ มาสมคั รและ เรียนในหลักสูตรหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สวนสุนันทา จานวนมาก เป็ นอนั ดบั หนึ่งของมหาวิทยาลยั ราชภฎั และ มีการแขง่ ขนั ในตลาดแรงงานสูง เป็ นการสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั วิทยาลยั จากการเปิ ดหลกั สูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิตมาโดยตลอด ในการเปิ ดหลักสูตรมีการปรับปรุงหลักสูตรให้ สอดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงของสงั คมในปัจจุบนั ท้ังรายวิชา สาระความรู้ และจานวน หน่วยกิต ตามที่ไดร้ ับการรบั รองจากสภาการพยาบาล ท้ังน้ ีเพื่อใหผ้ ูเ้ ขา้ รับการศึกษาใน หลักสูตรดังกล่าวมีความรู้ ความสามารถ มีความรับผิดชอบในการกระทาหรือการ ปฏิบตั ิการพยาบาลที่ไม่ซบั ซอ้ น เพ่ือช่วยเหลือผูป้ ่ วย ซ่ึงเป็ นการช่วยเหลือดูแลข้นั พ้ ืนฐาน เพื่อการสง่ เสริมสุขภาพ การป้องกนั โรค การดูแลชว่ ยเหลือและการฟ้ ื นฟูสุขภาพท้งั ในภาวะ ปกติและภาวะเจ็บป่ วยไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ในความควบคุมของผูป้ ระกอบวิชาชีพการ
84 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) พยาบาลและการผดุงครรภ์ เพื่อใหผ้ ู้สาเร็จการศึกษา หลกั สูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มีคุณธรรม จริยธรรม เคารพในเกียรติ ศกั ด์ิศรี และคุณค่าของความเป็ นมนุษยข์ องทุกคน แรงจูงใจใฝ่ สัมฤทธ์ิเป็ นปั จจัยสาคัญประการหนึ่ งที่ทาให้นักเรียนพยาบาลประสบ ความสาเร็จในการเรียนและเป็ นบุคลากรทางการพยาบาลท่ีมีคุณภาพได้ เนื่องจาก แรงจูงใจใฝ่ สัมฤทธ์ิเป็ นแรงขบั ภายในตัวมนุษยท์ ่ีกระตุน้ มนุษยใ์ หเ้ กิดความมุ่งมนั่ ในการ ทางานมีแรงจงู ใจสูง จะใชค้ วามพยายามในการกระทาไปสู่เป้าหมายโดยไมล่ ดละ พรอ้ มที่ จะทางานด้วยความเต็มใจและแสดงพฤติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา เพื่อนาไปสู่ ความสาเร็จในเป้าหมายท่ีต้งั ไว้ ผลงานท่ีออกมามีคุณภาพและงานสาเร็จดว้ ยดี ดงั ท่ี แมค เคลแลนด1์ ไดใ้ หค้ วามสาคญั ของแรงจงู ใจใฝ่ สมั ฤทธ์ิว่าเป็ นแรงขบั ภายในบุคคลท่ีจะทาส่ิง ใดส่ิงหน่ึงใหส้ าเร็จลุล่วงตามเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กาหนดไว้ เขียน วนั ทนียตระกูล2 ไดก้ ล่าวถึงลกั ษณะของ บุคคลท่ีมีแรงจูงใจใฝ่ สัมฤทธ์ิและคนท่ีมีแรงจูงใจใฝ่ สมั ฤทธ์ิสูงว่า จะเป็ นคนท่ีมีความทะเยอทะยาน มีความอดทน มีเป้าหมายและความหวงั ที่จะประสบ ความสาเร็จ และพยายามที่จะปฏิบตั ิสิ่งต่าง ๆ ของตนเองใหด้ ีอยเู่ สมอ นอกจากน้ ีเป็ นที่น่าสนใจวา่ มปี ัจจยั ที่ทาใหน้ ักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลายเลือก หรือไม่เลือกศึกษาต่อวิชาชีพการพยาบาล เช่น ครูแนะแนวไม่แนะนาหรือส่งเสริมให้ นักเรียนที่เรียนดีเลือกพยาบาลเป็ นอาชีพ เพราะงานพยาบาลไม่ท้าทายสติปั ญญา มีรายงานวา่ ภาพลกั ษณเ์ ป็ นลบของพยาบาลเป็ นปัจจัยหนึ่งทาใหม้ ีการขาดแคลนพยาบาล วิชาชีพการพยาบาลยงั ตอ้ งเผชิญปัญหาการขาดแคลนผูส้ นใจสมคั รเขา้ เรียนพยาบาลดว้ ย ใจรกั หรือชอบในวิชาชีพ จากปัญหาดังกล่าวน้ ีจึงเป็ นเร่ืองสาคญั ท่ีพยาบาลท้งั หลายจะมา ช่วยกนั คิดหาแนวทางและวิธีการช่วยแกป้ ัญหาเพ่ือพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเน่ืองต่อไป ซึ่ง ในปัจจุบนั ผูน้ าทางการพยาบาลและองคก์ รวิชาชีพการพยาบาลจึงไดว้ างแผนพฒั นาวิชาชีพ เพ่ือดึงดูดความสนใจผูเ้ ขา้ เรียนและเพ่ือผดุงพยาบาลไวใ้ นวชิ าชีพ ผูศ้ ึกษาจึงมีความคิดเห็นว่าในปัจจุบนั การพยาบาลยงั เป็ นสาขาวิชาชีพหน่ึงซึ่งเป็ น ท่ีตอ้ งการท้งั ในประเทศและต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงทางสงั คม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี ค่านิยม ต่อวิชาชีพพยาบาลลดลง ทาใหเ้ กิดปัญหาขาดผู้สนใจศึกษาวิชาชีพพยาบาล รวมท้งั ภาพลกั ษณ์เป็ นลบของพยาบาล มีผลกระทบต่อท้งั จานวนและคุณภาพของผูส้ มคั ร เขา้ เรียนพยาบาล และการคงอยู่ไวใ้ นวิชาชีพ นาไปสู่ปัญหาขาดแคลนพยาบาลและมี แนวโนม้ ที่รุนแรงข้ ึน ดงั น้ัน ผูว้ ิจยั จึงสนใจศึกษาการตดั สินใจเลือกเขา้ ศึกษาต่อในหลกั สูตร
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 85 ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) หลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ โดยผลการวิจยั ดงั กล่าวจะ เป็ นแนวทางการพฒั นาและปรบั กระบวนการรบั นักศึกษา การวางแผนการจดั การศึกษา ของห ลักสูตรห ลักสูตรพ ยาบาลศาสตรบัณ ฑิ ต วิท ยาลัยพ ยาบาลและสุขภ าพ ใหม้ ีประสิทธิภาพ เพิ่มแผนการประชาสมั พนั ธเ์ พ่ือจงู ใจใหเ้ กิดความสนใจท่ีจะเขา้ ศึกษาต่อ ตอบสนองนโยบายและแผนการรบั นักเรียนพยาบาลตามที่วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ กาหนดไว้ คาถามการวิจยั 1. ขอ้ มูลพ้ ืนฐานของนักเรียนพยาบาล หลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพเป็ นอยา่ งไร 2. การตัดสินใจเลือกเขา้ ศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัย พยาบาลและสุขภาพเก่ียวขอ้ งกบั ปัจจยั ใดบา้ ง วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั 1. เพ่ือศึกษาขอ้ มูลพ้ ืนฐานของนักเรียนพยาบาลหลักสูตรหลักสูตรพยาบาล ศาสตรบณั ฑิต วทิ ยาลยั พยาบาลและสุขภาพ 2. เพื่อศึกษาการตัดสินใจเลือกเขา้ ศึกษาในหลักสูตรหลกั สูตรพยาบาลศาสตร บณั ฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ วิธดี าเนินการวิจยั การศึกษาวิจัยคร้ังน้ ีเป็ นการวิจัยเชิงสารวจ (Survey research) กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนพยาบาลศาสตรบัณฑิต ประชากรและตวั อย่าง คือ นักเรียนที่เขา้ เรียนหลกั สูตร พยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพจานวน 119 คน ซ่ึงคดั เลือกแบบ เฉพาะเจาะจง (Purposive sampling) คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบณั ฑิตช้นั ปี ที่ 1และมี ความสมคั รใจในการใหข้ อ้ มลู
86 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) เครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั 1. แบบสอบถาม เรื่อง ปัจจัยที่เขา้ ศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ ประกอบดว้ ย 2 สว่ น คือ ส่วนท่ี 1 สอบถามเก่ียวกบั สภาพทวั่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม ลกั ษณะ แบบสอบถาม เป็ นแบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ส่วนท่ี 2 สอบถามเกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีเขา้ ศึกษาในหลกั สูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ โดยมีลักษณะของแบบสอบถามเป็ นมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating scale) มี 5 ระดับ โดย 1 คะแนน หมายถึง ไม่เห็นด้วย และ 5 คะแนน คือ เห็นด้วยอย่างยิ่ง คุณภาพของเคร่ืองมือ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิง เน้ ือหาโดยผู้เช่ียวชาญจานวน 3 ท่าน และผ่านการทดสอบความเที่ยง โดยการนาไป ทดลองใชก้ บั กลุ่มนักเรียนพยาบาล รุ่นที่ 10 จานวน 30 คน แบบประเมินการตรวจสอบ คุณภาพของเคร่ืองมือ โดยการนาไปทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ไดค้ ่าความเช่ือมนั่ 0.84 การวิเคราะหข์ อ้ มูล ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู ทวั่ ไป วเิ คราะหข์ อ้ มลู โดยการแจกแจงความถี่ (Frequency) และหา รอ้ ยละ (Percentage) ของตวั แปรแต่ละกลุ่ม ส่วนท่ี 2 ขอ้ มูลดา้ นการตัดสินใจเลือกเขา้ ศึกษาต่อในหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ วิเคราะห์ขอ้ มูลโดยการแจกแจงความถ่ี รอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ผลการวิจยั 1. ขอ้ มูลส่วนบุคคล พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีผลการศึกษาเมื่อจบมธั ยมปลายหรือ เทียบเท่า โดยส่วนใหญ่มีเกรดเฉล่ียสะสม 3.01 - 3.50 คิดเป็ นรอ้ ยละ 41.20 มาจาก โรงเรียนรัฐบาล คิดเป็ นร้อยละ 90.00 มีภูมิลาเนาภ าคตะวันออกเฉี ยงเห นื อ คิดเป็ นรอ้ ยละ 43.80 ส่วนใหญ่เป็ นบิดามารดามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใหเ้ ขา้ ศึกษาหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต คิดเป็ นรอ้ ยละ 81.20 ผูป้ กครองประกอบอาชีพ เกษตรกรรมเป็ นส่วนใหญ่ คิดเป็ นรอ้ ยละ 31.20 รายไดร้ วมของครอบครวั ต่อเดือน พบวา่ ส่วนใหญ่มีรายไดม้ ากกวา่ 20,000 บาท คิดเป็ นรอ้ ยละ 43.80
วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 87 ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) 2. ขอ้ มลู เก่ียวกบั ปัจจยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาต่อวชิ าชีพการพยาบาล ปัจจัยท่ีเก่ียวขอ้ งกับการตัดสินใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาลของนักศึกษา พยาบาล วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา แบ่งออกเป็ น 4 ดา้ น ดงั น้ ี 1) ดา้ นหลกั สตู รการเรียน 2) ดา้ นค่าใชจ้ ่าย 3) ดา้ นทาเลที่ต้งั และ 4) ดา้ น ชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลยั โดยภาพรวมพบว่า นักศึกษามีระดับการตดั สินใจเลือก ศึกษาต่อวิชาชีพการพยาบาลอยู่ในระดับมาก ดา้ นหลักสูตรการเรียน โดยรวมพบว่ามี ระดับการตัดสินใจอยู่ในระดับมาก (Mean = 3.79, SD = .72) ดา้ นค่าใชจ้ ่าย โดยรวม พบว่ามีระดับการตัดสินใจอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 3.01, SD = .97) ดา้ นทาเล ท่ีต้งั โดยรวมพบว่ามีระดบั การตดั สินใจอยูใ่ นระดบั ปานกลาง (Mean = 3.19, SD = .94) ดา้ นช่ือเสียงและคุณภาพของวิทยาลยั โดยรวมพบว่ามีระดบั การตัดสินใจอยู่ในระดบั มาก (Mean = 3.61, SD = .88) ดงั ตารางท่ี 1 ตารางที่ 1 ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานปัจจยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ การพยาบาล ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ สวนสุนันทา (N = 119) การตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ Mean S.D. ระดบั การตดั สินใจ การพยาบาล ดา้ นหลกั สูตรการเรียน 3.79 .72 มาก ดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย 3.01 .97 ปานกลาง ดา้ นทาเลท่ีต้งั 3.19 .94 ปานกลาง ดา้ นช่ือเสียงและคุณภาพของ 3.61 .88 มาก วทิ ยาลยั
88 วารสารวทิ ยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ตารางท่ี 2 ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานปัจจัยในการตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ การพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ สวนสุนันทา ดา้ นหลกั สูตรการเรียน (N = 119) การตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาล Mean S.D. ดา้ นหลกั สูตรการเรยี น 3.60 .686 หลกั สูตรมีความเขม้ แข็งทางวชิ าการ 3.65 .695 หลกั สูตรมีความทนั สมยั 3.94 .769 หลกั สูตรสามารถสรา้ งพ้ ืนฐานความรไู้ ดพ้ อสาหรบั การ ประกอบอาชีพ 3.98 .746 หลกั สูตรสามารถสรา้ งพ้ ืนฐานความรไู้ ดพ้ อสาหรบั การศึกษา ต่อในระดบั สูงข้ นึ ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ การพยาบาล ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ สวนสุนันทา ดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย(N = 119) การตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาล Mean S.D. ดา้ นค่าใชจ้ า่ ย 2.86 1.003 1. เก็บค่าธรรมเนียมการเรียนที่ไม่แพงเม่ือเทียบกับสถาบัน เอกชนอื่น 3.20 1.060 2. ใหก้ ารช่วยเหลือเรอ่ื งเงินทุนการศึกษา 3.76 .917 3. มีโครงการช่วยเหลือดา้ นเงินกูเ้ พ่ือการศึกษา 2.64 1.009 4. เก็บคา่ ใชจ้ า่ ยสาหรบั กิจกรรมพิเศษเหมาะสม 2.85 .956 5. ค่าครองชีพในวทิ ยาลยั เหมาะสม 2.75 .879 6. การจดั ระบบการจา่ ยค่าธรรมเนียมเหมาะสม
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 89 ปี ที่ 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ตารางที่ 4 ค่าเฉล่ียและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานปัจจยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ การพยาบาล ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ สวนสุนันทา ดา้ นทาเลที่ต้งั (N = 119) การตดั สนิ ใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาล Mean S.D. ดา้ นทาเลท่ตี ง้ั 1. ต้งั อยใู่ นแหล่งชุมชน 3.62 .817 2. ต้งั อยใู่ นทาเลท่ีดี 3.52 .954 3. การคมนาคมสะดวก 3.32 1.003 4. มหี อพกั อยใู่ นวทิ ยาลยั 2.09 1.046 5. ความปลอดภยั 3.14 1.003 6. ความสะอาดเรียบรอ้ ย 3.49 .842 ตารางท่ี 5 ค่าเฉล่ียและส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานปัจจยั ในการตดั สินใจเลือกศึกษาวิชาชีพ การพยาบาลของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฏ สวนสุนันทา ดา้ นชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลยั (N = 119) การตดั สนิ ใจเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาล Mean S.D. ดา้ นช่ือเสยี งและคณุ ภาพของวิทยาลยั 1. มชี ื่อเสียงดา้ นการจดั การเรียนการสอน 3.58 .823 2. มีช่ือเสียงดา้ นวชิ าการและกจิ กรรม 3.58 .823 3. มีช่ ื่อเสียงดา้ นความประพฤติดีของนักศึกษา 3.69 .880 4. มีช่ ื่อเสียงดา้ นการปฏบิ ตั ิการพยาบาลของนักศึกษา 3.68 .868 5. มช่ี ่ือเสียงดา้ นการดูแลเอาใจใส่ในความเป็ นอยขู่ อง 3.55 .967 นักศึกษา 6. มีการจดั กิจกรรมส่งเสริมความเป็ นเลิศดา้ นวชิ าการ 3.61 .921 อภิปรายผล ปั จจัยของการเลือกสถาบันในการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ พบวา่ วิทยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภัฎ สวนสุนันทา เป็ นสถาบันที่มีช่ือเสียง เป็ นท่ีรูจ้ ักโดยทัว่ ไป เป็ นสถาบันท่ีสามารถผลิต บุคลากรไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคลอ้ งกบั งานวิจยั ของ กิตติภณ กิตยานุรกั ษ์6 พบว่า ปัจจยั ที่ส่งผลต่อการตดั สินใจเลือกเขา้ ศึกษาต่ออยู่ในระดบั มาก คือ ดา้ นอาจารยผ์ ูส้ อนท่ีมี คุณภาพ ดา้ นหลกั สูตรท่ีมีความเหมาะสมกบั ความตอ้ งการของสงั คม ดา้ นภาพลกั ษณข์ อง
90 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) สถาบันที่เม่ือสาเร็จการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและ สุขภาพแห่งน้ ี สามารถหางานทาได้สอดคล้องกับงานวิจัยของเกษรา โพธ์ิเย็น7 ได้ทาการศึกษา เรื่อง ปั จจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจา้ พระยา ผลการศึกษาพบว่า ผู้จบการศึกษาระดับ ปริญญาตรีจะเป็ นที่ยอมรบั ในสงั คม และบุคคลใหค้ วามสาคญั กบั เขา้ เรียนในสถาบนั ที่มี โอกาสสาเร็จสูงและนอกจากน้ ีจากการศึกษาของ ปราณี อ่อนศรี8 ไดเ้ ปรียบเทียบและ ติดตามระดบั แรงจงู ใจของนักเรียนพยาบาลต่อการเขา้ เรียนท่ีวิทยาลยั พยาบาลกองทพั บก พบว่า แรงจูงใจของนักเรียนพยาบาลก่อนเขา้ เรียนรายดา้ นมีค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ไดแ้ ก่ ความมนั่ คงหรือความปลอดภยั ดา้ นการยกย่องดา้ นความสาเร็จในชีวิต ดา้ นสงั คม และรา่ งกาย ตามลาดบั จากผลการวิจยั ปัจจยั ในการตดั สินเลือกศึกษาวิชาชีพการพยาบาลของนักศึกษา พยาบาล วทิ ยาลยั พยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลยั ราชภฎั สวนสุนันทา พบวา่ มปี ระเด็น น่าสนใจนามาอภิปรายดงั น้ ี ปั จจัยในการตัด สินใจเลือกศึ กษ าวิชาชีพ การพ ยาบาล ของนั กศึ กษ าพยาบ าล วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา พบว่า นักศึกษามีการ ตัดสินใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกดา้ น โดยเฉพาะดา้ นหลักสูตรการเรียน ดา้ น ชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลัย ดา้ นทาเลที่ต้ังและดา้ นค่าใชจ้ ่าย ท้ังน้ ี เพราะการท่ี วิทยาลยั มีหลกั สูตรการเรียนท่ีมีความเข็มแข็งทางวิชาการ มีความทันสมยั สามารถสรา้ ง พ้ ืนฐานความรูไ้ ดพ้ อสาหรบั การประกอบอาชีพและสามารถสรา้ งพ้ ืนฐานความรู้ไดพ้ อ สาหรบั การศึกษาต่อในระดับสูงข้ ึน สอดคลอ้ งกับผลวิจัยของดลฤดี สุวรรณคีรี9 ที่พบว่า ปัจจยั ท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจศึกษาต่อสถานศึกษารฐั บาล เรียงลาดบั จากมากไปหาน้อย คือ ค่าใชจ้ ่ายในการศึกษา ช่ือเสียงของสถาบนั การนาความรูไ้ ปใช้ ถา้ เป็ นสถานศึกษา เอกชน คือ การสอบเขา้ ง่าย ความพรอ้ มดา้ นอุปกรณ์การศึกษา ค่าใชจ้ ่ายในการศึกษา ชื่อเสียงของสถาบนั แต่เมื่อพิจารณาจากระดับการตัดสินใจลงไปในแต่ละดา้ น สามารถเรียงลาดับ ความสาคญั ในการตดั สินใจจากมากไปหาน้อย คือ 1. ดา้ นหลกั สูตรการเรียน มรี ะดบั การตดั สินใจในภาพรวมอยู่ในระดบั มาก ส่วนใน รายขอ้ น้ัน นักศึกษาใหค้ วามสาคญั สูงที่สุดต่อหลกั สูตรสามารถสรา้ งพ้ ืนฐานความรูไ้ ดพ้ อ สาหรับการประกอบอาชีพ รองลงมา คือ หลักสูตรสามารถสรา้ งพ้ ืนฐานความรู้ไดพ้ อ สาหรับการศึกษาต่อในระดับสูงข้ ึนและหลักสูตรมีความเขม้ แข็งทางวิชาการ โดยท่ี
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 91 ปี ที่ 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) นักศึกษาใหค้ วามสาคญั ในดา้ นหลกั สูตรมีความทนั สมยั เป็ นอนั ดบั ทา้ ยท่ีสุด นัน่ หมายถึง นักศึกษามองไปท่ีผลสมั ฤทธ์ิมากกว่าวา่ เม่อื เขาสาเร็จการศึกษาแลว้ ความรูท้ ่ีไดร้ บั สามารถ นาไปใชใ้ นการประกอบอาชีพไดเ้ ป็ นอย่างดีและความรูท้ ี่ไดร้ บั สามารถทาใหเ้ ขานาไปใช้ ศึกษาต่อในระดับที่สูงข้ ึน สอดคล้องกับสุปราณี เสนาดิสัย8 ที่พบว่านักศึกษาท่ีสาเร็จ จากหลกั สูตรของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี ส่วนใหญ่มีความตอ้ งการที่จะศึกษาต่อเพื่อ ความกา้ วหน้าในอาชีพ มีโครงการที่จะลาออกจากโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดีภายหลัง ทางานชดใชต้ ามสญั ญาแลว้ แต่ยงั คงมีความคิดท่ีจะทางานในวิชาชีพต่อไป 2. ดา้ นค่าใชจ้ ่าย มีระดับการตัดสินใจในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใน รายขอ้ น้ัน นักศึกษาใหค้ วามสาคัญสูงที่สุดต่อการมีโครงการช่วยเหลือดา้ นเงินกูเ้ พ่ือ การศึกษา รองลงมา คือ ให้การช่วยเหลือเร่ืองเงินทุนการศึกษา โดยท่ีนักศึกษาให้ ความสาคญั ในดา้ นการเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนที่แพงเม่ือเทียบกบั สถาบนั เอกชนอื่น เป็ นอนั ดบั ทา้ ยที่สุด นัน่ หมายถึง นักศึกษามองไปท่ีค่าเล่าเรียนตลอดหลกั สูตรที่วิทยาลยั เรียกเก็บน้ันสูงเกินกวา่ รายไดข้ องครอบครวั ที่จะส่งนักศึกษาเรียนได้ ซ่ึงนักศึกษาส่วนมาก มาจากครอบครวั ท่ีประกอบอาชีพเกษตรกรรม นักศึกษาจึงจาเป็ นตอ้ งพึ่งโครงการดา้ น เงินกูย้ มื เพ่ือการศึกษา 3. ดา้ นทาเลท่ีต้ัง มีระดับการตัดสินใจในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนใน รายขอ้ น้ัน พบว่า นักศึกษาใหค้ วามสาคัญสูงท่ีสุดต่อการต้ังอยู่ในแหล่งชุมชม ต้ังอยู่ใน ทาเลที่ดี และสะอาดเรียบรอ้ ย รองลงมา คือ การมีหอพกั อยูใ่ นวิทยาลยั โดยท่ีนักศึกษาให้ ความสาคญั ในดา้ นการมีหอพกั อยู่ในวิทยาลยั เป็ นอนั ดบั ทา้ ยที่สุด นัน่ หมายถึง นักศึกษา มองไปที่การมีหอพักอยู่ในวิทยาลัยจะทาใหน้ ักศึกษาปลอดภัยและสะดวกสบายในการ เดินทางไปศึกษาท้งั ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิ 4. ดา้ นชื่อเสียงและคุณภาพของวิทยาลัย มีระดับการตัดสินใจในภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ส่วนในรายขอ้ น้ัน นักศึกษาให้ความสาคัญสูงที่สุดต่อชื่อเสียงด้านความ ประพฤติดีของนักศึกษา รองลงมา คือ มีช่ือเสียงดา้ นการดูแลเอาใจใส่ในความเป็ นอยู่ของ นักศึกษา โดยที่นักศึกษาใหค้ วามสาคัญในดา้ นชื่อเสียงดา้ นการดูแลเอาใจใส่ในความ เป็ นอยู่ของนักศึกษาเป็ นอันดับทา้ ยที่สุด สอดคลอ้ งกับ สมศรีรตั นปริยานุชและคณะ10 ที่ศึกษาความคิดเหนของผู้บงั คบั บญั ชาต่อความสามารถในการปฏิบตั ิงานดา้ นการบริการ และดา้ นบริหารของผูส้ าเร็จการศึกษาหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบณั ฑิตจากคณะพยาบาล ศาสตร์ วิทยาลัยมิชชัน พบว่า ความสามารถท้ังสองด้านตามความเป็ นจริงและความ คาดหวังจัดอยู่ในเกณฑ์ดี สอดคลอ้ งกับสุรสิทธ์ิ แกว้ ใจ11 ท่ีพบว่าปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
92 วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ปี ท่ี 1 ฉบบั ที่ 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) ตดั สินใจของผูป้ กครองในการส่งบุตรหลานเขา้ เรียนในโรงเรียนเอกชน ระดบั ประถมศึกษา ในกรุงเทพมหานคร คือ ปัจจยั ดา้ นช่ือเสียงของโรงเรียน ไดแ้ ก่ โรงเรียนที่มีนักเรียนจบ การศึกษาสามารถสอบเขา้ เรียนต่อในสถานศึกษาท่ีมชี ่ือเสียงได้ ขอ้ เสนอแนะในการวิจยั คร้งั ตอ่ ไป 1. ควรมีการศึกษาสาเหตุที่ส่งผลต่อการเลือกศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลและสุขภาพ ในรูปแบบการวิจัยแบบผสมผสานท้ังการวิจัย เชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อใหไ้ ดส้ าเหตุเชิงลึกในการพัฒนาและปรบั ปรุง หลกั สูตรต่อไป 2. ควรศึกษาติดตามผลผลิตคุณภาพของนักศึกษาที่จบการศึกษาไปแลว้ อย่าง ต่อเนื่องเพื่อประเมินคุณลกั ษณะและความสามารถในการปฏิบตั ิงานของผูส้ าเร็จการศึกษา ว่าสอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์ของหลักสูตรและตรงกับความตอ้ งการของสังคมและผู้ใช้ บัณฑิต เพ่ือนาผลการศึกษามาทาเป็ นขอ้ มูลและเป็ นแนวทางในการวางแผนการ จดั การศึกษาเพ่ือพฒั นาคุณภาพของบณั ฑิตพยาบาลต่อไป เอกสารอา้ งองิ 1. McClelland, D.C., et al. The achievement motive. New York: Appletion Century Crotts Inc; 1953. 2. เขยี น วนั ทนียตระกูล. แรงจงู ใจมีความสาคญั ต่อการเรียนการสอนอยา่ งไร [อินเตอรเ์ น็ต]. 2553 [เขา้ ถึงเมื่อ 17 กนั ยายน 2560]. เขา้ ถึงไดจ้ าก: http://www.lanna.mbu.ac.th/ artilces/Intrinsic_Kh.asp 3. ลออ หุตางกูร. จรรยาบญั สาหรบั พยาบาล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพอ์ กั ศรไทย; 2522. 4. ทศั นา บุญทอง. ความตอ้ งการกาลงั คนสาขาพยาบาลศาสตร.์ วารสารไทย วารสารสภาการพยาบาล. 2536;8(1):20-4. 5. กรรณิการ์ ชุติเวทยค์ ู. ผลของโปรแกรมบริการสนเทศวชิ าชีพการพยาบาลต่อ ทศั นคติ และการพิจารณาเลือกเรียนวชิ าชีพการพยาบาล ของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 6 ในเขตการศึกษา 7. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั มหิดล; 2541.
วารสารวิทยาศาสตรส์ ุขภาพ วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ 93 ปี ท่ี 1 ฉบบั ท่ี 3 (กนั ยายน-ธนั วาคม 2560) 6. กิตติภณ กิตยานุรกั ษ์. ปัจจยั ที่สงผลต่อการตดั สินใจเลือก เขา้ ศึกษาต่อหลกั สตู ร สาขาวิชารฐั ประศาสตรม์ หาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุตรดิตถ.์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั อุตรดิตถ;์ 2551. 7. เกษรา โพธ์ิเยน็ . ปัจจยั ที่มผี ลต่อการตดั สินใจเขา้ ศึกษาต่อระดบั ปริญญาตรี มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา [การคน้ ควา้ แบบอิสระบริหารธุรกิจ มหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่; 2550. 8. สุปราณี เสนาดิสยั . รายงานการวจิ ยั การศึกษาติดตามพยาบาลท่ีสาเร็จการศึกษา จากหลกั สตู รของโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี. มหาวทิ ยาลยั มหิดล; 2518. 9. ดลฤดี สุวรรณคีรี. การศึกษาเปรียบเทียบปัจจยั ที่มผี ลต่อการตดั สินใจเลือกศึกษา ต่อระดบั อาชีวศึกษาระหวา่ งสถานศึกษาของรฐั บาลกบั ของเอกชน: ศึกษากรณี จงั หวดั นครปฐม. กรุงเทพฯ: สถาบนั บณั ฑิตพฒั นาบริหารศาสตร;์ 2539. 10.สมศรี รตั นปริยานุช และคณะ. การติดตามผลผูส้ าเร็จการศึกษาหลกั สูตร พยาบาลศาสตรบณั ฑิต ปี การศึกษา 2532-2542 คณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลยั มชิ ชนั . กรุงเทพฯ: วทิ ยาลยั มิชชนั ; 2545. 11.สุรสิทธ์ิ แกว้ ใจ. ปัจจยั ท่ีมตี ่อการตดั สินใจของผูป้ กครองในการส่งบุตรหลานเขา้ เรียนในโรงเรียนเอกชนระดบั ประถมศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร [วทิ ยานิพนธ์ ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร;์ 2542.
วำรสำรวิทยำศำสตรส์ ุขภำพ วิทยำลยั พยำบำลบรมรำชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ คำแนะนำในกำรเตรียมตน้ ฉบบั กองบรรณาธิการวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิ ประสงค์ ขอเรียนเชิญ สมาชิกและผูส้ นใจทุกท่านส่งรายงานการวิจยั หรือบทความวิชาการ เพื่อพิมพ์ เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ ท้ังน้ ี บทความหรือรายงานการวิจยั ท่ีส่งมาจะตอ้ งไม่เคยตีพิมพ์ ในวารสารอ่ืนมาก่อน หรือไม่อยูใ่ นระหวา่ ง สง่ ไปตีพิมพใ์ นวารสารฉบบั อื่น และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธ์ิในการตรวจทานและแกไ้ ขตน้ ฉบบั ให้ เป็ นไปตามเกณฑท์ ี่กองบรรณาธิการกาหนด วารสารฯ มีกาหนดออกปี ละ 3 ฉบบั ปี ละ 3 ฉบบั คือ ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม – สิงหาคม และ ฉบบั ท่ี 3 กนั ยายน – ธนั วาคม กำรเตรยี มตน้ ฉบบั 1. ตน้ ฉบบั ตอ้ งพิมพ์ดว้ ยคอมพิวเตอรโ์ ปรแกรมไมโครซอฟเวริ ด์ วินโดว์ ใชต้ ัวอักษร FreesiaUPC ขนาด 16 point และใชก้ ระดาษพิมพข์ นาด เอ 4 เวน้ หา่ งจากขอบ 1 น้ ิวโดยรอบ ความยาวของ รายงานการวิจัยไม่ควรเกิน 15 หน้า ส่วนบทความวิชาการไม่ควรเกิน 13 หน้า (ไม่รวม เอกสารอา้ งอิง) 2. ชื่อเร่อื ง พิมพไ์ วห้ น้าแรกกลางหนา้ กระดาษ ใชอ้ กั ษร FreesiaUPC ตวั หนา ขนาดตวั อกั ษร 20 pt. 3. ช่ือผูเ้ ขียนพรอ้ มท้งั คุณวุฒิอยใู่ ตช้ ื่อเรอ่ื งเย้ อื งไปทางขวามือใชอ้ กั ษร FreesiaUPC ตัวหนา ขนาด ตวั อกั ษร 16 pt. 4. ตาแหน่งทางวิชาการและสถานท่ีทางานของผู้เขียนอยู่ด้านล่างเย้ ืองทางซ้ายมือใชอ้ ักษร FreesiaUPC ตวั ปกติ ขนาดตวั อกั ษร 14 pt. 5. ท้ังบทความทางวิชาการและรายงานการวิจัยต้องมีบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (จานวนไม่เกิน 350คา) พรอ้ มท้งั คาสาคญั (key words) ท้งั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ 6. การลาดบั หวั ขอ้ ในการเขียนรายงานเพื่อการตีพิมพ์ ใหเ้ รียงหวั ขอ้ ตามลาดบั ดงั น้ ี 6.1 รำยงำนกำรวิจยั 6.1.1 บทคดั ยอ่ ภาษาไทย 6.1.2 บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ 6.1.3 ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา 6.1.4 กรอบแนวคิดการวจิ ยั 6.1.5 วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั 6.1.6 สมมติฐานการวจิ ยั (ถา้ มี) 6.1.7 วิธีดาเนินการวิจยั ประกอบดว้ ย ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง เครื่องมือการวจิ ยั วธิ ีเก็บรวบรวมขอ้ มลู และการวเิ คราะหข์ อ้ มลู 6.1.8 ผลการวจิ ยั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105