Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556

พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556

Published by patumrassamee, 2018-09-02 00:51:29

Description: พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556

Search

Read the Text Version

เล่ม ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หน้า ๑ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานุเบกษา พระราชบัญญัติ การประกอบโรคศลิ ปะ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖ ภมู พิ ลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ ณ วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นปที ี่ ๖๘ ในรัชกาลปจั จุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯใหป้ ระกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ พระราชบัญญัติน้ีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บญั ญตั ใิ ห้กระทาํ ได้โดยอาศยั อํานาจตามบทบัญญตั แิ ห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรณุ าโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบญั ญตั ิขึน้ ไวโ้ ดยคําแนะนาํ และยนิ ยอมของรัฐสภาดังตอ่ ไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๔)พ.ศ. ๒๕๕๖” มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตนิ ใ้ี ห้ใช้บงั คับตง้ั แต่วันถดั จากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลกิ บทนิยามคาํ ว่า “การแพทย์แผนไทย” “เวชกรรมไทย” “เภสชั กรรมไทย”“การผดงุ ครรภไ์ ทย” และ “การแพทย์แผนไทยประยุกต์” ในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๔ ให้เพิ่มบทนิยามคําว่า “กิจกรรมบําบัด” “การแก้ไขความผิดปกติของการสือ่ ความหมาย” “การแก้ไขการพูด” “การแก้ไขการได้ยิน” “เทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอก” “รังสีเทคนิค”“จิตวทิ ยาคลนิ ิก” “กายอุปกรณ”์ “การแพทยแ์ ผนจีน” ระหว่างนยิ ามคําว่า “การประกอบโรคศิลปะ”

เลม่ ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หน้า ๒ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานเุ บกษาและนยิ ามคาํ ว่า “ผ้ปู ระกอบโรคศลิ ปะ” ในมาตรา ๔ แหง่ พระราชบญั ญตั ิการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ซงึ่ แก้ไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั กิ ารประกอบโรคศิลปะ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ““กจิ กรรมบาํ บัด” หมายความวา่ การกระทําเก่ียวกับความสามารถของบุคคลที่มีความบกพร่องทางดา้ นรา่ งกาย จิตใจ การเรยี นรแู้ ละการพัฒนาเก่ียวกับเด็ก โดยกระบวนการตรวจประเมิน ส่งเสริมป้องกันบําบดั และฟน้ื ฟูสมรรถภาพ ใหส้ ามารถทาํ กิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพื่อให้บุคคลดําเนินชีวิตได้ตามศักยภาพโดยการนาํ กจิ กรรม วิธกี าร และอปุ กรณท์ ่ีเหมาะสมมาเปน็ วธิ ีการในการบาํ บดั “การแก้ไขความผิดปกติของการส่อื ความหมาย” หมายความวา่ การแกไ้ ขการพูดและการแก้ไขการไดย้ ิน “การแก้ไขการพดู ” หมายความวา่ การกระทําต่อมนุษย์เก่ียวกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัยและการบําบัดความผิดปกติของการพูดและการส่ือภาษา การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การแก้ไขและการฟ้ืนฟูสมรรถภาพทางการพูด และความสามารถทางการสื่อภาษา ด้วยวิธีการแก้ไขการพูดหรอื การใช้เคร่ืองมอื หรอื อุปกรณ์ทางการแกไ้ ขการพดู รวมท้ังการตดิ ตามผล “การแก้ไขการได้ยนิ ” หมายความว่า การกระทําต่อมนษุ ย์เก่ยี วกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัยและการบําบดั ความผิดปกตขิ องการได้ยิน ความรู้สึกผิดปกติที่เก่ียวเนื่องกับการได้ยิน การส่งเสริมสุขภาพการป้องกัน การแก้ไขและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน หรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางโสตสัมผัสวทิ ยา ดว้ ยวิธกี ารทางโสตสัมผสั วทิ ยา รวมทัง้ การตดิ ตามผล “เทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก” หมายความว่า การกระทําต่อมนุษย์เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เก่ียวข้องกับหัวใจและปอด และการใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์อ่ืน ๆที่เกี่ยวข้องในการประคับประคองการทํางานของระบบหมุนเวียนของโลหิตให้อยู่ในภาวะปกติระหว่างการผ่าตัดหวั ใจและทรวงอก รวมท้งั การใชเ้ ครือ่ งมอื และอุปกรณใ์ นการดูแลผู้ปว่ ยหนักหรือผปู้ ่วยในห้องฉกุ เฉนิ “รังสีเทคนิค” หมายความว่า การกระทําใด ๆ ต่อมนุษย์โดยใช้รังสีหรือสารกัมมันตรังสีทางการแพทย์ชนิดตา่ ง ๆ เพอ่ื ช่วยในการวนิ ิจฉัยโรค การบําบัดโรคหรือการวิจัย ด้วยวิธีการทางรังสีวิทยาหรือการใช้เครอื่ งมือและอปุ กรณอ์ ยา่ งอื่นทร่ี ัฐมนตรปี ระกาศใหเ้ ป็นเครื่องมือหรืออปุ กรณ์ทางรงั สวี ทิ ยา “จติ วทิ ยาคลนิ กิ ” หมายความว่า การกระทาํ ต่อมนษุ ยเ์ กีย่ วกับการตรวจ การวินิจฉัย การบําบัดความผิดปกตทิ างจิต อันเน่อื งจากภาวะทางจิตใจ บุคลิกภาพ ระดับเชาวน์ปัญญา อารมณ์ พฤติกรรมการปรบั ตวั ความเครียดหรือพยาธสิ ภาพทางสมอง รวมทงั้ การวิจยั การส่งเสริมและประเมินภาวะสุขภาพทางจิตดว้ ยวธิ กี ารเฉพาะทางจติ วทิ ยาคลนิ กิ หรือการใช้เครอ่ื งมือหรอื อุปกรณ์ทดสอบทางจิตวิทยาคลินิกท่ีรัฐมนตรีประกาศใหเ้ ป็นเคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ทางจติ วิทยาคลนิ ิก “กายอุปกรณ์” หมายความว่า การกระทําต่อร่างกายมนุษย์เก่ียวกับการตรวจประเมินความพิการการผลิตอุปกรณ์เสริมหรืออุปกรณ์เทียมภายนอกร่างกาย สําหรับใช้ทดแทนส่วนของร่างกายที่สูญหายหรือบกพร่อง เกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเน้ือ และกระดูก ตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้วินจิ ฉัยสงั่ การรักษา

เลม่ ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หน้า ๓ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกิจจานเุ บกษา “การแพทย์แผนจีน” หมายความว่า การกระทําต่อมนุษย์หรือมุ่งหมายจะกระทําต่อมนุษย์เก่ียวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค การบําบัดโรค การป้องกันโรค การส่งเสริม และการฟ้ืนฟูสุขภาพโดยใชค้ วามรู้แบบแพทยแ์ ผนจนี ” มาตรา ๕ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบญั ญัตกิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ซึง่ แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๕ การประกอบโรคศลิ ปะตามพระราชบัญญัติน้ี แบ่งเป็นสาขาตา่ ง ๆ ดังน้ี (๑) สาขากจิ กรรมบาํ บัด (๒) สาขาการแกไ้ ขความผดิ ปกตขิ องการส่อื ความหมาย (๓) สาขาเทคโนโลยหี ัวใจและทรวงอก (๔) สาขารงั สีเทคนคิ (๕) สาขาจิตวิทยาคลนิ ิก (๖) สาขากายอปุ กรณ์ (๗) สาขาการแพทย์แผนจนี (๘) สาขาอน่ื ตามทก่ี ําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา” มาตรา ๖ ใหย้ กเลิกความในมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัตกิ ารประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ซงึ่ แกไ้ ขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปน้แี ทน “มาตรา ๘ ใหม้ ีคณะกรรมการการประกอบโรคศลิ ปะ ประกอบดว้ ย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเป็นรองประธานกรรมการและกรรมการอื่นดงั ต่อไปน้ี (๑) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากรมการแพทย์ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กรมสขุ ภาพจติ สํานกั งานคณะกรรมการอาหารและยา สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แพทยสภาทันตแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม สภากายภาพบําบัด สภาเทคนิคการแพทย์ และสภาการแพทย์แผนไทย แห่งละหนึง่ คน และผู้แทนจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้สาขาละหนง่ึ คน และ (๒) กรรมการซ่งึ รัฐมนตรีแต่งตัง้ จากผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนไมเ่ กินห้าคน ให้รองอธิบดีซึง่ อธิบดีกรมสนบั สนุนบรกิ ารสขุ ภาพมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และผ้อู ํานวยการสํานกั สถานพยาบาลและการประกอบโรคศลิ ปะ กรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพ เป็นกรรมการและผ้ชู ว่ ยเลขานกุ าร” มาตรา ๗ ให้ยกเลิกมาตรา ๙ แหง่ พระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒

เล่ม ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หน้า ๔ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานุเบกษา มาตรา ๘ ใหย้ กเลิกความใน (๑) และ (๒) ของมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึง่ แกไ้ ขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗และให้ใชค้ วามตอ่ ไปน้แี ทน “(๑) เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบําบดั ผู้ประกอบวิชาชพี เทคนิคการแพทย์ ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือผู้ประกอบวชิ าชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการนั้น (๒) เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม กฎหมายว่าด้วยวชิ าชีพการพยาบาลและการผดงุ ครรภ์ กฎหมายวา่ ดว้ ยวชิ าชีพเภสัชกรรม กฎหมายว่าดว้ ยวชิ าชพี ทันตกรรมกฎหมายว่าดว้ ยวชิ าชีพกายภาพบําบัด กฎหมายวา่ ดว้ ยวิชาชพี เทคนิคการแพทย์ กฎหมายว่าด้วยวิชาชีพการแพทยแ์ ผนไทย แลว้ แตก่ รณี” มาตรา ๙ ให้ยกเลกิ ความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ซ่งึ แกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ และให้ใช้ความต่อไปนแ้ี ทน “มาตรา ๑๔ ใหม้ ีคณะกรรมการวชิ าชีพในสาขาตา่ ง ๆ ดงั นี้ (๑) คณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบําบัด (๒) คณะกรรมการวิชาชพี สาขาการแก้ไขความผดิ ปกตขิ องการส่อื ความหมาย (๓) คณะกรรมการวชิ าชพี สาขาเทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอก (๔) คณะกรรมการวชิ าชีพสาขารังสีเทคนิค (๕) คณะกรรมการวิชาชพี สาขาจิตวิทยาคลนิ กิ (๖) คณะกรรมการวชิ าชพี สาขากายอุปกรณ์ (๗) คณะกรรมการวชิ าชพี สาขาการแพทยแ์ ผนจนี (๘) คณะกรรมการวชิ าชพี สาขาอื่นตามท่กี ําหนดโดยพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามมาตรา ๕ (๘)” มาตรา ๑๐ ให้เพม่ิ ความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๔/๑ มาตรา ๑๔/๒ มาตรา ๑๔/๓ มาตรา ๑๔/๔มาตรา ๑๔/๕ มาตรา ๑๔/๖ และมาตรา ๑๔/๗ แห่งพระราชบญั ญตั ิการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ “มาตรา ๑๔/๑ ให้มีคณะกรรมการวิชาชพี สาขากจิ กรรมบําบดั ประกอบดว้ ย (๑) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนกรมการแพทย์ ผู้แทนกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก และผูแ้ ทนกรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ แห่งละหน่ึงคน (๒) คณบดคี ณะกจิ กรรมบําบัดหรอื หวั หนา้ หนว่ ยงานท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะหรอื หวั หน้าภาควชิ า หรือหัวหน้าหนว่ ยงานท่ผี ลิตบณั ฑิตสาขากิจกรรมบําบัดในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

เลม่ ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หนา้ ๕ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานุเบกษาและสถาบันอุดมศกึ ษาของเอกชนที่จดั ตั้งขน้ึ ตามกฎหมายวา่ ด้วยสถาบนั อดุ มศึกษาเอกชน แห่งละหน่ึงคนเลอื กกนั เองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวิชาชพี ซ่งึ รฐั มนตรแี ตง่ ต้ังจากผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสามคนในจํานวนน้ีจะต้องแต่งต้ังจากผแู้ ทนสมาคมนักกิจกรรมบาํ บัดแหง่ ประเทศไทยอยา่ งน้อยหนึ่งคน (๔) กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกต้ังโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบําบัดมีจํานวนเท่ากับจาํ นวนกรรมการวิชาชีพใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกนั ในขณะเลอื กตั้งแต่ละคราว ให้ผ้อู ํานวยการสํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเปน็ กรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๔/๒ ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการส่ือความหมายประกอบด้วย (๑) กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนกรมการแพทย์ และผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแห่งละหนง่ึ คน (๒) คณบดีคณะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายหรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีเรยี กชอ่ื อย่างอ่ืนท่ีมฐี านะเทยี บเทา่ คณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีผลิตบัณฑิตสาขาการแก้ไขความผดิ ปกตขิ องการสื่อความหมายในสถาบันอุดมศกึ ษาของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนท่จี ดั ต้ังขึน้ ตามกฎหมายว่าดว้ ยสถาบันอดุ มศกึ ษาเอกชน แหง่ ละหนงึ่ คน เลือกกนั เองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวชิ าชพี ซ่ึงรฐั มนตรีแต่งตั้งจากผ้ทู รงคุณวุฒจิ ํานวนสามคน ในจาํ นวนนี้จะต้องแต่งต้ังจากผ้แู ทนสมาคมโสตสมั ผัสวทิ ยาและการแกไ้ ขการพูดแหง่ ประเทศไทยอย่างน้อยหนึง่ คน (๔) กรรมการวชิ าชีพซึง่ ได้รบั เลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการส่ือความหมายมีจํานวนเท่ากับจํานวนกรรมการวิชาชีพใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกต้ังแตล่ ะคราว ให้ผู้อํานวยการสํานกั สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร มาตรา ๑๔/๓ ใหม้ ีคณะกรรมการวชิ าชพี สาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกประกอบด้วย (๑) กรรมการวิชาชีพซ่ึงเป็นผู้แทนกรมการแพทย์ และผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแห่งละหนง่ึ คน (๒) คณบดีคณะเทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอกหรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหนว่ ยงานท่ีผลิตบัณฑิตสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอดุ มศกึ ษาเอกชน แห่งละหนงึ่ คน เลือกกนั เองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวชิ าชพี ซงึ่ รฐั มนตรแี ต่งตง้ั จากผู้ทรงคุณวุฒิจํานวนสามคน ในจาํ นวนน้ีจะต้องแต่งต้ังจากผู้แทนสมาคมศลั ยแพทย์ทรวงอกแห่งประเทศไทยอยา่ งนอ้ ยหนึ่งคน (๔) กรรมการวชิ าชพี ซ่ึงไดร้ ับเลอื กตง้ั โดยผปู้ ระกอบโรคศิลปะสาขาเทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอกมจี าํ นวนเทา่ กบั จํานวนกรรมการวิชาชพี ใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกนั ในขณะเลือกตั้งแตล่ ะคราว

เลม่ ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หนา้ ๖ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานเุ บกษา ใหผ้ ู้อาํ นวยการสํานกั สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเปน็ กรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๔/๔ ใหม้ คี ณะกรรมการวิชาชีพสาขารงั สเี ทคนิค ประกอบดว้ ย (๑) กรรมการวิชาชีพซ่ึงเป็นผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แหง่ ละหนึง่ คน (๒) คณบดีคณะรังสีเทคนิคหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะหรอื หัวหนา้ ภาควิชา หรอื หัวหนา้ หน่วยงานทผี่ ลิตบัณฑติ สาขารังสีเทคนิคในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนที่จัดตั้งข้ึนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคนเลอื กกันเองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวชิ าชพี ซ่งึ รัฐมนตรแี ตง่ ตัง้ จากผูท้ รงคณุ วฒุ ิจาํ นวนสามคน ในจาํ นวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผ้แู ทนสมาคมรงั สเี ทคนิคแห่งประเทศไทยอย่างน้อยหนงึ่ คน (๔) กรรมการวิชาชพี ซงึ่ ได้รับเลอื กตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคมีจํานวนเท่ากับจาํ นวนกรรมการวิชาชีพใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลอื กตั้งแตล่ ะคราว ให้ผูอ้ าํ นวยการสาํ นกั สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร มาตรา ๑๔/๕ ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจติ วทิ ยาคลนิ กิ ประกอบด้วย (๑) กรรมการวิชาชีพซ่ึงเป็นผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนกรมสุขภาพจิตแหง่ ละหนง่ึ คน (๒) คณบดีคณะจิตวทิ ยาคลนิ กิ หรอื หวั หน้าหนว่ ยงานทเ่ี รียกชื่ออย่างอื่นท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะหรอื หวั หน้าภาควชิ า หรือหัวหนา้ หนว่ ยงานทผี่ ลิตบณั ฑติ สาขาจิตวทิ ยาคลินิกในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนท่ีจัดตงั้ ขน้ึ ตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคนเลอื กกันเองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรแี ต่งตงั้ จากผูท้ รงคุณวุฒจิ ํานวนสามคน ในจํานวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากผู้แทนราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมนักจิตวิทยาคลินิกไทยอย่างน้อยแห่งละหนึ่งคน (๔) กรรมการวิชาชพี ซึ่งไดร้ บั เลือกต้งั โดยผปู้ ระกอบโรคศลิ ปะสาขาจิตวิทยาคลินิกมีจํานวนเท่ากับจาํ นวนกรรมการวิชาชพี ใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกตงั้ แตล่ ะคราว ให้ผู้อํานวยการสํานกั สถานพยาบาลและการประกอบโรคศลิ ปะเป็นกรรมการและเลขานุการ มาตรา ๑๔/๖ ให้มคี ณะกรรมการวิชาชพี สาขากายอปุ กรณ์ ประกอบดว้ ย (๑) กรรมการวิชาชีพซ่ึงเป็นผู้แทนกรมการแพทย์ และผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแห่งละหนงึ่ คน (๒) คณบดีคณะกายอุปกรณ์หรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนท่ีมีฐานะเทียบเท่าคณะหรือหัวหน้าภาควิชา หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ผลิตบัณฑิตสาขากายอุปกรณ์ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ

เล่ม ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หน้า ๗ ๖ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานเุ บกษาและสถาบนั อุดมศึกษาของเอกชนที่จดั ตง้ั ขึ้นตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แห่งละหน่ึงคนเลอื กกันเองให้เหลือสามคน (๓) กรรมการวชิ าชพี ซง่ึ รฐั มนตรแี ต่งต้งั จากผู้ทรงคุณวฒุ ิจาํ นวนสามคน ในจาํ นวนนี้จะต้องแต่งต้ังจากผ้แู ทนราชวทิ ยาลยั แพทย์เวชศาสตร์ฟ้นื ฟแู ห่งประเทศไทยและผู้แทนราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย อยา่ งน้อยแหง่ ละหน่งึ คน (๔) กรรมการวชิ าชพี ซง่ึ ได้รับเลือกต้งั โดยผปู้ ระกอบโรคศลิ ปะสาขากายอุปกรณ์มีจํานวนเท่ากับจาํ นวนกรรมการวชิ าชพี ใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกันในขณะเลือกตงั้ แต่ละคราว ใหผ้ ู้อํานวยการสาํ นักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศลิ ปะเป็นกรรมการและเลขานกุ าร มาตรา ๑๔/๗ ให้มคี ณะกรรมการวชิ าชพี สาขาการแพทยแ์ ผนจีน ประกอบดว้ ย (๑) กรรมการวิชาชีพซ่ึงเป็นผู้แทนกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกผแู้ ทนกรมวทิ ยาศาสตร์การแพทย์ ผ้แู ทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา แห่งละหนง่ึ คน (๒) คณบดคี ณะการแพทยแ์ ผนจนี หรือหัวหนา้ หนว่ ยงานท่เี รียกชื่ออยา่ งอ่ืนที่มฐี านะเทียบเท่าคณะหรอื หวั หนา้ ภาควิชา หรือหวั หนา้ หนว่ ยงานทผ่ี ลิตบณั ฑิตสาขาการแพทยแ์ ผนจนี ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและสถาบันอุดมศึกษาของเอกชนทจ่ี ดั ตัง้ ข้นึ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยสถาบันอดุ มศึกษาเอกชน แห่งละหนึ่งคนเลือกกนั เองให้เหลอื สามคน (๓) กรรมการวชิ าชพี ซ่ึงรฐั มนตรแี ต่งต้ังจากผู้ทรงคณุ วฒุ ิไม่เกินสามคน ในจํานวนน้ีจะต้องแต่งต้ังจากผู้แทนสมาคมหรือผูแ้ ทนมูลนธิ ิทีเ่ กยี่ วข้องกับการแพทย์แผนจนี ในประเทศไทยอย่างน้อยหนงึ่ คน (๔) กรรมการวิชาชพี ซึง่ ได้รับเลือกต้ังโดยผู้ประกอบโรคศลิ ปะสาขาการแพทย์แผนจีนมีจํานวนเท่ากับจาํ นวนกรรมการวชิ าชีพใน (๑) (๒) และ (๓) รวมกนั ในขณะเลอื กต้งั แตล่ ะคราว ให้ผูอ้ าํ นวยการสํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะเปน็ กรรมการและเลขานกุ าร” มาตรา ๑๑ ใหย้ กเลิกมาตรา ๑๕ และมาตรา ๑๖ แหง่ พระราชบัญญตั ิการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒แห่งพระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน “มาตรา ๑๙ องคป์ ระกอบ อํานาจหน้าท่ี และการดําเนินงานของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาอื่นตามมาตรา ๑๔ (๘) รวมทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการวิชาชีพสาขาอ่ืนดังกล่าวให้เปน็ ไปตามท่กี าํ หนดในพระราชกฤษฎกี าทีอ่ อกตามมาตรา ๕ (๘) มาตรา ๒๐ ภายในสามสิบวันนับจากวันเลือกต้ังกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๑๔/๑ (๔)มาตรา ๑๔/๒ (๔) มาตรา ๑๔/๓ (๔) มาตรา ๑๔/๔ (๔) มาตรา ๑๔/๕ (๔) มาตรา ๑๔/๖ (๔)และมาตรา ๑๔/๗ (๔) ให้คณะกรรมการวิชาชีพแต่ละสาขาเลือกกรรมการวิชาชีพเป็นประธานกรรมการวชิ าชีพและรองประธานกรรมการวิชาชพี ตําแหน่งละหนงึ่ คน

เลม่ ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หนา้ ๘ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกิจจานเุ บกษา มาตรา ๒๑ การเลอื ก การแตง่ ตัง้ และการเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๑๔/๑ (๒) (๓)หรอื (๔) มาตรา ๑๔/๒ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๓ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๔ (๒) (๓)หรอื (๔) มาตรา ๑๔/๕ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๖ (๒) (๓) หรือ (๔) และมาตรา ๑๔/๗(๒) (๓) หรือ (๔) และการเลอื กกรรมการวิชาชพี ให้ดาํ รงตาํ แหนง่ ประธานกรรมการวชิ าชีพและรองประธานกรรมการวชิ าชพี ตามมาตรา ๒๐ ใหเ้ ป็นไปตามระเบยี บทรี่ ฐั มนตรกี ําหนด ในกรณีกรรมการตามมาตรา ๑๔/๑ (๒) มาตรา ๑๔/๒ (๒) มาตรา ๑๔/๓ (๒) มาตรา ๑๔/๔ (๒)มาตรา ๑๔/๕ (๒) มาตรา ๑๔/๖ (๒) และมาตรา ๑๔/๗ (๒) มีไม่ถึงสามคน ให้ถือว่าคณะกรรมการวิชาชีพนัน้ มีองค์ประกอบเท่าทม่ี อี ยู่ มาตรา ๒๒ กรรมการวิชาชพี ท่ีมาจากการเลือก การแต่งตั้ง และการเลือกต้ังตามมาตรา ๑๔/๑(๒) (๓) หรอื (๔) มาตรา ๑๔/๒ (๒) (๓) หรอื (๔) มาตรา ๑๔/๓ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๔(๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๕ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๖ (๒) (๓) หรือ (๔) และมาตรา ๑๔/๗ (๒) (๓) หรือ (๔) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับเลือกหรือแต่งต้ังใหม่อกี ได้ แลว้ แต่กรณี แต่จะดาํ รงตาํ แหนง่ เกินกวา่ สองวาระตดิ ตอ่ กันไมไ่ ด้ ใหน้ าํ ความในมาตรา ๑๐ มาใช้บังคับกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการวิชาชีพซ่ึงไดร้ บั เลอื กตงั้ ตามมาตรา ๑๔/๑ (๔) มาตรา ๑๔/๒ (๔) มาตรา ๑๔/๓ (๔) มาตรา ๑๔/๔ (๔)มาตรา ๑๔/๕ (๔) มาตรา ๑๔/๖ (๔) และมาตรา ๑๔/๗ (๔) โดยอนโุ ลม นอกจากการพ้นจากตาํ แหน่งตามวาระตามวรรคหนง่ึ กรรมการวชิ าชพี ตามมาตรา ๑๔/๑ (๒) (๓)หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๒ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๓ (๒) (๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๔ (๒)(๓) หรือ (๔) มาตรา ๑๔/๕ (๒) (๓) หรอื (๔) มาตรา ๑๔/๖ (๒) (๓) หรือ (๔) และมาตรา ๑๔/๗(๒) (๓) หรือ (๔) พ้นจากตาํ แหนง่ เม่อื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรีให้ออก สําหรับกรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งต้ังตามมาตรา ๑๔/๑ (๓)มาตรา ๑๔/๒ (๓) มาตรา ๑๔/๓ (๓) มาตรา ๑๔/๔ (๓) มาตรา ๑๔/๕ (๓) มาตรา ๑๔/๖ (๓)หรือมาตรา ๑๔/๗ (๓) (๔) ขาดคณุ สมบตั ิและมีลักษณะต้องหา้ มของการเปน็ กรรมการวิชาชีพประเภทนัน้ ๆ” มาตรา ๑๓ ให้ยกเลิก (๔) ของมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗และใหใ้ ชค้ วามตอ่ ไปนีแ้ ทน

เล่ม ๑๓๐ ตอนท่ี ๑๓ ก หนา้ ๙ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานเุ บกษา “มาตรา ๓๓ ผู้ขอข้ึนทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในแต่ละสาขาต้องมีความรู้ในวิชาชีพดังต่อไปนี้ (๑) สาขากิจกรรมบําบัด ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขากิจกรรมบําบัดจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขากิจกรรมบําบัดรับรองและต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขากจิ กรรมบําบัดกําหนด สําหรับผสู้ าํ เรจ็ การศกึ ษาจากตา่ งประเทศซ่ึงมิได้มีสัญชาติไทย ต้องได้รับอนุญาตใหป้ ระกอบโรคศิลปะสาขากิจกรรมบําบัดจากประเทศทีส่ ําเรจ็ การศกึ ษาดว้ ย (๒) สาขาการแกไ้ ขความผดิ ปกตขิ องการสอ่ื ความหมาย ตอ้ งมคี วามรู้ในวชิ าชพี คือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาความผิดปกติของการส่ือความหมายจากสถาบันการศึกษาทคี่ ณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายรับรอง และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายกําหนด สําหรับผูส้ ําเร็จการศกึ ษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มสี ญั ชาติไทย ต้องได้รับอนญุ าตให้ประกอบโรคศลิ ปะสาขาการแก้ไขความผดิ ปกตขิ องการสอื่ ความหมายจากประเทศท่ีสาํ เรจ็ การศึกษาด้วย (๓) สาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบตั รเทียบเทา่ ปรญิ ญาสาขาเทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอกจากสถาบนั การศึกษาท่ีคณะกรรมการวิชาชพี สาขาเทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอกรับรอง และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกกําหนด สําหรับผู้สําเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซ่ึงมิได้มีสัญชาติไทย ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกจากประเทศท่ีสาํ เรจ็ การศกึ ษาดว้ ย (๔) สาขารังสีเทคนิค ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขารังสีเทคนิคจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิครับรอง และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขารังสีเทคนิคกําหนด สําหรับผูส้ าํ เรจ็ การศึกษาจากตา่ งประเทศซ่งึ มิได้มสี ัญชาตไิ ทย ตอ้ งไดร้ ับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขารังสีเทคนิคจากประเทศที่สาํ เรจ็ การศกึ ษาด้วย (๕) สาขาจิตวิทยาคลินิก ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาจิตวิทยาคลินิกหรือได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาที่ศึกษากระบวนวิชาจิตวิทยาคลินิกเป็นวิชาเอกจากสถาบันการศึกษาท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกรับรอง และได้ผ่านการฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลหรือองค์กรใดท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจติ วทิ ยาคลนิ ิกรบั รองมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ หกเดือนและต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่ือนไขที่คณะกรรมการวชิ าชีพสาขาจิตวทิ ยาคลินิกกําหนด สําหรับผู้สําเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสญั ชาตไิ ทย ต้องไดร้ ับอนญุ าตให้ประกอบโรคศลิ ปะสาขาจิตวทิ ยาคลนิ กิ จากประเทศท่ีสําเรจ็ การศึกษาด้วย

เล่ม ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หนา้ ๑๐ ๖ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกิจจานุเบกษา (๖) สาขากายอุปกรณ์ ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเทา่ ปรญิ ญาสาขากายอปุ กรณ์จากสถาบันการศึกษาทีค่ ณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์รับรองและตอ้ งสอบผา่ นความร้ตู ามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์กําหนดสาํ หรับผ้สู าํ เร็จการศึกษาจากตา่ งประเทศซงึ่ มไิ ดม้ ีสญั ชาตไิ ทย ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอปุ กรณ์จากประเทศทส่ี าํ เร็จการศึกษาดว้ ย (๗) สาขาการแพทย์แผนจนี ต้องมีความรใู้ นวิชาชีพคือเปน็ ผไู้ ดร้ ับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปรญิ ญาสาขาการแพทย์แผนจีนจากสถาบันการศึกษาท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนรับรอง และต้องสอบผ่านความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนกําหนด สําหรับผสู้ ําเร็จการศกึ ษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย ต้องได้รับอนุญาตใหป้ ระกอบโรคศลิ ปะสาขาการแพทยแ์ ผนจีนจากประเทศท่ีสําเร็จการศกึ ษาดว้ ย (๘) สาขาอ่ืนตามพระราชกฤษฎีกาท่ีออกตามมาตรา ๕ (๘) ต้องมีความรู้ตามท่ีกําหนดในพระราชกฤษฎีกาน้นั ” มาตรา ๑๕ ให้แก้ไขคําว่า “ผู้อํานวยการกองการประกอบโรคศิลปะ” ในพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นคําว่า “ผู้อํานวยการสํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศลิ ปะ” ทกุ แหง่ มาตรา ๑๖ เม่อื พระราชบญั ญตั ินใี้ ช้บังคบั ให้พระราชกฤษฎีกาดงั ตอ่ ไปน้ี เปน็ อันยกเลกิ (๑) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขากิจกรรมบําบัดเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบญั ญตั กิ ารประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕ (๒) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕ (๓) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบญั ญตั ิการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕ (๔) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขารังสีเทคนิคเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕ (๕) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาจิตวิทยาคลินิกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบญั ญัตกิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๖ (๖) พระราชกฤษฎีกากําหนดใหส้ าขาเทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอกเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศลิ ปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ (๗) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขากายอุปกรณ์เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ (๘) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาการแพทย์แผนจีนเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญตั กิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๕๒

เลม่ ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หนา้ ๑๑ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานเุ บกษา (๙) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาการแพทย์แผนจีนเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบญั ญัตกิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ (๑๐) พระราชกฤษฎีกากําหนดให้สาขาเทคโนโลยีหวั ใจและทรวงอกเป็นสาขาการประกอบโรคศลิ ปะตามพระราชบัญญัตกิ ารประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ผ้ซู งึ่ ดาํ รงตาํ แหนง่ กรรมการวิชาชีพในคณะกรรมการวชิ าชีพตามพระราชกฤษฎกี าในวรรคหนึ่งอยู่ในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ คงปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการวิชาชีพตามพระราชบัญญัตนิ ซ้ี งึ่ ต้องไมเ่ กนิ หนง่ึ ร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินใ้ี ชบ้ ังคับ บรรดาระเบียบหรือประกาศท่ีออกโดยอาศัยอํานาจตามพระราชกฤษฎีกาในวรรคหน่ึงที่ใช้อยู่ในวนั ทพี่ ระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้คงใชบ้ ังคบั ได้ตอ่ ไปเทา่ ทีไ่ มข่ ัดหรอื แยง้ กบั บทบญั ญตั แิ ห่งพระราชบญั ญตั นิ ้ีจนกว่าจะมีระเบียบหรอื ประกาศทอ่ี อกตามพระราชบัญญตั ิน้ขี ึน้ ใชบ้ งั คบัผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ ย่งิ ลักษณ์ ชินวตั ร นายกรัฐมนตรี

เลม่ ๑๓๐ ตอนที่ ๑๓ ก หน้า ๑๒ ๖ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ ราชกจิ จานุเบกษาหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการแยกการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยและการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประยุกตไ์ ปบัญญัตไิ ว้ในกฎหมายเฉพาะประกอบกับมีสาขาการประกอบโรคศิลปะหลายสาขาท่ีกําหนดโดยพระราชกฤษฎีกา สมควรยกเลิกสาขาการประกอบโรคศิลปะทกี่ าํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า เพ่ือนํามาบญั ญัติไวใ้ นพระราชบัญญตั ิการประกอบโรคศิลปะพ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเพมิ่ เติมบทนิยาม สาขาการประกอบโรคศิลปะ คณะกรรมการวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และคุณสมบัติของผู้ขอข้นึ ทะเบียนและรบั ใบอนญุ าต ปรบั ปรงุ องคป์ ระกอบและคุณสมบัติของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะรวมท้ังปรับปรุงบทบัญญัติในส่วนท่ีเกี่ยวกับสาขาแห่งการประกอบโรคศิลปะและคณะกรรมการวิชาชีพให้สอดคลอ้ งกนั ดว้ ย จึงจาํ เป็นตอ้ งตราพระราชบัญญัตนิ ”ี้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook