Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ติดตามไม่ทนต่อการทุจริตรุ่น 2

ติดตามไม่ทนต่อการทุจริตรุ่น 2

Description: ติดตามไม่ทนต่อการทุจริตรุ่น 2

Search

Read the Text Version

รายงานผลการติดตามและประเมินผลการพฒั นา หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสูส่ งั คม ทีไ่ ม่ทนต่อการทจุ รติ รุน่ ที่ 2 สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา สานกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธกิ าร

คานา กลุ่มพัฒนามาตรฐานและส่งเสริมเครือข่าย สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากร ทางการศึกษาได้จัดทารายงานผลการติดตามและประเมินผลการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการ เปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2 โดยติดตามผลผู้ผ่านการพัฒนาในการนาองค์ความรู้จากการ พัฒนาไปขยายผลในพื้นท่ี หวังว่ารายงานผลการติดตามและประเมินผลการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการ เปลี่ยนแปลงสสู่ ังคมทีไ่ มท่ นต่อการทจุ รติ ฉบับน้ีจะเป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการ เปลย่ี นแปลงสสู่ งั คมทไี่ มท่ นต่อการทุจรติ ต่อไป กลุ่มพัฒนามาตรฐานและส่งเสรมิ เครือข่าย สถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา

สารบญั หนา้ คานา สารบญั บทที่ 1 บทนา 1 - วัตถุประสงค์ 2 - ขอบเขตของการรายงาน 2 บทที่ 2 เอกสารทเ่ี กีย่ วข้อง 3 - โครงการพัฒนาบคุ ลากรของกระทรวงศกึ ษาธกิ ารเพอ่ื สนับสนุนการขบั เคลื่อน 4 การปฏริ ปู การศกึ ษาในภมู ิภาค - หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลย่ี นแปลงสูส่ ังคมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทจุ ริต 8 บทท่ี 3 วิธีดาเนินการติดตามและประเมนิ ผล 18 บทที่ 4 ผลการตดิ ตามการดาเนนิ การพฒั นา 20 ภาคผนวก - รายงานผลของผผู้ า่ นการพัฒนาจาก สานักงานศึกษาธิการภาค 13 - รายงานผลของผผู้ ่านการพัฒนาจาก สานักงานศึกษาธิการจงั หวดั นครพนม - รายงานผลของผผู้ ่านการพัฒนาจาก สานกั งานศกึ ษาธิการภาค 8 - รายงานผลของผผู้ า่ นการพัฒนาจาก สานกั งานศกึ ษาธิการภาค 14 - รายงานผลของผู้ผา่ นการพัฒนาจาก สานกั งานศึกษาธิการจงั หวัดกาญจนบรุ ี - รายงานผลของผู้ผ่านการพัฒนาจาก สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวัดแพร่ - รายงานผลของผู้ผา่ นการพัฒนาจาก สานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั พะเยา - รายงานผลของผ้ผู า่ นการพัฒนาจาก สานักงานศึกษาธกิ ารภาค 15 - รายงานผลของผู้ผา่ นการพัฒนาจาก สานกั งานศึกษาธิการภาค 15 - รายงานผลของผูผ้ ่านการพัฒนาจาก สานกั งานศึกษาธิการจังหวัดลาปาง - รายงานผลของผผู้ า่ นการพัฒนาจาก สานักงานศกึ ษาธกิ ารภาค 12 - รายงานผลของผ้ผู ่านการพัฒนาจาก สานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั พิษณุโลก การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพ้นื ท่ขี องบคุ ลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวิทยากรผ้นู าการเปลี่ยนแปลงส่สู งั คมที่ไม่ทนต่อการทุจริต รนุ่ ที่ 2

บทที่ 1 บทนา ประเทศไทยมีความพยายามแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตร่วมกันสร้างเคร่ืองมือ กลไก และกาหนดเป้าหมายสาหรับการปฏิบัติงานด้านการ ปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ใหเ้ ป็นไปในทศิ ทางเดียวกันในรปู แบบของยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วย การป้องกัน และปราบปรามการทุจริต โดยเริ่มดาเนินการตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 3 (2560 - 2564) มีความจาเป็นต้องปรับฐานความคิดและสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้บัญญัติให้มีข้ันตอน การปราบปรามการทุจริตดังกล่าว อีกท้ังได้กาหนดหน้าท่ีของปวงชนชาวไทยให้บุคคลมีหน้าที่ไม่ร่วมมือ หรือสนับสนุนการทุจริตและประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ รวมทั้งกาหนดหน้าที่ของรัฐไว้ด้วยว่า “รัฐต้อง ส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้แก่ประชาชนถึงอันตรายท่ีเกิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน โดยจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพ่ือป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติ มิชอบดังกล่าวอย่างเข้มงวด พร้อมท้ังกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวเพ่ือมีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้ ความรู้ต่อต้านการทุจริตหรือชี้เบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ” เพื่อให้กลไก ตามรัฐธรรมนูญดา้ นการปราบการทุจริตและประพฤตมิ ชิ อบประสบผลสาเรจ็ ได้จริง มีการมุ่งเน้นในการส่งเสริม และพัฒนา “คน”ให้เป็นส่วนท่ีสาคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยการส่งเสริมและ พัฒนาหลักสูตรหรือแนวทางการปลูกฝังให้ประชาชนทุกระดับเข้าใจและเกิดจิตสานึกด้านการต่อต้าน การ ทุจริต พร้อมท้ังส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายของประชาชนในการต่อต้านการทุจริตอย่างเข้มแข็งและได้รับ ความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม มีการกาหนดยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติเป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน ยึดม่ันในหลักธรรมาภิบาลเพ่ือให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช.จึงได้จัดทาหลักสูตรสาหรับวิทยากร ป.ป.ช. บุคลากรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต เพือ่ สรา้ งความรู้ ความเข้าใจและทศั นคตทิ ี่ถกู ต้องเก่ียวกับการคดิ แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ ส่วนรวม ความไมท่ นต่อการทุจริต การประยกุ ตห์ ลกั ความพอเพียงดว้ ยโมเดล STRONG: จิตพอเพียงต้านทุจริต และการเป็นวทิ ยากร สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักและเห็นความสาคัญดังกล่าวจึงมอบหมายให้ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาซ่ึงเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาครูและบุคลากร ทางการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการจัดทาโครงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตข้ึน โดยดาเนินการส่งเสริมและพัฒนาสอดคล้องตามแนวทางของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. พร้อมท้ังกาหนดให้มีการติดตามและประเมินผลผู้ผ่านการพัฒนาในการนาองค์ ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนที่ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้ ดาเนินการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต จานวน 2 รุ่น รุ่นท่ี 1 ดาเนินการพัฒนาเมื่อวันที่ 11 - 14 กุมภาพันธ์ 2562 และรุ่นท่ี 2 ดาเนินการพัฒนาเม่ือวันท่ี 25 – 28 กุมภาพันธ์ 2562 ณ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเม่ือผ่านการพัฒนาแล้ว จะตอ้ งนาองคค์ วามร้จู ากการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ีให้แลว้ เสร็จภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 การตดิ ตามและประเมนิ ผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพ้นื ท่ีของบคุ ลากรผูผ้ า่ นการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวิทยากรผูน้ าการเปล่ียนแปลงสูส่ ังคมท่ีไมท่ นต่อการทจุ รติ รนุ่ ท่ี 2

-2- ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพรวมของการดาเนินการติดตามและประเมินผลการพัฒนา หลักสูตรสร้าง วิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต กลุ่มพัฒนามาตรฐานและส่งเสริมเครือข่ายจึงจัดทา รายงานผลการติดตามและประเมินผลการพัฒนาของผู้ผ่านการพัฒนา รุ่นท่ี 2 การนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไป ขยายผลในพื้นท่ี วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสรุปผลการดาเนินการนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลในพื้นท่ีของบุคลากรผู้ ผ่านการพัฒนา หลกั สตู รสร้างวทิ ยากรผนู้ าการเปลยี่ นแปลงสู่สงั คมทีไ่ ม่ทนต่อการทุจริต รุ่นที่ 2 2. เพื่อรายงานผลการติดตามและประเมินผลการนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลใน พ้ืนที่ของบุคลากรผผู้ ่านการพฒั นา หลักสตู รสรา้ งวิทยากรผ้นู าการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่น ที่ 2 ขอบเขตของการรายงาน การดาเนินการติดตามและประเมินผลการพัฒนาของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่าน การพัฒนาและนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนท่ี หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่ สงั คมทไี่ มท่ นตอ่ การทุจริต รุน่ ที่ 2 มขี อบเขตของการรายงานดังน้ี 1. ข้อมูลการติดตามและประเมินผลของหน่วยดาเนินการพัฒนา สถานที่ดาเนินการ ระยะเวลา และกลมุ่ เปา้ หมาย 2. ข้อมูลการดาเนินการพัฒนาของบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนาที่นาไปขยายผลในพ้ืนที่ (แบบฟอร์ม รายงานผล) การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพน้ื ท่ขี องบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปล่ยี นแปลงสสู่ งั คมที่ไมท่ นต่อการทจุ รติ รุน่ ท่ี 2

บทท่ี 2 เอกสารทเ่ี ก่ียวข้อง การติดตามและประเมินผลการดาเนินการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อ การทุจริต รุ่นท่ี 2 ดาเนินการพัฒนาสอดคล้องตามกรอบแนวทางของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. เพ่ือการพัฒนาบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการของสานักงานศึกษาธิการ ภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัดให้มีศักยภาพรองรับการปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี เพ่ือขับเคล่ือนการปฏิรูป การศกึ ษาในภูมิภาคและตอบสนองนโยบายของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 1. นโยบาย/จุดเน้น - สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจดั การภาครฐั - สอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการ บรหิ ารจัดการภาครัฐ ประเด็นหลกั การพัฒนาบคุ ลากรภาครฐั - สอดคลอ้ งกับแผนปฏริ ูปประเทศ ด้านการบริหารราชการแผน่ ดิน - สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 – 2565) ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยุทธศาสตรก์ ารบริหารจดั การในภาครฐั การป้องกนั การทจุ ริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาล ในสังคมไทย - สอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์กระทรวงศกึ ษาธิการ ยุทธศาสตรท์ ี่ 6 ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาระบบ บรหิ ารจดั การให้มีประสทิ ธภิ าพ - สอดคล้องกับยุทธศาสตร์สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ยุทธศาสตร์ที่ 6 ยุทธศาสตร์ พฒั นาระบบบริหารจดั การให้มีประสิทธภิ าพ 2. หลกั การและเหตุผล ทรัพยากรมนุษย์ (Human?Capital) ถือเป็นหัวใจสาคัญของกระบวนการพัฒนาประเทศ อยา่ งยง่ั ยนื ซึ่งรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 80 (3) บัญญัติไว้ว่า “พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการ จัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม” จึงจัดให้มี แผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ โดยให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากร ทางการศึกษาใหก้ า้ วหนา้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสงั คมโลก รวมทั้งปลูกฝังใหผ้ ู้เรียนมจี ติ สานึกของความเป็น ไทยมีระเบียบวินัยคานึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เพื่อสร้างและพัฒนาให้คนเป็น ทรพั ยากรมนษุ ยท์ ่ีมคี วามสามารถ มที ักษะ ความถนดั ความชานาญพร้อมจะขับเคล่ือนและยกระดับการพัฒนา ประเทศสู่การเป็นประเทศไทย ในยุค 4.0 (Thailand 4.0) กระทรวงศึกษาธิการจึงได้กาหนดแผนพัฒนา การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) สาหรับเป็นทิศทางการปฏิบัติงานของ หน่วยงานในสังกัดให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) โดยน้อมนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นกรอบในการดาเนินงานและยึด “คนเป็นศูนย์กลางการ พัฒนา” โดยในส่วนของการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาได้กาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ที่ 2 ผลิต พัฒนาครู การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพืน้ ที่ของบคุ ลากรผผู้ า่ นการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวิทยากรผนู้ าการเปล่ียนแปลงส่สู ังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นที่ 2

-4- คณาจารย์และบคุ ลากรทางการศึกษา ม่งุ หวังพฒั นาใหค้ รูและบคุ ลากรทางการศึกษามสี มรรถนะตามมาตรฐาน วิชาชพี สามารถใชศ้ กั ยภาพในการสอนไดอ้ ยา่ งเต็มท่ี สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาศักยภาพและระบบ บรหิ ารงานบคุ คลของขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทสี่ ง่ ผลต่อการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนการบูรณาการการปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ของสานักงานศึกษาธิการภาค และสานักงานศึกษาธิการจังหวัดให้บรรลุผลตามบทบาทและภารกิจที่กาหนดไว้ตามคาสั่งของหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 ลงวันท่ี 3 เมษายน พ.ศ. 2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ เพ่ือแก้ไขสภาพปัญหาในการจัดการศึกษาของประเทศในส่วนภูมิภาค ทั้งในด้าน โครงสรา้ งขององคก์ าร ดา้ นระบบบรหิ ารจัดการ และด้านบุคลากรท่ีเกี่ยวข้อง ซ่ึงปัญหาเหล่าน้ีส่งผลต่อคุณภาพ การศกึ ษาและการพฒั นาเยาวชนซง่ึ เป็นทรัพยากรมนุษย์และกาลังคนท่ีสาคัญในการพัฒนาประเทศ จากสภาพ ปัญหาดังกล่าว สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักและให้ความสาคัญในการส่งเสริม สนับสนุนให้ บุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการสามารถปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ท้ัง ระดับภาค และระดับจังหวัด โดยหลักการทางานอย่างมีส่วนร่วม การกระจายอานาจ และความต้องการของ ทุกภาคสว่ นในสงั คมให้สอดคล้องกบั ทศิ ทางการพฒั นาและเพม่ิ ศักยภาพการแข่งขนั ของประเทศ สถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เปน็ หน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการ พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ และต้ังแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 สานักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายภารกิจสาคัญและเร่งด่วนให้ดาเนินการพัฒนาบุคลากรของสานักงาน ศึกษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัดให้มีศักยภาพรองรับการปฏิบัติงานเพ่ือขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคเพื่อตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการและสานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มาอย่างต่อเน่ือง และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้ดาเนินการสารวจความต้องการจาเป็นในการฝึกอบรม จากสานักงานศึกษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัด สาหรับนามาเป็นข้อมูลในการจัดทาหลักสูตร ให้สอดคล้องกับความต้องการในการนาความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานให้มากท่ีสุด จานวน 4 หลักสูตร และ นามาจัดทาโครงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเพ่ือสนับสนุนการขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษา ในภมู ิภาค ขนึ้ 3. วตั ถุประสงค์ เพื่อพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ รวมถึงการ แลกเปลี่ยน เรยี นร้ปู ระสบการณใ์ นการปฏิบตั ิงานเพือ่ ขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาในภูมภิ าค 4. เป้าหมาย 4.1 เชงิ ปริมาณ : บุคลากรกระทรวงศึกษาธกิ าร จานวนท้ังส้ิน 80 คน ดังนี้ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต จานวน 2 รุ่น รุ่นละ 40 คน รวมเป็น 80 คน 4.2 เชิงคุณภาพ : 1) ผู้เข้ารับการพัฒนาในแต่ละหลักสูตรมีความรู้ ความเข้าใจและทักษะเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ท่ีหลกั สตู รกาหนด ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 85 การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพนื้ ที่ของบคุ ลากรผูผ้ ่านการพัฒนา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปล่ียนแปลงส่สู ังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต รนุ่ ท่ี 2

-5- 2) ผู้เข้ารับการพัฒนามีความพึงพอใจต่อการดาเนินการพัฒนาในแต่ละหลักสูตร ไม่น้อยกว่า รอ้ ยละ 85 5. วธิ ีดาเนินการ ขนั้ ตอนและกิจกรรม ระยะเวลา ขน้ั ตอนท่ี 1 ประชุมคณะทางานเพ่ือวางแผนและกาหนด ธันวาคม 2561 ขนั้ ตอนการดาเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 ประชุมปฏบิ ตั ิการให้ความรเู้ พ่ือจัดทาหลักสูตร มกราคม – กุมภาพันธ์ 2562 เมษายน – พฤษภาคม 2562 ขั้นตอนท่ี 3 ประสานความร่วมมอื กับหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ธนั วาคม 2561 – พฤษภาคม 2562 ขั้นตอนท่ี 4 ดาเนนิ การพฒั นากลุ่มเปา้ หมายตามท่ี มกราคม – มิถนุ ายน 2562 หลกั สูตรกาหนด ขั้นตอนท่ี 5 ประชุมปฏบิ ัติการสรุปและจดั ทารายงาน มิถนุ ายน – กรกฎาคม 2562 การดาเนนิ การพัฒนา ขน้ั ตอนที่ 6 ติดตามและประเมนิ ผล มถิ นุ ายน – กันยายน 2562 ขัน้ ตอนที่ 7 ประชุมปฏิบัตกิ ารสรุปและจดั ทารายงาน สงิ หาคม - กนั ยายน 2562 การดาเนนิ โครงการ 6. สถานที่ดาเนินการ สถาบันพฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษา 7. ระยะเวลาดาเนนิ การ พฤศจิกายน 2561 - กันยายน 2562 8. งบประมาณ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต ดาเนินการพัฒนา จานวน 2 รุ่น เปน็ เงิน 370,000 บาท (สามแสนเจ็ดหมน่ื บาทถ้วน) รายละเอยี ด ดงั นี้ รายการค่าใช้จ่าย งบประมาณ (บาท) ข้ันตอนท่ี 1 ประชมุ คณะทางานเพ่อื วางแผนและกาหนดข้นั ตอนการดาเนินงาน ไมใ่ ชง้ บประมาณ ขั้นตอนท่ี 2 ประชุมปฏบิ ัติการใหค้ วามรู้เพื่อจดั ทาหลกั สูตร 32,650 1) คา่ อาหาร (15 คน x 1 ม้ือ x 200 บาท) 3,000 2) คา่ อาหารว่างและเคร่ืองดื่ม (15 คน x 2 มอ้ื x 35 บาท) 1,050 3) ค่าสมนาคุณวิทยากร (2 คน x 6 ชม. X 1,200 บาท) 14,400 4) ค่าพาหนะเดนิ ทาง (11 คน x 1,200 บาท) 13,200 5) คา่ วัสดแุ ละคา่ จัดทารปู เล่มหลักสตู รการพฒั นา 1,000 ขั้นตอนที่ 3 ประสานความร่วมมือกับหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้อง ไมใ่ ชง้ บประมาณ ข้นั ตอนที่ 4 ดาเนินการพัฒนากลมุ่ เป้าหมายตามท่ีหลักสูตรกาหนด จานวน 2 รุ่น 332,320 คา่ ใชจ้ ่ายดาเนินการพฒั นารนุ่ ละ 166,160 การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพน้ื ท่ีของบุคลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลย่ี นแปลงสูส่ งั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ รติ รุ่นท่ี 2

-6- รายการค่าใชจ้ า่ ย งบประมาณ (บาท) 1) ค่าอาหาร (46 คน x 4 วนั x 520 บาท) 95,680 2) ค่าอาหารว่างและเครื่องด่ืม (46 คน x 4 วัน x 70 บาท ) 12,880 3) คา่ สมนาคุณวิทยากร (2 คน x 1,200 บาท x 21 ชม.) 50,400 4) คา่ พาหนะเดินทางวทิ ยากร (2 คน x 1,200 บาท ) 2,400 5) คา่ ซักเครือ่ งนอน (42 คน x 1 ครง้ั x 50 บาท ) 2,100 6) คา่ วัสดุ 2,700 ขั้นตอนที่ 5 ประชุมปฏิบตั กิ ารสรปุ และจดั ทารายงานการดาเนนิ การพฒั นา 5,030 1) ค่าอาหาร (7 คน x 1 ม้ือ x 120 บาท) 840 2) คา่ อาหารวา่ งและเคร่ืองด่ืม (7 คน x 2 ม้ือ x 35 บาท) 490 3) คา่ พาหนะเดินทางผ้เู ข้าประชุม (2 คน x 1,200 บาท) 2,400 4) ค่าวัสดุและค่าจดั ทารปู เล่มรายงานโครงการ 1,300 ขนั้ ตอนท่ี 6 ติดตามและประเมินผล ไมใ่ ชง้ บประมาณ รวมทั้งสิน้ 370,000 9. กิจกรรม : ประชมุ ปฏบิ ัติการสรุปและจัดทารายงานผลโครงการ เป็นเงิน 20,000 บาท (สองหม่นื บาทถว้ น) รายการค่าใช้จ่าย งบประมาณ (บาท) ขนั้ ตอนที่ 7 ประชุมปฏิบตั ิการสรปุ และจดั ทารายงานผลโครงการ 20,000 1) ค่าอาหารว่างและเคร่ืองด่ืม (10 คน x 8 ม้อื x 35 บาท) 2,800 2) คา่ อาหาร (10 คน x 4 มอ้ื x 120 บาท) 4,800 3) คา่ วสั ดุและจดั ทารปู เล่มรายงาน 12,400 หมายเหตุ : ขอถัวจ่ายทุกรายการทกุ กิจกรรมและทุกหลกั สูตร 10. การวเิ คราะหค์ วามเสยี่ งของโครงการ 10.1 ประเดน็ ความเส่ียง : ดา้ นการดาเนนิ งาน 1) การจัดทาหลักสตู รไม่สอดคล้องกับความตอ้ งการของผู้รับบริการและผูม้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี 2) จานวนผเู้ ข้ารบั การพัฒนาไม่เป็นไปตามเปา้ หมายท่ีกาหนด 3) บุคลากรทางการศึกษาท่ีสมัครเข้ารับการพัฒนาไม่สามารถมาเข้ารับการพัฒนาได้ตามวัน เวลาท่กี าหนดท่ีอาจสง่ ผลใหจ้ านวนกล่มุ เป้าหมายไมเ่ ป็นไปตามท่กี าหนด 10.2 แนวทางการบริหารความเสี่ยง : ด้านการดาเนนิ งาน 1) ศกึ ษาความต้องการของผู้เข้ารับการพัฒนาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพ่ือนามาเป็นส่วนหน่ึงใน การกาหนดเนื้อหาของหลกั สูตร 2) เพิม่ ระยะเวลาและชอ่ งทางการส่ือสารประชาสัมพนั ธ์การรับสมัครผูเ้ ข้ารับการพัฒนาให้มากขึ้น 3) คัดเลือกกลุ่มเป้าหมายให้มากกว่าจานวนที่กาหนด และเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับ ผรู้ ับบรกิ ารใหม้ ีความสะดวกในการตดิ ต่อส่ือสารมากขนึ้ การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนทขี่ องบุคลากรผู้ผา่ นการพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสสู่ ังคมที่ไมท่ นต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2

-7- 11. การประเมนิ ผล 11.1 ประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิผเู้ ข้ารบั การพฒั นาตามที่หลักสตู รกาหนด 11.2 ประเมินความพงึ พอใจต่อการเข้ารับการพฒั นาในแต่ละหลกั สตู รโดยสอบถามความพึง พอใจและไม่พงึ พอใจต่อการให้บรกิ ารของสถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา 12. ตัวชี้วดั และค่าเป้าหมาย 12.1 รอ้ ยละของผเู้ ข้ารบั การพฒั นาผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ีหลกั สูตรกาหนด ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85 12.2 ร้อยละความพึงพอใจของผู้เข้ารับการพัฒนาท่ีมีต่อการเข้ารับการพัฒนาตามหลักสูตร ที่กาหนด ไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ 85 13. ผลท่คี าดวา่ จะได้รบั 13.1 บุคลากรกระทรวงศกึ ษาธกิ ารมศี กั ยภาพและสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมในการ ปฏบิ ตั ิงานเพ่อื สนับสนนุ การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ 13.2 กระทรวงศึกษาธิการ สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการสามารถสนับสนุนการ ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการในพื้นที่และส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาและ การพัฒนาเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรมนษุ ย์และกาลงั คนทสี่ าคัญในการพฒั นาประเทศ 14. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ กลุม่ นโยบายและยุทธศาสตร์ กลุ่มพัฒนามาตรฐานและสง่ เสริมเครือข่าย กลุ่มวิจัยและพัฒนา สถาบนั พฒั นาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา 15. รายละเอยี ดการดาเนินการพฒั นา การดาเนนิ โครงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเพ่ือสนับสนุนการขับเคลื่อนการ ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นท่ี 1 เป็นการดาเนินการตามกรอบแนวทางของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช.กาหนด สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาเป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบดาเนินการ พัฒนาและรายงานผลการดาเนินการพฒั นา โดยกาหนดขน้ั ตอนดาเนนิ การ ดงั นี้ 15.1 ขนั้ ตอนดาเนินการพฒั นา - ประชุมวางแผนการดาเนนิ การพฒั นา - ดาเนินการพัฒนา - สรุปและรายงานผลการดาเนนิ การพัฒนา 15.2 ข้นั ตอนการติดตามและประเมนิ ผล - เก็บรวบรวมข้อมูลผลการดาเนินงานพฒั นาของผ้ผู า่ นการพฒั นา - สรุปและรายงานผลการดาเนนิ งานพฒั นาของผ้ผู ่านการพัฒนา การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพนื้ ที่ของบคุ ลากรผู้ผา่ นการพฒั นา หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผ้นู าการเปล่ยี นแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2

-8- หลกั สตู รสร้างวิทยากรผ้นู าการเปลีย่ นแปลงสสู่ ังคมท่ีไมท่ นต่อการทจุ รติ 1. ชอ่ื หลักสตู ร : หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไมท่ นต่อการทจุ ริต 2. ผูร้ บั ผดิ ชอบ สถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 3. หลกั การและเหตุผล ประเทศไทยมีความพยายามแก้ไขปัญหาการทุจริตโดยหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตร่วมกันสร้างเครื่องมือ กลไกและกาหนดเป้าหมายสาหรับการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันในรูปแบบของยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต โดยเร่ิมดาเนินการต้ังแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบันอยู่ในระยะ ที่ 3 (2560 -2564) มีความจาเป็นต้อง ปรับฐานความคิดและสร้างความตระหนักรู้ให้ทุกภาคส่วนของสังคมได้เข้ามา มีส่วนร่วมในการป้อ งกันแ ล ะ ปราบปรามการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้บัญญัติให้มีขั้นตอนการปราบปรามการ ทุจริตดังกล่าว อีกทั้งได้กาหนดหน้าท่ีของปวงชนชาวไทยให้บุคคลมีหน้าที่ไม่ร่วมมือหรือสนับสนุนการทุจริต และประพฤติมิชอบในทุกรูปแบบ รวมทั้งกาหนดหน้าที่ของรัฐไว้ด้วยว่า “รัฐต้องส่งเสริม สนับสนุนและให้ ความรแู้ กป่ ระชาชนถึงอนั ตรายทเี่ กิดจากการทุจริตและประพฤติมิชอบท้ังในภาครัฐและภาคเอกชน โดยจัดให้ มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบดังกล่าวอย่าง เข้มงวด พร้อมทั้งกลไกในการส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวเพื่อมีส่วนร่วมในการรณรงค์ใ ห้ความรู้ต่อต้าน การทุจริตหรือช้ีเบาะแส โดยได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ” เพ่ือให้กลไกตามรัฐธรรมนูญ ด้านการปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบประสบผลสาเร็จได้จริง มีการมุ่งเน้นในการส่งเสริมและพัฒนา “คน”ให้เป็นส่วนที่สาคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยการส่งเสริมและพัฒนา หลักสูตรหรือแนวทางการปลูกฝังให้ประชาชนทุกระดับเข้าใจและเกิดจิตสานึกด้านการต่อต้านการ ทุจริต พ ร ้อ ม ทั ้ง ส ่ง เ ส ร ิม ใ ห ้เ ก ิด เ ค ร ือ ข ่า ย ข อ ง ป ร ะ ช า ช น ใ น ก า ร ต ่อ ต ้า น ก า ร ท ุจ ร ิต อ ย ่า ง เ ข ้ม แ ข ็ง แ ล ะ ไ ด ้ร ับ ความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคม มีการกาหนดยุทธศาสตร์และแนวทางปฏิบัติเป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. จึงได้จัดทาหลักสูตรสาหรับวิทยากร ป.ป.ช. บุคลากรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม ความไม่ทนต่อการทุจริต การประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพยี งต้านทจุ รติ และการเป็นวทิ ยากร สานักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักและให้ความสาคัญดังกล่าวจึงได้มอบหมาย ให้สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาซ่ึงเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาครูและบุคลากร ทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเพ่ือขับเคลื่อน การปฏริ ูปการศึกษาในภมู ิภาค หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ให้กับ บุคลากรของสานักงานศึกษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัดเพื่อตอบสน องงานนโยบายของ กระทรวงศกึ ษาธิการ การตดิ ตามและประเมนิ ผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพืน้ ทีข่ องบคุ ลากรผู้ผ่านการพฒั นา หลักสตู รสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสสู่ งั คมที่ไมท่ นต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2

-9- 4. วัตถปุ ระสงคข์ องหลักสูตร 2.1 เพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ถูกต้องเก่ียวกับการคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต การประยุกต์หลักความ พอเพยี งด้วยโมเดล STRONG : จติ พอเพยี งตา้ นทจุ รติ และการฝกึ ปฏิบตั ิการเป็นวทิ ยากร 2.2 เพอื่ สรา้ งวทิ ยากรทมี่ ีทักษะและสามารถขยายผลองคค์ วามรู้ไปสู่กลุ่มเป้าหมายอืน่ ๆ 2.3 เพ่อื สรา้ งเครอื ข่ายวิทยากรผนู้ าการเปลี่ยนแปลงสู่สงั คมทไี่ มท่ นต่อการทุจรติ 5. โครงสรา้ งของหลักสตู ร หลักสตู รสร้างวิทยากรผนู้ าการเปล่ยี นแปลงสูส่ งั คมที่ไมท่ นตอ่ การทจุ รติ ประกอบด้วย 6 วิชา ดงั นี้ วิชาที่ 1 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ว่ นตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวม (6 ชัว่ โมง) วชิ าท่ี 2 ความอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ (3 ชวั่ โมง) วิชาที่ 3 การประยุกตห์ ลกั ความพอเพยี งดว้ ยโมเดล STRONG : จติ พอเพยี งต้านทุจรติ (3 ชว่ั โมง) วชิ าที่ 4 การฝึกปฏบิ ตั กิ ารเป็นวิทยากร (6 ชว่ั โมง) วิชาที่ 5 วางแผนการจัดโครงการหรือกิจกรรมผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการ ทุจริต (3 ชว่ั โมง) วชิ าท่ี 6 กจิ กรรมกลมุ่ สัมพนั ธ์ (3 ชั่วโมง) 6. ระยะเวลาในการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวิทยากรผูน้ าการเปล่ียนแปลงสู่สงั คมทไี่ มท่ นตอ่ การทุจริต ใช้เวลาในการพัฒนา จานวน 24 ชั่วโมง 7. แนวทางการพัฒนา แนวทางการพัฒนาใชก้ ระบวนการ ดงั น้ี 7.1 ใชก้ ระบวนการ Active Learning 7.2 การบรรยาย 7.3 การคดิ วิเคราะห์ 7.4 กรณศี กึ ษา 7.5 การทากิจกรรมกลุ่ม 7.6 การอภิปรายกลุ่ม 7.7 กรณีโครงการ STRONG 7.8 การฝกึ ปฏิบัตจิ รงิ 7.9 กิจกรรม Reflection and AAR 7.10 การสรุป ซักถาม ให้ขอ้ เสนอแนะ การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพ้ืนทีข่ องบุคลากรผูผ้ ่านการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สงั คมท่ีไม่ทนต่อการทุจรติ รนุ่ ท่ี 2

-10- 8. สื่อ อุปกรณท์ ่ใี ชใ้ นการพัฒนา 8.1 เอกสารประกอบการพฒั นา 8.2 PowerPoint 8.3 วีดิทัศน์ 8.4 สารคดี 8.5 ภาพยนตรส์ นั้ 8.6 ใบงาน หรือสื่ออน่ื ๆ ที่เหมาะสม 9. การประเมินผล 9.1 ประเมนิ การฝึกปฏิบัตกิ ารเปน็ วทิ ยากร 9.2 ประเมนิ ชิ้นงาน 9.3 ประเมนิ พฤติกรรม 9.4 ประเมนิ ระยะเวลาการพฒั นา 10. เกณฑ์การประเมินผล 10.1 ประเมนิ การฝกึ ปฏบิ ตั ิการเปน็ วิทยากร ประเมนิ ช้ินงาน และประเมินพฤตกิ รรม ต้องได้ คะแนนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 60 10.2 ประเมนิ ระยะเวลาการพฒั นา ผเู้ ข้ารับการพฒั นาต้องมรี ะยะเวลาการพัฒนา ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ 80 11. คุณสมบตั ิของผูเ้ ขา้ รบั การพฒั นา 11.1 มที กั ษะด้านการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ทดี่ ี 11.2 เป็นผ้ทู ่มี ีความสามารถในการถา่ ยทอดความรู้ 11.3 เป็นผู้ท่ีมีความคดิ รเิ ริ่มสร้างสรรค์ 11.4 เป็นบุคลากรของสานักงานศึกษาธิการภาคและสานกั งานศึกษาธิการจังหวัด 11.5 เป็นผ้ทู ่สี ามารถเข้ารบั การพัฒนาไดเ้ ตม็ เวลาตามเกณฑ์ทห่ี ลกั สตู รกาหนด 12. คุณสมบัติของวิทยากร 12.1 เป็นผูท้ มี่ ีความรู้ ความเชีย่ วชาญ และมีประสบการณ์ในเน้ือหาวชิ าน้ันเปน็ อย่างดี 12.2 มีเทคนิควิธีการถา่ ยทอดองค์ความรใู้ ห้กับผู้เข้ารับการพฒั นาเปน็ อย่างดี 12.3 สามารถจัดกจิ กรรมให้ผ้เู ข้ารบั การพฒั นาเรยี นรผู้ า่ นการทากิจกรรม 12.4 เป็นผ้ทู ี่มบี ุคลิกภาพทดี่ ี 12.5 มหี ลกั จิตวิทยาการสอนผใู้ หญ่ การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพน้ื ที่ของบคุ ลากรผู้ผา่ นการพฒั นา หลกั สูตรสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลีย่ นแปลงสู่สังคมที่ไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

-11- 13. รายละเอียดการเรียนรแู้ ต่ละวชิ า วชิ าท่ี 1 การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชน์สว่ นรวม (6 ช่ัวโมง) คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ ส่วนรวม กฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง แนวคิดเกี่ยวกับการคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม เพ่อื ให้ผู้เขา้ รบั การพัฒนาสามารถนาไปถา่ ยทอดได้อยา่ งถูกต้องและนาไปปรบั ใชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อเสริมสรา้ งความรู้ ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะหแ์ ละการประเมิน เกีย่ วกับการคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวม 2. เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างถูกต้องในเร่ืองการคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์สว่ นตนกบั ผลประโยชน์ส่วนรวมใหผ้ เู้ ขา้ รับการพัฒนานาไปปรับใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม เนอื้ หาสาระ 1. ความหมายของการขัดกนั ระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชนส์ ว่ นรวมรูปแบบ ของการขัดกันระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม 2. กฎหมายที่เก่ียวข้องกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม (ระเบยี บสานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2544 ระเบียบสานันา ยกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2544 ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่อง หลักเกณฑ์ การรับทรัพยส์ นิ หรอื ประโยชน์อืน่ ใดโดยธรรมจรรยาของเจา้ หน้าท่ีของรฐั พ.ศ. 2543) 3. วธิ คี ิดแบบฐาน 10 (Analog thinking) ฐาน 2 (Digital thinking) 4. บทบาทของรฐั เจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรฐานทางจรยิ ธรรมของเจา้ หน้าทข่ี องรัฐ เชน่ ประมวลจริยธรรม ขา้ ราชการพลเรือน ประมวลจริยธรรมข้าราชการสว่ นท้องถน่ิ ) 5. กรณีตัวอย่างการคิดแยกแยะระหวา่ งประโยชน์สว่ นตนและประโยชน์สว่ นรวม แนวทางการพฒั นา จัดกิจกรรมทั้ง 5 เนื้อหาสาระให้สอดคล้องกัน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การ บรรยาย การคิดวเิ คราะห์ กรณศี ึกษา การทากจิ กรรมกลุ่ม การอภปิ รายกลมุ่ ส่อื ที่ใชใ้ นการพัฒนา PowerPoint วดิ ที ัศน์ ภาพยนตรส์ นั้ ใบงาน หรอื ส่อื อนื่ ๆ ทเี่ หมาะสม การประเมินผล การประเมินช้นิ งาน การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพน้ื ทขี่ องบุคลากรผู้ผา่ นการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลีย่ นแปลงส่สู ังคมที่ไมท่ นต่อการทุจริต รนุ่ ที่ 2

-12- วชิ าท่ี 2 ความอายและความไม่ทนตอ่ การทุจริต (3 ชั่วโมง) คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาและเรียนรู้แนวคิดเกี่ยวกับความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ความเป็นพลเมืองที่ไม่ ทนต่อการทุจริต การแสดงออกถึงการไม่ทนต่อการทุจริต กรณีศึกษาปรากฏการณ์ ท่ีเกิดข้ึนในประเทศและ ต่างประเทศ อันสะท้อนถึงความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถนาไป ถา่ ยทอดไดอ้ ย่างถกู ต้องและนาไปปรบั ใช้ได้อย่างเหมาะสม วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการประเมิน เกย่ี วกบั ความอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต 2. เพอ่ื ให้สามารถถา่ ยทอดองค์ความรู้ได้อยา่ งถกู ต้องในเร่ืองความอายและความไม่ทนต่อการ ทุจรติ ใหผ้ ้เู ข้ารับการพัฒนานาไปปรับใช้ได้อยา่ งเหมาะสม เน้อื หาสาระ 1. ความอายตอ่ การทจุ ริต - แนวคิดเก่ียวกบั ความอายต่อการทจุ รติ 2. ความไม่ทนต่อการทจุ ริต - ความเปน็ พลเมืองที่ไม่ทนต่อการทุจรติ - แนวคดิ เกี่ยวกับความไม่ทนตอ่ การทจุ ริต 3. ตัวอย่างความอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ การแสดงออกถึงการไม่ทนต่อการทจุ ริต 4. ลงโทษทางสงั คม 5. ชอ่ งทางและวิธกี ารร้องเรียนการทุจรติ 6. มาตรการคุ้มครองช่วยเหลือพยานของสานักงาน ป.ป.ช. และกฎ ก.พ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และ วิธกี าร การใหบ้ าเหนจ็ ความชอบ การกนั เป็นพยาน การลดโทษและการใหก้ ารคุ้มครองพยานฯ แนวทางการพฒั นา จัดกิจกรรมทั้ง 6 เนื้อหาสาระให้สอดคล้องกัน โดยใช้กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การ บรรยายการคดิ วเิ คราะห์กรณศี กึ ษา การทากิจกรรมกลุ่ม การอภิปรายกลมุ่ ส่ือท่ใี ช้ในการพัฒนา PowerPoint วีดทิ ศั น์ หรอื ส่ืออน่ื ๆ ทเ่ี หมาะสม การประเมนิ ผล การประเมินชิ้นงาน การติดตามและประเมนิ ผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพ้ืนท่ีของบุคลากรผู้ผา่ นการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลย่ี นแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทจุ รติ รุ่นที่ 2

-13- วิชาท่ี 3 การประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต (3 ชั่วโมง) คาอธบิ ายรายวชิ า ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับท่ีมา ความหมายของโมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต การนา โมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริตไปประยุกต์ในบริบทต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้ารับการพัฒนาสามารถนาไป ถา่ ยทอดได้อย่างถกู ตอ้ งและนาไปปรับใช้ได้อยา่ งเหมาะสม วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ การนาไปใช้ การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการประเมิน เกย่ี วกับการประยุกต์หลักความพอเพยี งด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทจุ รติ 2.เพื่อให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ได้อย่างถูกต้องในเรื่องการประยุกต์หลักความ พอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทจุ ริตใหผ้ ู้เขา้ รบั การพฒั นานาไปปรบั ใช้ได้อย่างเหมาะสม เนื้อหาสาระ 1. ต้นแบบความพอเพยี ง (ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง) 2. ความหมายของการประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จติ พอเพยี ง ต้านทุจรติ ซึ่งคดิ คน้ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มาณี ไชยธรี านวุ ัฒศริ ิ ในปี พ.ศ. 2560 คาอธิบายความหมายของ “STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต” 1. S (sufficient) : ความพอเพียง ผู้นา ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับองค์กรและชุมชนน้อมนา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกต์เป็นหลักความพอเพียงในการทางาน การดารงชีวิต การพัฒนา ตนเองและสว่ นรวม รวมถงึ การปอ้ งกนั การทจุ รติ อย่างยง่ั ยนื ความพอเพียงต่อสิ่งใดสิ่งหน่ึงของมนุษย์แม้ว่าจะแตกต่างกันตามพื้นฐาน แต่การตัดสินใจว่า ความพอเพียงของตนเองต้องตั้งอยู่บนความมีเหตุมีผล รวมทั้งต้องไม่เบียดเบียนตนเอง ผู้อื่นและส่วนรวม ความพอเพียงดังกล่าวจึงเป็นภูมิคุ้มกันให้บุคคลน้ันไม่กระทาการทุจริต ซ่ึงต้องให้ความรู้ความเข้าใจ (knowledge) และปลกุ ให้ตนื่ รู้ (realize) การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพนื้ ทีข่ องบคุ ลากรผผู้ ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลี่ยนแปลงสสู่ งั คมท่ีไม่ทนต่อการทจุ ริต รุน่ ที่ 2

-14- 2. T (transparent) : ความโปร่งใส ผู้นา ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับองค์กรและชุมชนต้อง ปฏิบัตงิ านบนฐานของความโปรง่ ใส ตรวจสอบได้ ดงั นัน้ จึงตอ้ งมีและปฏิบัตติ ามหลักปฏบิ ตั ิ ระเบียบ ข้อปฏิบัติ กฎหมาย ด้านความโปรง่ ใส ซึง่ ต้องใหค้ วามรคู้ วามเข้าใจ (knowledge) และปลกุ ให้ต่นื รู้ (realize) 3. R (realize) : ความตื่นรู้ ผู้นา ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับองค์กรและชุมชนมีความรู้ความ เข้าใจและตระหนักรู้ถึงรากเหง้าของปัญหาและภัยร้ายแรงของการทุจริตประพฤติมิชอบภายในชุมชนและ ประเทศ ความต่ืนรู้จะบังเกิดเม่ือได้พบเห็นสถานการณ์ท่ีเสี่ยงต่อการทุจริต ย่อมจะมีปฏิกิริยาเฝ้าระวังและไม่ ยินยอมต่อการทุจริตในท่ีสุด ซ่ึงต้องให้ความรู้ความเข้าใจ (knowledge) เกี่ยวกับสถานการณ์การทุจริตที่เกิดข้ึน ความร้ายแรงและผลกระทบต่อระดบั บุคคลและสว่ นรวม 4. O (onward) : มุ่งไปข้างหน้าผู้นา ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับองค์กรและชุมชนมุ่งพัฒนา และปรบั เปลีย่ นตนเองและส่วนรวมใหม้ คี วามเจรญิ กา้ วหนา้ อย่างยง่ั ยนื บนฐานความโปร่งใส ความพอเพียงและ ร่วมสร้างวัฒนธรรมสุจริตให้เกิดขึ้นอย่างไม่ย่อท้อ ซึ่งต้องมีความรู้ความเข้าใจ (knowledge) ในประเด็น ดงั กลา่ ว 5. N (knowledge) : ความรู้ ผู้นา ผู้บริหาร บุคคลทุกระดับองค์กรและชุมชน ต้องมี ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาความรู้ไปใช้ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินได้อย่างถ่องแท้ในเร่ือง สถานการณ์ การทุจริต ผลกระทบท่ีมีต่อตนเองและส่วนรวม ความพอเพียงต้านทุจริต การแยกแยะ ผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวมท่ีมีความสาคัญย่ิงต่อการลดการทุจริตในระยะยาว รวมท้ังความ อายไมก่ ล้าทาทจุ ริตและความไมท่ นเมื่อพบเห็นว่ามกี ารทจุ ริตเกดิ ขึ้นเพ่ือสรา้ งสังคมไมท่ นต่อการทุจริต 6. G (generosity) : ความเอื้ออาทร คนไทยมคี วามเอ้ืออาทร มเี มตตา มีนา้ ใจตอ่ กนั บนฐาน ของจิตพอเพยี งต้านทจุ รติ ไมเ่ อือ้ ต่อการรับหรือการใหผ้ ลประโยชน์หรอื ต่อพวกพ้อง แนวทางการพัฒนา จัดกิจกรรมท้ัง 2 เนื้อหาสาระให้สอดคลอ้ งกันโดยใชก้ จิ กรรมท่ีหลากหลาย เช่น การอภิปราย กรณโี ครงการ STRONG การบรรยาย ส่ือทีใ่ ช้ในการพัฒนา PowerPoint สารคดหี รอื ส่อื อนื่ ๆ ที่เหมาะสม การประเมินผล การประเมนิ ช้ินงาน การตดิ ตามและประเมนิ ผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพืน้ ที่ของบุคลากรผู้ผา่ นการพฒั นา หลักสูตรสรา้ งวิทยากรผ้นู าการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมที่ไม่ทนต่อการทุจรติ ร่นุ ท่ี 2

-15- วิชาท่ี 4 การฝึกปฏิบตั กิ ารเปน็ วทิ ยากร (6 ชวั่ โมง) คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและฝึกปฏิบัติกิจกรรมโดยมีบทบาทในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ในประเด็นใด ประเด็นหนึ่งจาก 3 ประเด็น คือ 1. การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม 2. ความอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3. การประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพียง ตา้ นทุจริต โดยเลือกใช้เทคนคิ การฝึกอบรมแบบต่าง ๆ ตามความเหมาะสมกับเน้อื หา วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือฝึกทักษะการเป็นวิทยากรท่ีถ่ายทอดองค์ความรู้ในเรื่องการคิดแยกแยะระหว่าง ผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความไม่ทนและความอายต่อการทุจริต การประยุกต์หลักความ พอเพยี งดว้ ยโมเดล STRONG : จิตพอเพยี งตา้ นทุจรติ เน้ือหาสาระ ประกอบดว้ ย การฝึกปฏิบตั ถิ ่ายทอดความรู้ ตามทก่ี าหนดได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม แนวทางการจดั กิจกรรม - 3 ชวั่ โมงแรก ใหผ้ ู้เข้ารับการพฒั นาคนแบ่งกลมุ่ ฝึกปฏิบตั ิการเป็นวทิ ยากรโดยสุ่มหัวข้อวิชา การบรรยายจาก 3 วชิ า โดยใหว้ ิทยากรประเมิน - 3 ชวั่ โมงหลัง วิทยากรให้ข้อเสนอแนะกระบวนการหลากหลาย ส่อื ที่ใชใ้ นการพัฒนา PowerPoint ฝกึ ปฏบิ ตั ิ หรือส่ืออ่นื ๆ ท่เี หมาะสม การประเมินผล การประเมินชิน้ งาน วชิ าที่ 5 การวางแผนการจดั โครงการหรอื กจิ กรรมผู้นาการเปล่ียนแปลงส่สู งั คมทีไ่ มท่ นตอ่ การทุจรติ (3 ชว่ั โมง) คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและเรียนรู้เก่ียวกับการวางแผนการจัดโครงการหรือกิจกรรมผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่ สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ตามประเด็น ช่ือโครงการหรือกิจกรรม หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ กลุม่ เป้าหมาย สถานทีด่ าเนินการ ระยะเวลา งบประมาณ วธิ ีดาเนนิ การ ผลสาเรจ็ ของโครงการหรือกจิ กรรม วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือฝึกปฏิบัติการวางแผนการจัดโครงการหรือกิจกรรมผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทน ต่อการทุจรติ การติดตามและประเมนิ ผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพื้นทข่ี องบคุ ลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปลย่ี นแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต รนุ่ ท่ี 2

-16- เน้อื หาสาระ 1. หลักการและเหตผุ ล 2. วัตถุประสงค์ 3. กลุ่มเป้าหมาย 4. สถานที่ 5. ระยะเวลา 6. งบประมาณ 7. วิธีดาเนินการ 8. ผลสาเร็จของโครงการหรือกจิ กรรม แนวทางการพฒั นา จดั กิจกรรมท้ัง 8 เน้อื หาสาระใหส้ อดคล้องกนั โดยใชก้ จิ กรรมท่ีหลากหลาย เชน่ การบรรยาย การคดิ วเิ คราะหก์ รณีศึกษา การทากจิ กรรมกลมุ่ การอภปิ รายกล่มุ ส่ือทีใ่ ช้ในการพัฒนา PowerPoint ใบงาน หรอื สื่ออืน่ ๆ ทเี่ หมาะสม การประเมนิ ผล การประเมินช้ินงาน วชิ าท่ี 6 กจิ กรรมกลุ่มสัมพนั ธ์ ( 3 ชวั่ โมง) คาอธบิ ายรายวิชา ศึกษาและเรียนรู้แนวคิดเก่ียวกับการจัดกิจกรรมละลายพฤติกรรม โดยใช้กิจกรรมหรือเกมส์ เป็นสื่อเรยี นรเู้ ทคนคิ การจัดกิจกรรมกลุม่ สมั พนั ธ์เพื่อให้ผเู้ ขา้ รับการพฒั นานาไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม วตั ถุประสงค์ 1. เพื่อสรา้ งเสริมความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับเทคนิคการจัดกิจกรรมกลมุ่ สัมพนั ธ์ 2. เพอื่ สรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ให้ผ้เู ข้ารับการพฒั นารู้สึกสนุกสนาน ไม่รู้สกึ ว่าถูกสอนและ เรียนร้ไู ด้ในระยะสน้ั 3. เพ่อื ช่วยใหเ้ กดิ ทัศนคติท่ีดีต่อกัน มีความเขา้ ใจ เห็นใจ และลดความขัดแยง้ เนอ้ื หาสาระ 1. การเลอื กกิจกรรม 2. ขั้นตอนการดาเนินกิจกรรม 3. ประโยชนท์ ่ไี ด้รับจากการดาเนนิ กจิ กรรม การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพนื้ ที่ของบคุ ลากรผผู้ า่ นการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวิทยากรผนู้ าการเปลีย่ นแปลงสสู่ งั คมท่ีไมท่ นต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2

-17- แนวทางการพัฒนา จัดกจิ กรรมท้ัง 3 เน้อื หาสาระใหส้ อดคล้องกนั โดยใช้กจิ กรรมทหี่ ลากหลาย เช่น การบรรยาย การทากจิ กรรมกลมุ่ หรอื เกมเปน็ สื่อ สื่อทใ่ี ชใ้ นการพัฒนา PowerPoint วดี ทิ ศั น์ หรอื ส่ืออื่นๆ ทเ่ี หมาะสม การประเมนิ ผล การประเมินชนิ้ งาน การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพื้นทขี่ องบุคลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวิทยากรผนู้ าการเปลยี่ นแปลงสสู่ งั คมที่ไมท่ นต่อการทจุ รติ ร่นุ ท่ี 2

บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการตดิ ตาม การตดิ ตามและประเมนิ ผลการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ ทนต่อการทุจริต โครงการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาค เป็นการดาเนินการส่งเสริมการนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลในพื้นที่ตาม กรอบแนวทางของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. กาหนด มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดาเนินการนาองค์ความรู้จากการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนท่ีของบุคลากรผู้ผ่าน การพัฒนา รนุ่ ที่ 2 และรายงานผลการติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพื้นท่ีของบุคลากร ผผู้ า่ นการพฒั นา เพอ่ื การปรบั ปรงุ และพฒั นาการดาเนนิ งานต่อไป เครื่องมือท่ีใช้ในการเก็บข้อมูล การติดตามและประเมินผลการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคม ที่ไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นที่ 2 กาหนดใช้เครื่องมือและการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบรายงานผลการ ดาเนินการพัฒนาของบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคประกอบด้วย ชื่อ กิจกรรม/โครงการ กลุ่มเป้าหมาย วันที่ดาเนินงาน สถานที่ดาเนินงาน ข้ันตอนการดาเนินงาน ผลการดาเนินงาน ภาพถ่ายกจิ กรรม/โครงการ วิธีเก็บรวบรวมขอ้ มูล การเก็บรวบรวมข้อมูลการติดตามและประเมินผลการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นา การเปล่ยี นแปลงสู่สังคมทีไ่ มท่ นตอ่ การทุจริต ร่นุ ที่ 2 มขี ้ันตอนการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ดงั นี้ 1. แจกแบบรายงานผลการดาเนนิ การพฒั นาของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขับเคล่อื น การปฏริ ปู การศึกษาในภูมิภาคให้ผู้ผา่ นการพัฒนา รุ่นท่ี 2 2. กาหนดระยะเวลานาส่งรายงานผลการดาเนินการพัฒนาของบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนา รนุ่ ที่ 2 ไปยังสถาบนั พัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศกึ ษา ภายในเดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2562 3. ดาเนนิ การรวบรวมขอ้ มูลของบุคลากรผู้ผา่ นการพฒั นา รนุ่ ที่ 2 4. สรุปการนาผลการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ี การวเิ คราะหข์ อ้ มูล การติดตามและประเมินผลของบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการ เปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตของสานักงานศึกษาธิการภาคและสานักงานศึกษาธิการจังหวัด รนุ่ ที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวเิ คราะห์เนื้อหาและสรปุ ผลการนาองคค์ วามรจู้ ากการพฒั นาไปขยายผลในพ้ืนที่ ของบคุ ลากรผผู้ า่ นการพฒั นา การติดตามและประเมนิ ผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพ้นื ทขี่ องบุคลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผ้นู าการเปล่ยี นแปลงสูส่ งั คมที่ไมท่ นต่อการทุจรติ รนุ่ ท่ี 2

-19- สรปุ และรายงานผลการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ี ไม่ทนต่อการทุจริต รนุ่ ที่ 2 นาเสนอการสรุปการตดิ ตามและประเมินผลตามประเดน็ หลกั ของแบบรายงาน ดงั น้ี 1. แบบรายงานผลการดาเนินการพัฒนาของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการเพื่อขับเคลื่อนการ ปฏริ ูปการศกึ ษาในภูมิภาคหลักสตู รสรา้ งวิทยากรผูน้ าการเปล่ียนแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริตรนุ่ ที่ 2 2. แบบสอบถามความคิดเห็นบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการ เปล่ียนแปลงสสู่ งั คมท่ีไม่ทนต่อการทุจริตรนุ่ ที่ 2 การตดิ ตามและประเมนิ ผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนที่ของบุคลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสสู่ งั คมที่ไม่ทนต่อการทจุ รติ ร่นุ ท่ี 2

บทที่ 4 ผลการตดิ ตามการดาเนนิ การพฒั นา สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา โดยกลุ่มพัฒนามาตรฐานและส่งเสริม เครือข่ายดาเนินการติดตามและประเมินผลบุคลากรผู้ผ่านการพัฒนาของสานักงานศึกษาธิการภาคและสานักงาน ศกึ ษาธิการจงั หวัด หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นที่ 2 โครงการพัฒนา บุคลากรกระทรวงศึกษาธิการเพ่ือสนับสนุนการขับเคล่ือนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคตามกรอบแนวทางของ สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. กาหนด ซ่ึงเป็นการส่งเสริมและพัฒนา บุคลากรผู้ผา่ นการพฒั นาที่นาการพัฒนาไปขยายผลในพนื้ ที่ ผู้เข้ารับการพัฒนา จานวน 46 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 65.22 และเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 34.78 ด้านตาแหน่งส่วนใหญ่เป็นตาแหน่งศึกษานิเทศก์ คิดเป็นร้อยละ 34.78 รองลงมาคือ นิติกร คิดเป็นร้อยละ 17.39 นักทรัพยากรบุคคล คิดเป็นร้อยละ 15.22 นักวิชาการศึกษา นักจัดการงานท่ัวไป และตาแหน่งอื่นๆ คิดเป็นร้อยละ 8.70 ตามลาดับ สังกัดของผู้เข้ารับการพัฒนา ส่วนใหญ่ คือ สานักงานสานักงาน ศึกษาธิการจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 76.09 รองลงมาคือ สานักงานศึกษาธิการภาค คิดเป็นร้อยละ 23.91 ตามลาดับ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผ้เู ข้ารบั การพัฒนาหลกั สูตรสร้างวทิ ยากรผนู้ าการเปล่ยี นแปลงส่สู ังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุน่ ท่ี 2 นาองค์ความรจู้ ากการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ี มีจานวน 16 คน ดังตารางท่ี 1

-2 ตารางท่ี 1 ข้อมูลการดาเนินการนาการพฒั นาไปขยายผลในพน้ื ที่ของผผู้ า่ นการพัฒนา ที่ ชื่อผดู้ าเนินการพฒั นา/หนว่ ยงาน กจิ กรรม/โครงการของวทิ ยากรผนู้ าการเป ส่สู ังคมท่ไี ม่ทนตอ่ การทจุ ริต 1 นางสาววนั กวี พวงเกาะ นักวชิ าการศกึ ษาชานาญการ การประชุมเชงิ ปฏิบัติการเพอื่ สรา้ งการรับรยู้ ทุ ธ สานกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 13 และยทุ ธศาสตรท์ ่ีเกี่ยวข้อง โครงการส่งเสรมิ การมีส่วนรว่ มในการประเมินค ความโปรง่ ใสของสานักงานศึกษาธิการภาค 13 งบประมาณ พ.ศ. 2562 2 นางรินทิพย์ วารี โครงการพัฒนาบุคลากรในสงั กดั สานกั งานศกึ ษ ศกึ ษานิเทศกช์ านาญการพิเศษ จงั หวัดนครพนม กจิ กรรมพัฒนาศกั ยภาพบคุ ล สานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวัดนครพนม ทางการสง่ เสรมิ การปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานคณุ ธร สู่สังคมไมท่ นต่อการทจุ รติ 3 นางดารุณี พทุ ไธวฒั น์ นักวชิ าการศกึ ษาชานาญการพเิ ศษ ถ่ายทอดความรู้ “Knowledge Managemen สานักงานศกึ ษาธกิ ารภาค 8 (ชลบุร)ี ความตระหนกั ร้แู ละการมสี ่วนร่วมในการปอ้ งก สาหรบั บคุ ลากรภาครัฐ

21- ปลยี่ นแปลง วนั เดอื น ปี สถานท่/ี กลมุ่ เป้าหมาย ธศาสตรช์ าติ ทด่ี าเนินงาน การดาเนนิ การพฒั นา (คน) 14 มนี าคม 2562 โรงแรมสมี าธานี คณุ ธรรมและ อาเภอเมือง ผู้บรหิ ารหนว่ ยงานทางการศกึ ษา 3 ประจาปี 11 – 12 มถิ นุ ายน นครราชสมี า ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา และบคุ ลากร 2562 จังหวัดนครราชสมี า ทางการศึกษา ในพืน้ ท่ีจังหวดั ษาธกิ าร นครราชสมี า จังหวัดชยั ภมู ิ ลากรตามแนว 16 - 17 มนี าคม 2562 โรงแรมปญั จดารา จงั หวัดบุรรี มั ย์ และจังหวัดสรุ ินทร์ รรม จรยิ ธรรม อาเภอเมือง จานวน 300 คน นครราชสมี า จังหวัด นครราชสมี า ผู้บรหิ ารหนว่ ยงานทางการศกึ ษา ผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา และบคุ ลากร ห้องประชุมลาน้าโขง ทางการศกึ ษา ในพืน้ ทจ่ี งั หวดั สานกั งานศกึ ษาธิการ นครราชสมี า จังหวดั ชัยภมู ิ จังหวดั นครพนม จังหวดั บรุ ีรมั ย์ และจังหวัดสรุ นิ ทร์ จานวน 70 คน บุคลากรในสังกัดสานักงาน ศึกษาธกิ ารจังหวัดนครพนม จานวน 40 คน nt” การสรา้ ง 28 มีนาคม 2562 ห้องประชุมกัญฐณัฏ บคุ ลากรของสานักงานศึกษาธกิ าร กนั การทจุ รติ พัฒนา สานกั งาน ภาค 8 ศึกษาธิการภาค 8 จานวน 20 คน

ท่ี ชื่อผ้ดู าเนินการพัฒนา/หน่วยงาน กจิ กรรม/โครงการของวทิ ยากรผนู้ าการเป สู่สงั คมทีไ่ มท่ นตอ่ การทจุ ริต 4 นางสาวพจนพร แกว้ เนตร การถ่ายทอดความรเู้ ก่ยี วกับการแยกแยะผลปร นักทรัพยากรบคุ คลชานาญการ ตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม มีความละอายไม สานกั งานศกึ ษาธิการภาค 14 ทุจริต 5 นางสาวปิยนาถ สบื เนยี ม โครงการยกระดับคุณธรรม ความโปร่งใสของส ผู้อานวยการกล่มุ บริหารงานบคุ คล ศึกษาธกิ ารจงั หวดั กาญจนบรุ ี ประจาปีงบประม สานักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวัดกาญจนบุรี 2562 6 นางมาลินี กลางประพนั ธ์ การประชุมเชิงปฏิบัติการสรา้ งจติ สานึกในการป ศกึ ษานเิ ทศก์ชานาญการพิเศษ ปราบปรามการทจุ รติ ให้กับเครอื ขา่ ยภาครฐั ต่อ สานกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั มกุ ดาหาร ทจุ ริตภายใตโ้ ครงการ “ขา้ ราชการไทยไร้ทจุ รติ ศกึ ษาธกิ ารจังหวัดมุกดาหาร 7 นางสาวบุษบา สุกแกว้ การประชุมเชงิ ปฏิบตั กิ ารส่งเสรมิ การมีส่วนร่วม ศึกษานิเทศก์ ประเมนิ คุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ของส สานักงานศึกษาธิการจังหวดั แพร่ ศกึ ษาธิการจังหวัดแพร่ ประจาปงี บประมาณ 2 8 นางนวพร วรรณมณี โครงการเสรมิ สร้างบุคลากรภายในสานกั งานศ นกั จัดการงานทั่วไปชานาญการ จังหวัด สานักงานศึกษาธกิ ารจังหวัดพะเยา 9 นางอัญชลี โพธ์พิ าด การประชมุ ชแ้ี จงการประเมนิ คณุ ธรรมและควา นักจัดการงานทัว่ ไปชานาญการ การดาเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity สานักงานศึกษาธิการภาค 15 Transparency Assessment: ITA) 10 นางสาวกาญจนี ฟคู าใบ กิจกรรมเครือข่ายบคุ ลากรที่ไม่ทนตอ่ ทจุ รติ นักทรัพยากรบคุ คลชานาญการ สานักงานศกึ ษาธกิ ารจังหวดั ลาปาง การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพน้ื ท่ขี องบคุ ลากรผ้ผู า่ นการ

-22- ปลี่ยนแปลง วัน เดือน ปี สถานท่/ี กลุ่มเป้าหมาย ท่ดี าเนินงาน การดาเนินการพฒั นา (คน) ระโยชนส์ ่วน ม่ทนตอ่ การ 18 เมษายน 2562 สานกั งานศึกษาธกิ าร ข้าราชการภายในสังกดั สานักงาน ภาค 14 ศกึ ษาธกิ ารภาค 14 สานกั งาน 14 พฤษภาคม 2562 หอ้ งประชุมใหญ่ บคุ ลากรของสานักงานศึกษาธกิ าร มาณ พ.ศ. สานักงาน กศน.จงั หวดั จงั หวดั กาญจนบรุ ี 16 - 17 พฤษภาคม กาญจนบรุ ี จานวน 44 คน ปอ้ งกนั และ 2562 อต้านการ หอ้ งไพลิน โรงแรม บุคลากรสานักงานศกึ ษาธกิ าร ต” สานักงาน พลอยพาเลซ อาเภอ จังหวัดมกุ ดาหาร จานวน 38 คน เมือง จังหวัดมุกดาหาร มในการ 2 มิถนุ ายน 2562 หอ้ งประชุม นคราพาวิ บคุ ลากรของสานักงานศึกษาธิการ สานกั งาน เลยี น โรงแรมแพรน่ ครา จังหวดั แพร่ จานวน 75 คน 2562 7 - 8 มิถุนายน 2562 อาเภอเมือง จังหวัดแพร่ ศึกษาธิการ บุคลากรในสานักงานศกึ ษาธิการ 31 กรกฎาคม 2562 โรงแรมนา้ โขงริเวอรไ์ ซต์ จงั หวดั พะเยา จานวน 50 คน ามโปรง่ ใสใน อาเภอเชียงของ y and เมษายน-กันยายน จังหวดั เชียงราย บคุ ลากรในสานักงานศึกษาธกิ าร 2562 ภาค 15 (เชียงใหม่) ห้องประชุม 3 จานวน 30 คน สานกั งานศึกษาธิการ บุคลากรผรู้ ับผดิ ชอบการจัดทา ภาค 15 ตวั ชวี้ ัดก้านการพัฒนาองคก์ ร ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2562 สานกั งานศึกษาธิการ จังหวดั ลาปาง รพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผูน้ าการเปล่ยี นแปลงส่สู ังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รนุ่ ที่ 2

-2 ท่ี ชือ่ ผูด้ าเนินการพัฒนา/หน่วยงาน กจิ กรรม/โครงการของวิทยากรผนู้ าการเปลย่ี ส่สู ังคมทไ่ี ม่ทนตอ่ การทุจริต 11 นายรฐั พงศ์ หาป่ทู น นติ ิกรชานาญการพเิ ศษ โครงการสง่ เสริมคณุ ธรรมและความโปรง่ ใส สานกั งานศกึ ษาธกิ ารภาค 12 12 นางกนกวรรณ มโนตั้งวรพนั ธ์ โครงการปรับกระบวนคดิ สร้างสงั คมสจุ รติ ศกึ ษานเิ ทศก์ชานาญการ สานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั พิษณโุ ลก 13 นางสาวสวุ รินทร์ เพ็ญธญั ญการ สร้างความรคู้ วามเจ้าในในการใหท้ ุกคนร่วมคิดวิเค นกั วชิ าการตรวจสอบภายในชานาญการ แยกแยะผลประโยชนส์ ว่ นตนและผลประโยชนส์ ว่ พเิ ศษ การประชุม สัมมนา จดั ทาแผนปอ้ งกันและปราบ ทจุ รติ นากิจกรรมสร้างความเข้าใจ สร้างเครอื ข สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวดั นา่ น ทจุ ริต 14 นางชนื่ ฤดี บุตะเขยี ว ทบทวนการปฏบิ ัตติ น และระมดั ระวงั ในการปฏิบ ศึกษานิเทศก์ชานาญพิเศษ ไม่ใหผ้ ดิ ระเบียบและเกดิ ผลประโยชน์ทับซ้อน ปฏ สานกั งานศึกษาธกิ ารจังหวดั แบบอยา่ ง และไมท่ นต่อการทจุ รติ สรา้ งความรู้คว นครราชสมี า ใหก้ ับทกุ คน และสรา้ งการรับรู้ และตระหนักถึงค และความเสยี หาย. และชน่ื ชมคนดี 15 นายปัญจพงษ์ สมสาร์ พยายามปรบั ปรุงตนให้ทาตนเพือ่ ส่วนรวม พยายา นกั ทรัพยากรบคุ คลชานาญการ กรอบและถอื ปฏบิ ตั ิงานเพอ่ื ประโยชนส์ ว่ นรวม พ สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวัดยโสธร ปลกู ฝัง ชักจงู ให้คนใกลต้ วั สนใจและตระหนกั ถงึ ผ ทจุ ริตทง้ั ทางตรงและทางอ้อม การติดตามและประเมนิ ผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพนื้ ที่ของบคุ ลากรผผู้ า่ นการ

23- ยนแปลง วัน เดอื น ปี สถานที่/ กลมุ่ เป้าหมาย ทดี่ าเนินงาน การดาเนนิ การพฒั นา (คน) โรงแรมเจรญิ ธานี 18 – 19 กรกฎาคม อาเภอเมอื ง จงั หวัด บคุ ลากรในสานกั งานศึกษาธิการ 2562 ขอนแกน่ ภาค 12 และข้าราชการในพ้ืนท่ี รับผดิ ชอบ 4 จังหวดั (ร้อยเอ็ด 31 กรกฎาคม 2562 อาคารหอประชมุ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสนิ ธุ)์ นเรศวร โรงเรยี น จานวน 50 คน คราะห์ - พิษณโุ ลกพทิ ยาคม วนรวม ใน - บคุ ลากรสานักงานศึกษาธิการ บปรามการ สานกั งานศกึ ษาธกิ าร จงั หวัดพษิ ณโุ ลก จานวน 50 คน ข่าย ต้าน จงั หวัดนา่ น - นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 550 คน - บตั ิหนา้ ท่ี - สานักงานศึกษาธกิ าร - ฏิบตั ิตนเป็น จงั หวดั นครราชสมี า วามเข้าใจ ความสาคญั ามวาง - สานกั งานศกึ ษาธกิ าร - พยายาม จังหวดั ยโสธร ผลเสยี การ รพฒั นา หลกั สูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ียนแปลงสู่สังคมที่ไมท่ นต่อการทจุ ริต รุน่ ที่ 2

-2 ท่ี ช่อื ผู้ดาเนนิ การพัฒนา/หน่วยงาน กิจกรรม/โครงการของวิทยากรผนู้ าการเปลีย่ ส่สู งั คมทีไ่ มท่ นต่อการทุจรติ 16 นางสาวลดั ดาวรรณ ศรหี าบตุ ร นกั จัดการงานทั่วไปปฏบิ ตั กิ าร เปล่ยี นแปลงตนเองในการนาหลกั คดิ การไม่ทนตอ่ สานกั งานศึกษาธกิ ารภาค 10 ปรับใช้ในชวี ิตประจาวนั ทุกเรื่อง ไม่เฉพาะการปฏ เริ่มท่ีตนเองและทาให้เป็นนสิ ัย เปน็ เย่ยี งอยา่ งให้เ รว่ มงานปฏิบตั ติ าม และทักทว้ งตอ่ การทุจริตของห เริ่มตน้ ทตี่ นเองทาให้เปน็ กิจวตั รประจาวนั ขยายผ หน่วยงาน และรว่ มเปน็ วิทยากรขยายผลไปยังพ้ืน ร จากตารางที่ 1 ผู้ผ่านการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเป มจี านวน 16 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 34.78 ซึ่งพื้นที่ที่นาไปขยายผลมีท้ังส้ิน 18 จังหวัด ไ จงั หวัดชลบรุ ี จังหวัดพิษณุโลก จงั หวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแกน่ จังหวัดมหาสารคาม จงั ห จังหวดั กาญจนบรุ ี และจังหวดั อบุ ลราชธานี จานวนกล่มุ เป้าหมายรวมทั้งสิน้ 1,317 คน และส่วนของผู้เข้ารับการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแ 30 คน ดังตารางที่ 2 การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพน้ื ทข่ี องบุคลากรผผู้ า่ นการ

24- ยนแปลง วนั เดือน ปี สถานที่/ กลมุ่ เป้าหมาย (คน) ที่ดาเนินงาน การดาเนินการพฒั นา - อการทจุ ริต - สานกั งานศกึ ษาธิการ 1,317 ฏบิ ตั ิงาน ภาค 10 เพอื่ น หนว่ ยงาน ผลไปยัง นท่ตี า่ ง ๆ รวมจานวนกลุ่มเป้าหมายขยายผลลงพ้นื ท่ี จานวนทัง้ สน้ิ ปล่ียนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2 ได้นาการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนที่ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดนครพนม หวัดกาฬสนิ ธุ์ จังหวัดลาปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดมุกดาหาร แปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการทุจริต รุ่นท่ี 2 ท่ีไม่ได้นาการพัฒนาไปขยายผลในพื้นที่ มีจานวน รพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงส่สู ังคมที่ไมท่ นต่อการทจุ ริต รุ่นที่ 2

-25- ตารางท่ี 2 รายชอ่ื ผู้เขา้ รับการพฒั นาหลักสตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปล่ยี นแปลงส่สู งั คมท่ีไม่ทนตอ่ การทุจริต ร่นุ ที่ 2 ทย่ี งั ไม่ได้นาการพฒั นาไปขยายผลในพ้ืนที่ ลาดับท่ี ชือ่ – สกลุ ตาแหนง่ หน่วยงาน 1 นางสพุ ตั รา ถนอมรัตน์ ผอ.กลมุ่ พัฒนาการศึกษา สนง.ศธจ.จนั ทบรุ ี 2 นางอง่นุ ละเตบ็ ซัน ศึกษานิเทศก์ สนง.ศธจ.ฉะเชิงเทรา 3 นายกิติคุณ ประสังสิต นิติกรชานาญการพเิ ศษ สนง.ศธจ.ปราจนี บรุ ี 4 นางสาวสุทธริ กั ษ์ พ้นภัยพาล ศึกษานเิ ทศก์ชานาญการพิเศษ สนง.ศธจ.ชลบุรี 5 นางจงรกั บุหงารัตน์ นกั วิชาการตรวจสอบภายใน สนง.ศธจ.ระยอง 6 นายวรัญญู บัวอินทร์ นักทรัพยากรบคุ คลชานาญการพิเศษ สนง.ศธจ.สระแก้ว 7 นายวีรตั น์ สานุมติ ร ศกึ ษานิเทศก์ สนง.ศธจ.เชยี งราย 8 นางสาวยศวดี เขตต์เมืองมลู ศึกษานิเทศก์ สนง.ศธจ.เชียงใหม่ 9 นางศริ ิณศิ า นันทวฒั นภิรมย์ นักจัดการงานทั่วไปชานาญการพิเศษ สนง.ศธจ.ลาพนู 10 นางประกาย ศรคี า ผอ.กลุม่ บริหารงานบคุ คล สนง.ศธจ.อุตรดติ ถ์ 11 นางสาวจรี ะวรรณ บุตรศาสตร์ นกั วิชาการตรวจสอบภายในชานาญการพิเศษ สนง.ศธจ.กาฬสินธุ์ 12 นายสทิ ธพิ งศ์ กาแก้ว นติ ิกรชานาญการ สนง.ศธจ.ชยั ภูมิ 13 นางนรมน ไกรสกลุ ศึกษานิเทศก์ สนง.ศธจ.บึงกาฬ 14 นายอดุลย์ สุชริ มั ย์ ศกึ ษานิเทศก์ สนง.ศธจ.บรุ รี ัมย์ 15 นายทวิ ากร ดวงเกตุ นิตกิ รชานาญการพิเศษ สนง.ศธจ.มหาสารคาม 16 นายประสิทธิ์ สาตรา นักทรัพยากรบุคคลชานาญการพเิ ศษ สนง.ศธจ.ร้อยเอ็ด 17 นายนพนเรนทร ชัชวาลย์ ศกึ ษานเิ ทศกช์ านาญการพเิ ศษ สนง.ศธจ.เลย 18 นางฉววี รรณ ก้อนแพง นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ สนง.ศธจ.สกลนคร 19 นายชดั เจน ณรตั น์คณาสริ ิ ศึกษานิเทศก์ สนง.ศธจ.สุรนิ ทร์ 20 นายธรี ภัทร์ ใยแสง ศึกษานิเทศก์ สนง.ศธจ.ศรีสะเกษ 21 นายไพรบูลย์ ปดั สาแกว้ ศกึ ษานิเทศก์ สนง.ศธจ.หนองคาย 22 นางสาวภัทราวดี ศรีสวุ รรณ ศกึ ษานเิ ทศก์ชานาญการพเิ ศษ สนง.ศธจ.อดุ รธานี 23 นางสาวผกาณติ พูลทวี ผู้อานวยการกลุม่ อานวยการ สนง.ศธจ.อานาจเจริญ 24 นางสาวตรงกมล บุตรโท นติ กิ รปฏบิ ตั กิ าร สนง.ศธจ.อุบลราชธานี 25 นางสาวนันทนทั พงษส์ มถ้อย นิติกรปฏบิ ตั กิ าร สนง.ศธจ.สระบุรี 26 นายวรพงษ์ ครุฑปราการ นิติกรชานาญการพเิ ศษ สนง ศธภ. 3 27 นายสิปปเดช ศรีลาวงษ์ นิตกิ รชานาญการ สนง ศธภ. 11 28 นางจณิ ท์จฑุ า ชูโตศรี นักวชิ าการศึกษา สนง ศธภ. 17 29 นายเกื้อกลู ดีประสงค์ นักวชิ าการศกึ ษาชานาญการพเิ ศษ สนง ศธภ. 18 30 นางสาวพัชรนันท์ เกียรตบิ ณั ฑติ รอง ศธภ.16 สนง.ศธภ. 16 จากตารางท่ี 2 ผู้เข้ารับการพัฒนาหลักสูตรสร้างวิทยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมท่ีไม่ทนต่อการ ทุจริต รุ่นที่ 2 ที่ไม่ได้นาการพัฒนาไปขยายผลในพ้ืนที่ มีจานวน 30 คน คิดเป็นร้อยละ 65.22 ซ่ึงจะเห็นได้ ว่า ผู้เขา้ รบั การพัฒนาไมน่ าการพัฒนาไปขยายผลมจี านวนมาก

ภาคผนวก การติดตามและประเมนิ ผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพ้นื ที่ของบคุ ลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวิทยากรผู้นาการเปลยี่ นแปลงส่สู งั คมที่ไม่ทนต่อการทจุ ริต รุ่นที่ 2

รายงานผลการนาการพัฒนาไปขยายผล 1. นางสาววันกวี พวงเกาะ นกั วชิ าการศกึ ษาชานาญการ สานักงานศกึ ษาธกิ ารภาค 13 การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพืน้ ทข่ี องบคุ ลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลักสตู รสรา้ งวิทยากรผนู้ าการเปล่ยี นแปลงส่สู ังคมที่ไมท่ นต่อการทจุ รติ รุ่นท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

2. นางรนิ ทพิ ย์ วารี ศกึ ษานิเทศก์ชานาญการพเิ ศษ สานกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวัดนครพนม การติดตามและประเมินผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพน้ื ที่ของบคุ ลากรผผู้ ่านการพัฒนา หลกั สูตรสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลย่ี นแปลงสู่สังคมที่ไม่ทนต่อการทุจรติ รุ่นท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

3. นางดารณุ ี พทุ ไธวฒั น์ นกั วชิ าการศึกษาชานาญการพิเศษ สานักงานศึกษาธิการภาค 8 (ชลบรุ ี) การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพืน้ ท่ขี องบุคลากรผูผ้ ่านการพัฒนา หลักสูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสสู่ งั คมที่ไม่ทนต่อการทุจริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

4. นางสาวพจนพร แกว้ เนตร นักทรัพยากรบคุ คลชานาญการ สานักงานศึกษาธกิ ารภาค 14 การติดตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพืน้ ท่ขี องบคุ ลากรผู้ผา่ นการพฒั นา หลกั สูตรสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมที่ไมท่ นต่อการทุจรติ ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

5. นางสาวปิยนาถ สืบเนียม ผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล สานักงานศึกษาธกิ ารจังหวดั กาญจนบรุ ี การตดิ ตามและประเมนิ ผลการนาการพัฒนาไปขยายผลในพ้นื ที่ของบคุ ลากรผู้ผ่านการพัฒนา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผนู้ าการเปลี่ยนแปลงส่สู ังคมที่ไม่ทนต่อการทจุ ริต รุ่นที่ 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2

การตดิ ตามและประเมินผลการนาการพฒั นาไปขยายผลในพื้นท่ขี องบุคลากรผ้ผู ่านการพฒั นา หลกั สตู รสรา้ งวทิ ยากรผู้นาการเปล่ยี นแปลงสู่สงั คมท่ีไมท่ นต่อการทจุ ริต ร่นุ ท่ี 2


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook