Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โครงการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

Published by wantana9192498, 2020-06-08 03:26:08

Description: โครงการเรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

Search

Read the Text Version

53 โครงการเรยี นรูวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของชีวติ อยางยง่ั ยนื วันที่ 7 ธนั วาคม 2561 ณ บา นเลขที่ 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อาํ เภอเมืองชลบรุ ี จังหวัดชลบุรี กศน.ตําบลนาปา ศูนยการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อําเภอเมืองชลบรุ ี

54 คํานาํ โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เปนส่ิงที่ตอยอดมาจากแนวคิด \"โครงการประชารัฐ\" ในการ แกปญหาและพัฒนาความเปนอยูของประชาชนอยางยั่งยืน ในทุก ๆ ดา น ทัง้ เศรษฐกจิ สังคม รวมถึง ความมั่นคง ซ่ึงคอนเซ็ปตของไทยนิยม ย่ังยืน จะเปนการจัดสรรงบประมาณลงไปในแตละพื้นท่ีอยาง เทาเทียม ตามความตองการของประชาชน เพื่อลดปญหาความเหล่ือมล้ําในประเทศ พรอมกับให ประชาชนตระหนักถึงบทบาทหนาท่ีในการมีสวนรวมพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ดวยเหตุน้ี จึงมีการต้ังกลุมคณะทํางานข้ึนมาใหมในช่ือ \"คณะกรรมการขับเคล่ือนการ พัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ย่ังยืน\" เพ่ือเขาไปทํางานรวมกับหนวยงานตาง ๆ ในประเทศ ดวยการลงไปรับฟงความคิดเห็นของประชาชนในแตละพ้ืนท่ีจริง ๆ วาตองการอะไร แลวนําขอมูลที่ ไดมาพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนใหพนจากความยากจน โจทยสําคัญเลยของ โครงการไทยนิยม ย่ังยืน ก็เพื่อพัฒนาใน 2 ดานหลักไปพรอม ๆ กัน คือ ดานเศรษฐกิจ ในการดูแล ปญหาปากทอง ความเปนอยูของประชาชนใหดีข้ึน และดานความมั่นคงของประเทศ ซึ่งส่ิงท่ี ประชาชนจะไดรับประโยชน จะอยูในแผนการดําเนินงาน 10 เรื่อง กศน.ตําบลสํานักบก จึงไดเลือก หัวขอใหสอดคลองกับงบดําเนินงาน กิจกรรมการเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ หัวขอท่ี 4 วิถไี ทยวิถพี อเพยี ง : สรา งความเขา ใจหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง เสริมสรา งวนิ ยั การออม ดังน้ัน กศน.ตําบลนาปา ไดเล็งเห็นความสําคัญ จึงไดจัดทําโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพยี งนําสูความสขุ ของชีวติ อยางย่งั ยนื ขนึ้ ทายนี้ กศน.ตําบลนาปา ตองขอบคุณ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี และผูที่เก่ียวของที่ให คําปรึกษาแนะนําการจัดทําโครงการฯ หากมีขอบกพรองประการใด ผูจัดตองขออภัยมาไว ณ ที่นี้ และจะปรบั ปรุงใหดยี ิ่งขน้ึ ในโอกาสตอ ไป กศน.ตาํ บลนาปา ธนั วาคม 2561

55 สารบญั หนา บทที่ 1 บทนาํ .............................................................................................................................1 หลกั การและเหตุผล.................................................................................................1 วตั ถุประสงค. ............................................................................................................1 เปา หมาย..................................................................................................................1 ผลลัพธ.....................................................................................................................2 ดชั นวี ดั ผลสําเรจ็ ของโครงการ..................................................................................2 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเ่ี กี่ยวของ.....................................................................3 ยุทธศาสตรและจดุ เนน การดาํ เนนิ งาน สาํ นกั งาน กศน. ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2562……………………………………………………………………………..........................3 แนวทาง/กลยทุ ธการดําเนินงานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ของ กศน.และ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี...................................................................10 พระราชดําริวา ดวยเศรษฐกิจพอเพยี ง..…................................................................19 3 วธิ ดี ําเนนิ งาน...............................................................................................................37 ประชมุ ปรกึ ษาหารือการจดั โครงการฯ กศน.อาํ เภอเมอื งชลบุร.ี ............................37 แตงตั้งคณะทาํ งาน.................................................................................................37 ประสานงาน/เครือขา ยทีเ่ กย่ี วขอ ง…………………....................................................37 ดําเนินการตามแผน...............................................................................................38 สรปุ ผลและรายงาน...............................................................................................38

56 สารบญั หนา บทที่ 4 ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อ มูล....................................................................39 ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตวั ผตู อบแบบถามของผเู ขารว มโครงการเรียนรูว ิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสูความสขุ ของชีวิตอยางยั่งยืน.................................................................39 ตอนท่ี 2 ขอมลู เกยี่ วกบั ความคิดเหน็ ของผเู ขารว มโครงการเรยี นรูวิถเี ศรษฐกิจ พอเพียงนําสูความสขุ ของชีวิตอยางย่ังยนื ……...........................................................41 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ.....................................................................43 สรุปผล....................................................................................................................43 อภิปรายผล.............................................................................................................44 ขอ เสนอแนะ...........................................................................................................44 บรรณานกุ รม ภาคผนวก

57 สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 1 แสดงคา รอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามเพศ.........................................39 2 แสดงคา รอยละของผตู อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาย.ุ ........................................39 3 แสดงคารอยละของผูตอบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาชพี ......................................40 4 แสดงคา รอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจําแนกระดับการศึกษา..............................40 5 ผลการประเมนิ โครงการเรยี นรูวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สคู วามสุขของชีวิตอยา งยั่งยืน….41 6 ผานการฝก อบรมไดนาํ ความรไู ปใชจ ริง………………………....…………………........................42

58 บทที่ 1 บทนาํ หลักการและเหตุผล เศรษฐกิจพอเพียง เปน ปรชั ญาที่ชี้ถงึ แนวทางปฏบิ ตั ิตน โดยคาํ นงึ ถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสรา งภมู คิ มุ กนั ท่ดี ี เพื่อพรอมรบั ตอความเสย่ี ง บนพื้นฐานของความรอบรู ความรอบคอบ ระมัดระวัง และคุณธรรม การใชค วามรูอ ยางถูกหลกั วชิ าการ ควบคูไปกับการกระทาํ ทไ่ี มเบียดเบยี นกัน การแบง ปน ชว ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั ความรว มมือปรองดองกนั ในสงั คม จะสราง สายใย เชือ่ มโยงคนในภาคสวนตางๆของสงั คมเขาดว ยกัน สรางสรรคพ ลงั ในทางบวก นาํ ไปสคู วาม สามคั คี การพฒั นาทส่ี มดลุ และยั่งยนื และการพรอมรับตอการเปลีย่ นแปลงตางๆ ภายใตกระแส โลกาภวิ ฒั น กศน. ตําบลนาปา จงึ ไดจดั ทําโครงการเรียนรวู ิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูค วามสขุ ของชวี ติ อยา งยั่งยนื ขึ้นเพื่อใหประชาชนไดต ระหนกั และเกิดการเรียนรู ในการพ่งึ พาตนเอง มีการดําเนนิ ชวี ติ ใหอยูอ ยางพอประมาณ เดนิ ทางสายกลาง มีความพอดี มีความพอเพยี งกบั ตนเอง ใชเวลาวา งใหเ กิด ประโยชน มคี ณุ คา สรา งความรักสามคั คี พัฒนาความผูกพันในครอบครัวมากย่งิ ข้นึ ให และสามารถ ทาํ บญั ชรี ายรบั รายจา ยไดอยางถูกตอง วัตถุประสงค 1. เพื่อใหป ระชาชน มีการใชชีวติ ประจําวันตามหลกั การของความพอเพียง ความพอดี การใชชวี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใชทรัพยากรทมี่ ีอยูใหเ กิดประโยชนค มุ คา 2. เพ่อื ใหประชาชน นําความรทู ไี่ ดรบั ไปปรบั ใชในชวี ิตประจาํ วนั สามารถลดรายจาย เพ่มิ รายได ภายในครัวเรือน และมีคุณภาพชวี ติ ทด่ี ี เปา หมาย เชงิ ปรมิ าณ ประชาชนตาํ บลนาปา จํานวน 10 คน เชิงคุณภาพ รอยละ 80 ประชาชนตาํ บลนาปา มกี ารใชช วี ิตประจําวนั ตามหลกั การของความ พอเพียง ความพอดี ใชช ีวติ อยา งรอบคอบ ไมประมาท ใชทรพั ยากรท่ีมีอยูอ ยา งคุมคา และสามารถลด รายจาย เพม่ิ รายไดภายในครัวเรือน และมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี

59 ผลลัพธ ประชาชนทีเ่ ขา รวมโครงการ รอ ยละ 80 มีการใชชวี ติ ประจําวนั ตามหลกั การของความ พอเพียงความพอดี ใชชวี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใชท รัพยากรที่มอี ยูอยา งคุมคา และสามารถลด รายจา ย เพิม่ รายไดภายในครัวเรอื น และมีคุณภาพชวี ิตท่ีดี ดชั นีตัวชีว้ ัดผลสาํ เร็จของโครงการ ตวั ชว้ี ดั ผลผลติ - ผเู ขารวมโครงการฯ ไมน อยกวารอยละ 80 ของกลุมเปา หมาย จาํ นวน 10 คน - ผูเขารว มโครงการฯมีความพึงพอใจในระดับดีขึน้ ไปไมน อยกวา รอยละ 80 มีมีการใช ชีวติ ประจาํ วนั ตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี ใชช วี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใช ทรัพยากรทีม่ ีอยูอยา งคมุ คา และสามารถลดรายจาย เพม่ิ รายไดภายในครวั เรอื น และมีคุณภาพชีวติ ทด่ี ี ตัวชีว้ ัดผลลัพธ ผูเ ขา รว มโครงการฯ ไมน อ ยกวารอ ยละ 50 สามารถนําไปประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ประจําวันได

60 บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาทเ่ี กีย่ วขอ ง ในการจดั ทาํ รายงานโครงการเรียนรูวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสคู วามสขุ ของชวี ติ อยาง ยง่ั ยืน คร้งั นี้ ผจู ดั ทาํ โครงการไดท าํ การคนควาเน้ือหาเอกสารการศกึ ษาทเ่ี กย่ี วของ ดงั นี้ 1.ยุทธศาสตรแ ละจดุ เนน การดาํ เนนิ งานสาํ นักงาน กศน. ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2562 2. แนวทาง/กลยทุ ธการดําเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ของ กศน.อาํ เภอเมืองชลบุรี 3. กรอบการจัดกิจกรรมการศึกษาเพือ่ เรยี นรหู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. ความรเู กี่ยวกับการใชช วี ติ ประจําวันตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี การ ใชช ีวิต อยางรอบคอบ ไมป ระมาท ใชท รพั ยากรท่ีมีอยูใหเกิดประโยชนค ุมคา 5. พระราชดํารวิ า ดวยเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน วิถีชีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม 1. ยทุ ธศาสตรแ ละจุดเนน การดาํ เนนิ งาน สํานักงาน กศน.ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2562 วิสยั ทศั น คนไทยไดรับโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ สามารถ ดํารงชีวิตที่เหมาะสมกับชวงวัยสอดคลองกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จําเปน ในโลกศตวรรษท่ี 21 บทบาทหนา ที่ กกกกกก สาํ นักงาน กศน. มีบทบาทหนาทต่ี ามบทบัญญัตแิ หงพระราชบัญญตั สิ งเสรมิ การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ. 2551 1. เปน หนวยงานกลางในการดําเนนิ การ สง เสรมิ สนับสนุน และประสานงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั และรบั ผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ* 2. จดั ทําขอเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร แผน และมาตรฐานการศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั ตอคณะกรรมการสงเสริมสนับสนุนและประสานความรวมมือการศกึ ษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 3. สงเสรมิ สนบั สนนุ และดําเนนิ การพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ การวจิ ยั การพฒั นา หลักสตู รและนวตั กรรมทางการศกึ ษา บุคลากร และระบบขอ มลู สารสนเทศที่เก่ียวของกบั การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 4. สง เสริม สนับสนนุ และดําเนนิ การเทียบโอนผลการเรียน การเทยี บโอนความรแู ละ ประสบการณและการเทียบระดับการศกึ ษา

61 5. สง เสริม สนบั สนุน และประสานงานใหบ ุคคล ครอบครัว ชมุ ชน องคกรชุมชน องคกร ปกครองสวนทอ งถ่ิน องคกรเอกชน องคก รวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และองคกรอ่นื รวมตัวกันเปนภาคีเครือขา ยเพื่อเสริมสรางความเขมแข็งในการดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอัธยาศัย 6. จดั ทาํ ขอ เสนอแนะเก่ยี วกบั การใชประโยชนเครอื ขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการ ส่อื สาร สถานีวิทยโุ ทรทัศนเพ่ือการศึกษา วทิ ยุชุมชน ศนู ยวิทยาศาสตรเ พอ่ื การศึกษา หองสมุด ประชาชน พิพิธภณั ฑศูนยการเรียนชมุ ชนและแหลงการเรยี นรูอ ืน่ เพื่อสงเสรมิ การเรียนรูและการ พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตอยางตอเนอ่ื งของประชาชน 7. ดาํ เนินการเกยี่ วกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดําเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั 8. ปฏิบัติงานอ่นื ใดตามพระราชบญั ญตั ินีห้ รอื กฎหมายอ่นื ที่บัญญัติใหเปน อํานาจหนา ที่ ของสํานักงานหรือตามท่รี ัฐมนตรมี อบหมาย เปาประสงค กกกกกก 1. ประชาชนผดู อ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทง้ั ประชาชนทวั่ ไปไดร ับ โอกาสทางการศึกษาในรปู แบบการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน การศึกษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคณุ ภาพ อยางเทา เทียมและทว่ั ถงึ เปนไปตามสภาพ ปญหา และความ ตอ งการของแตล ะกลุมเปาหมาย กกกกกก 2. ประชาชนไดร บั การยกระดับการศกึ ษา สรา งเสรมิ และปลูกฝง คณุ ธรรม จริยธรรม และความเปน พลเมืองอันนาํ ไปสูการยกระดับคณุ ภาพชวี ติ และเสรมิ สรา งความเขม แข็งใหชมุ ชนเพอ่ื พฒั นาไปสคู วามม่นั คงและย่งั ยนื ทางดานเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม ประวตั ิศาสตร และส่งิ แวดลอม กกกกกก 3. ประชาชนไดร บั โอกาสในการเรียนรแู ละมเี จตคตทิ างวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมสามารถคิด วเิ คราะห และประยุกตใชในชวี ติ ประจําวนั รวมทัง้ แกป ญหาและพัฒนาคณุ ภาพ ชวี ติ ไดอยางสรา งสรรค กกกกกก 4. ประชาชนไดรบั การสรา งและสงเสริมใหม นี ิสยั รักการอานเพ่ือการแสวงหาความรู ดว ยตนเอง กกกกกก 5. ชมุ ชนและภาคเี ครือขายทุกภาคสวน รวมจัด สง เสริม และสนับสนุนการดําเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั รวมทัง้ การขบั เคล่ือนกิจกรรมการเรียนรขู องชุมชน กกกกกก 6. หนว ยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยที างการศกึ ษา เทคโนโลยีดิจิทลั มาใช ในการยกระดับคุณภาพในการจดั การเรยี นรแู ละเพิ่มโอกาสการเรยี นรใู หก ับประชาชน กกกกกก 7. หนวยงานและสถานศึกษาพัฒนาสอ่ื และการจัดกระบวนการเรียนรเู พ่ือแกปญหา และพัฒนาคณุ ภาพชีวิต ท่ตี อบสนองกับการเปล่ียนแปลงบริบทดานเศรษฐกจิ สังคม การเมอื ง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร และส่งิ แวดลอ ม รวมท้งั ตามความตองการของประชาชน และชมุ ชนใน รปู แบบทหี่ ลากหลาย กกกกกก 8. บุคลากรของหนวยงานและสถานศกึ ษาไดรับการพฒั นาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการ ปฏบิ ัตงิ านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ

62 กกกกกก 9. หนวยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบรหิ ารจดั การตามหลกั ธรรมาภบิ าล นโยบายและจดุ เนนการดาํ เนนิ งาน สาํ นักงาน กศน 1.ยุทธศาสตรดา นความมั่นคง 1.1 สงเสริมการจัดการเรียนรูท่ีปลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย การมีจิตอาสา และ อุดมการณค วามยึดมนั่ ในสถาบนั หลกั ของชาติ 1) เสรมิ สรา งความรคู วามเขา ใจทถ่ี กู ตองในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษัตริยท รงเปน ประมุข มีความเปนพลเมอื งดี เคารพความคดิ ของผูอ่ืน ยอมรบั ความแตกตาง และหลากหลายทางความคดิ และอดุ มการณ รวมทั้งสงั คมพหุวฒั นธรรม 2) สงเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ปลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ และ อุดมการณความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมท้ังการมีจิตอาสา ผานกิจกรรมลูกเสือ กศน. และ กิจกรรมอ่ืนๆ ตลอดจนสนับสนุนใหมกี ารจัดกจิ กรรมเพ่ือปลูกฝงคณุ ธรรม จริยธรรมใหกบั บุคลากรใน องคกร 1.2 รวมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยบูรณาการ ขับเคล่ือนการทํางานตามแนวทางประชารัฐ ดําเนินโครงการ/กิจกรรมในพ้ืนที่ท้ังในระดับตําบล หมูบาน โดยใชทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ย่ังยืน ระดับตําบลเปนแกน หลัก และสนบั สนนุ กลไกการขบั เคล่อื นในพ้ืนท่ที กุ ระดบั ตั้งแตจ ังหวดั อําเภอ ตําบล และหมบู าน 1.3 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกจิ จังหวัดชายแดนภาคใต และพ้นื ที่ชายแดน 1) พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยใหมีความ สอดคลอ งกบั บรบิ ทของสังคม วฒั นธรรม และพน้ื ท่ี เพือ่ สนับสนนุ การแกไขปญ หาและพัฒนาพื้นท่ี 2) เรงจัดทําแผนและมาตรการดานความปลอดภัยท่ีชัดเจนสําหรับหนวยงานและ สถานศึกษารวมทั้งบุคลากรท่ปี ฏิบัตงิ านในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกิจจังหวดั ชายแดนภาคใต โดย บูรณาการแผนและปฏิบัตงิ านรวมกับหนวยงานความม่ันคงในพ้นื ท่ี 3) สงเสริมและสนับสนุนการจัดกระบวนการเรยี นรูในสถาบันศึกษาปอเนาะ ในรูปแบบ ตางๆท่ีหลากหลายตรงกับความตองการของผูเรียน อาทิ การเพิ่มพูนประสบการณ การเปดโลกทัศน การยดึ มน่ั ในหลกั คณุ ธรรมและสถาบันหลักของชาติ 4) สนับสนุนใหมีการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทใหมีสมรรถนะที่สูงข้ึน เพื่อให สามารถปฏบิ ตั งิ านไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ 1.4 สงเสรมิ การจดั กระบวนการเรียนรทู ่ีตอบสนองกบั การเปล่ยี นแปลงบรบิ ทดานสังคม การเมอื ง รวมทง้ั ความตองการของประชาชน และชุมชนในรปู แบบทหี่ ลากหลาย ใหประชาชนคดิ เปน วิเคราะหไดตัดสินใจภายใตขอมูลท่ีถูกตอง เชน ความรูเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ทรงเปน ประมุข/การเลอื กต้งั

63 2. ยุทธศาสตรดานการพัฒนากําลังคน การวจิ ัย และนวัตกรรมเพอ่ื สรา งขดี ความสามารถในการแขงขนั ของประเทศ 2.1 ขับเคลือ่ นการดําเนนิ งานภายใตแผนพฒั นาการศึกษาระดับภาค 1) สรางความรูความเขาใจใหกับบุคลากรของสํานักงาน กศน. เก่ียวกับการดําเนินงาน ภายใตแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาค เพอื่ รวมขบั เคล่อื นยุทธศาสตรก ารพัฒนาภาค 2) เรงจัดทํายุทธศาสตรและแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาค ของสํานักงาน กศน. ให สอดคลอ งกบั แผนพฒั นาการศึกษาระดับภาค 2.2 พัฒนากาํ ลงั คนใหมีทักษะความเขา ใจและใชเทคโนโลยดี จิ ิทลั (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให สามารถ ใชS ocial Media และ Application ตางๆ ในการพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนการสอน 2) สงเสรมิ การจัดการเรียนรูดานเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือใหประชาชนมีทักษะความเขาใจ และใชเทคโนโลยีดิจิทัล ทีส่ ามารถนําไปใชประโยชนในชีวิตประจําวนั รวมทง้ั สรางรายไดใหกบั ตนเอง ได 3) พัฒนาทักษะและสงเสริมใหประชาชนประกอบธุรกิจการคาออนไลน (พาณิชย อิเล็กทรอนิกส)มีการใชความคิดสรางสรรคเชิงนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ สรางทักษะอาชีพท่ี สูงขนึ้ ใหก บั ประชาชนเพ่ือรวมขับเคล่อื นเศรษฐกิจดจิ ิทัล 2.3 พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารใหกับประชาชนเพ่ือรองรับการพัฒนา ประเทศ 1) พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบตางๆ อยางเปน รูปธรรมโดยเนน ทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทงั้ ในภาคธรุ กจิ การบรกิ าร และการทองเที่ยว 2) พัฒนาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล การใช Social Media และ Application ตางๆ เพอ่ื พฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ของครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 3) พัฒนาส่ือการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อสงเสริมการใชภาษาเพ่ือการสื่อสาร และการพฒั นาอาชีพ 3. ยุทธศาสตรด า นการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพคนใหมีคุณภาพ กกกกกกกก3.1 เรง รัดดําเนนิ การจัดการศึกษาอาชพี เพ่อื ยกระดบั ทักษะอาชพี ของประชาชนสฝู ม ือ แรงงาน 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําท่ีสอดคลองกับศักยภาพของชุมชน และความ ตองการของตลาด ใหประชาชนสามารถนําไปประกอบอาชีพไดจริง โดยใหเนนหลักสูตรการศึกษา อาชีพชางพื้นฐาน โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนดา นอาชีพ เชน การเรียนผา น Youtube การเรียนผานFacebook Live ระบบการเรียนรูในระบบเปดสําหรับมหาชน (Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอรชวยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เปนตน รวมถึงสนับสนุนใหเกดิ ระบบการผลติ ท่ี ครบวงจร และเปด พื้นทส่ี วนราชการเปนท่ีแสดง สนิ คาของชุมชนเพือ่ เปนการสรางรายไดใ หก ับชมุ ชน

64 2) บูรณาการความรวมมือในการพัฒนาฝมือแรงงานกับสํานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษาผานศูนยประสานงานการผลิตและพัฒนากําลังคนอาชีวศึกษาภาคท่ัวประเทศ เพื่อมุง พัฒนาทักษะของประชาชนโดยใชประโยชนจากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะของพื้นท่ี และ ดําเนินการเชิงรุกเพื่อเสรมิ จุดเดนในระดับภาคในการเปนฐานการผลิตและการบริการที่สําคัญ รวมถึง มุงเนนสรางโอกาสในการสรางรายได เพ่ือตอบสนองตอความตองการของตลาดแรงงานทั้ง ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ 3) พัฒนากลุมอาชีพพ้ืนฐานที่รองรับพื้นท่ีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทส่ี ามารถพัฒนาศกั ยภาพไปสรู ะดับฝม ือแรงงาน โดยศกึ ษาตอในสถาบันการอาชวี ศึกษา 3.2 สงเสริมใหป ระชาชนใชเ ทคโนโลยใี นการสรางมลู คา เพิ่มใหกับสนิ คา การทาํ ชอ งทาง เผยแพรและจําหนายผลิตภณั ฑของวิสาหกิจชุมชนใหเปนระบบครบวงจร และสนับสนุนการจําหนาย สินคาและผลิตภัณฑผานศูนยจําหนายสินคาและผลิตภัณฑออนไลน กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพอ่ื จาํ หนายสินคาออนไลนระดับตาํ บล 3.3 สงเสริมการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนทุกวัย โดยการสรางความรูความเขาใจ การสนับสนุนกิจกรรมสุขภาวะ และสรางเครือขายภาคประชาชน ในการเฝาระวัง ปองกัน และ ควบคมุ โรค ใหกบั ประชาชนทกุ ชว งวัย โดยเฉพาะในพนื้ ทห่ี างไกล พน้ื ทช่ี ายแดน และชายแดนภาคใต โดยประสานงานรวมกับโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล และเจาหนาท่ี อสม. ในการใหความรู เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะอนามัยใหกับประชาชน รวมท้ังผลิตชุดความรูเก่ียวกับสุขภาวะ สุขอนามัย เพือ่ ใชประกอบการเรียนรใู นหลกั สตู รการศกึ ษาของ กศน. 3.4 เพมิ่ อัตราการอา นของประชาชน โดยการจดั กจิ กรรมสง เสริมการอา นในรูปแบบตา งๆ เชน อาสาสมัครสง เสรมิ การอาน หองสมุดประชาชน บานหนังสอื ชมุ ชน หองสมุดเคล่ือนที่ ผลักดันให เกิดหองสมุด สูการเปนหองสมุดเสมือนจริงตนแบบ เพ่ือพัฒนาใหประชาชนมีความสามารถในระดับ อานคลอง เขาใจ ความคิด วิเคราะหพื้นฐาน และสามารถรับรูขอมูลขาวสารท่ีถูกตองและทัน เหตุการณ รวมทั้งนําความรทู ไ่ี ดร ับไปใชปฏบิ ัติจรงิ ในชวี ติ ประจําวัน 3.5 เตรียมความพรอ มการเขา สสู ังคมผูส งู อายทุ ่เี หมาะสมและมคี ณุ ภาพ 1) สงเสรมิ การจัดกจิ กรรมใหก ับประชาชนเพือ่ สรางความตระหนักถงึ การเตรียมพรอ ม เขาสูสังคมผูสูงอายุ (Aging Society) มีความเขาใจในพัฒนาการของชวงวัย รวมท้ังเรียนรูและมีสวน รว มในการดูแลรบั ผิดชอบผูส งู อายใุ นครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรูส ําหรบั ประชาชนในการเตรียมความ พรอมเขาสวู ยั สงู อายุทีเ่ หมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตสําหรับผูสูงอายุภายใตแนวคิด “Active Aging” การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ใหสามารถดูแลตนเองท้ังสุขภาพ กายและสขุ ภาพจิต และ รจู ักใชป ระโยชนจากเทคโนโลยี 4) สรางความตระหนักถึงคุณคาและศักด์ิศรีของผูสูงอายุ เปดโอกาสใหมีการเผยแพร ภูมิปญญาของผูส ูงอายุ และใหมีสวนรวมในกจิ กรรมดา นตางๆ ในชุมชน เชน ดานอาชีพ กีฬา ศาสนา และวัฒนธรรม

65 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผูสูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกับ หนวยงานท่เี กีย่ วของ ในทุกระดับ 3.6 พัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยใชกระบวนการ “สะเตม็ ศกึ ษา” (STEM Education) 4. ยุทธศาสตรดา นการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา กกกก 4.1 สงเสริมการรูภาษาไทย เพิ่มอัตราการรูหนังสือ และยกระดับการรูหนังสือของ ประชาชน 1) สง เสริมการรูภาษาไทยใหกบั ประชาชนในรปู แบบตางๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ใหสามารถฟง พูด อาน และเขียนภาษาไทย เพ่ือ ประโยชนใ นการใชช วี ิตประจําวันได 2) เรงจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มอัตราการรูหนังสือ และคงสภาพการรูหนังสือ ให ประชาชนสามารถอานออก เขียนได และคิดเลขเปน โดยมีการวัดระดับการรูหนังสือ การใชสื่อ กระบวนการ และกิจกรรมพัฒนาทักษะในรูปแบบตางๆ ที่เหมาะสม และสอดคลองกับสภาพพื้นที่ และกลมุ เปา หมาย 3) ยกระดับการรูหนังสือของประชาชน โดยจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการรูหนังสือใน รูปแบบตางๆ รวมท้ังพัฒนาใหประชาชนมีทักษะที่จําเปนในศตวรรษที่ 21 เพื่อเปนเครื่องมือในการ เรยี นรูต ลอดชวี ติ ของประชาชน 4.2 เพิม่ โอกาสทางการศกึ ษาใหกับประชากรวัยเรยี นที่อยูนอกระบบการศึกษา 1) เรง ดําเนินการหาตัวตนของประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา ใหกลับเขา สูระบบการศึกษา โดยใชกลวิธี “เคาะประตูบาน รุกถึงท่ี ลุยถึงถ่ิน” โดยประสานกับสํานักงาน ศึกษาธกิ ารจงั หวัด เพื่อดาํ เนนิ การตรวจสอบขอ มูลทะเบียนราษฎรเทยี บกบั ขอ มูลการลงทะเบียนเรียน ของทุกหนวยงาน คนหาผูที่ไมไดอยูในระบบการศึกษาเปนรายบุคคล และรวบรวมจัดทําเปน ฐานขอ มูล และลงพน้ื ที่ติดตามหาตัวตนของกลุมเปาหมายหาสาเหตุของการไมเขาเรียน และสอบถาม ความตองการในการศึกษาตอ พรอมท้ังจําแนกขอมูลตามประเภทของสาเหตุ และประเภทความ ตองการในการศึกษาตอ และสงตอกลุมเปาหมายเพ่ือใหรับการศึกษาตอตามความตองการของ กลุมเปา หมายไดอยางมีประสิทธิภาพ 2) ติดตามผลของกลุม เปาหมายประชากรวัยเรียนท่ีอยูนอกระบบการศกึ ษาที่ไดรบั การ จัดหาที่เรียน และท้ังจัดทําฐานขอมูลผูสําเร็จการศึกษาของกลุมเปาหมาย รวมทั้งพัฒนาระบบเพ่ือ การตดิ ตามกลุมเปาหมายที่ไดรับการชวยเหลือใหกลับเขา สรู ะบบการศกึ ษาแบบครบวงจร โดยติดตาม ตัง้ แตก ารเขา ศกึ ษาตอ จนจบการศึกษา 4.3 สงเสริม และพัฒนาระบบการสะสมและเทียบโอนหนวยการเรียน (Credit Bank System) ของสถานศึกษา ใหมีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความตองการของ กลุมเปาหมาย เพ่ือประโยชนในการดําเนินการเทียบโอนความรูและประสบการณไดอยางมี ประสิทธิภาพ

66 4.4 สงเสริมและสนับสนุนใหเกิดตนแบบเมืองแหงการเรียนรูเพื่อสงเสริมการเรียนรูอยาง ตอเน่ืองใหกับประชาชนในชุมชน โดยกําหนดพื้นที่นํารองท่ีผานมาตรฐานเทียบวัด (Benchmark) ของสาํ นกั งาน กศน. 4.5 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ใหมีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบรบิ ทของพ้ืนท่ี และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผรู บั บรกิ าร 4.6 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล ใหมีความทันสมัย มีหลักสูตรและสาระการ เรียนรูท่ีหลากหลาย และสถานศึกษา กศน. สามารถนําไปใชในการจัดการเรียนรูใหกบั กลุมเปาหมาย ไดอยา งเหมาะสม 4.7 สรางกระบวนการเรียนรูในรูปแบบ E-learning ที่ใชระบบเทคโนโลยีเขามาบริหาร จัดการเรียนรู เพื่อเปนการสรางและขยายโอกาสในการเรียนรูใหกับกลุมเปาหมายไดสะดวก รวดเร็ว ตรงตามความตองการของประชาชนผูรับบริการ เชน ระบบการเรียนรูในระบบเปดสําหรับมหาชน (Massive Open Online Courses :MOOCs) ค อ ม พิ ว เต อ รช ว ย ส อ น (Computer Assisted Instruction : CAI) 4.8 ยกระดับการศึกษาใหกับกลุมเปาหมายทหารกองประจําการ รวมท้ังกลุมเปาหมาย พิเศษอื่นๆ เชน ผูตองขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ใหจบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ัน พน้ื ฐาน สามารถนาํ ความรูท ีไ่ ดรบั ไปพัฒนาตนเองไดอยางตอเน่ือง 5. ยทุ ธศาสตรดา นสงเสรมิ และจดั การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรางคณุ ภาพชวี ติ ท่เี ปน มติ รกับสิง่ แวดลอม กกกกกก 5.1. สง เสริมใหมีการใหค วามรกู ับประชาชนเกย่ี วกบั การปองกนั ผลกระทบและปรับตวั ตอการ เปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศและภยั พบิ ตั ธิ รรมชาติ กกกกกก 5.2. สรางความตระหนักถึงความสําคัญของการสรางสังคมสีเขียว การกําจัดขยะและ มลพษิ ในเขตชมุ ชน กกกกกก 5.3. สงเสริมใหหนวยงานและสถานศึกษาใชพลังงานทเ่ี ปน มติ รกบั ส่ิงแวดลอมรวมทั้งลด การใชท รัพยากรท่ีสงผลกระทบตอสง่ิ แวดลอม 6. ยุทธศาสตรดานการพฒั นาประสิทธภิ าพระบบบรหิ ารจดั การ กกกกกก 6.1 พัฒนาระบบฐานขอมูลสารสนเทศดานการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอยางเปน ระบบ และเช่อื มโยงกบั ระบบฐานขอ มูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ 6.2 สงเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอยางตอเน่ือง ใหมีความรูและทักษะตาม มาตรฐานตําแหนง ใหต รงกับสายงาน ความชํานาญ และความตองการของบุคลากร 6.3 สงเสริมความเขาใจเก่ียวกับหลักเกณฑและวิธีการใหขาราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ตาํ แหนง ครู มวี ทิ ยฐานะและเลือ่ นวิทยฐานะ (ว21/2560

67 2. แนวทาง/กลยุทธก ารดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ของ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี ศนู ยก ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อําเภอเมอื งชลบุรี ไดกําหนดทิศทางการ ดําเนินงาน ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจําป โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ ทิศทางการดําเนินงานของสถานศกึ ษา ✍ ปรชั ญา “คิดเปน ทาํ เปน เนน ICT” ✍ วิสยั ทัศน “จดั การศึกษาตลอดชวี ติ ผูกมิตรกบั เครือขาย กระจายความรูสชู มุ ชน ทุกทท่ี ุกเวลาดว ย ICT มอี าชีพและแขงขนั ในประชาคมอาเซยี นอยางยัง่ ยืน” ✍ อัตลักษณ “กาวไปในยุคดิจิทลั ” ✍ เอกลกั ษณ “องคกรออนไลน” ✍ พนั ธกจิ 1. จัดและสงเสริมใหผ ูเ รยี น มีความรูก ารศึกษาขน้ั พ้นื ฐานอยางมคี ณุ ภาพ 2. จดั การศกึ ษาอาชีพใหผูเรยี นมีอาชีพทําได ขายเปน และมที กั ษะชีวติ ทีเ่ หมาะสมทกุ ชวงวัย 3. จดั และสงเสรมิ ใหประชาชนนําเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอื่ พฒั นาตนเองและสรางชอ งทางการ จําหนายสินคา 4. จัดและสง เสรมิ การศึกษาตามอัธยาศัยท่มี ุงใหผ รู ับบริการมนี สิ ัยรักการอา น และพฒั นา แหลงเรยี นรูในชุมชน 5. จดั และสงเสรมิ สนับสนุน พฒั นาแหลง เรยี นรู ส่ือ และภูมิปญญาทองถิ่น 6. จัดและสง เสรมิ การศกึ ษาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาสังคมและ ชมุ ชนใหม ีความเขมแขง็ อยา งยั่งยืน 7. จัดและสงเสริมประชาชนใหเปน พลเมอื งดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย 8. สงเสรมิ สนับสนุน ภาคเี ครือขา ย ใหม สี ว นรวมในการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศยั เพ่อื ใหเ กดิ การเรียนรตู ลอดชีวิต 9. พฒั นารูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรูใหส อดคลอ งกับพนื้ ที่ระเบียงเศรษฐกจิ พิเศษภาค ตะวันออก (EEC) และความตองการของกลุมเปา หมาย 10. พฒั นาบคุ ลากรใหมสี มรรถนะในการปฏิบตั ิงานตามบทบาทหนา ท่ีอยางมีประสิทธิภาพ และตอ เน่ืองโดยเนน การนาํ เทคโนโลยดี จิ ิทลั มาใชในการบริหารจัดการ 11. สถานศึกษามีระบบการบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมมาภิบาล 12. ปฏิบัตงิ านอนื่ ๆ ที่ไดร ับมอบหมาย

68 ✍ เปา ประสงค และตัวชี้วัดความสําเรจ็ เปา ประสงค ตวั ชวี้ ดั ความสาํ เร็จ ประชาชนไดร บั โอกาสทางการศกึ ษาในรูปแบบ รอ ยละของประชากรกลุมตา งๆ (กลมุ ประชากรวัย ของการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม แรงงานปกติท่วั ไป กลมุ ประชากรวยั แรงงานท่เี ปน ผู อธั ยาศยั ท่มี ีคณุ ภาพอยางทั่วถึงและเปน ธรรม ยากไร ผูด อยโอกาส ผพู ิการ และกลุมผสู ูงอาย)ุ ท่ี ไดรับบรกิ ารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอยางท่ัวถึง ครอบคลมุ และเปนธรรม ผูเ รียนท่เี ขารบั การฝกอาชีพมีสมรรถนะในการ รอ ยละของผูเรียนทเี่ ขารับการศึกษาอาชพี เพื่อการมี ประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพที่สรา ง งานทาํ ท่มี ีสมรรถนะในการประกอบอาชีพทีเ่ พิม่ ขึน้ รายไดใ หกบั ตนเองและครอบครัวได องคกรภาคสวนตา งๆรวมเปนภาคีเครอื ขายใน จาํ นวนของภาคีเครอื ขา ยในการดาํ เนินงานการศกึ ษา การดาํ เนนิ งานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยเพิ่มมากข้นึ การศกึ ษาตามอัธยาศัยอยางกวา งขวาง สถานศกึ ษานาํ เทคโนโลยีดิจทิ ัลมาใชใ นการ รอ ยละของของผเู รียนท่มี คี วามพึงพอใจตอ การใช เพ่มิ ประสิทธภิ าพการจดั การศกึ ษานอกระบบ เทคโนโลยดี จิ ิทลั ของสถานศกึ ษา และการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอยา งทัว่ ถงึ บคุ ลากรของสถานศึกษาไดรับการพฒั นาเพ่ือ รอยละของบุคลากรของสถานศึกษาท่ีไดรับการพัฒนา เพิม่ สมรรถนะในการปฏบิ ตั ิงานการศกึ ษานอก เพอื่ เพม่ิ สมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อยา งทว่ั ถึง ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยเนนการนํา เทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใชใ นการบริหารจดั การ สถานศึกษามีการพฒั นาระบบการบริหาร รอยละของสถานศกึ ษามีการพฒั นาระบบการบริหาร จัดการเพื่อเพมิ่ ประสทิ ธิภาพโดยเนนการนาํ จดั การเพ่ือเพ่ิมประสิทธภิ าพโดยเนน การนาํ เทคโนโลยี เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ในการดาํ เนินงานการศึกษา ดิจิทัลในการดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย การศกึ ษาตามอธั ยาศยั บุคลากรของหนว ยงานปฏบิ ัติงานตามท่ีไดรบั รอ ยละของบุคลากรของสถานศึกษาปฏิบัติงานไดเ ตม็ มอบหมายอยา งมปี ระสิทธิภาพ ประสิทธภิ าพ ✍ กลยทุ ธ กลยุทธท ่ี 1 สงเสริม และพฒั นาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให เปนไปตามนโยบายและมาตรฐานการศกึ ษาอยางตอเนอ่ื ง กลยุทธท ี่ 2 สง เสริมใหผ ูรบั บริการไดรบั การพฒั นาคุณภาพชวี ิตโดยใชก ระบวนการคดิ เปน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธท ่ี 3 สง เสรมิ สนบั สนุนใหภ าคเี ครอื ขายมีสว นรว มในการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย เพอื่ ใหเ กดิ การเรยี นรูตลอดชวี ติ

69 กลยุทธที่ 4 พฒั นาหลกั สูตรและรปู แบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู ใหสอดคลอ งกับพื้นที่เขต พฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) และความตองการของกลุมเปา หมาย โดยการมสี ว นรวมของภมู ิ ปญ ญาทองถน่ิ และแหลง เรยี นรูท้งั ภาครัฐและเอกชน กลยทุ ธที่ 5 สง เสรมิ ใหมีการประชาสมั พนั ธ ในรูปแบบทหี่ ลากหลาย กลยุทธท่ี 6 พฒั นาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใชก ระบวนการมสี ว นรวมจาก ทุกภาคสวน กลยุทธท ี่ 7 พฒั นาระบบคุณภาพการศึกษาโดยใชวงจรการพัฒนาคุณภาพ (PDCA) เปน หลักในการจดั การศึกษา กลยุทธท ่ี 8 พัฒนาบุคลากรของสถานศกึ ษาใหม ีความสามารถใชเทคโนโลยีดิจิทลั เพื่อการจดั กระบวนการเรยี นรู การบรหิ ารจัดการ และสง เสรมิ การทํางานเปน ทมี ✍เขม็ มงุ สูความสําเรจ็ 1. มี กศน.ตําบลเปน หลกั แหลง 2. มีคอมฯ/อุปกรณครบทุก กศน.ตําบล 3. ใหทุกคนมีความรู ICT 4. มรี ะบบจดั เก็บ/รายงานผานออนไลน 5. ภายใน1-2 ปตองเปน 1 ใน กศน.จงั หวัด 6. ภายใน 3 ปตองเปน 1-5 ของสาํ นกั งาน กศน. ✍การบริหารนํา ICT สกู ารปฏบิ ัติ 1.การจดั หาคอมฯ/อุปกรณ 2.ขน้ั การพัฒนา 3.การประเมินผล/รายงาน 1. การจัดหาคอมฯ/อุปกรณ 1.1 การเปด ตัว กศน.ตาํ บล โดย 1) เชิญสมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร (ส.ส.),สมาชิกวฒุ สิ ภา (ส.ว.) เปนตน 2) นาํ นักศึกษา กศน. หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ปจจุบันมีทัง้ ส้ิน 4,621 คน 3) เชิญภาคีเครือขา ย อาทเิ ชน โรงเรียน, อบต., เทศบาล, อบจ. , อําเภอ เปน ตน 4) เสนอโครงการพัฒนา กศน.ตําบล ใหเ ปน แหลง เรยี นรูดานดิจิทัล 1.2 เชญิ ส.ส./ส.ว. เขารวมทุกกจิ กรรม 1) โครงการเขา คา ยตาง ๆของนักศึกษา กศน. 2) โครงการวันวชิ าการ ของนักศกึ ษา กศน. 3) โครงการ อนื่ ๆ 2. ขัน้ การพัฒนา 2.1 พฒั นาระบบ จะพฒั นาระบบการจัดเก็บ/รายงานตา งๆผานออนไลน

70 2.2 พัฒนาคน 1) ครู กศน./จนท.ทุกคน 2) นกั ศกึ ษา กศน.หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551ทั้ง 2 กลุมเปา หมาย ตองมีความรู ดา น ICT และสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชได สาํ หรบั ในสวนของนกั ศึกษา กศน. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กศน.อําเภอเมืองชลบุรี จะตองประกาศเปน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค พรอมทัง้ ใช งบอดุ หนุน (กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผูเรยี น) ในการขับเคลือ่ น โดยจัดโครงการพฒั นาคุณภาพผเู รยี น ดา น ICT พรอ มท้งั จดั ทําสรปุ เปนรูปเลม ( 5 บท) 3.การประเมนิ ผล/รายงาน 3.1 รายงานผา นออนไลน โดยผา นทางเครือขายอนิ เทอรเน็ต http://118.172.227.194:7003/choncity/ และจดั ทํา Application รายงานผานทางสมารทโฟน 3.2 รายงานสรุปผลเปน รูปเลม (5 บท) จดั ทําสรปุ ผลโครงการ/กจิ กรรม เปนรูปเลม (5บท) เพื่อรองรบั การประเมนิ คุณภาพ โดยตน สังกดั และภายนอก

71 ✍ แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา (เฉพาะป 2562) เปา ประสงค กลยทุ ธ โครงการ/กจิ กรรม เปา หมาย ตวั ชวี้ ดั เกณฑความสําเร็จ 8,000 คน ความสําเรจ็ (รอ ยละ) 1. กลมุ เปาหมาย กลยุทธที่ 1 1. โครงการ 1. กลมุ เปา หมาย ไดร ับโอกาสทาง สง เสรมิ และ ยกระดบั จัด 8,000 คน ไดร บั โอกาสทาง 1. รอยละของ การศกึ ษาขนั้ พฒั นา การศึกษานอก การศึกษาแตละ กลุมเปาหมาย พน้ื ฐาน การศกึ ษา คณุ ภาพ ระบบระดบั 27 คน ประเภทของ กศน. ไดร ับโอกาสทาง ตอเน่อื งและ การศึกษา การศึกษาขน้ั 1,020 คน 2. ผูจ บหลักสตู ร การศึกษาแตละ การศกึ ษาตาม นอกระบบ พื้นฐานใหมี การศึกษาข้ัน ประเภทของ กศน. อธั ยาศัยทม่ี ี และ คณุ ภาพ พื้นฐานแตละระดับ 2. รอ ยละของผจู บ คุณภาพใหเ ปนไป การศกึ ษา 2. โครงการพัฒนา มีผลสัมฤทธ์ิ หลกั สตู รการศึกษา ตามความตอ งการ ตามอัธยาศัย คุณภาพผูเรยี น ทางการเรียนเฉล่ยี ขนั้ พืน้ ฐานแตละ และสอดคลอ งกบั ใหเ ปนไปตาม กศน.ตามหลกั สูตร > 2.00 ระดบั มีผลสมั ฤทธิ์ สภาพปญหาของ นโยบายและ การศึกษานอก 3. กลุมเปาหมาย ทางการเรยี นเฉลย่ี กลมุ เปา หมาย 5. มาตรฐาน ระบบระดบั รวมกจิ กรรม > 2.00 กลุมเปาหมาย การศึกษา การศึกษาข้นั พัฒนาคณุ ภาพ 3. รอ ยละของ ไดร ับการสง เสริม อยา งตอเนื่อง พ้ืนฐาน ผเู รยี น กลมุ เปา หมายรวม และสนบั สนนุ การ พุทธศกั ราช 2551 4. กลุมเปาหมาย กจิ กรรมพฒั นา พัฒนาคุณภาพชวี ติ 3. โครงการสงเสรมิ เขารวมกจิ กรรม คณุ ภาพผูเรยี น ตามหลกั ปรชั ญา การรูห นังสือ สงเสริมการรู 4.รอยละของ ของเศรษฐกิจ สําหรบั ประชาชน หนงั สอื กลุมเปา หมายเขา พอเพยี งเพื่อพัฒนา อําเภอเมืองชลบุรี 5. กลุมเปา หมาย รว มกิจกรรม สงั คมและชุมชนให 4. โครงการจดั ทุกประเภท สงเสริมการรู มีความเขม แขง็ การศกึ ษาเพ่ือ สามารถนาํ ความรู หนังสอื อยางย่งั ยนื พฒั นาอาชีพ (ศูนย ไปใชใ นการพฒั นา 5. รอ ยละของ ฝก อาชพี ชมุ ชน) อาชีพหรือคณุ ภาพ กลุมเปาหมายทุก ชีวิตได ประเภทสามารถ 6. กลมุ เปา หมายมี นาํ ความรไู ปใชใ น คุณลกั ษณะท่ีพงึ การพัฒนาอาชีพ ประสงคต าม หรือคุณภาพชวี ิต จดุ มุงหมายของ ได หลกั สูตร 6. รอ ยละของ 7. กลมุ เปาหมายมี กลมุ เปา หมายมี คุณลกั ษณะทพี่ ึง

72 เปาประสงค กลยุทธ โครงการ/กิจกรรม เปาหมาย ตัวชีว้ ดั เกณฑค วามสาํ เร็จ 3.กลุม เปา หมาย กลยทุ ธที่ 3 1. โครงการเรยี นรู ความสาํ เร็จ (รอยละ) ไดรบั การสรางและ สง เสรมิ ปรัชญาของ 285 คน สว นรวมในการจดั สง เสรมิ ใหเปนผูรัก สนบั สนนุ ให เศรษฐกจิ พอเพยี ง การศึกษานอก ประสงคตาม การอานและใฝรใู ฝ ภาคี และเกษตรทฤษฎี ระบบและการจดั จุดมุง หมายของ เรยี นอยา งตอ เนอื่ ง เครอื ขายมี ใหม การศึกษาตาม หลกั สตู ร ตลอดชวี ติ สวนรวมใน 2.โครงการ อัธยาศยั 7. รอ ยละของ การจดั เสรมิ สรางคุณภาพ 2. มบี านหนังสือ กลุม เปาหมายมี การศกึ ษา ชีวิตท่เี ปน มติ รกบั ชมุ ชนทเ่ี ปนไปตาม ความพงึ พอใจตอ นอกระบบ สิง่ แวดลอม เกณฑครบทกุ การรว มกิจกรรม และ 3.โครงการเกษตร ตําบลอยา งนอ ย การเรยี นรูทุก การศกึ ษา ยคุ ใหมต ามวถิ ี ตาํ บลละ 1 แหง ประเภท ตามอธั ยาศัย ความพอเพยี ง 3. มมี มุ หนงั สือเพ่อื 1. รอ ยละ 80 เพอื่ ใหเกดิ ชุมชนอยา งนอย ของกลุมเปาหมาย การเรยี นรู 4.โครงการอบรม ตําบลละ 1 ไดรบั การสง เสริม ตลอดชวี ติ เชิงปฏิบตั กิ าร ความพึงพอใจตอ การเรียนรูทางดาน ดานเศรษฐกิจ การรว มกจิ กรรม หลักปรชั ญาของ พอเพยี ง การเรียนรูท กุ เศรษฐกิจพอเพียง 5.โครงการปรัชญา ประเภท 2. รอ ยละ 80 ของเศรษฐกจิ 11,500 คน 1. กลมุ เปา หมาย ของกลมุ เปาหมาย พอเพยี ง ไดรบั การสง เสริม นาํ ความรไู ปใชใน นําวิถพี อเพยี งสู การเรยี นรทู างดา น การพัฒนาอาชพี ชมุ ชน หลกั ปรัชญาของ และพฒั นา 6.โครงการอบรม เศรษฐกจิ พอเพยี ง คุณภาพชวี ิตได และเรยี นรูต ามรอย 2. กลุมเปา หมาย 3. รอยละ 90 ของ พระยคุ ลบาทดว ย นาํ ความรไู ปใชใ น กลมุ เปาหมายมี หลักปรัชญาของ การพฒั นาอาชีพ เศรษฐกจิ พอเพียง และพฒั นา คุณภาพชวี ิตได 3. กลุมเปาหมายมี ความพึงพอใจใน ระดับดขี ้นึ ไป

73 เปา ประสงค กลยุทธ โครงการ/กจิ กรรม เปาหมาย ตวั ชี้วัด เกณฑค วามสําเรจ็ ความสําเร็จ (รอ ยละ) 7.โครงการเรียนรู 800 คน เศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. กลุมเปาหมาย ความพึงพอใจใน และการพฒั นาท่ี ภาคีเครอื ขา ยมี ระดับดขี ้ึนไป ย่ังยนื \"วถิ ีไทย วิถี แหง 4 กลยุทธที่ 4 พอเพยี ง\" กลุม เปาหมายมี 1. รอ ยละ 80 ของ 9.สถานศึกษา พฒั นา 1. โครงการสง เสริม 17 ตาํ บล ความพงึ พอใจใน เปาหมายภาคี พัฒนาสอ่ื แหลง หลักสตู รและ การอานเพอ่ื พฒั นา ระดับดีขนึ้ ไป เครือขา ยมสี ว น เรยี นรแู ละภมู ิ รปู แบบการ บานหนงั สือชุมชน 1.กลุมเปาหมาย รวมในการจดั ปญญาทองถนิ่ ดว ย จดั กจิ กรรม 2. โครงการ ไดร บั การพฒั นา การศกึ ษานอก การจัด การเรยี นรู หอ งสมดุ เคล่ือนท่ี ชวี ิตใหสอดคลอ ง ระบบและการจดั กระบวนการเรียนรู ใหส อดคลอง สําหรบั ชาวตลาด กบั พน้ื ท่เี ขตพฒั นา การศึกษาตาม ที่ตอบสนองกับการ กบั พน้ื ที่เขต 3.โครงการเมอื งนกั พเิ ศษภาค อัธยาศยั เปล่ียนแปลงบริบท พัฒนาพเิ ศษ อา น ตะวันออก (EEC) 2. มบี านหนังสือ ดา นเศรษฐกจิ ภาค 4.โครงการอา น 4. กลุมเปา หมายมี ชุมชนที่เปนไปตาม สังคม การเมอื ง ใน ตะวันออก สรางงานผา น ความพึงพอใจใน เกณฑค รบทุก รปู แบบท่ี (EEC) และ QRCode ระดับดีข้ึนไป ตําบลอยา งนอย หลากหลาย ความ 1. กศน.อําเภอ ตําบลละ 1 แหง ตอ งการของ และกศน.ตําบลมี 3. มมี มุ หนงั สอื กลมุ เปาหมา การอพั เดทขอมูล เพอ่ื ชมุ ชนอยา ง ย โดยการมี การประชาสมั พนั ธ นอยตาํ บลละ 1 สวนรว มของ กิจกรรมทางเวบ็ แหง ไซดเปนประจําทกุ 4. รอยละ 80 ของ เดอื น กลุมเปาหมายมี ความพงึ พอใจใน ระดับดีขึ้นไป 1. รอ ยละ 75 ของกลุม เปาหมาย ไดร บั การพฒั นา ชีวติ ใหส อดคลอ ง

74 เปาประสงค กลยทุ ธ โครงการ/กจิ กรรม เปาหมาย ตวั ชวี้ ัด เกณฑความสาํ เรจ็ 7.ชุมชนและ ภมู ปิ ญ ญา 1. โครงการ ความสาํ เร็จ (รอ ยละ) ภาคเี ครือขาย ทองถ่ินและ English นา รู คู 1. สถานศกึ ษามี รว มจดั สง เสรมิ แหลง เรยี นรทู ้งั Service โรงแรม คมู ือระบบการ กบั พื้นทเ่ี ขตพฒั นา และสนบั สนนุ ภาครฐั และ 2.โครงการ Smart นิเทศภายใน พิเศษภาค การดําเนนิ งาน เอกชน ONIE เพ่ือสราง 2. ผนู ิเทศมีการ ตะวนั ออก (EEC) การศึกษานอก กลยุทธท ี่ 5 Smart farmers นิเทศการจัด 2. รอยละ 80 ของ ระบบและ สง เสรมิ ใหม ีการ 3.โครงการ Digtal กิจกรรมและ กลุมเปา หมายมี การศึกษาตาม ประชาสัมพนั ธ teracy (เพื่อสราง รายงานผลเปน ความพึงพอใจใน อธั ยาศยั ในรปู แบบท่ี สงั คมออนไลน) ประจําทุกเดือน ระดบั ดีข้นึ ไป หลากหลาย 4.โครงการการคา 1. รอ ยละ 100 ออนไลน สสู งั คม ของ กศน.อาํ เภอ กลยุทธท ่ี 6 Digital และ กศน.ตําบลมี พัฒนาระบบ 5.โครงการเพ่ิม การอัพเดทขอ มลู การนเิ ทศ ประสิทธิภาพการ การประชาสมั พนั ธ ภายใน บริหารจัดการขยะ กจิ กรรมทางเว็บ สถานศกึ ษา มูลฝอย ไซด โดยใช 1. โครงการพฒั นา 17 ตาํ บล เปนประจาํ ทกุ กระบวนการมี ระบบ เดอื น สว นรวมจากทกุ ประชาสมั พนั ธข อง 1. รอยละ 100 ภาคสว น สถานศึกษา ของสถานศึกษามี คมู อื ระบบการ 1. โครงการพฒั นา นเิ ทศภายใน บุคลากรการนิเทศ 2. รอ ยละ 80 ของ ภายในสถานศึกษา ผูน เิ ทศมกี ารนเิ ทศ กศน.อําเภอเมือง การจัดกจิ กรรม ชลบุรี และรายงานผล เปน ประจาํ ทุก เดอื น

75 เปาประสงค กลยุทธ โครงการ/กิจกรรม เปาหมาย ตัวช้วี ัด เกณฑความสําเรจ็ ความสาํ เร็จ (รอยละ) 10.สถานศึกษา กลยุทธท ่ี 7 1. โครงการบรหิ าร 39 คน 1. สถานศึกษามี มีระบบการ พัฒนาระบบ ความเสี่ยงของ คูมอื การบริหาร 1. สถานศึกษามี บริหารจัดการ คณุ ภาพ สถานศกึ ษา กศน. ความเสยี่ ง คูม ือการบรหิ าร ตามหลัก การศึกษาโดยใช อําเภอเมืองชลบรุ ี 2. รายงานสถานะ ความเสยี่ ง ธรรมาภบิ าล วงจรการพัฒนา 2. โครงการพฒั นา ทางการเงินเปน 2. รายงานสถานะ คุณภาพ ระบบประกัน ประจาํ ทกุ เดือน ทางการเงินเปน (PDCA) เปน คุณภาพการศกึ ษา 1.บุคลากรของ ประจําทุกเดอื น หลักในการจดั กศน.อาํ เภอเมือง สถานศกึ ษาทุกคน 1. รอ ยละ 80 ของ การศกึ ษา ชลบรุ ี ไดรับการพฒั นา บุคลากรของ 8. บุคลากรของ กลยทุ ธท่ี 8 1.โครงการพฒั นา 39 คน เพอ่ื เพมิ่ สมรรถนะ สถานศึกษาทกุ คน สถานศึกษา พฒั นาบุคลากร บคุ ลากรดาน ในการปฏิบัตงิ าน ไดร บั การพัฒนา ไดร ับการพัฒนา ของสถานศึกษา วิชาการ:Google ตามบทบาทหนา ท่ี เพือ่ เพมิ่ สมรรถนะ เพอ่ื เพิ่ม ใหมี Form อยางมี ในการปฏบิ ัติงาน สมรรถนะในการ ความสามารถใช 2.โครงการพัฒนา ประสทิ ธภิ าพและ ตามบทบาทหนาที่ ปฏบิ ัตงิ านตาม เทคโนโลยี บคุ ลากรดาน ตอเนือ่ ง อยางมี บทบาทหนา ท่ี ดจิ ทิ ัลเพ่ือการ วชิ าการ:การจดั ทาํ 2.บุคลากรของ ประสทิ ธิภาพและ อยา งมี จดั กระบวนการ สอื่ การเรยี นการ สถานศึกษา ตอ เนอ่ื ง ประสิทธิภาพ เรียนรู การ สอน Clip Video สามารถนาํ ความรู 2. รอ ยละ 80 และตอเนอื่ ง บริหารจัดการ 3.โครงการบริหาร ไปใชใ นการ ของบคุ ลากรของ และสงเสรมิ การ จัดการขอ มลู พฒั นาการ สถานศกึ ษา ทาํ งานเปน ทีม ขา วสาร กศน.ฝา ปฏิบัติงานตาม สามารถนาํ ความรู กระแส Social บทบาทหนา ท่ี ไปใชในการ Network อยา งมี พัฒนาการ 4.โครงการประชมุ ประสิทธิภาพ ปฏบิ ัติงานตาม บคุ ลากรเพ่อื เพมิ่ 3. บคุ ลากรของ บทบาทหนา ท่ี ประสิทธิภาพใน สถานศกึ ษามคี วาม อยา งมี การปฏบิ ัตงิ าน พงึ พอใจในระดับดี ประสิทธิภาพ 5.โครงการประชุม ขึน้ ไป 3. รอ ยละ 90 ของ เชิงปฏบิ ัติการการ บุคลากรของ จดั กระบวนการ สถานศึกษามีความ เรียนการสอนและ พงึ พอใจในระดบั ดี การจดั ทําสรปุ ผล ขนึ้ ไป โครงการ(5บท)

76 3. กรอบ/แนวทางการจดั กิจกรรมการศึกษาเพื่อเรียนรูหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การจดั กิจกรรมการเรยี นรูต ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผา นกระบวนการ เรยี นรูต ลอดชีวิต ในรูปแบบตางๆ ใหก บั ประชาชน เพื่อเสริมสรา งภมู คิ มุ กัน สามารถยนื หยดั อยูไ ด อยางมั่นคง และมกี ารบรหิ าร จดั การความเส่ียงอยา งเหมาะสม ตามทิศทางการพฒั นาประเทศสูความ สมดลุ และยั่งยืน การอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม เอกสารท่ีเก่ียวของ พระราชดํารวิ าดว ยเศรษฐกิจพอเพยี ง “...การพัฒนาประเทศจาํ เปน ตองทาํ ตามลาํ ดบั ข้ัน ตองสรางพ้ืนฐานคือ ความพอมี พอกนิ พอใชข องประชาชนสวนใหญเบื้องตนกอ น โดยใชว ิธีการและอุปกรณท่ีประหยดั แตถ ูกตองตาม หลกั วชิ าการ เมอ่ื ไดพนื้ ฐานความมน่ั คงพรอมพอสมควร และปฏบิ ตั ิไดแ ลว จึงคอยสรา งคอยเสรมิ ความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นทีส่ ูงข้ึนโดยลําดบั ตอไป...” (18 กรกฎาคม 2517) “เศรษฐกจิ พอเพียง” เปน แนวพระราชดําริในพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ที่พระราชทานมานานกวา 30 ป เปนแนวคดิ ที่ตัง้ อยบู นรากฐานของวัฒนธรรมไทย เปนแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพน้ื ฐานของทาง สายกลาง และความไมป ระมาท คาํ นงึ ถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรางภูมคิ มุ กนั ใน ตวั เอง ตลอดจนใชความรแู ละคุณธรรม เปนพน้ื ฐานในการดํารงชีวติ ท่ีสําคัญจะตองมี “สติ ปญ ญา และความเพียร” ซงึ่ จะนําไปสู “ความสุข” ในการดาํ เนนิ ชีวติ อยางแทจริง “...คนอ่นื จะวา อยา งไรก็ชางเขา จะวา เมืองไทยลา สมัย วาเมอื งไทยเชย วา เมืองไทยไมม ีส่งิ ทสี่ มยั ใหม แตเราอยูพอมีพอกนิ และขอใหท ุกคนมีความปรารถนาทจี่ ะใหเ มืองไทย พออยูพอกิน มีความสงบ และทํางานตัง้ จิตอธษิ ฐานต้ังปณิธาน ในทางนีท้ ีจ่ ะใหเ มืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใ ชวาจะรุงเรอื ง อยางยอด แตวามคี วามพออยพู อกิน มคี วามสงบ เปรยี บเทยี บกบั ประเทศอ่ืนๆ ถา เรารักษาความพอ อยพู อกนิ น้ีได เรากจ็ ะยอดย่งิ ยวดได. ..” (4 ธันวาคม 2517) พระบรมราโชวาทนี้ ทรงเหน็ วาแนว ทางการพัฒนาทีเ่ นน การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเปน หลกั แต เพียงอยางเดียวอาจจะเกิด ปญ หาได จงึ ทรงเนนการมีพอกินพอใชของประชาชนสวนใหญในเบอ้ื งตนกอน เม่อื มีพ้นื ฐานความ ม่นั คงพรอมพอสมควรแลว จึงสรา งความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจใหสูงขึ้น ซึ่งหมายถงึ แทนที่ จะเนน การขยายตวั ของภาคอุตสาหกรรมนาํ การพฒั นาประเทศ ควรท่ีจะสรา งความมั่นคงทาง เศรษฐกจิ พน้ื ฐานกอน นั่นคอื ทําใหประชาชนในชนบทสวนใหญพอมีพอกนิ กอนเปนแนวทางการ พฒั นาท่เี นน การกระจายรายได เพือ่ สรา งพนื้ ฐานและความมนั่ คงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ กอ นเนนการพฒั นาในระดบั สูงข้ึนไป ทรงเตอื นเรอ่ื งพออยูพอกิน ตัง้ แตป 2517 คอื เม่ือ 30 กวาปท ่ี แลว แตท ิศทางการพัฒนามิไดเ ปลี่ยนแปลง “...เมือ่ ป 2517 วันนัน้ ไดพูดถึงวา เราควรปฏิบตั ใิ หพ อมพี อกิน พอมีพอกินนี้ก็แปลวา เศรษฐกจิ พอเพียงน่นั เอง ถา แตละคนมีพอมพี อกิน ก็ใชได ย่ิงถาทงั้ ประเทศพอมีพอกินกย็ ่งิ ดี และประเทศไทย เวลานนั้ ก็เริ่มจะเปน ไมพอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไมมเี ลย...” (4 ธนั วาคม 2541)

77 เศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกจิ พอเพียง” เปน ปรชั ญาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัวพระราชทาน พระราชดาํ ริช้แี นะแนวทาง การดําเนินชีวติ แกพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกวา 25 ป ตง้ั แต กอ นเกิดวิกฤตการณทางเศรษฐกจิ และเม่ือภายหลงั ไดทรงเนนย้ําแนวทางการแกไขเพ่อื ใหร อดพน และสามารถดาํ รงอยูไดอยางมัน่ คงและย่ังยืนภายใตกระแสโลกาภิวฒั นและความ เปลีย่ นแปลงตา งๆ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เปน ปรชั ญาชถ้ี ึงแนวการดาํ รงอยูและปฏบิ ัติตนของประชาชนใน ทกุ ระดับ ตั้งแตร ะดับครอบครวั ระดับชุมชน จนถงึ ระดบั รัฐ ทั้งในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศให ดาํ เนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพือ่ ใหก าวทนั ตอโลกยคุ โลกาภวิ ฒั น ความ พอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตองมีระบบภูมคิ มุ กันใน ตวั ท่ดี ีพอสมควร ตอ การกระทบใดๆ อนั เกิดจากการเปลยี่ นแปลงทั้งภายในภายนอก ท้ังน้ี จะตอง อาศยั ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวงั อยางย่งิ ในการนาํ วิชาการตา งๆ มาใชใ นการ วางแผนและการดําเนนิ การ ทกุ ขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะตอ งเสรมิ สรา งพนื้ ฐานจิตใจของคนใน ชาติ โดยเฉพาะเจา หนา ที่ของรฐั นักทฤษฎี และนกั ธรุ กจิ ในทุกระดบั ใหมสี ํานกึ ในคณุ ธรรม ความ ซ่อื สัตยสุจริต และใหม ีความรอบรทู ่ีเหมาะสม ดําเนนิ ชวี ิตดว ยความอดทน ความเพยี ร มีสติ ปญญา และความรอบคอบ เพ่อื ใหสมดุลและพรอ มตอการรองรับการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและ กวางขวาง ทงั้ ดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ ปน อยางดี ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบดวยคุณสมบตั ิ ดังน้ี 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ่ีไมนอยเกินไปและไมม ากเกินไป โดยไมเ บยี ดเบียนตนเอง และผูอน่ื เชน การผลติ และการบรโิ ภคท่ีอยใู นระดับพอประมาณ 2. ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตดั สินใจเก่ยี วกับระดบั ความพอเพียงน้ัน จะตองเปนไปอยา งมีเหตุผล โดยพจิ ารณาจากเหตุปจจยั ท่เี กย่ี วขอ ง ตลอดจนคํานงึ ถึงผลท่คี าดวา จะเกดิ ขึน้ จากการกระทาํ นนั้ ๆ อยา งรอบคอบ 3. ภมู คิ ุมกัน หมายถงึ การเตรียมตวั ใหพ รอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา นตา งๆ ทจี่ ะ เกดิ ขนึ้ โดยคาํ นงึ ถงึ ความเปนไปไดของสถานการณต า งๆ ท่ีคาดวาจะเกิดขึน้ ในอนาคต โดยมี เงอื่ นไข ของการตัดสินใจและดาํ เนินกิจกรรมตางๆ ใหอ ยใู นระดับพอเพียง 2 ประการ ดังนี้ 1). เงื่อนไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูเก่ยี วกบั วิชาการตางๆ ที่เกย่ี วของรอบดาน ความ รอบคอบที่จะนาํ ความรเู หลา นนั้ มาพิจารณาใหเ ชอื่ มโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความ ระมัดระวงั ในการปฏบิ ัติ 2). เงือ่ นไขคุณธรรม ทจ่ี ะตองเสรมิ สรา ง ประกอบดวย มคี วามตระหนกั ใน คณุ ธรรม มีความซ่ือสัตย สุจริตและมีความอดทน มีความเพยี ร ใชส ตปิ ญญาในการดําเนนิ ชวี ิต พระราชดาํ รสั ทีเ่ กย่ี วกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง “...เศรษฐศาสตรเ ปนวิชาของเศรษฐกิจ การท่ีตองใชรถไถตองไปซ้อื เราตองใชตองหาเงินมาสาํ หรับ ซอื้ นํ้ามนั สําหรบั รถไถ เวลารถไถเกาเราตองย่งิ ซอมแซม แตเวลาใชนนั้ เราก็ตองปอนน้ํามันใหเปน อาหาร เสร็จแลวมันคายควัน ควนั เราสดู เขา ไปแลว ก็ปวดหวั สว นควายเวลาเราใชเ รากต็ อ งปอน

78 อาหาร ตองใหห ญาใหอาหารมันกิน แตวา มันคายออกมา ที่มนั คายออกมาก็เปนปุย แลวกใ็ ชไ ด สาํ หรบั ใหท ด่ี นิ ของเราไมเสยี ...” พระราชดํารัส เนือ่ งในพระราชพิธีพชื มงคลจรดพระนังคัลแรกนา ขวัญ ณ ศาลาดุสิดาลัย วนั ท่ี 9 พฤษภาคม 2529 “...เราไมเปนประเทศร่ํารวย เรามีพอสมควร พออยไู ด แตไมเปนประเทศทก่ี า วหนา อยางมาก เราไม อยากจะเปนประเทศกา วหนาอยางมาก เพราะถาเราเปน ประเทศกา วหนา อยา งมากก็จะมแี ตถอยกลบั ประเทศเหลา นัน้ ทีเ่ ปน ประเทศอุตสาหกรรมกาวหนา จะมีแตถ อยหลงั และถอยหลงั อยา งนา กลวั แต ถาเรามีการบรหิ ารแบบเรียกวาแบบคนจน แบบที่ไมต ิดกับตํารามากเกินไป ทาํ อยางมสี ามคั คีนี่แหละ คือเมตตากัน จะอยูไดต ลอดไป...” พระราชดาํ รสั เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิ ดาลยั วนั ที่ 4 ธันวาคม 2534 “...ตามปกตคิ นเราชอบดสู ถานการณใ นทางดี ท่ีเขาเรยี กวาเล็งผลเลิศ ก็เห็นวาประเทศไทย เราน่ี กาวหนาดี การเงนิ การอตุ สาหกรรมการคา ดี มกี ําไร อีกทางหนง่ึ กต็ องบอกวา เรากําลงั เสือ่ มลงไปสวน ใหญ ทฤษฎวี า ถามีเงนิ เทา น้ันๆ มกี ารกเู ทาน้นั ๆ หมายความวาเศรษฐกิจกา วหนา แลวกป็ ระเทศก็ เจริญมหี วงั วา จะเปนมหาอํานาจ ขอโทษเลยตองเตือนเขาวา จรงิ ตัวเลขดี แตว าถาเราไมระมัดระวังใน ความตองการพื้นฐานของประชาชนนนั้ ไมม ีทาง...” พระราชดาํ รสั เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลมิ พระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วนั ท่ี 4 ธันวาคม 2536 “...เดี๋ยวนปี้ ระเทศไทยกย็ งั อยูดพี อสมควร ใชคําวา พอสมควร เพราะเดีย๋ วมีคนเหน็ วามีคนจน คน เดือดรอ น จํานวนมากพอสมควร แตใชค ําวา พอสมควรน้ี หมายความวา ตามอตั ตภาพ...” พระราชดํารสั เนอื่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วันที่ 4 ธนั วาคม 2539 “...ท่ีเปนหว งนัน้ เพราะแมในเวลา 2 ป ท่ีเปน ปก าญจนาภเิ ษกก็ไดเ ห็นสิ่งที่ทาํ ใหเ หน็ ไดว า ประชาชน ยงั มีความเดือดรอนมาก และมสี ง่ิ ท่ีควรจะแกไขและดาํ เนนิ การตอไปทุกดาน มีภยั จากธรรมชาติ กระหนาํ่ ภยั ธรรมชาติน้ีเราคงสามารถท่จี ะบรรเทาไดห รอื แกไ ขได เพยี งแตว า ตองใชเ วลาพอใช มภี ยั ทมี่ าจากจิตใจของคน ซึ่งกแ็ กไขไดเ หมือนกัน แตวายากกวาภัยธรรมชาติ ธรรมชาตนิ น้ั เปน สิง่ นอกกาย เรา แตนิสยั ใจคอของคนเปนสิง่ ทีอ่ ยูขางใน อนั น้ีก็เปน ขอหนึ่งที่อยากใหจ ดั การใหมีความเรียบรอ ย แต กไ็ มห มดหวัง...” พระราชดาํ รัส เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วันท่ี 4 ธันวาคม 2539 “...การจะเปน เสือน้ันไมสาํ คัญ สําคญั อยูท่เี รามีเศรษฐกจิ แบบพอมีพอกนิ แบบพอมพี อกินนนั้ หมายความวา อุมชูตวั เองได ใหมพี อเพยี งกบั ตนเอง ความพอเพยี งน้ีไมไ ดหมายความวา ทุกครอบครวั จะตอ งผลติ อาหารของตัวเอง จะตอ งทอผาใสเ อง อยา งน้ันมนั เกินไป แตวา ในหมบู านหรือในอาํ เภอ จะตอ งมคี วามพอเพยี งพอสมควร บางส่งิ บางอยางผลติ ไดมากกวา ความตองการก็ขายได แตขายในท่ี ไมหางไกลเทา ไร ไมตองเสียคาขนสงมากนกั ...” พระราชดํารสั เน่อื งในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วันที่ 4 ธนั วาคม 2539 “...เม่ือป 2517 วนั นัน้ ไดพูดถงึ วา เราควรปฏิบัตใิ หพอมพี อกนิ พอมีพอกินน้ีกแ็ ปลวา เศรษฐกจิ พอเพียงนน่ั เอง ถา แตล ะคนมีพอมพี อกิน ก็ใชได ย่ิงถาทั้งประเทศพอมีพอกินกย็ งิ่ ดี และประเทศไทย เวลานัน้ ก็เร่ิมจะเปน ไมพอมพี อกนิ บางคนก็มีมาก บางคนกไ็ มมเี ลย...” พระราชดํารัส เนือ่ งในโอกาส วนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย วนั ที่ 4 ธนั วาคม 2541 “...พอเพยี ง มีความหมาย กวางขวางยง่ิ กวานี้อีก คอื คาํ วาพอ ก็พอเพียงนี้กพ็ อแคน้นั เอง คนเราถา พอในความตองการกม็ ีความ

79 โลภนอ ย เม่อื มีความโลภนอยกเ็ บยี ดเบยี นคนอืน่ นอย ถา ประเทศใดมีความคดิ อนั น้ี มีความคดิ วาทาํ อะไรตอ งพอเพียง หมายความวาพอประมาณ ซื่อตรง ไมโลภอยางมาก คนเราก็อยเู ปนสุข พอเพียงนี้ อาจจะมี มมี ากอาจจะมีของหรูหราก็ได แตวา ตองไมไ ปเบียดเบียนคนอน่ื ...” พระราชดํารสั เนือ่ งในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 4 ธนั วาคม 2541 “...ไฟดบั ถามีความจําเปน หากมเี ศรษฐกิจพอเพยี งแบบไมเต็มที่ เรามีเครื่องปน ไฟกใ็ ชป นไฟ หรอื ถา ขน้ั โบราณกวา มดื กจ็ ุดเทียน คอื มีทางที่จะแกป ญหาเสมอ ฉะนั้นเศรษฐกจิ พอเพียงก็มเี ปนขน้ั ๆ แตจ ะ บอกวา เศรษฐกิจพอเพียงน้ี ใหพอเพยี งเฉพาะตวั เองรอยเปอรเ ซ็นตนีเ่ ปน ส่ิงทําไมได จะตองมีการ แลกเปล่ยี น ตองมกี ารชว ยกัน ถามีการชว ยกนั แลกเปลี่ยนกนั กไ็ มใชพ อเพียงแลว แตว า พอเพยี งใน ทฤษฎีในหลวงนี้ คือใหสามารถทีจ่ ะดําเนินงานได. ..” พระราชดาํ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วนั ที่ 23 ธันวาคม 2542 “...โครงการตางๆ หรอื เศรษฐกจิ ที่ใหญ ตองมีความสอดคลองกันดีท่ีไมใ ชเ หมือนทฤษฎใี หม ทใี่ ชทดี่ นิ เพียง 15 ไร และสามารถที่จะปลกู ขาวพอกนิ กิจการน้ใี หญกวา แตกเ็ ปน เศรษฐกจิ พอเพียงเหมอื นกนั คนไมเ ขา ใจวากจิ การใหญๆ เหมือนสรางเข่ือนปา สักกเ็ ปน เศรษฐกจิ พอเพยี งเหมือนกนั เขานึกวา เปน เศรษฐกจิ สมยั ใหม เปนเศรษฐกจิ ท่หี างไกลจากเศรษฐกิจพอเพยี ง แตทจ่ี ริงแลว เปน เศรษฐกิจพอเพียง เหมอื นกนั ...” พระราชดาํ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั วนั ที่ 23 ธันวาคม 2542 “...ฉนั พดู เศรษฐกจิ พอเพียงความหมายคือ ทาํ อะไรใหเ หมาะสมกับฐานะของตัวเอง คือทําจากรายได 200-300 บาท ข้นึ ไปเปน สองหม่นื สามหมนื่ บาท คนชอบเอาคําพดู ของฉัน เศรษฐกิจพอเพยี งไปพดู กนั เลอะเทอะ เศรษฐกจิ พอเพียง คือทาํ เปน Self-Sufficiency มนั ไมใ ชค วามหมายไมใ ชแบบทีฉ่ ันคิด ทีฉ่ ันคดิ คอื เปน Self-Sufficiency of Economy เชน ถาเขาตอ งการดทู ีวี กค็ วรใหเขามีดู ไมใชไป จํากัดเขาไมใ หซือ้ ทีวดี ู เขาตองการดเู พือ่ ความสนกุ สนาน ในหมบู า นไกลๆ ท่ฉี นั ไป เขามีทีวีดูแตใ ช แบตเตอร่ี เขาไมมีไฟฟา แตถา Sufficiency นน้ั มีทวี เี ขาฟุมเฟอย เปรียบเสมือนคนไมมีสตางคไ ปตัด สูทใส และยังใสเนคไทเวอรซาเช อันนก้ี ็เกนิ ไป...” พระตาํ หนักเปยมสขุ วังไกลกงั วล 17 มกราคม 2544 ประเทศไทยกบั เศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกจิ พอเพยี ง มงุ เนน ใหผผู ลติ หรือผูบ รโิ ภค พยายามเริม่ ตน ผลิต หรือบรโิ ภค ภายใตข อบเขต ขอจาํ กัดของรายได หรอื ทรัพยากรท่ีมีอยูไปกอน ซึ่งก็คือ หลกั ในการลดการพง่ึ พา เพ่ิมขีดความสามารถในการควบคมุ การผลิตไดดวยตนเอง และลดภาวะการเสีย่ งจากการไมสามารถ ควบคุมระบบตลาดไดอยางมีประสิทธภิ าพ เศรษฐกจิ พอเพียงมใิ ชหมายความถงึ การ กระเบยี ดกระเสียร จนเกนิ สมควร หากแตอาจฟมุ เฟอยไดเ ปน คร้งั คราวตามอตั ภาพ แตค นสวนใหญ ของประเทศ มกั ใชจ า ยเกินตัว เกนิ ฐานะทหี่ ามาได เศรษฐกจิ พอเพียง สามารถนําไปสูเปาหมายของ การสรางความม่ันคงในทางเศรษฐกจิ ได เชน โดยพ้นื ฐานแลว ประเทศไทยเปนประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกจิ ของประเทศจึงควรเนน ท่ีเศรษฐกจิ การเกษตร เนนความมน่ั คงทางอาหาร เปนการสรา ง ความมัน่ คงใหเปน ระบบเศรษฐกจิ ในระดบั หนงึ่ จึงเปน ระบบเศรษฐกิจท่ีชว ยลดความเส่ยี ง หรอื ความ ไมม ัน่ คงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได

80 เศรษฐกจิ พอเพียง สามารถประยุกตใ ชไดในทุกระดบั ทกุ สาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไมจําเปน จะตอง จํากดั เฉพาะแตภาคการเกษตร หรอื ภาคชนบท แมแ ตภ าคการเงนิ ภาคอสังหาริมทรัพย และการคา การลงทุนระหวา งประเทศ โดยมีหลักการที่คลายคลึงกันคือ เนน การเลอื กปฏบิ ัติอยางพอประมาณ มี เหตุมีผล และสรา งภมู คิ ุมกนั ใหแกตนเองและสงั คม การดาํ เนินชีวิตตามแนวพระราชดาํ รพิ อเพยี ง พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัว ทรงเขา ใจถึงสภาพสงั คมไทย ดังน้ัน เมื่อได พระราชทานแนวพระราชดําริ หรอื พระบรมราโชวาทในดา นตางๆ จะทรงคํานึงถึงวถิ ชี ีวิต สภาพสงั คม ของประชาชนดว ย เพ่อื ไมใหเกิดความขัดแยงทางความคดิ ที่อาจนําไปสคู วามขัดแยง ในทางปฏบิ ตั ิได แนวพระราชดาํ ริในการดาํ เนินชีวติ แบบพอเพียง 1. ยดึ ความประหยดั ตดั ทอนคา ใชจา ยในทุกดา น ลดละความฟมุ เฟอยในการใชชวี ติ 2. ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความถกู ตอง ซ่ือสตั ยสุจรติ 3. ละเลิกการแกง แยง ผลประโยชนแ ละแขงขนั กนั ในทางการคาแบบตอสูก ันอยางรุนแรง 4. ไมห ยดุ นิง่ ท่ีจะหาทางใหช ีวติ หลุดพนจากความทุกขย าก ดวยการขวนขวายใฝห าความรใู หมรี ายได เพมิ่ พูนขึน้ จนถึงข้นั พอเพียงเปน เปา หมายสําคญั 5. ปฏบิ ัตติ นในแนวทางทีด่ ี ลดละส่ิงช่ัว ประพฤติตนตามหลกั ศาสนา ตัวอยา งเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม ทฤษฎีใหม คือ ตวั อยา งที่เปน รปู ธรรมของ การประยุกตใชเศรษฐกิจพอเพียงที่ เดน ชดั ทีส่ ุด ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวไดพระราชทานพระราชดาํ รนิ ี้ เพ่ือเปนการชว ยเหลอื เกษตรกรท่ีมักประสบปญ หาทั้งภัยธรรมชาตแิ ละปจ จัยภาย นอกท่ีมีผลกระทบตอ การทําการเกษตร ใหส ามารถผานพน ชว งเวลาวกิ ฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนนา้ํ ไดโ ดยไมเดือดรอนและยากลําบากนัก ความเสยี่ งท่เี กษตรกร มกั พบเปน ประจาํ ประกอบดว ย 1. ความเสย่ี งดานราคาสินคาเกษตร 2. ความเสี่ยงในราคาและการพ่ึงพาปจ จยั การผลติ สมัยใหมจากตางประเทศ 3. ความเสย่ี งดานนา้ํ ฝนทงิ้ ชวง ฝนแลง 4. ภัยธรรมชาติอ่นื ๆ และโรคระบาด 5. ความเสีย่ งดา นแบบแผนการผลิต - ความเสี่ยงดานโรคและศัตรูพืช - ความเสีย่ งดานการขาดแคลนแรงงาน - ความเสี่ยงดานหนส้ี นิ และการสญู เสยี ทดี่ นิ ทฤษฎใี หม จงึ เปน แนวทางหรือหลกั การในการบรหิ ารการจัดการที่ดินและนา้ํ เพื่อการเกษตรในที่ดนิ ขนาดเล็กใหเ กดิ ประโยชนสูงสุด

81 ทฤษฎีใหม ความสําคัญของทฤษฎีใหม 1. มกี ารบรหิ ารและจัดแบงท่ีดินแปลงเลก็ ออกเปน สัดสวนทช่ี ดั เจน เพื่อประโยชนส ูงสุดของเกษตรกร ซ่ึงไมเคยมีใครคดิ มากอน 2. มีการคํานวณโดยใชห ลกั วิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้ําทจี่ ะกักเกบ็ ใหพอเพียงตอ การเพาะปลูกได อยา งเหมาะสมตลอดป 3. มีการวางแผนท่สี มบรู ณแ บบสําหรับเกษตรกรรายยอย โดยมถี งึ ๓ ขนั้ ตอน ทฤษฎใี หมข้ันตน ใหแบง พ้นื ที่ออกเปน 4 สว น ตามอัตราสวน 30:30:30:10 ซึ่งหมายถงึ พืน้ ที่สว นทห่ี นงึ่ ประมาณ 30% ใหขุดสระเก็บกักน้ําเพื่อใชเกบ็ กักนํ้าฝนในฤดูฝน และใชเสริมการ ปลกู พชื ในฤดูแลง ตลอดจนการเลีย้ งสัตวแ ละพชื นา้ํ ตา งๆ พ้นื ท่ีสวนท่สี อง ประมาณ 30% ใหปลูกขาวในฤดูฝนเพอ่ื ใชเปน อาหารประจําวันสาํ หรับครอบครัวให เพียงพอตลอด ป เพ่ือตัดคาใชจายและสามารถพ่ึงตนเองได พ้นื ท่สี ว นทส่ี าม ประมาณ 30% ใหป ลกู ไมผล ไมยนื ตน พชื ผกั พืชไร พืชสมุนไพร ฯลฯ เพอ่ื ใชเ ปน อาหารประจาํ วัน หากเหลอื บรโิ ภคกน็ าํ ไปจาํ หนา ย พืน้ ทส่ี วนที่สี่ ประมาณ 10% เปน ที่อยูอาศัย เลี้ยงสตั ว ถนนหนทาง และโรงเรือนอ่ืนๆ ทฤษฎใี หมข้นั ทีส่ อง เมอ่ื เกษตรกรเขาใจในหลักการและไดปฏิบตั ิในท่ีดินของตนจนไดผ ลแลว กต็ อ งเร่ิม ขน้ั ท่ีสอง คอื ใหเกษตรกรรวมพลังกนั ในรปู กลุม หรือ สหกรณ รว มแรงรวมใจกนั ดําเนินการในดา น (1) การผลิต (พนั ธพุ ืช เตรยี มดนิ ชลประทาน ฯลฯ) - เกษตรกรจะตอ งรว มมือในการผลิต โดยเรมิ่ ตัง้ แตข ั้นเตรียมดิน การหาพันธุพืช ปยุ การจดั หาน้ํา และอน่ื ๆ เพ่ือการเพาะปลกู (2) การตลาด (ลานตากขาว ยงุ เคร่อื งสขี าว การจาํ หนายผลผลิต) - เมอ่ื มีผลผลิตแลว จะตองเตรยี มการตางๆ เพ่ือการขายผลผลิตใหไ ดประโยชนส งู สดุ เชน การเตรยี ม ลานตากขาวรวมกนั การจดั หายงุ รวบรวมขาว เตรยี มหาเครื่องสีขา ว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลติ ใหไ ดราคาดแี ละลดคา ใชจ ายลงดว ย (3) การเปน อยู (กะป นํ้าปลา อาหาร เคร่ืองนุง หม ฯลฯ) - ในขณะเดยี วกนั เกษตรกรตองมีความเปนอยูท่ีดีพอสมควร โดยมีปจ จัยพื้นฐานในการดํารงชวี ติ เชน อาหารการกนิ ตางๆ กะป นา้ํ ปลา เสอ้ื ผา ทพ่ี อเพียง (4) สวัสดกิ าร (สาธารณสุข เงินกู) - แตล ะชุมชนควรมสี วัสดภิ าพและบรกิ ารท่จี าํ เปน เชน มสี ถานีอนามัยเมือ่ ยามปวยไข หรือมกี องทนุ ไวก ยู ืมเพ่อื ประโยชนในกิจกรรมตา งๆ ของชุมชน (5) การศกึ ษา (โรงเรยี น ทุนการศึกษา) - ชมุ ชนควรมบี ทบาทในการสงเสริมการศึกษา เชน มกี องทุนเพื่อการศึกษาเลา เรียนใหแกเยาวชนของ ชมชนเอง

82 (6) สังคมและศาสนา - ชมุ ชนควรเปนทร่ี วมในการพัฒนาสงั คมและจติ ใจ โดยมีศาสนาเปน ที่ยึดเหนีย่ ว โดยกิจกรรมทง้ั หมดดงั กลาวขางตน จะตองไดรับความรวมมือจากทกุ ฝา ยที่เก่ียวของ ไมวา สว น ราชการ องคกรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชมุ ชนน้นั เปนสําคญั ทฤษฎีใหมข นั้ ท่สี าม เมื่อดาํ เนนิ การผา นพนขั้นที่สองแลว เกษตรกร หรือกลมุ เกษตรกรก็ควรพฒั นา กาวหนาไปสูขั้นท่สี ามตอไป คือตดิ ตอประสานงาน เพื่อจัดหาทนุ หรือแหลง เงนิ เชน ธนาคาร หรือ บรษิ ทั หางรา นเอกชน มาชวยในการลงทนุ และพัฒนาคณุ ภาพชีวิต ท้งั นี้ ทั้งฝายเกษตรกรและฝา ย ธนาคาร หรอื บริษัทเอกชนจะไดรบั ประโยชนร ว มกนั กลา วคือ - เกษตรกรขายขา วไดราคาสงู (ไมถูกกดราคา) - ธนาคารหรอื บรษิ ัทเอกชนสามารถซ้ือขา วบรโิ ภคในราคาตํา่ (ซอ้ื ขาวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมา สีเอง) - เกษตรกรซ้ือเคร่ืองอุปโภคบริโภคไดใ นราคาตํา่ เพราะรวมกนั ซ้ือเปนจาํ นวนมาก (เปน รานสหกรณ ราคาขายสง) - ธนาคารหรือบรษิ ัทเอกชน จะสามารถกระจายบคุ ลากร เพื่อไปดําเนนิ การในกจิ กรรมตางๆ ให เกิดผลดีย่ิงข้นึ หลักการและแนวทางสาํ คญั 1. เปนระบบการผลิตแบบเศรษฐกจิ พอเพียงท่ีเกษตรกรสามารถเลีย้ งตวั เองไดในระดบั ท่ีประหยัด กอน ทัง้ นี้ ชมุ ชนตองมีความสามัคคี รวมมือรว มใจในการชวยเหลือซง่ึ กนั และกันทาํ นองเดียวกับการ “ลงแขก” แบบดั้งเดมิ เพือ่ ลดคาใชจายในการจางแรงงานดวย 2. เนอ่ื งจากขาวเปนปจจยั หลักท่ีทุกครวั เรอื นจะตองบรโิ ภค ดงั นนั้ จึงประมาณวา ครอบครวั หน่งึ ทาํ นาประมาณ ๕ ไร จะทาํ ใหมีขา วพอกนิ ตลอดป โดยไมตองซอื้ หาในราคาแพง เพ่ือยึดหลักพ่งึ ตนเองได อยางมีอิสรภาพ 3. ตอ งมีนาํ้ เพอื่ การเพาะปลูกสํารองไวใชในฤดแู ลง หรือระยะฝนทิ้งชวงไดอยา งพอเพยี ง ดังน้นั จึง จาํ เปน ตองกันท่ดี นิ สวนหนึง่ ไวขดุ สระนํา้ โดยมหี ลกั วาตองมนี า้ํ เพยี งพอที่จะเพาะปลกู ไดตลอดป ทั้งน้ี ไดพ ระราชทานพระราชดาํ ริเปน แนวทางวา ตอ งมนี ํ้า 1,000 ลูกบาศกเมตร ตอการเพาะปลูก 1 ไร โดยประมาณ ฉะนนั้ เมื่อทาํ นา 5 ไร ทําพืชไร หรือไมผลอกี 5 ไร (รวมเปน 10 ไร) จะตองมนี ํา้ 10,000 ลูกบาศกเมตรตอป ดงั นั้น หากตงั้ สมมติฐานวา มีพ้นื ที่ 5 ไร ก็จะสามารถกาํ หนดสูตรครา วๆ วา แตล ะแปลง ประกอบดว ย - นาขาว 5 ไร - พืชไร พชื สวน 5 ไร - สระนา้ํ 3 ไร ขุดลึก 4 เมตร จนุ ้าํ ไดป ระมาณ 19,000 ลกู บาศกเ มตร ซึ่งเปนปริมาณนํ้าทเี่ พียง พอท่จี ะสาํ รองไวใ ชยามฤดูแลง - ท่อี ยอู าศัยและอ่นื ๆ 2 ไร รวมทั้งหมด 15 ไร

83 แตท้ังนี้ ขนาดของสระเก็บนา้ํ ขน้ึ อยกู ับสภาพภมู ิประเทศและสภาพแวดลอ ม ดงั น้ี - ถา เปนพน้ื ท่ีทาํ การเกษตรอาศัยนํ้าฝน สระนา้ํ ควรมลี ักษณะลกึ เพือ่ ปองกนั ไมใหน้ําระเหยไดม าก เกินไป ซงึ่ จะทําใหม นี ้ําใชต ลอดท้งั ป - ถาเปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรในเขตชลประทาน สระน้าํ อาจมีลักษณะลึก หรือต้นื และแคบ หรือกวางก็ ได โดยพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะสามารถมนี ้ํามาเตมิ อยเู รื่อยๆ การมีสระเก็บน้าํ ก็เพ่ือใหเ กษตรกรมนี ้ําใชอ ยางสมาํ่ เสมอท้ังป (ทรงเรียกวา Regulator หมายถึงการ ควบคมุ ใหดี มรี ะบบน้าํ หมุนเวยี นใชเ พือ่ การเกษตรไดโ ดยตลอดเวลาอยา งตอเน่ือง) โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในหนาแลงและระยะฝนทงิ้ ชวง แตม ไิ ดหมายความวา เกษตรกรจะสามารถปลกู ขาวนาปรังได เพราะ หากนํ้าในสระเกบ็ น้ําไมพอ ในกรณมี ีเขือ่ นอยูบรเิ วณใกลเคียงกอ็ าจจะตองสบู นํา้ มาจากเขือ่ น ซึ่งจะทํา ใหนํา้ ในเข่ือนหมดได แตเกษตรกรควรทํานาในหนาฝน และเมื่อถงึ ฤดแู ลง หรอื ฝนท้ิงชวงใหเกษตรกร ใชน ้าํ ทีเ่ กบ็ ตุนนน้ั ใหเ กดิ ประโยชนทางการเกษตรอยางสูงสุด โดยพิจารณาปลูกพชื ใหเหมาะสมกบั ฤดูกาล เพ่ือจะไดมีผลผลติ อ่ืนๆ ไวบริโภคและสามารถนาํ ไปขายไดตลอดทงั้ ป 4. การจัดแบงแปลงทด่ี ินเพื่อใหเ กดิ ประโยชนส ูงสุดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั ทรงคํานวณและ คํานงึ จากอัตราการถือครองท่ีดินถัว เฉล่ียครัวเรอื นละ 15 ไร อยา งไรก็ตาม หากเกษตรกรมีพื้นที่ถอื ครองนอยกวานี้ หรือมากกวาน้ี ก็สามารถใชอัตราสว น 30:30:30:10 เปนเกณฑปรับใชได กลาวคอื รอยละ 30 สวนแรก ขุดสระน้ํา (สามารถเลยี้ งปลา ปลกู พชื นาํ้ เชน ผักบุง ผกั กะเฉด ฯลฯ ไดดวย) บนสระอาจสรา งเลา ไกและบนขอบสระนํ้าอาจปลูกไมย ืนตนทไ่ี มใชน ํา้ มากโดยรอบ ได รอยละ 30 สว นทส่ี อง ทาํ นา รอยละ 30 สว นท่ีสาม ปลกู พืชไร พืชสวน (ไมผ ล ไมยนื ตน ไมใ ชสอย ไมเ พ่ือเปนเช้ือฟน ไมส รางบา น พชื ไร พืชผัก สมนุ ไพร เปน ตน) รอยละ 10 สุดทาย เปนที่อยูอาศัยและอนื่ ๆ (ทางเดนิ คนั ดิน กองฟาง ลานตาก กองปุยหมกั โรงเรอื น โรงเพาะเหด็ คอกสตั ว ไมด อกไมป ระดบั พชื สวนครัวหลงั บา น เปน ตน) อยา งไรกต็ าม อัตราสวนดงั กลาวเปน สูตร หรือหลักการโดยประมาณเทา น้นั สามารถ ปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลงไดตามความเหมาะสม โดยขน้ึ อยูก ับสภาพของพืน้ ที่ดิน ปรมิ าณนํ้าฝน และ สภาพแวดลอม เชน ในกรณีภาคใตท่ีมีฝนตกชกุ หรือพน้ื ท่ีท่ีมแี หลง นํ้ามาเติมสระไดตอ เน่ือง ก็อาจลด ขนาดของบอ หรอื สระเก็บนา้ํ ใหเล็กลง เพ่ือเกบ็ พน้ื ท่ีไวใ ชประโยชนอ ื่นตอไปได 5. การดําเนนิ การตามทฤษฎใี หม มีปจจัยประกอบหลายประการ ข้นึ อยกู ับสภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพแวดลอ มของแตล ะทองถนิ่ ดังน้ัน เกษตรกรควรขอรับคาํ แนะนําจากเจาหนา ท่ดี ว ย และทีส่ ําคัญ คือ ราคาการลงทุนคอนขางสูง โดยเฉพาะอยางย่ิงการขดุ สระนา้ํ เกษตรกรจะตองไดร บั ความ ชว ยเหลือจากสว นราชการ มลู นธิ ิ และเอกชน 6. ในระหวางการขุดสระน้ํา จะมีดนิ ที่ถูกขุดขน้ึ มาจาํ นวนมาก หนาดนิ ซึ่งเปนดินดี ควรนาํ ไปกองไว ตา งหากเพ่ือนํามาใชประโยชนในการปลกู พชื ตางๆ ในภายหลัง โดยนาํ มาเกลยี่ คลมุ ดนิ ช้ันลา งท่ีเปน ดนิ ไมดี หรืออาจนํามาถมทําขอบสระน้ํา หรอื ยกรองสําหรับปลกู ไมผลกจ็ ะไดประโยชนอีกทางหนึง่ ตัวอยางพืชที่ควรปลูกและสัตวทค่ี วรเลย้ี ง ไมผลและผกั ยืนตน : มะมวง มะพราว มะขาม ขนนุ ละมุด สม กลวย นอยหนา มะละกอ กะทอน แค บาน มะรุม สะเดา ข้เี หลก็ กระถิน ฯลฯ

84 ผักลม ลกุ และดอกไม : มนั เทศ เผือก ถั่วฝกยาว มะเขือ มะลิ ดาวเรือง บานไมร โู รย กหุ ลาบ รกั และ ซอ นกลนิ่ เปนตน เห็ด : เห็ดนางฟา เห็ดฟาง เห็ดเปา ฮ้ือ เปน ตน สมุนไพรและเครื่องเทศ : หมาก พลู พริกไท บุก บวั บก มะเกลอื ชุมเห็ด หญา แฝก และพชื ผักบาง ชนดิ เชน กะเพรา โหระพา สะระแหน แมงลัก และตะไคร เปน ตน ไมใ ชส อยและเช้ือเพลิง : ไผ มะพรา ว ตาล กระถนิ ณรงค มะขามเทศ สะแก ทองหลาง จามจรุ ี กระถนิ สะเดา ขี้เหลก็ ประดู ชงิ ชัน และยางนา เปนตน พืชไร : ขาวโพด ถ่ัวเหลือง ถวั่ ลสิ ง ถ่ัวพมุ ถ่ัวมะแฮะ ออย มันสําปะหลงั ละหงุ นนุ เปนตน พืชไร หลายชนิดอาจเก็บเกีย่ วเม่ือผลผลติ ยังสดอยู และจาํ หนา ยเปน พชื ประเภทผกั ได และมีราคาดีกวาเก็บ เมือ่ แก ไดแ ก ขา วโพด ถัวเหลอื ง ถว่ั ลิสง ถัว่ พุม ถั่วมะแฮะ ออ ย และมนั สาํ ปะหลัง พืชบาํ รงุ ดินและพืชคลมุ ดนิ : ถ่ัวมะแฮะ ถว่ั ฮามาตา โสนแอฟริกัน โสนพื้นเมือง ปอเทือง ถ่วั พรา ขเ้ี หลก็ กระถนิ รวมทั้งถวั่ เขยี วและถ่วั พุม เปน ตน และเมื่อเกบ็ เกยี่ วแลวไถกลบลงไปเพ่ือบาํ รงุ ดินได หมายเหตุ : พืชหลายชนดิ ใชท ําประโยชนไดม ากกวาหนงึ่ ชนดิ และการเลือกปลกู พืชควรเนนพชื ยนื ตน ดว ย เพราะการดูแลรักษาในระยะหลงั จะลดนอยลง มผี ลผลติ ทยอยออกตลอดป ควรเลอื กพชื ยนื ตน ชนิดตา งๆ กัน ใหค วามรมเย็นและชุม ชน้ื กบั ที่อยูอาศัยและสิ่งแวดลอม และควรเลอื กตน ไมให สอดคลอ งกับสภาพของพ้นื ท่ี เชน ไมควรปลกู ยูคาลปิ ตัสบริเวณขอบสระ ควรเปนไมผ ลแทน เปน ตน สัตวเลีย้ งอ่ืนๆ ไดแก สตั วน้ํา : ปลาไน ปลานลิ ปลาตะเพยี นขาว ปลาดุก เพื่อเปนอาหารเสรมิ ประเภทโปรตนี และยงั สามารถนําไปจําหนายเปน รายไดเสรมิ ไดอีกดวย ในบางพืน้ ที่สามารถเล้ยี งกบได สุกร หรอื ไก เล้ียงบนขอบสระน้ํา ท้งั นี้ มลู สุกรและไกส ามารถนํามาเปน อาหารปลา บางแหง อาจ เลี้ยงเปดได ประโยชนข องทฤษฎใี หม 1. ใหป ระชาชนพออยูพอกนิ สมควรแกอัตภาพในระดับท่ีประหยดั ไมอดอยาก และเลีย้ งตนเองไดตาม หลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพยี ง” 2. ในหนา แลงมีนา้ํ นอย กส็ ามารถเอานํา้ ทีเ่ กบ็ ไวในสระมาปลูกพืชผกั ตางๆ ทใ่ี ชนํา้ นอยได โดยไมต อง เบียดเบยี นชลประทาน 3. ในปที่ฝนตกตามฤดูกาลโดยมนี ํา้ ดตี ลอดป ทฤษฎใี หมนี้สามารถสรา งรายไดใหแ กเ กษตรกรไดโดยไม เดือดรอ นในเรอื่ งคา ใชจ า ยตางๆ 4. ในกรณที ี่เกดิ อุทกภัย เกษตรกรสามารถท่ีจะฟน ตัวและชวยตวั เองไดใ นระดับหนง่ึ โดยทางราชการ ไมต องชว ยเหลอื มากนกั ซงึ่ เปนการประหยัดงบประมาณดวย ทฤษฎใี หมทส่ี มบูรณ ทฤษฎใี หมทดี่ าํ เนินการโดยอาศัยแหลง น้าํ ธรรมชาติ น้ําฝน จะอยูใ นลักษณะ “หมิ่นเหม” เพราะหาก ปใดฝนนอ ย นํ้าอาจจะไมเพียงพอ ฉะน้ัน การที่จะทําใหท ฤษฎใี หมส มบูรณไดน น้ั จาํ เปนตอ งมีสระ เกบ็ กักนํ้าทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพและเต็มความสามารถ โดยการมีแหลง นาํ้ ขนาดใหญท่ีสามารถเพ่มิ เตมิ นํ้า

85 ในสระเก็บกกั นาํ้ ใหเต็มอยู เสมอ ดังเชน กรณีของการทดลองทโ่ี ครงการพัฒนาพน้ื ท่ีบริเวณวดั มงคล ชยั พัฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ จงั หวัดสระบุรี ระบบทฤษฎใี หมทสี่ มบูรณ อางใหญ เติมอางเลก็ อางเล็ก เตมิ สระน้าํ จากภาพ วงกลมเล็ก คือสระน้าํ ที่เกษตรกรขดุ ขึน้ ตามทฤษฎใี หม เมือ่ เกดิ ชวงขาดแคลนน้ําในฤดูแลง เกษตรกรสามารถสบู น้ํามาใชประโยชนได และหากน้าํ ในสระน้ําไมเ พียงพอก็ขอรับน้าํ จากอางหว ยหิน ขาว (อา งเล็ก) ซ่งึ ไดท ําระบบสง นํ้าเช่ือมตอทางทอลงมายังสระนาํ้ ท่ไี ดขดุ ไวในแตล ะแปลง ซ่งึ จะชว ย ใหส ามารถมีนํ้าใชตลอดป กรณีที่เกษตรกรใชนาํ้ กันมาก อา งหว ยหินขาว (อา งเลก็ ) ก็อาจมปี รมิ าณนาํ้ ไมเ พยี งพอ กส็ ามารถใชวิธกี ารผนั นา้ํ จากเขอื่ นปา สักชลสิทธิ์ (อางใหญ) ตอลงมายังอางเกบ็ นํา้ หว ยหนิ ขาว (อางเล็ก) ก็จะชวยใหมีปริมาณน้ํามาเติมในสระของเกษตรกรพอตลอดทัง้ ปโ ดยไมตองเส่ียง ระบบการจดั การทรัพยากรน้ําตามแนวพระราชดาํ รพิ ระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั สามารถทาํ ใหการ ใชน ํา้ มปี ระสิทธิภาพอยา งสูงสุด จากระบบสง ทอเปด ผา นไปตามแปลงไรน าตางๆ ถึง ๓-๕ เทา เพราะ ยามหนา ฝน นอกจากจะมีนํา้ ในอา งเก็บนํ้าแลว ยังมีนํา้ ในสระของราษฎรเกบ็ ไวพ รอมกันดวย ทาํ ใหมี ปรมิ าณนาํ้ เพิม่ อยา งมหาศาล นาํ้ ในอางท่ตี อมาสสู ระจะทําหนา ทเ่ี ปนแหลง น้ําสาํ รอง คอยเติมเทา นัน้ เอง แปลงสาธติ ทฤษฎีใหมของมูลนธิ ชิ ัยพฒั นา ทานท่สี นใจสามารถขอคําปรึกษาและเยย่ี มชมแปลงสาธิตทฤษฎใี หมได ดังน้ี 1. สาํ นกั บรหิ ารโครงการ สํานักงานมลู นิธิชยั พฒั นา โทรศพั ท 0 2282 4425 โทรสาร 0 2282 3341 2. โครงการพัฒนาพน้ื ที่บรเิ วณวดั มงคลชยั พฒั นาอนั เน่ืองมาจากพระราชดําริ จงั หวดั สระบุรี โทรศัพท / โทรสาร 0 3649 9181 3. โครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดําริ (ทฤษฎใี หม) อาํ เภอปากทอ จังหวัดราชบุรี โทรศัพท / โทรสาร 0 3233 7407

86 4. โครงการสวนสมเด็จพระศรนี ครินทราบรมราชชนนี อําเภอชะอํา จงั หวัดเพชรบรุ ี โทรศัพท / โทรสาร 0 3259 4067 5. โครงการสาธิตทฤษฎใี หม อําเภอเขาวง จงั หวดั กาฬสนิ ธุ โทรศพั ท / โทรสาร 0 4385 9089 6.โครงการสาธิตทฤษฎีใหม อําเภอปก ธงชัย จงั หวดั นครราชสีมา โทรศพั ท / โทรสาร 0 4432 5048 ปญ หาหลกั ของเกษตรกรในอดตี จนถงึ ปจจบุ นั ที่ สําคัญประการหน่งึ คือ การขาดแคลนนา้ํ เพือ่ เกษตรกรรม โดยเฉพาะอยางย่งิ ในเขตพน้ื ท่ีเกษตรท่ีอาศยั น้ําฝน ซึ่งเปนพนื้ ทีส่ ว นใหญของประเทศทีอ่ ยูในเขต ท่ีมี ฝนคอ นขา งนอ ยและสว นมากเปน นาขา วและพืชไร เกษตรกรยังคงทําการเพาะปลกู ไดปล ะคร้ังในชวงฤดูฝน เทา นนั้ และมีความเสย่ี งกับความเสยี หาย อันเน่อื งมาจาก ความแปรปรวนของดนิ ฟาอากาศและฝนทงิ้ ชวง แมวาจะ มีการขุดบอหรือสระเก็บนํ้าไวใชบ างแตก ็มีขนาดเพยี งพอ หรอื มปี จจยั อ่ืน ๆ ท่เี ปนปญหาใหม ีน้าํ ใชไ มเ พยี งพอ รวมทง้ั ระบบการปลกู พืชไมมีหลกั เกณฑใ ด ๆ และสวน ใหญป ลูกพืชชนดิ เดียว ดวยเหตนุ ีพ้ ระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวจงึ ไดพ ระราชทานพระราชดาํ ริ เพื่อเปน การชวยเหลอื เกษตรกรทป่ี ระสบความยากลาํ บากดงั กลาว ใหส ามารถผานพนชว งเวลาวิกฤติ โดยเฉพาะการขาด แคลนน้าํ ไดโ ดยไมเดือดรอ นและยากลําบากนกั พระราชดาํ รนิ ้ี ทรงเรียกวา \"ทฤษฎใี หม\" เปน แนวทางหรือหลกั การในการบริหารการจัดการท่ดี นิ และ น้ํา เพ่ือการเกษตรในท่ีดินขนาดเลก็ ใหเกดิ ประโยชนสงู สุด

87 องคป ระกอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดวยคุณลักษณะ 3 ประการ และเงอ่ื นไข 2 ประการ หรือท่ี เรียกวา 3 หว ง 2 เงื่อนไข คือ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีตอ ความจําเปน และเหมาะสมกับฐานะของตนเอง สังคม สง่ิ แวดลอ ม รวมท้ังวัฒนธรรมในแตละทองถน่ิ ไมม ากเกินไป ไมนอยเกนิ ไป และตองไม เบยี ดเบียนตนเองและผูอน่ื ความมเี หตผุ ล หมายถงึ การตดั สินใจดาํ เนนิ การเร่อื งตา ง ๆ อยางมเี หตุผลตามหลกั วชิ าการ หลักกฎหมาย หลักศลี ธรรมจริยธรรม และวฒั นธรรมท่ีดีงาม โดยพจิ ารณาจากเหตปุ จ จัยท่ี เกี่ยวของ ตลอดจนคํานงึ ถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดขึน้ จากการกระทําน้นั ๆ อยางรอบรูและรอบคอบ ระบบภมู คิ ุมกนั ในตวั ที่ดี หมายถึง การเตรยี มตัวใหพ รอมรบั ตอผลกระทบและการ เปล่ยี นแปลงในดา นตาง ๆ ไมว าจะเปนดา นเศรษฐกิจ สงั คม สงิ่ แวดลอ ม และวฒั นธรรม เพ่อื ให สามารถปรบั ตวั และรับมือไดอยา งทนั ทว งที เงื่อนไขสําคญั ทจี่ ะทาํ ใหก ารตัดสนิ ใจ และการกระทําเปน ไปพอเพียง จะตองอาศัยทัง้ คณุ ธรรมและความรู ดังน้ี เง่อื นไขคณุ ธรรม ท่ีจะตองสรา งเสริมใหเปนพน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาติ ประกอบดวย ดา น จติ ใจ คือการตระหนักในคุณธรรม รผู ิดชอบชวั่ ดี ซอื่ สัตยส จุ รติ ใชสติปญ ญาอยางถกู ตองและ เหมาะสมในการดําเนนิ ชีวิต และดานการกระทาํ คือมีความขยันหมัน่ เพียร อดทน ไมโลภ ไมตระหน้ี รจู ักแบงปน และรบั ผดิ ชอบในการอยูรวมกบั ผูอ่นื ในสงั คม เงื่อนไขความรู ประกอบดว ยการฝกตนใหม ีความรอบรเู กยี่ วกับวชิ าการตา ง ๆ ท่ีเกีย่ วของ อยา งรอบดาน มีความรอบคอบ และความระมัดระวงั ท่ีจะนําความรูตา ง ๆ เหลาน้ันมาพิจารณาให เชอ่ื มโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผน และในขน้ั ปฏบิ ตั ิ

88 การนาํ เศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใช ตองคํานึงถงึ 4 มิติ ดงั น้ี ดานเศรษฐกิจ ลดรายจาย / เพม่ิ รายได / ใชชีวิตอยา งพอควร / คดิ และวางแผนอยา งรอบคอบ / มีภูมคิ มุ กนั / ไมเ สีย่ งเกนิ ไป / การเผ่ือทางเลอื กสาํ รอง ดานสังคม ชว ยเหลือเกอื้ กูล / รูร ักสามัคคี / สรา งความเขมแขง็ ใหครอบครัวและชุมชน ดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ รูจ ักใชและจดั การอยางฉลาดและรอบคอบ / เลือกใชทรัพยากรท่ีมีอยอู ยางรูค า ส่ิงแวดลอ ม และเกดิ ประโยชนส งู สุด / ฟนฟูทรพั ยากรเพอื่ ใหเ กิดความยั่งยืนสูงสดุ ดา นวัฒนธรรม รักและเห็นคุณคาในความเปนไทย เอกลกั ษณไ ทย / เห็นประโยชนและคุมคา ของ ภมู ิปญ ญาไทย ภูมิปญญาทองถิ่น / รูจกั แยกแยะและเลอื กรับวัฒนธรรมอืน่ ๆ \"...ทรงยดึ การดําเนินงานในลักษณะทางสายกลางทส่ี อดคลองกับสงิ่ ที่อยูรอบตัวและสามารถปฏิบัติได จรงิ ทรงมคี วามละเอียดรอบคอบ และทรงคิดคนหาแนวทางพัฒนาเพอื่ มุงสปู ระโยชนต อ ประชาชน สูงสดุ มคี ุณคาและควรยึดเปน แบบอยา งในการเจริญรอยตามเบอื้ งพระยุคลบาท นาํ มาปฏบิ ัติใหเกิดผล ตอ ตนเอง สังคม และประเทศชาติสบื ไป\" ขอ ที่ 1 ศึกษาขอมูลอยางเปน ระบบ •ทรงศึกษาขอมลู รายละเอียดอยางเปนระบบ •จากขอมลู เบื้องตน จากเอกสาร แผนท่ี สอบถามจากเจา หนา ที่ นักวิชาการ และราษฎรในพนื้ ท่ี •เพือ่ ใหไดรายละเอียดทีถ่ ูกตอ ง เพอ่ื ที่พระราชทานความชวยเหลือไดอยา งถูกตองและรวดเรว็ ตรง ตามทป่ี ระชาชนตอ งการ ขอ ท่ี 2 ระเบดิ จากขา งใน •ตอ งการสรางความเขมแข็งใหคนภายในชุมชน ใหม คี วามพรอมท่รี ว มพฒั นาเสยี กอ น •มใิ ชก ารนาํ เอาความเจริญหรือบุคคลจากสงั คมภายนอกเขาไปหาชุมชนในหมบู า นท่ียังไมทนั มีโอกาส ไดต้งั ตัวหรอื เตรียมพรอม ขอ ท่ี 3 ทาํ ตามลาํ ดบั ข้ันตอน •ทรงเริม่ ตน จากสงิ่ ที่จําเปนที่สุดของประชาชนเสยี กอ น ไดแก สขุ ภาพสาธารณสุข จากนั้นจึงเปน เรอ่ื ง สาธารณูปโภคข้นั พน้ื ฐาน และสิง่ จําเปน ในการประกอบอาชพี อาทิ ถนน แหลง นํ้า เพ่ือการเกษตร การอุปโภคบริโภค •เนนการปรบั ใชภ มู ิปญ ญาทองถ่นิ ท่ีราษฎรสามารถนําไปปฏบิ ตั ไิ ด และเกิดประโยชนส งู สดุ \"การพัฒนาประเทศจาํ เปนตอ งทําตามลําดับขัน้ ตองสรางพ้ืนฐาน คือความพอมี พอกิน พอใชข อง ประชาชนสวนใหญเ ปน เบอ้ื งตนกอ น ใชวธิ กี ารและอุปกรณท ี่ประหยัดแตถ ูกตองตามหลักวชิ า เมือ่ ได

89 พ้ืนฐานทม่ี นั่ คงพรอมพอสมควร และปฏิบตั ิไดแ ลวจงึ คอยสรา งเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกจิ ขน้ั ท่สี ูงขน้ึ โดยลําดับตอไป...\" หมายเหตุ : พระบรมราโชวาท 18 กรกฎาคม 2517 ขอท่ี 4 ภมู สิ งั คม การพัฒนาใดๆ ตอ งคํานึงถึงสภาพภูมปิ ระเทศของบรเิ วณนั้นวา เปนอยางไร และสังคม วิทยา เกี่ยวกบั ลักษณะนสิ ัยใจคอคน ตลอกจนวฒั นธรรมประเพณใี นแตล ะทองถ่ินทมี่ ีความแตกตา ง กนั \"การพฒั นาจะตอ งเปน ไปตามภมู ปิ ระเทศทางภมู ิศาสตร และภมู ิประเทศทางสงั คมศาสตรใน สงั คมวทิ ยา คือ นิสยั ใจคอของคนเรา จะไปบงั คบั ใหค นอื่นคิดอยางอืน่ ไมได เราตอ งแนะนาํ เราเขา ไป ดูวาเขาตองการอะไรจริงๆ แลว กอ็ ธบิ ายใหเ ขาเขาใจหลกั การของการพฒั นานี้ก็จะเกดิ ประโยชนอ ยาง ยิง่ \" ขอ ที่ 5 ประหยัด เรยี บงาย ไดป ระโยชนสงู สดุ •สว นพระองคกท็ รงประหยัดมาก •ในการพัฒนาและชวยเหลอื ราษฎร ทรงใชห ลักในการแกปญหาดวยความเรยี บงาย และประหยัด •ราษฎรสามารถทาํ ไดเ อง หาไดใ นทองถ่ิน และประยุกตใชส ิง่ ที่มีอยูในภูมิภาคนนั้ มาแกไข โดยไมต อ ง ลงทุนสงู หรอื ใชเ ทคโนโลยที ่ยี ุงยากนกั ขอ ท่ี 6 ทรงใชธ รรมชาตชิ วยธรรมชาติ •ทรงเขาใจธรรมชาติและตอ งการใหประชาชนใกลชดิ กบั ธรรมชาติ ทรงมองอยางละเอียดถึงปญ หา ธรรมชาติ หากเราตองการแกไขธรรมชาติ จะตองใชธ รรมชาติเขาชวยเหลอื เชน ปลกู ปา โดยไมตอ ง ปลกู •ทําใหมนุษยแ ละธรรมชาติเก้ือกลู กนั ขอ ที่ 7 แกป ญหาที่จุดเลก็ ทรงแกปญ หาในภาพรวม (macro) กอนเสมอ แตก ารแกไขปญหา จะทรงเร่ิมจากจุดเล็ก (micro) คอื การแกไขปญ หาเฉพาะหนาทีซ่ งึ่ คนมกั จะมองขา ม \"ถา ปวดหวั คดิ อะไรไมอ อก กต็ อ งแกไขการปวดหวั น้ีกอน มันไมไดแ กอาการจริง แตตองแกปวดหวั กอน เพอื่ จะใหอ ยใู นสภาพที่คิดได. ..\" ขอที่ 8 ทาํ ใหง าย - Simplicity ทรงคดิ คน ดัดแปลง ปรับปรงุ และแกไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดาํ ริไปได โดยงายไมย งุ ยากซับซอน และที่สําคัญอยา งยิ่ง คือ สอดคลองกับสภาพความเปน อยูข องประชาชน และระบบนเิ วศโดยรวม \"ทาํ ใหงา ย \" ขอ ที่ 9 ไมต ิดตํารา มลี ักษณะของการพัฒนาที่อนโุ ลม และลอมชอมกับสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และสภาพของ สังคม จิตวทิ ยาของชมุ ชน คือ \"ไมติดตํารา\" ไมผูกมัดติดกบั วิชาการและเทคโนโลยีทไี่ มเหมาะสมกับ ชีวิตความเปน อยทู แ่ี ทจริงของคนไทย ขอท่ี 10 ใชอ ธรรมปราบอธรรม

90 ทรงนาํ ความจรงิ ในเรื่อง ธรรมชาติและกฎเกณฑของธรรมชาตเิ ปน หลกั การ แนวปฏิบตั ิในการ แกไ ขปญหาและปรบั ปรงุ สภาวะทไ่ี มปกติเขา สรู ะบบท่ปี กติ เชน การบําบดั นํา้ เนาเสียโดยใหผ ักตบชวา ซึ่งมตี ามธรรมชาติใหดดู ซมึ สง่ิ สกปรกปนเปอนในนํ้า ขอ 11 ปลกู ปา ในใจคน \"เจา หนาท่ีปาไมค วรจะปลูกตน ไมล งในใจคนเสยี กอน แลว คนเหลา นัน้ กจ็ ะพากันปลกู ตนไมล งบน แผน ดนิ และจะรักษาตนไมดว ยตนเอง\" ขอ ท่ี 12 มุง ประโยชนคนสว นใหญเปน หลัก \"การปฏิบตั งิ านทกุ อยางของขา ราชการมีผลเกี่ยวเนือ่ งถึงประโยชนสวนรวมของบานเมืองและ ประชาชนทุกคน เพราะฉะนน้ั จงึ จําเปนทข่ี า ราชการทุกคนจะตองทําหนา ที่ทกุ ๆ ประการใหบ รสิ ุทธ์ิ บรบิ ูรณ โดยเตม็ กาํ ลังสติปญ ญาความรูความสามารถ เพือ่ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการทุกอยางจกั ไดบ รรลุ ความสาํ เร็จอยา งสงู และบังเกดิ ประโยชนอ ยางดีทสี่ ดุ แกตน แกห นา ท่ี และแกแ ผน ดนิ \" พระบรมราโชวาทและพระราชดาํ รสั เกีย่ วกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง..10 คาํ สอนของพอหลวง ร.9 พระบรมราโชวาทและพระราชดาํ รสั เก่ยี วกบั เศรษฐกิจพอเพียง..10คาํ สอนของพอหลวง ร.9 ขอรวบรวมพระบรมราโชวาท และ พระราชดาํ รสั ของ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช ทเี่ ปน คาํ สอนใหกับประชาชนชาวไทย ไดเดินหนา ในการใชชีวิตและการทํางาน พรอ มทง้ั รวมสํานึกในพระมหากรณุ าธิคณุ อนั หาท่ีสุดมิได • คาํ สอนของพอ : การรจู ักใชเงนิ “...ถา เราสะสมเงนิ ใหม าก เรากส็ ามารถทจ่ี ะใชด อกเบย้ี ใชเ งนิ ทเ่ี ปน ดอกเบี้ยโดยไมแ ตะตองทุน ถา เรา ใชมากเกนิ ไปหรอื เราไมร ะวัง เรากินเขาไปเปนทนุ ทนุ มันก็นอยลงๆ จนหมด...” พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว เน่อื งในโอกาสเฉลมิ ฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา เม่ือวันที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ.2518 • คาํ สอนของพอ : การรูจ ักนับถือความรู

91 “...เราเปน นกั เรียน เราไมใ ชผูเชย่ี วชาญ... ถา หากวา ในดานไหนก็ตาม เวลาไปปฏิบัติใหถือวา เรา เปนนักเรียน ชาวบานเปน ครูหรอื ‘ธรรมชาตเิ ปนครู’ การทท่ี านท้งั หลายจะออกไป กจ็ ะไปหลายๆ ดา น... ก็จะตองเขาใจวา เราอาจจะเอาความรูไปใหเ ขา แตก็ตอ งนบั ถือความรูของเขาดว ย จงึ จะมี ความสําเรจ็ ...” พระบรมราโชวาทพระราชทานแกบณั ฑติ อาสาสมคั รพฒั นาชนบท มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน ณ ศนู ยศ กึ ษาการพัฒนาภูพานอนั เนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ อําเภอเมือง จังหวดั สกลนคร เมอ่ื วันท่ี 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2520 • คาํ สอนของพอ : การมเี สรภี าพ “...การมีเสรีภาพนน้ั เปนของดอี ยางยิง่ แตเม่ือจะใชจําเปน ตองใชดวยความระมดั ระวงั และ ความ รบั ผดิ ชอบมิใหล ว งละเมดิ เสรีภาพของผูอืน่ ท่ีเขามีอยูเทาเทียมกนั ท้งั มใิ หก ระทบกระเทือนถงึ สวัสดิ ภาพและความเปนปกติสุขของสวนรวมดว ย มฉิ ะนัน้ จะทําใหม ีความยงุ ยากจะทาํ สงั คมและ ชาติ ประเทศตอ งแตกสลายโดยส้ินเชงิ ...” พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั แถลงการณสภาการวทิ ยแุ ละโทรทัศนแ หงชาตติ าม แนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง (สวชพ.) เร่ือง ‘การใชเ สรีภาพเพ่ือการปรองดองสมานฉันท’ เน่ืองใน วันนกั ขาว เม่อื วนั ท่ี 5 มีนาคม พ.ศ.2520 • คําสอนของพอ : การคดิ กอ นพูด “...หลักของคุณธรรมคือ การคดิ ดวยจิตใจทีเ่ ปน กลาง กอนจะพดู จะทาํ สงิ่ ไร จาํ เปนตองหยดุ คิด เสยี กอ น เพ่ือรวบรวมสตใิ หตัง้ ม่นั และจิตสวา งแจมใส ซึง่ เม่ือฝกหดั คุนเคยชํานาญแลว จะกระทําได คลองแคลว ชว ยใหสามารถแสดงความรคู วามคิดในเร่ืองตางๆ ใหผ ูฟงไดเขา ใจไดง า ย ไดชัด ไมผิด ทง้ั หลักวิชา ท้ังหลักคุณธรรม...” พระบรมราโชวาทในพิธพี ระราชทานปรญิ ญาบัตรของจุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย เมื่อวันท่ี 10 กรกฎาคม พ.ศ.2525 • คําสอนของพอ : ความเจริญในการทํางาน “... ความเจรญิ ของคนท้งั หลาย

92 ยอ มเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบเปน หลักสาํ คญั ผทู จ่ี ะสามารถประพฤตชิ อบ และหาเลี้ยงชีพชอบไดดว ยน้ัน ยอมจะมีทั้งวชิ าความรู ทัง้ หลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเปน ปจจัยสาํ คัญสาํ หรับใชก ระทําการทํางาน สิ่งหลงั เปน ปจจัยสําคัญสาํ หรับสง เสริมความประพฤติและ การปฏิบตั งิ านใหช อบคอื ใหถูกตอ งและเปน ธรรม” พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว พระราชทานแกครโู รงเรยี นราษฎรสอนศาสนา อสิ ลาม 4 จงั หวดั ภาคใตจังหวัดปตตานีเมื่อวันท่ี 24 สิงหาคม พ.ศ.2519 • คาํ สอนของพอ : ความพอเพียง “...ความพอเพียงนีไ้ มไดห มายความวาทกุ ครอบครวั จะตองผลติ อาหารของตัว จะตองทอผา ใสเอง อยา งน้ันมันมากเกนิ ไป แตในหมูบานหรือในอําเภอ จะตองมคี วามพอเพยี งพอสมควร บางสิ่ง บางอยา งทีผ่ ลติ ไดม ากกวา ความตองการ ก็ขายไดแตในท่ีไมหา งไกลเทาไหร ไมต อ งเสียคา ขนสง มาก นกั ...มีเงินเดอื นเทา ไหรจ ะตองใชภ ายในเงินเดอื น...กูเงินน้นั เงินจะตอ งใหเ กิดประโยชนมิใชกูสาํ หรับ ไปเลน ไปทาํ อะไรที่ไมเ กิดประโยชน...” พระราชดาํ รสั ในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา เมอื่ วันที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2540 • คาํ สอนของพอ : ชาตบิ านเมืองคืออวัยวะ “…ชาตบิ านเมืองประกอบดว ยนานาสถาบัน อนั เปรยี บไดกับอวยั วะท้ังปวง ทปี่ ระกอบกันขนึ้ เปนชวี ิต รางกาย ชวี ิตรา งกายดํารงอยูไดเพราะอวยั วะใหญนอยทํางานเปนปรกตพิ รอมกันอยา งไร ชาติ บานเมือง ก็ดาํ รงอยไู ดเพราะสถาบันตางๆ ตัง้ มน่ั และปฏิบัติหนาท่ขี องตนโดยพรอมมลู อยา งน้นั ...” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห วั พระราชทานแกท หารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตํารวจและอาสาสมัครพลเรือนในพิธีตรวจพลสวนสนามในงานพระราชพิธรี ัชดาภเิ ษก เมื่อวันท่ี 8 มิถนุ ายน พ.ศ.2514 • คําสอนของพอ : คนดี “…ในบานเมืองนมี้ ีท้ังคนดีและคนไมดีไมม ีใครทีจ่ ะทําใหทกุ คนเปน คนดีไดท งั้ หมด การทําให บานเมอื งมคี วามปกตสิ ุขเรยี บรอ ย จึงมใิ ชการทําใหท ุกคนเปน คนดหี ากแตอยูท่กี ารสงเสรมิ คนดใี หค น ดี ปกครองบา นเมืองและควบคุมคนไมดีไมใหมีอาํ นาจไมใหก อ ความเดอื ดรอ นวุนวายได...”

93 พระบรมราโชวาทในพธิ ีเปด งานชมุ ชนลกู เสือแหงชาตคิ า ยลูกเสอื วชิราวธุ จงั หวดั ชลบุรี เมอื่ วันท่ี 11 ธนั วาคม พ.ศ. 2512 • คาํ สอนของพอ : การทาํ หนาทข่ี องขาราชการ “…ขาราชการไมวา จะอยูตาํ แหนง ใด ระดบั ไหน มีหนา ที่อยางไร ลวนแลว แตม สี วนสําคญั อยใู นงาน ของแผน ดนิ ท้ังสน้ิ ทกุ คนจึงตองตง้ั ใจปฏบิ ตั หิ นาทโ่ี ดยเตม็ กําลังความสามารถดว ยอุดมคติ ดวยความเขมแขง็ เสียสละและระมัดระวงั ใหการทุกอยางในหนาท่เี ปน ไปอยางถูกตองเท่ียงตรงดวย ความระลกึ รตู วั อยเู สมอวา การปฏบิ ตั ิตัว ปฏบิ ตั งิ านของตนมีผลเก่ียวเน่อื งถึงสุขทุกขข องประชาชน ตลอดจน ความเจริญขึน้ หรอื เสื่อมลงของประเทศชาต.ิ ..” พระบรมราโชวาทเนื่องในวันขา ราชการพลเรือน เมื่อวนั ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557 • คําสอนของพอ : ความสามัคคี “…สามคั คีน้ีก็คือการเหน็ แกบา นเมอื ง และชว ยกนั ทุกวิถที าง เพอ่ื ทจ่ี ะสรา งบานเมืองให เขม แข็ง ดวยการเห็นอกเห็นใจซ่ึงกันและกัน และทาํ งานดวยการซอ่ื สตั ยสุจรติ ตอ งสง เสริมงานของกนั และกนั และไมทาํ ลายงานของกันและกัน มีเร่ืองอะไรใหไดพดู ปรองดองกนั อยา เร่ืองใครเรื่องมัน และงานก็ ทาํ งานอยางตรงไปตรงมา นึกถงึ ประโยชนส วนรวม...” พระราชดาํ รสั ที่พระราชทานในพิธปี ระดบั ยศนายตํารวจชัน้ นายพล เม่ือวันท่ี 15 มกราคม พ.ศ. 2519 นอกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช จะมีพระราชจริยวัตรแหง ความ พอเพยี งและเรียบงา ยแลว พระองคยังนาํ หลกั การน้ีมาใชเพ่ือพฒั นาและแกปญ หาใหร าษฎรของ พระองค และใหเราสามารถนอมนําไปปฏบิ ัติตามรอยพระยุคลบาทได

94 บทที่ 3 วธิ กี ารดําเนนิ งาน ศูนยก ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาํ เภอเมอื งชลบุรี ไดต ระหนัก และจัดทาํ โครงการเรยี นรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของชีวติ อยางยั่งยืน เพอื่ เรียนรหู ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ใหก ับประชาชนท่ัวไป ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี มีการใช ชีวติ ประจําวนั ตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี ใชช วี ิตอยางรอบคอบ ไมประมาท ใช ทรพั ยากรท่ีมีอยูอ ยางคมุ คา และสามารถลดรายจาย เพิ่มรายไดภ ายในครัวเรอื น และมคี ุณภาพ ชวี ติ ท่ีดี โดยมขี ้ันตอนดังน้ี 1. ประชุมบุคลากร กศน.อําเภอเมอื งชลบรุ ี 2. จัดตั้งคณะทาํ งาน/คณะอนุกรรมการและคณะทาํ งานเพื่อดําเนนิ งาน 3. ประสานงาน/ประชาสมั พันธและเปดรบั สมัคร 4. ดาํ เนินงานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรปุ ผลและรายงาน 1. ประชุมปรึกษาหารือการจัดโครงการฯ กศน.อําเภอเมืองชลบรุ ี กศน.ตําบลนาปา ไดวางแผนประชมุ บคุ ลากรกรรมการ กศน.อําเภอเมืองชลบรุ ี เพ่อื หาแนวทางในการดําเนนิ งานและกําหนดวตั ถุประสงครวมกนั 2. แตงตงั้ คณะทาํ งาน จัดทําคาํ สั่งแตงตั้งคณะทํางานโครงการเพ่ือมอบหมอบหมายหนาท่ใี นการทํางานให ชดั เจน เชน 2.1 คณะกรรมการท่ปี รึกษา/อาํ นวยการ มหี นาท่ีอํานวยความสะดวก และใหคําปรึกษา แกไ ขปญหาทเี่ กดิ ขน้ึ 2.2 คณะกรรมการ กศน.ตําบลนาปา ในการจัดหาอุปกรณ เตรยี มใชจ ดั โครงการฯ 2.3 คณะกรรมการฝายบันทึกภาพและประชาสัมพันธ มีหนา ทีบ่ ันทึกภาพกิจกรรมตลอด โครงการ และประชาสมั พันธก จิ กรรมใหสาธารณชนไดทราบ 2.4 คณะกรรมการฝา ยรับลงทะเบียนและประเมินผลหนาทจี่ ดั ทําหลกั ฐานการ ลงทะเบียนผเู ขารวมโครงการ และรวบรวมการประเมนิ ผล และรายงานผลการดําเนนิ การ 3. ประสานงาน/เครือขา ยท่เี กย่ี วของ ประสานงานกบั ผเู ขา รว มโครงการ วิทยากร และคณะครู เชน ประสานเรอ่ื งสถานที่ใช ทํากจิ กรรม รปู แบบการจดั กจิ กรรมโครงการ วนั เวลา สถานที่ รายละเอียดการเขารวมกิจกรรม พรอ มทัง้ ประชาสัมพนั ธการจัดกจิ กรรม

95 4. ดําเนนิ การตามแผนงานโครงการ โครงการเรยี นรูว ถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี งนําสคู วามสุขของชวี ิตอยา งยั่งยนื ในวนั ที่ 7 ธันวาคม 2561 ณ บา นเลขท่ี 41/1 หมูท ี่ 7 ตําบลนาปา อาํ เภอเมืองชลบรุ ี จังหวัดชลบุรี จํานวน 10 คน โดยจดั กจิ กรรมโดยใชก ระบวนการกลุมและการอภิปราย 5. สรุปผลและรายงาน โครงการเรียนรูว ถิ ีเศรษฐกจิ พอเพียงนําสคู วามสขุ ของชวี ิตอยา งยั่งยนื ในวนั ที่ 7 ธันวาคม 2561 ณ บานเลขท่ี 41/1 หมทู ี่ 7 ตาํ บลนาปา อาํ เภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี โดย จดั กจิ กรรมโดยใชกระบวนการกลุมและการอภปิ ราย จะนําแนวทางเรียนรหู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง มีการใชชวี ติ ประจําวันตามหลักการของความพอเพยี ง ความพอดี ใชชีวติ อยางรอบคอบ ไม ประมาท ใชท รัพยากรทมี่ ีอยอู ยา งคุม คา และสามารถลดรายจาย เพิม่ รายไดภ ายในครวั เรือน และมี คณุ ภาพชีวติ ท่ีดี กศน.ตําบลนาปา ไดดําเนนิ การตามขน้ั ตอนและไดรวบรวมขอ มลู จากแบบสาํ รวจสถิติท่ี ใชในการวเิ คราะห คือโดยกําหนดคา ลาํ ดับความสําคญั ของการประเมนิ ผลออกเปน 5 ระดับ ดงั น้ี มากทีส่ ุด ใหคะแนน 5 มาก ใหคะแนน 4 ปานกลาง ใหคะแนน 3 นอย ใหค ะแนน 2 นอยทสี่ ดุ ใหคะแนน 1 ในการแปลผล ผูจดั ทาํ ไดใชเกณฑการพิจารณาจากคะแนนเฉลีย่ ตามแนวคิดของ บุญชม ศรสี ะอาด และบญุ สง นวิ แกว (2535, หนา 22-25) 4.51-5.00 หมายความวา ดีมาก 3.51-4.50 หมายความวา ดี 2.51-3.50 หมายความวา ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความวา นอย 1.00-1.50 หมายความวา ตองปรับปรงุ ผเู ขารวมโครงการ จะตองกรอกขอมลู ตามแบบสอบถาม เพ่อื นาํ ไปใชในการประเมนิ ผลของ การจดั กิจกรรมดังกลา ว และจะไดน ําไปเปน ขอมลู ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใชใ นการจดั ทาํ แผนการดําเนินการในปตอไป

96 บทที่ 4 ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อ มูล ในการโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในวันท่ี 7 ธันวาคม 2561 ณ บานเลขท่ี 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มี ผูเขารวมโครงการเปนประชาชนทั่วไปในชุมชน จํานวน 10 คน ซ่ึงไดสรุปผลจากแบบสอบถามและ นาํ เสนอผลการวิเคราะหขอมูล จากการกําหนดขนาดของกลุมตัวอยางโดยใชตาราง ซ่ึงไดสรุปผลจาก แบบสอบถามและนําเสนอผลการวิเคราะหขอ มลู จากผเู รียน จาํ นวน 10 ชุด ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตัวผตู อบแบบถามของผูเขารวมโครงการเรยี นรูว ิถเี ศรษฐกิจพอเพยี ง นาํ สูค วามสขุ ของชวี ติ อยางย่ังยนื ใหก บั ประชาชนทัว่ ไปในชุมชน ในวนั ที่ 7 ธนั วาคม 2561 ณ บา นเลขที่ 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบรุ ี จงั หวดั ชลบุรี มผี ูเขารว มโครงการ เปน ประชาชนท่ัวไปในชุมชน จาํ นวน 10 คน ผูเขารว มกจิ กรรมทีต่ อบแบบสอบถามไดน ํามาจําแนก ตามเพศ อายุ และอาชีพ ผจู ดั ทาํ ไดน าํ เสนอจําแนกตามขอ มูลดังกลาว ดงั ปรากฏตามตารางท่ี 1 ดังตอไปนี้ ตารางท่ี 1 แสดงคา รอ ยละของผูตอบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามเพศ เพศ ชาย หญงิ ความคิดเหน็ จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ ผูเขา รวมโครงการเรียนรูว ถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสู ความสุขของชีวิตอยา งยั่งยนื 5 50.00 5 50.00 จากตารางที่ 1 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในการจัดทําเครื่องมือประเมิน เปนชาย 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00 เปนหญงิ 5 คดิ เปน รอยละ 50.00 ตารางท่ี 2 แสดงคา รอ ยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามอายุ อายุ ต่ํากวา 15 ป 16 - 29 ป 30 - 39 ป 40 - 49 ป 50 - 59 ป 60 ปขน้ึ ไป ความคิดเหน็ ผเู ขา รวมโครงการ จํานวน รอ ยละ จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ย จาํ นวน รอ ยละ เรียนรวู ิถเี ศรษฐกิจ ละ พอเพยี งนาํ สู ความสุขของชวี ติ - - 6 60.00 1 10.00 1 10.00 - - 2 20.00 อยางยง่ั ยืน

97 จากตารางท่ี 2 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมผูเขารวมกิจกรรม โครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในชวงอายุ 16 – 29 ป มี จํานวน 6 คน คิดเปนรอยละ 60.00, ในชวงอายุ 31 – 39 ป มีจํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 41 – 49 ป มีจํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 60 ปข้ึนไป มีจํานวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 20.00 ตารางท่ี 3 แสดงคารอยละของผตู อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาชพี ประเภท รบั จา ง คา ขาย รบั ราชการ เกษตรกร อน่ื ๆ(วางงาน) ความคิดเหน็ จาํ นวน รอ ยละ จํานวน รอยละ จาํ นวน รอยละ จํานวน รอ ยละ จํานวน รอยละ ผเู ขารวม 5 50.00 1 10.00 - - - - 4 40.00 กจิ กรรมโครงการ เรียนรูวถิ ี เศรษฐกจิ พอเพยี งนําสู ความสุขของชวี ติ อยา งยัง่ ยืน จากตารางท่ี 3 แสดงวา ผูต อบแบบสอบถามของผูเ ขา รว มผูเ ขา รวมกิจกรรมโครงการเรียนรู วถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี งนําสคู วามสขุ ของชีวิตอยา งยั่งยืน มีอาชีพรบั จาง มีจาํ นวน 5 คน คดิ เปนรอยละ 50.00, มีอาชีพคาขาย มจี าํ นวน 1 คน คดิ เปนรอยละ 10.00 มอี าชีพอ่ืน ๆ มีจาํ นวน 4 คน คิดเปน รอ ยละ 40.00 ตารางท่ี 4 แสดงคารอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามระดบั การศกึ ษา การศกึ ษา ประถมศกึ ษา ม.ตน ม.ปลาย สงู กวา ความคดิ เห็น ม.ปลาย ผูเขา รว มกจิ กรรมโครงการเรียนรู จาํ รอยละ จํา รอ ยละ จํา รอ ยละ จํา รอ ย วิถเี ศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสขุ นวน นวน นวน นวน ละ ของชีวติ อยางย่งั ยนื 4 40.00 4 40.00 2 20.00 -- จากตารางท่ี 4 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมกิจกรรมโครงการเรียนรูวิถี เศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จํานวน 4 คน คดิ เปนรอยละ 40.00 ระดับ ม.ตน จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 40.00 ระดับ ม.ปลาย จํานวน 2 คน คิดเปน รอ ยละ 20.00

98 ตอนที่ 2 ตารางที่ 5 ขอมลู เก่ียวกบั ความคิดเหน็ ของผเู ขา รวมโครงการฯ/ผลการประเมินโครงการ เรยี นรวู ถิ ีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวติ อยางยั่งยืน เนอ้ื หาโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของ N = 10 ชวี ิตอยางย่งั ยืน X̄ S.D. อนั ดบั ท่ี ระดับผลการประเมนิ ตอนที่ 1 ความพึงพอใจดานเนื้อหา 4.80 0.42 2 ดีมาก 1.เนอ้ื หาตรงตามความตองการ 2.เน้อื หาเพียงพอตอ ความตองการ 4.80 0.42 2 ดีมาก 3.เนือ้ หาเปนปจ จบุ นั และทนั สมัย 4.90 0.32 1 ดีมาก 4.เนอ้ื หามีประโยชนต อการนําไปใชในการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต 4.60 0.52 4 ดีมาก ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจดา นกระบวนการจัดกิจกรรม 5. การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม 4.80 0.42 2 ดมี าก 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค 4.80 0.42 2 ดมี าก 7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 4.80 0.42 2 ดมี าก 8. การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ เปา หมาย 4.70 0.48 3 ดีมาก 9. วธิ กี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วัตถปุ ระสงค 4.80 0.42 2 ดีมาก ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจตอวิทยากร 10. วิทยากรมคี วามรูความสามารถในเร่ืองที่ถายทอด 4.60 0.52 4 ดมี าก 11. วทิ ยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส ่อื เหมาะสม 4.80 0.42 2 ดมี าก 12. วทิ ยากรเปด โอกาสใหมสี วนรว มและซักถาม 4.70 0.48 3 ดีมาก ตอนที่ 4 ความพึงพอใจดา นการอาํ นวยความสะดวก 13. สถานที่ วสั ดุ อุปกรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก 4.80 0.42 2 ดมี าก 14. การสอ่ื สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเกิดการเรยี นรู 4.80 0.42 2 ดีมาก 15. การบริการ การชว ยเหลอื และการแกปญ หา 4.90 0.32 1 ดมี าก คา เฉลยี่ 4.77 0.06

99 จากตารางท่ี 5 พบวา โดยเฉลีย่ แลว ผเู ขา รับการอบรมในโครงการเรียนรวู ถิ เี ศรษฐกิจ พอเพียงนําสูค วามสุขของชีวติ อยางยัง่ ยืน มีความพึงพอใจในภาพรวมอยูในระดบั ดีมาก เม่อื วิเคราะหเปน รายขอพบวา (x=̄ 4.90) ลําดับที่ 1 เนือ้ หาเปน ปจจุบนั และทนั สมัย (x̄=4.90) ลาํ ดับท่ี 1 การบรกิ าร การชว ยเหลือและการแกปญ หา (x̄=4.80) ลําดบั ท่ี 2 เน้ือหาตรงตามความตอ งการ (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 เนื้อหาเพียงพอตอความตอ งการ (x̄=4.80) ลาํ ดับที่ 2 การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา (x=̄ 4.80) ลําดับท่ี 2 วิธีการวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค (x=̄ 4.80) ลําดับท่ี 2 วิทยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส อ่ื เหมาะสม (x̄=4.80) ลาํ ดับที่ 2 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก (x=̄ 4.80) ลําดับที่ 2 การส่อื สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเ กดิ การเรยี นรู (x̄=4.70) ลําดบั ที่ 3 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั กลุม เปา หมาย (x=̄ 4.70) ลําดบั ท่ี 3 วิทยากรเปด โอกาสใหมสี ว นรว มและซกั ถาม (x=̄ 4.60) ลําดบั ท่ี 4 เน้อื หามีประโยชนต อการนาํ ไปใชใ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ (x=̄ 4.60) ลาํ ดบั ที่ 4 วทิ ยากรมคี วามรูความสามารถในเรอ่ื งทถี่ า ยทอด ตารางท่ี 6 ผานการฝกอบรมไดนาํ ความรูไปใชจ ริง ประเภท เพมิ่ รายได ลดรายจา ย นาํ ไปประกอบ พัฒนาคณุ ภาพชีวิต ใชเ วลาวางใหเปน ความคดิ เหน็ อาชพี ประโยชน จํานวน รอยละ จาํ นวน รอยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ ผูเขารวมโครงการ จํานวน รอ ยละ เรยี นรวู ถิ ีเศรษฐกิจ - - 2 20.00 - - 8 8.00 -- พอเพียงนําสู ความสขุ ของชีวติ อยา งยง่ั ยืน จากตารางท่ี 6 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมผูเขารวมกิจกรรมโครงการ เรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ไดนําความรูไปใชจริง ดานลดรายจาย จํานวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 20.00 และ นาํ ไปพฒั นาคุณภาพชีวติ จํานวน 8 คน รอ ยละ 80.00

100 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ โครงการเรียนรวู ิถเี ศรษฐกจิ พอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยา งยัง่ ยืน มีวตั ถุประสงค เพื่อใหผ เู ขารวมโครงการฯ ใชชีวิตประจาํ วนั ตามหลักการของความพอเพยี ง ความพอดี ใชชีวติ อยา ง รอบคอบ ไมป ระมาท ใชท รัพยากรทม่ี ีอยอู ยางคุมคา และสามารถลดรายจาย เพ่ิมรายไดภ ายใน ครัวเรอื น และมีคณุ ภาพชีวติ ที่ดีข้ึน ในวันท่ี 7 ธันวาคม 2561 ณ บา นเลขท่ี 41/1 หมูท ่ี 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบรุ ี ท้งั นี้ ขอสรปุ และอภปิ รายผลและขอเสนอแนะดังนี้ 1. สรุปผล 1.1 ผูตอบแบบสอบถามของโครงการเรยี นรูวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สูความสุขของชวี ติ อยา งยง่ั ยนื จํานวนท้งั หมด 10 คน เปนชาย 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00 เปน หญิง 5 คิดเปน รอ ยละ 50.00 ในชวงอายุ 16 – 29 ป มีจํานวน 6 คน คดิ เปนรอยละ 60.00, ในชวงอายุ 31 – 39 ป มี จํานวน 1 คน คิดเปนรอ ยละ 10.00, ในชวงอายุ 41 – 49 ป มจี ํานวน 1 คน คดิ เปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 60 ปข ้ึนไป มีจาํ นวน 2 คน คิดเปน รอ ยละ 20.00 อาชพี รับจาง มจี าํ นวน 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00, มีอาชพี คา ขาย มจี ํานวน 1 คน คดิ เปน รอ ยละ 10.00 มีอาชีพอื่น ๆ มีจาํ นวน 4 คน คดิ เปน รอยละ 40.00 มีการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา จาํ นวน 4 คน คิดเปนรอยละ 40.00 ระดบั ม.ตน จาํ นวน 4 คน คดิ เปนรอยละ 40.00 ระดบั ม.ปลาย จํานวน 2 คน คดิ เปนรอยละ 20.00 ตามลําดับ 1.2 ขอมูลเก่ียวกับความคิดเห็นของผูเขารับการอบรมในโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพียงนาํ สคู วามสขุ ของชีวติ อยา งยง่ั ยนื มคี วามพึงพอใจในภาพรวมอยใู นระดบั ดีมาก เมื่อวเิ คราะหเปนรายขอพบวา (x=̄ 4.90) ลําดบั ท่ี 1 เนือ้ หาเปนปจจุบนั และทันสมัย (x̄=4.90) ลาํ ดับที่ 1 การบริการ การชว ยเหลือและการแกป ญ หา (x=̄ 4.80) ลําดบั ที่ 2 เน้ือหาตรงตามความตองการ (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 เน้ือหาเพียงพอตอ ความตอ งการ (x̄=4.80) ลาํ ดับท่ี 2 การเตรยี มความพรอมกอนจัดกิจกรรม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ที่ 2 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา (x̄=4.80) ลําดับท่ี 2 วธิ กี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค (x=̄ 4.80) ลาํ ดับท่ี 2 วิทยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส ่ือเหมาะสม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ที่ 2 สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก (x=̄ 4.80) ลําดับที่ 2 การสือ่ สาร การสรางบรรยากาศเพอ่ื ใหเกดิ การเรียนรู (x=̄ 4.70) ลําดับที่ 3 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ เปาหมาย (x=̄ 4.70) ลําดับที่ 3 วิทยากรเปด โอกาสใหม สี วนรวมและซกั ถาม

101 (x̄=4.60) ลาํ ดับท่ี 4 เนื้อหามีประโยชนตอการนําไปใชใ นการพัฒนาคุณภาพชวี ติ (x̄=4.60) ลําดับท่ี 4 วทิ ยากรมีความรูความสามารถในเรอื่ งท่ถี ายทอด 2. อภปิ รายผล ผูเขา รว มโครงการเรียนรวู ถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สูค วามสุขของชวี ิตอยางยงั่ ยนื มี ความพงึ พอใจอยูในระดบั ดีมาก คดิ เปน คาเฉลย่ี 4.77 3. ขอเสนอแนะ - อยากใหหนว ยงาน/ภาคีเครอื ขา ยทเ่ี กีย่ วของมกี ารประชาสมั พันธใ หประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย ดําเนินชีวิตแบบเรียบงายใหพอเพียง พอกิน และพอใช โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง

102 บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรยี น. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บุญชม ศรสี ะอาด และ บญุ สง นวิ แกว. (2535 หนา 22 – 25). บรรพต สวุ รรณประเสริฐ. (2544:12). สํานักงานบริหารการศึกษานอกโรงเรียน. (2549:2), (2549:5). สทุ ธดิ า หงสบ ญุ เสรมิ , 2550 : 42 วิชยั วงษใ หญ. (2525:2-3), (2525:10). http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=736 https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/living-longer-better-geriatric-health- care/degenerative-disorders-symptoms-treatment


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook