53 โครงการเรยี นรูวถิ ีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของชีวติ อยางยง่ั ยนื วันที่ 7 ธนั วาคม 2561 ณ บา นเลขที่ 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อาํ เภอเมืองชลบรุ ี จังหวัดชลบุรี กศน.ตําบลนาปา ศูนยการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อําเภอเมืองชลบรุ ี
54 คํานาํ โครงการไทยนิยม ยั่งยืน เปนส่ิงที่ตอยอดมาจากแนวคิด \"โครงการประชารัฐ\" ในการ แกปญหาและพัฒนาความเปนอยูของประชาชนอยางยั่งยืน ในทุก ๆ ดา น ทัง้ เศรษฐกจิ สังคม รวมถึง ความมั่นคง ซ่ึงคอนเซ็ปตของไทยนิยม ย่ังยืน จะเปนการจัดสรรงบประมาณลงไปในแตละพื้นท่ีอยาง เทาเทียม ตามความตองการของประชาชน เพื่อลดปญหาความเหล่ือมล้ําในประเทศ พรอมกับให ประชาชนตระหนักถึงบทบาทหนาท่ีในการมีสวนรวมพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ดวยเหตุน้ี จึงมีการต้ังกลุมคณะทํางานข้ึนมาใหมในช่ือ \"คณะกรรมการขับเคล่ือนการ พัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ย่ังยืน\" เพ่ือเขาไปทํางานรวมกับหนวยงานตาง ๆ ในประเทศ ดวยการลงไปรับฟงความคิดเห็นของประชาชนในแตละพ้ืนท่ีจริง ๆ วาตองการอะไร แลวนําขอมูลที่ ไดมาพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนใหพนจากความยากจน โจทยสําคัญเลยของ โครงการไทยนิยม ย่ังยืน ก็เพื่อพัฒนาใน 2 ดานหลักไปพรอม ๆ กัน คือ ดานเศรษฐกิจ ในการดูแล ปญหาปากทอง ความเปนอยูของประชาชนใหดีข้ึน และดานความมั่นคงของประเทศ ซึ่งส่ิงท่ี ประชาชนจะไดรับประโยชน จะอยูในแผนการดําเนินงาน 10 เรื่อง กศน.ตําบลสํานักบก จึงไดเลือก หัวขอใหสอดคลองกับงบดําเนินงาน กิจกรรมการเรียนรูตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ หัวขอท่ี 4 วิถไี ทยวิถพี อเพยี ง : สรา งความเขา ใจหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง เสริมสรา งวนิ ยั การออม ดังน้ัน กศน.ตําบลนาปา ไดเล็งเห็นความสําคัญ จึงไดจัดทําโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพยี งนําสูความสขุ ของชีวติ อยางย่งั ยนื ขนึ้ ทายนี้ กศน.ตําบลนาปา ตองขอบคุณ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี และผูที่เก่ียวของที่ให คําปรึกษาแนะนําการจัดทําโครงการฯ หากมีขอบกพรองประการใด ผูจัดตองขออภัยมาไว ณ ที่นี้ และจะปรบั ปรุงใหดยี ิ่งขน้ึ ในโอกาสตอ ไป กศน.ตาํ บลนาปา ธนั วาคม 2561
55 สารบญั หนา บทที่ 1 บทนาํ .............................................................................................................................1 หลกั การและเหตุผล.................................................................................................1 วตั ถุประสงค. ............................................................................................................1 เปา หมาย..................................................................................................................1 ผลลัพธ.....................................................................................................................2 ดชั นวี ดั ผลสําเรจ็ ของโครงการ..................................................................................2 2 เอกสารการศกึ ษาและรายงานทเ่ี กี่ยวของ.....................................................................3 ยุทธศาสตรและจดุ เนน การดาํ เนนิ งาน สาํ นกั งาน กศน. ประจําปง บประมาณ พ.ศ. 2562……………………………………………………………………………..........................3 แนวทาง/กลยทุ ธการดําเนินงานการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย ของ กศน.และ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี...................................................................10 พระราชดําริวา ดวยเศรษฐกิจพอเพยี ง..…................................................................19 3 วธิ ดี ําเนนิ งาน...............................................................................................................37 ประชมุ ปรกึ ษาหารือการจดั โครงการฯ กศน.อาํ เภอเมอื งชลบุร.ี ............................37 แตงตั้งคณะทาํ งาน.................................................................................................37 ประสานงาน/เครือขา ยทีเ่ กย่ี วขอ ง…………………....................................................37 ดําเนินการตามแผน...............................................................................................38 สรปุ ผลและรายงาน...............................................................................................38
56 สารบญั หนา บทที่ 4 ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อ มูล....................................................................39 ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตวั ผตู อบแบบถามของผเู ขารว มโครงการเรียนรูว ิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสูความสขุ ของชีวิตอยางยั่งยืน.................................................................39 ตอนท่ี 2 ขอมลู เกยี่ วกบั ความคิดเหน็ ของผเู ขารว มโครงการเรยี นรูวิถเี ศรษฐกิจ พอเพียงนําสูความสขุ ของชีวิตอยางย่ังยนื ……...........................................................41 5 สรุปผล อภิปรายผล และขอเสนอแนะ.....................................................................43 สรุปผล....................................................................................................................43 อภิปรายผล.............................................................................................................44 ขอ เสนอแนะ...........................................................................................................44 บรรณานกุ รม ภาคผนวก
57 สารบัญตาราง ตารางที่ หนา 1 แสดงคา รอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามเพศ.........................................39 2 แสดงคา รอยละของผตู อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาย.ุ ........................................39 3 แสดงคารอยละของผูตอบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาชพี ......................................40 4 แสดงคา รอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจําแนกระดับการศึกษา..............................40 5 ผลการประเมนิ โครงการเรยี นรูวิถเี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สคู วามสุขของชีวิตอยา งยั่งยืน….41 6 ผานการฝก อบรมไดนาํ ความรไู ปใชจ ริง………………………....…………………........................42
58 บทที่ 1 บทนาํ หลักการและเหตุผล เศรษฐกิจพอเพียง เปน ปรชั ญาที่ชี้ถงึ แนวทางปฏบิ ตั ิตน โดยคาํ นงึ ถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสรา งภมู คิ มุ กนั ท่ดี ี เพื่อพรอมรบั ตอความเสย่ี ง บนพื้นฐานของความรอบรู ความรอบคอบ ระมัดระวัง และคุณธรรม การใชค วามรูอ ยางถูกหลกั วชิ าการ ควบคูไปกับการกระทาํ ทไ่ี มเบียดเบยี นกัน การแบง ปน ชว ยเหลอื ซ่ึงกนั และกนั ความรว มมือปรองดองกนั ในสงั คม จะสราง สายใย เชือ่ มโยงคนในภาคสวนตางๆของสงั คมเขาดว ยกัน สรางสรรคพ ลงั ในทางบวก นาํ ไปสคู วาม สามคั คี การพฒั นาทส่ี มดลุ และยั่งยนื และการพรอมรับตอการเปลีย่ นแปลงตางๆ ภายใตกระแส โลกาภวิ ฒั น กศน. ตําบลนาปา จงึ ไดจดั ทําโครงการเรียนรวู ิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูค วามสขุ ของชวี ติ อยา งยั่งยนื ขึ้นเพื่อใหประชาชนไดต ระหนกั และเกิดการเรียนรู ในการพ่งึ พาตนเอง มีการดําเนนิ ชวี ติ ใหอยูอ ยางพอประมาณ เดนิ ทางสายกลาง มีความพอดี มีความพอเพยี งกบั ตนเอง ใชเวลาวา งใหเ กิด ประโยชน มคี ณุ คา สรา งความรักสามคั คี พัฒนาความผูกพันในครอบครัวมากย่งิ ข้นึ ให และสามารถ ทาํ บญั ชรี ายรบั รายจา ยไดอยางถูกตอง วัตถุประสงค 1. เพื่อใหป ระชาชน มีการใชชีวติ ประจําวันตามหลกั การของความพอเพียง ความพอดี การใชชวี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใชทรัพยากรทมี่ ีอยูใหเ กิดประโยชนค มุ คา 2. เพ่อื ใหประชาชน นําความรทู ไี่ ดรบั ไปปรบั ใชในชวี ิตประจาํ วนั สามารถลดรายจาย เพ่มิ รายได ภายในครัวเรือน และมีคุณภาพชวี ติ ทด่ี ี เปา หมาย เชงิ ปรมิ าณ ประชาชนตาํ บลนาปา จํานวน 10 คน เชิงคุณภาพ รอยละ 80 ประชาชนตาํ บลนาปา มกี ารใชช วี ิตประจําวนั ตามหลกั การของความ พอเพียง ความพอดี ใชช ีวติ อยา งรอบคอบ ไมประมาท ใชทรพั ยากรท่ีมีอยูอ ยา งคุมคา และสามารถลด รายจาย เพม่ิ รายไดภายในครัวเรือน และมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี
59 ผลลัพธ ประชาชนทีเ่ ขา รวมโครงการ รอ ยละ 80 มีการใชชวี ติ ประจําวนั ตามหลกั การของความ พอเพียงความพอดี ใชชวี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใชท รัพยากรที่มอี ยูอยา งคุมคา และสามารถลด รายจา ย เพิม่ รายไดภายในครัวเรอื น และมีคุณภาพชวี ิตท่ีดี ดชั นีตัวชีว้ ัดผลสาํ เร็จของโครงการ ตวั ชว้ี ดั ผลผลติ - ผเู ขารวมโครงการฯ ไมน อยกวารอยละ 80 ของกลุมเปา หมาย จาํ นวน 10 คน - ผูเขารว มโครงการฯมีความพึงพอใจในระดับดีขึน้ ไปไมน อยกวา รอยละ 80 มีมีการใช ชีวติ ประจาํ วนั ตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี ใชช วี ติ อยางรอบคอบ ไมประมาท ใช ทรัพยากรทีม่ ีอยูอยา งคมุ คา และสามารถลดรายจาย เพม่ิ รายไดภายในครวั เรอื น และมีคุณภาพชีวติ ทด่ี ี ตัวชีว้ ัดผลลัพธ ผูเ ขา รว มโครงการฯ ไมน อ ยกวารอ ยละ 50 สามารถนําไปประยกุ ตใ ชใ นชีวติ ประจําวันได
60 บทที่ 2 เอกสารการศกึ ษาทเ่ี กีย่ วขอ ง ในการจดั ทาํ รายงานโครงการเรียนรูวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสคู วามสขุ ของชวี ติ อยาง ยง่ั ยืน คร้งั นี้ ผจู ดั ทาํ โครงการไดท าํ การคนควาเน้ือหาเอกสารการศกึ ษาทเ่ี กย่ี วของ ดงั นี้ 1.ยุทธศาสตรแ ละจดุ เนน การดาํ เนนิ งานสาํ นักงาน กศน. ประจาํ ปง บประมาณ พ.ศ. 2562 2. แนวทาง/กลยทุ ธการดําเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั ของ กศน.อาํ เภอเมืองชลบุรี 3. กรอบการจัดกิจกรรมการศึกษาเพือ่ เรยี นรหู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 4. ความรเู กี่ยวกับการใชช วี ติ ประจําวันตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี การ ใชช ีวิต อยางรอบคอบ ไมป ระมาท ใชท รพั ยากรท่ีมีอยูใหเกิดประโยชนค ุมคา 5. พระราชดํารวิ า ดวยเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน วิถีชีวติ เศรษฐกจิ พอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม 1. ยทุ ธศาสตรแ ละจุดเนน การดาํ เนนิ งาน สํานักงาน กศน.ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2562 วิสยั ทศั น คนไทยไดรับโอกาสการศึกษาและการเรียนรูตลอดชีวิตอยางมีคุณภาพ สามารถ ดํารงชีวิตที่เหมาะสมกับชวงวัยสอดคลองกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จําเปน ในโลกศตวรรษท่ี 21 บทบาทหนา ที่ กกกกกก สาํ นักงาน กศน. มีบทบาทหนาทต่ี ามบทบัญญัตแิ หงพระราชบัญญตั สิ งเสรมิ การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั พ.ศ. 2551 1. เปน หนวยงานกลางในการดําเนนิ การ สง เสรมิ สนับสนุน และประสานงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั และรบั ผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ* 2. จดั ทําขอเสนอแนะ นโยบาย ยุทธศาสตร แผน และมาตรฐานการศกึ ษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั ตอคณะกรรมการสงเสริมสนับสนุนและประสานความรวมมือการศกึ ษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 3. สงเสรมิ สนบั สนนุ และดําเนนิ การพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ การวจิ ยั การพฒั นา หลักสตู รและนวตั กรรมทางการศกึ ษา บุคลากร และระบบขอ มลู สารสนเทศที่เก่ียวของกบั การศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย 4. สง เสริม สนับสนนุ และดําเนนิ การเทียบโอนผลการเรียน การเทยี บโอนความรแู ละ ประสบการณและการเทียบระดับการศกึ ษา
61 5. สง เสริม สนบั สนุน และประสานงานใหบ ุคคล ครอบครัว ชมุ ชน องคกรชุมชน องคกร ปกครองสวนทอ งถ่ิน องคกรเอกชน องคก รวชิ าชพี สถาบนั ศาสนา สถานประกอบการ และองคกรอ่นื รวมตัวกันเปนภาคีเครือขา ยเพื่อเสริมสรางความเขมแข็งในการดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและ การศกึ ษาตามอัธยาศัย 6. จดั ทาํ ขอ เสนอแนะเก่ยี วกบั การใชประโยชนเครอื ขายเทคโนโลยีสารสนเทศและการ ส่อื สาร สถานีวิทยโุ ทรทัศนเพ่ือการศึกษา วทิ ยุชุมชน ศนู ยวิทยาศาสตรเ พอ่ื การศึกษา หองสมุด ประชาชน พิพิธภณั ฑศูนยการเรียนชมุ ชนและแหลงการเรยี นรูอ ืน่ เพื่อสงเสรมิ การเรียนรูและการ พฒั นาคณุ ภาพชวี ิตอยางตอเนอ่ื งของประชาชน 7. ดาํ เนินการเกยี่ วกับการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดําเนินงานการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั 8. ปฏิบัติงานอ่นื ใดตามพระราชบญั ญตั ินีห้ รอื กฎหมายอ่นื ที่บัญญัติใหเปน อํานาจหนา ที่ ของสํานักงานหรือตามท่รี ัฐมนตรมี อบหมาย เปาประสงค กกกกกก 1. ประชาชนผดู อ ย พลาด และขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทง้ั ประชาชนทวั่ ไปไดร ับ โอกาสทางการศึกษาในรปู แบบการศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน การศึกษาตอเน่ือง และการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคณุ ภาพ อยางเทา เทียมและทว่ั ถงึ เปนไปตามสภาพ ปญหา และความ ตอ งการของแตล ะกลุมเปาหมาย กกกกกก 2. ประชาชนไดร บั การยกระดับการศกึ ษา สรา งเสรมิ และปลูกฝง คณุ ธรรม จริยธรรม และความเปน พลเมืองอันนาํ ไปสูการยกระดับคณุ ภาพชวี ติ และเสรมิ สรา งความเขม แข็งใหชมุ ชนเพอ่ื พฒั นาไปสคู วามม่นั คงและย่งั ยนื ทางดานเศรษฐกิจ สงั คม วัฒนธรรม ประวตั ิศาสตร และส่งิ แวดลอม กกกกกก 3. ประชาชนไดร บั โอกาสในการเรียนรแู ละมเี จตคตทิ างวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่ เหมาะสมสามารถคิด วเิ คราะห และประยุกตใชในชวี ติ ประจําวนั รวมทัง้ แกป ญหาและพัฒนาคณุ ภาพ ชวี ติ ไดอยางสรา งสรรค กกกกกก 4. ประชาชนไดรบั การสรา งและสงเสริมใหม นี ิสยั รักการอานเพ่ือการแสวงหาความรู ดว ยตนเอง กกกกกก 5. ชมุ ชนและภาคเี ครือขายทุกภาคสวน รวมจัด สง เสริม และสนับสนุนการดําเนินงาน การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั รวมทัง้ การขบั เคล่ือนกิจกรรมการเรียนรขู องชุมชน กกกกกก 6. หนว ยงานและสถานศึกษาพัฒนา เทคโนโลยที างการศกึ ษา เทคโนโลยีดิจิทลั มาใช ในการยกระดับคุณภาพในการจดั การเรยี นรแู ละเพิ่มโอกาสการเรยี นรใู หก ับประชาชน กกกกกก 7. หนวยงานและสถานศึกษาพัฒนาสอ่ื และการจัดกระบวนการเรียนรเู พ่ือแกปญหา และพัฒนาคณุ ภาพชีวิต ท่ตี อบสนองกับการเปล่ียนแปลงบริบทดานเศรษฐกจิ สังคม การเมอื ง วัฒนธรรม ประวัติศาสตร และส่งิ แวดลอ ม รวมท้งั ตามความตองการของประชาชน และชมุ ชนใน รปู แบบทหี่ ลากหลาย กกกกกก 8. บุคลากรของหนวยงานและสถานศกึ ษาไดรับการพฒั นาเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการ ปฏบิ ัตงิ านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอยา งมปี ระสทิ ธิภาพ
62 กกกกกก 9. หนวยงานและสถานศึกษามรี ะบบการบรหิ ารจดั การตามหลกั ธรรมาภบิ าล นโยบายและจดุ เนนการดาํ เนนิ งาน สาํ นักงาน กศน 1.ยุทธศาสตรดา นความมั่นคง 1.1 สงเสริมการจัดการเรียนรูท่ีปลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย การมีจิตอาสา และ อุดมการณค วามยึดมนั่ ในสถาบนั หลกั ของชาติ 1) เสรมิ สรา งความรคู วามเขา ใจทถ่ี กู ตองในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมี พระมหากษัตริยท รงเปน ประมุข มีความเปนพลเมอื งดี เคารพความคดิ ของผูอ่ืน ยอมรบั ความแตกตาง และหลากหลายทางความคดิ และอดุ มการณ รวมทั้งสงั คมพหุวฒั นธรรม 2) สงเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรูที่ปลูกฝงคุณธรรม สรางวินัย จิตสาธารณะ และ อุดมการณความยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ รวมท้ังการมีจิตอาสา ผานกิจกรรมลูกเสือ กศน. และ กิจกรรมอ่ืนๆ ตลอดจนสนับสนุนใหมกี ารจัดกจิ กรรมเพ่ือปลูกฝงคณุ ธรรม จริยธรรมใหกบั บุคลากรใน องคกร 1.2 รวมขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน โดยบูรณาการ ขับเคล่ือนการทํางานตามแนวทางประชารัฐ ดําเนินโครงการ/กิจกรรมในพ้ืนที่ท้ังในระดับตําบล หมูบาน โดยใชทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยม ย่ังยืน ระดับตําบลเปนแกน หลัก และสนบั สนนุ กลไกการขบั เคล่อื นในพ้ืนท่ที กุ ระดบั ตั้งแตจ ังหวดั อําเภอ ตําบล และหมบู าน 1.3 พัฒนาการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกจิ จังหวัดชายแดนภาคใต และพ้นื ที่ชายแดน 1) พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยใหมีความ สอดคลอ งกบั บรบิ ทของสังคม วฒั นธรรม และพน้ื ท่ี เพือ่ สนับสนนุ การแกไขปญ หาและพัฒนาพื้นท่ี 2) เรงจัดทําแผนและมาตรการดานความปลอดภัยท่ีชัดเจนสําหรับหนวยงานและ สถานศึกษารวมทั้งบุคลากรท่ปี ฏิบัตงิ านในพื้นที่เขตพฒั นาพิเศษเฉพาะกิจจังหวดั ชายแดนภาคใต โดย บูรณาการแผนและปฏิบัตงิ านรวมกับหนวยงานความม่ันคงในพ้นื ท่ี 3) สงเสริมและสนับสนุนการจัดกระบวนการเรยี นรูในสถาบันศึกษาปอเนาะ ในรูปแบบ ตางๆท่ีหลากหลายตรงกับความตองการของผูเรียน อาทิ การเพิ่มพูนประสบการณ การเปดโลกทัศน การยดึ มน่ั ในหลกั คณุ ธรรมและสถาบันหลักของชาติ 4) สนับสนุนใหมีการพัฒนาบุคลากรทุกระดับทุกประเภทใหมีสมรรถนะที่สูงข้ึน เพื่อให สามารถปฏบิ ตั งิ านไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ 1.4 สงเสรมิ การจดั กระบวนการเรียนรทู ่ีตอบสนองกบั การเปล่ยี นแปลงบรบิ ทดานสังคม การเมอื ง รวมทง้ั ความตองการของประชาชน และชุมชนในรปู แบบทหี่ ลากหลาย ใหประชาชนคดิ เปน วิเคราะหไดตัดสินใจภายใตขอมูลท่ีถูกตอง เชน ความรูเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตรยิ ทรงเปน ประมุข/การเลอื กต้งั
63 2. ยุทธศาสตรดานการพัฒนากําลังคน การวจิ ัย และนวัตกรรมเพอ่ื สรา งขดี ความสามารถในการแขงขนั ของประเทศ 2.1 ขับเคลือ่ นการดําเนนิ งานภายใตแผนพฒั นาการศึกษาระดับภาค 1) สรางความรูความเขาใจใหกับบุคลากรของสํานักงาน กศน. เก่ียวกับการดําเนินงาน ภายใตแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาค เพอื่ รวมขบั เคล่อื นยุทธศาสตรก ารพัฒนาภาค 2) เรงจัดทํายุทธศาสตรและแผนพัฒนาการศึกษาระดับภาค ของสํานักงาน กศน. ให สอดคลอ งกบั แผนพฒั นาการศึกษาระดับภาค 2.2 พัฒนากาํ ลงั คนใหมีทักษะความเขา ใจและใชเทคโนโลยดี จิ ิทลั (Digital Literacy) 1) พัฒนาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลของครูและบุคลากรทางการศึกษา เพ่ือให สามารถ ใชS ocial Media และ Application ตางๆ ในการพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนการสอน 2) สงเสรมิ การจัดการเรียนรูดานเทคโนโลยีดิจิทัล เพ่ือใหประชาชนมีทักษะความเขาใจ และใชเทคโนโลยีดิจิทัล ทีส่ ามารถนําไปใชประโยชนในชีวิตประจําวนั รวมทง้ั สรางรายไดใหกบั ตนเอง ได 3) พัฒนาทักษะและสงเสริมใหประชาชนประกอบธุรกิจการคาออนไลน (พาณิชย อิเล็กทรอนิกส)มีการใชความคิดสรางสรรคเชิงนวัตกรรมในการประกอบอาชีพ สรางทักษะอาชีพท่ี สูงขนึ้ ใหก บั ประชาชนเพ่ือรวมขับเคล่อื นเศรษฐกิจดจิ ิทัล 2.3 พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารใหกับประชาชนเพ่ือรองรับการพัฒนา ประเทศ 1) พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารของประชาชนในรูปแบบตางๆ อยางเปน รูปธรรมโดยเนน ทักษะภาษาเพื่ออาชีพ ทงั้ ในภาคธรุ กจิ การบรกิ าร และการทองเที่ยว 2) พัฒนาความรูและทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล การใช Social Media และ Application ตางๆ เพอ่ื พฒั นารูปแบบการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ของครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา 3) พัฒนาส่ือการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เพื่อสงเสริมการใชภาษาเพ่ือการสื่อสาร และการพฒั นาอาชีพ 3. ยุทธศาสตรด า นการพฒั นาและเสรมิ สรางศกั ยภาพคนใหมีคุณภาพ กกกกกกกก3.1 เรง รัดดําเนนิ การจัดการศึกษาอาชพี เพ่อื ยกระดบั ทักษะอาชพี ของประชาชนสฝู ม ือ แรงงาน 1) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อการมีงานทําท่ีสอดคลองกับศักยภาพของชุมชน และความ ตองการของตลาด ใหประชาชนสามารถนําไปประกอบอาชีพไดจริง โดยใหเนนหลักสูตรการศึกษา อาชีพชางพื้นฐาน โดยประยุกตใ ชเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนดา นอาชีพ เชน การเรียนผา น Youtube การเรียนผานFacebook Live ระบบการเรียนรูในระบบเปดสําหรับมหาชน (Massive Open Online Courses : MOOCs) คอมพิวเตอรชวยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) เปนตน รวมถึงสนับสนุนใหเกดิ ระบบการผลติ ท่ี ครบวงจร และเปด พื้นทส่ี วนราชการเปนท่ีแสดง สนิ คาของชุมชนเพือ่ เปนการสรางรายไดใ หก ับชมุ ชน
64 2) บูรณาการความรวมมือในการพัฒนาฝมือแรงงานกับสํานักงานคณะกรรมการการ อาชีวศึกษาผานศูนยประสานงานการผลิตและพัฒนากําลังคนอาชีวศึกษาภาคท่ัวประเทศ เพื่อมุง พัฒนาทักษะของประชาชนโดยใชประโยชนจากศักยภาพและภูมิสังคมเฉพาะของพื้นท่ี และ ดําเนินการเชิงรุกเพื่อเสรมิ จุดเดนในระดับภาคในการเปนฐานการผลิตและการบริการที่สําคัญ รวมถึง มุงเนนสรางโอกาสในการสรางรายได เพ่ือตอบสนองตอความตองการของตลาดแรงงานทั้ง ภาคอุตสาหกรรมและการบริการ 3) พัฒนากลุมอาชีพพ้ืนฐานที่รองรับพื้นท่ีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทส่ี ามารถพัฒนาศกั ยภาพไปสรู ะดับฝม ือแรงงาน โดยศกึ ษาตอในสถาบันการอาชวี ศึกษา 3.2 สงเสริมใหป ระชาชนใชเ ทคโนโลยใี นการสรางมลู คา เพิ่มใหกับสนิ คา การทาํ ชอ งทาง เผยแพรและจําหนายผลิตภณั ฑของวิสาหกิจชุมชนใหเปนระบบครบวงจร และสนับสนุนการจําหนาย สินคาและผลิตภัณฑผานศูนยจําหนายสินคาและผลิตภัณฑออนไลน กศน. (ONIE Online Commerce Center : OOCC) เพอ่ื จาํ หนายสินคาออนไลนระดับตาํ บล 3.3 สงเสริมการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนทุกวัย โดยการสรางความรูความเขาใจ การสนับสนุนกิจกรรมสุขภาวะ และสรางเครือขายภาคประชาชน ในการเฝาระวัง ปองกัน และ ควบคมุ โรค ใหกบั ประชาชนทกุ ชว งวัย โดยเฉพาะในพนื้ ทห่ี างไกล พน้ื ทช่ี ายแดน และชายแดนภาคใต โดยประสานงานรวมกับโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบล และเจาหนาท่ี อสม. ในการใหความรู เกี่ยวกับการดูแลสุขภาวะอนามัยใหกับประชาชน รวมท้ังผลิตชุดความรูเก่ียวกับสุขภาวะ สุขอนามัย เพือ่ ใชประกอบการเรียนรใู นหลกั สตู รการศกึ ษาของ กศน. 3.4 เพมิ่ อัตราการอา นของประชาชน โดยการจดั กจิ กรรมสง เสริมการอา นในรูปแบบตา งๆ เชน อาสาสมัครสง เสรมิ การอาน หองสมุดประชาชน บานหนังสอื ชมุ ชน หองสมุดเคล่ือนที่ ผลักดันให เกิดหองสมุด สูการเปนหองสมุดเสมือนจริงตนแบบ เพ่ือพัฒนาใหประชาชนมีความสามารถในระดับ อานคลอง เขาใจ ความคิด วิเคราะหพื้นฐาน และสามารถรับรูขอมูลขาวสารท่ีถูกตองและทัน เหตุการณ รวมทั้งนําความรทู ไ่ี ดร ับไปใชปฏบิ ัติจรงิ ในชวี ติ ประจําวัน 3.5 เตรียมความพรอ มการเขา สสู ังคมผูส งู อายทุ ่เี หมาะสมและมคี ณุ ภาพ 1) สงเสรมิ การจัดกจิ กรรมใหก ับประชาชนเพือ่ สรางความตระหนักถงึ การเตรียมพรอ ม เขาสูสังคมผูสูงอายุ (Aging Society) มีความเขาใจในพัฒนาการของชวงวัย รวมท้ังเรียนรูและมีสวน รว มในการดูแลรบั ผิดชอบผูส งู อายใุ นครอบครัวและชุมชน 2) พัฒนาการจัดบริการการศึกษาและการเรียนรูส ําหรบั ประชาชนในการเตรียมความ พรอมเขาสวู ยั สงู อายุทีเ่ หมาะสมและมีคุณภาพ 3) จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตสําหรับผูสูงอายุภายใตแนวคิด “Active Aging” การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาทักษะชีวิต ใหสามารถดูแลตนเองท้ังสุขภาพ กายและสขุ ภาพจิต และ รจู ักใชป ระโยชนจากเทคโนโลยี 4) สรางความตระหนักถึงคุณคาและศักด์ิศรีของผูสูงอายุ เปดโอกาสใหมีการเผยแพร ภูมิปญญาของผูส ูงอายุ และใหมีสวนรวมในกจิ กรรมดา นตางๆ ในชุมชน เชน ดานอาชีพ กีฬา ศาสนา และวัฒนธรรม
65 5) จัดการศึกษาอาชีพเพื่อรองรับสังคมผูสูงอายุ โดยบูรณาการความรวมมือกับ หนวยงานท่เี กีย่ วของ ในทุกระดับ 3.6 พัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โดยใชกระบวนการ “สะเตม็ ศกึ ษา” (STEM Education) 4. ยุทธศาสตรดา นการสรางโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา กกกก 4.1 สงเสริมการรูภาษาไทย เพิ่มอัตราการรูหนังสือ และยกระดับการรูหนังสือของ ประชาชน 1) สง เสริมการรูภาษาไทยใหกบั ประชาชนในรปู แบบตางๆ โดยเฉพาะประชาชนในเขต พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต ใหสามารถฟง พูด อาน และเขียนภาษาไทย เพ่ือ ประโยชนใ นการใชช วี ิตประจําวันได 2) เรงจัดการศึกษาเพื่อเพิ่มอัตราการรูหนังสือ และคงสภาพการรูหนังสือ ให ประชาชนสามารถอานออก เขียนได และคิดเลขเปน โดยมีการวัดระดับการรูหนังสือ การใชสื่อ กระบวนการ และกิจกรรมพัฒนาทักษะในรูปแบบตางๆ ที่เหมาะสม และสอดคลองกับสภาพพื้นที่ และกลมุ เปา หมาย 3) ยกระดับการรูหนังสือของประชาชน โดยจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการรูหนังสือใน รูปแบบตางๆ รวมท้ังพัฒนาใหประชาชนมีทักษะที่จําเปนในศตวรรษที่ 21 เพื่อเปนเครื่องมือในการ เรยี นรูต ลอดชวี ติ ของประชาชน 4.2 เพิม่ โอกาสทางการศกึ ษาใหกับประชากรวัยเรยี นที่อยูนอกระบบการศึกษา 1) เรง ดําเนินการหาตัวตนของประชากรวัยเรียนที่อยูนอกระบบการศึกษา ใหกลับเขา สูระบบการศึกษา โดยใชกลวิธี “เคาะประตูบาน รุกถึงท่ี ลุยถึงถ่ิน” โดยประสานกับสํานักงาน ศึกษาธกิ ารจงั หวัด เพื่อดาํ เนนิ การตรวจสอบขอ มูลทะเบียนราษฎรเทยี บกบั ขอ มูลการลงทะเบียนเรียน ของทุกหนวยงาน คนหาผูที่ไมไดอยูในระบบการศึกษาเปนรายบุคคล และรวบรวมจัดทําเปน ฐานขอ มูล และลงพน้ื ที่ติดตามหาตัวตนของกลุมเปาหมายหาสาเหตุของการไมเขาเรียน และสอบถาม ความตองการในการศึกษาตอ พรอมท้ังจําแนกขอมูลตามประเภทของสาเหตุ และประเภทความ ตองการในการศึกษาตอ และสงตอกลุมเปาหมายเพ่ือใหรับการศึกษาตอตามความตองการของ กลุมเปา หมายไดอยางมีประสิทธิภาพ 2) ติดตามผลของกลุม เปาหมายประชากรวัยเรียนท่ีอยูนอกระบบการศกึ ษาที่ไดรบั การ จัดหาที่เรียน และท้ังจัดทําฐานขอมูลผูสําเร็จการศึกษาของกลุมเปาหมาย รวมทั้งพัฒนาระบบเพ่ือ การตดิ ตามกลุมเปาหมายที่ไดรับการชวยเหลือใหกลับเขา สรู ะบบการศกึ ษาแบบครบวงจร โดยติดตาม ตัง้ แตก ารเขา ศกึ ษาตอ จนจบการศึกษา 4.3 สงเสริม และพัฒนาระบบการสะสมและเทียบโอนหนวยการเรียน (Credit Bank System) ของสถานศึกษา ใหมีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถตอบสนองความตองการของ กลุมเปาหมาย เพ่ือประโยชนในการดําเนินการเทียบโอนความรูและประสบการณไดอยางมี ประสิทธิภาพ
66 4.4 สงเสริมและสนับสนุนใหเกิดตนแบบเมืองแหงการเรียนรูเพื่อสงเสริมการเรียนรูอยาง ตอเน่ืองใหกับประชาชนในชุมชน โดยกําหนดพื้นที่นํารองท่ีผานมาตรฐานเทียบวัด (Benchmark) ของสาํ นกั งาน กศน. 4.5 พัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอาชีพระยะสั้น ใหมีความหลากหลาย ทันสมัย เหมาะสมกับบรบิ ทของพ้ืนท่ี และตอบสนองความตอ งการของประชาชนผรู บั บรกิ าร 4.6 พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาทางไกล ใหมีความทันสมัย มีหลักสูตรและสาระการ เรียนรูท่ีหลากหลาย และสถานศึกษา กศน. สามารถนําไปใชในการจัดการเรียนรูใหกบั กลุมเปาหมาย ไดอยา งเหมาะสม 4.7 สรางกระบวนการเรียนรูในรูปแบบ E-learning ที่ใชระบบเทคโนโลยีเขามาบริหาร จัดการเรียนรู เพื่อเปนการสรางและขยายโอกาสในการเรียนรูใหกับกลุมเปาหมายไดสะดวก รวดเร็ว ตรงตามความตองการของประชาชนผูรับบริการ เชน ระบบการเรียนรูในระบบเปดสําหรับมหาชน (Massive Open Online Courses :MOOCs) ค อ ม พิ ว เต อ รช ว ย ส อ น (Computer Assisted Instruction : CAI) 4.8 ยกระดับการศึกษาใหกับกลุมเปาหมายทหารกองประจําการ รวมท้ังกลุมเปาหมาย พิเศษอื่นๆ เชน ผูตองขัง คนพิการ เด็กออกกลางคัน ใหจบการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ัน พน้ื ฐาน สามารถนาํ ความรูท ีไ่ ดรบั ไปพัฒนาตนเองไดอยางตอเน่ือง 5. ยทุ ธศาสตรดา นสงเสรมิ และจดั การศกึ ษาเพอื่ เสริมสรางคณุ ภาพชวี ติ ท่เี ปน มติ รกับสิง่ แวดลอม กกกกกก 5.1. สง เสริมใหมีการใหค วามรกู ับประชาชนเกย่ี วกบั การปองกนั ผลกระทบและปรับตวั ตอการ เปลีย่ นแปลงสภาพภมู อิ ากาศและภยั พบิ ตั ธิ รรมชาติ กกกกกก 5.2. สรางความตระหนักถึงความสําคัญของการสรางสังคมสีเขียว การกําจัดขยะและ มลพษิ ในเขตชมุ ชน กกกกกก 5.3. สงเสริมใหหนวยงานและสถานศึกษาใชพลังงานทเ่ี ปน มติ รกบั ส่ิงแวดลอมรวมทั้งลด การใชท รัพยากรท่ีสงผลกระทบตอสง่ิ แวดลอม 6. ยุทธศาสตรดานการพฒั นาประสิทธภิ าพระบบบรหิ ารจดั การ กกกกกก 6.1 พัฒนาระบบฐานขอมูลสารสนเทศดานการศึกษาเพื่อการบริหารจัดการอยางเปน ระบบ และเช่อื มโยงกบั ระบบฐานขอ มูลกลางของกระทรวงศึกษาธิการ 6.2 สงเสริมการพัฒนาบุคลากรทุกระดับอยางตอเน่ือง ใหมีความรูและทักษะตาม มาตรฐานตําแหนง ใหต รงกับสายงาน ความชํานาญ และความตองการของบุคลากร 6.3 สงเสริมความเขาใจเก่ียวกับหลักเกณฑและวิธีการใหขาราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ตาํ แหนง ครู มวี ทิ ยฐานะและเลือ่ นวิทยฐานะ (ว21/2560
67 2. แนวทาง/กลยุทธก ารดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย ของ กศน.อําเภอเมืองชลบุรี ศนู ยก ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อําเภอเมอื งชลบุรี ไดกําหนดทิศทางการ ดําเนินงาน ตามแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา และแผนปฏิบัติการประจําป โดยมรี ายละเอยี ด ดงั นี้ ทิศทางการดําเนินงานของสถานศกึ ษา ✍ ปรชั ญา “คิดเปน ทาํ เปน เนน ICT” ✍ วิสยั ทัศน “จดั การศึกษาตลอดชวี ติ ผูกมิตรกบั เครือขาย กระจายความรูสชู มุ ชน ทุกทท่ี ุกเวลาดว ย ICT มอี าชีพและแขงขนั ในประชาคมอาเซยี นอยางยัง่ ยืน” ✍ อัตลักษณ “กาวไปในยุคดิจิทลั ” ✍ เอกลกั ษณ “องคกรออนไลน” ✍ พนั ธกจิ 1. จัดและสงเสริมใหผ ูเ รยี น มีความรูก ารศึกษาขน้ั พ้นื ฐานอยางมคี ณุ ภาพ 2. จดั การศกึ ษาอาชีพใหผูเรยี นมีอาชีพทําได ขายเปน และมที กั ษะชีวติ ทีเ่ หมาะสมทกุ ชวงวัย 3. จดั และสงเสรมิ ใหประชาชนนําเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพอื่ พฒั นาตนเองและสรางชอ งทางการ จําหนายสินคา 4. จัดและสง เสรมิ การศึกษาตามอัธยาศัยท่มี ุงใหผ รู ับบริการมนี สิ ัยรักการอา น และพฒั นา แหลงเรยี นรูในชุมชน 5. จดั และสงเสรมิ สนับสนุน พฒั นาแหลง เรยี นรู ส่ือ และภูมิปญญาทองถิ่น 6. จัดและสง เสรมิ การศกึ ษาตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เพ่ือพัฒนาสังคมและ ชมุ ชนใหม ีความเขมแขง็ อยา งยั่งยืน 7. จัดและสงเสริมประชาชนใหเปน พลเมอื งดตี ามวิถปี ระชาธิปไตย 8. สงเสรมิ สนับสนุน ภาคเี ครือขา ย ใหม สี ว นรวมในการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศยั เพ่อื ใหเ กดิ การเรียนรตู ลอดชีวิต 9. พฒั นารูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรูใหส อดคลอ งกับพนื้ ที่ระเบียงเศรษฐกจิ พิเศษภาค ตะวันออก (EEC) และความตองการของกลุมเปา หมาย 10. พฒั นาบคุ ลากรใหมสี มรรถนะในการปฏิบตั ิงานตามบทบาทหนา ท่ีอยางมีประสิทธิภาพ และตอ เน่ืองโดยเนน การนาํ เทคโนโลยดี จิ ิทลั มาใชในการบริหารจัดการ 11. สถานศึกษามีระบบการบรหิ ารจดั การตามหลักธรรมมาภิบาล 12. ปฏิบัตงิ านอนื่ ๆ ที่ไดร ับมอบหมาย
68 ✍ เปา ประสงค และตัวชี้วัดความสําเรจ็ เปา ประสงค ตวั ชวี้ ดั ความสาํ เร็จ ประชาชนไดร บั โอกาสทางการศกึ ษาในรูปแบบ รอ ยละของประชากรกลุมตา งๆ (กลมุ ประชากรวัย ของการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตาม แรงงานปกติท่วั ไป กลมุ ประชากรวยั แรงงานท่เี ปน ผู อธั ยาศยั ท่มี ีคณุ ภาพอยางทั่วถึงและเปน ธรรม ยากไร ผูด อยโอกาส ผพู ิการ และกลุมผสู ูงอาย)ุ ท่ี ไดรับบรกิ ารการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอยางท่ัวถึง ครอบคลมุ และเปนธรรม ผูเ รียนท่เี ขารบั การฝกอาชีพมีสมรรถนะในการ รอ ยละของผูเรียนทเี่ ขารับการศึกษาอาชพี เพื่อการมี ประกอบอาชีพ สามารถประกอบอาชีพที่สรา ง งานทาํ ท่มี ีสมรรถนะในการประกอบอาชีพทีเ่ พิม่ ขึน้ รายไดใ หกบั ตนเองและครอบครัวได องคกรภาคสวนตา งๆรวมเปนภาคีเครอื ขายใน จาํ นวนของภาคีเครอื ขา ยในการดาํ เนินงานการศกึ ษา การดาํ เนนิ งานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยเพิ่มมากข้นึ การศกึ ษาตามอัธยาศัยอยางกวา งขวาง สถานศกึ ษานาํ เทคโนโลยีดิจทิ ัลมาใชใ นการ รอ ยละของของผเู รียนท่มี คี วามพึงพอใจตอ การใช เพ่มิ ประสิทธภิ าพการจดั การศกึ ษานอกระบบ เทคโนโลยดี จิ ิทลั ของสถานศกึ ษา และการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอยา งทัว่ ถงึ บคุ ลากรของสถานศึกษาไดรับการพฒั นาเพ่ือ รอยละของบุคลากรของสถานศึกษาท่ีไดรับการพัฒนา เพิม่ สมรรถนะในการปฏบิ ตั ิงานการศกึ ษานอก เพอื่ เพม่ิ สมรรถนะในการปฏิบัติงานการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อยา งทว่ั ถึง ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยเนนการนํา เทคโนโลยีดจิ ิทลั มาใชใ นการบริหารจดั การ สถานศึกษามีการพฒั นาระบบการบริหาร รอยละของสถานศกึ ษามีการพฒั นาระบบการบริหาร จัดการเพื่อเพมิ่ ประสทิ ธิภาพโดยเนนการนาํ จดั การเพ่ือเพ่ิมประสิทธภิ าพโดยเนน การนาํ เทคโนโลยี เทคโนโลยีดจิ ทิ ลั ในการดาํ เนินงานการศึกษา ดิจิทัลในการดาํ เนินงานการศึกษานอกระบบและ นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย การศกึ ษาตามอธั ยาศยั บุคลากรของหนว ยงานปฏบิ ัติงานตามท่ีไดรบั รอ ยละของบุคลากรของสถานศึกษาปฏิบัติงานไดเ ตม็ มอบหมายอยา งมปี ระสิทธิภาพ ประสิทธภิ าพ ✍ กลยทุ ธ กลยุทธท ่ี 1 สงเสริม และพฒั นาคณุ ภาพการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ให เปนไปตามนโยบายและมาตรฐานการศกึ ษาอยางตอเนอ่ื ง กลยุทธท ี่ 2 สง เสริมใหผ ูรบั บริการไดรบั การพฒั นาคุณภาพชวี ิตโดยใชก ระบวนการคดิ เปน ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง กลยุทธท ่ี 3 สง เสรมิ สนบั สนุนใหภ าคเี ครอื ขายมีสว นรว มในการจดั การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย เพอื่ ใหเ กดิ การเรยี นรูตลอดชวี ติ
69 กลยุทธที่ 4 พฒั นาหลกั สูตรและรปู แบบการจัดกจิ กรรมการเรียนรู ใหสอดคลอ งกับพื้นที่เขต พฒั นาพเิ ศษภาคตะวันออก (EEC) และความตองการของกลุมเปา หมาย โดยการมสี ว นรวมของภมู ิ ปญ ญาทองถน่ิ และแหลง เรยี นรูท้งั ภาครัฐและเอกชน กลยทุ ธที่ 5 สง เสรมิ ใหมีการประชาสมั พนั ธ ในรูปแบบทหี่ ลากหลาย กลยุทธท่ี 6 พฒั นาระบบการนิเทศภายในสถานศึกษาโดยใชก ระบวนการมสี ว นรวมจาก ทุกภาคสวน กลยุทธท ี่ 7 พฒั นาระบบคุณภาพการศึกษาโดยใชวงจรการพัฒนาคุณภาพ (PDCA) เปน หลักในการจดั การศึกษา กลยุทธท ่ี 8 พัฒนาบุคลากรของสถานศกึ ษาใหม ีความสามารถใชเทคโนโลยีดิจิทลั เพื่อการจดั กระบวนการเรยี นรู การบรหิ ารจัดการ และสง เสรมิ การทํางานเปน ทมี ✍เขม็ มงุ สูความสําเรจ็ 1. มี กศน.ตําบลเปน หลกั แหลง 2. มีคอมฯ/อุปกรณครบทุก กศน.ตําบล 3. ใหทุกคนมีความรู ICT 4. มรี ะบบจดั เก็บ/รายงานผานออนไลน 5. ภายใน1-2 ปตองเปน 1 ใน กศน.จงั หวัด 6. ภายใน 3 ปตองเปน 1-5 ของสาํ นกั งาน กศน. ✍การบริหารนํา ICT สกู ารปฏบิ ัติ 1.การจดั หาคอมฯ/อุปกรณ 2.ขน้ั การพัฒนา 3.การประเมินผล/รายงาน 1. การจัดหาคอมฯ/อุปกรณ 1.1 การเปด ตัว กศน.ตาํ บล โดย 1) เชิญสมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร (ส.ส.),สมาชิกวฒุ สิ ภา (ส.ว.) เปนตน 2) นาํ นักศึกษา กศน. หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ปจจุบันมีทัง้ ส้ิน 4,621 คน 3) เชิญภาคีเครือขา ย อาทเิ ชน โรงเรียน, อบต., เทศบาล, อบจ. , อําเภอ เปน ตน 4) เสนอโครงการพัฒนา กศน.ตําบล ใหเ ปน แหลง เรยี นรูดานดิจิทัล 1.2 เชญิ ส.ส./ส.ว. เขารวมทุกกจิ กรรม 1) โครงการเขา คา ยตาง ๆของนักศึกษา กศน. 2) โครงการวันวชิ าการ ของนักศกึ ษา กศน. 3) โครงการ อนื่ ๆ 2. ขัน้ การพัฒนา 2.1 พฒั นาระบบ จะพฒั นาระบบการจัดเก็บ/รายงานตา งๆผานออนไลน
70 2.2 พัฒนาคน 1) ครู กศน./จนท.ทุกคน 2) นกั ศกึ ษา กศน.หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551ทั้ง 2 กลุมเปา หมาย ตองมีความรู ดา น ICT และสามารถนาํ ไปประยุกตใ ชได สาํ หรบั ในสวนของนกั ศึกษา กศน. หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 กศน.อําเภอเมืองชลบุรี จะตองประกาศเปน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค พรอมทัง้ ใช งบอดุ หนุน (กจิ กรรมพัฒนาคุณภาพผูเรยี น) ในการขับเคลือ่ น โดยจัดโครงการพฒั นาคุณภาพผเู รยี น ดา น ICT พรอ มท้งั จดั ทําสรปุ เปนรูปเลม ( 5 บท) 3.การประเมนิ ผล/รายงาน 3.1 รายงานผา นออนไลน โดยผา นทางเครือขายอนิ เทอรเน็ต http://118.172.227.194:7003/choncity/ และจดั ทํา Application รายงานผานทางสมารทโฟน 3.2 รายงานสรุปผลเปน รูปเลม (5 บท) จดั ทําสรปุ ผลโครงการ/กจิ กรรม เปนรูปเลม (5บท) เพื่อรองรบั การประเมนิ คุณภาพ โดยตน สังกดั และภายนอก
71 ✍ แผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา (เฉพาะป 2562) เปา ประสงค กลยทุ ธ โครงการ/กจิ กรรม เปา หมาย ตวั ชวี้ ดั เกณฑความสําเร็จ 8,000 คน ความสําเรจ็ (รอ ยละ) 1. กลมุ เปาหมาย กลยุทธที่ 1 1. โครงการ 1. กลมุ เปา หมาย ไดร ับโอกาสทาง สง เสรมิ และ ยกระดบั จัด 8,000 คน ไดร บั โอกาสทาง 1. รอยละของ การศกึ ษาขนั้ พฒั นา การศึกษานอก การศึกษาแตละ กลุมเปาหมาย พน้ื ฐาน การศกึ ษา คณุ ภาพ ระบบระดบั 27 คน ประเภทของ กศน. ไดร ับโอกาสทาง ตอเน่อื งและ การศึกษา การศึกษาขน้ั 1,020 คน 2. ผูจ บหลักสตู ร การศึกษาแตละ การศกึ ษาตาม นอกระบบ พื้นฐานใหมี การศึกษาข้ัน ประเภทของ กศน. อธั ยาศัยทม่ี ี และ คณุ ภาพ พื้นฐานแตละระดับ 2. รอ ยละของผจู บ คุณภาพใหเ ปนไป การศกึ ษา 2. โครงการพัฒนา มีผลสัมฤทธ์ิ หลกั สตู รการศึกษา ตามความตอ งการ ตามอัธยาศัย คุณภาพผูเรยี น ทางการเรียนเฉล่ยี ขนั้ พืน้ ฐานแตละ และสอดคลอ งกบั ใหเ ปนไปตาม กศน.ตามหลกั สูตร > 2.00 ระดบั มีผลสมั ฤทธิ์ สภาพปญหาของ นโยบายและ การศึกษานอก 3. กลุมเปาหมาย ทางการเรยี นเฉลย่ี กลมุ เปา หมาย 5. มาตรฐาน ระบบระดบั รวมกจิ กรรม > 2.00 กลุมเปาหมาย การศึกษา การศึกษาข้นั พัฒนาคณุ ภาพ 3. รอ ยละของ ไดร ับการสง เสริม อยา งตอเนื่อง พ้ืนฐาน ผเู รยี น กลมุ เปา หมายรวม และสนบั สนนุ การ พุทธศกั ราช 2551 4. กลุมเปาหมาย กจิ กรรมพฒั นา พัฒนาคุณภาพชวี ติ 3. โครงการสงเสรมิ เขารวมกจิ กรรม คณุ ภาพผูเรยี น ตามหลกั ปรชั ญา การรูห นังสือ สงเสริมการรู 4.รอยละของ ของเศรษฐกิจ สําหรบั ประชาชน หนงั สอื กลุมเปา หมายเขา พอเพยี งเพื่อพัฒนา อําเภอเมืองชลบุรี 5. กลุมเปา หมาย รว มกิจกรรม สงั คมและชุมชนให 4. โครงการจดั ทุกประเภท สงเสริมการรู มีความเขม แขง็ การศกึ ษาเพ่ือ สามารถนาํ ความรู หนังสอื อยางย่งั ยนื พฒั นาอาชีพ (ศูนย ไปใชใ นการพฒั นา 5. รอ ยละของ ฝก อาชพี ชมุ ชน) อาชีพหรือคณุ ภาพ กลุมเปาหมายทุก ชีวิตได ประเภทสามารถ 6. กลมุ เปา หมายมี นาํ ความรไู ปใชใ น คุณลกั ษณะท่ีพงึ การพัฒนาอาชีพ ประสงคต าม หรือคุณภาพชวี ิต จดุ มุงหมายของ ได หลกั สูตร 6. รอ ยละของ 7. กลมุ เปาหมายมี กลมุ เปา หมายมี คุณลกั ษณะทพี่ ึง
72 เปาประสงค กลยุทธ โครงการ/กิจกรรม เปาหมาย ตัวชีว้ ดั เกณฑค วามสาํ เร็จ 3.กลุม เปา หมาย กลยทุ ธที่ 3 1. โครงการเรยี นรู ความสาํ เร็จ (รอยละ) ไดรบั การสรางและ สง เสรมิ ปรัชญาของ 285 คน สว นรวมในการจดั สง เสรมิ ใหเปนผูรัก สนบั สนนุ ให เศรษฐกจิ พอเพยี ง การศึกษานอก ประสงคตาม การอานและใฝรใู ฝ ภาคี และเกษตรทฤษฎี ระบบและการจดั จุดมุง หมายของ เรยี นอยา งตอ เนอื่ ง เครอื ขายมี ใหม การศึกษาตาม หลกั สตู ร ตลอดชวี ติ สวนรวมใน 2.โครงการ อัธยาศยั 7. รอ ยละของ การจดั เสรมิ สรางคุณภาพ 2. มบี านหนังสือ กลุม เปาหมายมี การศกึ ษา ชีวิตท่เี ปน มติ รกบั ชมุ ชนทเ่ี ปนไปตาม ความพงึ พอใจตอ นอกระบบ สิง่ แวดลอม เกณฑครบทกุ การรว มกิจกรรม และ 3.โครงการเกษตร ตําบลอยา งนอ ย การเรยี นรูทุก การศกึ ษา ยคุ ใหมต ามวถิ ี ตาํ บลละ 1 แหง ประเภท ตามอธั ยาศัย ความพอเพยี ง 3. มมี มุ หนงั สือเพ่อื 1. รอ ยละ 80 เพอื่ ใหเกดิ ชุมชนอยา งนอย ของกลุมเปาหมาย การเรยี นรู 4.โครงการอบรม ตําบลละ 1 ไดรบั การสง เสริม ตลอดชวี ติ เชิงปฏิบตั กิ าร ความพึงพอใจตอ การเรียนรูทางดาน ดานเศรษฐกิจ การรว มกจิ กรรม หลักปรชั ญาของ พอเพยี ง การเรียนรูท กุ เศรษฐกิจพอเพียง 5.โครงการปรัชญา ประเภท 2. รอ ยละ 80 ของเศรษฐกจิ 11,500 คน 1. กลมุ เปา หมาย ของกลมุ เปาหมาย พอเพยี ง ไดรบั การสง เสริม นาํ ความรไู ปใชใน นําวิถพี อเพยี งสู การเรยี นรทู างดา น การพัฒนาอาชพี ชมุ ชน หลกั ปรัชญาของ และพฒั นา 6.โครงการอบรม เศรษฐกจิ พอเพยี ง คุณภาพชวี ิตได และเรยี นรูต ามรอย 2. กลุมเปา หมาย 3. รอยละ 90 ของ พระยคุ ลบาทดว ย นาํ ความรไู ปใชใ น กลมุ เปาหมายมี หลักปรัชญาของ การพฒั นาอาชีพ เศรษฐกจิ พอเพียง และพฒั นา คุณภาพชวี ิตได 3. กลุมเปาหมายมี ความพึงพอใจใน ระดับดขี ้นึ ไป
73 เปา ประสงค กลยุทธ โครงการ/กจิ กรรม เปาหมาย ตวั ชี้วัด เกณฑค วามสําเรจ็ ความสําเร็จ (รอ ยละ) 7.โครงการเรียนรู 800 คน เศรษฐกจิ พอเพยี ง 1. กลุมเปาหมาย ความพึงพอใจใน และการพฒั นาท่ี ภาคีเครอื ขา ยมี ระดับดขี ้ึนไป ย่ังยนื \"วถิ ีไทย วิถี แหง 4 กลยุทธที่ 4 พอเพยี ง\" กลุม เปาหมายมี 1. รอ ยละ 80 ของ 9.สถานศึกษา พฒั นา 1. โครงการสง เสริม 17 ตาํ บล ความพงึ พอใจใน เปาหมายภาคี พัฒนาสอ่ื แหลง หลักสตู รและ การอานเพอ่ื พฒั นา ระดับดีขนึ้ ไป เครือขา ยมสี ว น เรยี นรแู ละภมู ิ รปู แบบการ บานหนงั สือชุมชน 1.กลุมเปาหมาย รวมในการจดั ปญญาทองถนิ่ ดว ย จดั กจิ กรรม 2. โครงการ ไดร บั การพฒั นา การศกึ ษานอก การจัด การเรยี นรู หอ งสมดุ เคล่ือนท่ี ชวี ิตใหสอดคลอ ง ระบบและการจดั กระบวนการเรียนรู ใหส อดคลอง สําหรบั ชาวตลาด กบั พน้ื ท่เี ขตพฒั นา การศึกษาตาม ที่ตอบสนองกับการ กบั พน้ื ที่เขต 3.โครงการเมอื งนกั พเิ ศษภาค อัธยาศยั เปล่ียนแปลงบริบท พัฒนาพเิ ศษ อา น ตะวันออก (EEC) 2. มบี านหนังสือ ดา นเศรษฐกจิ ภาค 4.โครงการอา น 4. กลุมเปา หมายมี ชุมชนที่เปนไปตาม สังคม การเมอื ง ใน ตะวันออก สรางงานผา น ความพึงพอใจใน เกณฑค รบทุก รปู แบบท่ี (EEC) และ QRCode ระดับดีข้ึนไป ตําบลอยา งนอย หลากหลาย ความ 1. กศน.อําเภอ ตําบลละ 1 แหง ตอ งการของ และกศน.ตําบลมี 3. มมี มุ หนงั สอื กลมุ เปาหมา การอพั เดทขอมูล เพอ่ื ชมุ ชนอยา ง ย โดยการมี การประชาสมั พนั ธ นอยตาํ บลละ 1 สวนรว มของ กิจกรรมทางเวบ็ แหง ไซดเปนประจําทกุ 4. รอยละ 80 ของ เดอื น กลุมเปาหมายมี ความพงึ พอใจใน ระดับดีขึ้นไป 1. รอ ยละ 75 ของกลุม เปาหมาย ไดร บั การพฒั นา ชีวติ ใหส อดคลอ ง
74 เปาประสงค กลยทุ ธ โครงการ/กจิ กรรม เปาหมาย ตวั ชวี้ ัด เกณฑความสาํ เรจ็ 7.ชุมชนและ ภมู ปิ ญ ญา 1. โครงการ ความสาํ เร็จ (รอ ยละ) ภาคเี ครือขาย ทองถ่ินและ English นา รู คู 1. สถานศกึ ษามี รว มจดั สง เสรมิ แหลง เรยี นรทู ้งั Service โรงแรม คมู ือระบบการ กบั พื้นทเ่ี ขตพฒั นา และสนบั สนนุ ภาครฐั และ 2.โครงการ Smart นิเทศภายใน พิเศษภาค การดําเนนิ งาน เอกชน ONIE เพ่ือสราง 2. ผนู ิเทศมีการ ตะวนั ออก (EEC) การศึกษานอก กลยุทธท ี่ 5 Smart farmers นิเทศการจัด 2. รอยละ 80 ของ ระบบและ สง เสรมิ ใหม ีการ 3.โครงการ Digtal กิจกรรมและ กลุมเปา หมายมี การศึกษาตาม ประชาสัมพนั ธ teracy (เพื่อสราง รายงานผลเปน ความพึงพอใจใน อธั ยาศยั ในรปู แบบท่ี สงั คมออนไลน) ประจําทุกเดือน ระดบั ดีข้นึ ไป หลากหลาย 4.โครงการการคา 1. รอ ยละ 100 ออนไลน สสู งั คม ของ กศน.อาํ เภอ กลยุทธท ่ี 6 Digital และ กศน.ตําบลมี พัฒนาระบบ 5.โครงการเพ่ิม การอัพเดทขอ มลู การนเิ ทศ ประสิทธิภาพการ การประชาสมั พนั ธ ภายใน บริหารจัดการขยะ กจิ กรรมทางเว็บ สถานศกึ ษา มูลฝอย ไซด โดยใช 1. โครงการพฒั นา 17 ตาํ บล เปนประจาํ ทกุ กระบวนการมี ระบบ เดอื น สว นรวมจากทกุ ประชาสมั พนั ธข อง 1. รอยละ 100 ภาคสว น สถานศึกษา ของสถานศึกษามี คมู อื ระบบการ 1. โครงการพฒั นา นเิ ทศภายใน บุคลากรการนิเทศ 2. รอ ยละ 80 ของ ภายในสถานศึกษา ผูน เิ ทศมกี ารนเิ ทศ กศน.อําเภอเมือง การจัดกจิ กรรม ชลบุรี และรายงานผล เปน ประจาํ ทุก เดอื น
75 เปาประสงค กลยุทธ โครงการ/กิจกรรม เปาหมาย ตัวช้วี ัด เกณฑความสําเรจ็ ความสาํ เร็จ (รอยละ) 10.สถานศึกษา กลยุทธท ่ี 7 1. โครงการบรหิ าร 39 คน 1. สถานศึกษามี มีระบบการ พัฒนาระบบ ความเสี่ยงของ คูมอื การบริหาร 1. สถานศึกษามี บริหารจัดการ คณุ ภาพ สถานศกึ ษา กศน. ความเสยี่ ง คูม ือการบรหิ าร ตามหลัก การศึกษาโดยใช อําเภอเมืองชลบรุ ี 2. รายงานสถานะ ความเสยี่ ง ธรรมาภบิ าล วงจรการพัฒนา 2. โครงการพฒั นา ทางการเงินเปน 2. รายงานสถานะ คุณภาพ ระบบประกัน ประจาํ ทกุ เดือน ทางการเงินเปน (PDCA) เปน คุณภาพการศกึ ษา 1.บุคลากรของ ประจําทุกเดอื น หลักในการจดั กศน.อาํ เภอเมือง สถานศกึ ษาทุกคน 1. รอ ยละ 80 ของ การศกึ ษา ชลบรุ ี ไดรับการพฒั นา บุคลากรของ 8. บุคลากรของ กลยทุ ธท่ี 8 1.โครงการพฒั นา 39 คน เพอ่ื เพมิ่ สมรรถนะ สถานศึกษาทกุ คน สถานศึกษา พฒั นาบุคลากร บคุ ลากรดาน ในการปฏิบัตงิ าน ไดร บั การพัฒนา ไดร ับการพัฒนา ของสถานศึกษา วิชาการ:Google ตามบทบาทหนา ท่ี เพือ่ เพมิ่ สมรรถนะ เพอ่ื เพิ่ม ใหมี Form อยางมี ในการปฏบิ ัติงาน สมรรถนะในการ ความสามารถใช 2.โครงการพัฒนา ประสทิ ธภิ าพและ ตามบทบาทหนาที่ ปฏบิ ัตงิ านตาม เทคโนโลยี บคุ ลากรดาน ตอเนือ่ ง อยางมี บทบาทหนา ท่ี ดจิ ทิ ัลเพ่ือการ วชิ าการ:การจดั ทาํ 2.บุคลากรของ ประสทิ ธิภาพและ อยา งมี จดั กระบวนการ สอื่ การเรยี นการ สถานศึกษา ตอ เนอ่ื ง ประสิทธิภาพ เรียนรู การ สอน Clip Video สามารถนาํ ความรู 2. รอ ยละ 80 และตอเนอื่ ง บริหารจัดการ 3.โครงการบริหาร ไปใชใ นการ ของบคุ ลากรของ และสงเสรมิ การ จัดการขอ มลู พฒั นาการ สถานศกึ ษา ทาํ งานเปน ทีม ขา วสาร กศน.ฝา ปฏิบัติงานตาม สามารถนาํ ความรู กระแส Social บทบาทหนา ท่ี ไปใชในการ Network อยา งมี พัฒนาการ 4.โครงการประชมุ ประสิทธิภาพ ปฏบิ ัติงานตาม บคุ ลากรเพ่อื เพมิ่ 3. บคุ ลากรของ บทบาทหนา ท่ี ประสิทธิภาพใน สถานศกึ ษามคี วาม อยา งมี การปฏบิ ัตงิ าน พงึ พอใจในระดับดี ประสิทธิภาพ 5.โครงการประชุม ขึน้ ไป 3. รอ ยละ 90 ของ เชิงปฏบิ ัติการการ บุคลากรของ จดั กระบวนการ สถานศึกษามีความ เรียนการสอนและ พงึ พอใจในระดบั ดี การจดั ทําสรปุ ผล ขนึ้ ไป โครงการ(5บท)
76 3. กรอบ/แนวทางการจดั กิจกรรมการศึกษาเพื่อเรียนรูหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง การจดั กิจกรรมการเรยี นรูต ามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผา นกระบวนการ เรยี นรูต ลอดชีวิต ในรูปแบบตางๆ ใหก บั ประชาชน เพื่อเสริมสรา งภมู คิ มุ กัน สามารถยนื หยดั อยูไ ด อยางมั่นคง และมกี ารบรหิ าร จดั การความเส่ียงอยา งเหมาะสม ตามทิศทางการพฒั นาประเทศสูความ สมดลุ และยั่งยืน การอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ ม เอกสารท่ีเก่ียวของ พระราชดํารวิ าดว ยเศรษฐกิจพอเพยี ง “...การพัฒนาประเทศจาํ เปน ตองทาํ ตามลาํ ดบั ข้ัน ตองสรางพ้ืนฐานคือ ความพอมี พอกนิ พอใชข องประชาชนสวนใหญเบื้องตนกอ น โดยใชว ิธีการและอุปกรณท่ีประหยดั แตถ ูกตองตาม หลกั วชิ าการ เมอ่ื ไดพนื้ ฐานความมน่ั คงพรอมพอสมควร และปฏบิ ตั ิไดแ ลว จึงคอยสรา งคอยเสรมิ ความเจริญ และฐานะทางเศรษฐกิจขั้นทีส่ ูงข้ึนโดยลําดบั ตอไป...” (18 กรกฎาคม 2517) “เศรษฐกจิ พอเพียง” เปน แนวพระราชดําริในพระบาทสมเดจ็ พระเจาอยูหวั ที่พระราชทานมานานกวา 30 ป เปนแนวคดิ ที่ตัง้ อยบู นรากฐานของวัฒนธรรมไทย เปนแนวทางการพัฒนาที่ตั้งบนพน้ื ฐานของทาง สายกลาง และความไมป ระมาท คาํ นงึ ถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสรางภูมคิ มุ กนั ใน ตวั เอง ตลอดจนใชความรแู ละคุณธรรม เปนพน้ื ฐานในการดํารงชีวติ ท่ีสําคัญจะตองมี “สติ ปญ ญา และความเพียร” ซงึ่ จะนําไปสู “ความสุข” ในการดาํ เนนิ ชีวติ อยางแทจริง “...คนอ่นื จะวา อยา งไรก็ชางเขา จะวา เมืองไทยลา สมัย วาเมอื งไทยเชย วา เมืองไทยไมม ีส่งิ ทสี่ มยั ใหม แตเราอยูพอมีพอกนิ และขอใหท ุกคนมีความปรารถนาทจี่ ะใหเ มืองไทย พออยูพอกิน มีความสงบ และทํางานตัง้ จิตอธษิ ฐานต้ังปณิธาน ในทางนีท้ ีจ่ ะใหเ มืองไทยอยูแบบพออยูพอกิน ไมใ ชวาจะรุงเรอื ง อยางยอด แตวามคี วามพออยพู อกิน มคี วามสงบ เปรยี บเทยี บกบั ประเทศอ่ืนๆ ถา เรารักษาความพอ อยพู อกนิ น้ีได เรากจ็ ะยอดย่งิ ยวดได. ..” (4 ธันวาคม 2517) พระบรมราโชวาทนี้ ทรงเหน็ วาแนว ทางการพัฒนาทีเ่ นน การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศเปน หลกั แต เพียงอยางเดียวอาจจะเกิด ปญ หาได จงึ ทรงเนนการมีพอกินพอใชของประชาชนสวนใหญในเบอ้ื งตนกอน เม่อื มีพ้นื ฐานความ ม่นั คงพรอมพอสมควรแลว จึงสรา งความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจใหสูงขึ้น ซึ่งหมายถงึ แทนที่ จะเนน การขยายตวั ของภาคอุตสาหกรรมนาํ การพฒั นาประเทศ ควรท่ีจะสรา งความมั่นคงทาง เศรษฐกจิ พน้ื ฐานกอน นั่นคอื ทําใหประชาชนในชนบทสวนใหญพอมีพอกนิ กอนเปนแนวทางการ พฒั นาท่เี นน การกระจายรายได เพือ่ สรา งพนื้ ฐานและความมนั่ คงทางเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ กอ นเนนการพฒั นาในระดบั สูงข้ึนไป ทรงเตอื นเรอ่ื งพออยูพอกิน ตัง้ แตป 2517 คอื เม่ือ 30 กวาปท ่ี แลว แตท ิศทางการพัฒนามิไดเ ปลี่ยนแปลง “...เมือ่ ป 2517 วันนัน้ ไดพูดถึงวา เราควรปฏิบตั ใิ หพ อมพี อกิน พอมีพอกินนี้ก็แปลวา เศรษฐกจิ พอเพียงน่นั เอง ถา แตละคนมีพอมพี อกิน ก็ใชได ย่ิงถาทงั้ ประเทศพอมีพอกินกย็ ่งิ ดี และประเทศไทย เวลานนั้ ก็เริ่มจะเปน ไมพอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไมมเี ลย...” (4 ธนั วาคม 2541)
77 เศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกจิ พอเพียง” เปน ปรชั ญาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัวพระราชทาน พระราชดาํ ริช้แี นะแนวทาง การดําเนินชีวติ แกพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกวา 25 ป ตง้ั แต กอ นเกิดวิกฤตการณทางเศรษฐกจิ และเม่ือภายหลงั ไดทรงเนนย้ําแนวทางการแกไขเพ่อื ใหร อดพน และสามารถดาํ รงอยูไดอยางมัน่ คงและย่ังยืนภายใตกระแสโลกาภิวฒั นและความ เปลีย่ นแปลงตา งๆ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง เปน ปรชั ญาชถ้ี ึงแนวการดาํ รงอยูและปฏบิ ัติตนของประชาชนใน ทกุ ระดับ ตั้งแตร ะดับครอบครวั ระดับชุมชน จนถงึ ระดบั รัฐ ทั้งในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศให ดาํ เนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจ เพือ่ ใหก าวทนั ตอโลกยคุ โลกาภวิ ฒั น ความ พอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตองมีระบบภูมคิ มุ กันใน ตวั ท่ดี ีพอสมควร ตอ การกระทบใดๆ อนั เกิดจากการเปลยี่ นแปลงทั้งภายในภายนอก ท้ังน้ี จะตอง อาศยั ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวงั อยางย่งิ ในการนาํ วิชาการตา งๆ มาใชใ นการ วางแผนและการดําเนนิ การ ทกุ ขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะตอ งเสรมิ สรา งพนื้ ฐานจิตใจของคนใน ชาติ โดยเฉพาะเจา หนา ที่ของรฐั นักทฤษฎี และนกั ธรุ กจิ ในทุกระดบั ใหมสี ํานกึ ในคณุ ธรรม ความ ซ่อื สัตยสุจริต และใหม ีความรอบรทู ่ีเหมาะสม ดําเนนิ ชวี ิตดว ยความอดทน ความเพยี ร มีสติ ปญญา และความรอบคอบ เพ่อื ใหสมดุลและพรอ มตอการรองรับการเปล่ียนแปลงอยางรวดเร็วและ กวางขวาง ทงั้ ดานวัตถุ สังคม สิ่งแวดลอม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ ปน อยางดี ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบดวยคุณสมบตั ิ ดังน้ี 1. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดที ่ีไมนอยเกินไปและไมม ากเกินไป โดยไมเ บยี ดเบียนตนเอง และผูอน่ื เชน การผลติ และการบรโิ ภคท่ีอยใู นระดับพอประมาณ 2. ความมเี หตผุ ล หมายถึง การตดั สินใจเก่ยี วกับระดบั ความพอเพียงน้ัน จะตองเปนไปอยา งมีเหตุผล โดยพจิ ารณาจากเหตุปจจยั ท่เี กย่ี วขอ ง ตลอดจนคํานงึ ถึงผลท่คี าดวา จะเกดิ ขึน้ จากการกระทาํ นนั้ ๆ อยา งรอบคอบ 3. ภมู คิ ุมกัน หมายถงึ การเตรียมตวั ใหพ รอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดา นตา งๆ ทจี่ ะ เกดิ ขนึ้ โดยคาํ นงึ ถงึ ความเปนไปไดของสถานการณต า งๆ ท่ีคาดวาจะเกิดขึน้ ในอนาคต โดยมี เงอื่ นไข ของการตัดสินใจและดาํ เนินกิจกรรมตางๆ ใหอ ยใู นระดับพอเพียง 2 ประการ ดังนี้ 1). เงื่อนไขความรู ประกอบดวย ความรอบรูเก่ยี วกบั วิชาการตางๆ ที่เกย่ี วของรอบดาน ความ รอบคอบที่จะนาํ ความรเู หลา นนั้ มาพิจารณาใหเ ชอื่ มโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความ ระมัดระวงั ในการปฏบิ ัติ 2). เงือ่ นไขคุณธรรม ทจ่ี ะตองเสรมิ สรา ง ประกอบดวย มคี วามตระหนกั ใน คณุ ธรรม มีความซ่ือสัตย สุจริตและมีความอดทน มีความเพยี ร ใชส ตปิ ญญาในการดําเนนิ ชวี ิต พระราชดาํ รสั ทีเ่ กย่ี วกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง “...เศรษฐศาสตรเ ปนวิชาของเศรษฐกิจ การท่ีตองใชรถไถตองไปซ้อื เราตองใชตองหาเงินมาสาํ หรับ ซอื้ นํ้ามนั สําหรบั รถไถ เวลารถไถเกาเราตองย่งิ ซอมแซม แตเวลาใชนนั้ เราก็ตองปอนน้ํามันใหเปน อาหาร เสร็จแลวมันคายควัน ควนั เราสดู เขา ไปแลว ก็ปวดหวั สว นควายเวลาเราใชเ รากต็ อ งปอน
78 อาหาร ตองใหห ญาใหอาหารมันกิน แตวา มันคายออกมา ที่มนั คายออกมาก็เปนปุย แลวกใ็ ชไ ด สาํ หรบั ใหท ด่ี นิ ของเราไมเสยี ...” พระราชดํารัส เนือ่ งในพระราชพิธีพชื มงคลจรดพระนังคัลแรกนา ขวัญ ณ ศาลาดุสิดาลัย วนั ท่ี 9 พฤษภาคม 2529 “...เราไมเปนประเทศร่ํารวย เรามีพอสมควร พออยไู ด แตไมเปนประเทศทก่ี า วหนา อยางมาก เราไม อยากจะเปนประเทศกา วหนาอยางมาก เพราะถาเราเปน ประเทศกา วหนา อยา งมากก็จะมแี ตถอยกลบั ประเทศเหลา นัน้ ทีเ่ ปน ประเทศอุตสาหกรรมกาวหนา จะมีแตถ อยหลงั และถอยหลงั อยา งนา กลวั แต ถาเรามีการบรหิ ารแบบเรียกวาแบบคนจน แบบที่ไมต ิดกับตํารามากเกินไป ทาํ อยางมสี ามคั คีนี่แหละ คือเมตตากัน จะอยูไดต ลอดไป...” พระราชดาํ รสั เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิ ดาลยั วนั ที่ 4 ธันวาคม 2534 “...ตามปกตคิ นเราชอบดสู ถานการณใ นทางดี ท่ีเขาเรยี กวาเล็งผลเลิศ ก็เห็นวาประเทศไทย เราน่ี กาวหนาดี การเงนิ การอตุ สาหกรรมการคา ดี มกี ําไร อีกทางหนง่ึ กต็ องบอกวา เรากําลงั เสือ่ มลงไปสวน ใหญ ทฤษฎวี า ถามีเงนิ เทา น้ันๆ มกี ารกเู ทาน้นั ๆ หมายความวาเศรษฐกิจกา วหนา แลวกป็ ระเทศก็ เจริญมหี วงั วา จะเปนมหาอํานาจ ขอโทษเลยตองเตือนเขาวา จรงิ ตัวเลขดี แตว าถาเราไมระมัดระวังใน ความตองการพื้นฐานของประชาชนนนั้ ไมม ีทาง...” พระราชดาํ รสั เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลมิ พระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วนั ท่ี 4 ธันวาคม 2536 “...เดี๋ยวนปี้ ระเทศไทยกย็ งั อยูดพี อสมควร ใชคําวา พอสมควร เพราะเดีย๋ วมีคนเหน็ วามีคนจน คน เดือดรอ น จํานวนมากพอสมควร แตใชค ําวา พอสมควรน้ี หมายความวา ตามอตั ตภาพ...” พระราชดํารสั เนอื่ งในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วันที่ 4 ธนั วาคม 2539 “...ท่ีเปนหว งนัน้ เพราะแมในเวลา 2 ป ท่ีเปน ปก าญจนาภเิ ษกก็ไดเ ห็นสิ่งที่ทาํ ใหเ หน็ ไดว า ประชาชน ยงั มีความเดือดรอนมาก และมสี ง่ิ ท่ีควรจะแกไขและดาํ เนนิ การตอไปทุกดาน มีภยั จากธรรมชาติ กระหนาํ่ ภยั ธรรมชาติน้ีเราคงสามารถท่จี ะบรรเทาไดห รอื แกไ ขได เพยี งแตว า ตองใชเ วลาพอใช มภี ยั ทมี่ าจากจิตใจของคน ซึ่งกแ็ กไขไดเ หมือนกัน แตวายากกวาภัยธรรมชาติ ธรรมชาตนิ น้ั เปน สิง่ นอกกาย เรา แตนิสยั ใจคอของคนเปนสิง่ ทีอ่ ยูขางใน อนั น้ีก็เปน ขอหนึ่งที่อยากใหจ ดั การใหมีความเรียบรอ ย แต กไ็ มห มดหวัง...” พระราชดาํ รัส เนอื่ งในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลยั วันท่ี 4 ธันวาคม 2539 “...การจะเปน เสือน้ันไมสาํ คัญ สําคญั อยูท่เี รามีเศรษฐกจิ แบบพอมีพอกนิ แบบพอมพี อกินนนั้ หมายความวา อุมชูตวั เองได ใหมพี อเพยี งกบั ตนเอง ความพอเพยี งน้ีไมไ ดหมายความวา ทุกครอบครวั จะตอ งผลติ อาหารของตัวเอง จะตอ งทอผาใสเ อง อยา งน้ันมนั เกินไป แตวา ในหมบู านหรือในอาํ เภอ จะตอ งมคี วามพอเพยี งพอสมควร บางส่งิ บางอยางผลติ ไดมากกวา ความตองการก็ขายได แตขายในท่ี ไมหางไกลเทา ไร ไมตองเสียคาขนสงมากนกั ...” พระราชดํารสั เน่อื งในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วันที่ 4 ธนั วาคม 2539 “...เม่ือป 2517 วนั นัน้ ไดพูดถงึ วา เราควรปฏิบัตใิ หพอมพี อกนิ พอมีพอกินน้ีกแ็ ปลวา เศรษฐกจิ พอเพียงนน่ั เอง ถา แตล ะคนมีพอมพี อกิน ก็ใชได ย่ิงถาทั้งประเทศพอมีพอกินกย็ งิ่ ดี และประเทศไทย เวลานัน้ ก็เร่ิมจะเปน ไมพอมพี อกนิ บางคนก็มีมาก บางคนกไ็ มมเี ลย...” พระราชดํารัส เนือ่ งในโอกาส วนั เฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย วนั ที่ 4 ธนั วาคม 2541 “...พอเพยี ง มีความหมาย กวางขวางยง่ิ กวานี้อีก คอื คาํ วาพอ ก็พอเพียงนี้กพ็ อแคน้นั เอง คนเราถา พอในความตองการกม็ ีความ
79 โลภนอ ย เม่อื มีความโลภนอยกเ็ บยี ดเบยี นคนอืน่ นอย ถา ประเทศใดมีความคดิ อนั น้ี มีความคดิ วาทาํ อะไรตอ งพอเพียง หมายความวาพอประมาณ ซื่อตรง ไมโลภอยางมาก คนเราก็อยเู ปนสุข พอเพียงนี้ อาจจะมี มมี ากอาจจะมีของหรูหราก็ได แตวา ตองไมไ ปเบียดเบียนคนอน่ื ...” พระราชดํารสั เนือ่ งในโอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 4 ธนั วาคม 2541 “...ไฟดบั ถามีความจําเปน หากมเี ศรษฐกิจพอเพยี งแบบไมเต็มที่ เรามีเครื่องปน ไฟกใ็ ชป นไฟ หรอื ถา ขน้ั โบราณกวา มดื กจ็ ุดเทียน คอื มีทางที่จะแกป ญหาเสมอ ฉะนั้นเศรษฐกจิ พอเพียงก็มเี ปนขน้ั ๆ แตจ ะ บอกวา เศรษฐกิจพอเพียงน้ี ใหพอเพยี งเฉพาะตวั เองรอยเปอรเ ซ็นตนีเ่ ปน ส่ิงทําไมได จะตองมีการ แลกเปล่ยี น ตองมกี ารชว ยกัน ถามีการชว ยกนั แลกเปลี่ยนกนั กไ็ มใชพ อเพียงแลว แตว า พอเพยี งใน ทฤษฎีในหลวงนี้ คือใหสามารถทีจ่ ะดําเนินงานได. ..” พระราชดาํ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ิดาลัย วนั ที่ 23 ธันวาคม 2542 “...โครงการตางๆ หรอื เศรษฐกจิ ที่ใหญ ตองมีความสอดคลองกันดีท่ีไมใ ชเ หมือนทฤษฎใี หม ทใี่ ชทดี่ นิ เพียง 15 ไร และสามารถที่จะปลกู ขาวพอกนิ กิจการน้ใี หญกวา แตกเ็ ปน เศรษฐกจิ พอเพียงเหมอื นกนั คนไมเ ขา ใจวากจิ การใหญๆ เหมือนสรางเข่ือนปา สักกเ็ ปน เศรษฐกจิ พอเพยี งเหมือนกนั เขานึกวา เปน เศรษฐกจิ สมยั ใหม เปนเศรษฐกจิ ท่หี างไกลจากเศรษฐกิจพอเพยี ง แตทจ่ี ริงแลว เปน เศรษฐกิจพอเพียง เหมอื นกนั ...” พระราชดาํ รัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดสุ ดิ าลยั วนั ที่ 23 ธันวาคม 2542 “...ฉนั พดู เศรษฐกจิ พอเพียงความหมายคือ ทาํ อะไรใหเ หมาะสมกับฐานะของตัวเอง คือทําจากรายได 200-300 บาท ข้นึ ไปเปน สองหม่นื สามหมนื่ บาท คนชอบเอาคําพดู ของฉัน เศรษฐกิจพอเพยี งไปพดู กนั เลอะเทอะ เศรษฐกจิ พอเพียง คือทาํ เปน Self-Sufficiency มนั ไมใ ชค วามหมายไมใ ชแบบทีฉ่ ันคิด ทีฉ่ ันคดิ คอื เปน Self-Sufficiency of Economy เชน ถาเขาตอ งการดทู ีวี กค็ วรใหเขามีดู ไมใชไป จํากัดเขาไมใ หซือ้ ทีวดี ู เขาตองการดเู พือ่ ความสนกุ สนาน ในหมบู า นไกลๆ ท่ฉี นั ไป เขามีทีวีดูแตใ ช แบตเตอร่ี เขาไมมีไฟฟา แตถา Sufficiency นน้ั มีทวี เี ขาฟุมเฟอย เปรียบเสมือนคนไมมีสตางคไ ปตัด สูทใส และยังใสเนคไทเวอรซาเช อันนก้ี ็เกนิ ไป...” พระตาํ หนักเปยมสขุ วังไกลกงั วล 17 มกราคม 2544 ประเทศไทยกบั เศรษฐกจิ พอเพียง เศรษฐกจิ พอเพยี ง มงุ เนน ใหผผู ลติ หรือผูบ รโิ ภค พยายามเริม่ ตน ผลิต หรือบรโิ ภค ภายใตข อบเขต ขอจาํ กัดของรายได หรอื ทรัพยากรท่ีมีอยูไปกอน ซึ่งก็คือ หลกั ในการลดการพง่ึ พา เพ่ิมขีดความสามารถในการควบคมุ การผลิตไดดวยตนเอง และลดภาวะการเสีย่ งจากการไมสามารถ ควบคุมระบบตลาดไดอยางมีประสิทธภิ าพ เศรษฐกจิ พอเพียงมใิ ชหมายความถงึ การ กระเบยี ดกระเสียร จนเกนิ สมควร หากแตอาจฟมุ เฟอยไดเ ปน คร้งั คราวตามอตั ภาพ แตค นสวนใหญ ของประเทศ มกั ใชจ า ยเกินตัว เกนิ ฐานะทหี่ ามาได เศรษฐกจิ พอเพียง สามารถนําไปสูเปาหมายของ การสรางความม่ันคงในทางเศรษฐกจิ ได เชน โดยพ้นื ฐานแลว ประเทศไทยเปนประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกจิ ของประเทศจึงควรเนน ท่ีเศรษฐกจิ การเกษตร เนนความมน่ั คงทางอาหาร เปนการสรา ง ความมัน่ คงใหเปน ระบบเศรษฐกจิ ในระดบั หนงึ่ จึงเปน ระบบเศรษฐกิจท่ีชว ยลดความเส่ยี ง หรอื ความ ไมม ัน่ คงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได
80 เศรษฐกจิ พอเพียง สามารถประยุกตใ ชไดในทุกระดบั ทกุ สาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไมจําเปน จะตอง จํากดั เฉพาะแตภาคการเกษตร หรอื ภาคชนบท แมแ ตภ าคการเงนิ ภาคอสังหาริมทรัพย และการคา การลงทุนระหวา งประเทศ โดยมีหลักการที่คลายคลึงกันคือ เนน การเลอื กปฏบิ ัติอยางพอประมาณ มี เหตุมีผล และสรา งภมู คิ ุมกนั ใหแกตนเองและสงั คม การดาํ เนินชีวิตตามแนวพระราชดาํ รพิ อเพยี ง พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัว ทรงเขา ใจถึงสภาพสงั คมไทย ดังน้ัน เมื่อได พระราชทานแนวพระราชดําริ หรอื พระบรมราโชวาทในดา นตางๆ จะทรงคํานึงถึงวถิ ชี ีวิต สภาพสงั คม ของประชาชนดว ย เพ่อื ไมใหเกิดความขัดแยงทางความคดิ ที่อาจนําไปสคู วามขัดแยง ในทางปฏบิ ตั ิได แนวพระราชดาํ ริในการดาํ เนินชีวติ แบบพอเพียง 1. ยดึ ความประหยดั ตดั ทอนคา ใชจา ยในทุกดา น ลดละความฟมุ เฟอยในการใชชวี ติ 2. ยึดถือการประกอบอาชีพดวยความถกู ตอง ซ่ือสตั ยสุจรติ 3. ละเลิกการแกง แยง ผลประโยชนแ ละแขงขนั กนั ในทางการคาแบบตอสูก ันอยางรุนแรง 4. ไมห ยดุ นิง่ ท่ีจะหาทางใหช ีวติ หลุดพนจากความทุกขย าก ดวยการขวนขวายใฝห าความรใู หมรี ายได เพมิ่ พูนขึน้ จนถึงข้นั พอเพียงเปน เปา หมายสําคญั 5. ปฏบิ ัตติ นในแนวทางทีด่ ี ลดละส่ิงช่ัว ประพฤติตนตามหลกั ศาสนา ตัวอยา งเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีใหม ทฤษฎีใหม คือ ตวั อยา งที่เปน รปู ธรรมของ การประยุกตใชเศรษฐกิจพอเพียงที่ เดน ชดั ทีส่ ุด ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระเจา อยหู ัวไดพระราชทานพระราชดาํ รนิ ี้ เพ่ือเปนการชว ยเหลอื เกษตรกรท่ีมักประสบปญ หาทั้งภัยธรรมชาตแิ ละปจ จัยภาย นอกท่ีมีผลกระทบตอ การทําการเกษตร ใหส ามารถผานพน ชว งเวลาวกิ ฤต โดยเฉพาะการขาดแคลนนา้ํ ไดโ ดยไมเดือดรอนและยากลําบากนัก ความเสยี่ งท่เี กษตรกร มกั พบเปน ประจาํ ประกอบดว ย 1. ความเสย่ี งดานราคาสินคาเกษตร 2. ความเสี่ยงในราคาและการพ่ึงพาปจ จยั การผลติ สมัยใหมจากตางประเทศ 3. ความเสย่ี งดานนา้ํ ฝนทงิ้ ชวง ฝนแลง 4. ภัยธรรมชาติอ่นื ๆ และโรคระบาด 5. ความเสีย่ งดา นแบบแผนการผลิต - ความเสี่ยงดานโรคและศัตรูพืช - ความเสีย่ งดานการขาดแคลนแรงงาน - ความเสี่ยงดานหนส้ี นิ และการสญู เสยี ทดี่ นิ ทฤษฎใี หม จงึ เปน แนวทางหรือหลกั การในการบรหิ ารการจัดการที่ดินและนา้ํ เพื่อการเกษตรในที่ดนิ ขนาดเล็กใหเ กดิ ประโยชนสูงสุด
81 ทฤษฎีใหม ความสําคัญของทฤษฎีใหม 1. มกี ารบรหิ ารและจัดแบงท่ีดินแปลงเลก็ ออกเปน สัดสวนทช่ี ดั เจน เพื่อประโยชนส ูงสุดของเกษตรกร ซ่ึงไมเคยมีใครคดิ มากอน 2. มีการคํานวณโดยใชห ลกั วิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้ําทจี่ ะกักเกบ็ ใหพอเพียงตอ การเพาะปลูกได อยา งเหมาะสมตลอดป 3. มีการวางแผนท่สี มบรู ณแ บบสําหรับเกษตรกรรายยอย โดยมถี งึ ๓ ขนั้ ตอน ทฤษฎใี หมข้ันตน ใหแบง พ้นื ที่ออกเปน 4 สว น ตามอัตราสวน 30:30:30:10 ซึ่งหมายถงึ พืน้ ที่สว นทห่ี นงึ่ ประมาณ 30% ใหขุดสระเก็บกักน้ําเพื่อใชเกบ็ กักนํ้าฝนในฤดูฝน และใชเสริมการ ปลกู พชื ในฤดูแลง ตลอดจนการเลีย้ งสัตวแ ละพชื นา้ํ ตา งๆ พ้นื ท่ีสวนท่สี อง ประมาณ 30% ใหปลูกขาวในฤดูฝนเพอ่ื ใชเปน อาหารประจําวันสาํ หรับครอบครัวให เพียงพอตลอด ป เพ่ือตัดคาใชจายและสามารถพ่ึงตนเองได พ้นื ท่สี ว นทส่ี าม ประมาณ 30% ใหป ลกู ไมผล ไมยนื ตน พชื ผกั พืชไร พืชสมุนไพร ฯลฯ เพอ่ื ใชเ ปน อาหารประจาํ วัน หากเหลอื บรโิ ภคกน็ าํ ไปจาํ หนา ย พืน้ ทส่ี วนที่สี่ ประมาณ 10% เปน ที่อยูอาศัย เลี้ยงสตั ว ถนนหนทาง และโรงเรือนอ่ืนๆ ทฤษฎใี หมข้นั ทีส่ อง เมอ่ื เกษตรกรเขาใจในหลักการและไดปฏิบตั ิในท่ีดินของตนจนไดผ ลแลว กต็ อ งเร่ิม ขน้ั ท่ีสอง คอื ใหเกษตรกรรวมพลังกนั ในรปู กลุม หรือ สหกรณ รว มแรงรวมใจกนั ดําเนินการในดา น (1) การผลิต (พนั ธพุ ืช เตรยี มดนิ ชลประทาน ฯลฯ) - เกษตรกรจะตอ งรว มมือในการผลิต โดยเรมิ่ ตัง้ แตข ั้นเตรียมดิน การหาพันธุพืช ปยุ การจดั หาน้ํา และอน่ื ๆ เพ่ือการเพาะปลกู (2) การตลาด (ลานตากขาว ยงุ เคร่อื งสขี าว การจาํ หนายผลผลิต) - เมอ่ื มีผลผลิตแลว จะตองเตรยี มการตางๆ เพ่ือการขายผลผลิตใหไ ดประโยชนส งู สดุ เชน การเตรยี ม ลานตากขาวรวมกนั การจดั หายงุ รวบรวมขาว เตรยี มหาเครื่องสีขา ว ตลอดจนการรวมกันขายผลผลติ ใหไ ดราคาดแี ละลดคา ใชจ ายลงดว ย (3) การเปน อยู (กะป นํ้าปลา อาหาร เคร่ืองนุง หม ฯลฯ) - ในขณะเดยี วกนั เกษตรกรตองมีความเปนอยูท่ีดีพอสมควร โดยมีปจ จัยพื้นฐานในการดํารงชวี ติ เชน อาหารการกนิ ตางๆ กะป นา้ํ ปลา เสอ้ื ผา ทพ่ี อเพียง (4) สวัสดกิ าร (สาธารณสุข เงินกู) - แตล ะชุมชนควรมสี วัสดภิ าพและบรกิ ารท่จี าํ เปน เชน มสี ถานีอนามัยเมือ่ ยามปวยไข หรือมกี องทนุ ไวก ยู ืมเพ่อื ประโยชนในกิจกรรมตา งๆ ของชุมชน (5) การศกึ ษา (โรงเรยี น ทุนการศึกษา) - ชมุ ชนควรมบี ทบาทในการสงเสริมการศึกษา เชน มกี องทุนเพื่อการศึกษาเลา เรียนใหแกเยาวชนของ ชมชนเอง
82 (6) สังคมและศาสนา - ชมุ ชนควรเปนทร่ี วมในการพัฒนาสงั คมและจติ ใจ โดยมีศาสนาเปน ที่ยึดเหนีย่ ว โดยกิจกรรมทง้ั หมดดงั กลาวขางตน จะตองไดรับความรวมมือจากทกุ ฝา ยที่เก่ียวของ ไมวา สว น ราชการ องคกรเอกชน ตลอดจนสมาชิกในชมุ ชนน้นั เปนสําคญั ทฤษฎีใหมข นั้ ท่สี าม เมื่อดาํ เนนิ การผา นพนขั้นที่สองแลว เกษตรกร หรือกลมุ เกษตรกรก็ควรพฒั นา กาวหนาไปสูขั้นท่สี ามตอไป คือตดิ ตอประสานงาน เพื่อจัดหาทนุ หรือแหลง เงนิ เชน ธนาคาร หรือ บรษิ ทั หางรา นเอกชน มาชวยในการลงทนุ และพัฒนาคณุ ภาพชีวิต ท้งั นี้ ทั้งฝายเกษตรกรและฝา ย ธนาคาร หรอื บริษัทเอกชนจะไดรบั ประโยชนร ว มกนั กลา วคือ - เกษตรกรขายขา วไดราคาสงู (ไมถูกกดราคา) - ธนาคารหรอื บรษิ ัทเอกชนสามารถซ้ือขา วบรโิ ภคในราคาตํา่ (ซอ้ื ขาวเปลือกตรงจากเกษตรกรและมา สีเอง) - เกษตรกรซ้ือเคร่ืองอุปโภคบริโภคไดใ นราคาตํา่ เพราะรวมกนั ซ้ือเปนจาํ นวนมาก (เปน รานสหกรณ ราคาขายสง) - ธนาคารหรือบรษิ ัทเอกชน จะสามารถกระจายบคุ ลากร เพื่อไปดําเนนิ การในกจิ กรรมตางๆ ให เกิดผลดีย่ิงข้นึ หลักการและแนวทางสาํ คญั 1. เปนระบบการผลิตแบบเศรษฐกจิ พอเพียงท่ีเกษตรกรสามารถเลีย้ งตวั เองไดในระดบั ท่ีประหยัด กอน ทัง้ นี้ ชมุ ชนตองมีความสามัคคี รวมมือรว มใจในการชวยเหลือซง่ึ กนั และกันทาํ นองเดียวกับการ “ลงแขก” แบบดั้งเดมิ เพือ่ ลดคาใชจายในการจางแรงงานดวย 2. เนอ่ื งจากขาวเปนปจจยั หลักท่ีทุกครวั เรอื นจะตองบรโิ ภค ดงั นนั้ จึงประมาณวา ครอบครวั หน่งึ ทาํ นาประมาณ ๕ ไร จะทาํ ใหมีขา วพอกนิ ตลอดป โดยไมตองซอื้ หาในราคาแพง เพ่ือยึดหลักพ่งึ ตนเองได อยางมีอิสรภาพ 3. ตอ งมีนาํ้ เพอื่ การเพาะปลูกสํารองไวใชในฤดแู ลง หรือระยะฝนทิ้งชวงไดอยา งพอเพยี ง ดังน้นั จึง จาํ เปน ตองกันท่ดี นิ สวนหนึง่ ไวขดุ สระนํา้ โดยมหี ลกั วาตองมนี า้ํ เพยี งพอที่จะเพาะปลกู ไดตลอดป ทั้งน้ี ไดพ ระราชทานพระราชดาํ ริเปน แนวทางวา ตอ งมนี ํ้า 1,000 ลูกบาศกเมตร ตอการเพาะปลูก 1 ไร โดยประมาณ ฉะนนั้ เมื่อทาํ นา 5 ไร ทําพืชไร หรือไมผลอกี 5 ไร (รวมเปน 10 ไร) จะตองมนี ํา้ 10,000 ลูกบาศกเมตรตอป ดงั นั้น หากตงั้ สมมติฐานวา มีพ้นื ที่ 5 ไร ก็จะสามารถกาํ หนดสูตรครา วๆ วา แตล ะแปลง ประกอบดว ย - นาขาว 5 ไร - พืชไร พชื สวน 5 ไร - สระนา้ํ 3 ไร ขุดลึก 4 เมตร จนุ ้าํ ไดป ระมาณ 19,000 ลกู บาศกเ มตร ซึ่งเปนปริมาณนํ้าทเี่ พียง พอท่จี ะสาํ รองไวใ ชยามฤดูแลง - ท่อี ยอู าศัยและอ่นื ๆ 2 ไร รวมทั้งหมด 15 ไร
83 แตท้ังนี้ ขนาดของสระเก็บนา้ํ ขน้ึ อยกู ับสภาพภมู ิประเทศและสภาพแวดลอ ม ดงั น้ี - ถา เปนพน้ื ท่ีทาํ การเกษตรอาศัยนํ้าฝน สระนา้ํ ควรมลี ักษณะลกึ เพือ่ ปองกนั ไมใหน้ําระเหยไดม าก เกินไป ซงึ่ จะทําใหม นี ้ําใชต ลอดท้งั ป - ถาเปนพ้ืนท่ีทําการเกษตรในเขตชลประทาน สระน้าํ อาจมีลักษณะลึก หรือต้นื และแคบ หรือกวางก็ ได โดยพิจารณาตามความเหมาะสม เพราะสามารถมนี ้ํามาเตมิ อยเู รื่อยๆ การมีสระเก็บน้าํ ก็เพ่ือใหเ กษตรกรมนี ้ําใชอ ยางสมาํ่ เสมอท้ังป (ทรงเรียกวา Regulator หมายถึงการ ควบคมุ ใหดี มรี ะบบน้าํ หมุนเวยี นใชเ พือ่ การเกษตรไดโ ดยตลอดเวลาอยา งตอเน่ือง) โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ในหนาแลงและระยะฝนทงิ้ ชวง แตม ไิ ดหมายความวา เกษตรกรจะสามารถปลกู ขาวนาปรังได เพราะ หากนํ้าในสระเกบ็ น้ําไมพอ ในกรณมี ีเขือ่ นอยูบรเิ วณใกลเคียงกอ็ าจจะตองสบู นํา้ มาจากเขือ่ น ซึ่งจะทํา ใหนํา้ ในเข่ือนหมดได แตเกษตรกรควรทํานาในหนาฝน และเมื่อถงึ ฤดแู ลง หรอื ฝนท้ิงชวงใหเกษตรกร ใชน ้าํ ทีเ่ กบ็ ตุนนน้ั ใหเ กดิ ประโยชนทางการเกษตรอยางสูงสุด โดยพิจารณาปลูกพชื ใหเหมาะสมกบั ฤดูกาล เพ่ือจะไดมีผลผลติ อ่ืนๆ ไวบริโภคและสามารถนาํ ไปขายไดตลอดทงั้ ป 4. การจัดแบงแปลงทด่ี ินเพื่อใหเ กดิ ประโยชนส ูงสุดนี้ พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู วั ทรงคํานวณและ คํานงึ จากอัตราการถือครองท่ีดินถัว เฉล่ียครัวเรอื นละ 15 ไร อยา งไรก็ตาม หากเกษตรกรมีพื้นที่ถอื ครองนอยกวานี้ หรือมากกวาน้ี ก็สามารถใชอัตราสว น 30:30:30:10 เปนเกณฑปรับใชได กลาวคอื รอยละ 30 สวนแรก ขุดสระน้ํา (สามารถเลยี้ งปลา ปลกู พชื นาํ้ เชน ผักบุง ผกั กะเฉด ฯลฯ ไดดวย) บนสระอาจสรา งเลา ไกและบนขอบสระนํ้าอาจปลูกไมย ืนตนทไ่ี มใชน ํา้ มากโดยรอบ ได รอยละ 30 สว นทส่ี อง ทาํ นา รอยละ 30 สว นท่ีสาม ปลกู พืชไร พืชสวน (ไมผ ล ไมยนื ตน ไมใ ชสอย ไมเ พ่ือเปนเช้ือฟน ไมส รางบา น พชื ไร พืชผัก สมนุ ไพร เปน ตน) รอยละ 10 สุดทาย เปนที่อยูอาศัยและอนื่ ๆ (ทางเดนิ คนั ดิน กองฟาง ลานตาก กองปุยหมกั โรงเรอื น โรงเพาะเหด็ คอกสตั ว ไมด อกไมป ระดบั พชื สวนครัวหลงั บา น เปน ตน) อยา งไรกต็ าม อัตราสวนดงั กลาวเปน สูตร หรือหลักการโดยประมาณเทา น้นั สามารถ ปรบั ปรุงเปลีย่ นแปลงไดตามความเหมาะสม โดยขน้ึ อยูก ับสภาพของพืน้ ที่ดิน ปรมิ าณนํ้าฝน และ สภาพแวดลอม เชน ในกรณีภาคใตท่ีมีฝนตกชกุ หรือพน้ื ท่ีท่ีมแี หลง นํ้ามาเติมสระไดตอ เน่ือง ก็อาจลด ขนาดของบอ หรอื สระเก็บนา้ํ ใหเล็กลง เพ่ือเกบ็ พน้ื ท่ีไวใ ชประโยชนอ ื่นตอไปได 5. การดําเนนิ การตามทฤษฎใี หม มีปจจัยประกอบหลายประการ ข้นึ อยกู ับสภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพแวดลอ มของแตล ะทองถนิ่ ดังน้ัน เกษตรกรควรขอรับคาํ แนะนําจากเจาหนา ท่ดี ว ย และทีส่ ําคัญ คือ ราคาการลงทุนคอนขางสูง โดยเฉพาะอยางย่ิงการขดุ สระนา้ํ เกษตรกรจะตองไดร บั ความ ชว ยเหลือจากสว นราชการ มลู นธิ ิ และเอกชน 6. ในระหวางการขุดสระน้ํา จะมีดนิ ที่ถูกขุดขน้ึ มาจาํ นวนมาก หนาดนิ ซึ่งเปนดินดี ควรนาํ ไปกองไว ตา งหากเพ่ือนํามาใชประโยชนในการปลกู พชื ตางๆ ในภายหลัง โดยนาํ มาเกลยี่ คลมุ ดนิ ช้ันลา งท่ีเปน ดนิ ไมดี หรืออาจนํามาถมทําขอบสระน้ํา หรอื ยกรองสําหรับปลกู ไมผลกจ็ ะไดประโยชนอีกทางหนึง่ ตัวอยางพืชที่ควรปลูกและสัตวทค่ี วรเลย้ี ง ไมผลและผกั ยืนตน : มะมวง มะพราว มะขาม ขนนุ ละมุด สม กลวย นอยหนา มะละกอ กะทอน แค บาน มะรุม สะเดา ข้เี หลก็ กระถิน ฯลฯ
84 ผักลม ลกุ และดอกไม : มนั เทศ เผือก ถั่วฝกยาว มะเขือ มะลิ ดาวเรือง บานไมร โู รย กหุ ลาบ รกั และ ซอ นกลนิ่ เปนตน เห็ด : เห็ดนางฟา เห็ดฟาง เห็ดเปา ฮ้ือ เปน ตน สมุนไพรและเครื่องเทศ : หมาก พลู พริกไท บุก บวั บก มะเกลอื ชุมเห็ด หญา แฝก และพชื ผักบาง ชนดิ เชน กะเพรา โหระพา สะระแหน แมงลัก และตะไคร เปน ตน ไมใ ชส อยและเช้ือเพลิง : ไผ มะพรา ว ตาล กระถนิ ณรงค มะขามเทศ สะแก ทองหลาง จามจรุ ี กระถนิ สะเดา ขี้เหลก็ ประดู ชงิ ชัน และยางนา เปนตน พืชไร : ขาวโพด ถ่ัวเหลือง ถวั่ ลสิ ง ถ่ัวพมุ ถ่ัวมะแฮะ ออย มันสําปะหลงั ละหงุ นนุ เปนตน พืชไร หลายชนิดอาจเก็บเกีย่ วเม่ือผลผลติ ยังสดอยู และจาํ หนา ยเปน พชื ประเภทผกั ได และมีราคาดีกวาเก็บ เมือ่ แก ไดแ ก ขา วโพด ถัวเหลอื ง ถว่ั ลิสง ถัว่ พุม ถั่วมะแฮะ ออ ย และมนั สาํ ปะหลัง พืชบาํ รงุ ดินและพืชคลมุ ดนิ : ถ่ัวมะแฮะ ถว่ั ฮามาตา โสนแอฟริกัน โสนพื้นเมือง ปอเทือง ถ่วั พรา ขเ้ี หลก็ กระถนิ รวมทั้งถวั่ เขยี วและถ่วั พุม เปน ตน และเมื่อเกบ็ เกยี่ วแลวไถกลบลงไปเพ่ือบาํ รงุ ดินได หมายเหตุ : พืชหลายชนดิ ใชท ําประโยชนไดม ากกวาหนงึ่ ชนดิ และการเลือกปลกู พืชควรเนนพชื ยนื ตน ดว ย เพราะการดูแลรักษาในระยะหลงั จะลดนอยลง มผี ลผลติ ทยอยออกตลอดป ควรเลอื กพชื ยนื ตน ชนิดตา งๆ กัน ใหค วามรมเย็นและชุม ชน้ื กบั ที่อยูอาศัยและสิ่งแวดลอม และควรเลอื กตน ไมให สอดคลอ งกับสภาพของพ้นื ท่ี เชน ไมควรปลกู ยูคาลปิ ตัสบริเวณขอบสระ ควรเปนไมผ ลแทน เปน ตน สัตวเลีย้ งอ่ืนๆ ไดแก สตั วน้ํา : ปลาไน ปลานลิ ปลาตะเพยี นขาว ปลาดุก เพื่อเปนอาหารเสรมิ ประเภทโปรตนี และยงั สามารถนําไปจําหนายเปน รายไดเสรมิ ไดอีกดวย ในบางพืน้ ที่สามารถเล้ยี งกบได สุกร หรอื ไก เล้ียงบนขอบสระน้ํา ท้งั นี้ มลู สุกรและไกส ามารถนํามาเปน อาหารปลา บางแหง อาจ เลี้ยงเปดได ประโยชนข องทฤษฎใี หม 1. ใหป ระชาชนพออยูพอกนิ สมควรแกอัตภาพในระดับท่ีประหยดั ไมอดอยาก และเลีย้ งตนเองไดตาม หลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพยี ง” 2. ในหนา แลงมีนา้ํ นอย กส็ ามารถเอานํา้ ทีเ่ กบ็ ไวในสระมาปลูกพืชผกั ตางๆ ทใ่ี ชนํา้ นอยได โดยไมต อง เบียดเบยี นชลประทาน 3. ในปที่ฝนตกตามฤดูกาลโดยมนี ํา้ ดตี ลอดป ทฤษฎใี หมนี้สามารถสรา งรายไดใหแ กเ กษตรกรไดโดยไม เดือดรอ นในเรอื่ งคา ใชจ า ยตางๆ 4. ในกรณที ี่เกดิ อุทกภัย เกษตรกรสามารถท่ีจะฟน ตัวและชวยตวั เองไดใ นระดับหนง่ึ โดยทางราชการ ไมต องชว ยเหลอื มากนกั ซงึ่ เปนการประหยัดงบประมาณดวย ทฤษฎใี หมทส่ี มบูรณ ทฤษฎใี หมทดี่ าํ เนินการโดยอาศัยแหลง น้าํ ธรรมชาติ น้ําฝน จะอยูใ นลักษณะ “หมิ่นเหม” เพราะหาก ปใดฝนนอ ย นํ้าอาจจะไมเพียงพอ ฉะน้ัน การที่จะทําใหท ฤษฎใี หมส มบูรณไดน น้ั จาํ เปนตอ งมีสระ เกบ็ กักนํ้าทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพและเต็มความสามารถ โดยการมีแหลง นาํ้ ขนาดใหญท่ีสามารถเพ่มิ เตมิ นํ้า
85 ในสระเก็บกกั นาํ้ ใหเต็มอยู เสมอ ดังเชน กรณีของการทดลองทโ่ี ครงการพัฒนาพน้ื ท่ีบริเวณวดั มงคล ชยั พัฒนาอันเนื่องมาจาก พระราชดําริ จงั หวัดสระบุรี ระบบทฤษฎใี หมทสี่ มบูรณ อางใหญ เติมอางเลก็ อางเล็ก เตมิ สระน้าํ จากภาพ วงกลมเล็ก คือสระน้าํ ที่เกษตรกรขดุ ขึน้ ตามทฤษฎใี หม เมือ่ เกดิ ชวงขาดแคลนน้ําในฤดูแลง เกษตรกรสามารถสบู น้ํามาใชประโยชนได และหากน้าํ ในสระน้ําไมเ พียงพอก็ขอรับน้าํ จากอางหว ยหิน ขาว (อา งเล็ก) ซ่งึ ไดท ําระบบสง นํ้าเช่ือมตอทางทอลงมายังสระนาํ้ ท่ไี ดขดุ ไวในแตล ะแปลง ซ่งึ จะชว ย ใหส ามารถมีนํ้าใชตลอดป กรณีที่เกษตรกรใชนาํ้ กันมาก อา งหว ยหินขาว (อา งเลก็ ) ก็อาจมปี รมิ าณนาํ้ ไมเ พยี งพอ กส็ ามารถใชวิธกี ารผนั นา้ํ จากเขอื่ นปา สักชลสิทธิ์ (อางใหญ) ตอลงมายังอางเกบ็ นํา้ หว ยหนิ ขาว (อางเล็ก) ก็จะชวยใหมีปริมาณน้ํามาเติมในสระของเกษตรกรพอตลอดทัง้ ปโ ดยไมตองเส่ียง ระบบการจดั การทรัพยากรน้ําตามแนวพระราชดาํ รพิ ระบาทสมเด็จพระเจา อยูหวั สามารถทาํ ใหการ ใชน ํา้ มปี ระสิทธิภาพอยา งสูงสุด จากระบบสง ทอเปด ผา นไปตามแปลงไรน าตางๆ ถึง ๓-๕ เทา เพราะ ยามหนา ฝน นอกจากจะมีนํา้ ในอา งเก็บนํ้าแลว ยังมีนํา้ ในสระของราษฎรเกบ็ ไวพ รอมกันดวย ทาํ ใหมี ปรมิ าณนาํ้ เพิม่ อยา งมหาศาล นาํ้ ในอางท่ตี อมาสสู ระจะทําหนา ทเ่ี ปนแหลง น้ําสาํ รอง คอยเติมเทา นัน้ เอง แปลงสาธติ ทฤษฎีใหมของมูลนธิ ชิ ัยพฒั นา ทานท่สี นใจสามารถขอคําปรึกษาและเยย่ี มชมแปลงสาธิตทฤษฎใี หมได ดังน้ี 1. สาํ นกั บรหิ ารโครงการ สํานักงานมลู นิธิชยั พฒั นา โทรศพั ท 0 2282 4425 โทรสาร 0 2282 3341 2. โครงการพัฒนาพน้ื ที่บรเิ วณวดั มงคลชยั พฒั นาอนั เน่ืองมาจากพระราชดําริ จงั หวดั สระบุรี โทรศัพท / โทรสาร 0 3649 9181 3. โครงการแปลงสาธิตการเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดําริ (ทฤษฎใี หม) อาํ เภอปากทอ จังหวัดราชบุรี โทรศัพท / โทรสาร 0 3233 7407
86 4. โครงการสวนสมเด็จพระศรนี ครินทราบรมราชชนนี อําเภอชะอํา จงั หวัดเพชรบรุ ี โทรศัพท / โทรสาร 0 3259 4067 5. โครงการสาธิตทฤษฎใี หม อําเภอเขาวง จงั หวดั กาฬสนิ ธุ โทรศพั ท / โทรสาร 0 4385 9089 6.โครงการสาธิตทฤษฎีใหม อําเภอปก ธงชัย จงั หวดั นครราชสีมา โทรศพั ท / โทรสาร 0 4432 5048 ปญ หาหลกั ของเกษตรกรในอดตี จนถงึ ปจจบุ นั ที่ สําคัญประการหน่งึ คือ การขาดแคลนนา้ํ เพือ่ เกษตรกรรม โดยเฉพาะอยางย่งิ ในเขตพน้ื ท่ีเกษตรท่ีอาศยั น้ําฝน ซึ่งเปนพนื้ ทีส่ ว นใหญของประเทศทีอ่ ยูในเขต ท่ีมี ฝนคอ นขา งนอ ยและสว นมากเปน นาขา วและพืชไร เกษตรกรยังคงทําการเพาะปลกู ไดปล ะคร้ังในชวงฤดูฝน เทา นนั้ และมีความเสย่ี งกับความเสยี หาย อันเน่อื งมาจาก ความแปรปรวนของดนิ ฟาอากาศและฝนทงิ้ ชวง แมวาจะ มีการขุดบอหรือสระเก็บนํ้าไวใชบ างแตก ็มีขนาดเพยี งพอ หรอื มปี จจยั อ่ืน ๆ ท่เี ปนปญหาใหม ีน้าํ ใชไ มเ พยี งพอ รวมทง้ั ระบบการปลกู พืชไมมีหลกั เกณฑใ ด ๆ และสวน ใหญป ลูกพืชชนดิ เดียว ดวยเหตนุ ีพ้ ระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัวจงึ ไดพ ระราชทานพระราชดาํ ริ เพื่อเปน การชวยเหลอื เกษตรกรทป่ี ระสบความยากลาํ บากดงั กลาว ใหส ามารถผานพนชว งเวลาวิกฤติ โดยเฉพาะการขาด แคลนน้าํ ไดโ ดยไมเดือดรอ นและยากลําบากนกั พระราชดาํ รนิ ้ี ทรงเรียกวา \"ทฤษฎใี หม\" เปน แนวทางหรือหลกั การในการบริหารการจัดการท่ดี นิ และ น้ํา เพ่ือการเกษตรในท่ีดินขนาดเลก็ ใหเกดิ ประโยชนสงู สุด
87 องคป ระกอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง ประกอบดวยคุณลักษณะ 3 ประการ และเงอ่ื นไข 2 ประการ หรือท่ี เรียกวา 3 หว ง 2 เงื่อนไข คือ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีตอ ความจําเปน และเหมาะสมกับฐานะของตนเอง สังคม สง่ิ แวดลอ ม รวมท้ังวัฒนธรรมในแตละทองถน่ิ ไมม ากเกินไป ไมนอยเกนิ ไป และตองไม เบยี ดเบียนตนเองและผูอน่ื ความมเี หตผุ ล หมายถงึ การตดั สินใจดาํ เนนิ การเร่อื งตา ง ๆ อยางมเี หตุผลตามหลกั วชิ าการ หลักกฎหมาย หลักศลี ธรรมจริยธรรม และวฒั นธรรมท่ีดีงาม โดยพจิ ารณาจากเหตปุ จ จัยท่ี เกี่ยวของ ตลอดจนคํานงึ ถึงผลท่ีคาดวาจะเกิดขึน้ จากการกระทําน้นั ๆ อยางรอบรูและรอบคอบ ระบบภมู คิ ุมกนั ในตวั ที่ดี หมายถึง การเตรยี มตัวใหพ รอมรบั ตอผลกระทบและการ เปล่ยี นแปลงในดา นตาง ๆ ไมว าจะเปนดา นเศรษฐกิจ สงั คม สงิ่ แวดลอ ม และวฒั นธรรม เพ่อื ให สามารถปรบั ตวั และรับมือไดอยา งทนั ทว งที เงื่อนไขสําคญั ทจี่ ะทาํ ใหก ารตัดสนิ ใจ และการกระทําเปน ไปพอเพียง จะตองอาศัยทัง้ คณุ ธรรมและความรู ดังน้ี เง่อื นไขคณุ ธรรม ท่ีจะตองสรา งเสริมใหเปนพน้ื ฐานจติ ใจของคนในชาติ ประกอบดวย ดา น จติ ใจ คือการตระหนักในคุณธรรม รผู ิดชอบชวั่ ดี ซอื่ สัตยส จุ รติ ใชสติปญ ญาอยางถกู ตองและ เหมาะสมในการดําเนนิ ชีวิต และดานการกระทาํ คือมีความขยันหมัน่ เพียร อดทน ไมโลภ ไมตระหน้ี รจู ักแบงปน และรบั ผดิ ชอบในการอยูรวมกบั ผูอ่นื ในสงั คม เงื่อนไขความรู ประกอบดว ยการฝกตนใหม ีความรอบรเู กยี่ วกับวชิ าการตา ง ๆ ท่ีเกีย่ วของ อยา งรอบดาน มีความรอบคอบ และความระมัดระวงั ท่ีจะนําความรูตา ง ๆ เหลาน้ันมาพิจารณาให เชอ่ื มโยงกนั เพ่ือประกอบการวางแผน และในขน้ั ปฏบิ ตั ิ
88 การนาํ เศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใช ตองคํานึงถงึ 4 มิติ ดงั น้ี ดานเศรษฐกิจ ลดรายจาย / เพม่ิ รายได / ใชชีวิตอยา งพอควร / คดิ และวางแผนอยา งรอบคอบ / มีภูมคิ มุ กนั / ไมเ สีย่ งเกนิ ไป / การเผ่ือทางเลอื กสาํ รอง ดานสังคม ชว ยเหลือเกอื้ กูล / รูร ักสามัคคี / สรา งความเขมแขง็ ใหครอบครัวและชุมชน ดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ รูจ ักใชและจดั การอยางฉลาดและรอบคอบ / เลือกใชทรัพยากรท่ีมีอยอู ยางรูค า ส่ิงแวดลอ ม และเกดิ ประโยชนส งู สุด / ฟนฟูทรพั ยากรเพอื่ ใหเ กิดความยั่งยืนสูงสดุ ดา นวัฒนธรรม รักและเห็นคุณคาในความเปนไทย เอกลกั ษณไ ทย / เห็นประโยชนและคุมคา ของ ภมู ิปญ ญาไทย ภูมิปญญาทองถิ่น / รูจกั แยกแยะและเลอื กรับวัฒนธรรมอืน่ ๆ \"...ทรงยดึ การดําเนินงานในลักษณะทางสายกลางทส่ี อดคลองกับสงิ่ ที่อยูรอบตัวและสามารถปฏิบัติได จรงิ ทรงมคี วามละเอียดรอบคอบ และทรงคิดคนหาแนวทางพัฒนาเพอื่ มุงสปู ระโยชนต อ ประชาชน สูงสดุ มคี ุณคาและควรยึดเปน แบบอยา งในการเจริญรอยตามเบอื้ งพระยุคลบาท นาํ มาปฏบิ ัติใหเกิดผล ตอ ตนเอง สังคม และประเทศชาติสบื ไป\" ขอ ที่ 1 ศึกษาขอมูลอยางเปน ระบบ •ทรงศึกษาขอมลู รายละเอียดอยางเปนระบบ •จากขอมลู เบื้องตน จากเอกสาร แผนท่ี สอบถามจากเจา หนา ที่ นักวิชาการ และราษฎรในพนื้ ท่ี •เพือ่ ใหไดรายละเอียดทีถ่ ูกตอ ง เพอ่ื ที่พระราชทานความชวยเหลือไดอยา งถูกตองและรวดเรว็ ตรง ตามทป่ี ระชาชนตอ งการ ขอ ท่ี 2 ระเบดิ จากขา งใน •ตอ งการสรางความเขมแข็งใหคนภายในชุมชน ใหม คี วามพรอมท่รี ว มพฒั นาเสยี กอ น •มใิ ชก ารนาํ เอาความเจริญหรือบุคคลจากสงั คมภายนอกเขาไปหาชุมชนในหมบู า นท่ียังไมทนั มีโอกาส ไดต้งั ตัวหรอื เตรียมพรอม ขอ ท่ี 3 ทาํ ตามลาํ ดบั ข้ันตอน •ทรงเริม่ ตน จากสงิ่ ที่จําเปนที่สุดของประชาชนเสยี กอ น ไดแก สขุ ภาพสาธารณสุข จากนั้นจึงเปน เรอ่ื ง สาธารณูปโภคข้นั พน้ื ฐาน และสิง่ จําเปน ในการประกอบอาชพี อาทิ ถนน แหลง นํ้า เพ่ือการเกษตร การอุปโภคบริโภค •เนนการปรบั ใชภ มู ิปญ ญาทองถ่นิ ท่ีราษฎรสามารถนําไปปฏบิ ตั ไิ ด และเกิดประโยชนส งู สดุ \"การพัฒนาประเทศจาํ เปนตอ งทําตามลําดับขัน้ ตองสรางพ้ืนฐาน คือความพอมี พอกิน พอใชข อง ประชาชนสวนใหญเ ปน เบอ้ื งตนกอ น ใชวธิ กี ารและอุปกรณท ี่ประหยัดแตถ ูกตองตามหลักวชิ า เมือ่ ได
89 พ้ืนฐานทม่ี นั่ คงพรอมพอสมควร และปฏิบตั ิไดแ ลวจงึ คอยสรา งเสริมความเจริญ และฐานะเศรษฐกจิ ขน้ั ท่สี ูงขน้ึ โดยลําดับตอไป...\" หมายเหตุ : พระบรมราโชวาท 18 กรกฎาคม 2517 ขอท่ี 4 ภมู สิ งั คม การพัฒนาใดๆ ตอ งคํานึงถึงสภาพภูมปิ ระเทศของบรเิ วณนั้นวา เปนอยางไร และสังคม วิทยา เกี่ยวกบั ลักษณะนสิ ัยใจคอคน ตลอกจนวฒั นธรรมประเพณใี นแตล ะทองถ่ินทมี่ ีความแตกตา ง กนั \"การพฒั นาจะตอ งเปน ไปตามภมู ปิ ระเทศทางภมู ิศาสตร และภมู ิประเทศทางสงั คมศาสตรใน สงั คมวทิ ยา คือ นิสยั ใจคอของคนเรา จะไปบงั คบั ใหค นอื่นคิดอยางอืน่ ไมได เราตอ งแนะนาํ เราเขา ไป ดูวาเขาตองการอะไรจริงๆ แลว กอ็ ธบิ ายใหเ ขาเขาใจหลกั การของการพฒั นานี้ก็จะเกดิ ประโยชนอ ยาง ยิง่ \" ขอ ที่ 5 ประหยัด เรยี บงาย ไดป ระโยชนสงู สดุ •สว นพระองคกท็ รงประหยัดมาก •ในการพัฒนาและชวยเหลอื ราษฎร ทรงใชห ลักในการแกปญหาดวยความเรยี บงาย และประหยัด •ราษฎรสามารถทาํ ไดเ อง หาไดใ นทองถ่ิน และประยุกตใชส ิง่ ที่มีอยูในภูมิภาคนนั้ มาแกไข โดยไมต อ ง ลงทุนสงู หรอื ใชเ ทคโนโลยที ่ยี ุงยากนกั ขอ ท่ี 6 ทรงใชธ รรมชาตชิ วยธรรมชาติ •ทรงเขาใจธรรมชาติและตอ งการใหประชาชนใกลชดิ กบั ธรรมชาติ ทรงมองอยางละเอียดถึงปญ หา ธรรมชาติ หากเราตองการแกไขธรรมชาติ จะตองใชธ รรมชาติเขาชวยเหลอื เชน ปลกู ปา โดยไมตอ ง ปลกู •ทําใหมนุษยแ ละธรรมชาติเก้ือกลู กนั ขอ ที่ 7 แกป ญหาที่จุดเลก็ ทรงแกปญ หาในภาพรวม (macro) กอนเสมอ แตก ารแกไขปญหา จะทรงเร่ิมจากจุดเล็ก (micro) คอื การแกไขปญ หาเฉพาะหนาทีซ่ งึ่ คนมกั จะมองขา ม \"ถา ปวดหวั คดิ อะไรไมอ อก กต็ อ งแกไขการปวดหวั น้ีกอน มันไมไดแ กอาการจริง แตตองแกปวดหวั กอน เพอื่ จะใหอ ยใู นสภาพที่คิดได. ..\" ขอที่ 8 ทาํ ใหง าย - Simplicity ทรงคดิ คน ดัดแปลง ปรับปรงุ และแกไขงาน การพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดาํ ริไปได โดยงายไมย งุ ยากซับซอน และที่สําคัญอยา งยิ่ง คือ สอดคลองกับสภาพความเปน อยูข องประชาชน และระบบนเิ วศโดยรวม \"ทาํ ใหงา ย \" ขอ ที่ 9 ไมต ิดตํารา มลี ักษณะของการพัฒนาที่อนโุ ลม และลอมชอมกับสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดลอม และสภาพของ สังคม จิตวทิ ยาของชมุ ชน คือ \"ไมติดตํารา\" ไมผูกมัดติดกบั วิชาการและเทคโนโลยีทไี่ มเหมาะสมกับ ชีวิตความเปน อยทู แ่ี ทจริงของคนไทย ขอท่ี 10 ใชอ ธรรมปราบอธรรม
90 ทรงนาํ ความจรงิ ในเรื่อง ธรรมชาติและกฎเกณฑของธรรมชาตเิ ปน หลกั การ แนวปฏิบตั ิในการ แกไ ขปญหาและปรบั ปรงุ สภาวะทไ่ี มปกติเขา สรู ะบบท่ปี กติ เชน การบําบดั นํา้ เนาเสียโดยใหผ ักตบชวา ซึ่งมตี ามธรรมชาติใหดดู ซมึ สง่ิ สกปรกปนเปอนในนํ้า ขอ 11 ปลกู ปา ในใจคน \"เจา หนาท่ีปาไมค วรจะปลูกตน ไมล งในใจคนเสยี กอน แลว คนเหลา นัน้ กจ็ ะพากันปลกู ตนไมล งบน แผน ดนิ และจะรักษาตนไมดว ยตนเอง\" ขอ ท่ี 12 มุง ประโยชนคนสว นใหญเปน หลัก \"การปฏิบตั งิ านทกุ อยางของขา ราชการมีผลเกี่ยวเนือ่ งถึงประโยชนสวนรวมของบานเมืองและ ประชาชนทุกคน เพราะฉะนน้ั จงึ จําเปนทข่ี า ราชการทุกคนจะตองทําหนา ที่ทกุ ๆ ประการใหบ รสิ ุทธ์ิ บรบิ ูรณ โดยเตม็ กาํ ลังสติปญ ญาความรูความสามารถ เพือ่ ผลการปฏบิ ตั ริ าชการทุกอยางจกั ไดบ รรลุ ความสาํ เร็จอยา งสงู และบังเกดิ ประโยชนอ ยางดีทสี่ ดุ แกตน แกห นา ท่ี และแกแ ผน ดนิ \" พระบรมราโชวาทและพระราชดาํ รสั เกีย่ วกับเศรษฐกจิ พอเพยี ง..10 คาํ สอนของพอหลวง ร.9 พระบรมราโชวาทและพระราชดาํ รสั เก่ยี วกบั เศรษฐกิจพอเพียง..10คาํ สอนของพอหลวง ร.9 ขอรวบรวมพระบรมราโชวาท และ พระราชดาํ รสั ของ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภูมิ พลอดุลยเดช ทเี่ ปน คาํ สอนใหกับประชาชนชาวไทย ไดเดินหนา ในการใชชีวิตและการทํางาน พรอ มทง้ั รวมสํานึกในพระมหากรณุ าธิคณุ อนั หาท่ีสุดมิได • คาํ สอนของพอ : การรจู ักใชเงนิ “...ถา เราสะสมเงนิ ใหม าก เรากส็ ามารถทจ่ี ะใชด อกเบย้ี ใชเ งนิ ทเ่ี ปน ดอกเบี้ยโดยไมแ ตะตองทุน ถา เรา ใชมากเกนิ ไปหรอื เราไมร ะวัง เรากินเขาไปเปนทนุ ทนุ มันก็นอยลงๆ จนหมด...” พระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว เน่อื งในโอกาสเฉลมิ ฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษา เม่ือวันที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ.2518 • คาํ สอนของพอ : การรูจ ักนับถือความรู
91 “...เราเปน นกั เรียน เราไมใ ชผูเชย่ี วชาญ... ถา หากวา ในดานไหนก็ตาม เวลาไปปฏิบัติใหถือวา เรา เปนนักเรียน ชาวบานเปน ครูหรอื ‘ธรรมชาตเิ ปนครู’ การทท่ี านท้งั หลายจะออกไป กจ็ ะไปหลายๆ ดา น... ก็จะตองเขาใจวา เราอาจจะเอาความรูไปใหเ ขา แตก็ตอ งนบั ถือความรูของเขาดว ย จงึ จะมี ความสําเรจ็ ...” พระบรมราโชวาทพระราชทานแกบณั ฑติ อาสาสมคั รพฒั นาชนบท มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน ณ ศนู ยศ กึ ษาการพัฒนาภูพานอนั เนือ่ งมาจากพระราชดาํ ริ อําเภอเมือง จังหวดั สกลนคร เมอ่ื วันท่ี 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2520 • คาํ สอนของพอ : การมเี สรภี าพ “...การมีเสรีภาพนน้ั เปนของดอี ยางยิง่ แตเม่ือจะใชจําเปน ตองใชดวยความระมดั ระวงั และ ความ รบั ผดิ ชอบมิใหล ว งละเมดิ เสรีภาพของผูอืน่ ท่ีเขามีอยูเทาเทียมกนั ท้งั มใิ หก ระทบกระเทือนถงึ สวัสดิ ภาพและความเปนปกติสุขของสวนรวมดว ย มฉิ ะนัน้ จะทําใหม ีความยงุ ยากจะทาํ สงั คมและ ชาติ ประเทศตอ งแตกสลายโดยส้ินเชงิ ...” พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูหวั แถลงการณสภาการวทิ ยแุ ละโทรทัศนแ หงชาตติ าม แนวปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง (สวชพ.) เร่ือง ‘การใชเ สรีภาพเพ่ือการปรองดองสมานฉันท’ เน่ืองใน วันนกั ขาว เม่อื วนั ท่ี 5 มีนาคม พ.ศ.2520 • คําสอนของพอ : การคดิ กอ นพูด “...หลักของคุณธรรมคือ การคดิ ดวยจิตใจทีเ่ ปน กลาง กอนจะพดู จะทาํ สงิ่ ไร จาํ เปนตองหยดุ คิด เสยี กอ น เพ่ือรวบรวมสตใิ หตัง้ ม่นั และจิตสวา งแจมใส ซึง่ เม่ือฝกหดั คุนเคยชํานาญแลว จะกระทําได คลองแคลว ชว ยใหสามารถแสดงความรคู วามคิดในเร่ืองตางๆ ใหผ ูฟงไดเขา ใจไดง า ย ไดชัด ไมผิด ทง้ั หลักวิชา ท้ังหลักคุณธรรม...” พระบรมราโชวาทในพิธพี ระราชทานปรญิ ญาบัตรของจุฬาลงกรณม หาวิทยาลัย เมื่อวันท่ี 10 กรกฎาคม พ.ศ.2525 • คําสอนของพอ : ความเจริญในการทํางาน “... ความเจรญิ ของคนท้งั หลาย
92 ยอ มเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบเปน หลักสาํ คญั ผทู จ่ี ะสามารถประพฤตชิ อบ และหาเลี้ยงชีพชอบไดดว ยน้ัน ยอมจะมีทั้งวชิ าความรู ทัง้ หลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเปน ปจจัยสาํ คัญสาํ หรับใชก ระทําการทํางาน สิ่งหลงั เปน ปจจัยสําคัญสาํ หรับสง เสริมความประพฤติและ การปฏิบตั งิ านใหช อบคอื ใหถูกตอ งและเปน ธรรม” พระราชดาํ รสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว พระราชทานแกครโู รงเรยี นราษฎรสอนศาสนา อสิ ลาม 4 จงั หวดั ภาคใตจังหวัดปตตานีเมื่อวันท่ี 24 สิงหาคม พ.ศ.2519 • คาํ สอนของพอ : ความพอเพียง “...ความพอเพียงนีไ้ มไดห มายความวาทกุ ครอบครวั จะตองผลติ อาหารของตัว จะตองทอผา ใสเอง อยา งน้ันมันมากเกนิ ไป แตในหมูบานหรือในอําเภอ จะตองมคี วามพอเพยี งพอสมควร บางสิ่ง บางอยา งทีผ่ ลติ ไดม ากกวา ความตองการ ก็ขายไดแตในท่ีไมหา งไกลเทาไหร ไมต อ งเสียคา ขนสง มาก นกั ...มีเงินเดอื นเทา ไหรจ ะตองใชภ ายในเงินเดอื น...กูเงินน้นั เงินจะตอ งใหเ กิดประโยชนมิใชกูสาํ หรับ ไปเลน ไปทาํ อะไรที่ไมเ กิดประโยชน...” พระราชดาํ รสั ในโอกาสวนั เฉลิมพระชนมพรรษา เมอื่ วันที่ 4 ธนั วาคม พ.ศ. 2540 • คาํ สอนของพอ : ชาตบิ านเมืองคืออวัยวะ “…ชาตบิ านเมืองประกอบดว ยนานาสถาบัน อนั เปรยี บไดกับอวยั วะท้ังปวง ทปี่ ระกอบกันขนึ้ เปนชวี ิต รางกาย ชวี ิตรา งกายดํารงอยูไดเพราะอวยั วะใหญนอยทํางานเปนปรกตพิ รอมกันอยา งไร ชาติ บานเมือง ก็ดาํ รงอยไู ดเพราะสถาบันตางๆ ตัง้ มน่ั และปฏิบัติหนาท่ขี องตนโดยพรอมมลู อยา งน้นั ...” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห วั พระราชทานแกท หารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตํารวจและอาสาสมัครพลเรือนในพิธีตรวจพลสวนสนามในงานพระราชพิธรี ัชดาภเิ ษก เมื่อวันท่ี 8 มิถนุ ายน พ.ศ.2514 • คําสอนของพอ : คนดี “…ในบานเมืองนมี้ ีท้ังคนดีและคนไมดีไมม ีใครทีจ่ ะทําใหทกุ คนเปน คนดีไดท งั้ หมด การทําให บานเมอื งมคี วามปกตสิ ุขเรยี บรอ ย จึงมใิ ชการทําใหท ุกคนเปน คนดหี ากแตอยูท่กี ารสงเสรมิ คนดใี หค น ดี ปกครองบา นเมืองและควบคุมคนไมดีไมใหมีอาํ นาจไมใหก อ ความเดอื ดรอ นวุนวายได...”
93 พระบรมราโชวาทในพธิ ีเปด งานชมุ ชนลกู เสือแหงชาตคิ า ยลูกเสอื วชิราวธุ จงั หวดั ชลบุรี เมอื่ วันท่ี 11 ธนั วาคม พ.ศ. 2512 • คาํ สอนของพอ : การทาํ หนาทข่ี องขาราชการ “…ขาราชการไมวา จะอยูตาํ แหนง ใด ระดบั ไหน มีหนา ที่อยางไร ลวนแลว แตม สี วนสําคญั อยใู นงาน ของแผน ดนิ ท้ังสน้ิ ทกุ คนจึงตองตง้ั ใจปฏบิ ตั หิ นาทโ่ี ดยเตม็ กําลังความสามารถดว ยอุดมคติ ดวยความเขมแขง็ เสียสละและระมัดระวงั ใหการทุกอยางในหนาท่เี ปน ไปอยางถูกตองเท่ียงตรงดวย ความระลกึ รตู วั อยเู สมอวา การปฏบิ ตั ิตัว ปฏบิ ตั งิ านของตนมีผลเก่ียวเน่อื งถึงสุขทุกขข องประชาชน ตลอดจน ความเจริญขึน้ หรอื เสื่อมลงของประเทศชาต.ิ ..” พระบรมราโชวาทเนื่องในวันขา ราชการพลเรือน เมื่อวนั ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2557 • คําสอนของพอ : ความสามัคคี “…สามคั คีน้ีก็คือการเหน็ แกบา นเมอื ง และชว ยกนั ทุกวิถที าง เพอ่ื ทจ่ี ะสรา งบานเมืองให เขม แข็ง ดวยการเห็นอกเห็นใจซ่ึงกันและกัน และทาํ งานดวยการซอ่ื สตั ยสุจรติ ตอ งสง เสริมงานของกนั และกนั และไมทาํ ลายงานของกันและกัน มีเร่ืองอะไรใหไดพดู ปรองดองกนั อยา เร่ืองใครเรื่องมัน และงานก็ ทาํ งานอยางตรงไปตรงมา นึกถงึ ประโยชนส วนรวม...” พระราชดาํ รสั ที่พระราชทานในพิธปี ระดบั ยศนายตํารวจชัน้ นายพล เม่ือวันท่ี 15 มกราคม พ.ศ. 2519 นอกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช จะมีพระราชจริยวัตรแหง ความ พอเพยี งและเรียบงา ยแลว พระองคยังนาํ หลกั การน้ีมาใชเพ่ือพฒั นาและแกปญ หาใหร าษฎรของ พระองค และใหเราสามารถนอมนําไปปฏบิ ัติตามรอยพระยุคลบาทได
94 บทที่ 3 วธิ กี ารดําเนนิ งาน ศูนยก ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาํ เภอเมอื งชลบุรี ไดต ระหนัก และจัดทาํ โครงการเรยี นรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของชีวติ อยางยั่งยืน เพอื่ เรียนรหู ลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ใหก ับประชาชนท่ัวไป ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี มีการใช ชีวติ ประจําวนั ตามหลกั การของความพอเพยี ง ความพอดี ใชช วี ิตอยางรอบคอบ ไมประมาท ใช ทรพั ยากรท่ีมีอยูอ ยางคมุ คา และสามารถลดรายจาย เพิ่มรายไดภ ายในครัวเรอื น และมคี ุณภาพ ชวี ติ ท่ีดี โดยมขี ้ันตอนดังน้ี 1. ประชุมบุคลากร กศน.อําเภอเมอื งชลบรุ ี 2. จัดตั้งคณะทาํ งาน/คณะอนุกรรมการและคณะทาํ งานเพื่อดําเนนิ งาน 3. ประสานงาน/ประชาสมั พันธและเปดรบั สมัคร 4. ดาํ เนินงานตามแผน 5. วัดผล/ประเมินผล/สรปุ ผลและรายงาน 1. ประชุมปรึกษาหารือการจัดโครงการฯ กศน.อําเภอเมืองชลบรุ ี กศน.ตําบลนาปา ไดวางแผนประชมุ บคุ ลากรกรรมการ กศน.อําเภอเมืองชลบรุ ี เพ่อื หาแนวทางในการดําเนนิ งานและกําหนดวตั ถุประสงครวมกนั 2. แตงตงั้ คณะทาํ งาน จัดทําคาํ สั่งแตงตั้งคณะทํางานโครงการเพ่ือมอบหมอบหมายหนาท่ใี นการทํางานให ชดั เจน เชน 2.1 คณะกรรมการท่ปี รึกษา/อาํ นวยการ มหี นาท่ีอํานวยความสะดวก และใหคําปรึกษา แกไ ขปญหาทเี่ กดิ ขน้ึ 2.2 คณะกรรมการ กศน.ตําบลนาปา ในการจัดหาอุปกรณ เตรยี มใชจ ดั โครงการฯ 2.3 คณะกรรมการฝายบันทึกภาพและประชาสัมพันธ มีหนา ทีบ่ ันทึกภาพกิจกรรมตลอด โครงการ และประชาสมั พันธก จิ กรรมใหสาธารณชนไดทราบ 2.4 คณะกรรมการฝา ยรับลงทะเบียนและประเมินผลหนาทจี่ ดั ทําหลกั ฐานการ ลงทะเบียนผเู ขารวมโครงการ และรวบรวมการประเมนิ ผล และรายงานผลการดําเนนิ การ 3. ประสานงาน/เครือขา ยท่เี กย่ี วของ ประสานงานกบั ผเู ขา รว มโครงการ วิทยากร และคณะครู เชน ประสานเรอ่ื งสถานที่ใช ทํากจิ กรรม รปู แบบการจดั กจิ กรรมโครงการ วนั เวลา สถานที่ รายละเอียดการเขารวมกิจกรรม พรอ มทัง้ ประชาสัมพนั ธการจัดกจิ กรรม
95 4. ดําเนนิ การตามแผนงานโครงการ โครงการเรยี นรูว ถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี งนําสคู วามสุขของชวี ิตอยา งยั่งยนื ในวนั ที่ 7 ธันวาคม 2561 ณ บา นเลขท่ี 41/1 หมูท ี่ 7 ตําบลนาปา อาํ เภอเมืองชลบรุ ี จังหวัดชลบุรี จํานวน 10 คน โดยจดั กจิ กรรมโดยใชก ระบวนการกลุมและการอภิปราย 5. สรุปผลและรายงาน โครงการเรียนรูว ถิ ีเศรษฐกจิ พอเพียงนําสคู วามสขุ ของชวี ิตอยา งยั่งยนื ในวนั ที่ 7 ธันวาคม 2561 ณ บานเลขท่ี 41/1 หมทู ี่ 7 ตาํ บลนาปา อาํ เภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบุรี โดย จดั กจิ กรรมโดยใชกระบวนการกลุมและการอภปิ ราย จะนําแนวทางเรียนรหู ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง มีการใชชวี ติ ประจําวันตามหลักการของความพอเพยี ง ความพอดี ใชชีวติ อยางรอบคอบ ไม ประมาท ใชท รัพยากรทมี่ ีอยอู ยา งคุม คา และสามารถลดรายจาย เพิม่ รายไดภ ายในครวั เรือน และมี คณุ ภาพชีวติ ท่ีดี กศน.ตําบลนาปา ไดดําเนนิ การตามขน้ั ตอนและไดรวบรวมขอ มลู จากแบบสาํ รวจสถิติท่ี ใชในการวเิ คราะห คือโดยกําหนดคา ลาํ ดับความสําคญั ของการประเมนิ ผลออกเปน 5 ระดับ ดงั น้ี มากทีส่ ุด ใหคะแนน 5 มาก ใหคะแนน 4 ปานกลาง ใหคะแนน 3 นอย ใหค ะแนน 2 นอยทสี่ ดุ ใหคะแนน 1 ในการแปลผล ผูจดั ทาํ ไดใชเกณฑการพิจารณาจากคะแนนเฉลีย่ ตามแนวคิดของ บุญชม ศรสี ะอาด และบญุ สง นวิ แกว (2535, หนา 22-25) 4.51-5.00 หมายความวา ดีมาก 3.51-4.50 หมายความวา ดี 2.51-3.50 หมายความวา ปานกลาง 1.51-2.50 หมายความวา นอย 1.00-1.50 หมายความวา ตองปรับปรงุ ผเู ขารวมโครงการ จะตองกรอกขอมลู ตามแบบสอบถาม เพ่อื นาํ ไปใชในการประเมนิ ผลของ การจดั กิจกรรมดังกลา ว และจะไดน ําไปเปน ขอมลู ปรับปรุง และพัฒนา ตลอดจนใชใ นการจดั ทาํ แผนการดําเนินการในปตอไป
96 บทที่ 4 ผลการดําเนินงานและการวิเคราะหข อ มูล ในการโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในวันท่ี 7 ธันวาคม 2561 ณ บานเลขท่ี 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี มี ผูเขารวมโครงการเปนประชาชนทั่วไปในชุมชน จํานวน 10 คน ซ่ึงไดสรุปผลจากแบบสอบถามและ นาํ เสนอผลการวิเคราะหขอมูล จากการกําหนดขนาดของกลุมตัวอยางโดยใชตาราง ซ่ึงไดสรุปผลจาก แบบสอบถามและนําเสนอผลการวิเคราะหขอ มลู จากผเู รียน จาํ นวน 10 ชุด ตอนท่ี 1 ขอมูลสว นตัวผตู อบแบบถามของผูเขารวมโครงการเรยี นรูว ิถเี ศรษฐกิจพอเพยี ง นาํ สูค วามสขุ ของชวี ติ อยางย่ังยนื ใหก บั ประชาชนทัว่ ไปในชุมชน ในวนั ที่ 7 ธนั วาคม 2561 ณ บา นเลขที่ 41/1 หมูที่ 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบรุ ี จงั หวดั ชลบุรี มผี ูเขารว มโครงการ เปน ประชาชนท่ัวไปในชุมชน จาํ นวน 10 คน ผูเขารว มกจิ กรรมทีต่ อบแบบสอบถามไดน ํามาจําแนก ตามเพศ อายุ และอาชีพ ผจู ดั ทาํ ไดน าํ เสนอจําแนกตามขอ มูลดังกลาว ดงั ปรากฏตามตารางท่ี 1 ดังตอไปนี้ ตารางท่ี 1 แสดงคา รอ ยละของผูตอบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามเพศ เพศ ชาย หญงิ ความคิดเหน็ จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ ผูเขา รวมโครงการเรียนรูว ถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี งนําสู ความสุขของชีวิตอยา งยั่งยนื 5 50.00 5 50.00 จากตารางที่ 1 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในการจัดทําเครื่องมือประเมิน เปนชาย 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00 เปนหญงิ 5 คดิ เปน รอยละ 50.00 ตารางท่ี 2 แสดงคา รอ ยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามอายุ อายุ ต่ํากวา 15 ป 16 - 29 ป 30 - 39 ป 40 - 49 ป 50 - 59 ป 60 ปขน้ึ ไป ความคิดเหน็ ผเู ขา รวมโครงการ จํานวน รอ ยละ จํานวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ย จาํ นวน รอ ยละ เรียนรวู ิถเี ศรษฐกิจ ละ พอเพยี งนาํ สู ความสุขของชวี ติ - - 6 60.00 1 10.00 1 10.00 - - 2 20.00 อยางยง่ั ยืน
97 จากตารางท่ี 2 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมผูเขารวมกิจกรรม โครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ในชวงอายุ 16 – 29 ป มี จํานวน 6 คน คิดเปนรอยละ 60.00, ในชวงอายุ 31 – 39 ป มีจํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 41 – 49 ป มีจํานวน 1 คน คิดเปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 60 ปข้ึนไป มีจํานวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 20.00 ตารางท่ี 3 แสดงคารอยละของผตู อบแบบสอบถาม โดยจําแนกตามอาชพี ประเภท รบั จา ง คา ขาย รบั ราชการ เกษตรกร อน่ื ๆ(วางงาน) ความคิดเหน็ จาํ นวน รอ ยละ จํานวน รอยละ จาํ นวน รอยละ จํานวน รอ ยละ จํานวน รอยละ ผเู ขารวม 5 50.00 1 10.00 - - - - 4 40.00 กจิ กรรมโครงการ เรียนรูวถิ ี เศรษฐกจิ พอเพยี งนําสู ความสุขของชวี ติ อยา งยัง่ ยืน จากตารางท่ี 3 แสดงวา ผูต อบแบบสอบถามของผูเ ขา รว มผูเ ขา รวมกิจกรรมโครงการเรียนรู วถิ เี ศรษฐกิจพอเพยี งนําสคู วามสขุ ของชีวิตอยา งยั่งยืน มีอาชีพรบั จาง มีจาํ นวน 5 คน คดิ เปนรอยละ 50.00, มีอาชีพคาขาย มจี าํ นวน 1 คน คดิ เปนรอยละ 10.00 มอี าชีพอ่ืน ๆ มีจาํ นวน 4 คน คิดเปน รอ ยละ 40.00 ตารางท่ี 4 แสดงคารอยละของผูต อบแบบสอบถาม โดยจาํ แนกตามระดบั การศกึ ษา การศกึ ษา ประถมศกึ ษา ม.ตน ม.ปลาย สงู กวา ความคดิ เห็น ม.ปลาย ผูเขา รว มกจิ กรรมโครงการเรียนรู จาํ รอยละ จํา รอ ยละ จํา รอ ยละ จํา รอ ย วิถเี ศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสขุ นวน นวน นวน นวน ละ ของชีวติ อยางย่งั ยนื 4 40.00 4 40.00 2 20.00 -- จากตารางท่ี 4 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมกิจกรรมโครงการเรียนรูวิถี เศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน มีการศึกษาระดับประถมศึกษา จํานวน 4 คน คดิ เปนรอยละ 40.00 ระดับ ม.ตน จํานวน 4 คน คิดเปนรอยละ 40.00 ระดับ ม.ปลาย จํานวน 2 คน คิดเปน รอ ยละ 20.00
98 ตอนที่ 2 ตารางที่ 5 ขอมลู เก่ียวกบั ความคิดเหน็ ของผเู ขา รวมโครงการฯ/ผลการประเมินโครงการ เรยี นรวู ถิ ีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวติ อยางยั่งยืน เนอ้ื หาโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนาํ สูความสุขของ N = 10 ชวี ิตอยางย่งั ยืน X̄ S.D. อนั ดบั ท่ี ระดับผลการประเมนิ ตอนที่ 1 ความพึงพอใจดานเนื้อหา 4.80 0.42 2 ดีมาก 1.เนอ้ื หาตรงตามความตองการ 2.เน้อื หาเพียงพอตอ ความตองการ 4.80 0.42 2 ดีมาก 3.เนือ้ หาเปนปจ จบุ นั และทนั สมัย 4.90 0.32 1 ดีมาก 4.เนอ้ื หามีประโยชนต อการนําไปใชในการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต 4.60 0.52 4 ดีมาก ตอนท่ี 2 ความพึงพอใจดา นกระบวนการจัดกิจกรรม 5. การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม 4.80 0.42 2 ดมี าก 6. การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกับวัตถปุ ระสงค 4.80 0.42 2 ดมี าก 7. การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับเวลา 4.80 0.42 2 ดมี าก 8. การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับกลมุ เปา หมาย 4.70 0.48 3 ดีมาก 9. วธิ กี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกบั วัตถปุ ระสงค 4.80 0.42 2 ดีมาก ตอนท่ี 3 ความพึงพอใจตอวิทยากร 10. วิทยากรมคี วามรูความสามารถในเร่ืองที่ถายทอด 4.60 0.52 4 ดมี าก 11. วทิ ยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส ่อื เหมาะสม 4.80 0.42 2 ดมี าก 12. วทิ ยากรเปด โอกาสใหมสี วนรว มและซักถาม 4.70 0.48 3 ดีมาก ตอนที่ 4 ความพึงพอใจดา นการอาํ นวยความสะดวก 13. สถานที่ วสั ดุ อุปกรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก 4.80 0.42 2 ดมี าก 14. การสอ่ื สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเกิดการเรยี นรู 4.80 0.42 2 ดีมาก 15. การบริการ การชว ยเหลอื และการแกปญ หา 4.90 0.32 1 ดมี าก คา เฉลยี่ 4.77 0.06
99 จากตารางท่ี 5 พบวา โดยเฉลีย่ แลว ผเู ขา รับการอบรมในโครงการเรียนรวู ถิ เี ศรษฐกิจ พอเพียงนําสูค วามสุขของชีวติ อยางยัง่ ยืน มีความพึงพอใจในภาพรวมอยูในระดบั ดีมาก เม่อื วิเคราะหเปน รายขอพบวา (x=̄ 4.90) ลําดับที่ 1 เนือ้ หาเปน ปจจุบนั และทนั สมัย (x̄=4.90) ลาํ ดับท่ี 1 การบรกิ าร การชว ยเหลือและการแกปญ หา (x̄=4.80) ลําดบั ท่ี 2 เน้ือหาตรงตามความตอ งการ (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 เนื้อหาเพียงพอตอความตอ งการ (x̄=4.80) ลาํ ดับที่ 2 การเตรียมความพรอ มกอนจัดกิจกรรม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การออกแบบกจิ กรรมเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การจดั กิจกรรมเหมาะสมกบั เวลา (x=̄ 4.80) ลําดับท่ี 2 วิธีการวัดผล/ประเมนิ ผลเหมาะสมกบั วตั ถุประสงค (x=̄ 4.80) ลําดับท่ี 2 วิทยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส อ่ื เหมาะสม (x̄=4.80) ลาํ ดับที่ 2 สถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก (x=̄ 4.80) ลําดับที่ 2 การส่อื สาร การสรา งบรรยากาศเพ่อื ใหเ กดิ การเรยี นรู (x̄=4.70) ลําดบั ที่ 3 การจัดกจิ กรรมเหมาะสมกบั กลุม เปา หมาย (x=̄ 4.70) ลําดบั ท่ี 3 วิทยากรเปด โอกาสใหมสี ว นรว มและซกั ถาม (x=̄ 4.60) ลําดบั ท่ี 4 เน้อื หามีประโยชนต อการนาํ ไปใชใ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ (x=̄ 4.60) ลาํ ดบั ที่ 4 วทิ ยากรมคี วามรูความสามารถในเรอ่ื งทถี่ า ยทอด ตารางท่ี 6 ผานการฝกอบรมไดนาํ ความรูไปใชจ ริง ประเภท เพมิ่ รายได ลดรายจา ย นาํ ไปประกอบ พัฒนาคณุ ภาพชีวิต ใชเ วลาวางใหเปน ความคดิ เหน็ อาชพี ประโยชน จํานวน รอยละ จาํ นวน รอยละ จาํ นวน รอ ยละ จาํ นวน รอ ยละ ผูเขารวมโครงการ จํานวน รอ ยละ เรยี นรวู ถิ ีเศรษฐกิจ - - 2 20.00 - - 8 8.00 -- พอเพียงนําสู ความสขุ ของชีวติ อยา งยง่ั ยืน จากตารางท่ี 6 แสดงวา ผูตอบแบบสอบถามของผูเขารวมผูเขารวมกิจกรรมโครงการ เรียนรูวิถีเศรษฐกิจพอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยางย่ังยืน ไดนําความรูไปใชจริง ดานลดรายจาย จํานวน 2 คน คดิ เปนรอ ยละ 20.00 และ นาํ ไปพฒั นาคุณภาพชีวติ จํานวน 8 คน รอ ยละ 80.00
100 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ โครงการเรียนรวู ิถเี ศรษฐกจิ พอเพียงนําสูความสุขของชีวิตอยา งยัง่ ยืน มีวตั ถุประสงค เพื่อใหผ เู ขารวมโครงการฯ ใชชีวิตประจาํ วนั ตามหลักการของความพอเพยี ง ความพอดี ใชชีวติ อยา ง รอบคอบ ไมป ระมาท ใชท รัพยากรทม่ี ีอยอู ยางคุมคา และสามารถลดรายจาย เพ่ิมรายไดภ ายใน ครัวเรอื น และมีคณุ ภาพชีวติ ที่ดีข้ึน ในวันท่ี 7 ธันวาคม 2561 ณ บา นเลขท่ี 41/1 หมูท ่ี 7 ตําบลนาปา อําเภอเมืองชลบุรี จงั หวดั ชลบรุ ี ท้งั นี้ ขอสรปุ และอภปิ รายผลและขอเสนอแนะดังนี้ 1. สรุปผล 1.1 ผูตอบแบบสอบถามของโครงการเรยี นรูวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สูความสุขของชวี ติ อยา งยง่ั ยนื จํานวนท้งั หมด 10 คน เปนชาย 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00 เปน หญิง 5 คิดเปน รอ ยละ 50.00 ในชวงอายุ 16 – 29 ป มีจํานวน 6 คน คดิ เปนรอยละ 60.00, ในชวงอายุ 31 – 39 ป มี จํานวน 1 คน คิดเปนรอ ยละ 10.00, ในชวงอายุ 41 – 49 ป มจี ํานวน 1 คน คดิ เปนรอยละ 10.00, ในชวงอายุ 60 ปข ้ึนไป มีจาํ นวน 2 คน คิดเปน รอ ยละ 20.00 อาชพี รับจาง มจี าํ นวน 5 คน คิดเปน รอ ยละ 50.00, มีอาชพี คา ขาย มจี ํานวน 1 คน คดิ เปน รอ ยละ 10.00 มีอาชีพอื่น ๆ มีจาํ นวน 4 คน คดิ เปน รอยละ 40.00 มีการศกึ ษาระดบั ประถมศึกษา จาํ นวน 4 คน คิดเปนรอยละ 40.00 ระดบั ม.ตน จาํ นวน 4 คน คดิ เปนรอยละ 40.00 ระดบั ม.ปลาย จํานวน 2 คน คดิ เปนรอยละ 20.00 ตามลําดับ 1.2 ขอมูลเก่ียวกับความคิดเห็นของผูเขารับการอบรมในโครงการเรียนรูวิถีเศรษฐกิจ พอเพียงนาํ สคู วามสขุ ของชีวติ อยา งยง่ั ยนื มคี วามพึงพอใจในภาพรวมอยใู นระดบั ดีมาก เมื่อวเิ คราะหเปนรายขอพบวา (x=̄ 4.90) ลําดบั ท่ี 1 เนือ้ หาเปนปจจุบนั และทันสมัย (x̄=4.90) ลาํ ดับที่ 1 การบริการ การชว ยเหลือและการแกป ญ หา (x=̄ 4.80) ลําดบั ที่ 2 เน้ือหาตรงตามความตองการ (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 เน้ือหาเพียงพอตอ ความตอ งการ (x̄=4.80) ลาํ ดับท่ี 2 การเตรยี มความพรอมกอนจัดกิจกรรม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ท่ี 2 การออกแบบกิจกรรมเหมาะสมกบั วัตถุประสงค (x=̄ 4.80) ลาํ ดบั ที่ 2 การจดั กจิ กรรมเหมาะสมกับเวลา (x̄=4.80) ลําดับท่ี 2 วธิ กี ารวดั ผล/ประเมินผลเหมาะสมกับวัตถุประสงค (x=̄ 4.80) ลาํ ดับท่ี 2 วิทยากรมเี ทคนิคการถายทอดใชส ่ือเหมาะสม (x̄=4.80) ลาํ ดบั ที่ 2 สถานท่ี วัสดุ อปุ กรณและส่ิงอาํ นวยความสะดวก (x=̄ 4.80) ลําดับที่ 2 การสือ่ สาร การสรางบรรยากาศเพอ่ื ใหเกดิ การเรียนรู (x=̄ 4.70) ลําดับที่ 3 การจัดกิจกรรมเหมาะสมกับกลมุ เปาหมาย (x=̄ 4.70) ลําดับที่ 3 วิทยากรเปด โอกาสใหม สี วนรวมและซกั ถาม
101 (x̄=4.60) ลาํ ดับท่ี 4 เนื้อหามีประโยชนตอการนําไปใชใ นการพัฒนาคุณภาพชวี ติ (x̄=4.60) ลําดับท่ี 4 วทิ ยากรมีความรูความสามารถในเรอื่ งท่ถี ายทอด 2. อภปิ รายผล ผูเขา รว มโครงการเรียนรวู ถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียงนาํ สูค วามสุขของชวี ิตอยางยงั่ ยนื มี ความพงึ พอใจอยูในระดบั ดีมาก คดิ เปน คาเฉลย่ี 4.77 3. ขอเสนอแนะ - อยากใหหนว ยงาน/ภาคีเครอื ขา ยทเ่ี กีย่ วของมกี ารประชาสมั พันธใ หประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย ดําเนินชีวิตแบบเรียบงายใหพอเพียง พอกิน และพอใช โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง
102 บรรณานุกรม กรมการศึกษานอกโรงเรยี น. (ม.ป.ป. : 9), (2546:76). บุญชม ศรสี ะอาด และ บญุ สง นวิ แกว. (2535 หนา 22 – 25). บรรพต สวุ รรณประเสริฐ. (2544:12). สํานักงานบริหารการศึกษานอกโรงเรียน. (2549:2), (2549:5). สทุ ธดิ า หงสบ ญุ เสรมิ , 2550 : 42 วิชยั วงษใ หญ. (2525:2-3), (2525:10). http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=736 https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/living-longer-better-geriatric-health- care/degenerative-disorders-symptoms-treatment
Search